หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การซื้อขายที่ดินหลายมือแต่ไม่ได้โอน (ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกช่วยด้วยนะครับ)  (อ่าน 1743 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Ahingsagha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« เมื่อ: มิถุนายน 01, 2014, 04:22:36 PM »

การซื้อขายที่ดินหลายมือแต่ไม่ได้โอน (ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกช่วยด้วยนะครับ)
ความเป็นมา
               ที่ดิน น.ส.๓ ประมาณ 20 ไร่ 1 ฉบับ  นาย ก. มีชื่อเป็นเจ้าของมีลูกทั้งหมด 6 คน กับนาง ข. (ขณะนั้นวันที่ ๑๗ ส.ค. ๕๕ ที่ดิน
นัดรังวัดรอขึ้นเป็นโฉนด ) ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๑ นาย ก. ได้เสียชีวิตลง นาง ข. ผู้เป็นภรรยานาย ก. ได้แบ่งขายที่ดินจำนวน 6 ไร่
(แต่ยังไม่ได้แบ่งออกจาก 20 ไร่ เพียงแต่ชี้อาณาเขตและเอกสารน.ส.๓ ยังเป็นชื่อ นาย ก. อยู่ ) ให้นาง ค. ซึ่งเป็นญาติห่างๆ โดยมีสัญญาซื้อขาย (โดยมี
นาง ข.เป็นชื่อผู้ขาย และลูกอีก 2 คน เป็นพยาน ปัจจุบัน 1 ใน 2 ได้เสียชีวิตแล้ว) แต่ไม่ได้ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่ดินและนาง ค. ได้ทำกินบนที่ดินแห่งนี้
โดยเปิดเผยตั้งแต่ซื้อมาเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี และต่อมา นาง ค. ได้ขายที่ดินดังกล่าว ให้นาย ง. (พ่อผมเอง) โดยไม่มีสัญญาซื้อขายกันระหว่าง
นาง ค. และนาย ง. เพียงแต่ได้ให้สัญญาซื้อขายระหว่าง นาง ข. กับนาง ค. ไว้กับนาย ง. และนาย ง. ได้ทำกินบนที่ดินแห่งนี้โดยเปิดเผยตั้งแต่นั้นมา
จนถึงปัจจุบันประมาณ 20 กว่าปีได้ พร้อมกับชำระค่าภาษีที่ดิน จำนวน 6 ไร่ที่ได้ทำการซื้อมาโดยตลอดแต่ต่อมาได้รับแจ้งจากทาง อบต. ว่าผู้ที่จะ
ชำระภาษีที่ดินได้ต้องมีเอกสารหลักฐาน การครอบครองที่ดินตามประกาศของรัฐบาล ทำให้นาย ง. ไม่ได้ชำระภาษีไปโดยปริยาย และพยายาม
ทวงถามการแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวจากนาง ข. ตลอดมา แต่นาง ข. ก็พยายามบ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าที่ดินดังกล่าวติดจำนองธนาคารอยู่ เลยยังไม่ได้
ดำเนินการแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวจนกระทั่งนาง ข. เสียชีวิต ต่อมานาย ง. มาทราบภายหลังจาก นาง ข. เสียชีวิตว่า นาง ข. ได้กู้ยืมเงินกับบุคคลธรรมดา
มิได้ติดจำนองธนาคารตามที่นาง ข. กล่าวอ้าง และได้นำที่ดิน น.ส.๓ ประมาณ 20 ไร่ดังกล่าวไปค้ำประกัน
               ต่อมานาง ข. ได้เสียชีวิตลง และนาง จ. ผู้เป็นบุตรสาวคนโตของ นาง ข. จึงยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้แต่งตั้ง นาง จ. เป็นผู้จัดการมรดกแทน
นาย ก. ผู้เป็นบิดา และได้ไถ่ถอนที่ดินออกมาจากเจ้าหนี้เงินกู้ และทำการโอนที่ดินทั้งหมดเป็นชื่อของนาง จ. แต่เพียงผู้เดียว คือมีชื่อนาง จ. เป็นเจ้าของที่ดินใน
น.ส.๓ มาประมาณ 10 ปี และจะมาขอที่ดินคืนจาก นาย ง. ประมาณ 3 ไร่ ที่นาง จ. กล่าวว่าที่ดินส่วนนี้เป็นของน้องนาง จ. อีกคน และที่ดินบริเวณผืน 3 ไร่นี้
ยังถูกกล่าวหาว่าที่ผ่านมาเป็นป่ามาตลอดไม่มีใครทำมาหากิน (ทั้งๆ ที่มีต้นกระกินขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ หรือแม้กระทั่ง ตอต้นมะขาม มะม่วง ยังมีอยู่ เพียงแต่มันรกชัฏ)
เพื่อจะนำที่ดินดังกล่าวไปแบ่งให้กับพี่น้องทุกคน โดย นาง จ. อ้างสิทธิในเอกสาร น.ส.๓ ที่มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินมาประมาณ 10 ปีแล้ว แต่นาง จ. ไม่เคย
เข้ามาทำมาหากินบนที่ดินผืนที่มีปัญหาเลย เพราะทาง นาย ง. ยังทำมาหากินอยู่ พร้อมทั้งนัดเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินให้มารังวัดเพื่อแบ่ง เอกสารที่ดิน
น.ส.๓ ประมาณ 20 ไร่ดังกล่าว
 พอถึงวันนัด วันที่ ๑๗ ส.ค. ๕๕ เจ้าหน้าที่พนักงานรังวัดได้ออกมาทำการรังวัด แต่นาย ง. ได้เข้าทำการคัดค้านการรังวัดไว้ก่อน และ
ทางเจ้าหน้าที่พนักงานรังวัดให้เวลามาตกลงรอมชอมกันเป็นเวลา 1 เดือน ถ้าไม่มีการรอมชอม หรือตกลงกันไม่ได้ เจ้าหน้าที่รังวัด จะไม่ทำการรังวัดให้
แต่ปรากฏว่าทางนาง จ. ไปขอยื่นเวลารอมชอมออกไปอีก 1 เดือน ทั้งๆ ที่ 1 เดือนก่อนหน้านั้น นาง จ. ไม่เคยมาพูดทำความตกลงกับ นาย ง. เลย
 หลังจากนั้นทางนาง จ. ก็ไปขอความช่วยเหลือให้ทางอัยการจังหวัด ช่วยไกล่เกลี่ยอีกรอบ ในวันที่ ๑o ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถ
ไกล่เกลี่ยได้ครับ ในเมื่อไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ ทาง นาย ง. จึงทำการจะปรับปรุงหน้าดินเพื่อที่จะนำผลไม้ มาปลูกในที่ดิน 3 ไร่ที่นาง จ. กล่าวหาว่าเป็นป่ารกชัฏ
และมาขอคืน เพราะอีก 3 ไร่ที่เหลือนั้น นาย ง. ได้ทำการปลูกสัปปะรดเต็มพื้นที่แล้ว ปรากฏ นาง จ. และญาติๆ ได้เข้ามาห้ามและบอกให้หยุดเข้าไปทำมาหากิน
บนพื้นที่ 3 ไร่ที่นาง จ. กล่าวหาว่าเป็นป่ารกชัฏนี้ พร้อมกับแจ้งตำรวจให้ลงบันทึกประจำวันว่า นาย ง. ได้บุกรุกพื้นที่ และทางนาย ง. เองก็ได้แจ้งความเหมือนกันว่า
นาง จ. ได้บุกรุกพื้นที่เช่นกัน ทางตำรวจก็เลยแนะนำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างห้ามเข้าไปยุ่งกับที่ดิน 3 ไร่ที่เป็นป่ารกชัฏนั้น และให้ไปฟ้องร้องที่ศาลกันเอง เพราะไม่สามารถ
ไกล่เกลี่ยให้ได้เหมือนกันครับ หลังจากนั้นนาง จ. ก็ไปยื่นเรื่องขอให้ที่ดินออกมารังวัดเพื่อแยกโฉนดในวันที่ 7 ธันวาคม ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้ ส่วน นาย ง.
ก็จะรอคัดค้านเช่นกัน

     และวันที่ 7 ธันวาคม ๒๕๕๕ ที่ดินก็ออกมารังวัด เพื่อทราบขนาดพื้นที่ที่ดินแปลงอื่นของนาง จ. ที่ขอออกโฉนดด้วย และเจ้าหน้าที่ที่ดินก็ได้มาทำการรังวัด
ที่ดินมีปัญหาด้วย นาย ง. เลยไปทำการคัดค้าน เจ้าหน้าที่ที่ดินบอกว่า ที่มารังวัดคือมารังวัดไว้ก่อนแต่ยังไม่ได้ออกโฉนดให้นาง จ. และให้นาย ง. ไปคัดค้านที่
สำนักงานที่ดินเลยในวันรุ่งขึ้น  หลังจากนั้น นาง จ. ไม่มีทีท่าว่าจะฟ้องหรือดำเนินการอะไรเลย ที่จะเอาที่ดิน หรือ นาง จ. ต้องรอเวลาอะไรหรือเปล่า เพื่อให้
นาย ง. หมดสิทธิ์ในที่ดินที่มีปัญหา

ข้อปรึกษา
1.นาย ง. (พ่อผมเอง) จะต้องดำเนินการอย่างไรกับที่ดิน หรือกับทางศาลครับ เพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิในที่ดินจำนวน 6 ไร่ที่ซื้อไป
2.หาก นาง จ. ฟ้องเรียกร้องสิทธิในการถือครองที่ดิน นาย ง. จะฟ้องแย้งการครอบครองได้อย่างไร เนื่องจาก นาย ง. ได้ทำกินบนที่ดิน 6 ไร่ โดยเปิดเผย
   มาโดยตลอดเกินกว่า 20 ปี
3.ถ้ามีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น และถ้านาย ง. เป็นฝ่ายชนะ นาย ง. สามารถให้นาง จ. ยินยอมชดใช้เสียค่าทนายให้กับนาย ง. ได้หรือไม่
4.ข้อสำคัญเลยครับ ข้อนี้ หากมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นโอกาสที่ นาง จ. จะชนะมีมั้ยครับ และจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ
5.นาย ง. สามารถยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ศาลสั่งสำนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินให้กับกับนาย ง. ได้หรือไม่ครับ เพราะนาง จ. ไม่มีทีท่าว่าจะฟ้อง
หรือดำเนินการอะไรเลยที่จะเอาที่ดิน    หรือยื่นคำร้องต่อสำนักงานที่ดินให้ออกโฉนดที่ดินให้กับกับนาย ง. ดีครับ
6.ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ จากข้อ 5
7.หากมีความเห็นเป็นอย่างอื่น รบกวนท่านช่วยชี้แนะด้วยครับ

ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ


Liked By: Apple1270
บันทึกการเข้า

Apple1270
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2014, 06:11:06 PM »

เรื่องใหญ่เหมือนกันแนะ. ปัญหามาจากการไม่รักษาสัญญาคำพูดเป็นเพียงลมปากจริงๆ รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
Ahingsagha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2014, 11:16:59 AM »

ช่ายครับ เรื่องใหญ่เหมือนกันครับ...แต่อยากให้ความคิดเห็นหรือแนวทางด้านอื่นๆ ด้วยอ่าครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 921



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2014, 11:46:52 AM »

ตอบเท่าที่รู้นะครับ

1. พื้นที่ 3 ไร่ ที่เป็นป่า คุณสามารถใช้ ข้อกฎหมายเรื่อง เสียสิทธิ นส 3 ได้

"ผู้มีสิทธิในที่ดินอาจเสียสิทธิในที่ดินได้โดยที่ดินนั้นจะตกเป็นของรัฐในกรณีที่มีการทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้พื้นที่ดินรกร้างว่างเปล่าเกินเวลาดังนี้

          1. สำหรับที่ดินมีโฉนดที่ดินเกิน 10 ปี ติดต่อกัน


          2. สำหรับที่ดินที่มี น.ส.3 เกิน 5 ปี ติดต่อกัน

สำหรับที่ดินที่มี น.ส.3 เกิน 5 ปี ติดต่อกัน การทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หมายความว่า เจ้าของที่ดินไม่ประสงค์จะถือสิทธิในที่ดินนั้นอีกต่อไป ส่วนการปล่อยที่ดินให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า หมายความว่า เจ้าของที่ดินยังมีความประสงค์จะถือสิทธิในที่ดินนั้นอยู่ต่อไป แต่เจ้าของที่ดินไม่ได้ทำประโยชน์ในที่ดินนั้น"

ซึ่ง เมื่อใช้หลักนี้ นาง จ จะเสียสิทธิ์คืนเป็นของรัฐ

ทีนี้ละ คุณต้องหาหลักฐานว่า คุณได้เคยทำประโยชน์ในที่ดินนี้ให้ได้ เพื่ออ้างสิทธิ์ และขอ นส 3 ใหม่


ส่วนอีก 3 ไร่

1. สัญญาซื้อขาย ถือเป็นโฆฆะ ไม่ว่าจะทำกี่ต่อ เพราะไม่ได้ทำต่อหน้าพนักงาน

และ

2.  ตามหลักกฎหมายเรื่องได้มาซึ่งกรรมสิทธิในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382“บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ”ที่ดินที่จะถูกครอบครองปรปักษ์ได้ จะต้องเป็นที่ดินของผู้อื่นที่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ(โฉนดที่ดิน, โฉนดแผนที่, โฉนดตราจองตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้วที่บ้านที่สวนตามกฎหมายเบ็ดเสร็จ(บทที่42) ที่ดินมือเปล่า (ส.ค.1,น.ส.3) จะถูกครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ เช่น ก.ครอบครองที่ดินมือเปล่าอย่างเจ้าของมา 10 ปี ก.ก็คงมีเพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น การได้กรรมสิทธิโดยครอบครองปรปักษ์จะต้องให้ศาลสั่งว่า ได้มาโดยครอบครองปรปักษ์แล้วนำคำสั่งศาลไปขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินประเภทได้มาโดยการครอบครอง หากเจ้าของได้โดยการครอบครองบางส่วนก็ไปขอจดทะเบียนในประเภทได้มาโดยการครอบครองเฉพาะส่วนหรือได้รับแบ่งมาโดยการครอบครอง

ข้อนี้เขียนไว้ คุณต้องไปลุ้นฟ้องศาลกันอย่างเดียวครับ

ตอนนี้หาหลักฐานมาเยอะๆ เพื่อใช้ในชั้นศาล
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
Ahingsagha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2014, 08:22:08 AM »

ตอบเท่าที่รู้นะครับ

1. พื้นที่ 3 ไร่ ที่เป็นป่า คุณสามารถใช้ ข้อกฎหมายเรื่อง เสียสิทธิ นส 3 ได้

"ผู้มีสิทธิในที่ดินอาจเสียสิทธิในที่ดินได้โดยที่ดินนั้นจะตกเป็นของรัฐในกรณีที่มีการทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้พื้นที่ดินรกร้างว่างเปล่าเกินเวลาดังนี้

          1. สำหรับที่ดินมีโฉนดที่ดินเกิน 10 ปี ติดต่อกัน


          2. สำหรับที่ดินที่มี น.ส.3 เกิน 5 ปี ติดต่อกัน

สำหรับที่ดินที่มี น.ส.3 เกิน 5 ปี ติดต่อกัน การทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หมายความว่า เจ้าของที่ดินไม่ประสงค์จะถือสิทธิในที่ดินนั้นอีกต่อไป ส่วนการปล่อยที่ดินให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า หมายความว่า เจ้าของที่ดินยังมีความประสงค์จะถือสิทธิในที่ดินนั้นอยู่ต่อไป แต่เจ้าของที่ดินไม่ได้ทำประโยชน์ในที่ดินนั้น"

ซึ่ง เมื่อใช้หลักนี้ นาง จ จะเสียสิทธิ์คืนเป็นของรัฐ

ทีนี้ละ คุณต้องหาหลักฐานว่า คุณได้เคยทำประโยชน์ในที่ดินนี้ให้ได้ เพื่ออ้างสิทธิ์ และขอ นส 3 ใหม่


ส่วนอีก 3 ไร่

1. สัญญาซื้อขาย ถือเป็นโฆฆะ ไม่ว่าจะทำกี่ต่อ เพราะไม่ได้ทำต่อหน้าพนักงาน

และ

2.  ตามหลักกฎหมายเรื่องได้มาซึ่งกรรมสิทธิในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382“บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ”ที่ดินที่จะถูกครอบครองปรปักษ์ได้ จะต้องเป็นที่ดินของผู้อื่นที่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ(โฉนดที่ดิน, โฉนดแผนที่, โฉนดตราจองตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้วที่บ้านที่สวนตามกฎหมายเบ็ดเสร็จ(บทที่42) ที่ดินมือเปล่า (ส.ค.1,น.ส.3) จะถูกครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ เช่น ก.ครอบครองที่ดินมือเปล่าอย่างเจ้าของมา 10 ปี ก.ก็คงมีเพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น การได้กรรมสิทธิโดยครอบครองปรปักษ์จะต้องให้ศาลสั่งว่า ได้มาโดยครอบครองปรปักษ์แล้วนำคำสั่งศาลไปขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินประเภทได้มาโดยการครอบครอง หากเจ้าของได้โดยการครอบครองบางส่วนก็ไปขอจดทะเบียนในประเภทได้มาโดยการครอบครองเฉพาะส่วนหรือได้รับแบ่งมาโดยการครอบครอง

ข้อนี้เขียนไว้ คุณต้องไปลุ้นฟ้องศาลกันอย่างเดียวครับ

ตอนนี้หาหลักฐานมาเยอะๆ เพื่อใช้ในชั้นศาล

ขอบคุณมากครับ ตอนนี้ก็คงต้องหวังพึ่งทนายแล้วล่ะครับ เพราะทางนาง จ. เล่นลูกแง่ว่าทางฝ่าย นาย ง. ไปซื้อที่ดินติดจำนอง เลยเอาแง่กฏหมายข้อนี้มาโต้แย้ง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: