หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 [19] 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - สวนในแนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน (สารบัญหน้าแรก)  (อ่าน 189655 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Artit Kranjana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 199


« ตอบ #288 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2014, 11:42:48 PM »

เมื่อวานกับเมื่อวานซืน ใช้แอ๊ปซ่ากับนิวทรี(จำชื่อไม่ค่อยได้)ของแอมเวย์ กับน้ำหมักมูลไส้เดือน และนาโนซิงอ๊อกไซด์ รดปรับสภาพดินก่อนปลูกวันนี้ผมปลูกลงบ่อไป 64 ต้นแล้วครับ อีก 36 ต้นต้องรอวงบ่ออีก ยังได้ไม่ครบเลย ส่วนเรื่องระบบน้ำยังไม่ได้ทำเลยครับ ช่วงนี้เลยต้องใช้บัวรดน้ำเดินรดน้ำทีละต้นไปก่อน  วันนี้ก็พ่นยาอะบาแม๊กติน ไปเห็นแมลงวันทองมาเกาะ เลยพ่นซะ เห็นแมลงไม่ได้ครับหลอน ยิงฟันยิ้ม ก่อนพ่นอะบาแม๊กติน ผมพ่นนาโนกับน้ำหมักมูลไส้เดือนนำร่องไปก่อนครับ ลองซื้อน้ำหมักมูลไส้เดือนมาใช้ดู  

ต้นพันธุ์เที่ยวนี้ได้มามีอยู่ 3 ต้น เป็นแคงเกอร์ ซึ่งผมเห็นตั้งแต่วันแรกที่เอามาลงแล้วแต่ผมจะลองทดสอบตัวนาโนอีกครั้งนึงว่าใช้ได้ผลไหม สรุปคือมันได้ผลครับ มันไม่ลาม ไปใบอ่อน ส่วนใบที่เป็นแคงเกอร์ผมเด็ดออกหมด ไม่ได้ตั้งใจมาช่วยโฆษณาให้เขานะครับ แต่ใช้แล้วได้ผลเลยบอกต่อเพราะมันดีตรงที่ไม่มีสารพิษตกค้างแบบสารคอปเปอร์ ที่สำคัญถูกกว่าสารคอปเปอร์ตั้ง 600 กว่าบาท เพราะราคานาโนขนาด 1 กิโลกรัมรวมส่ง EMS แค่ 492 บาท ส่วนคอปเปอร์ 1 ลิตร ราคา 1250 บาท

ต้นทดลองที่บ้านผม เป็นแคงเกอร์ทั้งต้น รักษาด้วยการตัดแต่งกิ่งเท่านั้นครับ ไม่เคยให้คอปเปอร์ใดๆ ทุกวันนี้ ไม่เป็นอีก เพราะการควบคุมการระบาด การพยายามไม่ให้แมลงกัดต้นจนเป็นแผล อันเป็นจุดเริ่มของโรค และการบำรุงให้ต้นแข็งแรง

โรคก็มาหายากขึ้น...และจะค่อยๆ หายไป

ต้นทุนเท่าไร....คงไม่ถึง 492 บาท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 23, 2014, 07:35:40 AM โดย คุณบรีส ชุมแพ » บันทึกการเข้า

Easyman_ubon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 267



« ตอบ #289 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2014, 11:13:18 PM »


1.เรื่องไฟฟ้าในสวนครับ ข้อมูล หม้อไฟ 5 แอมป์ ลากสายดำคู่ยาว 250 เมตร ที่สวนก็เมือนบ้านอุปรณ์ไฟฟ้าก็จะมี ตู้เย็น 2 เครื่อง นอกนั้นก็เครื่องซักผ้า พัดลม ไฟส่องสว่าง 5 หลอด ถ้าเปิดพร้อมกัน คำถามคือ ผมจะใช้ซัมเมอส สัก 1.5 แรง พอได้ไหมครับ จะมีปัญหาไฟตกไหมครับ ถ้ามีผมควรจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ

2.ผมจะทำแทงค์น้ำขนาด 2500 ลิตร ปล่อยเข้าสวนกับมินิสริงเกิอร์ประมาณ 300 หัว แต่จะแยกจ่ายทีละ 100 หัว แต่ละหัวใช้น้ำประมาณ 10 ลิตร ความสูงของแทงค์ประมาณ 5 เมตร จุดที่ตั้งของแทงค์อยู่จุดสูงสุดของสวน ความลาดชันน่าจะ 30-40 cm. ระยะจ่ายน้ำไกลสุด 100 m. คำถามคือ ผมจำเป็นต้องใช้ปั๊มจ่ายน้ำไหมครับ  

ขอบคุณล่วงหน้านะครับ ผมหาเรื่องปวดหัวให้รึเปล่าครับ

มาตอบแล้วครับ

ข้อ 1. หม้อขนาด 5A ใช้ไฟฟ้าได้สูงสุดคือ 220*5 = 1100 วัตต์ ดังนั้นถ้าใช้ปั้ม 1.5 แรงหรือ 750*1.5 = 1125 วัตต์

ดังนั้นตอบได้ง่ายๆ ครับ ไม่เพียงพอ ถ้าจะพอ ต้องแก้ไข คือ เพิ่มขนาดหม้อไฟ ให้เป็น 15A ก่อน

ส่วนคำถามต่อมา ระยะ 250 เมตรพอหรือไม่ ให้ตรวจสอบจาก ระยะหม้อแปลงไฟฟ้าตัวใหญ่ครับ ว่าจากหม้อแปลงตัวใหญ่นั้น ลากมาถึงบ้าน ยาวเกิน 1 กิโลเมตรหรือไม่ ถ้าเกิน มีโอกาสไฟฟ้าตกแน่นอนครับ

ทีนี้ไฟฟ้าตกหรือไม่ มาจากสองปัจจัย คือ ขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า ถ้ามันเล็กเกินปริมาณการใช้ ก็จะเกิดไฟฟ้าตกได้ กับสองคือ ระยะห่างจากหม้อแปลง เพราะไฟฟ้ามีการสูญเสียตลอดทางเดิน ถ้ายิ่งไกล แรงดันยิ่งตกครับ มาตรฐานการไฟฟ้า จึงไม่ให้เกิน 1 กิโลเมตรจากหม้อแปลงครับ


ข้อ 2 - จากโจทย์ ดูเหมือนว่า จะได้แรงดันประมาณ 0.5 บาร์ จากความสูง 5 เมตร ทีนี้ ถ้าเป็นมินิสปริงเกอร์ ต้องทดสอบดูครับ ว่า จะหมุนจ่ายน้ำได้หรือไม่ ถ้าได้ ระยะที่กระจายน้ำอาจจะน้อยกว่า

แต่การคำนวณต้องคำนวณจาก ความสามารถการจ่ายน้ำของหัวมินิสปริงเกอร์ครับ ส่วนใหญ่ไม่มี 10 ลิตรนะครับ ส่วนใหญ่คือ 40 ลิตรต่อนาทีขึ้นไป

ดังนั้น โดยภาพรวม ถ้าจะจ่าย 100 หัว ต้องมี 4000 ลิตรเป็นอย่างน้อย และแรงดัน 0.5 ไม่น่าจะพอครับ

สรุปคือ น่าลองครับ

เพราะถ้าทำไม่ได้ จ่ายน้ำไม่ได้ ก็แค่เพิ่มปั้มเข้าไป 1 ตัว



  ขอบคุณมากครับ  เดี๋ยวกลับบ้านรอบนี้จะไปสำรวจหม้ออีกครั้งครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 23, 2014, 11:15:40 PM โดย Easyman_ubon » บันทึกการเข้า

" บ้าน สวน นา ดี "
บ้านโนนกุง ต.โนนกุง
อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี
34130
สิทธิเดช - ไร่น้ำทิพย์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1428


-ขออภัยหากช่วงนี้ตอบช้าหรือติดต่อยาก งานประจำยุ่งมากครับ-


« ตอบ #290 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:00:52 AM »


1.เรื่องไฟฟ้าในสวนครับ ข้อมูล หม้อไฟ 5 แอมป์ ลากสายดำคู่ยาว 250 เมตร ที่สวนก็เมือนบ้านอุปรณ์ไฟฟ้าก็จะมี ตู้เย็น 2 เครื่อง นอกนั้นก็เครื่องซักผ้า พัดลม ไฟส่องสว่าง 5 หลอด ถ้าเปิดพร้อมกัน คำถามคือ ผมจะใช้ซัมเมอส สัก 1.5 แรง พอได้ไหมครับ จะมีปัญหาไฟตกไหมครับ ถ้ามีผมควรจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ

2.ผมจะทำแทงค์น้ำขนาด 2500 ลิตร ปล่อยเข้าสวนกับมินิสริงเกิอร์ประมาณ 300 หัว แต่จะแยกจ่ายทีละ 100 หัว แต่ละหัวใช้น้ำประมาณ 10 ลิตร ความสูงของแทงค์ประมาณ 5 เมตร จุดที่ตั้งของแทงค์อยู่จุดสูงสุดของสวน ความลาดชันน่าจะ 30-40 cm. ระยะจ่ายน้ำไกลสุด 100 m. คำถามคือ ผมจำเป็นต้องใช้ปั๊มจ่ายน้ำไหมครับ  

ขอบคุณล่วงหน้านะครับ ผมหาเรื่องปวดหัวให้รึเปล่าครับ

มาตอบแล้วครับ

ข้อ 1. หม้อขนาด 5A ใช้ไฟฟ้าได้สูงสุดคือ 220*5 = 1100 วัตต์ ดังนั้นถ้าใช้ปั้ม 1.5 แรงหรือ 750*1.5 = 1125 วัตต์

ดังนั้นตอบได้ง่ายๆ ครับ ไม่เพียงพอ ถ้าจะพอ ต้องแก้ไข คือ เพิ่มขนาดหม้อไฟ ให้เป็น 15A ก่อน

ส่วนคำถามต่อมา ระยะ 250 เมตรพอหรือไม่ ให้ตรวจสอบจาก ระยะหม้อแปลงไฟฟ้าตัวใหญ่ครับ ว่าจากหม้อแปลงตัวใหญ่นั้น ลากมาถึงบ้าน ยาวเกิน 1 กิโลเมตรหรือไม่ ถ้าเกิน มีโอกาสไฟฟ้าตกแน่นอนครับ

ทีนี้ไฟฟ้าตกหรือไม่ มาจากสองปัจจัย คือ ขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า ถ้ามันเล็กเกินปริมาณการใช้ ก็จะเกิดไฟฟ้าตกได้ กับสองคือ ระยะห่างจากหม้อแปลง เพราะไฟฟ้ามีการสูญเสียตลอดทางเดิน ถ้ายิ่งไกล แรงดันยิ่งตกครับ มาตรฐานการไฟฟ้า จึงไม่ให้เกิน 1 กิโลเมตรจากหม้อแปลงครับ


ข้อ 2 - จากโจทย์ ดูเหมือนว่า จะได้แรงดันประมาณ 0.5 บาร์ จากความสูง 5 เมตร ทีนี้ ถ้าเป็นมินิสปริงเกอร์ ต้องทดสอบดูครับ ว่า จะหมุนจ่ายน้ำได้หรือไม่ ถ้าได้ ระยะที่กระจายน้ำอาจจะน้อยกว่า

แต่การคำนวณต้องคำนวณจาก ความสามารถการจ่ายน้ำของหัวมินิสปริงเกอร์ครับ ส่วนใหญ่ไม่มี 10 ลิตรนะครับ ส่วนใหญ่คือ 40 ลิตรต่อนาทีขึ้นไป

ดังนั้น โดยภาพรวม ถ้าจะจ่าย 100 หัว ต้องมี 4000 ลิตรเป็นอย่างน้อย และแรงดัน 0.5 ไม่น่าจะพอครับ

สรุปคือ น่าลองครับ

เพราะถ้าทำไม่ได้ จ่ายน้ำไม่ได้ ก็แค่เพิ่มปั้มเข้าไป 1 ตัว



  ขอบคุณมากครับ  เดี๋ยวกลับบ้านรอบนี้จะไปสำรวจหม้ออีกครั้งครับ

ปุ๋ย
ลองแจ้งที่ไฟฟ้า หรือเช็คกับเจ้าหน้าที่ที่ไฟฟ้าก่อนได้เลยว่าพื้นที่ๆเราอยู่หม้อเเปลงที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นกี่แอมป์
เพราะปกติถ้าไฟฟ้ามีการติดตั้งหม้อแปลงไฟเพิ่มเติม ทางไฟฟ้าก็จะ upgrade มิเตอร์ไฟและกระแสให้เราโดยอัตโนมัติ หรือตามรอบในบันทึก หรือก็ต่อเมื่อเราทวงถาม หรือท้วงไปว่าบ้านอื่นเปลี่ยนแล้วทำไมเรายังไม่เปลี่ยน

ทางที่ดีลองเข้าไปคุยดู  อย่างบ้านพี่เดิมขอไว้ 10 แอมป์ พอเค้าเปลี่ยนหม้อแปลงที่หน้าปากทางบ้าน เค้าก็ไล่เปลี่ยน 15แอมป์ให้หมดเลย อย่างเมื่อกลางปีที่ผ่านมาพี่ไปขอทำเรื่องเพิ่มไฟเป็น 30 แอมป์ ไปเดินเรื่องตั้งนาน ปรากฏว่ามาเช็คอุปกรณ์ที่เสาไฟหน้าบ้าน เค้าเปลี่ยนเป็น 30 แอมป์ไปให้ตั้งนานแล้ว

บันทึกการเข้า

ไร่น้ำทิพย์แก่นตะวันออร์แกนิคปากช่อง : ทำมาหากินบนแผ่นดินพ่อ อย่างพอเพียง
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #291 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:30:20 AM »

จริงๆ ผมลืมไปอย่าง

หม้อ 5A ใช้ได้สูงสุดคือ 15A
หม้อ 15A ใช้ได้สูงสุดคือ 45A

ดังนั้น มันพอนะ เพียงแต่มันจะ Peak บ่อยๆ เกินกำลังของหม้อ
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #292 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:54:23 AM »

บทสรุป บทเรียน การบริหารจัดการน้ำ


ขอเล่าแบบย้อนความหน่อยนะครับ เพื่อจะได้เห็นภาพตรงกัน และเข้าใจถึงแก่นปัญหาว่า คืออะไร มีตัวแปรอะไร แก้ไขอย่างไร

ภาพรวม

ผมมีมะนาว 781 ต้น ปลูกบนที่ดินแบบยกร่อง ขนาดที่ยกคือ 60 ซม. หลังฝนเหลือ 40-50 ซม. แต่ที่ดินผืนนี้ เป็นสโลปขึ้นไปทางท้ายสวน แถวที่ 1 คือ ท้ายสุด (ผมกำหนดแบบนี้เพราะ แถวท้ายสุดจะไม่มีแถวเพิ่มแล้ว ดังนั้นจึงให้เป็นแถวที่ 1)

อยู่สูงกว่าแถวที่ 18 ประมาณ 1.5 เมตร โดยที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่คิดว่าจะสูงถึง 1.5 เมตร

ผมสร้างแท็งก์น้ำขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.2 เมตร ความสูง 3 เมตร ยกจากระดับโคนต้นของแถวที่ 18 อยู่ประมาณ 0.30 เมตร จำนวน 2 แท็งก์ ในแบบเชื่อมต่อกัน

การจ่ายน้ำ มีท่อเมนขนาด 3 นิ้ว วางเป็นแกน แล้วต่อด้วยท่อแขนง 2 นิ้ว ก่อนแยกเป็น PE ขนาด 20มม.

ปัญหาที่พบ ตามเวลาที่ดำเนินการ

1. ไฟฟ้าตกเกิน ไม่สามารถใช้ปั้ม 2 แรงม้า ได้

สิ่งที่ทำไปเพื่อแก้ปัญหา คือ เดินท่อใหม่ ด้วยสมมติฐานที่ว่า ขนาดท่อเมน ท่อแขนงที่วางแบบไว้ น่าจะทำให้น้ำหยดได้
ผล น้ำหยดได้จริง ทุกต้น

2. เมื่อหยุดจ่ายน้ำหยด น้ำไหลย้อนจากแถวที่ 1 ลงมาจ่ายหยดต่อที่แถวที่ 16-17-18 ทยอยหยดจนหมดตามลำดับ ทำให้ 3 แถวล่างๆ ได้น้ำมากเกินไป ปริมาณน้ำที่ค้างในท่อ 2 นิ้ว มีปริมาณไม่ใช่น้อยๆ (คำนวณคร่าวๆ มีอยู่ประมาณ 300 ลิตร)

3. หัวน้ำหยดตัน อันเนื่องจากดินไปติดที่หัว สาเหตุเพราะน้ำที่จ่ายมีแรงดันไม่เพียงพอที่จะดันเศษดินออกเอง

สิ่งที่ทำไปเพื่อแก้ปัญหา คือ ปรับเปลี่ยนการจ่ายน้ำ ตัดระบบแท็งก์ออก ใช้ระบบบาดาลแทน

----------------------------------------------------------------

สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ
1. ระบบน้ำหยด สามารถหยดได้ แม้มีแรงดันน้อยมาก (แถวที่ 1 ได้แรงดันเพียง 0.33-0.15= 0.153 บาร์เท่านั้น ส่วนแถวที่ 18 ได้แรงดัน 0.33 บาร์)
2. ด้วยแรงดันที่น้อยเกินไป ทำให้น้ำหยด หยดได้ แต่ดันอะไรไม่ได้
3. สภาพทีดินเป็นทางลาด ทำให้เกิดปัญหาน้ำย้อน ต้องแก้ด้วย การใส่เช็ควาวล์ หรือยกตำแหน่งของสาย PE หรือหัวท่อ ให้เท่ากันก่อนการจ่าย
4. ทางแก้ปัญหาระบบไฟฟ้า แก้ด้วย หม้อเพิ่มไฟ ทำได้ แต่ไม่ได้เลือกทางนี้ เพราะใช้เวลาพิจารณาปัญหาทั้งหมด และพยายามใช้สิ่งที่เรามีก่อน

สิ่งที่ต้องระวัง หากจะนำไปปฏิบัติตาม
1. น้ำบาดาล ที่จ่ายเข้าระบบหัวน้ำหยด ได้ตรวจสอบแล้ว สะอาดมาก ไม่มีแร่ธาตุใดๆ ปน จึงสามารถใช้ได้
2. น้ำบาดาล ผ่านระบบกรองทั้งหมด 4 ตัว ใน 2 ชั้น คือ ต่อ ตัวกรองตระแกรง แบบขนาน 2 ตัว แล้วต่อด้วย ตัวกรองดิสก์ อีก 2 ตัวขนานกัน  การต่อขนาน ช่วยเพิ่มปริมาณการไหลผ่านของน้ำ และช่วยลดปัญหาการอุดตัน แต่การต่อแบบอนุกรม ช่วยเพิ่มความละเอียดในการกรอง
3. ผมได้ตรวจสอบแล้ว แรงดันน้ำบาดาลจากผิวดิน ยังเหลือประมาณ 2 บาร์กว่าๆ จึงเพียงพอต่อกันอัดเข้าระบบท่อ
4. การออกแบบท่อ การเลือกขนาดท่อเมน ท่อแขนง สำคัญมาก เพราะถ้าวางไว้พอดีเกินไป การปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาทำได้ยาก ที่สวนเกษตรโชคดีชุมแพ วางท่อเมน 3 นิ้ว ท่อแขนง 2 นิ้ว จึงทำให้ตัดปัญหาเรื่อง Head Loss ในระบบท่อออกไปได้มาก ทำให้ไม่สูญเสียแรงดันเกินจำเป็น

บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #293 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 09:05:06 AM »

มาดูรูปกันดีกว่าครับ 555

ภาพรวม

ท่อแถวหน้าสุดคือ ท่อที่ต่อเพื่อแก้ปัญหา ไฟฟ้า โดยต่อตรงจากแท็งก์ เข้าสู่ระบบท่อเมนเลย ไม่มีการผ่านระบบจ่ายปุ๋ย เพราะไม่มีแรงดันอยู่แล้ว
ส่วนท่อแถวหลัง นับจากซ้ายคือ ระบบจ่ายปุ๋ย ตามด้วยระบบกรองดิสก์ ต่อขนานกัน 2 ลูก โดยมีท่อบายพาส เดินเป็นขารับน้ำหนักโครงสร้างไว้ด้วย ใช้ในกรณีระบบกรองมีปัญหา


ภาพนี้ แสดงตำแหน่ง ของเดิมที่ ปั้ม 2 แรง ดูดจากแท็งก์ แล้วส่งขึ้นไปเป็นตัว ยูคว่ำ เพื่อตัดปัญหากาลักน้ำ (ตำแหน่งบนสุดมีเช็ควาวล์ เมื่อไม่มีแรงดัน จะดูดลมเข้าไปแทนที่ ทำให้ไม่เกิดสภาพกาลักน้ำ)

เมื่อคว่ำลงมาแล้ว จะเดินเข้าระบบจ่ายปุ๋ย ตามภาพ

สิ่งที่แก้ไขไปคือ ตัดทิ้งเลย แล้วเดินท่อน้ำจากบาดาลตรงเข้าระบบเลย ง่ายๆ แบบนั้นเลย




เมื่อต่อเข้าระบบจ่ายปุ๋ยแล้ว ก็มาตัดท่อเมนของบาดาล โดยใส่ข้อต่อ 3 ทาง พร้อมวาวล์ เพื่อปิดเปิดแบ่งทางน้ำ

บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #294 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 09:10:08 AM »

ต่อท่อเสร็จหมด ทิ้งไว้ 20 นาที ให้กาวประสานท่อ ทำงานเต็มที่ก่อน

แล้วลองเปิดทั้งระบบ

วัดแรงดันรอบแรกได้ เท่านี้


หมายถึง มีแรงดันเหลือๆ ขนาดจ่ายน้ำเข้าทั้งระบบแล้ว ตั้งเกือบ 1 บาร์

ด้วยแรงดันที่เหลือๆ ลองปล่อยหัวเต็มที่ ก็ได้แรงเป็นสายฉีด (แต่ถ่ายมา แดดแรง ความไวชัตเตอร์เลยสูง ได้เป็นชุดน้ำหยดแทน 555)



ระหว่างเดินตรวจสอบหัว ปรับขนาดการจ่ายน้ำ ก็หมดไปเป็นชั่วโมง

บางต้น เลยได้น้ำเต็มๆ เกินไปเลย 555

บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #295 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 09:19:00 AM »

หลายๆ ท่านเห็นภาพแล้วอาจจะ งง เล็กๆ ว่า

ทำไมผมเลือกเกจวัดแรงดันขนาด 10 บาร์

ตอบง่ายๆครับ ตอนไปซื้อไม่มีขนาด 6 บาร์ 555

แล้วเป้าหมายในการใช้ เพียงเพื่อวัดว่ามีแรงดันหรือไม่ มีประมาณเท่าไร ไม่ได้ต้องการสเกลละเอียด เลยตัดสินใจเอามาใช้งานเลย ราคาแพงกว่ากันไม่กี่สิบบาท

-----------------------------------------------------



ภาพนี้แสดงถึง ปัญหา...

ของระบบน้ำหยด คือ ระบบน้ำหยด มันจ่ายน้ำได้แค่โคนต้น แต่จุดอื่นๆ จ่ายไม่ได้

แต่ผมเลือก แก้ปัญหาหญ้า ด้วย หญ้าเม็ดแตง ซึ่งเป้าหมายคือ ให้คลุมทั้งหมด ทำให้ หญ้าเม็ดแตง ได้น้ำไม่เพียงพอ ต่อเอาสายยางจ่าย

แต่ดูจากภาพ แรงดันไม่มีนะครับ เป็นสายยางที่ต่อตรงจากแท็งก็เลย ระยะที่เห็นประมาณ 40 เมตร จากแท็งก์ สายยางขนาด 3/4 นิ้ว

-------------------------------
แนวทางแก้ไขปัญหานี้ ผมวางไว้แล้วครับ

แต่สัปดาห์นี้ไม่มีเวลาทำ เลยยังไม่ได้ทำ ต้องขึ้นไปทำอาทิตย์หน้าแทน

วิธีแก้คือ ติดตั้ง สปริงเกอร์ ขนาดใหญ่ครับ

เนื่องจาก แรงดันน้ำบาดาล มีถึง 2 บาร์ เพียงพอต่อการอัดสปริงเกอร์

แล้วสปริงเกอร์ 1 หัว ครอบคลุมพื้นที่ได้ รัศมี 10 เมตร เรียกว่า เปิดทิ้งไว้ แล้วค่อยย้ายหัวไปเสียบตรงอื่นๆ ขยับๆ ไป ก็แก้ไขปัญหาได้ อย่างต่อโจทย์

โดยจากการคำนวณ สปริงเกอร์ 1 หัว จ่ายน้ำได้ 7-10 ลิตรต่อนาที แสดงว่า ระบบน้ำบาดาลที่จ่ายน้ำ 4,000 ลิตรต่อชัวโมงเป็นอย่างน้อย ย่อมสามารถจ่ายได้ 6 หัว เป็นอย่างน้อย

ซึ่งถ้าจะจ่ายได้ครบทั้งพื้นที่ ก็อาจจะแบ่งออกเป็น 3 โซน
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #296 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 09:23:09 AM »

ความคืบหน้าอื่นๆ ของสวน

ก็คือ ...เกี่ยวข้าวแล้วครับ 555

ผมได้ แกลบ ได้ฟาง ได้ข้าว 30% ที่เหลือคนงานได้ไป แบ่งๆ กันไป


ส่วนนี้ สวนพริก กับมะละกอ ของคนงานในสวน


ใบพริกค่อนข้างแสดงปัญหาขาดแร่ธาตุรอง อย่างชัดเจน... (เป็นมันทุกพื้นที่ 555)
บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
สิทธิเดช - ไร่น้ำทิพย์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1428


-ขออภัยหากช่วงนี้ตอบช้าหรือติดต่อยาก งานประจำยุ่งมากครับ-


« ตอบ #297 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 04:13:13 PM »

ลืมดูไปว่าเป็นกระทู้คุณบรีส เสียมารยาทตอบน้องปุ๋ยไป

ยังไงขออภัยนะครับคุณบรีส  ขยิบตา ขยิบตา


ผมก็เป็นบ่อยๆ ครับ 555

อย่าคิดมากครับ ไม่ถือสา ดีเสียอีก ผมเองก็ลืมนึกไปเรื่อง ลิมิต

สังคมความรู้ต้องช่วยกันสอน ช่วยกันเตือนครับ
สังคมตัวใครตัวมัน เก็บความรู้ไว้คนเดียว สุดท้ายก็ไม่เป็นสังคม...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2014, 05:38:37 PM โดย คุณบรีส ชุมแพ » บันทึกการเข้า

ไร่น้ำทิพย์แก่นตะวันออร์แกนิคปากช่อง : ทำมาหากินบนแผ่นดินพ่อ อย่างพอเพียง
Artit Kranjana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 199


« ตอบ #298 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:26:11 PM »

เมื่อวานกับเมื่อวานซืน ใช้แอ๊ปซ่ากับนิวทรี(จำชื่อไม่ค่อยได้)ของแอมเวย์ กับน้ำหมักมูลไส้เดือน และนาโนซิงอ๊อกไซด์ รดปรับสภาพดินก่อนปลูกวันนี้ผมปลูกลงบ่อไป 64 ต้นแล้วครับ อีก 36 ต้นต้องรอวงบ่ออีก ยังได้ไม่ครบเลย ส่วนเรื่องระบบน้ำยังไม่ได้ทำเลยครับ ช่วงนี้เลยต้องใช้บัวรดน้ำเดินรดน้ำทีละต้นไปก่อน  วันนี้ก็พ่นยาอะบาแม๊กติน ไปเห็นแมลงวันทองมาเกาะ เลยพ่นซะ เห็นแมลงไม่ได้ครับหลอน ยิงฟันยิ้ม ก่อนพ่นอะบาแม๊กติน ผมพ่นนาโนกับน้ำหมักมูลไส้เดือนนำร่องไปก่อนครับ ลองซื้อน้ำหมักมูลไส้เดือนมาใช้ดู  

ต้นพันธุ์เที่ยวนี้ได้มามีอยู่ 3 ต้น เป็นแคงเกอร์ ซึ่งผมเห็นตั้งแต่วันแรกที่เอามาลงแล้วแต่ผมจะลองทดสอบตัวนาโนอีกครั้งนึงว่าใช้ได้ผลไหม สรุปคือมันได้ผลครับ มันไม่ลาม ไปใบอ่อน ส่วนใบที่เป็นแคงเกอร์ผมเด็ดออกหมด ไม่ได้ตั้งใจมาช่วยโฆษณาให้เขานะครับ แต่ใช้แล้วได้ผลเลยบอกต่อเพราะมันดีตรงที่ไม่มีสารพิษตกค้างแบบสารคอปเปอร์ ที่สำคัญถูกกว่าสารคอปเปอร์ตั้ง 600 กว่าบาท เพราะราคานาโนขนาด 1 กิโลกรัมรวมส่ง EMS แค่ 492 บาท ส่วนคอปเปอร์ 1 ลิตร ราคา 1250 บาท

ต้นทดลองที่บ้านผม เป็นแคงเกอร์ทั้งต้น รักษาด้วยการตัดแต่งกิ่งเท่านั้นครับ ไม่เคยให้คอปเปอร์ใดๆ ทุกวันนี้ ไม่เป็นอีก เพราะการควบคุมการระบาด การพยายามไม่ให้แมลงกัดต้นจนเป็นแผล อันเป็นจุดเริ่มของโรค และการบำรุงให้ต้นแข็งแรง

โรคก็มาหายากขึ้น...และจะค่อยๆ หายไป

ต้นทุนเท่าไร....คงไม่ถึง 492 บาท

กับมะนาวนี่ ไม่เคยลองนะครับว่าเป็นโรคแคงเกอร์ มานั่งตัดแต่งกิ่งแล้วมันจะหาย แต่ถ้าเป็นมะกรูด เคยให้คนงานตัดแต่งกิ่ง ผมก็ไม่เห็นโรคมันจะหาย และอีกอย่างถ้ามัวมานั่งตัดแต่งกิ่ง กรณีถ้าปลูกหลายต้น หลัก 100 ต้นขึ้นไป ค่าแรงคนงานเท่าไหร่ วันนึงคงตัดแต่งกิ่งไม่หมดแน่ ส่วนเรื่องราคานาโน 492 บาท ถามว่าทุนคงไม่ถึง ผมขอบอกว่าผมเป็นผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ผลิต ผมไม่รู้ว่าทุนเขาเท่าไหร่ และในเชิงธุรกิจผมคงไม่เสี่ยงมานั่งตัดแต่งกิ่งแน่นอน เพราะถ้าช่วงออกลูกแล้วมันลามไปที่ลูก จากที่ควรจะขายได้ราคา อาจเหลือแค่ลูกละ 50 สตางค์หรือขายไม่ได้เลย
บันทึกการเข้า
คุณบรีส ชุมแพ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 900



« ตอบ #299 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:39:50 PM »

ถูกต้องครับ ว่าเราไม่ควรเสี่ยงในยามที่จะออกลูก

แต่กระบวนการจัดการกับแคงเกอร์ มีลำดับขั้นตอนดังนี้ครับ

1. ตัดกิ่งที่เป็นโรค นำไปเผาไฟทิ้งให้หมด
2. ฉีดพ่นสารคอปเปอร์
3. ป้องกันระยะยาวด้วย ไตรโครเตอมา
4. บำรุงต้นให้แข็งแรง อย่าให้มีแมลงมาทำร้ายให้เกิดแผล

แคงเกอร์ ไม่กำจัดด้วยการตัดส่วนที่เป็นทิ้ง เผาไฟ จะไม่มีวันหมดไปจากต้นครับ

แล้วการดูแลมะนาว ยังไงก็ต้องตัดแต่งกิ่งครับ ค่าแรงเท่าไร

ผมทำคนเดียว ได้วันละ 5 แถวๆ ละ 40 ต้น ก็ 200 ต้นครับ

ถ้าจ้างคนงาน ผมเอาแค่วันละ 4 แถวพอครับ 160 ต้น 300 บาท คิดง่ายๆ ต้นละ 2 บาท

แพงหรือครับ ขายมะนาวลูกหนึ่งก็ได้แล้ว

ความเร็วในการตัดของผมนี้ตัดแบบใส่ใจนะครับ ไม่ใช่ ชับๆ

หรือถ้าอยากเร็วมาก เคยเห็นของคุณชาย ท่ายางไหมครับ

เอากรรไกรตัดหญ้าเลยครับ ชับๆ อันนั้นไวของแท้
-------------------------------------------

นอกจากนี้มะนาว ต้องใส่ใจอย่างมาก ดังนั้น ถ้าเจอใบที่คาดว่าจะเป็นแคงเกอร์ ก็ต้องรีบตัดทิ้งทันที

ทำไปเรื่อยๆ ดูแลต้นให้ดี...มีทางหายขาดนะครับ

ยกเว้น เป็นแผลที่โคนต้น จนเกิดแคงเกอร์รอบโคนต้น อันนี้ ปลูกใหม่ แก้ไขง่ายกว่าครับ

-------------------------------------------

ส่วนยานาโนของท่าน คำว่าต้นทุนของผม ก็คือ ราคาซื้อของเรานี่ละ ...อย่าได้เข้าใจผิด 555

อ๋อ แล้วผมทำสวนเกษตรโชคดีชุมแพ ผมทำเป็นธุรกิจนะครับ ธุรกิจเกษตรแบบพอเพียง...

เป้าหมายรายได้ผม ก็คงเห็นแล้วจากหน้าแรกๆ

ผมเองต่างหากที่กลับแปลกใจว่า ท่านไม่คิดตัดกิ่งเลยหรือ กิ่งไม่ดีจะเก็บไว้หรือ

ต้นไม้ค่อยๆ โต
ก็เหมือนเด็ก ต้องค่อยๆ สอน

ปล่อยให้มันโตจนยากจะตัดกิ่งแล้ว ก็เหมือนเด็กที่โตโดยไม่ได้สั่งสอน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:48:48 PM โดย คุณบรีส ชุมแพ » บันทึกการเข้า

สวนเกษตรโชคดีชุมแพ - บริหารการเกษตรภายใต้แนวคิด สั่งได้ ลดได้ ยั่งยืน เน้นการทำมะนาว ไผ่ ไก่ไข่อินทรีย์
Artit Kranjana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 199


« ตอบ #300 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:50:19 PM »

ค่าแรงถูกจังครับ บ้านผมขั้นต่ำ 250-300 บาท และ ป้องกันระยะยาวด้วย ไตรโครเตอมา ป้องกันได้นานแค่ไหนครับ
บันทึกการเข้า
Artit Kranjana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 199


« ตอบ #301 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:59:07 PM »

ผมอ่าน เชื้อราไตรโคเดอร์มา แล้วสรรพคุณก็เหมือนตัวนาโน ที่ผมใช้ ใช่ตัวเดียวกันไหมครับกับในเวบข้างล่าง

https://th-th.facebook.com/pages/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A/650175675012354
บันทึกการเข้า
Artit Kranjana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 199


« ตอบ #302 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 09:03:58 PM »

กิ่งตอนของผมสูงแค่ 40 เซนติเมตร คุณจะให้ผมตัดกิ่ง มันก็เหลือแต่ตอสิครับ ส่วนคุณจะไม่ใช้นาโน มันก็เป็นสิทธิ์นี่ครับผมไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกมันดีกว่าสารคอปเปอร์ และถูกกว่าเท่านั้นเอง คุณไม่ซื้อผมก็ไม่ได้เดือดร้อนเพราะผมไม่ได้ขาย แล้วนี่ผมก็จะไปซื้อกิ่งใหม่มาแทน ไอกิ่งที่เป็นอยู่ผมจะทำลายทิ้ง แค่เอาเป็นตัวทดลองนาโน

ขอเพิ่มเติมนะครับ ด่างทับทิม 50 กรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร ก็ป้องกันแคงเกอร์ได้เหมือนกันนะครับ เพราะมันเป็นโรคที่ผมกลัวมาก เลยหาข้อมูลเป็นพิเศษ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2014, 09:22:54 PM โดย Artit Kranjana » บันทึกการเข้า
Artit Kranjana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 199


« ตอบ #303 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 09:37:08 PM »

เมื่อกี้เข้าไปในเวบ http://pantip.com/topic/32688289 เขาเอายา Streptomycin ที่ใช้กับคน มาผสมน้ำแล้วไปพ่นมะนาวปรากฏว่าแคงเกอร์ตายครับ ลองเข้าไปอ่านดู เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมลองแน่ๆครับ คุณบรีส ถ้าได้ผลยังไงจะมาบอกให้ทราบ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 [19] 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: