หน้า: 1 [2] 3 4 5 6   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลากหลายคำตอบจากผู้ใช้จุลินทรีย์SMครับ  (อ่าน 25984 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
บุหงา_อยู่ดีกินหวาน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1980



« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2014, 08:43:55 AM »

แฟนคิดจะตัดต้นมะกรูดครึ่งต้นเพราะมันชะลูดครับ ก็เลยอยากฝึกฝีมือ ลองตอนมะกรูดบ้าง

เห็นเขาว่าติดยาก ดูไม่น่าเกี่ยวอะไรกับกระทู้เนาะ แต่หลังจากรดด้วยปุ๋ยปลา ทั้งต้นแตกกิ่งออกมากิ่งเดียว

ผลที่ได้ก็อย่างที่เห็นครับ  ยิงฟันยิ้ม





Liked By: ionicyuth, vichai sila
บันทึกการเข้า

Service
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 728


« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2014, 10:22:15 AM »

โอ้ว แม่จ้าววว


Liked By: ionicyuth
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2014, 11:49:58 AM »

งั้นอันนี้ก็ใช้ได้หรือป่าวครับ  ปรับปรุงดินได้มั้ย  หรือเป็นปุ๋ยได้เลย





ผลวิเคราะห์ดีมากในเรื่องของธาตุอาหารพืช แต่ K  ต่ำ ไป
ส่วนเรื่องการย่อยสลาย ค่า GI ใกล้เคียง มาตรฐานเอา 80 ครับ
สามารถใช้เป็นปุ๋ยและปรับปรุงดินได้เลยครับ

ในเรื่องของปุ๋ยอินทรีย์ ค่า  N P K ที่วิเคราะห์ออกมาได้จะอยู่ในรูปที่พร้อมใช้ และเสถึยรครับ ดั้งนั้นถ้าใส่ลงไปในดิน พืชก็จะนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที่ครับ
ดังนั้น ถ้าเราสนใจเรื่องของมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ เราก็จะสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับปุ๋ยเคมีได้หรืออาจดีกว่าก็ไก้ครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #19 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2014, 11:59:20 AM »

แฟนคิดจะตัดต้นมะกรูดครึ่งต้นเพราะมันชะลูดครับ ก็เลยอยากฝึกฝีมือ ลองตอนมะกรูดบ้าง

เห็นเขาว่าติดยาก ดูไม่น่าเกี่ยวอะไรกับกระทู้เนาะ แต่หลังจากรดด้วยปุ๋ยปลา ทั้งต้นแตกกิ่งออกมากิ่งเดียว

ผลที่ได้ก็อย่างที่เห็นครับ  ยิงฟันยิ้ม






ในเรื่องของการเกษตร ใบพืชถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของพืช เพราะพืชใช้ในการปรุงอาหาร  ดังนั้นถ้าเราสามารถทำให้ใบพืชโตใหญ่และสมบูรณ์ได้ ผลผลิตที่ตามมาก็จะดีแน่นอนครับ

การตัดแต่งกิ่งเป็นสิ่งสำคัญ แต่เกษตรกรยังไม่เข้าใจและไม่กล้าที่จะทำเพราะเสียดายใบเก่า
นี่เป็นหนึ่งคำตอบของปุ๋ยหมักปลา   ซึ่งสามารถช่วยเกษตรกรได้จริงครับ
ขอบคุณที่ช่วยเผยแพร่นะครับ
บันทึกการเข้า
dode
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #20 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2014, 12:53:29 PM »

คุณ ionicyuth ไม่ทราบ" ปุ๋ยแบบแห้ง"
ที่ทำเสร็จบรรจุถุงมีขายหรือปล่าวครับ


Liked By: Sanguan1965
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2014, 01:00:12 PM »

คุณ ionicyuth ไม่ทราบ" ปุ๋ยแบบแห้ง"
ที่ทำเสร็จบรรจุถุงมีขายหรือปล่าวครับ
ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้ผลิตปุ๋ยขายครับ


Liked By: Sanguan1965
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #22 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2014, 12:21:29 PM »

สวัสดีครับ
 
น่าสนใจมากครับ
ผมเป็นนักศึกษาเกษตร กำลังทำรายงานเรื่องปุ๋ยอินทรีย์
รบกวนขอข้อมูลการทำปุ๋ยอินทรีย์ด้วยจุลินทรีย์ SM ครับ
อาทิ เช่น สูตรการทำปุ๋ยต่างๆครับ

ขอบคุณมากครับ

สวัสดีครับ
ยินดีให้ความรู้เสมอครับ และขอบคุณที่ให้ความสนใจครับ

ผมแนะนำเรื่องการทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำก่อนนะครับ
 การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาครับ เป็นทั้งปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยฮอร์โมนพืชด้วยครับ

การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาระยะสั้น  7-10 วัน โดยจุลินทรีย์ SM

สูตรที่ 1
สารเร่งชีวภาพ SM ใช้ทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ปลา
ส่วนผสมทั้งหมด
 1  สาร SM                          50    กรัม
 2  น้ำสะอาดประมาณ           160    ลิตร
 3  กากน้ำตาล                       8    ก.ก.
 4  รำละเอียด                        4     ก.ก.
 5  ปลาทั้งตัว                       20    ก.ก.
 6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ          4    ก.ก.

อุปกรณ์
1 ถังน้ำมีฝาปิดความจุ            200   ลิตร

วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1

 - นำรายการที่ 1 - 3 มาผสมในถังคนให้เข้ากันดังนี้
   1  สาร SM                         50    กรัม
   2  น้ำสะอาดประมาณ            80    ลิตร หรือประมาณ ครึ่งถัง
   3  กากน้ำตาล                       4    ก.ก.  
   4  รำละเอียด                        4     ก.ก.
   5  ปลาสดทั้งตัว                   20    ก.ก.
   6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ          4     ก.ก.
 - นำรายการที่ 4 - 6 เทรวมลงในถังแล้วคนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
 - ปิดฝาเพื่อไม่ให้แมลงวันลงไป
 - คนทุกวันๆละ2ครั้งหมักไว้ 7วันซึ่งปลาจะถูกย่อยจนหมดแล้วจึงทำตาม

ขั้นตอนที่ 2 ดังนี้
   1 เติมกากน้ำตาลอีก 4 ก.ก.
   2 เติมน้ำสะอาดเพิ่มอีกจนเกือบเต็มถัง
   3 คนให้เข้ากัน ปิดฝา หมักต่ออีก 3-7  วัน เป็นอันใช้ได้
ข้อสังเกต หลังการหมัก ปลาจะถูกย่อยจนละเอียดหมด  ส่วนสับปะรดคงเหลือเป็นชิ้นๆ

การเก็บรักษา
   1 กรองน้ำหมักปลาแล้วเก็บไว้ในถังแบบเดิมที่มีฝาปิดมิดชิด
   2 กรองน้ำหมักปลาแล้วบรรจุใส่แกลลอนขนาดจุ 20 หรือ 5 ลิตร แล้วแต่สะดวก

วิธีใช้
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM
  - ปุ๋ยน้ำหมัก                         1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                         100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.
ผสมให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น กับพืช ทุกชนิดเช่น ข้าว พืชไร่ พืชผักสวนครัว ไม้ดอก       ไม้ประดับ ไม้ผล ยางพารา กล้วยไม้ สนามหญ้า
ประโยชน์
 - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
 - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรมของ
   จุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ

ข้อแนะนำ
ควรเก็บไว้ในที่ร่ม  อุณหภูมิปกติ

การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาระยะสั้น  7-10 วัน โดยจุลินทรีย์ SM
สูตรที่ 2

การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาที่มีกลิ่นน้อยมากและมีธาตุอาหารสูงขึ้น
สารเร่งชีวภาพ SM ใช้ทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพปลา
ส่วนผสมทั้งหมด
 1  สาร SM                          50    กรัม
 2  น้ำสะอาดประมาณ           160    ลิตร
 3  กากน้ำตาล                      8    ก.ก.
 4  รำละเอียด                       4     ก.ก.
 5  ปลาทั้งตัว                      20     ก.ก.
 6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ          4     ก.ก.
 7  สารบำรุงดิน SM                2     ก.ก.
อุปกรณ์
1 ถังน้ำมีฝาปิดความจุ            200   ลิตร
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1

 - นำรายการที่ 1 - 3 มาผสมในถังคนให้เข้ากันดังนี้
   1  สาร SMชนิดผง                  50    กรัม
   2  น้ำสะอาดประมาณ              80    ลิตร หรือประมาณ ครึ่งถัง
   3  กากน้ำตาล                        4    ก.ก.
   4  รำละเอียด                         4     ก.ก.
   5  ปลาสดทั้งตัว                    20    ก.ก.
   6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ           4     ก.ก.
   7  สารบำรุงดิน SM                  2     ก.ก.
- นำรายการที่ 4 - 7 เทรวมลงในถังแล้วคนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
 - ปิดฝาให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แมลงวันลงไปไข่ จะเกิดหนอน
 - เปิดฝาคนทุกวันๆละ 2 ครั้ง หมักไว้  7  วัน ซึ่งปลาจะถูกย่อยจนหมดแล้วจึงทำตาม

ขั้นตอนที่ 2 ดังนี้
   1 เติมกากน้ำตาลอีก  4 ก.ก.
   2 เติมน้ำสะอาดเพิ่มอีกจนเกือบเต็มถัง
   3 คนให้เข้ากัน ปิดฝา หมักต่ออีก 3-7  วัน เป็นอันใช้ได้

ข้อสังเกต
   หลังการหมัก ปลาจะถูกย่อยจนละเอียดหมด  ส่วนสับปะรดคงเหลือเป็นชิ้นๆ

การเก็บรักษา
   1 กรองน้ำหมักปลาแล้วเก็บไว้ในถังแบบเดิมที่มีฝาปิดมิดชิด
   2 กรองน้ำหมักปลาแล้วบรรจุใส่แกลลอนขนาดจุ 5 ลิตร หรือ 20  ลิตร
    แล้วแต่ความสะดวกกับการนำไปใช้งาน

วิธีใช้
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM
  - ปุ๋ยน้ำหมัก                       1- 2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                        100      ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.
 ผสม ให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น กับพืช ทุกชนิดเช่น ข้าว พืชไร่ พืชผักสวนครัว ไม้ดอก ไม้ประดับ กล้วยไม้ ไม้ผล ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย สนามหญ้า

ประโยชน์
-   ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และเอนไซม์
-   จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรมของ
    จุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ
ข้อแนะนำ
    ควรเก็บไว้ในที่ร่ม  อุณหภูมิปกติ

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับนาข้าว
การให้ปุ๋ยน้ำหมักปลากับนาพื้นที่ 1 ไร่

 รายการ                                            ปุ๋ยหมักปลา
การเตรียมดิน                                          10  ลิตร
ข้าวอายุ      15  วัน                                  5   ลิตร
ข้าวอายุ      30  วัน                                  5   ลิตร
ข้าวอายุ      45  วัน                                  5   ลิตร
ข้าวตั้งท้อง  60  วัน                                  5   ลิตร
ข้าวอายุ      70 วัน                                   5   ลิตร


การผสมปุ๋ยน้ำหมักปลาเพื่อเตรียมดินก่อนปลูกข้าว
ส่วนผสม
1 ปุ๋ยน้ำหมักปลา                10      ลิตร
2 กากน้ำตาล                      2      ก.ก.
3 น้ำสะอาด                     200     ลิตร
นำรายการ 1-3 ผสมให้เข้ากันใช้ฉีดพ่นลงดิน พื้นที่ 1 ไร่

การผสมปุ๋ยน้ำหมักปลาเพื่อฉีดพ่นข้าว
ส่วนผสม
1 ปุ๋ยน้ำหมักปลา                  5     ลิตร
2 กากน้ำตาล                       1     ก.ก.
3 น้ำสะอาด                      100    ลิตร
นำรายการ 1-3 ผสมให้เข้ากันใช้ฉีดพ่นทั้งต้นข้าวและลงดิน พื้นที่ 1 ไร่

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับยางพารา
สำหรับต้นกล้าและยางพาราที่ยังไม่ได้กรีด

วิธีใช้
ส่วนผสม

1ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   2     ลิตร
2น้ำสะอาด                       100     ลิตร
3กากน้ำตาล                        1     ก.ก.
ผสมให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งที่ต้นและลงดินทุกๆ10-15  วัน

ประโยชน์
   - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
   - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
     ของจุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ

สำหรับยางพาราที่กรีดได้แล้ว
วิธีใช้
ส่วนผสม

1  สาร SM แบบน้ำ                     5     ลิตร
2  น้ำสะอาด                         200      ลิตร
3  กากน้ำตาล                           1      ก.ก.
4  ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   2-4      ลิตร
5  สารบำรุงดิน SM                     1     ก.ก.
นำรายการที่ 1- 5 ผสมในถังคนให้เข้ากัน นำไปฉีดพ่นที่ต้นยางและหน้ายางที่กรีดแล้ว

ประโยชน์
1 ช่วยป้องกันและควบคุมเชื้อโรคที่เกิดจากเชื้อราต่างๆ
2 ช่วยให้ยางผลิตและสะสมน้ำยางได้มากขึ้น
3 ช่วยให้ต้นยางสร้างเซลล์ใหม่และเปลือกหุ้มต้นได้เร็วขึ้น
4 ป้องกันโรคเปลือกแข็ง

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับการปลูกพืชผักสวนครัว
ส่วนผสม

  - ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                         100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.

วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ลงดินในการเตรียมแปลงปลูกผัก
 2 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ผัก ทุกๆ 7-10 วัน

ประโยชน์
    - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
   - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
      ของจุลินทรีย์
  -   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ


การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับการปลูกไม้ผล
เช่น มะนาว ส้ม ส้มโอ ลำไย ทุเรียนหรืออื่นๆทุกชนิด


ส่วนผสม
  - ปุ๋ยน้ำหมักปลา                      1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                            100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                             1     ก.ก.

วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งต้นและลงดิน
 2 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทุกๆ  10-15 วัน

ประโยชน์
    - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
   - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
      ของจุลินทรีย์
  -   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับการปลูกมันสำปะหลัง

ส่วนผสม
  - ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                         100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.
วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งต้นและลงดินทุกๆ10-15 วันในช่วงอายุ 1- 2 เดือน
 2 ในเดือนที่ 3 ผสมสารบำรุงดิน SM เพื่อเร่งให้มันสำปะหลังสะสมแป้งที่มันหัว
ส่วนผสม
- ปุ๋ยน้ำหมักปลา                     1-2     ลิตร
- น้ำสะอาด                          100     ลิตร
- กากน้ำตาล                            1     ก.ก.
- สารบำรุงดิน SM                     1     ก.ก.

ประโยชน์
-    ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์  ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
-    จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและ ช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
        ของจุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ
-    ทำให้มันสำปะหลังสะสมแป้งได้มาก มันหัวโตใหญ่ น้ำหนักมาก

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับการปลูกอ้อย

ส่วนผสม
  - ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                         100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.

วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งต้นและลงดินทุกๆ  15 วัน
หรือ
ส่วนผสม
- ปุ๋ยน้ำหมักปลา                    1-2     ลิตร
- น้ำสะอาด                          100     ลิตร
- กากน้ำตาล                            1     ก.ก.
- สารบำรุงดิน SM                     1     ก.ก.
วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งต้นและลงดินทุกๆ  15 วัน
ประโยชน์
-    ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
-    จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและ ช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
     ของจุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ
-    ทำให้อ้อยสะสมน้ำตาลได้มากขึ้น
  

บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2014, 01:08:30 PM »

 
ผมให้ข้อมูลต่อครับ

เมื่อเราเรียนรู้และเข้าใจขั้นตอนการทำปุ๋ยหมักปลาด้วยจุลินทรีย์ SM แล้ว
เราก็สามารถนำธาตุอาหารพืชจากธรรมชาติมาใช้ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วโดยใช้จุลินทรีย์ SM เป็นตัวย่อยสลาย ครับ


@@ ธาตุอาหารพืชในธรรมชาติ @@

ไนโตรเจน
ในพืช :
- ส่วนสีเขียวเข้มแก่จัดของพืชทุกชนิด. ต้นถั่วทุกชนิด. พืชตระกูลถั่ว (ก้ามปู. พุทรา. มะขามเทศ. มัยราบ. ทองหลาง. กระถินทุกชนิด. โสนทุกชนิด). สาหร่ายน้ำจืดทุกชนิด.
ในสัตว์ :
- เมือก-คาว-เลือด-เนื้อ สดๆ จากปลายังมีชีวิต.
ในน้ำ :
- น้ำฝน. น้ำค้าง. น้ำในแหล่งธรรมชาติ.

ฟอสฟอรัส
ในพืช :
- รากสดแก่จัด. เมล็ดในสดแก่จัด. ใบแก่ชะอม-ขจร-ถั่วพู-กระถิน-มะระ-บัวบก-ผักบุ้งจีน-สะระแหน่-หน่อไม้ฝรั่ง. งาดำ. ถั่วดำ. ถั่วลิสง. ถั่วเหลือง. เมล็ดบัว. ลูกเดือย. ดอกตูมและเกสร. สาหร่ายทะเล
- เนื้อผลไม้รสหวานสนิทแก่จัดสุกงอมจนออกกลิ่นฉุน เช่น กล้วย. เงาะ. มะละกอ. ทุเรียน. ละมุด. ฝรั่ง. น้อยหน่า. แก้วมังกร. มะปรางหวาน. มะยงชิด. ลองกอง. ลางสาด. มะขามหวาน. แตงโม. แคนตาลูป.
ในสัตว์ :
- เกร็ด-ก้าง-กระดูกปลาทะเล สด/แห้ง-เก่า/ใหม่
ในอาหารคน :
- มัสตาส. นมผงขาดมันเนย. เนยแข็ง. ลูกชิ้นกุ้ง. กะปิเคย

โปแตสเซียม
ในพืช :
- เปลือกและเนื้อของผลไม้รสหวานสนิทแก่จัดสุกงอมจนออกกลิ่นฉุนเหมือนฟอสฟอรัส
- ผลดิบแก่จัด เช่น ฟักทอง. แตงทุกชนิด. กระเจี๊ยบ. พริกสด. มะเขือพวง.
- ผักสด เช่น บล็อกโคลี่. ผักกาดขาว. ผักกาดหอม. ป๊วยเหล็ง.
- เปลือกแห้ง/สด/ใหม่ของผลไม้รสหวาน เช่น ทุเรียน. กล้วย. มะละกอ (ยกเว้น มังคุดและเงาะ)
ในสัตว์ :
- เนื้อสดสัตว์น้ำจืด/ทะเล. เครื่องในสัตว์บก/ทะเล
 
แคลเซียม
ในพืช :
- ผักผลสดแก่จัด เช่น ถั่วลันเตา. กระเจี๊ยบ. แตงดิบทุกชนิด. มะขามเทศมัน. กระถิน. มะระ. มะเขือเทศดิบ. บวบเหลี่ยม. งาดำ
- ผักใบสดแก่จัด เช่น คะน้า. โขม. กะเฉด. บล็อกโคลี่. ยอดปอ. ใบแก่ฟักทอง
- ผลดิบสดแก่จัดรสฝาดยังไม่สุก เช่น ฝรั่ง. อะโวคาโด. ผล/เมล็ดแตงแก่สดทุกชนิด. เมล็ดถั่วเขียว. มะขามเทศฝาด. มะขามป้อม. ขุยมะพร้าว.
ในสัตว์ :
- เกร็ด-ก้าง-กระดูกของปลาสดมีชีวิต. เปลือกไข่. เปลือกหอยสด/แห้ง/เก่า/ใหม่. นมสดสัตว์รีดใหม่. กุ้งฝอยสด/แห้ง. หอยจูน. หอยทราย
ในอาหารคน :
- นมพร่องมันเนย. เนยแข็ง. ผงกะหรี่. ไข่สด
ในธรรมชาติ :
- ยิบซั่มธรรมชาติ. ปูนหินเผา. ปูนเปลือกหอมเผา.  ปูนมาร์ล.  โดโลไมท์.

แม็กเนเซียม
ในพืช :
- เปลือก-ใบ-ตา-ต้นสีเขียวเข้มแก่จัด. เมล็ดในสดแก่จัด. เนื้อ/เปลือกผลไม้สดแก่จัดสุกงอมรสหวานอมเปรี้ยว เช่น สับปะรด. สตรอเบอรี่. มะเฟือง. ระกำ. สละ. เชอรี่. มะเขือเทศดิบ
ในสัตว์ :
- เกร็ด-ก้าง-กระดูกสัตว์สด/แห้ง-ใหม่/เก่า.  ปลาทะเล.
ในธรรมชาติ :
- ปูนมาร์ล. โดโลไมท์.

กำมะถัน
ในพืช :
- พืชสด/แห้งแก่จัดที่มีกลิ่นฉุน เช่น หอมแดง. หอมหัวใหญ่. กระเทียม. ขึ้นฉ่าย. ผักชี. สะตอ. พริกสด/แห้ง
ในสัตว์ :
- เมือก-เลือด-เนื้อสดใหม่จากปลาทะเลมีชีวิต
ในอาหารคน :
- ไข่สด
ในธรรมชาติ :
- ยางติดเปลือกมังคุด. กำมะถันผง

เหล็ก
ในพืช :
- ตาที่กำลังอั้นเต็มที่. ยอดอ่อน. เนื้อ/ใบสดแก่จัดของฟักทอง-ฟักเขียว-เผือก-กะเฉด-ผลพริกสด-ยอดปอ. มะเขือพวง. เมล็ดถั่วแขกแห้ง. เมล็ดบัว. เมล็ดกระถิน. ถั่วลิสง. ลูกเดือย. ยอดขี้เหล็ก. ผักดูด. เห็ดหูหนู. มัสตาด. จมูกข้าว.
ในสัตว์ :
- เมือก-เลือด-เครื่องในสดจากปลาทะเลมีชีวิต. เลือดวัว/ควาย/ไก่/แพะ. นมสดสัตว์รีดใหม่.
ในอาหารคน :
- มัสตาด. นมกล่องจืด/เปรี้ยว. ไข่สด.

ทองแดง
ในพืช :
- ส่วนสีเขียวสดแก่จัด. เมล็ดในสดแก่จัด. พืชตระกูลถั่ว.
ในสัตว์ :
- เครื่องในสดจากปลาทะเลมีชีวิต
 
สังกะสี
ในพืช :
- หัวสดแก่จัดเป็นเสี้ยนจนกินไม่ได้ เช่น ไชเท้า. แครอท. มันเทศ. มันแกว
- เหง้าหรือไหลสดแก่จัด เช่น ผักปอด. พุทธรักษา. กล้วย. เตย. ตำลึง.
- เมล็ดสดแก่จัด เช่น ฟักทอง. บวบ. แตง. ถั่วเขียว.
ในสัตว์ :
- หอยทะเล.  ปลาทะเล.

แมงกานิส
ในพืช :
- มะเขือเทศสุก. ผลตำลึงสุก. ผลวัชพืชสุก.
ในสัตว์ :
- เครื่องในสดปลาทะเล.
ในพืช :
- เมล็ดอ่อน. ส่วนที่เป็นน้ำหรือเยื่อเจริญของพืช.

โมลิบดินั่ม
ในพืช :
- เยื่อเจริญ

โบรอน
ในพืช :
- ผลอ่อน-ยอดอ่อน-ใบอ่อน-รากอ่อน ลักษณะกรอบ เปราะ เด็ดได้ด้วยมือ เช่น ผล/ยอดแตง-กะเฉด-ตำลึง-ผักบุ้ง-ยอดอ่อนของพืชเลื้อยทุกชนิด-เปลือกสดเขียว ส่วนปลายกิ่งที่กำลังมีผลอ่อน.  ทะลายปล์ม.
ในสารสังเคราะห์ :
- น้ำประสานทอง. โบรอนพืช (เกรด 10 โมเลกุลน้ำ).

ซิลิก้า
ในพืช :
- แกลบดิบ. หญ้าคา. หญ้าขน. กากน้ำตาล.
ในธรรมชาติ :
- หินภูเขาไฟ
 
โซเดียม
ในสัตว์ :
- เครื่องในสดใหม่ปลาทะเลมีชีวิต. มูลควาย.
ในธรรมชาติ :
- เกลือสมุทร. คาร์บอน
.ในสารธรรมชาติ :
- แกลบดำ. ถ่าน. ขี้เถ้า. ควันไฟ.

จิ๊บเบอเรลลิน
ในพืช :
- เมล็ดเริ่มงอก. น้ำมะพร้าวอ่อน. ผลอ่อนของผลไม้ที่มีลักษณะยาว. ยอดอ่อนพืชเด็ดได้ด้วยมือ. เถาบอระเพ็ดสดแก่จัดช่วงความสูง 1 ม.แรกจากพื้น. เปลือกสดปลายกิ่งส่วนที่เป็นสีเขียวขณะมีผลแก่.
ในสัตว์ :
- น้ำล้างเขียงทำปลา.

ไซโตคินนิน
ในพืช :
- หัวไชเท้า. ผักปรัง. ข้าวโพดหวาน. ข้าวระยะน้ำนม. โสมไทย. หน่อไม้ฝรั่ง. หน่อไม้ไผ่ตง.   น้ำมะพร้าวแก่.  แป้งในพืชหัวระยะกำลังเจริญเติบโต.  สาหร่ายทะเล.
ในสัตว์ :
- สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น กุ้ง. เคย. ปู. หนอน. แมลง. กิ้งกือ. ไส้เดือน. กระดองเต่า/ตะพาบ. ปลิงทะเล/น้ำจืด. ลิ้นทะเล. รกสัตว์. ไข่อ่อน. ไข่ขาว.  น้ำหอยเผา.

อะมิโน
ในพืช :
- น้ำเต้าหู้พร้อมดื่ม.  
ในสัตว์ :
- ปลาทะเล. เยื่อหุ้มเมล็ดเลือด.
ในอาหารคน :
- ซุปไก่สกัด.  น้ำก้นหม้อนึ่งปลา.  น้ำเนื้อตุ๋น. ผงชูรส.
 
โอเมก้า
ในสัตว์ :
- เครื่องในสัตว์ทะเลสดมีชีวิต. หนอน. เนื้อปลาทะเลสด.
ในอาหารคน :
- ไข่สด. นมสด.

เอ็นเอเอ.
ในพืช :
- หัวกวาวเครือขาวสดแก่จัด

พาโคลบิวทาโซล
ในพืช :
- เหง้าตำลึงสดแก่จัดเป็นเสี้ยน ใบข่อยสดแก่จัด ผักปรังต้นแก่จัด ผักเสี้ยนต้นแก่จัด. หัวสดแก่จัดจนเนื้อเป็นเสี้ยนกินไม่ได้ เช่น หัวไชเท้า. มันเทศ. มันแกว.

โปรตีน.
ในพืช :
- ถั่วเหลือง.
ในสัตว์ :  
- เนื้อสัตว์สดใหม่
ในอาหารคน :  
- เนื้อสัตว์ทุกชนิด (ในปลามากที่สุด).  นม.  ไข่.  น้ำเต้าหู้.  น้ำต้มตุ๋น.  
หมายเหตุ :
    - เกษตรกรสหรัฐอเมริการู้จักการทำและใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพมานานกว่า 50 ปีแล้ว โดยปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ใช้ทำจากวัสดุส่วนผสมแบบเลือกสรรพิเศษพบว่ามีธาตุอาหาร พืชกลุ่ม “อะมิโน โปรตีน”  เป็นหลัก และวันนี้ เกษตรกรเกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ก็ได้มีการใช้กันอย่างกว้างขวางและจริงจัง
    - ผู้ค้นพบปุ๋ยหมักครั้งแรก คือ นักวิชาการเกษตรอินเดียได้เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยเมื่อประมาณ 60 ปีที่แล้ว ถึงวันนี้ก็ยังได้รับความนิยมและความเชื่อถือจากเกษตรไทยน้อยมาก
    - ปัจจุบันเกษตรกรเยอรมันที่มีเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์การเกษตรสูงมาก ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางทำการเกษตรแบบเคมีวิทยาศาสตร์ล้วนๆ มาสู่รูปแบบ “อินทรีย์ชีวภาพนำ-เคมีวิทยาศาสตร์เสริม” อย่างกว้างขวาง โดยมีหลักวิชาการเข้ามาประกอบการใช้ ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด อนาคตการทำอาชีพเกษตรกรรมดีขึ้น    

         แนวความคิดในการทำธาตุอาหารพืช

1. รู้......พืชต้องการธาตุอาหารตัวใด ?
2. รู้......ธาตุอาหารที่พืชต้องการนั้นมีอยู่ในวัสดุใด ?
3. รู้......วิธีแปรสภาพวัสดุนั้นให้เป็นธาตุอาหารสำหรับพืชได้อย่างไร ?
4. รู้......วัสดุที่แปรสภาพแล้วนั้นได้ธาตุอาหารพืชตัวใด ?
5. รู้......วิธีให้ธาตุอาหารที่แปรรูปแล้วแก่พืชอย่างไร ?
6. รู้......ธาตุอาหารแต่ละตัวที่แปรสภาพแล้วบำรุงพืชเพื่ออะไร ?

    ในธรรมชาติไม่มีตัวเลขหรือสูตรสำเร็จ  การปฏิบัติบำรุงต่อพืชด้วยวิธีการเดียวกันแต่ได้ผลต่างกัน เพราะปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวกับพืชแต่ละต้นไม่เหมือนกันนั่นเอง  สูตรปุ๋ยน้ำชีวภาพจากสำนักใดถือว่าเป็น  “สูตรของสำนัก”  นั้น  ครั้นเมื่อผู้ที่ได้รับสูตรแล้วมาทำใช้เองด้วยมือตัวเอง  ย่อมถือว่าเป็น “สูตรของผู้ทำ”  ดังนั้น  ก่อนใช้งานจริง ผู้ทำจะต้องทดสอบสูตรที่ตัวเองทำก่อนเสมอ...

ที่มาของข้อมูลครับ

http://www.paiboonrayong.com/articles/394590/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2014, 01:17:00 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
daecha1121
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 971


« ตอบ #24 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2014, 04:58:14 PM »

ผมจะลองทำปุ๋ยไว้ใช้เองบ้างครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #25 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 10:41:28 AM »

ผมจะลองทำปุ๋ยไว้ใช้เองบ้างครับ

สวัสดีครับ

  ทุกสิ่งอย่างอยู่ที่การทดลองและผลลัพธ์ที่ได้ ถ้าทำสำเร็จก็ถือเป็นความรู้ที่ยั่งยืนครับ

คุณสมบัติของปุ๋ยที่ดี
1 มีคุณภาพ มีธาตุอาหารสูง ใช้ได้แล้วได้ผลในระยะเวลาอันสั้น พืชตอบสนองได้ดี
2 ระยะเวลาการผลิตที่สั้น
3 สำคัญเหมือนกัน ต้องมีต้นทุนที่ต่ำ
 
สรุป คือ ประหยัดเวลา ประหยัดเงิน และได้ผลจริง
จุลินทรีย์ SM สามารถตอบโจทย์นี้ได้ครับ

ขอบคุณสำหรับความสนใจครับ
บันทึกการเข้า
หนองพายุฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 106


« ตอบ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2014, 08:42:17 AM »

อยากทราบว่าเมื่อทำปุ๋ยน้ำหมักแล้ว เก็บได้นานเท่าไรครับ เผื่อใช้ไม่หมดใน 1 เดือน สามารถใช้ถังเดียว ตลอดนาปีได้เลยไหมครับ เช่น มีนา 5 ไร่ ก็ใช้ประมาณ 25 ลิตรต่อครั้ง ซึ่งจากที่ท่านแนะนำนั้น ฉีดพ่นตั้งหลายครั้งครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
หนองพายุฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 106


« ตอบ #27 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2014, 09:00:07 AM »

ขอถามอีกครั้งครับ ใช้ปลาน้ำจืดได้ไหมครับ เห็นในภาพเป็นปลาทู คุณภาพจะแตกต่างกันอย่างไรระหว่างปลาน้ำจืดกับปลาน้ำเค็ม
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #28 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2014, 12:36:39 PM »

ขอถามอีกครั้งครับ ใช้ปลาน้ำจืดได้ไหมครับ เห็นในภาพเป็นปลาทู คุณภาพจะแตกต่างกันอย่างไรระหว่างปลาน้ำจืดกับปลาน้ำเค็ม

ใช้ได้ทั้ง 2 อย่างครับ
คุณภาพไม่แตกต่างกันครับ
ดูที่ต้นทุนครับ
บันทึกการเข้า
หนองพายุฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 106


« ตอบ #29 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2014, 07:47:05 AM »

ขอถามอีกครับ น้ำหมักหอยเชอรี่ หมักมาประมาณ 6 เดือนแล้ว ยังจะสามารถใช้ได้ไหมครับ และเก็บได้นานเท่าไรครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #30 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2014, 07:53:28 AM »

ขอถามอีกครับ น้ำหมักหอยเชอรี่ หมักมาประมาณ 6 เดือนแล้ว ยังจะสามารถใช้ได้ไหมครับ และเก็บได้นานเท่าไรครับ
นำ้หมักหมักมาอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
หนองพายุฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 106


« ตอบ #31 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2014, 11:45:56 AM »

หมักใส่ถังขนาด 150 ลิตร หอย 1 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วนครับ หอยทุบพอแตกครับ หมักได้ 2 เดือน มีกลิ่นไม่ค่อยหอม เติมกากน้ำตาลเพิ่มอีก 10 ลิตร หมักมาได้ 6 เดือนครับ เดี๋ยวนี้เปิดดมดูไม่มีกลิ่นเหม็นครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: