หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 19   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนผลไม้ไร้สารพิษ "หนึ่งน้ำฟ้า" จันทบุรี  (อ่าน 103013 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 732


« เมื่อ: กันยายน 24, 2014, 08:49:59 PM »

สวนผลไม้ไร้สารพิษ "หนึ่งน้ำฟ้า" จันทบุรี
ขอฝากสวนหนึ่งน้ำฟ้าไว้เป็นส่วนหนึ่งในเวปเกษตรพอเพียง จากการที่เข้ามาสืบค้นข้อมูลการเกษตรและสมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่ปี ๕๒ จนปัจจุบัน ได้รับความรู้ด้านเกษตรและอื่นๆ มากมายจากเพื่อนสมาชิก จึงคิดว่าจะนำเสนอความเป็นมาเป็นไปของสวน ให้เป็นโมเดลเล็กๆ ไว้ศึกษา และยินดีรับความเห็นจากทุกท่านด้วยความเคารพ
ชื่อสวน เป็นชื่อของลูกสาวซึ่งพ่อครูท่านตั้งให้เมื่อ ๒๒ พ.ค.๕๖
สวนผลไม้ไร้สารพิษ หลักการของสวนคือไม่ใช้สารเคมีที่เป็นพิษภัยต่อผู้ใช้และผู้บริโภค เช่นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงสารเคมีเร่งดอกผล เป็นต้น (ไม่ใช่ปลอดสารพิษที่ใช้แล้วเว้นระยะก่อนเก็บผลผลิต)  ส่วนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือปฏิบัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว ของมาซาโนบุฟูกูโอกะเมื่อประมาณปี๓๖ , การอบรมเกษตร"เพื่อนช่วยเพื่อน"ของท่านเสียงศีล และที่สำคัญคือความชอบส่วนตัวเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้และความสงบตามธรรมชาติ
เหตุผลคือ เราไม่อยากรับพิษภัยทั้งใส่ตัวเอง และเวลานำไปฝากญาติของเรา
ที่ตั้ง ๗๙/๒ ม.๙ ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่
ถือเอาฤกษ์วันแรกของการกินเจรอบแรกซึ่งปีนี้มีการกินเจ ๒ รอบ ขออนุโมทนาบุญมา ณ ที่นี้
บันทึกการเข้า

somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 732


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 24, 2014, 08:56:12 PM »

 ;)เพื่อความสมบูรณ์ขอเล่าความเป็นมา เริ่มเข้ามารับผิดชอบเมื่อปี ๔๕ เดิมน้องเขยดูแลอยู่ ซึ่งก็ทำเหมือนชาวสวนทั่วไป ทุ่นแรงด้วยยาฆ่าหญ้าฆ่าแมลงปุ๋ยเคมี เพราะที่ของน้องเขยเองก็มากโข   เวลานั้นยังรับราชการอยู่ที่สัตหีบ ชลบุรี ใช้เวลาวันหยุดเสาร-อาทิตย์  ช่วงที่มาอยู่จันทบุรีก็ใช้เวลาเช้าตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเวลาอาบน้ำกินข้าวขับรถไปอีก ๑๖ กม.ให้ทันแถว ๐๘๓๐  ช่วงเย็นถึงบ้านประมาณ ๑๗๐๐ ก็มีเวลาทำก่อนค่ำ เดือนหนึ่งจะมีเวลาหยุดพักอีก ๗ วันไม่มีหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ได้ทำสวนเต็มวัน  ทำคนเดียวในตอนแรกก็ ๗ ไร่
 ;)ผลไม้ตอนนั้นมีลองกอง ๘๐ ต้นเริ่มจะให้ผลผลิต  ,เงาะ ๑๐ ,ทุเรียน ๑๐  สำหรับทุเรียนนั้นเป็นต้นที่ถูกริดกิ่งเพื่อเตรียมโค่น เหลือแต่ต้นจริงๆ จากโคนถึงยอดปีแรกแตกกิ่งก้านเล็กๆและสามารถออกลูกให้กินได้ต้นละลูกสองลูก สภาพเหมือนกับต้นเสาแหลมๆแล้วก็มีลูกทุเรียนติดกับเสาอย่างนั้น น่าสงสารจริง
ก็ดูแลลองกองเป็นหลักซึ่งเป็นไม้ผลที่แข็งแรง รองจากเงาะและก็มังคุด   ส่วนทุเรียนก็ยากหน่อย   ตอนนั้นเน้นขนฟางเข้ามาไว้ในสวนเป็นหลัก ตัดหญ้ารอบโคน พ่นจุลินทรีย์ น้ำหมักฯ และ อีเอ็มขยาย  เพื่อปรับปรุงดินให้สมบูรณ์เป็นรากฐานเบื้องแรก

ฟางมีค่าดังทองคำ

ทดลองลงรูปด้วยครับ



บันทึกการเข้า
supot7675
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 24, 2014, 10:12:59 PM »

สวัสดีครับ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9905


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 12:42:33 AM »

เจริญธรรมครับพี่สมเจตน์

เวปล่มไปหลายชั่วโมง เปิดเข้ามาเจอกระทู้ของพี่สมเจตน์ ก็ขออนุโมทนาที่มาถ่ายทอด เรื่องราวการทำสวนเกษตรอินทรีย์
ของสวน หนึ่งน้ำฟ้า นะครับ พูดถึงฟางข้าวที่มีค่าต่อการทำการเกษตร จนมีคนเปรียบเปรยเอาไว้ว่า ฟางมีค่าดั่งทองคำ
ก็ขอเอา Video ที่กล่าวถึงประโยชน์ของฟางข้าวมาร่วมแจมในกระทู้นี้ด้วยนะครับ

ฟางข้าวมีค่าดั่งทองคำ


 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
UNCLE HUB
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 700


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 11:00:47 AM »

 ขออนุญาตเข้ามาหาความรู้ด้วยคนครับ

    ด้วยความเคารพ    ยิ้มเท่ห์  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
pumpja
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 12:22:54 PM »

สวัสดีครับ พี่สมเจตน์  ขออนุญาติติดตามด้วยครับ
บันทึกการเข้า
วิทูร1
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 822


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 02:11:51 PM »

สวัสดีครับพี่สมเจต คงได้เวลาที่สมาชิก เกษตรพอเพียงได้ชมสวน ของพี่บ้างล่ะ 2 ปี ผ่านมาผมพยายามหาคำตอบ ของคำว่าใช่ เกี่ยวทำสวนผลไม้โดยไม่ใช้เคมี
ยังไม่มีโอกาส ได้ไปสวนของพี่สักที ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 732


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 08:37:06 PM »

สวัสดีทุกท่านครับ ด้วยความยินดีจะได้ไม่เงียบเหงา
ขอขอบพระคุณคุณ konthain(นพ) ที่ร่วมนำสิ่งที่ดีมาเผยแพร่

ท้าวความอีกหน่อยครับจะได้สมบูรณ์
 จากความชอบส่วนตัวคือ ชอบเงียบๆ ง่ายๆ ชอบความสงบเมื่ออยู่กับต้นไม้ สังเกตอดทนรอคอยดูการเติบโต ได้ออกกำลังตามแรงและความขยัน อยู่กับลม-แดดและเหงื่อไคล มีแรงทำเหนื่อยก็พัก จึงเป็นที่มาของการลาออกจากราชการเมื่อ ๑ ต.ค.๕๓ มาเป็นชาวสวนเต็มตัว ไม่มีนายไม่มีลูกน้อง
 สภาพการเป็นชาวสวนตรงข้ามกับเมื่อรับราชการในบางเรื่อง ถ้าอยู่ในค่าย  เสื้อผ้าไม่ต้องซักรีดเอง กินข้าวไปนั่งที่โต๊ะก็มีคนมาเสริฟอาหารให้ ทำงานส่วนใหญ่อยู่ในห้องแอร์ น้อยครั้งที่อยู่กลางสนามฝึก หรือบางเวลาออกพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตอนน้ำท่วมภัยแล้ง
 เมื่อถอดเครื่องทรงแล้วน้องๆแถวบ้านเมื่อก่อนเจอหน้าก็รีบยกมือไหว้ ตอนนี้คงเห็นเราเป็นไอ้บ้าหองฟางมั้ง อยู่สบายๆไม่ชอบ เห็นหน้ากันทีก็ยิ้มแหยๆ ละครับ
 คือมันต่างกันที่ความคิด จุดมุ่งของชาวสวนทั่วไปก็อยู่ที่ทำผลผลิตให้ตรงตลาดแล้วได้เงินมากๆ
 เราบอกว่าทำดินให้ดีก่อนหญ้าไว้คลุมดินมันไม่ได้หอบหรือแย้งเอาปุ๋ยในดินไปไหนหลอก ชาวสวนก็ว่ามันรกดูไม่สบายตาไม่เรียบร้อย ว่าหญ้าขึ้นก็แย่งปุ๋ยต้นไม้
 ตัดหญ้าตอนแรกๆ ผมตัดบ่อยมากจนน้องเขยแซวว่าตัดเป็นสนามฟุตบอลเลยนะ แต่หลังๆ ก็ปล่อยให้รกบ้างปีหนึ่งประมาณ ๒ - ๓ ครั้ง  ชาวสวนทั่วไปเก็บผลผลิตเสร็จตัดแต่งกิ่งใส่ปุ๋ยพ่นฆ่าหญ้าก็ได้พักแล้ว
 การให้น้ำผมบอกว่าให้เลยออกไปนอกทรงพุ่มหน่อยเพื่อให้รากเดินออกไปได้กว้างรอบต้นต้นจะได้แข็งแรง  ชาวสวนส่วนใหญ่จะให้น้ำเฉพาะโคนต้นในทรงพุ่มเพื่อควบคุมน้ำตอนให้มีดอกมีผลง่าย
 สุดท้ายก็ว่าเราว่าพี่รับราชการอยู่ ทำสวนก็เหมือนงานอดิเรกทำแบบเล่นๆ  ก็เป็นอันว่าได้ลองดูสักตั้งละครับ แบบชาวสวนตัวจริงๆ
    ขอประทานอภัยท่านชาวสวนส่วนใหญ่ครับ ผมก็พูดตรงไปตรงมาตามความคิดของผมอาจจะแข็งๆไปหน่อยแต่จริงใจ ตามความรู้ส่วนตัว มิได้มีจิตหยามหมิ่นแต่ประการใด ซึ่งหลังๆมา ผมก็พยายามหาความรู้ที่ชาวสวนทั่วไปที่ท่านได้สะสมความรู้มายาวนาน เพื่อนำมาเป็นพื้นฐาน แต่ผมก็ไม่ทิ้งหลักการของผมนะครับ(ไร้สารพิษ) หรือใครจะว่าเกษตรธรรมชาติ/เกษตรอินทรีย์/ออร์กานิค ก็ประมาณนั้นครับ

สำนึกดี เจริญอภัย
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 732


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 25, 2014, 08:43:21 PM »

ปี๔๗ปลูกส้มโชกุล,ส้มเขียวหวาน  ๕๐ กว่าต้นส้มเป็นโรคยอมแพ้ /มังคุด ๑๖ ต้นไปด้วยดี แก้วมังกร ๔๐๐ ต้น(ค้าง) ได้ผลดีมาก





เพราะความเสียดายไม่อยากขายให้คนรับซื้อทั่วไป เลยขนไปส่งตลาดไร้สารพิษแถว ถ.นวมินทร์ กทม.


ปี ๕๓ เริ่มของยากขึ้นเห็นว่าทุเรียนเดิมก็ได้กินขนาดไม่ได้สนใจดูแล บวกกับพอไปหาญาติทีไรก็ถามหาแต่ทุเรียน รวมปัจจัยที่ลาออกก็อยากมีอะไรที่พอจะได้โชว์เทียบ/แข่งกับสวนข้างเคียงบ้าง(นี้แหละอัตตา)


 เริ่มด้วยการปลูกทุเรียนกางแขน(พื้ชสวนจันทบุรีแนะนำผ่านสื่อ) ปลูกเป็นแถวระหว่างต้น ๓ ม. ระหว่างแถว ๑๒ ม.  ทดลองอยู่ ๒ แถวครับ ที่เหลือก็ปลูกในพื้นที่ที่ว่างอยู่ รวมทั้งหมด ๕๓ ต้น เป็นหมอนส่วนใหญ่ พวงมณี๒ต้นก้านยาว๓ต้นนวลทองจันท์๒ต้น และจันทบุรี๑,๒,หลงลับแล,นกกระจิบ,เขียวตำลึง,กบสุวรรณ,กบตาขำ,นกหยิบ และจอกลอย อย่างละ ๑ ต้น.......ช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์เก่าๆ




บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 732


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 26, 2014, 10:42:04 PM »

แล้วปัญหาก็เข้ามาหน้าฝนปี ๕๓ ตกหนัก ถี่มาก ทุเรียน ๒ ต้นเกิดเป็นโรคท๊อปกู่ไม่กลับ เห็นฝนตกไปอยู่ศรีสะเกษนานกลับมาใบร่วงเกือบหมดต้น และต้นที่ ๒ ทางซ้ายมือเป็นต้นที่โดนตัดแล้วแตกกิ่งแขนงออกมาสองด้านเลยเอาไว้ทั้งสองด้านต้นอยู่ใกล้กัน(ใบชนกัน) ปรากฏว่าเหมือนท๊อปจะลามไปทางใบ ต้องโค่นทิ้งไป ๑ กิ่งเหลืออีก ๑ กิ่ง ก็พยายามหาข้อมูลในเวปนี้ สุดท้ายก็ได้ไปซื้อหัวเชื้อราไตรโตเดอรม่า ที่ ม.กำแพงแสน  มาขยายใช้ หมดข้าวไปเกือบถังเพราะขยายบ่อยมากกะให้ได้ผลทันทีทันใด และอยากรู้ผลด้วยไตรโคเดอรม่าจะได้ผลไหม  เพราะเป็นไพ่ใบสุดท้ายไม่หายก็ตาย




ต้นนี้คือต้นที่ ๒ ที่มีสองง่าม กำลังสอนออกลูกกิ่งทางขวามือคือกิ่งที่เป็นโรคท๊อป สุดท้ายตัดออกเหลือกิ่งทางซ้ายมือ ซึ่งลักษณะต้นอย่างนี้มีจุดอ่อนซึ่งจะนำเสนอต่อไปครับ


ขยายไตรโครเดอร์ม่า เอาไปผสมน้ำฉีดพ่นเน้นพื้นดินรอบโคน



สวนอื่นป้องกัน/ฟื้นต้น ก็เคมีบำบัดแบบนี้ ถ่ายภาพตอนไปเยี่ยมท่านคำนึง ชนะสิทธิ์




ต้นที่โดนตัดจนเหลือต้นเดียวสุดท้ายรอดมาอย่างหวุดหวิด ปีที่ผ่านมาได้ออกลูกให้ ๔ ผล  แต่แล้วเมื่อวันที่ ๒๘ ก.ค.๕๗ ฝนตกลมแรงมากกิ่งที่เหลือก็ฉีกหักล้มลง .....แล้ววันที่ ๑๕ ก.ย.ก็โดนพวงมณีอีก ๑ ต้น



บันทึกการเข้า
Peter-llwu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 12:06:33 PM »

เจอคนจันทร์เพิ่มอีกท่านนึงละ. ผมอยู่อำเภอมะขามครับ

ท่านขนฟางมาจากที่ไหนเหรอครับ
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3545


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 06:05:21 PM »

จองที่นั่งไว้ก่อนครับ ณ เวลานี้ผมค้นพบวิธีใช้เชื้อชีวะภัณฑ์ป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชสำหรับแนวทางการทำเกษตรไร้สารพิษต้นทุนประมาณ 32 บาท/น้ำ 20 ลิตร ถูกกว่าการใช้สารเคมีขณะนี้ผมกำลังนำไปต่อยอดลงพื้นที่จริงอยู่ ยินดีแชร์ข้อมูลครับ จุมพิต
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 732


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 08:02:43 PM »

สวัสดีครับคุณ Peter-llwu  ฟางจันทบุรีหายากหน่อยแต่ก็ไม่เกินความสามารถ ตะกาดเง้าครับจาก อ.ท่าใหม่ไปทางท่าใต้ สถานที่ก็บริเวณวัดหนองคันติดต่อลุงยิ้มท่านคิดผมแบบกันเอง ฟางที่เอาข้าวเปลือกออกแล้วได้ ๑ เกวียนคิดฟาง ๓๐๐ บาท แต่ส่วนใหญ่จะเกิน ต้องไปติดต่อล่วงหน้าถามคนแถววัดหนองคันรู้จักกันดีประมาณ เดือนธันวาคม  (ต้องแย่งกับศูนย์ฯอ่าวคุ้งกระเบนซึ่งก็มาเอาด้วยทั้งที่ศูนย์ฯเองก็หนับหนุนการปลูกข้าว) แล้วก็แถว สนามไชย ถามนายกอบต.กระแจะครับ แถวคมบางก็มีทำนาแต่ไม่เคยไปติดต่อ เวลาขนตอนกลางคืนกับตอนเช้ามืดจะไม่ค่อยมีผุ่นละอองและไม่ร้อนคับ
  ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับคุณ kmsmily อยากทราบรายละเอียดครับ    ยิ่งถ้าชาวเกษตรสามารถนำไปใช้แบบยั่งยืนลดต้นทุนการผลิตไม่เป็นอัตรายกับคนใช้และผู้บริโภค โดยอย่างยิ่งการใช้แบบพอเพียงพึ่งตนเองได้อย่างสมบูรณ์ก็เป็นที่ปราถนาอย่างยิ่งครับ

บันทึกการเข้า
nongparei
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 09:26:44 PM »

ติดตามด้วยคนครับ
 ผมทำสวนส้มปลูกมา13ปี  ยังดูดีอยู่ครับปล่อยตามธรรมชาติ
ปีนี้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี  อากาศมันร้อนไม่มีฝน อาศัยปล่อยให้หญ้ารกคลุมดิน
เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป
บันทึกการเข้า
tphairote
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 350



« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 10:30:45 PM »

แล้วปัญหาก็เข้ามาหน้าฝนปี ๕๓ ตกหนัก ถี่มาก ทุเรียน ๒ ต้นเกิดเป็นโรคท๊อปกู่ไม่กลับ เห็นฝนตกไปอยู่ศรีสะเกษนานกลับมาใบร่วงเกือบหมดต้น และต้นที่ ๒ ทางซ้ายมือเป็นต้นที่โดนตัดแล้วแตกกิ่งแขนงออกมาสองด้านเลยเอาไว้ทั้งสองด้านต้นอยู่ใกล้กัน(ใบชนกัน) ปรากฏว่าเหมือนท๊อปจะลามไปทางใบ ต้องโค่นทิ้งไป ๑ กิ่งเหลืออีก ๑ กิ่ง ก็พยายามหาข้อมูลในเวปนี้ สุดท้ายก็ได้ไปซื้อหัวเชื้อราไตรโตเดอรม่า ที่ ม.กำแพงแสน  มาขยายใช้ หมดข้าวไปเกือบถังเพราะขยายบ่อยมากกะให้ได้ผลทันทีทันใด และอยากรู้ผลด้วยไตรโคเดอรม่าจะได้ผลไหม  เพราะเป็นไพ่ใบสุดท้ายไม่หายก็ตาย




ต้นนี้คือต้นที่ ๒ ที่มีสองง่าม กำลังสอนออกลูกกิ่งทางขวามือคือกิ่งที่เป็นโรคท๊อป สุดท้ายตัดออกเหลือกิ่งทางซ้ายมือ ซึ่งลักษณะต้นอย่างนี้มีจุดอ่อนซึ่งจะนำเสนอต่อไปครับ


ขยายไตรโครเดอร์ม่า เอาไปผสมน้ำฉีดพ่นเน้นพื้นดินรอบโคน



สวนอื่นป้องกัน/ฟื้นต้น ก็เคมีบำบัดแบบนี้ ถ่ายภาพตอนไปเยี่ยมท่านคำนึง ชนะสิทธิ์




ต้นที่โดนตัดจนเหลือต้นเดียวสุดท้ายรอดมาอย่างหวุดหวิด ปีที่ผ่านมาได้ออกลูกให้ ๔ ผล  แต่แล้วเมื่อวันที่ ๒๘ ก.ค.๕๗ ฝนตกลมแรงมากกิ่งที่เหลือก็ฉีกหักล้มลง .....แล้ววันที่ ๑๕ ก.ย.ก็โดนพวงมณีอีก ๑ ต้น






เห็นเชื้อไตรโคเดอร์มา แล้ว สีเขียว น่าชื่นใจจริงครับ ของผม มันไม่เขียวเหมือนของท่าน เป็นจุดนิดๆๆ แต่สีขาวเต็มไปหนด ผมเหยาะเชื้อไปถุงละ 3 เหยาะ รึว่าผมใส่หัวเชื่อน้อยไป ผมสังซื้อเป็นขวด ขวดละ 100 บาท รึว่าเก็บไว้นานเกิน  ร้องไห้
ถุงสีแดง คือไรคับ ฮืม
บันทึกการเข้า

ในน้ำมีปลา  ในนามีข้าว
รักโลก รักสีเขียว รักเกษตรอินทรีย์
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 732


« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 28, 2014, 07:45:01 PM »

ผมใช้ข้าวกล้องหุงครับ ข้าว๓น้ำ๒ตามสูตร อย่าให้เฉะ หัวเชื้อก็ฝากอาจารย์ที่นครปฐมซื้อให้ครั
บางช่วงก็มีราขาวเหมือนกัน บางครั้งผมใช้เชื้อที่อายุเกิน ๑ ปีมาขยายก็ยังใช้ได้ (ผมเก็บในตู้เย็น)คอยสังเกตโดยละเอียดเห็นว่าถ้าใส่ข้าวในถุงกำลังพอดีไม่มากเกินไปก็เห็นเขียวดีครับ

สำนึกดีมีอภัย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 19   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: