หน้า: 1 ... 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 [97] 98 99   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีคุณประโยขน์นานาสำหรับการเกษตรจริงหรือ  (อ่าน 422129 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Touchaa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25


« ตอบ #1536 เมื่อ: เมษายน 25, 2017, 10:15:46 AM »

 - ทำไมจุลินทรีย์น้ำหมัก (พวก EM) ถึงขยายเชื้อต่อได้แค่สองสามรุ่น (จุลินทรีย์จะอ่อนแอลง..จากที่เคยอ่าน) แล้วทำไมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง สามารถขยายได้เรื่อย ๆ ครับ มันไม่อ่อนแอลงเหมือนสายพันธ์ที่ทำน้ำหมักเหรอครับ ?

ที่จริงแล้วสามารถขยายต่อไปได้เรื่อย ๆ แต่เรามั่นใจแค่ไหนว่า อาหารที่เราเอามาเลี้ยง EM มีอะไรปนเปื้อนมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเคยหมัก EM จะเห็นว่า จะมีทั้งรา เกาะตามผักหญ้าที่เราหมัก ไม่ใช่แต่เพียงราขาว ๆ ที่เดาว่าเป็นราตัวดี แต่มันมีไม่รู้กี่ราที่ผุดออกมา

 - ตกลงว่าขยายด้วยไข่อย่างเดียว..ดีกว่าผสมน้ำปลา รสดี ผงชูรสเหรอครับ ? แล้วทำไมหลาย ๆ ท่าน (ทั้งในกระทู้นี้ เว็บต่าง ๆ Youtube) ถึงแนะนำให้ใส่น้ำปลา ผงชูรส ฯ ด้วยครับ ? อันนี้ งง !! จริง ๆ ...ถ้าไข่อย่างเดียวก็ดีนะครับ..สะดวกดี !!

ถ้าสังเกตดี ๆ ตาม youtube ที่ว่ากันมานั้น สูตรที่ทำเป็นสูตรหาเชื้อมากกว่า แต่พอสูตรขยาย บางคนบอกว่าใส่ครบ ๆ ขึ้นเร็วดี แล้วแต่จะว่ากันไป ส่วนตัว ของผม ทุกวันนี้บางขวดเปลือกไข่ผมยังไม่ใส่เลยครับ ลองดู แต่ก็ขึ้นทุกขวดนะ จะช้าหรือเร็ว ก็ตามเพราะตอนนี้ผมมีสต๊อกเยอะแล้วเลยไม่รีบ ส่วนไข่ที่ใส่บ้างก็บอกไข่เน่าเร็วดี บ้างก็บอกไข่สดเร็วดี ส่วนตัวผมกลับลองแล้วเหมือนกัน บางครั้งไปเก็บไข่ไก้แจ้ที่เลี้ยงแล้วไม่มีเชื้อ มาทำ ก็ออกมาเหมือนกัน ใช้เวลาพอ ๆ กันครับ เลยมองว่าเอาเป็นว่าเป็นไข่ก็จบ เดี๋ยวว่าง ๆ จะลองหาไข่นกเขา นกพิราบมาใส่เผื่อได้เชื้อใหม่ (พูดเล่นนะ)

 - อ้อ !! รบกวนถามเรื่องไส้เดือน ที่คุณทัชเคยแนะนำหน่อยครับ...กำลังพยายามศึกษา แล้วไปเปิดเจอของท่านอาจารย์สมชัย จันทร์สว่าง ท่านอาจารย์ ม.เกษตร เห็นในบ้านท่าน มีวิธีเลี้ยงหลายแบบ..หนึ่งในนั้นคือ เลี้ยงในชั้นใส่ของที่เป็นลิ้นชัก (แบบที่มีตามบ้านทั่วไปนะครับ) เลยชักอยากลองเลี้ยงทำปุ๋ยไว้ใช้บ้าง (แต่ยังทำไม่ได้นะครับ ยังหาขี้วัวไม่ค่อยได้..ตอนนี้ซื้อแต่ในจตุจักรเอาครับ ถุงนิดเดียว)
     -ที่คุณทัชแนะนำเป็นสายพันธ์อะไรครับ ?
     -อายุไส้เดือนมันนานแค่ไหนครับ ?
     -ผมอยู่ตึกแถวครับ ปลูกต้นไม้บนดาดฟ้าแคบ ๆ ถ้าเลี้ยงแล้วเกิดมันขยายพันธ์เยอะ..เอาไปทิ้งตามพื้นดินทั่วไปได้มัยครับ ? (เห็นมันเป็นสายพันธ์นอก เลยเกรงจะเป็นปัญหากับสัตว์พื้นที่ครับ)

การเลี้ยงไส้เดือน เพื่อเอาขี้ไส้เดือนหรือครับ ผมไม่เคยเลี้ยงนะ แต่เคยลอง ซื้อขี้ไส้เดือนมาใส่ลงดิน ผลคือไม่ถึงเดือน ไส้เดือนเต็มพื้นดินที่ผมโรยขี้มันไว้ ตกลงเค้าแถมไข่มาด้วย ส่วนขี้วัวนั้น บังเอิญผมมีบ้านอยู่สระบุรี เลยหาง่ายหน่อย กระสอบละ 15 - 20 บาทเอง มีให้เลือกทั้งขี้วัวเนื้อ และขี้วัวนม เค้าว่าขี้วันเนื้อจะเค็มและร้อนกว่าวัวนม เพราะวัวนมกินอาหารดีกว่าวัวเนื้อ เค็มจริงหรือเปล่าไม่รู้เพราะไม่เคยชิมซะด้วย เดี๋ยวจะลองหาขี้วัวไข่ดู 5555 ส่วนตัวถ้าตึกแถวผมไม่แนะนำให้เลี้ยงนะเพราะขี้วัวคือขี้วัว พอมันโดนน้ำกลิ่นมันออก เดี๋ยวข้างบ้านจะขอสนทนาด้วย ส่วนถ้ามันเยอะ เอาไปทิ้งหรือไปปล่อย ผมยังมองไม่เห็นปัญหานะครับว่าจะมีผลกระทบกับอะไร ยกเว้นปล่อยลงพื้นปูนแล้วสาว ๆ เดินผ่าน อาจจะกระโดดเกาะคนที่เดินมาข้าง ๆ ส่วนอายุไส้เดือน ผมไม่มีข้อมูลจริง ๆ ครับต้องขอโทษด้วย

ต้นเข็มที่ไปชุบชีวิตมา ลองตัดยอดบนสุดมันดู แล้วรดจุลินทรีย์ ซิครับ มันจะแทงตาทุกข้อที่มันมีเลย ผมลองมากับมะนาว มะกรูดก็เป็นครับ

 ยิ้ม ยิ้ม


Liked By: a_bkk
บันทึกการเข้า

phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 10672



« ตอบ #1537 เมื่อ: เมษายน 25, 2017, 12:45:53 PM »

นานมาแล้ว  (แต่ก็ยังจำได้)
คุณ RUNGTHAMBUM ก็เคยส่งหัวเชื้อใส่ซองพลาสติกให้ผมแล้ว นำไปขยาย ก็ไม่ได้ผล (แล้วก็ไม่ไปต่อ)

อ่านเรื่องประโยชของ PSB ตามที่คุณ Touchaa บอกแล้ว  เกิดความเลื่อมใส ชักอยากจะลองเสียแล้ว

มีน้ำจากบ่อเลี้ยงปลาในสวนหย่อมของเพื่อนบ้าน  ไข่ น้ำปลา ผงชูรส และขวด(พลาสติก 1.5 ลิตร) ก็หาได้ไม่ยาก

จะเริ่มลองทำดู

ถ้าไม่ได้ผล.....แหะ  แหะ

ทราบว่า  คุณ a_bkk ก็ขลุกอยู่กับเรื่องนี้  และคุณ a_bkk  ก็อยากจะเลี้ยงข้าวผมสักมื้ออยู่แล้ว

คงต้องเปลี่ยนจากการเลี้ยงข้าว เป็น PSB สักขวดก็แล้วกัน
ถ้าผมทำเองไม่สำเร็จ  แล้วจะแจ้งให้ทราบ นะครับ


Liked By: a_bkk, tphairote
บันทึกการเข้า
a_bkk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 88


« ตอบ #1538 เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:25:46 AM »

     ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำครับคุณทัช...ทั้งหมดจะนำไปปฏิบัติครับ !!..คุณทัชโชคดีจริง ๆ นะครับ มีขี้วัวให้เลือกได้ดังใจเลย...เมื่อก่อนน้าชายผมที่อยู่ราชบุรี เคยซื้อยกถุงปุ๋ยมาให้บ่อย ๆ ตอนหลังน้าเค้าไม่ค่อยได้มา กทม.ผมเลยอดได้ขี้วัวแล้ว...ตอนผมได้มาผมก็เอามาผสมน้ำหมักแล้วใส่โอ่งมังกรไว้ครับ..ไม่นานขี้วัวก็ย่อยเป็นปุ๋ยอย่างดี.....อ้อ !! น้าชายยังเคยซื้อปุ๋ยขี้ไส้เดือนมาให้อีกด้วย แถวบ้านน้าเค้ามีคนเลี้ยงขาย ผมก็ใช้จนหมดครับ...แต่ผลจากการใช้ผมพิสูจน์อะไรไม่ค่อยได้...เพราะสมัยนั้นใช้ทุกปุ๋ย ไม้ก็เป็นไม้กระถาง ไม้ดอกไม้ประดับ...ไม่ได้มีไม้ผลให้ลอง
     อ้อ !! (อีกที) บ้านผมเป็นคนลพบุรี แต่มีที่ในนิคมที่สระบุรี ตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย มีสองผืน ผืนละ 25 ไร่ แถวนั้นปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์..ที่ที่บ้านผมก็ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งสองที่..ให้เช่าที่หนึ่ง จ้างเค้าดูแลที่หนึ่ง..ผมเคยอยากไปทำเกษตรผสมผสานอยู่...แต่แถวนั้นเค้าไม่ค่อยทำกัน มีแต่ข้าวโพดกับถั่ว ปลูกสลับกัน
   
    สำหรับ "พี่ฟ้าลิขิต" ยินดีเลยครับ...ทั้งเลี้ยงข้าวและเลี้ยง..เอ่ย !! แบ่งหัวเชื้อจุลินทรีย์ด้วยครับ...เท่านี้ยังไม่เท่าน้ำใจที่พี่ขับรถเอาใบก้ามปูมาให้ผมถึงบ้านเลยครับ พี่จะมาเอาเมื่อไหร่โทรมาบอกได้เลยครับผม !!!

ปล.คุณทัชครับ สาว ๆ สมัยนี้เค้าไม่กลัวไส้เดือนแล้วมั่งครับ...แมลงทอดเค้ายังจกกินอย่างเอร็ดอร่อย 555 หนุ่ม ๆ สมัยนี้สะอีก..เจอไส้เดือน กรี๊ดสาวแตกสะงั้น 5555
บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #1539 เมื่อ: เมษายน 29, 2017, 09:45:12 PM »



หลังจากศึกษาวิธีการต่างๆในการขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจนกระทั่งได้รับเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
มาทดลองขยายดู ถือว่าผมไม่ได้เริ่มจากศูนย์แต่เป็นการเริ่มจาก 50 เลยก็แล้วกันครับ
ผมสามารถขยายเชื้อได้ภายใน 3 วันก็จะเห็นว่าจุลินทรีย์ขยายตัวแล้วภายใน 7 วันก็พร้อมเอาไปใช้งาน หรือจะรอ 10-15 วันก็ได้
ตอนนี้การขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงถือเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ผมทดลองมาและขอสรุปมาดังนี้ครับ

น้ำที่ใช้สามารถใช้น้ำบ่อหรือน้ำบาดาลธรรมดา
อาหารเลี้ยงเชื้อใช้ 3 อย่างจะได้ผลเร็ว 1.ไข่เน่า 2.ผงรสดี 3. น้ำปลาหรือแบรนด์ซุบไก่ (เป็นโปรตีนที่ย่อยสลายมาแล้ว)
ใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเพียง 3 อย่างก็เพียงพอในการที่จะขยายเชื้อได้อย่างรวดเร็วและเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด
โดยภาชนะหรือขวดที่ใส่ควรจะเป็นแบบขวดขาวขุ่นนะครับอันนี้เน้นเลย เพราะที่ได้ลองเปรียบเทียบดูแล้ว
ขวดขาวขุ่นจะขยายเชื้อได้เร็วกว่าขวดใสครับ

ของผมหลังจากได้เชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากเพื่อนสมาชิกคุณสัญญา (ขอให้เครดิตหน่อย)
ได้เชื้อมาประมาณ 300 มิลลิลิตร เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา
ตอนนี้ผมสามารถขยายเชื้อไปได้มากกว่า 70 ลิตรแล้ว ภายในเวลา 7 วัน
โดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ 3 อย่างที่แนะนำไป

สาเหตุที่ขยายได้เร็ว เพราะพอขยายได้ 3 วัน น้ำจุลินทรีย์เริ่มแดง ผมก็ทำการขยายต่อทันที่
ทำให้ขยายเชื้อไปได้เรื่อย ๆๆๆ ไม่จำกัด จนไม่มีขวดหรือแกลลอนจะเอามาขยายอีกตอนนี้


สรุปได้ว่าหลังจากนี้เพื่อนสมาชิกไม่ต้องลองผิดลองถูกกันแล้ว ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ไปเริ่มจาก 80 ได้เลยครับ
ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและนำไปใช้กันได้อย่างง่าย ๆ เลยนะครับ




ส่วนผสมที่ผมขยายกับ...แกลลอน 5 ลิตร...นะครับ

1. หัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1/2 ลิตร
2. ไข่เน่า 1 ฟอง (ตี ๆคน ๆ ให้แหลกทั้งเปลือก)
3. รสดี 2 ช้อนชา
4. น้ำปลาแท้ (ไม่ใช่น้ำเกลือผสมสี) 2 ช้อนโต๊ะ


เอาทั้งหมดมาคน ๆ ผสมให้เข้ากัน แล้วเทใส่แกลลอนสีขาวขุ่น แล้วเติมน้ำลงไป ครึ่งแกลลอนปิดฝาเขย่าให้เข้ากัน
แล้วเติมน้ำจนเต็มแกลลอนให้เหลืออากาศให้น้อยที่สุด ปิดฝาแล้วเย่าอีกรอบ แล้วนำแกลลอนไปตั้งตากแดดไว้
และคอยมาเขย่าแกลลอนอยู่เสมอวันละ 3-4 ครั้ง (หรือถ้าขยันก็เขย่าบ่อย ๆ ครับ

***สูตรนี้ 3 วันจุลินทรีย์ก็แดงแล้วครับ แล้วก็เอาตัวนี้ไปขยายอีกได้เลย ไปเรื่อย ๆๆๆ จนกว่าจะไม่มีขวดหรือแกลลอนจะใส่***


ขอบคุณ... ท่านแอดมิน konthain (นพ) มาก ๆๆๆ เลยครับ
ข้อความใน quote ที่เอามานี้ ผมชอบมาก ๆๆๆ เลยครับ
ได้ทำการ save เป็นไฟล์รูปภาพเก็บไว้เลยครับ



*** หัวใจสำคัญ...ที่ทำให้เพาะขยายได้เร็ว คือ ***
*** "อาหารที่ใช้เพาะขยาย จะต้องมีทั้งแหล่ง Carbon และ Nitrogen" ***

ขวด 6.0 ลิตร
ไข่ไก่ 1 ฟอง (หรือ 4 ช้อนโต๊ะ) + ผงชูรส 4 ช้อนโต๊ะ + น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
+ หัวเชื้อ 1.0 ลิตร + เติมน้ำให้ได้ 5.0 ลิตร

ขวด 1.5 ลิตร
ไข่ไก่ 1 ช้อนโต๊ะ + ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
+ หัวเชื้อ 0.3 ลิตร + เติมน้ำให้ได้ 1.5 ลิตร

แดงเร็วมาก ๆๆๆ สังเกตุรายวันได้เลย ===> 3 วัน... แดงแจ๋เลยครับ

อันนี้... ถ่ายรูป (รายวัน สังเกตุจากชื่อรูปครับ บอกวันเวลาไว้) อายุ 1 วัน - อายุ 4 วัน ตามลำดับครับ

ขวด 1.5 ลิตร ทดสอบ ใส่/ไม่ใส่ น้ำปลา ครับ ===> ขวดหน้า = ไม่ใส่น้ำปลา ขวดหลัง = ใส่น้ำปลา

อายุ 1 วัน


อายุ 2 วัน


อายุ 3 วัน


อายุ 4 วัน



Liked By: a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 29, 2017, 10:20:02 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #1540 เมื่อ: เมษายน 29, 2017, 10:37:44 PM »


“อ.อธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์”

อ.อธิศพัฒน์ = 01 = เกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ

อ.อธิศพัฒน์ = 02 = อบรม เกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ 18 ธ.ค. 2559 ตอนที่ 01

อ.อธิศพัฒน์ = 03 = อบรม เกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ 18 ธ.ค. 2559 ตอนที่ 02

อ.อธิศพัฒน์ = 04 = อบรม เกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ 18 ธ.ค. 2559 ตอนที่ 03

อ.อธิศพัฒน์ = 05 = จุลินทรีย์หน่อกล้วย

อ.อธิศพัฒน์ = 06 = ฮอร์โมนไข่ อาหารจานด่วน

อ.อธิศพัฒน์ = 07 = ยาฆ่าแมลง ชนิดดูดซึม (ไตรโคเดอร์ม่า บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซี่ยม บีที)

##################################################

“Organic Farm TV”

Organic Farm TV = 01 = พาชม... “ไร่อธิศพัฒน์”

Organic Farm TV = 02 = วิธีทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย

Organic Farm TV = 03 = วิธีทำฮอร์โมนไข่

Organic Farm TV = 04 = วิธีทำนมหมัก

Organic Farm TV = 05 = วิธีทำอาหารจานด่วน

##################################################

จุลินทรีย์หน่อกล้วย

จุลินทรีย์หน่อกล้วยเป็นจุลินทรีย์ครอบจักรวาล สามารถทำได้หลายอย่างทั้งการเกษตร ในครัวเรือน รักษาสิ่งแวดล้อม หมักปุ๋ย ทั้งปุ๋ยแห้งและปุ๋ยน้ำ ปรับสภาพดิน ปรับสภาพน้ำ ปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน ของน้ำ ใช้ดับกลิ่นในครัวเรือน ในชุมชน บ้านที่ต้องสูบส้วมบ่อย ๆ ใส่จุลินทรีย์หน่อกล้วยสัปดาห์ละครั้ง สามารถลดการสูบส้วมลงได้ ใส่ลงในถังหมักแก๊ส สามารถทำให้แก๊สบริสุทธิ์ ยังมีอีกหลายเรื่องของจุลินทรีย์หน่อกล้วย คอยติดตามต่อไป

จุลินทรีย์หน่อกล้วย (สูตรหัวเชื้อ)

วัตถุดิบ
1. หน่อกล้วยขนาดเล็ก สูงประมาณ 1 เมตร 3 กก. (ขุดมาทั้งราก ไม่ต้องล้างออก เพียงแต่เคาะดินที่ติดมาออกบ้าง)
2. ละลายน้ำตาลทรายแดง 3 ขีด กับน้ำ 1 ลิตร คนให้เข้ากัน

วิธีทำ
- นำต้นกล้วยมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือจะใช้วิธีสับเอาก็ได้ แล้วชั่งให้ได้ 3 กก. เสร็จแล้วใส่ภาชนะ นำน้ำที่ละลายน้ำตาลทรายแดงแล้ว ใส่ตามลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝาภาชนะไว้ แต่ไม่ต้องปิดจนสนิท เพราะถ้าปิดสนิท พอเกิดแก๊สภายใน และไม่มีทางระบายออก ก็อาจจะระเบิดได้ จากนั้นเปิดฝาคนทุกวัน เมื่อครบ 7 วัน ก็จะได้น้ำสีน้ำตาลขุ่น ๆ เรียกว่า จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ
- การที่เราเอาน้ำตาลทรายแดงละลายกับน้ำ เป็นการทดแทนการใช้กากน้ำตาล ที่เป็นสีดำ ๆ ที่เรียกว่า โมลาส เพราะกากน้ำตาลที่เราใช้หมักปุ๋ย เราเข้าใจว่าราคาถูก อันที่จริงไม่ถูก เพราะกากน้ำตาลราคาเฉลี่ย 10 บาท ถ้ากากน้ำตาล 5 กก. ราคา 50 บาท เวลาวัดค่าความหวานได้เพียง 1 % (เวลาเราหมักปุ๋ย ต้องการความหวาน เป็นอาหารของจุลินทรีย์) น้ำตาลทรายแดงราคาเฉลี่ย 30 บาท เราเอาน้ำตาลทรายแดง 1 กก. (30 บาท) ละลายกับน้ำ 4 ลิตร (1 ลิตร กับ 1 กก. จำนวนเท่ากัน) เราก็จะได้น้ำตาลทรายแดงละลายน้ำ 5 กก. เมื่อวัดค่าความหวานจะได้ 20 % ซึ่งมีค่าความหวานสูงกว่ากากน้ำตาล
- ข้อดีของการใช้น้ำตาลทรายแดงละลายน้ำแทนกากน้ำตาลคือ เราจะได้ความหวานที่สูงกว่า โดยรวมจะได้ราคาที่ถูกกว่า และที่สำคัญหาง่าย ซื้อที่ไหนก็ได้ ลดสภาวะโลกร้อน เพราะลดการใช้ถังที่ต้องไปใส่กากน้ำตาล ในกากน้ำตาลมีสารตกค้างมากมาย ตัวหนึ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ น้ำมันดินหรือสารทา คือสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง ฉะนั้น ถ้าเรานำเอาสารก่อมะเร็งมาหมักปุ๋ย แล้วกำจัดออกไม่หมด และนำไปรดพืชผัก เราก็อาจมีสารก่อมะเร็งตกค้างได้
- ข้อกำหนดของเกษตรอินทรีย์ คือ ห้ามนำสิ่งโสโครกจากโรงงาน มาทำการผลิต ดังนั้น กากน้ำตาล คือ สิ่งโสโครกหรือเปล่า ที่ผ่านมาเป็นความเข้าใจผิด ดังนั้น เรามาเริ่มใหม่ เพื่อทางออกที่ดีกว่า เพื่อเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาที่พ่อให้ไว้

จุลินทรีย์หน่อกล้วย (สูตรขยาย)

ในเมื่อเราทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อแล้ว ยังได้ปริมาณไม่มากพอ เราจึงมาทำสูตรขยาย เพื่อเพิ่มปริมาณ แต่ประสิทธิภาพต้องได้เหมือนหัวเชื้อ และดีกว่า เพราะเราได้เติมต้นกล้วยและจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสลงไปเพิ่ม แล้วยังมียีสต์คือลูกแป้งข้าวหมาก เพื่อเพิ่มปริมาณของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น ทั้งยังเพิ่มสารอาหารและสารเทนนินอีกทางหนึ่งด้วย

วัตถุดิบ
1. จุลินทรีย์หน่อกล้วย (สูตรหัวเชื้อ) 1 ลิตร
2. น้ำสะอาด 100 ลิตร
3. น้ำตาลทรายแดง 4 กก.
4. ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก
5. ยาคูลท์ (นมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส) 1 ขวด
6. ต้นกล้วยสับละเอียด (ต้นกล้วยต้นใหญ่ก็ได้) 60 กก.
7. ถังหมัก (ควรจะมีฝาปิดด้วย) ขนาด 200 ลิตร 1 ใบ

วิธีทำ
- นำถังขนาด 200 ลิตร มาใส่น้ำลงไป 100 ลิตร เติมลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก เติมยาคูลท์ 1 ขวด เติมจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ 1 ลิตร เติมน้ำตาลทรายแดง 4 กก. คนให้เข้ากัน เติมต้นกล้วยสับละเอียดลงไป 60 กก.
- วันแรก ๆ ต้นกล้วยอาจจะลอยจากถัง ให้ใช้ไม้กดลงไป และยังไม่ต้องปิดฝาถัง วันที่ 2-3 ต้นกล้วยจะเริ่มยุบลง เราจึงเริ่มคนให้เข้ากันทุก ๆ วันจนครบ 7 วัน เราก็จะได้จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรขยาย ที่มีประสิทธิภาพเท่ากับจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ
- ถังหมัก 200 ลิตร เมื่อเราจะนำไปใช้งาน อาจจะยุ่งยาก เราควรทำวาล์ว ปิด-เปิด ที่ก้นถัง (เหมือนก๊อกน้ำ) เวลาใช้เราก็เปิดออกจากก๊อกได้เลย

##################################################

ฮอร์โมนไข่

วัตถุดิบ
1. ไข่ไก่ 5 กก.
2. น้ำตาลทรายแดง 1 กก.
3. ยาคูลท์ 1 ขวด
4. ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก
5. น้ำสะอาด 4 ลิตร

วิธีทำ
- นำไข่ไก่ตอกใส่ถังที่ใช้หมัก แล้วใช้ไม้คนไข่ให้แตก เติมน้ำตาลทรายแดง 1 กก. คนให้เข้ากัน เติมยาคูลท์ 1 ขวด เติมลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก คนให้เข้ากัน เติมน้ำ 4 ลิตร คนให้เข้ากัน ปิดฝาไม่ต้องสนิทมากนัก หมักไว้อย่างน้อย 14 วัน คนทุกวัน เมื่อครบ 14 วัน จึงกรองเอาส่วนที่เป็นของเหลวเก็บไว้ใช้งาน หรือนำไปทำอาหารจานด่วนต่อไป

วิธีใช้
- ใช้กับพืช อัตราส่วน ฮอร์โมนไข่ 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + จุลินทรีย์หน่อกล้วย 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำสะอาด 20 ลิตร รดหรือฉีดพ่นพืชได้ทุกชนิด และสามารถใช้ได้ทุก 7 วัน ยกเว้นไม้ดอกไม้ประดับ อัตราส่วน ฮอร์โมนไข่ 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร
- การเปิดตาดอกผลไม้ (นอกฤดู) สามารถทำได้โดย การงดน้ำอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากนั้น อัตราส่วน ฮอร์โมนไข่ 40 ซีซี (4 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 5 วัน ทำติดต่อกันประมาณ 4-7 ครั้ง ผลไม้จะเริ่มแตกช่อดอกออกมา จึงหยุดการฉีดพ่น รอจนกว่าผลไม้จะเป็นผลเล็ก ๆ จึงเริ่มให้น้ำ และฉีดพ่นด้วยอาหารจานด่วน อัตราส่วน อาหารจานด่วน 40 ซีซี (4 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
- ใช้กับสัตว์ อัตราส่วน ฮอร์โมนไข่ 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + อาหารสัตว์ 10 กก. ให้สัตว์กิน จะทำให้สัตว์เจริญเติบโตเร็วขึ้น

##################################################

นมหมัก

การหมักนม (น้ำนมจากสัตว์) จะเกิด แบคทีเรียกลุ่มที่ดำรงชีพ โดยไม่ต้องใช้ออกซิเจน อยู่ได้ในสภาพที่อุณหภูมิสูง และเจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่มีธาตุอาหารต่ำ แบคทีเรียนี้จะย่อยสลายน้ำนม เปลี่ยนเป็นกรดแลคติค

กรดแลคติค ช่วยส่งเสริมการระบายอากาศในดิน สามารถทำให้ดินในระดับลึกได้รับออกซิเจน ทำให้การเจริญเติบโตของพืชดีขึ้น กรดแลคติคมีความเป็นกรดสูง (pH=2) จะช่วยฆ่าเชื้อโรค ย่อยสลาย และดูดซับแร่ธาตุในดิน

วัตถุดิบ
1. น้ำนมสด (นมสดจากฟาร์ม หรือนมสดรสจืดที่หาซื้อได้) 10 กก.
2. น้ำตาลทรายแดง 1 กก.
3. จุลินทรีย์หน่อกล้วย 200 ซีซี
4. น้ำซาวข้าว 5 ลิตร

วิธีทำ
- นำนมสด 10 กก. น้ำตาลทรายแดง 1 กก. จุลินทรีย์หน่อกล้วย 200 ซีซี น้ำซาวข้าว 5 ลิตร เทรวมกันในภาชนะที่มีฝาปิด คนจนน้ำตาลทรายแดงละลายหมด แล้วปิดฝาภาชนะไว้ แต่อย่าปิดจนแน่น เปิดฝาค่นบ่อย ๆ จนกว่าการย่อยสลายจะสมบูรณ์ จะเกิดกลิ่นเปรี้ยว น้ำนมจะใสขึ้น ไม่มีตะกอนไขมันนม และไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า ถ้ามีกลิ่นเหม็นเน่า ให้เติมน้ำตาลทรายแดงอีก 1 กก. คนให้เข้ากัน ทำต่อไปทุกวัน จนกว่ากลิ่นเหม็นเน่าจะหมดไป

วิธีใช้
- การระเบิดดิน เนื่องจาก กรดแลคติคมีความเป็นกรดสูง (pH=2) ในพื้นที่ว่างเปล่า ดินเสื่อมโทรม นำนมหมักมาปรับปรุงดิน ทำให้ดินโปร่งและร่วนซุย อัตราส่วน นมหมัก 10 ลิตร + น้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นลงไปในดินที่เสื่อมโทรม 1 ไร่ เว้นระยะ 2 สัปดาห์ จึงทำซ้ำอีก ปรมาณ 3-4 ครั้ง ดินที่เสื่อมโทรมจะปรับสภาพดีขึ้น
- การเร่งยอดของพืช ทำให้แตกยอดมากขึ้น อัตราส่วน นมหมัก 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ใบ จะทำให้พืชแตกยอดเพิ่มขึ้น เช่น ไม้กินยอด ไม้ประดับ จะทำให้แตกยอดสวยงาม

##################################################

อาหารจานด่วน (สูตรแอคชั่น)

วัตถุดิบ
1. จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร
2. ฮอร์โมนไข่ 1 ลิตร
3. นมหมัก 3 ลิตร
4. แคลเซี่ยมโบรอน 1 ลิตร

วัตถุดิบ (แคลเซี่ยมโบรอน)
1. แคลเซี่ยมไนเตรท 10 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ)
2. แมกนีเซี่ยมซัลเฟต 4 กรัม (1 ช้อนชา)
3. กรดบอริก 4 กรัม (1 ช้อนชา)
4. น้ำสะอาด 2 ลิตร

วิธีทำ
- นำจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร ฮอร์โมนไข่ 1 ลิตร นมหมัก 3 ลิตร แคลเซี่ยมโบรอน 1 ลิตร ใส่ลงในถังที่มีฝาปิด คนให้เข้ากัน ปิดฝาภาชนะไว้ แต่ไม่ต้องปิดให้สนิท

วิธีทำ (แคลเซี่ยมโบรอน)
- แบ่งน้ำเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 1 ลิตร ใส่ขวดเตรียมไว้ นำแคลเซี่ยมไนเตรท 10 กรัม แมกนีเซี่ยมซัลเฟต 4 กรัม ใส่ลงในน้ำ 1 ลิตร คนให้ละลายให้หมด แล้วนำกรดบอริกใส่ลงไปในน้ำอีก 1 ลิตร ละลายให้เข้ากัน นำน้ำที่เราละลายทั้งแคลเซี่ยมไนเตรทและแมกนีเซี่ยมซัลเฟต 1 ลิตร เทรวมกับ น้ำที่เราละลายกรดบอริก 1 ลิตร เราก็จะได้ แคลเซี่ยมโบรอน นำไปใช้งานในราคาประหยัด สามารถทำเองได้ทุกขั้นตอน

วิธีใช้
- ปรับปรุงดินก่อนปลูกพืช อัตราส่วน อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น 1 ลิตร + น้ำหมักจากพืชหรือสัตว์ 1 ลิตร + เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 ลิตร รวมเป็น 3 ลิตร แบ่งออกมา 1 ลิตร ผสมกับน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นลงในดินที่เราจะปรับโครงสร้าง ทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน ดินบริเวณที่เราทำไว้ จะร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์
- บำรุงพืชที่ปลูกแล้ว อัตราส่วน อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน พืชยืนต้นขนาดใหญ่ อัตราส่วน อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น 40 ซีซี (4 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน ยกเว้น พืชกำลังออกดอก ควรงดไว้ก่อน รอจนกว่าจะติดเป็นผลเล็ก ๆ จึงฉีดพ่นต่อ จนได้เก็บผลผลิต พืชกินใบ อัตราส่วน อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน ตั้งแต่เริ่มปลูก ไปจนเก็บเกี่ยว
- การให้อาหารทางดิน ใช้อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น น้ำหมักพืชหรือสัตว์ และเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน แล้วแบ่งออกมา 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร รดบริเวณดินรอบ ๆ โคนต้นทุก 7 วัน พืชขนาดใหญ่ ใช้ได้ถึง 100 ซีซี (10 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร รดบริเวณดินรอบ ๆ โคนต้นทุก 7 วัน
- เราควรให้ในอัตราส่วนที่น้อย ๆ ก่อน และสังเกตุอาการของพืช ถ้าให้อาหารจานด่วนไปแล้ว เกิดอาการเหลืองที่ใบหรือลำต้น แสดงว่าให้มากเกินไป ต้องรดน้ำเพิ่ม แล้วหยุดการให้อาหารสักระยะก่อน จึงเริ่มให้แต่น้อย ถ้าเกิดอาการใบใหม้ แสดงว่าขบวนการหมักไม่สมบูรณ์ ดังนั้น การหมักทุกชนิด ต้องสังเกตุให้ดีว่า เราทำทุกขั้นตอนสมบูรณ์ดีแล้ว ถ้าไม่สมบูรณ์จะเกิดผลกระทบต่อพืชโดยตรง เนื่องจากการย่อยสลายอินทรียวัตถุทุกชนิดต้องการไนโตรเจน พืชและดินจะถูกดึงไนโตรเจนไปใช้

##################################################

วิธีขยายเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า (แบบลูกทุ่ง)

วัตถุดิบ
1. หัวเชื้อไตรโคเดอร์ม่า 10-20 กรัม
2. น้ำตาลทรายแดง 2 กิโลกรัม
3. น้ำสะอาด 20 ลิตร

วิธีทำ
- นำน้ำตาลทรายแดง 2 กิโลกรัม ละลายลงในน้ำ 20 ลิตร เมื่อละลายดีแล้วให้เติมหัวเชื้อไตรโคเดอร์ม่าลงไป 10-20 กรัม (1-2 ช้อนโต๊ะ) คนให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ 2 วัน เราก็จะได้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า 20 ลิตร เมื่อเรานำไปใช้ควรเก็บเชื้อไว้อย่างน้อย 1 ลิตร เพื่อทำการขยายคราวต่อไป โดยใช้น้ำ 19 ลิตร แล้วละลายน้ำตาลทรายลงไป 2 กิโลกรัม แล้วนำเชื้อที่มีอยู่ 1 ลิตร เติมลงไป คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2 วัน จะสังเกตุว่า เวลาเราคนเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าในถัง จะเกิดเป็นฟองคล้ายฟองเบียร์ แสดงว่าเชื้อขยายตัวเต็มที่แล้ว จึงนำไปใช้ได้

วิธีใช้
1. ใช้ในการหมักปุ๋ยหมักเงินล้าน
2. ใช้ในการเตรียมดินปลูก อัตราส่วน เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 ลิตร + อาหารจานด่วน 1 ลิตร + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นหรือรดที่ดิน ก่อนทำการปลูกอย่างน้อย 7-15 วัน
3. ใช้ในกรณีที่ปลูกพืชไปแล้ว อัตราส่วน เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + อาหารจานด่วน 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นหรือรดบริเวณโคนต้นพืชทุก 7 วัน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรค และทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ส่วนใหญ่เราจะไม่ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าฉีดพ่นทางใบ เพราะเชื้อราก่อโรคส่วนใหญ่ จะเข้าทำลายพืชทางดิน แล้วมาแสดงอาการทางใบ ดังนั้น เราจึงใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าทางดิน หรือจะให้ดีใช้วิธีป้องกัน ดีกว่าเกิดแล้วกลับมาแก้ไข พืชบางชนิด เช่น เมล่อน แคนตาลูป นอกจากให้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าทางดิน เมื่อมีอาการทางใบ ก็จะให้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าทางใบร่วมกับอาหารจานด่วน ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้เกษตรกรจะต้องหมั่นสังเกตุหรือสำรวจแปลงบ่อย ๆ เพื่อที่จะป้องกันและแก้ไข เมื่อเกิดโรคได้ทันเวลา ถ้าปล่อยให้เป็นมากแล้วมาแก้ไข มักจะไม่ได้ผลที่ดีนัก

##################################################

วิธีขยายเชื้อราบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม (แบบลูกทุ่ง)

วัตถุดิบ
1. หัวเชื้อบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม 10-20 กรัม
2. แป้งข้าวโพด 400 กรัม
3. หม้อมีฝาปิดใส่น้ำได้ 10 ลิตร
4. น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม
5. น้ำสะอาด 10 ลิตร

วิธีทำ
- นำน้ำสะอาด 9 ลิตร ใส่ในหม้อแล้วยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด แล้วนำน้ำอีก 1 ลิตร ผสมกับแป้งข้าวโพด คนให้เข้ากันดี แล้วเติมลงไปในหม้อขณะที่น้ำกำลังเดือดอยู่ ระวังอย่าให้แป้งติดก้นหม้อ คนจนกว่าแป้งจะสุกดี ถ้าแป้งสุกจะเป็นยางเหนียว ๆ เหมือนน้ำก๋วยเตี๋ยวราดหน้า จากนั้นให้เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป 500 กรัม คนให้เข้ากันดี แล้วปิดฝาหม้อปิดไฟ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 12 ชั่วโมง จากนั้นนำหัวเชื้อบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม 10-20 กรัม (1-2 ช้อนโต๊ะ) โรยลงไปในหม้อแป้งที่เย็นตัวลงแล้ว คนให้เข้ากัน ปิดฝาไว้ แล้วทิ้งไว้ 2 วัน เมื่อผ่านไป 2 วัน จะสังเกตุว่า น้ำแป้งข้าวโพดที่เหนียวข้น จะมีลักษณะเหลวเป็นน้ำ จึงนำไปใช้ได้ หรือถ่ายใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เก็บไว้ใช้งานได้นาน โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น สามารถนำเชื้อที่เหลือประมาณ 300 ซีซี มาทำการขยายได้อีก โดยไม่ต้องหาหัวเชื้อใหม่

วิธีใช้
- เราสามารถใช้ เชื้อราบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม ร่วมกับอาหารจานด่วน ฉีดพ่นในฟาร์ม ขณะที่ฉีดพ่นบำรุงพืชก็ได้ เป็นการป้องกันแมลงศัตรูพืชไปด้วย อัตราส่วน เชื้อราบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + อาหารจานด่วน 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน ถ้าแมลงระบาด สามารถเพิ่มอัตราส่วนได้อีก

##################################################

วิธีขยายเชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (แบบลูกทุ่ง)

วัตถุดิบ
1. หัวเชื้อ บี.ที. (BT) 10-20 กรัม
2. น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม
3. น้ำนมถั่วเหลือง 5 ลิตร

วิธีทำ
- วิธีทำนมถั่วเหลืองไว้ใช้งานเอง นำถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม แช่น้ำไว้ 12 ชั่วโมง แล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง จึงนำไปบดให้ละเอียด โดยใช้เครื่องบด เมื่อบดละเอียดดีแล้ว ให้ใส่หม้อต้ม แล้วเติมน้ำสะอาดลงไป 12 ลิตร ต้มจนกว่าจะได้กลิ่นหอมเหมือนน้ำเต้าหู้ จากนั้นจึงนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ เราก็จะได้น้ำเต้าหู้ที่มีความเข้มข้นและหอม จะเติมน้ำตาลแล้วก็นำไปดื่มได้เลย หรือจะนำไปขยายเชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) ก็ได้
- นำน้ำนมถั่วเหลือง 5 ลิตร ผสมกับน้ำตาลทรายแดง 500 กรัม คนให้เข้ากัน ถ้าเป็นน้ำเต้าหู้ที่ซื้อมา ต้องให้เย็นตัวลงก่อน หลังจากนั้นเติมหัวเชื้อ บี.ที. (BT) 10-20 กรัม (1-2 ช้อนโต๊ะ) ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด แต่ไม่ต้องปิดฝาให้แน่นจนเกินไปนัก ทิ้งไว้ 2 วัน จึงนำไปใช้ได้ ถ้าเก็บไว้นานเชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) จะนอนก้นในภาชนะ ก่อนนำไปใช้ควรจะคนให้เข้ากันก่อน กลิ่นของเชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) จะเหม็นบูด เป็นกลิ่นเฉพาะตัว ถือว่าไม่เสีย เก็บไว้ใช้งานได้นาน

วิธีใช้
- การระบาดของหนอน อัตราส่วน เชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร + ยาแรงหรือพริกแกง 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) ฉีดพ่นทุก 3-7 วัน การฉีดป้องกันแมลงและหนอนในฟาร์ม อัตราส่วน เชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + เชื้อราบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + อาหารจานด่วน 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน

##################################################


Liked By: a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 29, 2017, 01:58:34 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
jsooksan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #1541 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2017, 09:03:06 AM »



หลังจากเพาะเชื้อทิ้งไว้ 2 เดือน จากน้ำอ่างเลี้ยงปลาหางนกยูง ของจริงแดงสดมาก ประมาณน้ำเย็นตาโฟเลยแต่ถ่ายรูปออกมาไหงออกส้มๆ ไม่รู้


Liked By: kitti minburi
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2017, 08:55:53 AM โดย jsooksan » บันทึกการเข้า
Touchaa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25


« ตอบ #1542 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 01:31:31 PM »

เย้ น้ำเลี้ยงปลา ทำให้ได้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาอีกคนแล้ว

ที่บ้านผมมีเครื่องแยกกาก และจะแยกกากกินน้ำทุกวัน แล้วเอาไปเทใส่ถังไว้ ตั้งหลบแดด แล้วก็เอากากน้ำตาลใส่ลงไป แล้วเอาไม้คน ๆๆ เพื่อทำ EM และเมื่อปีก่อน ซื้อมังคุดมากิน กับทุเรียนก็เอาเปลือกมังคุด สับ ๆ ๆ และเปลื้อทุเรียนที่กินแล้วมาสับ ๆ ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใส่ถังไว้ เอาไม้กวน ๆ ๆ ผลไม้อกไรในบ้านที่กินไม่ทันมันเน่า ก็ใส่ถังไว้ เอาไม้กวน ๆ ๆ พอว่าง ๆ ก็จะเอาถังปูนลงไปในถังนี้คั้นน้ำมารดต้นไม้ เพราะรู้ว่าเป็นน้ำ EM ล่าสุดเห็นว่ามันนานละคันน้ำออกไปเยอะเกือบหมดละ กากมันจะเอาไปทิ้งก็ลำบาก เลยขุดหลุมลึกประมาณศอก แล้วเทกาก นี้ลงหลุมไป แล้วเอาดินกลบ ๆ ๆ แต่ห้ามเหยียบเพราะข้างล่างมันเหลวอยู่ พอกลบดินเสร็จ เอาจุลินทรีย์ตัวนี้ราด แล้วรดน้ำ เพราะกลิ่นของกาก EM ประมาณขยะเน่าเลย

ผ่านไป  1 สัปดาห์ เอามะเขือเปาะไปปลูก แถว ๆ ปากหลุม และกลางหลุม ตอนนี้ ผ่านไป 45 วันหลังจากลงมะเขือเปาะไว้คือ ต้นมะเขือ ขึ้นเร็วมาก สูงถึงเอวแล้ว แถมลูกมะเขือ โตเร็วมากจนน่าตกใจเพราะสัปดาห์ก่อน ลูกประมาณปลายนิ้วก้อย ผ่านไปแค่ 7 วัน ลูกใหญ่เท่ากำปั้นเด็กทารก เก็บกินได้แล้ว

ส่วนการรดจุลินทรีย์ตัวนี้ ถ้าจะใช้ปุ๋ยเคมี ผมแนะนำให้ลดปริมาณลงได้เลย แล้วผสมน้ำจุลินทรีย์ และเติมน้ำให้ปุ๋ยเคมีละลายแล้วรดครับ จะรดทุกอาทิตย์หรือ ทุก 14 วันก็ได้ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของต้นไม้สูงมาก ๆ อย่างน่าตกใจครับ

ช่วงหลังผมกำลังลองคือ ปุ๋ยเคมีที่ตังหน้าต่ำ ๆ หน่อย แล้ว ตัวกลางกับตัวท้าpเยอะ ๆ เช่น 8-24-24 เนื่องจากจุลินทรีย์ตัวนี้ สร้างตา และใบได้ดีมาก ๆ ซึ่งถ้าดอกติดลูกแล้วค่อยกลับมารดจุลินทรีย์อย่างเดียวก็ได้ ดอกจะไม่ค่อยร่วงครับ
บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #1543 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2017, 12:25:03 AM »


ดาขอเล่าเรื่องการขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแบบของดาบ้างนะคะ...

ตอนแรกดาซื้อหัวเชื้อมา แล้วทำตามคำแนะนำที่แนบมากับชุดจุลินทรีย์ทุกประการ แต่ปรากฏว่าไม่แดง ทิ้งไว้ตั้งนาน ทั้งเขย่าขวด เอาตากแดดบ้างเข้าร่มบ้าง ยังไงก็ไม่แดง แต่พอเปิดฝาดมกลิ่นข้างในกลิ่นแรงมาก แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่

ทีนี้ดาเกิดความโมโหคิดว่าเป็นไงเป็นกัน (เสียก็ช่างเพราะขอคุณสัญญาไว้แล้ว)
- ขวดที่ 1 ดาทิ้งไว้เหมือนเดิม
- ขวดที่ 2 ดาเอาไข่ดิบใส่ถุงร้อนทุบ ๆ ตี ๆ แล้วเทใส่ไป 1 ฟอง
- ขวดที่ 3 บดคนอร์ใส่ไป 1 ก้อน
- (ขวดน้ำขนาด 6 ลิตร)

...ปรากฏว่า... ขวดที่ใส่ไข่ น้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ๆ ดาคิดว่าตายละวา เน่าแน่ ผ่านไปอีกวันดาก็คิดว่าเน่าจริง ๆ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียของ ดาบอกให้แฟนเอาไปใช้ เค้าก็เอาไปใช้เกือบหมด แล้วก็ตั้งทิ้งไว้ต่อ เหลืออยู่ประมาณ 1/4 ของขวด...

...แล้วอยู่มาวันนึงดาเดินไปเห็นเข้า ปรากฏว่า... สีมันเปลี่ยนค่ะ กลายเป็นสีแดงอมม่วง สวยมาก
ขวดที่ใส่คนอร์ ไม่แดงเป็นสีขาวออกขุ่น ๆ ขวดที่ตั้งทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่เติมอาหาร เวลาผ่านไป 1 เดือนออกเป็นสีเหมือนน้ำชาจางๆ(จางมาก)
แล้วเมื่อวันที่ 10 กพ ที่ผ่านมาดาทดลองเติมอาหารเข้าไป ผ่านไปแค่ 6 วัน กลายเป็นสีแดงเหมือนสีของน้ำชาเข้ม ๆ ปนม่วงนิด ๆ สวยมาก
ดาเลยเอามาขยายเชื้อเรียบร้อยแล้ว...

...มีอยู่ขวดนึงดาเอาไปใช้จนเหลืออยู่แค่ก้น ๆ ขวด ดาเติมอาหารลงไป แต่ดันเติมน้ำปลาเยอะไปหน่อย สีออกแดงปนเทานิด ๆ จะออกสีเทามากกว่าขวดอื่น ๆ แล้วตอนขยายเชื้อครั้งหนึ่ง ดาทดลองเอาใส่ขวดน้ำกรองที่ดากรองไว้นานแล้ว (ดาตั้งใจกรองน้ำไปกินที่นา แต่กินไม่หมดเลยทิ้งไว้ในขวดค่อนข้างนานเวลาเปิดขวดมีเสียงฟู่เหมือนมีแก็สออกมา ดาไม่เปลี่ยนน้ำใหม่ลองเทหัวเชื้อจุลินทรีย์ใส่ลงไปเลย) ปรากฏว่าน้ำกรองเก่าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนกัน แต่ว่าใช้เวลานานกว่า...

สรุป = อาหารต้องมีปริมาณที่เหมาะสม หากมากเกินไปเหมือนจะอึดอัด มีพื้นที่ว่างน้อยจุลินทรีย์เจริญช้ากว่าอาหารที่มีประมาณเหมาะสม (รู้สึกเอง)


เป็นประโยชน์มาก ๆๆๆ เลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2017, 07:25:24 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
Freedom in mind
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 296


« ตอบ #1544 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2017, 08:33:44 PM »

เนื้อหาน่าสนใจขอแปะไว้ก่อน เดี๋ยวว่างๆ เข้ามาอ่านครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
guang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #1545 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2017, 03:53:46 PM »

ขอคำปรึกษาหน่อยครับ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSBIO ของ White Crane มีท่านใดเคยทดลองใช้แล้วบ้างครับ

ผมเอามาขยายแล้ว ไม่แดงสักทีครับ

อยากใช้ PSBIO เพาะได้ เพราะหาซื้อได้ง่ายกว่ามาก ๆๆๆ ครับ และค่อนข้างมาตรฐานครับ



เขาขายจะขยายได้หรือครับหน้าจะตายหมดแล้วนะ...


บันทึกการเข้า
PHUEK13
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #1546 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2017, 03:21:48 PM »



หลังจากศึกษาวิธีการต่างๆในการขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจนกระทั่งได้รับเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
มาทดลองขยายดู ถือว่าผมไม่ได้เริ่มจากศูนย์แต่เป็นการเริ่มจาก 50 เลยก็แล้วกันครับ
ผมสามารถขยายเชื้อได้ภายใน 3 วันก็จะเห็นว่าจุลินทรีย์ขยายตัวแล้วภายใน 7 วันก็พร้อมเอาไปใช้งาน หรือจะรอ 10-15 วันก็ได้
ตอนนี้การขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงถือเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ผมทดลองมาและขอสรุปมาดังนี้ครับ

น้ำที่ใช้สามารถใช้น้ำบ่อหรือน้ำบาดาลธรรมดา
อาหารเลี้ยงเชื้อใช้ 3 อย่างจะได้ผลเร็ว 1.ไข่เน่า 2.ผงรสดี 3. น้ำปลาหรือแบรนด์ซุบไก่ (เป็นโปรตีนที่ย่อยสลายมาแล้ว)
ใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเพียง 3 อย่างก็เพียงพอในการที่จะขยายเชื้อได้อย่างรวดเร็วและเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด
โดยภาชนะหรือขวดที่ใส่ควรจะเป็นแบบขวดขาวขุ่นนะครับอันนี้เน้นเลย เพราะที่ได้ลองเปรียบเทียบดูแล้ว
ขวดขาวขุ่นจะขยายเชื้อได้เร็วกว่าขวดใสครับ

ของผมหลังจากได้เชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากเพื่อนสมาชิกคุณสัญญา (ขอให้เครดิตหน่อย)
ได้เชื้อมาประมาณ 300 มิลลิลิตร เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา
ตอนนี้ผมสามารถขยายเชื้อไปได้มากกว่า 70 ลิตรแล้ว ภายในเวลา 7 วัน
โดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ 3 อย่างที่แนะนำไป

สาเหตุที่ขยายได้เร็ว เพราะพอขยายได้ 3 วัน น้ำจุลินทรีย์เริ่มแดง ผมก็ทำการขยายต่อทันที่
ทำให้ขยายเชื้อไปได้เรื่อย ๆๆๆ ไม่จำกัด จนไม่มีขวดหรือแกลลอนจะเอามาขยายอีกตอนนี้


สรุปได้ว่าหลังจากนี้เพื่อนสมาชิกไม่ต้องลองผิดลองถูกกันแล้ว ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ไปเริ่มจาก 80 ได้เลยครับ
ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและนำไปใช้กันได้อย่างง่าย ๆ เลยนะครับ




ส่วนผสมที่ผมขยายกับ...แกลลอน 5 ลิตร...นะครับ

1. หัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1/2 ลิตร
2. ไข่เน่า 1 ฟอง (ตี ๆคน ๆ ให้แหลกทั้งเปลือก)
3. รสดี 2 ช้อนชา
4. น้ำปลาแท้ (ไม่ใช่น้ำเกลือผสมสี) 2 ช้อนโต๊ะ


เอาทั้งหมดมาคน ๆ ผสมให้เข้ากัน แล้วเทใส่แกลลอนสีขาวขุ่น แล้วเติมน้ำลงไป ครึ่งแกลลอนปิดฝาเขย่าให้เข้ากัน
แล้วเติมน้ำจนเต็มแกลลอนให้เหลืออากาศให้น้อยที่สุด ปิดฝาแล้วเย่าอีกรอบ แล้วนำแกลลอนไปตั้งตากแดดไว้
และคอยมาเขย่าแกลลอนอยู่เสมอวันละ 3-4 ครั้ง (หรือถ้าขยันก็เขย่าบ่อย ๆ ครับ

***สูตรนี้ 3 วันจุลินทรีย์ก็แดงแล้วครับ แล้วก็เอาตัวนี้ไปขยายอีกได้เลย ไปเรื่อย ๆๆๆ จนกว่าจะไม่มีขวดหรือแกลลอนจะใส่***


ขอบคุณ... ท่านแอดมิน konthain (นพ) มาก ๆๆๆ เลยครับ
ข้อความใน quote ที่เอามานี้ ผมชอบมาก ๆๆๆ เลยครับ
ได้ทำการ save เป็นไฟล์รูปภาพเก็บไว้เลยครับ



ตอนนี้ได้ลองปรับเปลี่ยนสูตรเล็กน้อย เพราะไม่สะดวกใช้..."ไข่เน่า"...อิอิ
ขวด 1.5 ลิตร = ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ + ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ + หัวเชื้อ 150 มล.
ขวด 6.0 ลิตร = ซอสถั่วเหลือง 4 ช้อนโต๊ะ + ผงชูรส 4 ช้อนโต๊ะ + หัวเชื้อ 600 มล.

*** หัวใจสำคัญ...ที่ทำให้เพาะขยายได้เร็ว คือ ***
*** "อาหารที่ใช้เพาะขยาย จะต้องมีทั้งแหล่ง Carbon และ Nitrogen" ***
*** ในที่นี้ผมใช้แหล่ง... Carbon = ผงชูรส ,Nitrogen = ซอสถั่วเหลือง ***


ผมลองใช้ ซอสถั่วเหลือง+ผงชูรส   มันมีแก๊สเกิดขึ้นด้วยเป็นเหมือนกันไหมครับ
บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #1547 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2017, 10:33:21 PM »

ของผมมีแก๊สเกิดขึ้นเหมือนกันครับผม ประมาณ 3 วัน คลายฝาเพื่อระบายลมครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2017, 12:42:49 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
Touchaa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25


« ตอบ #1548 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2017, 10:18:03 AM »

ขวด 6 ลิตรสำหรับผมจะใส่หัวเชื้อ แค่ครึ่งลิตรครับ และใส่น้ำถึงฝาเลยไม่ให้เกิดช่องอากาศ ไม่ค่อยจะเร่งให้มันแดงเร็วมากเกินไปเพราะมันแดงเร็วก็หมดสภาพเร็ว เลยไม่ใส่น้ำปลาและผงชูรส ใช้ไข่ล้วน ๆ

ส่วนถ้าอยากให้แดงเร็ว ๆ ก็เพิ่มหัวเชื้อเอา

การเกิดแกสมีผลมาจากการใส่อาหารมากเกินไปแล้วจุลินทรีย์ใช้ไม่หมด ครับ

ผมมี 2 สูตรคือ แบบเร็ว กับแบบช้า ค่อย ๆ ทำไป ใช้ไป หรือจะเร่งแบบด่วน

ถ้าจะเอาไปใช้ ผมจะสังเกตตะกอนก้นขวด ถ้าเป็นสีครีม ๆ หรือส้ม ๆ จะไม่เอาไปใช้แต่เอาไว้ขยายต่อได้ ซึ่งถ้าจะเอาไปใช้ ตะกอนจะเป็นสีแดงสด ๆ แบบสีเลือดเลย


Liked By: kru mos, likhit
บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #1549 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2017, 12:28:32 PM »

 ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม

ขอบคุณมาก ๆๆๆ ครับ สำหรับคำแนะนำดีดีครับ

ผมจะลองเอาไปใช้ดูครับผม

ชอบมาก ๆๆๆ ครับ สำหรับ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง นี้

มาช่วยกันแชร์ความรู้ประสบการณ์กัน จะได้เป็นแหล่งความรู้ให้เกษตรกรได้มีทางออกครับ

 ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม

ทดลอง “+++หลอดไฟ LED T9 ไม่พึ่งแสงแดด+++” ครับ ...
“หัวเชื้อ 0.5 ลิตร อาหารสูตรเดียวกัน”


อายุ 2 วัน


อายุ 5 วัน


อายุ 6 วัน
เอามาทำ หัวเชื้อ ขยายเพิ่มเป็น 6 ขวด ให้แสง LED เหมือนเดิม
ฝาสีฟ้า ใช้หัวเชื้อ 1.0 ลิตร ฝาสีเทา ใช้หัวเชื้อ 0.5 ลิตร



อายุ 2 วัน
+++ทดลอง ให้แสง LED รุ่นที่ 2+++


อายุ 4 วัน
+++ทดลอง ให้แสง LED รุ่นที่ 2+++
ขวดที่ใส่หัวเชื้อ 0.5 ลิตร (ฝาสีเทา) กลับแดงเข้มกว่า ขวดที่ใส่หัวเชื้อ 1.0 ลิตร (ฝาสีฟ้า) ครับ
น่าจะเกิดจาก... "แสง" ครับ เลยจัดขวดใหม่ให้โดนแสงมากขึ้นครับ





Liked By: kru mos, likhit
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2017, 09:59:50 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
tophy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 617


« ตอบ #1550 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2017, 09:49:17 PM »

ข้าวผมใช้ 1:100 ผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ
ขยายเชื้อได้แล้ว เปิดฝาพอหลวม
เก็บไว้ในที่ร่ม ได้4-6เดือน ครับ

ปีที่แล้วผมใช้ฉีดพ่น ใส่อ้อย ผลที่ได้คือ อ้อยตอ2 ยาวเกือบ 5เมตร อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
พ่นใส่ข้าว แตกกอดีมากๆ จากใส่ปุ่ยเคมี 5สอบ ปีนี้ลดลงเหลือ3 แต่ได้ข้าวมากกว่าเดิม
ในขณะใช้พื้นที่เท่าเดิม  อื่มๆๆๆ
ปีนี้ผมค้นคว้าจากต้นฉบับที่่ญี่ปุ่น เขาใช้ ไร่ละ 1 ลิตร และใส่ทั้งหมด 4 ช่วง รวมเป็น 4ลิตร ต่อรอบการปลูกข้าว
ปีนี้จัดเต็มครับ เพาะไว้เยอะมาก แต่ผมจะใช้แบบเทใส่ตอนทำเทือก
หวังว่าคงได้ข้าวมากขึ้น เพราะปีที่แล้ว เม็ดข้าวติดคอรถเกี่ยว  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ปั่นเมล็ดข้าวไม่ขึ้น เพราะเกี่ยวไปๆ มีแต่เมล็ดข้าวล้วนๆ ไม่มีฟาง เลยติดคอน่ะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: kru mos, likhit, tphairote
บันทึกการเข้า
Touchaa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25


« ตอบ #1551 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2017, 05:25:49 PM »

ด้วยความที่ทำไว้หลายขวด วันก่อนมีพระที่นับถือมาที่บ้าน ท่านอยู่ที่ขอนแก่น ดินที่นั่นปลูกอะไรยากมาก เพราะดินไม่ดิน ที่วัดได้ขอไม้พยุงมาปลูก แต่ดูท่าไม่ไปไหน เหมือนจะตาย ผมฝากไปขวดละลิตรครึ่ง 8 ขวด พร้อมวิธีเพาะขยาย และท่านสามารถแบ่งให้ชาวบ้านไปลงนาได้ ล่าสุดท่านโทรมาบอกว่า ไม้พยุงที่ปลูกจากที่ดูอาการไม่รอด หลังรดได้สัปดาห์เดียว เริ่มแตกยอด แทงใบ สดใสแข็งแรง ท่านเลยขยายไว้อีก 4 ขวด ก่อนที่จะแจกชาวบ้านหมด

เอามาแบ่งปันเป็นข้อมูลครับ


Liked By: likhit, tphairote
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 [97] 98 99   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: