หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 30   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - สวนในแนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน (สารบัญหน้าแรก)  (อ่าน 189605 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #48 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 08:02:00 AM »

ช่วงนี้ฟิตๆ ฮิตๆ คงจะเขียนมันทุกวัน 555

อย่าเบื่อกันก่อนนะ

เรื่องบางเรื่องท่านรู้แล้วก็ช่วยๆ กันเสริมนะครับ

หรือถ้าผมเข้าใจผิดก็ช่วยกันอธิบาย เป็นครูให้ผมหน่อย

------------------------------------------------------

เมื่อวานเล่าถึงการติดตั้งปั้มน้ำบาดาล จริงๆ กว่าจะเข้าใจระบบน้ำ ผมต้องใช้เวลาศึกษาเกือบครึ่งปี

ความจริง พื้นฐานทางวิศวกรรม ผมพอมีอยู่ ด้วยความโชคดีที่พ่อเป็นสารพัดช่างครับ ทำได้ทุกอย่าง เลยเป็นลูกมือมาตั้งแต่เล็กๆ ตอนเด็กๆ ก็ชอบอิเล็กทรอนิกส์ ต่อวงจร เดินบ้านหม้อกับพ่อ ซื้ออุปกรณ์มาทำเล่นๆ พวก อุปกรณ์เตือนน้ำล้น อุปกรณ์หาโลหะ

พอโตช่วงมัธยม พ่อซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในบ้านมาใช้งานทำบัญชี ราคาตอนนั้นเกือบซื้อรถได้คันหนึ่ง ผมเลยได้มีโอกาสเล่นเกมกับเขาบ้าง จอเขียวๆ กลายเป็นความฝันสักวันจะเป็นโปรแกรมเมอร์

เลยหันมาเรียนทางคอมพิวเตอร์ แทน


-----------------------------------------
ระบบน้ำจะยากก็ยาก จะง่ายก็ง่าย หลักๆ คือ ไม่เข้าใจ และไม่รู้ในความสามารถของอุปกรณ์ต่างๆ มากกว่าครับ

เพราะจริงๆ น้ำมันอธิบายด้วยกลศาสตร์ของไหล อยู่แล้ว

แต่ถ้าจะเอาหลักการมาขนาดนั้น คงต้องเป็นไร่สวนแบบพันๆ ไร่ ที่การคำนวณที่พลาดเพียง 1% อาจหมายถึงค่าใช้จ่ายต่อปีที่เกินไป 1% เช่นกัน

ส่วนไร่สวนของเราแค่ 25 ไร่ มันนิดเดียว ก็คำนวณแบบบ้านๆ นี้ละครับ

ก่อนอื่น ผมขอยกบทความที่เขียนในเฟสบุ๊กส่วนตัว มาโพสต์ก่อน เป็นบทแรกเกี่ยวกับน้ำ
-------------------------------------------------

การวางระบบน้ำเพื่อการเกษตร

น้ำ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเกษตรกรรม
 
คนที่ไม่สามารถจัดหาแหล่งน้ำได้ จำเป็นต้องพึ่งพาฤดูกาลเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้ย่อมเป็นผลผลิตประจำฤดูกาล แข่งกันออกมา ราคาย่อมต่ำ เป็นวงจรง่ายๆ ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ไม่หันมาจัดการ ต้องทนทุกข์และมีรายได้ตามยถากรรม
 
การวางระบบน้ำเพื่อการเกษตร จึงเป็นสิ่งที่เกษตรกรที่ต้องการเอาชนะธรรมชาติ หรือเกษตรกรที่ต้องการผลผลิตที่ดี ต้องเรียนรู้และลงทุน
 
หลักการออกแบบระบบน้ำมีหลักคิดง่ายๆ ไม่กี่ตัวแปร ได้แก่
 
1. Q หรือ คิวของน้ำ หรือเท่ากับ 1,000 ลิตร
 
เราต้องหาให้ได้ว่า สิ่งที่เราจะปลูกนั้นต้องใช้น้ำกี่คิว ต่อการจ่ายน้ำ 1 ครั้ง
 
 
2. H หรือ ความสูงของน้ำที่ต้องใช้งาน หรือระยะทางส่งน้ำที่ต้องการ
 
เราต้องสำรวจความสูงต่ำของพื้นที่ เพื่อหาว่าการจ่ายน้ำนั้นต้องใช้แรงสู้กับแรงดึงดูดโลก เป็นความสูงเท่าไร กี่เมตร ในขณะเดียวกัน เส้นทางส่งน้ำมีระยะห่างไกลสุดเท่าใด
 
ดังนั้นค่า H จึงมีสองค่า เป็น H ในแนวดึง และในแนวราบ โดยในแนวราบต้องนำมาเทียบกับตารางค่า H จากแรงต้านในท่อเป็นสำคัญ ซึ่งในการคำนวณจริง ต้องนำค่า Q มาคำนวนในสมการด้วย
 
 
3. แหล่งกำเนิดพลังงาน
เราต้องรู้ว่าพื้นที่การเกษตรที่เราจะวางระบบน้ำนั้น มีแหล่งกำเนิดพลังงานอย่างไร เป็นไฟฟ้า หรือต้องใช้โซล่าเซล หรือใช้น้ำมันปั่นไฟฟ้า เป็นต้น
 
 
เมื่อได้ค่าทั้ง 3 แล้ว เราจึงเริ่มออกแบบวางผังระบบน้ำได้
 
 
-----------------------------------------------------------------------
 
ลำดับแรกคือ คำนวณหาค่า Q ที่ต้องใช้
 
สมมติว่าพืช A ใช้น้ำวันละ 1 ลิตร ต่อต้น ปลูก โดยใช้ระยะห่าง 0.3X1 เมตร ดังนั้นพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ 40 แถวๆ ละ 133 ต้น
 
ดังนั้นปลูกได้ 40X133 = 5320 ต้น หรือใช้น้ำไร่ละ 5320 ลิตรต่อวัน
 
ถ้าปลูก 2 ไร่ ย่อมใช้น้ำเท่ากับ 10640 ลิตรต่อวัน
 
 
 
จากนั้นมาดูค่า H สมมติว่า แหล่งน้ำอยู่ริมสุดของที่ดิน 2 ไร่ (พื้นที่เป็นผืนผ้า) ดังนั้น H ในแนวราบต้องส่งไกลสุด 80 เมตร
 
และเราจะวางท่อเมนพาดตรงกลางพื้นที่
 
ส่วน H ในแนวดึง สมมติว่า พื้นที่ราบเอียง 1 เมตร โดยท้ายไร่ จุดแหล่งน้ำต่ำกว่าหัวไร่ 1 เมตร
 
ค่า H จะคำนวณได้ เท่ากับ 1 + X + Y + Z
 
โดย X คือ ค่า H ในแนวราบ โดยจากค่า Q เมื่อเปิดตาราง เราจะพบว่า น้ำ 10Q ถ้าวิ่งผ่านท่อ 1 นิ้ว จะเกิดแรงต้าน H=10m ต่อระยะทาง 100 เมตร
 
ส่วนถ้าใช้ท่อ 2 นิ้ว ค่าแรงต้านจะเหลือ H=3m ต่อระยะทาง 100 เมตร หรือถ้าใช้ท่อ 3 นิ้ว ค่าแรงต้านจะเหลือเพียง H=0.3m ต่อระยะทาง 100 เมตร
 
หรือหมาายความว่า ยิ่งท่อใหญ่ จะสูญเสียแรงดันน้อย แต่ท่อยิ่งใหญ่ราคายิ่งแพง จุดนี้เป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกออกแบบ
 
เช่น ถ้าเลือกท่อ 1 นิ้ว เราจะได้ค่า H เท่ากับ 1+8+Y+Z (8 มาจากระยะทางของท่อ 80 เมตร) หรือถ้าท่อ 2 นิ้ว ก็จะได้เป็น 1+3+Y+Z นั้นเอง
 
ค่า Y คือ ค่า H ในระบบท่อแขนง ที่แยกออกจากท่อหลัก เช่น ใช้ท่อเมน 3 นิ้ว ท่อแขนง 2 นิ้ว เป็นต้น
 
สมมติว่า กรณีนี้ เราวางท่อแขนงไว้กลางไร่ในแนวขวางท่อเมน ก็จะได้ท่อแขนงยาว 40 เมตร หรือเท่ากับ
 
ใช้ท่อ 3 นิ้ว H เท่ากับ 1+0.24+1.2+Z (1.2 มาจากระยะทางของท่อ 2 นิ้ว 40 เมตร และ 0.24 มาจากระยะทางของท่อ 3 นิ้ว 80 เมตร)
 
ค่า Z คือ ค่าที่ระบบจ่ายน้ำต้องการ เช่น เลือกใช้เทปน้ำหยด ในการจ่ายน้ำ ระบบเทปต้องการแรงดันเท่ากับ 1.5 บาร์ หรือ H=15
 
ดังนั้น
 
ถ้าเราเลือกท่อเมน 3 นิ้ว จะได้ค่า H เท่ากับ 1+0.24+1.2+15 = 17.44
ถ้าเราเลือกท่อเมน 2 นิ้ว จะได้ค่า H เท่ากับ 1+2.4+4+15 = 22.4
 
ถึงจุดนี้ เราจะได้ค่า Q และ H เพียงพอจะไปเลือกปั้มน้ำแล้ว
 
เราต้องเลือกปั้มน้ำที่จ่ายน้ำ 10Q ณ H ที่ 17 สำหรับท่อเมน 3 นิ้ว หรือ จ่ายน้ำ 10Q ณ H ที่ 22.4 สำหรับท่อเมน 2 นิ้ว
 
 
จากค่าทั้งสอง เมื่อเราได้แหล่งกำเนิดพลังงานแล้ว เราก็นำมาคิดรวมกับต่อเลือกปั้ม ว่าปั้มดังกล่าวใช้กับแหล่งจ่ายไฟได้หรือไม่
 
นอกจากนี้ เราต้องเลือกปั้มที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด คือ เสียวัตต์ในการจ่ายน้ำน้อยที่สุด แต่ได้จำนวนลิตรมากที่สุด โดยยังคงจ่ายได้จริงในระบบตามพื้นที่ของเรา
 
 
-- ตรงนี้ละที่ยาก และอาจหาปั้มน้ำที่มีสเปกที่ต้องการไม่ได้ ถ้าไม่ได้จริงๆ เราก็ต้องเปลี่ยนการออกแบบ รวมถึงอาจต้องเปลี่ยนแหล่งกำเนิดพลังงานเลยทีเดียว
 
ถึงจุดนี้ เราจะได้ แผงผังโครงสร้างท่อทั้งระบบของพื้นที่เกษตร และปั้มน้ำที่จะจ่ายน้ำแล้ว
 
การบ้านต่อไปคือ ระบบการควบคุมการจ่ายน้ำ
 
 
ซึ่งผมจะเขียนในบันทึกตอนต่อไป
 
ปล. ข้อมูลทั้งหมดจากการศึกษาในเน็ตและถามผู้เชี่ยวชาญ ขอบคุณพี่เอก @eakachai สำหรับคำปรึกษาต่างๆ และบันทึกไว้เตือนความจำตนเอง
--------------------------------------------

อ่านแล้ว งง ก็สอบถามได้นะครับ
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์

คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #49 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 08:36:33 AM »

สำหรับสวนเกษตรโชคดีชุมแพ

ผมแบ่งที่ดินเป็น 5 โซนๆ ละ 5 ไร่

ระยะกว้างสุดของที่ดินแต่ละโซนประมาณ 80 เมตร และยาวสุด 100 เมตร

(พี่ Google น่ารักจริงๆ ยังเก็บข้อมูลชื่อเก่าตั้งแต่ปี 40 ไว้ให้ค้นหาได้ด้วย เกือบ 20 ปีแล้ว 555)


ดูคร่าวๆ ผมก็ได้คำตอบในตัวเองทันทีว่า ผมต้องมีจุดจ่ายน้ำมากกว่า 1 จุด ไม่สามารถมีจุดเดียวได้ เพราะคำนวณแล้ว ค่าท่อเมน 3 นิ้วที่วางพาดตามแนวที่ดินนั้น มูลค่ารวมกัน ซื้อปั้มใหม่ดีกว่า

และผนวกกับแผนที่จะมีบ่อน้ำ 2 บ่อ ยังไงก็ต้องมีปั้ม 2 ตัวอยู่ดี

และจากการบริหารจัดพื้นที่ซึ่งเราไม่มีงบลงทุนไปก่อน 15 ไร่ ผมจึงโฟกัสเพียง 10 ไร่ ที่จะใช้ก่อนเท่านั้น

ทีนี้ ก็ไปศึกษาต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ พบว่า

การขุดบ่อแล้วจะให้เก็บน้ำได้เลยนั้น ต้องใช้เวลา ให้บ่อเซ็ตตัวเอง (ยกเว้นโชคดีเจอดินที่เก็บน้ำอยู่เลย) ดังนั้นผมจึงไม่เสี่ยง

แผนจึงเป็นการทำแท็งก์น้ำด้วยบ่อวงซีเมนต์ก่อน ทั้งนี้หากอนาคตมีการเปลี่ยนแปลง แท็งก์น้ำชุดนี้จะกลายเป็นน้ำใช้ ที่อาจติดตั้งระบบกรองเพิ่มเติม ระบบทำเป็นน้ำประปาเพิ่มเติมเข้าไปในอนาคต (ยามมีเงินแล้ว)

จึงเรียกว่าลงทุนไปไม่เสียเปล่า

ตรงนี้สำคัญมาก กับการวางแผนจัดการฟาร์ม อะไรที่เป็นการลงทุนถาวร สินทรัพย์ถาวรต่างๆ คุณต้องคำนวณให้ดี คิดให้ยาวเป็น 10 ปี ว่า อนาคตสิ่งที่ก่อสร้างไป ลงไป จะเป็นอย่างไร ถ้าแผนเปลี่ยน จะเปลี่ยนมันไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

เมื่อคิดได้เรียบร้อยก็คำนวณขนาดที่เหมาะสมต่อการจ่ายน้ำ 1 รอบ ก็ได้ว่าต้องเก็บน้ำสักให้ได้สัก 10 คิว เพื่อจ่ายน้ำต่อ 1 รอบ และเติมน้ำ 1 รอบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (จากปั้มบาดาลที่สูบได้ 6Q ต่อชั่วโมง) ดังนั้น ในวันหนึ่ง จะจ่ายน้ำเช้าเย็นได้สบายๆ

คิดได้แบบนั้น ก็เขียนแบบง่ายๆ และให้พ่อตาสำรวจว่าแถวๆ ตรงกลางที่ดิน (เพื่อให้การจ่ายน้ำเหมาะสมที่สุด) มีตรงไหนที่ดินแข็งแรงดีบ้าง (ดินแน่นนั้นละครับ)




บ่อวงที่ใช้เป็นขนาด 120X50 ซม. ตั้งสูง 6 วง รวม 2 แท็งก์ แต่ละแท็งก็ได้น้ำประมาณ 4.5 คิว



บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #50 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 08:47:43 AM »

ข้อควรต้องใส่ใจ

ที่ดินของผม มีการทำถนนไว้นานหลายสิบปี แม้ฝนตกก็สามารถเข้าที่ดินได้ แต่จุดที่จะวางแท็งก์เป็นจุดกลางที่ดิน ซึ่งมีถนนที่พึ่งทำมาได้แค่ 3 ปี และทำแบบอัดดิน ไม่ใช่โรยหิน

จึงทำให้พอฝนตก รถใหญ่จะเข้าไม่ได้เลย ติดหล่มแน่ๆ

ผลคือ งานที่วางไว้เป็นอันต้องหยุด จากเดิมตั้งใจว่าแท็งก์พวกนี้ต้องเสร็จก่อนพฤษภาคม แต่ช่วงหลังสงกรานต์จนถึงกลางพฤษภาคม ฝนตกหนักทุกวัน

หญ้าขึ้นสวยงาม ดินนิ่ม พ่อตาบอกทำอะไรไม่ได้เลย ก่อสร้างก็ไม่ได้ (ไอ้เราก็คิด เอาเต้นท์ไปกางไหม 555)

แต่ก็นั้นละครับ เมื่อรู้ว่าทำไม่ได้ เราก็รอ

จนพึ่งมาช่วงนี้ (มิถุนายน) ที่ฝนเริ่มซาๆ บ้างแล้ว ตกแต่ไม่หนัก ก็จึงเริ่มให้คนงานดำเนินงานอีกครั้ง

ทั้งไถกลบหญ้า และเริ่มงานก่อสร้าง

ส่วนแผนผังการวางท่อ ก็ประมาณนี้ครับ ง่ายๆ



ท่อเมน 3 นิ้ว ท่อแขนง 2 นิ้ว
ต้องลงทุนท่อขนาดใหญ่ เพื่อลดการสูญเสีย H ในท่อ เพื่อจะได้เลือกปั้มอัดแรงดันที่ไม่ต้องมี H สูง และเมื่อปั้มที่มี H ไม่สูงนัก เราก็จะได้ Q ที่สูงแทน ทำให้แต่ละโซนการจ่ายน้ำของเราใหญ่ขึ้น

ส่วนท่อแขนงย่อยๆ ก็แล้วแต่ชนิดของพืชที่เราจะปลูก ว่าเป็น ท่อ PE หรือ เทปน้ำพุ่ง หรือเทปน้ำหยด สามารถติดต่อได้ทั้งหมด

ส่วนท่อเมน 3 และ 2 นิ้ว ทั้งหมด จะต่อกันในลักษณะข้อต่อเกลียวในและนอก เพื่อการถอดออกในอนาคต หากต้องการไถปั่นดิน เพื่อเตรียมที่ดิน ก็ไม่ต้องกังวลว่าท่อเสียหาย




บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #51 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 09:03:18 AM »

เรื่องท่อและอุปกรณ์

ในเว็บบอกว่า แถวๆ ราชบุรีขายถูก

บอกเลย ถูกจริงๆ แต่...

ชั่งน้ำหนักเรื่องระยะทางแล้ว ผมเลยซื้อท่อแถวๆ สวนดีกว่า ส่วนข้อต่อต่างๆ ซึ่งเป็นของที่บวกราคาเพิ่มสูง จะซื้อจากร้านถูกๆ แทน เช่น ไทวัสดุ

และเพื่อให้เข้าใจในอุปกรณ์ (อย่างที่บอกไปแล้ว ระบบน้ำ ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าอุปกรณ์แต่ละอย่างมันทำงานอย่างไรคืออะไร)

ผมก็เลยไปเยี่ยม กนกโปรดักซ์ บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบน้ำการเกษตรขายส่งให้ไทวัสดุ สักหน่อย



หมดไป 3,500 กว่าบาท หนักๆ คือ ไส้กรองเกษตรครับ 2 ตัว 1600 บาท (ราคาลดแล้วโดยประมาณ)


จากนั้นก็ไปดู ไทวัสดุ ก็พบว่า ราคาไม่ได้ต่างกันมาก (เทียบส่วนลด) แถม ไทวัสดุ เก็บคะแนนได้ และรับบัตรเครดิต

ดังนั้น... รอบหน้า ไทวัสดุ ดีกว่าครับ 555 (หรือ Do home ก็ได้นะ)

(อันนี้ผมไม่แปลกใจนะ เพราะถ้าบริษัทผลิตขายต่ำกว่าและมีหน้าร้านจริงจัง ตัวแทนจำหน่ายคงไม่อยากทำธุรกิจด้วย เพราะใครจะไปซื้อของเขาละ)

บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #52 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 12:45:24 PM »

ลืมดู พึ่งเห็นว่า รูปแนวท่อน้ำ วางผิดทิศ

ขออภัยครับ เป็นรูปเก่า ตั้งแต่ทำแผนในกระดาษ

พอมาทำงานจริง ก็พบว่า ต้องวางต้นไม้แนว เหนือใต้ เพื่อให้รับแดดได้ดีทั้งวัน

ดังนั้น ท่อย่อย จะเปลี่ยนมาวิ่งแนวเหนือใต้แทน
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #53 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 01:17:32 PM »

" เมื่อคิดได้เรียบร้อยก็คำนวณขนาดที่เหมาะสมต่อการจ่ายน้ำ 1 รอบ ก็ได้ว่าต้องเก็บน้ำสักให้ได้สัก 10 คิว เพื่อจ่ายน้ำต่อ 1 รอบ และเติมน้ำ 1 รอบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (จากปั้มบาดาลที่สูบได้ 6Q ต่อชั่วโมง) ดังนั้น ในวันหนึ่ง จะจ่ายน้ำเช้าเย็นได้สบายๆ "

    มาเอาความรู้เพิ่มครับท่าน  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
แต่สงสัยว่า...น้ำ 6 คิว/ชม   ไม่ลองยิ่งตรงดูเลยครับ
ไม่แน่อาจช่วยประหยัดค่าถังและไม่ต้องรอเติ่มถึง 2 ชม   ก็ได้นะครับ
บันทึกการเข้า
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #54 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 01:26:59 PM »

" เมื่อคิดได้เรียบร้อยก็คำนวณขนาดที่เหมาะสมต่อการจ่ายน้ำ 1 รอบ ก็ได้ว่าต้องเก็บน้ำสักให้ได้สัก 10 คิว เพื่อจ่ายน้ำต่อ 1 รอบ และเติมน้ำ 1 รอบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (จากปั้มบาดาลที่สูบได้ 6Q ต่อชั่วโมง) ดังนั้น ในวันหนึ่ง จะจ่ายน้ำเช้าเย็นได้สบายๆ "

    มาเอาความรู้เพิ่มครับท่าน  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
แต่สงสัยว่า...น้ำ 6 คิว/ชม   ไม่ลองยิ่งตรงดูเลยครับ
ไม่แน่อาจช่วยประหยัดค่าถังและไม่ต้องรอเติ่มถึง 2 ชม   ก็ได้นะครับ

เหมือนรู้ในความคิด

1. น้ำบาดาล ไม่รู้ปนเปือนอะไรบ้างครับ กรองเกษตรกรองได้แค่ส่วนหนึ่ง
2. ก่อนน้ำเข้าแท็งก์ จะมีไส้กรอง กรองน้ำอีก 1 ชั้น (ไว้ทำแล้วจะนำมาแสดงให้ดู)
3. อัดตรงๆ 6Q ถ้าเป็นเทปน้ำพุ่ง ได้แค่ 6,000 จุด หรือ 1000 เมตรโดยประมาณ พื้นที่ 10 ไร่ ต้องแบ่งทั้งหมด 8 โซนเป็นอย่างน้อย

แต่ละโซน ถ้าคุมมือ ก็ไม่เท่าไร แต่ถ้าจะคุมด้วยระบบอัตโนมัติ ต้องติดตั้งวาล์วโซลินอยไฟฟ้าอีก วาล์วหนึ่งก็หลายพัน

ถ้าแค่ 1 พัน แปดโซน ซื้อปั้มใหม่ได้ 1 ปั้ม

คำนวณแบบนี้ ก็จะได้ว่า ปล่อยให้บาดาลมันดูดมาเก็บไม่ต้องอัดเข้าโซน จะดีกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2014, 01:31:28 PM โดย avatayos » บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #55 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 01:35:08 PM »

อีกประการหนึ่งคือ

ถ้าใช้ปั้มบาดาลอัดตรงๆ เมื่อปั้มบาดาลเสีย Time ในการแก้ไขปัญหาผมจะน้อยมาก เพราะเท่ากับต้องแก้ไขทันที

แต่ถ้าเก็บไว้ในแท็งก์ก่อน เมื่อปั้มเสีย ก็ยังมีเวลาแก้ไข (แล้วก็จะมีคำถามว่า ถ้าปั้มอัดจากแท็งก์เสียละ - ก็ยังมีปั้มน้ำมันอื่นๆ ดูจากแท็งก์ อัดเข้าระบบท่อแทนได้)

แต่สำหรับบาดาล มันใช้ปั้มอะไรดูน้ำลึกๆ แทนไม่ได้

เรียกว่า ป้องกันปัญหา เผื่อไว้เลยครับ
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #56 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2014, 02:17:00 PM »

" เมื่อคิดได้เรียบร้อยก็คำนวณขนาดที่เหมาะสมต่อการจ่ายน้ำ 1 รอบ ก็ได้ว่าต้องเก็บน้ำสักให้ได้สัก 10 คิว เพื่อจ่ายน้ำต่อ 1 รอบ และเติมน้ำ 1 รอบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (จากปั้มบาดาลที่สูบได้ 6Q ต่อชั่วโมง) ดังนั้น ในวันหนึ่ง จะจ่ายน้ำเช้าเย็นได้สบายๆ "

    มาเอาความรู้เพิ่มครับท่าน  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
แต่สงสัยว่า...น้ำ 6 คิว/ชม   ไม่ลองยิ่งตรงดูเลยครับ
ไม่แน่อาจช่วยประหยัดค่าถังและไม่ต้องรอเติ่มถึง 2 ชม   ก็ได้นะครับ

เหมือนรู้ในความคิด

1. น้ำบาดาล ไม่รู้ปนเปือนอะไรบ้างครับ กรองเกษตรกรองได้แค่ส่วนหนึ่ง
2. ก่อนน้ำเข้าแท็งก์ จะมีไส้กรอง กรองน้ำอีก 1 ชั้น (ไว้ทำแล้วจะนำมาแสดงให้ดู)
3. อัดตรงๆ 6Q ถ้าเป็นเทปน้ำพุ่ง ได้แค่ 6,000 จุด หรือ 1000 เมตรโดยประมาณ พื้นที่ 10 ไร่ ต้องแบ่งทั้งหมด 8 โซนเป็นอย่างน้อย

แต่ละโซน ถ้าคุมมือ ก็ไม่เท่าไร แต่ถ้าจะคุมด้วยระบบอัตโนมัติ ต้องติดตั้งวาล์วโซลินอยไฟฟ้าอีก วาล์วหนึ่งก็หลายพัน

ถ้าแค่ 1 พัน แปดโซน ซื้อปั้มใหม่ได้ 1 ปั้ม

คำนวณแบบนี้ ก็จะได้ว่า ปล่อยให้บาดาลมันดูดมาเก็บไม่ต้องอัดเข้าโซน จะดีกว่า


    อ้อ...ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง   เข้าใจครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ultranoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 609


« ตอบ #57 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2014, 01:45:34 AM »

ไปเจอคำแนะนำของพี่ avatayos ในเว็บพันทิปห้องชายคา เกี่ยวกับการสร้างบ้าน

 ผมเลยอยากรบกวนถามพี่ว่า ในหัวผมที่จะสร้างบ้านปูนเปลือย ชั้นเดียว ยกสูง เน้นชานหน้าบ้านกว้างและต้องการกินน้ำฝนจากหลังคาได้

มีข้อควรระวังหรือข้อควรทำอย่างไรบ้างครับ (ผมชอบที่พี่แนะนำไว้ว่า ให้มีห้องเก็บของใหญ่)

แล้วพี่พอรู้จักสถาปนิกหรือผู้รับเหมาที่พอจะมาทำบ้านสวนน้ำหนาวผมบ้างไหมครับ
บันทึกการเข้า

สวนน้ำหนาว ของคนรักแม่ กลัวเมีย เทิดทูนในหลวง ขอใช้ชีวิตที่เหลือแทนคุณแผ่นดิน
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #58 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2014, 08:37:55 AM »

ไปเจอคำแนะนำของพี่ avatayos ในเว็บพันทิปห้องชายคา เกี่ยวกับการสร้างบ้าน

 ผมเลยอยากรบกวนถามพี่ว่า ในหัวผมที่จะสร้างบ้านปูนเปลือย ชั้นเดียว ยกสูง เน้นชานหน้าบ้านกว้างและต้องการกินน้ำฝนจากหลังคาได้

มีข้อควรระวังหรือข้อควรทำอย่างไรบ้างครับ (ผมชอบที่พี่แนะนำไว้ว่า ให้มีห้องเก็บของใหญ่)

แล้วพี่พอรู้จักสถาปนิกหรือผู้รับเหมาที่พอจะมาทำบ้านสวนน้ำหนาวผมบ้างไหมครับ


มีข้อคิดดีกว่าครับ

1. โครงสร้างยกสูงแล้วผนังเป็นปูน ถ้าต้องการใช้พื้นที่ด้านล่างเป็นที่นั่งเล่น ใต้ถุนบ้าน โครงสร้างความแข็งแรงจะเท่ากับบ้านสองชั้น ดังนั้นต้นทุนตรงนี้จะสูงกว่าการทำบ้านไม้ หรือบ้านโครงสร้างเบาอื่นๆ

2. เน้นชานบ้านกว้างๆ แนะนำให้ออกแบบให้มีร่มเงาทั้งวัน อย่าเอาชานบ้านไปขวางตะวัน เดี๋ยวจะไม่ได้ใช้งานเลยสักวัน

3. กินน้ำฝน ก็ต้องต่อท่อรางน้ำรับน้ำฝน แต่น้ำฝนสมัยนี้ ผมไม่ค่อยไว้ใจ มลพิษในอากาศมันเยอะ ถึงเป็นชนบท แต่เดี๋ยวถนนหนทางถึงหมด ยังไงคุณภาพก็ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน ลองชั่งน้ำหนักดูว่า ระบบหลังคาเราต้องใส่รางน้ำฝนไหม ถ้าต้องใส่อยู่แล้ว ก็น่ามีปัญหาอะไร แค่ทำตามโบราณ คือ ฝนแรกล้างหลังคา ฝนกลางๆ ฤดูนู้นถึงจะใช้ได้

แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องติดรางน้ำฝนแล้ว แต่อยากใช้น้ำฝน ก็อาจติดเฉพาะส่วน แต่ปริมาณน้ำที่ได้ก็จะน้อย ขึ้นอยู่กับว่าฝนตกชุกไหม

ปัจจุบันบ้านตายายผม ซื้อน้ำกินครับ ไม่ได้ซื้อระบบกรองน้ำด้วย เพราะปริมาณการบริโภค คำนวณแล้ว ซื้อกินเป็นถังคุ้มกว่า (ขนาดเอาราคากรองน้ำแถวๆ สวนสยามนะ)

ส่วนน้ำฝน ก็ทำไว้ตั้งแต่โบราณ ก็ยังใช้อยู่ เป็นน้ำใช้ครับ เวลาแล้งๆ ก็ได้ใช้ มีโอ่งปูนขนาด 1500 ลิตรอยู่ 3 โอ่ง เหลือๆ


ส่วนห้องเก็บของ ... คนไทย สมัยใหม่ ลืมไปแล้วครับ เวลาซื้อบ้านดูแต่ กี่ห้องนอน กี่ห้อนน้ำ ไม่เห็นมีใครโฆษณา 1 ห้องเก็บของเลย 555

ซึ่งมันจำเป็นมาก เพราะไม่งั้น บ้านดีๆ ก็จะรกไปด้วยข้าวของที่ ไม่อยากทิ้ง ตั้งใจเก็บไว้ใช้ (แต่สุดท้ายก็เห็นไม่ได้ใช้ 555)


ส่วนคำแนะนำ

1. ไปนั่งๆ นอนๆ ในที่ดิน ทั้งวัน หลายๆ ฤดู ก่อนจะลงบ้านจริงๆ  ไปเพื่ออะไร เพื่อดูทิศทางลม และแดด บ้านที่ดีต้องรับลม บังแดด จะได้บ้านเย็นตามธรรมชาติ อยู่สบาย

2. ปลูกบ้านต่างจังหวัด ยังไงก็แนะนำให้ยกพื้น ให้เกิดใต้ถุน เพื่อป้องกันปัญหาเกือบทุกเรื่อง ภูมิปัญญาคนไทย บ้านทรงไทยในพื้นที่เป็นแบบไหน ควรสร้างแบบนั้น

3. ค่อยๆ ทำไปทีละนิด ใจเย็นๆ แล้วจะได้ดีที่สุดครับ

บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #59 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2014, 09:02:04 AM »

ขอกลับเข้าเรื่องน้ำ ต่อจะได้จบเป็นเรื่องๆ นะครับ 555

คุณ nopmtp ถามคำถามได้ดีว่า ทำไมไม่ใช้ปั้มบาดาลไปเลย

ในเบื้องต้นผมก็เคยคิดแบบเดียวกัน แต่สุดท้าย ในการออกแบบระบบน้ำ ผมแนะนำว่า เราต้องออกแบบทั้งระบบไว้ล่วงหน้า อย่างที่เขียนไว้ ว่าของบางอย่างมันลงไปแล้ว มันถาวร จะเปลี่ยนไม่ได้ ของบางอย่างเปลี่ยนได้ อะไรที่เปลี่ยนได้ เราก็คำนวณความคุ้มค่า คุ้มทุนไป แต่อะไรที่เปลี่ยนไม่ได้ ลงแล้วต้องใช้ยาวๆ อันนี้ต้องเลือกให้ดี

ตอนแรกผมคิดถึงการพึ่งพาพลังงานให้น้อยที่สุดด้วยซ้ำ เพื่อลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด คิดถึง การจ่ายน้ำด้วยแรงดันธรรมชาติ คือ ยกแท็งก์ขึ้นสูง แล้วปล่อยลงมา ด้วยวิธีนี้ ติดปั้มบาดาลตัวเดียวจบ

แต่ยกแท็งก์ไปสูง 10 เมตร ก็ได้ H เท่ากับ 10 เอง

ซึ่งจะเกิดปัญหาทันทีหากเราต้องการจ่ายน้ำด้วยระบบที่ต้องการ H มากกว่า 10

และเมื่อมาคำนวณค่าใช้จ่ายในการทำหอแท็งก์น้ำ....โอ้วววว ราคาไม่ใช่เล่นๆ


สิ่งที่ผมจะบอกคือ การวางระบบน้ำ มันไม่ได้มีสูตรสำเร็จ ไม่ต้องเลียนแบบกัน

แต่ขอให้คุณ วางแผนผังระบบน้ำให้ครบถ้วน คำนวณ Q ที่ต้องการ คำนวณ H ที่ต้องการในแต่ละจุดแล้ว ค่อยๆ เปลี่ยนตัวแปรต่างๆ ว่าอะไรให้ความคุ้มค่าในการใช้น้ำมากที่สุด

ในไร่มันสัมปะหลัง ขนาด 300 ไร่ แห่งหนึ่ง เลือกใช้ปั้มเครื่องยนต์ติดแก๊สขนาดใหญ่ ที่จ่ายน้ำได้เป็น 100Q ต่อชั่วโมง โดยเสียค่าแก๊สแค่ 10 บาท หากใช้ปั้มมอเตอร์ คงต้องใช้มอเตอร์ไม่ต่ำกว่า 5 แรงม้า ซึ่งค่าไฟคงไม่ใช่ชั่วโมงละ 10 บาท และด้วยขนาด 5 แรง จะลามไปถึงระบบไฟฟ้าทั้งหมด ต้องเป็นไฟ 3 เฟส ต้นทุนอุปกรณ์เหล่านี้อีกหลายตังค์

ในพื้นที่แห่งหนึ่ง เลือกใช้ระบบโซล่าเซลล์ เพราะมีข้อจำกัดว่าไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง ระบบโซล่าเซลล์เลยเป็นข้อจำกัดในการเลือกปั้ม ทำให้สุดท้ายต้องวางปั้มหลายตัว เพราะกำลังของปั้มเลือกที่มีแรงม้าสูงมากไม่ได้ ยิ่งสูงมอเตอร์ยิ่งแพง

ตัวอย่างนี้ ผมจึงเขียนแนะนำหลักการ ให้คุณไปคำนวณต่อเอง แล้วคุณจะได้คำตอบที่เหมาะสม

ของผมเองก็หลงทางไปกับ โซล่าเซลล์ หลายเดือน

เพราะคิดว่า ไม่อยากเสียค่าติดตั้งระบบไฟฟ้า

ตอนเจาะบ่อบาดาล ก็เลือกทำเลที่เหมาะสม โดยไม่ได้คิดถึงการเดินเสาไฟฟ้าเลย (ตั้งใจเป็นโซล่าเซลล์)

แต่พอศึกษานานเข้า ก็พบว่า ต้นทุนการขอขยายพื้นที่ไฟฟ้า ต้นทุนเสาไฟฟ้า ต้นทุนสายไฟ แม้จะแพงกว่าโซล่า 2 เท่า แต่เปิดโอกาสให้เราเลือกระบบที่จะมาใช้งานได้อีกมากมาย โดยไม่ต้องยึดติดว่าต้องเป็นโซล่าเซลล์ เท่านั้น

หรือถ้าจะไม่ให้ยึดติดระบบโซล่าเซลล์ เราก็ต้องลงทุนอินเวอร์เตอร์ดีๆ ซึ่งก็แพงพอๆ กับซื้อเสาไฟฟ้ามาลง

คำนวณไป คำนวณมา

ผมก็เลยไปขอไฟฟ้าแทน ...ซึ่งปลดล็อกปัญหาเรื่องระบบสูบน้ำไปได้เยอะมากกกกก

เจ้าหน้าที่อัธยาศัยดี คนไม่เยอะ ขอกันสบายๆ ไม่มีคิว ไม่วุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่ เจ้าหน้าที่บอกว่า 2 อาทิตย์ ตอนนี้ผ่านไปแล้ว 1 อาทิตย์ ยังไร้แววมาลงเสา (แต่เห็นเขาบอกว่าทำกันวันเดียวก็เสร็จ)
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
ultranoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 609


« ตอบ #60 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2014, 10:11:48 AM »



ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

รอติดตามเรื่องปั๊มน้ำครับ กะทำเหมือนกัน
บันทึกการเข้า

สวนน้ำหนาว ของคนรักแม่ กลัวเมีย เทิดทูนในหลวง ขอใช้ชีวิตที่เหลือแทนคุณแผ่นดิน
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #61 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2014, 07:54:05 PM »

   ขอบคุณมากครับ   อธิบายจนเห็นภาพเลยครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
แต่ยังสงสัยอยู่เรื่องระบบอัตโนมัตินี้   เราต้องจ้างคนคอยเฝ้าหรือเปล่าครับ
หรือว่าเราตั้งเวลาใว้อย่างเดียว   ถ้าราคาไม่แรงละก็   จะขอลอกแบบท่านด้วยคนครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #62 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2014, 09:38:11 AM »

   ขอบคุณมากครับ   อธิบายจนเห็นภาพเลยครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
แต่ยังสงสัยอยู่เรื่องระบบอัตโนมัตินี้   เราต้องจ้างคนคอยเฝ้าหรือเปล่าครับ
หรือว่าเราตั้งเวลาใว้อย่างเดียว   ถ้าราคาไม่แรงละก็   จะขอลอกแบบท่านด้วยคนครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

สวนผมมีคนเฝ้าครับ

จึงไม่ค่อยกังวลเรื่องของหาย และอีกอย่างคือ ที่ดินผืนนี้เป็นของตาทวด ท่านถือเป็นบุคคลสำคัญของอำเภอชุมแพ ชาวบ้านรักและเคารพ จึงค่อนข้างปลอดภัย (แต่ผมก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี จึงให้มีคนเฝ้าครับ)



ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

รอติดตามเรื่องปั๊มน้ำครับ กะทำเหมือนกัน

ผมลืมตอบคุณซีไปเรื่อง คือ คนรับเหมา มีครับ ไว้ถ้าจะทำจริงๆ เมื่อไร PM มานะครับ จะส่งเบอร์ให้ เป็นเพื่อนเปิดบริษัทรับสร้างทุกอย่างในอำเภอชุมแพครับ เปิดมาหลายปีแล้วครับ
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #63 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2014, 09:57:35 AM »

วันก่อน ขับรถไปส่งดินเพื่อตรวจ ที่กำแพงแสน

เสียค่าใช้จ่ายการตรวจ 490 บาท ค่าแก๊สเดินทาง 300 บาท

ความจริงส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ แต่อยากไปคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อเรียนรู้บางอย่างด้วย เลยได้คำตอบมา

1. การส่งดิน ถ้าดินคนละสี ต้องส่งคนละชุด ห้ามเก็บดินคนละสีมาในตัวอย่างเกียวกัน

2. การเก็บตัวอย่างดิน ไม่ควรเก็บตอนฝนตก หรือช่วงฝนตก เพราะค่าที่ได้อาจผิดเพี้ยน

3. หลังไถกลบแล้ว เก็บดินมาส่งตรวจตอนนั้นได้เลย ไม่ต้องรอให้หมักให้เรียบร้อย

4. สีของดิน ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าเป็นดินชนิดอะไร ดินเหนียวสีแดงก็มี

5. ดินดี ไม่จำเป็นต้องดำ แต่การปลูกพืชให้เหมาะสมกับดินต่างหาก ที่ดี

6. ถ้าไปด้วยตัวเอง เขาปิดรับส่งดิน 16.00 น. นะครับ

7. การตรวจสอบดินที่กำแพงแสนใช้เวลาไม่นาน แต่เจ้าหน้าที่ขอไว้ 45 วันเผื่อผิดพลาด หากผลเสร็จก่อนส่งทางอีเมล์ให้ได้ก่อนเลย

บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 30   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: