หน้า: 1 ... 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 [32] 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 ... 50   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกข้าวหอมนิลอินทรีย์ วิธีหว่านน้ำตม ฝ่าเพลี้ยถล่ม ชมการโยนกล้า นาปีปลูกหอมมะลิแดง  (อ่าน 236059 ครั้ง)
1 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NUM
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


« ตอบ #496 เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 02:59:58 PM »

พี่คะขอคำแนะนำบ้างนะคะแถวบ้านมีบริการโยนกล้าพร้อมกล้าไร่ละ1400 แพงไหมคะ
บันทึกการเข้า

titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #497 เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 08:45:13 PM »

พี่คะขอคำแนะนำบ้างนะคะแถวบ้านมีบริการโยนกล้าพร้อมกล้าไร่ละ1400 แพงไหมคะ

แพงหรือไม่อยู่ที่...1)ความพอใจของเรา 2)คุณภาพของงานการโยนกล้า กระจายทั่วดีไม่กระจุกหรือแหว่งว่าง 3)จำนวนถาดต่อไร่

สำหรับที่รับทำอยู่ในยามสะดวก มีทีมงานที่จะบริการเฉพาะนาอินทรีย์   ใช้ 120 ถาดต่อไร่ โยนพร้อมกล้าไร่ละประมาณ 1200 บาท
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
pongpong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 317


« ตอบ #498 เมื่อ: มกราคม 16, 2012, 07:51:14 PM »

สนใจข้าวกล้องหอมมะลิครับอาจารย์ อยากได้มาลองหุงทานสักสิบกิโลกรัม
ช่วยส่งข้อความทางกล่องข้อความด้วยครับ
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #499 เมื่อ: มกราคม 18, 2012, 05:07:03 AM »

มาถึงวันนี้ ความเปลี่ยนแปลงจากที่เคยเห็นผืนนาเป็นสีเขียวจาง ถูกระบายเข้มขึ้นเป็นเขียวขจีไปแล้ว มีทั้งข้าว ถั่ว และหญ้า...
กว่า 20 วันที่ยังไม่ได้ให้น้ำอีก



ในสภาพที่อาศัยเพียงความชื้นในดิน เมล็ดข้าวแห้งแห้งที่หว่านลงไปก็สามารถงอก เติบโต และเริ่มแตกกอ ได้อย่างสมบูรณ์ดี



ต้นถั่วเขียวโตขึ้นแข่งต้นข้าวอย่างไม่ยอมกัน



แต่บริเวณชายคันนาด้านตะวันออกที่น้ำซึมเข้ามาแฉะ ต้นหญ้านานาชนิดเขียวกว่าชนะต้นข้าว



แสดงว่าในสภาพที่ดินเปียกแฉะส่งเสริมให้หญ้าขึ้นได้ดีกว่า  แต่ข้าวแคระแกรน ยังไม่แตกหน่อจากต้นเหมือนที่กล่าวแล้วข้างต้น
บทพิสูจน์หนึ่งที่ชี้ว่าข้าวไม่ชอบน้ำขังนานนาน...

บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #500 เมื่อ: มกราคม 19, 2012, 04:34:36 AM »

หญ้่าที่พบนานาชนิด เป็นเช่นของคู่ไม่แคล้วกันในนาข้าว  ดินดีจึงมีหญ้า แต่ไม่ควรปล่อยให้ขึ้นหนาเกินควบคุม



ขอขานชื่อลำดับจากซ้ายไปขาว

หนวดปลาดุก(ไข่เขียด),กกทราย(กกแดง/รังกา), ดอกขาว(ไม้กวาด/ลิเก/เขย่งติด),ผักปอดนา(ผักพริก/จำปา/ปุ่มปลา)

สาบแร้งสาบกา(...แม่นบ่...), หญ้าขน,ผักบุ้ง, ข้าวนก(พุ่มพวง/คอมมิวนิสต์)

และ เทียนนา, ชันกาด (ไม่ได้ถ่ายภาพไว้)

ข้อสังเกต คือ ประชารกรหญ้า(แถวหน้า)หนาแน่นมาก ในบริเวณที่ชื้นแฉะ  (ประมาณ 2 งาน)
ส่วนแถวหลัง มีขึ้นกระจายห่างห่างกันโดยทั่วไป  ที่แห้งได้ และฟางคลุมหนาหน่อย แทบไม่พบ
หญ้าขน,ผักบุ้ง, ชันกาด มักพบใกล้ชายคันนา

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2012, 04:50:54 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #501 เมื่อ: มกราคม 19, 2012, 04:47:08 AM »

จึงเป็นการจูงใจให้ลงทุน/แรง โดยใช้จอบที่ตัดให้เหลือเป็นมุมแหลม เดินหาหญ้าต้นโตโต  เจอแล้วสับให้เหง้ารากขาดหลุดลอยขึ้นมา โดนแดดเผาครึ่งค่อนวันก็เฉาจ้อย   ใช้เวลาสยบข้าศึกราว 1 วัน

บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #502 เมื่อ: มกราคม 20, 2012, 03:25:46 AM »

"ข้าวจ๋า...ถั่วลาก่อน"
หลังจากหว่านปุ๋ยอินทรีย์เทพวานรสูตร 1 + กัวโน(ดินก้นถ้ำ/ขี้ค้างคาวหนัก)อย่างละ 6 กระสอบ และ
อัดน้ำเข้าตั้งแต่เช้า 17 ม.ค. 2554 ระดับน้ำสูงที่ 10-15 ซม. ผ่านไป 2 วัน
ต้นถั่วเขียวมีอาการสลบซบเซา จะเฉาตายสลายย่อยเป็นปุ๋ยต่อไป
ฟางเริ่มเน่า น้ำเป็นสีดำ    เชื่อว่าจะสะกัดควบคุมหญ้าต้นเล็กเล็กที่มีอีกมากมายให้ลาหายไปด้วย





เคยแล้วที่หว่านถั่วเขียวปนข้าวในนาหว่านแห้งแล้วไถกลบ  ปล่อยให้ต้นถั่วเติบโตแผ่กิ่งก้านสูงกว่าข้าว เมื่อเอาน้ำเข้า ถั่วจะเฉาตายช้า และล้มพังพาบทับข้าวราบเสียหาย วิธีหว่านข้าวปนถั่วเขียวนี้จึงไม่ควรปล่อยให้อายุถั่วเขียวเกิน 30 วัน (ถ้าเกิน คือต้องการปุ๋ยจากถั่วที่โตมากกว่านี้ อาจแก้ไขโดยใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่ามาเหวี่ยงตัดใบถั่วส่วนหนึ่งลงก่อน แล้วจึงปล่อยน้ำเ้ข้า)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2012, 08:40:24 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
bigpubarlap
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2008


« ตอบ #503 เมื่อ: มกราคม 20, 2012, 06:11:38 AM »

ขอบคุณครับ อ. ที่นำความรู้ดีมาแบ่งปันตลอด
บันทึกการเข้า
boy22
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 544


« ตอบ #504 เมื่อ: มกราคม 20, 2012, 10:47:21 AM »

ติดตามนาห่มฟางอย่างตั้งใจ ปีหน้าจะลองทำบ้างครับ อัพรูปให้ดูเรื่อยๆนะครับ
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #505 เมื่อ: มกราคม 28, 2012, 06:15:54 AM »

ครบ 1 เดือนแล้วหลังเอาน้ำ้เข้าครั้งแรกให้เมล็ดข้าวงอก
พื้นที่บริเวณที่ดินเคยแห้งแตกระแหง ข้าวเติบโตเป็นปกติดี แทบไม่มีหญ้า หลังจากน้ำเข้างวดสองดูเหมือนชลอการแตกกอบ้าง ระดับคงจะสูงเกินไป
มีหญ้าขึ้นมาให้เห็นประปรายพอยอมรับได้  ยังน้อยกว่าที่นาข้างเคียงไม่ห่างกันนัก ขนาดใช้ยาคุม/ฆ่า หญ้าพุ่มพวงเต็มไปหมด



มุมมภาพเดิมเดิม เพื่อการเปรียบเทียบ



แถวชายคันนาข้าวขึ้นได้ห่าง(คงมีหนูมากวนกิน) กลางนาส่วนใหญ่ข้าวขึ้นได้ถี่ ออกจะหนาแน่นเกินไป
ถั่วเขียวเหลือแต่ต้น ใบเหลืองร่วงหล่นหลุดแทบหมด ต้องสังเกตหรือแหวกข้าวดูจึงจะพบ
น้ำ...สีคล้ำเข้มขึ้น  กำลังปรับให้ลดลง...ลดลง



ในเนื้อที่ 8 ไร่ ส่วนของชายคันนาด้านตะวันออกนี้ประมาณครึ่งไร่ ตอนที่หว่านดินเปียกชื้นแฉะ มีหญ้าขึ้นนำหน้าไปก่อน ส่วนมากเป็นหญ้าหนวดปลาดุก(ไข่เขียด),กกทราย(กกแดง/รังกา), ดอกขาว(ไม้กวาด/ลิเก/เขย่งติด),ผักปอดนา(ผักพริก/จำปา/ปุ่มปลา) ดังที่กล่าวแล้ว  ท่านผู้สนใจติดตามชม พบแบบนี้ จะจัดการอย่างไรดีครับ

บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #506 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2012, 06:39:14 AM »

ก่อนหน้านี้ทำนาโยนโดนใจหญ้าไม่เยอะ มาตอนนี้ทำใจช่างเถอะหญ้าเยอะแสดงว่าดินดี  และทำให้มีความรู้เรื่องหญ้าอีกหลายชนิด
เข้าใจว่าโดยธรรมชาติ ดินที่ว่างเปล่ามิอาจทนร้อนแล้ง ถ้าไม่มีการจัดการใดใด พืชก็จะขึ้นมาคลุมห่มให้ร่มเย็น  หญ้า...จะมาก่อน เพราะมีเมล็ดเล็กๆปลิวกระจายไปกับลมได้ง่าย เจอกันดินที่มีความชื้น อุณหภูมิ แสงแดดที่เหมาะก็งอกขึ้นมา  เคยเห็นเขาขุดลอกดินจากก้นบึงโบราณใกล้บ้านอายุนานผ่านมาเป็นร้อยปีซึ่งข้างบนหนาแน่นไปด้วยต้นลำเจียก แต่พอดินที่ถูกตักข้นมาตากไว้ข้างบนไม่กี่วันมันก็มีหญ้าหรือวัชพืชแบบในนาขึ้นมาแล้ว
 หญ้าในนาส่วนหนึ่งน่าจะสะสมเมล็ดไว้หลายรอบ(การไถพรวนบางทีก็ทำให้มีหญ้าเกิดมากขึ้น) รอโอกาสดังกล่าวขึ้นเข้าชิงพื้นที่ของข้าวที่เราปลูก  ข้าวหนาหญ้าต้นลีบ...บาง  ข้าวห่างหญ้าวางกล้าม...เยอะกอใหญ่ อยู่แบบไม่เกรงใจ เย้ยให้จัดการ

หญ้าไม้กวาด ขณะขึ้นเป็นต้นเล็ก คล้ายต้นข้าวมากแยกยาก แต่ลักษณะแบบนลีบกว่า สีเขียวจางกว่า  ถ้าโตได้ดีในที่ข้าวห่างจะแตกกอ ต้นเลื้อย งอกรากตามข้อ(แถวบ้านผมเรียกว่าหญ้าเขย่งติด)  ชูดอกช่อไสวเล่นลม สะบัดให้เมล็ดเล็กเล็กแผ่กระจายได้ไกล

กกทราย  ไข่เขียด  พอออกดอกแล้ว ต้นจะโทรมไปเอง ซึ่งถ้าต้นข้าวสูงกว่าก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าไม่..และหญ้าหนามากจะฟุบทับข้าวไปด้วย

ในภาพนี้หญ้าข้าวปล้อง(หญ้านก) ทำเป็นเหมือนต้นข้าวหอมนิลที่กำลังแตกกอ  แยกดูรู้ได้ไหมครับ



 ชายคันนาด้านตะวันออกนี้ที่ว่าดินไม่แห้งตอนหว่านข้าว ถ้าได้ฟางมาโปรยคลุมให้หนาอีกหน่อย ปัญหาหญ้าคงน้อยลง
ตอข้าวหอมมะลิเดิมมีที่แตกหน่อมาได้บ้างกำลังออกรวง ไม่ค่อยโตใหญ่และไม่มากนัก



เช้า1ก.พ.2555 ฉีดพ่นปุ๋ยน้ำหมักขี้ค้างคาว ราว 240 ลิตร  พบว่ามี่ตัวเต็มวัยของหนอนกอมาเคลียคลอต้นข้าวมากมาย จึงมาหมักผงสะเดาบดกับน้ำ  วันรุ่งขึ้นช่วงเย็น กรองน้ำหมักสะเดาผสมน้ำส้มควันไม้ฉีดพ่นในแปลงนาอีกรอบเพื่อขับไล่

หลังปล่อยน้ำออกอีกในรอบนี้ และได้ฝนตกมาเมื่อคืนวันที่ 3 ก.พ. ข้าวส่วนใหญ่ในแปลงนาเติบโตตามปกติได้ดี มีหญ้าน้อยพลอยให้คิดจะดายออกได้ไม่ท้อเสียก่อน ส่วนผีเสื้อหนอนกอแทบไม่พบแล้ว 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 08, 2012, 08:51:37 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8981


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #507 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2012, 07:42:18 AM »

ขอบคุณครับ เกี่ยวกับข้อสังเกตุเรื่องหญ้า น้อยคนที่จะพูดถึงเข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้จาก จากกระทู้ของพี่ทิดแคนตลอด
ได้ครูดีทำให้เดินตามได้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
ThanYapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #508 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2012, 09:35:06 AM »

ได้ความรู้มากๆ ค่ะ สนใจอยากทำนา ด้วยตัวเอง  คุณทิดแคน รับสอนด้วยไหมคะ อยากเรียนรู้ภาคปฏิบัติ  ที่นาที่มีอยู่เป็นที่ดอน ดินเหนียว ถ้าจะบำรุงดินให้เป็นเกษตรอินทรีย์ ต้องเริ่มอะไรก่อนดีคะ   
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #509 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2012, 06:50:47 AM »

ได้ความรู้มากๆ ค่ะ สนใจอยากทำนา ด้วยตัวเอง  คุณทิดแคน รับสอนด้วยไหมคะ อยากเรียนรู้ภาคปฏิบัติ  ที่นาที่มีอยู่เป็นที่ดอน ดินเหนียว ถ้าจะบำรุงดินให้เป็นเกษตรอินทรีย์ ต้องเริ่มอะไรก่อนดีคะ   


สวัสดีครับคุณThanYapha
ยินดีมากที่สนใจการทำนา(และเป็นแบบเกษตรอินทรีย์)
และยินดีที่จะให้คำแนะนำปรึกษาหารือ
คุณThanYapha ได้เข้าดูกระทู้การปลูกถั่วเขียวบำรุงดินในที่นาดอนนี้หรือยัง ฮืม

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=12960.0


มีน้อยคนนักที่เขาจะสนใจทำนา ค่านิยมส่วนใหญ่แค่ได้ยินก็หมิ่นเมินว่าเป็นรากหญ้า
เป็นอาชีพที่ลำบากหนักหนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู่ดิน ดูสิ้นไร้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี
...แต่ถ้ามองอย่างเป็นธรรม
พลังรากหญ้านี้เป็นพลังเย็น
ที่มิได้เก่งเด่นการกอบโกยสูบเสพแก่งแย่งทำลาย
ทว่า...สร้างผลผลิตที่ถูกควรมีคุณค่าสาระ เลี้ยงดูอุ้มชูโลก

สักวันหนึ่ง...
...ข้าวอินทรีย์ชูรวงสะพรั่ง 
...ชาวนาที่จริงจัง จักหลากหลาย
...พบพอเพียง พออยู่ พอสบาย
...ทั้งหญิงชาย เงยหน้าชื่น ยืนสง่าบนแผ่นดิน...





บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
pkai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


« ตอบ #510 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2012, 11:21:56 PM »

เผ้าติดตามทิดแคนมาด้วยความตั้งใจ รู้สึกว่าท่านเป็นบุคคลที่น่านับถือและควรได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรตัวอย่างครับที่ได้ค้นคว้าและพัฒนาในการปลูกข้าวมาโดยตลอด ทั้งยังเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์โดยไม่ปิดบัง ให้แก่ผู้ที่สนใจ  สักวันหนึ่งชาวนาไทยจะไม่เป็นเกษตรกรผู้ยากจนอีกต่อไปถ้ามีคนที่เหมือนทิดแคนมากขึ้นเรื่อยๆ และผมก็สนใจจะไปเป็นคนปลูกข้าวกับเขาบ้างที่เชียงรายถิ่นเก่าสมัยเด็กๆหลังจากทำมาค้าขายอยู่กรุงเทพมากว่า สามสืบปี คิดว่าได้เวลาแล้วกระมังที่จะกลับคืนถิ่นเดิมไปเป็นเกษตรกรเต็มตัว


Liked By: titcan, nipun
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1439


« ตอบ #511 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 11:52:08 AM »

จะเป็นเพราะว่าชื่อกระทู้นี้มีวลี ฝ่าเพลี้ยถล่ม พวกมัันจึงชอบมาเยี่ยมชมข้าวในแปลงที่ปลูกแทบทุกฤดู
มันมากันอีกแล้ว ที่นาแถวข้างเคียงก็โดน โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวหอมที่มักไม่ต้านทานเพลี้ย ก็เสียหายไปตามๆกัน
ต้นข้าวที่เคยเขียวขจี ช่วงนี้เหลืองระบายไปแล้ว ไม่ค่อยจะโต
ป้องกันบรรเทาด้วยการฉีดพ่นสมุนไพรน้ำหมักผงเมล็ดสะเดา+น้ำส้มควันไม้ สลับกับชีวภัณฑ์จุลิทรีย์บิวเวอเรีย+เมธาไรเซียม โดยจะเว้น ระยะ 3-5 วัน

  ส่วนบริเวณที่หญ้าขึ้มมารกมาก กำลังออกช่อดอกสูงกว่าต้นข้าว จึงเอาเครื่องตัดหญ้าติดใบตัดยาว มาเหวี่ยงตัดเพื่อให้ลดปริมาณเมล็ดแก่ที่จะแพร่พันธุ์ลงบ้าง
  หน่อข้าวเดิมที่กำลังออกรวงก็ถูกตัดทิ้งไปด้วย  ช่วยให้ข้าวไม่ปะปนพันธุ์  ถ้ามีเวลาและแรงงานก็มาเก็บเกี่ยวรวงข้าวแก่ไปไว้สีกินก่อนได้



บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
หน้า: 1 ... 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 [32] 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 ... 50   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: