ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นำข้อมูลดีๆมาฝากครับ "เมื่อ ลิโพ,กระทิงแดง โด๊ป ต้นไม้ ได้ผล"  (อ่าน 16448 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
samsuk20
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 252


« เมื่อ: ธันวาคม 16, 2013, 08:30:57 AM »



เมื่อ ลิโพ,กระทิงแดง โด๊ป ต้นไม้ ได้ผล

เมื่อ ลิโพ,กระทิงแดง "โด๊ป" ต้นไม้..ได้ผล

เรื่องนี้เป็นความลับ ใช่ครับการใช้เครื่องดื่มชูกำลัง อย่างลิโพ กระทิงแดง มาใช้กับต้นไม้ ถือเป็นความลับ ของเหล่าเกษตรกรหลายท่าน เนื่องจาก สิ่งนี้ไม่ได้เป็นที่ยอมรับจากกรมวิชาการเกษตร แต่ก็มีเกษตรกรหลายท่านใช้มัน และได้ผล จึงไม่มีการบอกต่อ เพราะมันเป็น "สูตรลับ"  ดังนั้นผู้ที่จะรู้เรื่องนี้มักจะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดของผู้ที่เคยใช้เท่านั้น

แต่ การที่มันใช้ได้กับพืช มันจะไม่มีผลข้างเคียง

ไม่มีผลรับรองจากกรมวิชาการเกษตร แต่สำหรับผู้ที่พยายามค้นหาสารเคมีที่จะใช้กับพืช และกลุ่มเกษตรกร ที่มีความรู้ด้านการใช้สารเคมีกับพืช  ได้ตรวจสอบ ได้ทดลอง และหาข้อเท็จจริง กับเรื่องนี้ ทั้งยังถกปัญหากัน จนได้คำตอบเดียวกันว่า

"ทำไม เครื่องดื่มชูกำลัง จึงใช้กับต้นไม้ ได้"

 มันเป็นอย่างนี้ครับ

ในเครื่องดี่มชูกำลังเกือบทุกยี่ห้อจะมีส่วนผสมของสารที่ทำให้ร่างกายของสิ่งมีชีวิต รู้สึกกระชุ่มกระชวย สดชื่นขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนใหญ่ก็ประกอบไปด้วย

น้ำตาล,ทอรีน รวมถึง คาเฟอีน

สารพวกนี้เมื่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้รับเข้าไป จะไปกระตุ้นระบบ ให้มีการทำงานเพิ่มขึ้น หากในอดีตเครื่องดื่มชูกำลัง จะอาศัยสารจำพวกนี้ร่วมด้วยการแต่งกลิ่น-รส กับการอื่นๆ อีกเล็กน้อย ก็นำมาขายได้

แต่ในปัจจุบัน เจ้าของผลิตภัณฑ์มีชื่อหลายราย ได้เพิ่ม "วิตามิน" เข้าไปเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดต่อผู้บริโภค หากจะดูส่วนผสมข้างขวดของผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่าง เครื่องดื่มกระทิงแดง ขนาด 100 ลบ.ซม. จะมีส่วนผสมดังนี้

น้ำตาลซูโครส                                    16.0 ก.

ทอรีน                                              800 มก.

แคฟเฟอีน                                         0.5  ก.

อินโนซิทอล                     20 มก.

วิตามินบี 3                                          20 มก.

เด็กซ์เพนธินอล                                      5 มก.

วิตามินบี 6                                            3 มก.

ซิตริก แอซิด                                      0.66 ก.

เจ้าส่วนผสมเหล่านี้ กลับมีบางตัวที่มีผลกับพืช เช่นกัน

เมื่อดูจากส่วนผสม สิ่งแรกที่เหล่าเกษตรกรจะรู้ว่ามีผลกับพืช ก็คือ น้ำตาล

การใช้ น้ำตาลกับพืช นั้นเพื่อทำให้มีการดูดซึมทางใบได้เร็วขี้น แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้พืชมีการเจริญเติบโตที่ดีเป็นพิเศษได้

ใช่แล้วครับ ในส่วนผสมข้างบนนี้ มีสารประกอบชนิดหนึ่งร่วมอยู่ ไทอามีน ท่านที่ไม่รู้อาจงง ว่ามันอยู่ตรงไหน ไม่เห็นมีในรายการเลย ไทอามีน คือ ชือทางวิทยาศาสตร์ ของ วิตามินบี ครับ

วิตามินบี นั้นมีความสำคัญต่อสัตว์ ต่อคนอย่างมาก เป็นที่รู้กันว่า การขาดวิตามินบี จะทำให้คนเรามีอาการของโรคเหน็บชาได้

แต่สำหรับพึชแล้ว ไทอามีน หรือ วิตามินบี หากพืชได้รับเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้พืชนั้น เจริญงอกงาม ใบเขียวใหญ่ ลูกโต ได้

ทำไม ถึงเป็นแบบนั้นได้ เพราะเมื่อพืชได้รับ ไทอามีนแล้ว มันจะไปกระตุ้นในขบวนการสร้างรากให้มากขึ้น และเมื่อพืชมีรากเพิ่มมากขึ้น การดูด การหาอาหาร หาปุ๋ย ก็ยิ่งดี ยิ่งมีประสิทธิภาพขึ้น อาหารที่ได้มากขึ้นก็จะไปเลี้ยง ไปสร้าง ใบ ให้งอกงาม ให้ใหญ่ขึ้น สำหรับพืชแล้วการมีใบมาก ใบสวย จะทำให้สร้างอาหารได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อผลที่กำลังเจริญ ให้มีขนาดและความสวยงามเพิ่มขึ้น เมื่อได้รับในช่วงเวลาที่เหมาะสม

แต่หากเกษตรกรไม่เข้าใจ ไม่รู้ถึงเรื่องนี้ นำไปใช้จะเกิดผลเสียอย่างไรขึ้น แน่นอนการที่พืชสร้างราก สร้างใบได้ดี มันไม่ทำให้พืชนั้น ตาย ได้แน่

เพียงแต่ว่า หากนำเจ้าสารชนิดนี้ไปฉีดพ่น ในช่วงเวลาที่ต้องการให้พืช ออกดอก เพื่อให้มีการติดผล มันจะกลับทำให้พืชต้นนั้น สร้างแต่ใบ ไม่สร้างดอก หรือที่เรียกว่าอาการ "เฟื้อใบ" นั่นเอง

 ดังนั้น เกษตรกรที่นำสูตรลับนี้ไปใช้ได้ดี ก็คือ กลุ่มของเกษตรกรที่ปลูกผัก ที่สามารถนำไปใช้ทดแทนฮอร์โมน หรือสารเร่งใบ ได้เป็นอย่างดี

แล้วก็มีกลุ่มเกษตรกรไม้ผล ไม้ดอก นำไปใช้ และได้ผลดี เนื่องจากใช้ถูกเวลา แต่ก็มีจำนวนมากที่ไม่รู้นำไปใช้ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ทำให้ไม่ได้ผลอย่างที่ตั้งใจ

จึงไม่เป็นผลดีเท่าไร หากเกษตรกรใช้เครื่องดื่มชูกำลังกับพืชในอัตราส่วนที่เข้มข้น หรือ ใช้ติดต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้น น้ำตาลที่ผสมในเครื่องดื่มชูกำลัง อาจตกค้าง กับต้น กับใบของพืช ทำให้เกิดโรคพืช หรือเป็นตัวล่อให้แมลงศัตรูพืชเข้ามาก็ได้

เอ็นทรี่นี้ จึงทำขึ้นมาเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรที่ไม่รู้ว่ามีสิ่งเหล่านี้อยู่ สามารถทดแทน สารกระตุ้นต่อพืชที่มีราคาสูงๆได้ และได้รับทราบถึงเหตุและผล รวมทั้งการจัดการ ให้สามารถใช้ได้ถูกวิธี และเพื่อให้มีการเผยแพร่ต่อไป

สำหรับ จขบ.เอง มีัความเห็นว่า หากต้องการใช้วิตามินบี เพื่อกระตุ้นราก กระตุ้นใบจริง ขอแนะนำว่าไปซื้อ วิตามินบีที่ร้านขายยา เม็ดนึงราคาไม่เท่าไร แล้วแต่ความเข้มข้นที่ร้านขายอยู่ น่าจะลดต้นทุน และได้รับประโยชน์เต็มที่กว่า

อันนี้ก็แล้วแต่ความคิด ความรู้สึกของแต่ละท่าน ก็แล้วกัน... จบแล้ว..สวัสดี


http://www.oknation.net/blog/print.php?id=794951
บันทึกการเข้า

tang-on
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 356


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2013, 10:22:33 PM »

ขอบคุณครับ


Liked By: Chanunchida
บันทึกการเข้า
ThaiArm......
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2014, 10:40:07 PM »

ผมจะใช้ในระยะพักฟื้น หลังจากขนย้าย หลังจากย้ายลงแปลง หรือลงกระถาง  เพื่อช่วยให้พืชลดภาวะเครียด และยังช่วยเร่งให้รากขยายเร็งขึ้น  แต่ไม่ควรมากเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้ครับ
บันทึกการเข้า
changbenz
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1409


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2016, 10:56:51 AM »

ผมจะใช้ในระยะพักฟื้น หลังจากขนย้าย หลังจากย้ายลงแปลง หรือลงกระถาง  เพื่อช่วยให้พืชลดภาวะเครียด และยังช่วยเร่งให้รากขยายเร็งขึ้น  แต่ไม่ควรมากเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้ครับ
ขอความกรุณาอธิบายวิธีใช้เเละอัตราส่วนด้วยได้มั๊ยครับผมอยากทราบว่าต้องผสมน้ำหรือไม่อัตราส่วนผสมเท่าไหร่ แล้วใช้ฉีดพ่อหรือรดทางดินครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ธนาทาวเวอร์(ห้อง207ชั้น20) 224 ถนนจรัญสนิวงศ์
์เขตบางพลัด กรุงเทพ 10700
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 21, 2016, 12:11:45 PM »

ผมจะใช้ในระยะพักฟื้น หลังจากขนย้าย หลังจากย้ายลงแปลง หรือลงกระถาง  เพื่อช่วยให้พืชลดภาวะเครียด และยังช่วยเร่งให้รากขยายเร็งขึ้น  แต่ไม่ควรมากเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้ครับ
ขอความกรุณาอธิบายวิธีใช้เเละอัตราส่วนด้วยได้มั๊ยครับผมอยากทราบว่าต้องผสมน้ำหรือไม่อัตราส่วนผสมเท่าไหร่ แล้วใช้ฉีดพ่อหรือรดทางดินครับ ขอบคุณครับ

ใช้ได้ทั้งสองทาง
1. ราดทางดิน อัตราส่วน 1 : 500
2. พ่นทางใบ  อัตราส่วน 1 : 1000
ทางปฎิบัติเข้มข้นได้อีกเล็กน้อย(ลดปริมาณน้ำ) คือราดดิน ผมเคยใช้อัตรา 1 : 300  พ่นทางใบเคยใช้อัตรา 1 : 800
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2016, 12:18:48 PM โดย suteera » บันทึกการเข้า
changbenz
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1409


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 21, 2016, 01:37:27 PM »

ผมจะใช้ในระยะพักฟื้น หลังจากขนย้าย หลังจากย้ายลงแปลง หรือลงกระถาง  เพื่อช่วยให้พืชลดภาวะเครียด และยังช่วยเร่งให้รากขยายเร็งขึ้น  แต่ไม่ควรมากเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้ครับ
ขอความกรุณาอธิบายวิธีใช้เเละอัตราส่วนด้วยได้มั๊ยครับผมอยากทราบว่าต้องผสมน้ำหรือไม่อัตราส่วนผสมเท่าไหร่ แล้วใช้ฉีดพ่อหรือรดทางดินครับ ขอบคุณครับ

ใช้ได้ทั้งสองทาง
1. ราดทางดิน อัตราส่วน 1 : 500
2. พ่นทางใบ  อัตราส่วน 1 : 1000
ทางปฎิบัติเข้มข้นได้อีกเล็กน้อย(ลดปริมาณน้ำ) คือราดดิน ผมเคยใช้อัตรา 1 : 300  พ่นทางใบเคยใช้อัตรา 1 : 800
ขอบพระคุณอย่างสูงครับ


Liked By: ชาวนา™
บันทึกการเข้า

ธนาทาวเวอร์(ห้อง207ชั้น20) 224 ถนนจรัญสนิวงศ์
์เขตบางพลัด กรุงเทพ 10700
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: