ข่าว
หน้า: 1 [2] 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำหมักชีวภาพและสารสะกัดชีวภาพ  (อ่าน 64020 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
cpichet
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #16 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2010, 09:49:07 AM »

อยากทราบระยะเวลาโดยประมาณในการหมัก ครับ อยากจะเอาไปใส่ต้นยางรักษาโรคใบตานกไม่ทราบว่าใด้หรือเปล่า ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

somruk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #17 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2010, 10:27:16 PM »

อยู่กรุงเทพฯค่ะ แถวสาธุประดิษฐ์ ปลูกมะรุมไว้ ลำต้นเท่าน่องแล้วค่ะ ตอนนี้ใบเริ่มเหลืองและร่วงมาก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็งามดีสังเกตุว่าน่าจะเป็นโรค มีวิธีรักษาอย่างไรบ้างคะ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5470


« ตอบ #18 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2010, 08:51:54 AM »

  ตอบคุณ cpichet ว่าการใช้น้ำหมักชนิดที่ป้องกันกำจัดเชื้อราพวกไฟท้อปเทอร่าที่เป็นโรคโค่นเน่ารากเน่าต้องหมักนานกว่าเดือนและให้ลงในดินเพื่อกำจัดเชื้อ ถ้ามันลามขึ้นไปบนต้นและใบแล้วแก้ยากคงต้องใช้สารเคมีกำจัด
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5470


« ตอบ #19 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2010, 09:08:01 AM »

  ตอบคุณสมรักษ์ว่าอาการที่มะรุมเหลืองในช่วงหน้าฝนเพราะอาจจะเริ่มเป็นโรครากเน่าการแก้ปัญหาคือให้หาเชื้อไตรโคเดอม่ามาคลุกใส่ปนกับดินด่วน เชื้อไตรโคเดอม่าที่มีแจกก็คือ  ของพัฒนาที่ดิน  พด 3   http://www.clinictech.most.go.th/techlist/0214/agriculture/00000-302.html
บันทึกการเข้า
somruk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #20 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2010, 09:40:12 PM »

  ตอบคุณสมรักษ์ว่าอาการที่มะรุมเหลืองในช่วงหน้าฝนเพราะอาจจะเริ่มเป็นโรครากเน่าการแก้ปัญหาคือให้หาเชื้อไตรโคเดอม่ามาคลุกใส่ปนกับดินด่วน เชื้อไตรโคเดอม่าที่มีแจกก็คือ  ของพัฒนาที่ดิน  พด 3   http://www.clinictech.most.go.th/techlist/0214/agriculture/00000-302.html
ขอบคุณค่ะ กำลังกลุ้มใจอยู่ค่ะ กรุงเทพพื้นทีน้อยกว่าจะปลูกจนโตได้ขนาดนี้ ถ้าตายเสียดายแย่เลยค่ะ
             การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ให้มีประสิทธิภาพดี    บริเวณที่จะใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า ควรไม่มีน้ำท่วมขังดินไม่แฉะ เนื่องจากเป็นสภาพที่ไม่เหมาะสมกับการเจริญของเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า    ในการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าดรยลงบนดิน ควรให้ความชื้น โดยรดน้ำก่อนโรยเชื้อรา  และเมื่อโรยเชื้อราแล้วควรใช้ใบไม้แห้งปิดบนเชื้อราเพื่อป้องกันหรือลดการถูกทำลายเชื้อราไตรโคเดอร์
ม่าโดยแสงแดด 
                เก็บใบ เปลือกลำต้น ลำต้น กิ่ง ผลและราก ที่เป็นโรค ที่อยู่ในบริเวณแปลงปลูกพืชไป
เผาทำลาย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อสาเหตุของโรค    ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงดินดินเพื่อปรับปรุงลักษณะโครงสร้างดิน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 25, 2010, 05:51:27 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
kssn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


« ตอบ #21 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2010, 04:41:46 PM »

ยอดไปเลยครับ ปกติผมใส่ทุกอย่างรวมกันเลยไม่ว่าจะเป็นเศษอาหารหรือของเหลืออื่นๆ ไม่รู้จะมีผลยังไงบ้าง ลังเล
บันทึกการเข้า

เป็นคนชอบเที่ยว แต่ชอบเรื่องเกษตรพอเพียง กับการปลูกผักสวนครัวเป็นชีวิตจิตใจ
konchaiyaphum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25

ลูกพ่อแล พ่อแม่เมืองชัยภูมิ


« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 02, 2010, 04:11:36 PM »

 ยิ้ม ยิ้ม
บันทึกการเข้า

พลิกฟื้นคืนชีวิตให้แผ่นดิน
เปลี่ยนการเป็นอยู่
ให้คุณค่ากับตัวเอง
manoo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 09:21:22 AM »

ผมอยากจะได้เชื้อราขาวบิวเวอร์เรีย(เชื้อสด)พอจะปแนะนำหาได้ที่ไหน
ผมอยู่เชียงรายครับ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5470


« ตอบ #24 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 05:44:50 PM »

   ให้ไปหาที่ . ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี      เชียงใหม่  ครับ                 http://pmc08.doae.go.th/
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5470


« ตอบ #25 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 05:56:34 PM »

      บอระเพ็ดมีรสขมเมื่อดูดซึมเข้าไปในพืชแมลงจะไม่ชอบ เอาไว้ไล่แมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว หนอนกอแถบลาย ป้องกันโรคยอดเหี่ยว โรคข้าวตายพราย โรคข้าวลีบ  นำเถามาสับเป็นชิ้นทุบให้แหลก 5 กก. แช่น้ำ 12 ลิตร นาน 1-2 ชั่วโมง แล้วกรองเอาน้ำไปฉีดในแปลงเพาะกล้า   นำเถา 1 กก. สับหว่านปนในแปลงเพาะกล้าขนาด 4 ตร.ม
       ใช้เถาตัดเป็นท่อน 6-10 นิ้ว 10 กก. หว่านในนาข้าว 1 ไร่ หลังปักดำหรือหว่านข้าวแล้ว 7 วัน ทำอีกครั้งตอนข้าวอายุ 2 เดือน ใช้ควบคุมหนอนกอ หนอนกระทู้ และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
       การใช้ควรทำในลักษณะการป้องกัน ไม่ใช่เมื่อมีการระบาดอย่างรุนแรงแล้วเพราะสารอินทรีย์ส่วนใหญ่จะมีฤทธิ์ไม่รุนแรงไม่เหมาะในการฆ่าศัตรูพืช


Liked By: rangsan_10, iamsu, tomnoynew
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5470


« ตอบ #26 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 06:00:42 PM »

               น้อยหน่า  ใช้ฆ่าแมลงขับไล่แมลง เพราะขัดขวางการกินอาหารของแมลงได้หลายชนิด เช่น เพลี้ยอ่อน หนอนใยผัก เพลี้ย กระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว เพลี้ยหอย ด้วงเต่าทอง ตั๊กแตน หนอนชนิดต่างๆ

วิธีการใช้งาน

- ใช้เมล็ดน้อยหน่า 1 กก. ตำละเอียด แช่น้ำ 10 ลิตร นาน 12-24 ชั่วโมง กรองน้ำมาใช้ผสมน้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะเป็นสารจับใบใช้ฉีดพ่นทุกๆ 6-10 วัน ช่วงเวลาเย็น

- ใช้ใบสด 2 กก. ตำละเอียดแช่น้ำ 10 ลิตร นาน 24 ชั่วโมง กรองน้ำมาใช้ผสมน้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะฉีดพ้นทุกๆ 6-10 วัน ช่วงเวลาเย็น

- ใช้น้อยโหน่งแทนน้อยหน่าได้เช่นกัน
                  การใช้สารชีวภาพมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการฆ่า เพราะ สารออกฤทธฺ์จะไม่รุนแรงเท่ากับยาเคมี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 25, 2010, 06:06:00 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5470


« ตอบ #27 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 06:02:06 PM »

                  สะเดา  เมล็ดและใบมีฤทธิ์ในการฆ่าแมลงขับไล่แมลงป้องกันและ กำจัดแมลง เช่นด้วงหมัก เพลี้ยอ่อน เพลี้ยอ่อนฝ้าย เพลี้ยจักจั่นสีเขียว หนอนกอ หนอนกอสีครีม หนอนใยกะหล่ำ หนอนใย ผักด้วงเต่าฟักทอง หนอนชอนใบส้ม ตั๊กแตน ไส้เดือนฝอย ผีเสื้อมวนหวาน หนอนม้วนใบข้าว แมลงในโรงเก็บ แมลงหวี่ขาวฝ้าย ผีเสื้อหนอนแก้วส้ม เพลี้ยกระโดดหลังขาว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนเจาะสมอฝ้าย อเมริกัน หนอนกระทู้ควายพระอินทร์ หนอนกระทู้กัดต้น หนอนบุ้ง ปอแก้ว หนอนเจาะบัวลำต้นลายจุดในข้าวโพดและข้าวฟ่าง

วิธีการใช้งาน

- โรยเมล็ดสะเดาบดให้ทั่วกระทงนา

- นำเมล็ดสะเดากระเทาะเปลือก 1 กก บดละเอียดห่อผ้าแช่น้ำ 1 ปีบ 1 คืน นำไปฉีดพ่นผสมสบู่ 1 ช้อนโต๊ะทุกๆ 7 วัน ตอนเย็น

- นำใบสะเดา ข่า ตระไคร้หอม อย่างละ 1 กก. สับละเอียด ตำบดรวมกันแช่น้ำ 1 ปีบ 1 คืน นำหัวเชื้อผสมน้ำ 1 เท่าตัว ฉีดไล่หนอนและแมลงในนาข้าวฉีดทุกๆ 7 วัน ตอนเย็น
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5470


« ตอบ #28 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 06:04:48 PM »

               สาบเสือฆ่าแมลงและไล่หนอนได้ เช่นเพลี้ยกระโดด เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ หนอนกระทู้กัดต้น หนอนกระทู้ควายพระอินทร์ หนอนใยผัก

วิธีการใช้งานมี

นำต้นใบมาตากแห้งมาบดตำโขลกให้ละเอียด 400 กรัม ผสมน้ำ 8 ลิตร กรณีใช้ใบสดใช้ 1 กก. ต่อน้ำ 5 ลิตร คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง การใช้งานผสมสารจับใบพวกผงซักฟอกหรือแชมพูหรือน้ำสบู่ซัลไลต์ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 8 ลิตร กรณีใช้ใบสดใช้ 0.5 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร ใช้ฉีดพ่นทุก 7 วัน ช่วงเวลาเย็น
               การใช้สารชีวภาพมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการฆ่า เพราะ สารออกฤทธฺ์จะไม่รุนแรงเท่ากับยาเคมี
บันทึกการเข้า
manoo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #29 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2010, 11:14:39 AM »

ขอขอบคุณจ๊าดนักเน้อคับสำหรับรายละเอียด
แล้วจะเอาไปย๊ะ แฮ๋มกำก็จะเอาเผยน่าน เอ้ย เผยแพร่หื้อคนอื่นฮู้ตวย
จ่วยกันลด ละ เลิก สารเคมี เพื่อสุขภาพของตั๋วเก่า กับสิ่งแวดล้อม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
นก/nok-Piyanart
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1237

หัวเราะวันล่ะนิด จิตเราก็แจ่มใส


« ตอบ #30 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2010, 01:41:24 PM »

น้ำหมักดินระเบิด(1)สูตรช่วยย่อยสลายตอซังในนาข้าวหลังการเก็บเกี่ยว
น้ำหมักดินระเบิด(2)ศึกษาข้อมูลวิธีการทำได้แล้ววันนี้ที่ rakbankerd.com
[/b][/size][/color][/b][/color]



การใช้น้ำหมักสูตรดินระเบิดย่อยสลายตอซังในนาข้าว
นำดินที่ขุดมาบดให้ละเอียด แล้วนำมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันกับส่วนผสมทั้งหมด แล้วค่อยๆราดน้ำลงไปจนสามารถปั้นก้อนดินเป็นก้อนขนาดเท่ากำมือได้ - จากนั้นนำกระดาษมาห่อก้อนดินที่ปั้นแล้ว เก็บไว้ในที่ร่ม ประมาณ 15 วัน จะเกิดเชื้อราสีขาวทั่วทั้งก้อน นำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ก่อนใช้ต้องขยายหัวเชื้อก่อน

1.การทำหัวเชื้อน้ำหมักดินระเบิด

วัตถุดิบ
1.ดินดี คือ ดินที่อยู่ได้ร่มไม้หรือในป่า เมื่อขุดขึ้นมาจะมีเชื้อราสีขาวติดอยู่ด้วย และมีสีดำ โดยหาได้ในป่ามีดินทับถมกันมานาน จำนวน 1 กิโลกรัม
2.รำอ่อน จำนวน 1 กิโลกรัม
3.น้ำตาลทรายแดง จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
4.น้ำเปล่าประมาณที่เหมาะสม


วิธีการ

นำดินที่ขุดมาบดให้ละเอียด แล้วนำมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันกับส่วนผสมทั้งหมด แล้วค่อยๆราดน้ำลงไปจนสามารถปั้นก้อนดินเป็นก้อนขนาดเท่ากำมือได้
- จากนั้นนำกระดาษมาห่อก้อนดินที่ปั้นแล้ว เก็บไว้ในที่ร่ม ประมาณ 15 วัน จะเกิดเชื้อราสีขาวทั่วทั้งก้อน นำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ก่อนใช้ต้องขยายหัวเชื้อก่อน

2.การขยายหัวเชื้อดินระเบิดเป็นน้ำหมัก

วัตถุดิบ
1.น้ำเปล่า จำนวน 10 ลิตร
2.กากน้ำตาล จำนวน 3 ลิตร
3.ดินระเบิด จำนวน 1-3 ก้อน

วิธีการ
- ผสมน้ำกับกากน้ำตาล คนให้เข้ากันใส่ภาชนะ
- หย่อนก้อนดินระเบิดลงไปทั้งหมด จะเกิดปฏิกิริยา คือ น้ำจะเดือดเหมือนกำลังต้มด้วยไฟ แต่ไม่เป็นอันตราย
- ปิดฝาให้สนิท ตั้งไว้ในที่ร่มประมาณ 15 วัน จะได้น้ำหมักดินระเบิดนำไปใช้ประโยชน์ได้

3.ประโยชน์ของน้ำหมักดินระเบิด
- เป็นหัวเชื้อใช้ย่อยสลายซากอินทรียวัตถุต่างๆได้ดี
- เหมาะสำหรับใช้ในแปลงนาข้าว เพื่อช่วยเร่งการย่อยสลายอินทรียวัตถุ วัชพืช และตอซัง โดยใช้น้ำหมักเข้มข้น 5 ลิตร/ไร่ ราดให้ทั่วตอซังในแปลงนาก่อนไถกลบ
- ใช้สำหรับการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพอัดเม็ด
- สำหรับพืชผักสวนครัว / ไม้ยืนต้น ให้ใช้ที่ความเจือจาง น้ำหมักดินระเบิด 1 ลิตร ต่อ น้ำ 100 – 500 ลิตร ขึ้นอยู่กับขนาดของต้นไม้และพืชผัก


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจ.อุบลราชธานี


Liked By: rangsan_10, iamsu, tomnoynew
บันทึกการเข้า
theen
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87


« ตอบ #31 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 04:55:58 PM »

ความรู้ดีดี อย่างนี้ต้องเก็บไว้ก่อน
ขอบคุณนะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: