หน้า: [1] 2 3 4 5 6   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลากหลายคำตอบจากผู้ใช้จุลินทรีย์SMครับ  (อ่าน 24551 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 06:39:00 PM »

 ยิ้ม จุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย SM ยิ้ม
           Super Microbes


สวัสดีครับ
     จากการที่ผมไปดูงานการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือนที่ Clean Farm จังหวัดสระบุรีและได้ค้นพบจุลินทรีย์ SM ที่ใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้อยู่ในฟาร์มผัก แล้วได้มีโอกาสได้นำจุลินทรีย์SMออกมาเผยแพร่ให้เกษตรกรที่สนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ได้ใช้กัน  ซึ่งประโยชน์ที่เด่นชัดที่สุดคือ การช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยได้มากและ เกษตรกรสามารถที่จะทำปุ๋ยอินทรีย์ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพไว้ได้เองในระยะเวลาอันสั้น ครับ
     ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจุลินทรีย์ SM จะช่วยส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืนของเกษตรกรไทยได้ต่อไป


   ตั้งแต่ผมนำจุลินทรีย์ SM มาเผยแพร่ ตั้งแต่ปลายปี 2555 มีเกษตรกรให้ความสนใจนำจุลินทรีย์ SM ไปใช้กว่า 700 ราย  ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีครับ
      
    ด้วยศักยภาพของจุลินทรีย์ SM ช่วยให้ผมสามารถทำโครงการเกษตรอินทรีย์ได้หลากหลายโครงการครับ เพราะถ้าเราสามารถทำปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพสูงได้ การทำเกษตรอินทรีย์ก็ไม่ยากอีกต่อไปครับ


สรุปการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์SM


1 ใช้เป็นสารเร่งชีวภาพ เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐาน ทั้งชนิดผงและของเหลว ( ปุ๋ยน้ำหมักปลา ) ในระยะเวลาอันสั้น
2 ใช้เป็นสารชีวภาพปรับปรุงดิน  เพื่อการย่อยสลายตอซังข้าวในนาและแก้ไขปัญหาข้าวดีด การปรับปรุงโครงสร้างดิน และการปรับค่าpHของดิน
3 ใช้เป็นสารชีวภาพในการบำบัดน้ำเสียและของเสียในครัวเรือน






การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาครับ เป็นทั้งปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยฮอร์โมนพืชด้วยครับ

การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาระยะสั้น  7-10 วัน โดยจุลินทรีย์ SM


สูตรที่ 1
สารเร่งชีวภาพ SM ใช้ทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ปลา
ส่วนผสมทั้งหมด
 1  สาร SM                          50    กรัม
 2  น้ำสะอาดประมาณ           160    ลิตร
 3  กากน้ำตาล                       8    ก.ก.
 4  รำละเอียด                        4     ก.ก.
 5  ปลาทั้งตัว                       20    ก.ก.
 6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ          4    ก.ก.

อุปกรณ์
1 ถังน้ำมีฝาปิดความจุ            200   ลิตร

วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1
 - นำรายการที่ 1 - 3 มาผสมในถังคนให้เข้ากันดังนี้
   1  สาร SM                         50    กรัม
   2  น้ำสะอาดประมาณ            80    ลิตร หรือประมาณ ครึ่งถัง
   3  กากน้ำตาล                       4    ก.ก.  
   4  รำละเอียด                        4     ก.ก.
   5  ปลาสดทั้งตัว                   20    ก.ก.
   6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ          4     ก.ก.
 - นำรายการที่ 4 - 6 เทรวมลงในถังแล้วคนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
 - ปิดฝาเพื่อไม่ให้แมลงวันลงไป
 - คนทุกวันๆละ2ครั้งหมักไว้ 7วันซึ่งปลาจะถูกย่อยจนหมดแล้วจึงทำตาม

ขั้นตอนที่ 2 ดังนี้
   1 เติมกากน้ำตาลอีก 4 ก.ก.
   2 เติมน้ำสะอาดเพิ่มอีกจนเกือบเต็มถัง
   3 คนให้เข้ากัน ปิดฝา หมักต่ออีก 3-7  วัน เป็นอันใช้ได้
ข้อสังเกต หลังการหมัก ปลาจะถูกย่อยจนละเอียดหมด  ส่วนสับปะรดคงเหลือเป็นชิ้นๆ

การเก็บรักษา
   1 กรองน้ำหมักปลาแล้วเก็บไว้ในถังแบบเดิมที่มีฝาปิดมิดชิด
   2 กรองน้ำหมักปลาแล้วบรรจุใส่แกลลอนขนาดจุ 20 หรือ 5 ลิตร แล้วแต่สะดวก

วิธีใช้
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM
  - ปุ๋ยน้ำหมัก                         1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                         100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.
ผสมให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น กับพืช ทุกชนิดเช่น ข้าว พืชไร่ พืชผักสวนครัว ไม้ดอก       ไม้ประดับ ไม้ผล ยางพารา กล้วยไม้ สนามหญ้า
ประโยชน์
 - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
 - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรมของ
   จุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ

ข้อแนะนำ
ควรเก็บไว้ในที่ร่ม  อุณหภูมิปกติ

การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาระยะสั้น  7-10 วัน โดยจุลินทรีย์ SM
สูตรที่ 2
การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาที่มีกลิ่นน้อยมากและมีธาตุอาหารสูงขึ้น
สารเร่งชีวภาพ SM ใช้ทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพปลา
ส่วนผสมทั้งหมด
 1  สาร SM                          50    กรัม
 2  น้ำสะอาดประมาณ           160    ลิตร
 3  กากน้ำตาล                      8    ก.ก.
 4  รำละเอียด                       4     ก.ก.
 5  ปลาทั้งตัว                      20     ก.ก.
 6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ          4     ก.ก.
 7  สารบำรุงดิน SM                2     ก.ก.
อุปกรณ์
1 ถังน้ำมีฝาปิดความจุ            200   ลิตร
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1
 - นำรายการที่ 1 - 3 มาผสมในถังคนให้เข้ากันดังนี้
   1  สาร SMชนิดผง                  50    กรัม
   2  น้ำสะอาดประมาณ              80    ลิตร หรือประมาณ ครึ่งถัง
   3  กากน้ำตาล                        4    ก.ก.
   4  รำละเอียด                         4     ก.ก.
   5  ปลาสดทั้งตัว                    20    ก.ก.
   6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ           4     ก.ก.
   7  สารบำรุงดิน SM                  2     ก.ก.
- นำรายการที่ 4 - 7 เทรวมลงในถังแล้วคนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
 - ปิดฝาให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แมลงวันลงไปไข่ จะเกิดหนอน
 - เปิดฝาคนทุกวันๆละ 2 ครั้ง หมักไว้  7  วัน ซึ่งปลาจะถูกย่อยจนหมดแล้วจึงทำตาม

ขั้นตอนที่ 2 ดังนี้
   1 เติมกากน้ำตาลอีก  4 ก.ก.
   2 เติมน้ำสะอาดเพิ่มอีกจนเกือบเต็มถัง
   3 คนให้เข้ากัน ปิดฝา หมักต่ออีก 3-7  วัน เป็นอันใช้ได้

ข้อสังเกต
   หลังการหมัก ปลาจะถูกย่อยจนละเอียดหมด  ส่วนสับปะรดคงเหลือเป็นชิ้นๆ

การเก็บรักษา
   1 กรองน้ำหมักปลาแล้วเก็บไว้ในถังแบบเดิมที่มีฝาปิดมิดชิด
   2 กรองน้ำหมักปลาแล้วบรรจุใส่แกลลอนขนาดจุ 5 ลิตร หรือ 20  ลิตร
    แล้วแต่ความสะดวกกับการนำไปใช้งาน

วิธีใช้
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM
  - ปุ๋ยน้ำหมัก                       1- 2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                        100      ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.
 ผสม ให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น กับพืช ทุกชนิดเช่น ข้าว พืชไร่ พืชผักสวนครัว ไม้ดอก ไม้ประดับ กล้วยไม้ ไม้ผล ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย สนามหญ้า

ประโยชน์
-   ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และเอนไซม์
-   จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรมของ
    จุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ
ข้อแนะนำ
    ควรเก็บไว้ในที่ร่ม  อุณหภูมิปกติ

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับนาข้าว
การให้ปุ๋ยน้ำหมักปลากับนาพื้นที่ 1 ไร่
 รายการ                                            ปุ๋ยหมักปลา
การเตรียมดิน                                          10  ลิตร
ข้าวอายุ      15  วัน                                  5   ลิตร
ข้าวอายุ      30  วัน                                  5   ลิตร
ข้าวอายุ      45  วัน                                  5   ลิตร
ข้าวตั้งท้อง  60  วัน                                  5   ลิตร
ข้าวอายุ      70 วัน                                   5   ลิตร


การผสมปุ๋ยน้ำหมักปลาเพื่อเตรียมดินก่อนปลูกข้าว
ส่วนผสม
1 ปุ๋ยน้ำหมักปลา                10      ลิตร
2 กากน้ำตาล                      2      ก.ก.
3 น้ำสะอาด                     200     ลิตร
นำรายการ 1-3 ผสมให้เข้ากันใช้ฉีดพ่นลงดิน พื้นที่ 1 ไร่

การผสมปุ๋ยน้ำหมักปลาเพื่อฉีดพ่นข้าว
ส่วนผสม
1 ปุ๋ยน้ำหมักปลา                  5     ลิตร
2 กากน้ำตาล                       1     ก.ก.
3 น้ำสะอาด                      100    ลิตร
นำรายการ 1-3 ผสมให้เข้ากันใช้ฉีดพ่นทั้งต้นข้าวและลงดิน พื้นที่ 1 ไร่

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับยางพารา
สำหรับต้นกล้าและยางพาราที่ยังไม่ได้กรีด

วิธีใช้
ส่วนผสม
1ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   2     ลิตร
2น้ำสะอาด                       100     ลิตร
3กากน้ำตาล                        1     ก.ก.
ผสมให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งที่ต้นและลงดินทุกๆ10-15  วัน

ประโยชน์
   - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
   - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
     ของจุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ

สำหรับยางพาราที่กรีดได้แล้ว
วิธีใช้
ส่วนผสม
1  สาร SM แบบน้ำ                     5     ลิตร
2  น้ำสะอาด                         200      ลิตร
3  กากน้ำตาล                           1      ก.ก.
4  ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   2-4      ลิตร
5  สารบำรุงดิน SM                     1     ก.ก.
นำรายการที่ 1- 5 ผสมในถังคนให้เข้ากัน นำไปฉีดพ่นที่ต้นยางและหน้ายางที่กรีดแล้ว

ประโยชน์
1 ช่วยป้องกันและควบคุมเชื้อโรคที่เกิดจากเชื้อราต่างๆ
2 ช่วยให้ยางผลิตและสะสมน้ำยางได้มากขึ้น
3 ช่วยให้ต้นยางสร้างเซลล์ใหม่และเปลือกหุ้มต้นได้เร็วขึ้น
4 ป้องกันโรคเปลือกแข็ง

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับการปลูกพืชผักสวนครัว
ส่วนผสม
  - ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                         100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.

วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ลงดินในการเตรียมแปลงปลูกผัก
 2 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ผัก ทุกๆ 7-10 วัน

ประโยชน์
    - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
   - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
      ของจุลินทรีย์
  -   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ


การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับการปลูกไม้ผล
เช่น มะนาว ส้ม ส้มโอ ลำไย ทุเรียนหรืออื่นๆทุกชนิด

ส่วนผสม
  - ปุ๋ยน้ำหมักปลา                      1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                            100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                             1     ก.ก.

วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งต้นและลงดิน
 2 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทุกๆ  10-15 วัน

ประโยชน์
    - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
   - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
      ของจุลินทรีย์
  -   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับการปลูกมันสำปะหลัง

ส่วนผสม
  - ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                         100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.
วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งต้นและลงดินทุกๆ10-15 วันในช่วงอายุ 1- 2 เดือน
 2 ในเดือนที่ 3 ผสมสารบำรุงดิน SM เพื่อเร่งให้มันสำปะหลังสะสมแป้งที่มันหัว
ส่วนผสม
- ปุ๋ยน้ำหมักปลา                     1-2     ลิตร
- น้ำสะอาด                          100     ลิตร
- กากน้ำตาล                            1     ก.ก.
- สารบำรุงดิน SM                     1     ก.ก.

ประโยชน์
-    ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์  ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
-    จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและ ช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
        ของจุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ
-    ทำให้มันสำปะหลังสะสมแป้งได้มาก มันหัวโตใหญ่ น้ำหนักมาก

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับการปลูกอ้อย

ส่วนผสม
  - ปุ๋ยน้ำหมักปลา                   1-2     ลิตร
  - น้ำสะอาด                         100     ลิตร
  - กากน้ำตาล                          1     ก.ก.

วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งต้นและลงดินทุกๆ  15 วัน
หรือ
ส่วนผสม
- ปุ๋ยน้ำหมักปลา                    1-2     ลิตร
- น้ำสะอาด                          100     ลิตร
- กากน้ำตาล                            1     ก.ก.
- สารบำรุงดิน SM                     1     ก.ก.
วิธีใช้
 1 ผสมให้เข้ากัน ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทั้งต้นและลงดินทุกๆ  15 วัน
ประโยชน์
-    ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
-    จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและ ช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรม
     ของจุลินทรีย์
-   ช่วยควบคุมการเกิดเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อราต่างๆ
-    ทำให้อ้อยสะสมน้ำตาลได้มากขึ้น

 ข้อมูลโดยละเอียดอยู่ในกระดานภูมิปัญญาครับ  
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=86038.0

แนะนำสารบำรุงดิน SM ครับ

: สารบำรุงดินSM( Soil Conditioner)
ผงแร่ที่ละลายน้ำได้ดีสำหรับปรับค่าpHของดินและน้ำได้อย่างรวดเร็ว


คุณสมบัติ
1 มีคุณสมบัติเป็นด่างและละลายน้ำได้ดี ใช้ปรับค่าpHของดินและน้ำโดยสามารถแก้ไขดินและ
น้ำที่เป็นกรดได้อย่างรวดเร็ว
2ทำให้อนุภาคดินมีลักษณะเป็นรูพรุน มีช่องว่างในการเก็บน้ำและอากาศได้ดี พืชจึงสามารถ
เจริญเติบโตได้ดี
3 สามารถดูดซับจับปุ๋ย น้ำและแร่ธาตุต่างๆช่วยให้พืชใช้ปุ๋ยได้ถึง 80 % โดยน้ำหนัก จึงลด
ค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ยลงได้
4 ปลดปล่อยธาตุอาหารตามความต้องการของพืชทีละน้อยโดยการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้า ทำ
ให้ปุ๋ยเคมีละลายช้าลง ประจุไฟฟ้ายังช่วยละลายปุ๋ยอินทรีย์ให้ใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น
5 ดูดจับสารพิษตกค้างในดิน ลดความเป็นพิษในดินที่มีสาเหตุจากการตกค้างของสารเคมียาฆ่า
แมลงและยาฆ่าหญ้า
6 ประกอบด้วยธาตุอาหารพืชทั้งธาตุหลักและธาตุรอง

สารบำรุงดินSM
สำหรับปรับปรุงบำรุงดินและปรับค่าpHของดิน


การปรับปรุงดิน
: ช่วยปรับค่าpH (ความเป็นกรดด่าง)ของดินได้อย่างรวดเร็ว สำหรับดินที่เป็นกรดสูง
: ช่วยปรับโครงสร้างดิน ให้มีความร่วนซุย สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดี
: ทำให้ดินมีสามารถเก็บกักธาตุอาหารไว้ได้มากขึ้น

การบำรุงดิน
: ประกอบด้วยธาตุอาหารพืชที่เป็นประโยชน์มากมาย ดังนี้

1 ธาตุซิลิก้า(Si)
หน้าที่ และความสำคัญต่อพืช
1 ทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง
2 เพิ่มความทนทานต่อการถูกทำลายเสียหาย
3 เพิ่มความต้านทานโรคแมลง ศัตรูพืช
4 มีการเติบโตที่แข็งแรงทรหดลำต้นตั้งตรง
5 เพิ่มอัตราการงอกของยอดอ่อนเพิ่มความหนาแน่นของระบบรากเพิ่มผลผลิต
6 เพิ่มความต้านทานต่อสภาวะแห้งแล้ง
7 ลดการระเหยของน้ำให้ช้าลง
8 เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าแทนที่ของอิออนบวกในดินเพิ่มประสิทธิภาพของธาตุบำรุงพืช
9 แม้อุณหภูมิตอนกลางวันสูง38 องศาเซลเซียสก็ไม่พบสภาพสูญเสียน้ำหรือเหี่ยวเฉา
ช่วยลดการระเหยของน้ำสามารถทนร้อนได้ดี
10 สีใบเขียวเข้มแข็งแรงไม่เกิดโรคใบไหม้ช่วยให้เนื้อเยื่อชั้นนอกของพืชแข็งแรงลดการเกิด
โรค
11 ลำต้นตั้งตรงทาให้ลมพัดผ่านได้ดีมีผลช่วยลดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช

หน้าที่และความสำคัญต่อดิน
1 มีประสิทธิภาพต่อการปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดิน
2 การปรับสภาพทำให้ดินร่วนซุยซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้ดินมีการระบายน้ำและการระบายอากาศ
  ได้ดี
3 ช่วยการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้รากพืชสามารถหยั่งลงไปในดินได้
ตามศักยภาพของพืชแต่ละชนิด
4 สามารถดูดซับธาตุอาหารในดินได้อย่างเต็มที่ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชทุก
ชนิด
5 มีคุณสมบัติเด่นในการดูดซับความชื้นได้ดี ทำให้สภาพข้างเคียงโดยรอบชุ่มชื้น
6 ลดความเป็นพิษของธาตุแมงกานีส เหล็ก อะลูมิเนียมที่มีอยู่ในสารละลายดินมากเกินไป
7 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนดีขึ้น ช่วยดูดซับธาตุฟอสฟอรัสและไนโตรเจนใน
  ดิน

2 ธาตุฟอสฟอรัส ( P )ธาตุหลัก
หน้าที่ และความสำคัญต่อพืช
1. ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากทั้งรากแก้ว รากฝอย และรากแขนง โดยเฉพาะในระยะแรก
ของการเจริญเติบโต ทำให้พืชหาอาหารได้มากขึ้น
2. ช่วยเพิ่มขนาดใบให้ใหญ่ขึ้น ปริมาณใบก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้พืชสะสมอาหารได้ในปริมาณ
ที่มาก
3. ช่วยเร่งให้พืชแก่เร็ว ช่วยการออกดอก การติดผล และการสร้างเมล็ด
4. ช่วยให้รากดูดโปแตสเซียมจากดินมาใช้เป็นประโยชน์ได้มากขึ้น
5. ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อโรคบางชนิด ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี
6. ช่วยให้ลำต้นแข็งแรง ไม่ล้มง่าย
7. ลดผลกระทบที่เกิดจากพืชได้รับไนโตรเจนมากเกินไป

3 ธาตุโพแทสเซียม(K) ธาตุหลัก
หน้าที่และความสำคัญต่อพืช
1. ส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก ทำให้รากดูดน้ำ และธาตุอาหารได้ดีขึ้น
2. จำเป็นต่อการสร้างเนื้อผลไม้ การสร้างแป้งของผล และหัว จึงนิยมให้ปุ๋ยโพแทสเซียมมาก
ในระยะเร่งดอกผล และหัว
3. ช่วยให้พืชต้านทานการเปลี่ยนแปลงปริมาณแสง อุณหภูมิหรือความชื้น
4. ช่วยให้พืชต้านทานต่อโรคต่างๆ
5. ช่วยเพิ่มคุณภาพของพืช ผัก และผลไม้ ทำให้พืชมีสีสัน เพิ่มขนาด และเพิ่มความหวาน
6. ช่วยป้องกันผลกระทบจากที่พืชได้รับไนโตรเจนและฟอสฟอรัสมากเกินไป

4 ธาตุแคลเซียม(Ca ) ธาตุรอง
หน้าที่ และความสำคัญต่อพืช
ช่วยทำให้ผนังเซลล์ของพืชแข็งแรง ช่วยส่งเสริมการยืดเซลล์ได้อย่างดีเยี่ยมทำให้ในสภาพวะที่ฝนตกชุก พืชได้รับไนโตเจนมากเกินไปและปริมาณของคาร์โบไฮเดรทลดน้อยลง ผลหรือผิวของพืชก็จะไม่แตกหักง่ายปริมาณแคลเซียมที่พบในพืชจะพบมากบริเวณส่วนที่กำลังเติบโต เช่น ยอด และปลายราก แคลเซียมเป็นธาตุที่ช่วยเสริมการนำธาตุไนโตรเจนจากดินไปใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น

5 ธาตุแมกนีเซียม(Mg) ธาตุรอง
หน้าที่ และความสำคัญต่อพืช
เป็นองค์ประกอบของส่วนที่เป็นสีเขียว ทั้งใบ ลำต้น ผล และส่วนอื่นๆ มีบทบาทสำคัญในการสร้างอาหารและโปรตีนช่วยสังเคราะห์โปรตีนให้แก่พืช ช่วยสร้างแป้งและน้ำตาลให้แก่ผลของพืช ช่วยพืชในการสังเคราะห์แสงเพิ่มพลังงานในการเคลื่อนย้ายปัจจัยการสังเคราะห์แสงจากแหล่งจ่ายไปยังแหล่งที่รับ เช่น ราก ผล และหัวของพืชต่างๆ ทำให้ได้รับผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น

6  ธาตุเหล็ก(Fe) ธาตุเสริม
หน้าที่ และความสำคัญต่อพืช
ธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบของโปรตีน และมีบทบาทในการสังเคราะห์อาหาร ช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์ในการปรุงอาหารของพืชช่วยกระตุ้นกระบวนการหายใจ และกระบวนการปรุงอาหารให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์แต่เป็นอาหารเสริมซึ่งพืชต้องการปริมาณน้อย

7 ธาตุอะลูมิเนียม (Al)และธาตุโซเดียม(Na) ธาตุเสริม
หน้าที่ และความสำคัญต่อดิน
ธาตุจำพวกโซเดียมอะลูมิโนซิลิเกต มีคุณสมบัติในการปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่าง และยังสามารถดูดซึมก๊าซหรือสารประกอบอินทรีย์ต่างๆ ได้ดี

8 จุลธาตุต่างๆ
โบรอน แมงกานีส ทองแดงโมลิบดินัม และสังกะสี  เป็นต้น    

เราสามารถใช้สารบำรุงดินSMในการปรับปรุงบำรุงดินและเพิ่มธาตุอาหารให้กับพืช ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ครับ
ทั้งนี้ต้องใช้คู่กับสารชีวภาพปรับปรุงดิน SM ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ ที่จะไปเปลี่ยนรูปผงแร่ให้เป็นธาตุอาหารพิชได้อย่างรวดเร็วครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2016, 01:44:08 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า

ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 06:42:44 PM »

    ยิ้ม คุณอารีดา ไวยะวงษ์ ยิ้ม
ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Clean Farm อ.หนองแซง จังหวัดสระบุรี
ฟาร์มผักของเรา เป็นฟาร์มปลูกผักบนแคร่ในโรงเรือน เราใช้จุลินทรีย์ SM ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ชนิดผงและปุ๋ยน้ำหมักปลาใช้ในฟาร์มค่ะ เราจึงได้ใช้ปุ๋ยที่มีคุณภาพ และประหยัดต้นทุนมากเลยค่ะ  

ผักอินทรีย์ของฟาร์มเรา จะไม่ขมเลย  แต่จะมีรสหวาน กรอบ และสามารถเก็บไว้ได้ในระยะเวลานานขึ้นกว่าผักปกติทั่วไป
ผู้ที่รักสุขภาพ สามารถนำผักไปปั่นทำน้ำเอนไซม์ผักสุขภาพได้ค่ะ

































  ยิ้ม ลุงจวบ ป้าน้อย  ยิ้ม
เกษตรกรทำนาข้าวอินทรีย์ ต.ม่วงงาม อ.เสาไห้  จ. สระบุรี
ผมได้รับคำแนะนำเรื่องการใช้จุลินทรีย์ SM ในการปรับปรุงบำรุงดินและการทำปุ๋ยอินทรีย์ โดยเฉพาะปุ๋ยน้ำหมักปลาSMซึ่งใช้ฉีดข้าว เพื่อเพิ่มเติมธาตุอาหารและฮอร์โมนให้กับข้าว ซึ่งได้ผลดีมากครับ ผลผลิตเฉลี่ยตกไร่ละ 80-100 ถังต่อไร่
ตอนนี้พื้นนาผมเหมือนมีชีวิต เพราะอุดมไปด้วยจุลินทรีย์สายพันธุ์ดี SM ครับ


















ารทำนาข้าวอินทรีย์
การเตรียมดินก่อนปลูกข้าว ด้วยจุลินทรีย์ SM







































 งานทดลองปลูกข้าวอินทรีย์ พันธุ์ สุพรรณ 1 ผลผลิต 127 ถังต่อไร่ โดย Super Microbes























 ยิ้ม คุณนฤมล คงเกษม  ยิ้ม
หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย222/1 หมู่ 1 ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี 72140
081 3786219

 ยิงฟันยิ้ม  ทดลองทำนาอินทรีย์ครั้งแรก ใช้จุลินทรีย์SM ย่อยสลายตอซังข้าว และทำปุ๋ยน้ำหมักปลาฉีดเป็นปุ๋ยฮอร์โมน
ปลูกข้าวหอมปทุม ข้าวไรซ์เบอร์รี่
ต้นข้าวสูงและเขียวกว่าแปลงข้างเคียง ไม่เคยทำได้มากก่อน
ดินที่นาก็ไถปรับง่ายค่ะ   ยิงฟันยิ้ม










Liked By: vichai sila, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2016, 11:32:35 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 07:06:28 PM »

 ยิ้ม คุณกีรติ ไทยตรง  ยิ้ม
48-52 ถ.ศรีนวดิตถ์ ต. ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 22120
085 4039869
เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ส่งออก ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
กับ รางวัลชนะเลิศประเภทกล้วยไข่คุณภาพ
จากงาน ทุเรียนโลกจันทบุรี 2557 จังหวัดจันทบุรี
เมื่อวันที่ มิถุนายน 4 มิถุนายน 2557

   ยิงฟันยิ้ม  ผมใช้สารปรับปรุงดิน SM และสารบำรุงดิน SM ปรับปรุงดิน ทำให้แปลงดินปลูกกล้วยไข่ของผมมีคุณภาพ มีความร่วนซุยขึ้น
และสารเร่งชีวภาพ SM ทำปุ๋ยน้ำหมักปลาฉีดพ่นเป็นปุ๋ยฮอร์โมน จนผมประสบความสำเร็จในการปลูกกล้วยไข่
นอกจากนั้นผมยังได้ใช้จุลินทรีย์ SM ในการทำปุ๋ยอินทรีย์สูตรเข้มข้น เพื่อใช้กับการปลูกทเรียน ยางพารา ปรากฏว่าได้ผลตอบรับดีมากครับ
และปัจจุบัน ผมเป็นตัวแทนจำหน่ายจุลินทรีย์SM และผลิตปุ๋ยอินทรีย์สูตรเข้มข้นจำหน่าย พร้อมกับเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากจุลินทรียื SM ในการปรับปรุงบำรุงดิน และการป้องกันโรคพืชต่างๆ ครับ   ยิงฟันยิ้ม




Liked By: noynadun, vichai sila, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2016, 11:35:11 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
บุหงา_อยู่ดีกินหวาน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1979



« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 07:55:00 PM »

ใช้แล้วครับ ดีจริง ต้นไม้โตเร็วมาก ดูแข็งแรงขึ้นมากครับ 

ขอบคุณที่แนะนำสิ่งดีๆให้ครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 09:20:25 PM »

ใช้แล้วครับ ดีจริง ต้นไม้โตเร็วมาก ดูแข็งแรงขึ้นมากครับ 

ขอบคุณที่แนะนำสิ่งดีๆให้ครับ  ยิ้มเท่ห์

ขอบคุณครับ ช่วยกันเผยแพร่นะครับ เพื่ออนาคตเกษตรกรไทย
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 09:21:28 PM »

 ยิ้ม คุณฤทธิ์ คลอง 14 จังหวัดปทุมธานี สวนสัมพันธุ์เขียวดำเนิน  ยิ้ม
089 4942005

     ยิงฟันยิ้ม  ผมต้องการปลูกส้มอินทรีย์ โดยทดลองใช้พันธุ์เขียวดำเนินมาปลูก ในราวปลายเดือนกุมภาพันธุ์ ปี 2556 และได้ทดลองใช้จุลินทรีย์ SM และสารบำรุงดิน SM  มาใช้ในการปรับปรุงดิน และทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้ทั้งปุ๋ยหมักผงและปุ๋ยน้ำหมักปลา ปรากฏว่าได้ผลดีตลอดมา จนส้มอายุ 19 เดือน สามารถเก็บผลผลิตรุ่นแรกได้ และสามารถตอนกิ่งพันธุ์จำหน่ายได้แล้ว
ผมพอใจมากครับที่ปัญหาเรื่องโรคแทงเกอร์ไม่มี เพราะจุลินทรีย์ SMคุมอยู่ มีเพียงแต่ปัญหาแมลงวันทองมาเจาะผลเท่านั้น
ปัจจุบันผมเปิดร้านขายผลิตพันธุ์เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์และเป็นตัวแทนจำหน่ายจุลินทรีย์ SM พร้อมทั้งกิ่งพันธุ์ส้มด้วยครับ   ยิงฟันยิ้ม































Liked By: noynadun, lumtal2555, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2016, 11:41:51 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 26, 2014, 08:51:08 PM »

 ยิ้ม  คุณสุวิทยื ศรีธา  ยิ้ม
98/1 หมู่ 9 (หมู่บ้านหินขาว) ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี 22180
086 3903014
สวนลำไย

     ยิงฟันยิ้ม ผมได้นำจุลินทรีย์ SM มาใช้ในสวนลำไยของผมเมื่อปลายปี 2013 เป็นสารเร่งชีวภาพ SM เพื่อทำปุ๋ย สารปรับปรุงดิน SM และสารบำรุงดิน SM มาใช้ปรับปรุงบำรุงดิน  หลังจากปรับปรุงดินและฉีดพ่นด้วยปุ๋ยน้ำหมักปลาSM แล้ว ต้นลำไยแตกใบอ่อนใหม่ดีมากทั้งสวนครับ  ยิงฟันยิ้ม







Liked By: lumtal2555, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2016, 11:44:02 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 26, 2014, 09:40:03 PM »

 ยิ้ม  คุณจำรัส  ต. จานลาน อ.พนา จ.อำนาจเจริญ  ยิ้ม
สวนมะนาวทะวาย พันธุ์หอมอำนาจ
มะนาวน้ำหอม เปลือกบาง น้ำเยอะ ลูกดก ให้ลูกทั้งปี

    ยิงฟันยิ้ม  มึคนถามผมว่าปลูกมะนาวยังไงถึงต้นโตใหญ่และไม่มีโรค
ผมตอบว่า ผมมีมะนาวพันธุ์ดีและใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM ครับ กิ่งตอนใหม่ใช้เวลาปลูกลงดิน 1 ปีก็ให้ผลผลิตเก็บขายได้แล้ว และยังสามารถตอนกิ่งขยายพันธุ์ได้ด้วยครับ  ยิงฟันยิ้ม































มะนาวพันธุ์นี้ เปลือกจะบาง น้ำหอม และน้ำมันที่ผิวเยอะครับ


Liked By: lumtal2555, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2016, 11:52:25 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 30, 2014, 07:49:17 AM »

 ยิ้ม  คุณบุหงา เจ้าของกระทู้ "ดูปากณัฐฌานะคะ องุ่นดำค่ะ"  ยิ้ม
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=112225.48

 ยิงฟันยิ้ม สวัสดีครับ
อยากขอบคุณอีกครั้งครับปุ๋ยปลาได้ผลดีเกินคาดจริงๆและประหยัดกว่าปุ๋ยเม็ดมากๆ
หมักแล้วได้ปุ๋ยประมาณ 190 ลิตร เป็นเงิน 1,000 บาท  ปุ๋ยปลา 2 ลิตรผสมน้ำได้อีก 100 ลิตร

ปกติที่สวนมะพร้าวของผม 5 ไร่ ถ้าใช้ปุ๋ยเม็ดตกราวๆสามพันกว่าบาท ล่าสุดลองใช้ปุ๋ยปลา ใช้
ไปประมาณ50ลิตรประหยัดมากๆ แต่ติดตรงที่การใช้ ขั้นตอนอาจจะยุ่งยากกว่าปุ๋ยเม็ด แต่ไม่มีผลเสียกับดินก็คุ้มครับ

ต้นมะนาวที่บ้านผมผมลองใช้ปุ๋ยปลาฉีดพ่นทางใบใบใหญ่ขึ้นมากดูแข็งแรงขึ้น
ปกติจะใช้เชื้อรากำจัดแมลงแต่หลังจากฉีดพ่นปุ๋ยปลา ไม่มีหนอนและเพลี้ยมากวนเลย
 
แฟนบอกว่าองุ่นมีดนี้ดกมากผมเข้าใจว่าเป็นเพราะใส่ปุ๋ยปลา
องุ่นมีดนี้ตั้งใจว่าจะใส่ปุ๋ยปลาถี่หน่อยกลัวต้นจะเลี้ยงลูกไม่ไหวเพราะดกและช่อยาวครับ
ของเค้าดีจริง ประหยัดจริง  ยิงฟันยิ้ม  

 จุลินทรีย์ SM ประกอบด้วย จุลินทรีย์ 3 กลุ่ม คือ แบคที่เรีย รา และ แอตทิโนมัยซิท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นจุลินทรีย์กลุ่มดีและมีประโยชน์ทั้งสิ้น ซึ่งมีอยู่ในปุ๋ยหมักปลาSM เพราะฉะน้ัน ยิ่งใช้เยอะเท่าไหร่ ก็เป็นผลดีกับดินครับ เพราะจะมีจุลินทรีย์กลุ่มดีเจริญเติบโตในดิน คอยควบคุมคุณภาพและความสมบูรณ์ของดินครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 07, 2014, 01:53:36 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2014, 12:04:36 PM »

  ยิ้ม   โครงการเกษตรอินทรีย์ครบวงจร ที่ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ จ.ปราจีนบุรี  ยิ้ม
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=91409.0

      ยิงฟันยิ้ม   เริ่มต้นด้วยจุลินทรีย์  SM  ก็สามารถทำโครงการเกษตรอินทรีย์ต่างๆได้มากมาย
       อาทิ เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ ข้าวอินทรีย์ ผักอินทรีย์ กล้วยอินทรีย์ ผักสวนครัวอินทรีย์  
       ตอนนี้ทางศูนย์สามารถทำปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพใช้ได้เอง  ต้นทุนต่ำเพียงตันละประมาณ 2000 บาทเท่านั้น เพราะอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ
       ศูนย์เราใหญ่ ต้นไม้เยอะ เมื่อทำปุ๋ยใช้ได้เอง ก็สามารถดูแลต้นไม้ให้เจริญเติบโตและสวยงามได้
       ขณะนี้ เรา ทำโครงการปลูกข้าวอินทรีย์ และโครงการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน  ยิงฟันยิ้ม

 การทำปุ๋ยน้ำหมักปลา ด้วยจุลินทรีย์ SM ใช้เวลาหมักประมาณ 10 วัน ก็นำไปใช้ได้ครับ





































Liked By: a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2016, 12:06:41 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2014, 12:15:09 PM »

 
โครงการปุ๋ยอินทรีย์ ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ จ.ปราจีนบุรี
การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ผง ใช้เวลา 7-10 วัน ก็นำไปใช้ได้ครับ



































[/url

[url=http://image.goosiam.com/view.asp?uid=199690&s=zAZE8RRK8kBm]




























Liked By: lumtal2555, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2016, 12:20:55 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2014, 12:49:04 PM »

การบรรจุปุ๋ยหมักผง เพื่อสะดวกในการเก็บและนำไปใช้
การเก็บรักษาปุ๋ยอินทรีย์ ต้องเก็บไว้ในร่ม ห้ามโดนน้ำ ครับ
ปุ๋ยอินทรีย์ที่ย่อยสลายสมบูรณ์แล้ว สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเวลาหลายปี โดยที่คุณภาพไม่เปลี่ยนแปลงครับ





Liked By: lumtal2555, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2016, 12:22:15 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2014, 05:05:12 PM »

  
    จากที่เราสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้ได้เอง เราก็สามารถทำโครงการเกษตรอินทรีย์ต่างๆต่อไปได้อีกหลายโครงการ
เริ่มด้วยโครงการทำนาอินทรีย์
พื้นที่ 10 กว่าไร่
พันธุ์ข้าว ข้าวหอมมะลิ 105

การเตรียมดิน
ใช้สารปรับปรุงดิน SM และ สารบำรุงดิน SM  ปรับปรุงคุณภาพของดินและปรับค่าpHให้เป็นกลาง
ใส่ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับดิน
ใส่ปุ๋ยคอก มูลไก่ เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้ดินก่อนปลูกข้าว โดยใส่ไร่ละ 300 ก.ก.
แล้วไถตีดินให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วทำเทือกเพื่อเตรียมหว่านข้าว

การเตรียมข้าว
แช่ข้าวไว้ 1 คืน จากนั้นเอาขี้นผึ่ง แล้วรดด้วยปุ๋ยน้ำหมักปลา เร่งให้รากงอก ก่อนนำไปหว่าน

การหว่านข้าว
ใช้เครื่องพ่น ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงต่อพื้นที่ปลูก 10 ไร่

การดูแล
ตารางการใส่ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM ต่อไร่
 รายการ                                                            ปุ๋ยหมักปลา
ข้าวอายุ       15  วัน                                               5   ลิตร
ข้าวอายุ       30  วัน                                               5   ลิตร
ข้าวอายุ       45 วัน                                                5   ลิตร
ข้าวตั้งท้อง   60  วัน                                               5   ลิตร
ข้าวอายุ       70 วัน                                                5   ลิตร

การป้องกันแมลง
ใช้สารสกัดจากสะเดากับน้ำส้มควันไม้ ผสมฉีดพ่นพร้อมปุ๋ยน้ำหมักปลาSM

การเก็บเกี่ยว
ข้าวอายุ 120 วัน
ผลผลิต ได้ข้าวเฉลี่ย 70 ถังต่อไร่

1-2 สารปรับปรุงดิน SM แบบน้ำ






3 สารบำรุงดิน SM



4 ปุ๋ยน้ำหมักปลา




5 มูลไก่



6 -7 การไถตีดิน





8 ใส่มูลไก่ไร่ละประมาณ 300 ก.ก.



9-10 สารปรับปรุงดินSM แบบน้ำ (จุลินทรีย์ SM ) และปุ๋ยน้ำหมักปลา SM





11-12 ปล่อยน้ำเข้าแล้วไถตีให้เข้ากัน





13 -14 ใส่สารบำรุงดิน SM ปรับค่าpH





15-16 หมักทิ้งไว้ 7 วัน






17 เช็คค่า pH ของดินก่อนหว่านข้าว ปรากฎว่าเป็นกลาง



18 - 34 การเตรียมพันธุ์ข้าวเพื่อหว่าน ใช้ข้าวหอมมะลิ 105

































35 -51 การดูแลและการให้ปุ๋ยน้ำหมักปลาSMและสารสกัดป้องกันแมลง



















































สรุป โครงการปลูกข้าวอินทรีย์ ข้าวหอมมะลิ 105

ปัจจัยหลัก คือการเตรียมดิน และการจัดการระบบน้ำ

การเตรียมดิน

    ดินที่จะปลูกข้าวจะต้องมีสภาพพร้อม มีอินทรียวัตถุเพียงพอ มีธาตุอาหารพืชสมบูรณ์ มีโครงสร้างที่ดี และมีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ที่สำคัญที่สุด คือ ค่า pH ของดินจะต้องไม่เป็นกรด
การจัดการ ก็คือเราใช้ สารปรับปรุงดิน SM ( จุลินทรีย์ SM ) และ สารบำรุงดิน SM ในการปรับคุณภาพดิน และโครงสร้างดินให้เหมาะสมกับการปลูกข้าว โดยมีค่าpHไม่ต่ำกว่า 5.5
ในครั้งนี้ผมจะให้ใส่มูลไก่สดลงไปในนาเลย แล้วใช้จุลินทรีย์SM ย่อยสลาย ในการหมักดินเตรียมดินเลย ซึ่งจะใช้เวลาหมักประมาณ 7 วัน จากนั้นเราก็จะไถทำเทือกเพื่อหว่านข้าวได้
   หลังจากการหมัก ดินจะไถง่าย มีความเนียนนุ่ม เพราะการทำงานของจุลินทรีย์ SM

การจัดการระบบน้ำ

  ที่นาโครงการมีคลองน้ำล้อมอย่างพอเพียง สามารถดึงน้ำเข้าออกได้ตลอดเวลา ทำให้ปัญหาเรื่องน้ำไม่เป็นอุปสรรคเลย

 เมื่อการจัดการปัจจัย 2 เรื่องแรกได้ ปัญหาอย่างอื่นก็มีน้อยมาก อยู่ที่การดูแลอย่างสม่ำเสมอก็จะได้ผลผลิตดีอย่างที่เห็น  ครับ
การจัดการเรื่องหนอนและแมลง เราใช้สารสกัดจากสะเดาและน้ำส้มควันไม้ฉีดคุม ผสมพร้อมไปกับการให้ปุ๋ยน้ำหมักฮอร์โมนปลา SM ครับ

ครับ โครงการปลูกข้าวอินทรีย์ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเป็นบรรทัดฐาน แบบอย่างในการปลูกข้าวครั้งต่อไป เราสามารถเก็บพันธุ์ข้าวไว้ปลูกต่อไปได้ในครั้งต่อไปครับ




Liked By: noynadun, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2016, 01:32:41 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2014, 05:38:44 PM »

 
  โครงการปลูกผักอินทรีย์บนสแตนด์ในโรงเรือน

ผัก
พืชผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวเกษตรกรจึงควรหันมา ทำการปลูกผักอินทรีย์ โดยนำเอาวิธีการทางชีวภาพหลากหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเป็นการทดแทนการใช้สารเคมีเพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
     ผักใบมีอายุการเก็บเกี่ยวที่สั้นประมาณ 1 เดือน หากเกษตรกรศึกษาเรียนรู้และลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธีและจริงจังแล้วก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ทั้งผักอินทรีย์จะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่สามารถจะทำรายได้ให้เกษตรกรอย่างมากมายและมั่นคงอีกด้วย
    ก่อนที่เกษตรกรจะตัดสินใจลงทุนปลูกผักในโรงเรือน เกษตรกรจะต้องศึกษาหาความรู้ ดูงาน และฝึกงานจากแหล่งผลิตที่ประสบความสำเร็จก่อน ต้องเรียนรู้ให้เข้าใจถึงการจัดการเรื่องปัจจัยพื้นฐานทางการเกษตรได้อย่างถูกต้องและปฏิบัติเองได้ก่อน จึงค่อยตัดสินใจลงทุนได้ และจะประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

ลำดับความสำคัญของปัจจัยพื้นฐานในการเกษตรในการปลูกผักอินทรีย์ คือ
1 ปุ๋ยอินทรีย์
: ปุ๋ยอินทรีย์เป็นหัวใจของเกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ถูกย่อยสลายอย่างสมบูรณ์  
  ด้วยจุลินทรีย์และมีคุณสมบัติของปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐานกรมวิชาการเกษตร เท่านั้น
  จึงจะเป็นปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
2 วัสดุเพาะกล้า วัสดุปลูกพิเศษ
: มีความสำคัญรองลงมา ส่วนประกอบสำคัญของวัสดุเพาะกล้าและวัสดุปลูกคือปุ๋ยอินทรีย์ และวัสดุเพาะกล้า วัสดุปลูกพิเศษ ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน จะทำให้กระบวนการผลิต ราบรื่นสมบูรณ์ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ประหยัดเวลา และสามารถทำผลผลิตได้หลายรอบต่อปี
3 น้ำ
: การปลูกผักต้องมีแหล่งน้ำที่สะอาดอย่างพอเพียงตลอดทั้งปี เพื่อที่จะสามารถทำการผลิตผักได้ทั้งปี
4 แสงแดด อุณหภูมิ อากาศ
: การปลูกผักในโรงเรือน จะทำให้สามารถควบคุมแสงแดดและอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการปลูกผักแต่ละชนิดได้ดี
5 เชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช
: การปลูกผักในโรงเรือน เป็นการป้องกันและควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืชได้เป็นอย่างเป็นรูปธรรม
6 สายพันธุ์พืช
: ในปัจจุบันเราสามารถเลือกซื้อหาเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูกได้อย่างสะดวกสบายและมากมาย    อีกทั้งยังมีคู่มือการปลูกผักแต่ละชนิดให้ศึกษาอีกด้วย เพียงแต่เราจัดการปัจจัย 5 ข้อแรกให้ได้ก่อน ก็จะประสบความสำเร็จได้โดยง่ายอย่างแน่นอน
 
ที่มาของการปลูกผักในโรงเรือน

    เนื่องจากในปัจจุบัน ศัตรูพืชผักนั้นมีมากมายต้องใช้สารเคมีช่วยในการควบคุมและป้องกันศัตรูพืช สิ่งนั้นเป็นทางเลือกของเกษตรกรที่นิยมทำกัน และผลที่ได้ตามมาคือสารเคมีตกค้างในพืชผักซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต
    การแก้ปัญหาเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ ระบบการปลูกผักในโรงเรือน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันแมลงจากภายนอก ง่ายต่อการดูแล และระบบนี้จะเป็นการปลูกผักอินทรีย์ทั้งหมด ไม่ได้ใช้สารเคมีเข้าช่วยแต่อย่างใด  ต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นระบบการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือนทฤษฎีใหม่

ระบบการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือนทฤษฎีใหม่

    คือการปลูกผักด้วยดินบนสแตนด์ในโรงเรือน เป็นระบบการผลิตผักอินทรีย์ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สามารถแก้ไขปัญหาปัจจัยพื้นฐานทางการเกษตร คือ
1 ปุ๋ย 2 ดิน 3 น้ำ 4 แสงแดด อุณหภูมิ อากาศ 5 เชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช และ6 สายพันธุ์พืชได้อย่างครบถ้วน ทำให้สามารถที่จะผลิตผักที่ปลอดภัยได้อย่างแท้จริง มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการที่สูง มีความสด สะอาด รสชาติหวานกรอบ และอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน รวมถึงระบบการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้มาตรฐานและระบบการขนส่งที่ทำให้ผักยังมีความสดสะอาดจนถึงมือผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนยี่ทางชีวภาพทางการเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก และเพื่อเป็นการพัฒนาไปสู่การเกษตรอินทรีย์ที่มั่นคงและยั่งยืนได้

    โครงการปลูกผักอินทรีย์ ทำให้เราสามารถผลิตผักที่ปลอดภัยได้ และสามารถปลูกผักได้ทั้งปี โดยเฉลี่ยปีละ 8 รอบ ต่อโรงเรือน

     ปัจจัยหลักที่จะทำให้โครงการปลูกผักในโรงเรือนสำเร็จได้ ก็ต้องเริ่มต้นที่ปุ๋ยครับ
การที่เราสามารถผลิตปุ๋ยคุณภาพได้เอง ทำให้เราสามารถเตรียมวัสดุเพาะกล้า วัสดุปลูกที่มีคุณภาพได้ เพราะระบบการปลูกผักจะมีระยะเวลาของมัน คือ
การเพาะกล้าจะ ใช้เวลา  20 -25  วัน
การปลูก จะใช้เวลา  25 -35 วัน แล้วแต่ชนิดของผัก
ดั้งนั้น ถ้าขบวนการต่างๆสามารถเดินได้ไม่สะดุด เราก็จะสามารถปลูกผักได้ทั้งปี โดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 8 รอบต่อปี ครับ


























« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 06, 2016, 12:21:40 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
KeenBiz
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2014, 09:10:36 PM »

 สวัสดีครับ
 
น่าสนใจมากครับ
ผมเป็นนักศึกษาเกษตร กำลังทำรายงานเรื่องปุ๋ยอินทรีย์
รบกวนขอข้อมูลการทำปุ๋ยอินทรีย์ด้วยจุลินทรีย์ SM ครับ
อาทิ เช่น สูตรการทำปุ๋ยต่างๆครับ

ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
Service
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 728


« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2014, 12:03:58 AM »

งั้นอันนี้ก็ใช้ได้หรือป่าวครับ  ปรับปรุงดินได้มั้ย  หรือเป็นปุ๋ยได้เลย




Liked By: ionicyuth
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: