หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาหารสำหรับโคนม + สูตร + วิธีทำ ต่าง ๆ  (อ่าน 25269 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« เมื่อ: ตุลาคม 30, 2014, 05:51:32 PM »



อาหารสำหรับโคนม

          อาหารสำหรับโคนม ส่วนใหญ่แล้วคล้ายกับอาหารโคเนื้อ ต่างกันที่ปริมาณโภชนะบางอย่างนอกจากนี้แล้วผู้เลี้ยงโคนมต้องให้ความสนใจในเรื่องอาหารสำหรับโคนมมากเป็นพิเศษ เนื่องจากโคนมต้องการอาหารที่มีโภชนะต่าง ๆ ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารแก่ลูกโค, โคสาว, โคให้นม, และ โคนมแห้งเนื่องจากโคนมแต่ละระยะการเจริญเติบโต ต้องการโภชนะไม่เท่ากันหากอาหารข้นสำหรับโคนมที่ให้มีโภชนะไม่ครบและไม่พอเพียงจะเกิดผลเสียหายเป็นอย่างมาก


อาหารสำหรับโคนมมี
1. อาหารหยาบ
2. อาหารข้น
3. แร่ธาตุ
4. วิตามิน
5. นํ้า

บทความต่อไปเกี่ยวกับอาหารโคนม เดี๋ยวผมจะมาอัพเดทวันหลังนะครับ
-/-/-/-/-/-
Credit : dairyfeed.blogspot.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 31, 2014, 07:50:29 PM โดย boyburapha » บันทึกการเข้า

boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2014, 06:00:49 PM »


อาหารหยาบ สำหรับโคนม

          อาหารหยาบ หมายถึง อาหารที่มีเยื่อใยสูง เช่น หญ้าสด หญ้าหมัก หญ้าแห้ง ฟาง ฟางปรุงแต่ง พืชถั่วอาหารสัตว์ และเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรเช่น ยอดอ้อย ต้นกล้วย ใบมันสำปะหลังตากแห้ง หรือแม้แต่วัชพืช เช่น ผักตบชวา ก็จัดเป็นอาหารหยาบสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องเช่นกัน


          โดยปกติโคสามารถสร้างนํ้านมโดยกินอาหารหยาบแต่เพียงอย่างเดียวก็พอเพียงแล้ว แต่นํ้านมที่ให้นั้นจะมีจำ นวนน้อย จึงมีหลักว่า ถ้าโคตัวใดให้นํ้านมน้อยกว่าวันละ 5 ลิตร ควรให้โคตัวนั้นกินแต่อาหารหยาบที่มีคุณภาพดีเท่านั้นก็พอเพียงไม่จำ เป็นต้องเพิ่มอาหารข้นให้กิน แต่เกณฑ์นี้ไม่ใช่มาตรฐานเกษตรกรบางรายอาจจะไม่เพิ่มอาหารข้นให้แก่โคเลยถึงแม้โคตัวนั้นจะให้นมถึงวันละ 7-8 ลิตรทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของโค ละการตัดสินใจของผู้เลี้ยง โดยยึดหลักว่าหากได้เพิ่มอาหารข้นให้แก่นมลดลงแสดงว่าปริมาณอาหารข้นจำ นวนสุดท้ายนี้เหมาะสมกับความสามารถของโคให้นมตัวนั้น

          อาหารหยาบที่มีคุณภาพดี ควรจะเป็นอาหารหยาบที่ได้จากหญ้า และถั่วอาหารสัตว์ผสมกันในอัตราส่วนอย่างละครึ่ง ถ้าอาหารหยาบประกอบด้วยถั่วอาหารสัตว์เกิดกว่าครึ่ง โคอาจจะเกิดอาการท้องอืดได้

          โคสามารถแทะเล็มหญ้าและพืชถั่วอาหารสัตว์ที่มีความสูงระดับ 6-8 นิ้ว แต่เกษตรกรบางรายไม่นิยมปล่อยให้โคลงแทะเล็ม มักจะใช้วิธีตัดสดแล้วนำ มาให้กินที่คอก ดังนั้นจึงควรปลูกพืชอาหารสัตว์ที่ให้ผลผลิตสูงและมีการดูแลจัดการที่ดี

          เกษตรกรไทยไม่นิยมทำ อาหารหยาบให้อยู่ในรูปแห้ง เนื่องจากมีฟางอยู่เป็นจำ นวนมากพอเพียงให้โคกินในหน้าแล้ง ทั้งยังไม่นิยมตัดสดแล้วนำ มาหมักเก็บไว้ให้โคกินในยามขาดแคลน เนื่องจากขบวนการมักมีวิธีการที่ยุ่งยากและต้องใช้เงินลงทุนมาก

          สำหรับวิธีการทำ ทุ่งหญ้าอาหารสัตว์ และวิธีการปลูกพืชถั่วอาหารสัตว์นั้น สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ได้ผลิตเอกสารเผยแพร่แจกฟรีให้แก่ผู้สนใจแล้ว โปรดขอรายละเอียดได้ที่ สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน รหัสไปรษณีย์ 10903

          ในจำนวนอาหารหยาบที่เมืองไทยมีมากที่สุด หาได้ง่ายและราคาถูกที่สุดคือ หญ้าสด นอกจากนี้แล้วเมืองไทยยังมีอาหารหยาบสำรอง ซึ่งมีราคาถูกคือฟางข้าว แต่ฟางข้าวมีคุณภาพตํ่า และมีปริมาณโปรตีนเพียงแค่ประมาณ 1.2% เท่านั้น นอกจากนี้ฟางข้าวยังมีลักษณะโปร่ง และไม่ค่อยน่ากินทั้งเส้นใยฟางยังหยาบ จึงย่อยยาก ดังนั้นเกษตรกรจึงควรทำ ฟางปรุงแต่งเพื่อ แก้ไขข้อเสียของฟางข้าว

ฟางปรุงแต่ง ที่นิยมทำ คือ
1. ฟางหมัก
2. ฟางราดด้วยยูเรียและกากนํ้าตาล

ข้อดีของฟางปรุงแต่ง
1. มีคุณภาพดีกว่าฟางธรรมดา (ฟางหมักจะมีโปรตีนสูงขึ้น)
2. มีความน่ากิน เส้นใยฟางนุ่มขึ้น ทำ ให้ย่อยได้ง่ายขึ้น
3. ต้นทุนการทำ ฟางปรุงแต่งถูกกว่าการเตรียมอาหารหยาบชนิดอื่นๆ
4. เป็นการให้วัสดุเหลือใช้จากการเกษตรให้เกิดประโยชน์

          ส่วนขั้นตอนการทำฟางปรุงแต่งต่าง ๆ จะมาบอกวิธีการทำในบทความต่อ ๆ ไป
- การทำฟางหมัก
- การทำฟางราดยูเรีย และกากน้ำตาล


-/-/-/-/-/-
ที่มา : DairyFeed.blogspot.com


Liked By: NKC, saterio, Buasamran
บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2014, 07:49:09 PM »


ขั้นตอนในการทำฟางหมัก

          ฟางข้าวเป็นผลพลอยได้ทางการเกษตรที่นิยมนำมาเป็นอาหารในการเลี้ยงโค, กระบือ เนื่องจากหาง่าย ราคาถูก และสามาระเก็บไว้ใช้ได้นาน ฟางข้าวมีเยื่อใยสูงเหมาะกับสัตว์เขี้ยวเอื้อง แต่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ มีโปรตีนเพียงแค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์ ดังนั้นเราจึงนำมาแปรรูปให้มีโภชนาการที่สูงขึ้น ในที่นี้ Dairyfeed จะมาพูดถึงเรื่องของการทำฟางหมัก ขั้นตอนการทำมีดังต่อไปนี้ครับ.....


          การทำฟางหมัก นั้นจะหมักในหลุมโดยขุดหลุมให้กว้าง 6 เมตร ยาว 8 เมตร ความลึกขนาดอิฐบล๊อค 2 ก้อน ปรับพื้นให้เรียบแล้วราดปูนที่พื้นและรอบข้างหลุมทั้ง 4 ด้าน หลุมขนาดนี้จะหมักฟางได้ 500-1,000 กิโลกรัม

          หรือเกษตรกรอาจจะได้ให้วิธีหมักฟางบนพื้นราบโดยใช้พลาสติคใสชนิดบางหนา 0.04 มิลลิเมตร รองที่พื้นก่อน และในระหว่างการหมักฟางให้คลุมด้วยพลาสติกหรือผ้าร่ม เพื่อป้องกันก๊าซ แอมโนเนียระเหยหนีออกจากกองฟางหมัก

วัตถุดิบ และวัสดุ ได้แก่
- ฟางข้าว 100 กิโลกรัม (ประมาณ 30 มัด)
- 100 กิโลกรัม (5ปิ๊บ)
- ปุ๋ยยูเรีย 6 กิโลกรัม (ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0)
- น้ำเปล่า
- แผ่นพลาสติก หนา 0.04 มม. 6 x 8 ม.
- ปี๊บ (20 ลิตร)
- ยางรถยนต์ 1-2 เส้น

ซึ่งการทำฟางหมัก มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
         1. นำพลาสติกใสชนิดบางปูบนพื้นซีเมนต์หรือปูบนพื้นดิน กะให้มีความกว้าง 6 เมตร ยาว 8 เมตร โดยให้ริมผ้าซ้อนเหลื่อมกันจนเต็มพื้นที่

          2. นำฟาง 100 กิโลกรัม ไปแผ่บนพลาสติกใส เกลี่ยฟางให้กระจายหนาสม่ำ เสมอ แล้วเหยียบฟางให้แน่น

          3. รดฟางด้วยนํ้าเปล่า 3 ปี๊บ (60 ลิตร) โดยใช้บัวรดนํ้ารด และขณะที่รดนํ้าให้เหยียบฟางให้แน่นไปด้วย

          4. ชั่งปุ๋ยยูเรยี สูตร 46-0-0 จำนวน 6 กิโลกรัม เอาปุ๋ยยูเรียไปละลายกับน้ำเปล่า 2 ปิ๊บ (40 ลิตร) ใช้มือคนให้ปุ๋ยยูเรียละลายนํ้าจนหมด แล้วจึงเทใส่บัวรดนํ้า นำไปรดบนกองฟางและขณะรดนั้นให้เหยียบฟางให้แน่น ๆ ด้วย

          5. ยกผ้าพลาสติกรอบ ๆ กองฟางขึ้น แล้วหาท่อนไม้ไม้ไผ่สอดไว้ข้างล่างผ้าพลาสติก หรือจะเอามัดฟางสองเข้าข้างใต้ ทำ เป็นคันเพื่อกันนํ้าไม่ให้ไหลออกจากกองฟาง

          6. ใช้พลาสติกใสชนิดบางปิดทับข้างบน อย่างให้มีรูรั่ว หรือจะใช้เต็นท์คลุมกองฟางให้มิดชิดเพื่อป้องกันก๊าซแอมโมเนียระเหยหนีออกจากกองฟาง

          7. ใช้ยางรถยนต์หรือของหนักทับข้างบน เป็นการป้องกันลมพัด

          8. หมักไว้ 21 วัน จึงนำมาให้สัตว์กินได้

          หากต้องการหมักฟางเป็นจำนวนมากให้ปฏิบัติดังนี้คือ หลังจากที่ปฏิบัติเป็นลำดับขั้นตั้งแต่ข้อ1 ถึงข้อ 4 ใหม่ จนกระทั่งฟางหมดแล้วจึงทำ ข้อ 5 ถึงข้อ 8 เป็นขั้นตอนสุดท้าย.


***ข้อควรระวังในการทำฟางหมัก
1. ระมัดระวังการใช้ยูเรียโดยชั่งให้ตรงตามที่กำหนด

2. ต้องละลายยูเรียให้หมด อย่าให้เหลือเป็นก้อนที่ก้นภาชนะ

3. อย่าให้มีรอยรั่วที่พลาสติคใสหรือผ้าเต้นท์ที่คลุมกองฟางเพราะจะทำให้ได้ฟางหมักที่ได้มีคุณภาพตํ่า

4. อย่าให้กองฟางถูกแสงแดด ถ้าเป็นไปได้ควรทำ ฟางหมักในพื้นที่ที่มีหลังคา

5. หลังจากหมักฟางครบ 21 วันแล้ว ให้ปิดกองฟางที่ปลายด้านใดด้านหนึ่งออกเพียงด้านเดียวแล้วตักไปให้สัตว์กิน หลังจากนั้นให้ปิดกองฟางไว้ตามเดิม

6. ก่อนจะนำฟางไปให้สัตว์กิน ควรผึ่งฟางหมักในที่ร่มสักพัก เพื่อปล่อยให้ก๊าซแอมโมเนียระเหยหนี้ไปจนหมดก่อนแล้วจึงนำไปให้สัตว์กิน

7. หากต้องการเพิ่มความน่ากิน และเพิ่มพลังงานในฟางหมัก ก่อนนำไปให้สัตว์กินให้ใช้กากนํ้าตาลละลายกับนํ้าอัตราส่วนกากนํ้าตาล : นํ้าเป็น 1 : 2 แล้วรดด้วยบัวรดนํ้า (ใช้กากนํ้าตาลได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของนํ้าหนักฟางหมัก)

8. หากต้องการเพิ่มความน่ากิน และลดความเฝื่อนที่เกิดจากยูเรีย หลังจากหมักฟางครบ 21 วันแล้วให้เติมเกลือ 0.5% ของนํ้าหนักฟางหมัก ละลายกับนํ้ารดที่ฟางหมักแล้วนำไปให้สัตว์กิน

9. ในการเลี้ยงโคด้วยฟางหมักเพียงอย่างเดียวนั้น ต้องหาแร่ธาตุเตรียมไว้ให้โคสามารถกินได้ตลอดเวลา

10. หากต้องการเพิ่มคุณภาพฟางหมัก ให้เติมกำมะถันผงอัตราส่วนไนโตรเจน : กำมะถันิ15 :1

-/-/-/-/-/-
ที่มา : dairyfeed.blogspot.com


Liked By: NKC, saterio, Buasamran
บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2014, 07:45:01 PM »

การทำฟางราดยูเรียผสมกากนํ้าตาล

     การทำฟางราดยูเรียเพื่อต้องการเพิ่มโปรตีนและเพิ่มพลังงานเสริมเข้าไปในฟางข้าววิธีนี้ไม่ต้องเสียเวลาในการหมักฟาง

วัถุดิบ และวัสดุที่ใช้
- ฟางข้าว 10 กิโลกรัม
- น้ำ 6 กิโลกรัม
- กากน้ำตาล 0.75 - 1 กิโลกรัม
- ปุ๋ยยูเรีย 150 กรัม
- ปี๊บ (20 ลิตร)

วิธีทำ
          1. ชั่งฟาง 10 กิโลกรัม แล้วเทใส่ในรางอาหาร

          2. ชั่งกากนํ้าตาล 0.75-1 กิโลกรัม และปุ๋ยยูเรีย 150 กรัม

          3. ละลายวัสดุข้อ 2 กับนํ้า 6 กิโลกรัม

          4. นำไปรดบนฟางที่อยู่ในรางอาหาร

          5. ทิ้งไว้สักครู่ แล้วนำไปให้โคนมกินได้เลย

ข้อควรระวังในการทำฟางราดยูเรียผสมกากน้ำตาล
          1. ระมัดระวังการใช้ยูเรียโดยชั่งให้ตรงตามที่กำหนด

          2. ต้องละลายยูเรียให้หมด อย่าให้เหลือเป็นก้อนที่ก้นภาชนะ

          3. ในการเลี้ยงโคด้วยฟางหมักเพียงอย่างเดียวนั้น ต้องหาแร่ธาตุเตรียมไว้ให้โคสามารถกินได้ตลอดเวลา

          4. หากต้องการเพิ่มคุณภาพฟางหมัก ให้เติมกำมะถันผงอัตราส่วนไนโตรเจน : กำมะถัน 15 :1

-/-/-/-/-/-

ที่มา : dairyfeed.blogspot.com อาหารโคมน


Liked By: saterio
บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2014, 02:48:15 PM »


อาหารข้นสำหรับโคนม
     อาหารข้น หมายถึง อาหารที่ประกอบด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามิน และแร่ธาตุอยู่ครบในอัตราส่วนที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ เป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง มีเยื่อใยน้อย

     อาหารข้นสำหรับโคนม นั้น เกษตรกรอาจจะซื้อจากบริษัทที่ผลิต หรือจะผสมขึ้นใช้เองก็ได้ ในกรณีที่เลี้ยงโคนมจำนวนน้อย หาซื้อวัสดุดิบคุณภาพดียากหรือวัตถุดิบมีราคาแพง ขอแนะนำให้ซื้ออาหารเม็ดสำเร็จรูปจากกลุ่มสหกรณ์หรือจากบริษัทจะเหมาะสมกว่า

ความต้องการโภชนาการอาหารของโคนมของโคนมแต่ละระยะ
     การจะพิจารณาว่า เมื่อใดควรจะให้อาหารข้นแก่โคนมหรือไม่นั้น สำหรับสภาพการเลี้ยงโคนมในเมืองไทยควรยึดหลักดังนี้

1. ลูกโคอ่อน เริ่มหัดให้กินอาหารข้น เมื่อลูกโคอายุได้ 8 วัน และให้กินได้เต็มที่ เมื่อลูกโคอายุได้ 2 เดือน โดยให้อาหารข้นไม่เกินวันละ 2 กิโลกรัม อาหารข้นที่ให้ควรจะมีโปรตีนประมาณ 20%

2. โคเล็ก อาหารข้นสำหรับโคเล็กควรจะมีโปรตีนอยู่ระหว่าง 16-18%

3. โครุ่นหรือโคสาว อาหารข้นสำหรับโครุ่นหรือโคสาวควรจะมีโปรตีนอยู่ระหว่าง 14-16%

4. โคให้นม ควรจะมีโปรตีน 16-18% เป็นอย่างต่ำ

ข้อแนะนำ ความต้องการโภชนาการอาหารของโคนมของโคนมแต่ละระยะ
1 . สำหรับโคเล็ก โครุ่นและโคให้นมนั้น หากโคได้กินอาหารหยาบที่มีคุณภาพดี (มีทั้งหญ้าและพืชถั่วอาหารสัตว์) เราสามารถลดปริมาณโปรตีนในอาหารข้นให้ลดลงไปจากที่กำ หนดไว้ได้อีก

2. สำหรับโคให้นมนั้น หากโคตัวใดให้นมตํ่ากว่าวันละ 5 กิโลกรัม ควรให้โคได้กินแต่อาหารหยาบที่มีคุณภาพดี โดยให้กินอย่างเต็มที่ไม่จำ ต้องให้อาหารข้นเสริม

3. ถ้าโคให้นมสามารถให้นมได้วันละ 5-10 กิโลกรัม ควรให้โคได้กินอาหารหยาบที่มีคุณภาพดี และเสริมด้วยกากถั่วเหลือง หรือกากฝ้ายเพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มโปรตีนในอาหารหยาบ โดยไม่จำ เป็นต้องเพิ่มอาหารข้นให้

4. ถ้าโคให้นมสามารถให้นมได้มากกว่า 10 กิโลกรัม ในแต่ละวันแลัวจึงสมควรให้อาหารข้นเสริม

      เกณฑ์การเสริมอาหารข้นให้แก่โคนมเหล่านี้ เกษตรกรบางรายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม และความสามารถของการให้น้ำนมในโคนมแต่ละตัว โดยพิจารณาถึงรายได้และรายจ่ายเป็นหลักสำคัญ

* * * * *

ที่มาบทความ : http://dairyfeed.blogspot.com/2014/10/blog-post_30.html อาหารโคนม


Liked By: saterio
บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2014, 06:12:28 PM »


สูตรอาหารข้นสำหรับลูกโคอ่อน

     สูตรนี้สำหรับลูกโคที่มีอายุตั้งแต่ 8 วัน ก็จะสามารถให้ลูกโคเริ่มหัดกินได้แล้ว และเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถให้ สูตรอาหารข้นสำหรับลูกโคอ่อน สูตรนี้เมื่อโคอายุได้ 2 เดือน โดยให้ได้ไม่เกินวันละ 2 กิโลกรัม

สูตรอาหารข้นสำหรับลูกโคอ่อน นี้มีโปรตีนประมาณ 20% ประกอบด้วย
- รำ ละเอียด 30 กิโลกรัม
- ข้าวโพดป่น 40 กิโลกรัม
- กากถั่วเหลืองป่น 20 กิโลกรัม
- กระดูกป่น 1.5 กิโลกรัม
- เกลือป่น 0.5 กิโลกรัม

โดยทั้งหมดนี้ รวมกันได้ 100 กิโลกรัม โดยโปรตีนทั้งหมดได้ ประมาณ 20%

ข้อแนะนำเพิ่มเติม
     1.นอกจากจะให้ลูกโคได้กินอาหารหยาบ และอาหารข้นแล้ว จะต้องให้โคได้กินนํ้าสะอาดอย่างพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีแร่ธาตุเอาให้โคได้กินอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เลี้ยงจะเตรียมไว้ให้โคในรูปเป็นผง ซึ่งมีวิธีการเตรียมที่ง่าย หรืออาจจะเตรียมโดยอัดให้เป็นก้อนก็ได้

     2.ในการผสม สูตรอาหารข้นสำหรับลูกโคนม เองนั้น ควรจะกระทำก็ต่อเมื่อมีโคนมอยู่จำนวนมาก สามารถหาซื้อวัตถุดิบที่มีอยู่ในสูตรได้ง่าย และวัตถุดิบเหล่านั้นต้องมีคุณภาพดี คือ ใหม่ สด ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน  ไมีมีสิ่งปลอมปนและประการสำคัญคือ หากคำนวณดูแล้วปรากฏว่าต้นทุนอาหารข้นที่ผมเองนั้นราคาใกล้เคียงกับอาหารเม็ดที่บริษัทผลิตขาย อย่างนี้แล้วจึงควรวจะซื้อจากบริษัท แต่หากเกษตรมีวัตถุดิบต่างๆ ที่ดีและมีคุณภาพ ทั้งราคาที่ผสมเองถูกกว่าซื้อจากบริษัท ตังนี้จึงน่าจะผสมไว้ใช้เอง

     3. สูตรอาหารข้นสำหรับลูกโคนม ที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ สามารถดัดแปลงได้ โดยพิจารณาถึงราคาและคุณภาพวัตถุดิบเป็นเกณฑ์ แต่ในการเปลี่ยนสูตรอาหารแต่ละครั้ง ควรปรึกษากับผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้ก่อน

ขั้นตอนในการผสม อาหารข้นสำหรับลูกโคนม ด้วยตัวเอง
1. ชั่งวัตถุดิบแต่ละชนิดให้ได้นํ้าหนักตามต้องการ

2. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักมากที่สุดที่มีอยู่ในสูตรอาหารนั้น กองบนพื้นเป็นอันดับแรก

3. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักกรองลงมา เททับลงไปเป็นชั้น ๆ ตามลำดับ

4. โรยแร่ธาตุและวิตามิน (ถ้ามีในสูตร) เป็นลำดับสุดท้าย โดยโรยให้ทั่ว ๆ กอง

5. คลุกเคล้าวัตถุดิบให้เข้ากันทั่วทั้งกอง

6. หากพบเศษวัตถุต่าง ๆ เช่นเชือกไนล่อน เชือกฟาง ถุงพลาสติก ก้นบุหรี่ หลอดกาแฟ ตาปูหรือสิ่งปลอมปนอื่น ๆ ให้เก็บออกทันทีที่พบเห็น

ที่มาบาทความ : http://dairyfeed.blogspot.com อาหารโคนม


Liked By: saterio
บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2014, 06:33:11 PM »


สูตรอาหารข้นสำหรับโคเล็ก

สูตรนี้มีปริมาณโปรตีน 16-18% เหมาะสำหรับโคที่มีอยู่ตั้งแต่ 2 อาทิตย์ขึ้นไป มีให้เลือกผสมได้ 4 สูตร โดยให้พิจารณาถึงราคาและคุณภาพของวัตถุดิบเป็นเกณฑ์ วัตถุดิบแต่ละชนิดนั้นมีหน่วยนํ้าหนักเป็นกิโลกรัม


สูตรที่ 1
- รำละเอียด  30 กก.
- ปลายข้าว  25 กก.
- ข้าวโพดป่น 25 กก.
- กากถั่วเหลือง  17 กก.
- กระดูกป่น(หรือไอแคลเซียมฟอสเฟต) 2 กก.
- เกลือ  1 กก.

รวม  100 กก.


สูตรที่ 2
- รำละเอียด  30 กก.
- ปลายข้าว  20 กก.
- ข้าวโพดป่น 20 กก.
- กากถั่วเหลือง  8 กก.
- ใบกระถินแห้ง 20 กก.
- กระดูกป่น(หรือไอแคลเซียมฟอสเฟต) 1 กก.
- เกลือ  1 กก.

รวม  100 กก.


สูตรที่ 3
- รำละเอียด  30 กก.
- ปลายข้าว  44 กก.
- ข้าวโพดป่น 6 กก.
- กากถั่วเหลือง  18 กก.
- กระดูกป่น(หรือไอแคลเซียมฟอสเฟต) 1 กก.
- เกลือ  1 กก.

รวม  100 กก.


สูตรที่ 4
- รำละเอียด  24 กก.
- ปลายข้าว  36 กก.
- ข้าวโพดป่น 8 กก.
- กากถั่วเหลือง  10 กก.
- ใบกระถินแห้ง 20 กก.
- กระดูกป่น(หรือไอแคลเซียมฟอสเฟต) 1 กก.
- เกลือ  1 กก.

รวม  100 กก.

 โดยทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความยาก-ง่าย ในการหาวัสถุดิบในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแต่ละสูตร รวมกันได้ 100 กิโลกรัม โดยโปรตีนทั้งหมดได้ ประมาณ 16% - 18%


ข้อแนะนำเพิ่มเติม
          1.นอกจากจะให้โคได้กินอาหารหยาบ และอาหารข้นสำหรับโคนมแล้ว จะต้องให้โคได้กินนํ้าสะอาดอย่างพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีแร่ธาตุเอาให้โคได้กินอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เลี้ยงจะเตรียมไว้ให้โคในรูปเป็นผง ซึ่งมีวิธีการเตรียมที่ง่าย หรืออาจจะเตรียมโดยอัดให้เป็นก้อนก็ได้

          2.ในการผสมอาหารข้นสำหรับโคนมเองนั้น ควรจะกระทำก็ต่อเมื่อมีโคนมอยู่จำนวนมาก สามารถหาซื้อวัตถุดิบที่มีอยู่ในสูตรได้ง่าย และวัตถุดิบเหล่านั้นต้องมีคุณภาพดี คือ ใหม่ สด ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน  ไมีมีสิ่งปลอมปนและประการสำคัญคือ หากคำนวณดูแล้วปรากฏว่าต้นทุนอาหารข้นสำหรับโคนมที่ผมเองนั้นราคาใกล้เคียงกับอาหารเม็ดที่บริษัทผลิตขาย อย่างนี้แล้วจึงควรวจะซื้อจากบริษัท แต่หากเกษตรมีวัตถุดิบต่างๆ ที่ดีและมีคุณภาพ ทั้งราคาที่ผสมเองถูกกว่าซื้อจากบริษัท ตังนี้จึงน่าจะผสมไว้ใช้เอง

          3. สูตรอาหารข้นสำหรับโคนมที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ สามารถดัดแปลงได้ โดยพิจารณาถึงราคาและคุณภาพวัตถุดิบเป็นเกณฑ์ แต่ในการเปลี่ยนสูตรอาหารแต่ละครั้ง ควรปรึกษากับผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้ก่อน


ขั้นตอนในการผสมอาหารข้นด้วยตัวเอง
1. ชั่งวัตถุดิบแต่ละชนิดให้ได้นํ้าหนักตามต้องการ

2. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักมากที่สุดที่มีอยู่ในสูตรอาหารนั้น กองบนพื้นเป็นอันดับแรก

3. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักกรองลงมา เททับลงไปเป็นชั้น ๆ ตามลำดับ

4. โรยแร่ธาตุและวิตามิน (ถ้ามีในสูตร) เป็นลำดับสุดท้าย โดยโรยให้ทั่ว ๆ กอง

5. คลุกเคล้าวัตถุดิบให้เข้ากันทั่วทั้งกอง

6. หากพบเศษวัตถุต่าง ๆ เช่นเชือกไนล่อน เชือกฟาง ถุงพลาสติก ก้นบุหรี่ หลอดกาแฟ ตาปูหรือสิ่งปลอมปนอื่น ๆ ให้เก็บออกทันทีที่พบเห็น

ที่มาบทความ : http://dairyfeed.blogspot.com/2014/11/blog-post.html อาหารโคนม


Liked By: saterio
บันทึกการเข้า
aekkachailao
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 334


« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 05, 2015, 06:17:43 PM »

ตอนนี้ราคาลูกโคนม  5 เดือน ประมาณเท่าไหร่ครับรบกวนผู้รู้ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2015, 08:59:38 PM »

สูตรอาหารข้นสำหรับโครุ่นหรือโคสาว

ปริมาณโปรตีนในอาหารข้นสำหรับโครุ่นหรือโคสาวนั้น จะมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหารหยาบ นํ้าหนักของโค และระยะการเจริญเติบโตของโคด้วย นอกจากนี้แล้วคุณภาพของอาหารหยาบยังขึ้นอยู่กับฤดูกาลอีกด้วย เช่นฤดูฝน อาหารหยาบจะมีคุณภาพดี แต่ในฤดูแล้งคุณภาพอาหารหยาบจะไม่ค่อยดี


          ดังนั้น หากโครุ่นได้กินอาหารหยาบคุณภาพดี เราจะสามารหถเตรียมอาหารข้นสำหรับโครุ่นที่มีเปอร์เซ้นต์โปรตีนตำกว่าเกณฑ์ทั่วไปได้ แต่ถ้าให้โคได้กินแต่ฟางหรือหญ้าคุณภาพเลว ผู้เลี้ยงจึงต้องเตรียมอาหารข้นที่มีปริมาณโปรตีนสูง ตังตัวอย่าง

  อาหารหยาบที่โคได้กิน                                   อาหารข้นที่จะผสมให้โคกิน
  - หญ้า หรือหญ้าและฟาง                                   - ผสมให้มีโปรตีน 12% - 14%
  - หญ้าและพืชถั่วอาหารสัตว์ หรือหญ้าและใบกระถิน - ผสมให้มีโปรตีน 10% - 12%

สูตรอาหารข้นสำหรับโครุ่นหรือโคสาว
โปรตีน 10%
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดป่น หรือปลายข้าว 70 กก.
- รำละเอียด  26 กก.
- กากถั่วเหลือง  2 กก.
- แร่ธาตุ   2 กก.

รวม    100 กก.


สูตรที่ 2
- ข้าวโพดป่น หรือปลายข้าว 80 กก.
- รำละเอียด  15 กก.
- กากถั่วเหลือง  3 กก.
- แร่ธาตุ   2 กก.

รวม    100 กก.


สูตรที่ 3
- ข้าวโพดป่น หรือปลายข้าว 93 กก.
- กากถั่วเหลือง  5 กก.
- แร่ธาตุ   2 กก.

รวม    100 กก.


โปรตีน 12%
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดป่น หรือปลายข้าว 50 กก.
- รำละเอียด  43 กก.
- กากถั่วเหลือง  5 กก.
- แร่ธาตุ   2 กก.

รวม    100 กก.


สูตรที่ 2
- ข้าวโพดป่น หรือปลายข้าว 70 กก.
- รำละเอียด  20 กก.
- กากถั่วเหลือง  8 กก.
- แร่ธาตุ   2 กก.

รวม    100 กก.


โปรตีน 14%
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดป่น หรือปลายข้าว 50 กก.
- รำละเอียด  36 กก.
- กากถั่วเหลือง  12 กก.
- แร่ธาตุ   2 กก.

รวม    100 กก.


สูตรที่ 2
- ข้าวโพดป่น หรือปลายข้าว 81 กก.
- กากถั่วเหลือง  17 กก.
- แร่ธาตุ   2 กก.

รวม    100 กก.


หมายเหตุ
 สำหรับ แร่ธาตุที่เขียนว่า 2 กิโลกรัมนั้น ประกอบด้วยกระดูกป่น 1 กิโลกรัม (หรือจะให้ใดแคลเซียมฟอสเฟต 1 กิโลกรัมก็ได้) และเกลือ 1 กิโลกรัม

 นอกจากนี้แล้ว สูตรอาหารข้นสำหรับโครุ่นที่มีโปรตีน 12% นั้น มีสูตรเสนอให้เลือกเพิ่มเติม โดยพิจารณาถึงคุณภาพและวัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละฤดูกาลดังต่อไปนี้

สูตรอาหารข้นสำหรับโคนมที่มีโปรตีน 12%  (มีหน่วยเป็น กก.)
                                    สูตรที่ 1   สูตรที่ 2  สูตรที่ 3
รำละเอียด                        45             50      45
ปลายข้าว                        30          -             20
มันสำปะหลัง                      -              25      10
กากถั่วเหลือง                      10      15      12
กากมะพร้าว                        10       5               8
กระดูกป่น (หรือไดแคลเซียมฟอสเฟต)      2               2               2
แร่ธาตุ                        2               2               2
เกลือป่น                                 1               1               1
                                    100 กก.  100 กก.  100 กก.

หมายเหตุ
 สำหรับกระดูกป่น (หรือจะใช้ไดแคลเซียมฟอสเฟตก็ได้) แร่ธาตุและเกลือป่นที่ระบุไว้ในสูตรที่ 1 สูตรที่ 2 และสูตรที่ 3 นั้น ไม่ต้องผสมลงไปตามสูตรก็ได้ ถ้าหากผู้เลี้ยงสามารถผสมแร่ธาตุก้อน หรือผสมแร่ธาตุชนิดผงอย่างง่ายตั้งไว้ข้างคอกให้วัวได้เลียกินตลอดเวลา


ข้อแนะนำเพิ่มเติม
          1.นอกจากจะให้โคได้กินอาหารหยาบ และอาหารข้นแล้ว จะต้องให้โคได้กินนํ้าสะอาดอย่างพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีแร่ธาตุเอาให้โคได้กินอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เลี้ยงจะเตรียมไว้ให้โคในรูปเป็นผง ซึ่งมีวิธีการเตรียมที่ง่าย หรืออาจจะเตรียมโดยอัดให้เป็นก้อนก็ได้

          2.ในการผสมอาหารข้นเองนั้น ควรจะกระทำก็ต่อเมื่อมีโคนมอยู่จำนวนมาก สามารถหาซื้อวัตถุดิบที่มีอยู่ในสูตรได้ง่าย และวัตถุดิบเหล่านั้นต้องมีคุณภาพดี คือ ใหม่ สด ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน  ไมีมีสิ่งปลอมปนและประการสำคัญคือ หากคำนวณดูแล้วปรากฏว่าต้นทุนอาหารข้นที่ผมเองนั้นราคาใกล้เคียงกับอาหารเม็ดที่บริษัทผลิตขาย อย่างนี้แล้วจึงควรวจะซื้อจากบริษัท แต่หากเกษตรมีวัตถุดิบต่างๆ ที่ดีและมีคุณภาพ ทั้งราคาที่ผสมเองถูกกว่าซื้อจากบริษัท ตังนี้จึงน่าจะผสมไว้ใช้เอง

          3. สูตรอาหารข้นที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ สามารถดัดแปลงได้ โดยพิจารณาถึงราคาและคุณภาพวัตถุดิบเป็นเกณฑ์ แต่ในการเปลี่ยนสูตรอาหารแต่ละครั้ง ควรปรึกษากับผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้ก่อน


ขั้นตอนในการผสมอาหารข้นด้วยตัวเอง
1. ชั่งวัตถุดิบแต่ละชนิดให้ได้นํ้าหนักตามต้องการ

2. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักมากที่สุดที่มีอยู่ในสูตรอาหารนั้น กองบนพื้นเป็นอันดับแรก

3. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักกรองลงมา เททับลงไปเป็นชั้น ๆ ตามลำดับ

4. โรยแร่ธาตุและวิตามิน (ถ้ามีในสูตร) เป็นลำดับสุดท้าย โดยโรยให้ทั่ว ๆ กอง

5. คลุกเคล้าวัตถุดิบให้เข้ากันทั่วทั้งกอง

6. หากพบเศษวัตถุต่าง ๆ เช่นเชือกไนล่อน เชือกฟาง ถุงพลาสติก ก้นบุหรี่ หลอดกาแฟ ตาปูหรือสิ่งปลอมปนอื่น ๆ ให้เก็บออกทันทีที่พบเห็น

* * * * * *
ที่มาบทความ : สูตรอาหารข้นสำหรับโครุ่นหรือโคสาว
บันทึกการเข้า
boyburapha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 240


« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 13, 2015, 12:36:20 PM »


สูตรอาหารข้นสำหรับโคให้นม

          ในทางปฏิบัติ เราจะปล่อยโคให้นมได้กินอาหารหยาบอย่างเต็มที่ และการจะเพิ่มอาหารข้มให้หรือไม่นั้น มีหลักควรยึดปฏิบัติดังนี้

          ปริมาณโปรตีนในอาหารข้นสำหรับโคให้นม จะมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหารหยาบ นํ้าหนักของโค, เปอร์เซ็นต์ใขมันในนมของน้ำนม และความสามารถในการให้น้ำนม นอกจากนี้แล้วคุณภาพของอาหารหยาบยังขึ้นอยู่กับฤดูกาลอีกด้วย เช่นฤดูฝน อาหารหยาบจะมีคุณภาพดี แต่ในฤดูแล้งคุณภาพอาหารหยาบจะไม่ค่อยดี

          ดังนั้น ถ้าผู้เลี้ยงสามารถเตรียมอาหารหยาบที่มีคุณภาพดีให้โคให้นมได้กินแล้ว จะสามารถลดต้นทุนอาหารข้นได้ โดยการเตรียมอาหารข้นให้มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนตํ่าลงกว่าเกณฑ์ปกติได้ ดังต่อไปนี้

1. เมื่อโคให้นมได้กินอาหารหยาบคุณภาพดีมาก เช่น หญ้าแห้งผสมกับพืชถั่วอาหารสัตว์ หรือหญ้าและพืชถั่วอาหารสัตว์หมักควรผสมอาหารข้นให้มีปริมาณโปรตีนระหว่าง 9-10%

2. เมื่อโคให้นมได้กินอาหารหยาบคุณภาพดี เช่น หญ้าอ่อนที่มีพืชถั่วอาหาร สัตว์ปะปนอยู่ ควรผสมอาหารข้นให้มีปริมาณโปรตีน 13%

3. เมื่อโคให้นมได้กินอาหารหยาบคุณภาพปานกลาง เช่น หญ้าอ่อนที่มีใบมาก(แต่ไม่มีพืชถั่วอาหารสัตว์ปะปนอยู่) ควรผสมอาหารข้นให้มีปริมาณโปรตีน 15%

4. เมื่อโคให้นมได้กินอาหารหยาบคุณภาพตํ่า เช่น หญ้าแก่จัด หรือหญ้าที่มีใบน้อยหรือให้กินฟางข้าว ควรผสมอาหารข้นให้มีปริมาณโปรตีน 17-20%

สูตรอาหารข้นสำหรับโคให้นม มีดังนี้

โปรตีน 9% - 10%
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก   530 กก.
- รำละเอียด           400 กก.
- กากถั่วเหลือง  70 กก.

รวม                   1000 กก.


สูตรที่ 2
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  35 กก.
- รำละเอียด          40 กก.
- มันเส้น           15 กก.
- กากเมล็ดฝ้าย  10 กก.

รวม                 100 กก.


โปรตีน 12 - 14%
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  35 กก.
- รำละเอียด          45 กก.
- กากถั่วเหลือง  20 กก.

รวม                 100 กก.

สูตรที่ 2
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  20 กก.
- รำละเอียด          40 กก.
- มันเส้น           10 กก.
- กากเมล็ดฝ่าย  15 กก.
- กากถั่วเหลือง  15 กก.


โปรตีน 15-16 %
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  30 กก.
- รำละเอียด          45 กก.
- กากถั่วเหลือง  25 กก.

รวม                 100 กก.

สูตรที่ 2
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  35 กก.
- รำละเอียด          35 กก.
- กากเมล็ดฝ้าย  15 กก.
- กากถั่วเหลือง  15 กก.

รวม                 100 กก.


โปรตีน 17 - 20 %
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  20 กก.
- รำละเอียด          20 กก.
- ปลายข้าว          20 กก.
- กากเมล็ดฝ้าย     20 กก.
- กากถั่วเลือง          10 กก.
- กากถั่วลิสง          10 กก.

รวม                 100 กก.

สูตรที่ 2
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  20 กก.
- รำละเอียด          50 กก.
- กากถั่วเหลือง  20 กก.
- กากเมล็ดฝ้าย  10 กก.

รวม                 100 กก.


ข้อแนะนำเพิ่มเติม
          1.นอกจากจะให้โคได้กินอาหารหยาบ และอาหารข้นแล้ว จะต้องให้โคได้กินนํ้าสะอาดอย่างพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีแร่ธาตุเอาให้โคได้กินอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เลี้ยงจะเตรียมไว้ให้โคในรูปเป็นผง ซึ่งมีวิธีการเตรียมที่ง่าย หรืออาจจะเตรียมโดยอัดให้เป็นก้อนก็ได้

          2.ในการผสมอาหารข้นเองนั้น ควรจะกระทำก็ต่อเมื่อมีโคนมอยู่จำนวนมาก สามารถหาซื้อวัตถุดิบที่มีอยู่ในสูตรได้ง่าย และวัตถุดิบเหล่านั้นต้องมีคุณภาพดี คือ ใหม่ สด ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน  ไมีมีสิ่งปลอมปนและประการสำคัญคือ หากคำนวณดูแล้วปรากฏว่าต้นทุนอาหารข้นที่ผมเองนั้นราคาใกล้เคียงกับอาหารเม็ดที่บริษัทผลิตขาย อย่างนี้แล้วจึงควรวจะซื้อจากบริษัท แต่หากเกษตรมีวัตถุดิบต่างๆ ที่ดีและมีคุณภาพ ทั้งราคาที่ผสมเองถูกกว่าซื้อจากบริษัท ตังนี้จึงน่าจะผสมไว้ใช้เอง

          3. สูตรอาหารข้นที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ สามารถดัดแปลงได้ โดยพิจารณาถึงราคาและคุณภาพวัตถุดิบเป็นเกณฑ์ แต่ในการเปลี่ยนสูตรอาหารแต่ละครั้ง ควรปรึกษากับผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้ก่อน


ขั้นตอนในการผสมอาหารข้นด้วยตัวเอง
1. ชั่งวัตถุดิบแต่ละชนิดให้ได้นํ้าหนักตามต้องการ

2. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักมากที่สุดที่มีอยู่ในสูตรอาหารนั้น กองบนพื้นเป็นอันดับแรก

3. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักกรองลงมา เททับลงไปเป็นชั้น ๆ ตามลำดับ

4. โรยแร่ธาตุและวิตามิน (ถ้ามีในสูตร) เป็นลำดับสุดท้าย โดยโรยให้ทั่ว ๆ กอง

5. คลุกเคล้าวัตถุดิบให้เข้ากันทั่วทั้งกอง

6. หากพบเศษวัตถุต่าง ๆ เช่นเชือกไนล่อน เชือกฟาง ถุงพลาสติก ก้นบุหรี่ หลอดกาแฟ ตาปูหรือสิ่งปลอมปนอื่น ๆ ให้เก็บออกทันทีที่พบเห็น

* * * * * *

ที่มาบทความ : สูตรอาหารข้นสำหรับโคให้นม
บันทึกการเข้า
avc4000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1215



« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2018, 01:00:43 PM »


รูปสวยหน้อ 5555 อยากบอกว่าวัวผมเอง เห็นแล้วคิดถึงตัวที่จากไป



สูตรอาหารข้นสำหรับโคให้นม

          ในทางปฏิบัติ เราจะปล่อยโคให้นมได้กินอาหารหยาบอย่างเต็มที่ และการจะเพิ่มอาหารข้มให้หรือไม่นั้น มีหลักควรยึดปฏิบัติดังนี้

          ปริมาณโปรตีนในอาหารข้นสำหรับโคให้นม จะมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหารหยาบ นํ้าหนักของโค, เปอร์เซ็นต์ใขมันในนมของน้ำนม และความสามารถในการให้น้ำนม นอกจากนี้แล้วคุณภาพของอาหารหยาบยังขึ้นอยู่กับฤดูกาลอีกด้วย เช่นฤดูฝน อาหารหยาบจะมีคุณภาพดี แต่ในฤดูแล้งคุณภาพอาหารหยาบจะไม่ค่อยดี

          ดังนั้น ถ้าผู้เลี้ยงสามารถเตรียมอาหารหยาบที่มีคุณภาพดีให้โคให้นมได้กินแล้ว จะสามารถลดต้นทุนอาหารข้นได้ โดยการเตรียมอาหารข้นให้มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนตํ่าลงกว่าเกณฑ์ปกติได้ ดังต่อไปนี้

1. เมื่อโคให้นมได้กินอาหารหยาบคุณภาพดีมาก เช่น หญ้าแห้งผสมกับพืชถั่วอาหารสัตว์ หรือหญ้าและพืชถั่วอาหารสัตว์หมักควรผสมอาหารข้นให้มีปริมาณโปรตีนระหว่าง 9-10%

2. เมื่อโคให้นมได้กินอาหารหยาบคุณภาพดี เช่น หญ้าอ่อนที่มีพืชถั่วอาหาร สัตว์ปะปนอยู่ ควรผสมอาหารข้นให้มีปริมาณโปรตีน 13%

3. เมื่อโคให้นมได้กินอาหารหยาบคุณภาพปานกลาง เช่น หญ้าอ่อนที่มีใบมาก(แต่ไม่มีพืชถั่วอาหารสัตว์ปะปนอยู่) ควรผสมอาหารข้นให้มีปริมาณโปรตีน 15%

4. เมื่อโคให้นมได้กินอาหารหยาบคุณภาพตํ่า เช่น หญ้าแก่จัด หรือหญ้าที่มีใบน้อยหรือให้กินฟางข้าว ควรผสมอาหารข้นให้มีปริมาณโปรตีน 17-20%

สูตรอาหารข้นสำหรับโคให้นม มีดังนี้

โปรตีน 9% - 10%
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก   530 กก.
- รำละเอียด           400 กก.
- กากถั่วเหลือง  70 กก.

รวม                   1000 กก.


สูตรที่ 2
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  35 กก.
- รำละเอียด          40 กก.
- มันเส้น           15 กก.
- กากเมล็ดฝ้าย  10 กก.

รวม                 100 กก.


โปรตีน 12 - 14%
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  35 กก.
- รำละเอียด          45 กก.
- กากถั่วเหลือง  20 กก.

รวม                 100 กก.

สูตรที่ 2
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  20 กก.
- รำละเอียด          40 กก.
- มันเส้น           10 กก.
- กากเมล็ดฝ่าย  15 กก.
- กากถั่วเหลือง  15 กก.


โปรตีน 15-16 %
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  30 กก.
- รำละเอียด          45 กก.
- กากถั่วเหลือง  25 กก.

รวม                 100 กก.

สูตรที่ 2
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  35 กก.
- รำละเอียด          35 กก.
- กากเมล็ดฝ้าย  15 กก.
- กากถั่วเหลือง  15 กก.

รวม                 100 กก.


โปรตีน 17 - 20 %
สูตรที่ 1
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  20 กก.
- รำละเอียด          20 กก.
- ปลายข้าว          20 กก.
- กากเมล็ดฝ้าย     20 กก.
- กากถั่วเลือง          10 กก.
- กากถั่วลิสง          10 กก.

รวม                 100 กก.

สูตรที่ 2
- ข้าวโพดบดทั้งฝัก  20 กก.
- รำละเอียด          50 กก.
- กากถั่วเหลือง  20 กก.
- กากเมล็ดฝ้าย  10 กก.

รวม                 100 กก.


ข้อแนะนำเพิ่มเติม
          1.นอกจากจะให้โคได้กินอาหารหยาบ และอาหารข้นแล้ว จะต้องให้โคได้กินนํ้าสะอาดอย่างพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีแร่ธาตุเอาให้โคได้กินอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เลี้ยงจะเตรียมไว้ให้โคในรูปเป็นผง ซึ่งมีวิธีการเตรียมที่ง่าย หรืออาจจะเตรียมโดยอัดให้เป็นก้อนก็ได้

          2.ในการผสมอาหารข้นเองนั้น ควรจะกระทำก็ต่อเมื่อมีโคนมอยู่จำนวนมาก สามารถหาซื้อวัตถุดิบที่มีอยู่ในสูตรได้ง่าย และวัตถุดิบเหล่านั้นต้องมีคุณภาพดี คือ ใหม่ สด ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน  ไมีมีสิ่งปลอมปนและประการสำคัญคือ หากคำนวณดูแล้วปรากฏว่าต้นทุนอาหารข้นที่ผมเองนั้นราคาใกล้เคียงกับอาหารเม็ดที่บริษัทผลิตขาย อย่างนี้แล้วจึงควรวจะซื้อจากบริษัท แต่หากเกษตรมีวัตถุดิบต่างๆ ที่ดีและมีคุณภาพ ทั้งราคาที่ผสมเองถูกกว่าซื้อจากบริษัท ตังนี้จึงน่าจะผสมไว้ใช้เอง

          3. สูตรอาหารข้นที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ สามารถดัดแปลงได้ โดยพิจารณาถึงราคาและคุณภาพวัตถุดิบเป็นเกณฑ์ แต่ในการเปลี่ยนสูตรอาหารแต่ละครั้ง ควรปรึกษากับผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้ก่อน


ขั้นตอนในการผสมอาหารข้นด้วยตัวเอง
1. ชั่งวัตถุดิบแต่ละชนิดให้ได้นํ้าหนักตามต้องการ

2. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักมากที่สุดที่มีอยู่ในสูตรอาหารนั้น กองบนพื้นเป็นอันดับแรก

3. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักกรองลงมา เททับลงไปเป็นชั้น ๆ ตามลำดับ

4. โรยแร่ธาตุและวิตามิน (ถ้ามีในสูตร) เป็นลำดับสุดท้าย โดยโรยให้ทั่ว ๆ กอง

5. คลุกเคล้าวัตถุดิบให้เข้ากันทั่วทั้งกอง

6. หากพบเศษวัตถุต่าง ๆ เช่นเชือกไนล่อน เชือกฟาง ถุงพลาสติก ก้นบุหรี่ หลอดกาแฟ ตาปูหรือสิ่งปลอมปนอื่น ๆ ให้เก็บออกทันทีที่พบเห็น

* * * * * *

ที่มาบทความ : สูตรอาหารข้นสำหรับโคให้นม


Liked By: teppatut
บันทึกการเข้า

การทำอะไรไม่สำเร็จ หาใช่อยู่ที่ความเสื่อมถอยของร่างกายหรือสติปัญญาไม่ มันอาจเป็นผลจากความถดถอยทางจิตวิญญาณและความฝัน
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: