หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 60   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมนิยมกินข้าวกล้อง ..การผลิตข้าวกล้อง,เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก  (อ่าน 311171 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 11:44:44 PM »

ป้องกันมอดในถุงข้าว ด้วยวิธีง่ายๆ แต่ได้ผลดี
      ถ้าจำเป็นต้องซื้อข้าวกล้องมาครั้งละมากๆ ไม่อยากให้มอดมาช่วยกิน มีคำแนะนำที่ต่างไปจากวิธีการใส่พริกแห้ง ใบมะกรูดในถุงข้าว  ดังนี้
     1.นำถุงข้าวที่ซื้อมาแช่ช่องแข็งของตู้เย็น(ไม่ควรเกินครั้งละ5กิโล) นาน 24-48 ชั่วโมง
    2.นำถุงข้าวออกจากช่องแข็งตู้เย็น เปิดปากถุงออกให้กว้างสุด แล้ววางตั้งผึ่งไว้(ไม่ต้องโดนแดด) จนข้าวมีอุณภูมิเท่ากับสิ่งแวดล้อมปกติ
    3.เทเก็บข้าวใส่ภาชนะที่ปิดได้สนิท  จะใส่ถุงพลาสติกใบใหม่ก็ได้แล้วผูกรัดให้แน่น  ง่ายๆแค่นี้ มอดก็จะไม่เกิดขึ้นอีกในข้าวถุงนั้นๆ

     อธิบายปัญหาและเหตุผลเพิ่มเติม
     1.ข้าวเปลือกที่เก็บไว้นานหน่อยก็จะมีมอดเข้าไปอาศัยใช้เป็นที่อยู่ที่กินอยู่แล้ว
     2.ตัวมอดหรือไข่มอดบางส่วนมิอาจแยกออกไปได้ตอนที่สีข้าว บางทีเกิดพลัดหลงเข้ามาอีก ช่วงที่บรรจุข้าวใส่ถุง
    3.การบรรจุข้าวถุงแล้วซีล(ไม่สุญญากาศ)มักจะทำรูเล็กๆให้อากาศออก เพื่อว่าจะได้เรียงซ้อนถุงได้หลายชั้น ถุงไม่พองลม   จึงเป็นช่องทางอากาศให้มอดได้ใช้/กิน/เติบโต/ขยายพันธุ์
     4.ตัวมอดหรือไข่มอดจะถูกน๊อคด้วยความเย็นจัดในช่องแข็ง  มันไม่เคยชินกับสภาพเช่นนี้นั่นเอง
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง

ทิดเชษฐ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 220


« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 01, 2010, 08:59:12 PM »

สมัคเลยครับ  ว่าแต่ว่ามีสมาชิคท่านไหนทำขาย แล้วให้ราคาพิเศษกับสมาชิกไหมครับ
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 01, 2010, 10:18:25 PM »

สมัคเลยครับ  ว่าแต่ว่ามีสมาชิคท่านไหนทำขาย แล้วให้ราคาพิเศษกับสมาชิกไหมครับ
      ราคาที่แจ้งต่อไปนี้  แพงไปหรือเปล่า??
       ขอเล่าให้ทราบว่า แต่ก่อน(นับย้อนไปได้สิบปีกว่า)เคยซื้อข้าวกล้องมากิน แต่หาซื้อยาก ก็มาปลูกข้าวกินเอง ไม่ต้องเกรงพิษภัย เพราะทำนาแบบอินทรีย์ชีวภาพ   แต่ต้องไปสีข้าวกล้อง ณ โรงสีที่อยู่ห่างไกล สีครั้งละมากๆ เพื่อให้คุ้มกับค่าเดินทาง/ขนส่ง  ปัญหาคือข้าวกล้องเก็บไว้นานก็เสื่อม มีกลิ่นอับ หืน มีมอดเกิดขึ้น  ในที่สุดจึงต้องตัดสินใจซื้อเครื่องสีข้าวขนาดเล็ก  ต่อมาเปลี่ยนใช้เป็นขนาดใหญ่ขึ้น เพราะว่าทำข้าวได้มากกว่าที่จะกิน/แจกในครอบครัว/เพื่อนบ้าน   จึงมีเหลือขายได้ด้วย
      ปัจจุบัน ปลูกข้าวหลากหลายพันธุ์ ได้แก่ หอมมะลิแดง  หอมนิล ไร้ซ์เบอร์รี่ หอมปทุมเทพ ฯ  ส่วนใหญ่จะขายส่งครั้งละหลายร้อยกิโลหรือเป็นตันราคา 42-52-32 บาทต่อกิโลกรัมตามลำดับ  ถ้าขายปลีก ก็จะบวกเพิ่มอีก 3 บาทต่อกิโลกรัม  (โดยผู้ซื้อมาซื้อถึงบ้าน)  ทว่าในปีที่ผ่านมานี้มีปัญหา ข้าวเป็นเพลี้ย ได้น้อย ต้องคอยกันไปก่อน...


Liked By: Pachara5.15
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 05:51:59 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 03, 2010, 10:54:20 PM »

แจ้งจุดประสงค์ของชมรมนิยมกินข้าวกล้องครับ  (ขออภัยที่นำมาเสนอทีหลัง)
1.นำเสนอข่าวสารข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับข้าวกล้อง เพื่อผู้บริโภคที่รักสุขภาพ นิยมกินข้าวกล้องกันมากขึ้น
2.สืบหา รวบรวม ประกาศแจ้ง แหล่งผลิต/จำหน่ายข้าวกล้องอินทรีย์ที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและเกื้อกูลธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
3.ส่งเสริมการปลูกข้าวกินเอง สีเอง ขายเอง(ถ้ามีเหลือ)  ในรูปแบบส่วนตน กลุ่ม ชุมชน เพื่อเพิ่มกระจายขยายจำนวนแหล่งผลิตให้มากขึ้น  ผู้บริโภคจะหาซื้อข้าวกล้องอินทรีย์ที่สดใหม่ได้ง่าย
4.แนะนำ วิธีการใช้ การปรับแต่งเครื่องสีข้าวให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


Liked By: EVILNOY, Pachara5.15
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 17, 2016, 07:28:01 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 06:12:22 AM »

วิธีหุงข้าวกล้องให้สุกเร็วไว ได้คุณค่าพร้อม หอมนิ่ม อร่อย


 
เริ่มจากการใช้หม้อความดัน  (ถ้าทำจากโลหะสเตนเลสและที่ก้นหม้อมีแผ่นรับ/เก็บความร้อนด้วยก็ยิ่งดี)  จะใช้หม้อดินก็ได้ เลือกที่ฝาปิดได้สนิท  เวลาตั้งเตาหุง ใช้สิ่งของที่หนัก เช่นครก วางกดทับฝาหม้อดินเพื่อเพิ่มความดัน


Liked By: Pachara5.15, sawasd
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 06:11:58 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 06:35:57 AM »

ลักษณะของหม้อความดันที่ดี
1.ถ้าเป็นหม้อสแตนเลส(ลงทุนครั้งแรกแพงหน่อยแต่คุ้ม) จะดีต่อสุขภาพมากกว่า ที่ก้นหม้อหนามีแผ่นรับ/นำ/เก็บความร้อน จะทำให้ข้าวสุกเร็วประหยัดพลังงาน  ฝาหม้อออกแบบให้ปิดล็อกได้แข็งแรง มีกลไกนิรภัยระบายความดันได้ ทำให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
2.ถ้าเป็นหม้อดินก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ใช้เวลาหุงนานกว่า เพราะดินนำพาความร้อนไม่ดีเท่าโลหะ
3.ใช้เชื้อเพลิงที่หาได้ง่ายแบบพึ่งตน พอเพียง เช่น ถ่าน ฟืน แกลบ แก๊ส  ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า


Liked By: Pachara5.15, sawasd
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 06:22:14 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 06:58:33 AM »

ก่อนหุงควรนำข้าวกล้องมาแช่น้ำก่อน 1-2 ชั่วโมง (ถ้านานกว่านี้เป็น 10 ชั่วโมงขึ้น ข้าวหุงสุกจะมีกลิ่นไม่น่ากิน) จะช่วยปลุกพลังชีวิตข้าวให้ตื่น(ได้ประโยชน์จากสารอาหารเพิ่ม) ข้าวจะสุกเร็ว หอมนิ่ม อร่อยกว่า



จากนั้นซาวล้างข้าวใส่หม้อ ใส่น้ำระดับแบบที่หุงหม้อไฟฟ้า  ยกตั้งเตา ใช้ไฟแรงนาน4-5 นาที หรือสังเกตจากหลังเดือดครู่หนึ่งก็หรี่ไฟเหลือวงเดียว(เตาแก๊ส) เอาถ่าน/ฟืนออกให้เหลือเพียงน้อย(เตาถ่าน/ฟืน) ตั้งหม้อรอต่อไปอีกสัก 20 นาที ข้าวสุก ยกหม้อลง อย่าเพิ่งรีบเปิดฝาหม้อ รอให้ความร้อนระอุในหม้ออีกสัก 5 นาที  รวมเวลาไม่เกิน 30 นาทีได้ข้าวกิน
  ถ้าเป็นหม้อดินก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ใช้เวลาหุงจะนานกว่า เลือกที่ฝาปิดได้สนิท  เวลาตั้งเตาหุง ใช้สิ่งของหนัก เช่นครก คว่ำวางกดทับฝาหม้อดินเพื่อเพิ่มความดัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 06:27:47 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
mengjai01
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 06:27:47 PM »

ผมก็ชอบกินข้าวกล้องนะครับ  กลับบ้านจะกินข้าวเหนียวกล้อง 555

งงมั้ยครับ ??  เป็น ข้าวเหนียวที่ผ่านการขัดสีน้อยนี้แหละครับ แล้วเอามาหุง อร่อยดีนะครับเหนียวๆ มันๆ อร่อยเลยล่ะ

กินแล้วถ่ายคล่องด้วย ประโยชน์เยอะดี ป้องกันโรคได้อีก


Liked By: Pachara5.15
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #24 เมื่อ: มีนาคม 06, 2010, 04:13:43 PM »

ภาพ:ข้าวกล้องที่หุงด้วยหม้อความดัน  ใช้เวลาหุงรวมแล้วไม่เกิน 25 นาที



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 06:34:33 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
pennat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #25 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 07:50:23 PM »

ตอนนี้ผมทำข้าวหอมนิล อินทรีย์ 5 ไร่ ความว่าผมผลิตจะได้น้อย กะว่าจะสีเป็นข้าวกล้องขายนะครับ เพื่อนสมาชิกท่านใดสนใจติดต่อได้นะครับ ข้าวยังไม่ออกครับอีกประมาณเดือนกว่าๆ
บันทึกการเข้า
ต้อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1958



« ตอบ #26 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 08:20:11 PM »

ผมก็ชอบกินข้าวกล้องนะครับ  กลับบ้านจะกินข้าวเหนียวกล้อง 555

งงมั้ยครับ ??  เป็น ข้าวเหนียวที่ผ่านการขัดสีน้อยนี้แหละครับ แล้วเอามาหุง อร่อยดีนะครับเหนียวๆ มันๆ อร่อยเลยล่ะ

กินแล้วถ่ายคล่องด้วย ประโยชน์เยอะดี ป้องกันโรคได้อีก

ช่วยยืนยันว่า ข้าวเหนียวกล้อง อร่อยยยยยครับ อายจัง


Liked By: kwanbanna
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #27 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 09:30:12 PM »

ตอนนี้ผมทำข้าวหอมนิล อินทรีย์ 5 ไร่ ความว่าผมผลิตจะได้น้อย กะว่าจะสีเป็นข้าวกล้องขายนะครับ เพื่อนสมาชิกท่านใดสนใจติดต่อได้นะครับ ข้าวยังไม่ออกครับอีกประมาณเดือนกว่าๆ

พันธุ์ข้าวหอมนิลที่ผมทำอยู่ อายุเก็บเกี่ยวได้ประมาณ95วัน หลังจากหว่าน  ถ้าเกี่ยวได้ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งอากาศจะร้อนมาก  ส่งผลให้สีของเมล็ดข้าวหอมนิลเมื่อสีออกมาเป็นข้าวกล้องไม่ดำเข้ม  ออกเป็นสีน้ำตาลเท่านั้น  แต่เมื่อนำพันธุ์รุ่นที่ได้นี้ไปปลูกต่อ ในช่วงนาปีและหลังนาปี ที่อากาศเย็น  สีเมล็ดข้าวก็ดำเข้มได้  มีรายละเอียดอีกที่นี่ครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=11705.0


Liked By: Pachara5.15, batistula
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 19, 2010, 05:46:24 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
Rimna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #28 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 08:35:10 AM »

ข้าวหอมนิลกำลังจะเกี่ยวอาทิตย์นี้ค่ะ  เม็ดสีม่วงเข้มแกะเปลือกออกมาชิมแล้ว
นาอินทรีย์ค่ะ 
บันทึกการเข้า
Rimna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #29 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 08:36:41 AM »

ม่วงแบบนี้เลยค่ะ  แต่ไม่ค่อยแตกกอเท่าไหร่  ใส่ขี้วัวน้อยไป 


Liked By: kwanbanna, batistula
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #30 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 07:44:01 AM »

  ภูมิปัญญาการกินข้าวกล้อง ในรูปแบบต่างๆ  วันนี้ขอเสนอเมนู ข้าวยาคู หรือข้าวกระยาคู   
เกี่ยวข้าวเฉพาะรวงที่ส่วนใหญ่เมล็ดที่ข้างในยังไม่แก่เต็มที่ ลองใช้มือบีบเมล็ดข้าวแรงๆจะมีแป้งนมข้าวแตกออกมา  เมื่อได้มาแล้วจำนวนหนึ่งก็นวดเอาแต่เมล็ดมาตำโขลก คั้นกรอง นำนำแป้งไปต้มด้วยไฟอ่อน ปรุงแต่งรสตามใจชอบ   ในพิธีสารท ปรุงเป็นขนมอย่างหนึ่ง มี น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำนม ถั่ว งา กวนผสมไปด้วย  นิยมใช้หญิงพรหมจารีเป็นผู้กวน  เรียกว่าข้าวกระยาทิพย์  ข้าวทิพย์ ก็เรียก
     ถ้านำนมแป้ง หรือข้าวกล้องสดหุงต้มข้าวด้วยน้ำนมโคล้วนโดยไม่ใส่น้ำปนเลย ก็จะคล้ายกับ  ข้าว "มธุปายาส" ในครั้งพุทธกาล
    อ้างถึงเรื่องที่มีมาในพุทธประวัติตอนนางสาวสุชาดา  หุงข้าวมธุปายาสสุกดีแล้วก็ตักใส่ถาดทองคำจะนำไปถวายบวงสรวงเทวดา ไปเห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่สำคัญว่าเทวดา จึงน้อมถวายมธุปายาสไปทั้งถาด หลังจากพระพุทธองค์เสวยมธุปายาสแล้วก็ทรงนำถาดทองคำไปลอยในแม่น้ำอธิษฐานการบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ซึ่งถาดก็ลอยทวนน้ำไปได้ แล้วก็จมลงไปกระทบซ้อนถาดทองคำอีกหลายๆใบในนาคพิภพ  เสียงดังปลุกให้พญานาคที่นอนหลับไหลอย่างเกียจคร้านยาวนาน ผงกหัวตื่นขึ้นมา พร้อมกับบ่นอย่างรำคาญว่า บรรลุกันอีกองค์แล้วเรอะ จากนั้นก็ฟุบหลับต่อ 
      เคยได้ยินมาว่าบุคลาธิษฐานนี้มีนัยให้เข้าใจได้ว่า ธรรมะที่พระพุทธองค์ตรัสรู้เป็นเรื่องทวนกระแสโลก ทวนกระแสใจ เป็นสิ่งสูงค่ามากดุจทองคำ ผู้ที่มัวเมาลุ่มหลงอยู่ย่อมไม่เข้าใจ ต่อให้พระพุทธเจ้าบรรลุอีกกี่พระองค์ก็ไม่สนใจใยดี
 
      ชาวภาคใต้จึงเชื่อกันว่า มธุปายาสยาคูเป็นยาวิเศษ ผู้ใดมีวาสนาได้รับประทานจะขจัดโรคร้ายทุกชนิด ร่างกายจะเจริญเติบโต มีพลังและสมบูรณ์ด้วยปัญญา เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตทำมาหากินบังเกิดผล
   

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2010, 10:15:14 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1543


« ตอบ #31 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 07:42:58 AM »

    ภูมิปัญญาการกินข้าวกล้อง ในรูปแบบต่างๆ  วันนี้ขอเสนอ ข้าวเม่า    
    สมัยที่คุณแม่ยังสาว ท่านเล่าให้ฟังย้อนหลังไปสัก40-50ปี วันที่ว่างๆหลังเลิกงานนา กลุ่มสาวๆในละแวกบ้านใกล้เคียงนัดหมายกันว่าจะตำข้าวเม่า เย็นวันนั้นก็จะไปเกี่ยงข้าวระพลับพลึง นำรวงข้าวสดที่ได้มานวด ฝัดเลือกคัดเหลือแต่เมล็ดที่สมบูรณ์   หาก้อนเส้ามาตั้งกระทะ ก่อไฟด้วยฟืน ตักข้าวที่ได้มาครั้งละประมาณครึ่งลิตร ปนเกลือนิดหน่อย ใส่คั่วในกระทะ จนข้าวเริ่มแตกเป็นข้าวตอกประมาณ20เปอร์เซนต์ รีบยกเทใส่ครกไม้ คนตำอย่างน้อย2คน ถือสากมือคอยรอตำอยู่แล้ว จ้ำไม่ยั้งพลัดกันขึ้น-ลง  ที่ต้องรีบและเร็วช่วยทำให้ข้าวเมล็ดแบนได้มากที่สุด ส่งผลให้กรอบอร่อยเมื่อเคี้ยวกิน พอตำไปได้สักครู่ หนึ่งในคนตำจะวางสากแล้วใช้มือควักกลับข้าวในครกสลับกับการยังตำของอีกคน ผิดจังหวะก็มือเละ (ถ้าครกก้นกว้างไปก็ตำเมล็ดข้าวได้ไม่ค่อยแบน) ตำอีก4-5ตุ๊บ ก็ควักข้าวออกใส่ในกระด้ง ไม่ทันเสร็จกระเบื้องหนึ่ง คนแรกที่คั่วข้าวอยู่แบบต่อเนื่องก็พร้อมยกมาเทให้ตำกันต่อไปอีก รอบหนึ่งคือกระเบื้องหนึ่งเขาเรียกกันอย่างนี้   จะมีอีกคนคอยฝัดแยกเอาแกลบหรือเปลือกข้าวที่ถูกตำจนป่นออกไป ได้เป็นข้าวเม่าพร้อมกิน จะให้อร่อยยิ่งขึ้นต้องรออีกเดี๋ยว พวกหนุ่มๆ พอรู้ข่าวก็เตรียมไปขึ้นมะพร้าวทึนทึก(ค่อนข้างแก่เปลือกยังเขียว) มาขว้างโยนให้  พวกสาวๆดีใจเห็นมะพร้าวกลิ้งเข้ามา วิ่งไปคว้าเก็บ แต่บางครั้งก็ต้องแปลกใจลูกมะพร้างเป็นไงกลิ้งถอยกลับได้  ก็หนุ่มที่ให้เล่นกลเอาเชือกผูกดึงหยอกล้อเล่นเพื่อความสนุกสนาน  เป็นอันว่าได้แรงงานเพิ่มจากเจ้าหนุ่ม  คู่รักได้คบคุ้นดูใจกัน  วัฒนธรรมแบบนี้ ไม่ทราบว่ายังเหลืออยู่ที่ไหน คงเลือนหายไปแล้ว


 ภาพจาก : rakbankerd.com

    แม้ว่าสมัยนี้จะปลูกข้าวได้ปีละหลายรอบ แต่การทำข้าวเม่าเน้นเป็นธุรกิจการค้า มีส่วนหนึ่งไม่ได้ใช้ข้าวสด เขาใช้ข้าวเปลือกแห้งที่เก็บไว้มาแช่น้ำ-ผึ่งพอหมาด-นำไปคั่ว-ตำด้วยเครื่อง บางรายก็ย้อมสีให้ดูน่ากิน คงไม่อร่อย-ปลอดภัย เช่นสมัยก่อนที่เน้นทำเพื่อกินเอง
    ข้าวเม่าสด โรยมะพร้าวขูด   เข้ากั๊น...เข้ากัน....  อร้อย...อร่อย...จนต้องบอกต่อ
 


Liked By: eight, sanguan76
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 02, 2017, 05:10:34 AM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 60   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: