ข่าว
หน้า: 1 ... 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 [34] 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 ... 51   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกข้าวหอมนิลอินทรีย์ วิธีหว่านน้ำตม ฝ่าเพลี้ยถล่ม ชมการโยนกล้า นาปีปลูกหอมมะลิแดง  (อ่าน 271597 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ArsenalThailand
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #528 เมื่อ: เมษายน 12, 2012, 11:30:17 PM »

สวัสดีครับ ผมอยากจะทำนาโยนมากเลยครับ เพราะค่าจ้างดำนาแพงมากครับ แต่พ่อผมคงไม่ให้ทำกลัวจะไม่ดีจะมีวิธีไหนที่จะพูดกับพ่อได้บ้างครับ
บันทึกการเข้า

หนูพิม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12000


นกที่ออกหากินแต่เช้าจะได้หนอนตัวใหญ่&ไม่ต้องบินไกล


« ตอบ #529 เมื่อ: เมษายน 13, 2012, 05:08:38 AM »

หอมมะลิแดง.... ยิงฟันยิ้ม น่าสนใจ...
สวัสดียามเช้าค่ะพี่ทิดแคน  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

"If you try to do it's difficult to do.But if you want to do it's easy to do"
              บ้านสวนทวีกานต์..วิมานดินของหนูพิมเริ่มต้นขึ้นแล้ว...23454
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1484


« ตอบ #530 เมื่อ: เมษายน 13, 2012, 05:28:41 AM »

สวัสดีปีใหม่ไทยครับ

เกี่ยวข้าวแปลงที่ไม่ไถพรวนหรือยังครับ

ถ้าเกี่ยวเมื่อใด รบกวนนำข้อมูลมาแจ้งด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ


สวัสดีปีใหม่ครับ

ได้เกี่ยวข้าวไปแล้วเมื่อ 7 เมษายน 2555
สภาพข้าวในนาก่อนที่จะเกี่ยว คงจะมีข้าวหอมมะลิปนกับหอมนิล 30-40 % มีหญ้าบ้างไม่ถึงกับรกมากและส่วนใหญ่ก็ทรุดโทรมไปตามอายุขัย



ลงเกี่ยวข้าวเอง คัดแยกเฉพาะพันธุ์หอมนิล  เพื่อเก็บไว้ขยายต่อ (ซึ่งอาจมีเชื้อสายพันธุ์หอมมะลิผสมตามธรรมชาติด้วยอีก
เพราะก่อนหน้านี้มีการออกรวงพร้อมๆกันในแปลงเดียวกัน)



ข้าวเปลือกที่ได้ไม่เต็มอุ้มรถเกี่ยว ไม่ได้นำไปชั่ง จึงยังไม่ทราบปริมาณ ให้เขาพ่นเทลงลานตากที่อยู่ใกล้ๆนั้นเลย
แสงแดดที่ร้อนแรงมาก แผ่ตากกลับเกลี่ยข้าวใกล้จะแห้งแล้ว ปรากฏว่าในตอนเย็นและคืนนั้น ฝนตกลงมาชุ่มฉ่ำ เมล็ดข้าวลอยคออาบน้ำก่อนสงกรานต์เป็นที่ชื่นบานใจ 
รุ่งขึ้นตากต่อได้จนแห้งดี วันต่อมาโกยเก็บรวมได้ 45 กระสอบ คงประมาณ 1.2 ตัน
   จึงนับว่าได้ผลผลิตต่ำ น้อยเกินไปไม่จูงใจชี้ชวนให้ใครทำตามแบบอย่าง แต่ก็พอกินเหลือแจกกันได้ 
ก็ชื่อว่านาห่มฟางสร้างดิน จึงน่าจะได้สภาพดินที่ดีขึ้นมากกว่า กำลังบ่มเพาะความอุดมสมบูรณ์อยู่ ต้นข้าวก็ยังไม่แข็งแรง
ยังไม่อาจดูดดึงเอาธาตุสารอาหารจากดินมาได้มากมาย นั่นเอง


บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1484


« ตอบ #531 เมื่อ: เมษายน 13, 2012, 05:32:58 AM »

สวัสดีครับ ผมอยากจะทำนาโยนมากเลยครับ เพราะค่าจ้างดำนาแพงมากครับ แต่พ่อผมคงไม่ให้ทำกลัวจะไม่ดีจะมีวิธีไหนที่จะพูดกับพ่อได้บ้างครับ

เจรจาต่อรองขอแบ่งพื้นที่มาทำแต่เพียงเล็กน้อย ไว้เปรียบเทียบกัน ลองดูซีครับ


Liked By: TABTIM_SIAM, BlueZone, nipun
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
Shiro57
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 194


« ตอบ #532 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 01:12:45 PM »

ไม่ทราบว่า titcan ได้คำนวนต้นทุน หรือยังครับ ??

ผมคิดว่า ผลผลิตที่ได้ถึงแม้จะต่ำ แต่ก็น่าจะคุ้มค่าน่ะครับ ในแง่ที่ว่า
 
1. ข้าวเปลือก 1.2 ต้น บริโภคหนึ่งครัวเรือน (สมาชิก 4 คน) น่าจะเพียงพอสำหรับหนึ่งปี
2. ผลผลิตที่ได้จากนาปี  น่าจะถือเป็นรายได้สำหรับครัวเรือนได้
3. ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และพลังงานคน
4. ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น หน้าดินถูกรบกวนน้อยลง ส่งเสริมการอยู่อาศัยของสัตว์ในดิน จุลินทรีย์ดิน และการสะสมอินทรีย์วัตถุในดิน



Liked By: nipun
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1484


« ตอบ #533 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 09:36:21 PM »

ขอขอบคุณคุณShiro57 ที่กระตุ้นให้นำเสนอเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตและให้แนวคิดเป็นกำลังใจ

จึงขอสรุปค่าใช้จ่ายในการทำนาห่มฟางสร้างดินอินทรีย์ 8 ไร่ ไม่รวมค่าแรงตนเอง ดังนี้...

1.หัวตัดหญ้าที่มาประกอบกับตัวรถพรวนดิน+สายพาน 3650 บาท(อุปกรณ์ยังอยู่ครบและใช้ได้อีก)
...ถือว่าเป็นการสึกหรอ10% ที่ใช้งานในครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่า 365 บาท
2.น้ำมันดีเซลที่ใช้เติมรถพรวนดินตัดตอซัง 5 ลิตร            150 บาท
3.พันธุ์ข้าวปลูกหอมนิล  16 ถังx 250 คิดเป็นราคา         4000 บาท (เก็บพันธุ์เองไม่ได้ซื้อ)
4.จ้างคนหว่าน                                                   300 บาท
5.เมล็ดถั่วเขียว 20 กก.                                         500 บาท(เก็บพันธุ์เองไม่ได้ซื้อ)
6.ค่าปุ๋ยอินทรีย์ชนิดผง 12 กระสอบ รอบแรก                 1800 บาท
7.ค่าปุ๋ยอินทรีย์ชนิดผง 8 กระสอบ รอบหลัง                  1200 บาท
8.ค่าน้ำมันเบนซินที่ใช้ตัดหญ้า/ยอดหญ้า 4 ลิตร            160 บาท                           
9.ค่าจุลินทรีย์ผง ผงสะเดา กากน้ำตาล น้ำส้มควันไม้ ปุ๋ยน้ำ รวม  990 บาท
10.จ้างรถเกี่ยว                                                    3200 บาท
10.จ้างโกยเก็บ                                                     120 บาท

รวมค่าใช้จ่าย  12,785 บาท เฉลี่ยประมาณ 1,600 บาท ต่อไร่

ถึงแม้ว่าจะใช้จ่ายไปมากขนาดนี้ เทียบกับผลผลิตที่ได้ข้าวเปลือกแห้งเพียง 1.2 ตัน(1200กก.)  ก็ยังไม่ขาดทุน  กล่าวคือถ้านำข้าวจำนวนนี้มาสีขายได้ทั้งหมดโดยคิดว่าหักแกลบและสิ่งเจือปนออก 30% เหลือเป็นข้าวกล้อง 840 กก. ขาย 35 บาทต่อกก. ก็จะได้เป็นมูลค่า 29,400 บาททีเดียว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 23, 2012, 05:18:37 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1484


« ตอบ #534 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 10:42:36 PM »

บทสรุปวิเคราะห์การทำนาห่มฟางสร้างดินอินทรีย์(โดยไม่มีการไถพรวน) เป็นครั้งแรก ที่อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

1.สภาพดินควรเป็นดินร่วนปนเหนียว หรือดินร่วนปนทราย ลักษณะที่ปล่อยน้ำแห้งแล้วไม่แตกเป็นร่องระแหงที่กว้างและลึกเกินไป
2.ควรเป็นที่ดินดอน หรือมีคันนา(ทางเดิน/ถนน)กั้นโดยรอบ กันน้ำรั่วซึมได้อย่างดี
3.สูบหรือปล่อยน้ำเข้านาและระบายน้ำออกจากนาได้ตามต้องการ
4.ก่อนนั้นปรับผืนนาไว้ราบเรียบ และมีการทำแนวร่องระบายน้ำไว้ด้วยก็ยิ่งดี
5.ก่อนหน้านั้นควรปลูกข้าวนาปี เช่นพันธุ์ข้าวหอมมะลิ,หอมมะลิแดง ซึ่งจะมีฟางและตอซังที่ไม่ได้เผา
   ไว้ตัดคลุมแปลงนาได้หนาพอโดยไม่ต้องไปหาขนมาจากที่อื่น
6.พื้นนาจะไ่ม่เสียหายจากรถเกี่ยวเพราะได้วางแผนปล่อยน้ำให้แห้งไว้ก่อน
7.ใช้รถเกี่ยวที่กระจายฟางได้จะดีมากๆ
8.ช่วงเวลาที่เหมาะสมก็คือหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีไปแล้วอย่างน้อย 15 วัน นับเป็นจังหวะดีที่ไม่มีฝนตก(เข้าสู่ฤดูหนาว)
   ดินแห้ง...ตอซังแห้ง จะได้ไม่แตกหน่อ (หน่อข้าวจากตอซังออกรวงเร็วเกินไป) สิ่งสำคัญ...ข้าวที่รถเกี่ยวทำตกร่วงจะได้พักตัว
   ซึ่งก็พร้อมที่จะงอกและออกรวงได้อีกรอบ
9.ดังนั้นถ้าต้องการข้าวพันธุ์เดียวกับเดิม ก็สามารถใช้ข้าวปลูกพันธุ์เดิมหว่านเพิ่มในอัตราเพียง 10 กก.ต่อไร่ก็พอ
   ซึ่งจะใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวเที่ยวนี้ราว 90 วัน
10.ถ้าเราต้องการกินข้าวผสม ก็หว่านข้าวพันธุ์อื่น เช่นหอมนิล(อายุเก็บเกี่ยว 95 วัน)ในอัตรา10 กก.ต่อไร่ก็เพียงพอ 
    สุดท้ายจะเกี่ยวข้าวได้พร้อมๆกับข้าวเดิม(นาปี)ที่ตกร่วงอยู่นั้น
11.การตัดตอซังในเนื้อที่นาจำนวนมากหลายไร่ ถ้าใช้ตัวตัดหญ้าที่ติดท้ายรถแทรคเตอร์ งานจะเสร็จเร็วขึ้น
12.ถ้ามีฟางและตอซังที่ตัดคลุมดินได้หนาชนิดมองไม่เห็นดินได้ โอกาสที่หญ้าจะขึ้นมารกรบกวนแทบไม่มี
13.การหว่านถั่วเขียวลงไปด้วย ต้องหว่านหลังระบายน้ำออกแล้วสัก 2 วัน เพราะถั่วที่จมน้ำจะเน่า 
    ต้นถั่วที่ขึ้นมาได้จะยังไม่ทันมีประสิทธิภาพสูงมากพอที่จะย่อยสลายเป็นปุ๋ย  เพราะจำเป็นต้องปล่อยน้ำเข้าหล่อเลี้ยงต้นข้าว
14.สภาพดินที่ผ่านการย่ำทำเทือกมาแล้ว เมื่อปล่อยน้ำออกจนแห้งครั้งแรก ดินจะรัดตัว แน่นแข็ง และแตกระแหง
    เรียกดินสภาพนี้ว่า "เข้าฝัก"   เมื่อได้น้ำจนเปียกชุ่ม เช่นฝนตกหรือปล่อยน้ำเข้าจนท่วมราด(แม้จะเริ่มแห้งอีกครั้ง)
    ดินจะเปลี่ยนสภาพ ปริบิ คลายตัว ร่วยซุยเอง  รากพืชจะแยงหยั่งได้ดี  การขุด ไถพรวนก็จะง่ายขึ้นเช่นกัน
15.ดินที่มีอินทรียวัตถุสูง ย่อยสลายยาก เช่น แกลบดิบ แกลบดำ(ถ่านแกลบ) ขุยมะพร้าว   จะช่วยให้ดินร่วนโปร่ง
    น้ำ อากาศ ถ่ายเทซึมผ่านได้ดี เป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อต้นข้าว(พืช)
    ความจำเป็นในการเติมใส่ปุ๋ยจากภายนอกของเราก็น้อยลง
16.การทำนาห่มฟางลดการใช้น้ำได้เป็นอย่างมาก การปล่อยน้ำเข้าครั้งหนึ่งก็เพียงราดหรือท่วมดินเล็กน้อย
    และทิ้งช่วงห่างได้เป็นเดือน
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
Shiro57
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 194


« ตอบ #535 เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 05:52:07 PM »

ขอบคุณมากครับ สำหรับประสบการณ์ ข้อมูล แนวคิด และผลสรุป ที่มีค่าอย่างยิ่ง ของ titcan ที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟัง

ผมขออนุญาตนำข้อมูลชุดนี้ ไปศึกษาและวิเคราะห์ แล้วจะนำมาแลกเปลี่ยน รวมทั้งสอบถามเพิ่มเติมน่ะครับ

ขอถามอีกนิดน่ะครับว่า เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวชุดนี้แล้ว (นาห่มฟาง) titcan วางแผนสำหรับการจัดการแปลงนานี้ต่อไปอย่างไร ครับ



Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
bigpubarlap
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2009


« ตอบ #536 เมื่อ: เมษายน 21, 2012, 12:54:43 AM »

คุณ Shiro57 ครับ  ท่าน titcan คือ อ.สามารถ หนูทอง เป็น ฟูกูโอกะ รุ่นต่อมา ของเมืองไทยเลยนะครับ วิชา ความรู้ท่านมีอะไร มาแนะนำตลอด เป็น แมคไกเวอร์ด้วยนะ อาจารย์ผมอีกคนเลยหล่ะ


Liked By: Shiro57, lief36
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1484


« ตอบ #537 เมื่อ: เมษายน 23, 2012, 05:30:18 AM »

คุณ Shiro57 ครับ  ท่าน titcan คือ อ.สามารถ หนูทอง เป็น ฟูกูโอกะ รุ่นต่อมา ของเมืองไทยเลยนะครับ วิชา ความรู้ท่านมีอะไร มาแนะนำตลอด เป็น แมคไกเวอร์ด้วยนะ อาจารย์ผมอีกคนเลยหล่ะ

โห....ยกย่องกันมากไปหรือเปล่า   ข้าน้อยคงเป็นได้แค่หิ่งห้อยในท้องทุ่งนา มิอาจเทียบท้าแสงจันทร์


Liked By: Happy farmer, lief36
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1484


« ตอบ #538 เมื่อ: เมษายน 23, 2012, 05:57:02 AM »

ขอบคุณมากครับ สำหรับประสบการณ์ ข้อมูล แนวคิด และผลสรุป ที่มีค่าอย่างยิ่ง ของ titcan ที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟัง

ผมขออนุญาตนำข้อมูลชุดนี้ ไปศึกษาและวิเคราะห์ แล้วจะนำมาแลกเปลี่ยน รวมทั้งสอบถามเพิ่มเติมน่ะครับ

ขอถามอีกนิดน่ะครับว่า เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวชุดนี้แล้ว (นาห่มฟาง) titcan วางแผนสำหรับการจัดการแปลงนานี้ต่อไปอย่างไร ครับ




อนุญาตให้วิเคราะห์ วิจารณ์ วิจัย หรือมีคำแนะนำใดๆ ยินดีครับ

สภาพแปลงนา 8 ไร่นี้ยังปรับพื้นที่ได้ไม่ราบเรียบนัก  แนวคันนาด้านตะวันออกยังมีน้ำจากแปลงข้างเคียงรั่วซึมได้ หลังจากที่จ้างรถเกี่ยวไปล่าสุด ก็มีรอยร่องแทรค พื้นนาเสียหาย   ส่วนใหญ่ที่ดินแห้งไม่มีปัญหา  ในการจัดการเบื้องต้นจึงรีบปล่อยน้ำเข้า ซึ่งก็ท่วมทั้งแปลง ดินฟางที่แห้งอิ่มชุ่มน้ำ แล้วนำรถไถเดินตามแปลงตัวเป็นขลุบมาย่ำปรับที่นาในส่วนที่เสียหายทำให้เรียบราบดีขึ้น จากนั้นระบายน้ำออก ปล่อยให้ดินแห้งอีกรอบ
    ปรากฏว่าข้าวเมล็ดที่ร่วงขึ้นมาได้อีก  และหนาแน่นมากบริเวณแนวที่รถเกี่ยวทิ้งฟาง  หญ้าต้นเล็กๆก็กำลังงอกโตขึ้นมามากมายทั่วไป  (น่าจะเกิดจากเมล็ดหญ้ารุ่นใหม่) ฟางที่ได้น้อย...บางไปไม่พอคลุมพื้นที่



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 02, 2012, 09:36:42 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
bigpubarlap
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2009


« ตอบ #539 เมื่อ: เมษายน 23, 2012, 06:01:21 AM »

คุณ Shiro57 ครับ  ท่าน titcan คือ อ.สามารถ หนูทอง เป็น ฟูกูโอกะ รุ่นต่อมา ของเมืองไทยเลยนะครับ วิชา ความรู้ท่านมีอะไร มาแนะนำตลอด เป็น แมคไกเวอร์ด้วยนะ อาจารย์ผมอีกคนเลยหล่ะ

โห....ยกย่องกันมากไปหรือเปล่า   ข้าน้อยคงเป็นได้แค่หิ่งห้อยในท้องทุ่งนา มิอาจเทียบท้าแสงจันทร์
อ.จุดประกายให้ผมต้องการทำนา อีกครั้งครับ ตอนนี้ ทำ 2 ตรม.ไปก่อน เป็นข้าวนอกนาแต่อยู๋ข้างบ้าน ครับ กะทำสัก 4แปลงหมุนกันทุกเดือน ไปทำที่บ้านนอก ไม่สะดวก รอทุกอย่างลงตัวก่อนครับ


Liked By: Shiro57
บันทึกการเข้า
Shiro57
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 194


« ตอบ #540 เมื่อ: เมษายน 23, 2012, 10:33:09 AM »

คุณ Shiro57 ครับ  ท่าน titcan คือ อ.สามารถ หนูทอง เป็น ฟูกูโอกะ รุ่นต่อมา ของเมืองไทยเลยนะครับ วิชา ความรู้ท่านมีอะไร มาแนะนำตลอด เป็น แมคไกเวอร์ด้วยนะ อาจารย์ผมอีกคนเลยหล่ะ

ผมเห็นด้วยกับคุณพุ ครับ ว่า อ. สามารถ หรือ titcan ที่ว่าท่านมีความรู้อะไร ก็นำมาถ่ายทอด แนะนำตลอด ผมเคยยกย่องท่านว่าเป็นปราชญ์แห่งแผนดิน ไปแล้วครับ

งั้นผมก็ขอฝากตัวเป็นศิษย์อีกคนด้วยน่ะครับ


Liked By: bigpubarlap, lief36
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1484


« ตอบ #541 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2012, 10:42:12 PM »

งั้นผมขอนำเสนอบทเรียนที่ยังไม่จบจากประสบการณ์ตรงต่อไป นะครับ
ตามสำนึก สาธารณะ  อิสระตามสะดวก หากข้อมูลมาล่าช้า ปัญหาเน็ตลาป่วย  โปรดช่วยให้อภัย

ถ้าจะทำนาห่มฟาง (ไม่มีการไถพรวน) ต่อ...ในช่วงนี้...น่าจะมีปัญหาหลายประการ(คิดมากไปเองซะแล้วมั้ง)
1.พื้นที่ดินยังไม่ราบเรียบเท่าที่ควร
2.ฟางที่ได้อยู่ในนามีน้อยเกินไป (เนื่องจากต้นข้างบางเสียหายจากเพลี้ย) ไม่หนาพอที่จะใช้คลุมพื้นที่ทั้งหมด
3.เห็นแล้วว่าหญ้ากำลังแข่งกันขึ้นมาอย่างมากมาย
4.สภาพดินยังแน่นแข็ง หน้าิดินที่ร่วยซุยมีน้อยยังตื้น (ทราบได้จากการลองขุดดู)
5.เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำจากคลองชลประทานมีมาน้อยต้องแบ่งแย่งกัน
6.อากาศร้อนจัด ไม่เหมาะกับการปลูกข้าว

ด้วยเหตุการณ์/เหตุผลเหล่านี้ จึงเปลี่ยนมาปลูกถั่วเขียวในนา 8 ไร่ สวนกระแสกับรอบๆที่รายล้อมหลายร้อยไร่ล้วนแล้วแต่ทำนาแบบต่อเนื่อง

ต้องรอดินแถบทางด้านที่ใช้ขลุบย่ำ(พอจะเรียบได้บ้าง) ซึ่งแห้งช้ากว่าส่วนใหญ่ ในสภาพโดยรวมดินจึงแห้งเกินไปหน่อย
ในวันนั้น จ้างรถแทรคเตอร์ติดผาลพวงไถกลบหลังจากที่หว่านเมล็ดถั่วเขียวไป 36 กก. (เฉลี่ย 4.5 กก.ต่อไร่)





รุ่งขึ้นอีกวันให้รถแทรคเตอร์ติดโรตารี่(จอบหมุน) ปั่นพรวนย่อยดินอีกครั้ง

ครั้งนี้มีลุ้น ถั่วเขียวจะงอกขึ้นมาได้หรือไม่  จะได้ปุ๋ยจากเมล็ดถั่ว(ราคากก.ละ40 บาท)ที่ย่อยสลายไปเลย หรือต้นถั่ว...



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2012, 05:40:25 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
eight
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 148


« ตอบ #542 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2012, 07:01:21 PM »

แต่ละขั้นตอน ขอศึกษาและนำไปใช้ครับ ท่านอาจารย์   ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1484


« ตอบ #543 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2012, 05:49:40 AM »

แต่ละขั้นตอน ขอศึกษาและนำไปใช้ครับ ท่านอาจารย์   ยิ้มเท่ห์

ยินดีครับ คุณeight
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
หน้า: 1 ... 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 [34] 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 ... 51   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: