หน้า: 1 ... 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 [57] 58 59 60   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมนิยมกินข้าวกล้อง ..การผลิตข้าวกล้อง,เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก  (อ่าน 311170 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
rice_farm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 38


« ตอบ #896 เมื่อ: มกราคม 13, 2017, 04:55:10 PM »

รบกวนสอบถามคุณ titcan สักนิดเรื่องเครื่องสีข้าวกล้องของ นาทวี NW250 ซึ่งระบบการกระเทาะคล้ายของคุณ anake0k2011

คือมี  3 ลูกยาง ห้องสีออกแบบมาแทบจะเหมือนกันเลยครับ คือเท่าที่ดูการปรับแต่งแล้วน่าสนใจดีครับ  ขอถามสักหน่อยครับว่า

 "การปรับแต่งเรื่องเพิ่มช่องลมดูด A -B เพื่อลดจำนวนแกลบปนกับข้าวที่สี และจุด D ที่การเพิ่มจุดดักข้าวหักไม่ให้ปนไปกับแกลบนั้น

  เหมาะกับนำมาดัดแปลงเครื่องรุ่นที่ผมใช้ไหมครับ ? " เศร้า  

 ขอบคุณล่วงหน้านะครับผม  ยิ้มเท่ห์

 แหะๆ เกือบลืมขอบคุณ คุณanake0k2011  มากเลยครับสำหรับความรู้+ภาพประกอบ ทีนี้ผมก็ได้แนว นำไปประดิษฐ์แยกกรวดแบบบ้านๆละครับ  อายจัง

 แต่ผมพยายามหา ร้านขายแผ่นเหล็กเจาะรูรูปวงรีที่ขายแผ่นไม่ใหญ่ยากมากเลยครับ..เออ..ถ้าหาไม่ได้คงใช้ตาข่ายพลาสติกแข็งจริงๆละครับ555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2017, 05:03:15 PM โดย rice_farm » บันทึกการเข้า

titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #897 เมื่อ: มกราคม 13, 2017, 09:04:12 PM »

รบกวนสอบถามคุณ titcan สักนิดเรื่องเครื่องสีข้าวกล้องของ นาทวี NW250 ซึ่งระบบการกระเทาะคล้ายของคุณ anake0k2011

คือมี  3 ลูกยาง ห้องสีออกแบบมาแทบจะเหมือนกันเลยครับ คือเท่าที่ดูการปรับแต่งแล้วน่าสนใจดีครับ  ขอถามสักหน่อยครับว่า

 "การปรับแต่งเรื่องเพิ่มช่องลมดูด A -B เพื่อลดจำนวนแกลบปนกับข้าวที่สี และจุด D ที่การเพิ่มจุดดักข้าวหักไม่ให้ปนไปกับแกลบนั้น

  เหมาะกับนำมาดัดแปลงเครื่องรุ่นที่ผมใช้ไหมครับ ? " เศร้า  

 ขอบคุณล่วงหน้านะครับผม  ยิ้มเท่ห์

 แหะๆ เกือบลืมขอบคุณ คุณanake0k2011  มากเลยครับสำหรับความรู้+ภาพประกอบ ทีนี้ผมก็ได้แนว นำไปประดิษฐ์แยกกรวดแบบบ้านๆละครับ  อายจัง

 แต่ผมพยายามหา ร้านขายแผ่นเหล็กเจาะรูรูปวงรีที่ขายแผ่นไม่ใหญ่ยากมากเลยครับ..เออ..ถ้าหาไม่ได้คงใช้ตาข่ายพลาสติกแข็งจริงๆละครับ555

เครื่องสีข้าวกล้องระบบลูกยาง ที่ไม่มีกลไกคัดแยกข้าวกล้อง ยังไงก็ต้องสีมากกว่า 1 รอบ ในรอบต่อๆไป แกลบที่ยังค้างปนอยู่ย่อมจะหมดไปเองได้ครับ
จึงคิดว่าไม่น่าต้องแก้ไขดัดแปลง (โดยเฉพาะเครื่องที่ยังใหม่ ใบพัดดูดแกลบก็ยังไม่สึกหรอ)  แต่ถ้ามีเวลา มีความเข้าใจ และมีความถนัดทางช่าง
ก็น่าลองทำดูนะครับ
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
tawich
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45


« ตอบ #898 เมื่อ: มกราคม 17, 2017, 04:44:38 PM »

มีใครใช้เครื่องสีข้าวรุ่นm1ไปรับจ้างสีบ้างมั๊ยครับ อยากทราบว่าคุ้มกับการบงทุนหรือเปล่า ถ้าซื้อเครื่องm1การรับจ้าง  เทียบกับโรงสี2หินขัด
บันทึกการเข้า
rice_farm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 38


« ตอบ #899 เมื่อ: มกราคม 19, 2017, 10:19:44 PM »

 ยิงฟันยิ้ม  ตามที่ คุณanake0k2011  ได้กรุณาโพสรูปเป็นแนวทางให้ผม ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

   แล้วจากข้อมูลที่ได้ก็ได้จัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมเล็กน้อย คือ แผ่นเหล็กรูวงรีเพื่อมาคัดกรวดเพิ่มครับ

  สุดท้ายก็ได้เครื่องคัดแยกกรวดแบบบ้านๆ งบประมาณ ไม่น่าเกิน 300-400 บาทครับ..

  วิธีใช้งานก็ได้ไอเดียจาก"เครื่องคั่วข้าวโพดคั่วแบบเมื่อก่อน" อะครับ.. ยิงฟันยิ้ม

  https://web.facebook.com/photo.php?fbid=1910379319192973&set=a.1381170768780500.1073741833.100006627690951&type=3
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #900 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2017, 06:18:45 AM »

กำลังบูรณะปรับใส่ภาพเดิมที่หายๆไป ทำได้สิบกว่าหน้าแล้วครับ
(ฝากภาพฟรีไว้ที่อื่นๆ นานไปเขาก็ขอยึดพื้นที่คืน เหมือนยื่นจมูกมาให้ยืมหายใจ ใครทราบบ้างว่าแหล่งไหนใจดีฝากภาพได้นานนาน...)


Liked By: kon_khubua
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
anake0k2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


« ตอบ #901 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2017, 11:27:10 PM »

ผมกำลังทำ กะพ้อลำเลียง ค่อย ๆ ทำในวันหยุดเท่าที่มี (ในช่วง เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา)


...เสากะพ้อ
+ ขนาดเสา 4"
+ ความสูงรวม 3.0 เมตร ( ต้องการให้ สูงเพื่อให้ ช่อง/ท่อไหล ของข้าวสาร ลงตำแหน่งที่ต้องการพอดี)
+ มอเตอร์ 0.5 แรง
+ มู่เล่ย์ 2" + 14" ( มู่เล่ย์ฉุด อาจจะต้องเปลี่ยนเป็น 18" หรือ 20 " เพื่อให้ได้รอบ ประมาณ 150 rpm ใกล้เคียงของ อ.titcan )
+ รอบ มู่เล่ย์ ฉุด ...ตอนนี้ อยู่ที่ 211 rpm ( ซึ่งยังเร็วกว่าของ อ.titcan อยู่เยอะ )


...หัวกะพ้อ
+เป็นฝาปิดใส
+เป็นครั้งแรกที่ทำ ดังนั้น ...เลือกทำให้ สามารถตรวจสอบ/เรียนรู้การทำงาน ไปในตัว


...สายพาน/ลูกกะพ้อ 3
+ สาพพาน ยาว 6 เมตร ( เมตรล่ะ 100 B. )
+ ลูกกะพ้อ 3" 24 ลูก (ลูกล่ะ 13 B.)


...ฐานกะพ้อ (ทำยากสุด)
+ ศึกษา/ดูตัวอย่างของจริง จากของ อ.titcan
+ ศึกษ/ดูตัวอย่างของจริง จากของ คุณ ma2013
+ ดูแบบอื่น ใน internet
+ ลองผิด/ลองถูก จนได้ในรูปแบบที่เห็น ( ต้อง...ปรับความตึงสายพาน/ มีช่องทำความสะอาด)


...Hopper ใส่ข้าวเปลือก
+ สั่งตัด/พับ มาตามขนาด ( (เหล็ก)1,200+(ค่าแรง) 1,300 ...ซึ่งราคาแรง)
+ นำมาเชื่อมประกอบ + เสริมเหล็กที่มุม เพื่อให้แข็งแรง รองรับน้ำหนักข้าวเปลือก 35-40 กก.
+ ความจุ ประมาณ 1 กระสอบปุ๋ย
+ ความเอียง มุมต่าง ๆ มากว่า 38 องศา (เพื่อให้เมล็ดข้าวเปลือก ไหลได้เอง )

...ที่เหลือ คือ รอเวลาวันหยุด ที่จะถึงนี้...จะได้ประกอบรวมร่าง เป็นระบบเครื่องสีข้าว ที่ทำงานได้สะดวกขึ้น
เพราะตอนนี้ ต้องทำ...
1. ออกแรง...ยกข้าวเปลือก ใส่ Hopper เครื่องสีกระเทาะเปลือก
2. ออกแรง...ยกข้าวสารที่กระเทาะเปลือก แล้วเข้าเครื่องโยกแยกข้าวเปลือก
3. ออกแรง...ยกข้าวเปลือก ที่แยกได้ กลับไปสี ที่เครื่องสีกระเทาะเปลือก อีกรอบ
4. ออกแรง...ยกข้าวสารที่แยก ข้าวเปลือกปนแล้ว  ไปเข้าเครื่องขัดขาว
5. ออกแรง...ยกข้าวสารที่ขัดขาวแล้ว หรือ ข้าวกล้อง ...ไปเข้าเครื่องคัดขนาด
6. ออกแรง...ยกถุง ข้าวสาร/ข้าวกล้อง... ชั่งน้ำหนัก/ส่งลูกค้า

...กว่าจะได้ 1 กระสอบ( 30 กก. ข้าวเปลือก) ...ต้องวิ่งหมุนไปมา และ ช้ามากในการดำเนินการ
เต็มที่ วันหนึ่งสีได้ 200-220 กก. ต่อวัน...หรือ 1 กระสอบใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที

ความคาดวหวัง เมื่อรวมร่างเสร็จ
1. ออกแรง...ยกข้าวเปลือก ใส่ Hopper ที่เครื่องสีกระเทาะเปลือก

* ตรงจุดนี้ "รอระบบเครื่องสีข้าวทำงาน"...โดย ราง/ท่อ เชื่อมต่อส่วนต่าง ๆ เต็มระบบ

2. ออกแรง...ยกถุง ข้าวสาร/ข้าวกล้อง... ชั่งน้ำหนัก/ส่งลูกค้า

...เป้าหมาย ระบบที่รวมร่างเสร็จ ควรจะใช้เวลาสีข้าว ไม่เกิน 25-30 นาที/กระสอบ  

เท่านี้ก่อน...รวมร่างเสร็จ ค่อยมาแบ่งปันข้อมูล ต่อไป

* อนาคต ผมกำลังมอง(เก็บข้อมูล/เก็บตังค์)  เครื่องสีข้าวกล้องมือสองญี่ปุ่น GPS350/450/550
(สักตัวที่เหมาะสม) แบบที่ อ.titcan มีสาธิตให้ดู ทำเวลาได้ 7 นาที/กระสอบ...ผมชอบมาก จะนำมาสีข้าวกล้อง
อย่างเดียวเลย คนที่นำข้าวมาสีเป็นข้าวกล้อง จะได้ รอรับข้าวสาร กลับไปได้เลย ใครอยู่ไกล ไม่ต้องไป-กลับ 2 เที่ยว ให้เสียเวลา/ค่าเดินทาง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 07, 2017, 05:37:19 AM โดย anake0k2011 » บันทึกการเข้า
anake0k2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


« ตอบ #902 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2017, 05:01:05 PM »

...Update การรวมร่าง

หลังจากที่ได้ ดำเนินการ  เก็บรายละเอียด ในส่วนต่าง ๆ
ค่อย ๆ ทำไป (ตามเวลาที่มี)



+ รวมร่าง ระบบ ได้ 80%  มีอุปกรณ์ หลัก ๆ ครบ  ...เทข้าวเปลือก ใส่ hopper ...แล้ว ดู/รอ ข้าวสาร
  ที่ท่อออกได้เลย ( ข้าวขาว/ข้าวกล้อง )
    - กะพ้อลำเลียง+Hopper
    - สีกะเทาะเปลือก  (นาทวี NW2000-TURBO )
    - พัดลมเป่าแกลบ
    - แยกข้าวเปลือก ( นาทวี )
    - ขัดข้าวขาว ( นาทวี NW2000- TURBO )
    - ระบบ ท่อ/ราง ลำเลียง/ส่งต่อ ข้าวเปลือก/ข้าวสาร

  -> ตอนนี้ สะดวกมากขึ้นแล้ว และ อยู่กับระบบได้อย่างไม่เหนื่อยแล้ว เหลือเพียงการ ดูแล/ซ่อมบำรุง
     ...ยังต้อง พัฒนา/ปรับปรุง ให้เข้ากับการใช้งานในท้องถิ่นให้มากขึ้น



+ Hopper ใส่ข้าวเปลือก...รองรับข้าวเปลือกได้  60 กก. ( เกินคาด ที่กะไว้ คือ 40 กก หรือ 1 กระสอบปุ๋ย )
  และ ระบบ ท่อ จะใช้ท่อ PVC 2" ในการเชื่อมต่อ การไหลของข้าวเปลือก จาก เครื่องแยกกาก
  และ ส่วนที่ล้นจาก Hopper เครื่องสีกะเทาะเปลือก

+ กะพ้อลำเลียง...สูง 3 เมตร, มอเตอร์ 0.5 แรงม้า, กินไฟ 1.5 แอมป์, ลูกกะพ้อ 3" * 24 ตัว, มู่เล่ย์ 18"
  ความเร็ว 168 รอบ/นาที

+ ปั้มลม 25 ลิตร ( Oil Free ) ...เอาไว้สร้างลม เป่าทำความสะอาด ระบบ และ ล้างระบบ
   ทำงานเงียบ (ได้มาในราคา 3,000 B. ) และ ปลอดภัยกว่า Blower
    -> มีข้อติ คือ ผมเลือกมามันความจุ เล็กไปนิด...พอทำงานได้ แต่ควรจะเก็บลมได้มากกว่านี้ อาจจะต้องขยับไปที่
       50 ลิตร




+ พัดลมเป่าแกลบ ...ใช้พัดลม Blower 2"  เลือก ติดตั้งในตำแหน่งนี้ เพื่อ เป่าแกลบ ที่หลุดออกมาจาก ส่วนสีกะเทาะ
 มากับราง ข้าวกล้อง ให้เข้าสู่ท่อเก็บเศษแกลบ ขนาด 4"
     -> ยังมีปัญหา...ยังไม่สามารถ เป่าเศษแกลบ ออกไปได้หมด ...เพียงช่วยได้ บางส่วน และ ยังต้องมีการ ปรับปรุงต่อไป



+ ส่วนสีกะเทาะข้าวเปลือก...ตัดออกมาจาก เครื่องสีข้าวนาทวี NW2000-TURBO  เปลี่ยนมอเตอร์เป็น 1.5 แรงม้า
  กินไฟ 8 แอมป์,
     -> พบว่า กำลังการสีกะเทาะเปลือก ทำได้ที่ 76 กก./ชั่วโมง ( เฉลี่ยจากการสีข้าว 300 กก./ข้าวเปลือก ใน 4 ชั่วโมง )

+ กะจกมองข้าวเปลือก...ใช้ส่องดู ปริมาณข้าวเปลือกใน Hopper ว่ามีมากน้อยเท่าใด หรือ หมดแล้ว  (ไม่ต้องปีนขึ้นไปดู)
  ...ใช้ของรรถบรรทุก  ได้มาในราคา 120 บาท.   



+ การเพิ่มความยาว ท่อแกลบ 3"*3"  ให้ยาวขึ้นเป็น 1.5 เมตร ...แบบดัดท่อ โคัง หลบเสา
  และ  ไซไคลน ที่ต่อท่อ ให้ยาวขึ้น เพื่อให้ แกลบ ไหลลง กระสอบ ได้ดีขึ้น
    -> ยังมีปัญหา ...ฝุ่น ฟุ้งกระจาย (แต่ไม่เยอะมาก )  ตอนที่แกลบ ใกล้เต็มถุง ต้องไปหาวิธี
        แก้ไข ที่สะดวกต่อไป  ( เพิ่มขนาด ไซโคนล ให้ใหญ่ขึ้น / ทำผ้าปิดกันฝุ่น )




+ ส่วนขัดข้าวขาว......ตัดออกมาจาก เครื่องสีข้าวนาทวี NW2000-TURBO , มอเตอร์ 3 แรง, ใช้กระแสไฟ 10-18 แอมป์
   -> พบว่า ...ทำงานได้ตามที่ต้องการ ...แต่ติดที่ ใช้กระแสไฟสูงไป




+ ระบบควบคุมไฟฟ้า...รื้อของเดิมออกมา และ นำมารวมกัน เป็นแผงเดียวกัน  พร้อม มิเตอร์วัด แรงดัน/กระแส/กำลัง/ชั่วโมง
   ในขณะที่มีการใช้งาน 
    -> พบว่า
      - กะพ้อลำเลียง  ( Mitsufuji, Capacitor Motor, 0.5 hp, 1.5 แอมป์ )
      - สีกะเทาะเปลือก (Mitsufuji, Capacitor Motor,1.5 hp, 8 แอมป์ )
      - พัดลมเป่าแกลบ ( Finext, 0.5 hp, 0.5 แอมป์ )
      - แยกข้าวเปลือก ( Mitsubishi, Split phase Motor, 0.5 hp, 4.5 แอมป์ )
      - ขัดข้าวขาว ( Mitsubishi, Capacitor Motor, 3 hp, 18 แอมป์ )
      - ปั้มลม Oil less  ( act 25 ลิตร,  1 hp, 2.6 แอมป์ )

   ...เมื่อเปิดทุกอย่างให้ทำงาน และ มี Load เต็มที่...จะกินกระแสไฟฟ้าสูงไปแตะ 32 แอมป์   
   * มีจุดที่น่าจะลดการใช้กระแสไฟฟ้าได้อีก...น่าจะเป็นมอเตอร์ ของส่วน แยกข้าวเปลือก
      อาจจะต้องเปลี่ยนมาเป็น  Capacitor Motor, 0.5 hp

------------------
ขยับไปอีกก้าว...แต่ยังต้องปรับปรุง รายละเอียด ให้ ดีขึ้นไปอีก โดยเฉพาะ การแยกข้าวเปลือก เพราะ ตอนนี้
ถ้าสีข้าวกล้อง ต้องมีการแยกข้าวเปลือก 2 รอบ จึงจะได้ ผลในระดับที่น่าพอใจ...ซึ่ง พอจะสรุปได้ว่า
การแยกข้าวเปลือกเป็นหัวใจของ ระบบโรงสี

...ด้วยเวลาที่ผ่านมา 10 เดือนที่ผ่านมา สีข้าวไปแล้ว เกือบ 3 ตัน (มาแบบเรื่อย ๆ )ใช้ลูกยางไปแล้ว 3 ชุด ( 9 ลูก )
ทุกอย่างที่ "รับเข้า" และ "ส่งออก" ใช้ประโยชน์ได้หมด ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม

<รับเข้า>
-ข้าวเปลือก

<ส่งออก...ทางตรง>
- ข้าวขาว #1, #2, #3
- ข้าวกล้อง #1, #2, #3

...ชุมชน เริ่มมีการเก็บข้าวเปลือกไว้สีกินเอง...จากแต่ก่อนส่วนใหญ่จะขายให้โรงสีเกือบทั้งหมด และนำเงินไปซื้อข้าวสาร
  มากิน (อันนี้ ที่บ้าน ก่อนมีเครื่องสีข้าว ก็ทำในลักษณะนี้ )

    โดยเลือกได้ ว่าจะหักเป็นข้าวเปลือก หรือ คิดเป็นเงิน...ส่วนใหญ่ ลูกค้าหรือ คนที่นำข้าวมาสี จะหักเป็นข้าวเปลือก
 แต่ถ้าเป็น  ข้าวไรซ์เบอรี่ หรือ ข้าวที่มูลค่าสูง...ลูกค้าจะให้คิดเป็นเงิน

<ส่งออก...ทางอ้อม...มูลค่าเพิ่ม>
- รำละเอียด (ชุมชนในพื้นที่...ใช้เลี้ยงหมู/เลี้ยงจิ้งหรีด/ทำปลาล้า )
- รำหยาบ  ( ชุมชนในพื้นที่...ใช้เลี้ยงหมู/ไก่ไข่ )
- แกลบดิบ ( ชุมชนในพื้นที่...ใช้รองพื้นเล้าไก่/เผาถ่าน/ปรับปรุงดิน )
- ถ่านแกลบ "กุนตัง" ( ทำได้ 8 กก./วัน...จากแกลบดิบ 17 กก./เตา 200 ลิตร...ใช้ปรับปรุงดิน )
- น้ำส้มควันแกลบ ( ได้ 0.7 ลิตร/เตา...รออีก 3 เดือน จึงนำไปใช้ ในการป้องกัน สวนผัก/ผลไม้ )
 
...กลายเป็นว่า ช่วยให้ชุมชน มีความเป็นอยู่ดีขึ้นในปีนี้  ....ทั้งการ เลี้ยงสัตว์ ไก่/หมู/จิ้งหรีด/ทำสวน และ กิจกรรม
 อื่น ๆ ที่ช่วยให้ มีความมั่นคงทางอาหารในชุมชน และ มีรายได้เสริม

   ขอบคุณ อ.titcan และ คุณ ma2013 รวมถึง พี่ ๆ ท่านอื่น ๆ ที่แบ่งปันข้อมูล ต่าง ๆ
จนทำให้ ผม+แฟน มาถึงจุดนี้ได้ ในระยะเวลาที่สั้น และเร็ว ตรงเป้าหมาย

...รอบนี้เท่านี้ก่อนครับ
   


Liked By: wichach, titcan, kon_khubua
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #903 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2017, 06:47:47 AM »

...ชื่นชมครับ
คุณเอนก0k2011 เป็นคนหนึ่งที่ไม่ธรรมดาสามารถมาก ฝากผลงานไว้ให้ได้ศึกษา หลายหลากวิธีคิดทำนำพา กิจการสีข้าวต้องรุ่งเรืองพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไป


Liked By: kon_khubua
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #904 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2017, 06:52:54 AM »

“ข้าวกล้อง” ในหลวงร.9 ทรงเสวย กินดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย
(จาก ผู้จัดการ Online)

http://manager.co.th/Food/ViewNews.aspx?NewsID=9590000107574


Liked By: kon_khubua
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
kon_khubua
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 419


« ตอบ #905 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2017, 12:26:22 PM »

...Update การรวมร่าง

หลังจากที่ได้ ดำเนินการ  เก็บรายละเอียด ในส่วนต่าง ๆ
ค่อย ๆ ทำไป (ตามเวลาที่มี)



+ รวมร่าง ระบบ ได้ 80%  มีอุปกรณ์ หลัก ๆ ครบ  ...เทข้าวเปลือก ใส่ hopper ...แล้ว ดู/รอ ข้าวสาร
  ที่ท่อออกได้เลย ( ข้าวขาว/ข้าวกล้อง )
    - กะพ้อลำเลียง+Hopper
    - สีกะเทาะเปลือก  (นาทวี NW2000-TURBO )
    - พัดลมเป่าแกลบ
    - แยกข้าวเปลือก ( นาทวี )
    - ขัดข้าวขาว ( นาทวี NW2000- TURBO )
    - ระบบ ท่อ/ราง ลำเลียง/ส่งต่อ ข้าวเปลือก/ข้าวสาร

  -> ตอนนี้ สะดวกมากขึ้นแล้ว และ อยู่กับระบบได้อย่างไม่เหนื่อยแล้ว เหลือเพียงการ ดูแล/ซ่อมบำรุง
     ...ยังต้อง พัฒนา/ปรับปรุง ให้เข้ากับการใช้งานในท้องถิ่นให้มากขึ้น



+ Hopper ใส่ข้าวเปลือก...รองรับข้าวเปลือกได้  60 กก. ( เกินคาด ที่กะไว้ คือ 40 กก หรือ 1 กระสอบปุ๋ย )
  และ ระบบ ท่อ จะใช้ท่อ PVC 2" ในการเชื่อมต่อ การไหลของข้าวเปลือก จาก เครื่องแยกกาก
  และ ส่วนที่ล้นจาก Hopper เครื่องสีกะเทาะเปลือก

+ กะพ้อลำเลียง...สูง 3 เมตร, มอเตอร์ 0.5 แรงม้า, กินไฟ 1.5 แอมป์, ลูกกะพ้อ 3" * 24 ตัว, มู่เล่ย์ 18"
  ความเร็ว 168 รอบ/นาที

+ ปั้มลม 25 ลิตร ( Oil Free ) ...เอาไว้สร้างลม เป่าทำความสะอาด ระบบ และ ล้างระบบ
   ทำงานเงียบ (ได้มาในราคา 3,000 B. ) และ ปลอดภัยกว่า Blower
    -> มีข้อติ คือ ผมเลือกมามันความจุ เล็กไปนิด...พอทำงานได้ แต่ควรจะเก็บลมได้มากกว่านี้ อาจจะต้องขยับไปที่
       50 ลิตร




+ พัดลมเป่าแกลบ ...ใช้พัดลม Blower 2"  เลือก ติดตั้งในตำแหน่งนี้ เพื่อ เป่าแกลบ ที่หลุดออกมาจาก ส่วนสีกะเทาะ
 มากับราง ข้าวกล้อง ให้เข้าสู่ท่อเก็บเศษแกลบ ขนาด 4"
     -> ยังมีปัญหา...ยังไม่สามารถ เป่าเศษแกลบ ออกไปได้หมด ...เพียงช่วยได้ บางส่วน และ ยังต้องมีการ ปรับปรุงต่อไป



+ ส่วนสีกะเทาะข้าวเปลือก...ตัดออกมาจาก เครื่องสีข้าวนาทวี NW2000-TURBO  เปลี่ยนมอเตอร์เป็น 1.5 แรงม้า
  กินไฟ 8 แอมป์,
     -> พบว่า กำลังการสีกะเทาะเปลือก ทำได้ที่ 76 กก./ชั่วโมง ( เฉลี่ยจากการสีข้าว 300 กก./ข้าวเปลือก ใน 4 ชั่วโมง )

+ กะจกมองข้าวเปลือก...ใช้ส่องดู ปริมาณข้าวเปลือกใน Hopper ว่ามีมากน้อยเท่าใด หรือ หมดแล้ว  (ไม่ต้องปีนขึ้นไปดู)
  ...ใช้ของรรถบรรทุก  ได้มาในราคา 120 บาท.   



+ การเพิ่มความยาว ท่อแกลบ 3"*3"  ให้ยาวขึ้นเป็น 1.5 เมตร ...แบบดัดท่อ โคัง หลบเสา
  และ  ไซไคลน ที่ต่อท่อ ให้ยาวขึ้น เพื่อให้ แกลบ ไหลลง กระสอบ ได้ดีขึ้น
    -> ยังมีปัญหา ...ฝุ่น ฟุ้งกระจาย (แต่ไม่เยอะมาก )  ตอนที่แกลบ ใกล้เต็มถุง ต้องไปหาวิธี
        แก้ไข ที่สะดวกต่อไป  ( เพิ่มขนาด ไซโคนล ให้ใหญ่ขึ้น / ทำผ้าปิดกันฝุ่น )




+ ส่วนขัดข้าวขาว......ตัดออกมาจาก เครื่องสีข้าวนาทวี NW2000-TURBO , มอเตอร์ 3 แรง, ใช้กระแสไฟ 10-18 แอมป์
   -> พบว่า ...ทำงานได้ตามที่ต้องการ ...แต่ติดที่ ใช้กระแสไฟสูงไป




+ ระบบควบคุมไฟฟ้า...รื้อของเดิมออกมา และ นำมารวมกัน เป็นแผงเดียวกัน  พร้อม มิเตอร์วัด แรงดัน/กระแส/กำลัง/ชั่วโมง
   ในขณะที่มีการใช้งาน 
    -> พบว่า
      - กะพ้อลำเลียง  ( Mitsufuji, Capacitor Motor, 0.5 hp, 1.5 แอมป์ )
      - สีกะเทาะเปลือก (Mitsufuji, Capacitor Motor,1.5 hp, 8 แอมป์ )
      - พัดลมเป่าแกลบ ( Finext, 0.5 hp, 0.5 แอมป์ )
      - แยกข้าวเปลือก ( Mitsubishi, Split phase Motor, 0.5 hp, 4.5 แอมป์ )
      - ขัดข้าวขาว ( Mitsubishi, Capacitor Motor, 3 hp, 18 แอมป์ )
      - ปั้มลม Oil less  ( act 25 ลิตร,  1 hp, 2.6 แอมป์ )

   ...เมื่อเปิดทุกอย่างให้ทำงาน และ มี Load เต็มที่...จะกินกระแสไฟฟ้าสูงไปแตะ 32 แอมป์   
   * มีจุดที่น่าจะลดการใช้กระแสไฟฟ้าได้อีก...น่าจะเป็นมอเตอร์ ของส่วน แยกข้าวเปลือก
      อาจจะต้องเปลี่ยนมาเป็น  Capacitor Motor, 0.5 hp

------------------
ขยับไปอีกก้าว...แต่ยังต้องปรับปรุง รายละเอียด ให้ ดีขึ้นไปอีก โดยเฉพาะ การแยกข้าวเปลือก เพราะ ตอนนี้
ถ้าสีข้าวกล้อง ต้องมีการแยกข้าวเปลือก 2 รอบ จึงจะได้ ผลในระดับที่น่าพอใจ...ซึ่ง พอจะสรุปได้ว่า
การแยกข้าวเปลือกเป็นหัวใจของ ระบบโรงสี

...ด้วยเวลาที่ผ่านมา 10 เดือนที่ผ่านมา สีข้าวไปแล้ว เกือบ 3 ตัน (มาแบบเรื่อย ๆ )ใช้ลูกยางไปแล้ว 3 ชุด ( 9 ลูก )
ทุกอย่างที่ "รับเข้า" และ "ส่งออก" ใช้ประโยชน์ได้หมด ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม

<รับเข้า>
-ข้าวเปลือก

<ส่งออก...ทางตรง>
- ข้าวขาว #1, #2, #3
- ข้าวกล้อง #1, #2, #3

...ชุมชน เริ่มมีการเก็บข้าวเปลือกไว้สีกินเอง...จากแต่ก่อนส่วนใหญ่จะขายให้โรงสีเกือบทั้งหมด และนำเงินไปซื้อข้าวสาร
  มากิน (อันนี้ ที่บ้าน ก่อนมีเครื่องสีข้าว ก็ทำในลักษณะนี้ )

    โดยเลือกได้ ว่าจะหักเป็นข้าวเปลือก หรือ คิดเป็นเงิน...ส่วนใหญ่ ลูกค้าหรือ คนที่นำข้าวมาสี จะหักเป็นข้าวเปลือก
 แต่ถ้าเป็น  ข้าวไรซ์เบอรี่ หรือ ข้าวที่มูลค่าสูง...ลูกค้าจะให้คิดเป็นเงิน

<ส่งออก...ทางอ้อม...มูลค่าเพิ่ม>
- รำละเอียด (ชุมชนในพื้นที่...ใช้เลี้ยงหมู/เลี้ยงจิ้งหรีด/ทำปลาล้า )
- รำหยาบ  ( ชุมชนในพื้นที่...ใช้เลี้ยงหมู/ไก่ไข่ )
- แกลบดิบ ( ชุมชนในพื้นที่...ใช้รองพื้นเล้าไก่/เผาถ่าน/ปรับปรุงดิน )
- ถ่านแกลบ "กุนตัง" ( ทำได้ 8 กก./วัน...จากแกลบดิบ 17 กก./เตา 200 ลิตร...ใช้ปรับปรุงดิน )
- น้ำส้มควันแกลบ ( ได้ 0.7 ลิตร/เตา...รออีก 3 เดือน จึงนำไปใช้ ในการป้องกัน สวนผัก/ผลไม้ )
 
...กลายเป็นว่า ช่วยให้ชุมชน มีความเป็นอยู่ดีขึ้นในปีนี้  ....ทั้งการ เลี้ยงสัตว์ ไก่/หมู/จิ้งหรีด/ทำสวน และ กิจกรรม
 อื่น ๆ ที่ช่วยให้ มีความมั่นคงทางอาหารในชุมชน และ มีรายได้เสริม

   ขอบคุณ อ.titcan และ คุณ ma2013 รวมถึง พี่ ๆ ท่านอื่น ๆ ที่แบ่งปันข้อมูล ต่าง ๆ
จนทำให้ ผม+แฟน มาถึงจุดนี้ได้ ในระยะเวลาที่สั้น และเร็ว ตรงเป้าหมาย

...รอบนี้เท่านี้ก่อนครับ
   


สวัสดีครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม อลังการขนาดนี้คิดค่าสีข้าวยังไงครับ ทั้งแบบข้าวกล้องและข้าวสารธรรมดา
บันทึกการเข้า

ณ.ทุ่งข้าวถี นาอินทรีย์เคมีเสริม
เติมสีสันให้ท้องทุ่ง มุ่งหาความสงบ
จบที่ความพอเพียง
anake0k2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


« ตอบ #906 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2017, 10:01:06 AM »

ต้องคิดจาก กระบวนการ/ขั้นตอนในการ สีข้าวครับ
          + รับข้าวเปลือก จากลูกค้า (เลือก ไม่ไปรับถึงบ้าน เพราะยกกระสอบ ลงจากยุ้ง ไม่ไหว )
          + ชั่งน้ำหนัก ( เพื่อคำนวณ เงินค่าสีข้าว )
          + วัดความชื้นข้าว ( ถ้าเกิน 14% ก็จะตาก ให้ลูกค้าก่อนสี )
          + เข้าเครื่อง คัด/ทำความสะอาดข้าวเปลือก
          + ถ้าจ่ายเป็นข้าวเปลือก ก็หักข้าวเปลือกออก ตามจำนวน
              ( ให้ราคา 10 B./กก สำหรับ หอมมะลิ และ 16 B./กก. สำหรับ ไรซ์เบอรี่ )
          + สีข้าวสาร ตามที่ลูกค้าต้องการ ( ข้าวขาว/ข้าวกล้อง)
          + คัดขนาดข้าวสารที่ได้/QC เก็บ กาก/หิน/กรวด/เมล็ดหญ้า ที่ปนมา (อันนี้ล่ะ เสียเวลาเยอะ)
          + ส่งคืนลูกค้า   

          * ดีทีี่สุดคือ คิดเป็นเงินสด...เพราะต้องมีอะไหล่ที่สึกหลอ ต้องเปลี่ยนตามเวลาการใช้งาน...แต่ส่วนใหญ่ จะให้หักเป็นข้าวเปลือก
           ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้ ดำเนินการต่อไปได้ คือการจำหน่าย  รำ/แกลบ/ข้าวปลาย

           ** การหักค่าสีเป็นข้าวเปลือก...ผมจะหักข้าวเปลือกออก และ แยกเก็บไว้ ไม่ทำการสี ...เพื่อลดภาระเครื่องสีข้าว ยืดเวลา
           การเปลี่ยนอะไหล่ ออกไป


ค่าบริการ ...ก่อนร่วมร่าง เป็นระบบ
1.ข้าวขาว => 1.70 B./กก.ข้าวเปลือก
     a. จ่ายเป็น เงิน...
          + ข้าวสารเบอร์ #1 ( ข้าวต้น)
          + ข้าวสารเบอร์ #2 ( ข้าวท่อน )
          + ข้าวสารเบอร์ #3 ( ข้าวปลาย ) ...คืน 50% 
          + คืน ข้าวลีบ   

     b. จ่ายเป็น การหักข้าวเปลือก...
          + ข้าวสารเบอร์ #1 ( ข้าวต้น)
          + ข้าวสารเบอร์ #2 ( ข้าวท่อน )
          + ข้าวสารเบอร์ #3 ( ข้าวปลาย ) ...คืน 25% 
          + คืน ข้าวลีบ   
     
         * แกลบดิบ/รำข้าว/ข้าวเบอร์#3 ที่เหลือ/ ข้าวเบอร์#4 หรือข้าวป่น+เมล็ดหญ้าเอะ ๆ ...ผมเก็บไว้ครับ
          * ปกติ โรงสีเจ้าเดิม ๆ แถวบ้านที่มีอยู่ จะไม่คัดขนาดให้ และเก็บข้าวเบอร์#3,#4 ไว้ทั้งหมด

2.ข้าวกล้อง => 3 B./กก.ข้าวเปลือก
     a. จ่ายเป็น เงิน...
          + ข้าวสารเบอร์ #1 ( ข้าวต้น)
          + ข้าวสารเบอร์ #2 ( ข้าวท่อน )
          + ข้าวสารเบอร์ #3 ( ข้าวปลาย )
          + คืน ข้าวลีบ   

     b. จ่ายเป็น การหักข้าวเปลือก...
          + ข้าวสารเบอร์ #1 ( ข้าวต้น)
          + ข้าวสารเบอร์ #2 ( ข้าวท่อน )
          + ข้าวสารเบอร์ #3 ( ข้าวปลาย )
          + คืน ข้าวลีบ   

         * แกลบดิบ/ ข้าวเบอร์#4 หรือข้าวป่น+เมล็ดหญ้าเอะ ๆ ...ผมเก็บไว้ครับ
     
3. ผลพลอยได้ ที่จำหน่ายได้
   + ข้าวเบอร์#3    10 B./กก.
   + ข้าวเบอร์#4      5 B./กก.
   + รำละเอียด           5 B./กก.      
   + รำหยาบ         2.6 B./กก.   
   + แกลบดิบ         0.8 B./กก.

   รำละเอียด/รำหยาบ...ต้องสั่งจอง เพราะ ไม่พอกับความต้องการ ชุมชน เลี้ยงเป็ด/ไก่/หมู กันเยอะ



   ในอนาคต อันใกล้ หลังจาก รวมร่าง/ปรับปรุง ระบบสีข้าวเสร็จ  ที่ทำให้ เวลาในการสีข้าวลดลง
ก็จะทำการ ปรับลด ราคาลงตามความเป็นจริง ...ผมอยากลดให้ได้อีกสัก 30% ทั้งการสีข้าวขาว/ข้าวกล้อง
ถือว่า กำลังเหมาะสำหรับระบบนี้ครับ และ เป็นการส่งเสริม ให้ ชุมชน เก็บข้าวเปลือก ไว้สีกินเองเยอะขึ้น
และ ก็ส่งผลดีกับชุมชนเอง เพราะจะมีข้าวสด ๆ ดี ๆ ไว้บริโภค และ ยังมี วัตถุดิบ สำหรับเลี้ยงสัตว์ด้วย
ไม่ต้องไปหาที่อื่น ไกล ๆ  ชุมชนพึ่งพาตัวเองได้ และ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

...เริ่มแรก ผมมองไม่เห็นในจุดนี้  คิดว่า จะสีข้าวไว้ทานเองเท่านั้น...แต่พอเปิดรับสีข้าว มาได้ ระยะเวลาหนึ่ง
 มันเริ่มเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นและ น่าจะเป็นอะไร ที่ยั่งยืน ตราบเท่าที่ ยังบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก
 
 








Liked By: kon_khubua, titcan
บันทึกการเข้า
chaichan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #907 เมื่อ: มีนาคม 02, 2017, 06:16:11 AM »

สุดยอดจริง ๆๆ ฝีมือ แนวคิด อุดมการ 
บันทึกการเข้า
rice_farm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 38


« ตอบ #908 เมื่อ: มีนาคม 06, 2017, 03:33:43 PM »

 ยิ้มเท่ห์ สุดยอดเลยครับ คิดและพยายามทำออกมาได้ขนาดนี้  เจ๋ง
บันทึกการเข้า
anake0k2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


« ตอบ #909 เมื่อ: มีนาคม 08, 2017, 03:44:51 PM »

(a)...ต้องขอบคุณ อ.titcan ที่เป็นต้นแบบ ในการคิด+ลงมือทำ และ เปิดเผย ข้อมูลต่าง ๆ ครับ ...Think it+Make it+Share it

(b)...เพิ่มเติม จุดที่ทำการปรับปรุง

1. เพิ่มขนาด ไซโคลน เก็บแกลบให้ใหญ่ ขึ้นจากเดิม...เพื่อเพิ่มความสามารถ ในการเก็บแกลบ และ ฝุ่น
    - สร้างจาก ถังสารเคมี ขนาด 50 ลิตร 2 ใบ ( ใบล่ะ 150 บาท เพราะ ต้องการ ระบบเหล็กรัด ปิดฝาถัง )
    - กรวย ตัด/ม้วน/เชื่อม จากแผ่นสังกะสีเบอร์#26 ( แผ่นล่ะ 260 บาท )
    - ท่อลม+แกลบ เข้า ขนาด 3"*3" ..ความยาว 1.6 เมตร
    - ใช้ถุงปุ๋ย 100 กก. ในการเก็บแกลบ ...ติดตั้งด้วย เหล็กรัด ( ทำงานสะดวก มาก )


    - เพิ่ม air damper#2 เพื่อปรับ ความสมดุลย์ของ ลมดูดแกลบ ให้ ออกมาตามท่อ เข้าสู่ไซโคลน
       อันนี้ ทดลองทำ ตามหนังสือ ...แนะนำให้ อยู่ตำแหน่งกลางท่อ ส่ง...แต่การปรับไม่ค่อยมีผล
       ( สรุปคือ ไม่จำเป็นต้องทำ )
   


    - air damper#1 ของเดิมในเครื่อง NW2000 ก็ยังอยู่ ( และมีผลมาก ในการดูดแกลบ )



    - ด้วยการปรับ air damper ให้ช่อง ลมดูดแกลบ ที่เหมาะสม...จะทำให้ เกิดการหมุนวนของลมดูดแกลบ
      ในห้องสีกะเทาะเปลือก

     * ถ้าทำการปรับ air damper ได้เหมาะสม...ตัวแกลบจะถูกดูด ออกไปยัง ไซโคลน ได้มาก และ ลดการ
     ปนเปื้อนออกไปพร้อมข้าวสาร

สรุป ...หลังจากที่ปรับปรุง โดยการเพิ่มขนาดความโตของ ไซโคลน และ ปรับ air damper#1+#2...พบว่า
     การเก็บแกลบทำได้ดีมาก ฝุ่นที่หลุดออกมา ก็น้อยมาก ๆ  มีแกลบป่นออกมา กับข้าวสาร น้อย มาก ๆเช่นกัน
     ...คุ้มค่าในการทำ

--------------------
2. เปลี่ยน มอเตอร์ 3 แรง ส่วนขัดข้าวขาว ( อันนี้ ทำด้วยความอยากรู้ )


     -เทียบขนาด มอเตอร์ 2 ค่าย


      - มอเตอร์ Mitsubishi 3 แรง (8,000 B.)เดิม ๆ ที่ติดมากับเครื่อง NW2000 TURBO 
       ...กำลังการขัดข้าวขาว 60 กก./ชม. กระแสไฟ 18 แอมป์


    - เปลี่ยนมอเตอร์ Mitsufuji 3 แรง ( 2,900 B.)
    ...กำลังการขัดข้าวขาว 50 กก./ชม. กระแสไฟ 16 แอมป์ ...ถ้าปล่อยข้าวกล้อง...ลงส่วนขัดขาว
    มากเกินไป มอเตอร์ จะหยุดหมุน

    สรุป คือ มอเตอร์ Mitsufuji 3 แรง ...ให้กำลังในการ ขัดข้าวขาว น้อยกว่า มอเตอร์ Mitsubishi อยู่ 17%
   ...แต่เมื่อเทียบกับค่าตัวมอเตอร์ ...ก็ถือว่า สมน้ำสมเนื้อกัน


-----------------------
รอบนี้ จัดเวลาปรับปรุง ได้เท่านี้ครับ


Liked By: titcan
บันทึกการเข้า
wongwan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107


« ตอบ #910 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 12:19:17 PM »

เครื่องสีข้าวแถวบ้านผมครับ อายุประมาณ 30 กว่าปี
 


Liked By: kon_khubua
บันทึกการเข้า
wongwan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107


« ตอบ #911 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 12:23:16 PM »

ข้าวสาร
 


Liked By: kon_khubua
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 [57] 58 59 60   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: