หน้า: 1 2 3 [4] 5 6   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลากหลายคำตอบจากผู้ใช้จุลินทรีย์SMครับ  (อ่าน 29161 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Evefie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


« ตอบ #48 เมื่อ: มีนาคม 09, 2015, 05:27:33 PM »

ขอความรู้การใช้จุลินทรีย์SMกับการปลูกมะนาวค่ะ


Liked By: vichai sila
บันทึกการเข้า

ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #49 เมื่อ: มีนาคม 23, 2015, 11:42:22 PM »

ขอความรู้การใช้จุลินทรีย์SMกับการปลูกมะนาวค่ะ

ต้องขอโทษด้วยครับ ที่ยังไม่ได้ตอบกระทู้ ครับ
ขอเวลาหน่อยนะครับ ช่วงนี้ผมยุ่งเรืองงานโครงการปลูกผักในโรงเรือนที่ วัดถ้ำเขาวงที่สระบุรีอยู่ครับ ว่างแล้วจะรีบตอบทันทีครับ
ขอบคุณที่ให้ความสนใจครับ
บันทึกการเข้า
KeenBiz
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #50 เมื่อ: เมษายน 01, 2015, 10:23:50 PM »

ผมสนใจเรื่องปุ๋ยใส่มะนาวครับ ติดตามอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #51 เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 11:35:51 AM »

 
การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาSM เพื่อใช้กับการปลูกมะนาวครับ

การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาระยะสั้น  7-10 วัน โดยจุลินทรีย์ SM

สารเร่งชีวภาพ SM ใช้ทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพปลา
ส่วนผสมทั้งหมด
 1  สาร SM                          50    กรัม
 2  น้ำสะอาดประมาณ           160    ลิตร
 3  กากน้ำตาล                      8    ก.ก.
 4  รำละเอียด                       4     ก.ก.
 5  ปลาทั้งตัว                      20     ก.ก.
 6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ          4     ก.ก.
 7  สารบำรุงดิน SM                2     ก.ก.
อุปกรณ์
1 ถังน้ำมีฝาปิดความจุ            200   ลิตร
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1
 - นำรายการที่ 1 - 3 มาผสมในถังคนให้เข้ากันดังนี้
   1  สาร SMชนิดผง                  50    กรัม
   2  น้ำสะอาดประมาณ              80    ลิตร หรือประมาณ ครึ่งถัง
   3  กากน้ำตาล                        4    ก.ก.
   4  รำละเอียด                         4     ก.ก.
   5  ปลาสดทั้งตัว                    20    ก.ก.
   6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ           4     ก.ก.
   7  สารบำรุงดิน SM                  2     ก.ก.
- นำรายการที่ 4 - 7 เทรวมลงในถังแล้วคนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
 - ปิดฝาให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แมลงวันลงไปไข่ จะเกิดหนอน
 - เปิดฝาคนทุกวันๆละ 2 ครั้ง หมักไว้  7  วัน ซึ่งปลาจะถูกย่อยจนหมดแล้วจึงทำตาม
ขั้นตอนที่ 2 ดังนี้
   1 เติมกากน้ำตาลอีก  4 ก.ก.
   2 เติมน้ำสะอาดเพิ่มอีกจนเกือบเต็มถัง
   3 คนให้เข้ากัน ปิดฝา หมักต่ออีก 3-7  วัน เป็นอันใช้ได้
ข้อสังเกต
   หลังการหมัก ปลาจะถูกย่อยจนละเอียดหมด  ส่วนสับปะรดคงเหลือเป็นชิ้นๆ
การเก็บรักษา
   1 กรองน้ำหมักปลาแล้วเก็บไว้ในถังแบบเดิมที่มีฝาปิดมิดชิด
   2 กรองน้ำหมักปลาแล้วบรรจุใส่แกลลอนขนาดจุ 5 ลิตร หรือ 20  ลิตร
    แล้วแต่ความสะดวกกับการนำไปใช้งาน

วิธีการใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลาSMร่วมกับปุ๋ยเคมี
จุดประสงค์
เพื่อให้การใส่ปุ๋ยเป็นประโยชน์สูงสุดกับพืช
1 พืชได้รับธาตุอาหารหลัก N P K อย่างพอเพียง
2 พืชได้รับธาตุอาหารหลักและรองครบทุกธาตุ
3 พืชได้รับฮอร์โมน เอนไซม์ และกรดอินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และเร่งการเจริญเติบโตของพืช


การผสมปุ๋ยน้ำหมักปลากับปุ๋ยเคมีก่อนใช้ ดังนี้
ส่วนผสม
1 ปุ๋ยน้ำหมักปลา                                            5 ลิตร
2 ปุ๋ยเคมี สูตร เสมอ (15-15-15 หรือ 16-16-16)    1 ก.ก.
นำรายการที่ 1 และ 2 ผสมเข้าด้วยกัน จนปุ๋ยเคมีละลายเป็นเนื้อเดียวกับปุ๋ยน้ำหมักปลา จึงนำไปใช้ได้

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลาSMที่ผสมแล้ว
วิธีใช้
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM
  - ปุ๋ยน้ำหมัก                       1- 2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                        100      ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.
 ผสม ให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น กับพืช ทุกชนิดเช่น ข้าว พืชผักสวนครัว ไม้ดอก ไม้ประดับ กล้วยไม้ ไม้ผล ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย สนามหญ้า
ประโยชน์
-   ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
-   จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรมของ
    จุลินทรีย์
-   ช่วย ควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ
ข้อแนะนำ
    ควรเก็บไว้ในที่ร่ม  อุณหภูมิปกติ



Liked By: vichai sila
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #52 เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 11:38:52 AM »

 สูตรปุ๋ยน้ำหมักปลาที่ให้ไว้ เราสามารถใช้กับมะนาวทุกช่วงระยะการปลูกตั้งแต่เตรียมดินจนถึงติดผลครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #53 เมื่อ: เมษายน 23, 2015, 10:16:16 PM »


ตัวอย่างการใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลาSMกับการปลูกมะนาวครับ

มะนาวจะตอบรับปุ๋ยน้ำหมักปลาSMดีมากครับ

เริ่มลงปลูก



มะนาวอายุ 1 เดิอน



มะนาวอายุ 2 เดิอน

บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #54 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2015, 06:39:56 PM »

 การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลาSMกับการปลูกปาล์มครับ

คุณปริทรรศน์ อ.มะลวน จ.สุราษฎร์ธานี
หนึ่งในผู้ใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลาSM ฉีดพ่นปาล์มน้ำม้น ค้นพบว่าปุ๋ยน้ำหมักปลา SM สามารถทำให้ช่อดอกกระเทยสามารถติดลูกได้ครับ
ยินดีด้วยครับ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2015, 07:40:07 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #55 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2015, 12:09:50 PM »

 
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับยางพาราครับ
คุณปริทรรศน์ จ. สุราษฎร์ธานีครับ





Liked By: vichai sila
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2015, 07:38:30 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
KeenBiz
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #56 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2015, 07:56:21 PM »

ขอความรู้เรื่องปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐานครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #57 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 12:30:30 PM »

ขอความรู้เรื่องปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐานครับ
สวัสดีครับ
 คุณสมบัติที่สำคัญของปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐาน ก็คือ ค่่า GI การย่อยสลายที่สมบูรณ์ ดังนั้นปุ็ยอินทรีย์จะต้องผ่านการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ ในกระบวนการหมักปุ๋ยครับ
บันทึกการเข้า
KeenBiz
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #58 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2015, 04:12:38 PM »

คุณสมบัติของปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐานกรมวิชาการเกษตรมีอะไรบ้างครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #59 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2015, 03:23:47 PM »

คุณสมบัติของปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐานกรมวิชาการเกษตรมีอะไรบ้างครับ

ปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐาน กรมวิชาการเกษตร
ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยจะต้องผ่านการย่อยสลายอย่างสมบูรณ์โดยจุลินทรีย์เท่านั้น
     คุณสมบัติของปุ๋ยอินทรีย์ตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ. 2551
1   ปริมาณอินทรียวัตถุ                                          ไม่น้อยกว่า 20 % โดยน้ำหนัก
2   ค่าความเป็นกรด-ด่าง ( pH)                               5.5 –8.5
3   อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N)                 ไม่เกิน 20 / 1
4   ค่าการนำไฟฟ้า ( EC : Electrical Conductivity) ไม่เกิน 10   เดซิซีเมน/เมตร
5   ปริมาณธาตุอาหารหลัก                                    N ไม่น้อยกว่า  1.0 %  โดย น.น.
                                                                   P ไม่น้อยยกว่า  0.5 %  โดย น.น.
                                                                   K ไม่น้อยกว่า  0.5 %  โดย น.น.
6   การย่อยสลายสลายที่สมบูรณ์                               มากกว่า 80 %
7   ปริมาณความชื้นและสิ่งที่ระเหยได้                          ไม่เกิน 30 % โดยน.น.
8   ปริมาณเกลือ                                                  ไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์
บันทึกการเข้า
AISbd
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


« ตอบ #60 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2015, 04:21:29 PM »

ถาม คห.ท่านครับแต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริงจะยิ่งดีมากครับ

ช้อนเงิน/ช้อนทอง ....มันคืออะไรครับ
ปุ๋ย/ฮอร์โมน หรืออะไรครับ

ขอบคุณ

บันทึกการเข้า
AISbd
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


« ตอบ #61 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2015, 06:51:45 PM »

ประโยชน์และคุณสมบัติของปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพปลา คือ

1 ธาตุอาหารพืช ( Plant Elements ) ครบทั้ง 16 ธาตุ
- ธาตุอาหารหลัก (Macro Elements)
- ไนโตรเจน N
- ฟอสฟอรัส P
- โพแทสเซียม K
- แคลเซียม Ca
- แมกนีเซียม Mg
- กำมะถัน S
- จุลธาตุ (Micro Elements)
- เหล็ก Fe
- แมงกานีส Mn
- ทองแดง Cu
- สังกะสี Zn
- โบรอน B
- โมลิบดินั่ม Mo
- คลอรีน Cl

2 กรดฮิวมิก ( Humic Acid )
  มีความสำคัญในการเร่งอัตราการเจริญ เติบโตของรากและลำต้นพืชได้ดี
   - กรดอินทรีย์ (Organic Acid)
   - กรดอะซิติก (Acetic Acid)
   - กรดแลคติก (Lactic Acid)
ประโยชน์
- เป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์
- ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสียและจุลินทรีย์ที่ก่อโรคบาง
  ชนิด
- ยับยั้งการเกิดกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เปลี่ยนรูปไนโตรเจนเป็นแอมโมเนีย (NH3) ซึ่งสูญเสีย  
  ไปได้ง่ายจากการระเหย
- ช่วยละลายสารประกอบอนินทรีย์ของแร่ธาตุบางชนิดให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้

3 กรดอะมิโน ( Amino Acid )
- กรดอะมิโน ให้ธาตุไนโตรเจน ( N ) เร่งการเจริญเติบโตของพืช
- น้ำหมักปลามีองค์ประกอบหลักคือกรดอะมิโน ซึ่งสามารถจับกับธาตุอาหารพืชและเปลี่ยนรูป
  เป็นอะมิโนคีแลต    
  ซึ่งพืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าการใช้ปุ๋ยในรูปเกลือธรรมดา ส่งผลให้ช่อดอกของพืชมี
  ความยาวช่อเพิ่มขึ้น จำนวนดอกและการแตกยอดใหม่ของพืชเพิ่มขึ้น
- กรดอะมิโนช่วยผลิตฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินได้

4 ฮอร์โมนพืช (Plant Hormone)
- ออกซิน (Auxin) มีผลในการเพิ่มการขยายตัวของเซลล์ กระตุ้นการแบ่งเซลล์ เพิ่มการเกิดราก
  การเจริญของรากและลำต้น เพิ่มการออกดอก เปลี่ยนเพศดอก เพิ่มการติดผลดีขึ้น กระตุ้นการ
  สุกของผล และ เพิ่มกิจกรรมเอนไซม์
- จิบเบอร์เรลลิน (Gibberellin) มีผลในการกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์พืชในทางยาว ทำให้ลำ
  ต้นยืดตัวมากขึ้น กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ ชักนำให้เกิดการงอกของเมล็ดพืช เร่งการออก
  ดอก ยืดช่อ ดอกเปลี่ยนเพศดอก เพิ่มการติดผล พัฒนาการเกิดตาข้าง
- ไซโตไคนิน (Cytokinin) มีผลในการกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์การเจริญทางด้านลำต้น
   กระตุ้นการเจริญของตาข้างให้เจริญเป็นกิ่งแขนง เพิ่มอัตราการเกิดกระบวนการสังเคราะห์แสง
   ป้องกันคลอโรฟิลล์ให้ถูกทำลายช้าลง ทำให้ใบพืชเขียวนานและร่วงหล่นช้า

5 เอนไซม์ (Enzyme)
- เซลลูเลส (Cellulase)
- ฟอสฟาเทส (Phosphatase)
ช่วยย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ให้มีขนาดโมเลกุลเล็กลง เพื่อให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป

6 สารเปิดปากใบ
ทำให้การให้ปุ๋ยธาตุอาหารพืชทางใบได้ผลรวดเร็วยิ่งขึ้นเพราะพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารทางปากใบได้ทันที

-----------------------

เรียนถามหน่อยครับ

* ช่วยบอกตัวเลขปริมาณของ ฮอร์โมนพืช/กรดอะมิโน/ธาตุอาหารพืช ( Plant Elements ) ครบทั้ง 16 ธาตุ/และสารอื่น ที่ได้จาก......ปุ๋ยปลาหมัก ได้ไหมครับ เพราะเชื่อว่าท่านคงตรวจสอบแล้วก่อนหน้านี้

* หมักปลาพร้อมนม......ดีกว่าหมักแต่ปลาหรือนม ไหมครับ

* ข้อเสียหรือจุดด้อยจากการใช้มีหรือไม่ เช่น -สมมติ- พอใส่ลงดินแล้ว จุลชีพในดิน เปลี่ยนโปรตีนหนืออะมิโน เป็น เอทธิลีนฮอร์โมน

* จุลชีพ SM.....มีชื่อวืทยาศาสตร์อะไรครับ

ขอบคุณ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 20, 2015, 07:08:50 PM โดย AISbd » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #62 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2015, 12:24:54 PM »

ถาม คห.ท่านครับแต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริงจะยิ่งดีมากครับ

ช้อนเงิน/ช้อนทอง ....มันคืออะไรครับ
ปุ๋ย/ฮอร์โมน หรืออะไรครับ

ขอบคุณ





รูปมาจากเกษตรกรที่ปลูกส้มอินทรีย์ครับ  ดูข้อมูลในนะครับ

http://www.kokomax.com/product-th-0-2790915-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A+%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81+%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2015, 12:29:29 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #63 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2015, 10:16:51 PM »

เราสามารถนำธาตุอาหารพืชมาใช้ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วโดยใช้จุลินทรีย์ SM ครับ

ธาตุอาหารพืชในธรรมชาติ

ไนโตรเจน
ในพืช :
- ส่วนสีเขียวเข้มแก่จัดของพืชทุกชนิด. ต้นถั่วทุกชนิด. พืชตระกูลถั่ว (ก้ามปู. พุทรา. มะขามเทศ. มัยราบ. ทองหลาง. กระถินทุกชนิด. โสนทุกชนิด). สาหร่ายน้ำจืดทุกชนิด.
ในสัตว์ :
- เมือก-คาว-เลือด-เนื้อ สดๆ จากปลายังมีชีวิต.
ในน้ำ :
- น้ำฝน. น้ำค้าง. น้ำในแหล่งธรรมชาติ.

ฟอสฟอรัส
ในพืช :
- รากสดแก่จัด. เมล็ดในสดแก่จัด. ใบแก่ชะอม-ขจร-ถั่วพู-กระถิน-มะระ-บัวบก-ผักบุ้งจีน-สะระแหน่-หน่อไม้ฝรั่ง. งาดำ. ถั่วดำ. ถั่วลิสง. ถั่วเหลือง. เมล็ดบัว. ลูกเดือย. ดอกตูมและเกสร. สาหร่ายทะเล
- เนื้อผลไม้รสหวานสนิทแก่จัดสุกงอมจนออกกลิ่นฉุน เช่น กล้วย. เงาะ. มะละกอ. ทุเรียน. ละมุด. ฝรั่ง. น้อยหน่า. แก้วมังกร. มะปรางหวาน. มะยงชิด. ลองกอง. ลางสาด. มะขามหวาน. แตงโม. แคนตาลูป.
ในสัตว์ :
- เกร็ด-ก้าง-กระดูกปลาทะเล สด/แห้ง-เก่า/ใหม่
ในอาหารคน :
- มัสตาส. นมผงขาดมันเนย. เนยแข็ง. ลูกชิ้นกุ้ง. กะปิเคย

โปแตสเซียม
ในพืช :
- เปลือกและเนื้อของผลไม้รสหวานสนิทแก่จัดสุกงอมจนออกกลิ่นฉุนเหมือนฟอสฟอรัส
- ผลดิบแก่จัด เช่น ฟักทอง. แตงทุกชนิด. กระเจี๊ยบ. พริกสด. มะเขือพวง.
- ผักสด เช่น บล็อกโคลี่. ผักกาดขาว. ผักกาดหอม. ป๊วยเหล็ง.
- เปลือกแห้ง/สด/ใหม่ของผลไม้รสหวาน เช่น ทุเรียน. กล้วย. มะละกอ (ยกเว้น มังคุดและเงาะ)
ในสัตว์ :
- เนื้อสดสัตว์น้ำจืด/ทะเล. เครื่องในสัตว์บก/ทะเล

แคลเซียม
ในพืช :
- ผักผลสดแก่จัด เช่น ถั่วลันเตา. กระเจี๊ยบ. แตงดิบทุกชนิด. มะขามเทศมัน. กระถิน. มะระ. มะเขือเทศดิบ. บวบเหลี่ยม. งาดำ
- ผักใบสดแก่จัด เช่น คะน้า. โขม. กะเฉด. บล็อกโคลี่. ยอดปอ. ใบแก่ฟักทอง
- ผลดิบสดแก่จัดรสฝาดยังไม่สุก เช่น ฝรั่ง. อะโวคาโด. ผล/เมล็ดแตงแก่สดทุกชนิด. เมล็ดถั่วเขียว. มะขามเทศฝาด. มะขามป้อม. ขุยมะพร้าว.
ในสัตว์ :
- เกร็ด-ก้าง-กระดูกของปลาสดมีชีวิต. เปลือกไข่. เปลือกหอยสด/แห้ง/เก่า/ใหม่. นมสดสัตว์รีดใหม่. กุ้งฝอยสด/แห้ง. หอยจูน. หอยทราย
ในอาหารคน :
- นมพร่องมันเนย. เนยแข็ง. ผงกะหรี่. ไข่สด
ในธรรมชาติ :
- ยิบซั่มธรรมชาติ. ปูนหินเผา. ปูนเปลือกหอมเผา. ปูนมาร์ล. โดโลไมท์.

แม็กเนเซียม
ในพืช :
- เปลือก-ใบ-ตา-ต้นสีเขียวเข้มแก่จัด. เมล็ดในสดแก่จัด. เนื้อ/เปลือกผลไม้สดแก่จัดสุกงอมรสหวานอมเปรี้ยว เช่น สับปะรด. สตรอเบอรี่. มะเฟือง. ระกำ. สละ. เชอรี่. มะเขือเทศดิบ
ในสัตว์ :
- เกร็ด-ก้าง-กระดูกสัตว์สด/แห้ง-ใหม่/เก่า. ปลาทะเล.
ในธรรมชาติ :
- ปูนมาร์ล. โดโลไมท์.

กำมะถัน
ในพืช :
- พืชสด/แห้งแก่จัดที่มีกลิ่นฉุน เช่น หอมแดง. หอมหัวใหญ่. กระเทียม. ขึ้นฉ่าย. ผักชี. สะตอ. พริกสด/แห้ง
ในสัตว์ :
- เมือก-เลือด-เนื้อสดใหม่จากปลาทะเลมีชีวิต
ในอาหารคน :
- ไข่สด
ในธรรมชาติ :
- ยางติดเปลือกมังคุด. กำมะถันผง

เหล็ก
ในพืช :
- ตาที่กำลังอั้นเต็มที่. ยอดอ่อน. เนื้อ/ใบสดแก่จัดของฟักทอง-ฟักเขียว-เผือก-กะเฉด-ผลพริกสด-ยอดปอ. มะเขือพวง. เมล็ดถั่วแขกแห้ง. เมล็ดบัว. เมล็ดกระถิน. ถั่วลิสง. ลูกเดือย. ยอดขี้เหล็ก. ผักดูด. เห็ดหูหนู. มัสตาด. จมูกข้าว.
ในสัตว์ :
- เมือก-เลือด-เครื่องในสดจากปลาทะเลมีชีวิต. เลือดวัว/ควาย/ไก่/แพะ. นมสดสัตว์รีดใหม่.
ในอาหารคน :
- มัสตาด. นมกล่องจืด/เปรี้ยว. ไข่สด.

ทองแดง
ในพืช :
- ส่วนสีเขียวสดแก่จัด. เมล็ดในสดแก่จัด. พืชตระกูลถั่ว.
ในสัตว์ :
- เครื่องในสดจากปลาทะเลมีชีวิต

สังกะสี
ในพืช :
- หัวสดแก่จัดเป็นเสี้ยนจนกินไม่ได้ เช่น ไชเท้า. แครอท. มันเทศ. มันแกว
- เหง้าหรือไหลสดแก่จัด เช่น ผักปอด. พุทธรักษา. กล้วย. เตย. ตำลึง.
- เมล็ดสดแก่จัด เช่น ฟักทอง. บวบ. แตง. ถั่วเขียว.
ในสัตว์ :
- หอยทะเล. ปลาทะเล.

แมงกานิส
ในพืช :
- มะเขือเทศสุก. ผลตำลึงสุก. ผลวัชพืชสุก.
ในสัตว์ :
- เครื่องในสดปลาทะเล.
ในพืช :
- เมล็ดอ่อน. ส่วนที่เป็นน้ำหรือเยื่อเจริญของพืช.

โมลิบดินั่ม
ในพืช :
- เยื่อเจริญ

โบรอน
ในพืช :
- ผลอ่อน-ยอดอ่อน-ใบอ่อน-รากอ่อน ลักษณะกรอบ เปราะ เด็ดได้ด้วยมือ เช่น ผล/ยอดแตง-กะเฉด-ตำลึง-ผักบุ้ง-ยอดอ่อนของพืชเลื้อยทุกชนิด-เปลือกสดเขียว ส่วนปลายกิ่งที่กำลังมีผลอ่อน. ทะลายปล์ม.
ในสารสังเคราะห์ :
- น้ำประสานทอง. โบรอนพืช (เกรด 10 โมเลกุลน้ำ).

ซิลิก้า
ในพืช :
- แกลบดิบ. หญ้าคา. หญ้าขน. กากน้ำตาล.
ในธรรมชาติ :
- หินภูเขาไฟ

โซเดียม
ในสัตว์ :
- เครื่องในสดใหม่ปลาทะเลมีชีวิต. มูลควาย.
ในธรรมชาติ :
- เกลือสมุทร. คาร์บอน
.ในสารธรรมชาติ :
- แกลบดำ. ถ่าน. ขี้เถ้า. ควันไฟ.

จิ๊บเบอเรลลิน
ในพืช :
- เมล็ดเริ่มงอก. น้ำมะพร้าวอ่อน. ผลอ่อนของผลไม้ที่มีลักษณะยาว. ยอดอ่อนพืชเด็ดได้ด้วยมือ. เถาบอระเพ็ดสดแก่จัดช่วงความสูง 1 ม.แรกจากพื้น. เปลือกสดปลายกิ่งส่วนที่เป็นสีเขียวขณะมีผลแก่.
ในสัตว์ :
- น้ำล้างเขียงทำปลา.

ไซโตคินนิน
ในพืช :
- หัวไชเท้า. ผักปรัง. ข้าวโพดหวาน. ข้าวระยะน้ำนม. โสมไทย. หน่อไม้ฝรั่ง. หน่อไม้ไผ่ตง. น้ำมะพร้าวแก่. แป้งในพืชหัวระยะกำลังเจริญเติบโต. สาหร่ายทะเล.
ในสัตว์ :
- สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น กุ้ง. เคย. ปู. หนอน. แมลง. กิ้งกือ. ไส้เดือน. กระดองเต่า/ตะพาบ. ปลิงทะเล/น้ำจืด. ลิ้นทะเล. รกสัตว์. ไข่อ่อน. ไข่ขาว. น้ำหอย เผา.

อะมิโน
ในพืช :
- น้ำเต้าหู้พร้อมดื่ม.
ในสัตว์ :
- ปลาทะเล. เยื่อหุ้มเมล็ดเลือด.
ในอาหารคน :
- ซุปไก่สกัด. น้ำก้นหม้อนึ่งปลา. น้ำเนื้อตุ๋น. ผงชูรส.

โอเมก้า
ในสัตว์ :
- เครื่องในสัตว์ทะเลสดมีชีวิต. หนอน. เนื้อปลาทะเลสด.
ในอาหารคน :
- ไข่สด. นมสด.

เอ็นเอเอ.
ในพืช :
- หัวกวาวเครือขาวสดแก่จัด

พาโคลบิวทาโซล
ในพืช :
- เหง้าตำลึงสดแก่จัดเป็นเสี้ยน ใบข่อยสดแก่จัด ผักปรังต้นแก่จัด ผักเสี้ยนต้นแก่จัด. หัวสดแก่จัดจนเนื้อเป็นเสี้ยนกินไม่ได้ เช่น หัวไชเท้า. มันเทศ. มันแกว.

วิตามิน บี.
ในพืช :
- เมล็ดทานตะวัน. น้ำมันพืช.
ในอาหารคน :
- ไข่สด
ในสัตว์ :
- หนังปลาสดใหม่


วิตามิน อี.
ในสัตว์ :
- ไข่แดง. หนังปลา.
ในพืช :
- แตงกวา

โปรตีน.
ในพืช :
- ถั่วเหลือง.
ในสัตว์ :
- เนื้อสัตว์สดใหม่
ในอาหารคน :
- เนื้อสัตว์ทุกชนิด (ในปลามากที่สุด). นม. ไข่. น้ำเต้าหู้. น้ำต้มตุ๋น.

เอสโตรเจน.
ในพืช :
น้ำมะพร้าวแก่.
ในสัตว์ :
- น้ำเชื้อ.
ในอาหารคน :
- ยาเม็ดคุมกำเนิดแถวบำรุง. ไวอากร้า. เอสไพริน.

หมายเหตุ :
- เกษตรกรสหรัฐอเมริการู้จักการทำและใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพมานานกว่า 50 ปีแล้ว โดยปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ใช้ทำจากวัสดุส่วนผสมแบบเลือกสรรพิเศษพบว่ามีธาตุอาหาร พืชกลุ่ม “อะมิโน โปรตีน” เป็นหลัก และวันนี้ เกษตรกรเกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ก็ได้มีการใช้กันอย่างกว้างขวางและจริงจัง
- ผู้ค้นพบปุ๋ยหมักครั้งแรก คือ นักวิชาการเกษตรอินเดียได้เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยเมื่อประมาณ 60 ปีที่แล้ว ถึงวันนี้ก็ยังได้รับความนิยมและความเชื่อถือจากเกษตรไทยน้อยมาก
- ปัจจุบันเกษตรกรเยอรมันที่มีเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์การเกษตรสูงมาก ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางทำการเกษตรแบบเคมีวิทยาศาสตร์ล้วนๆ มาสู่รูปแบบ “อินทรีย์ชีวภาพนำ-เคมีวิทยาศาสตร์เสริม” อย่างกว้างขวาง โดยมีหลักวิชาการเข้ามาประกอบการใช้ ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด อนาคตการทำอาชีพเกษตรกรรมดีขึ้น

แนวความคิดในการทำธาตุอาหารพืช

1. รู้......พืชต้องการธาตุอาหารตัวใด ?
2. รู้......ธาตุอาหารที่พืชต้องการนั้นมีอยู่ในวัสดุใด ?
3. รู้......วิธีแปรสภาพวัสดุนั้นให้เป็นธาตุอาหารสำหรับพืชได้อย่างไร ?
4. รู้......วัสดุที่แปรสภาพแล้วนั้นได้ธาตุอาหารพืชตัวใด ?
5. รู้......วิธีให้ธาตุอาหารที่แปรรูปแล้วแก่พืชอย่างไร ?
6. รู้......ธาตุอาหารแต่ละตัวที่แปรสภาพแล้วบำรุงพืชเพื่ออะไร ?

ในธรรมชาติไม่มีตัวเลขหรือสูตรสำเร็จ การปฏิบัติบำรุงต่อพืชด้วยวิธีการเดียวกันแต่ได้ผลต่างกัน เพราะปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวกับพืชแต่ละต้นไม่เหมือนกันนั่นเอง สูตรปุ๋ยน้ำชีวภาพจากสำนักใดถือว่าเป็น “สูตรของสำนัก” นั้น ครั้นเมื่อผู้ที่ได้รับสูตรแล้วมาทำใช้เองด้วยมือตัวเอง ย่อมถือว่าเป็น “สูตรของผู้ทำ” ดังนั้น ก่อนใช้งานจริง ผู้ทำจะต้องทดสอบสูตรที่ตัวเองทำก่อนเสมอ...
สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved. (ลุงคิม แห่ง ไร่กล้อมแกล้ม)และบทความที่ลงใน เว็บไซต์ สวนคุณไพบูลย์ ได้ขออนุญาต เจ้าของบทความ คือลุงคิม แล้ว


 ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล มีประโยชน์มากจริงๆครับ


Liked By: vichai sila
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: