หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11 12   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เริ่มต้นจากศูนย์ ของคนอยากเลี้ยงไก่  (อ่าน 76452 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นายกระจง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #144 เมื่อ: มีนาคม 29, 2016, 03:07:52 PM »

สวัสดีครับพี่

ติดตามกระทู้พี่มานานแล้วครับ ตอนนี้ก็หัดเลี้ยงไก่ครับ แต่เป็นไก่บ้านครับ อยากจะเลี้ยงพันธุ์อื่นๆบ้าง แต่กลัวจะไปเพิ่มภาระให้กับคนทางบ้านเวลาผมไม่อยู่บ้านครับ

อยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องฟักไข่ครับ เพราะตอนนี้เจอปัญหาไก่จิกกินไข่หมดครับ อยากได้แบบที่ใช้ง่ายๆนะครับ ให้ผู้สูงอายุไว้ใช้ครับ ตอนนี้ยังเลี้ยงแบบขังไว้ก่อน อีกสักพักตั้งใจว่าจะล้อมรั้วกันหมาแล้วจึงจะปล่อยให้หากินนอกคอกครับ

อีกเรื่องที่อยากจะถามคือทำไมไก่ไม่ค่อยไข่เลยครับ  รูปไก่ที่เลี้ยงไว้ครับ กินข้าวเปลือกเป็นหลัก ซื้อข้าวโพดมาให้กิน ไม่กินเลยครับ










ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

บันทึกการเข้า

Rock Lak Lak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 309



« ตอบ #145 เมื่อ: มีนาคม 29, 2016, 06:19:45 PM »

ให้กินแต่ข้าวเปลือกคงไม่ไข่ หรือน้อยก็เหมือนคนนี้แหละ ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หาผักหญ้าให้ไก่กินบ้าง โปรตีนในข้าวเปลือกมันน้อย ควรหาโปรเสริมให้ไก่กินบ้างนะครับ
บันทึกการเข้า

มนุษย์ไฟฟ้า หัวใจเกษตรพอเพียง
Face:Rock Lak Lak
นายกระจง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #146 เมื่อ: มีนาคม 29, 2016, 06:52:50 PM »

ให้กินแต่ข้าวเปลือกคงไม่ไข่ หรือน้อยก็เหมือนคนนี้แหละ ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หาผักหญ้าให้ไก่กินบ้าง โปรตีนในข้าวเปลือกมันน้อย ควรหาโปรเสริมให้ไก่กินบ้างนะครับ



ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ   งั้นขอถามต่อนะครับประสาคนไม่รู้ครับ ตู้ฟักกับตู้เกิดนี่ต่างกันอย่างไรครับ และเราต้องมีทั้งสองตู้เลยไหมครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Rock Lak Lak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 309



« ตอบ #147 เมื่อ: มีนาคม 30, 2016, 08:36:18 AM »

ถ้าเราเลี้ยงน้อยฟักน้อย มีตู้เดียวพอครับ ถ้ามีไข่มาก ฟักมาก แล้วมีไข่เข้าฟักเรื่อย ควรมี 2 ตู้ ครับ คือเมื่อไข่ยังฟักอยู่ แล้วมีลูกไก่เกิดในตู้ ตู้จะสกปรกมาก มันจะทำความสะอาดยากครับ 
บันทึกการเข้า

มนุษย์ไฟฟ้า หัวใจเกษตรพอเพียง
Face:Rock Lak Lak
นายกระจง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #148 เมื่อ: มีนาคม 30, 2016, 08:55:47 AM »

ถ้าเราเลี้ยงน้อยฟักน้อย มีตู้เดียวพอครับ ถ้ามีไข่มาก ฟักมาก แล้วมีไข่เข้าฟักเรื่อย ควรมี 2 ตู้ ครับ คือเมื่อไข่ยังฟักอยู่ แล้วมีลูกไก่เกิดในตู้ ตู้จะสกปรกมาก มันจะทำความสะอาดยากครับ 



ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Rock Lak Lak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 309



« ตอบ #149 เมื่อ: เมษายน 09, 2016, 12:41:12 PM »

ตอนนี้พอมีเวลาว่างจึงได้ทำการย้ายไก่มาประจำการข้างๆบ้าน พร้อมทั้งทำรางอาหารไปด้วยเลยทีเดียวครับ

เริ่มด้วยชุดบาร์พลีมัลร็อก


และนี้คือเหตุผลที่ผมเลือกใช้ตะข่ายเหล็กไว้ด้านล่าง คือแข็งแรง และที่สำคัญวางรางอาหารให้ไก่ได้ดีครับ


ตามด้วยโร็ดไอแลนด์เรด


ไวร์เล็คฮอร์


ไก่ดำมองโกเลียขนดำ


ส่วนชุดนี้ตั้งใจทำไฮบริด มีฮาโก้ และไฮเซ็ค


ภาพรวมตอนนี้นี้ครับ




ยังเหลือระบบน้ำยังคิดไม่ออกว่าจะเอายังไง ตอนนี้ให้กินในลูกแก้วไปก่อน แต่เสียเวลามากๆในการเติมน้ำแต่ละลูก ตอนเช้าๆไปทำงานเกือบไม่ทันทุกทีเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2016, 12:45:42 PM โดย Rock Lak Lak » บันทึกการเข้า

มนุษย์ไฟฟ้า หัวใจเกษตรพอเพียง
Face:Rock Lak Lak
woody26
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #150 เมื่อ: เมษายน 12, 2016, 09:12:29 PM »

ช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ เห็นว่าเงียบๆเลยเอาวิธีการทำเอนไซม์ผลไม้มาฝากครับ
การทำผลไม้หมักจะทำให้ผลไม้ มีโอกาสแตกตัว ออกมาเป็นแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในรูปของประจุไฟฟ้า และเปิดโอกาสให้จุลินทรีย์ สลายตัวให้สารโปรตีนในรูปของกรดอะมิโน และไวตามิน
ประโยช์นเท่าที่นึกออกนะครับ
1.ทำให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายดีขึ้น (ทำให้คอกไก่ไม่เหม็น ลดแมลงวัน)
2. ทำให้ไก่ได้สารอาหารอย่างสมดุล
3. สลายสารพิษและสร้างภูมิคุ้มกัน ( ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ )
5. อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินและเกลือแร่ คือ วิตามินบีรวม, บี 1, บี 2, บี12วิตามินที่ได้ในการนำผลไม้แต่ละชนิดมาหมักผลไม้แต่ละชนิดการนำมาหมักเป็นเอนไซม์จะได้วิตามินไม่เหมือนกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ลำดับ
ชนิดพืชที่นำมาหมัก
วิตามินที่ได้
1 ผลไม้รสหวาน
วิตามิน เอ, ดี, อี, เค
2 ผลไม้รสเปรี้ยว
วิตามิน ซีและเค
3 จากข้าว
วิตามิน บี ซี อี

มาดูวิธีการทำครับ
นำผลไม้ที่จะหมักมาล้างให้สะอาด และตัดส่วนที่เสียหรือเป็นเชื้อราทิ้งไป

พอดีเห็นเชอร์ลี่ป่าเลยเก็บมาหมักครับ


จัดเตรียมอุปกรณ์ครับ
1.มีผลไม้
2.น้ำตาลทรายแดงเม็ดหรือ แบบผงก็ได้ครับ
3.โหลหมักเป็นแบบทึบแสงนะครับ
4.กระดาษขาว ต้องไม่มีรอยปากกา หรือดินสอใดๆนะครับ (จุลินทรีย์จะตายครับ)
5.เชือกหมัดปากโหล หรือยางหมัดถุงก็ได้ครับ



เริ่มจากนำผลไม้มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆต้องเป็นผลไม้ที่สุกนะครับ แต่ถ้าเป็นลูกเล็กๆแบบของผมก็บีบให้แตกสักนิดครับ




จากนั้นโรยน้ำตาลทรายปิดด้านบนบางๆแต่ปิดทับหน้าผลไม้ให้หมดนะครับ
อ๋อ อัตราส่วน 1:1 ครับ คือถ้าผลไม้ 1 กก น้ำตาล ก็หนึ่งกิโลครับ สูตร์นี้ผลจะไม่ใช้น้ำครับเผื่อความเข้มข้นครับ
โดยน้ำตาลจะต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วนครับ ส่วนแรกคือปิดทับผลไม้ในแต่ละชั้น ส่วนที่ 2 จะเทปิดด้านบนสุดครับ



ทำแบบนี้ให้ได้หลายๆชั้นครับอย่างน้อยให้ได้สัก 3 ชั้นครับ

เมื่อทำครบทุกชั้นจนเสร็จก็ปิดด้วยกระดาษครับ ผมใช้กระดาษทิชชู่ครับ ดีที่สุดที่ใช้มาครับ กระดาษ A4 ก็เคยใช้ครับ แต่ไม่ดีเสียบ่อยครับ แนะนำกระดาษสีขาวบางๆ

ก่อนปิดใช้กระดาษทิชชู่เช็ดทำความสะอาดภายในให้สะอาดด้วยนะครับ



ปิดเก็บไว้ 7 วัน ก็ใช้ได้แล้วครับ ปริมาณในการใช้คือ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร ครับ

มาดูโหลที่ผมใช้อยู่นะครับเปิดกระดาษออกจะเป็นแบบนี้ครับ



ก่อนใช้ให้ใช้ช้อนกดผลไม้ให้จม หรือผลิกผลไม้ด้านล่างขึ้นด้านบนก็ได้ครับ และเมื่อตักน้ำผลไม้หมักแล้วก่อนปิดกระดาษควรทำความสะอาดภายในโหลก่อนครับ อาจจะใช้ทิชชู่เช็ดบ้าง แต่ที่สำคัญอย่าให้ผลไม้ติดบริเวณด้านข้างโหลจะทำให้น้ำหมักเสียได้

น้ำหมักจะมีหน้าตาแบบนี้ครับ ผมเรียกมันว่าน้ำผึ้งครับ



ผมใช้มา 7 ปีแล้วครับ มีกลิ่นหอมหวานครับ
โดยครั้งแรกที่ใช้ ผมใช้กับหมูป่าครับ ไม่มีกลิ่นเหม็นในคอกเลยครับ ลองดูครับ


ถ้าหากเรานำผลไม้รสหวาน มาวางไว้ชั้นที่1 น้ำตาลทรายแดงชั้นที่2 ผลไม้รสเปรี้ยวชั้นที่3 น้ำตาลทรายแดงชั้นที่4 เรียงซ้อนกันแบบนี้จะได้รึเปล่าครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
Rock Lak Lak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 309



« ตอบ #151 เมื่อ: เมษายน 15, 2016, 06:58:15 PM »

ได้ครับ แต่น้ำตาลที่ใช้ปิดหน้าผลไม้ในแต่ละชั้นจะต้องปิดผลไม้ให้มิดด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

มนุษย์ไฟฟ้า หัวใจเกษตรพอเพียง
Face:Rock Lak Lak
Rock Lak Lak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 309



« ตอบ #152 เมื่อ: เมษายน 22, 2016, 07:50:16 AM »

ได้ครับ แต่น้ำตาลที่ใช้ปิดหน้าผลไม้ในแต่ละชั้นจะต้องปิดผลไม้ให้มิดด้วยนะครับ
ขอโทษครับผมลืมบอกไปอีกอย่างหนึ่ง คือชั้นบนสุดจะต้องเป็นผลไม้ที่มีรสหวานเท่านั้นนะครับ
บันทึกการเข้า

มนุษย์ไฟฟ้า หัวใจเกษตรพอเพียง
Face:Rock Lak Lak
winit35
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 93


« ตอบ #153 เมื่อ: เมษายน 26, 2016, 01:29:35 PM »

 อายจัง ติดตามด้วยคนครับ
บันทึกการเข้า
crowros
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #154 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2016, 09:43:30 PM »

รอชมผลงานท่านคับน่าสนใจมาก ยิงฟันยิ้ม


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
Rock Lak Lak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 309



« ตอบ #155 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2016, 09:46:09 AM »

ขอบคุณครับที่ติดตาม ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาครับ เด๋วว่างๆจะมาอัฟสักเรื่องครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า

มนุษย์ไฟฟ้า หัวใจเกษตรพอเพียง
Face:Rock Lak Lak
tangtorn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #156 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2016, 02:02:21 PM »

ติดตามคับ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
ํYamiKumo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 143


« ตอบ #157 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2016, 04:19:02 PM »

เข้ามาติดตามด้วยคนครับ
อ่านตั้งแต่ต้นเลย
กำลังขายบ้านอยู่ครับ เตรียมไปซื้อบ้านสวนอยู่
เลยอยากหาความรู้ไว้เผื่อเลี้ยงบ้าง

รอติดตามเรื่อยๆ ครับ
^^

ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ
1.ไปดูบางเว็บเขาให้คอบตัดปลายปากไก่ด้วย พี่ทำด้วยไหมครับ หรือปล่อยไว้เลย
2.อาหารคนที่กินเหลือ (พวกข้าวสวยที่เหลือในหม้อ เศษผัก) เอามาใช้ทำอาหารไก่ได้ไหมครับ (อาหารจานหลักเลยน่ะครับ)
3.ตอนอากาศเย็นจัดๆ พี่ดูแลไก่ยังไงหรอครับ ?


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
Rock Lak Lak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 309



« ตอบ #158 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2016, 06:35:56 PM »

เข้ามาติดตามด้วยคนครับ
อ่านตั้งแต่ต้นเลย
กำลังขายบ้านอยู่ครับ เตรียมไปซื้อบ้านสวนอยู่
เลยอยากหาความรู้ไว้เผื่อเลี้ยงบ้าง

รอติดตามเรื่อยๆ ครับ
^^

ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ
1.ไปดูบางเว็บเขาให้คอบตัดปลายปากไก่ด้วย พี่ทำด้วยไหมครับ หรือปล่อยไว้เลย
2.อาหารคนที่กินเหลือ (พวกข้าวสวยที่เหลือในหม้อ เศษผัก) เอามาใช้ทำอาหารไก่ได้ไหมครับ (อาหารจานหลักเลยน่ะครับ)
3.ตอนอากาศเย็นจัดๆ พี่ดูแลไก่ยังไงหรอครับ ?
ตอบคำถามครับ
1.ไม่ได้ตัดปากครับ เลี้ยงไก่แบบนี้ไก่ไม่เครียดครับ ดังนั้นมันจะไม่จิกกันเอง นอกเสียเอาไก่ต่างฝูงมาเลี้ยงรวมจะมีการจิกกัน ผมแก้โดยการใส่กรงเล็กไว้ในเล้าไก่ก่อนครับ เพื่อความเคยชินสักอาทิต แล้วจึงปล่อยรวมครับอาจมีจิกบ้างแต่พอเข้าฝูงเลยก็ไม่จิกแล้วครับ
2.เอาให้กินได้ครับ ระยะลูกไก่จึงถึง 1 เดือน ไม่แนะนำให้กินครับ ส่วน 1 เดือนจนถึงระยะ 3.5 เดือนเอาให้กินได้ประมาณ 50 % ผสมหัวอาหารครับ
ระยะ 3.5 เดือน ให้กินเป็นอาหารเสริมครับ (ไม่แนะนำให้กินเป็นอาหารหลัก เพราะไก่จะขาดโปรตีน)และควรล้างเศษอาหารก่อนเอาให้ไก่กินด้วยนะครับ

ปล.เรื่องสูตรอาหารไก่ไม่ตายตัวครับ แต่ละคนก็ให้ต่างกันไป ขนาดผมเองยังเปลี่ยนสูตรบ่อยๆเลยครับ เอาตามวัสดุที่หาได้ครับ แต่อย่าเปลี่ยนทีเดียว
ต้องค่อยเพิ่มสูตรใหม่ลดสูตรเก่าทีละนิด ไก่จะได้ไข่เหมือนเดิมครับ อย่างเช่นตอนนี้ผมหา กากเบียร์หญ้าและต้นกล้วยไม่ได้ ผมก็เปลี่ยนมาเป็น อาหารไก่+อาหารหมูใหญ่+ขี้วัวแทน มีเสริมด้วย ผักบุ้ง กระทิน หญ้า ไก่ก็ยังไข่ดีใบใหญ่เหมือนเดิมครับ

3. ทางใต้อากาศไม่ค่อนเย็นครับ แต่ถ้าหน้าฝนอากาศเย็นผมจะใช้กระสอบปิดให้ลมผ่านน้อยๆครับ ส่วนลูกไก่ใช้ไฟช่วยครับเฉพาะกลางคืน (พยายามอย่าให้ไก่โดนละอองฝนนะครับไก่จะเป็นหวัดได้ง่าย)

แถบให้อีกข้อครับกลางคืนถ้ายุงเยอะ ผมใช้หลอดไฟไล่ยุง และมีก่อไฟช่วยช่วงหัวค่ำครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า

มนุษย์ไฟฟ้า หัวใจเกษตรพอเพียง
Face:Rock Lak Lak
ํYamiKumo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 143


« ตอบ #159 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 02:21:26 PM »

เข้ามาติดตามด้วยคนครับ
อ่านตั้งแต่ต้นเลย
กำลังขายบ้านอยู่ครับ เตรียมไปซื้อบ้านสวนอยู่
เลยอยากหาความรู้ไว้เผื่อเลี้ยงบ้าง

รอติดตามเรื่อยๆ ครับ
^^

ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ
1.ไปดูบางเว็บเขาให้คอบตัดปลายปากไก่ด้วย พี่ทำด้วยไหมครับ หรือปล่อยไว้เลย
2.อาหารคนที่กินเหลือ (พวกข้าวสวยที่เหลือในหม้อ เศษผัก) เอามาใช้ทำอาหารไก่ได้ไหมครับ (อาหารจานหลักเลยน่ะครับ)
3.ตอนอากาศเย็นจัดๆ พี่ดูแลไก่ยังไงหรอครับ ?
ตอบคำถามครับ
1.ไม่ได้ตัดปากครับ เลี้ยงไก่แบบนี้ไก่ไม่เครียดครับ ดังนั้นมันจะไม่จิกกันเอง นอกเสียเอาไก่ต่างฝูงมาเลี้ยงรวมจะมีการจิกกัน ผมแก้โดยการใส่กรงเล็กไว้ในเล้าไก่ก่อนครับ เพื่อความเคยชินสักอาทิต แล้วจึงปล่อยรวมครับอาจมีจิกบ้างแต่พอเข้าฝูงเลยก็ไม่จิกแล้วครับ
2.เอาให้กินได้ครับ ระยะลูกไก่จึงถึง 1 เดือน ไม่แนะนำให้กินครับ ส่วน 1 เดือนจนถึงระยะ 3.5 เดือนเอาให้กินได้ประมาณ 50 % ผสมหัวอาหารครับ
ระยะ 3.5 เดือน ให้กินเป็นอาหารเสริมครับ (ไม่แนะนำให้กินเป็นอาหารหลัก เพราะไก่จะขาดโปรตีน)และควรล้างเศษอาหารก่อนเอาให้ไก่กินด้วยนะครับ

ปล.เรื่องสูตรอาหารไก่ไม่ตายตัวครับ แต่ละคนก็ให้ต่างกันไป ขนาดผมเองยังเปลี่ยนสูตรบ่อยๆเลยครับ เอาตามวัสดุที่หาได้ครับ แต่อย่าเปลี่ยนทีเดียว
ต้องค่อยเพิ่มสูตรใหม่ลดสูตรเก่าทีละนิด ไก่จะได้ไข่เหมือนเดิมครับ อย่างเช่นตอนนี้ผมหา กากเบียร์หญ้าและต้นกล้วยไม่ได้ ผมก็เปลี่ยนมาเป็น อาหารไก่+อาหารหมูใหญ่+ขี้วัวแทน มีเสริมด้วย ผักบุ้ง กระทิน หญ้า ไก่ก็ยังไข่ดีใบใหญ่เหมือนเดิมครับ

3. ทางใต้อากาศไม่ค่อนเย็นครับ แต่ถ้าหน้าฝนอากาศเย็นผมจะใช้กระสอบปิดให้ลมผ่านน้อยๆครับ ส่วนลูกไก่ใช้ไฟช่วยครับเฉพาะกลางคืน (พยายามอย่าให้ไก่โดนละอองฝนนะครับไก่จะเป็นหวัดได้ง่าย)

แถบให้อีกข้อครับกลางคืนถ้ายุงเยอะ ผมใช้หลอดไฟไล่ยุง และมีก่อไฟช่วยช่วงหัวค่ำครับ

ขอบคุณมากครับ
ได้ข้อมูลเยอะเลย
แล้วจะติดตามผลงานต่อเรื่อยๆ นะครับ

^.^


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11 12   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: