ข่าว
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากรู้เรื่อง การปลูกอินทผลัม  (อ่าน 50896 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
zoko111
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


« เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 04:29:22 PM »

การปลูกอินทผลัมในภาคเหนือใครมีประสบการณ์ช่วยให้ความรู้ด้วยครับ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 25, 2008, 04:42:01 PM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า

ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9920


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 06:46:19 PM »

การปลูกอินทผาลัม  ข้อมูลนี้อาจไ่ม่ตรงคำถาม 100%  แต่คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจได้

อินทผลัม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phaenix sp.
ชื่อวงศ์ : Palmae (Arecaceae)
ชื่อสามัญ : Date Palm


การปลูก
1. ต้นที่ปลูกจะใช้วิธีการแยกหน่อจากต้นใหญ่ (ตัวเมีย) โดยเลือกต้นแม่ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป หน่อมีขนาดใหญ่ดีกว่าขนาดเล็ก เมื่อตัดจากต้นแม่แล้วจะมัดรวบใบไว้ก่อน (ควรใช้หน่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 นิ้ว ขึ้นไป) ราคาต้นพันธุ์ประมาณ 15-20 RO ขึ้นอยู่กับพันธุ์ (ประมาณ 1,500-2,000 บาท ; 1 RO = 100 บาท)

2. เมื่อปลูกแล้วประมาณ 3 ปี จะเริ่มให้ผลผลิต 3. การปลูกจะขุดหลุม ขนาด 0.8 x 0.8 x 0.8 เมตร ปลูกให้หน่ออยู่ลึกลงไปในหลุม และหน่อจะลึกลงไปในดินประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถเก็บน้ำไว้สำหรับต้นที่ปลูกใหม่ได้ดี ระยะปลูกใหม่ยังไม่ให้ปุ๋ย ให้เหลือเพียงแต่น้ำทุก 5 วัน เมื่อตั้งตัวแล้วประมาณ 1 เดือน จึงจะเริ่มให้ปุ๋ยคอก ต้นละประมาณ 2 กิโลกรัม ในการปลูกระยะแรกจะยังคงมัดรวบใบไว้จนกว่าต้นจะฟื้นและตั้งตัวได้ จึงจะตัดเชือกที่ผูกออก วิธีการนี้จะใช้กับการย้ายต้นใหญ่ๆ ไปปลูกที่อื่นด้วย จะช่วยให้ต้นรอดตายมาก

การดูแลรักษา
1. การปรับพื้นดิน ในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วทุกปี (ประมาณเดือนกันยายน) จะมีการใช้รถไถเดินตามไถพรวนพื้นที่ใต้ต้นซึ่งสภาพดินส่วนใหญ่จะเป็นทราย เป็นการกำจัดวัชพืชไปในตัว ขณะเดียวกันก็จะทำเป็นแนวร่องน้ำและคันกั้นน้ำแต่ละต้นไปด้วย เป็นตารางคล้ายคันนาขนาด กว้าง x ยาว ประมาณ 6 x 6 เมตร

2. การให้น้ำ น้ำที่ใช้จะถูกส่งมาตามรางคอนกรีต ซึ่งมาจากจุดให้น้ำของหมู่บ้าน มีเครื่องสูบน้ำมาเก็บไว้ มีหัวหน้าหมู่บ้านเป็นผู้ควบคุมดูแลการจ่ายน้ำ ซึ่งจะกำหนดจ่ายให้ทุกสวน ทุก 5 วัน และทุก 3 สัปดาห์ ในฤดูหนาว โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายน้ำ เมื่อไหลเข้ามาตามรางในสวนจะถูกปล่อยไปตามต้นต่างๆ ตามร่องที่เตรียมไว้

3. การใส่ปุ๋ย หลังจากเก็บผลแล้วจะมีการใส่ปุ๋ยยูเรีย 1 ครั้ง ต้นละประมาณ 3 กิโลกรัม หว่านทั่วใต้ต้น และให้ปุ๋ยคอกต้นละประมาณ 30 กิโลกรัม (1 กระสอบ) 1 ครั้ง ต่อปี หลังจากให้ปุ๋ยยูเรียแล้วประมาณ 10 วัน

4. การตัดแต่งใบ จะมีการตัดแต่งทางใบ โดยใช้เลื่อยที่มีลักษณะคล้ายเคียว ผู้ตัดจะปีนขึ้นบนต้นไปตัดทางใบที่แก่แล้วทิ้งไป ต้นละประมาณ 2-3 ทางใบ ทางใบที่ตัดออกมาจะใช้ในการทำรั้วหรือทำฟืน ขณะเดียวกันจะตัดหน่อที่แตกออกมาที่กลางต้น หรือใกล้ๆ ยอดออกด้วย ทำให้ต้นสะอาดเป็นการป้องกันแมลงศัตรูที่อาจมารบกวนได้ และทำให้การป้องกันสัตว์ที่มากัดกินผลได้ง่ายด้วย

5. การป้องกันกำจัดโรคแมลงและศัตรูอื่นๆ ไม่มีการป้องกันกำจัดโรคแมลง เนื่องจากไม่มีการระบาดของศัตรูดังกล่าว แต่มีนกหรือหนู หรือกระรอกมารบกวนกัดกินผล โดยเฉพาะในช่วงที่ผลใกล้แก่ เกษตรกรจะใช้วิธีการยิงด้วยหนังสติ๊ก หรือปืนลม


การออกดอกติดผล
1. การออกดอก เดือนมกราคมจะเริ่มออกดอก ต้นหนึ่งจะมีช่อดอกประมาณ 5-11 ช่อ และจะบานประมาณปลายเดือนมกราคมเป็นต้นไป โดยทยอยบานทุกๆ 5 วัน เกษตรกรจะนำเกสรตัวผู้โดยตัดจากช่อดอกตัวผู้ที่มีอยู่ในสวน ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมใช้พันธุ์ Khori และ Bahani (สวนที่ดูงานจะมีต้นตัวผู้อยู่ 4 ต้น ก็เพียงพอสำหรับผสมกับต้นตัวเมีย ประมาณ 250 ต้น) ดอกตัวผู้สามารถเก็บไว้ใช้ได้โดยนำช่อดอกไปผึ่งแดดให้แห้ง เก็บใส่ถุงพลาสติกใส่ถังปิดฝาไว้ เก็บไว้ได้นานหลายเดือน จะผสมเกสรเสร็จประมาณเดือนมีนาคม หลังจากติดผลแล้ว 3 สัปดาห์ ทะลายที่ติดผลจะค่อยๆ โน้มห้อยลงมาใต้ทางใบทำให้ผลไม่เสียดสีกับหนามเมื่อลมพัด และสะดวกในการเก็บเกี่ยวด้วย ผลจะเริ่มแก่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม บางพันธุ์อาจแก่ก่อนนี้เป็นพันธุ์เบาซึ่งขายได้ราคาดี (เช่น พันธุ์ Battas) ปกติจะเก็บเกี่ยวมากๆ ในเดือนสิงหาคม ระยะตั้งแต่ติดผลจนถึงผลแก่ประมาณ 180-200 วัน แต่ละทะลายจะมีผลติดดกประมาณ 6-8 กิโลกรัม
 
2. การเก็บเกี่ยว เมื่อผลแก่จะมีสีแดง หรือเหลือง แล้วแต่พันธุ์ มีรสชาติมันและหวาน เกษตรกรจะปีนขึ้นไปโดยใช้เชือกที่ถักแบนๆ โอบรัดไปด้านหลังของเกษตรกรและพันรอบต้น แล้วค่อยๆ ขยับขึ้นไปโดยใช้เท้าเหยียบไปบนต้นที่มีโคนทางใบที่หลงเหลืออยู่จากการตัด ทำให้ขึ้นได้ง่ายมาก เมื่อตัดแล้ววางลงบนตะกร้า หย่อนเชือกลงมาด้านล่าง ผู้ที่อยู่ใต้ต้นจะเป็นผู้เก็บรวบรวมเป็นกอง ปกติต้นหนึ่งๆ จะให้ผลผลิตประมาณ 100-150 กิโลกรัม (ถ้าดูแลดี แต่โดยทั่วไปจะได้น้อยกว่านี้)

3. ราคาจำหน่าย เกษตรจำหน่ายผลอินทผลัมสดในช่วงต้นฤดูกาลประมาณ กิโลกรัมละ 10-15 RO แต่ในช่วงที่ผลผลิตออกมากจะขายได้ประมาณ 0.25-0.35 RO ผลแห้งในท้องตลาดจะจำหน่ายปลีกประมาณ กิโลกรัมละ 0.35-1.0 RO ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้า 4. การแปรรูป เกษตรกรจะนำผลไปผึ่งแดด ประมาณ 7-10 วัน จนผลแห้ง (เนื้อที่เป็นแป้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทั้งผล) แล้วนำไปล้างน้ำตากแห้งอีกเพียง 1 วัน แล้วบรรจุภาชนะเพื่อจำหน่ายต่อไป การคัดคุณภาพของผลแห้งจะแยกเป็นชนิดที่แยกเป็นผลเดี่ยวๆ ได้จะมีราคาแพง ส่วนผลที่ค่อนข้างจะติดกันจะตักขายเป็นก้อน ราคาจะถูกลง ส่วนชนิดที่เละมากจะนำไปกวนเป็นน้ำหวานสำหรับปรุงอาหาร สำหรับผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพ เกษตรกรจะนำไปผึ่งแดดเก็บไว้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงวัว


ข้อคิดเห็นจากการศึกษาข้อมูลในการปลูกต้นอินทผลัมครั้งนี้ คือ
1. ต้นอินทผลัมเป็นไม้ผลเมืองร้อนแบบทะเลทราย ที่มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพจะต้องมีการดูแลรักษาสวนที่ดีด้วย เช่น การให้น้ำจะต้องมีอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอและพอเพียง

2. ผลอินทผลัมสดเมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นผลอินทผลัมแห้งที่มีคุณภาพตาม ธรรมชาติ จะต้องอาศัยสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง (ซึ่งเป็นสภาพของอากาศโดยทั่วไปของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง) หากเป็นประเทศที่มีความร้อนชื้นเหมือนบ้านเราจะทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่ สมบูรณ์ จะเกิดเชื้อราขึ้นและเน่าในที่สุด

3. ต้นอินทผลัมเป็นต้นไม้ที่มีดอกตัวเมียและตัวผู้แยกอยู่คนละต้น ในการปลูกเพื่อมีการติดผลที่ดีจะต้องปลูกทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียไว้ใน สวนเพื่อประโยชน์ในการผสมเกสร แต่บางพันธุ์อาจมีการติดผลและมีการพัฒนาของผลได้ดีโดยไม่ต้องมีการผสมเกสร เช่น Naghal แต่ผลที่ได้เนื้อจะบาง
 
4. เมล็ดของผลอินทผลัมที่ได้หลังจากบริโภคเนื้อแล้ว (โดยการซื้อผลอินทผลัมแห้งจากตลาดทั่วไป) สามารถนำไปเพาะเป็นต้นเพื่อปลูกได้ โอกาสที่จะได้เป็นต้นตัวผู้และต้นตัวเมียมีอย่างละ 50% แม้จะได้ต้นตัวเมียไปปลูกแต่คุณภาพก็จะไม่เหมือนกับต้นแม่ (คุณภาพของเนื้ออาจจะไม่ดีเท่ากับที่เราซื้อมา) เนื่องจากผลอินทผลัมแห้งที่มีจำหน่าย เป็นผลที่ได้จากการผสมเกสรข้ามต้น จึงถือว่าเมล็ดที่ได้เป็นพันธุ์ลูกผสม ซึ่งไม่สามารถเรียกชื่อเดียวกับต้นแม่ได้
 
5. สำหรับประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่มีสภาพภูมิอากาศและสภาพดินที่สามารถปลูกต้น อินทผลัมได้ดี แต่ในช่วงที่ผลผลิตแก่ (ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม) เป็นฤดูฝนจะทำให้เกิดปัญหาผลเน่า ดังนั้น แนวทางที่จะผลิตเป็นการค้าสำหรับบ้านเรา คือการคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมจะจำหน่ายผลสด ลักษณะดังกล่าวควรจะมีผลขนาดโต เนื้อกรอบ รสชาติ มัน หวาน เช่น พันธุ์ Hilali พันธุ์ Khalas เมื่อผลแก่จัดสามารถตัดส่งไปจำหน่ายได้เลย ปัจจุบันมีผู้บริโภครู้จักการบริโภคผลอินทผลัมสดมากขึ้นทั้งในประเทศและต่าง ประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย (ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมมีความคุ้นเคยกับการบริโภคผลอินทผลัมสดอยู่ แล้ว) นอกจากนั้น หากผู้ผลิตที่มีเครื่องอบผลไม้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอบพลังแสงอาทิตย์ หรือตู้ความร้อนจากไฟฟ้า หรือแก๊ส ก็สามารถใช้ผลิตผลอินทผลัมแห้งได้ดี ผลอินทผลัมแห้งที่ได้จะมีคุณภาพเช่นเดียวกับที่มาจากประเทศกลุ่มอาหรับด้วย

6. ต้นพันธุ์อินทผลัมที่ดีควรเป็นต้นที่แยกหน่อจากต้นแม่ที่รู้จักชื่อพันธุ์ และมีประวัติการให้ผลผลิตที่ดี แต่การจะสั่งต้นพันธุ์ดังกล่าวจากประเทศผู้ผลิตเข้ามาปลูกอาจจะยุ่งยาก ปัจจุบันมีต้นพันธุ์ที่ผลิตด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue culture) เพื่อการจำหน่ายแล้วในหลายประเทศ เช่น อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สามารถสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตได้ การขนส่งทางไปรษณีย์ทำได้สะดวกและรวดเร็ว จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเกษตรกรไทยที่จะได้ทดลองผลิตพืชใหม่ที่อาจจะ เป็นพืชที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคตก็เป็นได้


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ โทร. 0-2940-6116
ที่มา ศูนย์สารสนเทศ ict40@doae.go.th

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 08, 2010, 01:09:49 PM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
zoko111
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 07:10:36 PM »

ขอบคุนมากครับคุณชาวนา   ได้ความรู้มากเลยครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 07:53:22 PM »

เป็นต้นที่เกิดจากการเพาะเมล็ด

 ชอบทาน ก็เลยคิดว่าน่าจะลองเพาะเพื่อจะมีลูกไว้ทานบ้าง

ส่วนพันธ์อะไรนั้นไม่รู้จริงๆ คับ ซื้อมาจาก ร้านมินิมาร์คในปั๊มน้ำมัน

ต้น ที่เห็นปลูกมา 5 ปี แล้ว ได้ต้น เท่าที่เห็นในรูป โตช้ามากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 08, 2010, 01:10:15 PM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
zoko111
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2008, 05:04:46 PM »

ขอบคุณทุกท่านที่มีประสบการณ์และความรู้ได้ให้สิ่งที่มีประโยชน์มากๆ ผมได้ดูทีวี ช่องไหน วันที่อะไรจำได้แล้ว มีเกษตรกรทาง
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เรานี่แหละกำลังปลูก และบอกด้วยว่าอีกประมาณ 3 ปีจะได้ผลผลิต ปลูกทางใต้น้ำดีโตเร็ว(เกี่ยวกันหรือเปล่า) ก็จะลองปลูกทางเหนือดู (แถวๆๆ ลำปาง) ถ้าได้ปลูกผลเป็นอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังครับ
บันทึกการเข้า
คนดง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 675



« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2008, 11:39:00 AM »

..ตามไปดูที่นี้ นะครับ             http://www.intapalum.com


Liked By: tore507
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2008, 11:41:57 AM โดย คนดง » บันทึกการเข้า

รักที่จะอยู่ป่า
dorndorn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 09:47:29 AM »

http://www.intapalumthai.com
บันทึกการเข้า
TickBell
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 465

ต้นไม้คือชีวิต


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2010, 08:16:34 PM »

ฮึ่ม...น่าอิจฉาคนมีอินทผาลัม
เคยขอจากคุณอารีวรรณแล้วมันหายระหว่างทางก็เลยไม่มีอินทผาลัมกับเขา
บันทึกการเข้า

สน ภูธรา
11/127 แฟลตคลองจั่นตึก11ชั้น4 ถ.สุขาภิบาล 2
แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. 10240
namping
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1781


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2010, 09:38:41 PM »

ใครจะซื้อกล้าอินทผาลัม ต้องเผื่อใจไว้เลยนะครับ
เพราะว่าต้นพันธุ์ที่ท่านได้ไป จะมีโอกาศเป็นตัวผู้มากกว่า 70 %
ลองถามคนเพาะอินทผาลัมประดับขายดูได้นะครับ หรือไม่ก็คนที่มีประสบการณ์ที่ซื้อเมล็ดมาเพาะเอง
ว่าอัตราส่วนต้นตัวผู้ ต่อ ตัวเมียเป็นเท่าใด
ถ้าเป็นไปได้ ถามซื้อต้นตัวเมียที่เขาปลูกไว้เลยครับ ต้นละ 3500 บาท ท่านจะได้คำตอบ ว่า "ไม่ขาย ผมขายกล้า "
ลองคิดดูนะครับ ไม่งั้นมีสวนอินทผาลัมกินผลในบ้านเราเต็มไปหมดละครับ
ยังดีที่ต้นอินทผาลัมทรงต้นสวยประดับสถานที่ได้ดี

 ;)เกษตรตัวสำรอง ยิงฟันยิ้ม



           
บันทึกการเข้า
dorndorn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 02, 2010, 01:41:15 AM »

จริงๆ แล้วอินทผลัมมีทั้งหมด 10กว่าสายพันธุ์ทั่วโลก สามารถทานผลได้ทั้งหมด แล้วแต่บางสายพันธุ์ ว่าเนื้อหนา หรือเนื้อน้อย จะไม่เป็นที่นิยมปลูก และวัดกันเรื่องรสชาติ รวมถึงการผสมข้ามสายพันธุ์จนกลายเป็นสายพันธุ์ไม่ดี แต่ก็ยังขายต้นได้ เลยกลายเป็นพันธุ์ประดับไป นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครๆ เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น

ทั้งหมดสามารถแบ่งเพศผู้และเมียได้ ตั้งแต่อายุ 5เดือน ถึง 1ปี ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีใครได้สายพันธุ์ดีๆ มาปลูกกันครับ อาจจะได้จากผลที่ทานมาแล้วลองเพาะเมล็ด และมันอาจจะเป็นตกรุ่นที่กลายพันธุ์ไปแล้ว ไม่สามารถให้ผลได้ หรือ ผลเล็กลีบ ใช้การไม่ได้ จึงทำให้คิดว่าประเทศไทยไม่มีอินทผลัมกินผลกัน


สำหรับเรื่องเพศของอินทผลัม ตอนนี้มีสูตรที่ใช้สามารถบังคับ ให้เป็นเพศเมียได้ 100% ไม่ต่างจากการปลูกปาล์มน้ำมันเลย หากแต่จะสนใจศึกษาเรื่องปุ๋ย ดินฟ้าอากาศ และวิธีการเลี้ยง ไ้ด้ดีพอครับ

http://www.intapalumthai.com
บันทึกการเข้า
namping
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1781


« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 02, 2010, 01:19:44 PM »

ใครอยากได้กล้าพันธุ์ อินทผาลัมราคาย่อมเยา
เชิญเข้าไปใน ตลาดกลางซื้อ-ขาย ได้เลยนะครับ
สมาชิก Darth Palm เพาะมาขาย ได้ลุ้น ต้นตัวผู้ ตัวเมีย เหมือนกัน

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=11319.0

อีกหน่อยคงจะมีต้นตัวเมียงามๆ จากการตอนหน่อ มาขายให้คนสนใจ อินทผาลัม เป็นแน่แท้
ในวงการเกษตร " ไม่มีใครหลอกใครนะครับ มีแต่พูดความจริงไม่หมด " ติดอาวุธทางปัญญาให้ตัวเองให้มากที่สุดครับ
ขอให้ผู้รักในการทำเกษตรมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป

 ;)เกษตรตัวสำรอง รอลงสนาม>เศร้า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 02, 2010, 01:21:24 PM โดย namping » บันทึกการเข้า
Thanawit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 02, 2010, 01:32:46 PM »

เพิ่งเคยเห็นรูป ....เหมือนต้น ปาล์มเลย ....
บันทึกการเข้า
phi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 50

พิ


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2010, 10:57:08 AM »

อยากได้ต้นจังค่ะ
บันทึกการเข้า

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน(ยืมเขามาใช้)
infova
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 223


« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2010, 08:57:34 PM »

ผมมีต้นที่เพาะเองอยู่ 5 ต้น ครบปีแล้ว ไม่ได้ลงดิน เพราะเพาะอยู่ที่กทม.เดือนหน้าค่อยขนกลับไปปลูก
บันทึกการเข้า
phi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 50

พิ


« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2010, 09:46:26 PM »

อยากได้สักสิบต้นค่ะไม่ทราบว่าจะมีใครจำหน่ายที่ไหน
วอนช่วยบอกหน่อยค่ะ ยิ้ม
บันทึกการเข้า

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน(ยืมเขามาใช้)
namping
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1781


« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2010, 10:07:47 PM »

ในกระทู้ซื้อขายครับ ตามนี้นะครับ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=11319.48
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: