หน้า: 1 ... 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 [23] 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 ... 39   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไผ่ จุดเริ่มต้นเล็กๆเพื่อสวนเกษตรในฝัน ของคนมีฝัน จ.สุรินทร์  (อ่าน 159051 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Ratthapatch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 688


« ตอบ #352 เมื่อ: กันยายน 01, 2014, 09:33:13 AM »

มาอัพเดทต้นไม้ที่เพาะในกระถางครับ โตขึ้นมากแล้ว

กำลังจะแยกต้นไม้ออกจากกระถางครับ


มีต้นหว้า 4 ต้น ต้นกระท้อนปุยฝ้าย 4ต้น ลิ้นจี่จักรพรรดิ์ 2 ต้น เงาะ 2ต้น หญ้าเนเปียร์ที่ยังเก็บไว้อีก 3-4ต้น


อีกมุมหนึ่งครับ อัพเดท รอกลับบ้านก่อนนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2018, 12:57:56 AM โดย Ratthapatch » บันทึกการเข้า

คุณโอ ณ สวนเกษตรในฝัน จ.สุรินทร์

Buaroeynop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1592


« ตอบ #353 เมื่อ: กันยายน 01, 2014, 11:14:02 AM »

มาอัพเดทต้นไม้ที่เพาะในกระถางครับ โตขึ้นมากแล้ว

กำลังจะแยกต้นไม้ออกจากกระถางครับ


มีต้นหว้า 4 ต้น ต้นกระท้อนปุยฝ้าย 4ต้น ลิ้นจี่จักรพรรดิ์ 2 ต้น เงาะ 2ต้น หญ้าเนเปียร์ที่ยังเก็บไว้อีก 3-4ต้น


อีกมุมหนึ่งครับ อัพเดท รอกลับบ้านก่อนนะครับ

นับถือๆ หัวใจสีเขียวจริง ใช้พื้นที่เล้กเล็กให้เกิดประโยชน์  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

ขอบคุณครับ ยังหลงไหลไผ่ ผักหวาน และมะนาวเหมือนเดิมครับ เพียงแต่เพาะพวกไม้ผลที่เราชอบกินชอบทาน เอาไปปลูกที่บ้าน
เพราะเราไม่ได้กินแต่ข้าวเราต้องกินผลไม้ด้วยครับ เลยอาศัยหลังห้องที่มีพื้นที่ว่างนิดหน่อย ไม่ค่อยได้รับแสงแดดเท่าไหร่
มาเพาะต้นไม้รอให้ต้นไม้โตพอจะขยาย จึงค่อยเอากลับบ้านไปหาที่ปลูกครับ ส่วนจะได้กินหรือไม่ผมว่าปลูกต้นไม้ไว้ก่อน
จะกลายพันธุ์หรือไม่กลาย ผมว่าไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม เพราะเราค่อยเอาพันธุ์ดีๆมาเสียบกิ่งได้ ติดตา เสียบยอด ทาบกิ่งได้ในอนาคตครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 01, 2014, 11:23:59 AM โดย Ratthapatch » บันทึกการเข้า
Ratthapatch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 688


« ตอบ #354 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 04:31:07 PM »

วันนี้วันศุกร์ 5 กันยานา2014 มาเริ่มปฏบัติการ ที่2 โครงการผักหวานป่า เสี่ยร้อยล้าน ฮ่าๆๆๆ
            แผนงานการเริ่มโครงการ (ต้องวางแผน เพราะถ้าทำไม่ได้จะได้อายตัวเองครับ)
1. ศึกษาหาข้อมูลผักหวานป่าแบบจริงจัง ได้ข้อมูลมาดังนี้ ผิดถูกบอกกันได้นะครับ
     1.1 พันธุ์ผักหวานป่ามีสองชนิด ชนิดยอดเขียว(ใบแหลม) กับยอดเหลือง(ใบโค้งมล) เขาว่ายอดเขียวโตไวกว่า เลือกพันธุ์นี้ล่ะกันนะ
แต่ยอดเหลืองคนนิยมมากกว่า
     1.2 การเพาะแบบเมล็ดเปอร์เซ็นต์การรอดเยอะกว่า วิธีอื่นๆ แต่ต้องใช้เวลานาน 2-3 ปี กว่าจะเก็บผลผลิตได้ ผมเลือกการเพาะเมล็ดนี่แหละ
ส่วนการตอนค่อยออกไปตามหาต้นตามป่า หรือรอต้นตัวเองโตแล้วค่อยเรียนรู้การตอนภายหลัง
     1.3 ต้นผักหวานป่ามีต้นตัวผู้ตัวเมีย แต่ยอดเขาว่าอร่อยเท่ากัน ต่างกันที่ติดผลกับไม่มีผลรึเปล่า เพื่อเอาเมล็ด
     1.4 ต้นผักหวานป่าต้องการพืชพี่เลี้ยง จึงจะรอดในช่วงแรกของการเจริญเติบโต
     1.5 ต้นไม้พี่เลี้ยงมีหลายชนิดที่มีหลายคนทดลอง ทั้งตะขบ แค ชะอม มะรุม มะขามเทศ ฯลฯ แต่ผมเลือกตะขบ แค และมะขามเทศ เพราะรู้สึกจะโตไวกว่าเพื่อน ส่วนแคเขาว่าหนอนกินใบเยอะ แต่ตะขบก็เพาะยากมาก  ต้องไปเรียนรู้วิธีการเพาะตะขบ กับตอนตะขบ ส่วนมะขามเทศก็ดี แต่ต้องเอาพันธุ์ที่กินฝักได้ จึงจะคุ้มกว่าตามตอนต้นทั่วๆไป ตอนตะขบเอาไว้ก่อนสั่งเมล็ดผักหวาน
     1.6 สั่งเมล็ดผักหวานป่า จากหลายๆที่ เพื่อเปรียบเทียบ และศึกษา
     1.7 การปลูกกับตะขบ ควรปลูกระยะ 4X4 เมื่อต้นตะขบโตจะไม่เบียดมากเกินไป และสามารถปลูกต้นผักหวานแซมกลางแถว เมื่อตะขบโตมากพอ
     1.8 การเพาะผักหวานป่าให้รากงอกแล้วจึงเอาไปเสียบที่โคนตะขบ ห่างต้นตะขบประมาณหนึ่งถึงสองคืบ ต้นล่ะ 4-8 ต้น
     1.9 การดูแลรักษารดน้ำใส่ปุ๋ย
2. ทำการปรับปรุงแก้ไข ทดลองและจดบันทึก เพื่อถ่ายทอดให้เกษตรกรที่สนใจต่อไป
ขอทำแผนงานตามนี้ก่อนครับ จะได้ตามแผนไหมต้องลองดูครับ ต่อไปลงมือทำครับ สู้โว๊ยยยยยยยยยยย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2018, 12:57:41 AM โดย Ratthapatch » บันทึกการเข้า

คุณโอ ณ สวนเกษตรในฝัน จ.สุรินทร์
prajak23
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1127


« ตอบ #355 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 06:10:34 PM »

วันนี้วันศุกร์ 5 กันยานา2014 มาเริ่มปฏบัติการ ที่2 โครงการผักหวานป่า เสี่ยร้อยล้าน ฮ่าๆๆๆ
            แผนงานการเริ่มโครงการ (ต้องวางแผน เพราะถ้าทำไม่ได้จะได้อายตัวเองครับ)
1. ศึกษาหาข้อมูลผักหวานป่าแบบจริงจัง ได้ข้อมูลมาดังนี้ ผิดถูกบอกกันได้นะครับ
     1.1 พันธุ์ผักหวานป่ามีสองชนิด ชนิดยอดเขียว(ใบแหลม) กับยอดเหลือง(ใบโค้งมล) เขาว่ายอดเขียวโตไวกว่า เลือกพันธุ์นี้ล่ะกันนะ
     1.2 การเพาะแบบเมล็ดเปอร์เซ็นต์การรอดเยอะกว่า วิธีอื่นๆ แต่ต้องใช้เวลานาน 2-3 ปี กว่าจะเก็บผลผลิตได้ ผมเลือกการเพาะเมล็ดนี่แหละ
ส่วนการตอนค่อยออกไปตามหาต้นตามป่า หรือรอต้นตัวเองโตแล้วค่อยเรียนรู้การตอนภายหลัง
     1.3 ต้นผักหวานป่ามีต้นตัวผู้ตัวเมีย แต่ยอดเขาว่าอร่อยเท่ากัน ต่างกันที่ติดผลกับไม่มีผลรึเปล่า เพื่อเอาเมล็ด
     1.4 ต้นผักหวานป่าต้องการพืชพี่เลี้ยง จึงจะรอดในช่วงแรกของการเจริญเติบโต
     1.5 ต้นไม้พี่เลี้ยงมีหลายชนิดที่มีหลายคนทดลอง ทั้งตะขบ แค ชะอม มะรุม ฯลฯ แต่ผมเลือกตะขบ เพราะรู้สึกจะโตไวกว่าเพื่อน ส่วนแคเขาว่า
หนอนกินใบเยอะ แต่ตะขบก็เพาะยากมาก  ต้องไปเรียนรู้วิธีการเพาะตะขบ กับตอนตะขบ เอาไว้ก่อนสั่งเมล็ดผักหวาน
     1.6 สั่งเมล็ดผักหวานป่า จากหลายๆที่ เพื่อเปรียบเทียบ และศึกษา
     1.7 การปลูกกับตะขบ ควรปลูกระยะ 4X4 เมื่อต้นตะขบโตจะไม่เบียดมากเกินไป และสามารถปลูกต้นผักหวานแซมกลางแถว เมื่อตะขบโตมากพอ
     1.8 การเพาะผักหวานป่าให้รากงอกแล้วจึงเอาไปเสียบที่โคนตะขบ ห่างต้นตะขบประมาณหนึ่งถึงสองคืบ ต้นล่ะ 4-8 ต้น
     1.9 การดูแลรักษารดน้ำใส่ปุ๋ย
2. ทำการปรับปรุงแก้ไข ทดลองและจดบันทึก เพื่อถ่ายทอดให้เกษตรกรที่สนใจต่อไป
ขอทำแผนงานตามนี้ก่อนครับ จะได้ตามแผนไหมต้องลองดูครับ ต่อไปลงมือทำครับ สู้โวียยยยยยยยยยย


อ่านแล้ว ได้ความรู้สมบูรณ์แบบ มากๆเรื่องผักหวาน ขอบคุณที่สรุปเป็นความคิดรวบยอดให้ได้อ่าน เรื่องเพาะตะขบไม่อยากครับเดี๋ยวมาบอกตอนนี้ผมเพาะไว้จนเหลือครับผมก็ลองผิดลองถูกมาจนได้ค้นพบเองวิธีของตัวเองครับ ยิ้มเท่ห์

ถ้ามาแนะนำการเพาะตะขบ จนได้วิธีแล้วมาแนะนำด้วยครับ เอาตั้งแต่เตรียมดินเพาะตะขบ อุปกรณ์ระยะเวลาการดูแลและการรดน้ำ การย้ายกล้าด้วยนะครับ เพราะเห็นหลายคนบอกว่าการฉีดน้ำตะขบก็ตายได้ การเตรียมอุปกรณ์ก็มีส่วนให้ตะขบรอดมากน้อย การย้ายปลูกก็ทำให้ต้นตายได้อีก ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=108968.0
พอดีผมตอนนี้ ผมใช้มือถือเล่น ลงรูปไม่ได้ เคยลงไว้ในกระทู้เก่าๆ ลองดูนะครับ มีหลายวิธีให้เลือก วิธีผมก็เสนอเป็นทางเลือกหนึ่ง ลองเข้าไปดูนะครับ ยิ้มเท่ห์

ต้องขอบคุณคุณจักรมากๆครับ เราอายุรุ่นเดียวกันครับ ผมไปอ่านกระทู้ครูจักรแล้ว สมัยเด็กชีวิตผมไม่ได้ต่างกับคุณครูเลยครับ ทั้งการเลี้ยงควาย การขี่จักรยานไปโรงเรียน เดินไปเรียน ช่วงเช้าก่อนเรียนต้องขี่ความยไปกินหญ้าตามคันนา จึงไปเรียนได้ ตอนมอหนึ่ง พ่อแม่ผมก็เจออุบัติเหตุรถคว่ำ เพราะไปรับจ้างทำก่อสร้างในเมืองหลวง อาการสาหัสรอดมาได้แต่ทำอะไรได้มากไม่ได้ ผมแย่กว่าจักรตรงที่ ผมกู้เรียนไม่ได้ตอนนั้นเขามีจำนวนน้อย พอไม่ได้กู้เขาจะให้แต่พวกต่อเนื่องกันก่อน กะน้องมอสี่ พอมหาลัยผมไม่มีเงินเรียนเลยมุ่งหน้ามาทำงานด้วยเรียนด้วยจนจบรามคำแหงครับ ชีวิตเลยได้ดีขึ้นมาหน่อยกว่าเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในหมู่บ้าน แต่หมู่บ้านผมมีคนฐานะดีคนนึงเขาได้เรียนในเมืองตลอด ต่างจากผมที่สู้มาตลอด แต่ถือว่าการที่เราจนมาก่อนทำให้เราผ่นงานหนักมาได้แล้วพอเจองานสบายเราก็เลยทำได้สบาย วิธีคุณจักรดูแล้วน่าจะได้ผลดีครับ เพียงแต่ผมอยู่ในแฟลตแดดฝั่งผมไม่โดนหลังห้อง แดดจะอยู่ทางเดินหน้าห้องเลยทำการเพาะปลูกยากนิดนึงในการอาศัยแดด แต่คนเราเกิดมาเพื่อเอาชนะธรรมชาติอยู่แล้วนี่นา ต้องคิดหาวิธีทำให้ได้ล่ะน่า ขอบคุณมากๆครับ

ยินดีครับ มีเพื่อนใหม่อีกคนแล้ว  ;)พูดเรื่องความหลังก็ไม้ได้จะอวดตัวเองว่าเก่งหรือดีกว่าคนอื่น เพียงแค่อยากสอนให้น้องๆรุ่นใหม่ๆที่มีวิถีชีวิตที่คล้ายกัน ชีวิตที่มีปัญหา อย่าท้อแท้กับปัญหา อย่าหวังกับโชควาสนา ทุกอย่างอยู่ที่เราล่ะครับ เรื่องตะขบผมก็เพาะในร่มนะครับ ตอนนี้ก็เพาะลงถุงไว้ในร่มก็เติบโตดี ผมปลูกหลุมละ 2-3 ต้นก็มี เพราะดินผมอุ้มน้ำ ตะขบ แคที่ปลูกช่วงฝนลง ก็ชะงักไปเหมือนกัน ต้นที่ปลูกก่อนฝนก็เติบโตดีครับ ตอนนี้ตะขบมีเหลือเกือบร้อยไม่มีที่ปลูกแล้วครับ เหลือ2 รุ่นร่นนึงสูงประมาณศอก อีกรุ่นประมาณคืบ กะว่าหมดฝน ผมจะเอาไปซ่อมส่วนที่มันตาย หรือไม่โต สรุปเพาะตะขบจะรอดหรือไม่ก็ตอนที่ย้ายต้นกล้าลงถุงดำครับ ถ้ารากไม่กระทบกระเทือนรับประกันรอดแน่นอนครับ วิธีผมต่างจากท่านอื่นคือย้ายตั้งแต่เล็ก ลงถาด จากถาดก็ลงถุง ครับ แต่เวลาปลูกลงดิน อันนี้ก็แล้วแต่สภาพดินแต่ละคน นะครับ ลองดูนะ ส่วนการตอนผมก็ลองแล้วแต่สำหรับดินผมไม่ได้ผลครับ กิ่งตอนยังเท่าเดิมโตช้า ลมมามีล้มด้วยครับ  ที่ขุดเบี้ยจากรากมาก็รอดบ้างไม่รอดบ้างต้นที่รอดก็โตสู้เพาะเม็ดไม่ได้  เพาะเม็ดแซงทุกวิธีครับ สำหรับสวนผม แต่ไม่ได้ว่าอย่างไหนดีไม่ดีครับดีทุกวิธี แต่แบบไหนมันเข้ากับสภาพแวดล้อม ที่ดินเราก็เลือกเอาครับ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าได้ทำด้วยตัวเอง ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2014, 08:46:26 AM โดย prajak23 » บันทึกการเข้า

ดุล่ะมี ซูซีล่ะฮั่ง
Ratthapatch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 688


« ตอบ #356 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 06:16:39 PM »

ปฏิบัติการทำตามแผนงานเพื่อสานฝัน ผักหวานป่า ป๋าร้อยล้าน
เริ่มด้วย การตามหาต้นตะขบในเมืองฟ้าเมืองกรุง โชคดีครับแถวบางนา ต้นตะขบพอมีให้หาได้เยอะอยู่
(แต่ตอนผมปีนรั้วเก็บตะขบใกล้ๆ ร้านขายอาหารตามสั่ง กับคิวรถ มีแต่คนเหลือบมอง แล้วนินทา ว่าไอ้บ้านี่มันทำอะไร เพราะผมปีนเก็บกลางวันแสกๆ)
เขาคงรู้สึกว่ามันจะอยากกินอะไรขนาดนั้น ปีนเอาเป็นเอาตาย แต่ผมอายซะที่ไหน ได้มาสามผลเดินใส่อุ้งมือแบบโคตรรักเอ้งเลยนะตะขบ


ได้ผลตะขบมาสามผลครับ ทั้งต้นสามารถเก็บได้แค่นั้นจริงๆครับ แต่คิดว่าเหลือเฟือสำหรับ การทดลองเพาะตะขบในรอบแรก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2014, 01:24:17 AM โดย Ratthapatch » บันทึกการเข้า

คุณโอ ณ สวนเกษตรในฝัน จ.สุรินทร์
nagdernthang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 695


« ตอบ #357 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 11:27:29 PM »

แวะมาให้กำลังใจเช่นเคยครับ กับป่าร้อยล้าน ผักหวานป่า
บางทีการทำสิ่งที่ธรรมดา ๆ ในเมืองหลวง ก็มักเป็นเรื่องแปลก
หากคือความสุขทำต่อไป ก้าวรอก้าว
สู้ๆครับ

ขอบคุณครับ สาธุครับสวนป่าร้อยล้าน เพราะสวนป่าของผมนี่ตีเป็นราคาไม่ได้มันมีค่าทางจิตใจ เพราะผมเอาใจใส่ลงไปในการเพาะปลูกครับ ราคาเลยแพง ถ้าผมเป็นนายกผมคงรวยน่าดูครับ เหมือนวัตถุมงคลที่ประเมินราคาไม่ได้ สวนผมก็คงจะเหมือนกัน ผมจะไม่หยุดแค่นี้แน่นอนสำหรับการปีนเก็บลูกตะขบ พวกคุณๆในกรุงเทพทั้งหลายจะได้เห็นผมไปเก็บตะขบอีกหลายๆครั้ง จนกว่าจะเก่งอิๆ ถ้าเห็นใครเขย่งเก็บลูกตะขบให้สงสัยได้เลยว่าน่าจะเป็นผมนะครับ อิๆ  มีกำลังใจจากพี่ๆเพื่อนๆในนี้มาช่วยบอกช่วยแนะนำก็มีแรงจะสู้ต่อครับ  แค่มาไลค์ก็ดีใจมากๆแล้วครับ ผมเองก็มีข่าวดีครับสิ้นเดือนจะได้กลับบ้านสุรินทร์อิๆ พี่สาวชวนกลับบอกจ่ายค่าน้ำมันให้ หาโอกาสกลับอยู่แล้วจัดไปสิ้นเดือนคงมีไผ่ที่ปลูกก่อนหน้า และหญ็าเนเปียร์มาอัพเดทกันครับ

nagdernthang says : รอติดตามผลงานเช่นเคยครับอาทิตย์หน้าผมคงต้องเดินทางไกล ปลายทางหนองบัวลำภูกับสุรินทร์ครับไม่แน่ถ้าสนใจไผ่หม่าจูที่ผมมีในครอบครองแจ้งความจำนงมาได้ครับ จะจัดการให้ครับแบ่งปันกันไปครับ ตามกำลังและแนวทางชีวิตที่เลือก สู้ๆครับ คุณรัฐธภัทร (อาจจะพิมพ์ผิด) ตอนแรกผมอ่าน ราชภัฏนะ 555

ชื่อรัฎฐาพัชญ์ ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2015, 03:41:01 AM โดย Ratthapatch » บันทึกการเข้า
Ratthapatch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 688


« ตอบ #358 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 01:22:07 AM »


หลังจากได้ลูกตะขบมาแล้ว จัดการบีบใส่แก้วน้ำที่เตรียมไว้ แช่ทิ้งไว้สักสองสามคืนครับ
(อนาคตจะลองแบบไม่ต้องแช่น้ำบีบใส่น้ำแล้วดูดฉีดใส่ดินที่เตรียมไว้เลยแทนครับ)
เพื่อจะเอากระบอกเข็มฉีดยามาดูดแล้วปล่อยลงในดินที่เตรียมไว้ครับ

บันทึกการเข้า

คุณโอ ณ สวนเกษตรในฝัน จ.สุรินทร์
Chakapol
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 205


« ตอบ #359 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 10:05:15 AM »

เอาใจช่วยครับแบบนี้คงไม่นาน ได้กลับบ้านไปดูสวนดั่งใจฝันแน่ๆ ครับ บอง

ขอบคุณครับ ปีหน้าเอาจริงสวนผักหวานสักไร่ลองดูครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2014, 04:30:55 PM โดย Ratthapatch » บันทึกการเข้า
Ratthapatch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 688


« ตอบ #360 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 04:41:51 PM »

ปฎิบัติการตามหาผลตะขบภาคสอง อันนี้จะลองแบบไม่แช่น้ำค้างคืนครับ ดูสิจะแตกต่างกันไหมในเรื่องอัตราการงอก


ดินพร้อม ต้องซื้ออย่างเด่วเพราะอยู่เมืองกรุง อยู่บ้านเราเมื่อไหร่ ดินฟรี


อุปกรณ์พร้อมครับ


สถานที่เล็กๆหลังห้องพร้อม


เมื่อทุกอย่างงพร้อมเริ่มจัดการเลยครับ เดี๋ยวจะเอาขั้นตอนมาทำให้ดูทีล่ะขั้นตอนครับ ใครทำเป็นแล้วมาดูและแนะนำด้วย ส่วนใครที่ยังไม่เคยทำ
มาลองทำตามผมดูครับ จะเอาทั้งปัญหาและทางออกมาให้รับชมกันต่อไปครับ แต่น่าจะไม่มีปัญหาเพราะครูจักรมาสาธิตให้เราดูมาแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2014, 09:04:04 PM โดย Ratthapatch » บันทึกการเข้า

คุณโอ ณ สวนเกษตรในฝัน จ.สุรินทร์
Ratthapatch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 688


« ตอบ #361 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 07:14:39 PM »

มาอัพกันต่อครับ ดินผสมขุยมะพร้าวเอามาใส่ถาดที่ไปถอยออกมาจากโตัสครับ


ใส่น้ำลงไปแล้วเอาดินออกตรงด้านข้างเป็นร่อง เอาไว้ดูระดับน้ำใต้ดินครับว่าดินชื้นอยู่หรือไม่


เข็มเอาไว้ดูดน้ำตะขบมาฉีดพ่นใส่ในกระบะ


ผมจะทดลองหลายๆแบบครับ เพื่อที่จะรู้ข้อจำกัดของการเพาะ
1. จะทดลองเพาะโดยการไม่ต้องห่มถุง เพราะไม่ได้วางไว้กลางแดด เวลาฝนตกไม่ต้องกลัวเมล็ดตะขบจะกระเด็น เวลาให้น้ำจะฉีดด้วยละอองน้ำ
2. จะเพาะโดยไม่ให้โดนแดด เพราะอยู่ในตึกแต่วางที่โล่งอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะผมคิดว่าช่วงงอกต้นไม้ยังไม่ต้องการแสงแดดมากเท่าไหร่ พืชหลายๆชนิดเหมือนกัน
3.จะทดลองเพาะแบบปิดคลุมด้วยถุงพลาสติก เพราะจะบันทึกการงอกว่าใช้เวลากี่วันถ้าเทียบกับแบบไม่คลุม
4. จะทดลองโดยไม่ต้องแช่เมล็ดข้ามคืน กับแบบเเช่เมล็ดกับน้ำข้ามคืนสองสามคืน
5. จะทดลองเพาะแบบฉีดน้ำผสมเมล็ดกระจายไปทั่วๆ กับฉีดแบบคล้ายๆหยอดเป็นหลุมๆ

จะลองทำดูทีล่ะแบบครับ ผมยังมีเวลาเพราะว่าปีหน้าเดือน พฤษภาคม ถึง มิถุนาถึงจะมีเม็ดผักหวานมาให้เอาไปปลูก ผมต้องการแค่ 150 ต้นเท่านั้นน่าจะเพียงพอกับจำนวนหนึ่งไร่

ขอสอบถามผู้รู้ว่าใช้เวลากี่เดือนครับถึงเหมาะจะปลูกลงดินในสวนครับ

บันทึกการเข้า

คุณโอ ณ สวนเกษตรในฝัน จ.สุรินทร์
Ratthapatch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 688


« ตอบ #362 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 09:01:11 PM »


วันนี้มาอัพเยอะหน่อยนะครับ เพราะต้องบอกขั้นตอนที่ตัวเองทำตามวิธีของครูจักร และคนอื่นๆ แต่เอามาดัดแปลงอีกครั้ง
เพื่อให้เข้ากับตัวเอง และง่ายที่สุด

ตัดขวดออกเป็น 2 ชิ้นๆ จากนั้นตัดส่วนบนเป็นริ้วๆครับ จะได้เอาไว้สวมปิดง่ายๆ


ส่วนล่างใส่ดินที่จะไว้เตรียมเพาะครับ


เอาส่วนบนมาปิดกันฝนกันแมลงได้ครับ


ใส่น้ำรอให้ดินชุ่มน้ำแล้วค่อยฉีดหยอดเมล็ดตะขบที่ขยี้ผสมน้ำรอไว้


ในขวดชุดนี้ผมจะเพาะแบบใส่ในถุงพลาสติกปิดไว้ เพื่อเปรียบเทียบว่าอันไหนจะงอกเร็วกว่ากัน
เพื่อทดลองสมมุติฐาน ปล่อยให้ถูกอากาศ และแบบสุญญากาศ และแบบแช่เมล็ดข้ามคืน อันไหนจะงอดเร็วกว่ากัน
และอนาคตจะเอาลูกตะขบที่ตกดินแล้ว กับที่เก็บจากต้นสดๆ แล้วมาทำกับวิธีนี้ที่ได้ผลดีที่สุด อันไหนจะเป็นทางออกดีที่สุด
สำหรับการเพาะต้นตะขบ เมื่อโตแล้วคงต้องทำแบบครูจักรครับจึงจะรอดมากกว่ากรณีอื่น ตอนนี้อยากรู้ว่าวิธีไหนงอกเร็วกว่ากัน
บันทึกการเข้า

คุณโอ ณ สวนเกษตรในฝัน จ.สุรินทร์
Ratthapatch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 688


« ตอบ #363 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 10:02:42 PM »

วันนี้วันที่ 6 กันยายน 2557 เวลา 22.00 น. ทำการเพาะตะขบเรียบร้อย แต่แค่ตะขบผลเดียวทำน้ำหยอดเอาไว้ฉีดได้เยอะเลยครับ แต่กลัวจะไม่งอกเลยครั้งแรกขอใส่เยอะๆหน่อยนะครับ ติดตามรอตอนต่อไป รออีกสองอาทิตย์ว่าจะงอกไหม ได้ผลยังไงจะเอามาอัพเดทให้รู้อีกทีครับ ซึ่งตอนแรกกะว่าจะใช้แค แต่ที่ทดลองเอาไปปลูกสองสามต้นที่บ้าน ตอนนี้เจอหนอนกินใบเล่นงาน เลยคิดว่าไม่น่าจะดีสำหรับพื้นที่ของผมที่จะเอาแคเป็นพี่เลี้ยงผักหวาน เลยต้องมาสนใจต้นตะขบแทน ซึ่งตอนแรกก็ลำบากใจว่าจะหาต้นตะขบที่ไหน เลยหาข้อมูลดูมีคนเพาะแล้วทำได้ เลยเปลี่ยนใจมาคิดว่าเราก็น่าจะทำได้ ส่วนผลของตะขบผมเอามาแช่ตู้เย็นเก็บไว้ทดลองครั้งต่อไปว่า ตะขบสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นแล้วนำมาเพาะมันจะขึ้นไหมอีกทีหนึ่ง นอนหลับฝันดีครับทุกท่าน
บันทึกการเข้า

คุณโอ ณ สวนเกษตรในฝัน จ.สุรินทร์
ittiphon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 444


« ตอบ #364 เมื่อ: กันยายน 07, 2014, 03:59:37 AM »

สวัสดีครับเข้ามาเยี่ยมชมและเป็นกำลังใจนะครับ
บันทึกการเข้า
prajak23
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1127


« ตอบ #365 เมื่อ: กันยายน 07, 2014, 08:05:04 AM »

ลองดูหลายวิธีนะครับ เอาใจช่วย ตะขบที่ปลูกลงหลุม ผมลองทุกช่วงแล้ว ตั้งแต่เล็กๆ คืบหนึ่งไม่เพาะถุงเลย  เพาะถุงได้คืบหนึ่ง ศอกหนึ่ง รอดทุกแบบครับ แต่อัตราการรอดมากที่สุดและโตที่สุดคือให้เค้าโตที่สุดแล้วปลูกครับใจเย็นๆ ผมมันชอบทดลองครับ แต่เพาะในหลุมเลยยังไม่เคยครับ ผมเพาะไว้ที่เหลือๆ อายุประมาณ4 เดือน นับจากเพาะเม็ดเลยนะครับเพาะก่อนผักหวานเดือนหนึ่ง ตอนนี้รากเดินเริ่มเต็มถุงแล้ว(ถุง 4x8 ) กะว่าจะเอาไว้ซ่อมหลุมที่มันตาย หรือที่มันไม่โต  บางหลุมผมปลูก 3 ต้นก็มีครับ โตบ้าง ไม่โตบ้าง แต่แปลกที่เพาะในถุงโตทุกต้นครับแต่เอาลงหลุมจะแตกต่างกัน
 ถ้าะพูดถึงไม่พี่เลี้ยง ผมเอาสองอย่างหลักๆ แค ตะขบ เพราะหาง่าย รวมทั้งไม้ธรรมชาติที่มีอยู่เดิมๆ แคจะมีปัญหาด้านหนอน แมลงกินไป ตะขบไม่มีปัญหาด้านนี้ แต่ปัญของผมที่พบของไม้พี่เลี้ยงคือเรื่องดินอุ้มน้ำของผม ช่วงฝนตกหนักๆและติดต่อกัน ผักหวานก็เน่า ส่วนต้นตะขบและแคที่ปลูกพร้อมๆกับผักหวาน ก็ชะงักและเหลือง ตายไปบ้างเหมือนกัน ส่วนที่ปลูกก่อนผักหวานโตก่อนฝนมาก็ปกติครับ ดังนั้นใครที่ปลูกพี่เลี้ยงไว้ก่อน ก็จะตัดปัญหาเรื่องนี้ได้
 ส่วนกิ่งตอน ขุดเหง้าติดราก ก็ลองเอามาปลูกหมด สรุปการเติบโต เรียงตามลำดับ จากเพาะเม็ด จากขุดเหง้า และจากกิ่งตอนครับ แต่อนาคตไม่ทราบนะครับว่าแบบไหนจะโตกว่า อันนี้จากสวนผมนะครับ สวนท่านอื่นอาจแต่ต่างกันก็ได้ ท่านก็ลองดูหลายๆแบบนะครับ เอาใจช่วย เดี๋ยวเอาภาพมาให้ดูเป็นการยืนยัน
 ขอให้ตะขบที่เพาะโตเร็วๆขอติดตามและเอาใจช่วยครับ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

ดุล่ะมี ซูซีล่ะฮั่ง
prajak23
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1127


« ตอบ #366 เมื่อ: กันยายน 07, 2014, 08:19:57 AM »


วันนี้มาอัพเยอะหน่อยนะครับ เพราะต้องบอกขั้นตอนที่ตัวเองทำตามวิธีของครูจักร และคนอื่นๆ แต่เอามาดัดแปลงอีกครั้ง
เพื่อให้เข้ากับตัวเอง และง่ายที่สุด

ตัดขวดออกเป็น 2 ชิ้นๆ จากนั้นตัดส่วนบนเป็นริ้วๆครับ จะได้เอาไว้สวมปิดง่ายๆ


ส่วนล่างใส่ดินที่จะไว้เตรียมเพาะครับ


เอาส่วนบนมาปิดกันฝนกันแมลงได้ครับ


ใส่น้ำรอให้ดินชุ่มน้ำแล้วค่อยฉีดหยอดเมล็ดตะขบที่ขยี้ผสมน้ำรอไว้


ในขวดชุดนี้ผมจะเพาะแบบใส่ในถุงพลาสติกปิดไว้ เพื่อเปรียบเทียบว่าอันไหนจะงอกเร็วกว่ากัน
เพื่อทดลองสมมุติฐาน ปล่อยให้ถูกอากาศ และแบบสุญญากาศ และแบบแช่เมล็ดข้ามคืน อันไหนจะงอดเร็วกว่ากัน
และอนาคตจะเอาลูกตะขบที่ตกดินแล้ว กับที่เก็บจากต้นสดๆ แล้วมาทำกับวิธีนี้ที่ได้ผลดีที่สุด อันไหนจะเป็นทางออกดีที่สุด
สำหรับการเพาะต้นตะขบ เมื่อโตแล้วคงต้องทำแบบครูจักรครับจึงจะรอดมากกว่ากรณีอื่น ตอนนี้อยากรู้ว่าวิธีไหนงอกเร็วกว่ากัน

ชื่นชมกับการทดลองครับ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ยิงฟันยิ้ม จากที่เพาะนะครับ ใสดินวางในที่ร่ม สรุปที่งอกเยอะ และเร็ว
1.เม็ดสมบูรณ์ สุกจัด อย่าเหี่ยวนะครับ เก็บจากต้น
2.แช่น้ำ
3.คลุกดินละเอียดก่อนหว่าน หรือหว่านแล้วโรยดินละเอียดบางๆ
4.วางในที่ร่มโดนแดดบ้างบางช่วง
ส่วนแบที่ใส่ขวดคลอบ หรือปิดแบบท่านทำก็ไม่เคยครับ แต่บางทีไม่แน่นอนอาจงอกเร็วก็ได้ครับ ยิ้มเท่ห์
อีกอย่างระวังมดด้วยนะครับ ส่วนที่เพาะในถาด โดยเฉพาะที่ไม่ได้แช่น้ำ และไม่ได้คลุกดิน หวานเขานะครับ เกลี้ยงเลยนะ กับถ้างอกแล้วอย่าไปฉีออะไรใส่นะครับ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงผมเจอกับตัวตายเรียบ ยิ้มกว้างๆ]
บันทึกการเข้า

ดุล่ะมี ซูซีล่ะฮั่ง
prajak23
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1127


« ตอบ #367 เมื่อ: กันยายน 07, 2014, 08:22:57 AM »

มาอัพกันต่อครับ ดินผสมขุยมะพร้าวเอามาใส่ถาดที่ไปถอยออกมาจากโตัสครับ


ใส่น้ำลงไปแล้วเอาดินออกตรงด้านข้างเป็นร่อง เอาไว้ดูระดับน้ำใต้ดินครับว่าดินชื้นอยู่หรือไม่


เข็มเอาไว้ดูดน้ำตะขบมาฉีดพ่นใส่ในกระบะ


ผมจะทดลองหลายๆแบบครับ เพื่อที่จะรู้ข้อจำกัดของการเพาะ
1. จะทดลองเพาะโดยการไม่ต้องห่มถุง เพราะไม่ได้วางไว้กลางแดด เวลาฝนตกไม่ต้องกลัวเมล็ดตะขบจะกระเด็น เวลาให้น้ำจะฉีดด้วยละอองน้ำ
2. จะเพาะโดยไม่ให้โดนแดด เพราะอยู่ในตึกแต่วางที่โล่งอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะผมคิดว่าช่วงงอกต้นไม้ยังไม่ต้องการแสงแดดมากเท่าไหร่ พืชหลายๆชนิดเหมือนกัน
3.จะทดลองเพาะแบบปิดคลุมด้วยถุงพลาสติก เพราะจะบันทึกการงอกว่าใช้เวลากี่วันถ้าเทียบกับแบบไม่คลุม
4. จะทดลองโดยไม่ต้องแช่เมล็ดข้ามคืน กับแบบเเช่เมล็ดกับน้ำข้ามคืนสองสามคืน
5. จะทดลองเพาะแบบฉีดน้ำผสมเมล็ดกระจายไปทั่วๆ กับฉีดแบบคล้ายๆหยอดเป็นหลุมๆ

จะลองทำดูทีล่ะแบบครับ ผมยังมีเวลาเพราะว่าปีหน้าเดือน พฤษภาคม ถึง มิถุนาถึงจะมีเม็ดผักหวานมาให้เอาไปปลูก ผมต้องการแค่ 150 ต้นเท่านั้นน่าจะเพียงพอกับจำนวนหนึ่งไร่

ขอสอบถามผู้รู้ว่าใช้เวลากี่เดือนครับถึงเหมาะจะปลูกลงดินในสวนครับ


ให้ต้นสมบูรณ์ รากเดินเดิมที่ครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ดุล่ะมี ซูซีล่ะฮั่ง
หน้า: 1 ... 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 [23] 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 ... 39   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: