หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 48   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ณ.ตอนนี้ 6 เดือนผ่านมา เงินจำนำข้าวก็ยังไม่ได้  (อ่าน 35023 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
จิ๊กโก๋บ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


ทุกคนมีสิทธิจะฝัน แต่น้อยคนนักจะมีฝันที่เป็นจริง


« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 10:48:35 AM »

ตอนแรกก็เห็นบอกว่าโครงการนี้ดีแต่ตอนนี้ไม่ดีซะแล้ว ไม่ดีเพราะไม่ได้เงินหรือไม่ดีที่โครงการครับ
บันทึกการเข้า


konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8981


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 10:50:56 AM »

สวัสดีครับ

มีข่าวล่าสุดจากพิจิตร ชาวนาส่อแห้ว

พิจิตร - ธ.ก.ส.เมืองชาละวันเผยล่าสุดมีเงินจำนำข้าวโอนมาแค่ 170 ล้าน จ่ายชาวนาได้แค่ 300 กว่ารายก็หมดแล้ว ขณะที่มีชาวนาพิจิตรยังไม่ได้เงินอีกกว่าหมื่นราย วงเงินกว่า 7 พันล้าน เชื่อต้องรวมตัวปิดถนนกันอีกแน่ เหตุมีสารพัดหนี้ตามติด ทั้งกองทุนหมู่บ้าน กองทุนสตรี
      
       รายงานข่าวจาก จ.พิจิตรแจ้งว่า นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เรียกประชุมคณะกรรมการข้าวระดับจังหวัดช่วงต้นสัปดาห์นี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมเกือบ 40 คน เช่น นายไพฑูรย์ รื่นสุข เกษตรจังหวัด นายประธาน นรรัตน์ พาณิชย์จังหวัด นายสุธนต์ เทียนเฮง ประธานหอการค้าจังหวัด นายอำเภอจาก 12 อำเภอ นางมิ่งขวัญ พุกเปี่ยม ประธานชมรมโรงสีพิจิตร นายบรรจง ตั้งจิตวัฒนากูล หรือ “เฮียเซียะ” ประธานสภาอุตสาหกรรมพิจิตร ตัวแทนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า(อคส.) และนายบรรจง วิจิตรวิไลเลิศ ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรชาวนา
      
       โดยที่ประชุมได้พยายามหาแนวทางช่วยเหลือชาวนาที่จำนำข้าวฤดูกาล 56/57 ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2556 มีชาวนาเข้าร่วมโครงการกว่า 16,000 ราย คิดเป็นเงินกว่า 7 พันล้านบาท นาน 3-4 เดือนแล้วยังนำใบประทวนไปขึ้นเงินต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไม่ได้ จึงทำให้ตลอดทั้งเดือนธันวาคม 2556 และเดือนมกราคม 2557 มีกลุ่มชาวนารวมตัวชุมนุมประท้วงปิดถนนหลายครั้ง
      
       ทั้งปิดถนนทางหลวง 117 นครสวรรค์-พิจิตร-พิษณุโลก ปิดถนนทางหลวง 11 เขาทราย-สากเหล็ก-วังทอง และบุกมาประท้วงที่ศาลากลางพิจิตรกว่า 10 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ประท้วงปิดถนน 117 บริเวณสี่แยกโพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง วันที่ 7 มกราคม 2557 ปิดถนนทางหลวง 117 บริเวณหน้า ธ.ก.ส.วชิรบารมี วันที่ 13 มกราคม 2557 ชาวนาวังทรายพูน-สากเหล็ก ประท้วงปิดถนนหมายเลข 11 หน้าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองปลาไหล
      
       ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าเจรจาสลายการชุมนุม และเป็นที่เข้าใจกันเองของชาวนาว่า รัฐบาลจะเอาเงินมาให้ ธ.ก.ส.พิจิตรได้ภายในวันที่ 15 มกราคม 2557
      
       ล่าสุดนายขวัญชัย เกิดขันหมาก ผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.พิจิตร รายงานว่า มีเงินโอนมาแค่ 170 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายให้ตามลำดับก่อนหลัง แต่ก็คงจ่ายให้ชาวนาได้แค่ 300 กว่ารายเงินก็หมดแล้ว ดังนั้นชาวนาอีกเกือบหมื่นคนคงจะชุมนุมประท้วงปิดถนนสี่แยกโพธิ์ไทรงามวันที่ 17 มกราคมนี้แน่นอน
      
       นายไพฑูรย์กล่าวว่า เหตุที่ชาวนาพิจิตรเดือดร้อนคงไม่ใช่เรื่องเป็นหนี้ ธ.ก.ส. แต่ชาวนาพิจิตรเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน เป็นหนี้กองทุนสตรี เป็นหนี้กองทุนต่างๆ รวมถึงหนี้ค่ารถเกี่ยวข้าวที่มาสนับสนุนให้ประท้วงเพื่อจะได้เก็บหนี้สินของตนเอง
      
       ด้านนายบรรจงกล่าวว่า ขอเสนอแนวทางออกคือ ให้กลุ่มสหกรณ์ที่เป็นนิติบุคคลสามารถครอบครองสิทธิในใบประทวนของชาวนาได้ แล้วก็ให้สหกรณ์ไปกู้เงินธนาคารเอามาให้เกษตรกร ซึ่งจะคล้ายกับที่รัฐบาลเคยอนุญาตให้สหกรณ์เป็นตัวแทนรวบรวมผลผลิตเข้าโครงการรับจำนำ ซึ่งในที่ประชุมเห็นว่ามีแนวทางทำได้ จึงจะให้เร่งร่างหนังสือเพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในหลักการ
      
       ขณะที่นายบรรจง ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีใหญ่ที่สุดใน จ.พิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกถ้าให้ซื้อเงินสดจะอยู่ที่ตันละ 6-7 พันบาท อีกทั้งรัฐบาลติดเงื่อนไขของตนเองในกรอบวงเงินรับจำนำข้าว ว่าจะใช้เงินแค่ 5 แสนล้านบาท แต่ถึงวันนี้เงินหมด แต่ข้าวในโกดังส่งออกได้น้อย จึงไม่มีเงินมาจ่ายให้ชาวนาได้ภายในครั้งเดียว โดยล่าสุดคาดว่าวันที่ 20 มกราคมอาจจะมีเงินเข้าหมื่นกว่าล้านบาทมาจ่ายให้ชาวนาที่จำนำข้าว
      
       ส่วนแนวคิดนั้นตนมีโอกาสคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการ โดยเสนอไปว่าอยากให้รัฐบาล รวมถึงกระทรวงพาณิชย์คุยกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรักษาการ ให้นำเงินสะสมของกองทุนสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ไม่ได้ใช้ เป็นเงินยืมมาจ่ายให้ชาวนาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน
      
       ขณะที่แกนนำชาวนารายหนึ่งเปิดเผยว่า วันที่ 17 มกราคมจะมีชาวนาชุมนุมประท้วงปิดถนนแน่ เพราะรู้ว่ารัฐบาลเล่นเกมการเมืองกับชาวนาพิจิตร ซึ่งไม่ใช่ฐานเสียง มีเงินก็ไปจ่ายให้จังหวัดที่เป็นฐานเสียงและเป็นมวลชนที่จะลงคะแนนให้ เป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรม ใช้เงินภาษีเพื่อหวังผลทางการเมือง นอกจากนี้ยังมีคนพิจิตรรวมตัวกันไปเป่านกหวีดอยู่แถวราชดำเนิน และไปปิดห้าแยกลาดพร้าวเป็นจำนวนมากด้วย

ที่มาของข่าว : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000005150

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: darin
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
look-esarn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 10:55:01 AM »

เงินหมด ไม่มีจ่าย หรือมีเงิน แต่ติดขั้นตอน ยังจ่ายไม่ได้ คำตอบคือข้อไหนครับ ท่านที่พอทราบ ช่วยอธิบายให้กระจ่างหน่อยครับ


Liked By: darin
บันทึกการเข้า
ToongHuaChang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 497


« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 11:02:40 AM »

ข่าวล่าสุดครับ

รับแล้ว!คลังจ่ายเงินจำนำข้าวไม่ทัน15ม.ค

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ไม่สามารถจ่ายเงินให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวได้ทั้งหมดภายในวันนี้ (15 มกราคม 2557) ตามที่เคยรับปากไว้กับชาวนา เนื่องจากติดขัดเรื่องของขั้นตอนและวิธีการต่างๆ แต่ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ทยอยจ่ายเงินให้กับชาวนาประมาณวันละ 3,000 ล้านบาทอยู่แล้ว

ทั้งนี้ มติบอร์ดและมติของคณะรัฐมนตรีรักษาการที่ออกมาก่อนหน้านี้เชื่อว่า จะสามารถนำเงินจากสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.ประมาณ 55,000 ล้านบาท มาใช้ก่อนได้
 
ส่วนเม็ดเงินที่รัฐบาลรักษาการนำมาใช้จ่ายค่าข้าวให้กับชาวนาในช่วงนี้มาจากเงินในส่วนของงบประมาณ เงินจากการระบายข้าว และเงินจากสภาพคล่องบางส่วนของ ธ.ก.ส.



ตามแหล่งข่าวนี้

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20140115/556034/รับแล้ว!คลังจ่ายเงินจำนำข้าวไม่ทัน15ม.ค..html



เห็นใจชาวนาที่รอจริงๆ


Liked By: konthain(นพ), darin
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 15, 2014, 11:31:05 AM โดย ToongHuaChang » บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8981


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 11:18:05 AM »

เงินหมด ไม่มีจ่าย หรือมีเงิน แต่ติดขั้นตอน ยังจ่ายไม่ได้ คำตอบคือข้อไหนครับ ท่านที่พอทราบ ช่วยอธิบายให้กระจ่างหน่อยครับ

เงินหมด ไม่มีจ่ายครับ
ตัวอย่างเช่น ธกส. สาขาA. มีชาวนาที่มีใบประทวนรอคิวทำสัญญารับเงิน 2,000 ราย
แต่มีเงินจ่ายได้ 200 ราย ที่เหลือ 1,800 รายก็จองชื่อเค้าคิวรอเรียกไปทำสัญญา
เมื่อมีงบประมาณเข้ามา ก็จะค่อยๆทะยอยแจ้งชาวนาตามคิวมาทำสัญญาตามแต่ที่ได้เงินมาในแต่ละครั้งๆไป

 ยิ้มเท่ห์



Liked By: darin, ae hatyai
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
look-esarn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 11:33:31 AM »

เงินหมด ไม่มีจ่าย หรือมีเงิน แต่ติดขั้นตอน ยังจ่ายไม่ได้ คำตอบคือข้อไหนครับ ท่านที่พอทราบ ช่วยอธิบายให้กระจ่างหน่อยครับ

เงินหมด ไม่มีจ่ายครับ
ตัวอย่างเช่น ธกส. สาขาA. มีชาวนาที่มีใบประทวนรอคิวทำสัญญารับเงิน 2,000 ราย
แต่มีเงินจ่ายได้ 200 ราย ที่เหลือ 1,800 รายก็จองชื่อเค้าคิวรอเรียกไปทำสัญญา
เมื่อมีงบประมาณเข้ามา ก็จะค่อยๆทะยอยแจ้งชาวนาตามคิวมาทำสัญญาตามแต่ที่ได้เงินมาในแต่ละครั้งๆไป

 ยิ้มเท่ห์



โอ  ละ พ่อ....  แสดงว่าที่มีมาจ่ายแต่ละงวด สงสัยเป็นเงินภาษี รายได้แต่ละเดือน รึเปล่านี่..   งี้ต้องรอทุกเดือนๆไปซิ  ซวยแล้วซิ ชาวนา ใครคิวยาวไม่ต้องข้ามปีเลยรึเนี่ย มีกฏหมายรองรับความเสียหายไหมคับ นอกจากการปิดถนนประท้วง ผมว่าควรมีกฏหมาย หรืออะไรก็ตามที่มาควมคุมนโยบายรัฐหน่อยดีไหมคับ จะได้ไม่ออกนโยบายเกินจริง  สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ และประชาชน คนรากหญ้า อย่างเราๆ เหนื่อยแทน จริงๆ


Liked By: darin, ae hatyai
บันทึกการเข้า
tipa_2044
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 54


« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 12:22:59 PM »

เอาจริงๆนะ เรารู้สึกถึงหายนะของข้าวไทยยังไงไม่รู้ ถ้ายังมีโครงการนี้อยู่ ถ้าวันนึงชาวนาคิดถึงแต่ราคาข้าวที่สูงโดยไม่สนใจว่ารัฐจะขายข้าวได้หรือไม่รัฐเอาเงินที่ไหนไม่รู้มาซื้อ ตอนนี้ปัญหาที่เห็นชัดๆคือ เราขายข้าวแข่งประเทศข้างเคียงไม่ได้ เงินหมดไม่มีเงินจ่าย ต้องค่อยๆระดมเงินจากตรงโน้นตรงนี้มาจ่ายมันก็ช้าอย่างที่เห็น เงินเป็นแสนล้านจะไปหามาจากไหนเงินทุนสำรองในประเทศยังมีไม่ถึงเลย อีกอย่างที่น่ากลัวและมันเกิดขึ้นแล้วคือชาวนาส่วนใหญ่กำลังติดกับดักราคาข้าว ที่ไม่ใช่ราคาข้าวจริงอย่างที่ควรจะเป็น และการเร่งทำนาเพื่อให้ทันรอบรับจำนำการลงทุนที่สูงขึ้น รายขายปุ๋ยขายยา ขายพันธุ์ข้าวเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดชาวนามีชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่ คุณลองคิดกันเอง ถ้าดีขึ้นทำไมถึงต้องมีบัตรเครดิตเกษตรกรออกมามันเหมือนหลุมพรางที่ล่อไว้ให้เดินเข้าไปยังไงก็ไม่รู้ ไม่อยากทำก็ต้องถูกบังคับให้ทำติดเงินไว้ในบัญชีสองพันซะอย่างนั้น ถ้าวันนี้รัฐบาลลองกลับไปคิดดีๆ มองเห็นปัญหาจริงๆมันคืออะไร เราต้องการราคาข้าวที่สมเหตุสมผลที่รัฐอยู่ได้ชาวนาอยู่ได้ หรือราคาข้าวที่สูงแล้วมีการขาดทุนครั้งละเป็นแสนร้าน ถ้าวันนี้คิดไม่ออกลองดูโครงการ สามลด สามเพิ่ม ของเวียดนามก็ได้ แต่ในใจลึกๆฉันอยากให้ชาวนาไทยส่วนใหญ่ตื่นเสียที่
บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 12:32:16 PM »

สินค้าทุกอย่างซื้อมาขายไปนั่นแหละครับ
เราไม่สามารถผลิตเงินใช้ได้เอง สินค้าต่างๆเช่น ข้าวต้องขายออกไปถึงจะได้เงินเข้ามา
แต่ตอนนี้มันสะดุดที่ว่ารัฐบาลเป็นแค่รักษาการ รัฐต้องยืมเงินจาก ธกส. มาจ่ายให้ชาวนา แต่เงินไม่พอก็ต้องรออย่างเดียว... รูดซิบปาก


Liked By: darin, nutner
บันทึกการเข้า
sokichai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 01:07:22 PM »

ชาวนาตาสว่างอยู่แล้ว แต่โครงการมี ขายนอกโครงการได้รึ แค่6000 ไม่ต้องหวังว่ามีกำไร
  ต้องรีบผลิตให้ได้เมล็ดเพื่อให้ทันโครงการ
ให้จำนำได้ 2 รอบแต่กำหนดช่วงเวลา แต่ละพื้นที่ทำได้พร้อมกันใหม กลัวไม่ทันก็ใส่ข้าวอายุสั้นไปไม่งั้นไม่ทัน ทุกวันนี้ก็รอเงินอยู่ไม่ถึงคิวสักที ปีนี้จะได้รึเปล่าก็ไม่รู้(บ่น เซ็ง เครียด) ร้องไห้


Liked By: darin
บันทึกการเข้า
look-esarn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


« ตอบ #25 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 01:32:34 PM »

สงสัยจะมีการขายที่นา (สักนิดหน่อย) ใช้หนี้จากการทำนาไปก่อนซะละมั้ง คราวนี้... ไม่แน่ อาจมีคราวหน้าด้วย หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือไม่เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง แนวคิดตัวเอง คือต้องปฏิวัติตัวเอง คิดถึงความเป็นไปได้ สมเหตุ สมผล ไม่หวังเอาอย่างเดียว จะได้ไม่เจ็บตัวเยอะ
ผมยกตัวอย่าง ป้าผมเขาไม่ร่วมโครงการ เกี่ยวเสร็จขายให้โรงสี เอาเงินสด แต่ราคาต่ำกว่าโครงการ  เขาบอกโครงการได้เงินช้า มันเป็นอย่างที่ป้าพูดจริงๆ เพราะว่าป้าเขาพอใจในนราคาที่ได้นั้น สมเหตุ สมผล และมันก็ไม่ได้ต่ำจนเกินไป  ชักอิจฉาแกแล้วซิ อิอิ  ได้เงินไปใช้สบายใจเฉิบ...  พอใจ พอได้..นะครับ ไม่เดือดร้อน ยิ่งสมัยนี้อย่าฝากชีวิตไว้กับใครก็ตาม ถ้าไม่ใช่ตัวเราเอง...


Liked By: punny, darin
บันทึกการเข้า
punny
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 01:42:44 PM »

ไม่ผิดหรอกครับ คนเราผิดผลาดกันได้ แต่สำคัญอยู่ที่เมื่อเห็นว่าผิดแล้ว ก็หยุดการกระทำนั้นและแก้ไข มิใช่ดื้อด้าน ดันทุรัง ผมอยากเห็นนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆก่อนที่จะออกมาหาเสียง ได้ถูกพิเคราะห์ความเป็นไปได้และศึกษาถึงผลกระทบก่อน ก่อนที่จะนำมาโฆษณาชวนเชื่อ นี่ละมั้งที่เขาเรียก ปฏิรูป ไม่ใช่มีแค่ กกต. ที่ดูแลการเลือกตั้งให้ถูกต้องยุติธรรม แต่เราต้องย้อนลึกลงไปกว่านั้น อย่าลืมนะครับว่า นโยบายเป็นเหมือนข้อผูกมัดซึ่งทุกองค์กรแม้กระทั่งรัฐจะต้องนำมาปฏิบัติให้เกิดผลจริง ดังนั้นหากนโยบายผิด ก็จะผิดมาตั้งแต่ น้ำตาผุด ยันบ่อบำบัดน้ำเสียกันเลยหล่ะครับ
บันทึกการเข้า

อยากจนให้ซื้อหวย อยากรวยให้ซื้อจอบ...
punny
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 01:50:58 PM »

ข่าวล่าสุดครับ

รับแล้ว!คลังจ่ายเงินจำนำข้าวไม่ทัน15ม.ค

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ไม่สามารถจ่ายเงินให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวได้ทั้งหมดภายในวันนี้ (15 มกราคม 2557) ตามที่เคยรับปากไว้กับชาวนา เนื่องจากติดขัดเรื่องของขั้นตอนและวิธีการต่างๆ แต่ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ทยอยจ่ายเงินให้กับชาวนาประมาณวันละ 3,000 ล้านบาทอยู่แล้ว

ทั้งนี้ มติบอร์ดและมติของคณะรัฐมนตรีรักษาการที่ออกมาก่อนหน้านี้เชื่อว่า จะสามารถนำเงินจากสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.ประมาณ 55,000 ล้านบาท มาใช้ก่อนได้
 
ส่วนเม็ดเงินที่รัฐบาลรักษาการนำมาใช้จ่ายค่าข้าวให้กับชาวนาในช่วงนี้มาจากเงินในส่วนของงบประมาณ เงินจากการระบายข้าว และเงินจากสภาพคล่องบางส่วนของ ธ.ก.ส.



ตามแหล่งข่าวนี้

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20140115/556034/รับแล้ว!คลังจ่ายเงินจำนำข้าวไม่ทัน15ม.ค..html



เห็นใจชาวนาที่รอจริงๆ
ทำได้แค่ซื้อเวลาไปวันๆ พอมีประท้วงอีกก็จะออกมารับปากว่าได้วันนั้นวันี้ แต่พอถึงเวลาก็ออกมายอมรับว่า ทำไม่ได้ มันเป็นแค่เกมส์ แต่เกมส์นี้ ชาวนาเราถูกน๊อกลงไปนอนนับสิบ ต่อไปจะไม่มีชาวนาปลูกข้าวให้เรากิน เราต้องซื้อข้าวจากพม่า ลาว เวียดนาม พันธุ์ข้าวไทยก้อจะไม่มี เพราะการปลูกไม่จำเป็นเน้นพันธุ์ ขอให้เป็นข้าวเพียงพอ แต่การกระทำแบบนี้มันเป็นเหมือนการค่อยๆดื่มยาพิษไปทีละนิดๆและจะส่งผลในที่สุด....ช่วยกันเถอะครับ ใครมีอะไรก็เอาไปรบกับมันเถอะครับ....เพื่อเราและลูก หลาน
บันทึกการเข้า

อยากจนให้ซื้อหวย อยากรวยให้ซื้อจอบ...
punny
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 01:52:06 PM »

เงิบ ตอบไม่ได้ซักอย่าง สงสัยเอาตังไปกินหมดแล้ว
http://youtu.be/IVywypmkF0A

ปล. ทำไมชาวนาไม่ศึกษาระบบ ประกันราคาข้าวสากล ที่ตลาดโลกใช้กัน พ่อค้าข้าวก็ร่ำรวยกันจากระบบนี้กันทั้งนั้น
ประเทศไทยก็รองรับ ชาวนาเป็นผู้ผลิต มีข้าวส่งตลาดอยู่แล้ว อยากให้ลองศึกษาตลาด AFET ดูซักนิดเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง
เห็น กลุ่มทุนที่รู้จักไปคว้านซื้อที่ดินชาวบ้านมาปลูกมัน แล้วใช้ AFET ช่วยในการล๊อกราคามัน ตั้งแต่เตรียมดินเตรียมดินกันเลยทีเดียวรำรวยกันเป็นแถวๆ
http://www.afet.or.th/2013/th/home/
ขอร้องอย่าเอาภาพนี่มาลงเว็บได้ไหม...
บันทึกการเข้า

อยากจนให้ซื้อหวย อยากรวยให้ซื้อจอบ...
punny
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 02:06:57 PM »

เอาจริงๆนะ เรารู้สึกถึงหายนะของข้าวไทยยังไงไม่รู้ ถ้ายังมีโครงการนี้อยู่ ถ้าวันนึงชาวนาคิดถึงแต่ราคาข้าวที่สูงโดยไม่สนใจว่ารัฐจะขายข้าวได้หรือไม่รัฐเอาเงินที่ไหนไม่รู้มาซื้อ ตอนนี้ปัญหาที่เห็นชัดๆคือ เราขายข้าวแข่งประเทศข้างเคียงไม่ได้ เงินหมดไม่มีเงินจ่าย ต้องค่อยๆระดมเงินจากตรงโน้นตรงนี้มาจ่ายมันก็ช้าอย่างที่เห็น เงินเป็นแสนล้านจะไปหามาจากไหนเงินทุนสำรองในประเทศยังมีไม่ถึงเลย อีกอย่างที่น่ากลัวและมันเกิดขึ้นแล้วคือชาวนาส่วนใหญ่กำลังติดกับดักราคาข้าว ที่ไม่ใช่ราคาข้าวจริงอย่างที่ควรจะเป็น และการเร่งทำนาเพื่อให้ทันรอบรับจำนำการลงทุนที่สูงขึ้น รายขายปุ๋ยขายยา ขายพันธุ์ข้าวเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดชาวนามีชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่ คุณลองคิดกันเอง ถ้าดีขึ้นทำไมถึงต้องมีบัตรเครดิตเกษตรกรออกมามันเหมือนหลุมพรางที่ล่อไว้ให้เดินเข้าไปยังไงก็ไม่รู้ ไม่อยากทำก็ต้องถูกบังคับให้ทำติดเงินไว้ในบัญชีสองพันซะอย่างนั้น ถ้าวันนี้รัฐบาลลองกลับไปคิดดีๆ มองเห็นปัญหาจริงๆมันคืออะไร เราต้องการราคาข้าวที่สมเหตุสมผลที่รัฐอยู่ได้ชาวนาอยู่ได้ หรือราคาข้าวที่สูงแล้วมีการขาดทุนครั้งละเป็นแสนร้าน ถ้าวันนี้คิดไม่ออกลองดูโครงการ สามลด สามเพิ่ม ของเวียดนามก็ได้ แต่ในใจลึกๆฉันอยากให้ชาวนาไทยส่วนใหญ่ตื่นเสียที่
ลองดูนโยบายบัตรเครดิตนี่ซะหน่อย ลำพังแค่ค่าปุ๋ยค่ายา ชาวนายังต้องแปะไว้ก่อนเลย แล้วที่นาหล่ะ ยังเช่าเขาทำเลย แล้วเมื่อขายข้าวหล่ะ ยังไม่ได้ตังค์เลย แล้วทำงัยกับหนี้บัตรเครดิตที่มีอยู่หล่ะ...กู้นอกระบบมาโป๊ะ โป๊ะไปโป๊ะมาดอกบาน เจ้าหนี้ทวง เจ้าที่มีที่นาก้อต้องขาย เจ้าที่มีบ้านก้อต้องขาย คนที่ไม่ต้องการขายก็ต้องออกไปหารายได้นอกบ้าน ทำงานในเมือง ทิ้งลูกทิ้งเมีย ทิ้งบ้าน ค้ายาเสพติด เสี่ยงโชคเล่นการพนัน ก็เพื่อหาเงินมาใช้หนี้.....สุดท้ายหากบ้านหรือที่นาต้องถูกยึด ถามว่า ใครยึดไป ก็คนที่ออกบัตรเครดิตนั่นงัย...มันเป็นจินตนาที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยครับ...เอาตรงนี้ไปคิดดู...นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด...อยากให้เอาเบ็ดของพระราชามาตกปลากินเองครับ
บันทึกการเข้า

อยากจนให้ซื้อหวย อยากรวยให้ซื้อจอบ...
naeng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 468


« ตอบ #30 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 02:22:42 PM »

เงินหมด ไม่มีจ่าย หรือมีเงิน แต่ติดขั้นตอน ยังจ่ายไม่ได้ คำตอบคือข้อไหนครับ ท่านที่พอทราบ ช่วยอธิบายให้กระจ่างหน่อยครับ


เงินหมด ไม่มีเงินจ่ายครับ พูดง่าย ๆ นะครับ แบบไม่ได้โยนขี้ให้ใครนะครับ

ทำไมชาวนาจะยังไม่ได้เงินค่าจำนำข้าวครบตามที่รัฐบาลสัญญา: ใครต้องรับผิดชอบ?
ณ วันที่ 8 มกราคม 2557 ชาวนาได้นำข้าวมาขายให้โครงการรับจำนำในปีการผลิต 2556/57 เป็นมูลค่าตามใบประทวนประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ได้รับเงินไปแล้ว 0.35 แสนล้านบาท ชาวนาจึงยังไม่ได้รับเงินอีก 1.246 แสนล้านบาท มาแรมเดือนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชาวนาทั่วประเทศขายข้าวแล้วไม่ได้เงิน

ปัญหานี้ทำให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่าขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการหาเงินเพิ่มเติมมาจ่ายให้ชาวนาที่ได้นำข้าวมาเข้าโครงการจำนำแล้ว และคาดว่าชาวนาจะได้รับเงินครบภายในวันที่ 25 มกราคม 2557

เพื่อมิให้สูญเสียฐานเสียงของชาวนาฝ่ายการเมืองจึงต้องหันมากดดันให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังและธกส. หาเงินมาจ่ายให้ชาวนาก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง หนังสือพิมพ์และแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังรายงานว่ามีความพยายามที่จะหาเงินมาจ่ายให้ชาวนาหลายวิธี อาทิเช่น การใช้สภาพคล่องของธกส. (แต่ถูกสหภาพแรงงานธกส. สตง. และนักวิชาการคัดค้าน) การบังคับให้ธกส.ปรับโครงสร้างหนี้ที่จะถึงกำหนดในปี 2558-2560 การขอให้กองทุนของหน่วยงานรัฐโยกเงินฝากมาฝากกับธกส. ตลอดจนการให้ธกส.กู้เงินเพิ่มขึ้นโดยลดวงเงินกู้ของโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ วิธีการเหล่านี้ล้วนแต่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำลายวินัยทางการคลัง และกระทบความมั่นคงทางการเงินของธกส.

แม้กระทรวงการคลังจะพยายามทุกวิถีทางที่จะหาเงินมาจ่ายให้ชาวนา แต่ผมคิดว่ารัฐบาลคงไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้ตามสัญญา ยกเว้นว่ารัฐบาลจะกล้าเสี่ยงทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมจึงขออนุญาตใช้พื้นที่สื่อมวลชนอธิบายให้พี่น้องชาวนาได้รับรู้เหตุผลแท้จริงที่ชาวนาอาจจะได้เงินค่าขายข้าวไม่ครบภายในวันที่รัฐบาลสัญญา และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าวเพื่อให้ท่านใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้ง ว่านโยบายที่พรรคการเมืองหาเสียงจะมีผลดีผลเสียอย่างไรต่อตัวท่านและต่อประเทศอย่างไร

ก่อนอื่น ผมขอบอกพี่น้องชาวนาก่อนว่า ผมต้องการให้ท่านได้รับเงินค่าขายข้าวจากรัฐบาลโดยเร็วที่สุด และด้วยวิธีที่ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลบอกว่าจะหาเงินมาจาก 3 แหล่งๆ แรก คือ เงินของกระทรวงการคลัง (ซึ่งจริงๆ แล้ว คือ เงินของประชาชน) เงินยืมจากธกส. และเงินที่ได้จากการขายข้าวของกระทรวงพาณิชย์

เงินของกระทรวงการคลัง คือ เงินของบรรดากองทุนต่างๆ ของหน่วยราชการ โดยกระทรวงการคลังจะบังคับให้หน่วยราชการผู้บริหารกองทุนเหล่านั้นโอนเงินมาฝากที่ธกส. โดยมีเงื่อนไขพิเศษเรื่องกำหนดระยะเวลาการฝาก คือ ไม่ให้ถอนก่อนที่กระทรวงการคลังจะหาเงินจากแหล่งอื่นมาคืนให้ธกส. กองทุนเหล่านี้เช่น กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาล กองทุนของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ ฯลฯ ศูนย์ข่าวอิศรารายงานว่ากระทรวงการคลังอาจจะหาเงินฝากมาได้55,000 ล้านบาท ธกส. ก็สามารถนำสภาพคล่องนี้จ่ายให้เกษตรกรได้ร้อยละ 88-94 ของเงินฝาก หรือประมาณ 48,400-51,700 ล้านบาท ซึ่งยังไม่พอจ่ายให้ชาวนา

เงินก้อนที่สอง คือ รัฐบาลต้องขอกู้จากธกส. หรือให้ธกส.กู้แล้ว รัฐบาลค้ำประกัน แต่เนื่องจากข้อจำกัดของเพดานการกู้เงินและการค้ำประกันเงินกู้ตามกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556/57 กระทรวงการคลังก็เลยต้องไปบังคับให้รัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่มีแผนการกู้เงินตามโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านๆ บาท ระงับหรือลดการกู้ลง แล้วโอนเงินกู้ดังกล่าวไปให้ธกส.กู้แทน (โดยรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน)ไทยพับบลิก้ารายงานว่ารัฐวิสาหกิจที่ถูกขอร้องแกมบังคับให้ลดวงเงินกู้ลงได้แก่ การไฟฟ้าผลิต (ลดวงเงินกู้ลง 120,000 ล้านบาท) การทางพิเศษฯ (8,000 ล้านบาท) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (10,000 ล้านบาท) รวม 138,000 ล้านบาท วงเงินกู้ที่ลดลงนี้มีมูลค่าสูงกว่าวงเงินกู้ที่กระทรวงการคลังต้องการให้ธกส.กู้เพื่อนำไปจ่ายให้ชาวนา (130,000 ล้านบาท)ถ้าได้วงเงินกู้ก้อนนี้ ก็จะมีเงินพอจ่ายให้ชาวนา แต่ปัญหาคือ เงินทั้งสองก้อนนี้อาจใช้ไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะขออธิบายภายหลัง

ส่วนเงินก้อนที่สาม จากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์จะมีจำนวนเท่าไรเป็นเรื่องไม่แน่นอน และไม่มีใครรู้ว่าภายในสิ้นมกราคม 2557 นี้ พาณิชย์จะขายข้าวได้อีกเท่าไร จะส่งเงินคืนธกส.ได้เท่าไร แม้ว่ากกต.จะมีมติให้พาณิชย์ระบายข้าวได้ตามปกติแล้วตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2557 ก็ตาม ผมคาดว่าเงินขายข้าวที่จะส่งคืนให้ธกส.คงได้ไม่มาก อย่างมากพาณิชย์คงส่งเงินค่าระบายข้าวในเดือนมกราคม 2557 ให้ธกส.ได้เพียง 10,000 - 15,000 ล้านบาท แต่น่าแปลกใจว่าชาวนาไม่เคยเดินขบวนทวงถามเงินระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ ตลอดเวลามีแต่ข่าวว่ากระทรวงการคลังและธกส.ไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวให้ชาวนา ทั้งๆที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบมากที่สุดเพราะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวทุกเม็ดในโครงการฯ พี่น้องชาวนาครับ ถ้าท่านจะทวงถามเรื่องเงินค่าขายข้าวของท่าน ท่านจะต้องถามกระทรวงพาณิชย์ครับ ไม่ใช่ธกส. หรือกระทรวงการคลังที่ต้องหาเงินกู้จนตัวโก่ง บากหน้าไปขายพันธบัตรให้ใครในตลาดเงินก็ไม่มีเอกชนคนใดอยากซื้อ ยิ่งเวลานี้กำลังถูกแรงกดดันทางการเมืองให้ต้องเสี่ยงทำผิดกฎหมาย ยิ่งน่าเห็นใจ เดชะบุญ ที่ประเทศไทยสร้างระบบและกติกาการคลังที่มีวินัยไว้ตั้งแต่เมื่อ 53 ปีก่อน และกระทรวงการคลังยังมีข้าราชการส่วนใหญ่ที่ทนเห็นความเหลวแหลกของนักการเมืองบางคนไม่ได้

วิธีการหาเงินของกระทรวงการคลังสองวิธีแรกสุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายอย่างไร

ขออนุญาตท้าวความหน่อยครับ เมื่อเริ่มมีโครงการรับจำนำข้าวแบบทุกเม็ด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 เป็นต้นมา ข้าราชการกระทรวงการคลังเริ่มตระหนักว่าโครงการนี้จะก่อภาระหนี้สินจนเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตการคลังของประเทศได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงทำเรื่องเสนอให้รัฐบาลกำหนดวงเงินค้ำประกันเงินกู้เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำผลผลิตการเกษตร เพราะในแต่ละปีงบประมาณกระทรวงการคลังจะสามารถค้ำประกันเงินกู้ของหน่วยราชการทั้งหมดได้จำกัดไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หากปล่อยให้มีการใช้เงินในโครงการรับจำนำมากขึ้น รัฐก็ต้องลดวงเงินกู้ส่วนที่จะนำไปลงทุนพัฒนาประเทศ ดังนั้น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2555 และ 10 มิถุนายน 2556 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติกำหนดเพดานการกู้เงินเพื่อใช้จำนำข้าวจนถึงสิ้นปี 2556 ว่าต้องอยู่ภายใต้กรอบเงินกู้ 410,000 ล้านบาท และเงินทุนธกส. 90,000 ล้านบาท รวม 500,000 ล้านบาท และให้นำเงินจากการระบายข้าวมาใช้หมุนเวียนในการจำนำข้าว สังคมไทยต้องขอบคุณรัฐมนตรีและข้าราชการกระทรวงคลังที่นำเสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาล

ในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตลอดปีการผลิต 2556/57 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 3 กันยายน 2556 ว่าจะใช้วงเงิน 270,000 ล้านบาท และวงเงินนี้จะต้องอยู่ภายใต้กรอบสินเชื่อ 410,000 ล้านบาท และเงินทุนธกส. 90,000 ล้านบาท ตามที่เคยมีมติอนุมัติ

มตินี้สำคัญมากครับ ด้วยเหตุผล 2 ข้อ ข้อแรก หากโครงการรับจำนำข้าวในปี 2556/57 จะมีเงินพอจ่ายให้ชาวนา เงินส่วนใหญ่ก็จะต้องมาจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ เพราะการจำนำตลอดสองปีได้ใช้เงินกู้ไปจนเกือบเต็มวงเงินค้ำประกัน 500,000 ล้านบาทแล้ว ไม่สามารถกู้เพิ่มเติมได้ ทว่า กระทรวงพาณิชย์กลับไร้ความสามารถในการขายข้าวตลอดเวลา 2 ปีที่มีการจำนำข้าว (ตุลาคม 2554-22 ธันวาคม 2556) กระทรวงพาณิชย์ส่งเงินค่าระบายข้าวเพื่อใช้หนี้ธกส. แค่ 146,507 ล้านบาท ทั้งๆที่ธกส. จ่ายเงินสดค่าจำนำข้าวให้ชาวนาไปแล้ว 707,734 ล้านบาท

ความสำคัญข้อสอง คือ มติกำหนดกรอบวงเงินสำหรับโครงการจำนำปี 2556/57 เมื่อ 3 กันยายน 2553 เกิดขึ้นหลังจากมีการผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556/57 ไปแล้ว รัฐบาลไม่สามารถกู้เงินเกินกว่าเพดาน 500,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการจำนำข้าวปี 2556/57 หรือถ้าต้องการกู้เงินเพิ่มคณะรัฐมนตรีก็ต้องมีมติแก้ไขมติเดิมเมื่อ 3 กันยายน 2556 และลดวงเงินกู้ของโครงการพัฒนาของหน่วยงานรัฐอื่นๆ ลง ซึ่งหมายความว่าโครงการรับจำนำข้าวจะส่งผลลบต่อการพัฒนาประเทศแต่รัฐบาลก็ไม่ได้มีมติอย่างไร จนกระทั่งมีการยุบสภา

การประท้วงของชาวนาที่ไม่ได้รับเงินค่าขายข้าวทำให้รัฐเกรงว่าจะสูญเสียฐานเสียงใหญ่ของชาวนา นักการเมืองจึงกดดันให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง และธกส. หาช่องทางหลีกเลี่ยงกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (3), (4) โดยรัฐบาลจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการเลือกตั้งตีความว่าการกู้เงิน 130,000 ล้านบาท หรือการให้ธกส.นำเงินฝากจากหน่วยงานของรัฐมาจ่ายเป็นค่าจำนำข้าวให้ชาวนาขัดกับหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือไม่ รัฐบาลเชื่อว่าไม่ขัดหลักเกณฑ์เพราะป็นนโยบายต่อเนื่องที่ผ่านการอนุมัติของครม.แล้วเมื่อ 3 กันยายน 2556 (ถ้ากกต.มีมติว่าทำไม่ได้ ผมหวังว่ารัฐบาลจะไม่โยนความผิดให้กกต.)

รัฐธรรมนูญมาตรา 181 (3) กำหนดว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรจะไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป

จริงอยู่การสลับวงเงินค้ำประกันเงินกู้โดยลดการกู้ของรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง เพื่อให้ธกส.สามารถกู้เงินจำนวน 130,000 ล้านบาท มีผลให้ยอดหนี้สาธารณะรวมไม่เพิ่มขึ้น และอาจลดลง 8,000 ล้านบาท แต่อย่าลืมว่าเมื่อ 3 กันยายน 2557 คณะรัฐมนตรีเคยมีมติว่าวงเงินของโครงการจำนำข้าวปี 2556/57 จะต้องอยู่ในกรอบวงเงินค้ำประกันของกระทรวงการคลัง 500,000 ล้านบาท แม้ว่าคณะกรรมการนโยบายและกำกับบริหารหนี้สาธารณะจะมีมติว่ากรอบวงเงิน 270,000 ล้านบาท สำหรับการจำนำปี 2556/57 เป็นกรอบใหม่ ไม่เกี่ยวกับกรอบวงเงิน 500,000 ล้านบาทเดิม และจะเสนอมตินี้ให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ แต่มตินี้เกิดขึ้นเมื่อ 3 มกราคม 2557 หลังจากการยุบสภา คณะกรรมการนโยบายฯ และคณะรัฐมนตรีรักษาการไม่มีอำนาจเพิ่มกรอบวงเงินกู้ของโครงการจำนำข้าวเพราะจะเป็นภาระผูกพันต่อรัฐบาลชุดใหม่

แม้ว่ายอดหนี้สาธารณะของประเทศจะไม่เพิ่มขึ้น แต่ลำพังเฉพาะการให้ธกส. กู้เงินเพิ่มขึ้นอีก 130,000 ล้านบาท ก็เป็นการสร้างภาระผูกพันให้คณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เพราะการกู้ดังกล่าวจะต้องมีการทำนิติกรรม ผู้ที่จะใช้หนี้เงินกู้ดังกล่าวจึงเป็นรัฐบาลชุดต่อไป รัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจการกู้เพิ่มเติมจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 3 กันยายน 2556

ปัญหาประการสุดท้าย คือ การบังคับให้หน่วยงานรัฐโยกเงินฝากจากสถาบันการเงินอื่นมาฝากกับธกส. โดยมีเงื่อนไขพิเศษในการฝาก แล้วให้ธกส.นำเงินฝากดังกล่าวไปจ่ายให้แก่ชาวนาที่ได้รับใบประทวนแล้ว วิธีนี้ดูแนบเนียนดีเพราะธกส.เอาสภาพคล่องส่วนเกินมาให้ชาวนากู้ ภาระหนี้ของรัฐบาลไม่ได้เพิ่มขึ้น คำถามคือวิธีนี้จะมีปัญหาอะไร

การจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาที่นำข้าวมาจำนำกับรัฐบาลก็คือการให้ชาวนากู้เงิน หากครบกำหนด 4 เดือน ชาวนาไม่มาไถ่ถอนข้าวคืน (ซึ่งก็คงไม่มีใครมาไถ่ถอน) ข้าวก็ตกเป็นของรัฐ หนี้ของชาวนาก็จะกลายเป็นหนี้ของรัฐบาลชุดต่อไปที่ต้องหาเงินมาชำระคืนแก่ธกส. ฉะนั้นวิธีนี้จึงขัดกับมาตรา 181 (3) เช่นกัน

ส่วนประเด็นที่ว่าวิธีเหล่านี้จะขัดกับมาตรา 181 (4) ที่ระบุว่าไม่ให้คณะรัฐมนตรีรักษาการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใด ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง หรือไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด เป็นอำนาจการวินิจฉัยของกกต. ซึ่งผมไม่อยู่ในฐานะที่จะให้คำตอบได้

พี่น้องชาวนาครับ เหตุผลที่ผมเขียนบทความฉบับนี้ มิได้มีเจตนาที่จะขัดขวางการจ่ายเงินค่าข้าวให้แก่ท่าน ตรงกันข้ามผมต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อชาวนาด้วยวิธีที่ชอบด้วยกฏหมาย ไม่ใช่ใช้วิธีหาเสียงทางการเมืองโดยอาศัยวิธีการแบบศรีธนญชัย พยายามเลี่ยงกฎหมายโดยไม่สนใจว่าวิธีเหล่านี้จะมีผลเสียหายต่อฐานะการคลังของประเทศ และต่อธกส.อย่างไร

ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ เราไม่รู้ว่าจะได้รัฐบาลใหม่เมื่อใด ทำให้ไม่รู้ว่าเมื่อไรชาวนาจะได้รับเงินคืน สิ่งที่ทำได้ในวันนี้มี 3 ประการ คือ (ก) กดดันให้กระทรวงพาณิชย์ขายข้าว และทวงเงินจากบริษัทพรรคพวกนักการเมืองที่ได้สิทธิซื้อข้าวราคาต่ำ เพื่อนำเงินมาคืนชาวนาให้เร็วที่สุด (ข) พรรคเพื่อไทย และคุณทักษิณ ชินวัตร เจ้าของความคิดนโยบายจำนำข้าวทุกเม็ด ต้องแสดงความรับผิดชอบ นำเงินของพรรคมาคืนเป็นค่าดอกเบี้ยให้ชาวนา ไม่ใช่มาล้วงกระเป๋าผู้เสียภาษี (ค) กลุ่มพี่น้องชาวนา ควรถอดบทเรียนจากประสบการณ์อันเจ็บปวดจากนโยบายการจำนำข้าวครั้งนี้ บทเรียนสำคัญ คือ นโยบายนี้ก่อความเสียหายอย่างไรทั้งต่อชาวนาและต่อประเทศชาติ มีใครที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตโดยเฉพาะการขายข้าวจนทำให้ไม่มีเงินค่าข้าวให้ชาวนา


Tags : นิพนธ์ พัวพงศกร
ที่มา
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20140111/555143/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7.html
บันทึกการเข้า
naeng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 468


« ตอบ #31 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 02:35:17 PM »

27
พ.ย.56
เวียดนามคว้าประมูล ขายข้าวฟิลิปปินส์5แสนตัน ฟิลิปปินส์ ระบุเวียดนามยื่นเสนอราคาต่ำสุดจัดหาข้าว 5 แสนตันให้ฟิลิปปินส์ เสนอราคาตันละ 462.25 ดอลลาร์ ส่วนไทยอยู่ที่ตันละ 475 ดอลลาร์ ทางการมะนิลาเตรียมประกาศผลขั้นสุดท้ายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ฟิลิปปินส์ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ทำให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวได้รับความเสียหาย อีกทั้งสต็อกข้าวยังร่อยหรอไปจากความพยายามบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ทำให้สำนักงานจัดหาข้าวประกาศนำเข้าข้าวจากเพื่อนบ้านก่อนสิ้นปีนี้ และเวียดนาม ไทย กับกัมพูชา มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอขายข้าวนั้น

ล่าสุดสำนักงานจัดหาข้าวของฟิลิปปินส์ กล่าววานนี้ (25 พ.ย.)ว่าเวียดนามได้เสนอราคาต่ำที่สุดในการจัดหาข้าว 500,000 ตัน ให้แก่ฟิลิปปินส์ ซึ่งราคาที่เสนอมานั้นปรากฏว่า ต่ำกว่าราคาที่ไทยเสนอไป

เวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากอินเดียเมื่อปีที่แล้ว ได้เสนอจัดส่งข้าวทั้งหมดภายในเวลา 3 เดือน ในราคาตันละ 462.25 ดอลลาร์ โดยส่งงวดแรก120,000 ตัน ภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้

ขณะที่ไทยเสนอขายข้าวในราคาตันละ 475 ดอลลาร์ ส่วนกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่สามที่มีสิทธิ์ร่วมประมูล กลับยื่นราคาไม่ทันกำหนด

การประมูลครั้งนี้มีตัวแทนรัฐบาล จากทั้งสามประเทศ ต่างกับครั้งก่อนที่มีเพียงตัวแทนจำหน่ายเอกชนเข้าร่วม โดยทั้งฝ่ายเวียดนามและไทยต่างเสนอขายข้าวหัก 25% ข้าวเมล็ดยาว และข้าวขัดสีดี

ที่มา http://www.afet.or.th/2013/th/news/commodity/detail.php?id=6261


Liked By: monnat, It is me
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 48   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: