หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 18   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นาอินทรีย์ชานเมือง...นาไม่ไถ น.17  (อ่าน 74584 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 09:53:11 PM »

บ่อที่2 ทำเล้าไก่ไข่ไว้ให้ถ่ายลงบ่อเป็นปุ๋ยให้ข้าวและเป็นอาหารปลาด้วย(ส่วนใหญ่จะเป็นตะเพียน, นิล, หมอไทย)
ทางน้ำเข้านาเปิดไว้ตลอดให้ลูกปลาเข้าไปว่ายเล่นในดงข้าว แต่รู้สึกว่าจะโดนนกจับกินซะเยอะ... ร้องไห้
เปิด

ตัวสมาชิก(นักล่า)ใหม่... ลังเล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 08:19:23 PM โดย ชัย ชาวนานอกคอก » บันทึกการเข้า

Bitong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 01:16:35 AM »

ติดตามใว้เป็นแนวทาง เพราะคิดอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีประสบการณ์  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 08:32:03 PM »

ทีนี้มาดูรอบๆนาก่อน เป็นคันดินกว้างประมาณ 4 เมตร ยาว 200 เมตร สูงจากนาประมาร 1.50 เมตร (กลัวน้ำมาอีก  ร้องไห้)
ปลูกกล้วยรอบนอกสุดเป็นแนวกันชนพื้นที่ข้างเคียงด้วย สลับด้วยมะม่วงแถวกลาง ส่วนซ้ายขวาใส่มะรุมไว้ตลอดแนว
ที่เลือกกล้วยกับมะรุมก็เพราะไม่ต้องดูแลอะไรมาก ปลูกต้นฤดูฝนแล้วก็ปล่อยทิ้งยาวเลย...

บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 08:43:47 PM »

มะรุมอินเดียปลูกเมื่อ ส.ค.56 มาถึง ม.ค.57 เริ่่มติดฝักแล้ว....แต่ยังไม่รู้จะเอาไปขายไหนดี 55
กล้วยน้ำว้าให้ผลผลิตมาเรื่อยๆ ขายเองบ้าง ส่งแม่ค้าบ้าง(ส่วนใหญ่) แม่ค้าเอาไปขายที่ตลาดน้ำไทรน้อย
กล้วยหินก็มีบ้าง กำลังขยายหน่อเรื่อยๆ มีคนบอกว่าปลูกกล้วยวันละต้นเท่ากับมีเงินฝากวันละ 100-200 บาท อีกหนึ่งปีค่อยเบิกได้
วันนี้เพิ่มซะสามหน่อเลย  ยิ้ม
แถมท้ายด้วยอินทผลัมสักหน่อย


บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 09:07:02 PM »

คราวนี้มาเข้าเรื่องทำนาดีกว่า
หลังจากเกี่ยวข้าวไปปลายเดือน ส.ค.56 สภาพเละเทะเนื่องจากดินค่อนข้างนุ่มบวกกับฝนตกต่อเนื่อง จึงเละ(เป็นดินก้นพื้นบ่อ หน้าดินถูกกวาดออกไปทำคันดินด้านข้างซะหมด) เดิมทีคิดว่าจะใช้ขลุบย่ำอย่างเดียว แต่เห็นสภาพนี้กลัวรถไถตกร่องแล้วคว่ำ(เละทั้งนา) ก็เลยจ้างรถตีดินไปเลย...จบ

ก้อนดินด้านซ้ายคือดินที่นาผม ส่วนก้อนขวาเป็นนาข้างๆ ติดมากับแทร็ครถ อย่างนี้ต้องใช้เวลาอีกเยอะในการปรับปรุง... ร้องไห้
ค่าใช้จ่าย 1.ค่ารถ 150 บาท/ไร่ (คิดให้เต็ม 4 ไร่ไปเลย เพราะนาน้อยไม่ค่อยมีใครอยากมา เสียเวลา) = 600 บาท
           2.ค่าน้ำมันดีเซล 15 ลิตร = 450 บาท
การแก้ปัญหาในอนาคต - ต้องปรับฤดูทำนามาให้ตรงกับนาปี นาปรัง ตามปกติ จะได้หลีกเลี่ยงการเก็บเกี่ยวช่วงหน้าฝน
บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 09:23:38 PM »

ตีดินเรียบดีแล้วก็เลยสูบน้ำออก หว่านปอเทืองซะ พยากรณ์อากาศก็บอกมรสุมน่าจะหมดแล้ว(ปลาย ก.ย.) ก็คิดว่าคงเอาอยู่
แต่ผ่านไปไม่กี่วัน ปอเทืองกำลังงอกงาม มรสุมเข้ามาอีก...เอาไม่อยู่แล้ว จมน้ำหมดเลย  ร้องไห้


แต่ยังมีที่ปลูกบนคันดินรอบๆ เอาไว้ทำพันธุ์รอบหน้าได้
บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 09:33:53 PM »

เปลี่ยนแผน... โกรธ น้ำเยอะแบบนี้ก็ต้องเป็นแหนแดงละกัน ขยายพันธุ์ไว้พร้อมกะใส่หลังโยนกล้า ไม่เป็นไรเอามาใช้ก่อนแล้วขยายใหม่
มีเวลาประมาณ 2 สัปดาห์เพราะนาปรังจะเริ่มทำกันหลังลอยกระทง (หว่านแหนแดงลงนาตอนกลาง ต.ค.)

บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 08:43:47 PM »

คราวนี้กลับมาเข้าร่มบ้าง ส่วนในนาปล่อยไปตามธรรมชาติก่อน
1 พ.ย. 56 ปฎิบัติการเพาะกล้านาโยน วันศุกร์ แรม 13 ค่ำ เดือน 11 (ฤกษ์ดีพอใช้)


พันธุ์ข้าวเป็นไรซ์เบอร์รี่ อร่อยดี มีประโยชน์ ที่สำคัญอายุข้าว 130 วัน มีเวลาทำไรเยอะ
ได้พันธุ์มาก็มาคัดอีกที นั่งเลือกเมล็ดเหลืองๆใสๆออก(ข้าวปน) 1 กก.ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ค่อยๆทำไปวันละหน่อย
30 ต.ค.56 เริ่มแช่ข้าว ประมาณ 15 กก. (ใส่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไปหน่อย...ช่วยไรป่าวหว่า)
31 ต.ค. 56 ห่มข้าวอีก 24 ชม.
1 พ.ย. เพาะลงถาด (280 ถาด) แรงงานพ่อ แม่ ลูก 1 วันเต็ม
ส่วนผสม ดินป่น+แกลบดำ+ปุ๋ยคอก รวมกัน 37 กก. ข้าวงอก(คลุกไตรโคเดอร์มาผง) 2.5 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเกลี่ยใส่ถาดหลุม (434หลุม) ได้ชุดละประมาณ 40 ถาด (ทำไปทั้งหมด 7 ชุด) ตอนคลุกก็พรมน้ำนิดหน่อยจะได้ไม่ฟุ้งมาก


บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 09:02:00 PM »

เสร็จแล้วก็เอามาเรียงที่ลาน (ลานนี้เอาไว้เตรียมตากข้าวหลังเกี่ยวด้วยเลย)
ตอนแรกก็วางซ้อนกันก่อนสัก 4 ชั้น คลุมสแลน รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าเอาไปเรียงแยกถาดเลยตอนดินแห้งๆอาจจะหกได้
ปล่อยไว้ได้สัก 2-3 วัน แดดร่มลมตกค่อยมานั่งเรียงแยกถาดก็ได้ (แต่อย่านานเกิน เดี๋ยวรากพันกัน... โกรธ เคยพลาดเลยรู้ 555)
เรียงเสร็จก็คลุมสแลนทั้งหมดอีกที ช่วงนี้ก็รดน้ำ เช้า กลางวัน เย็น


พอข้าวงอกได้สัก 5 วันก็เอาสแลนออก
ข้าวงอกสม่ำเสมอดีทุกถาด แต่ดูแล้วต้นกล้าต่อหลุมก็ยังมากเกินไป(4-8ต้น) คราวหน้าคงต้องลดปริมาณข้าวลงอีกหรืออาจจะต้องนั่งหยอดหลุมละ 2-3 เมล็ดก็พอ (อยากหยอดแค่เมล็ดเดียวด้วยซ้ำแต่ไม่แน่ใจตอนถอนไปโยนจะขาดหรือเปล่า)
บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 09:20:28 PM »

กลับมาออกแดดต่อ...ต้นกล้าก็คอยรดน้ำไปเรื่อย (กำหนดโยน 17 พ.ย.56 วันดี วันลอยกระทง)
หลังจากปล่อยแหนแดง ปอเทืองที่รอดมานิดหน่อย วัชพืชอื่นๆที่ขึ้นมาเติบโตเป็นปุ๋ยพืชสดก็เตรียมทำเทือกละ



ตอนแรกก็ใส่สี่ล้อ คราดให้พืชต่างๆจมให้หมด แล้วตามด้วยไม้ลูบเทือก (อันนี้ไม่ได้ทำเองหรอกนะ จ้างเอา  ยิ้ม )
คนที่มารับจ้างเค้าเลิกทำนาแล้ว มีล้อเหล็ก คราด ขลุบหมุน เราก็เลยบอกไม่ต้องเอากลับหรอกเดี๋ยวผมซื้อต่อ แต่รอหลังเกี่ยวข้าวนะ ตอนนี้ไม่มีตังค์  ยิงฟันยิ้ม
ของผมก็มีแค่รถไถอย่างเดียว ET95 อายุประมาณเบญจเพศ ไม่ต้องกลัวสนิม เพราะน้ำมันเยิ้มทุกรอยต่อ  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 09:34:12 PM »

ช่วงทำเทือกก็ใส่ปุ๋ยหมัก(แกลบดิบ แกลบดำ ขี้เป็ด) หมักไว้เองประมาณ 1200 กก. บวกกับปุ๋ยขี้ไก่หมัก EM (ซื้อจากสมาชิกที่ขายในเว็บนี้แหละ) อีก 700 กก. พอแค่นี้ก่อน





บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 08:39:04 PM »

ผ่านไป 15 วัน ต้นกล้าพร้อม นาพร้อม...รอคนพร้อม



กล้าในตะกร้าเอาไว้ดำนาต้นเดียว แยกไว้มุมแปลงด้านหนึ่งสำหรับทำพันธุ์รอบหน้า

บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 08:59:00 PM »

17 พ.ย. 56 วันลอยกระทง เริ่มโยนกล้า(ปาเป้า)



ปัญหาสำคัญของนาโยนที่ประสบมาครั้งก่อนๆ คือ การกระจายตัวของต้นกล้าไม่สม่ำเสมอ บางที่กระจุกตัว บางที่ห่างเกินไป จึงทำให้ผลผลิตน้อยเมื่อเทียบกับนาดำหรือนาหว่านที่มีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
ทางแก้ที่หลายท่าน(ที่อ่านผ่านๆมา)
1.เพิ่มจำนวนถาดต่อไร่เข้าไปอีก
2.เดินไปซ่อมจุดที่กระจุกตัว ซึ่งที่เคยทำมารู้สึกว่ามันเสียเวลามาก โยนเสร็จเร็วแต่ซ่อมใช้เวลานานมาก เวลาซ่อมก็ต้องเดินลุยเข้าไปในกลุ่มต้นกล้าที่โยนไปแล้ว ไม่สะดวกเลย
3.ทำแบบนาดำ อันนี้ก็ไม่ไหว แค่ดำต้นเดียวแปลงเล็กๆ กลับบ้านหลังยอกเลย ถ้าดำหมดแปลงก็คงแย่ ทรมานร่างกายเกินไป ระยะยาวหลังมีปัญหาแน่ๆ
ก็เลยมาลงที่ปาเป้า ซึ่งบางคนอาจดูว่าเสียเวลามาก(นาผม 3.5 ไร่ แรงงาน 3 คน ใช้เวลา 2 วัน) แต่ผมมาเปรียบเทียบดูแล้ว มีข้อดีคือ
บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 09:05:23 PM »

1.งานสบายกว่านาดำ ทำทั้งวันเหงื่อไม่ออก ไม่ปวดหลัง
2.ต้นกล้าห่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องกลับมาคอยซ่อมให้ยุ่งยากอีก



โยนเสร็จออกมาแบบนี้ ทางซ้ายมือเว้นไว้สำหรับดำต้นเดียว (ประมาณ 75 ตร.ม.)
บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 09:19:02 PM »

ผ่านไป 3 วัน 20 พ.ย.56 ปล่อยน้ำเข้านา พร้อมน้ำหมัก พ.ด.2(ปลา+สับปะรด) ประมาณ 20 ลิตร กับ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(ขยายเอง)อีก 5 ลิตร



ลูกปลาเล็กๆมากมายก็พากันว่ายน้ำไปในนา นกก็พากันมาจับปลากินตรงแนวร่องน้ำ ย่ำข้าวหายไปเป็นแนวเลย ก็เลยต้องออกแรงซ่อมอีกจนได้
บันทึกการเข้า
ชัย ชาวนานอกคอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


« ตอบ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 09:23:57 PM »

พอมีน้ำแล้ว ก็เป็นคิวของแหนแดงที่เพาะขยายไว้ ใส่ไป 4 กระสอบ ประมาณ 80 กก.



หน้าหนาวลมแรง พัดแหนแดงมารวมกันเป็นแพเลย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 18   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: