หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องของกล้วย  (อ่าน 23047 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Dee-d
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 06:22:11 PM »

เรื่องกล้วยๆ
กล้วยเป็นอาหารประจำธาตุทั้ง ๔ ของร่างกาย
กินกล้วยเสริมธาตุบำรุงร่างกาย
คุณสมบัติของกล้วย 

ช่วยเสริมสร้างพลังสมอง(Brain Power)  เพราะในกล้วยประกอบด้วยสาร Noradrenaline และ Dopamine : ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท  ช่วยบำรุงสมอง โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าและกล้วยหอมจะมี กรดอะมิโน ที่ชื่อว่า อาร์จินิน และ ฮีสติดีน ซึ่งกรดอะมิโนทั้งสองตัวนี้ เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตในทารก (กล้วยน้ำว้าปิ้งขูดเอาแต่เนื้อให้เด็กกิน)   
แร่ธาตุที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในกล้วยคือ…มีโปแตสเซียมสูง  จึงไม่เหมาะที่จะทานเวลากลางคืน หรือ
ก่อนนอน เพราะจะทำให้แน่นท้อง หรือแน่นหน้าอกได้ วันหนึ่งๆ ไม่ควรทานเกิน 4-5 ผล /วัน บางคนอาจจะรู้
สึกวิงเวียน เวลารับประทาน อาจเอาไส้กล้วยออกก็ได้ เพราะโปแตสเซียมจะอยู่ที่ไส้ของกล้วยในกล้วยประกอบไปด้วยน้ำตาล ซูโคส ฟรุคโตส และกลูโคส
กล้วยมีความจำเป็นต่อระบบประสาท(Nerves system)
วิตามินที่มีมากอยู่ในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด และยังประกอบไปด้วย Tryptophan
เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนแปลงเป็น Serotonin ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกาย
รู้สึกผ่อนคลาย สดใส และมีความสุขนอนหลับสบาย คลายซึมเศร้า
   
ผลในการควบคุมความดันโลหิต (Blood Pressure)
ทั้ง
กล้วยหอมและกล้วยน้ำว้าจะมีเกลือโปแตสเซียมสูง เป็นตัวช่วยปรับความดันโลหิต
ลดความเสี่ยงความดันได้ เนื่องจากทานกล้วยประจำช่วยลดความเครียด ประสาทอัตโนมัติ ก็จะลดการหลั่ง
อะดรีนาลิน ทำให้หัวใจเต้นช้าลง การหดตัวของหลอดเลือดก็จะไม่รุนแรงทำให้ความดันไม่สูง
ช่วยปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย(Temperature Control)
โรคโลหิตจาง( Anemia)
ธาตุเหล็กในกล้วยสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิต Hemoglobin
ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
เสริมสร้างบุคลิกภาพ (Body Builder)
เพิ่มความแข็งแรง(Strength)และทนทาน(Endurance)ของกล้ามเนื้อ
ในกล้วยประกอบด้วยวิตามิน B6 แมกนีเซียม  ทริปโตเฟน  อาร์จินีน ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเสปิร์ม
และมีผลต่อพลังทางเพศ  รับประทานวันละ 2 ผลสามารถเพิ่มพลังงาน
ได้เทียบเท่ากับการออกกำลังกายได้นานถึง 90 นาที
(ควรงดอาหารมันๆ ดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำ)
จัดเป็น Non-Steroid  / Anabolic Mineral Support Formular เหมาะสำหรับนักกีฬา
 
ลดภาวะ pms ( premenstrual syndrome)
เหมาะสำหรับสุภาพสตรี ช่วยลดภาวะ ความเครียด ท้องอืด ปวดท้อง ปวดหัว
ก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมน
   
แก้ปัญหาท้องผูก(Constipation)
ควรรับประทานกล้วยสุกมากๆ เพราะประกอบไปด้วยเส้นใย หรือสารเพกติน (pectin)
ช่วยให้ระบบการขับถ่ายในร่างกายดีขึ้น
ช่วยต้านทานการเกิดโรคกระเพาะ-ลำไส้เป็นแผล
ช่วยเคลือบผนังกระเพาะ-ลำไส้
 
รักษาแผลในกระเพาะลำไส้
1. กล้วยหอม  ช่วยเคลือบผนังกระเพาะ-ลำไส้ ทำให้กรดในกระเพาะอาหารไม่ไปกัดแผลที่ผนังกระเพาะและ-ลำไส้
2. ผงกล้วยดิบ  เนื่องจากกล้วยดิบจะมีรสฝาด เนื่องจากมีสารแทนนิน จะช่วยรักษาแผลในกระเพาะ
และลำไส้ได้  ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง ท้องเสีย อันเกิดจากโรคในกลุ่ม
Escherichia coli, Vibrio cholerae, Salmonella group B, rotavirus
ในทางการแพทย์ตะวันออกแนะนำว่า…
อาหารที่มีรสฝาด เกิดจากธาตุดินและลม จะช่วยรักษาความผิดปกติของธาตุไฟ (ระบบการย่อยอาหาร )
อาหารที่มีรสเปรี้ยว เกิดจากธาตุดินและธาตุไฟ  จะช่วยเพิ่มความร้อน ช่วยลมหมุนเวียนไม่ติดขัด
(นั่นคือช่วยกระตุ้นน้ำย่อย กระตุ้นการย่อยอาหาร การดูดซึม และการไหลเวียนโลหิต หรือการนำพาสารต่างๆไปสู่เซลล์)
ดังนั้นการรักษาโรคกระเพาะ-ลำไส้  ต้องอาศัยอาหารหรือสมุนไพรที่มีรสฝาดเปรี้ยว
ตัวอย่างเช่น สมอไทย มีรสฝาดเปรี้ยวในตัวเอง …แต่ถ้าเป็นผงกล้วยจะมีรสฝาดอย่างเดียว
ถึงจะสมานแผลได้แต่ทานมากๆ ก็อาจท้องผูกได้เช่นกัน  ทานร่วมกับวุ้นว่านหางจระเข้ก็ได้เพราะมี
รสเปรี้ยว แต่ไม่ระคายเคืองกระเพาะ  ปลอดภัยหาย 100%

 
เมาค้าง(Hangovers)
วิธีแก้เมาค้าง แบบกล้วยๆ ทานกล้วยหอมกับน้ำผึ้ง
เนื่องจากวิตามิน และเกลือแร่ในกล้วยกับน้ำผึ้งจะช่วยทดแทนสิ่งที่ร่างกายสูญเสียไป
และช่วยปรับระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาพที่พร้อมจะทำงานได้เร็วขึ้น
   
การรับประทานกล้วยตามธาตุุ
ธาตุไฟ    เป็นคนที่ระบบการย่อยอาหารดี  ดังนั้นสามารถทานได้ทั้งกล้วยสุก กล้วยปิ้ง กล้วยดิบ
ถ้ามีปัญหาท้องอืดบ่อยๆ ให้ทานกล้วยสุกก่อนมื้ออาหารกลางวัน  ไม่ควรทานมากจะทำให้เวียนหัว
ธาตุลม    ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่น้ำหนักน้อย ระบบการย่อยอาหารไม่ค่อยดี มักท้องผูก
ควรทานกล้วยสุก เพราะจะหวานมีปริมาณมากจะให้พลังงานสูง และไม่ควรทานตอนบ่าย
โดยเฉพาะคนสูงอายุ เนื่องจากลมกำเริบตอนบ่ายอาจทำให้แน่น
ธาตุน้ำ  ส่วนใหญ่จะเป็นคนสมบูรณ์ มีปริมาณน้ำและไขมันในร่างกายมาก
ไม่ควรทานกล้วยสุกตอนเย็น ควรทานตอนเช้า เพราะจะช่วยให้หิวอาหารช้าลง 
ทานแทนอาหารเช้า(ขนมปัง) ก็ได้
ถ้าบ่ายๆควรเป็นกล้วยปิ้ง เพราะกล้วยปิ้งย่อยยาก จะช่วยให้ทานอาหารมื้อเย็นลดลง
ธาตุดิน   เป็นคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่อง การรับประทาน สามารถทานได้ทั้งกล้วยสุก
กล้วยดิบ กล้วยปิ้ง กล้วยนึ่ง ยกเว้นคนที่ท้องผูกบ่อยๆ ควรทานแต่กล้วยสุก
หลักการรับประทานอาหารตามธาตุเพื่อลดความเจ็บป่วย
สาเหตุของความเจ็บป่วย
1. ความโลภ ทำให้ลมแปรปรวน  ทำให้ไม่เจริญอาหารหงุดหงิดง่าย  อารมณ์ก็แปรปรวน
ควรทานอาหารร้อนๆ ทำให้กล้ามเนื้อต่างๆผ่อนคลาย ประสาทไม่ตึงเครียด  งดของขมๆ
2. ความโกรธ  ทำให้ไฟ(ปิตะ)แปรปรวน  จะทำให้เลือดในตัวพุ่งพล่าน อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้น
ความดันสูงขึ้น ปวดศีรษะ ปวดคอ
ควรทานอาหารรสขม จำพวกมะระ หรือผักต้ม งดเนื้อสัตว์  ไม่ควรใช้การนวดแต่ฝึกสมาธิดีกว่า
3. ความหลง หรือโมหะ   คนกลุ่มนี้มักเกิดจากการกินหวานมากเกินไป ทานของมันๆ หรือทานแต่ของเย็นๆ
ทำให้ความร้อนในการเผาผลาญอาหารอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ จนพัฒนาไปเป็นความเจ็บป่วย
ควรทานน้ำอุ่นทุกเช้า และก่อนนอน ออกกำลังกายและตากแดดบ้าง
   



        อย่าลืมติดตามอ่านตอนต่อไป ข้างล่าง



Liked By: Bangbai, satitnew
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2010, 04:53:26 PM โดย Dee-d » บันทึกการเข้า

vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5518


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 12:51:17 AM »

   น่าเอาไปไว้เป็นข้อมูลในคลังบทความ


Liked By: somkit thongpan
บันทึกการเข้า
Dee-d
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 09, 2010, 07:44:09 PM »

เขียนให้อ่านกันเล่นๆ รูดซิบปาก

เผื่อว่าเกตรกรบางท่านสนใจแต่พืชชนิดอื่นจนลืม กล้วยใกล้ตัว จะได้ปลูกกล้วยไว้กินเป็นอาหาร หรือเป็นยาก็ได้

วันนี้อยากแนะนำกล้วยตากเอาไว้ทำกินเองง่าย[/size]

1.นำกล้วยน้ำว้าสุกมาปอกเปลือก ตัดหัวท้ายให้สวยงามแล้วแช่น้ำเกลือ 1-2 นาที
2.ต่อจากนั้นนำไปตากแดด 10-15 วัน
3.พอกล้วยแห้งแล้วนำไปนึ่งสัก 5 นาที แล้วก็ไปตากแดดอีก ครึ่งชั่วโมง
4.เป็นอันเสร็จ  หรือบางคนชอบอบน้ำผึ้งก็เอาไปชุบน้ำผึ้งก่อนตากแดดก็ได้

สรรพคุณ...กล้วยชนิดนี้ไม่ทำให้ท้องอืด ช่วยลดความอ้วนได้ น้ำตาลที่ได้รับจากน้ำผึ้งไม่ทำให้อ้วนเพราะไม่มีไตรกลีเซอไรด์จึงไม่เปลี่ยนเป็นไขมันชนิด Fat 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2010, 12:43:03 PM โดย Dee-d » บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4729


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 05:54:33 PM »

ขอบคุณ ความรู้ดีๆๆย้ายไปเก็บไว้ที่ คลัง ดีกว่าค่ะ
บันทึกการเข้า
weerapun2316
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 05:20:15 PM »

เรื่องกล้วยๆแต่ประโยชน์ไม่กล้วยตามเลย
บันทึกการเข้า
jackturbo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 10:55:18 AM »

เรื่องกล้วยๆ แต่ไม่เคยรู้ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Dee-d
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 05:02:28 PM »

ทำกล้วยไซรัปง่ายๆไว้กินเอง

1.กล้วยสุก  นำมาปั่นปล้วใส่เอนไซม์อะไมเลส เพื่อย่อยแป้งเป็นน้ำตาล ประมาณ 1 วันแล้วไปต้ม แยกน้ำแยกกาก ก็จะได้น้ำผลไม้ไซรัปกลิ่นกล้วย เอาไว้ทาน

2.2.ใช้ข้าวมอลต์ที่กำลังงอก
(barley malt) ใส่ลงในผลไม้เช่นกล้วย ข้าวโพด หรือผลไม้ที่มีแป้งมากๆ ผสมน้ำอุ่น 40 องศาเซลเซียส ค่าPH 4-6 เอนไซม์จะทำงานได้ดี ก็จะได้น้ำผลไม้ไซรัปออกมาที่มีรสหวาน  หรือจะทำเป็นน้ำเวิร์ท (wort) ก็ได้ เพื่อจะเก็บเอาไว้ใส่ยีสต์เพื่อทำเบียร์ต่อไป

3.การทำไซรัปเข้มข้นอย่างง่าย โดยปั่นน้ำผลไม้กรองกากอก แล้วใส่น้ำผึ้งผสมรับประทานกับน้ำแข็งได้ทันที

ข้อแนะนำ...
-หากไม่ชอบกลิ่นกล้วยสามารถนำไปดัดแปลงกับผลไม้ชนิดอื่นๆได้
-การทำไซรัปไม่ควรใช้ผลไม้ตระกูลส้มเนื่องจาก ปฏิกิริยาของสารนารินจิน(naringin) จะได้สารรสขม
-ถ้าต้องการให้น้ำผลไม้ใสก็สามารถใช้เอนไซม์เพกตินเอสเทอเรสจากพืชใส่ลงไปเพื่อช่วยให้น้ำผลไม้ใสขึ้นได้ (มะเขือเทศ ,มันฝรั่ง)
บันทึกการเข้า
jaroen11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 94


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 22, 2010, 02:54:20 PM »

เยี่ยมจริงๆครับผม เราได้เจอกูรูเรื่องกล้วยอีกคนละครับ ขออนุญาติถามนิดหนึ่งครับ ระหว่างกล้วยหอม กับกล้วยไข่ ท่านคิดว่าอีกสัก4-5ปีข้างหน้าตลาดจะเป็นอย่างไรครับ ..พอดีมีโครงการจะปลูกสัก 5 ไร่ครับ ข้อมูลผมก็จะหาจาก web นี่ละครับ อะอะ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Dee-d
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 22, 2010, 06:58:31 PM »

สำหรับการตลาดคงตอบไม่ได้ ขึ้นกับความจำเป็นในการบริโภคและความนิยมมากกว่า

เนื่องจากไม่ได้เป็นเกษตรกรตัวจริง เพียงแต่เป็นแพทย์ทางเลือก จะเสนอแนะก็แต่เฉพาะแปรรูปหรือนำพืชผักผลไม้ในบ้านเรามาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์เพื่องการดูแลสุขภาพ และการรักษาโรค โดยไม่ต้องอาศัยยาเคมี


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 22, 2010, 07:01:06 PM โดย Dee-d » บันทึกการเข้า
Yu-Yarng-Porpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 31


« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 02:48:29 PM »

ผมชอบที่มันแก้แฮงอ่าคับบ น่าจะช่วยได้ดี  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
jaroen11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 94


« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 04:08:02 PM »

เรื่องกล้วยๆ แต่ประโยชน์ ไม่กล้วยเลยครับ ขอบคุณมากๆครับ เอาให้วัวพ่อพันธุ์กิน มันจะกล้าๆ มากๆ นกเขาไม่อยากจะขัน ก็กินกล้วยน้ำว้า บ้านผมเรียกกล้วยไต้ บำรุงกำลังดีนักแล ครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
toydet
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 07:29:23 PM »

 ตกใจ กล้วย ไม่ใช่ของกล้วย ๆ จริง ๆ ขอบคุณครับ ตกใจ
บันทึกการเข้า
lamanoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 03:28:27 PM »

ทำกล้วยไซรัปง่ายๆไว้กินเอง

1.กล้วยสุก  นำมาปั่นปล้วใส่เอนไซม์อะไมเลส เพื่อย่อยแป้งเป็นน้ำตาล ประมาณ 1 วันแล้วไปต้ม แยกน้ำแยกกาก ก็จะได้น้ำผลไม้ไซรัปกลิ่นกล้วย เอาไว้ทาน

2.2.ใช้ข้าวมอลต์ที่กำลังงอก
(barley malt) ใส่ลงในผลไม้เช่นกล้วย ข้าวโพด หรือผลไม้ที่มีแป้งมากๆ ผสมน้ำอุ่น 40 องศาเซลเซียส ค่าPH 4-6 เอนไซม์จะทำงานได้ดี ก็จะได้น้ำผลไม้ไซรัปออกมาที่มีรสหวาน  หรือจะทำเป็นน้ำเวิร์ท (wort) ก็ได้ เพื่อจะเก็บเอาไว้ใส่ยีสต์เพื่อทำเบียร์ต่อไป

3.การทำไซรัปเข้มข้นอย่างง่าย โดยปั่นน้ำผลไม้กรองกากอก แล้วใส่น้ำผึ้งผสมรับประทานกับน้ำแข็งได้ทันที

ข้อแนะนำ...
-หากไม่ชอบกลิ่นกล้วยสามารถนำไปดัดแปลงกับผลไม้ชนิดอื่นๆได้
-การทำไซรัปไม่ควรใช้ผลไม้ตระกูลส้มเนื่องจาก ปฏิกิริยาของสารนารินจิน(naringin) จะได้สารรสขม
-ถ้าต้องการให้น้ำผลไม้ใสก็สามารถใช้เอนไซม์เพกตินเอสเทอเรสจากพืชใส่ลงไปเพื่อช่วยให้น้ำผลไม้ใสขึ้นได้ (มะเขือเทศ ,มันฝรั่ง)






     เอนไซม์อะไมเลส หรือเอนไซม์ต่างๆหาได้ที่ไหนครับอยากจะสั่งซื้อ
บันทึกการเข้า
fuu35
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 305



« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 08:53:01 PM »

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

งานหนักไม่เคยฆ่าใคร แต่ทำให้ปวดเนื้อปวดตัว เมื่อยยมากกก
mayuree_k
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2011, 04:14:43 PM »

เพิ่งเข้ามาอ่านบทความเรื่องของกล้วย ชอบค่ะ ตัวเองชอบกล้วย และเริ่มธุรกิจเล็กๆ จากกล้วย ....

เริ่มจากลูกกล้วย ขายได้หมด กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม และกล้วยเล็บมือนาง (จะแปรรูปขายก้อได้ )
 ต่อด้วยใบ ก้อกรีด ขายได้
ต่อด้วยพันธ์กล้วย ที่แตกจากกอแม่ก้อ สามารถแบ่งขายได้
 หรือ ล่าสุดทำปุ๋ยจากกล้วย ประสิทธิภาพ เวิร์คสุดๆๆ
พี่ๆ น้องๆ ท่านใด คิดจะปลูกต้นไม้ แล้วไม่รู้จะปลูกอะไรดี แนะนำ นะคะ แนะนำ....

-----เกษตรอ่างทอง------
บันทึกการเข้า
Jas31
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2011, 04:41:01 PM »

ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความรู้ดีๆเรื่องกล้วย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: