หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มีใครเคยทำกาลักน้ำ กับบ่อบาดาลบ้างครับ  (อ่าน 72476 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
boonmag
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #48 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 10:50:08 AM »


   
Re: มีใครเคยทำกาลักน้ำ กับบ่อบาดาลบ้างครับ
« ตอบ #37 เมื่อ: มีนาคม 01, 2010, 10:18:18 AM »
   ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
ที่บอกว่ากาลักน้ำสามารถลักน้ำข้ามภูเขาได้สูงไม่เกิน 10 เมตร หรือประมาณ 34 ฟุตนั้น มีที่มาที่ไปตามนี้นะครับ
จาก  http://en.wikipedia.org/wiki/Siphon
The maximum height of the crest is limited by atmospheric pressure, the density of the liquid, and its vapour pressure. When the pressure within the liquid drops to below the liquid's vapor pressure, tiny vapor bubbles can begin to form at the high point and the siphon effect will end. This effect depends on how efficiently the liquid can nucleate bubbles; in the absence of impurities or rough surfaces to act as easy nucleation sites for bubbles, siphons can temporarily exceed their standard maximum height during the extended time it takes bubbles to nucleate. For water at standard atmospheric pressure, the maximum siphon height is approximately 10 m (33 feet); for mercury it is 76 cm (30 inches).             
         เท่าที่ทราบมานะครับ ที่ความดันบรรญากาศ จะมีความดันที่กดอยู่ทุกแห่งทุกหนมีค่าเท่ากับ 14.69 psia (14.7 ปอนด์/ตารางนิ้ว) หรือ 101.32 kPa abs.(101.32 กิโลนิวตั้น/ตารางเมตร) หรือ 760 mm Hg abs.[/glow]

ถูกต้องครับ เราเรียกว่าแรงดัน 1 บรรยากาศครับ แต่ต้องทำที่ระดับน้ำทะเล ไม่ใช้บนภูเขาครับ



บันทึกการเข้า

boonmag
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #49 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 11:07:52 AM »

ก็ถูกต้องอีกครับ และ็h2 ยาวกว่า h1 ก็ถูกต้องที่สุดครับผม
ไหลโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าแม้แต่ 1 วัตต์เลยยย
ขอบคุณมากที่ช่วยหาภาพมาอธิบายครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2010, 11:10:39 AM โดย boonmag » บันทึกการเข้า
boonmag
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #50 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 11:17:37 AM »

12/3/2553
เวลานี้เป็นนาทีทองในการทดลอง เพื่อตอบโจทย์การกาลักน้ำข้ามเขาสูง 10 เมตร

สถานที่ทดลอง
เขื่อนเกือบทุกเขื่อนเลยครับท่าน  ทุกเขื่อนตอนนี้ระดับน้ำจากสันเขื่อนถึง ผิวน้ำ 10 เมตรเป็นเรื่อง จิบๆๆๆ ในเขื่อนขนาดกลางถึงใหญ่นะครับ ไม่ใช่ฝายกันน้ำ มีทั้งในภาคเหนือ อีสาน  ตะวันออก  ตะวันตก  ตย.จันทบุรี ก็เขื่อนเขาคิชกูฎ ระยอง เขื่อนเขาม่วง ๆลๆ  มากกว่า 10 เมตรทุกเขื่อนครับ หากจะทดลองไปขออนุญาติเจ้าหน้าที่ที่สันเขื่อนได้

อุปกรณ์
1.สายดูดน้ำแบบสายดูดขนาด 1 นิ้ว ที่มีสีฟ้าๆๆๆ เป็นแว่น ยาวสัก 100 เมตร
2.ท่อ PVC ขนาด 5 นิ้ว ชั้น 8.5 จำนวน 1 ท่อน ไม่สามารถใช้ถังสีฟ้าได้ครับเพราะถังสีฟ้ารับแรงดันออกได้ แต่ไม่มีความแข็งแรงพอที่จะรับแรงกดด้านข้างแล้วให้คงรูปอยู่ได้
3.ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ชั้น 5 จำนวน 1 ท่อน
4.ข้อลด 5 นิ้ว-3นิ้ว จำนวน 2 ตัว
5.ข้อลด 3 นิ้ว-1นิ้ว จำนวน 2 ตัว
6.สามทาง 1 นิ้ว จำนวน 1 ตัว
7.เกลียวใน 1 นิ้ว จำนวน 2 ตัว
8.หางหนูเหล็ก 1 นิ้ว จำนวน 2 ตัว
9.เข็มขัดรัดสายน้ำ 1 นิ้วจำนวน 2  ตัว
10.วาวล์พลาสติคขนาด 1 นั้ว 3 ตัว
งบประมาณ ประมาณ 5000 บาท

วิธีการทดลอง
ต่ออุปกรณ์ตามภาพ
หากมีคนพร้อมที่จะมาทดลองเพื่อตอบโจทย์ เตรียมเงิน เตรียมกล้องVDO เตรียมคนแล้วติดต่อมาได้  ถ้ามาระยองผมจะช่วยเดินเรื่องประสานงานขออนุญาติให้

ผมดีใจมากที่มีคนสนใจทางด้านวิทยาศาตร์เพื่อนำมาใช้ทางการเกษตร

ภาษิต 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น  10 ตาเห็นไม่เท่าปฎิบัติจริง
โทร 081-4531568

สุดท้ายนี้ต้องขอโทษ จขกท ที่การตอบในวันนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาโจทย์หลักได้
เพราะได้ตอบไปก่อนหน้านี้แล้ว

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
KENETIC_E®
"เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3122


จักสร้างฝันให้เป็นจริงจงได้


« ตอบ #51 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 11:47:37 AM »

12/3/2553
เวลานี้เป็นนาทีทองในการทดลอง เพื่อตอบโจทย์การกาลักน้ำข้ามเขาสูง 10 เมตร

สถานที่ทดลอง
เขื่อนเกือบทุกเขื่อนเลยครับท่าน  ทุกเขื่อนตอนนี้ระดับน้ำจากสันเขื่อนถึง ผิวน้ำ 10 เมตรเป็นเรื่อง จิบๆๆๆ ในเขื่อนขนาดกลางถึงใหญ่นะครับ ไม่ใช่ฝายกันน้ำ มีทั้งในภาคเหนือ อีสาน  ตะวันออก  ตะวันตก  ตย.จันทบุรี ก็เขื่อนเขาคิชกูฎ ระยอง เขื่อนเขาม่วง ๆลๆ  มากกว่า 10 เมตรทุกเขื่อนครับ หากจะทดลองไปขออนุญาติเจ้าหน้าที่ที่สันเขื่อนได้

อุปกรณ์
1.สายดูดน้ำแบบสายดูดขนาด 1 นิ้ว ที่มีสีฟ้าๆๆๆ เป็นแว่น ยาวสัก 100 เมตร
2.ท่อ PVC ขนาด 5 นิ้ว ชั้น 8.5 จำนวน 1 ท่อน ไม่สามารถใช้ถังสีฟ้าได้ครับเพราะถังสีฟ้ารับแรงดันออกได้ แต่ไม่มีความแข็งแรงพอที่จะรับแรงกดด้านข้างแล้วให้คงรูปอยู่ได้
3.ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ชั้น 5 จำนวน 1 ท่อน
4.ข้อลด 5 นิ้ว-3นิ้ว จำนวน 2 ตัว
5.ข้อลด 3 นิ้ว-1นิ้ว จำนวน 2 ตัว
6.สามทาง 1 นิ้ว จำนวน 1 ตัว
7.เกลียวใน 1 นิ้ว จำนวน 2 ตัว
8.หางหนูเหล็ก 1 นิ้ว จำนวน 2 ตัว
9.เข็มขัดรัดสายน้ำ 1 นิ้วจำนวน 2  ตัว
10.วาวล์พลาสติคขนาด 1 นั้ว 3 ตัว
งบประมาณ ประมาณ 5000 บาท

วิธีการทดลอง
ต่ออุปกรณ์ตามภาพ
หากมีคนพร้อมที่จะมาทดลองเพื่อตอบโจทย์ เตรียมเงิน เตรียมกล้องVDO เตรียมคนแล้วติดต่อมาได้  ถ้ามาระยองผมจะช่วยเดินเรื่องประสานงานขออนุญาติให้

ผมดีใจมากที่มีคนสนใจทางด้านวิทยาศาตร์เพื่อนำมาใช้ทางการเกษตร

ภาษิต 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น  10 ตาเห็นไม่เท่าปฎิบัติจริง
โทร 081-4531568

สุดท้ายนี้ต้องขอโทษ จขกท ที่การตอบในวันนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาโจทย์หลักได้
เพราะได้ตอบไปก่อนหน้านี้แล้ว

ขอบคุณครับ

ทำไมไม่ทดลองที่ความยาวมากกว่า 10%  ของสันเขื่อนล่ะครับ (ด้านน้ำออกน่ะครับ) ทำไมใช้ความยาวตั้ง 100 เมตรล่ะครับ?
เราอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกช่วยให้น้ำไหล ผมก็กำลังมองในจุดนี้แหละครับ ผมมองที่มวลของน้ำทั้งสองข้างที่ไม่เท่ากันน่ะครับ ผิดถูกยังไม่รู้
ขอบคุณครับ
ปล..
หลักความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า  หลักกาลามสูตร  ( เกสปุตติยสูตร )
เป็นหลักการแห่งความเชื่อ หรือ ทฤษฎี ความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า  ที่ท่านให้ใช้การพินิจพิจารณาด้วยปัญญา แล้วจึงค่อยตัดสินใจเชื่อ   กาลามสูตร
(กาลามสูตร เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือ เกสปุตตสูตร) สูตรหนึ่งในคัมภีร์ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย  พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอน ชาวกาลามะ แห่งเกสปุตตนิคม ในแคว้นโกมล ประเทศอินเดีย  ไม่ให้เชื่องมงายไร้เหตุผล ซึ่งมี หลักการ  10 ข้อ ดังนี้
1. มา อนุสสะเวนะ    อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังบอกตามๆ กันมา  เช่น การเล่าข่าว ไม่ว่าทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต SMS หรือ อื่นๆ
2. มา ปรัมปรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ  กันมาอย่างปรัมปรา  เช่น ความเชื่อทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ซึ่ง ต้องใช้การพิจารณาด้วยปัญญาให้ถ่องแท้ ถ้าหากจะนำไป ประมวลเป็นองค์ความรู้
3. มา อิติกิรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ  เช่น ข่าวลือ ทั้งหลาย
4. มา ปิฎกสัมปะทาเนนะ   อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ คำว่า ปิฎก ในที่นี้ก็คือ สิ่งที่เรา เรียกว่าตำรา สำหรับพระพุทธศาสนา ก็คือ บันทึกคำสอนที่เขียนไว้ในใบลาน เอามารวมกันไว้เป็นชุดๆ เรียก ไตรปิฎก  แม้แต่ในบันทึกทางศาสนา ก็ยังต้องใช้ การพิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญา ก่อนจะปลงใจเชื่อ
5. มา ตักกะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยตรรกะ  ด้วยการใคร่ครวญตามวิธีที่เรียกว่า ตรรกะ เพราะว่าตรรกะก็ยังผิดได้ ในเมื่อเหตุผลหรือวิธีใช้เหตุผลมันผิดอยู่
6. มา นะยะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอนุมาน ด้วยเหตุผลว่าสมเหตุสมผลทางนัยยะ
7. มา อาการะปะริวิตักเกนะ อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล ด้วยการตรึกเอาตามอาการ คือ ตามความคุ้นเคย  ที่เรียกกันว่า common sense  หรือ สามัญสำนึก
8. มา ทิฏฐินิชฌานักขันติยา  อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน อย่าได้รับเอาเพราะว่าสิ่งนั้น ทนได้ต่อการเพ่งด้วยทิฏฐิของตน ตัวเองมีความเห็นอย่างไร ถ้าเขามาสอนด้วย คำสอนชนิดที่เข้ากันได้กับความเห็นของตัวเอง ก็อย่าเพิ่งถือเอาว่าสิ่งนั้นถูก เพราะว่าทิฏฐิของตัวเอง ก็ผิดได้
9. มา ภัพพะรูปะตายะ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ เพราะเหตุว่าผู้พูดมีลักษณะ น่าเชื่อถือ มีคำพูด มีลักษณะท่าทางที่น่าเชื่อ
10. มา สัมโณ โน คะรูติ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านนี้เป็นครูของเรา  แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นครูของเรา ก็ไม่ให้เชื่อ  พระพุทธเจ้า ท่านไม่ให้เชื่อ แม้ว่า เป็นคำสอนของท่าน
    ท่านให้ใช้ปัญญา ไตร่ตรอง ลองทำ ลองปฏิบัติ เมื่อได้ผลจริง จึง เชื่อ ถือ เอาตามนั้น 
บันทึกการเข้า

"If tomorrow never comes."  อาจไม่มีพรุ่งนี้ให้ได้เห็น...
กระทู้ส่วนตัว :  สวน(ป่า)ออมรัก  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
manava
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1192


« ตอบ #52 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 08:23:46 AM »

โอโฮ้  ท่านมหามาเองเลย
บันทึกการเข้า

ความรู้จักพอ  ทำให้คนไม่จน
ความอดทน    ทำให้คนสำเร็จ
saeree
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 98


« ตอบ #53 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 08:32:56 AM »

ชัก ออกทะเลแล้ว

ตกลง กาลักน้ำ ภูเขา เนี่ย 
มีใคร ทำได้ ติดตาม อยู่ นะครับ
อย่างเดิม นั่นแหละ ตามรูป กาลักน้ำ ภูเขา มันเป็นไปไม่ได้
no way !!
impossible !!

ด้วยความเคารพ
บันทึกการเข้า
boonmag
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #54 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 03:22:40 PM »


คุณ KENETIC_E® คุณเป็นคนแรกที่คุยแล้วสมองตื่นตัวมาก คลื่นสมองทำงานหนัก
ขอบคุณที่มาช่วยแคะขี้สนิมออกจากร่องสมอง
เพราะในสมัยเรียน หลายสิบบีแล้ว เคยแต่จำว่า ขาออกต้องยาวกว่าขาเข้าอย่างน้อย 10 % ถ้ามากกว่า 10 % เป็น 2-300 % ยิ่งมากยิ่งดี แต่ต้องหาวัสดุที่สามารถทนแรงบีบอัดที่มีค่ามากได้ตามความเหมาะสม  คำนวณได้จากสมการในภาพ

ทำให้ต้องกลับไปทำการบ้านมาตอบ

และอาจจะมีหลายคนสงสัยถามว่าทำไมเขื่อนไม่ใช้วิธีกาลักน้ำ

จะขอตอบในครั้งนี้เลย
จากภาพ ถ้าระยะ ผิวน้ำ ถึงสันเขื่อน =20  เมตร ระยะจากสันเขื่อนถึงคลองรับน้ำ = 100 เมตร แทนค่าสูตรแรงที่จุด 4 =886,125 pascal
หากเราเจาะเขื่อนที่ระดับคลองรับน้ำ เมื่อแทนค่าสูตร แรงที่จุด4 = 1,082,325 pascal
แรงแตกต่างกัน 196,200 pascal สามารถนำมาปั่นไฟเพิ่มได้อีกมากมายเลย

สุดท้าย คงสรุปได้แล้วว่า
1.ไม่สามารถกาลักน้ำบ่อบาดาลได้แน่นอน ตามหัวข้อกระทู้
2.สามารถกาลักน้ำข้ามสิ่งกีดขว้างมากกว่า 10 เมตรได้
3.ภาพกาลักน้ำถูเขาตามภาพ     
Re: มีใครเคยทำกาลักน้ำ กับบ่อบาดาลบ้างครับ
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 11:12:12 PM »
   ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
อ้างจาก: ninok ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2010, 10:38:15 PM
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8314.0
คุณ ninok คงหมายถึงรูปนี้ใช่ไหมครับ

เป็นไปไม่ได้ ล้านๆๆๆๆๆๆๆๆ%

อาจจะมีหลายคนนึกว่าทะเลาะกัน แต่จริงๆไม่ใช่ครับ

ขอบคุณมาก
หมายเหตุ
มีเพื่อนแถว จ.ศรีษะเกตุ เจาะบ่อบาดาลแล้วมีน้ำผุดขึ้นมาประมาณ 30 ซม ในหน้าฝนสูงกว่าอีกเล็กน้อย  ในกรณีนี้ไม่ใช่กาลักน้ำ แต่เป็นเพราะเจาะไปพบแอ่งน้ำที่มีแรงดัน คล้ายกับแอ่งน้ำพุร้อนแถวภาคเหนือ สามารถอธิบายทางธรณีวิทยาได้

สวัสดี


Liked By: Pachara5.15
บันทึกการเข้า
KENETIC_E®
"เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3122


จักสร้างฝันให้เป็นจริงจงได้


« ตอบ #55 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 06:07:20 PM »

หวัดดีครับพี่ boonmag
    ขอบคุณครับพี่ที่ให้ความกระจ่าง (ไม่ได้กวนนะครับ ความรู้สึกจริงๆนะครับ)
ในสภาวะปรกติที่ความสูงของสันเขื่อนเกิน10 เมตร กาลักน้ำจะดันน้ำได้ไม่เกิน 10 เมตรใช่หรือไม่? แล้วที่เรา(พี่เองบอกมาด้วย)ใช้ท่อ 5 นิ้ว 4 เมตร และสายดูดชนิดแข็ง ยาวเป็นร้อยเมตร แสดงว่าเราอาศัยมวลหรือน้ำหนักของน้ำช่วยเพื่อทำให้น้ำไหลออกอีกฝั่งใช่หรือไม่?
สมการที่พี่คิดออกมาเมื่อเรามองเป็นสมการของลูกรอก ด้านที่มีมวลมากก็จะเอาชนะด้านที่มีมวลน้อยกว่า  ในเมื่อความคิดของการทำกาลักน้ำภูเขานี้ ก็อาศัยหลักการนี้มาคิด(แค่คิดนะครับทำได้หรือไม่ได้ผมยังไม่รู้นะครับ) น่าจะเป็นไปได้หรือเปล่าครับ?


จากรูปที่ 2 ถ้าเราสามารถทำให้น้ำไหลออกเกินปริมาตรของน้ำด้านท่อเล็ก จะทำให้มีแรงดึงน้ำในท่อเล็กได้หรือไม่ครับ?
ช่วยกันคิดหน่อย อาจจะเป็นไปได้ยากหากตามทฤษฎี แต่มีคนจุดประเด็นมันก็ทำให้สมองได้คิดบ้างเหมือนอย่างพี่ boonmag ว่าได้แคะสนิมออกจากร่องรอยหยักของสมอง... ยิงฟันยิ้ม (แต่ของผมมีน้อยน่ะ...) ถ้าเป็นไปได้อย่างไรช่วยชี้แนะด้วยนะครับ เดี๋ยวมาถามต่อ
ขอบคุณครับ


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า

"If tomorrow never comes."  อาจไม่มีพรุ่งนี้ให้ได้เห็น...
กระทู้ส่วนตัว :  สวน(ป่า)ออมรัก  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
pexza
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #56 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 11:50:22 AM »

ตามมาดันกระทู้ครับ  ยิ้ม

อ่านความคิดเห็นของท่านทั้งหลาย ได้ความรู้มากมาย

เก็บเอาไปคิดแล้ว ยังหาโอกาสทดลองอยู่

ทฤษฎีรอกของพี่ KENETIC_E® น่าสนใจครับ

น้ำหนักมากจะดึงน้ำหนักน้อยให้ขึ้นมาได้

พี่ๆมาช่วยกันคิดต่อหน่อยครับ


บันทึกการเข้า
pi-ohm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 216


« ตอบ #57 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 02:36:13 PM »

  ต่อจากครั้งที่แล้ว  ตามรูปแบบที่คนถามเข้ามา        ได้ไปลองทำมาเรียบร้อยแล้ว.....

  ใช้อุปกรณ์ และวาว์ล ทุกรูปแบบ ปรากฎ ว่า.....น้ำไม่ไหล

 เสริม.....เมื่อเรี่มปล่อยน้ำใช้ ลงอ่างรับน้ำ ที่แท็งค์ปิด จะเกิดแวคคัม ขึ้น และจะดูนำ ขึ้นมาได้
จริงในท่อดู แต่ก็ไม่สูงเกินกว่าระดับน้ำในแท็งค์ปิด...และก็จะอยู่นิ่งกับที่

   วิธีการทดลอง
1.แท็งค์ปิดให้ใช้แท็งค์ใส ทนแรงดูดได้
2.ท่อน้ำเข้าเป็นท่อใส  ทนแรงดูดได้
3.ท่อน้ำออก ใส่อุปกรณ์ ป้องกันลมย้อนกับเข้วแท็งค์
    ขอโทษด้วยที่ไม่มีรูปให้ดู
   เพี่มเติม...การวิเคราะห์ กาลักน้ำ ตามรูปแบบที่คนถามเข้ามา  จะใช้หลักการ มวลน้ำ ให้เป็นน้ำหนักน้ำไม่ได้


Liked By: Pachara5.15
บันทึกการเข้า
avc4000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1215



« ตอบ #58 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 10:41:21 PM »

ยังติดตามต่อไป  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

การทำอะไรไม่สำเร็จ หาใช่อยู่ที่ความเสื่อมถอยของร่างกายหรือสติปัญญาไม่ มันอาจเป็นผลจากความถดถอยทางจิตวิญญาณและความฝัน
chuy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #59 เมื่อ: มีนาคม 24, 2010, 12:09:54 AM »

 ;)ผมขอแนะนำว่าให้คุณหาจักรยานเก่ามา๑คันทำแท่นวางจักรยานให้มั่นคงแล้วซื้อปั๊มน้ำทำแท่นวางปั๊มน้ำให้ปั๊มน้ำวางอยู่ข้างหลัง
รถจักรยานหาเชือกหรือสายพานมาใส่ที่ล้อหลังของรถจักรยาน(ที่ถอดยางนอก ในออก) กับมุลเล่ปั๊มน้ำใส่ท่อและหัวกะโหลกลงในบ่อบาดาล กรอกน้ำที่ปั๊มน้ำทดลองปั่นรถจักรยานรับรองน้ำออกแน่นอน อัตตราความเร็วในการปั๊มน้ำ ๕นาทีต่อน้ำ ๑ โอ่งมังกรครับ
ส่วนปั๊มน้ำไม่รู้ว่าเขาเรียกกันแบบใหนแต่ผมขอเรียกว่าปั๊ม แจ๊กๆลองทำดุลงทุนไม่กี่บาทแต่ได้ผล ๑๐๐%
บันทึกการเข้า
chuy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #60 เมื่อ: มีนาคม 24, 2010, 12:34:06 AM »

 :)ถ้าคุณจะใช้ในครัวเรือนผมขอแนะนำวิธีง่ายๆและประหยัด ๕ ข้อ
 ๑ หารถจักรยานเก่าๆ ๑ คัน
 ๒ เครื่องปั๊มน้ำ(ปั๊มแย๊ก) ๑ตัว
 ๓ ทำแท่นวางรถจักรยานและเครื่องปั๊มน้ำโดยให้เครื่องปั๊มน้ำอยู่ด้านหลังรถจักรยาน
 ๔ หาเชือกหรือสายพานคล้องที่ล้อหลังจักรยาน(ต้องเอายางนอก ในออกก่อน) และมูเล่ของเครื่องปั๊มน้ำ
 ๕ ต่อท่อพีวีซีและหัวกะโหลกลงที่บ่อบาดาลอย่าลืมกรอกน้ำที่เครื่องปั๊มน้ำ
ลองปั่นรถจักรยานรับรองคุณได้ใช้น้ำรวมทั้งได้ออกกำลังกายไปในตัว ปริมาณน้ำที่ได้ ๕ นาทีต่อน้ำ ๑ โอ่งมังกร

บันทึกการเข้า
cobalthailand
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #61 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2010, 10:16:46 AM »

อ่านเรื่องนี้มาก็เยอะ ยังสับสนครับ  และยังไม่ได้ลอง อยากให้ท่านที่ทำแล้วได้ผล มีรูปประกอบให้ดู และมีรายละเอียดอื่นประกอบ เพื่อให้สมาชิกได้เห็น  จะได้รู้กันไปเลยว่าทำได้จริงหรือหลอกกัน  ช่วยกันครับ 
บันทึกการเข้า
Mr.Chang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46


« ตอบ #62 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 09:52:08 PM »

ผมลองทำดูเล็กๆโดยใช้ถัง 20 ลิตร เหมือนถังที่ใช้ทำกรองตู้ปลา แต่ใช้แค่ 3 ถัง กลีวพลาดจะได้ทำกรองตู้ปลาต่อ ถังที่ 4 ใช้ถัง200ลิตรคับ พอทำแล้วเปิดวาวล์ตัวสุดท้าย น้ำไหลออกมาทีละนิด พร้อมกับมีลมสวนกลับไปข้างในถัง แล้วสักพักนำ้ก็หมดทั้ง3ถัง ถังสุดท้าย น้ำก็ไหลจนหมด แต่เป็นจังหวะ เหมือนสำลักฟองอากาศ พอมาถึงขั้นนี้ แฟนถามว่าทำอะไร เลยรีบเก็บของแล้วบอกว่าจะทำกรองตู้ปลา. 555
บันทึกการเข้า
loopalike
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


« ตอบ #63 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2010, 04:12:44 AM »

เอ่อ...อยากจะบอกว่าเคยเห็นในข่าวเกษตรทางทีวี จำได้ลางๆว่าที่ลพบุรี

เขาทำกาลักน้ำจากแม่น้ำ ระดับความสูงดูแว่บๆน่าจะเกิน10เมตร ตอนนั้นก็งง เขาทำได้ยังไง

พอมาเจอกะทู้นี้ อืม...เคล็ดลับมันอยู่ที่ถังกับแรงดันอากาศนี่เอง คือเขาใช้ถังแก๊สใบใหญ่น่ะครับ

แต่ในข่าวมันไม่บอกนะครับว่าน้ำไหลแรงแค่ไหน


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: