ข่าว
หน้า: 1 ... 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 [17] 18   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนผลไม้ไร้สารพิษ "หนึ่งน้ำฟ้า" จันทบุรี  (อ่าน 76530 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Wimonchai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1103


ทำในสิ่งชอบ ชอบในสิ่งที่ทำ


« ตอบ #256 เมื่อ: กันยายน 14, 2016, 08:19:49 AM »

หายไปนานเลยนะครับ
บันทึกการเข้า

ทำเพื่อลูก...ทำเพื่อฝัน และวันเกษียณ

laihan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1037



« ตอบ #257 เมื่อ: กันยายน 14, 2016, 10:02:22 AM »

สวัสดีครับ
ช่วงนี้ฝนตกหนักพอมีเวลาว่างหน่อยครับมานั่งหน้าคอม เพิ่งลงวินโดวส์มาใหม่ถือโอกาสลองเครื่องด้วยครับ

ก่อนฝนหนักงวดนี้(ฝนทิ้งช่วงได้ ๗-๘ วัน) เพลี้ยไก่แจ้ลงทุเรียนเป็นบางต้น ได้โอกาสทดลองสมุนไพร
เริ่มจากน้ำด่างขี้เถ้า.........บิวเวอรเรีย........แล้วก็อันนี้ พริกกับผิวมะกรูด



ใช้ฟอกกี้พ่นขอบเขตจำกัดครับ ทดลองหลายวันติดต่อ พริกกับผิวมะกรูดพ่นทีต้องดูทิศทางลมและคอยหลบให้ดี เพราะแสบตาเอาการอยู่.......
ผลยังไม่ชัดเจนแตกก็เห็นผลลางๆ ครับ พอดีฝนใหญ่มาเพลี้ยไก่แจ้เลยหายไปกับเม็ดฝนก่อน


  อายจัง อายจัง มีสูตรสารพิษต่อต้านเพลี้ยมาให้ทดลองทำตามอีกแล้ว ชอบๆๆขอบอก อิอิอิ... อายจัง อายจัง
ก็ค้นสูตรในเน็ต.ครับทดลองกันไป......พริกกับผิวมะกรูดไม่ใช้สารพิษครับแต่มันเป็นพิษกับลูกกะตาผม   ส่วนคนทั่วไปยังหลงไหลรสชาติของมันอยู่คับ

เรื่องเพลี้ยไก่แจ้จากที่เคยไปปลูกทุเรียนที่ศรีสะเกษ(สวนซำตาโตง/สวนกัลปพฤกษ์) อ.กันทรลักษณ์ ไม่มีเรื่องเพลี้ยไก่แจ้รบกวน นี้ก็ได้สี่ปีครึ่งแล้วทางวัดส่งข่าวว่ามีบางต้นเริ่มสอนออกดอกแล้ว
ส่วนที่สวนเขาพลอยแหวน มีอยู่ ๑๖๐ ต้น ตอนนี้สองปีกว่า ก็ไม่ปรากฏกมีเพลี้ยไก่แจ้รบกวน มีแต่ตัวกัดกินใบอ่อน วันนี้ไปตัดหญ้าตอนเย็นเห็นแมลงป่อบินกันมากมายบนยอดไม้คงเกี่ยวกันบ้าง..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 26, 2016, 10:24:55 PM โดย somjade » บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #258 เมื่อ: กันยายน 26, 2016, 09:08:43 PM »

หายไปนานเลยนะครับ

ครับเหนื่อยกับงานสวนและอื่นๆครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ เรามารายงานผลงานการกสิกรรมเพื่อบ่มเพาะความรู้ให้ยิ่งๆ เพื่อกิจกรรมของพวกเราให้สมกับเพลงที่คุ้นหูแต่ก่อนว่า กสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจเพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #259 เมื่อ: กันยายน 26, 2016, 10:06:46 PM »

ขี้เลื่อยตากฝนจนเปียก เลยนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักครับทำในร่มแบบคนเบี้ยน้อยหอยน้อย
ส่วนประกอบมี
๑.ขี้เลี้อย/ขี้กบใส่ไม้
๒.จุลินทรีย์ป่า(ใช้ดินป่าเศษใบไม้ที่ย่อยสลาย)
๓.รำข้าว


โรยขี้เลื่อย/ขี้กบใสไม้ที่เปียก บางๆ ลงในกะมัง


โรยจุลินทรีย์ป่าที่ขยายไว้(ดินป่ามาคลุกกับรำข้าวให้ความชื้น)


ตามด้วยรำข้าว  แล้วก็ทำซ้ำคือโรยขี้เลือย....จุลินทรีย์ป่า.....รำข้าว  จนเต็มกะมัง เอากระสอบคลุม


ทำตอนค่ำเอากระสอบคุม พอเช้ารุ่งขึ้นปุ๋ยหมัยภายในกะมังร้อนจนไอขึ้น มีเส้นใยเชื้อราเดินที่ผิว  รีบนำในถุงปุ๋ยพอหลวมๆ แล้ววางแผ่บ้างให้ความร้อนลดลง  มีเวลาก็พลิกกระสอบเพื่อให้ความชื้นได้ระเหยออก


เหตุผลที่ต้องการคือขยายเชื้อจุลินทรีย์ป่าที่มีจุลินทรีย์หลากหลายทั้งรา..ยีส..ไมคอไรซา ให้อยู่ในปุ๋ยหมักก่อนนำไปใช้  ส่วนใหญ่ใช้กับทุเรียนเพื่อป้องกันรักษาโรคโคนเน่ารากเน่า..
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #260 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2016, 09:05:57 PM »

บางพื้นที่มีการยุบ เนื่องจากเดิมเป็นบ่อเลนแห้งแล้วเอาดินกลบ ผ่านมาปีที่ ๓ หน้าแล้งดินยุบลงเกือบ 30 ซม. พอฝนนี้ช่วงฝนหนักมีท่วม 2-3 วัน เท่านั้นใบร่วงหมด ใจร้อนอยากปลูกในหน้าฝนนี้เลย จึงต้องทำแบบนี้ ปลูกหนีน้ำ


แบคโฮลเล็กหน้าฝนเข้าไม่ได้ รอหน้าแล้งแล้วปรับดินให้สูงขึ้นภายหลัง


เพลี้ยไก่แจ้ยังมีให้เห็นประปราย สังเกตถ้ามีเพลี้ยอยู่ใบจะผิดรูป  ถ้าหนักหน่อยก็ร่วงตั้งแต่ใบอ่อนเลย


วันมหาปวารณาของติดไม้ติดมือจากโรงปุ๋ยปฐมอโศก
1.เส้นยาสูบถุงละ ๑ กก.ๆล ๔๐.- 
2.น้ำสกัดสะเดาขนาด ๕ ลิตรกล.ๆละ ๖๐๐.-   
3.บีเอส ขนาด ๕๐๐ ก.ถุงละ ๓๐๐.-   
4.ม้อยเจอรแพล้นท์ ๑ ล.  ๑๐๐.-     
   สามรายการท้ายเป็นของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (ไว้สอบราคากันครับ)


บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #261 เมื่อ: มกราคม 09, 2017, 09:40:13 PM »

สวัสดีปีใหม่ครับ
ห่างไปนานครับ
ขอให้เวปนี้เป็นที่พึ่งของชาวเกษตรกรรมไปนานๆ....ครับ
เริ่มเข้าฤดูการผลิตผลไม้แล้วครับ ขณะนี้ที่สวน หนึ่งน้ำฟ้า เริ่มขยับเขยื้อนด้วย ลองกองกำลังแทงดอกหลังให้น้ำ และเมื่อสองวันผ่านมาก็มีฝนตกเพิ่มความชุ่มชื้นให้อีก ถ้ามาเป็นระรอกๆ ไม่นักไม่นานนักก็ประหยัดค่าน้ำค่าไฟไปได้เยอะครับ





ขณะนี้ดอกทุเรียนก็เริ่มจะบานแล้วและมีทยอยมาอีกหลายรุ่น รอการตัดสินใจว่าจะเอารุ่นไหน
เงาะแทงช่อเรียบร้อยแล้วครับ

เมื่อวานนี้คณะผู้เข้าอบรมเรื่องจุลินทรีย์ มีอาจารย์แดง(บุญรุ้ง สีดำ) เป็นผู้บรรยาย ผู้เข้าอบรมประมาณยี่สิบกว่าท่านเป็นชาวสวนที่ต้องการแนวเกษตรอินทรีย์
ห่างไกลจากเคมีที่เป็นพิษ มาชมสวนดูความเป็นไปได้ของกสิกรรไร้สารพิษ หลังการอบรมก่อนแยกย้ายกัน (ด้วยความยินดีที่มาเยือน)



บันทึกการเข้า
catsias
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 156


« ตอบ #262 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 01:06:09 PM »

สวัสดีครับ
ช่วงนี้ฝนตกหนักพอมีเวลาว่างหน่อยครับมานั่งหน้าคอม เพิ่งลงวินโดวส์มาใหม่ถือโอกาสลองเครื่องด้วยครับ

สวนเขาพลอยแหวนเดิมมีหัวน้ำต้นละ ๑ หัว(หัวพ่น) จัดการเพิ่มอีก ๑ หัวเป็นหัวเหวี่ยงน้ำรอบตัวปล้ำอยู่ ๔ วัน


ก่อนฝนหนักงวดนี้(ฝนทิ้งช่วงได้ ๗-๘ วัน) เพลี้ยไก่แจ้ลงทุเรียนเป็นบางต้น ได้โอกาสทดลองสมุนไพร
เริ่มจากน้ำด่างขี้เถ้า.........บิวเวอรเรีย........แล้วก็อันนี้ พริกกับผิวมะกรูด



ใช้ฟอกกี้พ่นขอบเขตจำกัดครับ ทดลองหลายวันติดต่อ พริกกับผิวมะกรูดพ่นทีต้องดูทิศทางลมและคอยหลบให้ดี เพราะแสบตาเอาการอยู่.......
ผลยังไม่ชัดเจนแตกก็เห็นผลลางๆ ครับ พอดีฝนใหญ่มาเพลี้ยไก่แจ้เลยหายไปกับเม็ดฝนก่อน


เราใส่แว่นนิรภัยเลยค่ะ เวลาตำ 5555  

ตอนเด็กๆ คุณแม่ใช้ตำพริกบ่อยครับ เพื่อฝึกให้ได้ทำงาน  ก็เหมือนหวาดกลัวระวังตอนตำครกน้ำพริก   แต่ที่ได้คือความชำนาญที่คุณแม่จงใจฝากให้เรา.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2017, 09:42:38 PM โดย somjade » บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #263 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 09:36:43 PM »

เย็นนี้โปรแกรมพ่นสมุนไพรไล่แมลง,บาซิลัสซับธิลิส   เลยต้องย้ายโรงงานผลิตสมุนไพรจากครัวฟืนไปไว้กลางแจ้งในสวน ฉลองเตาใหม่วันนี้กลางแจ้ง/กลางฝนเลย


สองวันก่อนคำถามที่ผู้ชมสวนถามคือใช้อะไรพ่นไล่แมลง  วันนี้คือคำตอบ บอรเพ็ด/ชะพลู/ตะไคร้หอม/ยาฉุน... แล้วแต่จะหาได้สะดวกครับ


ต้มสมุนไพรกลางหาว /กลางแจ้ง ตามตำราสมุนไพร(ล้อเล่นครับ)/ กลางฝน


ส่วนบาซิลัสก็ ขยายเชื้อจากไข่๑๒ ฟอง น้ำมันพืช หัวเชื้อ ตีให้เข้ากันผสมนน้ำ ๔๐ ลิตร เป่าลมตู้ปลา ๒๔ - ๔๘ ชม.


สำหรับผสมน้ำเปล่า ๒๐๐ ลิตร ก่อนพ่น


วันนี้....สวนหนึ่งน้ำฟ้าเพิ่งจะบาน(แย้มตอนบ่าย)


ช่วยผสมเกษรตอนสองทุ่ม เพิ่มความมั่นใจในการติดผล



ภารกิจวันนี้สำเร็จไปด้วยดีครับ
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #264 เมื่อ: มกราคม 11, 2017, 09:09:14 PM »

เมื่อคืนปัดดอกไป เที่ยงคืนฝนปรอยๆ จนถึงเช้า
การติดดอกคงไม่ดี รวมถึงวันนี้ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #265 เมื่อ: มกราคม 13, 2017, 09:48:38 PM »

ผลไม้หลักในสวนครับ รายงานประจำปี
เงาะดูจะสมบูรณ์ที่สุดครับ เร่งน้ำให้แทงยอด แถมฝนกระหน่ำให้อีก ยอดพุ่งดี
ภาพมองไกลๆ


ดอกเงาะเป็นอย่างนี้


แล้วก็มังคุดครับ ส่วนใหญ่ยังไม่ออก ที่ออกแล้วรุ่นแรกๆ


ในเพจแจก
กล้วยถามเรื่องกล้วยน้ำไทเลยอัพรูปไว้ใครต้องการเชิญ




เล็บมือนาง


อันนี้ไว้เป็นค่าน้ำค่าไฟสำหรับรดน้ำสวนครับ "กล้วยน้ำว้า"



ด้วยความเคารพ
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #266 เมื่อ: มกราคม 20, 2017, 09:19:09 PM »

ค่าน้ำค่าไฟ หนักที่ค่าน้ำมันครับ ตัดกล้วยเดือนละครั้ง ประมาณสี่พันบาทที่ราคา กก.ละ ๑๓ บาท


งวดนี้ลูกปลาจากตลาด ๕๐๐ บาท ทำน้ำหมักปลา


อำนวยความสะดวกติดต่อกล้าพันธุ์ผลไม้เพื่อไปจำหน่ายที่ จ.ศรีสะเกษ สั่ง ๘๐๐ ต้น ไปได้ ๗๐๐ ต้น



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2017, 09:21:40 PM โดย somjade » บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #267 เมื่อ: มกราคม 31, 2017, 10:01:25 PM »

วานนี้ครับ ๓๐ ม.ค.๖๐ ศูนย์ผึ้งจันทบุรี อบรมเกษตรกร "เกษตรอินทรีย์ ต้องมีชันโรง" ชันโรงหรือผึ้งจิ๋วใช้ผสมเกษรในสวนผลไม้  สถานที่สวนผักอินทรีย์ป้าเบส อ.เขาคิชฌกูฎ จันทบุรี  จำนวนกว่า ๕๐ ท่าน


นอกจากผสมเกษร(มือตีนเบากว่าผึ้ง)และยังได้น้ำหวานซึ่งมีราคาแพงกว่าน้ำผึ้ง ยางชันโรงสมัยก่อนไว้อุดท้องเรือไม่ให้รั่ว เดี๋ยวนี้นำมาทำสบู่อาบน้ำ,ครีมทาหน้า,ปาก ฯลฯ ผลิตภัณฑ์ถนอมผิวกาย

จุดหลักคือรู้จักและสามารถแยก-ขยายรังเพิ่มได้


โดยนำกระเปาะน้ำหวาน,กระเปาะเกษรดอกไม้,กระเปาะไข่อ่อน-ไข่แก่ และไข่นางผญา ไปไว้ในรังใหม่  แล้วเอาชัน,ยางไม้ของรังเดิมมาทาล่อหน้ารังใหม่ให้ตัวชันโรงงานเข้ารังใหม่




แถมได้รังเปล่ามาคนละ ๑ รัง  ส่วนผมเอามา ๓ รัง เป็นของท่านอื่นที่ไม่มีรังชันโรงที่จะขยายเลยอาสามาแยกรังแล้วส่งคืนเจ้าของ


สิ่งที่ได้ประโยชน์มากคือ มีเกษตรกรที่หันมาทางเกษตรอินทรีย์ต่างๆ กลุ่มเพาะเลี้ยงไส้เดือน กลุ่มสมุนไพรอินทรีย์ และหลายท่านที่ทำสวนผลไม้ที่ไม่อยากใช้สารเคมีที่เป็นพิษเพราะเป็นคนทำสวนเองกับมือ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้  และให้ความรู้กันและกัน จนหลายมีรายการที่ไม่สามารถบรรยายได้ในวันนั้น
สำหรับตัวกระผมเอง นานๆ จะออกจากสวนทีหนึ่ง วันนี้ใช้เวลาทั้งวันมีความรู้สึกว่าชาวสวนตื่นตัวและมีความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์มากกว่าที่คิด คงตระหนักถึงพิษภัยที่เราก็ทราบอยู่ในเรื่องอัตราการเสียชีวิตที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ

สำนึกดีมีอภัย
บันทึกการเข้า
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9632


« ตอบ #268 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 11:32:30 AM »

สวัสดีครับพี่สมเจตน์ผมสนใจเรื่องชันโรงอยู่พอดี อยากทราบว่าวิธีล่อชันโรงจากธรรมชาติเข้ากล่องที่เราจะนำไปเลี้ยงต้องทำอย่างไรบ้างพอรู้ไหมครับ
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #269 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 10:11:56 PM »

วันนี้ได้ฤกษ์ตามที่สัญญาไว้ครับ     จาก ๓ รังที่ทางการเขาแจกมา


มีครีม,สบู่ก้อน,สบู่เหลว และเสื้อกันฝน  เป็นผลิตภัณฑ์ที่ฝึกทำกันในวันนั้นส่วนเสื้อกันฝนไว้ใส่ตอนแยกรัง เพราะชันโรงจะเกาะ,กันสีดำเช่นผมและเสื้อผ้าสีดำควรใส่เสื้อผ้าสีขาว,สีอ่อน  (มันคงคิดว่าเป็นหมีที่มาล้วงโพรงเอาน้ำผึ้ง)


เครื่องมือเปิดฝารังเก่า มีดใช้ตัดแงะไข่,น้ำหวาน, ถ้วยไว้แบ่งสำหรับคน


เปิดฝารังเก่าแล้วที่เห็น ด้านซ้ายสีดำเป็นน้ำหวาน ข้างล่างเป็นเกษร  เกาะข้างรัง๒ก้อนเป็นไข่อ่อนและไข่แก่


ตัดแบ่งมาใส่รังใหม่ ไข่ไว้ก้นรัง  น้ำหวานและเกษรไว้ทางปากรัง(ปากรังจะเจาะรูเล็กๆ ไว้ให้เข้าออก


เสร็จแล้วปิดฝารังใหม่นำไปตั้งไว้ตำแหน่งรังเดิม เอายางไม้(ยางชันโรง)มาแปะไว้ที่หน้ารัง  ปิดรังเดิมแล้วเอาออกห่างสักพัก ตัวชันโรงจะบินตามกลิ่นยางชันที่แปะไว้หน้ารังและเข้าไปในรังใหม่        รอจนประมาณว่าเข้าไปในรังใหม่สัก ๕๐ - ๑๐๐ ตัว ก็เอายางชันปิดรูรังใหม่ไว้สัก ๑ วันแล้วย้ายไปตั้งที่ใหม่ เพื่อให้ลืมทิศทางกลับรังเดิม ส่วนรังเดิมตั้งที่เดิมเปิดรูให้ตัวที่เหลือเข้าตามปกติ
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #270 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 10:36:05 PM »

สวัสดีครับพี่สมเจตน์ผมสนใจเรื่องชันโรงอยู่พอดี อยากทราบว่าวิธีล่อชันโรงจากธรรมชาติเข้ากล่องที่เราจะนำไปเลี้ยงต้องทำอย่างไรบ้างพอรู้ไหมครับ

ส่วนใหญ่ถ้าแงะงัดเข้าถึงรังได้ก็เอาไข่และน้ำหวานเท่าที่เอาได้ใส่รังใหม่แล้วตั้งไว้ใกล้ที่เดิม ตัวจะบินเข้ารังใหม่ครับแล้วเราก็เอาไปเลี้ยง

ถ้าสุดปัญญาจะแงะงัดได้ เข้าใช้วิธีเอาท่อ(หลอดกาแฟ,สายยาง,ท่อ)ต่อเข้ากับปากทางเข้ารัง แล้วไปต่อไว้ที่ด้านท้ายรัง(ต้องเจาะรูอีกหนึ่งรู)ใช้ดินน้ำมันช่วยปิด เพื่อให้ตัวชันโรงรังเดิมต้องเดินผ่านไปตามท่อและผ่านรังใหม่แล้วจึงออกไปทางรูหน้ารัง    และคอยสังเกตว่ามีตัวมาทำรังมากพอแล้วค่อยย้ายออกปิดรูท้ายรังช่่องว่าง
ปัจจัยคือรังเดิมคับแคบก็จะขยายออกมาที่ใหม่  แต่ถ้ารังเดิมกว้างเช่นอยู่ในท่อเหล็กยาวๆ ก็ไม่ค่อยได้ผลเพราะบ้านเดิมยังอยู่สบายไม่อยากย้ายใหม่

อีกวิธีก็เอายางชันโรงมาแปะไว้ในรังและปานทางเข้ารังใหม่ แล้วไปวางใกล้ๆ รังเดิม  วัธีนี้ต้องรอให้ประชากรรังเดิมแน่นแล้วถึงเวลาย้ายรังถ้าเหมาะสมก็เข้ารังใหม่ วิธีนี้ก็ยากอยู่ครับ

มีรายละเอียดอยู่อีกมากครับเช่น รังต้องไม่ถูกแสงแดดส่อง เพราะชันโรงไม่สามารถลดอุณหภูมิในรังได้เหมือนผึ้ง กระเปาะต่างๆ จะละลาย
ไม่ตั้งตากฝน อาจชื้นจนเป็นราได้ทั้งรัง
ระวังศัตรู จิ้งจก,มด,อึงอางคางคก,นก     คอยจับชันโรงกิน
ค่อยๆศึกษาครับ
ขอบคุณครับ
  

สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจคือพวกมันทุกตัวจะทำงานทั้งกลางวันกลางคืนแม้จะปิดรังไว้  เคยติดตามเฝ้าดูหลังแยกรังเมื่อหลายปีมาแล้วตั้งแต่เรียนรู้ใหม่ๆ
ปัจจุบันไม่อยากจะไปรบกวนมัน แม้น้ำหวานก็เกือบสิบปีแล้วมังที่ไม่ได้เอา สงสารตอนแยกรังมีหลายตัวที่ตกน้ำหวานตายและอื่นๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 10:40:21 PM โดย somjade » บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 726


« ตอบ #271 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 10:48:53 PM »

อีกวิธีหนึ่งครับดูจะง่ายมาก ขับรถไปสังเกตข้างทางถ้าเห็นศาลพระภูมิที่มีคนเอามาทิ้งไว้ ลองดูครับจะมีตัวชันโรงอยู่ในโพรงเสา ถ้ายกได้ก็ยกกลับบ้านครับ ถ้าแงะได้ก็แงะรังใส่รังใหม่กลับบ้าน

เงาะที่สวนตอนนี้กำลังติดลูกครับ แม่บ้านบอกดอกติดดีมาก ติดตั้งแต่โคนช่อ ชันโรงตัวเล็กมือเบาตีนเบาเข้าถึงทุกซอกซอย  แต่รัศมีทำการประมาณ ๓๐๐ ม.ครับ น้อยกว่าผึ้ง ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 [17] 18   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: