เกษตรพอเพียง.คอม

เว็บบอร์ดเกษตรพอเพียง => มุมสมาชิก => ข้อความที่เริ่มโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 01:54:11 PM



หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันสุดท้าย สุดทางฝัน
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 01:54:11 PM
(https://i.imgur.com/vbk4MwC.jpg)

สวัสดีเพื่อนสมาชิกชาวเกษตรพอเพียงครับ ผมเข้ามาเรียนรู้ในเวบนี้อยู่หลายปี ได้รับทั้งความรู้ทั้งเมล็ดพันธุ์(จากกระดานแจกเมล็ดพันธุ์ฟรีและกระดานซื้อ-ขาย) มาปรับปรุงพัฒนาที่ดินบ้านสวน(เนื้อที่ 2 ไร่) จึงอยากจะแลกเปลี่ยนเรื่องราวประสบการณ์การปลูกต้นไม้-พัฒนาผืนดินกับเพื่อนๆสมาชิก ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นความผิดพลาด(และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)จากความด้อยประสบการณ์ของผมเอง ;D หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆสมาชิกบ้าง ผมก็พอใจแล้วครับ เนื่องจากผมได้ซื้อที่ดินและทำนู่นทำนี่มาหลายปีแล้ว  จึงขอเริ่มกระทู้ ณ เวลาปัจจุบันไปเรื่อยๆ สลับกับบทความเพื่อเล่าถึงความหลังที่ผ่านมา

บ้านสวนอยู่ "เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย" จ.เลย ครับผม  ;)


สารบัญ

ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2276035#msg2276035)

ปลายฝันที่ 1_landscape ที่คาดหวัง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2279886#msg2279886)
ปลายฝันที่ 2_ตามหาหน้าดินที่สูญหาย (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2285424#msg2285424)
ปลายฝันที่ 3_นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2296812#msg2296812)
ปลายฝันที่ 4_ฝืนธรรมชาติ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2321807#msg2321807)
ปลายฝันที่ 5_สวนล่าง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2360724#msg2360724)
ปลายฝันที่ 6_เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณที่ได้หยั่งลึกลงไป (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2429258#msg2429258)
ปลายฝันที่ 7_เห็ด บทนำ ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2464411#msg2464411)
ปลายฝันที่ 7_เห็ด บทที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2465959#msg2465959)
ปลายฝันที่ 7_เห็ด บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2469123#msg2469123)
ปลายฝันที่ 7_เห็ด บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2485260#msg2485260)
ปลายฝันที่ 7_เห็ด บทที่ 4 แบ่งสรรปันส่วน (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2499364#msg2499364)
ปลายฝันที่ 7_เห็ด บทที่ 5 สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2503488#msg2503488)
ปลายฝันที่ 7_เห็ด บทแทรก เห็ดโคน-ใต้ผืนพิภพข้าคือราชา (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2509424#msg2509424)
ปลายฝันที่ 7_เห็ด บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2522085#msg2522085)
ปลายฝันที่ 8_ดั่งเม็ดทราย (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2526401#msg2526401)
ปลายฝันที่ 9_สวนไกล โยนหินถามทาง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2605452#msg2605452)
ปลายฝันที่ 9_สวนไกล แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2659497#msg2659497)
ปลายฝันที่ 10_ขุดสระเป็นคำตอบสุดท้าย(หรือไม่) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2747003#msg2747003)
ปลายฝันที่ 11_ตะวันลับฟ้า ยอดหญ้าเทียมเมฆ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2811447#msg2811447)
ปลายฝันที่ 12_สิ่งอันใดล้วนสำเร็จได้ด้วยการกระทำ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2937064#msg2937064)
ปลายฝันสุดท้าย_สุดทางฝัน (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3223182#msg3223182)


ขอบฟ้าที่ 1_ใต้ฝ่าเท้า (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2340906#msg2340906)
ขอบฟ้าที่ 2_ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2421734#msg2421734)
ขอบฟ้าที่ 2_ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย(บทเสริม_ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2435443#msg2435443)
ขอบฟ้าที่ 3_ไร้ราก (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2447319#msg2447319)
ขอบฟ้าที่ 4_แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2557000#msg2557000)
ขอบฟ้าที่ 5_เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2860124#msg2860124)
ขอบฟ้าที่ 6_คืนที่เขาเข้านอนตอนสองนาฬิกาและคำสัญญากับเกล็ดเลือด (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3046989#msg3046989)
ขอบฟ้าที่ 7_ร่องรอย (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3102874#msg3102874)
ขอบฟ้าที่ 8_ปลิวหายภายใต้สายลม (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3124667#msg3124667)
ขอบฟ้าที่ 9_ซึ่งตกตะกอนลงสู่เบื้องล่าง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3127569#msg3127569)


นิทานบ้านสวน_ว่าด้วยเรื่อง ศาลเจ้าที่ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2320130#msg2320130)
นิทานบ้านสวน_ว่าด้วยเรื่อง อาหารจากธรรมชาติ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2346734#msg2346734)
นิทานบ้านสวน_ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2399191#msg2399191)
นิทานบ้านสวน_การเดินทางของหยดน้ำใส (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2406506#msg2406506)
นิทานบ้านสวน_เราล้วนถูกเชื่อมโยงด้วยบางสิ่ง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2455677#msg2455677)
นิทานบ้านสวน_เพียงดอกไม้ริมรายทาง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2602559#msg2602559)
นิทานบ้านสวน_สับสนบนหนทางเปลี่ยว // ฤดูร้อน (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2638299#msg2638299)
นิทานบ้านสวน_นางพญาเสือโคร่ง ทิวฝัน ณ บ้านสวน (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2679100#msg2679100)
นิทานบ้านสวน_บางสิ่งล้ำค่ายิ่งกว่าความสำเร็จ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2743691#msg2743691)
นิทานบ้านสวน_เช้าวันที่แจ่มใส (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2799022#msg2799022)
นิทานบ้านสวน_เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ร่มเงาป้อมยาม (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2824273#msg2824273)
นิทานบ้านสวน_เรื่องของน้ำใจไม่อาจเฉียดใกล้กับความคาดหวัง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2840982#msg2840982)
นิทานบ้านสวน_เหม่อมองไปยังฟากฟ้าแห่งฤดูหนาวที่หวนคืนมา (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2848348#msg2848348)
นิทานบ้านสวน_เพียงเพื่อพบว่ายังมีฝุ่นตะกอนแห่งความทรงจำ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2849053#msg2849053)
นิทานบ้านสวน_และยังเป็นเช่นแมกไม้ที่ผลัดใบ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2901832#msg2901832)
นิทานบ้านสวน_ใยต้องไถ่ถามหาเหตุผลเมื่อเหม่อมองขึ้นไปบนนั้น (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2908028#msg2908028)
นิทานบ้านสวน_แล้ววันนี้พ่อจะไปไหนคะ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2933668#msg2933668)
นิทานบ้านสวน_บางทีโอกาสอาจคล้ายกับก้อนเมฆ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2965997#msg2965997)
นิทานบ้านสวน_swale ลักไก่ โอกาสอาจบางทีอยู่ในก้อนเมฆ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2977802#msg2977802)
นิทานบ้านสวน_หลงส่าว (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3002941#msg3002941)
นิทานบ้านสวน_เสมือนคนแปลกหน้าของความทรงจำ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3011460#msg3011460)
นิทานบ้านสวน_สรรพสิ่งล้วนก่อเกิดซึ่งกันและกัน (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3036618#msg3036618)
นิทานบ้านสวน_หนอนกระดึ๊บ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3059622#msg3059622)
นิทานบ้านสวน_ดุจจันทร์เสี้ยวขึ้นสามค่ำ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3074046#msg3074046)
นิทานบ้านสวน_เมื่อดาวตก (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3085929#msg3085929)
นิทานบ้านสวน_หมื่นจอกมิวางวาย (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3107174#msg3107174)
นิทานบ้านสวน_ล้วนคือดอกผลแห่งอ้อมกอดสิ่งรายล้อม (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3147275#msg3147275)


มิตรภาพและการแสวงหา_บนเส้นทางสายนี้ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2715889#msg2715889)
มิตรภาพและการแสวงหา_00 ตะกอนแห่งความทรงจำ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2775120#msg2775120)
มิตรภาพและการแสวงหา_01 จุดกำเนิดเริ่มจากดิน (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2784255#msg2784255)
มิตรภาพและการแสวงหา_02 โบกรกออกค่าย(ภาคต้น) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2989471#msg2989471)
มิตรภาพและการแสวงหา_02 โบกรถออกค่าย(ฝันยาวนาน วิกาลยุ่งเหยิง) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2992835#msg2992835)
มิตรภาพและการแสวงหา_02 โบกรถออกค่าย(บทส่งท้าย บนเส้นทางกลางแสงจันทร์)


มองผ่านป่า_01 ขจรจบ สหายจัดตั้งแห่งพงไพร (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3062715#msg3062715)
มองผ่านป่า_02 แฝก ฝากฝันไว้ในพงหญ้า
มองผ่านป่า_03 สร้างบ้านแบบมรรคง่าย วันที่ 1 อิฐดินดิบ 15 ก้อน(ด้วยกระทำจึงบังเกิดผล) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3202024#msg3202024)
มองผ่านป่า_03 สร้างบ้านแบบมรรคง่าย วันที่ 2 ก้อนที่ 45(เพราะว่างเปล่าจึงก่อเกิด) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3202725#msg3202725)
มองผ่านป่า_03 สร้างบ้านแบบมรรคง่าย วันที่ 3 ก้อนที่ 73(ดั่งดวงจันทร์กลางตะวันฉาย) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg3204371#msg3204371)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 02:21:45 PM
เริ่มจากสถานที่ตั้งครับ ห่างจากที่ทำงานประมาณ 5 กม.

(https://i.imgur.com/7ZlPfDr.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 02:23:13 PM
พื่นที่โดยรวมประมาณ 2 ไร่ กำลังดีครับ ไม่มากไม่น้อย  ;D

(https://i.imgur.com/ioo2ID6.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 02:55:01 PM
แบ่งเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

(https://i.imgur.com/Py2ZLsC.jpg)

(โซน 2 อยู่ทางทิศเหนือ โซน 6 อยู่ทางทิศตะวันออก)

โซน 1  พื้นที่โล่ง กะว่าจะใช้เป็นบริเวณสร้างที่พักอาศัย
โซน 2  ต้นสัก ประมาณ 200 ต้น อายุ 10 กว่าปี แต่ไม่ค่อยโตมากนัก  :-\
โซน 3 ป่าสวนผสม ทั้งไม้พื้นถิ่นขึ้นเอง ไม้ดอก ไม้ผล ไม้กินได้ ปนกันไปหมด เนื่องจากขาดการจัดการเบื้องต้น(อ่อนประสบการณ์)  ::)
โซน 4 พื้นที่ทดลอง มีไม้ป่าจำพวกเต็ง-รัง เหลืออยู่ 4-5 ต้น และมีเห็ดกินได้ขึ้นประปรายมา 2 ปีแล้ว
         ผมจึงนำต้น เต็ง รัง ไม้ตระกูลยางไปปลูกเพิ่มประมาณ 20 ต้น ในปีนี้ เพื่อทดลองสร้างป่าเห็ดในอนาคต  :)
โซน 5 ไม้ผลประมาณ 10 ต้น
โซน 6 หน้าผา  :o :o หน้าผาจริงๆครับ เนื่องจากที่ติดกันขุดดินขาย ตอนนี้ปรับเป็นพัก 1 ขั้น
โซน 7หลุมเลี้ยงปลาราคาแพง 555  ;D

แนวเส้นสีแดงคือติดทางสาธารณะ ส่วนแนวเส้นสีน้ำเงินคือติดที่เพื่อนบ้าน(เจ้าเดียว) ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 03:07:58 PM
ชมภาพตูบน้อย(สร้าง 4 ปีก่อน) ยามเย็นไปก่อนครับ  :)

(https://i.imgur.com/AmgWmxQ.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 03:28:34 PM
ลักษณะภูมิประเทศเป็นดังนี้ครับ (ขออภัยอ่อนด้อยด้านวาดภาพมาก  ::) )
(https://i.imgur.com/2bzievy.jpg)
ภาพซ้าย ที่บ้านสวนเป็นลักษณะกะลาคว่ำแล้วโดนผ่าครึ่ง ของผมเป็นส่วนที่เหลือ (มุมมองด้านบน) ส่วนภาพทางขวามือ เนื่องจากที่ติดกันขุดดินขาย ความต่างระดับประมาณตึก 3 ชั้น  ;D ;D แถมยังเกือบชิดแนวโฉนด หลังจากซื้อที่แล้วโครงการแรกที่ทำคือการปรับ landscape ครับ โดยขุดดินฝั่งชิดหน้าผาให้เป็นพัก 1 ขั้น แล้วนำดินที่ได้มาปรับด้านบนให้เป็นลานเพื่อทำเป็น บริเวณที่พักอาศัยในอนาคต
(https://i.imgur.com/PmzZXml.jpg)
ภาพนี้มองจากที่ด้านล่างของเพื่อนบ้านที่ขุดดินขาย สีน้ำเงินคือตูบน้อยในภาพถ่ายโพสก่อนหน้านี้ครับ  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 03:37:14 PM
ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า

เมื่อมองย้อนกลับไปในชีวิตวัยเด็ก เราทุกคนล้วนแต่มีความใฝ่ฝันว่าอย่างมีอย่างนั้นอย่างนี้ อยากเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หลายต่อหลายคนโชคดีที่ไขว่คว้ามาได้ แต่บางคนก็หลงลืมความใฝ่ฝันครั้งเก่าเนื่องจากวันเวลาที่ล่วงเลย... ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ทำความใฝ่ฝันหลายอย่างหล่นหายตามรายทางชีวิต น่าแปลกที่สิ่งหนึ่งยังไม่เปลี่ยนแปลงคือ ความตั้งใจในวัยเด็กว่าอยากมีบ้านสวนอยู่เชิงเขา

หลายต่อหลายครั้งระหว่างการรอนแรมผ่านเส้นทางต่างๆที่มีภูเขา ผมมักจะจินตนาการอยู่เสมอว่าหากเรามีบ้านสักหลังอยู่ตรงนั้นคงจะดีไม่น้อย ผมยังเชื่ออยู่เสมอว่า “คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดสักแห่ง คงมีใครสักคนรออยู่ตรงนั้น”* เฮ้ย ม่ายช่าย  8) ผมเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า ต้องมีที่ใดสักแห่งที่ให้เราหยัดยืนอย่างภาคภูมิใจว่าชั่วชีวิตนี้ เราเองก็ได้สร้างสิ่งดีงามกลับคืนสู่ผืนแผ่นดินแล้ว

ที่ดินบ้านสวน(ต่อไปขอเรียกว่า “บ้านสวน”) มีเนื้อที่โดยประมาณ 2 ไร่ เราหาซื้อไว้หลายปีแล้วด้วยความบังเอิญและโชคช่วย บังเอิญก็คือเธอเชื่อผมที่ว่า “รถยนต์จะซื้อตอนไหนก็ได้ อีกหน่อยเทคโนโลยีมันยิ่งพัฒนา แต่ที่ดินไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆนะ” และโชคช่วย(ผม)คือเธอมีเงินเก็บพอที่จะจ่าย เพราะเจ้าของเดิมต้องการเงินสดเต็มราคาที่ตกลงกันตอนนั้นเราเริ่มทำงานเวลาใกล้เคียงกัน เธอมีเงินเก็บหลักแสนแต่ผมไม่มีเลยสักตังค์เดียว...  :-\ เป็นบุญของผมจริงๆที่เธอยังเลือกที่จะคบหาผมอยู่

บ้านสวนอยู่ห่างจากสถานที่ทำงานประมาณ 5 กิโลเมตร ตอนนี้เรายังพักอาศัยอยู่ในบ้านพักของที่ทำงาน แต่คิดว่าอีกไม่นานเจ้านายคงเชิญให้ออกไปอยู่ภายนอก ด้วยวัฎจักรที่รุ่นพี่ๆประสบพบเจอคือ แฟลตโสด-แฟลตครอบครัว-บ้านพักครอบครัว-บ้านส่วนตัว ทำให้เราต้องเตรียมพร้อมบ้านสวนไว้ด้วยการปลูกต้นไม้และพัฒนาผืนดิน เพื่อรองรับอนาคตที่ใกล้เข้ามา  :) งานที่ทำอยู่เป็นงานประจำและมีเวรนอกเวลาบ้าง เย็นวันไหนหากว่างเว้นจากเวรตรงกัน เราก็จะออกไปที่บ้านสวนเพื่อปลูกต้นไม้ เดินเล่น กินลมชมวิว บ้างตามประสาหนุ่มสาว  :)

ด้วยสภาพบ้านสวนเป็นป่าโคกที่หน้าดินถูกอัญเชิญออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ งานอันหนักหน่วงที่สุดเห็นจะเป็นการบำรุงปรับปรุงฟื้นฟูสภาพดินการเกษตรไม่ใช่สายงานที่ผมเรียนมา อาศัยแค่ใจรักและอากู๋(google.com) เราจึงมีแหล่งเรียนรู้อย่างมากมาย ไม่รู้ค้นไปค้นมาเจอ ปู่ฟู ได้ไง( ขอเรียกตามคุณ teerapanปรมาจารย์ด้านการจัดการน้ำแห่งสวนขี้คร้าน http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=79810.0 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=79810.0) ) ฟ้าช่างประทานเทพมาให้กับคนสันหลังยาวอย่างผมจริง ถึงจะไม่สามารถเดินตามแนวทางของแกได้ทุกอย่าง แต่ด้วย “ศิลปะส่องทางให้แก่กัน” ผมจึงได้หัวข้อไปบรรยายสรุปให้เธอฟัง โดยดำเนินตามแนวทางที่ปู่ฟูส่องทางให้ คือ ไม่ไถพรวนดิน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหมัก ไม่กำจัดวัชพืช ไม่ใช้สารเคมี(จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า 8) 8))  เพื่อเสนอขออนุมัติงบประมาณการพัฒนาผืนดินแห่งบ้านสวน ดังนี้

1.   ปรับปรุง landscape ของพื้นที่ เพื่อรองรับการเป็นที่อยู่อาศัยในอนาคต
2.   ปลูกต้นไม้เพิ่ม และไม่ตัดทำลายไม้ป่าดั้งเดิมที่มีอยู่บ้างเพื่อเป็นการอนุรักษ์
3.   ฟื้นฟูสภาพดิน

ณ เวลานั้นคิดได้เท่านี้ยังไม่สามารถมองภาพรวมของพื้นที่ออก จึงเกิดปัญหาน้อยใหญ่ตามมาและแนวทางการขายผ้าเอาหน้ารอดของผม ดังจะนำเสนอต่อไป
ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง

* เป็นท่อนหนึ่งของเพลงประกอบภาพยนตร์ ที่ตอนนี้ผู้กำกับได้ตามหาดินแดนแห่งความรักของตนเจอแล้ว  ;D ;D
(https://i.imgur.com/m9YH7DS.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nutner ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 05:22:55 PM
เข้ามารอเยี่ยมชมบ้านสวนครับ  :-[


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 10:46:21 PM
เข้ามารอเยี่ยมชมบ้านสวนครับ  :-[

ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 10:50:30 PM
เย็นวันนี้หลังเลิกงาน อากาศกำลังดี ได้ข่าวว่าสองสามวันที่ผ่านมาเห็ดป่ากำลังออก บางคนหาขายได้เป็นพันบาท  :o ว่าแล้วไม่รอช้า ลองเข้าป่าดูมั่งเรา  ;D ;D ผลที่ได้คือ  8) 8)

(https://i.imgur.com/o1gCwfW.jpg)

และอีกหนึ่งถุงสำหรับเห็ดแก่แล้ว แล้วเอามาทำอะไรกันนะ  :o

(https://i.imgur.com/vTOV1VP.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 10:56:34 PM
จัดการผสมน้ำเพื่อเอาสปอร์เห็ด

(https://i.imgur.com/eAMvbcl.jpg)

แล้วก็นำไปรดไม้เต็ง-รัง ที่ปลูกเพิ่ม  ;D ;D

(https://i.imgur.com/UzjY5My.jpg)

(https://i.imgur.com/hedSUUw.jpg)

 ;)

นี่คือต้นไม้เต็ง-รังที่ปลูกในพื้นที่ทดลองโซน 4 ครับ อีก 5 ปีรู้ผล  :D :D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 11:03:19 PM
นี่ครับพื้นที่โซน 4 ที่เห็นเศษไม้กองรอบๆต้นไม้เป็นนวัตกรรมครับสำหรับกันไก่เพื่อนบ้านเขี่ย ก็ช่วยได้ระดับนึง กองไหนเศษไม้เล็กไป เสร็จหมด สงสัยวันหลังต้องทำป้าย "ห้ามไก่เขี่ย" ไปลองปักดู  ;D ;D ;D

(https://i.imgur.com/v5WlNF0.jpg)



กลับบ้านพักแล้วครับ เนื่องจากวันนี้ไปเข้าป่าหาเห็ด เลยไม่ได้ทำอะไรมาก  :) :)

(https://i.imgur.com/K8gjHkN.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 12:18:23 AM
อ้างถึง
สวัสดีครับคุณ nomadic_man
ผมรบกวนขอทราบเรื่องเกี่ยวกับบ้านของคุณ nomadic_man เนื่องจากผมอยากจะนำแบบบ้านลักษณะนี้ไปสร้างที่สวนของผมเช่นกัน โดยผมขอรายละเอียดคือ
1. แบบบ้าน
2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมด เสา, หลังคา, ปูน, อิฐ ฯลฯ
3. ราคาช่างทั้งหมด
เพื่อนำมาใช้ประกอบในการก่อสร้างบ้าในสวนครับ

ขอบคุณมากครับ

กำลังจะเข้านอน พอดีมีเพื่อนสมาชิกสอบถามมาหลังไมค์ ขอตอบเป็นข้อๆ พร้อมภาพประกอบเล็กน้อย เผื่อเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกท่านอื่นบ้างครับ  :)

1. แบบบ้าน (ตูบน้อยบ้านสวน)ขอตอบว่าคิดเองครับ วาดภาพในหัวคร่าวๆ แล้วปรึกษากับช่าง สังเกตห้องน้ำนะครับ ตอนแรกจะทำแยก พอดีช่างออกความเห็นให้ว่าทำอย่างนี้สวย เลยเอาตามนั้น สรุปว่าออกแบบร่วมกับช่างครับ
ปล. มีส่วนที่ไม่ชอบใจอยู่คือชายคาสั้นมาก เนื่องจากช่างคำนวนผิด แต่ได้ทำไปแล้วก็เลยตามเลยครับ กลัวเสียน้ำใจช่าง  >:( >:(


(https://i.imgur.com/VUFNRCh.jpg)

(https://i.imgur.com/MqE79ud.jpg)

2.อุปกรณ์ที่ใช้ จริงๆให้ช่างคำนวนให้หมดเลยครับ คร่าวๆมีดังนี้(สร้างประมาณปี 52 ตอนนั้นผมอายุ 28 ไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้เลย  ::))
- เสาไม้แก่น 6 ต้น (ช่างหาให้ ต้นละ 300 บาท)
- เสาปูน สั่งหล่อ 6 ต้น กำหนดความสูงใต้ถุนเอง อีกสองต้นเสาสำเร็จ ทำเสาห้องน้ำ
-ไม้พื้น พื้นที่ทั้งหมด 3.5*7 เมตร ซื้อโรงเลื่อย
-ไม้โครง ช่างคำนวนให้ ซื้อโรงเลื่อย
-ไม้ฝาเชอร่า เลือกสีเอง ช่างคำนวนให้
-กระเบื้อง เช่นเคย เลือกสีเอง ช่างคำนวนให้
-ขอบประตู หน้าต่าง หิน ดิน ทราย ปูน กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ ช่างจัดการเองหมดเลย (เก่งจริงๆ)
ข้อนี้ตอบได้เท่านี้จริงๆครับ (เป็นประโยชน์ไหมเนี่ย  ;D ;D) ราคาวัสดุทั้งหมดตอนปี 52 อยู่ที่ แสนหน่อยๆครับผม

(https://i.imgur.com/aJBqQ0T.jpg)

(https://i.imgur.com/BC06lyC.jpg)

3. ราคาช่าง ตอนแรกคุยกันไว้ 28,000 บาทครับ พอสุดท้ายแกช่วยผมเยอะ(แม้จะมีไม่ถูกใจบ้างบางส่วน แต่โดยรวมก็รับได้) ผมเลยจ่ายให้แก 30,000 บาท (ไม่นับค่าน้ำ ส่งเที่ยง ส่งเย็น  ;D ;D)
ปล.ราคานี้ตอนปี 52 นะครับ ใช้เวลาสร้าง,หาอุปกรณ์ ทั้งหมดราวๆ เดือนครึ่งครับ

(https://i.imgur.com/73MmbtF.jpg)

(https://i.imgur.com/KZdNZmR.jpg)

รถเขียวในรูปเป็นมรดกตกทอดกันมาในตระกูล ประเมินค่ามิได้ พ่อผมเพิ่งส่งมาให้ใช้ได้ 2 ปีแล้ว แต่ตอนนี้ต้องผ่อนรถใหม่ให้พ่อกับแม่แทน (ยังไงหว่า  ;D ;D)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: ต้นซุง ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 07:39:08 AM
ขอบคุณ คุณ nomadic_man มากครับสำหรับรายละเอียดบ้าน จากรูปที่ 1, 2 วิวสวยมากเลย ผมขอเพิ่มเติดอีกนิดนะครับ ผมว่าน่าจะทำที่นั่งรอบบ้านเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยและความปลอดภัย :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: surachai1952 ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 09:16:44 AM
บอกได้คำเดียว สุดยอด


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: SIT_NAN ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 10:24:58 AM
//วิวสวยครับ อยู่จังหวัดอะไร  ทีใกล้แหล่งน้ำไหมครับ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 06:31:37 PM
ขอบคุณ คุณ nomadic_man มากครับสำหรับรายละเอียดบ้าน จากรูปที่ 1, 2 วิวสวยมากเลย ผมขอเพิ่มเติดอีกนิดนะครับ ผมว่าน่าจะทำที่นั่งรอบบ้านเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยและความปลอดภัย :)

ใช่ครับ คิดเหมือนกันเลยเห็นรูปที่ 4 ไหมครับ กองไม้สักที่ตัดไว้  8) กะว่าปีหน้าจะทำระเบียง + ที่นั่งครับผม  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 06:34:50 PM
//วิวสวยครับ อยู่จังหวัดอะไร  ทีใกล้แหล่งน้ำไหมครับ

จังหวัดอะไรขออุบไว้ก่อนครับ ::) ยังไม่ได้รับอนุญาติจากเธอให้เปิดเผย  :-X :-X ส่วนแหล่งน้ำ มีปะปาหมู่บ้านครับ แต่ยังไม่ได้ต่อเข้ามาเนื่องจากระบบปะปาหมู่บ้านยังไม่ดีเท่าที่ควร  :P ตอนนี้อาศัยน้ำฝนกับให้เขามาส่งน้ำให้บ้าง ปีหน้าอาจลองเสี่ยงเจาะบาดาลครับ  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 09:50:12 PM
(https://i.imgur.com/FuuLYDf.jpg)

วันนี้ไปใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้มาครับ เนื่องจากฝนตกทั้งวันเลยไม่ได้บันทึกภาพ  ::) เป็นขี้ไก่แกลบ ราคาถุงละ 24 บาท มาส่งถึงสวน ปีนี้สั่งมา 100 ถุง ที่ผมเลือกใช้ขี้ไก่แกลบเนื่องจากว่าสภาพดินที่สวนไม่มีหน้าดินเลยครับ  :'( จึงต้องสร้างหน้าดินใหม่ ครั้นจะรอให้มันปรับสภาพกันเองตามสูตร ปู่ฟู กลัวว่ากว่าหน้าดินจะคืนสภาพผมคงตายไปเสียก่อน  >:( จึงต้องใช้สูตรโกงสักเล็กน้อยโดยการหาอินทรีย์วัตถุมาเพิ่มให้สวน ส่วนเรื่องการย่อยสลาย ไม่ต้องห่วง ที่สวนเป็นอาณานิคมของปลวกครับ  ;D ;D เท่าที่สังเกตดูพบว่าประมาณ 1-2 ปี แกลบจะเริ่มย่อยผุพัง วิธีใช้ของผมคือ เทลงรอบๆโคนต้นไม้เลยครับ 555 แบบว่าขี้เกียจ แล้วก็ใช้จอบสับๆ  แล้วก็เขี่ยไม่ให้มันหนามากเกินไป  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 09:56:23 PM
เมื่อวานที่บ้านสวนมีเห็ดขึ้นดอกใหญ่มาก แกงกินได้ทั้งอำเภอ เนื่องจากดอกใหญ่มากเขาเลยออกมาแค่ 1 ดอก  ;D

(https://i.imgur.com/IA2pFuz.jpg)

ปีนี้ลองลงผักหวานป่าครับ พืชยอดฮิต ลงประมาณ 300 เมล็ด ปลูกแบบหยอดเมล็ดเลย กับพี่เลี้ยงตะขบ เนื่องจากช่วงต้นฤดู ฝนแล้งมาก คิดว่าคงมีส่วนทำให้อัตรางอกของผักหวานป่าอยู่ที่ 30 %(เท่าที่งอกเป็นต้นตอนนี้) เอาว่ะ ถ้าไม่ตายปีหน้าเราก็จะมีผักหวานป่าให้ดูแลตั้ง 90 ต้น  ;D ;D

(https://i.imgur.com/zAAfGrm.jpg)

(https://i.imgur.com/2pwW77V.jpg)

ปลูกกับพี่เลี้ยงตะขบ :)

(https://i.imgur.com/2nuRgfk.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 10:05:24 PM
นี่เป็นผักหวานป่าที่ไปขุดล้อมมาจากป่าโดยใช้สูตรตามราก (ขุดตามเอารากมาให้ได้มากที่สุด) นิสัยไม่ดีเนอะ  :'( เพื่อการทดลองครับ เอามา 10 ต้น แตกยอด 8 คิดไว้ว่าจะไม่ไปขุดมาอีกแล้ว  ::) ::) เห็นรุ่นพี่ที่ไปเอาด้วยกันบอกว่ามันจะทรงตัวอยู่อย่างนี้ 1-2 ปี ถ้าเกิน 2 ปีแล้วโต แสดงว่าต่อไปมันจะโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ก็... ถือว่าเป็นการทดลองดูละกันครับ เพราะเท่าที่สังเกตดู สภาพดินบริเวณที่ไปขุดล้อมมาคล้ายกับสภาพดินที่บ้านสวนมาก เขาเรียกว่าดินหินแห่ (ดินแดงๆคล้ายดินลูกรัง)

(https://i.imgur.com/SfoDtcJ.jpg)

(https://i.imgur.com/ajHWd5r.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 10:19:25 PM
หลังจากผ่านการเรียนรู้ ทดลองมาหลายปี สุดท้าย บ้านสวนของเราก็ได้ข้อสรุปว่า พืชที่จะปลูกโดยใช้พื้นที่มากที่สุด( โครงการปีหน้าจะตัดป่าสักโซน 2 ออกครับ) ได้แก่ ไม้เต็ง-รัง (เพื่อสร้างป่าเห็ดส่วนตัว จะได้ไม่ต้องไปแย่งใคร) ผักหวานป่า อีรอก และไผ่รวกหวานครับ โดยป่าเห็ด อีรอก ผักหวานป่า จะปลูกที่เดียวกันครับ(เพราะป่าที่ไปหาเห็ดมีทั้งผักหวานป่า ทั้งอีรอก) ส่วนไผ่รวกหวานจะหาพื้นที่ปลูกเพิ่มให้จงได้  ;D

อีรอก หลายปีก่อนไปเก็บเมล็ดมาจากป่าเห็ด ปีนี้เริ่มเป็นดอกแล้ว แกงกินแล้ว 1 ถ้วย  ;D ;D กับเหลือไว้ขยายพันธุ์ต่อไป

(https://i.imgur.com/9gPRzFm.jpg)

ไผ่รวกหวาน แหล่งที่มาได้มาจากปราชญ์เร้นกายเมื่อหลายปีก่อน แกหวงมาก โชคดีรุ่นพี่ที่สนิทกันรู้จัก เลยได้มาแบ่งกัน(แกยกให้ 1 กอใหญ่ แต่ไปใช้แรงขุดกันเอง) ผมได้มา 5 หน่อ ตายไป 2 เหลือ 3 กะว่าปีหน้าจะเริ่มขยายพันธุ์เพิ่มครับ ปีนี้เพิ่งลองเอามาชิม 2 หน่อ ทำกินด้วยการต้ม ใช้เวลาต้มไม่นาน รสชาติคล้ายไผ่บงหวานครับ แต่กลิ่นหอมกว่า(หรือว่าคิดไปเองก็ไม่รู้)  :)

(https://i.imgur.com/seVQxUQ.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 28, 2013, 10:43:49 PM
ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง

หลังจากซื้อที่บ้านสวนตอนปี 2550 สิ่งแรกที่ตัดสินใจทำคือการปรับลักษณะูมิประเทศของพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงต่ออันตราย เนื่องจากที่ทางทิศตะวันออกเป็นหน้าผาเกือบจะชิดแนวโฉนด เราจึงปรึกษากันแล้วตัดสินใจปรับที่โดยจะให้รถแบคโฮ มาขุดดินฝั่งหน้าผาให้เป็นพัก 1 ขั้น แล้วนำดินที่ได้มาปรับยอดเนิน(กะลาผ่าครึ่ง)ให้เป็นลานสำหรับสร้างที่พักอาศัย

พื้นที่ 2 ไร่ เดิมเจ้าของปลูกสักแบบไร้การดูแลและชิดกันมาก (1.5*1.5 ม.) ทำให้ต้นสักไม่โตนัก ยิ่งขึ้นมาทางยอดเนินยิ่งแล้วใหญ่ จึงทำให้เราตัดสินใจไม่ยากที่จะสละต้นสักไปหลายสิบต้นสำหรับการปรับที่ครั้งนี้ค่าจ้างตอนนั้น ผู้รับเหมาคิดเป็นงานเหมา น่าจะอยู่ที่ราวๆ 12,000 บาท(ไม่แน่ใจนัก) เราไม่รู้หรอกว่ามันแพงหรือไม่ เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ ผมเองก็เป็นคนต่างถิ่นเพิ่งย้ายมาทำงานได้ไม่นาน จึงยังไม่รู้จักใครมากนัักที่พอจะให้คำปรึกษาได้ เมื่อใจมันต้องการ เงินก็เลยปลิวออกจากกระเป๋า(เธอ) อย่างเลี่ยงไม่ได้

ทางเข้าสวนด้านหน้าฝั่งป่าสักโซน 2

(https://i.imgur.com/Luk9Uq5.jpg)

สภาพต้นสักฝั่งที่สู้ไม้พื้นถิ่นไม่ได้ (กลายมาเป็นโซน 3 ในปัจจุบัน)

(https://i.imgur.com/mAZ7VNF.jpg)

ทิศตะวันออก หน้าผาชัดๆ  >:(  ซึ่งต่อมาบริเวณที่เห็นจะกลายเป็นโซน 6(ขั้นพัก 1 ขั้น)

(https://i.imgur.com/PtoGJQJ.jpg)


ดูกันอีกสักภาพ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

(https://i.imgur.com/vtjrPz5.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 28, 2013, 11:05:41 PM
ดูกันให้ชัดๆกับสภาพดิน >:( >:( ไม่กล้านำไปตรวจ  :'( กลัวผลตรวจออกมาแล้ว จะหัวใจวายตายเสียก่อนได้พัฒนาผืนดิน  ;D

(https://i.imgur.com/okqmaO3.jpg)


ดูกันให้ดีๆ ไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา มันคือ... ปะการัง บทเรียนแรกของที่นี่สอนให้รู้ว่า "แม้แต่ทะเลยังกลายมาเป็นภูเขาได้ ใจคนย่อมผันแปร"  ;D ;D
(อย่าให้เธอผ่านมาเห็นเชียว)

(https://i.imgur.com/wS9nkdo.jpg)

ก่อนแบคโฮมา จึงร้องขอให้ญาติของเธอมาช่วยแผ้วถางพื้นที่ก่อน ออกมาอย่างที่เห็น

(https://i.imgur.com/NoZ16x0.jpg)


พื้นที่โซน 3 ในอนาคต

(https://i.imgur.com/n0xsxok.jpg)

สรุปคือแค่ปรับดินครั้งแรกก็ฝ่าฝืนกฏของปู่ฟูแล้ว (ทั้งไถพรวนทั้งเผากองเศษไม้) นี่จะไม่ใช่การไถพรวนครั้งสุดท้าย เพราะมีตามมาอีกหลายงาน แต่พยายามทำในพื้นที่ที่จำเป็นต้องทำ เท่านั้น ส่วนการเผา นี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย(หากไม่มีไฟลามเข้ามาจากที่อื่น) เนื่องจากต่อไปใช้หลักการสร้างหน้าดินของปู่ฟูที่เรียนแบบป่าธรรมชาติคือ ปล่อยให้เศษไม้ผุพังไปเอง  ;D เอาว่ะ ถึงจะนอกลู่นอกทางนิดนึงแต่ไม่หลงแนวทางที่ตั้งใจไว้ก็ยอบรับได้  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 28, 2013, 11:43:33 PM
เริ่มทำการปรับพื้นที่

(https://i.imgur.com/gd9qy7N.jpg)



ปรับแต่งงาน

(https://i.imgur.com/hR6hPPR.jpg)



เสร็จแล้วได้ลานดิน สีและลักษณะถอดแบบมาจากพื้นผิวดาวอังคาร  หมายังตกใจ ;D

(https://i.imgur.com/ZdRw8l3.jpg)


คิดอยู่ในใจ น้ำท่าก็ไม่มี ดินก็เป็นอย่างที่เห็น แล้วตรูจะปลูกต้นไม้ยังไงล่ะคราวนี้  :'( :'(


(https://i.imgur.com/ICUxywj.jpg)


"ภาพนี้คุณมองเห็นอะไร...... ผมมองเห็นอนาคต"  
ตื่นๆๆๆๆ เสียงเธอเอาก้อนปะการังบนดอยปาใส่หัวผม  ;D

(https://i.imgur.com/ifCFmtF.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 28, 2013, 11:56:12 PM
มาดูพื้นที่โซน 6 กัน เริ่มจากทิศใต้-เหนือ เห็นเส้นเชือกฟางกันไหม นั่นแหละแนวโฉนดที่แท้จริง แสดงว่าผมเอาดินเพื่อนบ้านมาส่วนหนึ่งสิ ใช่ครับ :-X แต่ขอคุณตาเจ้าของแล้วนะ (โทษฐานที่ขุดดินขายแบบชิดที่กันมาก ถือว่าเอาคืน  ;D ;D)

(https://i.imgur.com/LjIkx6f.jpg)

ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ  :) (แต่ขอโทษ มีปัญหาตามมาให้แก้ด้วย เรื่องอะไรให้เดากันไปก่อน  :-\)

(https://i.imgur.com/pQA7rsR.jpg)


พระเจ้า อยากได้สวนป่าข้างล่างนั่นใจจะขาด  >:( >:(

(https://i.imgur.com/TZv2Kgp.jpg)

มองดูป่าสัก(โซน 2) ของเราที่เหลืออยู่ เศร้า มันจะโตไหมว่ะเนี่ย  :(

(https://i.imgur.com/aBenh8n.jpg)


สุดทางแล้วครับ ตรงนี้มองย้อนกลับไปจาก เหนือ-ใต้ และเด็ดสุดคือตรงนี้แบคโฮขุดไม่เข้าครับ ฉ๊านนนอยากตายยยย  >:( >:( >:(

(https://i.imgur.com/Gkl1c7E.jpg)


เอาว่ะ ก็เป็นคนเลือกเองนี่หว่า ทำไงได้ สู้ว้อยยยยยยยย  ;D ;D มองจากที่เพื่อนบ้านที่ขุดดินขายครับ

(https://i.imgur.com/0nZvAtZ.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 29, 2013, 03:18:28 PM
ปัญหาสำคัญที่ตามมาสำหรับการปรับดินใหม่คือ เมื่อฝนตกแล้วน้ำชะดินไหลเป็นทางลงไปอย่างรวดเร็ว จนเริ่มเป็นร่องน้ำเหมือนเดิม  >:( หากไม่ทำอะไร อีกไม่นาน พักที่ปรับไว้ 1 ขั้นคงสูญเปล่า  :'( นั่งคิดอยู่นาน จนได้แนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้นคือ ทำคันดินกั้นยาวแล้วให้น้ำไหล ลงแค่สองทางครับ

ภาพไม่ค่อยชัดครับ ถ่ายจากมือถือตกยุค 555 สังเกตเห็นแนวคันดินไหมครับ

(https://i.imgur.com/MuAFA75.jpg)

(https://i.imgur.com/9LrxiNe.jpg)

สรุปปัญหานี้ ผ่านมา 6 ฝน คันดินยังทำหน้าที่ได้ดีครับ เพียงแต่ต้องมาคอย ขุดลอกตะกอนดินออกให้เป็นร่องอยู่เสมอ ตอนนี้น้ำที่ไหลไปทางทิศใต้ลงหลุมเลี้ยงปลา (โซน 7) ส่วนน้ำที่ไหลไปทางทิศเหนือ ไหลทิ้งไปเฉยๆครับ  :'( ปีหน้าคงต้องหาวิธีดักน้ำที่ run off ออกไปไว้ใช้  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: printe ที่ กรกฎาคม 29, 2013, 06:13:18 PM
แล้วจะหาโอกาส...สักวันหนึ่งจะไปให้ถึงปลายฟ้า...
(ครั้งสุดท้ายที่ได้เยือนที่นี่  เห็นจะร่วมๆ 20 ปีแล้ว...)

ขอพลังจงอยู่กับท่าน...



หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 29, 2013, 08:26:56 PM
แล้วจะหาโอกาส...สักวันหนึ่งจะไปให้ถึงปลายฟ้า...
(ครั้งสุดท้ายที่ได้เยือนที่นี่  เห็นจะร่วมๆ 20 ปีแล้ว...)

ขอพลังจงอยู่กับท่าน...


จะเฮ้ย หลังคาบ้านสวน  :) :) มีคนรู้พิกัดเราด้วย หากผ่านมาทางนี้ บ้านสวนยินดีต้อนรับเสมอครับ  ;)
ด้วยมิตร


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ กรกฎาคม 29, 2013, 11:09:21 PM
แวะมาปักหมุดติดตาม และเป็นกำลังใจครับ :)

ปล. โดยปกติการสร้างบ้านบนเนินแบบนี้อาจจะมีอันตรายจากลมในช่วงที่มีพายุเข้า  ให้ลองสังเกตุความเร็วของลมในแต่ละช่วงของปีดูเพื่อที่จะหาทางป้องกัน  แต่ที่ดินเป็นหลังเต่าก็ยังอาจจะแก้ไขด้วยการปลูกต้นไม้เป็นแนวกันลมโดยอาจจะเน้นที่ทิศทางลมหลักในช่วงที่มีลมแรงที่สุด  พยายามอย่าปลูกต้นไม้เป็นแนวกันลมแล้วกลายเป็นช่องรีดลมแทน  เพราะจะยิ่งทำให้อันตราย   ถ้าลมแรงมากๆ อาจจะต้องทำทางเข้าไปที่ตัวบ้านโค้งๆ เพื่อจะได้ปลูกต้นไม้เป็นแนวกันลมไม่ให้ปะทะกับบ้านตรงๆ  มีหลากหลายรูปแบบให้เราคิดว่าจะปลูกต้นไม้อย่างไร เช่น (เครดิตภาพจากงานของกลุ่มเพอร์มาคัลเจอร์)

(https://lh6.googleusercontent.com/-3OaKkh_7aws/UfcncJI3G4I/AAAAAAAACyk/n4MZgcOsIOk/w773-h447-no/windbreak_01.jpg)

(https://lh4.googleusercontent.com/-Fr9ungSMhrI/Ufcncm_Ew0I/AAAAAAAACyw/pGg7vYqJ9dk/w470-h374-no/windbreak_02.jpg)

(https://lh3.googleusercontent.com/-4W3oM3NPdtI/Ufcnch30t_I/AAAAAAAACy0/k5cxSNBzndE/w629-h425-no/windbreak_03.jpg)

teerapan @ สวนขี้คร้าน
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=79810.0 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=79810.0)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: jimmylin04 ที่ กรกฎาคม 30, 2013, 08:30:31 AM
ปักหมุดๆ ที่วิวสวยจุงเบย :-*


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 30, 2013, 10:20:41 AM
อ้างถึง
ปล. โดยปกติการสร้างบ้านบนเนินแบบนี้อาจจะมีอันตรายจากลมในช่วงที่มีพายุเข้า  ให้ลองสังเกตุความเร็วของลมในแต่ละช่วงของปีดูเพื่อที่จะหาทางป้องกัน  แต่ที่ดินเป็นหลังเต่าก็ยังอาจจะแก้ไขด้วยการปลูกต้นไม้เป็นแนวกันลมโดยอาจจะเน้นที่ทิศทางลมหลักในช่วงที่มีลมแรงที่สุด  พยายามอย่าปลูกต้นไม้เป็นแนวกันลมแล้วกลายเป็นช่องรีดลมแทน  เพราะจะยิ่งทำให้อันตราย   ถ้าลมแรงมากๆ อาจจะต้องทำทางเข้าไปที่ตัวบ้านโค้งๆ เพื่อจะได้ปลูกต้นไม้เป็นแนวกันลมไม่ให้ปะทะกับบ้านตรงๆ  มีหลากหลายรูปแบบให้เราคิดว่าจะปลูกต้นไม้อย่างไร เช่น (เครดิตภาพจากงานของกลุ่มเพอร์มาคัลเจอร์)

ขอบคุณมากครับ คิดอยู่เหมือนกัน  :) นี่คือภาพแสดงทิศทางลมหลักของบ้านสวน ตอนนี้แนวบังลมมีต้นสัก 2แถว กับไม่ป่าพื้นถิ่นแซมๆกันคิดว่า หากทำบ้านจริงๆ คงทำแบบชั้นเดียวยกพื้นนิดหน่อยครับผม  ;D

(https://i.imgur.com/h2TK7Uz.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 30, 2013, 10:27:15 AM
ปักหมุดๆ ที่วิวสวยจุงเบย :-*

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบ้านสวนครับ  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 30, 2013, 08:43:33 PM
หลังจากฝนตกติดต่อกันเป็นเวลา 4 วัน มันก็เริ่มซา นี่เป็นครั้งแรกของปีนี้ที่ผมรู้สึกว่าเป็นฤดูฝนจริงๆ แล้งขนาดหนัก ไปทำอะไรที่สวนมากก็ไม่ได้ วันนี้เลยไปเที่ยวป่าหากับข้าวแลงอีกแล้ว  ;D หลังจากที่เห็นเขาเอาเห็ดโคนลงมากิน โชคไม่เข้าข้างมากนัก แต่ก็ยังพอได้แกง 1 หม้อเล็ก นี่แหละหนอ มีป่า มีชีวิต แต่ทำไมคนเรากลับไม่เห็นความสำคัญ นับวันยิ่งบุกรุกกันมากยิ่งขึ้น


ตอนเย็นโชคดีที่ได้ชุดนี้ ประมาณ 20 ดอก เลยพอแกง  :)

(https://i.imgur.com/WMjX6Rd.jpg)


รูปนี้ถ่ายเก็บไว้ตอนปีแรกที่ติดตามเซียนเห็ดเข้าป่าค่อยๆเรียนรู้ว่าเห็ดอะไรกินได้ เห็ดอะไรกินไม่ได้ และเห็ดอะไรขึ้นที่ตรงไหน สภาพอากาศแบบไหนควรออกล่าเห็ด  ;D

(https://i.imgur.com/sdf0GQA.jpg)


ภาพนี้เมื่อ 3 ปีก่อน เข้าป่าไปคนเดียว โชคดีที่ไปถูกจังหวะ ได้เห็ดผึ้งมาเต็มตะกร้า กับอีกหนึ่งถุงหิ้ว  :)

(https://i.imgur.com/Lc2PM0o.jpg)



ภาพนี้เมื่อปีก่อน ตอนปลายฤดูหาเห็ดแล้ว ตั้งใจตอนแรกไปหาหน่อไม้คาย แต่ไปเจอเห็ดหน้าเส้า(เห็ดไค) ซะจนไม่เป็นอันเก็บหน่อไม้เลย  ;D

(https://i.imgur.com/GT8gS3q.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 31, 2013, 09:06:54 PM
ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย

หลังจากปรับที่ดินเสร็จแล้ว ภารกิจต่อไปสำหรับบ้านสวนคือ การฟื้นฟูสภาพดิน ดูจากลักษณะทางกายภาพแล้วเป็นดินเหนียว(ทางนี้เรียกดินหินแห่)  >:( ซึ่งน่าจะมีส่วนที่จำเป็นต่อพืชน้อยมาก เมื่อได้ศึกษาวิชากับ ปู่ฟู จึงพบว่า ช่วงหนึ่งของชีวิตแกได้ฟื้นฟูดินที่มีลักษณะและภูมิประเทศคล้ายๆกัน จึงเป็นที่มาของการตามหาหน้าดินที่สูญหายไปของคน(เกือบ)บ้าคนหนึ่ง ในสายตาเพื่อนร่วมงานหลายๆคน  ;D


ภาพประกอบนี้ได้แก่วัสดุที่คนบ้าตามหา ได้แก่
- เศษกิ่งไม้
- ฝักมะค่า
- ใบไม้
- ฝักหางนกยูง

เริ่มตั้งแต่การบรรจุวัสดุเหล่านี้ลงในกระสอบ แล้วขับแมงกะไซด์ บรรทุกจากที่ทำงานไปบ้านสวน วันหนึ่งๆ ไป-กลับหลายเที่ยว เนื่องจากเอาได้ทีละกระสอบ ทำอย่างต่อเนื่องมาจวบจนมีรถกะบะเขียวเก่าๆมาช่วยแบ่งเบาภาระ

(https://i.imgur.com/PXqEOiZ.jpg)

ที่ขาดไม่ได้คือฟางข้าว ที่ไปขอจากคุณตาที่ติดกัน(ที่ทำให้ที่เรามีหน้าผา) พึ่งเข้าใจความหมายของคำว่า "บ้าหอบฟาง" เอาว่ะ บ้าก็บ้า  ;D ;D

(https://i.imgur.com/CJggzrC.jpg)

(https://i.imgur.com/LYwQ6Jt.jpg)


และแถมด้วยการปลูกพืชตระกูลถั่ว "ถั่วทีปถั่วแดน"  ;D ;D

(https://i.imgur.com/kL38XUO.jpg)

(https://i.imgur.com/JfSOBN7.jpg)

โชคดีที่บ้านสวนเป็นอาณานิคมของปลวก หาอะไรมาให้เท่าไหร่ก็ไม่พอกิน เมื่อมีปลวก เป้าหมายต่อไปของเราคือไส้เดือน ทำอย่างไรจะทำให้ที่เรามีไส้เดือนได้ ถามท่านผู้รู้ ท่านบอกว่าให้เล่นขี้สิ เอ๊ย ให้ขนขี้วัว ขี้ไก่ ขี้ควาย สารพัดขี้มาใส่(แถมด้วยขี้คนด้วยในช่วงแรก)  ;D ;D เคยมานั่งคิดอยู่เหมือนกันว่า "เรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่"  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กรกฎาคม 31, 2013, 09:37:06 PM
นั่นสินะ กำลังทำอะไรอยู่กันแน่...


นี่เป็นข้าวโพดหวานที่ปลูกปีแรกๆ แบบเทวดาช่วย  ;D

(https://i.imgur.com/e7kIiY2.jpg)



สถานการณ์ข้าวโพดล่าสุดปีนี้ ปลูกแบบอาศัยเทวดาเช่นเคย

(https://i.imgur.com/IuCzh4q.jpg)



รูปนี้ให้ดูกอไผ่เหลือง อยู่แบบแห้งๆ ใกล้สิ้นชีพ

(https://i.imgur.com/ukfRx4k.jpg)


6 ปีต่อมา ไวเหมือนโกหก ถึงจะไม่ค่อยโตก็เถอะ ได้แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว

(https://i.imgur.com/Bgm6Ocl.jpg)


ถ้าถามผมตอนนี้ ผมคงตอบว่า "เรากำลังสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน" ครับ คุณครู  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: jimmylin04 ที่ กรกฎาคม 31, 2013, 10:59:25 PM
 :-*มาติดตามอีกละคร้าบ สนุกดี ผมก็จะสร้างป่านะครับ เพาะต้นไม้ไว้เยอะเลย  ทำไงจะมีเห็ดบ้างอ่ะ ผมมีต้นแดง มะค่า เทพา เพาะในแก้วกาแฟ อีกเดือนคงได้ลงดินละ อยากได้เม้ดมะค่ามั้ย ผมสั่งมาเยอะเลย ตอนนี้เพาะไว้ 50 รอลุ่นว่างอกกี่ต้น สนุกดีนะเพาะเอง ยังเหลือไม่ได้เพาะอีก 200 แน่ะ >:(


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 01, 2013, 10:06:39 AM
:-*มาติดตามอีกละคร้าบ สนุกดี ผมก็จะสร้างป่านะครับ เพาะต้นไม้ไว้เยอะเลย  ทำไงจะมีเห็ดบ้างอ่ะ ผมมีต้นแดง มะค่า เทพา เพาะในแก้วกาแฟ อีกเดือนคงได้ลงดินละ
อยากได้เม้ดมะค่ามั้ย ผมสั่งมาเยอะเลย ตอนนี้เพาะไว้ 50 รอลุ่นว่างอกกี่ต้น สนุกดีนะเพาะเอง

ยังเหลือไม่ได้เพาะอีก 200 แน่ะ >:(

ขอบคุณมากครับสำหรับน้ำใจ  :) เผอิญทางนี้ก็มีเม็ดมะค่าเยอะมากเช่นกันครับ น่าเสียดายน่าจะรู้จักกันก่อนหน้านี้ ผมจะได้ส่งเมล็ดมะค่าโมงไปให้ พอดีบ้านสวนมีเนื้อที่แค่ 2 ไร่ จึงปลูกต้นมะค่าเพียง 1 ต้น เพราะจะได้มีพื้นที่ปลูกต้นอื่นๆ บ้าง  วิธีเพาะเมล็ดแบบให้ขึ้นเร็วๆ คือ เอามีดพร้าฟันเมล็ด(ด้านที่ไม่ใช่ตางอก)ให้บิ่น จากนั้นวางไว้ในกล่อง ที่ใส่หนังสือพิมพ์หรือกระดาษทิชชู่ ใส่น้ำพอให้ชุ่มๆ  ไม่นานเมื่อเห็นเมล็ดเริ่มพองๆ นิ่มๆ ก็นำไปเพาะได้่ (คุณอาจจะมีวิธีเพาะที่ดีกว่านี้ก็ได้ แค่แนะนำวิธีที่ผมใช้อยู่ครับ) ส่วนการสร้างป่าเห็ด ไม่ยากครับ (แต่จะได้ผลหรือไม่ไม่รู้ครับ  ;D) ไม้ที่เห็ดชอบส่วนใหญ่เป็น เต็ง-รัง ตระกูลยางนา ต้องหาไม้พวกนี้มาปลูกครับ วิธีเติมเชื้อเห็ดคือ

1. สั่งซื้อ ตอนนี้มีแค่เห็ดตับเต่าที่เห็นมีขาย
2. เก็บเห็ดป่าดอกแก่ๆ มาผสมน้ำแล้วรดต้นไม้ที่เราปลูกไว้

ตอนนี้ผมกำลังทดลองทั้ง 2 วิธี นี้อยู่ คาดว่า อีกสัก 2-3 ปี คงรู้ผล โชคดีที่บ้านสวนมีไม้เต็ง-รัง เหลือค้างที่และมีเห็ดขึ้นอยู่แล้ว(ถึงจะไม่มากนัก) ผมจึงนำไปปลูกเสริม และทดลองตามวิธีข้างต้นดังกล่าวครับผม  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: wee6 ที่ สิงหาคม 01, 2013, 10:44:04 AM
 :) เข้ามาติดตามด้วยคนครับ
 ;D บรรยา่กาศดีมากครับ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 01, 2013, 11:06:42 PM
วันนี้ไม่ได้ทำอะไรมาก เอากอหญ้าแฝกมาขยาย ขุดโดยใช้เสียม ค่อยๆแซะ เมื่อได้มาเอาจอบสับใบออก นำส่วนเหง้าไปแยก ใบเอาไปปกต้นไม้ คืนสู่ผืนดิน  :) ส่วนวิธีแยกกอ หลงโง่ตั้งนาน พอได้ศึกษาเทคนิค จากคุณ tumtump แห่งดินแดนคนหลงป่า http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=19572.0 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=19572.0) จึงเลิกโง่ สบายขึ้นเยอะเลย  ;D


(https://i.imgur.com/L6vjEhK.jpg)

มีเวลาว่างมากพอถ่ายภาพบ้านสวนเล่น  (แอบอู้งาน เพราะเธอไม่ได้ออกมาด้วย  ;D)

(https://i.imgur.com/rmaay8F.jpg)

ว่าแล้วก็นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ที่ประจำของเรา...

(https://i.imgur.com/hkpFRQS.jpg)

เวลามีเรื่องเซ็งๆจากภาระงานประจำวัน หากไม่ได้ไปไหนเวลาเลิกงาน ผมมักจะหลบมุมมานั่งเก็กซิม คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกมิวสิค  ;D อยู่มุมนี้บ่อยๆ เพราะเนื่องจากตรงนี้มองเห็นที่ทำงานด้วย มองเห็นไหม จุดขาวๆเล็กด้านซ้ายมือ ของเสาส่งสัญญาณ(ขาว-แดง) เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น ความกดดัน ความเครียด การไม่เข้าใจกัน ปัญหาหลายปัญหาที่คล้ายจะแก้ไขไม่ได้...

น่าแปลกที่พอมานั่งที่ตรงนี้
เรื่องต่างๆที่เราคิดว่าใหญ่โต...
มันก็แค่จุดเล็กๆตรงนั้นเองนี่หว่า  :)

คิดได้เช่นนั้นแล้ว จึงค่อยมีกำลังใจหาหนทางแก้ไข-ปรับความเข้าใจกันต่อไป
เอวัง  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 01, 2013, 11:41:46 PM
ของฝากก่อนนอน   ;)

(https://i.imgur.com/19l1vaz.jpg)

ภาพที่เห็นจากด้านบนเป็นภาพแอบถ่ายจาก ไซต์งานลับ (เพราะยังไม่ได้ขออนุญาติจากเธอ)  :-\ จากการลองถูกลองผิดมาหลายปีกับบ้านสวน จึงได้ลักษณะการ
กระทำซ้ำที่ผมใช้ในการ ฟื้นฟู-ปรับสภาพดิน ที่ผ่านการปรับพื้นที่ใหม่ ดังนี้

1. ต้นกระดุมทอง เป็นหน่วยทะลวงฟันแบบดาวกระจาย ทุกทิศทุกทางเมื่อเขาตั้งตัวได้
     - ข้อดี แพร่กระจายคลุมหน้าดินอย่างรวดเร็ว ตัดง่าย ถางง่าย ไม่ค่อยรัดพันต้นไม้นัก
     - ข้อเสีย กลัวแต่จะลามไปที่เพื่อนบ้านแล้วเขาว่าเอา  ;D

2. หญ้าแฝก หัวหมู่ทะลุละลวงแนวดิ่ง และคอยยึดฐานที่มั่นแถวๆชายขอบให้เราอย่างเหนียวแน่น
    ดูแลเขาให้ดีในช่วงแรก แล้วเขาจะอยู่รับใช้เราจนชั่วลูกชั่วหลาน
     - ข้อดี-ข้อเสีย อากู๋(google) บอกไว้หมดแล้ว  :)

3. หญ้า ในที่นี้หมายถึง หญ้าที่เราชอบ ไม่เจ้าชู้(หญ้าเจ้าชู้) ไม่โหดร้าย(มีหนาม) ไม่รบกวน(คัน) เป็นพอ
    ในภาพลงทุนนำเข้ามาจากต่างประเทศ(หญ้ามาเลเซีย) ด้วยความชอบส่วนตัว (ของเธอ)
     - ข้อดี เมื่อแพร่กระจายแล้ว จะปกคลุมหน้าดินร่วมกับกระดุมทอง ทำให้เมล็ดวัชพืชที่เราไม่ต้องการเกิดใหม่ได้น้อยลง
     - ข้อเสีย คิดไม่ออก บางดีอาจดูรกหูรกตาบ้าง เท่านั้น

4. พืชพี่เลี้ยง ในที่นี้ใช้ถั่วพร้า เมื่อหลายปีก่อนมีปราชญ์ชาวบ้านแบ่งให้มา 1 ฝัก คบกันมานาน สุดท้าย
    เลยถูกแต่งตั้งให้เป็น "พระพี่เลี้ยง" ประจำบ้านสวน  ;D ;D ;D
     - ข้อดี-ข้อเสีย ถามอากู๋ดูนะ  >:(

5. พืชตระกูลถั่ว ปลูกบำรุงดิน


ปล. นี่แค่เป็นประสบการณ์ส่วนบุคล ไม่ได้ถือว่าเป็นบทสรุปแห่งความถูกต้อง แค่นำมาแลกเปลี่ยนกันเฉยๆ เผื่อเกิดประโยชน์อันน้อยนิดบ้าง ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: surachai1952 ที่ สิงหาคม 02, 2013, 10:06:41 AM
เวลาที่ใครคนใดคนหนึ่งทำอะไรสักอย่างที่แตกต่างไปจากมาตรฐานที่คนทั่วไปเขาทำกัน โดยไม่รู้เหมือนกันว่ามาตรฐานที่ว่านั้นมันผิดหรือถูก ดีหรือไม่ดี คนที่ทำสิ่งที่แตกต่างออกไปก็มักจะได้รับการสรรเสริญจากกลุ่มคนที่ปฏิบัติตามมาตรฐานว่า บ้า   ;D ;D ;D ;D ;D เข้ามาติดตามวิถีชีวิตของสมาชิกในเว็บนี้หลาย ๆ ท่านแล้วสบายใจขึ้นมากว่า เราไม่ได้บ้าไปคนเดียว  :-* :-* :-*


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 02, 2013, 10:37:58 AM
เวลาที่ใครคนใดคนหนึ่งทำอะไรสักอย่างที่แตกต่างไปจากมาตรฐานที่คนทั่วไปเขาทำกัน โดยไม่รู้เหมือนกันว่ามาตรฐานที่ว่านั้นมันผิดหรือถูก ดีหรือไม่ดี คนที่ทำสิ่งที่แตกต่างออกไปก็มักจะได้รับการสรรเสริญจากกลุ่มคนที่ปฏิบัติตามมาตรฐานว่า บ้า   ;D ;D ;D ;D ;D เข้ามาติดตามวิถีชีวิตของสมาชิกในเว็บนี้หลาย ๆ ท่านแล้วสบายใจขึ้นมากว่า เราไม่ได้บ้าไปคนเดียว  :-* :-* :-*


 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 03, 2013, 10:02:12 PM
นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีสำหรับการสร้างหน้าดินใหม่ สำหรับการตัดแต่งกิ่งไม้ หลายต่อหลายคนเลือกการเผาทำลาย แต่ที่บ้านสวนทำเพียงกองไว้เฉยๆ ผ่านไปพอลืมๆ กลับมาดูอีกที เดี๋ยวก็ย่อยสลายเองแล้ว ปล่อยให้ธรรมชาติเขาจัดการเองเถอะ สำหรับเกษตรขี้เกียจ เอ๊ย สไตล์ ปู่ฟู เราจะไม่กล่าวว่า "ต้องทำสิ่งไหนบ้าง"  เราเพียงแต่คิดว่า "สิ่งไหนบ้างที่ไม่จำเป็นต้องทำ"

(https://i.imgur.com/3CGveDw.jpg)


แต่กองนี้ไม่รอย่อยสลายเน้อ เดี๋ยวขาดทุน  >:( >:( ดูแลกันตั้งหลายปีได้แค่นี้ก็เอาว่ะ ไม้สักในภาพตัดจากพื้นที่โซน 3 เพื่อเปิดโอกาสให้ต้นไม้อื่นๆ ได้เติบโตขึ้น  :) กะว่าแห้งดีแล้วปีหน้าจะทำระเบียง ตูบน้อยบ้านสวน  ;D

(https://i.imgur.com/9QzxtI7.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 04, 2013, 10:58:15 PM
เมื่อวานไปเก็บข้าวโพดจากบ้านสวนมา พอต้มให้เด็กหญิงกิน  :) :) เหลือไว้ 4 ฝักพอทำพันธุ์ปีหน้า

(https://i.imgur.com/YYBerIY.jpg)

วันนี้เลยทำการทดลองเพาะเห็ดตับเต่ากับต้นไม้ที่บ้านพัก โดยทำการถากดินให้พอเห็นราก แล้วผสมเชื้อเห็ดกับน้ำ จากนั้นก็เทรดลงไป กลบดินฝัง มันง่ายมากจอร์จ(แต่จะได้ผลป่าว บ่ฮู้  >:( >:() สุดท้ายก็รอ ร๊อ รอ หวังว่าคงจะมีเห็ดตับเต่าขึ้นอย่างภาพฝัน  :)


ต้นแรกเป็นต้นมะกอกน้ำ

(https://i.imgur.com/nR8Kei7.jpg)


ทดลองกับต้นแคและต้นอะไรไม่รู้(น่าจะตระกูลเต็ง-รัง)

(https://i.imgur.com/bKuwf4K.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 05, 2013, 08:54:00 PM
วัชพืช... ว่ากันตามรากศัพท์แล้ว วัช = สิ่งที่ควรละทิ้ง + พืช ผมก็เลยแปลความหมายโดยยึดตามรากศัพท์คือ พืชที่ควรถูกละทิ้ง  ;D ;D ;D

(https://i.imgur.com/8ghEI3O.jpg)

หน้าดินที่สูญหายจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่หากเราเปิดใจ และเรียนรู้ธรรมชาติ ที่สวนผมไม่ใช้สารเคมีใดๆ แม้แต่น้ำหมักสูตรต่างก็ไม่ค่อยใช้(จริงๆแล้วขี้เกียจเสียมากกว่า ;D) ผมควบคุมวัชพืชด้วยการตัดบ้าง ถางบ้าง จริงๆแล้วอยากปล่อยไว้ให้รกๆในบริเวณ ที่เรายังไม่บุกเบิกปลูกต้นไม้หรือทำอะไร แต่ติดที่เธอไม่ยอม  >:( >:( สุดท้ายเลยพบกันครึ่งทาง ปล่อยให้รกแล้วก็ตัดบ้าง ปีละ 2 - 3 ครั้ง ส่วนพวกวัชพืชจำพวกหนามหรือเถาวัลย์ที่รัดพัน จำเป็นต้องกำจัดด้วยการขุดรากถอนโคน เนื่องจากมีความฝันว่าอยากเดินเท้าเปล่าไปทั่วที่  :) ผ่านมาหลายปี วัชพืชจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงชนิดไปเรื่อยๆ เริ่มมีชนิดที่ต้องการน้ำมากขึ้นเกิดประปราย ผมจึงแอบคิดเอาเองว่า "หน้าดินที่สูญหายกำลังจะกลับมา"

"กระดุมทอง"  นี่อาจเป็นวัชพืชสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับผมแล้วมีค่าไม่ด้อยไปกว่า แกลบ ฟาง มูลสัตว์ เนื่องจากตัดถางได้ง่าย ไม่รกมาก ไม่เกี่ยวพันต้นไม้  ;) เมื่อตัดแล้วก็ย่อยสลายง่าย ทนทาน แล้งอาจยุบไปบ้าง พอฝนมาก็งอกงามใหม่ หากอยากกำจัดจริงๆ ก็แค่ใช้จอบถางออก เนื่องจากรากไม่ลงดินลึกมาก

(https://i.imgur.com/50WsEKK.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: jimmylin04 ที่ สิงหาคม 06, 2013, 07:28:05 AM
 :-* มารอกินเห็ดคร้าบ
ถ้าได้ผลจะลองไปทำที่สวนบ้าง ของผมก็มีแต่ไม้ป่าเต็มเลย แต่ต้นเล็กๆเพิ่งเพาะเอง


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 06, 2013, 01:39:49 PM
:-* มารอกินเห็ดคร้าบ
ถ้าได้ผลจะลองไปทำที่สวนบ้าง ของผมก็มีแต่ไม้ป่าเต็มเลย แต่ต้นเล็กๆเพิ่งเพาะเอง


 ;D ;D
ผมเองก็รอด้วยใจจดจ่อครับ
หวังว่าคงจะได้ผล ที่สำคัญ "เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ" ครับผม  ;) ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 06, 2013, 11:33:16 PM
ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก

เมื่อมองตนเองย้อนกลับไปให้หลังเมื่อ 6 ปีก่อน ในตอนนั้น ผมแทบจะไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่า หลังจากซื้อที่แล้ว จะทำอะไรต่อ... ด้วยวัยล่วงเลยเบญจเพสมาหน่อยๆ ยังติดอยู่กับการเดินทางท่องเที่ยว ดูหนังฟังเพลงและอ่านหนังสือ แทบจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในชีวิต แม้จะมีเงินเก็บผมบ้างส่วนหนึ่ง(เล็กน้อยจริงๆ)รวมกับเธอในการซื้อที่ แต่ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่ามันเป็นที่ดินของตัวผม ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่า หลังจากนี้แล้วรูปแบบการใช้ชีวิตของผม จะค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

หลายเดือนต่อมาหลังจากปรับที่เสร็จ ทั้งหยาดเหงื่อ แรงงาน หยดเลือดที่ไหลริน(จากการถูกหนามทิ่มแทงเมื่อแผ้วถางที่ดิน) และความคิดเพ้อฝัน มันเริ่มทำให้คนที่ไม่เคยปลูกต้นไม้(ลงดิน)มาหลายปี เริ่มกลับมาพยายามเรียนรู้และ ทำความเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น ไม่มีความรู้แม้กระทั่งการจะฟื้นฟูสภาพดินด้วยซ้ำ คิดแค่ว่า "อยากลองปลูกต้นไม้ดู" ก็เท่านั้น น่าแปลกที่ต้นไม้กลุ่มแรกๆที่เลือกปลูก ถูกปลูกลงในพื้นที่ ที่ดินเกือบจะเป็นส่วนที่แย่ที่สุด(สภาพดินโดยรวมก็นับว่าแย่พอแล้ว) คล้ายๆจะลองวัดใจกันว่า "คนกับต้นไม้ ใครจะถอยก่อนกัน"

แหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุดของบ้านสวนตอนนั้นคือสระน้ำ(ของเพื่อนบ้าน) เดินจากหน้าผาลงไปอีกประมาณ 100 เมตร ปุ๋ยที่รู้จักและพอจะหาได้คือเศษไม้และใบหญ้า หลุมที่พอจะขุดได้ตามแรงของชายหนุ่มร่างเล็กที่ไม่ค่อยจะออกกำลังกาย

ปีนั้นฝนทิ้งช่วงต้นฤดู ยามเย็นๆเกือบทุกวันชาวบ้านที่สัญจรผ่านแถวนั้น จะเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ดูๆไปคงคล้ายคนบ้า หิ้วบัวรดน้ำสองข้าง เดินขึ้นลงหน้าผาเป็นว่าเล่นจนมืดค่ำ

"ผมก็แค่อยากลองปลูกต้นไม้ดู ก็แค่นั้น"


ผ่านมา 6 ปี ต้นมะค่าโมงที่ถูกปลูกเป็นต้นไม้ต้นแรกของบ้านสวนเริ่มมีร่มเงาให้เห็นแล้ว  :) ถึงจะไม่ใหญ่โตอย่างใครเขา แค่ไม่ตายก็ทำให้ผู้ปลูกได้ชื่นใจ  ;D ;D

(https://i.imgur.com/RIc8NfR.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 06, 2013, 11:56:33 PM
แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้นไม้ผู้กล้าทุกต้นในกลุ่มแรกจะรอด... บนหนทางที่วาดฝัน เราย่อมพบกับความสูญเสีย ไม่มากก็น้อย ประเด็นสำคัญคือ เราจะยอมท้อถอย แล้วมานั่งเสียดายกับสิ่งที่สูญเสีย หรือเราจะเรียนรู้จากความสูญเสียที่เกิดขึ้น มาใช้เป็นประสบการณ์เพื่อที่จะเดินหน้าฝ่าฟัน ทำลายภาพฝันที่วาดไว้ให้มันกลายเป็นความจริงที่สามารถจับต้องได้

ต้นไม้กลุ่มแรกที่ยังมีชีวิตรอด(แบบแคระๆแกรนๆ) จนถึงทุกวันนี้คือ ต้นมะค่าโมง ต้นหว้า และต้นสนสามใบ อย่างละต้น  จากต้นไม้ที่อุส่าห์ดั้งด้นขับมอเตอร์ไซด์ไปซื้อมา(ไปกลับประมาณ 80 กม.) 10 กว่าต้น ผมมานั่งวิเคราะห์ดูว่า ทำไมต้นไม้เราถึงตาย
1.ดินไม่ดี
2.น้ำไม่มี
3.คนไม่มี(ความรู้)  >:( >:(

6 ปีกับการเรียนรู้ที่บ้านสวน ทำให้เวลาที่จะไปทำอย่างอื่นน้อยลง ก่อนหน้านี้ทุกวันหยุด ใจพเนจรมักจะพาลคิดหาหนทางไปอยู่เสมอ ครั้นไม่อยากไปไหนก็เสาะแสวงหา หนังมาดู หนังสือมาอ่าน เพลงมาฟัง และเล่นเกมส์ ตัวหลังนี่หนักถึงขั้นที่เธอเกือบจะบอกเลิก...  >:( >:(



ต้นมะกรูด 2 ต้นนี้ปลูกในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ต้นหนึ่งจากกิ่งตอน อีกต้นจากต้นกล้าเพาะเมล็ด ตอนปลูกต้นจากกิ่งตอน มาอย่างสูงใหญ่ให้ความรู้สึกว่าอีกไม่นานคงเก็บกินได้เป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่ต้นกล้าเพาะเมล็ดมาอย่างน่ารักน่าชัง ผ่านมาหลายปีจึงทำให้ผมเรียนรู้ว่า"เราคิดว่าเราเป็นผู้เลือกต้นไม้มาปลูก แท้ที่จริงแล้ว... ผืนดินต่างหาก ที่เป็นผู้เลือก" ผ่านร้อนฝนหนาวมาหลายปี มะกรูดสองต้นมีสภาพอย่างที่เห็น พอจะเดาได้ไหม ต้นไหนเพาะจากเมล็ด  ;D

(https://i.imgur.com/ryzprDh.jpg)



นี่เป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่ผมเป็นคนนำมาปลูก แต่ผืนดินเป็นผู้คัดเลือก เอามาตอนแรกเป็นมะเฟืองหวานเสียบยอดแต่สงสัยเจ้าที่ไม่ชอบของหวานๆ สั่งให้ลูกสมุน(ปลวก)มาจัดการ เมื่อผมเห็นว่าคงไม่รอด กำลังคิดหาต้นใหม่มาปลูกแทน ปรากฎว่ามีกิ่งเล็กๆแทงยอดขึ้นมาจากโคนต้น หลายปีต่อมา จึงออกลูกเป็น "มะเฟืองเปรี้ยวอย่างที่ให้เธอชิม"  ;D ;D กำลังคิดอยู่ว่า จะส่งประกวดพันธุ์ไม้พิเศษที่ ป่าสวนขนุน ของ อ.yudhapol ดีไหมhttp://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36844.0 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36844.0) รออยู่เนี่ยว่ามันอยากกลายพันธุ์กลับไปเป็นมะเฟืองหวานเหมือนเดิมไหมนะ  ;)

(https://i.imgur.com/LfpURaW.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: KENETIC_E® ที่ สิงหาคม 07, 2013, 06:55:04 AM
แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนกับ ขอบฟ้า ปลายฝัน ครับ
ดูบรรยากาศแล้วน่าจะเป็นทางตอนเหนือของประเทศใช่หรือเปล่าครับ?.... :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 07, 2013, 08:34:50 AM
แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนกับ ขอบฟ้า ปลายฝัน ครับ
ดูบรรยากาศแล้วน่าจะเป็นทางตอนเหนือของประเทศใช่หรือเปล่าครับ?.... :)

ยินดีต้อนรับครับ  ;)
เหนือก็ไม่เชิง อีสานก็ไม่ใช่
เธอบอกว่าหากได้ย้ายเข้าไปอยู่ในห้อง มุมสมาชิกเมื่อไหร่
ค่อยระบุพิกัดได้ครับ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: 5XXA ที่ สิงหาคม 07, 2013, 08:42:49 AM
เข้ามาติดตามให้กำลังใจครับ  ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: yudhapol ที่ สิงหาคม 07, 2013, 10:45:38 AM

นี่เป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่ผมเป็นคนนำมาปลูก แต่ผืนดินเป็นผู้คัดเลือก
เอามาตอนแรกเป็นมะเฟืองหวานเสียบยอด
แต่สงสัยเจ้าที่ไม่ชอบของหวานๆ สั่งให้ลูกสมุน(ปลวก)มาจัดการ
เมื่อผมเห็นว่าคงไม่รอด กำลังคิดหาต้นใหม่มาปลูกแทน
ปรากฎว่ามีกิ่งเล็กๆแทงยอดขึ้นมาจากโคนต้น
หลายปีต่อมา จึงออกลูกเป็น "มะเฟืองเปรี้ยวอย่างที่ให้เธอชิม"  ;D ;D
กำลังคิดอยู่ว่า จะส่งประกวดพันธุ์ไม้พิเศษที่ ป่าสวนขนุน ของ อ.yudhapol ดีไหม
[url]http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36844.0[/url] ([url]http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36844.0[/url])
รออยู่เนี่ยว่ามันอยากกลายพันธุ์กลับไปเป็นมะเฟืองหวานเหมือนเดิมไหมนะ  ;)

([url]https://i.imgur.com/LfpURaW.jpg[/url])


แค่คิดก็ผิดแล้วครับดินภูเขาแบบนี้อย่าไปเทียบกับดินชั้นดีของที่สวนเลย..มะเฟืองที่รสชาติเปรี๊ยวๆ ก็ดีแล้วครับใช้แทนมะนาวได้ไม้ต้องอยากให้หวานเหมือนที่สวนเลย รำคาญพวกโรงงานน้ำตาลที่วนเวียนมาหาบ่อยๆ   ;D ;D
ยินดีด้วยและขอเป็นกำลังใจครับ..


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 07, 2013, 09:49:15 PM
อ้างถึง
แค่คิดก็ผิดแล้วครับดินภูเขาแบบนี้อย่าไปเทียบกับดินชั้นดีของที่สวนเลย..มะเฟืองที่รสชาติเปรี๊ยวๆ ก็ดีแล้วครับใช้แทนมะนาวได้ไม้ต้องอยากให้หวานเหมือนที่สวนเลย รำคาญพวกโรงงานน้ำตาลที่วนเวียนมาหาบ่อยๆ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ยินดีด้วยและขอเป็นกำลังใจครับ..

555
ไม่ต้องห่วงครับ ยังเหลือพันธุ์ไม้คัดสรรมาอย่างดีอีกเยอะ
ว่างๆ ผมจะส่งเข้าประกวดที่สวนน้อง เอ๊ย สวนป่าขนุน คร๊าบบบบบบ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 07, 2013, 10:48:47 PM
เคยหมดเวลาไปสามวันสามคืนกับการเคลียร์ด่าน(ในเกมส์) แล้วให้กลับมานั่งคิดว่า "ตรูกำลังทำอะไรอยู่ฟระเนี่ย"
เพราะว่าเมื่อได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ แต่พอมาใช้ชีวิตในโลกความจริงแล้ว
ไม่เห็นมีใครใส่ใจกับความใหญ่ยิ่งของเราเลย หนำซ้ำ ทรัพย์สินเงินทอง ไอเทมมากมายในเกมส์
ไม่ได้มีค่าอันใดกับชีวิตประจำวันด้วยซ้ำ...

หลังจากที่ผ่านวิกฤตวัยรุ่น วัยทำงานติดเกมส์มาได้  >:((จริงๆก็ยังเล่นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมีเด็กหญิง จึงต้องหยุดอย่างจริงจัง)
ด้วยเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับที่บ้านสวนมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น
เมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ต้นไม้ตายหลังจากปลูก
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ หาความรู้ใส่หัว
เวลาเล่นเกมส์แต่ละเกมส์ ผมทุ่มเทกับมันเต็มที่ ราวกับมันคือโลกแห่งความจริง
เลยกลายเป็นนิสัยเสียติดตัว พอมีความสงสัยในสิ่งใดที่อยากรู้จะต้องค้นคว้าให้ถึงที่สุด...

เข้าปีที่สองกับบ้านสวน ผมเริ่มนำพืชไร่มาปลูก แค่คิดว่า "ไม่อยากซื้อเขากิน"
ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวพื้นบ้านจำนวนหนึ่ง ฟักทอง และแตงไร่
ผมทำการขุดแปลงตามความรู้วิชาเกษตรที่ติดตัวมาจากชั้นมัธยม
โดยขุดดินแล้วผสมกับขี้ไก่แกลบที่เหลือจากการสั่งซื้อมาใส่ต้นสัก
เพื่อปลูกพืชสามชนิดข้างต้นในแปลงเดียวกัน
เช่นเคย... ระบบน้ำคือการหิ้วบัวรดน้ำสองข้างเดินขึ้นลงหน้าผาไปตักน้ำ
เธอบอกว่าไม่มีใครแถวนี้ทำอย่างนี้ (วันที่ขุดแปลงและปลูกเธอไม่ได้ออกมาด้วย)
จะแก้ไขก็ไม่ได้เพราะหยอดเมล็ดพันธุ์ลงดินแล้ว...
เธอยังบ่นไม่หายแม้แต่ตอนไปถอนกล้าข้าวโพดทิ้งเนื่องจากหนาแน่นจนเกินไป
ดูเหมือนยังไม่สาแก่ใจ เจอใครในที่ทำงานก็จะเล่าให้เขาฟังถึงความเปิ่นของชายหนุ่ม

ด้วยบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่
ข้าวโพดรุ่นนั้นอร่อยมาก เธอบอก
ฟักทองก็ได้หลายลูกพอจะแบ่งให้เพื่อนที่ทำงานงงๆว่ามันไปเอามาจากไหน  ;D
และทีเด็ดคือ แตงไร่ได้เก็บกินจนกระทั่งปลายเดือน พ.ย. ของปีนั้น...
เหลือกินก็แบ่งแจกจ่ายแก่เพื่อนๆร่วมงานอีกเช่นเคย
หลายปีต่อมาอีกหลายๆคนยังถามถึงแตงไร่(แตงกวาโบราณ กินดิบ รสชาติหวานนิดๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ)ในคราวนั้น

20 กว่าปีที่ผ่านมาผมไม่เคยแน่ใจในตนเอง ว่าอยากเป็นหรืออยากทำอะไรกันแน่...
แต่ ณ ตอนนั้นเอง มีเสี้ยวหนึ่งของความคิดที่ผ่านแว่บเข้ามา
หากบอกใครต่อใครว่า ผมคือ "นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก" คงฟังดูหรูทีเดียว


เป็นภาพของแตงไร่ลูกโตที่เราปล่อยเอาไว้ให้สุกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ อีกภาพถ่ายเมื่อฤดูหนาวของปีนั้นเราทำแปลงผัก(บนดอย)
บริเวณเดิมที่เคยเป็นแปลงข้าวโพดกับแตงไร่ในตำนาน  ;D ;D

(https://i.imgur.com/I9ZWSgw.jpg)




หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 07, 2013, 11:05:26 PM
ปัจจุบันต้นไม้ต้นไร่ในสวนยังมีการแสดงยีนเด่นออกมาอย่างปัจจุบันทันด่วน จนแทบพลิกตำราไม่ทัน นี่คือมะม่วง อกร่องแคระ...  ;D ;D
เพาะโดยการนำเมล็ดมะม่วง อกร่องไปฝังดินเฉยๆ ไม่มีการเตรียมดินใดๆทั้งสิ้น ผลที่ได้คือ เข้าปีที่ 4 แล้ว ยังโตแค่เนี๊ย  >:( >:(  สมชื่อจริงๆ และอีกต้นคือกล้วยหมู 3 ปี สีที (รสชาติคล้ายกล้วยหอม ต้นเตี้ย แถวนี้จึงเรียก"หมูสี" หมายถึง หมูเอาตัวมาถูๆลำต้น)  กลายพันธุ์จากกล้วยหมูสีธรรมดา เป็น กล้วยหมู 3 ปี สีที เพราะ 3 ปีจึงจะให้ผลผลิต 1 ครั้ง  >:(

(https://i.imgur.com/tY2P7Aq.jpg)


ยังไม่หนำใจ เชิญพบกับ "ไผ่บงหวานแคระ" 4 ปีได้เท่านี้ เนื่องจากตรงนี้คือพื้นที่ที่แบคโฮยังขุดไม่เข้า จึงต้องเกิดการผ่าเหล่าอย่างเฉียบพลันเพื่อเอาตัวรอด  ;D ;D และพระเอกของสวน "ต้นละมุด" ที่ไม่ยอมผ่าเหล่า เป็นไม้ผลยืนต้นชนิดแรกที่ให้ผลแก่บ้านสวน  ;) ;) ขอแนะนำว่า สวนใครแล้งๆ อยากมีไม้ผลกิน ลองปลูกต้นละมุดทดลองดูครับ  :)

(https://i.imgur.com/3pyFHxW.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 09, 2013, 06:43:28 AM
วันก่อนไปสวนมา มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งมาถามว่าเห็นหมา เจ้าวุ้นเส้นกับผัดไทยไหม ?  :-\
เรื่องของเรื่องคือ เพื่อนบ้านคนนี้มาสร้างบ้านอยู่ใกล้ๆบ้านสวน
แล้วนำหมามาเลี้ยงไว้ด้วย เป็นบางแก้วลูกผสม ชื่อเจ้าวุ้นเส้นกับมาม่า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
ทีนี้เวลาผมไปสวนจะต้องผ่านที่เพื่อนบ้านก่อน ไม่รู้ถูกชะตาอะไรกัน
ทุกคราวที่ไปสวน หมาสองตัวนั้นจะวิ่งตามมาเล่นด้วยทุกครั้ง
ผมก็นำขนม เศษอาหารมาให้มันบ้าง เล่นหยอกล้อกับมันบ้าง
จนขนาดแค่ได้ยินเสียงรถของผมก่อนเข้าปากซอย มันจะออกมายืนรอที่หน้าบ้านแล้ว  ;D
เพื่อนบ้านชอบแซวว่า "มันเป็นหมาสองนาย"
แต่ผมคิดว่าจริงๆแล้วที่มันขึ้นมาเฝ้าผมที่บ้านสวน
มันแค่อยากมีคนเล่นด้วยเฉยๆ(คงเห็นเราเป็นเพื่อน  ;D ;D) บางทีสัตว์เลี้ยงมันก็ต้องการ
แค่คนหยอกล้อ ลูบหัวตบหางมันเบาๆ ก็เท่านั้น
มาม่าตายไปก่อนจากการโดนวางยา... เมื่อหลายปีแล้ว
จากนั้นเจ้าวุ้นเส้นก็มีลูกหลายตัว เพื่อนบ้านเหลือไว้แค่ตัวเดียวชื่อ ผัดไทย

สัปดาห์ก่อน ผมไปบ้านสวนแล้วไม่เจอหมาทั้งสอง
ให้แปลกใจว่ามันไปไหน ไม่อยากคิดในทางที่ไม่ดี จึงคิดไปว่าเพื่อนบ้านคงนำ
ไปเลี้ยงที่บ้านในหมู่บ้าน ใจก็คิดว่าจะไปถามคุณป้าอยู่แต่แกเดินขึ้นมาหาผมก่อน
"ได้เอาอะไรเบื่อหมาให้มันกินหรือเปล่า" แกถามผมเช่นนี้
ผมไม่อยากโต้เถียงจึงได้แต่อธิบายให้แกฟังว่าผมก็ไม่เห็นมันหลายวันแล้ว และไม่ได้ทำอะไร  :'( :'(
(หากผมรำคาญจริง หรือจะทำอะไรมันคงไม่รอดมาจนถึงวันนี้ มันคงจับรังสีอำมหิตได้และไม่ขึ้นมาหาผมที่บ้านสวนหรอก)

ผมคิดว่ามันคงไปเจอยาเบื่อที่ชาวบ้านแถวนั้นวางยาเบื่อหนูในไร่ข้าวโพด
แล้วต่อไปใครจะมาช่วยเป็นเพื่อนเวลาผมรื้อกองเศษไม้เนี่ย อย่างน้อยมีพวกมันก็อุ่นใจระดับนึง
(พวกมันเคยไล่งูให้บ่อยๆ) เวลาไปนอนค้างตูบน้อยมันก็ยังอุส่าห์อยู่เป็นเพื่อนจนถึงเช้าในบางคราว


อนาคตไม่แน่นอนจริงๆ ภาพนี้ถ่ายไว้ สัปดาห์ก่อนที่เจ้าวุ้นเส้นจะเสีย ส่วนผัดไทยแค่ยกกล้องขึ้นเล็งมันก็วิ่งหนีแล้ว  ;D
ด้วยอาลัย หมา 2 ตัว ถึงเราจะไม่ได้เป็นเจ้าของมันก็เหอะ  :'( :'( :'(

(https://i.imgur.com/OYuyrAQ.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: jimmylin04 ที่ สิงหาคม 09, 2013, 05:45:18 PM
น่าสงสารน้องหมา พักผ่อนให้สบายเน้อ  :'( :'(
มาติดตามพัฒนาการคร้าบ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 09, 2013, 10:38:13 PM
ว่าด้วยเรื่องโซน 7 หลุมเลี้ยงปลา(ราคาแพง)  ;D ;D

ถูกขุดขึ้นด้วยความบ้าบิ่นของผม เนื่องจาก ไม่มีใครเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งเธอ และรุ่นพี่ที่ทำงานที่เริ่มจะแวะเวียนมาเยี่ยมชมบ้านสวนยามเย็น
ตามเสียงเล่าลือว่าเป็นสวนสัตว์ (ช้าง ม้า เสือ สิงห์)  >:( >:(

ไม่มีใครสักคนคิดว่ามันจะเก็บกักน้ำได้ แม้แต่ผมเองก็ยังไม่มั่นใจ
มีเพียงเสียงให้กำลังใจจากผู้ที่ผมนับถือ(คนที่พาไปเอาไผ่รวกหวาน) "ลองทำดู" หากคิดว่านี่คือการให้กำลังใจนะ
ก่อนขุดผมได้หาข้อมูลในเวบ กพพ. ว่าด้วยเรื่องการทำให้สระเก็บน้ำได้
มีข้อมูลให้เลือกทดลองมากมาย สุดท้ายผมเลือก ขี้วัว+น้ำหมักชีวภาพ

สระถูกขุดด้วยขนาด 10*12*3 เมตร(เจ้าของแบคโฮตอนคิดราคาตีความลึกไว้ 3 เมตร แต่เมื่อขุดแล้วลึกไม่ถึง)
สระขนาดนี้เนื่องจากผมเสียดายไม้ประดู่ติดสวนที่กำลังงอกงามหลายต้น
ราคาที่เจ้าของแบคโฮคิดให้คือ 12,000 บาท จึงเป็นที่มาของ "หลุมเลี้ยงปลาราคาแพง" (เสียค่าประสบการณ์  :-\)

พอเอาเข้าจริงๆ ในการขุดแบคโฮต้องคอยหลบต้นไม้บริเวณขอบๆตามคำขอของผม ผลที่ได้สระจึงเป็นรูป 4 เหลี่ยมคางหมู
และขุดเป็นแนวดิ่ง 3 ด้าน(อีกด้านบอกให้เขาทำเป็น slope ทัน ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจริงๆ)
เมื่อขุดเสร็จสภาพดินไม่ต่างจากตอนปรับที่ตอนแรก ผมเทขี้วัวลงไปสิบกระสอบ สองสามวันฝนตกลงมาน้ำท่วมตาตุ่มผมจึงใส่น้ำหมักชีวภาพ

ไม่น่าเชื่อว่านั่นเป็นการเห็นก้นสระครั้งสุดท้าย 4 ปีผ่าน น้ำไม่เคยแห้งเลย(มีลดลงบ้างในหน้าแล้ง)
แต่ก็ไม่สามารถใช้น้ำรดต้นไม้ได้มากเช่นกัน(กลัวน้ำหมดสระ)
ผลที่ได้จึงเป็นหลุมเลี้ยงปลาราคาแพงอย่างที่เห็น (แต่อย่างน้อยก็ได้กินปลา 2-3 รอบแล้ว  ;D)

(https://i.imgur.com/F8VywRi.jpg)



ถึงจะขุดสระแบบไม่ทำ slope แต่โชคดีที่ตัดสินใจปลูกหญ้าแฝกรอบสระทันที ผลคือช่วยได้เยอะมาก
แต่ด้านหลักที่น้ำลง(น้ำมาจากแนวคันกั้นน้ำบนลานที่จะทำที่พักอาศัย)ไม่ได้เป็น slope ดินจึงค่อยๆถูกกัดเซาะไปเรื่อยๆ
ทำอย่างไรดี แม้กระทั่งหญ้าแฝกก็เอาไม่อยู่...
แล้วก็ได้ต้นกกช่วย อย่างที่เห็นในภาพ กอหญ้าแฝกที่หล่นลงไปหลายกอก็ยังไม่ตาย ผมจึงปล่อยไว้อย่างนั้น  ;D ;D
สุดท้าย ดูเหมือนกระแสน้ำ หญ้าแฝกและต้นกกกำลังปรับสภาพขอบสระให้ค่อยๆสมดุลด้วยตัวเอง ผมกลายเป็นเพียงผู้สังเกตเท่านั้น  :)
ตอนนี้รกจนไม่กล้าลงไปทำอะไร (กลัวงู ตะขาบ แมงงอด  >:( >:()

จึงเป็นที่มาของ "หลุมเลี้ยงปลาราคาแพง"  ;) ;) ครับผม


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: surachai1952 ที่ สิงหาคม 11, 2013, 02:46:13 PM
วันนี้กลับมาบ้านพัก หลังจากไปดูแลการตั้งเสาบ้านแห่งอนาคตซะหลายวัน
หมาผู้ว้าเหว่ (เพราะเจ้าของที่บ้านอยู่ติดกันย้ายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้เอาหมาผู้ว้าเหว่ตัวนี้ไปด้วย
โดยทิ้งให้คนงานช่วยดูแล) เดินเข้ามาให้เราลูบหัวเป็นครัั้งแรก ทั้ง ๆ ที่เราเคยจะเข้าใกล้หลายครั้ง
แต่เจ้าหมาผู้ว้าเหว่จะเดินหนีทุกครั้ง เราได้แต่ทักทาย (เรียกว่าคุยกับหมาโดยที่ไม่รู้ว่ามันรู้เรื่องรึเปล่า)
มันคงจะคิดถึงและกลัวว่าเราจะหนึไปอีกคน

สัตว์จะรับรู้ได้เสมอว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู



หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 13, 2013, 11:06:25 AM
วันนี้กลับมาบ้านพัก หลังจากไปดูแลการตั้งเสาบ้านแห่งอนาคตซะหลายวัน
หมาผู้ว้าเหว่ (เพราะเจ้าของที่บ้านอยู่ติดกันย้ายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้เอาหมาผู้ว้าเหว่ตัวนี้ไปด้วย
โดยทิ้งให้คนงานช่วยดูแล) เดินเข้ามาให้เราลูบหัวเป็นครัั้งแรก ทั้ง ๆ ที่เราเคยจะเข้าใกล้หลายครั้ง
แต่เจ้าหมาผู้ว้าเหว่จะเดินหนีทุกครั้ง เราได้แต่ทักทาย (เรียกว่าคุยกับหมาโดยที่ไม่รู้ว่ามันรู้เรื่องรึเปล่า)
มันคงจะคิดถึงและกลัวว่าเราจะหนึไปอีกคน

สัตว์จะรับรู้ได้เสมอว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู



ไม่แน่ เข้ามาหาเราอย่างนี้
คุณลุง(ขออนุญาติเรียกเพราะอายุไล่ๆกับพ่อผมเลย  ;D ;D) อาจได้ผู้ช่วยมาเฝ้าสวนก็ได้ครับ  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 13, 2013, 08:04:59 PM
ว่าด้วยเรื่องหมาๆ ที่บ้านสวน  ;D ;D ที่บ้านสวนผมไม่เคยนำหมาไปเลี้ยงเนื่องจากสงสารมันเพราะยังไม่ได้ออกไปอยู่อาศัย แต่น่าแปลกที่บ้านสวนเองไม่เคยว่างเว้นหมาๆ ที่แวะเวียนมาเสมอ(เวลาผมมา)


(https://i.imgur.com/EbjPzbW.jpg)

เริ่มด้วยเจ้าแดง 2 ตัว ผมเรียกมันว่า "ไอ้แก่" กับ "แดงน้อย" มาตั้งแต่ซื้อที่บ้านสวนใหม่ๆ เป็นหมาบ้านติดถนนดำ พอเห็นผมเลี้ยวลงซอยทีไร มันก็จะวิ่งตามมาเกือบทุกครั้ง ไอ้สองตัวนี้เองที่พาวุ้นเส้นกับมาม่า มาด้วย แดงน้อยตายไปก่อน เนื่องจากโดนยา(อีกแล้ว) ส่วนไอ้แก่อยู่จนแก่ตายสมชื่อ พอมาม่าตาย เจ้าวุ้นเส้นก็พาผัดไทยมาด้วย แล้วนั่นเอง พอวุ้นเส้นกับผัดไทยตาย มันยังส่งให้หมาอีกตัวต่อราวกับว่าสั่งเสียไว้  ;D ;D

(https://i.imgur.com/98jdyae.jpg)

ผมเรียกมันว่า "ไอ้ยักษ์" เพราะว่ามันตัวใหญ่  :-X ตอนนี้เวลาไปบ้านสวนจะมีเพียง ไอ้ยักษ์ตัวเดียวที่วิ่งตามมา ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปไอ้ยักษ์ จะพาน้องหมามาอีกหรือเปล่า  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 13, 2013, 08:20:02 PM
วันหยุดที่ผ่านมาไปทำการทดลองเรื่อง "การเพาะเห็ดตับเต่า" สั่งซื้อเชื้อมา 5 ขวด ทดลองที่บ้านพัก 1 ขวด ที่เหลือนำมาที่บ้านสวน

(https://i.imgur.com/OC1YH8z.jpg)

เห็นมีกระทู้เพื่อนสมาชิกสอบถามผลกันอยู่ ผมเองก็ยังตอบไม่ได้ เพราะพึ่งเริ่มทดลอง  ;D ;D หลังจากนำน้ำที่ผสมเชื้อไปรดต้นไม้ เต็ง-รัง ในโซน 4 แล้ว คิดว่าที่เมล็ดข้าวฟ่างที่เพาะเชื้อเห็ด น่าจะมีเชื้อหลงเหลืออยู่บ้าง จึงนำไปฝังที่โคนต้น แคฝรั่ง ตะแบกป่า มะม่วงอกร่อง(แคระ)

(https://i.imgur.com/cxeyP2z.jpg)

เอาหละหวาที่นี้... ต่อไปตลาดเห็ดตับเต่าจะต้องสะเทือน เพราะเสือขวดที่ เอ๊ย ตัวที่ 7 กำลังจะมาแย้ววววว  ;) ;)



หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 16, 2013, 09:36:36 PM
วันก่อนไปซื้อต้นไม้มาเตรียมปลูกสุดสัปดาห์นี้ ได้แก่ ไผ่กิมซุง 4 ต้น ไผ่เลี้ยง 8 ต้น ลำไย 2 ต้น ขนุน 1 ต้น น้อยหน่า 5 ต้น หมดเงินไป 700 กว่าๆ ตัวปลิวเลย 555  ;D ;D แล้วก็มีอีกส่วนหนึ่งคือ เต็ง รัง ยางนา ที่สั่งไว้ก่อนหน้านี้ ได้เวลาลงดินเสียที  :)

(https://i.imgur.com/FzRnbME.jpg)



ก่อนหน้าที่จะได้ย้ายมาอยู่บ้านพักหลังนี้ ไม่ค่อยมีพื้นที่มากนัก โชคดีที่ได้บ้านพักหลังใหม่ เนื่องจากรุ่นพี่เจ้าของคนเก่าได้ย้ายไปอยู่หลังที่ซ่อมใหม่ แกบอกว่าพื้นที่หลังบ้านแกเคยปลูกต้นไม้แล้วมันไม่โต บ้างก็ตาย แกจึงไม่ปลูกอะไรอีกโดยบอกว่า ดินมันไม่ดี  ;D ;D ไอ้เรามันชอบลองวิชา วันที่ย้ายมาใหม่ๆ ขุดหลุมปลูกต้นไม้ซะ ผลที่ได้คือ น้ำปะปาท่อหลักแตก กลายเป็นน้ำพุท่วมหลังคาบ้าน  >:( >:( ได้พี่เจ้าของบ้านเก่านั่นเองมาช่วยซ่อม "อย่างน้อยก็ทำให้ผมจำแนวท่อน้ำได้" ดูซิแกมองโลกในแง่ดีขนาดไหน  :-[ :-[ สุดท้ายผ่านมา 1 ปี พืชผลที่ปลูกไว้เริ่มงอกเงย ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูด พริก มะเขือเครือ มะละกอ ไม่ได้ซื้อเขากินมานานแล้ว  ;D กลายเป็นสวนครัวย่อมๆของชุมชนบ้านพัก  :-[ เราไม่หวง ใครจะกินก็กิน เพราะเราคือ... "นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก"  ;) ;)

(https://i.imgur.com/dedttH6.jpg)



มะละกอต้นนี้มีเรื่องเล่า ปลูกทีแรกงามเอาๆ ไม่ติดลูกเสียที จนแม่ยายจะตัดทิ้งอยู่แล้ว พอดีผมนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นต้นลิ้นจี่ของพี่ที่ทำงานไม่เป็นลูก พอเมาๆ แกเอาพร้ากรีดลำต้นงามๆ หลายแผล สงสัยมันกลัวตาย ผลที่ได้ ปีต่อมาเริ่มมีลูกแฮะ ผมเลยเอามาทดลองใช้กับต้นมะละกอบ้าง ผลที่ได้คือ

มะละกอสายพันธุ์ใหม่ รอส่งเข้าประกวด ณ สวนป่าขนุน  ;D ;D

(https://i.imgur.com/UIbyt8W.jpg)

(https://i.imgur.com/X8u5qQR.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 17, 2013, 08:35:15 PM
วันนี้ไป chop 'n drop ที่บ้านสวนมา (เรียกตามคุณ teerapan แห่งสวนขี้คร้าน) จริงๆแล้วก็คือการตัดหญ้านั่นเอง ก่อนหน้านี้ผมจะตัดแบบสั้นๆ แต่พอได้ศึกษาจากสวนขี้คร้าน เลยปรับเปลี่ยนรูปแบบเล็กน้อย โดยไม่ตัดสั้นมาก เมื่อตัดนำแล้วก็ใช้พร้าถางตามเก็บตามสับอีกทีนึง ทำให้เหนื่อยขึ้นอีกโข  ;D พื้นที่ทดลองได้แก่บริเวณรอบหลุมเลี้ยงปลาราคาแพง (โซน 7) กับหน้าผา (โซน 6) หญ้าแฝกแหว่งไปหลายจุดเนื่องจากตัดคราวก่อนไม่ได้นำใบแฝกที่ตัดแล้วออกจากกอ  >:( ผลคือปลวกกินตายไปหลายกอ คราวนี้เลยนำใบแฝกออกไปคลุมพื้นดินบริเวณรอบๆ  ;)


หญ้าแฝกรอบๆหลุมเลี้ยงปลา

(https://i.imgur.com/eviuwu7.jpg)


หญ้าแฝกริมหน้าผา

(https://i.imgur.com/ba8KGZY.jpg)

มีผู้คุมไปด้วย เลยได้(ทำ)งานเยอะ  ;D ;D

(https://i.imgur.com/N3C9erH.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 18, 2013, 09:20:20 PM
วันอาทิตย์ วันครอบครัว พาเด็กหญิงไปเที่ยวแถวๆนี้ ตอนบ่ายกะว่าจะพัก แต่เธอชวนขึ้นป่า ผลที่ได้คือ... กับข้าวแลง แกงเห็ด แจ่วเห็ดไค ต้มหน่อไม้คาย  :) :)

(https://i.imgur.com/wpbg501.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 19, 2013, 10:04:40 PM
วันนี้มานั่งดูรูปเก่าๆที่เก็บไว้เทียบกับปัจจุบัน  :) จริงๆแล้วเก็บภาพบ้านสวนไว้เป็นระยะๆ แต่เนื่องจากคอมพิวเตอร์พัง... จึงเหลือเพียงภาพเล็กน้อยที่ได้คัดลอกไว้ในแผ่นดิส  :'( ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยชื่นชอบการถ่ายภาพ การเขียนบันทึก เดินทางหนใดคิดแต่อยากไปสัมผัสที่แห่งนั้นอย่างแท้จริง ไม่ต้องพะวงกับความคิดอื่นใด... เมื่อเวลาเปลี่ยน ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ทำ แต่ก็ไม่รู้สึกเสียใจ เพราะอย่างน้อย ก็เป็นตัวเราเอง ณ ช่วงเวลานั้น ที่เป็นคนตัดสินใจ นี่เป็นบทความสั้นๆที่ผมเขียนไว้หลังจากนั้น

หลายวันแล้วที่ Hard disk หมดอายุ...
ทุกสิ่งที่เก็บสะสมไว้... ทั้งงานเขียนและภาพถ่าย หายวับไปราวกับฟองสบู่แตก
มันเริ่มขึ้นจากการสึกหรอเพียงเล็กน้อยของอุปกรณ์ ซึ่งเราไม่ใส่ใจ หรือตั้งใจจะมองข้าม
จะอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่สะสมนานนับหลายปีได้จากไปอย่างไม่อาจย้อนคืน...
น่าแปลก สิ่งที่เสียดายที่สุดกลับเป็นภาพถ่ายของเด็กหญิง ที่ไม่เคยแม้กระทั่งจะอัดเก็บไว้เป็นอัลบั้ม
เราควรจะเป็นทุกข์กับสิ่งที่เกิดหรือเปล่า...?
ถ้าเป็นควรจะทุกข์แค่ไหน...
ใครจะบอกได้...
เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงเคยสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป
ไม่อาจทำใจได้โดยง่าย
แต่... ท้ายที่สุดแล้ว
สิ่งที่สำคัญจริงๆ
คือสิ่งที่สูญหาย สิ่งที่สูญเสีย
...
...
...
หรือสิ่งที่เหลืออยู่กันแน่...


6 ปีผ่านไป ไวเหมือนกันเนอะ

(https://i.imgur.com/2pl4rHt.jpg)


(https://i.imgur.com/RLDM8Ya.jpg)


(https://i.imgur.com/suUEAER.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: surachai1952 ที่ สิงหาคม 20, 2013, 10:38:56 AM
วันนี้มานั่งดูรูปเก่าๆที่เก็บไว้เทียบกับปัจจุบัน  :)

หลายวันแล้วที่ Hard disk หมดอายุ...
ทุกสิ่งที่เก็บสะสมไว้... ทั้งงานเขียนและภาพถ่าย หายวับไปราวกับฟองสบู่แตก
มันเริ่มขึ้นจากการสึกหรอเพียงเล็กน้อยของอุปกรณ์ ซึ่งเราไม่ใส่ใจ หรือตั้งใจจะมองข้าม
จะอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่สะสมนานนับหลายปีได้จากไปอย่างไม่อาจย้อนคืน...
น่าแปลก สิ่งที่เสียดายที่สุดกลับเป็นภาพถ่ายของเด็กหญิง ที่ไม่เคยแม้กระทั่งจะอัดเก็บไว้เป็นอัลบั้ม
เราควรจะเป็นทุกข์กับสิ่งที่เกิดหรือเปล่า...?
ถ้าเป็นควรจะทุกข์แค่ไหน...
ใครจะบอกได้...
เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงเคยสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป
ไม่อาจทำใจได้โดยง่าย
แต่... ท้ายที่สุดแล้ว
สิ่งที่สำคัญจริงๆ
คือสิ่งที่สูญหาย สิ่งที่สูญเสีย
...
...
...
หรือสิ่งที่เหลืออยู่กันแน่...


ปลายปี 54 ตอนน้ำเริ่มท่วมดอนเมือง
กลับจากเขาหินซ้อนไปดอนเมืองดูบ้านที่น้ำเริ่มท่วม
อิฐที่ก่อกันประตูไว้ ท่อระบายน้ำทีอุดไว้ ช่วยอะไรไม่ได้
มันไม่เข้าตามตรอกออกตามประตู
มันซึมเข้าตามรอยเชื่อมระหว่างพื้นกับผนังที่อยู่รอบบ้าน
ตัวคนเดียวทั้งลากทั้งยกเท่าที่ทำได้ ที่เหลือทิ้ง
มีสิ่งหนึ่งที่จมน้ำไปแล้วเป็นกล่องอัลบั้มภาพลูก ๆ ตอนเป็นเด็ก
เอามาถอดออกจากอัลบั้ม เอาทิชชูซับน้ำแล้วตั้งพิงกันไว้ให้แห้ง
ทำได้ไม่กี่อัลบั้ม แฟนโทรมาให้รีบออกจากดอนเมือง
กลัวน้ำขึ้นจะออกไม่ได้
เหลือเป็นสิบ ๆ อัลบั้ม เอาใส่ถุง แล้วใส่กระเป๋าแบกเอามาด้วย
ขึ้นรถโบกที่ชาวบ้านที่มีน้ำใจ เอามาบริการ
ต่อรถตู้อีก 2 ต่อ (รถส่วนตัวจอดไว้เขาหินซ้อน)
เอามาถอดออกจากอัลบั้ม ซับน้ำ ผึ่งให้แห้ง .......
ร่องรอยของอดีตที่ควรจดจำ ที่เกือบจะสูญหาย
กู้ไว้ได้
เป็นความภูมิใจเล็ก ๆ ของคนที่นับวันจะย้อนกลับมองอดีต มากกว่ามองอนาคต


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 3 นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 21, 2013, 12:00:38 AM
ว่าด้วยเรื่อง "ศาลเจ้าที่" บ้านสวน เป็นความเชื่อส่วนบุคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

(https://i.imgur.com/Ef9r5rC.jpg)

จะด้วยอะไรก็ตามแต่ ผมไม่ถือว่าเป็นเรื่องของโชค ที่ได้ที่บ้านสวนมา...
หลังจากที่เราตัดสินใจอยากซื้อที่สักผืนมากกว่าที่จะเลือกรถยนต์สักคัน ในแต่ละวันหลังเลิกงานผมก็จะตระเวนไปรอบๆที่ทำงาน
โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะซื้อที่รัศมีไม่เกิน 5 กม. จากที่ทำงาน ตระเวนดูไปเรื่อยอยู่หลายเดือนก็ยังไม่พบที่ถูกใจ มีอยู่ที่นึงที่คิดว่าอยากได้
และเขาก็ประกาศขาย พอโทรสอบถามปรากฏว่าไม่แบ่งขาย ขายเป็นแปลงใหญ่ 30 กว่าไร่ ใครจะมีปัญญาซื้อละครับพี่น้อง  ;D ;D

ผ่านมาหลายเดือน บังเอิญช่วงพักเที่ยงวันหนึ่งเธอได้ไปนั่งกินข้าวกับรุ่นพี่ที่ทำงาน พอเธอเล่าให้ฟังว่าอยากได้ที่
"ลองไปดูสิ แถวๆบ้านพี่มีอยู่แปลงหนึ่งที่เจ้าของเขากำลังประกาศขาย"
บ้านรุ่นพี่คนนี้อยู่หมู่บ้านหนึ่งที่ห่างที่ทำงานราว 5 กม. พอดี ลงตัวอะไรอย่างนี้
ไม่รอช้า สองสามวันหลังจากนั้นผมชวนเธอไปดูที่ โดยแฟนของรุ่นพี่คนนั้นอาสาพาชม
แกพาบุกป่าฝ่าดงหนามไปจนสุดภู(กะลามะพร้าวผ่าครึ่ง) "ไหนล่ะที่" ผมถามไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าได้เข้ามาอยู่ในที่บ้านสวนแล้ว  ;D

หลังจากนั้นอีกหลายวันผมได้มายืน ณ จุดนั้นเพียงลำพัง ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เรื่องที่พี่รูมเมทพูดกับผมเมื่อตอนเช้า...
"น้องจะซื้อที่ไหม ถ้าไม่เอาพี่ว่าจะเอานะ พี่ไปดูแล้ว แต่ถือว่าน้องไปดูก่อนพี่เลยถาม กลัวเสียน้ำใจกัน"

การซื้อที่บ้านสวนผ่านไปได้ด้วยดี ติดอยู่แค่ว่าต้องทำเป็นสัญญาและพินัยกรรม เนื่องจากอีก 3 ปีถึงจะโอนกรรมสิทธิ์ได้
เย็นวันที่ซื้อขายที่ เราไปกินข้าวเย็นที่บ้านรุ่นพี่คนที่แนะนำ
"ไม่ใช่เราหรอกเป็นคนเลือกที่ แต่เจ้าของเขาต่างหากที่เป็นคนเลือกเรา" พี่กล่าวกับเรา
แกบอกว่าจริงๆแล้วเจ้าที่แถวนั้นแรงทีเดียว อ้าวแล้วทำไมพึ่งมาบอกกันตอนนี้เนี่ย  >:( >:(

สาเหตุที่ตัดสินใจซื้อเป็นเรื่องของ "ความรู้สึกล้วนๆ"
เธอฝันว่าได้เป็นเจ้าของที่ผืนนั้น หลังจากไปดูมาได้หลายวัน
ผมไม่ฝันอะไรทั้งสิ้น (ไม่มี sense เรื่องนี้) ผมแค่ไม่รู้สึกอึดอัดอะไรเวลาอยู่ที่ตรงนั้น(ตอนไปดูวันแรกกับตอนไปคนเดียว อยู่จนมืดค่ำ)
การเดินทางไปทั่วทิศหลายปีที่ผ่านมา ทั้งไปเป็นหมู่คณะ สองสามคน หรือเพียงลำพัง
อย่างน้อยก็สอนให้ผมรู้ว่า ที่ไหนควรอยู่นาน ที่ไหนไม่ควรอยู่นาน หรือแม้แต่ที่ไหนควรเฉดหัวตนเองออกมาให้เร็วที่สุด
แต่ก็เป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น

ที่บ้านสวนในหนแรกไม่ได้ให้ความรู้สึกสบายปลอดโปร่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด...
เมื่อไม่มีอะไรขัดข้องกัน เราจึงตัดสินใจซื้อที่ด้วยความฝันและความรู้สึก  ;D ;D

"เถ้าสู่เถ้า ธุลีสู่ธุลี ข้าฯเป็นเพียงผู้ผ่านมา และได้ครอบครองผืนดินชั่วคราวในภพนี้ ข้าฯตั้งใจไว้ว่าจะพัฒนาที่ผืนนี้ไปในทางที่ดี
หากรบกวนหรือไม่ถูกกาละเทศะเรื่องใดขอให้อภัยด้วย" ผมอธิษฐานแล้วค่อยๆปล่อยดินในกำมือให้ร่วงหล่นลงที่เดิม
ไม่มีใครสอนหรือบอกกล่าวว่าต้องทำอย่างนี้ ไม่รู้ด้วยว่าถูกหรือไม่ ผมแค่คิดว่าอยากทำอย่างนี้เฉยๆ

เรื่องประหลาดที่ 1 แบคโฮ พัง2 ครั้ง

ครั้งแรกตอนปรับที่รถมาเสียที่หน้าสวนพอดี จอดซ่อมอยู่นานไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ ผมไม่รู้จะทำอย่างไร
ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หากคิดว่าเราเป็นเด็กและผู้อยู่ที่นี่ภพอื่นเสมือนผู้หลักผู้ใหญ่ จะทำอะไรควรบอกกล่าวท่านไม่ใช่ให้ท่านนึกรู้เอาเอง
ไวเท่าความคิด ใช้วิธีเดิมจากตอนได้ที่วันแรก กำดินอธิษฐาน หลังจากนั้นไม่นาน แบคโฮซ่อมเสร็จ วันนั้นทั้งวันทำงานลุล่วงโดยดี
ครั้งที่ 2 ตอนขุดสระ ไม่จำเช่นเดิมปล่อยให้ท่านนึกรู้เอาเอง ผลที่ได้ขุดสระเสร็จครึ่งหนึ่ง จู่ๆ ตีนตะขาบด้านหนึ่งก็หลุดออกเฉยๆ โชคดี
ที่ผมวิ่งไปบอกคนขับเลยหยุดรถได้ทันท่วงที งานเข้าต้องตามคนมาซ่อมหลายคน แล้วผมก็นึกขึ้นได้ ตรูยังไม่ได้บอกเจ้าที่นี่หว่า
สูตรเดิมครับพี่น้อง กำดินอธิษฐาน จากนั้นไม่นานก็ซ่อมเสร็จและทำงานอย่างลุล่วง
มีแถมอีกคือขัดพื้นไม้บ้านสวนเพื่อจะลงสี ตอนนั้นมีศาลแล้วผมแค่ยกมือไหว้กลายๆแล้วกล่าวบอกในใจแบบรวกๆ ผลคือสายขัดขาดไปสองรอบ
ลงไปซื้อรอบที่สาม ผมเลยจุดธูปอธิษฐานบอกที่ศาล(หลังจากตั้งศาลผมจึงเลิกใช้วิธีกำดินอธิษฐาน) ผลคือทำงานจนลุล่วงอีกหน
ผมจึงได้ข้อสรุปสำหรับ 3 เหตุการณ์นี้คือ "เจ้าที่ไม่ชอบเสียงดัง" ครับผม  ;)

เรื่องประหลาดที่ 2 ความฝันของเธอ
คืนหนึ่งเรามานอนกางเต๊นท์รับลมหนาวกับสองต่อสอง  ;D ;D คืนนั้นผมนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน(อย่าคิดลึกนะ  >:( >:( ) นอนยังไงก็ไม่หลับ
ไปหลับเอาตอนเกือบเช้า ตื่นมาเธอเล่าให้ฟัง ฝันว่ามีคนมาบอกหากมานอนที่นี่ให้หันหัวไปทางนี้ แล้วก็ชี้ให้ดู (ทางทิศเหนือ) ผมเลยเหมารวมว่าสามารถนอนหันหัวได้สองทางสำหรับบ้านสวนคือ ทิศเหนือและตะวันออก จากนั้นหากใครต่อใครมานอนค้างที่บ้านสวนผมจะกำชับไว้เสมอ

เรื่องประหลาดที่ 3 ความฝันของผู้มานอนค้างที่บ้านสวน
ปีนั้นมีฝนดาวตก มีสมาชิกนับสิบคนมานอนค้างดูฝนดาวตกที่บ้านสวน ไม่มีเหตุการณ์ผิดปรกติใดๆ(หากมีผู้อื่นมานอนค้างที่บ้านสวน ผมต้องมาจุดธูปบอกกล่าวทุกครั้ง) มีรุ่นพี่คนนึงฝันว่าเหมือนมีคนมากมายมาชุมนุมกันบนที่บ้านสวน เด็กๆวิ่งเล่นไปมาอย่างสนุกสนาน(ในฝัน)
ในฝันรุ่นพี่บอกว่าบรรยากาศไม่ได้เป็นไปในทางอึดอัด...

เรื่องประหลาดที่ 4 เหตุให้ตั้งศาลเจ้าที่บ้านสวน
เธอป่วย ถึงขนาดต้องนอน รพ.เป็นสัปดาห์ จู่ๆก็เป็นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ปวดตามเนื้อตามตัวทั้งร่างกาย...
หมอบอกว่าอาจเป็นอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจชนิดหนึ่ง
แม่ของเธอจึงให้คนทรงแถวบ้าน(บ้านเิกิดของเธอ) เข้าทรงดู
คนทรงบอกว่า... เจ้าที่อยากได้ศาล
ซื้อที่ได้หลายปีแล้ว จนกระทั่งทำบ้านสวน ผมยังไม่เคยมีความคิดว่าจะตั้งศาล
คนทรงบอกว่า เจ้าที่ระบุชัดเจนว่าอยากอยู่ตรงไหน
คนทรงไม่เคยมาที่บ้านสวน
แต่บอกพิกัดได้อย่างชัดเจนราวกับเคยมาเห็นกับตา
ผมไม่อยากจะคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับอาการป่วยของเธอ แต่เพื่อความสบายใจของหลายฝ่าย
ผมเองจึงไม่ขัดข้องอันใด
จึงเป็นที่มาของ "ศาลเจ้าที่บ้านสวน"

ปล.1 เมื่อหมอวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องเร็ว ทำให้การรักษาไปถูกทาง อาการของเธอจึงค่อยๆดีขึ้น
ปล.2 แม่ของเธอไปหาคนทรงหลายที่ น่าแปลกที่ได้ข้อสรุปคล้ายๆกัน

เรื่องประหลาดที่ 5 งานเลี้ยงวันออกพรรษา
หลายปีมาแล้วที่ผมงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตอนเข้าพรรษา
ไม่ได้อยากทำตามกระแสอะไร แค่อยากรู้ว่า เราจะควบคุมจิตใจเราได้หรือเปล่า แค่นั้น
ออกพรรษาเมื่อปีก่อน จริงๆแล้วชวนเพื่อนร่วมงานที่สนิท 2-3 คน ขึ้นไปซัดเบียร์กันสักลังบนบ้านสวน
หลังจากคืนนั้น ผมมานับคนที่ขึ้นไปอยู่ที่ราวๆ 40 คนได้  >:( >:( >:(
กลายเป็นงานเลี้ยงขนาดย่อมอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทั้งคืนมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น 3 ครั้ง กับคนๆเดียว ซึ่งผมกับเขารู้กันแค่ 2 คน (ณ ตอนนั้น) เนื่องจากไม่อยากให้ใครแตกตื่นมากนัก
1. เขาเห็นเงาสะท้อนของผู้หญิงจากกระจกรถยนต์ ทีแรกเขาคิดว่าเป็นใครบางคนที่ไปร่วมงาน
แต่เงาสะท้อนที่เขาเห็นกลับค่อยๆ สูงขึ้น สูงขึ้น... เมื่อเขามองไปยังที่เกิดเหตุก็ไม่เจอใคร มีเพียงต้นกล้วยตานีที่สั่นไหวตามแรงลม
"อย่าพึ่งพูดให้ใครฟัง" ผมบอกเขา
2.ตุ๊กแกหล่นใส่หัวรุ่นพี่คนหนึ่งที่นั่งล้อมวงบนชานบ้านสวน หลังจากนั้นมันก็วิ่งเข้าไปในห้อง ไม่รู้ว่าทำไมเขาวิ่งตามไป แล้วจับมันออกมาได้
"ผมไม่ได้จับ จริงๆแล้วมันกระโดดลงมาจากเสาให้ผมจับต่างหาก" เขาบอกผม
"อย่าพึ่งพูดให้ใครฟัง" ผมบอกเขาอีกคำรบ
3.ประตูบ้านสวนปิดเอง เป็นเวลาเก็บข้าวของเลิกงาน เหลือคนอยู่ไม่กี่คน เขาเข้าไปปิดหน้าต่างแล้วประตูบ้านสวนก็งับปิดเสียงดัง
ทั้งๆที่ไม่มีลมเวลานั้น
ทุกคนต่างเข้าใจว่าเขาเป็นคนปิดประตู...
"ผมกำลังจะเดินออกไปแล้วประตูก็งับเองว่ะ" เขาบอกกับผม

ปล. หวยใต้ดินงวดนั้นมีคนถูกหลายคน เนื่องจากตีเลขตุ๊กแกรวมกับอายุคนที่ตุ๊กแกหล่นใส่หัว งวดต่อมาเลขท้ายสองตัวคือเลขทะเบียนบ้าน
กินแห้วเช่นเคยกับเรื่องนี้ เพราะผมไม่ค่อยมีดวงนัก  >:( >:( >:(


รื่องประหลาดที่ 6 ... กำลังรออยู่ว่าใครจะอาสาเป็นคนต้นเรื่อง  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 21, 2013, 10:23:01 PM
ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ

ปลายฤดูฝนปีก่อน ผมเริ่มทำการบุกเบิกปลูกต้นไม้ริมหน้าผา (โซน 6) หากไม่นับแนวหญ้าแฝกที่ปลูกไว้ปีแรก กับไผ่อีก 3 กอ (ไผ่เหลือง ไผ่สร้างไพร ไผ่บงหวาน) ต้นไม้เดนตายที่ถูกเลือกมาลงพื้นที่ตามคำสั่งของเธอคือ นางพญาเสือโคร่ง เมเปิ้ล สนสามใบ ด้วยความใฝ่ฝันของเธอที่ว่า อยากเปิดหน้าต่างห้องนอนออกมารับตะวันยามเช้า ทอแสงผ่านทิวไม้ข้างต้น ที่ต้องบอกว่าต้นไม้เดนตายเพราะพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่กันดารสุดแล้วในบ้านสวน...
(ส่วนใหญ่เป็นชั้นหินสีแดงที่แบคโฮขุดไม่เข้า)  >:(   >:(   >:( จึงต้องเริ่มดำเนินการด้วยสิ่งที่ถนัดที่สุด "วาดภาพฝัน"

เรื่องสร้างภาพในจินตนาการนั้น เป็นสิ่งที่ผมถนัดสุดในสามโลก  ;D ;D

(https://i.imgur.com/qKIU6N5.jpg)


6 ปีผ่านมากับการปล่อยพื้นที่ไว้เฉยๆสลับกับโปรยขี้วัวแห้งที่ไม่ผ่านการหมักทำลายเมล็ดวัชพืช ผลที่ได้คือ มีทรัพยากรงอกเงยขึ้นให้จัดการ chop 'n drop  ;D ;D

(https://i.imgur.com/yORRL6j.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 21, 2013, 10:37:32 PM
แนวต้นไม้(เดนตาย)นี้ ผมขอเรียกว่า "ทิวฝัน" ยังต้องเฝ้าดูแลกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นสุดยอดภารกิจ  :-X

(https://i.imgur.com/RKR1oGS.jpg)

"ขุดหลุมปลูกอย่างนี้เดี๋ยวต้นไม้ก็รากเน่าตายหรอก ทำไมไม่พูนดินขึ้นล่ะ" ผมไม่ได้กล่าวอะไรโต้ตอบรุ่นพี่ที่ผมวานให้เอาดินดำมาส่งเพื่อผสมปลูกต้นไม้บริเวณริมหน้าผา คิดเพียงแต่ว่า "รอดูไปเหอะ" ...

หลังจากเริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องการปลูกต้นไม้อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง กอปรกับต้นไม้ที่ปลูกเริ่มงอกงามบ้าง บวกกับเสียงชื่นชมในรสชาติและผลผลิตของแตงไร่ในตำนาน ทำให้ผมคิดเอาเองว่า ตนมีความรู้ปรุโปร่งแล้วในเรื่องธรรมชาติของต้นไม้ พอจะนึกภาพออกไหม ช่างไม่ต่างอะไรกับอึ่งอ่างพองตัวไปสู้กับแม่วัว

ช่วงเวลานั้นผมทำการเตรียมหลุมปลูกต้นไม้โดยขุดหลุมเป็นรูป 4 เหลี่ยม (ขนาดราว 50*50*50 ซม.) จากนั้นก็ผสมขี้วัว ขี้ไก่แกลบ คลุกเคล้ากับดินที่ขุดขึ้นมาให้เข้ากัน แล้วเขี่ยลงหลุมตามเดิม โดยให้มีระดับต่ำกว่าหน้าดินปรกติ ผมทำอย่างนี้หลุมแล้วหลุมเล่า ปีแล้วปีเล่า จนกระทั่งแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างพอจะให้ขุดหลุมปลูกอีกต่อไป... จึงต้องมองไปยังพื้นที่สุดท้าย... ริมหน้าผา คิดว่าตัวเองเจ๋งพอที่จะต่อสู้กับบททดสอบที่หิน(หินจริงๆ)ที่สุดของพื้นที่บ้านสวนแล้ว เมื่อได้รับคำสั่งจากเธอจึงไม่รอช้าที่จะดำเนินการตามความคิดเพื่อสานต่อภาพฝันให้เป็นจริง

คนปลูกต้นไม้ส่วนใหญ่อยากให้ต้นไม้โตเร็วๆ ออกดอก ให้ผลทันใจ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น กิ่งตอน เสียบยอด ทาบกิ่ง ดูเหมือนจะสนองตอบความต้องการนี้ได้... ต้นไม้ในช่วงแรกๆ เป็นกลุ่มนี้เสียส่วนใหญ่ ผมเป็นคนเลือก แต่ไม่ใช่ผู้ที่ทำให้รอด ผืนดินบ้านสวนต่างหาก เป็นผู้มอบโอกาสให้ต้นไม้ที่เหมาะสมได้รอดเติบใหญ่

หลุมแล้วหลุมเล่าที่ต้นไม้ตายลง จนทำให้ผมเริ่มท้อแท้ หมดกำลังใจ แต่ก็น่าแปลกที่ไม้พื้นถิ่นที่เราพยายามจะทำลายให้สิ้นซาก กลับค่อยๆงอกเงยขึ้นอย่างเงียบๆ สงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่เคยร้องขอน้ำ ขอปุ๋ย ขอผู้ช่วยปราบแมลงศัตรู ไม่เคยแม้กระทั่งจะหมดความพยายามที่จะงอกเงยขนาดเราทำลายแบบขุดรากถอนโคน เพราะพวกเขาส่วนใหญ่มีรากแก้วคอยค้ำจุนนั่นเอง...

ผมจึงตัดสินใจที่จะปล่อยให้พวกเขาได้เติบโตส่วนหนึ่ง แทนที่จะทำลายให้หมดตามความตั้งใจแรก และลองพยายามหาต้นไม้ที่มีรากแก้วมาปลูกแทน
ข้อดีของไม้เพาะเมล็ดคือมีรากแก้ว ส่วนข้อเสียคือ ขนาดมันช่างไม่น่ายวนใจให้ปลูกเอาเสียเลย

หากนับจำนวนกันจริงๆแล้ว อัตราส่วนระหว่างหลุมที่ขุดกับต้นไม้ที่ปลูกแตกต่างกันมาก อย่างน้อยการที่หลุมว่างเปล่า ย่อมหมายความว่าเราจะได้ปลูกต้นไม้เพิ่ม หลุมแต่ละหลุมเลือกต้นไม้ที่จะเติบใหญ่แตกต่างกัน ผมจะไม่ปลูกไม้ชนิดเดิมในหลุมเดิม แม้ต้นไม้จะยังตายอยู่เรื่อยๆ แต่ผมกลับเริ่มรู้สึกสนุกกับการรอคอย ว่าหลุมที่ว่างเปล่าลงจะเปิดโอกาสให้แก่ไม้ชนิดไหนกันนะ...


"ขุดหลุมปลูกอย่างนี้เดี๋ยวต้นไม้ก็รากเน่าตายหรอก ทำไมไม่พูนดินขึ้นล่ะ" เสียงรุ่นพี่กล่าวเตือน "รอดูไปเหอะ" ผมคิด ด้วยคิดว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาเพียงพอแล้วสำหรับบททดสอบมหาหิน... หารู้ไม่ว่า...


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ สิงหาคม 21, 2013, 11:23:35 PM
หากดินระบายน้ำได้ดีมาก (เช่น ดินทราย) และมีระดับน้ำใต้ดินต่ำทั้งปี  ไม่ต้องกลัวเรื่องรากเน่าหรอก  ห่วงแต่จะแล้งตายดีกว่า


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 22, 2013, 02:36:26 PM
"มันเป็นเหมือนพี่พูดจริงๆด้วย" ผมกล่าวเสียงอ่อยกับรุ่นพี่ แกเพียงส่ายหัวไปมาและยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้ส่อแววเหยียดหยามแม้แต่นิด หากเทียบกันด้านประสบการณ์เกี่ยวกับต้นไม้แล้วแกเหนือกว่าผมเยอะ เพราะหน่วยงานที่แกอยู่คือ "คนสวน" หากมีเวลาผมจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับชีวิตของรุ่นพี่คนนี้ บ้านสวนติดหนี้บุญคุณแกหลายเรื่องทีเดียว

ต้นไม้ริมหน้าผาชุดแรก 7 ต้น แบ่งเป็น เมเปิ้ล 2 ต้นกับนางพญาเสือโคร่ง 5 ต้น เหลือรอดเพียงต้นเมเปิ้ล 2 ต้นเท่านั้น เมื่อผ่านไปไม่ถึงเดือน ช่วงที่ปลูกเป็นปลายฝน แต่ยังมีฝนมากพอที่จะทำให้ต้นไม้บนพื้นที่แห้งแล้งรากเน่าได้ อย่างที่บอกตอนแรก บริเวณหน้าผาเป็นชั้นหินสีแดงเกือบทั้งหมด ตอนขุดหลุมปลูกต้นไม้ 7 หลุม ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ เพื่อที่จะขุดเอาหินขึ้นมา ความคิดของผมคือนำเอาดินดำลงไปแทนแล้วปลูกต้นไม้

วันที่รุ่นพี่เอาดินดำมาส่ง แกจึงร้องทักผมว่า ระวังต้นไม้รากเน่าตายนะ มันจะเน่าได้อย่างไร แห้งแล้งออกจะปานนี้ ผมคิด พร้อมกับปลูกต้นไม้ตามความคิดเดิม แล้วก็เป็นเหมือนแกว่า นางพญาเสือโคร่งค่อยๆเหี่ยวเฉาลงที่ละต้นๆ ทั้งๆที่ผืนดินชุ่มฉ่ำ

ผมจึงได้ประสบการณ์ว่า หากต้นไม้ขาดน้ำ มันจะค่อยๆทิ้งใบจากโคนไปหายอด แต่ถ้าเกิดปัญหาจากราก ยอดต้นไม้จะเหี่ยวเฉาก่อนเพื่อน... รู้เมื่อสายเกินเยียวยา สาเหตุที่ต้นเมเปิ้ลไม่ตายอาจเนื่องจากระบบรากของมันสามารถทนได้(สังเกตจากป่าธรรมชาติที่ต้นเมเปิ้ลเจริญเติบโตแถวน้ำตกได้)

เดนตายชุดที่สองประกอบด้วยนางพญาเสือโคร่งเช่นเดิม 5 ต้น กับสนสามใบอีกต้น ผมปลูกที่หลุมเดิมเพียงแต่ว่านำดินไปผสมเพิ่ม เปลี่ยนลักษณะหลุมจากแอ่งให้เป็นโคน ตอนนี้แนว "ทิวฝัน" จึงประกอบไปด้วยต้นไม้ 8 ต้น รอพิสูจน์กันต่อไปว่าเมื่อปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกแล้วได้ผลหรือไม่

ทุกวันนี้นานๆครั้งถึงจะมีหลุมว่างลง หลุมที่ว่างหมายถึงโอกาสของต้นไม้ต้นใหม่เสมอ ผมยังขุดหลุมเหมือนเดิม เพียงแต่... เริ่มเรียนรู้ที่จะไม่ฝืนธรรมชาติที่ไหนควรเป็นแอ่งก็ปล่อยให้เป็น ที่ไหนควรเป็นโคนก็นำดินไปเสริม มาเถอะ...
มาขุดหลุมปลูกต้นไม้กัน  ;) ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 22, 2013, 02:44:33 PM
หากดินระบายน้ำได้ดีมาก (เช่น ดินทราย) และมีระดับน้ำใต้ดินต่ำทั้งปี  ไม่ต้องกลัวเรื่องรากเน่าหรอก  ห่วงแต่จะแล้งตายดีกว่า

ใช่ครับพี่ teerapan  :)  แต่เผอิญที่บ้านสวนเป็นดินเหนียว  >:(
ข้อดีของดินเหนียวคืออุ้มน้ำได้ดี ส่วนข้อเสียคือไม่ค่อยจะยอมให้น้ำซึมผ่านลงไปเบื้องล่าง
ปีแรกๆของบ้านสวน ไม่ว่าจะฝนตกแรงขนาดไหน แต่เมื่อขุดดินลงไปไม่ถึงฟุตกลับพบผืนดินที่แห้งผาก
แตกต่างกับผิวดินที่เฉอะแชะอย่างไม่น่าเชื่อ  :'(
เลยคิดว่าหากเราปลูกต้นไม้ให้มากๆ โอกาสที่น้ำจะซึมลงดินไปตามรากไม้คงมากขึ้น
จึงเป็นที่มาของการปลูกต้นไม้อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ปลูกทุกฤดูกาล ทั้งๆที่ต้องหิ้วน้ำรดอย่างเหน็ดเหนื่อย
ทุ่มเททรัพย์สินก็ไม่น้อย(ค่าต้นไม้) แต่กลับยังยิ้มได้เมื่อต้นไม้ที่ปลูกตายลง
บ้าไหมครับผม พี่น้อง  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ สิงหาคม 22, 2013, 03:21:32 PM
เรื่องดินโคนต้นจะทำให้เป็นแอ่ง หรือพูนให้สูงนั้นเป็นเรื่องที่สอนกันมานานแล้วว่าจะขึ้นกับสภาพอากาศ และสภาพดิน   แนวคิดเดียวกันนำไปใช้ในการทำแปลงปลูกผัก 2 ลักษณะคือ Sunken Bed Garden และ Raised Bed Garden  โดยเหตุผลเบื้องหลังทั้ง 2 วิธีเหมือนกันคือ ต้องการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของการปลูก  แต่เทคนิค Raised Bed จะใช้ในพื้นที่ที่มีฝนตกชุก พื้นที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง หรือดินมีคุณสมบัติการระบายน้ำไม่ดี (มีส่วนผสมของดินเหนียวมาก)   ส่วนเทคนิค Sunken Bed จะใช้ในพื้นที่ที่มีการระบายน้ำได้ดี  ปัญหาเรื่องการระบายน้ำจึงน้อยกว่าปัญหาเรื่องการดักน้ำลงในดิน  

เทคนิค Raised-bed จึงมีประโยชน์ถ้าดินมีส่วนผสมของดินเหนียวมาก และระบายน้ำไม่ดีเนื่องจากช่วยลดปัญหารากเน่า และโรคที่เกิดจากเชื้อราอีกหลายชนิด  ในทางยุโบที่มีหิมะตกการปลูกแบบพูนดินแบบนี้ยังช่วยให้หิมะที่ปกคลุมละลายได้เร็วในฤดูใบไม้ผลิ  ทำให้เกษตรกรที่ปลูกแบบนี้จะสามารถเริ่มเพาะปลูกได้เร็วกว่าการไม่พูนดินขึ้นมา  เรารับความรู้ทางการเกษตรมาจากชาวตะวันตกที่อยู่ในเขตหนาวจึงมันจะถูกสอนให้ทำแบบนี้เป็นหลัก

ส่วนเทคนิค Sunken-bed ช่วยปรับปรุงสภาพดินทรายที่มีการระบายน้ำดีเกินไปโดยการดักอินทรีย์วัตถุ (เช่น เศษใบไม้) และน้ำ run off ทำให้ดินมีความชื้นมากขึ้น

การใช้เทคนิค Raised-bed ในสภาพภูมิประเทศที่ร้อน และอากาศแห้ง จะสร้างความเสียหายได้มากกว่าการไม่พูนดินเนื่องจากจะทำให้ดินร้อนมากขึ้น และแห้งมากขึ้นจนเป็นอันตรายกับรากต้นไม้  โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่ร้อนจัดอย่างเช่นทะเลทราย  ส่วนการใช้เทคนิค Sunken Bed ในสภาพภูมิอากาศที่เย็นจะทำให้ดินอุ่นขึ้นช้าในฤดูใบไม้ผลิ  ทำให้เริ่มการเพาะปลูกได้ช้า  แถมความชื้นที่มากจนเกินไปยังจะทำรากขาดอากาศจนเน่าตายได้

โดยสรุป..เราต้องดูสภาพดินของเราก่อนว่าเป็นอย่างไร ก่อนจะตัดสินใจเลือกเทคนิคการปลูกว่าจะพูนดินที่โคนต้น หรือจะปลูกต้นไม้ในร่องต่ำกว่าระดับดินเติม

ส่วนดินที่เขาใส่ถุงขายจะมีทั้งชนิดที่เป็นดินล้วน (จะมีราคาแพงหน่อย) และดินที่ผสมอินทรีย์วัตถุ (เช่น ขุยมะพร้าว ใบไม้) ที่ยังย่อยสลายไม่หมดซึ่งจะมีราคาถูกกว่า  ดินพวกนี้เหมาะสำหรับการปลูกไม้ประดับในกระถางที่ไม่มีปัญหาการระบายน้ำ และอากาศ  แต่เมื่อเรานำเอาดินที่มีส่วนผสมของอินทรีย์วัตถุที่ยังย่อยสลายไม่หมดไปใส่ในดินชั้นล่างก้นหลุมรวมกับความชื้น  จะทำให้เกิดปัญหาการขาดไนโตรเจนเนื่องจากในขบวนการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุนั้นจุลินทรีย์จะต้องใช้น้ำ และไนโตรเจน  จึงเกิดอาการแย่งไนโตรเจนจากในดินจนเหลือไม่เพียงพอสำหรับพืช  และยังทำให้เกิดอุณหภูมิที่สูงในดินอีก  อาการของการขาดธาตุไนโตรเจนใบต้นไม้จะเหลือง (อาจดูเหมือนขาดน้ำ ทั้งๆ ที่มีความชื้นในดินเพียงพอ) และอาจจะเหี่ยวจนร่วงไปในที่สุด   ดังนั้นปัญหาที่คุณ nomadic_man เจออาจจะมีปัจจัยมาจากการใช้ดินผสมอินทรีย์วัตถุที่ยังย่อยสลายไม่สมบูรณ์  มากกว่าปัจจัยจากการไม่พูนดินที่โคนต้น   ในประเด็นนี้อาจจะต้องทดลองติดตามผลของต้นที่ปลูกโดยใช้ดินเดิม   และหากต้องการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้ใส่ที่บริเวณผิวดินเท่านั้น (ทำเป็นวัสดุคลุมดิน)  อย่าพยายามคลุกกับดินที่ใช้ปลูกต้นไม้

ส่วนการแก้ไขปัญหาดินเหนียวในระยะยาวนั้น สุดท้ายก็ต้องเพิ่มอินทรีย์วัตถุลงในดิน  มีปราชญ์หลายท่านสอนว่าให้เราขุดหลุมแล้วเอาอินทรีย์วัถตุไปผสมกับดินให้ทั่ว  รดน้ำ แล้วหมักทิ้งไว้ 2-3 สัปดาห์ก่อนที่จะนำต้นไม้ไปลงปลูก  วิธีนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาการแย่งไนโตรเจนจากขบวนการหมัก  เนื่องจากเราทิ้งระยะเวลาให้ขบวนการหมักได้ทำงานไปสักพัก  ก่อนที่จะนำพืชมาปลูก   ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะสั้นก็ลองใช้วิธี vertical mulch ดูก็ได้นะครับ  แต่เหนื่อยหน่อย และไม่เหมาะกับการปลูกจำนวนมากๆ  สนใจลองกลับไปอ่านดูที่ (น่าจะผ่านตามาแล้ว) http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=79810.256 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=79810.256)

สุดท้ายแล้วขอเสริมเรื่องความเชื่อที่ว่าถ้าดินเป็นดินเหนียวแล้วผสมทรายเข้าไปจะทำให้ดินระบายน้ำดีขึ้น  ในความเป็นจริงอาจจะ work และอาจจะทำให้เลวร้ายลงก็ได้  ในกรณีที่ทำแล้ว work มักจะเป็นการผสม 3 อย่างคือดินเหนียว ทราย และปุ๋ยหมัก  ซึ่งจะทำงานได้ดีตราบใดที่ยังมีอินทรีย์วัตถุเพียงพอ  เราจะต้องช่วยด้วยการปลูกพืชคลุมดินอย่างต่อเนื่อง  แต่ถ้าอินทรีย์วัตถุสลายหมดไป(โดยไม่มีการเติมเต็ม)จนเหลือแต่ทราย + ดินเหนียว  จะได้ผลคล้ายๆ การผสมทรายกับดินเหนียวตรงๆ  เราจะได้วัสดุที่เป็นคล้ายอิฐ หรือซิเมนต์ซึ่งใช้ในการก่อสร้างได้  ยิ่งได้รับแรงกดอันจากน้ำหนักของคน หรือเครื่องจักรแล้วจะแข็งแรงมาก  แต่ส่วนผสมแบบนี้ไม่ได้ช่วยในเรื่องการระบายน้ำ  แต่จะยิ่งแย่มากขึ้นคือจะเกิดเป็นชั้นแข็งคล้ายๆ ชั้นซิเมนต์ที่ยากต่อการชอนไชของรากพืช  กลายเป็นว่านอกจากจะระบายน้ำแย่ในฤดูฝนแล้ว  ยังแข็งจนรากพืชไม่สามารถเติบโตได้  ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดยังคงเป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุลงในดิน  วิธีการง่ายๆ คือการปลูกพืชที่มีรากลึก เช่น หญ้าแฝก ถั่วมะแฮะ เป็นต้น  เมื่อพืชตายลงรากที่อยู่ในดินจะกลายเป็นอินทรีย์วัตถุในดินเอง


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 22, 2013, 08:11:51 PM
อ้างถึง
ดังนั้นปัญหาที่คุณ nomadic_man เจออาจจะมีปัจจัยมาจากการใช้ดินผสมอินทรีย์วัตถุที่ยังย่อยสลายไม่สมบูรณ์  มากกว่าปัจจัยจากการไม่พูนดินที่โคนต้น   ในประเด็นนี้อาจจะต้องทดลองติดตามผลของต้นที่ปลูกโดยใช้ดินเดิม   และหากต้องการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้ใส่ที่บริเวณผิวดินเท่านั้น (ทำเป็นวัสดุคลุมดิน)  อย่าพยายามคลุกกับดินที่ใช้ปลูกต้นไม้

ใช่เลยครับพี่ เนื่องจากตอนนั้นใจร้อนรีบปลูกต้นไม้และอยากลองวิชา
ดินดำที่ผมกล่าวถึงจริงๆแล้วคือกองปุ๋ยหมักพืชสด+ขี้วัว ที่พี่คนสวนได้ทำไว้และผมของแบ่งมา
แล้วก็หลุมที่ขุดบริเวณหน้าผานั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นกระถางต้นไม้ที่ไม่เจาะรู เพราะมีหลุมนึงที่ขุดเพิ่ม
แล้วลองเทน้ำลงไปเต็มหลุม ปรากฏว่าหลายวันทีเดียวครับกว่าน้ำจะหายไป
สรุปก็คือ ต้นไม้ริมหน้าผาที่ตายลงน่าจะเกิดจาก
การขาดธาตุไนโตรเจนอย่างเฉียบพลัน + น้ำขังในหลุมปลูก ครับผม  :)

ปล.ขอบคุณมากครับที่แวะเข้ามาถ่ายทอดวิชา...  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 25, 2013, 11:26:20 AM
เมื่อวานตอนบ่ายไปหากับข้าวมา ตามประสาคนจน ไม่มีเงินซื้อกับข้าวกิน อิอิ  ;D ;D

(https://i.imgur.com/RADLR14.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 25, 2013, 12:00:21 PM
ว่าด้วยเรื่องเห็ดบ้านสวน

ชาวบ้านแถวนั้นเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ที่บ้านสวนเป็นโคกเห็ด หลังจากโดนเจ้าของเดิมปรับที่และแผ้วถางปลูกสัก ต้นไม้เต็งรังจึงถูกทำลาย เมื่อตอนซื้อที่ใหม่ๆ บังเอิญเหลือเต็งรังโตขึ้นมาใหม่เล็กน้อย และฝนนั้นผมเห็นเห็ดขึ้นหลายดอก สอบถามเธอบอกว่า เป็นเห็ดหน้ามุ่ย(หน้าดอกสีม่วงๆ) กินได้ ทีแรกคิดแค่ว่าจะปล่อยให้ต้นไม้เชื้อเห็ดเติบโต จะได้มีเห็ดกิน ปีนี้คิดขึ้นได้เราควรหาไม้เชื้อเห็ด มาปลูกเพิ่ม เพื่อที่เห็ดจะได้มีที่อยู่อาศัยมากขึ้น และออกมากขึ้น จึงเป็นที่มาของพื้นที่ทดลอง โซน 4 (ป่าเห็ดทดลอง) ครับผม  ;)


ต้นไม้เชื้อเห็ดโตขึ้นทีเดียว กับ 6 ปีที่ผ่านมา

(https://i.imgur.com/f5sUw4z.jpg)



เมื่อวานไปปลูกแฝกรอบหลุมเลี้ยงปลาเสริมกอที่ตาย เดินเล่นหาเห็ด เจอเกือบ 10 ดอก  :) ไม่เก็บมากิน ปล่อยไว้ก่อน(เลยไปหากินที่ป่าแทน  ;D )

(https://i.imgur.com/2BcMFi4.jpg)



สองดอก แถวนี้เรียกว่า "เห็ดแป้ง" ดอกสีขาว กินได้เช่นกัน  :)

(https://i.imgur.com/fvN8ePJ.jpg)

เมื่อต้นฤดูฝนปีนี้ ที่บ้านสวนมีเห็ดโคนออกเกือบ 20 ดอก ตื่นเต้นใหญ่เลย ในภาพคือที่เห็ดออก เห็นสายราขึ้นมา หากใช่สายราของเห็ดโคนจริง เฮใหญ่เลยเรา (จากการค้นคว้าที่ผ่านมาพบว่าไม่ใช่สายราของเห็ดโคนครับ)  ;D

(https://i.imgur.com/fCB7pQs.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 26, 2013, 06:36:44 AM
นี่เป็นต้นไม้ที่เริ่มปลูกด้วยวิธี "ไม่ฝืนธรรมชาติ" หนแรกทีเดียวขุดหลุมขนาดเท่าเดิมเพื่อพรวนดิน หลังจากนั้นก็นำหน้าดิน(จากพื้นที่ในสวนที่ดินเริ่มดีขึ้นหน่อย)มาผสม ทำเป็นโคนขนาดย่อม วันก่อนไปจัดการขุดเป็นร่องรอบๆโคนเพื่อให้เป็นพื้นที่เก็บน้ำ นำขี้ไก่ผสมแกลบคลุกลงไป แล้วนำเศษใบไม้ใบหญ้าจากการ  chop 'n drop คลุม จากนั้นก็นำกิ่งไม้ทับอีกที(กันไก่เพื่อนบ้านมาเขี่ย) จึงได้ออกมาเป็นรูปแบบนี้ ครับผม  ;)

(https://i.imgur.com/1wI0H1H.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: Numdoitung ที่ สิงหาคม 26, 2013, 09:47:46 AM
เยี่ยมค้าบเยี่ยมมมมมมมมม :-[ :-[ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: thongpan ที่ สิงหาคม 26, 2013, 10:07:51 AM
อ่านเพลินจนจบกระทู้เลยครับ มีความตั้งใจในการปลูกต้นไม้มากครับ จะติดตามดูต่อไปนะครับ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 26, 2013, 12:12:08 PM
สัปดาห์ที่แล้วไปตัดหญ้าแฝกรอบหลุมเลี้ยงปลา มีเศษหญ้าส่วนหนึ่งที่ตกลงไปในบ่อ ผ่านมาอีกสัปดาห์ไหงน้ำใสขึ้นได้ยังไงไม่รู้ ผู้รู้ช่วยตอบด้วยมีผลเสียต่อปลาในบ่อไหม  :( แต่เท่าที่สังเกตดูยังไม่มีปลาตายลอยขึ้นมา และถูกใจเธอเป็นอย่างยิ่ง(น้ำใส)  ;D ;D


ภาพแนวตั้งลองเปรียบเทียบกับสระน้ำที่ดินติดกันข้างล่าง ก่อนหน้านี้สัปดาห์ที่แล้วสีเดียวกัน ผ่านมาอีกสัปดาห์ เป็นอย่างที่เห็น งงเป็นอย่างยิ่ง  :o

(https://i.imgur.com/34DLpbe.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 27, 2013, 06:44:24 PM
ว่าด้วยเรื่อง "อีรอก"

ชื่อวิทยาศาสตร์ Amorphophallus spp., Arisaema spp. วงศ์ ARACEAE
แหล่งที่พบ พบตามป่าที่มีความชื้นสูง ประเภทไม้ เป็นไม้ล้มลุกข้ามปี

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น เป็นไม้ล้มลุกข้ามปี มีเหง้าใต้ดินลักษณะกลมผิวขรุขระมีรากโดยรอบ ในฤดูฝนจะมีก้านใบยาวเหนือดิน ลักษณะอวบน้ำไม่มีแกน กลม ขนาดเท่าหัวแม่มือ ยาว 50-120 ซม. มีลายสีเขียว น้ำตาลและดำทั้งแบบเป็นจุดพื้นจุดด่าง หรือแถบลายแตกต่างกันไป

ใบ มีก้านใบย่อยแตกออกจากปลายก้านใบ 2-3 ก้าน และมีใบประกอบ 10-120 ใบ ออกเป็นคู่รูปคล้ายหอก กว้าง 10-50 ซม. ยาว 15-25 ซม. ขอบใบเรียบ แผ่นใบเป็นคลื่นเล็กน้อยสีเขียวเข้ม หรือบางชนิด อาจมีจุดสีขาวกระจายทั่วไป มีหูใบติดกับก้านใบย่อย

ดอก มีก้านดอกยาวออกจากบริเวณเหง้า ลักษณะคล้ายก้านใบมีดอกอยู่ตรงปลายก้าน รูปดอกคล้าย ดอกหน้าวัว มีเกสรเป็นแท่งอยู่ตรงกลาง

ผล ลักษณะกลม ขนาด 0.5-1.0 ซม. สีเขียวเรียงติดกันเป็นแท่ง ความยาว 5-8 ซม. และมีกลีบเลี้ยงห่อด้านหลัง ผลเมื่อสุกมีสีส้มแดง

ส่วนที่ใช้บริโภค ก้านใบและก้านดอกย่อย

การขยายพันธุ์ เมล็ด

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ต้นฤดูฝน

การปรุงอาหาร ก้านใบและก้านดอกอ่อน ลอกเปลือกและนำไปแกงอ่อม

ลักษณะพิเศษ สรรพคุณทางยา หัวใช้พอกกัดฝีหนอง

ข้อควรระวัง ต้องปรุงให้สุกก่อนบริโภค

เอกสารอ้างอิง สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. 2542. ผักพื้นบ้านภาคอีสาน 302 หน้า.

ที่มา http://area-based.lpru.ac.th/veg/www/Native_veg/v456.htm (http://area-based.lpru.ac.th/veg/www/Native_veg/v456.htm)


ที่บ้านสวนเริ่มขยายพันธุ์อีรอกมาได้หลายปีแล้ว โดยเก็บเมล็ดมาจากป่าที่ไปหาเห็ด ต้นฝนปีนี้ออกดอกพอได้เก็บก้านมาแกงกิน ปีหน้ากะว่าหากมีเมล็ดจะแจกจ่ายแก่เพื่อนสมาชิกที่ต้องการ  ;) ;)

(https://i.imgur.com/eePQQcH.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 28, 2013, 09:10:32 PM
พื้นที่สีแดงของบ้านสวนค่อยๆถูกกระชับพื้นที่โดยสีเขียว เริ่มจากหญ้า วัชพืช แล้วก็ไม้พื้นถิ่นกับไม้ที่ปลูกเพิ่ม ผมคิดเอาเองว่าความชื้นที่ถูกเก็บสะสมในดินค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เพราะในปีแรกพื้นที่ปรับดินใหม่ แทบไม่มี พืชชนิดไหนขึ้นได้เลย ถึงเราจะไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ท้ายที่สุด หากสภาวะเหมาะสม ธรรมชาติจะค่อยๆเยียวยาตนเอง

ปล.ข้อสังเกต สงสัยคันดินกั้นน้ำที่กันน้ำเซาะดินพัง จะทำให้เกิด swale ขนาดย่อมๆ ในวันที่ฝนตกไม่แรง เพราะหญ้าค่อยๆลามมาจากทางคันดิน

(https://i.imgur.com/nmQh4bS.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 29, 2013, 06:24:56 AM
นี่เป็นพืชชนิดหัวอีกแบบหนึ่งที่ลองเอามาเพิ่มความหลากหลายให้บ้านสวน "กระเจียวป่า" พึ่งลงปีนี้โดยสั่งซื้อหัวมาจากเพื่อนสมาชิกในนี้เอง กำลังแตกใบใหม่

(https://i.imgur.com/zByhxTF.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 30, 2013, 06:56:16 AM
แถวบ้านเกิดผมเรียกต้น มันปลา ชื่อกลางเรียก กันเกรา ถือเป็นไม้ต่างถิ่น เนื่องจากแถวนี้ไม่พบเห็น เป็นไม้ดอกที่ผมชอบมากที่สุด ทำให้หวนคิดถึงวัยเด็กเมื่่อยามวิ่งเล่นกลางทุ่ง... "หอมกลิ่นมันปลา"  ;)



ปีนี้ออกดอกติดเมล็ด ลองเก็บเมล็ดแจกจ่ายเพื่อนสมาชิกดีไหมนะ  :)

(https://i.imgur.com/yiC8596.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 30, 2013, 08:31:26 PM
2 สัปดาห์ที่แล้วไปปลูกไผ่เลี้ยงที่ไซด์งานลับ  :-X มีเรื่องที่ไม่ค่อยพอใจนัก  >:( เนื่องจากซื้อกิ่งไผ่เลี้ยงมา 8 กิ่ง ซึ่งตอนไปซื้อตอนแรกได้ถามเจ้าของสวนว่า ทำไมมันดูเหมือนพึ่งชำยังไงไม่รู้ เจ้าของร้านจึงเดินเข้าไปหลังร้านแล้วนำออกมาให้ใหม่ 8 ถุงชำ ก็ดูสดชื่นดีอยู่ แต่พอวันมาปลูกจริงๆ พบว่ามีรากแค่ 2 ต้นเท่านั้น ที่เหลือ คือเหง้าที่พึ่งแยกและเสียบใส่แกลบเผาเฉยๆ เสียความรู้สึกมากทั้งๆที่เป็นร้านที่เราซื้อเป็นประจำ ไม่อยากโทษเจ้าของร้านเพราะเมื่อมีความต้องการซื้อเข้ามามาก เขาก็ต้องเร่งหาของมาขาย แต่อยากให้ผู้ที่ชำกิ่งขายมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นหน่อย อย่างน้อยก็ให้มีรากงอกออกมาบ้าง ค่อยจำหน่าย จึงมีเรื่องบ่นเล็กน้อย ครับผม


ถึงวันนี้ 8 ต้น น่าจะรอดแล้ว 4 ต้น ทีเหลือยังต้องลุ้นกันอีกมากว่าจะเป็นค่าประสบการณ์ความใจร้อน(รีบซื้อ รีบปลูก) ของเราไหม

(https://i.imgur.com/VT23YM6.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 4 ฝืนธรรมชาติ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ สิงหาคม 31, 2013, 08:51:52 PM
วันนี้ไปใส่ขี้ไก่แกลบให้ต้นไม้ครึ่งวัน เนื่องจากฟ้าครึ้มฝน จึงไม่พกกล้องไปด้วย เดินเล่นดูกอไผ่รวกหวานให้หายเซ็งเรื่องไผ่เลี้ยงเสียหน่อย อย่างน้อยปีนี้ก็แตกหน่อขึ้นมาจำนวนหนึ่ง กะว่าปีหน้าจะแยกขยายพันธุ์ต่อไป

(https://i.imgur.com/y2RtcXp.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 01, 2013, 09:16:46 AM
ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากเศษเสี้ยวประสบการณ์รวมกับความคิดเพ้อเจ้อ  ;D ;D  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน  ;)

แม้ที่ที่เด็กหนุ่มอาศัยอยู่จะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆในหุบเขา แม้เส้นทางเชื่อมต่อกับโลกภายนอกจะยากลำบากสักเพียงไร ถึงกระนั้นก็ตามเมื่อถึงฤดูร้อน จะมีคาราวานพ่อค้าเร่นำสินค้าเข้ามาแลกเปลี่ยนอยู่ทุกๆปี เนื่องจากมีบางสิ่งที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเหนื่อยยาก “มาจากดินแดนสุดขอบฟ้า” นี่คือคำกล่าวของเหล่าพ่อค้าเร่ตอนเสนอขายสิ่งๆนั้น  

แม้ขอบฟ้าของหมู่บ้านจะไม่กว้างไกลเกินกว่าทิวเขาที่รายล้อม แต่บรรดาพ่อค้าเร่มักกล่าวเสมอว่าที่นี่คือ “ดินแดนสุดขอบฟ้า” ไม่มีใครใส่ใจมากนักกับเรื่องนี้ เพราะจะเป็นที่ไหนก็ตามแต่ขอแค่มีข้าวปลาอาหารกินอิ่มท้อง มีความสุขตามอัตภาพไปวันๆก็เพียงพอแล้วสำหรับพวกชาวบ้าน

“เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด มันจะเป็นดินแดนสุดขอบฟ้าได้อย่างไร” เด็กหนุ่มยืนยันความคิดของเขากับผู้คน และเช่นเคยไม่มีใครใส่ใจมากนักกับเรื่องนี้  จนวันหนึ่งในฤดูร้อนเขาได้ตัดสินใจแล้วพูดกับพ่อว่า “ผมจะออกเดินทางไปดินแดนสุดขอบฟ้า” เมื่อได้ยินเด็กหนุ่มกล่าวขึ้น พ่อของเขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากไปกว่า “ผมจะออกไปเดินเล่นนะพ่อ” เด็กหนุ่มจึงเริ่มเก็บขาวของลงเป้สัมภาระ

พ่อของเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใช้สองมือตบไปมาบริเวณต้นขา สายตามองไปนอกหน้าต่าง “วันนี้อากาศดีทีเดียวเชียว” พร้อมกับเดินออกนอกบ้านเพื่อทำอะไรบางอย่าง เมื่อเด็กหนุ่มก้าวพ้นเขตรั้วเขาได้หันกลับมามอง สิ่งที่คาดหวังอาจไม่ใช่สิ่งที่เห็น เพราะพ่อทำเพียงลงมือปลูกต้นไม้ที่หน้าบ้าน ไม่มีท่าทีอื่นใดตามมา

หลายปีที่เด็กหนุ่มร่อนเร่พเนจรไปกับคาราวานพ่อค้าเร่ ขบวนแล้วขบวนเล่า เพียงเพื่อจะได้เรียนรู้ว่ายังมี “ดินแดนสุดขอบฟ้า” อยู่อีกมากมายสำหรับพ่อค้าเร่ ผ่านมาอีกหลายปีจากเด็กหนุ่มกลายเป็นชายหนุ่ม เมื่อ “ดินแดนสุดขอบฟ้า” สำหรับเขากับพ่อค้าเร่ไม่ใช่ความหมายเดียวกัน เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางตามลำพัง “หากเจอดินแดนสุดขอบฟ้าก็ส่งข่าวมาบ้างนะ” เสียงร่ำลาจากบรรดาพ่อค้าขบวนสุดท้ายที่เขาร่วมทางด้วย

“จบแล้วเหรอ” ผมเอ่ยถามเด็กน้อยช่างเจรจาหลังจากเรื่องเล่าขาดช่วงไปนาน
“พี่ซื้อพวงกุญแจเมล็ดมะค่าก่อนสิ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังต่อ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไร ก็มีน้ำเสียงเชิงตำหนิดังขึ้นก่อนจากผู้ที่เป็นพ่อ “อย่าพูดอย่างนั้นลูก เอ็งจะไปบังคับพี่เขาซื้อได้อย่างไร อีกอย่างพ่อยังไม่เคยเล่าตอนต่อจากนี้ให้ฟัง แล้วเอ็งจะเอาอะไรไปเล่า หา” คำสุดท้ายเขากล่าวลากยาวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“โธ่ พ่อ ตัดทางหากินของผมหมดแล้ว” เด็กน้อยกล่าวเสียงอ่อย จากนั้นเราทั้งสามคนก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน

หลายปีให้หลังผมหวนคิดถึงเหตุการณ์คราวนั้น สุดสัปดาห์หนึ่งปลายฤดูหนาวผมออกเดินทางเพียงลำพังโดยมอเตอร์ไซด์ ระหว่างทางเห็นป้ายบอกว่ามีน้ำตกและต้นมะค่ายักษ์อายุหลายร้อยปี ผมจึงแวะพักที่นั่น ทำให้เจอพ่อลูกคู่หนึ่งขายพวงกุญแจที่ระลึกจากเมล็ดมะค่าแก่นักท่องเที่ยว “พี่ชายๆ สนใจฟังตำนานเรื่องเล่าของมะค่ายักษ์ต้นนี้ไหม” เสียงเด็กน้อยกล่าวกับผม “ลองเล่าให้ฟังหน่อยสิ” อย่างน้อยระหว่างพักเหนื่อยก็มีเรื่องฟังฆ่าเวลา ผมคิด

“อยากฟังเรื่องต่อจากนี้ไหมล่ะ ไอ้หนุ่ม พ่อของเด็กน้อยพูดขึ้นพร้อมขยิบตาให้ผม “ครับ” ถึงจะไม่เข้าใจความหมายของสัญญาณแต่ผมก็ยังตอบออกไปเช่นนั้น

แล้วชายหนุ่มก็เดินทางข้ามผ่านแม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร หลายดินแดนหลายผู้คนต่างถิ่นหลากวัฒนธรรม เดินทางผ่านความแห้งแล้งของทะเลทราย อันตรายบนทิวเขาสูงเสียดฟ้า โรคภัยในป่าที่มีแต่ความชื้นและมืดทึบ ถึงกระนั้นก็ตามเขาคิดว่ายังไม่พบเจอ “ดินแดนสุดขอบฟ้า” ที่ค้นหา เดินทางจนแทบจะลืมความมุ่งหมายของการเดินทาง เมื่อมีคนถามเขาตอบแต่เพียงว่า “จะไปทางนั้น” และ “มาจากทางนี้” จนกระทั่งบ่ายคล้อยวันหนึ่งของต้นฤดูร้อน เมื่อข้ามลำห้วยเล็กๆมาแล้ว ภาพเบื้องหน้าทำให้เขารู้สึกบางอย่าง มันเป็นภาพของยอดเขาที่ชายหนุ่มเคยปีนเล่นนับครั้งไม่ถ้วนในวัยเด็ก

เมื่อเขามาถึงหน้าบ้านซึ่งตอนนี้มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่ตรงนั้น กับชายผู้หนึ่งซึ่งล่วงเลยวัยฉกรรจ์ กำลังสำรวจสวนครัวข้างๆร่มไม้นั้น “สุดขอบฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เสียงเอ่ยถามทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นจากแปลงผักและสองมือกำลังถอนวัชพืช
“ร้อนจัง” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับเหวี่ยงเป้สัมภาระลงที่แคร่ใต้ร่มไม้ ใช้กระบวยตักน้ำจากโอ่งดินเผาดื่มอย่างกระหาย และนั่งมองดูพ่อของเขาถอนวัชพืชออกจากแปลงผักอย่างเงียบๆ

“จบแค่นี้เหรอพ่อ” เสียงเด็กน้อยเหมือนไม่ค่อยพอใจนักเมื่อพ่อของเขาหยุดเรื่องเล่าลงเพียงเท่านี้ “เออซิว่ะ ก็ปู่ของเอ็งเล่าให้ข้าฟังเท่านี้เอง” เขากล่าวขึ้นพร้อมขยิบตาให้ผมอีกครั้ง คราวนี้ผมขยิบตาตอบอย่างเป็นอันรู้กัน “มะค่ายักษ์ต้นนี้มีอายุหลายร้อยปีแล้ว ถูกปลูกขึ้นโดยชายคนหนึ่ง ในฤดูร้อนวันที่ลูกชายกล่าวกับเขาว่า “ผมจะออกเดินทางไปดินแดนสุดขอบฟ้า” ” พ่อของเด็กน้อยกล่าวทิ้งท้าย

พวงกุญแจเมล็ดมะค่าที่ผมซื้อไว้ในคราวนั้นหายไปไหนก็ไม่รู้ แต่ทุกคราวเมื่อเห็นอันที่คล้ายกัน มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า เมื่อกล่าวถึงขอบฟ้าแล้ว ผู้คนต่างมีเรื่องเล่าและตำนานมากมายเกี่ยวกับมัน เป็นสถานที่สุดขอบโลก มีสัตว์ประหลาดน่ากลัวอาศัยอยู่ แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติล้ำค่า ทั้งที่จริงขอบฟ้าเป็นเพียงเส้นบางๆที่แบ่งระหว่างพื้นดินกับท้องฟ้า และทุกพื้นที่บนผืนโลกก็สามารถเป็นขอบฟ้าได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะสังเกตการณ์ ณ แห่งใด แต่ถึงกระนั้นก็ตามจวบจนทุกวันนี้ ยังมีเหล่านักเดินทางมากมาย เฝ้าค้นหาออกเดินทางเพื่อที่จะไปให้ถึงสุดขอบฟ้า เฉกเช่นชายหนุ่มผู้นั้น


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 02, 2013, 06:33:56 AM
พื้นที่โซน 3 เริ่มรกอีกแล้ว  ;D สัปดาห์หน้าลาพักร้อน ต้องไปตัดหญ้าเสียหน่อย  :)

(https://i.imgur.com/fHbQTvm.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 02, 2013, 09:56:32 PM
ต้นไม้รุ่นแรกๆที่ปลูกที่บ้านสวน ต้นดอกจานกับต้นหว้า เนื่องจากความทรงจำในวัยเด็กท่ามกลางท้องทุ่งหน้าแล้งแห่งแดนอีสาน จะมีต้นไม้สามชนิดนี้อยู่เสมอ
หอมกลิ่นดอกมันปลาเอามาร้อยพวงมาลัยวันสงกรานต์ สีแดงดอกจานเก็บมาดูดกินน้ำหวาน และปีนต้นหว้า เล่นไล่จับ(กิ่งหว้าเหนียวมาก ไม่หักง่ายๆ)และเก็บลูกหว้าต้นที่อร่อยๆ กิน


ต้นหว้าไม่ค่อยจะงามนักเนื่องจากอยู่ใกล้ต้นประดู่ป่าที่หากินเก่งกว่า ส่วนต้นจานเป็นพืชตระกูลถั่วอยู่ที่ไหนก็งามได้ เสมือนคนที่มีต้นทุนเริ่มต้นดี ทำอะไรก็สำเร็จโดยเร็ว  ;D

(https://i.imgur.com/zLE0RQv.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: tumtump ที่ กันยายน 03, 2013, 12:10:00 AM
แวะมาเยี่ยมบ้านสวนของคนปลูกต้นไม้แห่งดาวโลกครับ  ช่วงนี้ผมเดินทางมากไปหน่อยไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาอ่านหาความรู้เพิ่มเติมจากบ้านสมาชิกท่านอื่นๆ เผลอหน่อยเดียวมาห้าหกหน้าแล้ว  ยังไงจะคอยติดตามต่อไปครับ   ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 03, 2013, 08:28:01 AM
แวะมาเยี่ยมบ้านสวนของคนปลูกต้นไม้แห่งดาวโลกครับ  ช่วงนี้ผมเดินทางมากไปหน่อยไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาอ่านหาความรู้เพิ่มเติมจากบ้านสมาชิกท่านอื่นๆ เผลอหน่อยเดียวมาห้าหกหน้าแล้ว  ยังไงจะคอยติดตามต่อไปครับ   ;)

ครับผม  ;)
อยากมีที่เยอะๆแบบพี่จัง จะได้ปลูกป่าคืนกลับสู่โลกนี้ให้เยอะๆ
แต่คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า แค่นี้ก็ยังไม่รู้เลย ต้นไม้ที่ปลูกเหลือรอดถึง 100 ต้นไหม  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 03, 2013, 08:16:36 PM
เย็นนี้ไม่ไปสวน เพราะต้องไปหากับข้าวแลงตามประสาคนจน  ;D


โชคดีได้พอแกง พอแจ่ว

(https://i.imgur.com/v7w94FC.jpg)



ดีใจขนาด ผู้รอกินเนี่ย

(https://i.imgur.com/GeC5kOX.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ กันยายน 04, 2013, 12:27:15 AM
โห สวนนี้มีแต่เห็ดครับ  :-[ :-[ :-[ :-[ น่ากินมาก ปักหมุดไว้ก่อนว่างๆ จะขอเข้าชมสวนบ่อยๆนะครับ  ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 04, 2013, 11:33:47 AM
โห สวนนี้มีแต่เห็ดครับ  :-[ :-[ :-[ :-[ น่ากินมาก ปักหมุดไว้ก่อนว่างๆ จะขอเข้าชมสวนบ่อยๆนะครับ  ;) ;) ;)

ขอบคุณครับที่แวะมาบ่อยๆ  ;)

ว่าด้วยเรื่อง "อาหารจากธรรมชาติ" ตอนที่ 1


ภูมิลำเนาเดิมแม่ผมเป็นอำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งกลางทุ่งกุลาร้องไห้ แม่สู้ชีวิตจนได้เข้ามาเป็นลูกจ้างอยู่ในตัวจังหวัดร่วมกับพ่อ ท่านทั้งสองคนบากบั่นจนเก็บเงินสร้างบ้าน ซึ่งที่ดินบ้านเกิดผมมีพื้นที่ไม่ถึง 100 ตรว. ทำให้แม่จะคอยย้ำเสมอให้ผมใส่ใจกับการเรียน เพราะไม่ได้มีกองเงินกองทองหนุนอยู่ แน่นอน ผมในวัยเด็กหาได้ใส่ใจไม่ ผลการเรียนอยู่ในกลุ่มกลางห้องเสมอมา  >:(

ในตอนปิดเทอมแต่ละครั้ง แม่จะชอบส่งผมไปอยู่กับยายและบรรดาญาติที่บ้านนอก ทำให้ผมกลายเป็นปลาสองน้ำ เรียนรู้วิถีชีวิตทั้งเด็กในเมือง กับเด็กบ้านนอกควบคู่กันไป ท้องทุ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้วต่างจากปัจจุบันอย่างจำภาพไม่ได้ เครื่องจักรแทบไม่มี แรงงานที่สำคัญคือคนกับควาย

อาหารการกินในตอนนั้นยังมีอย่างอุดมสมบูรณ์ หากต้องไปนา ชาวบ้านเพียงนึ่งข้าวเหนียวติดตัวไปกับปลาร้า ที่เหลือไปหาเอาข้างทาง แม้แต่น้ำดื่มยังไปขุดบ่อซึมเอาข้างสระที่ปลายนา ผมในวัยเด็กจึงมักจะได้เปิบพิสดารอยู่เสมอ ตั้งแต่ กิ้งก่า แย้ นก หนู แมลงต่างๆ งู กระทั่งตุ๊กแก  >:(  รวมถึงพืชผักป่าต่างๆตามฤดูกาล

มีอยู่หนหนึ่งที่ผมจำติดตามาจนกระทั่งปัจจุบัน ผมกับกลุ่มเพื่อนๆจะวิ่งนำหน้าผู้ใหญ่ตอนขากลับ เมื่อถึงป่าโคกเห็ด พวกเราจะหากันอย่างสนุกสนาน ซึ่งไม่ค่อยได้นัก พอลุงเดินมาถึง แกบอกว่า "มานี่ๆ จะเสกเห็ดมาให้ดู" ไม่พูดเปล่าแล้วแกก็เดินเข้าไปในพุ่มไม้  เข้าพุ่มไหนก็ช่างจะมีเห็ดติดมือออกมาตลอด จนผมเชื่อเป็นจริงจังว่าแกมีมนต์เรียกเห็ด  ;D

พอพ้น ป.6 ผมก็ไม่ค่อยได้ไปบ้านยายในช่วงปิดเทอมอีก ไม่ได้ไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกเลย...ผมชื่นชอบอาหารจากธรรมชาติเป็นอย่างมาก รวมกับชอบการเดินป่าเป็นการส่วนตัว จึงเป็นที่มาของการเดินป่าหาเห็ด หาหน่อไม้ กิน ตามประสาคนจน ครับผม


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 04, 2013, 08:45:35 PM
ว่าด้วยเรื่อง "อาหารจากธรรมชาติ" ตอนที่ 2

ที่บ้านเกิดของผมไม่มีภูเขา ครั้งแรกที่มาสมัครงานที่นี่ทำให้ผมตื่นตะลึง เพราะเป็นเมืองที่มีภูเขาล้อมรอบ อย่างที่เคยบอกไว้ ผมเคยมีความฝันว่าอยากมีบ้านเชิงเขา เมื่อเห็นภูเขาทีไรให้ความรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ก็มีความคิดว่าอยากไปให้ถึงยอดเขาทุกลูกในแถบนี้ ช่วงแรกๆก็ติดตามรุ่นพี่ไปล่ากล้วยไม้ป่า ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ได้กล้วยไม้มาไม่มากเพราะไม่ได้สนใจ แค่อยากไปเดินป่าเล่นเฉยๆทำให้สนิทกับพี่คนหนึ่ง ซึ่งต่อมาเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาหากินต่างๆให้ผมเอง

หน้าหนาว หาปูหิน งมหอยแก่ง หน้าร้อนล่ากล้วยไม้ หน้าฝน เข้าป่า หาเห็ด หาหน่อไม้ นี่คือตารางกิจกรรมของวัดหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงหลายปีแรก
เมื่อเข้าป่าหาเห็ดปีแรกๆ ผมเดินตามหลังรุ่่นพี่แบบเงาตามตัว เนื่องด้วยกลัวหลง "คืบก็ป่า ศอกก็ป่า" คำนี้หากใครเคยเดินป่าจะเข้าใจ เห็ดที่เก็บได้ปีแรกๆ จะเป็นแบบที่รุ่นพี่บอกให้เก็บ เมื่อเห็นแกเก็บเห็ดได้ราวกับมีมนต์ มันทำให้ผมคิดถึงลุงในตอนนั้น จริงๆแล้วลุงและรุ่นพี่ไม่ได้มีมนต์ แต่พวกเขามีสิ่งที่เหมือนกันคือ ความเข้าใจในธรรมชาติ

"ก็จำเอาสิ" รุ่นพี่บอกผม เมื่อผมถามว่าจะรู้ได้อย่างไรเห็ดไหนกินได้ และเกิดที่ไหน เห็ดโคนจะออกเป็นสาย ให้หาแถวๆกอคายที่มีจอมปลวกอยู่ใกล้ๆ
เห็นไคจะออกที่เดิมๆ เห็ดละโงกก็ออกที่เดิมๆ เห็นผึ้งจะออกกับต้นไม้แบบนี้ จำไว้ เห็ดเครื่องก็ออกกับต้นไม้แบบนั้น เห็ดข่ากินได้ แต่แถวนี้เขาไม่กินกัน

ผมก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องเห็ดมาก่อน (ตอนเด็กเมื่อนานมาแล้วรู้จักแต่เห็ดโคน เห็ดละโงกกับเห็ดไค) มาอาศัยเรียนรู้เอาทีละหน่อย ข้อสำคัญคือ "อันไหนไม่เคยกิน อย่าเก็บมา" พี่สอนไว้ โชคดีที่แม่ยายรู้เรื่องนี้พอสมควร หากชนิดไหนไม่แน่ใจผมจะแยกเก็บแล้วเอามาถามแม่ยายที่บ้าน อันไหนกินได้ไม่ได้ก็ต้องจำไว้

หลายปีให้หลังเริ่มฉายเดี่ยวได้ จากเคยหาแบบเป็นเงาตามตัวก็ไปด้วยกันแต่แยกกันหา เช่นเคย รุ่นพี่มักจะได้เยอะกว่าเสมอ ทั้งๆที่เดินใกล้ๆกัน ราวกับว่ามีที่หาของแต่ละคน ป่าที่หากว้างระดับหนึ่ง เป็นป่าอนุรักษ์ของวัดป่า เรื่องสารเคมีที่เป็นพิษจึงแน่ใจได้ระดับหนึ่งว่าไม่มี ก่อนหน้านี้ปีแรกๆ คนหาอยู่ไม่กี่คน ปัจจุบัน 3-4 หมู่บ้านรอบข้าง ต้องมาหากินที่นี่หมดแล้ว การแข่งขันจึงสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

หากทุกคนหาแค่พอกินก็ยังเพียงพอสำหรับทุกคน แต่ตอนนี้มีทั้งคนที่หากินหาขาย มันก็เลยดูเหมือนเห็ดที่ได้แต่ละครั้งน้อยลงเรื่อยๆ (ทั้งที่จริงผมว่าเห็ดออกเยอะขึ้นแต่คนหาเยอะขึ้นด้วย)

หาเห็ดบางทีก็เป็นเรื่องของโชค ของโอกาส ของการกะเวลาที่เหมาะสม ของการอ่านฟ้าอ่านอากาศของแต่ละคน และที่สำคัญ เป็นเรื่องของความมุ่งมั่นและแรงใจ เพราะหลายต่อหลายครั้งที่เราเหน็ดเหนื่อยและท้อถอย เมื่อเห็นเขาหาออกมาก่อนแล้วเต็มถุงเต็มตะกร้า แต่เราก็ต้องลองเสี่ยงหาที่เก่าที่เขาหาไปแล้ว และยอมเดินไกลขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาส อย่างน้อย "สี่ส้าห้าดอกพอได้ให้เด็กหญิงกิน" แค่นี้ก็มีแรงใจที่จะก้าวต่อแล้ว ครับผม  ;)



หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 05, 2013, 10:42:28 AM
ว่าด้วยเรื่อง "อาหารจากธรรมชาติ" บทแทรก
ภาพชุดนี้ถ่ายเก็บไว้เมื่อ 3 ปีก่อน เป็นการเดินป่าหาผักหวาน แต่ก็ไม่ได้มากนัก เนื่องจากเจ้าถิ่นเก็บไปหมดแล้วตั้งแต่เช้า จึงเป็นการปีนเขาเล่นเดินชมธรรมชาติมากกว่า  ;D ;D



ยอดผาข้างบนคือเป้าหมายของเราในวันนั้น

(https://i.imgur.com/LVwoz9o.jpg)



ไม้ดอกสีขาวส่งกลิ่นหอมที่พบข้างบน ไม่แน่ใจว่าเป็น "พุดผา" หรือเปล่า

(https://i.imgur.com/nm7Slbx.jpg)



แล้วก็ขึ้นมาถึงจนได้ พักกันหลายยกทีเดียว

(https://i.imgur.com/AWrj2tl.jpg)



ทหารไม่ทราบสังกัดจับนักท่องเที่ยวเป็นตัวประกัน เรียกร้องให้เปิดเสรีการค้าขายผักหวานป่า  ;D ;D

(https://i.imgur.com/JreZHrw.jpg)



แอ๊คท่ากันแบบจัดเต็มเชียว  ;D

(https://i.imgur.com/5bV7t8P.jpg)


ทหารป่ากำลังหาอารหารให้นักท่องเที่ยว ปีนต้นผักหวานป่าที่ชาวบ้านแถบนั้นฟันยอดไว้

(https://i.imgur.com/2xUVNFK.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 05, 2013, 03:11:21 PM
ว่าด้วยเรื่อง "อาหารจากธรรมชาติ" บทส่งท้าย : การล่มสลายของพื้นที่ลุ่มน้ำ

ก่อนหน้าผมจะมาอยู่ที่นี่ อาหารการกินแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาได้เอง ส่วนใหญ่จะมาจากการซื้อ 8 ปีที่ผ่านมากับความเปลี่ยนแปลงทำให้ผมรู้สึกเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูกกับพื้นที่ป่าที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งไม่อาจกล่าวได้ว่า เป็นความผิดของใคร "ขาดการบริหารจัดการที่ดีและไม่สามารถมองเห็นภาพองค์รวม" ผมให้นิยามคำจำกัดความกับตนเองอย่างนี้

อำเภอเล็กๆแห่งนี้มีพื้นที่ราบเพียงน้อยนิด และที่เหลือยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำหลายสาย กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติ จากกระแสทุนนิยมอันเชี่ยวกรากที่ยากจะต้านทาน ที่เข้ามาพร้อมกับคำว่า "การพัฒนาและความเจริญ" "ปูหิน" และ "หอยแก่ง" เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ต้องบุกป่าฝ่าดงขึ้นไปทางต้นน้ำเพียงเพื่อที่จะไปพบว่า กำลังกลายเป็นพื้นที่เพาะปลูก "ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์" พืชเศรษฐกิจที่ส่งเสริมกันนักหนาจากภาครัฐ


ปูหินกับที่อยู่อาศัยตามแก่งหินของลำน้ำ (ภาพประกอบจาก internet) วิธีหาคือใช้ของคาวเช่น โครงไก่ เนื้อ เป็นต้น แล้วสับเหยื่อล่อให้เป็นชิ้นพอประมาณ จากนั้น ใช้ไม้ไผ่ผ่าปลายเล็กน้อยลักษณะเหมือนไม้ปิ้งไก่ แต่ความยาวของไม้ 50 - 100 ซม. โดยประมาณ หนีบไว้บริเวณปลายไม้ แหย่ลงไปบริเวณโขดหินตามแก่ง เมื่อเห็นไม้ขยับคล้ายไปมา แสดงว่าปูหินกำลังมากินเหยื่อ ให้ค่อยๆย่องเข้าไป จากนั้นใช้มือล้วงเข้าไปจับตัวออกมา ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความชำนาญอย่างยิ่ง พรานจริงๆใช้โครงไก่ 2-3 โครง สามารถหาปูหินได้เป็นกระสอบโดยที่ยังนำโครงไก่มาทำกับแกล้มได้อีก อะไรจะเทพปานนั้น  >:(

(https://i.imgur.com/rMjMqm6.jpg)




เมื่อหน่วยงานต่างๆของรัฐทำตัวคล้ายเสือกระดาษ พื้นที่ป่าจึงถูกบุกเบิกเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง รวมกับเริ่มมีนายทุนมาจับจองซื้อพื้นที่เพื่อปลูกยางพารา เมื่อชาวบ้านขายไร่ข้าวโพดเก่าให้แล้วไปบุกเบิกใหม่เรื่อยๆ โดยไม่มีใครหรือหน่วยงานใดจะมาติดตามเรื่องนี้ เราจะกล่าวโทษใครได้เล่ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อกลิ่นของความเจริญ มันช่างหอมยั่วยวนเสียจริง...

หลายปีมาแล้วผมเคยร่วมโครงการ "นักสืบสายน้ำ" ระดับเยาวชนของชุมชน ผมคิดว่าเป็นโครงการที่ดีมากที่จะปลูกฝังให้ เยาวชนเรียนรู้และเข้าใจในพื้นที่ลุ่มน้ำ น่าเสียดายที่ไม่มีใครสานต่อ ผมเองเป็นเพียงแขนงย่อยเล็กๆในโครงการเท่านี้น ไม่มี แรงผลักดันที่จะทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่ตอนนั้นคิดไปเองว่า หากโครงการนี้ยังอยู่ถึงเราจะเปลี่ยนกระแสสังคมของคนรุ่นใหญ่ไม่ได้ แต่หากเราเริ่มสร้างจากระดับ เยาวชน อย่างน้อย พอพวกเขาโตขึ้น สิ่งเล็กๆที่พวกเขาได้รับอาจทำให้ช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมคนลุ่มน้ำแห่งนี้ไปในทางที่ดีขึ้นได้

เมื่อพื้นที่ต้นน้ำถูกบุกรุกแผ้วถางมากขึ้น ทำให้ป่าซับน้ำน้อยลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผลที่ตามมาคือ "ความแห้งแล้งและน้ำท่วม" เมื่อน้ำมาเร็วไปเร็ว ปัญหาแห้งแล้งและน้ำท่วมจึงเกิดขึ้นทุกๆปี ทั้งที่จริงผมเลยลองค้นข้อมูลของปริมาณเฉลี่ยของน้ำฝน 10 ปีย้อนหลัง ของแถบนี้พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แสดงว่าปัญหาที่เกิดไม่ได้มาจากปริมาณน้ำฝนแต่มาจากพื้นที่ซับน้ำที่หายไป

กล่าวถึงพื้นที่ปลายน้ำก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน คือน้ำที่มาไวไปไว คาดการณ์ไม่ได้ มักจะหลากท่วมทุ่งนาของชาว "บ้านใต้" อยู่เสมอ ทำให้บางปีแทบจะไม่มีข้าวกิน เมื่อเกิดขึ้นบ่อยๆ ทุกฝ่ายจึงแก้ปัญหาโดย ตัดทำลายกอไผ่โบราณบริเวณริมตลิ่งเกือบจะตลอดแนวของลำน้ำ ซึ่งผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า "ท่านทั้งหลายเอาอะไรคิดกันเนี่ย"


หอยแก่ง(ภาพประกอบจาก internet) อาศัยบริเวณคล้ายๆกัน แต่หากมีเวิ้งน้ำพื้นเป็นดินทราย จะพบเห็นจำนวนมาก วิธีหาคือ งม มือไปตามพื้นหินพื้นทราย เมื่อเจอตัวก็จับขึ้นมา หากพบบริเวณ "เทอะ" คือพื้นที่ที่เศษใบไม้ทับถม กันอยู่ในลำน้ำ อาจหาได้เป็นจำนวนมากโดยที่ไม่ต้องเคลื่อยย้ายบ่อยๆ พรานจริงๆจะออกล่าตอนกลางคืนแล้วเอาไฟส่องหา เขาบอกว่ากลางคืนมันจะไต่ขึ้นมาตามริมตลิ่งให้จับโดยง่าย เท็จจริงเช่นไรไม่ทราบเพราะผมเคยหาแต่ตอนกลางวัน

(https://i.imgur.com/F55pREz.jpg)



กอไผ่ที่ริมน้ำอยู่มาอาจเป็นหลายชั่วอายุคน กลับถูกทำลายลงโดยง่ายด้วยความคิดสั้นๆที่ว่า "จะทำให้น้ำที่ไหลมาไหลจากไปเร็วขึ้น" ของกลุ่มคนหรือหน่วยงาน โดยผมไม่แน่ใจว่าได้ทำประชามติก่อนหรือไม่ หรือเพียงคิดเข้าข้างตนเองพร้อมหากินกับการรับเหมาควบคู่กันไปด้วย "ตลิ่งจะค่อยๆถูกทำลาย พื้นที่โดยรอบจะค่อยๆแห้งแล้งขึ้น กุ้งหอยปูปลาที่เคยหากินก็จะหายากขึ้นเรื่อยๆ" ผมแค่ลองคิดภาพไปเอง ภาวนาไม่อยากให้เกิดขึ้นจริงเลย...
จึงเป็นที่มาของคำนิยามสำหรับตัวเองของผม "ขาดการบริหารจัดการที่ดีและไม่สามารถมองเห็นภาพองค์รวม"

ส่งท้ายสำหรับบทนี้ ผมยังเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า คนเราควรจะพัฒนา แต่ต้องพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ให้สมกับเกิดมาแล้วเรียกตนเองว่า

"คน"

โครงการนักสืบสายน้ำยังเป็นความฝันอันหนึ่งสำหรับผม
หากยังมีโอกาสเบื้ัองหน้าหรือมีพื้นที่ให้ทดลอง
ผมจะคว้าโอกาสนั้น มาให้ได้...


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 06, 2013, 10:22:20 AM
ว่าด้วยเรื่อง "บ้านเหนือบ้านใต้"

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดูเหมือนว่าเราจะไม่สามารถแยกผู้คนออกจากแหล่งน้ำได้ ขนาดว่าคุณ จิต ภูมิศักดิ์ ถึงกับเคยเสนอแนวคิดหนึ่งเกี่ยวกับคำว่า "เซียม" หรือ "สยาม" มาจากคำว่า "ซำ" ซึ่งหมายถึงผู้คนที่อาศัยอยู่กับซำน้ำ ถูกผิดยังไงไม่ทราบ ขอให้ผู้ใฝ่รู้ค้นคว้ากันต่อไป  ;D

ชนชาวไทยนับแต่โบราณไม่สามารถแยกตัวออกจากสายน้ำได้ การตั้งชุมชนแต่ละแห่งจะต้องอาศัยแหล่งน้ำเป็นหลัก เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ในแม่น้ำหรือลำน้ำเดียวกัน มักจะมีชุมชนตั้งอยู่ห่างกันไม่มาก บ้านที่อยู่ทางปลายน้ำมักจะเรียกบ้่านที่อยู่ทางต้นน้ำว่า "บ้านเหนือ" เช่นกันกับชุมชนทางต้นน้ำจะเรียกบ้านทางปลายน้ำว่า "บ้านใต้" จึงเป็นที่มาของคำว่า "บ้านเหนือ บ้านใต้" อย่างที่เราจะพบเห็นได้เกือบทั่วไป ครับผม  ;)


ตลอดระยะทาง 30 กิโลเมตรจากตัวอำเภอ หมู่บ้านแถวนี้จะถูกแทนด้วยคำเรียกว่า "บ้านใต้" นี่เป็น "บ้านใต้" บ้านสุดท้ายของลำน้ำ ทั้งที่อยู่ทางทิศเหนือสุดของอำเภอ เพราะลำน้ำสุดทางที่นี่ เพื่อบรรจบกับแม่น้ำสายหนึ่ง ที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตแดนระหว่างประเทศ ทั้งที่ชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำแทบจะเป็นเครือญาติเดียวกัน แนวทิวไผ่สีเขียวขจีอยู่ตลอดลำน้ำกลายเป็นเพียงอดีตไปแล้วเนื่องจากโครงการพัฒนาลำน้ำ  >:( >:( >:( จากงูยักษ์ตัวสีเขียว กลายเป็นงูสีน้ำตาล ซึ่งอนาคตไม่อาจบอกได้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อไปกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน


(https://i.imgur.com/GuXNwLM.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: jew5003 ที่ กันยายน 06, 2013, 10:33:50 AM
กำลังติดตามชมตอนต่อไปครับ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 06, 2013, 09:17:48 PM
สถานการณ์ต้นไม้บ้านสวน ณ ตอนนี้


กล้วยหมู (3 ปี)สี ตัดไปกินเรียบร้อย  :) มีแตกขึ้นมาใหม่ 2 ต้น หวังว่าคงไม่ต้องรอถึง 3 ปี เหมือนต้นแม่  >:(

(https://i.imgur.com/2PTfAR8.jpg)



มันต่อเผือก ยกร่องไว้ 3 แปลง คิดว่าอีกเดือนสองเดือนคงได้ขุดหัวมันไป "สุกเอาเผากิน"  ;D

(https://i.imgur.com/RfiTg1H.jpg)



แตงไร่ ปีนี้ไม่อาจเป็นตำนานได้เนื่องจากฝนทิ้งช่วงในต้นฤดู ส่งผลให้เถาไม่สมบูรณ์ จึงติดลูกไม่มาก ยังดีพอได้ทำพันธุ์

(https://i.imgur.com/pPUtPmc.jpg)


มะคาเดเมีย ปลูกไว้ 3 ต้น สองต้นกำลังผลิใบใหม่ อีกต้นมีสภาพที่เห็น(ภาพด้านขวา) ไม่แน่ใจว่าตอนพรวนดินใส่ปุ๋ยขี้ไก่แกลบล่าสุด
ไปกระทบระบบรากหรือเปล่า รอสังเกตอาการอีกสักพัก หากไม่อยากรอดไม่เป็นไร ยังมีต้นไม้รอปลูกอยู่  >:( >:(

(https://i.imgur.com/I6FRzNS.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: Nine. ที่ กันยายน 07, 2013, 11:13:49 AM
แวะมาจอบเบิ่งไฮ่เิบิ่งสวนเพิ่น. ;) ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ กันยายน 07, 2013, 01:26:14 PM
แวะมาจอบเบิ่งไฮ่เิบิ่งสวนเพิ่น. ;) ;D
:-[ :-[ :-[ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 07, 2013, 03:09:14 PM
แวะมาจอบเบิ่งไฮ่เิบิ่งสวนเพิ่น. ;) ;D
:-[ :-[ :-[ :-[ :-[

จอบเบิ่งซื่อๆได้
แต่อย่าจอบหลอยเด้อ ย่าน  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 07, 2013, 04:07:53 PM
สถานการณ์ต้นผักหวานป่า ณ บ้านสวน ตอนนี้น่าจะงอกประมาณ 100 ต้น ตามพื้นที่ต่างๆเพื่อเป็นการทดลอง สังเกตดูว่าพวกที่อยู่ร่มมากๆ มักไม่ค่อยงอก แต่พองอกมาแล้วต้องมีร่ม ไม่งั้นเหี่ยวเฉา หึหึ ช่างเอาใจยากเสียจริง  :-X


2 ต้นนี้ขุดล้อมมาจากป่า เป็นต้นที่ดูสดชื่นที่สุดจาก 8 ต้นที่เหลืออยู่

(https://i.imgur.com/Mix5Ej5.jpg)



คอกผักหวานป่า  ;D ;D กันไก่เขี่ย ชุดนี้ปลูกกับต้นเต็ง - รัง

(https://i.imgur.com/eYyOo3D.jpg)


กลุ่มนี้ปลูกกับต้นสะเดาที่โดนลมพัดจนเอน ต้องมีตัวช่วยอย่างที่เห็น  >:(

(https://i.imgur.com/myJuHMK.jpg)



ปลูกกับต้นตะขบ ขี้เกียจทำร่มให้จึงปล่อยวัชพืชรอบๆต้น หากไม่แหวกออกดูยากจะรู้ว่ามีผักหวานป่าน้อยๆ อาศัยอยู่หลาต้น  ;D

(https://i.imgur.com/UykPhqH.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 08, 2013, 02:28:08 PM
เมื่อวานไปตัดหญ้าบ้านสวนมา หวังว่าจะได้ตัดเป็นครั้งสุดท้ายของปี เหนื่อย  >:( >:(


นางพญาเสือโคร่งที่โซน 3 ดูเติบโตกว่าพวกที่อยู่ "ทิวฝัน" ทั้งที่ปลูกพร้อมๆกัน

(https://i.imgur.com/I2YaUbp.jpg)



ไอ้ยักษ์ ยังแวะเวียนมาเช่นเคย  ;D

(https://i.imgur.com/FmHsBF2.jpg)



นักย่อยประจำสวน "ปลวก" ยังทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่งสำหรับเศษกิ่งไม้ เปลือกมะค่า ที่จัดหาไปให้

(https://i.imgur.com/MrSTLVN.jpg)


ภาพนี้เห็นความแตกต่างของหญ้าไหม ข้างล่างเลือกที่จะพ่นยาทำลาย  ช่างไม่คิดเอาเสียเลย
ทั้งๆที่อยู่หน้าบ้านตนเองแท้ๆ และยังมีสระที่ตัวเองใช้น้ำอีก "ขนาดหญ้ายังตาย แล้วคนจะไปเหลืออะไร"  >:( >:(

(https://i.imgur.com/VPIwbmp.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 08, 2013, 11:06:10 PM
ว่าด้วยเรื่อง "ไซด์งานลับ" ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

เรียกให้ฟังดูโก้ๆซะงั้น จริงๆก็แค่ผืนดินที่ซื้อเพิ่มอีกแปลง เมื่อปลายเดือน พ.ค. นี้(ระยะเวลาไล่เลี่ยกันกับซื้อบ้านสวนเมื่อ6 ปีที่แล้ว) อยู่ห่างจากบ้านสวนประมาณ 200 เมตร ไม่ติดกันแต่สามารถมองเห็นกันได้ จากนี้ไปที่บ้านสวนใช้คำเรียกเป็น "สวนบน" และที่ซื้อใหม่เป็น "สวนล่าง" ตามคำเรียกติดปากของเด็กหญิง  ;D


โชคดีมีถนนคอนกรีตผ่านแล้ว ส่วนน้ำ-ไฟ รอ ร๊อ รอ เมื่อไหร่หลวงท่านจะขยายเขตซะทีนะ  >:(

(https://i.imgur.com/sfKdZFc.jpg)



พื้นที่ทั้งหมด 1 ไร่กับอีก 2 งาน โดยประมาณ แปลนที่คิดเอาไว้ของสวนล่างคือ
โซน 1 พื้นที่ทดลองปลูกพืชไร่แบบพอกินเล่นๆ  ;D เช่น ข้าวโพด ถั่ว ข้าวไร่
โซน 2 กะว่าจะทำแปลงไผ่กิมซุง (ณ ปัจจุบันเปลี่ยนแผนแล้ว โดยจะทำเป็นพื้นที่ปลูกตะขบเอ๊ย ผักหวานป่าเพิ่ม)
โซน 3 ผักหวานป่า + ทดลองปลูกไม้ที่เชื้อเห็ดป่าขึ้นได้อีกแล้ว (คือ เต็ง รัง ยางนา พะยอม ตะแบก ;D)
โซน 4 พื้นที่ลาดเอียง ปลูกพืชเหมือนโซน 3 + ไม้ผลนิดหน่อย
โซน 5 คันสระ ปลูกไม้ผล + กล้วย
สี่เหลี่ยมสีฟ้า สระน้ำ
แนวเส้นสีแดง หน้าผา อีกเช่นเคย  >:( >:( >:(

(https://i.imgur.com/E1sBfnH.jpg)



ภาพจากเพื่อนร่วมงานที่ไปเป็นกำลังใจให้ตอนปรับที่ใหม่ๆ ถ่ายจากขอบ โซน1 ชน โซน3 ด้านหน้าติดถนนคอนกรีต  :-X

(https://i.imgur.com/N0jh425.jpg)


โปรดติดตามตอนต่อไป...  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 1 ใต้ฝ่าเท้า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 10, 2013, 03:53:18 PM
สัปดาห์นี้ลาพักร้อน แต่ยังมีธุระให้เดินทางแบบวันเว้นวัน เฮ้อ แถมปลายสัปดาห์ยังต้องไปอบรมอีก 3 วันซะงั้น  >:( กินข้าวเที่ยงเสร็จเลยไปหากับข้าวแลง น่าเสียดายเจอแต่รอยเซียนหาเห็ดไว้แล้วตั้งแต่เช้า ไม่งั้นคงได้มากกว่านี้ เอาน่า ได้น้อยยังดีกว่าไม่ได้เลย อิอิ  ;D ;D


ดังกิ้น โดนัทสาขาไหนเนี่ย มีขายแบบเนี้ย  ;D ;D

(https://i.imgur.com/Glyj6MM.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 11, 2013, 01:41:56 PM
ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)


"แค่คำว่าขอโทษ มันพูดยากจังเหรอ" เธอเคยกล่าวกับผม หลายต่อหลายครั้งในการตัดสินใจที่ผิดพลาดกับการใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งๆที่รู้ดีว่าตัวเองพลาดพลั้ง แต่ผมกลับไม่ค่อยเอ่ยคำว่า "ขอโทษ" กับเธอ ทั้งที่เราเลือกเป็น "คู่ชีวิต" ของกันและกัน ระหว่างยืนรอคนขับรถแบคโฮกลับมาแก้งาน ผมคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่ความไม่เข้าใจกันจะขยายออกไปมากกว่านี้ จนกลายเป็นรอยร้าวที่ยากประสาน

หลายเดือนก่อนเราคุยกันว่าอยากได้ที่เพิ่มอีกสักแปลง ตามงบประมาณเงินเก็บที่มีอยู่และไม่ห่างไกลจากบ้านสวนมากนักจากนั้นก็ทำการสอบถามคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง เพื่อแสดงความประสงค์ มีคนหลายคนเสนอที่หลายแปลงเข้ามาให้เลือก บ้างก็ไกลไป บ้างก็น้อยไป บ้างก็มากไป และส่วนใหญ่ก็ราคาสูงเกินกว่าจะซื้อไหว

เย็นวันหนึ่งขณะผมปลูกต้นไม้ มีผู้ชายซึ่งผมไม่คุ้นหน้าขับมอเตอร์ไซด์ขึ้นมาที่บ้านสวน แนะนำตัวว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่น คุยไปคุยมาก็บอกผมว่าเขามีที่อยู่ข้างล่าง พร้อมชี้มือไปทางที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งสามารถมองเห็นได้จากบ้านสวน  ขนาด 1 ไร่ 2 งาน กับราคาที่เสนอมา ฟังคราวแรกผมคิดว่าแพงทีเดียว หากเทียบกับราคาซื้อที่บ้านสวนเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เทียบกันไร่ต่อไร่เป็นราคา 2 เท่าโดยประมาณ หมายความว่าผ่านมา 6 ปี ราคาที่ดินแถบนี้สูงขึ้นเป็น 100 เปอร์เซ็นต์เชียว

หลายวันหลังจากนั้นเราค่อยพากันไปสำรวจดูที่ดินแปลงนั้น มันรกมากจนยากจะมองภาพออก และที่สำคัญ แนวเขตแดนทางด้านหนึ่งเป็นหน้าผาอีกแล้ว เนื่องจากที่ติดกันขุดดินขาย “สงสัยชาติที่แล้วทำกรรมกับเขาไว้เยอะ ชาตินี้หาซื้อที่ทีไรมีแต่ติดหน้าผาแบบนี้” ผมกล่าวกับเธอแบบติดตลก แต่หน้าตาจริงจัง พื้นที่นอกจากจะรกแล้วยังมีส่วนหนึ่งที่เจ้าของขุดดินขายอีกด้วย เราตัดสินใจโดยเห็นตรงกันว่า “ไม่เอา” ถึงจะใกล้บ้านสวนซึ่งง่ายต่อการดูแล แต่เนื่องจากราคาและความไม่ชอบใจในรายละเอียดที่พบ จึงไม่ได้ติดต่อเจ้าของที่กลับไป และยังเดินหน้าหาที่แปลงใหม่ต่อไปเรื่อยๆ

ผ่านมาอีก 2 เดือน ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ที่ดินเพิ่มสักแปลงตามที่หวัง ที่ติดกันอยากได้เขาก็ไม่ขาย ที่มาเสนอขายก็ไกลเกิน(ยึดศูนย์กลางจากบ้านสวน)กลัวดูแลไม่ไหว จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมเห็นป้ายติดประกาศขายที่ดินที่หน้าปากซอยเข้าบ้านสวน จึงลองตามเข้าไปปรากฏว่าเป็นที่ดินแปลงที่มีคนเสนอขายให้กับผมคราวนั้นเอง

ไปดูคราวนี้ความรกลดลงมาก สงสัยเจ้าของที่ไปแผ้วถางออก ทำให้พอจะมองภาพได้ชัดขึ้น หลุมที่เกิดจากการขุดดินขายดูใหญ่กว่าที่เห็นครั้งแรกมาก แถวขอบยังขุดแทบตรงดิ่งอีกด้วย หน้าผาก็ห่างจากเขตแดนไม่ถึง 1 เมตรด้วยซ้ำ “เอายังไงดีว่ะ” ผมคิดในใจพร้อมหลับตาลง “ลองคิดดูสิ หากได้เป็นเจ้าของจะปรับปรุงอย่างไร”

เมื่อลืมตาขึ้นภาพที่ฝันไว้พลันปรากฏแก่สายตา ทั้งๆที่ผืนดินแปลงนั้นยังเป็นเช่นเดิม แต่ความคิดของผมกลับเปลี่ยนไปแล้ว จากนั้นผมก็โทรศัพท์หาเธอ คุยอ้างต่างๆนาๆ พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงผืนดินให้เธอฟัง “อย่างน้อยก็ดูแลง่ายเพราะไม่ไกลจากบ้านสวนมาก” ผมกล่าวทิ้งท้าย ไม่ทราบด้วยเหตุใดทำให้เธอตอบตกลงในตอนนั้น

ไวเท่าความคิดหลังวางสายจากเธอ ผมโทรศัพท์หาเจ้าของที่ด้วยเบอร์ติดต่อจากป้ายประกาศ โทรหลายทีกว่าจะติดจนมีคนรับสาย ผมจึงสอบถามราคา ทีแรกเขาบอกราคาสูงกว่าที่บอกไว้กับผมเมื่อ 2 เดือนก่อน ผมจึงอ้างถึงราคาที่เขาแจ้งไว้คราวนั้น “น้องจะซื้อไว้เองใช่ไหม ไม่เอาไปขายต่อนะ” เขาสอบถามผมคล้ายกลัวซื้อไปเก็งกำไร

วันรุ่งขึ้นเรานัดดูที่กันตอนเย็น ซึ่งเย็นนั้นมีคนมาดูที่พร้อมกับผม และมีกำลังซื้อที่มากกว่าด้วย หลังจากคนนั้นกลับไปแล้ว เจ้าของที่ยังบอกกับผมว่ามีอีกหลายคนที่โทรศัพท์สอบถามเข้ามา ตอนแรกผมคิดว่าเขาคงอยากได้ราคาเพิ่มขึ้น “หากไม่ใช่รับปากกับน้องพี่คงขายให้คนอื่นแล้ว แปลกจริง ก่อนหน้านี้ตั้งหลายเดือนไม่มีคนโทรมาสักคน แต่พอน้องโทรมาเท่านั้นแหละ มีโทรมาถามอีกหลายสายเลย ซื้อเอาไว้เองใช่ไหม อย่าขายต่อนะ อย่าบอกเขาด้วยว่าพี่ขายให้เท่านี้ สงสัยมันจะเป็นของน้องว่ะ” เจ้าของที่กล่าวทิ้งท้ายพร้อมถอนหายใจเสียดายเงินที่ควรจะได้รับมากกว่านี้เพราะยึดในคำพูด “อย่างน้อยก็นับเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง” ผมคิด ...

โปรดติดตามตอนต่อไป



มองเห็นหลังคาบ้านสวนอยู่ไม่ไกล

(https://i.imgur.com/iJ80Rdi.jpg)



บรรยากาศพื้นที่วางแผนปลูกไผ่กิมซุงและพืชไร่

(https://i.imgur.com/FwP4PqN.jpg)



พื้นที่ปลูกผักหวานป่าในอนาคต

(https://i.imgur.com/ngOA4O8.jpg)



พื้นที่ลาดเอียงที่ปรับแล้วกับสระน้ำ

(https://i.imgur.com/lNiS8pR.jpg)



คันสระด้านข้างและด้านหลัง

(https://i.imgur.com/2x6qtLg.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: deemeechai ที่ กันยายน 11, 2013, 04:05:02 PM
แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจครับ
พื้นที่งาม...ดินก็งามดี...ทิวทัศน์ก็น่ามองครับ... ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 11, 2013, 09:07:28 PM
แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจครับ
พื้นที่งาม...ดินก็งามดี...ทิวทัศน์ก็น่ามองครับ... ;)


ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมชม แต่ผมว่าดินยังห่างไกลกับคำว่างาม  >:( >:(
สวนล่างดีหน่อย ยังมีความเป็นดินนิดนึง สวนบนนี่สิ ยิ่งกว่าพื้นผิวดาวอังคาร  >:( ต้องฟื้นฟูกันอีกเยอะครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: Soda1234 ที่ กันยายน 11, 2013, 09:08:20 PM
 :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 12, 2013, 12:22:51 PM
เช้าวันนี้ขึ้นป่าหากับข้าวมื้อเที่ยง เตรียมตัวก่อนไปอบรม 3 วัน  :-X



ภาหนะคู่ใจ ก่อนหน้านี้พาตะลอนเที่ยว ตอนนี้กลายเป็นรถป่า รถสวน  ;D

(https://i.imgur.com/Nqas3nj.jpg)



เห็ดวันนี้ไม่ค่อยสวยนักเนื่องจากฝนตกติดต่อกันมาหลายวันแล้ว  :)

(https://i.imgur.com/smfnUG6.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: patdech.k ที่ กันยายน 12, 2013, 01:41:06 PM
แวะมาให้กำลังใจครับ  ชอบมากมีป่าเห็ดด้วย


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 16, 2013, 08:30:56 PM
สัปดาห์ก่อนทั้งสัปดาห์มีเหตุให้ชีพจรลงเท้า ทั้งเรื่องงานทั้งเรื่องสุขภาพ  :-\ :-\ ลาพักร้อนทั้งทีแทบจะไม่ได้อยู่บ้านเลย หึหึ มาชมความคืบหน้าของสวนล่างกันดีกว่า หลังจากซื้อปลายเดือน พ.ค. แล้วเร่งทำโน่นทำนี่ ผ่านมา 2 เดือน (ภาพตอน ส.ค.)เป็นอย่างที่เห็น


เนื่องจากดินโซน 1 กับโซน 2 สภาพใกล้เคียงกับสวนบนมาก จึงสั่งซื้อหน้าดินมาเพิ่ม สั่ง 30 คันรถ ตอนนี้ได้มา 10 คันรถแล้ว  :-X

(https://i.imgur.com/OGeTnSy.jpg)


คันสระด้านข้างเริ่มมีสีเขียวเป็นหย่อมๆจากหญ้าแฝกและหญ้ามาเลเซีย  ส่วนกล้วยหอมกับกล้วยน้ำว้าที่ปลูกคันสระเริ่มงามแล้ว ปลูก 10 กว่าต้น ไม่ตายสักต้นแฮะ โชคดีจริงๆ

(https://i.imgur.com/lkB3rue.jpg)


"พี่เลี้ยง" ถั่วพร้า ดูเหมือนจะงอกงามเสียเหลือเกิน  ;D หญ้าแฝกกับกระดุมทองก็ค่อยๆเติบโตอย่างเงียบๆ ส่วนต้น "สาเก" เป็นต้นไม้ต้นแรกที่ปลูกลงสวนล่าง เหตุที่ปลูกก็เพราะผมเข้าใจผิดว่าผลของมันเอามาหมักทำเหล้าสาเก ทั้งๆที่จริง เหล้าสาเกของญี่ปุ่นหมักจากข้าว  >:( >:( แต่ยังดีที่เธอบอกว่าผลของมันเชื่อมทำของหวานได้  ;D เลยรอดตัวไปงานนี้  :-X

(https://i.imgur.com/PbmlWLH.jpg)


หญ้ามาเลเซียกับกระดุมทองที่ทั้งปลูกทั้งรดน้ำท่ามกลางแสงแดดร้อนอยู่หลายวัน เนื่องจากเวลานั้นฝนทิ้งช่วง  >:(

(https://i.imgur.com/taLHz2V.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 16, 2013, 08:48:02 PM
สระน้ำ ทั้งๆที่ฝนตกไม่มากแต่น้ำในสระกลับค่อยๆเยอะขึ้น สาเหตุคงเนื่องมาจากมีน้ำที่ run off ผ่านผิวดินมากเกินไป ต้องค่อยๆปรับปรุงกันอีกขนานใหญ่สำหรับสวนล่าง  ;D

(https://i.imgur.com/wfcwaCi.jpg)


วันหนึ่งที่ฝนตกแรงๆ คันดินของสระน้ำก็ได้พังลงหลายจุด คาดไว้แล้วว่าต้องเกิดเหตุเช่นนี้ แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าน้ำจะไหลลงทางไหน จึงต้องรอคอยให้สายน้ำนำทางแล้วค่อยหาหนทางแก้ไขเอา  ;D

(https://i.imgur.com/hrELKuO.jpg)


หลังจากซ่อมส่วนที่พังโดยใช้เศษรากไม้ ตอไผ่ จากการปรับพื้นที่ ก็ได้ปฏิบัติการป้องกันโดยสร้างคันดิน 2 ด้าน บังคับให้น้ำไหลลง 2ทาง

(https://i.imgur.com/u7AFGKF.jpg)


พื้นที่ปลูกผักหวานป่าลงต้นตะขบรอไว้ ตอนแรกนึกว่าปลูกง่าย ที่ไหนได้ โตมาหน่อยทั้งด้วงเจาะ ทั้งแมลงกัด ต้องปลูกซ่อมเกือบ 10 ต้น อีกภาพคือ "อีรอก" ที่เริ่มขยายมาสวนล่างโดยใช้เมล็ดจากสวนบน ส่วนภาพแนวตั้งคือ  "ทิวฝัน 2" เพราะเป็นแนวของต้นทองกวาว(ต้นจาน) 11 ต้น คาดว่าอีกสัก 10 ปี ถนนสายนี้คงร่มรื่นงดงามทีเดียว  :)

(https://i.imgur.com/allRgXB.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 17, 2013, 05:55:07 PM
ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)

ระหว่างที่แบคโฮกำลังแก้งาน ผมเดินเข้าไปหาเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “สองสามวันที่ผ่านมาหากพูดอะไรแรงไปบ้างก็ขอโทษด้วย” จากนั้นเราทั้งสองก็สบตากัน ความขุ่นมัวในจิตใจ ความเครียดที่สะสมมาพลันสลายไป...

เนื่องจากซื้อที่ได้ไม่กี่วันผมก็ติดต่อให้ผู้รับเหมาเข้ามาปรับที่ ทั้งๆที่ยังตกลงรายละเอียดกับเธอไม่ลงตัว แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อ ใช้เวลาปรับที่ 2 วันคือ เสาร์กับอาทิตย์ ทั้งๆที่คิดว่ามีประสบการณ์การปรับที่จากสวนบนแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงก็ยังไม่ลงตัวในรายละเอียดหลายๆจุด งานที่คิดว่าจะเสร็จโดยเร็วก็ยืดออกไปอีก จนสุดท้ายระหว่างแบคโฮจอดรอรถมาขนกลับ ผมได้ขอร้องให้ผู้รับเหมาปรับแก้อีกจุด

ดูเหมือนคนขับแบคโฮจะไม่ค่อยพอใจนัก ผมจึงจ่ายเงินค่าชดเชยให้เขาเนื่องจากกลัวงานออกมาไม่ดี ได้ผล อย่างน้อยเขาก็ปรับแก้ให้ตามที่คุยกันครั้งสุดท้าย หลังจากรถแบคโฮกลับไป เราก็เดินสำรวจที่กัน วางแผนว่าจะปลูกอะไรตรงไหน อันที่จริงเราไม่ได้ต้องการที่จะปรับที่มากมายเช่นนี้ แต่เนื่องจากสภาพที่เดิม(เจ้าของเดิมขุดดินขาย)แทบจะไม่เอื้อให้ทำอะไรต่อได้ จึงต้องมีการปรับปรุงอย่างนี้

ต้นไม้ที่เร่งปลูกในช่วงแรกๆคือ หญ้าแฝก กระดุมทอง หญ้ามาเลเซีย จากนั้นก็วางแนวที่จะปลูกพืชหลัก คือต้นตะขบสำหรับรองรับผักหวานป่าในปีหน้า ผมและเธอกลับบ้านค่ำเกือบทุกวันที่ไปสวน ใจนึงก็คิดสงสารยายที่ต้องดูแลเด็กหญิงเพียงลำพัง โชคดีที่ยายเข้าใจ และหากวันใดอากาศแจ่มใส เราก็จะพายายและเด็กหญิงออกไปด้วย หลังจากนี้ต่อไปเมื่อพาเด็กหญิงออกไปบ้านสวน ต้องไปให้ครบทั้ง “สวนบน” และ “สวนล่าง” ตามคำขอของเด็กหญิง

หลังจากนี้เวลาผมไปบ้านสวนและสวนล่าง ผมจะพยายามกลับไม่ค่ำมาก ก่อนหน้านี้ผมคิดเอาว่าสิ่งที่เราทำเราก็ทำเพื่ออนาคตของครอบครัว แต่กลับลืมไปว่า เวลาที่เรามาดูแลสวนแบบนอกเวลา ก็เป็นเวลาที่ครอบครัวต้องการเราเช่นกัน ปลายทางความฝันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ต้นไม้ที่บ้านสวนและสวนล่างจะโตบ้างตายบ้างก็ช่างมัน พื้นที่หน้าผาจะพังทลายเพิ่มอีกสักเท่าไรก็ช่างหัวมันปะไร เพราะหากปลายทางความฝันที่วาดไว้เป็นจริงขึ้นมา จะมีประโยชน์อะไรเล่าหากข้างกายเราไม่มีใครเคียงข้าง
เส้นทางสายนี้ผมเลือกแล้ว...

“เส้นทางสายครอบครัว”


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 17, 2013, 06:28:25 PM
ภาพชุดนี้ถ่ายไว้เมื่อปลายเดือน ส.ค.


กองดินที่ยังไม่ปรับจึงกลายเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดหวานกับมันต่อเผือกให้เด็กหญิง

(https://i.imgur.com/7pqzdlP.jpg)



ต้นกล้วยก็งามขึ้นเรื่อยๆ ส่วนฟักทองเถานี้เริ่มติดลูกแล้ว

(https://i.imgur.com/WMATOPI.jpg)


ตั้ง 3 ลูกแหนะ สถานะปัจจุบัน ลูกที่ห้อยอยู่รั้วลวดหนามถูกเก็บมากินแล้วเนื่องจากโตจนโดนลวดหนามทิ่ม กลัวเน่าก่อนได้กิน  ;D

(https://i.imgur.com/BKTcqxF.jpg)


ดูเหมือนว่าถั่วพร้าจะงอกงามเป็นพิเศษ มีลุงคนนึงอดแปลกใจไม่ได้ถามผมว่า "ต้นอะไรหนุ่ม" พอผมตอบว่า "ถั่วพร้า" แกก็พยักหน้าแบบงงๆ พื้นที่ที่เหลือปลูกข้าวโพดข้าวเหนี่ยวกับถั่ว(ดำ แดง เขียว เหลือง)จากโลตัส  ;D ข้าวโพดโตเป็นหย่อมๆ สงสัยเมล็ดพันธุ์ไม่ดีนัก(ซื้อจากตลาด)

(https://i.imgur.com/QQBl4Vh.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 19, 2013, 06:53:53 PM
ขึ้นป่าหากับข้าวแลงอีกแล้ว วันนี้ไปค่ำหน่อย เลยได้มาแบบพอแกงครับผม  ;)

(https://i.imgur.com/Wbk9IDn.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 20, 2013, 12:34:59 PM
ถาพชุดนี้ถ่ายเมื่อ ต้นเดือน ก.ย.


ดูเหมือนว่าพี่เลี้ยงตะขบ "ถั่วพร้า" จะงามเสียเหลือเกิน  ;D

(https://i.imgur.com/FRoEMIk.jpg)



ต้นกล้วยด้านหลังก็เริ่มแตกหน่อบ้างแล้ว

(https://i.imgur.com/D21QswB.jpg)


กองเศษไม้ที่ยังไม่ได้ทำอะไร เลยปลูกถั่วปลูกผักไว้ให้เด็กหญิงถอนเล่น  :)

(https://i.imgur.com/yT1sXBP.jpg)



ข้าวโพดก็มีส่วนที่โตบ้าง คงพอได้กิน ส่วนฟักทองเถานี้งามเหลือเกิน มัวแต่เลี้ยงเถา ลูกไม่ค่อยติด  >:(

(https://i.imgur.com/Wf8yhyz.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 21, 2013, 07:54:54 AM
พื้นที่ลาดเอียง น้ำกัดเซาะหน้าดินพอสมควร หมดฝนปีนี้คงต้องปฏิบัติการแก้ไข  >:(

(https://i.imgur.com/vbkuGjZ.jpg)



(https://i.imgur.com/u2U3not.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 23, 2013, 11:14:06 PM
อยู่บ้านคนเดียว กินข้าวแลง 3 ทุ่ม สองสามวันที่ผ่านมามีธุระเข้าเมืองใหญ่ ทำให้ต้องลางานวันจันทร์ กลับมาถึงตอนบ่ายๆ ยายก็พาหลานกลับบ้านนอก เธอก็ไปทำงานกะบ่าย ไม่มีอะไรทำเลยขึ้นป่าอีกแล้วครับท่าน  ;D ;D



เห็ดที่ได้วันนี้ส่วนใหญ่คือเห็ดไคกับเห็ดละโงก มีเห็ดเครื่องปนมาหน่อยนึง ใช้เวลาหา 3 ชม. ทุกทีหามาอาบน้ำรอกินอย่างเดียว วันนี้อยู่บ้านคนเดียวงานเข้าแล้วพี่น้อง  >:(

(https://i.imgur.com/AGwp0z0.jpg)




ใช้เวลาล้างเห็ด 2 ชม. เต็มๆ จึงได้อย่างนี้ เมนูที่คิดไว้คือ แกงเห็ดและผัดกะเพราเห็ดไค หลายปีก่อนตอนเข้าป่าหาเห็ดใหม่ๆ เซียนนอกจากจะพาหาแล้วยังฝึกให้เราล้างเห็ดเองได้ และยังต้องทำกินเองได้อีก  เซียนช่างมองกว้างไกลจริงๆ  :-[ :-[

(https://i.imgur.com/CFBDwzA.jpg)



"แกงเห็ด" เก็บพริก ปลอกหัวหอมล้าง หั่นตะไคร้ โยนลงครก โขลกพอบุบๆ แล้วเทลงหม้อต้มน้ำให้เดือด จากนั้นเติมน้ำปลาร้าหน่อยนึงแล้วค่อย เทเห็ดที่ล้างและหั่นลงหม้อ ปิดฝารอสักพัก กะว่าเห็ดสุก ชิมดู เครื่องปรุงเติมแค่น้ำปลากับเกลืออีกหน่อยก็พอแล้ว สุดท้ายโยนใบอีตู่(แมงลัก) ลงหม้อเป็นอันเสร็จพิธีสำหรับแกงเห็ดแบบบ้านๆ  ;D

(https://i.imgur.com/WM7leDd.jpg)



"ผัดกะเพราเห็ดไค" โขลกพริกสด กระเทียม แล้วเจียมกับน้ำมันหน่อยนึง พอเริ่มหอมกลิ่นเติมน้ำเปล่า ซีอิ้ว ซ๊อสหอยนางรม น้ำปลา คนให้เข้ากัน แล้วเทเห็ดไค(เลือกเอาดอกเล็กๆ)ลงกระทะ ผัดไปมาสักครู่ กะว่าเห็ดสุกค่อยโยนใบกะเพราลง ก็ได้อาหารง่ายๆอีกอย่างแล้ว

(https://i.imgur.com/Wrje0Ob.jpg)



ออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ ใช้เวลาอีก 1 ชม. พอดี หาเอง ล้างเอง ทำกับข้าวเอง กินเอง ครับผม เมนูวันนี้เสียแรง เสียเวลา แต่ไม่เสียเงินสักบาทเดียว เอิ้กๆ  ;D ;D

(https://i.imgur.com/ygKHwQf.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: สุ ป่าริมห้วย ที่ กันยายน 24, 2013, 02:41:25 PM
  สวัสดีค่ะ คุณnomadic_man.. ;)

  รบกวนสอบถามนิดค่ะ พอทราบมั้ยค่ะ ว่านี่คือเห็ดอะไรค่ะ..


  ส่วนอันนี้ดอกสีขาวๆน่ากินจังเยย..


  ขนาดใหญ่กว่าเหรียญสิบหน่อย ขึ้นกระจาย อยู่เต็มสวนเลย กินได้อ่ะป่าว..
                                                             ขอบคุณค่ะ... ;)

(ขออภัยภาพหาย ขาดการติดต่อจากแหล่งที่มา)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 24, 2013, 03:05:02 PM

  สวัสดีค่ะ คุณnomadic_man.. ;)

  รบกวนสอบถามนิดค่ะ พอทราบมั้ยค่ะ ว่านี่คือเห็ดอะไรค่ะ..

  ส่วนอันนี้ดอกสีขาวๆน่ากินจังเยย..


  ขนาดใหญ่กว่าเหรียญสิบหน่อย ขึ้นกระจาย อยู่เต็มสวนเลย กินได้อ่ะป่าว..
                                                             ขอบคุณค่ะ... ;)

สวัสดีครับ แหะๆ มีเพื่อนสมาชิกมาโพสถามเรื่องเห็ดซะงั้น ถ้าถามผมนะครับ คำตอบคือ "กินไม่ได้ครับ"  >:( >:(
ที่ตอบอย่างนี้เพราะว่า เซียนไม่เคยพากิน เหมือนกำปั้นทุบดินไหมครับ จริงๆแล้วประสบการณ์หาเห็ดที่ผ่านมาหลายปี
จากที่เซียนเคยสอนไว้ เห็ดมีมากมายหลายชนิด แต่ชนิดที่ผมเคยเก็บเคยกินนั้น หลักๆมีแค่ เห็ดปลวก(เห็ดโคน) เห็ดไค เห็ดละโงก(ละโงกยังมีแยกย่อยไปอีก กินได้บ้าง ไม่ได้บ้าง) เห็ดผึ้ง(นี่ก็แยกย่อยอีกนับไม่ถ้วน) เห็ดเผาะ เห็ดเครื่อง(เรียกรวมๆกัน) อันดอกส้มๆนั้นผมยังไม่เคยเห็นเลยครับ และส่วนใหญ่แล้ว
เห็ดที่มีสีฉูดฉาดมักจะเป็นเห็ดพิษ (ยกเว้นละโงกไข่ไก่ เห็ดหน้าแดง) ส่วนอันดอกขาวๆนั้นเคยเห็นในป่าอยู่ เวลาออกเยอะเสียด้วย
แต่เซียนไม่พาเก็บครับ ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะกินได้ หลายปีที่ผ่านมามีคนกินเห็ดที่ผมหาหลายสิบคน ยังไม่มีใครที่มีอาการเป็นพิษจากเห็ด
สาเหตุก็เนื่องมาจากผมยึดคำสอนที่ว่า "ถ้าไม่เคยกินอย่าเก็บ" ของเซียนที่สอนสั่งวิชาอย่างเคร่งครัด ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กันยายน 26, 2013, 08:43:20 PM
สวนล่างปลูกต้นตะขบไว้เกือบร้อยต้น เผอิญช่วงปลูกผักหวานป่าจากเมล็ดที่สวนบนพอมีเหลือเลยแบ่งมาปลูก(ประมาณ 10 เมล็ด) ไว้ที่สวนล่างกับต้นตะขบ 3 ต้น ตะขบต้นหนึ่งตายไปเฉยๆต้องปลูกแทน ส่วนอีก 2 ต้น โดนแมงเจาะแมงกัด  จนสภาพไม่ต่างกัน มันก็ช่างเลือกจริงๆน่อไอ้แมงนี่ มีตั้งเยอะ ยังอุส่าห์มาเลือกเจาะต้นที่เราลงผักหวานป่าไว้ด้วยซะงั้น  >:(

(https://i.imgur.com/LoW4N1v.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 01, 2013, 08:30:54 PM
กลางเดือน ก.ย. ได้ไปตัดหญ้าที่สวนล่างเป็นครั้งแรกเนื่องจากหญ้างามไปหน่อยในโซนที่ปลูกถั่วพร้าเป็นพี่เลี้ยงตะขบ ปลูกตะขบรอไว้เป็นพี่เลี้ยงผักหวานป่าฤดูกาลหน้า  ;D ;D

(https://i.imgur.com/O1V28vA.jpg)



ถั่วทีปถั่วแดน  ;D ที่ปลูกไว้ไปทั่ว บางส่วนก็งอกงาม บางส่วนก็ไม่งามนัก เห็นเขาว่า บริเวณที่มีเชื้อราที่ชอบอยู่ร่วมกัน ที่ปมราก ถั่วจะงอกงามดี ไม่เป็นไร ปลูกไปเรื่อยๆ หวังว่าสักวันเชื้อราที่ว่ามันจะค่อยๆแพร่กระจายเต็มสวนร่วมกับถั่ว

(https://i.imgur.com/xzyGcMb.jpg)



บรรยายกาศทั่วไปของสวนล่าง  :)

(https://i.imgur.com/GP53mqv.jpg)



นี่เป็นหน้าผาแนวชิดขอบที่ที่กล่าวถึง ที่ข้างๆขุดสระกึ่งขุดดินขาย จึงชิดแนวขนาดหนัก  >:( ไม่รู้วันไหนดินจะพัง ถึงวันนั้นคงต้องอาศัยวิชาจากสวนขนุน ของ อ.ผู้เยี่ยมยุทธ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการด้านการซ่อมดินพังเป็นพิเศษ  ;D

(https://i.imgur.com/oIJOr3p.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: watanyou ที่ ตุลาคม 02, 2013, 11:43:05 AM
เข้ามาชมสวนครับ
สวนนี้มีเพลี้ยกระสอบเยอะป่าวครับ อิอิ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ปลายฝันที่ 5 สวนล่าง (เส้นทางสายครอบครัว)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 02, 2013, 02:12:46 PM
เข้ามาชมสวนครับ
สวนนี้มีเพลี้ยกระสอบเยอะป่าวครับ อิอิ

ตอนนี้ยังไม่มีครับ แต่อนาคตอีกสัก 5 ปี คาดว่าคงต้องล้อมรั้วลวดหนามไฟฟ้ากันเพลี้ยกระสอบ  ;D ;D
ว่าแต่ผักหวานป่าที่ปลูกไว้สุดชายแดนเป็นยังไงมั่งครับ  เมื่อไหร่จะเปิดสวนสักที :)


หัวข้อ: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : "นิทาน บ้านสวน" : ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 02, 2013, 09:40:40 PM
"นิทาน บ้านสวน" ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา

(https://i.imgur.com/LqS6SM2.jpg)

"หากเลือกได้ อยากเป็นเงาของใครครับ" เย็นวันหนึ่งผมถามเงาของตัวเองอย่างนี้
"ขอตัวช่วยหน่อยสิ ขี้เกียจคิดว่ะ" เงากล่าวตอบพร้อมบิดขี้คร้าน

ผมอึ้งอยู่นาน ไม่เชื่อว่าเงามันจะมาไม้นี้ "นิสัยเหมือนใครว่ะ" ผมคิดในใจ
"เงาก็เหมือนเจ้าของมันไง วู้ เร็วๆ ให้ว่อง อย่าให้วัยรุ่นเซ็ง" มันตอบผมคล้ายอ่านความคิดได้

"เอางี้ เอางี้ มีตัวช่วยให้ 3 ตัว เอ๊ย 3 คน" ผมบอกมันพร้อมชูนิ้วขึ้น 3 นิ้ว "คนแรก คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สอง คนที่เราคิดว่าอยากเป็น และคนสุดท้าย คนที่เราเป็น"
"เฮ้อ ตัวเลือกเห่ยๆแบบนี้ ยังกล้าเสนอมาอยู่เหรอเนี่ย" เงากล่าวพร้อมถอนหายใจแรงๆ

"หากเลือกได้ อยากเป็นเงาของใครครับผม คุณเงา" เมื่อผมถามอีกครั้ง เงากลับจ้องหน้าผมและยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ถ้าเป็นเอ็งล่ะ จะเลือกคนไหน" เงากล่าวตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
เป็นไงล่ะ คุณว่าเงาของผมกวนโอ๊ยขนาดไหน  ;D

"ไม่รู้ว่ะ"
"เฮ้ย คิดให้ดีก่อนสิว่ะ แล้วค่อยตอบ" เงากล่าวคล้ายอาจารย์พูดกับลูกศิษย์

"ผมไม่อยากเป็นใครทั้งนั้น" ผมพูดขึ้นพร้อมหันหน้ามองไปทางอื่น"
"อืม..." เหมือนมีเสียงเช่นนี้จากเงา แล้วเขาก็มองไปทางเดียวกันกับผม

ผมได้แต่ยืนเงียบๆ จ้องมองเขา
แต่เงาก็ไม่ตอบอะไรผมอีกเลย...


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: watanyou ที่ ตุลาคม 03, 2013, 04:12:54 AM
ผักหวานป่าที่สวนผมปี56นี้ คงล้มเหลวครับ ปีหน้าว่ากันใหม่ พืชปราบเซียนอย่างเค้าว่าจริง ผักหวานป่าบ้านสวนใช้ปุ๋ยอะไรครับ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน : "นิทาน บ้านสวน" : ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
เริ่มหัวข้อโดย: surachai1952 ที่ ตุลาคม 04, 2013, 09:51:21 AM
"นิทาน บ้านสวน" ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา

ใคร ๆ ก็อยากเป็นแบบที่ตัวเองอยากเป็น
แต่ในชีวิตจริงตั้งแต่เกิด คนส่วนใหญ่ต้องเป็นแบบที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
เริ่มจากต้องเป็นไปตามที่พ่อแม่พี่ป้าน้าอาคิดว่าเราเป็น
พอเข้าโรงเรียนก็ต้องเป็นไปตามที่ครูคิดว่าเราเป็น
เมื่อมีเพี่อนก็ต้องเป็นไปตามที่เพื่อนคิดว่าเราเป็น
พอถึงวัยทำงานก็ต้องเป็นไปตามที่ผู้บังคับบัญชาคิดว่าเราเป็น
เมื่อแต่งงานมีครอบครัวก็ต้องเป็นไปตามที่คู่ชีวิตคิดว่าเราเป็น
เท่านี้ยังไม่พอยังต้องเป็นไปตามที่กระแสสังคมคิดว่าเราเป็นอีกด้วย
กว่าจะมีอิสระได้เป็นแบบที่ตัวเองอยากเป็น ก็ใกล้ฝั่งแล้ว
 ;D ;D ;D แทบไม่มีใครสนใจแล้ว
สุดท้ายถ้าเป็นคนที่เราเป็น ก็บรรลุแล้ว


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ ตุลาคม 04, 2013, 11:57:55 AM
"นิทาน บ้านสวน" ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
"หากเลือกได้ อยากเป็นเงาของใครครับ" เย็นวันหนึ่งผมถามเงาของตัวเองอย่างนี้
"ขอตัวช่วยหน่อยสิ ขี้เกียจคิดว่ะ" เงากล่าวตอบพร้อมบิดขี้คร้าน

ผมอึ้งอยู่นาน ไม่เชื่อว่าเงามันจะมาไม้นี้ "นิสัยเหมือนใครว่ะ" ผมคิดในใจ
"เงาก็เหมือนเจ้าของมันไง วู้ เร็วๆ ให้ว่อง อย่าให้วัยรุ่นเซ็ง" มันตอบผมคล้ายอ่านความคิดได้

"เอางี้ เอางี้ มีตัวช่วยให้ 3 ตัว เอ๊ย 3 คน" ผมบอกมันพร้อมชูนิ้วขึ้น 3 นิ้ว "คนแรก คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สอง คนที่เราคิดว่าอยากเป็น และคนสุดท้าย คนที่เราเป็น"
"เฮ้อ ตัวเลือกเห่ยๆแบบนี้ ยังกล้าเสนอมาอยู่เหรอเนี่ย" เงากล่าวพร้อมถอนหายใจแรงๆ

"หากเลือกได้ อยากเป็นเงาของใครครับผม คุณเงา" เมื่อผมถามอีกครั้ง เงากลับจ้องหน้าผมและยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ถ้าเป็นเอ็งล่ะ จะเลือกคนไหน" เงากล่าวตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
เป็นไงล่ะ คุณว่าเงาของผมกวนโอ๊ยขนาดไหน  ;D

"ไม่รู้ว่ะ"
"เฮ้ย คิดให้ดีก่อนสิว่ะ แล้วค่อยตอบ" เงากล่าวคล้ายอาจารย์พูดกับลูกศิษย์

"ผมไม่อยากเป็นใครทั้งนั้น" ผมพูดขึ้นพร้อมหันหน้ามองไปทางอื่น"
"อืม..." เหมือนมีเสียงเช่นนี้จากเงา แล้วเขาก็มองไปทางเดียวกันกับผม

ผมได้แต่ยืนเงียบๆ จ้องมองเขา
แต่เงาก็ไม่ตอบอะไรผมอีกเลย...

คนไหนของจริง?
- คนที่คนอื่นอยากให้เราเป็น
- คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
- คนที่เราอยากเป็น
- คนที่เราคิดว่าเป็น
- คนที่เราเป็นจริงๆ

 ??? ??? ??? มนุษย์มักจะมองผ่านเลนส์ของตัวเองเสมอ  ยากนักที่จะมองเห็นตัวตนที่แท้จริงโดยไม่มีอคติเลย


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน : "นิทาน บ้านสวน" : ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 04, 2013, 09:45:42 PM
"นิทาน บ้านสวน" ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา

ใคร ๆ ก็อยากเป็นแบบที่ตัวเองอยากเป็น
แต่ในชีวิตจริงตั้งแต่เกิด คนส่วนใหญ่ต้องเป็นแบบที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
เริ่มจากต้องเป็นไปตามที่พ่อแม่พี่ป้าน้าอาคิดว่าเราเป็น
พอเข้าโรงเรียนก็ต้องเป็นไปตามที่ครูคิดว่าเราเป็น
เมื่อมีเพี่อนก็ต้องเป็นไปตามที่เพื่อนคิดว่าเราเป็น
พอถึงวัยทำงานก็ต้องเป็นไปตามที่ผู้บังคับบัญชาคิดว่าเราเป็น
เมื่อแต่งงานมีครอบครัวก็ต้องเป็นไปตามที่คู่ชีวิตคิดว่าเราเป็น
เท่านี้ยังไม่พอยังต้องเป็นไปตามที่กระแสสังคมคิดว่าเราเป็นอีกด้วย
กว่าจะมีอิสระได้เป็นแบบที่ตัวเองอยากเป็น ก็ใกล้ฝั่งแล้ว
 ;D ;D ;D แทบไม่มีใครสนใจแล้ว
สุดท้ายถ้าเป็นคนที่เราเป็น ก็บรรลุแล้ว

รุ่นพี่คนหนึ่งพอฟังเรื่องนี้ แกตอบเฉยเลยว่า "จะยากอะไร ก็เป็นมันทั้ง 3 คนรวมกันนั่นแหละ"
เออเนาะ แกก็ช่างคิดของแก  ;D ;D


หัวข้อ: "นิทาน บ้านสวน" ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 04, 2013, 09:56:55 PM

 ??? ??? ??? มนุษย์มักจะมองผ่านเลนส์ของตัวเองเสมอ  ยากนักที่จะมองเห็นตัวตนที่แท้จริงโดยไม่มีอคติเลย

 :-[ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับพี่ คนเราถูกประสบการณ์ที่ผ่านมาหล่อหลอมให้เป็นเรา และมองโลกผ่านเลนส์นั้น
โดยที่ไม่ยอมเปิดใจมองสิ่งต่างๆตามที่มันควรจะเป็น พูดถึงเรื่องนี้แล้วคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่ตัวเอกเป็นเด็กชาวอินเดียแดงชื่อ "มองผ่านป่า"
สายตาโคตรสั้นมาตั้งแต่กำเนิด ทำให้มองเห็นโลกแบบเบลอๆ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ปิดกั้นจิตใจอันดีงามของเขา ที่เชื่อว่าผู้คนและโลกรอบกายสวยงาม
เสมอ ชั่วชีวิตเขามีหนเดียวที่มองเห็นทุกอย่างชัดเจนอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่อย่างที่เขาเห็น คือบังเอิญมองผ่านน้ำตก จังหวะหนึ่งที่ม่านน้ำนั้น
กลายเป็นเลนส์ให้เขามองเห็นทุกอย่างชัดเจน อย่างที่มันเป็นอยู่จริง...  :)


หัวข้อ: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : "นิทาน บ้านสวน" : ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 04, 2013, 10:07:58 PM
ผักหวานป่าที่สวนผมปี56นี้ คงล้มเหลวครับ ปีหน้าว่ากันใหม่ พืชปราบเซียนอย่างเค้าว่าจริง ผักหวานป่าบ้านสวนใช้ปุ๋ยอะไรครับ

อย่าคิดว่ามันล้มเหลวสิ เพราะมันทำให้เราได้รู้ว่า เส้นทางที่เลือกไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะสมสำหรับเรา เป้าหมายชัดเจนแล้ว
จะกลัวอะไรกับอีแค่หลงทางบ้าง อย่างน้อยก็ได้ลองเดินเล่นบนเส้นทางสายอื่นดู จะได้มีเรื่องราวเล่าขานเยอะๆ เวลาถึงปลายทาง...
เฮ้ย ไม่ได้ถามนี่หว่าตอบซะยาว  ;D ;D

ผักหวานป่าที่สวนผมปีนี้ ปลูกแค่ 300 กว่าเมล็ด ปลูกด้วยวิธีหยอดเมล็ดอย่างเดียว(ไม่นับพวกที่ไปล้อมจากป่ามานะครับ)
แต่ทำการทดลองหลากหลายพื้นที่มากๆ ว่างๆจะเล่าให้ฟังอีกที ส่วนปุ๋ยที่ใช้ตอนนี้มีแค่ ขี้วัวรองก้นหลุมตอนปลูกตะขบเป็นพี่เลี้ยง 10 ต้น
กับใส่ขี้ไก่แกลบโรยบางๆไป 2 รอบแล้ว ครับผม  ;)


หัวข้อ: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : "นิทาน บ้านสวน" : ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 05, 2013, 05:43:31 PM
ปลายเดือนกันยายน ย่ากับปู่มาเยี่ยมเด็กหญิง สองสามวันที่อยู่ อาหารการกินหลักๆคือ เห็ดและหน่อไม้จากป่า พืชผักต่างๆจากสวน ดูแกมีความสุขมาก แถมขากลับยังได้ไปทั้งกล้วยเป็นเครือ แตงไร่ แตงไทย ฟักทองหลายลูก หน่อไม้ ข้าวโพด และผักสดต่างๆ  ทั้งหมดนี้เป็นผลผลิตจากป่าและบ้านสวน ซึ่งปลอดสารพิษแบบน่าเชื่อถือได้  ;D เพราะปลูกเอง อย่างน้อยตอนนี้ก็ทำให้ผมเชื่อว่า ตนเองมีความมั่นคงทางอาหารระดับนึง และหวังว่า เส้นทางที่เลือกเดิน แม้จะขรุขระบ้าง รกรุงรังบ้าง อาจมีหลงทางบ้าง  แต่ก็ยังมีคนรอบข้างอีกหลายคน ที่พร้อมจะเดินร่วมทาง...



ครอบครัวพากันเดินสำรวจความมั่นคงทางอาหาร  ;D น่าเสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพพืชผลไว้ เพราะผมมัวแต่ยุ่งๆกับการเก็บ

(https://i.imgur.com/QPAm3Xp.jpg)



ถั่วฝักยาวที่ยายของเด็กหญิงปลูกเล่นๆ กำลังจะได้กินแล้ว ย่าบ่นเสียดายขนาด  ;D

(https://i.imgur.com/vooRhbe.jpg)


"ผักหวานป่า" หวังว่าคงเป็นหลักประกันทางอาหารในอนาคตให้กับบ้านสวนได้

(https://i.imgur.com/w9dBoA7.jpg)


หัวข้อ: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : "นิทาน บ้านสวน" : ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 05, 2013, 05:51:16 PM
เช้าวันนี้อากาศดี ผมเลยชวนเธอขึ้นป่าแต่เช้า จุดประสงค์หลักคือหน่อไม้ ส่วนเห็ดเป็นผลพลอยได้ เพราะเริ่มเป็นปลายฤดูแล้ว ส่วนพรุ่งนี้กะว่าจะไปจัดการกับเครือถั่วทั้งหลายที่งอกงามเสียเหลือเกิน ถางออกจากต้นไม้ที่เตรียมเป็นพี่เลี้ยงผักหวานป่าปีหน้า


เห็ดได้มาแบบพอจี่ พอแจ่ว ควบคุมโดยแม่ครัวใหญ่ของเรา  ;D

(https://i.imgur.com/Bf56Zd4.jpg)



แถมด้วยหมกเห็ดห่อใบตอง อาหารโปรดเด็กหญิง  :)

(https://i.imgur.com/uaQSmNy.jpg)


หัวข้อ: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : "นิทาน บ้านสวน"
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 06, 2013, 03:32:02 PM
วันนี้ไป chop 'n drop ที่สวนล่างมา นี่เป็นการกระทำตามความหมายของคำจริงๆเป็นครั้งแรก เพราะเครื่องมือมีแค่พร้าโยนกับกรรไกรตัดกิ่ง เนื่องจากได้ทำการปลูกไม้พี่เลี้ยงรอสำหรับการลงผักหวานป่าฤดูกาลหน้า และไม้พี่เลี้ยงยังมีการปลูกถั่วพร้าเป็นพี่เลี้ยงอีกทีนึง พร้อมยังลงสารพัดถั่วเพื่อคลุมดิน ผ่านมา 3 เดือน จากพื้นที่ดินแดงๆ เกือบทั้งหมดของพื้นที่สวนล่างถูกปกคลุมด้วยพืชคลุมดินคือ หญ้ามาเลเซีย กระดุมทอง ถั่วต่างๆ และวัชพืชที่งอกงามเอง  ;)


ใช้พร้าโยนถางรอบๆ จากนั้นจึงใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดอีกที ผลที่ได้คือต้นไม้ที่ปลูกไว้เริ่มโผล่หน้าโผล่ตามาให้เห็น หลังจากก่อนหน้านี้ มองไปทางไหนก็เจอแต่พุ่มถั่วพร้า  ;D ;D

(https://i.imgur.com/dk7YePU.jpg)



นอกเหนือจากตะขบแล้วยังลงต้นไม้หลากหลายชนิดไว้อย่างละต้นสองต้น ภาพเล็กบนต้นแคนา เล็กล่างกฤษณา ภาพแนวตั้งคือจำปา
อยู่ตรงไหนมองหากันเอง  >:( หลังจากปลูกซ่อมครั้งสุดท้าย การเปิดทางไม้พี่เลี้ยงออกพบว่ายังไม่มีต้นไม้ตายเพิ่ม น่าชื่นใจจริงๆ  :)

(https://i.imgur.com/wRVhMt0.jpg)



ตะขบก็เริ่มโผล่หน้ามาให้เห็นหลังจากตัดตอนยอดของถั่วพร้าออก

(https://i.imgur.com/BSgxiJb.jpg)



สภาพโดยรวมสวนล่าง พื้นที่สีเขียวเริ่มปกคลุมเกือบทั้งหมด เหลือเพียงส่วนพื้นที่ลาดเอียง ซึ่งดินไม่ค่อยดีเนื่องจากถูกขูดหน้าดินออกไปตอนปรับที่ สังเกตได้จากต้นถั่วยังไม่งาม ปีหน้าว่ากันใหม่  :)

(https://i.imgur.com/VxJKC6q.jpg)


พื้นที่ขอบสระด้านท้าย ตอนนี้ต้นกล้วยคลุมจนแดดส่องไม่ถึงพื้นแล้ว ส่วนด้านข้างต้นหญ้ามาเลเซียก็ยึด พื้นที่ได้เกือบหมดแล้ว ทำให้กระดุมทองเลือกที่จะเลื้อยลงไปด้านสระน้ำ หมดห่วงเรื่องลามไปที่ข้างเคียง แต่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นระยะต่อไปเรื่อยๆ  ;D ;D

(https://i.imgur.com/db4J7EC.jpg)



หลังจากเก็บฟักทองให้ย่าของเด็กหญิงเป็นของฝากแล้ว ยังมีผลผลิตออกมาอีก เพราะฝนที่ตกลงมาช่วงท้ายฤดูกาล

(https://i.imgur.com/oWs5Fk9.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 07, 2013, 06:53:58 AM
นิทาน บ้านสวน : การเดินทางของ “หยดน้ำใส” (ต้นน้ำ)

ทันทีที่ลืมตาตื่น “หยดน้ำใส” ได้พบว่ารอบกายรายล้อมไปด้วยหยดน้ำต่างๆจำนวนมากมายมหาศาล ทั้งวัยแรกเกิดเช่นเดียวกันเธอ วัยหนุ่มสาวผู้กระฉับกระเฉง และหยดน้ำวัยชราที่ค่อยๆไหลเอื่อยๆอย่างไม่เร่งรีบ “นี่พวกเรากำลังจะไปที่ไหนกันนะ” หยดน้ำใสถามหยดน้ำข้างๆ

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเธอนัก ทุกคนต่างไหลไปข้างหน้าอย่างเรื่อยๆ อ๊ะนั่น พวกวัยหนุ่มสาวกระโดดอย่างรวดเร็วเมื่อเจอโขดหิน หยดน้ำใสอดที่จะยกมือมาปิดตาไม่ได้ “พวกเขาจะรีบไปที่ไหนกันนะ” เธอคิด “อะแฮ่ม อะแฮ่ม” เธอได้ยินเสียงกระแอมไอจากด้านหลัง จึงเหลียวไปมอง “นี่แม่หนู จะปิดตาไว้อีกนานไหมจ๊ะ” “โทษทีค่ะ ก็มันยังไม่หายหวาดเสียวนี่ค่ะ” เธอกล่าวขึ้นพร้อมกับค่อยๆเอามือที่ปิดตาออก

ภาพที่เห็นคือหยดน้ำชราผู้หนึ่งกำลังจูงมือเด็กชายวัยเดียวกันกับเธอมาด้วย “เรียกเราว่า หยดสุดท้าย”เด็กชายทักทายก่อน “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อหยดน้ำใส” “อะแฮ่ม อะแฮ่ม หนูๆ สนใจฉันบ้างสิ” หยดน้ำชรากล่าวพร้อมกระโดดขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้ที่ถูกพวกหนุ่มสาวแบกไว้อย่างร่าเริง “มามะ ขึ้นมานั่งกับฉันสิ เดี๋ยวฉันจะเล่านิทานให้ฟัง”

หยดน้ำชรากล่าวพร้อมยื่นมือทั้งสองข้างลงมา หยดสุดท้ายจับไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถูกจับโดยหยดน้ำใส เมื่อมือของเธอสัมผัสกับหยดน้ำชรามันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด คล้ายเจอคนที่รู้จักกันเมื่อนานมาแล้ว “ฮุยเลฮุย ฮุยเลฮุย” เสียงหยดน้ำหนุ่มสาวร้องขึ้นอย่างคึกคัก พวกเขาไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย

“หนทางยังอีกไกล พวกเธอสองคนอยากรู้ไหมว่าเราจะไปหนแห่งใดกัน” หยดน้ำชรากล่าวด้วยน้ำเสียงน่าตื่นเต้น “นั่นสินะ พวกเรากำลังจะไปที่ไหนกัน เธออยากรู้ไหมหยดน้ำใส” เด็กหนุ่มพูดขึ้นก่อน หยดน้ำใสยิ้มพร้อมพยักหน้าไปมา “เอาละๆ ตั้งใจฟังกันให้ดีล่ะ เด็กๆทั้งหลาย เรื่องที่ฉันจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ บางที พวกเธออาจจะต้องเล่าให้พวกความทรงจำพลัดหล่นฟังต่อไปในเวลาข้างหน้าก็ได้”

“พวกความทรงจำพลัดหล่น หมายถึงใครกันครับ” หยดสุดท้ายถามด้วยความสงสัย “ก็พวก....... เฮ้อ ช่างมันเถอะ เดี๋ยวพวกเธอก็รู้เองแหละ” หยดน้ำชราพูดจบก็ถอนหายใจ ทำสีหน้าท่าทีเหมือนคนที่เกือบจะหลุดความลับออกมา “เอาล่ะตั้งใจฟังให้ดีนะ เรื่องราวมันเป็นอย่างนี้...”



กิจกรรมนักสืบสายน้ำ เพื่อให้เข้าใจความเป็นมาของสายน้ำ และเชื่อมโยงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเข้าสู่วิถีชุมชน

(https://i.imgur.com/ZDkiCJR.jpg)



รวบรวมสะสมสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ ที่เป็นตัวชี้วัดความสะอาดของสายน้ำ

(https://i.imgur.com/7f2Kadr.jpg)


สรุปผลโดยผู้รู้ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อค้นหาชุมชนในฝัน ที่อยู่ร่วมกับสายน้ำอย่างยั่งยืน

(https://i.imgur.com/FBFd1rG.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: jew5003 ที่ ตุลาคม 07, 2013, 11:34:18 AM
มาให้กำลังใจ หาเห็ดเก่งจริงๆ พบเซียนหาเห็ดแล้วครับ เอ้า...ใครสงสัยเรื่องเห็ดกินได้หรือไม่ได้ สอบถามได้


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 07, 2013, 01:41:31 PM
มาให้กำลังใจ หาเห็ดเก่งจริงๆ พบเซียนหาเห็ดแล้วครับ เอ้า...ใครสงสัยเรื่องเห็ดกินได้หรือไม่ได้ สอบถามได้

ยินดีที่มาทักทายครับ คงยังไม่ถึงขั้นเซียนหรอก ต้องเรียนรู้อีกเยอะทีเดียวสำหรับเรื่องเห็ด แต่หากมีเรื่องสอบถาม เชิญได้เลย
ตอบได้ไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง ครับผม ;)


หัวข้อ: "นิทาน บ้านสวน" : ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยเงาของเขา
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ ตุลาคม 07, 2013, 08:19:40 PM
ปลายเดือนกันยายน ย่ากับปู่มาเยี่ยมเด็กหญิง สองสามวันที่อยู่ อาหารการกินหลักๆคือ เห็ดและหน่อไม้จากป่า พืชผักต่างๆจากสวน
ดูแกมีความสุขมาก แถมขากลับยังได้ไปทั้งกล้วยเป็นเครือ แตงไร่ แตงไทย ฟักทองหลายลูก หน่อไม้ ข้าวโพด และผักสดต่างๆ
ทั้งหมดนี้เป็นผลผลิตจากป่าและบ้านสวน ซึ่งปลอดสารพิษแบบน่าเชื่อถือได้  ;D เพราะปลูกเอง อย่างน้อยตอนนี้ก็ทำให้ผมเชื่อว่า
ตนเองมีความมั่นคงทางอาหารระดับนึง
และหวังว่า เส้นทางที่เลือกเดิน แม้จะขรุขระบ้าง รกรุงรังบ้าง อาจมีหลงทางบ้าง
แต่ก็ยังมีคนรอบข้างอีกหลายคน ที่พร้อมจะเดินร่วมทาง...



ครอบครัวพากันเดินสำรวจความมั่นคงทางอาหาร  ;D น่าเสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพพืชผลไว้ เพราะผมมัวแต่ยุ่งๆกับการเก็บ

(https://i.imgur.com/QPAm3Xp.jpg)

ถ้าผมเป็นปู่ ผมคงมีความสุขมาก ไม่กลับเลยดีกว่า 555 น่าอยู่มากครับ  ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 07, 2013, 08:55:18 PM
ถ้าผมเป็นปู่ ผมคงมีความสุขมาก ไม่กลับเลยดีกว่า 555 น่าอยู่มากครับ  ;) ;) ;)

ตุลาคมปีหน้า ปู่จะเกษียณจากลูกจ้างประจำมาช่วยเลี้ยงเด็กหญิงครับ
ผมกะว่าจะจ้างแกให้มาเฝ้าดูแลสวนบน สวนล่างให้อยู่เนี่ย  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: chondan ที่ ตุลาคม 07, 2013, 09:53:26 PM
เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมหลงทางด้วยคนครับ....


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 07, 2013, 09:58:20 PM
เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมหลงทางด้วยคนครับ....

หลงทางเสียเวลานะครับ
แต่จะมีเรื่องให้โม้เยอะเวลาถึงปลายทาง  ;D ;D
ยินดีครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 09, 2013, 11:10:22 PM
หลังจากปล่อยให้สารพัดถั่วปกคลุมพื้นที่สวนล่างส่วนหนึ่ง เย็นวันก่อนได้ไปจัดการเปิดทางให้กับต้นไม้ที่ปลูกไว้หลายสิบต้น แทบจะทุกต้นถูกปกคลุมด้วยเถาถั่ว  >:( >:(


ไผ่กิมซุง 4 กิ่งที่ตั้งใจปลูกไว้เป็นแม่พันธุ์(จะไม่ซื้อเพิ่มอีกแล้ว)ก็เป็นอีกหนึ่งในต้นไม้หลายชนิดที่โงหัวไม่ขึ้นภายใต้เถาถั่ว  ;D ;D

(https://i.imgur.com/Asnciou.jpg)



กองดินที่สั่งมาเพิ่มหน้าดินบริเวณที่จะทำแปลงไผ่กิมซุงกับแปลงพืชไร่ในปีหน้า ปีนี้เป็นที่วิ่งเล่นของเด็กหญิงก่อน  :)

(https://i.imgur.com/h7lzUlh.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 10, 2013, 09:38:56 AM
เปิดเวบตอนสายมาแบบงงๆ กระทู้โดนล๊อค เอ๊ยโดนสั่งย้ายเสียแล้ว  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : นิทานบ้านสวน การเดินทางของ"หยดน้ำใส"
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ ตุลาคม 10, 2013, 09:48:38 AM
ยินดีต้อนรับสู่มุมสมาชิกครับ  :-[ :-[ :-[

ตอนนี้ทางคุณ nomadic_man ก็มีทางเลือกให้ตอบกลับด้วยกดปุ่ม "แก้ไข" กระทู้เดิมที่มีคนโพสต์ถามได้เลย หรือจะตอบกลับด้วยการกดปุ่ม "อ้างถึง" เหมือนเดิมก็ได้  ;)



nomadic_man ขอบคุณครับพี่  ;D


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 10, 2013, 09:57:24 AM
นักพเนจรผู้หนึ่งเคยกล่าวกับผมไว้ว่า “นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ แต่มนุษย์นั้นสามารถมองเห็นทั้งท้องฟ้าและผืนน้ำเพราะเลือกที่จะยืนอยู่บนพื้นดิน ทว่าเป็นที่น่าเสียดาย หากเราไม่ก้าวออกมาจากที่เดิม เราก็ไม่อาจมองเห็นตัวเองได้...”

มันก็นานมากแล้วที่เราไม่ได้พบเจอกัน แต่คำกล่าวของเขาในตอนนั้นยังก้องอยู่ในหัวของผมเสมอ และหากมีเวลาเราก็ควรหาโอกาสออกเดินทางเสียบ้าง แน่นอนใครๆต่างก็รู้มาว่า น้ำหมันไหลลงน้ำเหืองที่บ้านปากหมัน และน้ำเหืองไหลลงน้ำโขงที่ อ.เชียงคาน และแม่น้ำโขงไหลออกทะเลที่ประเทศเวียดนาม มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่านะ...

ด่านซ้ายเป็นเมืองน่าอยู่ เป็นชุมชนเล็กๆที่ถูกห้อมล้อมด้วยภูเขา มีน้ำหมันเป็นเสมือนสายธารแห่งชีวิต วิถีชุมชนย่อมสัมพันธ์กับขุนเขาและสายน้ำอย่างแยกไม่ออก ธรรมชาติได้มอบปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ไม้สำหรับสร้างที่อยู่อาศัยและทำเครื่องมือเครื่องใช้ สมุนไพรต่างๆสำหรับรักษาโรค และที่ขาดไม่ได้คืออาหาร นับตั้งแต่การล่าสัตว์ การหาหน่อไม้ เก็บผักหวานป่า เก็บเห็ด เป็นต้น

ส่วนสายน้ำก็ให้ กุ้ง หอย ปู ปลา ผักต่างๆ เป็นอาหาร ปลาส่วนใหญ่ที่จับได้ในน้ำหมันมักจะพบได้ทั้งที่น้ำเหืองและน้ำโขง เพราะเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ปลาจากน้ำโขงหลายชนิดก็จะว่ายทวนน้ำขึ้นมาตามลำน้ำสาขาเพื่อวางไข่ ผู้คนริมน้ำจึงได้จับปลาเป็นอาหารเสมอๆ ทว่าปัจจุบันจำนวนปลาที่จับได้ลดน้อยถอยลง หรือพอจับได้แต่มีขนาดเล็กกว่าเมื่อก่อนมาก เราจึงอยากรู้ว่าวิถีชุมชนคนลุ่มน้ำแต่ละแห่งเป็นเหมือนกันไหม

เราไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไรหรือตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่เราก็จะพยายามทำความเข้าใจ...

จึงเป็นที่มาของการเดินทางครั้งนี้ เพื่อสัมผัสและเรียนรู้ถึงวิถีชุมชนคนลุ่มน้ำ หมัน-เหือง-โขง แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่าง เราจึงตั้งใจไว้ว่าจะไปให้ถึง จังหวัดหนองคาย และจะลองข้ามไปยังเมืองเวียงจันทน์เพื่อเที่ยวชมวัฒนธรรมคนริมโขงอีกฟากฝั่งด้วย
หากได้มีโอกาสเดินทางครั้งนี้
กลับมาเราจะเล่าให้ฟัง
ว่าเป็นอย่างไรบ้าง...


นี่เป็นการเขียนโครงการขอไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อนเดินทางด้วยมอเตอร์ไซด์กับคนไม่กี่คน ไม่มีใครคิดว่าโครงการนี้จะผ่านการอนุมัติ  ;D ;D

โปรดติดตามตอนต่อไป  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย
เริ่มหัวข้อโดย: กัญจน์ ที่ ตุลาคม 10, 2013, 11:20:30 AM
ยินดีต้อนรับสู่มุมสมาชิกครับท่าน และก็ได้เวลาบอกพิกัดตามสัญญาที่ให้ไว้แล้วใช่ไหมครับ ;D ;D ;D ;)



nomadic_man ใช่ครับผม  ตามตอนล่าสุดเลยครับ "เหนือสุดอีสาน คือเมืองด่านซ้าย" :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 10, 2013, 10:51:34 PM
ทริปนี้มีผู้ร่วมทางทั้งหมด 5 คน รวมถึงผม กับมอเตอร์ไซด์ 3 คัน เส้นทางคือเลียบแม่น้ำ หมัน-เหือง-โขง จากด่านซ้าย-ท่าลี่-เชียงคาน-ปากชม-สังคม
-ศรีเชียงใหม่-ท่าบ่อ-อ.เมืองหนองคาย-ข้ามไปเวียงจันทน์  ภาพเล็กบนคือปากน้ำหมันที่ไหลลงน้ำเหือง ในภาพมีคนในลำน้ำกำลังหาตัวอะไรบางอย่าง  ;D
ส่วนภาพล่างคือลักษณะทั่วไปที่พบได้ในลำน้ำเหืองช่วงตื้นๆ

(https://i.imgur.com/ryRnu1b.jpg)



ป้ายเตือนกรมทาง  >:( >:( ของถนนช่วงหนึ่งและสภาพทั่วไปของแก่งโตน อ.ท่าลี่  ยังพบเห็นชาวบ้านหาปลาขนาดเล็ก โดยใช้เบ็ดขนาดเล็กมากๆ

(https://i.imgur.com/LpiSUWf.jpg)



นมัสการพระใหญ่ บ้านท่าดีหมี บริเวณที่น้ำเหืองไหลบรรจบน้ำโขง และเป็นจุดแรกที่น้ำโขงกลับมาเป็นเขตชายแดนไทย-ลาว
ภาพเล็กล่างแวะพัก ที่แก่งคุดคู้ อ.เชียงคาน

(https://i.imgur.com/uw8s9Nn.jpg)



สภาพทั่วไปของลำน้ำโขง ยังพบเห็นชาวบ้านหาปลาได้ทั่วไป

(https://i.imgur.com/S9OABX4.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย
เริ่มหัวข้อโดย: Backjack21 ที่ ตุลาคม 11, 2013, 08:20:19 AM
สวนพี่นี่มันฟาร์มเห็ดชัดๆ....หิวเมื่อไรเดินเข้าป่าได้ของกินมาทุกที 7-11 หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา..สวนพี่หิวเมื่อไหร่ก็เข้าป่าไป...555+ :-[ :-[ ;D ;D
บรรยากาศดี วิวสวยจริงๆ 8) 8)...ก่อกองไฟนอนดูดาวหน้าหนาว...มีผ้าห่มอุ่นๆ และสาวนอนข้างๆ....คงจะฟินน่าดู... :-* :-*



nomadic_man ถ้าอยาก "ฟิน" เหรอครับเชิญได้เลย ออกพรรษาปีนี้มีปาร์ตี้ปล่อยผี หากดวงดีอาจได้เป็นคนต้นเรื่อง "เรื่องประหลาดแห่งบ้านสวน" ก็ได้ครับ เผลอๆ มีโชคทางตัวเลขด้วยนะเออ  ;D ;D ;D

ว่าด้วยเรื่อง "ฟาร์มเห็ดจากธรรมชาติ"

ป่าที่ผมไปหาเห็ดจริงๆแล้วเป็นแค่ป่าเสื่อมโทรมที่เคยถูกสัมปทานป่าไม้ได้หลายสิบปีแล้ว พอมีวัดป่าตั้งขึ้นจึงได้มีการร้องขอให้จัดเป็นป่าชุมชน
ถึงกระนั้นก็ยังมีคนแอบอ้างเข้าไปหักร้างถางพงอยู่บ่อยๆ เมื่อธรรมชาติถูกปล่อยไว้เฉยๆโดยที่ไม่มีมนุษย์เข้าไปยุ่งเกี่ยวทั้งในแง่ดีหรือร้าย

ระบบนิเวศได้ค่อยๆฟื้นฟูสภาพป่าด้วยตัวเขาเอง ต้นไม้น้อยๆที่รอดจากการสัมปทานก็ค่อยๆเติบใหญ่ขึ้น ภูเขาเห็ดเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่มีเนื้อที่ไม่มาก แต่กลับเป็นแหล่งรวมอาหารจากธรรมชาติต่างๆ ไม้ไผ่ หน่อไม้ เห็ด กระชาย และพืชพันธุ์อีกนับไม่ถ้วน ผมเป็นเพียงคนเล็กๆที่มีโอกาสโชคดีได้เข้าไปหากินในพื้นที่ แต่ก็มีความรู้สึกหวงแหนป่าผืนนี้ แต่ผู้คนอีกมากมายกลับไม่ฉุกคิด ว่าหากหมดป่าผืนนี้ไปแล้วจะไปหากินกันที่ไหน

ทุกวันนี้คนที่เข้าไปหาประโยชน์จากป่าผืนนี้ ไม่ค่อยมีสำนึกร่วมในการหวงแหน เห็นได้จากการนำอาหารเสริมพลังเข้าไปกินแต่ไม่ยอมเก็บขวด กล่อง ซอง
กลับออกมา หลายต่อหลายครั้งที่ผมหิ้วถุงขยะถุงใหญ่ออกมาแทนอาหาร พร้อมกับคำถามในใจที่ว่า "กะอีแค่นี้ มันอะไรกันนักหนาว่ะเนี่ย"  >:(

ทุกครั้งที่ผมนำอาหารเอาไปด้วย ก่อนกินทุกครั้งผมจะแบ่งส่วนหนึ่งไว้ตามโขดหิน ตามต้นไม้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแค่รู้สึกว่าอยากทำแบบนี้
และไม่ลืมที่จะนำขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองออกมาทุกครั้ง ครับผม



Backjack-21>>> ง่ะ...ถ้าออกพรรษาผมไปนอนดูดาว...กองไฟกำลังอุ่น...อากาศเริ่มเย็นลง....ผมซุกตัวใต้ผ้าห่มหนาด้วยอาการง่วงนอน...
                         เอ๋..!! แล้วใครมานอนในผ้าห่มกับตรูหว่า?....ตอนมาก็มาคนเดียว...ตอนดึกดันมีเพื่อนมานอนเป็นเพื่อนซะงั้น..
                         ผู้หญิงชุดขาวผมยาว....ส่งยิ้มหวานมาให้ผม...เจอแบบนี้...ฟินเลยยยยม่ายยยยอ่าวววววน่าาาาาาาา :-\ :-\ :-\ :-\
                         ที่สวนพี่..อาจมีพลังงานบางอย่างอยู่.....ก็เป็นด้ายยยยยยย5555+ :D :D



nomadic_man "ขอเชิญ อ.ริว จิตสัมผัสครับ" เอ๊ย ม่ายช่าย  >:( >:(


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 11, 2013, 11:12:21 PM
ผลจากการเดินทางครั้งนี้ ทำให้ผมพบว่า "เรามักจะกลัวสิ่งที่คาดคิดไว้ก่อน ทั้งๆที่จริง สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เลวร้ายนัก" เนื่องด้วยผมเป็นตัวตั้งตัวตีของโครงการเที่ยวครั้งนี้ ผมจึงมีความหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งในหลายๆเรื่อง ทำให้บางทีได้ตัดสินใจด้วยความคิดตนเองเพียงลำพัง

ทั้งที่คิดว่ามันควรจะดีที่สุด แต่ก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ สุดท้าย ผมเรียนรู้ที่จะเปิดใจยอมรับว่า การเดินทางเป็นหมู่คณะ เราควรจะมีการตัดสินใจร่วมกัน คนที่เราเคยมองข้ามเขาตอนที่เราทำงานร่วมกัน เมื่อหลุดออกจากหัวโขนเดิมๆ เขากลับมีความสามารถมากกว่าที่เราคาดคิด

ข้อดีของการเดินทางที่คนไม่มากนัก ทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เมื่อกลับมาจากทริป กลุ่มเราแต่ละคนได้สนิทกันมากขึ้น จากที่เคยเดินสวนทางกันเฉยๆ ก็มีการทักทายหยอกล้อกัน แม้การเดินทางครั้งนี้จะไม่ได้เรียนรู้วิถีชุมชนมากนักตามที่หวัง แม้จะมีความเข้าใจผิดหลายอย่างเกิดขึ้นระหว่างทาง ถึงกระนั้นก็ตาม ผมยังเชื่อเสมอว่า เราทุกคนล้วนแต่ต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาให้มุ่งไปสู่จุดใดจุดหนึ่ง ที่ทำให้เราใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างเสมอภาค

เฉกเช่นสายน้ำทุกสาย แม้จะไหลคดเคี้ยวปานใด แต่นั่นก็มิใช่เส้นทางที่สั้นที่สุดแล้วหรือ ที่พวกมันเลือกที่จะเดินทางไหลไปรวมกัน
ณ มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล


ภาพบางส่วนจากการข้ามแดนไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน ดินแดนแห่งนี้มันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก หรือเป็นเพราะมันทำให้เราคิดถึงอดีตของประเทศเรา

(https://i.imgur.com/Fbw3ffC.jpg)



ผู้คนดูยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมที่จะเป็นมิตรกับทุกผู้คนที่พบเห็น

(https://i.imgur.com/iv6Jm67.jpg)



วันเดินทางกลับแวะนมัสการ "วัดหินหมากเป้ง"

(https://i.imgur.com/b6fyOkp.jpg)



ผู้คนริมน้ำโขงมีอาชีพหลากหลายกว่าที่คาดคิด ค้าขาย "หิน ดิน ทราย"

(https://i.imgur.com/eA3ZZF0.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย
เริ่มหัวข้อโดย: nitit_tipnee ที่ ตุลาคม 13, 2013, 09:12:50 PM
สวนเกษตรพอเพียงนิธิศจรรยาศรีแวะมาเยี่ยมชมครับ สภาพภูมิทัศน์น่าอยู่มากเลยครับ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=57815.800 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=57815.800)



nomadic_man ไว้มีโอกาสจะแวะไปเยี่ยมชมครับผม  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 14, 2013, 06:42:11 AM
สัปดาห์แห่งเห็ดโคน

สัปดาห์ที่แล้วที่ อ.ด่านซ้ายเกิดสภาวะ "ตื่นเห็ดโคน" ปีๆหนึ่งตามปรกติเห็ดโคนจะออก 2-3 ครั้งในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเห็ดโคนออก(แบบเยอะๆ)ตอนปลายฝนต้นหนาว หลังจากฝนได้ตกอย่างลดกระหน่ำ rainy sale  ;D ช่วงปลายฤดูกาล

พอฝนหายแดดออกปรากฏว่าสัปดาห์ที่แล้ว เห็ดโคนเริ่มออกตั้งแต่วันอังคาร(สังเกตจากตลาดสด) และยังออกต่อเนื่องมาเรื่อยๆ มันเป็นสัปดาห์ยุ่งๆของผมสัปดาห์หนึ่งจึงไม่มีโอกาสขึ้นป่าหาเห็ดกับเขา วันก่อนไปเดินตลาดเธอจึงซื้อเห็ดโคนมากิน 50 บาท  พอแกงได้ครึ่งถ้วยแถมยังไม่อร่อยสมอยากอีกด้วย(สงสัยเป็นเห็ดที่แม่ค้าเก็บไว้ค้างคืน) ทำให้นักเก็บเห็ดมือสมัครเล่นอย่างผมเจ็บช้ำน้ำใจเป็นอย่างยิ่ง  >:( >:(

เช้าวันอาทิตย์ประจวบเหมาะจึงตื่นแต่เช้าเข้าป่า หวังแต่เพียงว่าจะยังพอมีเห็ดโคนชุดเล็กๆ หลงเหลือรอดสายตาผู้คนที่หลั่งไหลเข้าป่าก่อนหน้านี้ทั้งสัปดาห์ เดินป่าตั้งแต่ 6.30 - 11.00 น. โดยประมาณ จึงได้เห็ดโคนมากินสมอยาก อย่างที่เห็น ครับผม




หามาเหนื่อยๆก็ชื่นใจเมื่อมีผู้ช่วยคัดแยกเห็ด

(https://i.imgur.com/YDFhdgq.jpg)




เป็นอีกครั้งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็ดเยอะขนาดนี้(เต็มตระกร้า) มาดูกัน กระด้งแรก

(https://i.imgur.com/QGHWRZO.jpg)




ยังได้อีกติดก้นกะละมัง แต่เห็ดยังไม่หมดตะกร้า

(https://i.imgur.com/gSrz3me.jpg)



สุดท้าย เมื่อยายล้างกระด้งแรกและแกงกินมื้อเที่ยง เอากระด้งมาแยกได้อีก 1 กระด้งครับผม

(https://i.imgur.com/beiwcU5.jpg)


สรุปผลของวันนี้คือเก็บมาเต็มตะกร้า แยกได้ 3 กระด้งกับค่อนกะละมัง  :) พอดียายจะพาเด็กหญิงกลับบ้านนอกเลยแบ่งให้ยายไปกินด้วยครึ่งหนึ่ง ถึงจะเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยน แต่นักเก็บเห็ดทั้งหลายใน อ.ด่านซ้าย กลับมีความสุข จบการรายงานสถานการณ์ "ตื่นเห็ดโคน"
ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : เหนือสุดอีสานคือเมืองด่านซ้าย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 15, 2013, 06:39:57 AM
มาชมต้นไม้หลังบ้านพักของ "นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก" กันบ้าง   ;D ;D




มะนาวกับมะกรูดแบบเพาะเมล็ด อายุ 1 ปี 3 เดือน เมื่อต้นไม้ได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอก็ค่อยๆเจริญเติบโต พร้อมหยั่งรากแก้วลงผืนแผ่นดินอย่างมั่นคง

(https://i.imgur.com/tLBBW0W.jpg)




มะละกอปลูกแบบทิ้งขว้าง คือไม่มีการเตรียมหลุมปลูกแต่อย่างใด ต้นจึงแคระแกรนแต่ถึงกระนั้นก็ยังสร้างผล

(https://i.imgur.com/2MUCVS9.jpg)




กล้วยหมูสี(กล้วยหอมแคระ)ที่แยกมาจากบ้านสวน กับต้นมะรุม สังเกตเห็นอะไรไหม หลุมเดียวกันแต่ปลูกพืชหลายชนิด

(https://i.imgur.com/3diRrty.jpg)




ดูกันให้ชัดๆว่าต้นไม้เขาสามารถอยู่ร่วมกันได้หลายชนิดในหลุมเดียวกัน

(https://i.imgur.com/S8qnKS5.jpg)




มะกอกน้ำอายุ 1 ปี 3 เดือน ต้นนี้เด็กหญิงชอบมาก มีผลออกมาให้กินอย่างสม่ำเสมอ หากเทียบกับราคาที่ซื้อมา(35 บาท) นับจากนี้ต่อไป กำไรล้วนๆ

(https://i.imgur.com/imNfvks.jpg)




ฟักหอมที่ยายของเด็กหญิงแอบปลูกไว้กับไม้ใหญ่หลังบ้าน กำลังติดผล

(https://i.imgur.com/Yxm7PQr.jpg)



ผักหวานป่าที่แอบหยอดเมล็ดไว้กับต้นมะกอกน้ำและตะขบ งอกเงยอย่างเงียบๆ

(https://i.imgur.com/27LbIBM.jpg)



มักจะมีคนถามผมเสมอว่า หากย้ายบ้านออกไปไม่เสียดายต้นไม้ที่ปลูกไว้เหรอ เสียดายสิ  >:( >:( แต่ไม่เสียใจแน่นอน อย่างน้อยคนที่มาอยู่ต่อหรือคนอื่นๆ จะแวะเวียนมาเก็บผลผลิตไปกิน เขาก็มีความสุขแล้วที่มีพืชผลปลอดสารพิษกินอย่างฟรีๆ  
เสียดายแต่ไม่เสียใจ...
ถึงเวลาแล้วหรือยัง มาเป็น "นักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก" กันเถอะครับ


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 16, 2013, 12:21:04 PM
ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย

ผมจำไม่ได้แล้วว่าเริ่มเขียนเรื่องราวต่างๆตั้งแต่เมื่อไร... หากมีการจำแนกบุคลออกเป็นกลุ่มๆ เชื่อได้ว่าผมคงอยู่หัวแถวของพวกสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างยอดแย่ หลายต่อหลายครั้งที่ผมก้มหน้าเงียบ เพียงเพราะไม่รู้จะกล่าวถ้อยคำอันใดออกมาให้ตรงกับความคิด จึงเป็นที่มาของการจดบันทึกเล็กๆน้อยๆ แบบไม่มีการจัดสารบบ เรื่องราวต่อไปนี้เป็นบทความเก่าๆที่บังเอิญค้นไฟล์เจอจากคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน หลังจากที่ Hard disk ที่บ้านเจ๊งได้พักใหญ่ งานเขียนที่คิดว่าสูญหายกลับหลงเหลืออยู่บ้าง(จริงๆแล้วเหลือเพียงส่วนที่เคยนำลงตามเวบต่างๆ) ในส่วนของ "ขอบฟ้า" จะเป็นเพียงเรื่องเล่าที่แสดงตัวตนและความคิดของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งประสบการณ์ต่างๆได้หล่อหลอมให้เป็นตัวเขา ผมตัดสินใจที่จะไม่แก้ไขบทความในอดีตของตนเอง เพราะผมคิดว่า เราควรเคารพในการตัดสินใจของเรา ณ ห้วงเวลาหนึ่ง...  เพียงแต่จะตรวจทานการสะกดคำ ถูก-ผิด เท่านั้น

ปล.อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางการเกษตรแต่อย่างใด จะเลยผ่านบทความในส่วนของ "ขอบฟ้า" ไปก็ได้ ครับผม  ;)



ปฏิทินที่ถูกฉีกและไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย
เป็นอีกคืนหนึ่งที่เหน็บหนาวพอจะทำให้ดวงจันทร์ต้องหลบไปแอบอิงไออุ่นจากแสงตะวันที่ปลายฟ้า แล้วปล่อยให้เหล่าดวงดาวพราวแสงคลายหนาวแก่กันตามลำพัง อวลกลิ่นรัญจวนจากดอกพญาสัตบรรณลอยอ้อยอิ่งมากับม่านหมอกแห่งรัตติกาล เพียงช่วงเวลาหนึ่งในค่ำคืนแห่งฤดูหนาวเท่านั้นที่จะส่งกลิ่นรัญจวน...  นานแต่น่าคุ้มค่าสำหรับผู้ที่เฝ้าคอย หากแต่ด้อยความหมายแก่คนผ่านทาง

เป็นอีกคืนหนึ่งในเดือนสุดท้ายแห่งปีที่คุณต้องทำงานล่วงเวลา... อืม ยังเหมือนเดิม... งานล่วงเวลาคืองานที่เราต้องสละเวลาส่วนตัวเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าจ้างล่วงเวลาที่เสียไป  "ชีวิตมักเป็นเช่นนั้นเสมอ จะได้บางอย่างมาก็จำต้องยอมเสียบางอย่างไป" น้อยคนนักที่จะปฏิเสธได้...
ดาวยังพราวแสงอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อย และคุณยังเดินเอื่อยๆอย่างน่าเบื่อหน่าย เพื่อกลับที่พักหลังเสร็จสิ้นการงาน

เมื่อคุณเดินกลับมาถึงบริเวณที่พัก เด็กๆแถวนั้นยังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน คุณหยุดทักทายพอเป็นพิธีกับผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้น อ๋อ ทานเรียบร้อยแล้วครับ พักนี้งานยุ่งทีเดียวครับ ไม่ครับ ยังครับ หาได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้หายไปไหนหมดเหมือนกันครับ... “ปล่อยน้าเขาไปซิ น้าเขาต้องไปพักแล้ว เอ๊ นังหนูนี่พูดไม่รู้เรื่องรึไงห๊า...” เสียงผู้ปกครองของเด็กคนที่วิ่งเข้ามากอดก่ายขาคุณไว้กล่าวออกมาเชิงรำคาญ

แล้วคุณก็หลุดจากการกอดก่ายของเด็กๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าที่พัก ยิ้มของเด็กน้อยเหล่านั้นเป็นยิ้มอย่างที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในเด็กทุกคน ถึงตอนนี้คุณกลับจำไม่ได้เสียแล้วว่า ยิ้มอย่างนั้นเคยปรากฏอยู่บนใบหน้าคุณครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน ช่างมันเถอะ ตอนนี้คุณรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะคิดถึงเรื่องอย่างนี้... "เรื่องอย่างนี้" คุณหัวเราะด้วยความรู้สึกแปลกๆที่คุณเรียกมันว่าเรื่องอย่างนี้ แต่ก็ไม่นานเกินกว่าหลายสิบก้าวสำหรับ "เรื่องอย่างนี้"


ปฏิทินแบบฉีกที่ยังหลงเหลืออยู่บนผนังห้องของคุณบอกว่าเป็นวันที่ 26 ธันวาคม... อีกไม่กี่วันก็จะย่างเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ที่ใครๆต่างรอคอย  ไม่ว่าปฏิทินจะเป็นแบบไหน แต่ก็ยังปฏิบัติหน้าที่เหมือนๆกัน คือ บอกวันเวลา...  “แล้วความใฝ่ฝันที่มากมายล่ะ มิใช่มีไว้เพื่อให้ไขว่คว้ารึ...?”- จู่ๆ คุณก็นึกถึงคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งที่กล่าวไว้เมื่อนานมาแล้ว- แต่ในขณะเดียวกันนั้น ความหลายหลากของปฏิทินยังสามารถทำให้มันเป็นอย่างอื่นได้...

อาทิเช่น กระดาษวาดเขียนของเด็ก งานประดิษฐ์ส่งครูของเด็กๆ(อีกเช่นกัน) ที่เตือนความจำสำหรับหลายๆคนก็เป็นได้ แหล่งลาภลอยสำหรับนักเล่นอักษรแปรตัวเลขทั้งหลายด้วย เป็นต้น อ้อ เกือบลืมไป เป็นกระสุนสำหรับประลองความแม่นว่าจะขว้างขยะลงถังได้แม่นแค่ไหน...(เป็นข้อดีอีกอย่างสำหรับปฏิทินแบบฉีกที่มีกระสุนสำรองให้ทั้งปี)

ว่ากันว่า ผู้คนในสมัยก่อนมักจะใช้เวลาที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกในการกำหนดทำปฏิทิน ถึงแม้โลกของเราจะมีดวงจันทร์ดวงเดียว แต่เนื่องด้วยอารยธรรมโบราณที่มากมายแตกต่างกัน ทำให้ผู้คนในแต่ละอารยธรรมต่างก็มีปฏิทินของตัวเองใช้ ไม่น้อยหน้ากันเลยล่ะ...

คุณมองปฏิทินที่เหลืออยู่...
ราวกับว่าปฏิทินที่ถูกฉีกทิ้งไปแต่ละใบ เป็นไรขนบนปีกแห่งฝันที่ถูกเด็ดดึงทึ้งทิ้งให้หลุดลอย
ปฏิทินที่ล่วงเลยถูกละทิ้ง ความฝันที่เคยมีล่ะ...พลัดหลงหล่นหายอยู่แห่งไหน ยิ่งใช้ชีวิตผันผ่านเพียงใด ความฝันที่เคยใฝ่ยิ่งดูเลือนราง เพียงเพราะปีกฝันเบาบางมิอาจนำพาโบยบิน น่าเศร้าที่เมื่อหลายปีก่อนคุณเคยคิดว่าอีกไม่กี่ปีหรอก คุณจะโบยบินสู่ฝันด้วยปีกแห่งฝันอันสวยงามของคุณ น่าเศร้ายิ่งกว่าที่ตอนนี้คุณกลับหวนหาห้วงเวลากาลก่อนที่คุณยังไร้พันธะจากโซ่แห่งพันธนาการที่เรียกขานกันว่า"การงาน"

อิ่มบ้างหิวบ้างแต่ยังสามารถโบยบินอย่างเสรี... อิ่มท้องในทุกๆวันแต่ปีกฝันกลับไร้แรงโบยบิน... "เราต้องสูญเสียซึ่งบางอย่าง เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งอีกอย่าง" จริงรึ...? คุณได้คิดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่คุณเคยอ่านโดยเพื่อนสนิทคนหนึ่งของคุณเคยให้ไว้ หนังสือมีชื่อว่า "The Alchemist" ผู้คนในเรื่องนั้นแต่ละคนล้วนแต่มีวิธีจัดการกับความฝันของตัวเองต่างกันไป

เจ้าของร้านขายเครื่องแก้วเลือกที่จะไม่ไขว่คว้าความฝันทั้งที่สามารถทำได้ เพียงเพราะกลัวว่าจะสูญเสียความฝันอันหนึ่งเดียวที่มีอยู่  โจรอีกคนกลับเลือกที่จะทอดทิ้งมันไปตลอดกาล เพียงเพราะเห็นว่ามันช่างไร้สาระเหลือเกิน ในขณะที่ชายหนุ่มซานติเอโก้กลับเลือกที่จะออกไล่ตามมันทั้งๆที่ดูเลือนรางยิ่ง เพียงเพราะ... อืม... เพียงเพราะอะไรกัน...? "หากเราไม่ทอดทิ้งความฝัน ความฝันก็จะไม่มีวันทอดทิ้งเราเช่นกัน" เขาเคยบอกกับคุณ

"สิ่งที่หวังในวันนี้อาจไม่มีความหมายในวันพรุ่ง"
คุณได้แต่คิดปลอบใจตัวเอง ก่อนที่จะฉีกปฏิทินแล้วขยำมัน ขว้างลงถังขยะพร้อมกับเสี้ยวหนึ่งของความคิด...


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย
เริ่มหัวข้อโดย: deemeechai ที่ ตุลาคม 16, 2013, 01:30:36 PM
แยบยลนักเขียนสมองกล... ;D ;D
ปฏทินนั้นมีคุณค่าหลากหลายจริงๆ... ;)
ปฏิทินของผมนั้น...ผมใช้จดบันทึกปฏิบัติการของสวนป่าเฌองดอยไว้ตั้งแต่เริ่มแรกจวบจนถึงปัจจุบัน ไม่งั้น...ลืม... :D :D
และยังบันทึกผลการปฏิบัติงานในระหว่างการทำงาน...เพราะต้องส่งรายงานทุกสัปดาห์... 8) :-X
แล้วทุกๆวันต้องแหงนมองดูปฏิทินตลอด...เมื่อไหร่จะถึงวันหยุดฟ่ะ เมื่อไหร่จะสิ้นเดือนซ่ะที... >:( >:(



nomadic_man เก็บไว้ให้ดีนะครับ ต่อไปภายภาคหน้า อาจเป็นบันทึกสำคัญทางประวัติศาสตร์ก็ได้  ;D ;D
ว่าแต่ว่า... เมื่อไหร่จะถึงสิ้นเดือนสักที่เนี่ย  >:(


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 18, 2013, 07:10:58 AM
ว่าด้วยเรื่อง "กล้วยไม้บ้านสวน"

"จะเก็บมันขึ้นทำไม เก็บยังไงก็ไม่หมดป่าหรอก มันเยอะ เป็นธรรมดาของมันแหละ มีเกิดบ้างตายบ้าง" ผมยังจำได้ดีถึงประโยคที่รุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งล่วงลับไปแล้วได้กล่าวไว้เมื่อตอนที่ผมเดินป่าหากล้วยไม้ด้วยกัน อย่างที่เคยบอกวัตถุประสงค์หลักของผมเพียงแค่อยากไปเดินป่าเล่นเฉยๆ กล้วยไม้เป็นเพียงเรื่องรองลงมา

ถึงกระนั้นก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างหลายกระแสเกี่ยวกับการเดินป่าเก็บกล้วยไม้ของคนกลุ่มหนึ่ง ผมจึงอยากไปเห็นกับตาว่ามันเป็นอย่างไร... ในขณะที่เดินป่าอยู่ผมเห็นกล้วยไม้มากมายที่เกาะกิ่งไม้ผุพังจึงตกหล่นมาอยู่ที่พื้นดิน มันเป็นพันธุ์ที่พบเห็นได้บ่อยๆ รุ่นพี่นักล่ากล้วยไม้จึงไม่สนใจนัก "หากมีไฟป่าแล้วพวกมันจะเป็นอย่างไร" ผมคิดเช่นนั้นจึงพยายามเก็บพวกมันไว้ขึ้นไว้ตามต้นไม้ ทำให้ล่าช้าในการเดิน พอรุ่นพี่เซียนกล้วยไม้เหลียวมามอง เขาจึงกล่าวประโยคข้างต้นขึ้นกับผม

พอเห็นกล้วยไม้ที่บ้านสวนที่ไรผมก็อดคิดถึงแกไม่ได้...  :'(



สายเมี่ยง เอื้องผึ้งน้อย มาลัยแดง หากเรียกชื่อผิดไปต้องขออภัยด้วย รุ่นพี่เขาพาเรียกอย่างนี้
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-001_zpsoh4tjawq.jpg)



ตีนตุ๊กแกกับเอื้องผึ้งใหญ่
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-002_zpsvsgaum2d.jpg)



กุหลาบแดง(แอบมีมาลัยแดงด้วย สังเกตเห็นไหม)กับช้างน้าว
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-003_zpsgwyabyuy.jpg)



เอื้องผึ้งใหญ่กับกุหลาบ(ตัวนี้ธรรมดามากๆ)
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-004_zpsbuegjr63.jpg)



สุดท้ายกลุ่มที่ทนแล้งทนการดูแลแบบ "ไม่กระทำ" ที่บ้านสวนไม่ไหว เลยต้องนำมาเลี้ยงที่หลังบ้านพักแทน
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-005_zpsccwmwaog.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย
เริ่มหัวข้อโดย: bundidta ที่ ตุลาคม 20, 2013, 11:10:35 AM
 ;) ;) ;) ;)  เข้ามาเยี่ยมชมสวน ครับ  ที่งาม  น้ำดี  สุดยอดเลย  :-[ :-[ :-[



nomadic_man ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมชม วิวสวยพอดูได้  ;D แต่น้ำนี่ยังไม่ค่อยดีนัก  >:(
ปีหน้าอาจจะลองเสี่ยงเจาะบาดาล ครับผม  ;)


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณซึ่งหยั่งลึกลงไป (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 20, 2013, 10:16:46 PM
ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณที่ได้หยั่งลึกลงไป


ผมเองก็เหมือนกับผู้คนทั่วไป เมื่อมีที่มีทางก็อยากปลูกต้นไม้ที่ออกดอกออกผลแล้วกินได้... เงาะ ลำไย ทุเรียน มะไฟ ส้มโอ มะพร้าว มะเฟือง ฝรั่ง กล้วย ละมุด ทับทิม มะขาม มะแซว มะม่วง  ลิ้นจี่ มะเม่า ผักติ้ว ผักเม็ก ตะขบ ต้นส้มโมง ไผ่ เชอรี่ เผือก มัน ข่า ตะไคร้ ผักส้มกุ้ง ผักหนาม อีรอก กระเจียว มะกรูด มะนาว มะคาเดเมีย มะขามป้อม สมอ ชะอม สะเดา น้อยหน่า มะยม กระถิน ข้าวโพด แตงไร่ บวบ แตงไทย ฟักทอง ถั่ว สับปะรด และผักหวานป่า

ใช่ว่าทุกชนิดจะมีชีวิตรอดจนถึงปัจจุบัน ใช่ว่าพวกที่รอดจะเติบใหญ่ดังที่หวัง 3 ปีแรกต้นไม้ที่กินได้แทบจะไม่เหลือในบ้านสวน ทำให้ต้องเบนเข็มไปทางพวกไม้ทนแล้งที่กินไม่ได้แทน น่าแปลกที่พวกนี้เอาชีวิตรอดได้อย่างดีกับสภาวะกึ่ง "ไม่กระทำ" ที่ผมคิดและปฏิบัติ น่าแปลกยิ่งกว่าที่พวกไม้พื้นถิ่นที่เราฟัน ถอนทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พวกมันกลับเป็นกลุ่มใหญ่ที่หยั่งรากและเติบโตอย่างนอบน้อม เพราะไม่เคยร้องขอสิ่งใด

จากต้นไม้พื้นถิ่นกลุ่มนี้เองที่ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนตัวเองเสียใหม่ว่า... ผมก็ไม่ต่างอะไรกับเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งที่บังเอิญ "ปลิว" มาหล่นแถวนี้ เท่านั้น 3 ปีหลังทำให้ผมเจี๋ยมเจี้ยมมากขึ้นกับไม้พื้นถิ่น อย่างน้อยพวกมันก็ได้ให้บทเรียนอย่างหนึ่งกับผม ทำให้ผมเข้าใจ "ปู่ฟู" ได้เพิ่มขึ้นอีกกระผีกริ้นถึงการไม่กระทำก็เหมือนกระทำ กระทำเหมือนไม่กระทำ (สงสัยอ่านนิยายโกวเล้งมากไป ติดสำนวนมา  >:( >:( )

สภาพหน้าดินบ้านสวนเริ่มดีขึ้นหลังจากปีที่ผมตัดสินใจไม่ทำอะไรเลย(ซึ่งก็เป็นการกระทำที่ผมเลือก) หญ้ารกสูงท่วมหัว เถาวัลย์รัดรึงต้นไม้จนกิ่ว หนามขึ้นเป็นดงยากต่อการเข้าถึงพื้นที่ ต้นไม้ที่คิดว่าตายแน่กลับรอดอยู่ภายใต้ดงวัชพืช หลังจากตัดหญ้าครั้งใหญ่ในปีนั้น นั่นเป็นครั้งแรกจริงๆที่ผมเริ่มศรัทธาในแนวคิดของ "ปู่ฟู"

จากนั่นมา "สิ่งไหนบ้างที่ไม่จำเป็นต้องทำ" จึงเป็นแนวคิดหลักของผมในการพัฒนาบ้านสวน โชคดีที่ยังมีงานประจำ(โซ่แห่งพันธนาการ)บ้านสวนเลยเป็นพื้นที่ทดลองให้กับความคิดต่างๆมากมายหลายกระแสของผม หากนับในแง่เศรษฐกิจถือว่าผม "ล้มละลายอย่างสิ้นเชิง" เพราะ 6 ปีที่ผ่านมาไม่มีสิ่งไหนเลยที่จะออกมาเป็นรูปธรรม แต่หากคิดในแง่ของการงอกเงยทางประสบการณ์แล้ว ถือว่าผมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในเส้นทางของความล้มเหลว

ความล้มเหลวมีข้อดีของมันคือ "ทำให้เราค้นพบวิถีแห่งตน" ช่วงปีแรกๆผมพยายามที่จะควบคุมและจัดการทุกอย่าง นี่คือวิถีของช่วงนั้น เมื่อฟักตัวใหม่ในรังดักแด้ที่สานทอจากประสบการณ์อันขมขื่น ทำให้ผมเลือกเดินในวิถีใหม่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะไม่ล้มเหลวอีก "เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ หาใช่ผู้ควบคุมไม่" นี่คือวิถีทางของผมจวบจนบัดนี้ เมื่อมีวิถีเราก็จะเริ่มมีจุดยืน การมีจุดยืนหมายความว่าต้องมีพื้นที่รองรับให้เราได้ยืนหยัดอย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวตามกระแสแนวคิดมากมายที่ผ่านพบ

หากผืนแผ่นดินเปรียบเสมือนพื้นที่รองรับสำหรับเมล็ดพันธุ์ต่างๆที่ต้องการหยั่งรากลงเพื่องอกเงยและงดงาม ผมเองก็ต้องการผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณซึ่งหยั่งลึกลงไปเช่นกัน... "ผักหวานป่า" คือผืนแผ่นดินแห่งนั้น ซึ่งได้เลือกเมล็ดพันธุ์ที่ปลิวมากับสายลมแห่งโชคชะตาเช่นผม ให้เรียนรู้และงอกเงยตามวิถีแห่งเส้นทางที่เลือกเดิน...


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณซึ่งหยั่งลึกลงไป (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 21, 2013, 06:38:08 AM
ช่วงเดือน ก.พ. ได้ไปล้อมผักหวานป่ามาจากป่า ทดลองปลูกแบบกระจายๆ ได้ไอเดียการบังแสงจาก บ้านไร่เพชรนาคำ  ของ หมอชัย คนเก่ง  :-[ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36963.0 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36963.0)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-006_zpscbtadwm8.jpg)



ผักหวานป่าแบบขุดล้อมเพื่อการทดลอง ยังทรงตัวอยู่ ผ่านปีที่ 2 น่าจะรู้ผล

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-007_zpskdhpd65n.jpg)



อีก 2 ต้นที่ขุดล้อม สภาพไม่ค่อยดีนัก

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-008_zpsn0hnqfpp.jpg)



2 ต้นนี้ได้มาแค่เหง้ากับราก ยังแตกยอด แต่ต้องสังเกตการณ์กันต่อไป

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-009_zpscn9zqntq.jpg)



2 ต้นนี้ต้นที่ขุดล้อมมาแห้งตาย คิดว่าไม่น่ารอดกลับมียอดแทงออกมาใหม่

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-010_zpstsgyw0g8.jpg)



ปีนี้ปลูกแบบหยอดเมล็ดประมาณ 300 เมล็ด อัตรางอก 1 ใน 3 พืชพี่เลี้ยงหลักคือต้นตะขบ ไหนๆก็ปลูกปีแรกเลยทดลองหยอดเมล็ดกับพืชหลายชนิด

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-011_zpsqydlquyi.jpg)



กับต้นมะรุมและตะแบก

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-012_zpscllehwa7.jpg)



กับต้นยอป่า
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-013_zpskfklivr9.jpg)



กับต้นหางนกยูงฝรั่ง กลุ่มหนึ่งปลูกใกล้โคนต้น อีกกลุ่มปลูกบริเวณปลายกิ่ง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-014_zps3eje7gwd.jpg)



กับต้นผักติ้ว

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-015_zpsumduu2fh.jpg)



กับต้นดอกฝ้ายและแคฝรั่ง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-016_zps3viyqkyo.jpg)



กับต้นเต็ง-รัง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-017_zpsechxhiot.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-018_zpsmiyju4ua.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณซึ่งหยั่งลึกลงไป (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 22, 2013, 07:10:55 AM
สองสามวันที่ผ่านมาได้ปลายฝนจากพายุนารี ไผ่รวกหวานเลยออกหน่อเพิ่มซะงั้น ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-019_zpsswfiu3ap.jpg)


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-020_zps66c1xh2u.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณซึ่งหยั่งลึกลงไป (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ ตุลาคม 22, 2013, 07:51:06 AM
สวัสดีครับ   ;) ;) ;) ไผ่รวกหวานจริงมั้ยครับ แถวบ้านผมขมยังกะสะเดาครับ  ;) ;) ;) ;)



nomadic_man ไผ่รวกหวาน แหล่งที่มาได้มาจากปราชญ์เร้นกายเมื่อหลายปีก่อน แกหวงมาก โชคดีรุ่นพี่ที่สนิทกันรู้จัก เลยได้มาแบ่งกัน(แกยกให้ 1 กอใหญ่ แต่ไปใช้แรงขุดกันเอง) ผมได้มา 5 หน่อ ตายไป 2 เหลือ 3 กะว่าปีหน้าจะเริ่มขยายพันธุ์เพิ่มครับ ปีนี้เพิ่งลองเอามาชิม 2 หน่อ ทำกินด้วยการต้มใช้เวลาต้มไม่นาน รสชาติคล้ายไผ่บงหวานครับ แต่กลิ่นหอมกว่า(หรือว่าคิดไปเองก็ไม่รู้) ตอนไปขุดแยกได้ลองชิมหน่อดิบดูก็ไม่ขมนะครับ



หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณซึ่งหยั่งลึกลงไป (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: chunkung ที่ ตุลาคม 23, 2013, 09:43:06 PM
มายามครับ อ่านบ่ทันจบ ค้นข้างคือตาเขียวบุนิ >:( >:( >:(



nomadic_man ขอบคุณหลายๆเด้อที่แวะมายาม  ;D


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณซึ่งหยั่งลึกลงไป (บทต้น)
เริ่มหัวข้อโดย: teebanbor ที่ ตุลาคม 23, 2013, 10:25:18 PM
แวะมาลงสมุดเยี่ยมไว้ก่อนครับ พื้นที่ บรรยากาศ น่าแค้มป์ปิง ดีจังครับ  ;D



nomadic_man ผ่านมาทางนี้อยากได้บรรยากาศรอบกองไฟ เชิญได้ครับผม  :)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย(บทเสริม)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 24, 2013, 11:31:13 AM
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-021_zpshnaycgv0.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ปล.อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางการเกษตรแต่อย่างใด จะเลยผ่านบทความในส่วนของ "ขอบฟ้า" ไปก็ได้ ครับผม   ;)

The Alchemist : ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน

หลายปีก่อนหน้านี้ หลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งจบลง “เพ้อเจ้อว่ะ” นั่นคือความรู้สึกของผมในตอนนั้น มันช่างเป็นเรื่องราวชวนฝันเสียจริง หากแต่ที่แปลกใจก็คือ เขายังยืนยันกับผมว่าเป็นหนังสืออีกเล่มที่ต้องอ่าน แปลกใจว่าทำไมเขาถึงใช้คำว่า “ต้องอ่าน” รอยยิ้มเจ้าเลห์ของเขาตอนที่บอกผมว่า "คุณเก็บเล่มนี้เอาไว้เหอะอย่าคืนกูเลย" ช่างน่าจะคล้ายคลึงกับรอยยิ้มของนักแปรธาตุแห่งทะเลทรายขณะที่หยิบยื่นทองคำส่วนหนึ่งให้กับนักบวช เพื่อที่จะได้เก็บไว้สำหรับเด็กหนุ่มผู้ตามหาชะตากรรมแห่งตนหากเขาต้องการมัน

“แต่ฉันกำลังจะไปหาขุมทรัพย์ของฉัน และฉันก็อยู่ใกล้ขุมทรัพย์มากแล้วด้วย” เด็กหนุ่มกล่าวขึ้นคล้ายกับมั่นใจว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ทองคำส่วนที่นักแปรธาตุเหลือไว้ให้ “ข้าก็มั่นใจว่าเจ้าจะต้องพบขุมทรัพย์ของเจ้า” นักแปรธาตุตอบ “ถ้าอย่างนั้นท่านให้ทองคำฉันอีกทำไม”นั่นสิ ถ้าอย่างนั้น"คุณให้กูเก็บหนังสือเล่มนี้ไว้ทำไม" ผมย้อนถามเขา หาได้มีคำตอบจากเขาไม่ จะมีก็แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นเท่านั้น

หลังจากนั้นอีกหลายปี บ่ายวันหนึ่งบนถนนสายแปลกถิ่น ผมทราบได้ทันทีว่าความรู้สึกของเด็กหนุ่มซานติเอโกในขณะที่ตะโกนก้องฟ้าถึงนักแปรธาตุก่อนที่จะลงมือขุดขุมทรัพย์นั้น รู้สึกอย่างไร ตอนนั้นผมแหงนหน้ามองฟ้าแล้วรู้สึกว่าริ้วเมฆบนนั้นแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของเขาที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่
แม่ง…ไอ้… เอ้ย ผมได้แต่แดกดันมันอยู่ในใจ

“The Alchemist หรือ ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน” ผู้แต่งคือ เปาโล โคเอโย ข้อความที่ผมนำมาอ้างอิงนั้นมาจากฉบับที่แปลโดย คุณ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ซึ่งเป็นการพิมพ์ซ้ำครั้งที่ 4 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการไขว่คว้าค้นหาขุมทรัพย์แห่งความฝันของเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะนามซานติเอโก ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อาจทราบได้ว่า มันมีจริงอยู่หรือไม่… เรื่องราวถูกผลักดันให้ไหลเคลื่อนไปด้วยพลังแห่งโชคชะตาเสียส่วนมาก จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวชวนฝันอันไร้สาระสำหรับนักอ่านทั่วๆไป หากแต่สำหรับนักแสวงหาอีกกลุ่มแล้ว หนังสือเล่มนี้แทบจะเป็นคัมภีร์ประจำวิญญาณเลยก็ว่าได้

โดยทั่วไปแล้ว สำหรับผมนั้นแทบจะทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว เพื่อกลับบ้าน เพื่อธุระ หรืออื่นๆก็ตาม สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ขาดไม่ได้คือ การมีหนังสือซักเล่มถูกบรรจุอยู่ภายในเป้หลัง ในระหว่างทางหากไม่มีสิ่งใดดึงดูดใจพอ อย่างน้อยหนังสือเล่มที่นำไปด้วย ก็พอจะคลายความเบื่อหน่ายลงได้บ้าง หลายต่อหลายครั้งเนื่องด้วยเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจ ทิวทัศน์อันแปลกตา เรื่องที่ยังขบคิดไม่ตก หรือแม้กระทั่งการแออัดยัดเยียดบนรถประจำทางแห่งชาติที่ยิ่งกว่าปลากระป๋อง ได้ทำให้หนังสือเล่มที่นำไปด้วยเป็นเพียงสิ่งที่เพิ่มน้ำหนักให้กับสัมภาระเท่านั้นเอง

ในการเดินทางนั้น บางครั้งเราก็จำต้องยอมสละสัมภาระบางส่วนทิ้งเสียบ้างเพียงเพื่อที่จะทำให้เดินทางได้คล่องตัวขึ้น หากแต่ใครเล่าจะอาจหาญพอที่จะละทิ้งง่ายๆ “ข้าต้องขอแกะของเจ้าหกตัว เพื่อช่วยให้เจ้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น” ราชาชราแห่งซาเล็มกล่าวกับเด็กหนุ่มที่ยังลังเลต่อการตัดสินใจ

ว่าไปแล้ว หลายคนมักจะพกเครื่องรางติดตัวในการเดินทางด้วย เจ้าเครื่องรางของผมคงจะเป็นหนังสือนี่แหละ เครื่องรางในความหมายของผมหาใช่สิ่งที่ปกป้องคุ้มครองเราให้ปลอดภัย หากแต่เป็นเครื่องรางที่คอยชี้ลางแห่งการก้าวเดินต่อไปบนถนนสายชะตากรรมต่างหาก ดุจดังหินผลึก “อูริมและธุมมิน” ที่ราชามอบไว้ให้แก่เด็กหนุ่มซานติเอโกนั่นเอง

การเดินทางครั้งนั้นผมไม่อาจทราบได้ว่าทำไมจึงเลือกที่จะนำ The Alchemist ไปด้วย หลังจากที่ปล่อยมันอยู่ในกองหนังสือโดยที่ไม่ได้เหลียวแลอีกเลยตั้งแต่เขาให้ผมเอาไว้ หากแต่พออ่านมันอีกรอบจบในระหว่างทาง ลางต่างๆก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ผ่านมาหาได้ไร้ความหมายไม่…

เนินเขาและท้องทุ่งของอันดาลูเซียอยู่ห่างจากที่นี่เพียงสองชั่วโมง แต่ระหว่างเขากับปิรามิดมีทะเลทรายไพศาลขวางกั้นอยู่ เด็กหนุ่มคิดว่าเขาอาจมองสถานการณ์ของตัวเขาได้อีกจากมุมมองหนึ่ง นั่นคือบัดนี้เขาใกล้ขุมทรัพย์เข้ามาอีกสองชั่วโมงแล้ว… แม้สองชั่วโมงที่ว่าจะทำให้เขาต้องเสียเวลาไปเป็นปีก็ตาม

หากแต่ชีวิตจริงก็คือ จะมีซักกี่คนกันเล่าที่จะสามารถละทิ้งสิ่งที่มีอยู่ เพียงเพื่อออกไขว่คว้าไล่ล่าความฝันอันเลือนรางแห่งตน อาจเนื่องด้วยทรัพย์สินอันมีอยู่ ด้วยหน้าที่การงาน ด้วยสายสัมพันธ์แห่งครอบครัว ที่ผูกพันเราไว้อย่างนั้นหรือ…?

มีบ้างไหม พ่อแม่ที่สามารถปลดปล่อยลูกหลานของตนเองให้ออกไปตามฝันของเขาๆเหล่านั้น หาใช่เลี้ยงดูบุตรของตนว่า เธอต้องร่ำเรียน ต้องทำงาน สะสมทรัพย์สินเงินทอง แต่งงาน มีบุตร เพียงเพื่อที่จะเลี้ยงดูบุตรให้เติบโต แล้วต้องร่ำเรียน แล้ว… … …
ไม่รู้จักจบสิ้น… เรื่องอย่างนี้ไม่สามารถกล่าวโทษใครได้

ไม่ได้หมายความว่าข้อความข้างบนจะถูกต้องเสมอไป ไม่ได้หมายความว่าจะให้ใครทุกคนต้องก้าวเดินออกไขว่คว้าความฝันกันเสียหมด หากแต่เราล้วนต่างเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เป็นสิ่งมีชีวิตหน่วยหนึ่งของโลกใบนี้ แน่นอนว่าเราถือกำเนิดมาแล้วต้องตายดับกันทุกผู้ทุกคน หากแต่ในระหว่างนั้น ความหมายทั้งของชีวิตเรามีเพียงเพื่อที่จะหมุนวนอยู่แค่วงโคจรอย่างนี้เองหรือ…

เช่นกัน มีบ้างไหมคู่รักซักคน ที่ทำตัวดั่ง ฟาตีมา หญิงแห่งทะเลทรายผู้อันเป็นที่รักแห่งซานติเอโก ในยามที่เขาจะจากลาเพื่อไขว่คว้าความฝัน “ก่อนหน้านี้ฉันเคยมองทะเลทราย รอคอยว่าจะได้พบใครสักคน แต่จากนี้ไป ฉันจะมองทะเลทรายด้วยความหวัง พ่อของฉันก็เคยออกเดินทางไป แล้ววันหนึ่งพ่อก็กลับมาหาแม่ หลังจากนั้น ทุกครั้งที่พ่อจากไป เขาก็กลับมาทุกครั้ง” “ฉันจะกลับมา เหมือนที่พ่อกลับมาหาแม่ของเธอ” เด็กหนุ่มบอกแก่หญิงสาวแห่งทะเลทราย

จนถึงตอนนี้ หนังสือเล่มแรกที่ผมจะแนะนำให้แก่ผู้ที่เข้ามาถามผมว่า มีหนังสืออะไรน่าอ่านพอจะแนะนำให้บ้าง ยังคงจะเป็นหนังสือเรื่องนี้อย่างแน่นอน และหากเขากลับมาหาผมอีกแล้วกล่าวว่า ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลย เขาก็จะได้พบเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของผม จนกว่าเขาจะเข้าใจในลางแห่งชะตากรรมของเขาเอง ความหมายแห่งรอยยิ้มก็จะเปิดเผยแก่เขาในที่สุด

“ยังมีนักแปรธาตุอีกพวกหนึ่งซึ่งสนใจแต่ทองคำ พวกนี้ไม่เคยค้นพบความลับใดๆ พวกเขาลืมไปว่าตะกั่ว ทองแดง หรือเหล็ก ต่างก็มีชะตากรรมที่ต้องบรรลุถึงทั้งสิ้น และใครก็ตามที่แทรกแซงชะตากรรมของสิ่งอื่น จะไม่มีวันค้นพบชะตากรรมของตนเอง”


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย(บทเสริม)
เริ่มหัวข้อโดย: tumtump ที่ ตุลาคม 27, 2013, 10:55:37 PM
เล่มนี้ถือเป็นหนึ่งในสิบเล่มโปรดของผมเลยครับ เล่มบางๆอ่านได้หลายรอบ ในเรื่องมีพูดถึงต้นอินทผาลัมเสียด้วย หนึ่งในต้นไม้ยอดนิยมของเว็บเกษตรพอเพียงเรา ว่าแล้วเดี๋ยวไปค้นมาอ่านใหม่อีกรอบ

ด้วยสภาพพื้นที่ตามท้องเรื่องมีส่วนทำให้ผมเห็นความสำคัญของต้นไม้ขึ้นมาจับใจ วิถีคนทะเลทรายเขาก็หาความสุขตามอัตภาพได้เสียดายที่คนไทยซึ่งเคยอยู่กลมกลืนกับต้นไม้ ในอนาคตอาจได้อยู่ในทะเลทรายแบบนั้นบ้างหากเราเอาแต่ตามล่าขุมทองสุดขอบฟ้า ในขณะที่นักแปรธาตุอาจเอาตะกั่วมาเสกเป็นทองเพื่อหลอกเราอีกที



nomadic_man ขอบคุณครับพี่ที่ร่วมแชร์ประสบการณ์ ดีจังในเวบ กพพ. มีคนเคยผ่านตาหนังสือเล่มนี้ด้วย จริงแล้วคนไทยเราอาจไม่ต่างอะไรกับชายหนุ่มซานติเอโก ในแง่ของ "ขุมทรัพย์ที่ปลายเท้า"  ;D ;D เพียงแต่ว่าเราไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ยิ่งกว่านั้นเหล่านักแปรธาตุจอมปลอมทั้งหลาย กลับเข้ามาหาเราในแง่ของความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่างๆนาๆ โดยที่แฝงความกระหายอยากทรัพยากรของเราในรูปของสัญญาบังคับแบบบรรษัทข้ามชาติ ให้เงินยืมลงทุนแต่ต้องจ้างบริษัทฉัน สัมปทานต่างๆก็ต้องเป็นของฉัน ผลประโยชน์ก็ต้องแบ่งให้ฉัน แต่คุณรับกากเดนสิ่งตกค้างต่างๆจากการแปรธาตุไปก็แล้วกัน  >:( >:(

พูดถึงนักเล่นแร่แปรธาตุแล้วมีการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจทีเดียว "Full mental alchemist หรือ แขนกลคนแปรธาตุ" มี่ทั้งแบบคอมมิคและอนิเมชั่น นอกเรื่องไปมาก  ;D ;D ใครสนใจก็ลองค้นหาติดตามต่อนะครับ เป็นการ์ตูนที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี(ได้แง่คิด) ครับผม


"จริงหรือ การที่เราจะได้อะไรมา เราจะต้องสูญเสียบางอย่างที่เท่าเทียมกันเป็นการแลกเปลี่ยน"
(กฏแห่งการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมใน Full mental alchemist)
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-022_zps8ni4tlj5.jpg)


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย(บทเสริม)
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ ตุลาคม 28, 2013, 04:24:06 PM
เอ้า..วันนี้เปิดติวน้อง nomadic_man เรื่องวิธีทำสารบัญ และลิงค์  ต้องทำในรูปแบบนี้

โค๊ด:
[url=http://somesite/]คำอธิบายลิงค์/ชื่อลิงค์ [/url]

ลองกดปุ่มแก้ไขดูเพื่อแอบดู code ที่ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วกันนะครับ ตัวอย่างครับ

ปฐมบท แดนดินถิ่นใดในโลกหล้า (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2275882#msg2275882)

ปลายฝันที่ 1 landscape ที่คาดหวัง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2279886#msg2279886)

ปลายฝันที่ 2 ตามหาหน้าดินที่สูญหาย (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2285424#msg2285424)

หลังจากดูตัวอย่างแล้ว ลองเพิ่มเติมส่วนที่เหลือดูนะครับ  หวังว่าคงจะพอได้แนวคิดว่าต้องทำอย่างไร



nomadic_man ขอบคุณมากๆครับผม  :)
ทดสอบ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2441397#msg2441397) (ทำได้แล้ว เย้ๆ  ;D ;D )




หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 2 ไรปีกแห่งฝันที่หลุดลอย(บทเสริม)
เริ่มหัวข้อโดย: สุ ป่าริมห้วย ที่ ตุลาคม 28, 2013, 04:38:10 PM
  ก่อนทำสารบัญช่วยไปดูเห็ดให้สวนริมห้วยด้วยค่ะ ว่าใช่เห็ดโคนอ่ะป่ะขึ้นกระจายเลยเริ่มจะโรยแร่ะ จะเข้าไปเก็บมาไว้ก่อน ยังไม่กิน..

  รอคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญค่ะ .... ;)

                     ขอบคุณค่ะ...


  พี่ๆทู้ข้างบนเดี๋ยวค่อยมาคุยเน้อ...
   ขอลัดคิวถามหน่อยค่ะ..
   ใช่เห็ดโคนมั้ยค่ะ... เจอตะกี้นี้เริ่มโรยๆไปเยอะแล้วค่ะ.. ท่านใดทราบช่วยให้ความกระจ่างหน่อยจ้า..
  
     มีแมลงกิน..คนน่าจะกินได้อ่ะ..

   (ขออภัยภาพหาย ขาดการติดต่อจากแหล่งที่มา)

    เทียบกะนากาหน้าปัท30มิล.เจอบริเวณเดียวกับที่เจอเห็ดโคน"ข้าวตอก"ปีที่แล้ว แต่คราวนี้ดอกใหญ่กว่าปีก่อนเยอะเลยลังเลไม่กล้ากิน..
    ท่านใดพอทราบช่วยแจ้งด้วยจ้าาาา จะได้รีบเข้าไปเก็บมาต้มยำแกล้มกาแฟจ้าาา... :-*

nomadic_man ขออนุญาตอ้างภาพประกอบนะครับ คุณ S.chada โชคดีมากๆเลยครับที่มีเห็ดโคนหลากหลายชนิดขึ้นที่สวน เห็ดโคนในภาพแถวนี้เรียกเห็ดโคนฟาน(ขอแก้ไขจากเห็ดโคนฝน) เพราะมักออกช่วงที่ฝนตกเยอะๆ นำมาทำอาหารกินได้ครับ รักษาสภาพสวนดีๆนะครับ ปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นฟูสมดุลของเขา อีกไม่กี่ปีคงมีเห็ดโคนออกแบบเยอะๆแน่ครับ ที่บ้านสวนก็มีอภิมหาโปรเจ็ค "การปลูกป่าได้เห็ด" ว่างๆจะมาเล่าให้ฟังครับผม


หัวข้อ: Re: ขอบฟ้า ปลายฝัน ดุจดังโชคชะตาแห่งคนจร : ขอบฟ้าที่ 3 ไร้ราก
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ตุลาคม 31, 2013, 11:59:30 AM
ปล.อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางการเกษตรแต่อย่างใด จะเลยผ่านบทความในส่วนของ "ขอบฟ้า" ไปก็ได้ ครับผม   ;)

ไร้ราก

บ่ายวันฟ้าหม่นเมฆ ผมและแม่เดินทางกลับมาเยี่ยมญาติๆที่ภูมิลำเนาเดิมของแม่ เมื่อถึงตรงทางแยกเข้าหมู่บ้าน ผมก็เห็นคนงานกลุ่มหนึ่งกำลังรื้อถอนศาลาริมทางหลังเดิมออก เพื่อที่จะสร้างหลังใหม่ทดแทน ดูจากสภาพกองซากเก่าโทรมแล้ว มันอาจจะพอใจอยู่ลึกๆกับการถูกปลดระวาง ผมคิดเช่นนั้น ถนนเข้าหมู่บ้านตัดผ่านท้องทุ่งแห่งฤดูฝน ซึ่งหากมาช่วงฤดูกาลอื่นภาพที่เห็นย่อมต่างออกไป ผมมองเห็นสะพานอยู่ข้างหน้าอีกไม่ไกลนักซึ่งเคยมากระโดดน้ำเล่นในวัยเด็ก สะพานนั่นบ่งบอกว่า อีกไม่นานก็ถึงหมู่บ้าน อีกไม่นานก็จะผ่านบริเวณที่เรือนไม้หลังใหญ่ของยายเคยตั้งอยู่ อีกไม่นานก็คงถึงบ้านของน้าผม ซึ่งตอนนี้ยายอาศัยอยู่ที่นั่น ให้รู้สึกบางอย่างเมื่อผ่านตรงนั้น ตรงที่เคยมีเรือนไม้ของยายตั้งอยู่
 
ครั้งยังเด็ก, ในระหว่างปิดภาคเรียน ผมมักจะถูกส่งตัวมาอาศัยอยู่กับยายที่เรือนหลังนั้นเสมอ โดยแม่ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ลูกหลงลืมพื้นเพเดิมว่ามาจากชนบท ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่ ผมหาได้ทุกข์ร้อนอะไรนัก ในวัยเด็กขอให้มีเพื่อนเล่นไปวันๆจะอยู่ที่ไหนก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว พอเติบใหญ่ขึ้น ผมได้มาน้อยครั้งลง อาจเพราะอะไรหลายๆอย่างตามวันเวลาล่วงเลย

ระหว่างใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัย ผมทราบจากแม่ว่า เรือนหลังนั้นถูกรื้อถอนด้วยมติจากลูกๆของยาย(แต่แม่บอกว่าแม่ไม่มีส่วนข้องเกี่ยวในเรื่องนี้) แล้วยายล่ะ ผมถาม ยายย้ายไปอยู่กับน้าน่ะ แม่บอก แม่เป็นลูกคนรองสุดท้อง นั่นทำให้ผมมีน้าเพียงคนเดียว เมื่อมาถึงบ้านน้า ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้เจอยายอีกครั้ง หลังไม่ได้พบกันนาน ยายคงเช่นกัน

ญาติพี่น้องที่พบกันต่างมีสีหน้าแย้มยิ้ม อันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าอยู่ในห้วงอารมณ์ใด ยายดูตัวเล็กกว่าเดิม ผู้ที่เคยถือไม้เรียวไล่กวดพวกหลานๆวัยซน ผู้ที่คอยขับกล่อมหลานๆยามหลับ ผู้ที่โอบกอดหลานๆอย่างเอ็นดู ผู้ที่มือหยาบกร้านด้วยผ่านงานการอันหน่วงหนัก ผู้ซึ่งไม่ยอมพ่ายให้กับอุปสรรคใดๆ เพราะยายคือเสาหลักของครอบครัวนับตั้งแต่ตาเสียไป นั่นทำให้ยายต้องเลี้ยงลูกๆตามลำพัง ตาเสียตั้งแต่ผมยังไม่ถือกำเนิด นั่นทำให้ผมรู้จักตาเพียงแค่เรื่องเล่า ครั้งหนึ่งในวัยเด็ก ยายเคยเล่าให้ผมฟังว่า นี่เป็นเรือนหลังใหญ่ที่สุดในแถบนี้(ยายเล่าให้ฟังขณะอยู่บนเรือน) เพราะตาเป็นคนกว้างขวาง เป็นเรือนหลังงามที่สุด เพราะตาเป็นช่างไม้ที่รู้จักกันทั่ว แววตาของยายเป็นประกายขณะเล่าเรื่อง แต่แล้วก็มัวหม่นลงทันใด ดูเหมือนยายจะหวนคิดถึงอะไรบางอย่าง

เรือนถูกใช้เลี้ยงดูลูกๆ และยังถูกใช้เลี้ยงดูหลานๆอีกด้วย แต่อยู่ไม่ถึงรับใช้เลี้ยงดูรุ่นเหลนของยาย ผมไม่อาจรู้ได้ว่ายายรู้สึกเช่นไร เมื่อเรือนที่เคยพักพิงอาศัยต้องถูกรื้อถอน อย่างน้อยยายคงไม่ยอมง่ายๆ หากมันไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอ ผมได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจด้วยรู้สึกว่าตนเป็นคนนอกสำหรับเรื่องนี้ผมขับรถออกมาจากบ้านน้าเพียงลำพัง โดยบอกว่าอยากขับรถเล่น นั่นเป็นแค่ข้ออ้าง ผมจอดรถหน้าทางเข้าซึ่งตอนนี้รกรุงรัง ซากรั้วที่เหลืออยู่เป็นแหล่งอาศัยของเถาวัชพืช บริเวณที่เรือนไม้หลังใหญ่เคยตั้งอยู่บัดนี้มีเพียงความรกร้างว่างเปล่า
รกร้างและว่างเปล่า...
“…”
“…”

เมื่อเห็นสภาพความเป็นจริง ทำให้ผมรู้สึกราวกับถูกตัดขาดจากรากแก้วทางจิตวิญญาณที่ค้ำจุนเราเอาไว้ ไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้อีก, ผมจึงจากมา ผมคิดในระหว่างทางว่า  สมควรหรือไม่ที่จะถามยายเกี่ยวกับเรื่องนี้... บางที... อาจมีเหตุผลดีพออยู่แล้ว

เช้าวันฝนพรำ เราจากมาอย่างอ้อยอิ่ง บรรยากาศเช่นนี้ช่างไม่เหมาะกับการลาจากเอาเสียเลย ให้รู้สึกโหยหาอาลัยในบางอย่างที่ไม่รู้แน่ชัด จริงๆแล้วสิ่งไหนแน่ที่ผมรู้สึกผูกพันมากกว่ากัน? ระหว่างเรือนหลังนั้น,ความทรงจำจากอดีตหรือสายสัมพันธ์เครือญาติ  เมื่อถึงตรงทางแยก แยกระหว่างผู้เข้ามากับผู้จากไป ขึ้นอยู่แค่จะมุ่งสู่ทิศไหน  ซากศาลาริมทางหลังเก่าถูกขนย้ายไปไหนก็ไม่รู้ อาจถูกขนไปทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง รอคอยการถูกทับถมจากซากอื่นๆ เหมือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายอันซ้อนทับกันอยู่ รอคอยการพลัดหล่นและถูกหลงลืม จากชนรุ่นหลังซึ่งไร้ราก...


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณที่ได้หยั่งลึกลงไป (บทปลาย)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 01, 2013, 03:35:56 PM
ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณที่ได้หยั่งลึกลงไป (บทปลาย)

ผมรู้จักผักหวานป่าครั้งแรกตอนมาอยู่ที่ อ.ด่านซ้าย หากหาซื้อผักหวานป่าได้แบบสดใหม่มา จะทำอาหารกินแบบไหนก็อร่อย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแกง หลังจากซื้อที่บ้านสวนได้ไม่นาน รุ่นพี่เซียนเห็ดได้พาไปขุดล้อมต้นผักหวานป่ามาปลูก ด้วยความอ่อนด้อยและไม่รู้อะไรเลยในตอนนั้น ผมขุดล้อมมาได้ 2 ต้นแบบไม่มีดินติดรากมาเลย  >:( แถมยังเลือกปลูกในพื้นที่ที่แห้งแล้งสุดๆในตอนนั้น พร้อมกับขาดการดูแล(เนื่องด้วยคิดว่ามันคงเป็นต้นไม้พันธุ์อึด) ผลที่ได้คงไม่ต้องเล่าให้ฟังว่าผักหวานป่า 2 ต้นนั้นยังมีชีวิตรอดอยู่ไหม...

หลังจากนั้นผมยังไม่หมดความพยายาม ได้หาซื้อกล้าผักหวานป่าแบบที่เขาชำถุงดำขายมาจำนวนหนึ่ง ด้วยคิดว่ามันก็คงเหมือนกับพืชทั่วๆไป จึงไม่ได้ปลูกแบบแตกต่างจากต้นไม้อื่น โดยไม่ได้สนใจระบบรากของมันเลย ผลที่ตามมาคือต้นกล้าผักหวานป่าจำนวนนั้นค่อยๆทยอยตายลงอย่างช้าๆ ทีละต้น ๆ จนถึงต้นสุดท้าย ที่ไม่ยอมตายแต่ก็ไม่ยอมโต ผมจึงถอนมันออกแล้วปลูกต้นไม้อื่นแทน

จากเหตุการณ์ในคราวนั้นผมคิดว่าผักหวานป่าไม่เหมาะกับบ้านสวน จึงไม่ได้ตามรุ่นพี่เข้าป่าไปขุดล้อมมันมาอีก และยังไม่ได้ศึกษาหาความรู้ต่อด้วย จนกระทั่งอีกหลายปีต่อมา รุ่นพี่ที่ไปขุดล้อมผักหวานป่าเริ่มเก็บผักหวานป่ากินได้ที่หน้าบ้านของตัวเอง ทำให้ผมเริ่มทบทวนกับผักหวานป่าเสียใหม่ และเริ่มหาความรู้เพิ่มเติมจากทางอินเตอร์เน็ต

โชคยังดีที่ปีนี้ได้เมล็ดผักหวานป่ามาปลูก เพราะผมไม่รู้เลยว่าฤดูปลูกผักหวานป่าจะมีเพียง 1 ครั้งต่อปีเท่านั้น และยังเป็นปีที่ผมตัดสินใจเข้าป่าไปล้อมต้นผักหวานป่ามาอีกราวๆ 10 ต้นเพื่อการทดลองความรู้ที่ค้นคว้า ปีนี้เป็นปีที่ผักหวานป่าที่ไปล้อมมาของรุ่นพี่ติดเยอะมากเทียบกับหลายๆปีที่ผ่านมา เพราะเราใช้สูตร "ตามราก" หมายถึงล้อมตุ้มดินใกล้โคนต้น เมื่อเซาะเจอแนวรากหลักก็ขุดตามเอารากมาให้ได้เยอะที่สุด

เมื่อได้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มขึ้น ผมจึงตัดสินใจที่จะปลูกผักหวานป่าต่อไปเรื่อยๆด้วยเมล็ดเป็นทางเลือกหลัก คงจะไม่ไปล้อมจากป่าอีก ถึงแม้มันจะทำได้อย่างไม่ลำบากนัก เพราะผมศรัทธาและเชื่อมั่นกับต้นไม้ที่หยั่งรากแก้วลงดินเสียแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับเรา หากขาดรากแก้วทางจิตวิญญาณคอยค้ำจุน ชีวิตเราจะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆได้อย่างไร

เมื่อผมเฝ้ามองเมล็ดผักหวานป่าค่อยๆหยั่งรากลงดิน จิตวิญญาณของผมก็ค่อยๆเชื่อมโยงกับผืนแผ่นดินโดยผ่านทางต้นผักหวานป่าอย่างแยกไม่ออก นั่นทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่า ไม่ใช่เจ้าของผืนดินผืนไหนอีกต่อไป เป็นเหมือนแค่เมล็ดพันธุ์ที่ได้หยั่งรากลงผืนแผ่นดินเพื่องอกเงยเติบใหญ่ เฝ้ารอคอยอะไรบางอย่าง อะไรสักอย่าง เพียงแค่นั้น...



หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 6 เสมือนผืนแผ่นดินแห่งรากแก้วทางจิตวิญญาณที่ได้หยั่งลึกลงไป (บทปลาย)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 03, 2013, 10:43:22 PM
ฤดูหนาวสำหรับเกษตรภาคค่ำเช่นผมแล้วมีข้อด้อยคือ "ค่ำมืดเร็วมาก" เลิกงานบ่าย 4 โมง กว่าจะเตรียมตัวออกไปบ้านสวนได้ก็เสียเวลาไปอีกราวๆครึ่งชั่วโมง บางวันยังต้องไปตลาดเพื่อหาซื้อกับข้าวด้วย พอ 6 โมงเย็นฟ้าก็มืดจนมองอะไรไม่เห็นแล้ว วันๆหนึ่ง(ที่ว่างเว้นจากธุระอื่นๆ)จึงมีเวลาแค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง กับการปฏิบัติในสิ่งที่คิดไว้

สัปดาห์ก่อนทั้งสัปดาห์ไปตัดหญ้าที่สวนล่างมา เนื่องด้วยข้อด้อยของฤดูหนาวที่กล่าวข้างต้นจึงได้งานไม่มากนัก เมื่อวานหยุดพร้อมกันกับเธอ จึงชวนเธอขึ้นไปหาหน่อไม้บนป่า แต่พอถามเด็กหญิงกลับไม่ยอมให้ไป เลยต้องเปลี่ยนแผนไปบ้านสวนแทน นี่เป็นอีกครั้งที่เราตัดสินใจถามความเห็นของเด็กหญิง(ให้เลือกระหว่างพ่อแม่ไปป่ากับพากันไปบ้านสวนทั้งหมด)

ถึงจะไม่ได้งานมากตามที่ต้องการ(เนื่องด้วยต้องคอยดูแลความปลอดภัยของเด็กหญิงเป็นระยะ ทั้งๆที่จริงก็ปล่อยเดินเล่นตามประสา) แต่ผมก็ถือว่าเป็นเวลาของครอบครัววันหนึ่ง(หากผมและเธอขึ้นป่าคงลงมาเกือบเที่ยง เช้านั้นทั้งเช้าคงต้องปล่อยให้เด็กหญิงอยู่กับยาย) ตอนเช้าจึงไปลุยงานสวนล่างได้เพิ่มอีกหน่อย พอแดดร้อนก็หลบมาพักกันที่บ้านสวน ปิ้งไก่ ปิ้งฟักทอง กินเป็นอาหารเที่ยง "พาลูกแม้วมากินข้าวป่า" เธอบอกว่าอย่างนั้นสำหรับกิจกรรมครอบครัวของเมื่อวาน


หากชวนกันขึ้นป่าคงไม่ได้เห็นภาพเช่นนี้สำหรับเช้านั้น เป็นไงล่ะ เทรนนี้กำลังมาแรง  >:(
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-023_zpsy2g9dn5g.jpg)



แนวด้านข้างที่ยังไม่ได้ทำอะไรกับแนวกล้วยคันสระด้านหลัง กอกล้วยเก่าติดที่มา 1 กอ ออกเครือที่ 3 ของปีแล้ว
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-024_zps0lisj4iu.jpg)



กองดินที่สั่งเพิ่มมาแล้ว รวมเป็น 30 คันรถ 6 ล้อ กะปรับทีเดียวปีหน้า พอดีเก็บเมล็ดข้าวโพดเก่าไปหยอดเล่น หากไม่มีฝนคงเหี่ยวหมด  :'(
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-025_zpsyqunvfe1.jpg)



หญ้ามาเลเซียกับกระดุมทองทำหน้าที่ได้ดีทีเดียวสำหรับปีนี้ ดีจนต้องมาตัดหญ้า  >:(
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-026_zpsqhrztrkq.jpg)



ส่วนที่ตัดก็แต่งกิ่งพี่เลี้ยง "ถั่วพร้า" ออกด้วย เพื่อเปิดแสงให้กับไม้หลัก ตอนตัดหญ้าโดนฝักถั่วพร้ามากพอดู แต่ไม่เป็นไร มีเยอะ  ;D ส่วนที่รกๆนั่นเป็นดงถั่วดำ แดง เขียว เหลือง เพราะตอนปลูกผสมกันไปหมด ในดงถั่วนั้นมี "ป่าเห็ดในอนาคต" ซ่อนอยู่ ถ้าได้ผลนะ >:(
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-027_zpsgk6irmj6.jpg)



พื้นที่เตรียมไว้สำหรับปลูกผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ดปีหน้า ผลพลอยได้คือ ถั่วพร้าไว้ทำพันธุ์ต่อไป  :)
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-028_zpslhwnlu0j.jpg)


หัวข้อ: นิทานบ้านสวน : เราล้วนถูกเชื่อมโยงไว้ด้วยบางสิ่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 05, 2013, 10:45:41 PM
เราล้วนถูกเชื่อมโยงไว้ด้วยบางสิ่ง

จุดมุ่งหมายการดำรงอยู่ของมนุษย์อาจยังไม่แน่ชัด แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ "เราต้องกิน" ตั้งแต่อยู่ในครรภ์เราก็ต้องกินอาหารผ่านทางสายรกของมารดา เกิดออกมาก็ยังต้องกินอาหารต่างๆมากมาย เราควรสรุปหรือเปล่าว่า "มนุษย์เกิดมาเพื่อกิน" ...

นับตั้งแต่สมัยโบราณแล้วที่มนุษย์เรารู้จักนำเห็ดมากิน เรารู้ได้อย่างไรว่าเห็ดชนิดไหนกินได้ นั่นนะสิ กว่าเราจะมีความรู้มากมายเกี่ยวกับการกินเห็ด ชีวิตมนุษย์ต้องสังเวยไปแล้วมากเพียงไรกับคำว่า "ความอยาก"

ทำไมเราต้องรู้สึก "อยากกิน" ขนาดนั้น ความอยากมันมีแรงผลักดันมากมายมหาศาลขนาดทำให้เราตัดสินใจใช้ชีวิตของตนเองไปกับการทดลองกินสิ่งที่ไม่อาจทราบได้ว่ากินแล้วจะตายหรือไม่ ความอยากกินมันมีแรงดึงดูดมากกว่าความกลัวตายเชียวหรือ


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-029_zpsksyrksrl.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเข้าป่าหาเห็ดของผู้คนที่มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณ


ปัจจุบันความรู้ต่างๆมากมายเกี่ยวกับเห็ดมีให้ค้นคว้าได้ทั่วไปเพียงแค่เราสนใจ ไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่ภูมิความรู้จะอยู่กับใครบางคน หากเกิดการแลกเปลี่ยนภูมิความรู้จากสังคมหนึ่งสู่อีกสังคม ความรู้นั้นก็จะขยายใหญ่ขึ้น เห็ดที่เคยรู้ว่ากินไม่ได้อาจกินได้ก็ได้

เวลาเก็บเห็ดธรรมชาติ คนที่มีความรู้ความเข้าใจมักจะรู้ว่า เห็ดที่กินได้มันจะออกตรงไหน ช่วงเวลาใด สภาพอากาศแบบไหน แต่น้อยคนนักที่จะตั้งข้อสงสัยว่า "เห็ดมันเกิดขึ้นได้อย่างไร"

หากเรามัวแต่สงสัยอะไรมากไป บางทีมันก็ไม่สนองตอบความต้องการ ความอยาก ได้ทันท่วงที ความรู้ที่ควรถูกต่อยอด ถูกถ่ายทอด มันจึงเป็นเพียงแค่ความจำ จำรูปร่าง จำกลิ่น จำสถานที่ จำช่วงเวลา จำสภาพอากาศ หากสมมุติว่าความรู้เป็นคนๆหนึ่ง ความจำก็ไม่ต่างอะไรกับเทวดาหรือปีศาจที่คอยชักจูงอยู่บนบ่าของความรู้ ขึ้นอยู่แค่ว่าความรู้จะเลือกใช้ความจำด้านไหน...
ความจำสามารถส่งเสริมในขณะเดียวกันก็สามารถเหนี่ยวรั้งความรู้ได้เช่นกัน



เวลาผมไปเก็บเห็ด ผมแทบไม่เคยใส่ใจว่าทำไมมันถึงเกิดเห็ดได้ แค่เห็นเห็ดที่กินได้ขึ้นแต่ละดอกเวลาเราหาเจอก็ดีใจจนแทบจะลืมทุกอย่างแล้ว หลายปีที่ผ่านมาผมแค่อาศัยความจำ จำเห็ดที่เซียนบอก จำเส้นทาง จำสถานที่ เพียงเท่านั้น ก็สามารถหาเห็ดกินเองได้แล้วในแต่ละปี

อาจเพราะความอยากกินที่เป็นสัญชาตญาณติดตัวของมนุษย์ อาจเพราะความไม่อยากเสียเงินซื้อ อาจเพราะความรู้สึกภูมิใจที่ได้แบ่งปัน อาจเพราะความรู้สึกพอใจในชัยชนะเล็กๆที่คิดไปเอง หรืออาจเพราะบางสิ่งบางอย่างก็ตามแต่ แน่ใจได้อย่างไร ว่าเราไม่ได้ถูกเชื่อมโยงกันไว้ด้วยบางสิ่ง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-011/11-030_zpsoq2kj7ij.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


โปรดติดตามตอนต่อไป ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" สิี่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง


หัวข้อ: Re: นิทานบ้านสวน : เราล้วนถูกเชื่อมโยงไว้ด้วยบางสิ่ง
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ พฤศจิกายน 05, 2013, 11:22:05 PM
ผมอ่านจากหนังสือของปู่บิลพบว่าเชื้อรา/เห็ดมีหน้าที่ไม่ใช่เฉพาะการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ (โดยเฉพาะพวก brown material) เส้นใยที่ยาวมากของเห็ดยังทำหน้าที่เหมือนเส้นประสาทที่เชื่อมโยงต้นไม้ต่างๆ เข้าหากัน  มีความเชื่อว่าต้นไม้สื่อสารกัน  เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง  จะมีการส่งสัญญาณไปยังต้นไม้ต้นอื่นๆ ทั้งที่เป็นต้นไม้ชนิดเดียวกันและต่างชนิด  โดยมีเส้นใยของเชื้อรา/เห็ดเป็นตัวรับส่งสัญญาณ  นอกจากนั้นยังค้นพบว่าเชื้อรา/เห็ดบางชนิดยังช่วยในการนำสารอาหารที่ขาดแคลนมาจากพื้นที่ที่ไกลเกินกว่าที่รากต้นไม้จะไปถึงมาให้กับต้นไม้  

เชื้อรา/เห็ดหลายชนิดยังมีความสัมพันธ์ร่วมกับต้นไม้  โดยต้นไม้จะปล่อยสารอาหารบางอย่างให้กับเชื้อรา/เห็ด  ในทางกลับกันเชื้อรา/เห็ดจะช่วยรักษาความชื้นในดินรอบๆ ปลายรากต้นไม้  และนำสารอาหารที่ต้นไม้ต้องการมาให้ต้นไม้เป็นการแลกเปลี่ยน  ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อรา/เห็ด และชนิดของต้นไม้  ดังนั้นเราจึงมักจะพบเห็ดบางชนิดที่ต้นไม้ที่คู่กับมันเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น เห็ดเผาะจะคู่กับไม้ตระกูลยางนา เช่น เต็ง รัง ยางนา เป็นต้น   เท่าที่ผมสังเกตุคุณ nomadic_man มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวมาก  ถ้าจะกรุณาก็ช่วยรวบรวมสรุปให้เพื่อนฟังก็จะดีมากครับ  ;)



nomadic_man แหะๆ ที่พี่บรรยายนี่แทบจะเป็นบทสรุปเลยครับผม  :-[ จริงๆก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายหรอกครับ แค่เกิดจากข้อสงสัยเล็กๆ จึงทำให้เกิดการค้นคว้าข้อมูลตามมา ซึ่งก็เป็นเพียงการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นเท่านั้น เอาเป็นว่า รอติดตามตอนต่อไปได้ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: นิทานบ้านสวน : เราล้วนถูกเชื่อมโยงไว้ด้วยบางสิ่ง
เริ่มหัวข้อโดย: deer art ที่ พฤศจิกายน 06, 2013, 06:17:05 AM
ผมอ่านจากหนังสือของปู่บิลพบว่าเชื้อรา/เห็ดมีหน้าที่ไม่ใช่เฉพาะการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ (โดยเฉพาะพวก brown material) เส้นใยที่ยาวมากของเห็ดยังทำหน้าที่เหมือนเส้นประสาทที่เชื่อมโยงต้นไม้ต่างๆ เข้าหากัน  มีความเชื่อว่าต้นไม้สื่อสารกัน  เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง  จะมีการส่งสัญญาณไปยังต้นไม้ต้นอื่นๆ ทั้งที่เป็นต้นไม้ชนิดเดียวกันและต่างชนิด  โดยมีเส้นใยของเชื้อรา/เห็ดเป็นตัวรับส่งสัญญาณ  นอกจากนั้นยังค้นพบว่าเชื้อรา/เห็ดบางชนิดยังช่วยในการนำสารอาหารที่ขาดแคลนมาจากพื้นที่ที่ไกลเกินกว่าที่รากต้นไม้จะไปถึงมาให้กับต้นไม้  

เชื้อรา/เห็ดหลายชนิดยังมีความสัมพันธ์ร่วมกับต้นไม้  โดยต้นไม้จะปล่อยสารอาหารบางอย่างให้กับเชื้อรา/เห็ด  ในทางกลับกันเชื้อรา/เห็ดจะช่วยรักษาความชื้นในดินรอบๆ ปลายรากต้นไม้  และนำสารอาหารที่ต้นไม้ต้องการมาให้ต้นไม้เป็นการแลกเปลี่ยน  ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อรา/เห็ด และชนิดของต้นไม้  ดังนั้นเราจึงมักจะพบเห็ดบางชนิดที่ต้นไม้ที่คู่กับมันเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น เห็ดเผาะจะคู่กับไม้ตระกูลยางนา เช่น เต็ง รัง ยางนา เป็นต้น   เท่าที่ผมสังเกตุคุณ nomadic_man มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวมาก  ถ้าจะกรุณาก็ช่วยรวบรวมสรุปให้เพื่อนฟังก็จะดีมากครับ  ;)

มาปูเสื่อรอครับ



nomadic_man หากับแกล้ม เครื่องดื่ม รอได้ตามถนัดเลยคร๊าบ  ;D ;D


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 เห็ด : อารัมภบท (ข้อแก้ตัวของคนขี้สงสัย)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 11, 2013, 08:32:37 PM
อารัมภบท (ข้อแก้ตัวของคนขี้สงสัย)

สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องยุ่งๆหลายเรื่องผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่เป็นไร ยังไม่ตายก็ต้องสู้กันต่อไป อย่างน้อยช่วงเวลายุ่งๆนั้นก็ให้ที่ว่างบางช่วงสำหรับสรุปบทความเรื่องเห็ดต่อจากนี้  คิดอยู่นานทีเดียวว่าจะเรียบเรียงออกมาอย่างไรดี เรื่องราวต่อจากนี้เป็นเพียงการศึกษาค้นคว้าของชายหนุ่มขี้สงสัยคนหนึ่ง หาใช่การคิดค้นพบสิ่งใหม่อะไรไม่

เป็นเพียงแค่การรวบรวมความรู้จาก google.com เท่านั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันจะมีข้อมูลมากมายมหาศาลอย่างขนาด เมื่อหน้าเวบในประเทศเริ่มไม่ตอบสนองต่อความต้องการ ทั้งๆที่เป็นคนอ่อนภาษาต่างประเทศ แต่ก็ยังทนค้นคว้าต่อในหน้าเวบอื่นๆแบบงูๆปลาๆ โดยมีตัวช่วยคือ google translate  ;D ;D ในที่สุดผมก็ได้ข้อสรุปให้ตนเองว่า จะแบ่งบทความออกเป็นส่วนๆ ดังนี้

บทนำ ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ
บทที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง
บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม
บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง
บทที่ 4 แบ่งสรรปันส่วน
บทที่ 5 สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง
บทแทรก "เห็ดโคน" ใต้ผืนพิภพข้าคือราชา
บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ

ฟังจากชื่อแต่ละบทแล้วเชื่อไหมว่าเป็นแค่เรื่องราวของสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งที่มีชื่อว่า "เห็ด" เท่านั้น  ;D ;D โปรดติดตามตอนต่อไป(พาเด็กหญิงขึ้นไปนอนก่อน) บทนำ ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ ได้ในชั่วอึดใจ...



นี่คือพื้นที่ทดลองเล็กๆ ที่ทำให้ความสงสัยเริ่มก่อตัว จนในที่สุดจึงเป็นที่มาของการค้นคว้าผ่านอากู๋
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-001_zpsjwjpdola.jpg)


ต้นไม้เล็กๆค่อยๆเจริญเติบโต เพื่อพิสูจน์สิ่งที่ผมเชื่อมั่นในอะไรบางอย่าง ซึ่งต้องรอคอยให้ธรรมชาติเป็นผู้ไขขานคำตอบ
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-002_zpsq87ijbi6.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-003_zps0mhaq1en.jpg)


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทนำ ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 11, 2013, 11:26:22 PM
ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ

เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมามีโอกาสขึ้นป่าไปหาเห็ดอีกครั้ง ช่วงนี้เป็นปลายฤดู อันที่จริงเห็ดควรจะเลิกออกได้แล้วตามความเข้าใจของใครหลายคน แต่ที่ป่าเห็ดแห่งนี้กลับไม่เหมือนใคร ต้นฤดูหนาวอย่างนี้มาหลายปีแล้ว ที่ผมยังขึ้นป่าหาเห็ด ได้กินบ้างไม่ได้กินบ้างก็ถือว่าเป็นการเดินป่าออกกำลังกายเล่นไปในตัว ครั้งนี้ถือว่าโชคดี ถึงแม้ว่าเห็ดที่หามาได้จะน้อยกว่าพวกที่กำลังเน่าอยู่ในป่าก็ตาม ส่วนพวกที่ใกล้เน่าบางส่วนผมได้เก็บกลับมาด้วย ซึ่งเป็นปีแรกที่ทำเช่นนี้...

เห็ดปลายฤดูกาลมีข้อดีตรงที่มันจะบานอยู่นานเนื่องจากอากาศแห้งและปราศจากฝน มันจะออกกระจายอยู่ทั่วไปทำให้ต้องเดินไกลขึ้นจากปรกติ นั่นหมายถึงหากขึ้นไปหาในตอนเย็นที่ค่ำเร็ว โอกาสที่จะได้เห็ดกลับมาน้อยมาก จึงทำให้บรรดาเซียนทั้งหลายเริ่มไม่ขึ้นป่าล่าเห็ด ยังมีแต่เพียงบางคนเท่านั้น ที่ออกหาเห็ดในช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เช่นเดียวกับผม ภาพข้างล่างคือเห็ดหน้าเส้า(เห็ดไค)ที่หามาได้เช้านั้น ไม่คิดว่าจะยังมีขนาดนี้จึงไม่ได้นำตะกร้าไป เอาไปเพียงแต่ถุงหิ้ว สภาพเห็ดที่ดอกแก่อยู่แล้วจึงไม่ค่อยสวยนักเมื่อกลับมาถึงบ้าน แต่รสชาติรับประกันหายห่วง เห็ดช่วงนี้กินอร่อยกว่าช่วงฝนมาก
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-004_zpsnlpvn5ec.jpg)


ปีนี้เป็นปีแรกที่ผมนำดอกเห็ดแก่ๆหรือใกล้เน่า แยกใส่อีกถุงกลับมาด้วย เพื่อนำมาทดลองตามแนวทาง "ปลูกป่าได้เห็ด" ที่บังเอิญค้นคว้าเจอเมื่อช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมา วิธีการคือนำดอกเห็ดแก่ๆมาขยี้ผสมน้ำแล้วรดไปที่โคนต้นไม้จำพวก เต็ง รัง ยางนา ทั้งที่ปลูกเพิ่มและที่มีติดที่บ้านสวนอยู่แล้ว ยังไม่อาจบอกได้ว่าการทดลองนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ก็ไม่เสียหายอะไรที่จะถือปฏิบัติต่อเนื่องไปยังปีต่อๆไปนับจากนี้
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-005_zpsoysu2hw6.jpg)

หลายปีก่อนหน้านี้ ผมก็แค่จำสิ่งต่างๆที่รุ่นพี่เซียนเห็ดสอนสั่ง คิดเพียงแต่ว่ายังมีป่าให้เดินเก็บเห็ดก็ดีถมแล้ว แถมที่บ้านสวนก็มีเห็ดเริ่มออกบ้าง แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงการที่จะสร้างป่าเห็ดขึ้นมาใหม่เลย แล้วอะไรทำให้ผมคิดเช่นนี้ นั่นสิ... เพราะอะไรกัน

ย้อนกลับไปปีแรกๆที่ซื้อที่บ้านสวน ช่วงนั้นได้ค้นคว้าเกี่ยวกับการเกษตรที่เหมาะสมกับเรา ได้กล่าวไว้แล้วว่าสวนนี้ยึดแนวทางมาจาก "ปู่ฟู" เป็นหลัก (ส่วนอีกแนวที่เริ่มยึดถือร่วมคือ "ปู่บิล" ที่ผมเพิ่งเสาะหาเจอช่วงต้นฤดูฝนของปีนี้เอง) ผมอ่านข้อเขียนของปู่ฟูซ้ำไปซ้ำมาบ่อยมาก บอกตรงๆว่าเข้าถึงแก่นที่แกสื่อมากับสารได้น้อยมาก ถึงกระนั้นผมก็ยังเลือกที่จะนำแนวทางนี้มาทดลองใช้กับพื้นที่บ้านสวน

มีเนื้อหาบางช่วงที่ปู่ฟูกล่าวถึงอนาคตของต้นสนที่กำลังเจอวิกฤต(ไม่แน่ใจ) ว่า เราจะฟื้นฟูให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ ด้วยการอาศัยเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆบางสิ่ง ผมอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าแกกำลังสื่อถึงอะไร

การเกษตรแบบไม่ไถพรวนและรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุดที่ปู่ฟูแกถือปฏิบัติก็ดูจะเป็นแนวคิดเชิงอุดมคติเหลือเกิน ผมเองในช่วงนั้นเพียงนำมาทดลองอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อเกินครึ่ง ว่ามันจะเป็นจริงได้อย่างไรกับการฟื้นฟูสภาพไร่สวนในแบบกระทำให้น้อยที่สุด ถึงกับเคยคิดฝันอยากเดินทางไปสวนแกให้เห็นกับตาว่ามันเป็นอย่างไร...

แล้วเรื่องของปู่ฟูมันเกี่ยวกับป่าเห็ดตรงไหนเนี่ย  ;D ;D เอาเหอะ เมื่อเรามีความสงสัยเป็นที่ตั้งและมีอากู๋เป็นตัวช่วย มันก็เปรียบเสมือนกับเรากำลังถูกเชื่อมโยงด้วยเครือข่ายของความรู้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น เสมือนเราผู้ซึ่งมีความสงสัยในเรื่องราวอันแปลกประหลาดของโลกแห่งสิ่งมีชีวิตเล็กๆชนิดหนึ่ง ที่ผลผลิตถูกเรียกขานว่า "เห็ด" ได้มาพบเจอกัน เพื่อแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด ภูมิปัญญาของเราเหล่าผู้กระหายอยากไปในทุกสิ่ง

โปรดติดตามตอนต่อไป "เห็ด" บทที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง ได้ในเร็วพลัน  ;D ;D ครับผม


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทนำ ซึ่งความสงสัยนำพามาพบเจอ
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ พฤศจิกายน 12, 2013, 06:23:26 PM
เนื่องจากเป็นวัยรุ่นใจร้อน  ขออนุญาตแจมข้อมูลด้วยดังต่อไปนี้  :) :)

"บทบาทของเห็ดในธรรมชาติ"
http://bioff.forest.ku.ac.th/PDF_FILE/JUNE_2011/MUSHROOM.pdf (http://bioff.forest.ku.ac.th/PDF_FILE/JUNE_2011/MUSHROOM.pdf)

"โปสเตอร์ เห็ดกินได้"
http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/edible%20mushroom.jpg (http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/edible%20mushroom.jpg)

"โปสเตอร์ เห็ดในกลุ่มป่าแก่งกระจาน แผ่นที่ 1"
http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/postermushroomKKC_54%20.jpg (http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/postermushroomKKC_54%20.jpg)

"โปสเตอร์ เห็ดในกลุ่มป่าแก่งกระจาน แผ่นที่ 2"
http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/KKC%20mushroom54_2%20.jpg (http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/Poster%20For%20Web/KKC%20mushroom54_2%20.jpg)

ส่วนข้อมูลเห็ด และต้นไม้ที่ถามวันก่อนพอจะรวบรวมได้ดังนี้ (ที่เหลือรอปูเสื่อรอ)
ชนิดเห็ดชนิดของต้นไม้ที่เกิดร่วมและลักษณะพื้นที่ระยะเวลาการเกิด
เห็ดระโงกขาวยางนา ชาด พะยอม ติ้ว ยูคาลิปตัสต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดระโงกเหลืองยางนา ชาด กะบาก ติ้วต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดเผาะยางนา ชาด พะยอม ติ้ว ไม้เต็ง รัง เหียง กุง (พลวง) ตะเคียนต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดผึ้งมะกอกน้ำ แคบ้าน ทุ่ม ยางนา ยูคาลิปตัสต้นโต 24 เดือน
เห็ดแดงชาด ยางนา พะยอมต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดก่อ, เห็ดน้ำหมากยางนา พะยอม ชาดต้นโต 24 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดไคลต้นหมี่ ต้นติ้วต้นโต 6 เดือน
ต้นกล้า 36 เดือน
เห็ดปลวกไก่น้อยกระถินณรงค์12 เดือน
เห็ดปลวกข้าวดอ, เห็ดปลวกตายใต้ต้นไม้ใหญ่ในลักษณะดินร่วนเหนียว8 เดือน
เห็ดตับเต่าต้นโพธิ์ ต้นไทร ไม้เต็ง รัง ยางนา พะยอม เหียง กุง (พลวง) ตะเคียน

"คนเพาะเห็ด"
http://www.banboon.org/pdf/02_mushroom.pdf (http://www.banboon.org/pdf/02_mushroom.pdf)

"คู่มือการดำเนินโครงการพัฒนาป่าพื้นบ้าน"
http://123.242.163.1:8050/province/pindicator/data/KMForest/Forest%20development.pdf (http://123.242.163.1:8050/province/pindicator/data/KMForest/Forest%20development.pdf)



nomadic_man ว้าวๆๆ ขอบคุณมากๆเลยครับพี่ที่ช่วยกันถักทอสายใยแห่งความรู้  :-[  :-[


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 12, 2013, 11:06:11 PM
สร้างบ้านแปงเมือง

พวกเขาเหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับสิ่งมีชีวิตทั่วๆไป เมื่อเสาะแสวงหาดินแดนอันเหมาะสมพบเจอแล้ว มันก็พร้อมที่จะ "สร้างบ้านแปงเมือง" เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเข้าร่วมมหากาพย์แห่งศึกสงครามอันยิ่งใหญ่ ที่ทุกสรรพชีวิตต่างมีเป้าหมายเดียวกันให้ต่อสู้แย่งชิง สิ่งๆนั้นคือการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์แห่งตนนั่นเอง...

มันไม่ได้มีสารสังเคราะห์แสงเป็นตัวช่วยอย่างพืช มันไม่ได้มีปากไว้กลืนกินอาหารเช่นสัตว์ต่างๆ แล้วเหตุอันใดที่ทำให้พวกมันยังสามารถยืนหยัดต่อสู้อยู่บนสังเวียนได้อย่างทรนง มาเป็นเวลานานแสนนาน และน่าจะอีกนานแสนนาน

เมื่อหนึ่งในบรรดาพวกเขาได้พบกับชัยภูมิอันดีเยี่ยม มันก็จะค่อยๆเริ่มขยายโครงสร้างเส้นใยทีละเส้น ทีละเส้น แผ่กระจายออกไปทีละน้อย ทีละนิด จนในที่สุด เมื่อเส้นใยแต่ละเส้นเหล่านั้นได้ค้นหากันจนเจอ อาณาจักรเล็กๆของมันก็เริ่มมั่นคงและยากที่ใครจะหยุดยั้งได้
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-006_zpscofn8gmg.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการขยายเส้นใยของเห็ดรา


ใช่ว่าพวกเขาทุกเผ่าพันธุ์จะค้นหาชัยภูมิอันเหมาะสมเฉกเช่นกัน อย่างน้อยโลกเล็กๆใบนี้ยังมีแหล่งทรัพยากรมากพอที่จะทำให้พวกเขาเลือกใช้ต่างออกไป พวกชอบตั้งรกรากอยู่ตามอินทรียวัตถุที่ไร้ชีวิตแล้วถูกเรียกว่า saprotroph ส่วนพวกที่ชอบรุกรานสิ่งมีชีวิตเราเรียกพวกเขาด้วยความหวาดกลัว parasite น่าแปลกที่ทั้ง 2 เผ่าพันธุ์นี้บางเวลาก็เลือกที่จะสลับบทบาทหน้าที่กัน ตามความเปลี่ยนแปลงของแหล่งทรัพยากรที่พวกมันยึดครอง

อย่างน้อยก็ยังมีบางเผ่าพันธุ์ของพวกเขาที่มีอารยธรรมอันสูงส่ง เลือกที่จะอยู่ร่วมกันกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆอย่างประนีประนอม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของเผ่าพันธุ์ตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะอยู่ร่วมกับผู้ใดมันจะไม่ยอมสูญเสียผลประโยชน์แม้แต่นิดเดียว ชื่อที่พวกมันประกาศก้องต่อสรรพสิ่งคือ mycorrhizal

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-007_zpsaz78mvj5.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต(แก้ไขดัดแปลงบางส่วน)


เรื่องราวนับจากนี้ไปจะเป็นส่วนของ mycorrhizal ผู้มีอารยธรรมอันสูงส่ง เป็นผู้ที่อยู่อาศัยร่วมกับผู้อื่นอย่างประนีประนอมและไม่ยอมเสียผลประโยชน์ของตนแม้แต่น้อยนิด โดยทั่วไปแล้วชัยภูมิอันเหมาะสมสำหรับตั้งฐานที่มั่นของมันคือ "รากพืช" เมื่อมันค้นพบรากพืชที่เหมาะสมเจอ มันจะเริ่มยึดครองอย่างรวดเร็วเพื่อไม่เปิดโอกาสให้พวกมันในตระกูลอื่นๆที่มาช้ากว่าได้แย่งครองไป

แต่ก็ไม่ทั้งหมด อาจมีบ้างที่พวกมันเองหลายตระกูลต้องอยู่ร่วมกันอย่างรอมชอม แต่ก็พร้อมแก่งแย่งดินแดนคืนเสมอหากสบโอกาส (สังเกตจากป่าที่ผมไปหาเห็ด พบว่าต้นไม้บางต้นมีเห็ดที่ทั้งกินได้และกินไม่ได้เกิดร่วมกันหลายชนิดบริเวณเดียวกัน)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-008_zpsh6fd8rjg.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการยึดครองรากต้นไม้เป็นฐานที่มั่นอย่างเหนียวแน่นของ mycorrhizal


ไม่จำเป็นเสมอไปที่ mycorrhizal ต้องแสวงหาดินแดนตั้งถิ่นฐาน บางคราวพืชเองกลับเป็นผู้ก้มหัวส่งราชทูตออกไปอัญเชิญให้มันเข้ามาปกครองอย่างยินยอม เมื่อถึงคราวกลียุคสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของพืช มันจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษาชีวิตให้รอดสืบไป ราชทูตที่พืชส่งออกไปภายนอกเพื่ออัญเชิญ  mycorrhizal ให้เข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤตมีชื่อว่า strigolactone หน้าที่ภายในอย่างหนึ่งคือยับยั้งการแตกกิ่งก้านสาขาของพืชเอง ส่วนอีกหน้าที่หนึ่งคือออกไปภายนอกเพื่อค้นหาผู้กล้ามากอบกู้สถานการณ์

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-009_zps0o4b8r0l.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงพืชพบเจอสภาวะเลวร้าย จึงหลั่งออร์โมน strigolactone ออกมาเพื่อทำหน้าที่ 2 อย่างคือ ยับยั้งการแตกกิ่งก้านสาขา และเรียกหาทั้ง mycorrhizal และพืชปรสิต

ผู้กล้าเองมีทั้งแท้จริงและจอมปลอม... แนวโน้มที่ราชทูตจะหลงผิดอัญเชิญผู้กล้าจอมปลอมเข้ามาดูเหมือนจะมีโอกาสมากกว่า เพราะมาจากหมู่บ้านเดียวกัน (ชื่อเรียก strigolactone มาจาก striga ซึ่งเป็นชื่อของพืชสายพันธุ์หนึ่งที่ดำรงชีวิตแบบปรสิต) ถึงกระนั้นก็ตาม ทำไมพืชยังทำเช่นนี้ทั้งๆที่รู้ว่าอาจเปิดโอกาสให้ผู้กล้าจอมปลอมแฝงตัวเข้ามาได้


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-010_zpsh84dsmdx.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ถั่วต้นซ้ายแสดงถึงสภาวะที่หลั่ง strigolactone และมีพืชปรสิตเกาะที่ราก ส่วนถั่วต้นขวาแสดงถึงพืชกลายพันธุ์ที่ไม่สามารถสร้าง strigolactone ได้


สงครามเล็กๆได้เริ่มขึ้นแล้วระหว่าง พืช พืชปรสิตและ mycorrhizal  เป็นสงครามที่ทุกฝ่ายต่างต้องการบรรลุวัตถุประสงค์ของตนเอง ไม่ว่าจะต้องงัดตำราพิชัยสงครามกระบวนท่าไหนออกมาก็ตาม สิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์บนโลกใบนี้ต่างต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายอันสูงสุด "ดำรงเผ่าพันธุ์" ให้จงได้

ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะหรือพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะบอบช้ำเพียงไร อาจเพราะพวกมันยังคงไม่ลืมว่า "จริงๆแล้ว บนโลกใบนี้ไม่มีเคยผู้แพ้พ่ายอย่างสิ้นเชิง เฉกเช่นกับผู้ชนะอย่างถาวร" นั่นทำให้พวกมันยังต้องต่อสู้กันต่อไป ตราบชั่วฟ้าดินสลาย...


โปรดติดตามตอนต่อไป บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม ครับผม  ;)


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 14, 2013, 10:27:58 PM
ออกล่าอาณานิคม

เมื่อ mycorrhizal ได้ค้นพบรากพืชที่เหมาะสมสำหรับสร้างบ้านแปงเมืองแล้ว พวกมันจะค่อยๆเสริมสร้างความมั่นคงทีละน้อย เริ่มจากฐานรากโดยเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่บางส่วนของรากพืช จากนั้นจึงขยับขยายเครือข่ายเส้นใยทีละน้อย เพื่อแสวงหาทรัพยากรมาปรนเปรอตนเอง ด้วยความที่พวกมันถือว่าตนเองเป็นผู้เจริญแล้ว การบุกรุกไปในพื้นที่ต่างๆจึงเป็นเสมือนการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งหาใช่การทำลายล้างไม่ แน่นอนว่าย่อมเข้าไปในฐานะชนชั้นปกครองที่แสวงหาผลประโยชน์สำหรับเผ่าพันธุ์ตนเองอย่างถึงที่สุด


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-011_zpsysiyp4wq.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเข้าบุกรุกเข้าไปอาศัยอยู่บางชั้นในรากพืช แต่ไม่ได้รุกรานถึงชั้นท่อส่งน้ำเลี้ยงซึ่งสามารถสร้างความเสียหายแก่พืชได้เฉกเช่นที่พืชปรสิตหรือราปรสิตกระทำ


เมื่อเมืองหลวงของอาณาจักรเริ่มมั่นคง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดยั้งความกระหายอยากในการขยายอาณาเขตของพวกมัน สำหรับการรุกรานเข้าไปในพื้นที่อื่นแล้ว
กองทัพอันทรงพลังคือสิ่งที่จำเป็น ยุทธวิธีที่พวกมันเลือกใช้คือ "รวมกลุ่มเข้าโจมตี" หากเส้นใยแต่ละเส้นเปรียบเสมือนกองลาดตระเวน เมื่อเจอกับพื้นที่คับขัน(หมายถึงพื้นที่ที่พวกมันไม่อาจแทรกซึมเส้นใยได้)พวกมันจะรวมกลุ่มกันเพื่อเดินทางข้ามผ่านโซนนั้นไปอย่างฉับพลัน การรวมกลุ่มเส้นใยเข้าด้วยกันนั้น จากหน่วยลาดตระเวนหลายหน่วยจึงกลายเป็นหน่วยทะลวงฟัน rhizomorphs

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-012_zps48igl5e1.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเดินทางไปในทิศทางเดียวกันของเส้นใยแบบ rhizomorphs

การรวมกลุ่มกันเข้าโจมตีมีข้อดีคือเมื่อเจอพื้นที่อันเหมาะสมต่อการยึดครองจะทำให้พวกมันสามารถขยายอาณาเขตได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางยิ่งขึ้น เพราะยังมีอีกหลายตระกูลในกลุ่ม  mycorrhizal ที่คิดเช่นกัน สงครามย่อยๆระหว่างตระกูลมักเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใครๆก็อย่างเป็นหนึ่งในใต้หล้าด้วยกันทั้งนั้น...


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-013_zps2htz2pd2.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตใช้ในการสื่อเพื่อให้เห็นภาพจากข้อความข้างต้นเท่านั้น



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-014_zpsanba0dwb.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการยึดครองพื้นที่เหมาะสมของ rhizomorphs(1) ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากกว่า hyphal(2)


ทันทีที่พบเจอรากพืชที่เหมาะสม พวกมันก็เริ่มตั้งอาณานิคมขึ้น โดยการแทรกแซงเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่บางส่วนเช่นเดียวกับที่มันทำอย่างรากพืชเมืองหลวง เมื่อหลายๆอาณานิคมรวมเข้าด้วยกันโดยเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizalบางตระกูล พวกมันก็เข้าสู่ยุคทอง "จักรวรรดิแห่ง mycorrhizal ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว..."

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-015_zpsmcxd2ubt.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ที่ได้เชื่อมโยงต้นพืชหลายต้น(อาจจะหลายชนิดอีกด้วย)เข้าไว้ด้วยกัน

จักรวรรดิมองโกลในยุครุ่งเรืองที่กว้างใหญ่ไพศาลสามารถทำให้ผู้คนใต้การปกครองที่ต่างชนชั้นวรรณะ ต่างเผ่าพันธุ์ ต่างความเชื่อ ต่างศาสนา ต่างจุดมุ่งหมาย ดำรงอยู่ได้เป็นระยะเวลาหลายชั่วอายุคน เคล็ดลับความสำเร็จของพวกเขาคือ "รักษาเส้นทางเครือข่ายสำหรับแลกเปลี่ยนทรัพยากร" ด้วยอะไรก็ตามเส้นทางเครือข่ายของพวกมองโกลไม่อาจดำรงอยู่ได้ตราบชั่วฟ้านิรันดร์ แต่สำหรับ mycorrhizal แล้ว ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆของพวกมัน...

"นักปกครองที่ดีย่อมเข้าใจว่าควรมีการแบ่งสรรปันส่วนทรัพยากรต่างๆให้แต่ละอาณานิคมอย่างเหมาะสม จึงจะสามารถทำการปกครองผู้อื่นได้อย่างราบรื่น"  mycorrhizal ที่มีจักรวรรดิเป็นของตนเองหาได้หลงลืมสิ่งที่ควรทำเช่นนี้ไม่ เมื่อพวกมันได้เชื่อมโยงพืชแต่ละต้นเข้าด้วยกันโดยเครือข่ายเส้นใย การแลกเปลี่ยนทรัพยากรจึงเริ่มขึ้น ไม่ว่าต้นพืชจะอยู่ห่างไกลกันสักเพียงใดก็ไม่ใช่ปัญหา ดุจดังเส้นทางสายไหมที่เชื่อมโยงอารยธรรมของยุโรป อาหรับ จีน(และประเทศตะวันออกที่เชื่อมโยงกับจีนอีกที)เข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับพืชแล้วสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตเบื้องต้นคือธาตุอาหารและน้ำ 2 สิ่งนี้เครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal สามารถจัดหาให้ได้เสมอจากพืชอีกต้นหนึ่งสู่ต้นหนึ่ง จากสิ่งที่ตัวมันเองหาพบสู่พืช หรือจากแบคทีเรียสู่ตัวมันเองและพืชก็ย่อมได้ไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำหรับพืชหรือแบคทีเรีย(แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับมันเพราะมันยึดถือตนเองเป็นที่ตั้งต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเสมอ)คือ บางสิ่งบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์...

เครือข่ายเส้นใยทำหน้าที่คล้ายถนนหนทาง มีไว้สำหรับเคลื่อนย้ายหรือแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างอาณานิคม ซึ่งหมายถึงทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น ทั้งที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ แต่ไม่มีผลกระทบต่อผู้ปกครองจักรวรรดิ เป็นการบ่งบอกว่า "ใครจะได้จะเสียผลประโยชน์อย่างไรก็ช่าง ขอแค่ข้าได้ผลประโยชน์(หรือไม่ได้ไม่เสีย) ก็เพียงพอแล้วสำหรับ mycorrhizal ...

ติดตามได้ในตอนต่อไปครับผม บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-016_zpsvrtx7el9.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ใช้สื่อให้เห็นถึงเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ที่เชื่อมโยงพืชต่างชนิดเข้าไว้ด้วยกัน... นั่นหมายความว่า ภูมิปัญญาของผู้คนจากยุคบุพกาลอันถ่ายทอดส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ที่สอนไว้ว่าพืชชนิดใดควรปลูกร่วมกับพืชชนิดใด หรือพืชชนิดใดไ่ม่ควรปลูกร่วมกับพืชชนิดใด อาจมีการเชื่อมโยงสารบางอย่างที่ยับยั้งหรือส่งเสริมการเจริญเติบโตซึ่งกันและกันผ่านทางเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ก็เป็นได้ (ข้อความข้างต้นเป็นเพียงสมมติฐานของผมเท่านั้น)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 17, 2013, 02:58:57 PM
คั่นรายการ...  ;D เมื่อเช้าขึ้นป่ามา โชคดียังมีเห็ดออกให้กินทั้งๆที่เข้าฤดูหนาวแล้ว แต่สภาพป่าโดยรวมยังชื้นอยู่ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ที่ค่อยๆฟื้นฟูทีละนิดของอดีตป่าเสื่อมโทรมเพราะถูกสัมปทานไม้

ดอกสวยกว่าสัปดาห์ที่แล้วเพราะไม่ลืมที่จะเอาตะกร้าไปแทนถุงหิ้ว แถมยังมีดอกใหม่ออกมาอีก อาจเนื่องจากฝนหลงฤดูที่ตกเมื่อวันพุธที่แล้ว
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-017_zpsg9tc0gyh.jpg)


ยังไม่ลืมที่จะนำดอกแก่ๆกลับมาด้วยพร้อมกับนำดินบริเวณโคนดอกเห็ดมาด้วย ข้อสังเกตที่เห็นวันนี้อีกอย่างคือสปอร์ของเห็ดไคมีสีเทาครับผม
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-018_zpsnmu10af9.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม
เริ่มหัวข้อโดย: wee6 ที่ พฤศจิกายน 20, 2013, 10:31:50 AM
 :) เข้ามาติดตามเรื่องเห็ดด้วยคนครับ



nomadic_man ขอบคุณที่ติดตามเรื่องราวของเห็ดร่วมกันครับ   :)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม
เริ่มหัวข้อโดย: kwanbanna ที่ พฤศจิกายน 20, 2013, 08:06:28 PM
ได้ความรู้เรื่องเห็ดแบบพิศดารมาก  ขอบคุณทั้งเจ้าของกระทู้และคุณธีร์ด้วยนะคะ
อย่างนี้ ปลูกยางนาอย่างเดียวก็มีสิทธิ์ได้เก็บเกี่ยวเห็ดเกือบทุกชนิดเลยสิคะ   :-* :-*



nomadic_man ใช่แล้วครับ ปลูกยางนาเพียงชนิดเดียวมีสิทธิ์ได้กินเห็ดหลายชนิด หากปลูกไม้ตระกูลยางร่วมกันแบบเป็นป่า เรื่องผลประโยชน์จากตัวไม้ยกให้เป็นรุ่นลูกรุ่นหลาน รุ่นเราเก็บเห็ดกินก็พอแล้วครับ  :)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 2 ออกล่าอาณานิคม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 25, 2013, 07:18:25 PM
ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงสำหรับผู้ติดตาม  >:( (หวังว่าคงมี  ;D )เรื่องของเห็ดภาคพิสดารที่ทำให้ขาดตอน คงต้องอาศัยข้ออ้างเก่าๆคือ "ไม่มีเวลา" ทั้งที่จริงเวลาแต่ละวันเรายังเท่าเดิม ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ไปกับเรื่องราวไหนเท่านั้น เกือบเดือนแล้วที่ทีวีดูไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรเพราะยังมีเน็ต ต่อมาเกือบสองสัปดาห์ที่เน็ต(บ้านพัก)เล่นไม่ได้ และตอนนี้เหลือเพียงวิทยุเก่าๆที่ฟังได้สถานีเดียวประจำบ้าน เรียกได้ว่า "ตกข่าว" เกือบทุกขบวน น่าแปลกที่เราก็ยังดำรงชีวิตอยู่ได้ เรื่องที่เคยทำก็ไม่ได้ทำ เรื่องที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ(อย่าคิดลึกนะ  ;D ;D )


ทุกทีเวลาไปป่าหาเห็ดผมเพียงเก็บเห็ดที่ีไม่ "แก่เกินแกง" กลับมา แต่ปีนี้ทั้งเกินแกงและไม่เกินแกงเก็บกลับมาหมด เน่าๆก็ไม่เว้น ขนาดอันที่มีสายราจากเห็ดกินตัวมันเองก็ยังเก็บมา หนำซ้ำยังขุดดินแบกกลับมาทำการทดลองด้วย(จะเล่าให้ฟังในบทต่อๆไป) เท่านั้นไม่พอยังสำรวจชนิดของต้นไม้บริเวณที่มีเห็ดขึ้นว่าเป็นแบบไหน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รู้จัก เรียกได้ว่า "บ้าเต็มขั้น" ไปแล้ว...  >:( เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมายังเป็นอีกวันที่ขึ้นไปเดินป่าเล่น โชคดีที่ได้เห็ดกลับลงมากินอีกเช่นเคย สำหรับคนที่ไม่เคยไปหาเห็ดป่าหรือไม่ชอบรับประทานคงรู้สึกเฉยๆ ว่าจะขึ้นไปหาอะไรกันนักหนา แต่สำหรับคนที่เคยเข้าป่าเก็บเห็ดคงเข้าใจความรู้สึกผมว่าหากพอมีเวลาว่างทีไร หากยังเป็นช่วงที่อาจมีเห็ดออก นั่นก็แสดงว่า เรายังมีความหวังที่จะได้กินเห็ด...
ขออภัยอีกครั้งที่ บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง ยังไม่คลอดสักที  ::)



เห็ดที่หามาได้เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา นี่คือสิ่งที่เซียนเคยบอกผมไว้ว่า "ใช่ว่ามีเงินแล้วจะได้กินไปเสียทุกอย่าง" ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้ว เช้าวันนั้นยังมีเพื่อนบ้านจำนวนหนึ่งที่ได้ร่วมแบ่งปันความสุขกับรสชาติของเห็ดต้นฤดูหนาว  :)
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-019_zpsowwluwli.jpg)



สำหรับพวก "แก่เกินแกง" ปีนี้ก็อย่าหวังว่าจะรอด เก็บกลับมาให้เหี้ยน  >:( >:( จริงๆแล้วก็ไม่ถึงขนาดนั้น หากดอกไหนที่มีเจ้าของอยู่จำนวนหนึ่ง(มด หนอน แมลง กิ้งกือ แม้กระทั้งเชื้อรายังกินกันเอง) ผมก็จะปล่อยไว้อย่างนั้น แบ่งๆกันกินก็ว่าไป  ;D ส่วนดินถุงนี้หาใช่ของเล่นของเด็กไม่ แต่เป็นของเล่นของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ชอบทำการทดลองแบบเพี้ยนๆ  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-020_zps4w4qpaj8.jpg)


หาเห็ดเหนื่อยๆยังไม่พอ อีกวันยังต้องขนน้ำไปช่วยบรรดาผักหวานป่าที่ได้ปลูกแบบหยอดเมล็ดไว้ สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้งเท่านั้นที่รดน้ำ บ่งบอกว่าเจ้าของสวนเกียจคร้านดูแลขนาดไหน หากต้นใดอยากมีชีวิตรอดก็ต้องดิ้นรน อนทนกันต่อไป  >:(
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-021_zpsy9ezk4g1.jpg)



ทำที่กั้นแดดให้ผักหวานป่าบ้าง และไม่กล้าโชว์ภาพแบบ close up เพราะ "อยากอาย" แอบไปดูผักหวานป่าของเพื่อนสมาชิกที่ปลูกพร้อมกันปีนี้สวนไหนก็มีแต่งามๆทั้งนั้น
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-022_zpsutczhbch.jpg)


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤศจิกายน 26, 2013, 02:57:15 PM
ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง

คงไม่เป็นการกล่าวเกินไปหากเราจะเรียกพวกเขาว่าชนชั้นผู้ปกครองเพราะ mycorrhizal อยู่บนโลกใบนี้มานานพอดู แทบจะเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกๆที่ถือกำเนิดขึ้นและคงเป็นกลุ่มท้ายๆที่จะสูญเผ่าพันธุ์ไปหากสภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขีดอีกหน ก่อนหน้านี้เราเคยเชื่อกันว่าบรรดาพืชเป็นแหล่งดูดซับสารประกอบคาร์บอนหลักของโลก แต่เมื่อเร็วๆนี้มีการวิจัยพบว่าจริงๆแล้ว mycorrhizal ต่างหากที่เป็นผู้เก็บสะสมคาร์บอนเอาไว้มากที่สุด เผ่าพันธุ์ของพวกมันมีอะไรจึงสามารถครองความยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ สิ่งที่พวกมันมีไว้ต่อกรกับผู้อื่นคืออาวุธเคมีอันทรงประสิทธิภาพที่เรียกขานว่า enzyme


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-023_zps4oisrtog.jpg)
เราเคยคิดกันว่าป่าไม้เป็นแหล่งเก็บกักสารประกอบคาร์บอนแหล่งสำคัญของโลก ซึ่งจริงๆก็เกือบถูกหากเราไม่หลงลืมสิ่งมีชีวิตกลุ่มเห็ดรา เครือข่ายอันกว้างไกลไพศาลของพวกเขาที่อยู่ใต้ดินซึ่งเรามองไม่เห็นต่างหาก เป็นส่วนใหญ่ในการเก็บกักสารประกอบคาร์บอนของโลกใบนี้เอาไว้ ดอกเห็ดของพวกเขาที่เรามองเห็นก็คงไม่ต่างอะไรกับยอดของภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ลอยอยู่ภายในมหาสมุทร...(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

เคล็ดลับความสำเร็จอันแสนง่ายดายของ mycorrhizal คือ "ลดการสูญเสีย" พวกมันมีผนังโครงสร้างที่เข้มแข็งเพื่อแบ่งแยกตนเองออกจากสิ่งแวดล้อมและมีอาวุธเคมีอันทรงประสิทธิภาพเพื่อใช้สำหรับแสวงหาทรัพยากร จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีผู้อาจหาญต่อกรด้วย การใช้อาวุธเคมีอย่าง enzyme ก็หาได้ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ เมื่อพบเจอแหล่งทรัพยากรอันจำเป็นที่ไม่จำเป็นต้องผลิตเอง มันก็จะลดการใช้อาวุธลง นี่เป็นวิธีปกครองของผู้ชาญฉลาด ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้พวกมันได้เลือกยึดครองรากพืชเป็นฐานที่มั่นอย่างเหนียวแน่น ทำการแสวงหาทรัพยากรจากรากพืชและแลกเปลี่ยนทรัพยากรบางอย่างกับ Bacteria บางกลุ่มที่พบปะกันเพื่อผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-024_zpskodz5q9w.jpg)

กลไกง่ายๆที่ mycorrhizal ใช้สำหรับยึดครองคือ ก้าวไปข้างหน้า-ปลดปล่อยอาวุธเคมี(หากจำเป็น)-ดูดซับทรัพยากร เพียงแค่นี้ก็พอแล้วที่จะทำให้พวกมันเป็นชนชั้นปกครองแห่งโลกใบนี้ (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-025_zpsugblxizz.jpg)

สิ่งที่พวกมันได้รับจากรากพืชที่ยึดครองคือสารประกอบจำพวกน้ำตาลและพืชเองก็ได้รับน้ำหรือสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเติบโตเป็นการแลกเปลี่ยน (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-026_zpsjt9vo9fm.jpg)

รูปแบบการเข้ายึดครองรากพืชเป็นฐานที่มั่นมี 2 แบบหลักๆตามภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต คือแบบที่ฝังตัวเข้าไปในเซลล์ของรากพืช(ทางขวา)กับแบบที่แทรกซึมไปตามช่องว่างของเซลล์รากพืช(ทางซ้าย) แต่ทั้ง 2 รูปแบบไม่ได้เจาะผ่านถึงชั้นท่อน้ำเลี้ยงเช่นกลุ่ม parasite

หากยึด mycorrhizal เป็นศูนย์กลางแล้ว ดังนั้น พืช แบคทีเรีย แหล่งทรัพยากร จึงเป็นเพียงองค์ประกอบย่อยของระบบเครือข่าย จักรวรรดิ mycorrhizal ผลประโยชน์ที่ทุกฝ่ายต่างได้รับเกิดจากการแบ่งสรรปันส่วนให้ตามความเหมาะสมจากผู้ปกครอง... โปรดติดตามตอนต่อไป บทที่ 4 แบ่งสรรปันส่วน ครับผม


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 03, 2013, 11:10:49 AM
เช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาลองขึ้นป่าเดินเล่นๆอีกครั้ง เก็บภาพบรรยากาศมาฝากเพื่อนๆสมาชิกด้วย ภาพอาจไม่ชัดมากเนื่องจากสภาพแสงที่ขมุกขมัว ถือว่าเป็นภาพประกอบพอแก้ขัดแล้วกันครับผม


พาหนะคู่ใจกับที่จอดรถ สุดจากนี้เป็นเส้นทางเดินเท้าล้วนๆ
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-027_zpsjsyhb7qf.jpg)


เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วแต่เห็ดไคที่ป่าแห่งนี้ยังออกมาเรื่อยๆ สองดอกนี้ข้างที่จอดรถคงเนื่องจากไม่มีผู้คนขึ้นมาหานานพอดูแล้ว(สงสัยคงมีแต่ผมที่บ้าขึ้นไปทุกสัปดาห์)
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-028_zps3xfowwwz.jpg)



นี่เป็นกลุ่มแรกที่พบ น่าเสียดาย "แก่เกินแกง" เสียแล้ว แทนที่จะได้ลงตะกร้าเลยลงถุง(เก็บไปทดลอง)แทน  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-029_zps29b6zazv.jpg)


ไม่น่าเชื่อว่าเห็ดหน้าแดงก็ยังขึ้น กินได้แต่มีทั้งแบบขมและไม่ขม พวกที่เห็นนี้สีสันสวยงามกินได้แต่ "ขม" ก่อนหน้านี้ผมไม่เชื่อที่เซียนบอกจึงเก็บกลับมาด้วย ตอนนั้นทำกินบ้านเซียน เขาให้ผมแยกหม้อแกง ปรากฏว่าซดได้ไม่กี่คำต้องเททิ้ง  >:( >:( ขมจริงๆเมื่อได้ทดลองกินเอง  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-030_zpstuzvjckn.jpg)



ปีแรกๆที่ขึ้นป่าบริเวณนี้แสงแดดยังส่องถึงพื้น จากนี้ไปคงยากเพราะต้นไม้โตขึ้นมาก โคกนี้ในอนาคตจะเต็มไปด้วยเห็ดละโงกและเห็ดไค
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-031_zps5tkmeizh.jpg)



เห็ดไคสองดอกนี้ขึ้นอยู่กับต้นอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าออกมาหลายรอบแล้ว กะว่าจะลองล้อมขุดมาปลูกที่บ้านสวนดูสักต้นสองต้นเผื่อโชคดีได้เชื้อเห็ดไคติดมาด้วย(ต้นไม้ยังเล็กอยู่)
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-032_zps1smvjdmm.jpg)



เจออีกดอก รอบนี้ได้เห็ดไม่มากเท่าสัปดาห์ก่อนจากการเดินเท้าในเส้นทางเดียวกันและสภาพป่าเริ่มแห้งแล้ว ใบไม้ก็เริ่มร่วงหล่น ทุกสรรพชีวิตต่างหมุนเวียนไปตามรอบฤดูกาลที่ผ่านพ้น
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-033_zpsgmwqshw6.jpg)

เห็ดไคดอกนี้ขึ้นอยู่ใกล้โคนต้นติ้วป่า(ต้นเล็ก) เป็นอีกต้นหนึ่งที่ผมคงต้องขอเจ้าป่าเจ้าเขาขุดล้อมไปปลูกทดลองต่อที่บ้านสวน
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-034_zpsj9zo0jhy.jpg)



ภาพนี้คุณมองเห็นเห็ดกี่ดอก...?  ;D ;D บริเวณนี้เป็นที่ที่เก็บได้มากที่สุดของคราวนี้ ลักษณะการขึ้นของเห็ดเป็นกลุ่มๆ ตามภาษาวิชาการเขาเรียกว่าา "fairy ring mushroom" จะเล่าให้ฟังในบทที่เกี่ยวข้อง  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-035_zpsdrkdtkey.jpg)



เห็ดไคดอกใหญ่ที่สุดในรอบนี้  ;D ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-036_zpsosx2x3en.jpg)


บริเวณนี้คือที่ที่มีความหนาแน่นของเครือข่าย mycorrhizal อย่างมาก เห็ดกินได้ที่ออกบริเวณนี้มี เห็ดละโงก เห็ดผึ้ง เห็ดไค เห็ดโคน ผมจึงขอเจ้าป่าเจ้าเขานำดินบริเวณนี้ไปทำการทดลองที่บ้านสวน
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-037_zpsor0jlwun.jpg)



"หน้าผาแดง" นี่คือคำที่เราใช้เรียกบริเวณนี้ หากเดินลงไปสุดร่องความสูงคงไม่น้อยกว่าตึก 4 ชึ้น  >:( แต่ก็คุ้มที่จะลองขึ้นๆลงๆ เพราะร่องข้างล่างเห็ดไคขึ้นหนาแน่น และปีนี้เห็ดละโงกไข่ไก่เริ่มออกมากขึ้น บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ฟื้นฟูด้วยตัวมันเอง
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-038_zps68tscgoj.jpg)


พักเหนื่อย... ก่อนกลับบ้านพร้อมเห็ดกินได้ครึ่งตะกร้า เห็ดเน่าหนึ่งถุง และดินจากป่าไปทำการทดลอง
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-039_zpseojxelny.jpg)



เห็ดที่เก็บมาได้ทั้งหมดของคราวนี้  ;D ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-040_zpsbsshz40m.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง
เริ่มหัวข้อโดย: chunkung ที่ ธันวาคม 06, 2013, 12:26:58 AM
ขอ สองคำ " สวดยอดเลยลวกพี่"   :-[ :-[ :-[



nomadic_man ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ยังไม่อาจเรียกว่า "สวดยอดเพี๊ย" ได้ครับ เพราะนี่เป็นแค่การเริ่มต้นทดลองของคนเกือบบ้าๆบวมๆคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหากผลของการทดลองไม่เป็นไปตามที่หวัง คงได้เป็นคนบ้าเข้าให้จริงๆ  ;D ;D แต่ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยก็ยังเป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ที่อาจหลงผ่านมาบนทางเส้นนี้ จะได้ไม่ต้องเริ่มใหม่อะไรมาก



หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 3 ข้าคือชนชั้นผู้ปกครอง
เริ่มหัวข้อโดย: piboon ที่ ธันวาคม 06, 2013, 02:47:12 PM
มาขอลงชื่อติดตามครับ ;) ;)



nomadic_man ขอบคุณครับที่สนใจ  ;) ช่วงนี้สารภาพจริงๆว่าแทบจะไม่ได้เข้าอินเตอร์เน็ตเลย เนื่องจากเน็ตที่บ้านพักเล่นไม่ได้มาสักระยะหนึ่งแล้ว และคงอีกสักพักกว่าจะเล่นได้  :'( ส่วนที่ทำงานก็แอบเล่นบ้าง  ;D ;D แต่ยังไม่สามารถรวบรวมเวลาและสมาธิเพื่อที่จะเขียนบทความตอนต่อไปได้  >:( เนื่องด้วยช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกี่ยวกับครอบครัวคือ กำลังให้ยายของเด็กหญิงกลับไปอยู่บ้านนอก เพื่อที่จะให้เด็กหญิงไปโรงเรียนชั้นเตรียมอนุบาลป.ขี้ไก่  ;D กลายเป็นว่าที่บ้านเหลือเพียง ผม เธอ และเด็กหญิง เวลาที่เคยว่างๆจึงลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้... ครับผม


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 : "เห็ด" บทที่ 4 แบ่งสรรปันส่วน
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 06, 2013, 10:12:11 PM
แบ่งสรรปันส่วน

เพื่อให้จักรวรรดิที่ปกครองดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนนั้น mycorrhizal เองต้องจัดสรรทรัพยากรต่างๆให้กับเครือข่ายต้นไม้อาณานิคม สิ่งแรกที่บรรดาต้นไม้ได้รับคือ ลดทรัพยากรต่างๆในการสร้างราก เมื่อ mycorrhizal ได้ยึดครองรากต้นไม้แล้ว สิ่งที่พวกมันทำคือสร้างเครือข่ายเส้นใยซึ่งทำหน้าที่คล้ายรากแขนงของต้นไม้ เพียงแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าเท่านั้นเอง เมื่อทรัพยากรของต้นไม้ไม่ถูกใช้ไปกับการสร้างราก หากมีต้นทุนเท่ากัน นั่นหมายความว่าต้นไม้ที่ถูกยึดครองจะนำทรัพยากรส่วนนั้นไปทำการต่อยอด ต่อใบ ต่อผล ทำให้ดูเหมือนเจริญงอกงามกว่าต้นอื่นๆ


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-041_zps6pgeow0t.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต แสดงถึงกราฟการเจริญเติบโตของพืชที่รากถูกยึดครอง(เส้นบน) กับพืชที่รากไม่ได้ถูกยึดครอง(เส้นล่าง) การทดลองทำการควบคุมปัจจัยต่างๆให้เท่าเทียมกัน โดยมี mycorrhizal เป็นตัวแปรต้น(มีกับไม่มี)



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-042_zpsp4tomsjs.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงโครงสร้างของรากที่มีหรือพึ่งพา mycorrhizal มาก (ซ้าย) กับไม่มีหรือพึ่งพา mycorrhizal น้อย ภาพทางซ้ายแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่แข็งแรงเพราะไม่จำเป็นต้องแบ่งทรัพยากรไปสร้างรากฝอย เกิดกิจกรรมต่างๆน้อย(mycorrhizal จัดให้) จึงยืดอายุการใช้งานไม่ต้องเสียทรัพยากรสร้างบ่อยๆ (ในส่วนของ chemical defences ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นการยอมให้สารเคมีที่เป็นประโยชน์ซึมผ่านเข้ามาในรากได้อย่างสะดวกโดยผ่านช่องทาง mycorrhizal)



เครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ทำหน้าที่เสมือนถนนของจักรวรรดิ สามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้พืชติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน มีการวิจัยในเรื่องนี้แล้วพบว่า หากทำให้พืชต้นหนึ่งถูกรบกวนโดยสิ่งไำม่พึงประสงค์เช่นเพลี้ย พืชจะปล่อยสารบางอย่างออกมาเพื่อดึงดูดศัตรูทางธรรมชาติของเพลี้ยมาจัดการ การทดลองให้พืชสองต้นแยกจากกันแทบสิ้นเชิง มีเพียงรากพืชเท่านั้นที่เชื่อมโยงกันไว้ด้วยเครือข่าย mycorrhizal พบว่าพืชอีกต้นที่ไม่ได้โดนรบกวนจากเพลี้ยก็ทำการปล่อยสารชนิดเดียวกันนี้ออกมาได้เช่นกัน กลไกการป้องกันตัวเองของพืชเรายังไม่ทราบแน่ชัด แต่การทดลองนี้ทำให้รู้ว่า เครือข่ายอาณานิคมพืชที่ถูกเชื่อมโยงด้วย mycorrhizal สามารถติดต่อสื่อสารกันได้


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-043_zpsdw93fbfw.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงการติดต่อสื่อสารของพืชผ่านช่องทางเครือข่าย mycorrhizal



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-044_zpsygar0thg.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงประโยชน์อีกอย่างที่พืชได้รับจากการเป็นอาณานิคมของ mycorrhizal คือสามารถเข้าถึงธาตุอาหารบางอย่างที่รากของพืชไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบที่พืชนำไปใช้ได้ แต่ถูกแปรสภาพเพื่อให้พืชใช้ได้โดย mycorrhizal ที่ยึดครองราก



เมื่อเครือข่ายเส้นใยของ mycorrhizal ได้ยึดครองรากพืชต้นใดต้นหนึ่งเอาไว้ พวกมันก็จะค่อยๆแผ่ขยายๆออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเจอธาตุอาหาร น้ำ มันก็จะนำเข้ามาส่งต่อให้พืชผ่านทางเครือข่าย ผลจากการที่รากพืชเป็นอาณานิคมของ mycorrhizal ทำให้ถูกป้องกันต่อการรุกรานของ ราหรือแบคทีเรียปรสิต ไส้เดือนฝอย รวมถึงความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันได้อีกด้วย


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-045_zpshh1akz3w.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงรากพืชที่เป็นอาณานิคมของ mycorrhizal ทำให้ยากต่อการเข้าถึงของผู้รุกรานเช่น ราหรือแบคทีเรียปรสิต ไส้เดือนฝอย รวมถึงเพิ่มความทนทานต่อสภาวะที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย


แทบจะดูเหมือนว่าพืชเป็นผู้ได้ประโยชน์อย่างมากกับการถูกยึดครอง ซึ่งนั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่ mycorrhizal หาได้อย่างเพียงพอเกินความจำเป็นเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่ผู้ปกครองต้องการเป็นอย่างมากก็คือ "สารประกอบคาร์บอน" ที่ต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงซึ่งพวกมันไม่สามารถทำได้นั่นเอง


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-046_zpsvlpnfubf.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างผู้ปกครองกับอาณานิคม สิ่งที่ชนชั้นปกครองต้องการคือสารประกอบคาร์บอนจำพวกน้ำตาลต่างๆซึ่งต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงที่พวกมันไม่สามารถกระทำได้


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-012/12-047_zpshnjfogqi.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงว่า แท้ที่จริงแล้วไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันมากกว่ากันระหว่างพืชอาณานิคมกับ mycorrhizal ผู้ปกครอง การเจริญเติบโตของพืชและ mycorrhizal แทบจะดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน โตก็โตด้วยกัน แคระแกรนไปด้วยกัน(ขนาดของต้นพืชและรัศมีเครือข่ายเส้นใย) ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลที่ว่า "ทำไมเห็ดที่เรากินได้ส่วนใหญ่มักจะออกในฤดูฝน"


โปรดติดตามตอนต่อไป จุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่างๆ ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทที่ 5 สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง ได้ครับผม


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทที่ 5 สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 10, 2013, 09:05:03 PM
ผมยังจำติดตาถึงการ์ตูนเรื่อง "โดราเอมอน" ตอนหนึ่งที่พวกเขาเข้าไปเก็บเห็ดในภูเขาจำลองที่โดราเอมอนเอาออกมาจากกระเป๋าวิเศษ มันจะดีแค่ไหนหากเรามีป่าเห็ดส่วนตัวเป็นของตนเองแบบนั้น มันเป็นความประทับใจอย่างหนึ่งที่ผมเองไม่อาจนึกภาพได้ว่าจะเป็นความจริงได้อย่างไร หลายต่อหลายครั้งกับการเข้าป่าไปเก็บเห็ดที่ภาพภูเขาเห็ดส่วนตัวจากการ์ตูนคอยวนเวียนอยู่ในหัวของผมเสมอ "มันจะเป็นความจริงได้หรือเปล่านะ..."

น่าแปลกที่เรื่องๆนี้เริ่มต้นด้วย "ดอกเห็ด" เพียงไม่กี่ดอก ที่เกิดขึ้น ณ บ้านสวนเมื่อหลายปีก่อน เชื่อมโยงไปถึงการเรียนรู้กับเซียนและเข้าป่าเก็บเห็ดมาตลอดหลายปีที่ผมมาอยู่ที่นี่ จวบจนมาถึงการศึกษาหาความรู้จากอินเตอร์เน็ตเพียงเพื่อสนองความฝันเล็กๆของเด็กขี้อิจฉา(อิจฉาตัวการ์ตูน โนบิตะ  ;D )คนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว "คงจะดีไม่น้อยหากเรามีภูเขาเห็ดแบบนั้น"

เนื้อหาต่อไปนี้จะกล่าวถึงเรื่องของ "ดอกเห็ด" (fruiting body mushroom) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมศึกษาข้อมูล(เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ใช่การคิดเองหรือเป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นการสรุปรวบรวมจากสิ่งที่ผู้อื่นค้นคว้าไว้แล้ว ผ่านมุมมองของผมอีกทีหนึ่ง) นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ ซึ่งในบทนั้นผมจะเผยให้เห็นถึงเส้นทางต่างๆของการพยายามสร้างป่าเห็ดทุกเส้นทางที่ผมได้เลือกเดิน ไม่มีการปิดบัง ไม่มีการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว แม้สุดท้ายปลายทางจะล้มเหลวทั้งหมดก็ช่างมัน เพราะอย่างน้อย... "เราได้ย่างก้าวบนทางที่เราเลือกเอง"


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-001_zpswb3r66wi.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเชื่อมโยงของดอกเห็ดเข้ากับต้นไม้ในมุมมองใต้ดิน


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทที่ 5 สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 10, 2013, 09:43:38 PM
สิ่งที่เห็นเป็นเพียงบางส่วนของบางสิ่งที่เชื่อมโยง

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนมีความต้องการดำรงเผ่าพันธุ์แห่งตนฝังแน่นอยู่ในสายพันธุกรรม mycorrhizal เองก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น ถึงพวกมันจะสามารถสร้างเครือข่ายจักรวรรดิใต้ดินได้อย่างกว้างใหญ่แค่ไหน แต่เมื่อเจอข้อจำกัดหลายๆอย่างอาจทำให้พวกมันไม่ได้ดั่งใจหวัง นั่นเองจึงเป็นเหตุของการสร้างผลที่ชื่อว่า "ดอกเห็ด" (fruiting body mushroom) ขึ้นมา เพื่อส่งลูกหลานของพวกมันออกเดินทางท่องโลก หาพื้นที่เหมาะสมและยึดครอง


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-002_zps8yqsngaa.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงวัฎจักรของการสร้างดอกเห็ดเพื่อทำหน้าที่ส่งสปอร์ให้แพร่กระจายไปได้อย่างกว้าไกลยิ่งขึ้น อาจด้วยสายลมที่พัดพา สัตว์ที่เข้ามากัดกินดอกเห็ด หรือแม้แต่มนุษย์บ้าๆบวมๆที่มีความฝันอยากสร้างป่าเห็ดส่วนตัว  ;D ;D



ในรอบปี mycorrhizal อาจจะผลิตดอกเห็ดออกมา 2-3 ครั้ง อาจมากกว่านั้นหรือไม่มีดอกเห็ดออกมาในปีนั้นก็ได้ ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการสร้างฐานปลดปล่อยลูกหลานชนชั้นปกครองนี้คือ ปริมาณความชื้น(หลักๆมาจากฝน) ระยะสะสมของเครือข่ายสายใย ธาตุอาหารต่างๆ แม้กระทั่งรอบการเจริญเติบโตของพืชอาณานิคม ถึงเราจะมีการศึกษามากมายเกี่ยวกับพวกมัน แต่แทบจะเรียกได้ว่าความรู้ที่เรามีอยู่นั้นช่างน้อยมากเสียเหลือเกิน พวกมันยังกุมความลับอีกมากมายที่เราเข้าไม่ถึง


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-003_zpsfjji1qpi.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต มีบางการศึกษาพบว่าปริมาณเห็ดที่พบในป่าหาใช่ตัวแทนของเครือข่ายพวกมัน เห็ดที่ออกดอกมากอาจมีเครือข่ายเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอีกชนิดที่พบดอกเห็ดน้อยแต่มีเครือข่ายอยู่มากกว่าในพื้นที่เดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความรู้ที่เรามีอยู่อย่างจำกัดเกี่ยวกับ mycorrhizal



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-004_zpsib9f6igt.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงรูปแบบการเจริญเติบโตเครือข่ายสายใยในลักษณะวงแหวน เพื่อสะสมทรัพยากรให้เพียงพอต่อการสร้างดอกเห็ดแต่ละดอกจะต้องมีการเชื่อมโยงของเครือข่ายเข้าด้วยกัน และรอคอยความเหมาะสมขององค์ประกอบต่างๆอย่างลงตัว ดอกเห็ดจึงจะถือกำเนิดขึ้นมา



ด้วยรูปแบบการเจริญเติบโตข้างต้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ดอกเห็ดจะโผล่ในบริเวณอื่น ความมหัศจรรย์จึงบังเกิดขึ้นในรูปแบบของ fairy ring mushroom โดยส่วนใหญ่แล้ววงแหวนที่ว่ามักจะเกิดขึ้นในกลุ่มของ saprotroph ก็มีบ้างที่เราจะพบได้ใน mycorrhizal แต่อาจเป็นในรูปแบบเสี้ยวของวงแหวน

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-005_zpss3f8epnb.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต fairy ring mushroom ของ saprotroph ส่วนใหญ่จะสมบูรณ์สวยงามอย่างที่เห็น




(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-006_zpsx2jnrll2.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-007_zpswjghcwfu.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต fairy ring mushroom ของ mycorrhizal อาจเป็นได้แค่เศษเสี้ยวของวงแหวน



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-008_zpsbil3r3sk.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-009_zpsbqifha4g.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-010_zpswhhw2rqy.jpg)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงโครงสร้างพื้นฐานของดอกเห็ดที่ทำหน้าที่ปลดปล่อยลูกหลานของพวกมันออกไปแสวงหาพื้นที่เหมาะสมและเข้าทำการยึดครองต่อไป




(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-011_zpsk8djgaqu.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงดอกเห็ดและเครือข่ายสายใยของพวกมัน (คำบรรยายภาพแทบจะเป็นบทสรุปของ เห็ดรา ที่ผมเรียนรู้มา)


โปรดติดตามตอนต่อไป บทแทรก "เห็ดโคน" ใต้ผืนพิภพข้าคือราชา ได้ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทแทรก เห็ดโคน-ใต้ผืนพิภพข้าคือราชา
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 15, 2013, 05:49:21 PM
เรื่องราวของการทดลองสร้างป่าเห็ดคงขาดสีสันไปไม่น้อยหากไร้ซึ่งเห็ดโคน ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปสำหรับการเพาะเห็ดโคนแต่ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครต่อใครจะทำได้ ไม่เชื่อท่านทั้งหลายลองค้นคำว่าเห็ดโคนในเวบนี้หรือในกูเกิลดูสิ  ;D ;D ผมจะไม่กล่าวถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่เคยเกิดขึ้น ขอให้เป็นดุลพินิจของแต่ละคนเองว่าข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้ากันนั้นเท็จจริงแค่ไหน เนื้อหาในบทนี้ผมเพียงสรุปรวบรวมจากผู้อื่นมาทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้แต่ในเส้นทางที่ผมเลือกทดลองก็อาจมีคนได้ทำไปก่อนแล้ว สรุปก็คือ "ความรู้ส่องทางให้แก่กัน" นั่นเอง...



ใต้ผืนพิภพข้าคือราชา

หากเราถือกันว่า mycorrhizal คือชนชั้นปกครองที่ยึดรากพืชอาณานิคมเป็นฐานที่มั่นแล้ว ยังมีชนชั้นปกครองอีกกลุ่มหนึ่งที่เจริญไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน หนำซ้ำยังมีสิ่งมีชีวิตเป็นข้าทาสบริวารอีกด้วย พวกเขาถูกเรียกว่า Termitomyces (ชื่อสกุลทางวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเห็ดโคน) ข้าทาสคือปลวกนั่นเอง ซึ่งทรงประสิทธิภาพในการย่อยสลายเศษพืชเพื่อให้ชนชั้นปกครองได้กินโดยง่าย ความสัมพันธ์ของ Termitomyces กับข้าทาสออกจะแปลกประหลาดเสียหน่อยคือ พวกเขาจะต้องถูกกลืนกินเข้าไปในท้องของปลวกเสียก่อน  ;D


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-012_zpssli5lcku.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงความสัมพันธ์ของปลวกกับ Termitomyces ซึ่งในตอนแรกสปอร์ของเชื้อรากลุ่มนี้ที่แพร่กระจายอยู่ทั่วไปเมื่อพบสภาวะที่เหมาะสมจะทำการเจริญเติบโตและส่งสัญญาณเคมีบางอย่างถึงปลวก ปลวกงานก็จะไปกินเศษไม้ที่มีเชื้อราอาศัยอยู่จากนั้นก็ขับถ่ายออกมาเป็น pseudofeces เพื่อให้ปลวกงานอีกกลุ่มที่ทำหน้าที่อยู่ในรังขนย้ายไปสร้างจาวปลวกเพื่อเลี้ยงตัวอ่อนในรังปลวกต่อไป



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-013_zpsxqiv4tmr.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-014_zpslumtwqbg.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-015_zps06udyrt6.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเห็ดโคนกับจาวปลวก อย่างชัดเจนว่า "พวกเขาเกิดมาคู่กัน"


เมื่อ Termitomyces ผ่านขั้นตอนอันแสนจะพิศดารแล้ว พวกเขาก็จะได้เข้ามาอยู่ในวังอย่างแท้จริง ต่อจากนี้ไปไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพียงแค่ กิน กิน แล้วก็กินเท่านั้น เพียงเท่านั้น ซึ่งเมื่อพวกเขากินมากไปก็ต้องมีส่วนเกินเป็นธรรมดา ส่วนเกินที่ว่านั้นพวกเขาจึงแบ่งให้ข้าทาสเช่นปลวกเป็นของตอบแทนสำหรับทุกอย่างที่ปลวกจัดหามาให้ เริ่มตั้งแต่อัญเชิญเข้ามาในพระราชวังที่สร้างไว้ จัดหาอาหารมาปรนเปรอ ปกป้องคุ้มครอง แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกพวกเขาว่า "มหาราชาแห่งใต้ผืนพิภพ" ได้อย่างไร



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-016_zpsqi1ndb8w.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงความใหญ่โตของพระราชวังแห่ง Termitomyces มันไม่ง่ายเลยใช่ไหมกับการที่จะบุกรุกเข้าไป  ;D




(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-017_zpsxwpkqmwy.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-018_zpsyiu6gep3.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-019_zpsy5l1bsjm.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงโครงสร้างของ "comb" หรือจาวปลวกซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของ Termitomyces และอีกภาพแสดงถึงปลวกกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตส่วนเกิน (nodules) ของราเห็ดโคนจากจาวปลวก


จริงๆแล้วภายในมหาราชวังของ Termitomyces ที่ปลวกสร้างขึ้น ยังมีเชื้อเห็ดราอีกหลายชนิด เนื่องจากเป็นเพราะว่าอำนาจบารมีของราชายังล้นฟ้า พวกปลวกทั้งหลายจึงมีวิธีการควบคุมไม่ให้เชื้อรากลุ่มต่างๆได้ยึดครองอำนาจ นั่นก็คือควบคุมสภาวะแวดล้อมต่างๆให้เหมาะสมกับการแพร่ขยายของ Termitomyces สิ่งที่สำคัญคืออุณหภูมิกับความชื้น สองสิ่งที่ว่าถูกควบคุมโดยโครงสร้างภายในของรังปลวกเอง (จะไม่กล่าวถึง ณ ที่นี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาค้นคว้าต่อได้ครับ)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-020_zpsxjspzkzg.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงโครงสร้างของรังเลี้ยงตัวอ่อนหรือจาวปลวกตามคำเรียกแบบบ้านๆ  ;D ซึ่งโครงสร้างแบบนี้เองที่ใช้กำกับควบคุมความชื้นและอุณหภูมิร่วมกับโครงสร้างหลักของจอมปลวก



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-021_zpsbt0rjqka.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงเครือข่ายสายราหากมีมากมายหลายชนิดเกินไป ผลผลิตที่ปลวกจะได้รับ (nodules) อาจมีไม่เพียงพอกับความต้องการ เชื้อเห็ดราอีกชนิดที่มักพบในรังปลวกคือ Xylaria sp. เชื้อชนิดนี้มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วกว่าเชื้อเห็ดโคนซึ่งอาจเร็วเกินไปที่ปลวกจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ทัน



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-022_zpstemmbd1e.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต เมื่อสภาวะแวดล้อมเหมาะสม นั่นหมายความว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของ comb ถูกครอบครองอยู่ด้วย Termitomyces และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ชอบความชื้นมากนัก จากภาพได้มีการทดลองหยดน้ำลงไปยัง comb และพบว่าบริเวณที่น้ำหยดลงไปนั้นเส้นใยของเชื้อราเห็ดโคนได้ถูกยับยั้งการเจริญเติบโต สิ่งที่ตามมาก็คือ...


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-023_zpsv240g6aw.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-024_zpsffrrhzf1.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการเจริญเติบโตของเชื้อราสายพันธุ์อื่น ในที่นี้คือ Xylaria sp. จะมีลักษณะเส้นใยสีเขียวเข้มไปจนถึงดำ


หาก mycorrhizal ทำการสร้างดอกเห็ดเพื่อแพร่ขยายเผ่าพันธุ์ให้กว้างไกลออกไป Termitomyces ก็กระทำเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า อาณานิคมของพวกเขาต้องถูกสร้างขึ้นโดยปลวกข้าทาสเสียก่อน พวกเขาจึงต้องรอคอยอย่างอดทนเพื่อให้ปลวกน้อยๆกลายเป็นระยะสืบพันธุ์(แมงเม่า)แล้วทำการโบยบินออกจากมหาราชวังไปสร้างปราสาทย่อมๆขึ้นที่ไหนสักแห่ง และรอคอยให้ราชาอย่าง Termitomyces ทำการแพร่กระจายลูกหลานของพวกเขา (สร้างดอกเห็ดให้โผล่พ้นขึ้นมาจากผืนดินเพื่อผลิตสปอร์)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-025_zpsfxabk1jn.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างปลวกกับเชื้อเห็ดโคนอย่างแยกไม่ออก



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-026_zpsuelvy8e7.jpg)

ยังเป็นความลับอยู่จนเท่าทุกวันนี้ว่าเห็ดโคนจะออกเมื่อไหร่ ที่แน่ๆสภาพอากาศต้องร้อนอบอ้าวสักสองสามวันและมีฝนตกลงมา เคยมีใครสังเกตไหมว่าหลังแมงเม่าออกสักระยะหนึ่งแล้วเห็ดโคนจะตามมา(เป็นเพียงสมมติฐานของผมเท่านั้น) เพราะเมื่อปลวกเจริญเติบโตจนเป็นแมงเม่า นั่นหมายความว่าในจาวปลวกจะมีปลวกตัวอ่อนเหลือเพียงเล็กน้อย(หรืออาจไม่มีเลยก็ได้) ทำให้เชื้อเห็ดโคนสามารถเจริญเติบโตจนกระทั่งสร้างดอกเห็ดได้ในที่สุด จากข้อมูลข้างต้นจึงทำให้เกิดเส้นทางที่ผมจะทำการทดลองตามมาในตอนต่อไปที่มีชื่อว่า
"กองขี้ฮ้าง จาวปลวกและแมงเม่า ความเพ้อฝันของชายผู้คลั่งไคล้ในเห็ด" เร็วๆนี้ครับผม  ;)


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทแทรก เห็ดโคน-กองขี้ฮ้าง จาวปลวกและแมงเม่า
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 19, 2013, 08:22:59 PM
กองขี้ฮ้าง จาวปลวกและแมงเม่า ความเพ้อฝันของชายผู้คลั่งไคล้ในเห็ด


กองขี้ฮ้าง (hugelkultur)

ปล. อ่านเรื่องราวของ hugelkultur แบบฉบับวิชาการได้ที่ http://www.bansuanporpeang.com/node/23168 (http://www.bansuanporpeang.com/node/23168) แหล่งรวบรวมความรู้อีกแห่งของ คุณพี่ teerapan  แห่งสวนขี้คร้านครับผม... กองขี้ฮ้างที่ว่านี้เป็นภาษาแบบบ้านๆที่ใช้เรียกเศษไม้ที่กองอยู่หรือถูกรถไถดันมาไว้รวมกัน หากมีการสุมทำลายด้วยไฟร่วมด้วยยิ่งดี โดยทั่วไปแล้วมันอาจจะย่อยสลายไปเองในเวลาหลายปีหรืออาจกลายเป็นจอมปลวกก็ได้ ในช่วงแรกๆ ใครๆต่างก็รู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร นั่นคือ ปลูก ปลูก แล้วก็ปลูก  ;D ;D พืชส่วนใหญ่ที่ถูกปลูกลงบนกองขี้ฮ้างมักเป็นพืชไร่ที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในระยะสั้น เช่นถั่ว บวบ ฟัก แตง เป็นต้น สุดแต่ว่าใครจะคิดได้ สิ่งที่ชาวบ้านรู้ก็คือ บนกองขี้ฮ้างแห่งนั้นแทบจะไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำเพิ่มเติมเลย(หากปลูกพืชได้ถูกช่วง)


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-027_zpsg3uzgyos.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงระยะเวลาที่ผ่านไปของกองขี้ฮ้างในแต่ละปี เศษไม้จะค่อยๆย่อยสลายไปอย่างช้าๆ



ในกลุ่ม permaculture แห่งวงการต่างประเทศมีการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายมากจากกองขี้ฮ้างที่ว่า วิธีการสร้างก็แสนจะง่ายดายเริ่มต้นด้วยแกนกลางคือท่อนไม้ขนาดใหญ่ โดยทั่วไปมักเป็นไม้พวกที่เน่าเปื่อยผุพังโดยง่ายหรือปลวกสามารถย่อยได้ อาจจะทำการขุดดินขึ้นมาสักหน่อยหรือวางท่อนไม้ลงบนผืนดินเลยก็ได้ จากนั้นหาเศษกิ่งไม้ที่มีขนาดเล็กลงกองสุมรวมกัน ตามด้วยเศษหญ้าใบไม้ หากได้ซากสัตว์ที่ตายแล้วมาใส่ด้วยยิ่งดี เพื่อเป็นการเพิ่มธาตุไนโตรเจนสำหรับกระบวนการย่อยสลาย (ไม่แนะนำให้ฆ่าสัตว์เพื่อการนี้  >:( >:(  หากเป็นผมจะใช้ปุ๋ยยูเรียที่หาได้โดยง่ายตามท้องตลาดแทน  ;D ) จากนั้นก็กลบด้วยดินเป็นอันเสร็จสำหรับกองขี้ฮ้างแบบฉบับสร้างเอง


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-028_zpsx4qtg9zi.jpg)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงรูปแบบของกองขี้ฮ้างแบบหลักๆ



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-029_zpslvvpygv0.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-030_zpstqgip1se.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-031_zpsipgk13kp.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการสร้างกองขี้ฮ้างของพวกฝรั่ง ช่างแสนจะง่ายดายอะไรเพียงนี้  ;D





(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-032_zpsovzpqgtv.jpg)

ลืมการปลูกผักยกแปลงแบบเดิมๆไปได้เลยจอร์จ มันช่างเทียบกันไม่ได้เลยระหว่างแบบเดิมๆ(ทางซ้าย) กับกองขี้ฮ้างของเรา(ทางขวา)


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-033_zpsyzi3sr7b.jpg)
โอ้ว ลอร่า ตอไปเธอคงไม่ต้องก้มเงยๆเก็บผักแบบเดิมๆให้ปวดหลังอีกต่อไป ในเมื่อเรามีแปลงผักแบบกองขี้ฮ้าง  ;D  ;D





(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-034_zps2h6xfbt7.jpg)

ตามทฤษฎีเขาบอกมาว่าท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้กองขี้ฮ้างจะปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบความร้อนเมื่อถูกย่อยสลาย ซึ่งความร้อนที่ว่าเทียบเท่ากับการนำท่อนไม้จำนวนเท่ากันนั้นไปสุมไฟ หากแต่ค่อยๆปล่อยออกมาทีละหน่อย(แบบว่ารักน้อยๆแต่นานๆ) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูกอยู่ ถ้ามีการจัดการอย่างเหมาะสมเราอาจไม่จำเป็นต้องไปตีหัวหมาเพื่อเอาซากมันมาใส่ก็ได้  >:( >:( พืชในขวบปีแรกๆของกองขี้ฮ้างควรเริ่มต้นด้วยพืชตระกูลถั่ว เพื่อที่จะต้องไม่ไปแย่งไนโตรเจนกันกับการย่อยสลายของไม้ เขายังบอกอีกว่ายิ่งผ่านไปหลายปี พืชที่ปลูกแทบจะไม่มีความจำเป็นต้องรดน้ำหรือเติมปุ๋ยเลย (จริงไม่จริงไม่รู้เพราะผมยังไม่ได้ทดลองสร้าง  ;D )




(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-035_zpsfth5mcnd.jpg)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตแสดงถึงการทำงานร่วมกันของ hugelkultur กับ swale ซึ่งสามารถนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้กับพื้นที่ลาดเอียงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้เช่นกัน




จาวปลวก

จาวปลวกคืออะไรพบคำตอบได้ใน http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=82962.0 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=82962.0) สุดยอดกระทู้ของคุณ ชาวนา(อะไรจะเล่นง่ายปานนี้  >:( )



แมงเม่า

แมงเม่าคือวรรณะสืบพันธุ์ของปลวก ในปีหนึ่งๆเรามักจะเห็นแมงเม่าจำนวนมากออกมาเล่นแสงไฟเพื่อให้เกิดการกระตุ้นทางเคมีที่เหมาะสมสำหรับสืบพันธุ์(ข้อความข้างต้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของผมครับ) จากนั้นเราจะเห็นพวกมันจับคู่หรือรวมกันเป็นกลุ่มๆเดินตามก้นกันต้อยๆ รอคอยที่จะหายไปจากบ้านเราอย่างเงียบเชียบในตอนเช้า (ยกเว้นพวกที่ตายแอ้งแม้งหรือถูกจับไว้เป็นอาหาร) แมงเม่าที่ผมกล่าวถึงในที่นี้คือพวกตัวใหญ่ๆที่กินได้ ตามภาพข้างล่างนี้เลยครับคือกลุ่มเป้าหมาย แต่การจับพวกมันในรอบปีหน้าหาใช่การจับตายไม่ แต่ต้องการจับเป็นเพื่อ...
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-036_zpsvraugova.jpg)



ความเพ้อฝันของชายผู้คลั่งไคล้ในเห็ด

นี่เป็นเพียงเส้นทางหนึ่งสำหรับเป้าหมายคือ "เพาะเห็ดโคน" ยังไม่อาจบอกได้ว่าเส้นทางนี้จะประสบพบเจอกับอะไรที่ปลายทางเพราะยังไม่ได้เริ่มทำการทดลอง ซึ่งคาดว่าหลังจากการทดลองแล้วคงต้องรออีกหลายปีเพื่อที่จะรู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร แต่ผมก็ไม่กลัวที่จะหน้าแตกสำหรับการ "เสนอฝัน"  ;D  ;D จากข้อมูลข้างต้นคงพอทราบกันแล้วว่าผมจะทำอะไร เริ่มจากสร้างกองขี้ฮ้าง ทำการเพาะจุลินทรีย์จาวปลวก แล้วสุดท้าย จับแมงเม่าตัวเป็นๆกลุ่มหนึ่งมาปล่อยเพื่อให้สร้างรัง จากนั้นก็รอ รอ แล้วก็รอ เอาละเว้ย เส้นทางฉบับขี้คร้านของคนอยากกินเห็ดโคนได้เริ่มขึ้นแล้ว... (ทางความคิดก็ยังดี)


โปรดติดตามบทต่อไปได้ครับผม  ;) บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ


หัวข้อ: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 25, 2013, 06:57:09 PM
สายใยที่ถักทอ

ในที่สุดก็มาถึงบทส่งท้ายของเรื่องราวเกี่ยวกับเห็ด ถึงชื่อจะเป็นบทส่งท้ายแต่สำหรับผมแล้ว มันคือการเริ่มต้นทดลองตามทฤษฎีต่างๆดังที่รวบรวมจากบทความก่อนหน้านี้นั่นเอง เอาล่ะเราลองมาดูกันว่าเราจะทำอะไรได้มั่งหากอยากมีป่าเห็ดส่วนตัวไว้หาเก็บกิน... (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)




แสดงถึงการเริ่มเพาะเชื้อเห็ดราจากดอกเห็ดที่เราทราบชนิด ซึ่งเกือบทุกขึ้นตอนต้องทำให้ห้องทดลองแบบปราศจากเชื้อเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
แถมยังต้องทดลองเชื้อเห็ดรากับอาหารเลี้ยงเชื้อแบบต่างๆกันเพื่อให้ได้ชนิดที่เชื้อเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-037_zpsb6jwxjxz.jpg)




เมื่อทำการเพาะเชื้อเห็ดราเบื้องต้นได้แล้ว เราก็ควรนำเชื้อบริสุทธิ์ไปทำการทดสอบต่างๆว่าแต่ละชนิดนั้นมีรูปร่างหรือผลการทดสอบทางเคมีเป็นเช่นไร
เพื่อที่จะได้เก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานไว้

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-038_zpsenbcnkwz.jpg)




หากไม่ใช่ฤดูดอกเห็ด เราก็สามารถนำดินจากบริเวณที่คิดว่ามีเชื้อเห็ดราอาศัยอยู่มาทำการสกัดหาเชื้อได้โดยง่าย หากได้เชื้อมาก็อาศัยข้อมูลพื้นฐาน
จากการทดลองข้างต้นมาใช้ยืนยันชนิดของเชื้อเห็ดราต่อไป

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-039_zpsbyqvr2zt.jpg)




เมื่อเราแยกเชื้อเห็ดราได้แล้วก็นำไปใส่กับต้นไม้ที่เคยศึกษามาว่าอยู่ร่วมกันได้ จากนั้นจึงนำดินบริเวณรากฝอยมาตรวจหาดูว่ามีเชื้อเห็ดราอาศัยอยู่ร่วมกันหรือไม่ เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเพาะเชื้อเห็ดรากับต้นไม้

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-040_zpsnw5ocacg.jpg)





จากการทดลอง (A:เติมสปอร์ใส่ต้นไม้ B:นำดินจากต้นแม่ที่ติดเชื้อมาใส่ C:นำรากฝอยจากต้นแม่มาใส่ D:เพาะเมล็ดต้นไม้กับเชื้อเห็ดในหลอดทดลอง)
พบว่าโอกาสสำเร็จ B,C > A,D แต่โอกาสได้เชื้อที่ยืนยันชนิดแล้ว A,D > B,C

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-041_zpskpmj11et.jpg)




จากการทดลองข้างต้นเราต้องการเพียงแค่ ห้องปฏิบัติการพร้อมอุปกรณ์ครบครันสักห้อง เชื้อเห็ดรากับต้นไม้ตัวอย่าง องค์ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเชื้อเห็ดราและต้นไม้ อาหารเลี้ยงเชื้อที่เหมาะสม บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการได้อย่างเข้าใจ ขาดตกบกพร่องอะไรไปอีกไหมนะ...
ว่าแต่ว่า เชื่อกันจริงๆหรือว่าผมจะพาเราๆท่านๆทั้งหลายเลือกเดินบนทางสายนี้  ;D


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 25, 2013, 10:54:04 PM
ดูเหมือนว่าเส้นทางสายข้างบนไม่เป็นตัวเลือกที่น่าดูชมนักสำหรับผู้นิยมเกษตรสไตล์ "ปู่ฟู" เช่นผม มีอะไรบ้างที่เราไม่ต้องทำ ยังเป็นทางเลือกหลักของบ้านสวน งั้นมาดูกันว่า เส้นทางอันมุ่งไปสู่ป่าเห็ดฉบับขี้คร้านจะมีสายใดบ้าง ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ "ปลูกป่าได้เห็ด" ทั้งนี้ทั้งนั้นแจ้งให้ทราบกันอีกทีว่า ปลายทางของการทดลองฉบับง่ายๆแต่ละอย่างที่ผมนำเสนอ ยังไม่อาจบอกได้ว่าจะเจออะไร ครับผม


เส้นทางที่ 1 เก็บเห็ดกินได้มาจากป่า นำดอกแก่ๆมาขย้ำผสมน้ำแล้วนำไปรดต้นไม้ จำพวก เต็ง รัง ยางเหียง ยางนา เป็นต้น เส้นทางนี้มีผู้คนมากมายได้ปฏิบัติแล้วเกิดผลจริง หากอยากรู้ว่าเห็ดชนิดไหนอาศัยอยู่กับต้นไม้ชนิดใดให้ดูรายละเอียดได้ที่ ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเห็ดป่ากับต้นไม้ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2465517#msg2465517) พี่ teerapan โพสไว้ก่อนหน้านี้ (ขอบคุณครับ  :) )

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-042_zps0ikrdrzv.jpg)

ข้อดี : วิธีนี้ขั้นตอนไม่ ยากยิ่งนัก เอ๊ย ยุ่งยากนัก หากจะให้ดีก่อนเทน้ำผสมเห็ดรดให้ถากโคนต้นไม้จนเห็นรากเพื่อเชื้อจะได้อาศัยเร็วขึ้น

ข้อเสีย : ต้องรอเป็นปีๆทีเดียวกว่าจะได้ทดลอง แล้วก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าป่าเก็บเห็ดเองได้ ทำให้อาจต้องเสียเงินซื้อเห็ดมาเพื่อการนี้ เผลอๆอาจไม่มีดอกเห็ดเกิดขึ้นถึงจะใส่เชื้อไปมากเท่าไหร่ เพราะต้นไม้ที่เราเลือกทดลองอาจไม่คบค้าสมาคมกับเห็ดที่เราเลือกมาก็เป็นได้



เส้นทางที่ 2 นำสปอร์เชื้อเห็ดบริสุทธิ์ไปใส่ต้นไม้(ในที่นี้หมายถึงเชื้อเห็ดตับเต่า) คล้ายๆกับเส้นทางแรก ผิดกันแค่คราวนี้เรานำเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ที่มีคนเพาะจำหน่ายมาทำการทดลองแทน และต้นไม้ที่เห็ดตับเต่าขึ้นได้มีมากมายหลายชนิด

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-043_zpsuwabh42y.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-044_zpsnes8vvmb.jpg)

ข้อดี : แทบจะไม่มีการปนเปื้อนของเชื้อเห็ดราตัวอื่นเข้ามายุ่งในการทดลอง และสามารถทดลองได้ตลอดปีหากจัดซื้อเชื้อเห็ดมาได้ และต้นไม้ที่เพาะเห็ดตับเต่าได้นั้นมีหลากหลายชนิด (ลองพิมพ์ในกูเกิลว่า "เห็ดตับเต่า" ดูครับ )

ข้อเสีย : โอกาสที่เชื้อจะติดรากต้นไม้อาจไม่มากนัก ทำให้ต้องทำการเติมเชื้อจนกว่าเห็ดจะออกดอก และยังต้องเสียเงินเพื่อซื้อเชื้อด้วย (บางคนโชคดีแค่เติมเชื้อไม่กี่ครั้งก็มีดอกเห็ดขึ้น)



เส้นทางที่ 3 ปักชำต้นไม้ในดินเชื้อเห็ด (เนื้อหาต่อจากนี้เริ่มจะเข้าข่ายวิชาเกินล้วนๆ เพราะไม่มีหลักฐานอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างไร) เนื่องจากผมเห็ดว่าเห็ดตับเต่าสามารถเพาะขึ้นได้กับต้นไม้หลายชนิด และเป็นหนึ่งในเห็ดตระกูลเห็ดผึ้ง (Boletaceae) จากที่ไปเก็บเห็ดในป่าพบว่า มีเห็ดผึ้งออกอยู่ 2 บริเวณ ผมจึงนำดินมาจำนวนหนึ่งจากบริเวณนั้นมาทดลองปักชำต้นไม้ 2 ชนิดที่มีคนบอกว่าสามารถเพาะเห็ดตับเต่าได้คือ แคฝรั่ง กับ ทองหลาง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-045_zpsfjwu7aic.jpg)

ตอนนี้กิ่งแคฝรั่งเริ่มผลิใบแล้ว ส่วนกิ่งทองหลางยังนิ่งอยู่ หากต้นไม้ 2 ชนิดนี้บ่งบอกว่าติดรากดีแล้วตอนแกะถุงดำออกผมคงต้องสำรวจบริเวณรากของกิ่งชำอย่างละเอียดว่ามีสายราเกาะอยู่ไหม หากไม่มีแสดงว่าไม่ใช่เนื้อคู่กัน หากมีก็ยังบอกไม่ได้อีกว่าใช่เชื้อเห็ดกินได้หรือไม่ (คงต้องรอจนเกิดดอกเห็ดออกมาให้เห็น)  >:(

ข้อดี : กิ่งทองหลางกับกิ่งแคฝรั่งปักชำติดง่าย

ข้อเสีย : ดินเชื้อเห็ดจากป่าไม่ได้หากันง่ายๆทั่วไป ยากต่อการทดลอง และยังไม่อาจบอกได้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่กับเส้นทางสายวิชาเกินนี้



เส้นทางที่ 4 ขยายดินหัวเชื้อเห็ด (พบกันครึ่งทางระหว่างวิชาการกับวิชาเกิน) หลังจากทำการทดลองเส้นทางที่ 3 ไม่นาน ผมบังเอิญเห็นหัวข้อหนึ่งในกระดานถาม-ตอบ มีเพื่อนสมาชิกได้โพสยูทูปเกี่ยวกับการขยายหัวเชื้อของ mycorrhiza  (ผมไม่สามารถแปลภาษาตามที่เพื่อนสมาชิกร้องขอได้ เพราะตัวเองก็ยังฟังบ่ฮู้เรื่องเลย ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย ) อาศัยแค่ดูภาพจนจบเลยเกิดไอเดีย (เขาทำการขยายผงหัวเชื้อที่ซื้อมาใส่ดินโดยใช้ข้าวโอ๊ต ผงแคลเซียม(มั๊ง) ผสมให้เข้ากัน จากนั้นอีกหลายวันเชื้อราก็ขึ้นเต็มเลยแล้วนำไปเพาะต้นไม้อีกที) สูตรขยายหัวเชื้อของผมก็คือ
-ดินหัวเชื้อจากป่าเห็ด 1 ส่วน (ในที่นี้ใช้ถังพลาสติกขนปูน)
-แกลบเผา 1 ส่วน
-ข้าวโอ๊ต 1 ถุง(หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป)
-เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด ทีเด็ดมันอยู่ตรงนี้คือ จากที่ค้นคว้ามาสิ่งที่เชื้อ mycorrhiza ต้องการมากที่สุดจากต้นไม้คือสารประกอบจำพวกน้ำตาล ในเวบ กพพ.ของเรามีหลายคนใช้เครื่องดื่มชูกำลังในการเร่งรากหรือฉีดพ่นต้นไม้ ผมแค่นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองขยายเชื้อเห็ดคงไม่ดูแปลกอะไร  ;D
-น้ำเปล่า 1 ส่วน

วิธีทำคือ ผสม ดินหัวเชื้อ แกลบเผา ข้าวโอ๊ต แล้วเทน้ำที่ผสมเครื่องดื่มชูกำลังลงไป คลุกเคล้าขี้เลนหัวเชื้อ หมักไว้ 1 คืน จากนั้นหากส่วนผสมเละมากให้เทใส่แผ่นรองตากแดดไว้จนหายเละ (3-5 วัน ระหว่างนั้นจะมีกลิ่นเหม็นเล็กน้อยถึงปานกลาง) และค่อยเทกลับใส่ถังหมัก(ผมใช้กะละมังปิดฝา) อีกสัก 2-3 วันเปิดดูกลิ่นเหม็นจะค่อยๆจางลงและมีบางสิ่งเกิดขึ้นคือ...

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-046_zpsfzudmsog.jpg)

เห็นฝ้าขาวๆหน้าดินไหม นั่นแหละครับเชื้อเห็ดราที่ผมทำการขยาย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเชื้อที่ได้มาเป็นเชื้ออะไร ใช่เห็ดกินได้ไหม  ;D ;D แอบพิสูจน์กลิ่นดูพบว่ากลิ่นเริ่มหอมอ่อนๆคล้ายเชื้อเห็ดในป่า(เข้าข้างตัวเองเห็นๆ) อย่างน้อยจากเส้นทางนี้ก็ทำให้เห็นว่า เราสามารถขยายหัวเชื้อเห็ดราได้อย่างง่ายๆ สบายๆ สไตล์ เกษตรขี้คร้าน  ;D (อีกไม่นานผมจะทดลองขยายเชื้อเห็ดตับเต่าที่ตอนนี้กำลังรอสินค้าอยู่)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-047_zpsn3ejqnbj.jpg)

นี่เป็นการทดลองขยายดินหัวเชื้อเห็ดรุ่นที่ 2 จากดินหัวเชื้อรุ่นแรก สิ่งที่ต้องใช้คือ
-ดินหัวเชื้อ 1 ส่วน
-ดินเปล่าๆ 2 ส่วน (ผมเลือกใช้ดินเหนียวแดงๆที่เขานำมาเทไว้หลังบ้านคิดว่าคงไม่มีเชื้อเห็ดราเป็นแน่หากดูจากสีของดิน)
-แกลบเผา 2 ส่วน
-น้ำเปล่า 1 ส่วน
-ข้าวโอ๊ต 1/2 ถุง (ทดลองลดปริมาณเพื่อความประหยัด ถุงละ 50 บาท)
-เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-048_zpsecfv3ajr.jpg)

วิธีก็เหมือนกับการขยายดินหัวเชื้อชุดแรก ผลที่ได้คือยังมีเชื้อเห็ดราขึ้นเช่นเคย



เส้นทางที่ 5 เพาะกล้าต้นไม้กับดินเชื้อเห็ด หากเรารู้ว่าเห็ดชนิดหนึ่งๆสามารถขึ้นได้กับต้นไม้อะไรแล้ว วิธีที่ง่ายที่สุดที่พวกเขาจะพบเจอและอาศัยอยู่ด้วยกันตราบชีวีหาไม่คือ เพาะเมล็ดต้นไม้ชนิดนั้นกับดินหัวเชื้อเห็ด ในที่นี้ผมเลือกใช้เมล็ดก่อกับเมล็ดทองหลาง เพาะกับดินหัวเชื้อรุ่นแรกที่ขยายไว้  สมมติฐานของผมคือ 1.ดินที่นำมาจากป่ามีเชื้อเห็ดผึ้ง 2.การขยายดินหัวเชื้อประสบความสำเร็จ 3.เชื้อเห็ดผึ้งน่าจะอาศัยอยู่ร่วมกับต้นก่อและต้นทองหลางได้ หากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นไปตามนั้น นั่นหมายความว่า ต้นก่อกับต้นทองหลางที่เพาะเมล็ดจากดินเชื้อเห็ดจะมีสายราของเห็ดผึ้งเกาะอยู่บริเวณราก เมื่อนำไปปลูก 3-5 ปี คงจะมีเห็ดผึ้งให้เก็บเป็นแน่

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-049_zpswlxgcvoj.jpg)


ใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นดั่งใจหวัง หากผิดพลาดหกล้มไปใช่เจ็บปวดหรือ...
แล้วใยผมจึงอาจหาญกล้า "ขายฝัน" เช่นนี้
ผมไม่กลัวหน้าแตกเหรอ...

ถามมาได้ กลัวสิ
แต่ทว่า สิ่งที่ผมกลัวกว่าการหน้าแตกคือ การไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ต่างหาก ผมเปิดเผยเรื่องราวต่างๆที่ค้นคว้าและทดลองมาหมดแล้ว (จริงๆแล้วยังเหลือการทดลองท้าหน้าแตกอีกเยอะ เดี๋ยวตามมา  ;D ) ไม่น่าเชื่อว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เปลี่ยนไปอีกแล้ว จากแค่อยากมีป่าเห็ดเป็นของตัวเอง หากสำเร็จถึงจุดนั้นได้ถือว่าแค่ครึ่งทาง...
ครึ่งทางที่เหลือ
อีกไม่นานเกินรอผมจะขออาสาสมัคร "หน่วยกล้าตาย" ครับผม


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ ธันวาคม 26, 2013, 10:08:34 AM
ขอติดตามครับ การทดลองน่าสนใจและท้าทายดี ส่วนผม ปีหน้าขอลองแบบวิธีที่ 1 นะครับ  ;) ;) ;)



nomadic_man ทดลองได้เลยครับถ้าพื้นที่แถวนั้นมีเห็ดป่าออก ไม่น่าจะเสียหายอะไร  ;D


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ ธันวาคม 26, 2013, 10:44:04 AM
มาปูเสื่อรอติดตามผู้เชี่ยวชาญเห็ดป่าครับ  :)  ในต่างประเทศก็มีทดลองคล้ายๆ กันสำหรับเห็ดชนิด mycorrhizal mushrooms ประเด็นปัญหาที่พบคือ เห็ดที่เราต้องการไม่ได้สร้างความสัมพันธ์แบบ mycorrhizal กับรากต้นไม้ที่เราต้องการทั้ง 100% มีการตั้งสมมุติฐานต่างๆ นาๆ ว่า:
- มีเชื้อรา หรือเห็ดชนิดอื่นเข้ามาครอบครองพื้นที่ที่รากก่อน  ทำให้เกิดการแข่งขันกับเห็ดที่เราต้องการ
- มีปัจจัยอื่นเป็นตัวเร่งให้เกิดความสัมพันธ์แบบ mycorrhizal เช่น อาจจะมีแบคทีเรียบางชนิดที่เข้ามาช่วยกระตุ้น หรือ ต้องการบาดแผลที่รากก่อนจึงจะทำให้เชื้อราไปเจริญเติบโตได้ หรือ เชื้อราต้องเจาะเข้าไปตอนที่รากเพิ่งเกิดใหม่ๆ
- มีปัจจัยอื่นที่ทำลายเชื้อรา หรือเชื้อเห็ด  เช่น ต้นไม้อาจจะพยายามป้องกันตัวเองจากเชื้อรา สภาพแวดล้อมในดินอาจจะสารบางอย่างที่ฆ่าเชื้อรา หรือ รากของต้นไม้ชนิดอื่นที่อยู่ใกล้เคียงอาจจะมีคุณสมบัติต้านเชื้อรา เป็นต้น
- สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น ระดับความชื้น ความโปร่งของดิน

ทั้งนี้ก็ขอชื่นชมการริเริ่มทดลองนะครับ  ส่วน "เห็ดโคน" นั้นผมคิดว่าอาจจะยากสักหน่อย  เนื่องจากผมยังไม่คิดว่า เห็ดโคน เป็น  mycorrhizal mushrooms แต่น่าจะถือว่าเป็น saprophytic mushroom และอาจจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกับปลวกในการย่อยสลายเนื้อไม้   จึงไม่อาจทำขยายพันธุ์โดยใช้เทคนิคแบบที่เราใช้กับ  mycorrhizal mushrooms ได้  ;)




nomadic_man ขอบคุณอีกครั้งครับพี่ teerapan ที่ช่วยเพิ่มเติมความรู้ ในส่วนของเห็ดโคนนั้นเป็น saprophytic mushroom อย่างที่พี่ว่าครับ เพียงแค่ว่าผมนำมาร่วมแจมเพราะเป็นเห็ดที่ทุกผู้คนฝันใฝ่อยากเพาะเลี้ยงให้ได้ ต้องขอโทษด้วยที่ผมลืมลงขั้นตอนการทดลองที่ผมตั้งใจว่าจะทำ  >:( จึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่าอยู่ร่วมกลุ่มกับ mycorrhizal mushrooms จริงๆแล้วจากที่ศึกษาค้นคว้ามาเขาบอกว่าวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพาะเห็ดโคนคือ "เลี้ยงปลวก" ครับผม การที่ผมเขียนบทความ
กองขี้ฮ้าง จาวปลวกและแมงเม่า ความเพ้อฝันของชายผู้คลั่งไคล้ในเห็ด เพื่อ

1.สร้างกองขี้ฮ้างสำหรับเป็นแหล่งอาหารของปลวก
2.ขยายจาวปลวกจากจอมปลวกบริเวณที่เคยเก็บเห็ดโคน เพื่อนำไปเทใส่กองขี้ฮ้างเพิ่มโอกาสที่ปลวกจะได้รับเชื้อเห็ดโคนเร็วขึ้น
3.เก็บแมงเม่ามาเลี้ยง(เขาเล่าว่าต้องเป็นแมงเม่าหลวงตัวใหญ่ๆที่กินได้) บริเวณกองขี้ฮ้างเพื่อสร้างรังปลวก

ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงการทดลองจะล้มเหลว(คาดว่าคงรู้ผล 3-5 ปี) อย่างน้อยก็ยังมีกองขี้ฮ้างสำหรับปลูกผัก ครับผม  :)


หัวข้อ: Re: ปลายฝันที่ 7 "เห็ด" บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ
เริ่มหัวข้อโดย: kb.hatyai ที่ ธันวาคม 26, 2013, 03:23:57 PM
  สวัสดีครับ เข้ามาติดตาม เที่ยว เยี่ยมชมครับผม  ;) ;)

ท่านสนใจเชื้อ T.microcarpus บ้างมั้ยครับ เชื้อเพียวๆเลย  ยินดีส่งให้ฟรีครับ  ;D
...เเต่ต้องกลับไปดูก่อน ว่าเสียหายเเล้วยัง เก็บบ่มใว้นานเเล้วครับ หลังจากลองเปิดดอกครั้งเเรกช่วงน้ำท่วม
...microcarpus คิดว่าง่ายกว่าชนิดอื่น เเต่....ไม่ง่ายอย่างที่คิด  >:(
เเต่ยังไงก็ไม่ท้อครับ จะเก็บเชื้อมาทดลองเรื่อยๆ  ;) ;) ;)
                                          ขอบคุณครับ



nomadic_man ขอบคุณมากครับพี่ แต่เผอิญว่าตอนนี้ยังขาดปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือ แมงเม่า ;D ;D เอาเป็นว่าหากถึงเวลาที่ผมจะทำการทดลองหากยังหาเชื้อเห็ดโคนไม่ได้ ผมคงต้องขอรบกวนแล้วล่ะครับ  :)


หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 30, 2013, 09:32:28 PM
เคยมีคนถามผมว่าทำไมตั้งชื่อลูกสาวว่า "เม็ดทราย" ...
ผมจึงตอบเขาว่า ผมตั้งใจไว้ว่าหากลูกที่เกิดออกมาเป็นผู้หญิง ผมจะตั้งชื่อว่า เม็ดทราย เพราะทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นมาจากการที่มีหยาดฝนหล่นลงมาสู่พื้นดิน ทุกสรรพชีวิตจึงถือกำเนิดขึ้น หากเด็กหญิงโตขึ้นและถามผมถึงกับชื่อของเธอ ผมคงจะตอบอย่างเดียวกัน...


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-050_zpsks4oyddi.jpg)

หลายวันที่ผ่านมาต้องทำหน้าที่พ่อลูกอ่อนเนื่องจากยายของน้องเม็ดทรายกลับบ้านนอก ส่วนเธอขึ้นเวร ผมต้องเป็นพ่อลูกอ่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอสั่งนักหนาว่าอย่าไปทำสวนให้ดูแลลูก ใจมันห้ามไม่ไหว ขอแค่ได้พาเด็กหญิงไปดูสวนบน สวนล่าง ก็ยังดี



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-051_zpspk0enfjj.jpg)

ต้นไม้ที่ปลูกไว้ไม่มากนักแต่ก็ยังกล้าเรียกว่า "ป่า"  ;D เอาเถอะ หวังว่าคงมีเห็ดขึ้นให้น้องเม็ดทรายเก็บอย่างที่หวังเอาไว้



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-052_zps8lehuu5k.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-053_zpsvtmthfl0.jpg)

ผักหวานป่าปีแรกของสวนบนไม่ค่อยจะงามเท่าไหร่นัก เอาเถอะ โตช้ายังดีกว่าไม่โต ว่าแล้วก็เก็บภาพประวัติศาสตร์ไว้สักหน่อย ระหว่างเด็กน้อย 3 ขวบครึ่งกับผักหวานป่า 7 เดือน



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-054_zps4yuin2ld.jpg)

วันนี้ว่างวันเดียวของเทศกาลปีใหม่ ว่าแล้วก็เลยพาเจ้าของสวนตัวจริงทั้งสองไปสำรวจงานดูเสียหน่อย ว่าคนงานอู้งานไปขนาดไหน เอ้ย คนงานปฏิบัติหน้าที่ดูแลสวนได้ดีเยี่ยมขนาดไหน



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-055_zpsraxs9rak.jpg)

โซนป่าเห็ดทดลอง ต้นไม้ค่อยๆโตขึ้นตามธรรมชาติ ส่วนป่าสักที่เห็นอนาคตกะว่าตัดออกเพื่อปลูกป่าไว้ให้น้องเม็ดทรายหาเห็ดและเก็บผักหวาน


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ ธันวาคม 31, 2013, 10:39:30 PM
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-056_zpsweyvefxi.jpg)

ทุกวันนี้ต้นไม้ที่ถูกปลูกลงบ้านสวนส่วนใหญ่เป็นแบบเพาะเมล็ด ถึงระยะเวลาออกดอกออกผลจะดูเหมือนยาวนานกว่าการขยายพันธุ์แบบอื่นๆ แต่ความทนทานต่อสภาพกึ่งไม่กระทำนั้นหายห่วง เพราะระยะเวลาที่ผมกำหนดไว้ในใจคือ 10 ปี  >:( หากต้นไหนที่ปลูกแล้วยังไม่ยอมมีผลผลิต หลัง 10 ปีค่อยมาว่ากันใหม่ ต้นมะนาวกับมะกรูดที่เห็นในภาพน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี (จำไม่ได้ว่าปลูกตอนไหน) รู้แต่ว่าซื้อมาถุงละ 10 บาท ถึงตอนนี้ไม่โตอย่างใครเขาแต่ผมคิดว่าหากไม่ถูกปลวกกินรากหรือหนอนเจาะลำต้นคงไม่ล้มหายตายจากกันไปโดยง่ายเป็นแน่




(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-013/13-057_zpsnedwt8qf.jpg)

ถึงแม้ดูเหมือนช่วยให้งานเดินไปได้น้อยกว่าทำเอง แต่มีประโยชน์อะไรถ้าเรามัวแต่ห้ามปรามว่าอย่าทำโน่นนี่ ปากบอกปาวๆว่าสร้างไว้เพื่ออนาคตของเด็กน้อยแต่กลับชอบกีดกันไม่ให้เขาได้เข้ามาเรียนรู้ด้วยตัวเอง การปลูกต้นไม้ด้วยต้นกล้ากับการเลี้ยงลูกก็คล้ายๆกัน เมื่อรากแก้วของพวกเขาได้หยั่งลึกลงไปยังผืนแผ่นดิน ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับสภาวะการณ์เลวร้ายขนาดไหน พวกเขาต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตสืบไป ชื่อเล่นของเด็กหญิงคือ "เม็ดทราย" ถูกตั้งขึ้นก่อนชื่อจริงที่ตั้งตามหลักตำราพจนานุกรมอยู่ครึ่งค่อนวัน "วสุนธรา" ที่แปลว่า ผืนแผ่นดิน คงไม่มีคำไหนเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้วในตอนนั้น เพราะโจทย์คือ อักษรแรกต้องเป็นตัว "ว" ตามชื่อเธอ และในชื่อนี้ยังมีอักษรแรกของผมร่วมอยู่ด้วย ได้แต่หวังไว้ว่า ผืนแผ่นดิน แห่งนี้จะสร้างสรรสิ่งดีงามให้งอกเงยสืบต่อไป...


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: deer art ที่ มกราคม 02, 2014, 05:23:10 PM
nomadic_man ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับผม พรประเสริฐอันใดจงหวนคืนสู่ผู้ให้ด้วยเถิ้ดดดดด   ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: kb.hatyai ที่ มกราคม 07, 2014, 02:53:58 PM
  ชอบบางส่วนของเส้นทางที่ 4  ;D ;D ;D
ขออนุญาตก๊อป เพื่อนำไปปรับใช้นะครับ
..ท่านจะไม่อนุญาตก็คงไม่ทันเเล้ว เพราะผมนำไปปรับใช้เเล้ว  ;D  555++
                                        ขอบคุณครับ  ;) ;) ;) ;)



nomadic_man ระวังมีจดหมายแจ้งเตือนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์นะครับ  :-X อะล้อเล่น  ;D จัดไปเลยครับพี่ หากการทดลองบางเส้นทางเห็นผลจริงหรือมีแวว เป้าหมายที่ผมหวังไว้ต่อไปคือขออาสาสมัครหน่วยกล้าตายไม่กลัวหน้าแตกมาทำการทดลองร่วมเพื่อขยายผลสำหรับเป้าหมายสุดท้ายของเส้นทางคือ "เสี้ยวหนึ่งของความมั่นคงทางอาหารสำหรับทุกคน" ครับผม


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: 5XXA ที่ มกราคม 08, 2014, 08:23:43 AM
สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ท่านและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดสมปราถนาทุกประการ ยิ่งอ่านยิ่งได้ความรู้ครับชอบๆ  ;D :) ;D



nomadic_man ขอพรอันประเสริฐหวนคืนสู่ผู้ให้ด้วยครับ  :-[ หากจะมีความรู้อันใดที่พอเป็นประโยชน์ผมก็ยินดีแล้ว ต้องขอขอบคุณแหล่งความรู้ที่มีคนศึกษาค้นคว้าไว้แล้วก่อนหน้านี้ ผมก็แค่รวบรวมมันมาและทำการทดลองพิสูจน์ความคิดของตนเองเท่านั้นเพื่อขยายขอบข่ายความรู้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น...  :)  


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ มกราคม 08, 2014, 09:08:34 AM
อิจฉาจังที่มีเห็ดเต็มสวนครับ เห็นแล้วเป็นตาสะออนแท้ๆ



nomadic_man แหะๆ ที่บ้านสวนมีเห็ดเต็มไปหมด แต่แค่ในจินตนาการนะครับ  ;D ;D ;D รออีกสัก 5 ปี หากเห็นผลค่อยจะโม้ได้เต็มปากหน่อย ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: kb.hatyai ที่ มกราคม 08, 2014, 09:13:41 AM
ระวังมีจดหมายแจ้งเตือนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์นะครับ   อะล้อเล่น  จัดไปเลยครับพี่ หากการทดลองบางเส้นทางเห็นผลจริงหรือมีแวว เป้าหมายที่ผมหวังไว้ต่อไปคือขออาสาสมัครหน่วยกล้าตายไม่กลัวหน้าแตกมาทำการทดลองร่วมเพื่อขยายผลสำหรับเป้าหมายสุดท้ายของเส้นทางคือ "เสี้ยวหนึ่งของความมั่นคงทางอาหารสำหรับทุกคน" ครับผม
...
     -ขอบคุณครับสำหรับลิขสิทธิ์  ;D
     -เรื่องหน้าเเตกน่ะ ไม่กลัวอยู่เเล้วครับ เพราะว่ามีนักวิจัยระดับหัวกะทิทดลองมานานเเล้วในหลายประเทศ เเต่ยังทำไม่ได้ เเละในระดับบ้านๆ เเบบผมจะ
      ลองบ้างก็ไม่เสียหายอะไร  :D :D :D :D
     -จะทดลองไปเรื่อยๆ อย่างมุ่งมั่น ตามกำลัง เเละเวลาครับ  ;) ;)
                                            :) :) :) ;) ;) ;) ;)




nomadic_man ได้เรื่องยังไงก็แจ้งความก้าวหน้าผ่านทางกระทู้ "เห็ดโคน" เรื่อยๆนะครับ ยังติดตามด้วยใจจดจ่อเป็นอย่างยิ่ง  :)    


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มกราคม 08, 2014, 07:16:02 PM
เย็นเมื่อวานว่างเว้นจากภาระงานจึงพาน้องเม็ดทรายไปสวนล่างเพื่อทำการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย คลุมฟาง ให้ต้นตะขบที่เตรียมไว้สำหรับปลูกผักหวานป่าฤดูกาลนี้ ก่อนหน้านั้นมีชาวบ้านเดินผ่านสวนล่างแล้วถามแบบงงๆเกี่ยวกับต้นถั่วพร้ามาแล้ว ล่าสุดยังต้องสงสัยกันอีกรอบว่าผมปลูกต้นตะขบไว้ทำไมตั้งมากมายแถมยังดูแลกันแบบจัดหนักถึงเพียงนี้ 555 ขอเป็นคนบ้าในสายตาประชาชีไปก่อน คงต้องร้องเพลงลุงแอ๊ดในใจซะแล้ว "ถึงจะบ้าแต่ว่าไม่โง่"  ;D



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-001_zpsvyh9j9rz.jpg)

ไปสวนทีไรต้องมีแรงงาน 1 คนที่สูญเสียไปเพื่อคอยดูแลและรับใช้น้องเม็ดทราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่กับยายสลับกัน ช่วงนั้นยายไปเก็บหมากเขือเครือที่ปลูกเล่นๆ บนกองขี้ฮ้างของเศษไม้ที่เหลือจากการปรับที่ แต่เก็บกินจริงๆเป็นกอบเป็นกำมาหลายรอบแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของเธออย่างเสียไม่ได้



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-002_zpsxvq8rwor.jpg)
เธอเดินตรวจงานก่อนกลับบ้าน โชคดีที่วันนี้เจ้าของสวนตัวจริงลงแรงช่วย (พร้อมเสียงบ่นหน่อยๆว่าคนงานทำไม่ได้ดั่งใจ  >:( ) เลยได้งานออกมาแบบเต็มน้ำเต็มเนื้อให้ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมางงเป็นแถบๆ กับการปลูกและดูแลต้นตะขบอย่างจริงจัง  ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ มกราคม 08, 2014, 08:14:18 PM
ขอปรบมือให้ ที่สามารถคลุมฟางให้ต้นไม้ได้ครับ กองฟางผมอยู่ห่างจากสวนไม่ถึง 10 เมตรยังไม่สามารถเอามาคลุมต้นไม้ได้เลย สงสัยต้องหาตัวช่วยซะแล้ว  ;D ;D ;D ;D



nomadic_man ต้นไม้ที่เป็นเป้าหมายของการคลุมฟางปีนี้ไม่มากนักจึงพอสู้ไหวครับ ส่วนกองฟางที่ผมแอบไปขโมยมาใช้ อุ๊บบบ...  ;D ก็พอเอารถไปขนมาได้ แถมปุ๋ยขี้ไก่ก็นำมา กองไว้ข้างๆต้นไม้ตั้งแต่ยังไม่ผ่านพ้นปีใหม่ ประเด็นก็คือเรื่องที่โดนบ่นๆก็เรื่องนี้ละครับ สงสัยเธอทนที่ผมทำหูทวนลมไม่ไหว (จริงๆแล้วเอาเวลาที่พอจะมาสวนได้ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ไปรดน้ำผักหวานป่าสวนบน) เลยลงมือเสียเอง ผลที่ได้จากการทำตัวเป็นลูกจ้างรายวันแสนเกียจคร้านและหูใบ้ จึงดึงตัวนายจ้างลงมาปฏิบัติงานภาคสนามได้สำเร็จ เอิ้กๆ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มกราคม 12, 2014, 08:36:52 PM
งานเข้าอีกแล้วครับพี่น้อง คุณตาที่ดินติดบ้านสวนคิดอะไรขึ้นมาไม่รู้นึกอยากขุดดินขาย แกก็บอกแต่ว่าอยากพัฒนาที่ดินของแกให้มันโล่งๆ แดนหลังสวนบนเลยถูกหวยไป กลายเป็นว่าตอนนี้สวนบนมีหน้าผาล้อมรอบสองด้านแล้วครับพี่น้อง  :'(

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-003_zps0hidw633.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มกราคม 13, 2014, 12:39:54 PM
วันเสาร์ที่ผ่านมาพาน้องเม็ดทรายไปหาขุมทรัพย์กล้าไม้ตามลายแทงจากกระทู้ของ อ.ตั้ม ไม่น่าเชื่อว่าที่ผ่านมาหลายปีผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า บ้านกกไม้แดง แห่ง อ.วังทอง จ.พิษณุโลกจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ไม้ขายแบบราคาที่ฟังแล้วต้องถามยืนยันอีกรอบว่าไม่ได้ฟังผิด  ;D น่าเสียดายที่เวลาไม่เอื้ออำนวยจึงแวะได้เพียงร้านเดียวคือร้านคุณลุงเชิด เป็นแหล่งขายกล้าไม้ป่าร้านหนึ่งที่ราคาถูกแสนถูก แถมบริการแบบประทับใจจนหลังเมษายนผมคงต้องกลับไปอีกครั้ง ซึ่งหวังไว้ว่าจะไปแบบเต็มๆวันเพื่อที่จะได้ตระเวนดูร้านอื่นๆด้วย



ร้านลุงเชิดอยู่ซอยข้างวัดหลังพระนอนใหญ่ หาง่ายครับ กล้าไม้ที่จัดมารอบนี้คือ ยางนา ตะเคียน มะฮอกกานี และประปรายอีกหลายชนิด ยางนานี่ผมแทบจะเหมาร้านมา จริงๆลุงเชิดไม่อยากขายให้เนื่องจากบอกว่ามันไม่ค่อยสวย(คงหมายถึงพวกนี้เหลือเลือก ลำต้นคดงอ ไม่เหมาะกับการปลูกใช้ไม้) แต่จุดประสงค์หลักของผมคือ "ปลูกป่าไว้หาเห็ด" จึงไม่เป็นปัญหา เลยจัดมาเต็มราวๆ 200 ต้น ตะเคียนรุ่นเล็ก 100 ต้น มะฮอกกานี 50 ต้น  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-004_zpssqhlj1tt.jpg)




ขากลับพาน้องเม็ดทรายแวะกินข้าวที่น้ำตกแก่งซอง ค่าอาหารไม่เท่าไหร่ แต่ค่าเช่าเสื่อนี่สิผืนละ 100 บาท  >:( >:( ถือเสียว่าหากินใครหากินมันก็แล้วกัน  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-005_zpswlsgubtq.jpg)




ขับรถเหนื่อยๆกลับมาถึงบ้านยังต้องขนต้นไม้ลงอีก โชคดีที่มีกองเชียร์เลยมีแฮงฮึดสู้ ต้องขอบคุณการจัดต้นไม้จากสวนลุงเชิดที่ทำได้เป็นระบบมาก ต้นไม้กลับมาถึงบ้านหลังจากจัดวางเสร็จแล้วรดน้ำก็สดชื่นขึ้นทันที (ผมเตรียมใบกล้วยไปจำนวนหนึ่งกับนำสแลนไปด้วยตามที่เคยเห็น อ.ตั้มทำ ลุงเชิดแกก็รู้งานจัดการเสร็จสรรพ ผมแค่บอกอย่างเดียวว่าจะเอาต้นอะไรบ้าง  ;D )

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-006_zpsl19gac09.jpg)



คลังแสงสำหรับปีนี้ พร้อมรบแล้ว  ;D ;D "พ่อแม่ไม่มีเงินทองจะกองให้ จึงต้องเตรียมขุมทรัพย์เงินฝากไว้ให้น้องเม็ดทรายแบบนี้"

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-007_zpsypjnbhlo.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มกราคม 13, 2014, 01:15:03 PM
เนื่องด้วยเด็กหญิงชอบกินแอปเปิ้ลกับสาลี่มาก ในเวบ กพพ. ของเราก็มีเพื่อนสมาชิกได้ทดลองปลูกกันบ้างแล้ว ผมจึงไปแอบครูพักลักจำมาลองเพาะเมล็ดของแอปเปิ้ลกับสาลี่ดู ผลที่ได้คือ...



แอปเปิ้ลเพาะเมล็ดกำลังงอกใบประมาณ 10 ต้น ยังไม่รู้ว่าจะเป็นในทิศทางไหนแต่ในใจแอบหวังไว้ลึกๆว่า "อีก 5 ปีรู้กัน"

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-008_zpsejdathj9.jpg)


นี่เป็นเมล็ดสาลีที่ยังไม่ยอมงอก คงต้องรอคอยอีกสักพักว่าจะเป็นอย่างไร  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-009_zpsspalx37k.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 8 : ดั่งเม็ดทราย
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มกราคม 23, 2014, 10:26:23 AM
อากาศช่วงนี้ของเมืองเลยมีแต่หนาว กับหนาวมาก ผมไม่สบายนอนซมอยู่หลายวัน  :'( บวกกับธุระอื่นๆทำให้ไม่ได้ไปรดน้ำให้ต้นผักหวานร่วม 2 สัปดาห์แล้ว หวังว่าผักหวานป่าคงต้องอาศัยพลังความอึดที่มาจากต้นกำเนิดหากอยากมีชีวิตรอดสืบไป  ;D ;D



ภาพนี้เก็บไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ต้นหมากเขือเครือที่ขึ้นบนกองขี้ฮ้างสวนล่างยังไม่ยอมเหี่ยวเฉาไปง่ายๆ
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-010_zpsii7ot3av.jpg)




แม่น้องเม็ดทรายเลยเก็บมาซ๊า... กินก็แล้ว แจกก็แล้ว ยังไม่ยอมหมดเสียที รอบนี้ลองเอาไปขายให้แม่ค้าส้มตำ ได้เงินมา 50 บาทครับผม  :)
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-011_zps8qulpo4f.jpg)



ระหว่างนั้นผมก็พรวนดิน ใส่ปุ๋ย คลุมฟาง ใต้ต้นตะขบรอคอยเมล็ดผักหวานป่าฤดูกาลนี้  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-012_zpscphalwpi.jpg)




ภาพสุดท้ายเก็บภาพเมื่อวาน หลังฟื้นไข้จึงไปตรวจชมเส้นทางแห่งความหวังสายใหม่ ของน้องเม็ดทราย
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-013_zps5lf3ejya.jpg)


หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มกราคม 24, 2014, 04:30:37 PM
ปล.อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางการเกษตรแต่อย่างใด จะเลยผ่านบทความในส่วนของ "ขอบฟ้า" ไปก็ได้ ครับผม


แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม

ต้นเดือนตุลาคมซึ่งมรสุมยังไม่จากลา หากแหงนมองฟ้าจะพบว่า บางวันมีเมฆหม่นบางวันมีฝนโปรยและบางวันอากาศแจ่มใสอย่างที่ควรเป็นในต้นฤดูหนาว เป็นเช้าที่ท้องฟ้าโปร่ง แดดทอแสงต้องหยาดน้ำค้างบนใบหญ้าส่องประกายพราว ต้นพญาสัตบรรณที่หน้าบ้านของคุณเริ่มผลิช่อดอกบ้างแล้ว และคุณทราบว่ามันจะเบ่งบานหลังจากนี้อีกไม่นาน  สายลมผะแผ่วโชยมาเป็นระลอกนำพากิ่งพญาสัตบรรณโอนเอนไปมา เงาไม้ที่ทอดทับลงบนพื้นถนนก็สั่นไหวเช่นกัน มันทำให้คุณหวนนึกถึงเมื่อคราวนั้น…

เมื่อครั้งคุณยืนอยู่เพียงลำพังบนถนนสายเปลี่ยวกลางผืนป่าใหญ่ คุณยืนอยู่ตรงนั้นภายใต้แมกไม้ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมถนนเอาไว้ พื้นผิวถนนประหนึ่งผืนผ้าแสดงภาพวาดจิตรกรรมขาวดำของแสงและเงาที่ส่องผ่านและทอดทับลงมา จิตกรผู้มีนามว่าธรรมชาติ อาจเป็นเพราะต้องมนต์ของบรรยากาศแห่งฤดูหนาว หรืออาจเป็นเพราะความขบถที่ยังอัดแน่นอยู่ในตัวคนหนุ่มสาวทั้งหลาย หรืออาจไม่เพราะอะไรเลยทั้งสิ้น ส่งผลให้คุณออกเดินทางเพียงลำพังด้วยจุดประสงค์ที่จนแม้บัดนี้ก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

คุณมุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน อาศัยการชี้นำจากแผนที่ทางหลวง คุณบ่ายหน้าออกจากความจอแจของเมืองใหญ่มาเรื่อยๆ ผ่านหลายอำเภอเล็กๆที่แอบอิงอย่างเอียงอายตามรายทาง จากนั้นก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งสู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ท้ายที่สุดคุณพบว่า คุณเป็นนักเดินทางเพียงผู้เดียวบนเส้นทางสายเปลี่ยวที่พาดผ่านป่าผืนใหญ่ ราวกับถนนสายนั้นกำลังนำคุณลอดผ่านอุโมงค์ อุโมงค์ที่ประกอบขึ้นจากกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ตามรายทาง สถานที่แปลกตาทว่ากลับให้รู้สึกที่คุ้นเคย ความรู้สึกบางอย่างที่คุณเผลอไผลหลงลืมไปบ้างเท่านั้น
   
คุณค่อยๆชะลอความเร็วรถมอเตอร์ไซด์ลง ก่อนจะหยุดและดับเครื่องยนต์ แล้วโสตประสาทคุณก็ได้ยินเสียงแจ่มชัดขึ้น เป็นส่ำเสียงจากสรรพสิ่งโดยรอบที่ต่างขับขานเป็นท่วงทำนองแห่งตน นกป่าเจื้อยแจ้ว ระงมเสียงเหล่าแมลงนิรนาม ทิวไม้ลู่ลมส่งเสียงคล้ายต้องหยาดฝน แดดทอแสงเป็นประกาย ริ้วเมฆขาวลอยล่อง โมงยามเช่นนี้เองที่สั่นสะเทือนความรู้สึกคุณอยู่ลึกๆ
   
ชั่วขณะที่คุณกำลังสั่นไหวต่อสิ่งรอบกายอย่างเปลี่ยวดาย สรรพเสียงพลันสิ้นไปอย่างกะทันหัน มันเป็นความเงียบอันสมบูรณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แล้วคุณก็สำเหนียกรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่มีความปั่นป่วนอันหน่วงหนัก ถึงจะมองไม่เห็นแต่คุณก็รับรู้ได้ คล้ายกับที่เรามองไม่เห็นแต่ก็สัมผัสได้ถึงแรงของลม สัญชาติญาณบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องปรกติ จึงทำให้ขนตามร่างกายลุกชันและเหงื่อกาฬซึมแทรกออกมาทุกรูขุม คุณรู้สึกราวกับเป็นมุสิกที่ได้เผชิญหน้ากับราชสีห์อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นมุสิกที่ถูกราชสีห์จดจ้องอย่างไม่วางวาย
 
คุณสัมผัสได้ถึงมวลพลังที่เคลื่อนบดทับคุณอย่างช้าๆและไร้ทางที่คุณจะขัดขืน ความนึกคิดคุณแตกกระจัดกระจายดุจภาพต่อจิ๊กซอว์ที่ถูกรื้อทิ้ง คุณรู้สึกกลัว เป็นความกลัวอย่างที่สุด กลัวว่าจะสูญเสียตัวตนของคุณไป กลัวว่าคุณจะหลุดหายจากโลกใบนี้อย่างตลอดกาล คุณจึงทำได้เพียงยืนนิ่งหายใจเข้าออกอย่างสิ้นหวังและยาวนาน  อย่างเนิ่นนานที่เป็นเช่นนั้น จนดูเหมือนว่ามวลนั้นจะเคลื่อนผ่านไป ราวกับราชสีห์สิ้นความสนใจในตัวมุสิกด้วยรู้ว่ามันเป็นสัตว์เล็กจ้อยที่ไม่อาจส่งผลกระทบใดต่อมันได้
 
ตัวต่อแห่งสติสัมปชัญญะของคุณเริ่มประกอบกันเข้าอีกครั้งหนึ่ง แล้วความเงียบก็คืนบทบาทให้กับสรรพสิ่ง ทุกอย่างเริ่มขับขานท่วงทำนองแห่งตนอีกครั้งราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นสินะ อาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นได้ คุณคิด อาจเป็นเพียงความผิดเพี้ยนชั่วขณะของสื่อทางเคมีภายในร่างกายคุณเองแค่นั้น บางทีสถานที่แปลกเปลี่ยวอาจทำให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นได้เสมอ คุณยืนอย่างลังเลในท่าทีอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินทางต่อไป นั่นเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่คุณไม่อาจลืมเลือน มันไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นกับคุณอีก ไม่เคยเลย เรื่องราวที่ผันผ่านก็คงคล้ายกับประกายแสงดาวตกอันเจิดจ้าเพียงชั่วขณะ เจิดจ้าแล้วดับวูบ เหลือไว้เพียงรอยภาพคาค้างความทรงจำให้หวนคิดถึง

แดดจางแสงลงด้วยดวงอาทิตย์ถูกเมฆลอยบดบัง เงาไม้ค่อยๆเลือนรางจางหายไป ต้นพญาสัตบรรณจะออกดอกเพียงปีละครั้งเท่านั้นในช่วงต้นฤดูหนาว มันรู้ได้อย่างไรว่าช่วงไหนฤดูกาลนั้นจะแวะเวียนมา หรือเป็นเฉกเช่นที่หนทางรู้ว่าจะต้องมีนักเดินทางก้าวผ่านเสมอ และเช่นสุดปลายฟ้าที่รู้ว่าจะต้องมีนักเดินทางมาไขว่คว้ากระชากฝันที่ห้อยค้างรอคอยอยู่ เช่นนั้นหรือ

การเดินทางให้อะไรแก่เราบ้าง
คุณถามตนเองและไม่แน่ใจว่าจะตอบได้หรือไม่
เราคาดหวังอะไรจากการเดินทาง เหล่านักเดินทางผู้หลงลืมสดับฟังเสียงจากภายในของตนเอย เจ้าจะยังเดินทางเพื่ออะไร
แล้วโลกใบนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม...


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: teerapan ที่ มกราคม 24, 2014, 05:53:52 PM
ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยการเดินทาง บางครั้งการเดินทางมักทำให้เราได้เรียนรู้ บางครั้งก็เต็มไปด้วยความหมายอะไรบางอย่างสำหรับชีวิต หรือบางครั้งการเดินทางก็จบไปอย่างว่างเปล่าจนนึกสงสัยว่าเสียเวลา เสียแรง เสียเงินเหล่านั้นไปเพื่ออะไร  แต่น่าแปลกที่ไม่ว่าจุดหมายในการเดินทางจะไกลสักแค่ไหน จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเราก็เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน คือที่เดิมเสมอ  คนเราเดินทางเพื่อกลับสู่จุดเดิม แต่ด้วยความคิดความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม โลกใบนี้จึงเปรียบเหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง และคนที่ไม่เคยเดินทางเลย ก็เปรียบเหมือนคนที่อ่านหนังสือเพียงหน้าเดียว

ฤ ความสุขของการเดินทางเกิดขึ้นระหว่างทางที่ไป ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง  :)




nomadic_man หลายต่อหลายครั้งกับการเดินทางผมเองมักไม่แน่ใจว่า แท้ที่จริงแล้ว เราออกเดินทางเพื่ออะไร แต่สิ่งที่แน่ใจคือ หากในการเดินทางคราวนั้นมีเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจก้าวเดินไปพร้อมๆกัน เส้นทางจะยากลำบากสักเพียงไหนหรือพบเจอสิ่งไม่คาดฝันอะไร เราก็ไม่หวั่น อาจเพราะการออกจากพื้นที่คุ้นชินนั้นเอง ที่ทำให้เราเข้าใจอย่างถ่่องแท้ถึงความหมายของคำว่า "เพื่อน" ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มกราคม 26, 2014, 08:19:13 PM
เนื่องด้วยเสาร์อาทิตย์ก่อนหน้านี้ไม่สบาย  :'( นอนซมทำอะไรไม่ได้ สุดสัปดาห์นี้อาการดีขึ้นจึงต้องไปรดน้ำต้นไม้ที่บ้านสวนเพื่อประทังให้ต้นไม้ต่างๆมีชีวิตรอดผ่านฤดูแล้งนี้ไปให้ได้ ผักหวานป่าที่ปลูกด้วยเมล็ดอึดสมชื่อ ถึงจะไม่โตแต่ก็ยังไม่ตายไปมากนัก ส่วนใหญ่อาการไม่ค่อยดีเนื่องจากขาดน้ำมา 2 สัปดาห์แล้ว หากใครอยากปลูกเชิงธุรกิจผมขอแนะนำว่าควรจะมีระบบน้ำและมีการบังร่มให้ผักหวานป่าด้วย ส่วนหากใครอยากปลูกแบบพอได้เก็บกิน(อย่างขี้คร้าน  ;D ) การปลูกด้วยเมล็ดก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่ต้องเอาใจใส่ดูแลมากนัก ขวบปีแรกผ่านฝนมาก็ควรรดน้ำบ้างสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย ครับผม



บรรยากาศแบบแล้งๆอย่างหนาวๆ ที่บ้านสวน...
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-014_zpsxcrltxhi.jpg)



สถานการณ์แบบหมาๆ ล่าสุด มีน้องหมาสองตัวขึ้นมาประจำการที่บ้านสวน ไม่ใช่หมาที่ไหนของคุณตาที่ติดกันนั่นเอง ก่อนหน้านี้เจ้าพวกนี้ไม่ถูกกันกับไอ้วุ้นเส้น ผมผ่านหน้าบ้านมันทีไรมันเห่าทุกที แต่ตอนนี้มันเลิกเห่าพร้อมมาออเซาะซะงั้น พอวุ้นเส้นตายไอ้ยักษ์ไม่กล้ามา พวกมันจึงยึดครองบ้านสวนพร้อมขึ้นมาสัมปทานเศษอาหารหรือขนมที่ผมติดมาเป็นที่เรียบร้อย  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-015_zps26radxvw.jpg)



แนวทิวฝันทั้งหลายเหี่ยวแห้งจนต้องรดน้ำช่วยเป็นครั้งแรกหลังจากหมดฝน ซึ่งต่อไปคงต้องรดน้ำช่วยสัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยให้รอดผ่านแล้งไปให้ได้
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-016_zpslc7ksaey.jpg)



พื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มกลายเป็นสีน้ำตาล ส่วนเมเปิ้ลอีสาน  ;D  "ต้นรัง" (มั๊ง) ใบกำลังเปลี่ยนสีตามฤดูกาลที่ผันแปร
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-017_zpsmuue2n29.jpg)




แนวหน้าผาแห่งใหม่ที่ได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจ(ไม่ได้อยากได้เล๊ยยยยยยย  >:( ) แต่ทำไงได้ก็ต้องทนกันต่อไป คุณตาคงพูดในใจว่า "เราล้อมคุณไว้หมดแล้ว"  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-018_zpss7swii3z.jpg)



หลังจากไปรดน้ำต้นไม้ทั้งวันเสาร์ เช้าวันอาทิตย์ต้องไปปรับปรุงหลุมดินของป่าเห็ดจำนวนหนึ่งที่สวนล่าง ไม่ทำก็ไม่ได้ ตากแดดหน้าดำตาแดง กะว่าจะคลุมฟางด้วยแต่ไม่ไหว (ขุดดินตั้งแต่เช้าจนบ่าย) จึงเก็บภาพกลับมาเป็นหลักฐานขอความเห็นใจแม่น้องเม็ดทราย หลังจากเห็นสภาพงานเธอเห็นใจครับผม บอกว่าเย็นพรุ่งนี้จะไปช่วยใส่ปุ๋ยคลุมฟาง  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-019_zpsn0jbojoa.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-020_zpspi5u5or4.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มกราคม 29, 2014, 08:29:24 PM
หลังจากพรวนดินใส่ปุ๋ยเป็นที่เรียบร้อยจึงต้องคลุมฟางให้ป่าเห็ดทดลองของน้องเม็ดทรายเสียหน่อย ได้คนมาช่วยตามที่สัญญา งานจึงเสร็จได้ในเย็นวันก่อน

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-021_zpsutwzl99a.jpg)



สภาพป่าเห็ดยามหน้าแล้งแห้งได้ใจ เมื่อวานยังไม่มีงานเร่งรีบผมจึงเข้าไปป่าเห็ดเพื่อนำดินออกมาทำการขยายเชื้อ mycorrhiza ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือไม่แต่ที่แน่ๆ ยังไงต้นไม้ที่ไปซื้อมาต้องเปลี่ยนถุงก่อนนำไปปลูกอยู่แล้ว จึงไม่เป็นการเสียหายที่จะนำดินขยายหัวเชื้อเปลี่ยนถุงต้นไม้ หากได้เชื้อเห็ดป่าติดมาด้วยก็โชคดีไป เท่าที่สังเกตตอนเปลี่ยนถุงดินต้นยางนากับตะเคียนไปล่วงหน้า ต้นตะเคียนจำนวนมากที่เดียวที่มีเชื้อ mycorrhiza ติดมากับรากด้วย ไว้รอบหน้าผมจะเก็บภาพมาให้ชมครับ

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-022_zpsbmlnul0h.jpg)



"ใบไม้ร่วงลงสู่ราก"

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-023_zpsxfgmwbm1.jpg)


หลุมที่ไปขุดนำดินหัวเชื้อจากป่ามาทดลอง ตอนไปหาเห็ดก็ไม่ได้เดินเหนื่อยมากนัก ระยะทางก็ไม่ไกลมากนับจากจุดจอดมอเตอร์ไซด์คงราวๆ 1 กม. แต่พอต้องแบกดินออกมานี่สิ ทำไมมันเหมือนยาวไกลไม่รู้จบไม่รู้ พักเหนื่อยเป็นสิบๆรอบ  >:(

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-024_zpslm9b8yhs.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กุมภาพันธ์ 03, 2014, 08:32:46 PM
เย็นวันนี้ไปพรวนดินเตรียมใส่ปุ๋ยให้ต้นตะขบบริเวณที่ลาดชันของสวนล่างมา สังเกตเห็นต้นตะขบน้อยๆแตกขึ้นมาจากรากของต้นเก่าหลายต้นทีเดียว ซึ่งลักษณะการแตกลำต้นขึ้นมาจากรากเหมือนกันกับผักหวานป่า อาจเป็นเพราะความเหมือนกันเช่นนี้หรือเปล่าที่ทำให้ผักหวานป่าอยู่ร่วมกับต้นตะขบได้ดีระดับนึง (เป็นแค่ข้อคิดเห็นของผมเฉยๆครับผม)



แตกลำต้นขึ้นมากันแบบนี้เลย  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-025-1_zpsnafinasd.jpg)


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-025-2_zpsmaepsobz.jpg)


สภาพโดยทั่วไปเริ่มแล้งแล้ว แต่หลังจากขุดพรวนดินดูยังพอมีความชื้นอยู่บ้าง อาจเป็นข้อดีของดินเหนียวที่เก็บกักความชื้นไว้ได้ดี และอาจดีเกินไปจนต้นไม้ยากที่จะแบ่งมาใช้ด้วย จึงต้องค่อยๆทยอยเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้หน้าดินไปเรื่อยๆ ด้วยการเติมปุ๋ยคอกครับผม
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-026_zpsckwsgxwy.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: darin ที่ กุมภาพันธ์ 03, 2014, 09:25:38 PM
ข้อมูลแน่นจริงๆ ขอติดตามด้วยคนค่ะ
หน้าฝนสวนของดาก็มีเห็ดเกิดเหมือนกันค่ะ เห็ดปลวก(เห็ดโคน)
สวนยูคาข้างบ้านก็มีเห็ดผึ้งขมเกิดทุกปี
แล้วพอถึงหน้าเก็บเห็ดเมื่อไหร่ดาเข้าป่าไปเก็บเกือบทุกเช้า งานการไม่ค่อยทำ ออกจากโคก(ป่า)เก็บเห็ดผึ้งหวาน
กินข้าวเสร็จก็มุดรั้วไปเก็บเห็ดขมต่อ :D
อีกความฝันหนึ่งก็อยากมีป่าเห็ดของตัวเองนี่แหละค่ะ เวลาเข้าป่าดาเอาถุงพลาสติกแล้วก็ช้อนไปด้วย ไปเก็บดินหรือว่าเห็ดแก่ๆเอาช้อนขูดๆดินใส่ถุงพลาสติกมาขยี้ผสมน้ำใส่บัวรดตามต้นไม้ ดาทำมา 2 ปีแล้วค่ะ ยังไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ทั้งวิ่งตามล่าน้ำล้างเห็ดจากชาวบ้านด้วย เจอคนในหมู่บ้านที่ป่าเห็ดดาก็บอกเค้าไว้หมดว่าเวลาล้างเห็ดอย่าทิ้งน้ำดาจะไปเอา แล้วดาก็ตามเอาถังไปใส่น้ำล้างเห็ดจนเค้าว่าเพี้ยนๆทำไปก็ไม่สำเร็จหรอก บางคนก็ว่าเอ้าเผื่อจะทำได้ จนป่านนี้ก็ยังเงียบไม่มีเห็ดสักกะดอก  :'(

เป็นกำลงใจให้นะคะ น้องเม็ดทรายน่ารักมากค่ะ



nomadic_man คุณดารินทำเหมือนผมเลยครับ เก็บดินมาจากป่า  ;D ;D ลองศึกษาดูบทความที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้านี้ดูนะครับ บทส่งท้าย สายใยที่ถักทอ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93941.msg2522381#msg2522381) อ้อแล้วก็วิธีที่คุณดารินทำหากทำต่อไปก็อาจมีเห็ดเกิดขึ้นได้ครับ แต่มันมีเคล็ดลับนิดนึง คือตอนไปเอาดินจากป่ามา(บริเวณนั้นต้องมีดอกเห็ดชนิดที่กินได้เกิดเยอะๆด้วยยิ่งดี)ให้สังเกตดูด้วยว่าบริเวณนั้นมีต้นไม้ชนิดไหนบ้าง(มันยากตรงนี้แหละ)  >:( หากมีต้นไม้ชนิดเดียวกันกับที่เรามีอยู่แล้วโอกาสที่จะมีเชื้อเห็ดราที่เข้ากันได้เป็นไปได้สูงครับ สู้ๆครับผม



นี่เป็นการขยายดินหัวเชื้อเห็ดราจากป่าล่าสุดของผมครับ จากนั้นผมจะขยายต่อเพื่อเปลี่ยนถุงต้นยางนา ต้นตะเคียน ก่อนนำไปปลูก ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าเชื้อเห็ดราที่ขยายได้เป็นชนิดไหน ใช่ mycorrhiza หรือไม่ ถือว่าเป็นการทดลองเพื่อเก็บข้อมูลครับผม

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-027_zpspgnajqbc.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2014, 10:42:44 AM
คลังแสงสำหรับปลูกป่าเห็ดปีนี้ เตรียมพร้อมสำหรับเปลี่ยนถุงแล้ว รอเพียงขยายดินหัวเชื้อเห็ดราจากป่าเท่านั้น ต้นยางนาลักษณะที่ไม่ค่อยสวย(ลำต้นคดงอ มีกิ่งแยก)ไม่เป็นที่ต้องการสำหรับผู้อื่น แต่สำหรับผมแล้ว ขอแค่แข็งแรงดีก็พอ เพราะเราจะสร้าง "ป่าเห็ด" ครับผม

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-028_zpsquiviw74.jpg)



แล้วต้นสนสามใบนี่หละ มาได้อย่างไร  ;D ;D คือที่ข้างบ้านพักมีต้นสนสามใบขึ้นอยู่และปีก่อนมีเห็ดละโงกไข่ไก่ขึ้นด้วย ผมจึงเข้าใจเอาว่าต้นสนสามใบน่าจะเป็นชู้กับเห็ดละโงกได้ จึงซื้อมาในราคาต้นละ 5 บาท (ไปขูดรีดแม่ค้าเอาต้นขนาดเล็กที่สุดมา  >:( ) จำนวน 20 ต้น เพื่อนำมาทำการทดลอง บ้าไปแล้ว  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-029_zpsfuqji6pm.jpg)



แปลงสตรอว์เบอร์รี่ข้างบ้านพักสำหรับน้องเม็ดทราย เพราะคนปลูกไม่สามารถเก็บกินได้ทันเลยสักครั้ง  >:( กำลังออกดอกติดผลอีกชุดพอให้น้องเม็ดทรายได้วนมาเล่นข้างบ้านทุกวัน เพื่อตรวจตราดูว่ามีลูกไหนพอเก็บกินได้บ้าง  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-030_zpsfghvfvmv.jpg)



ผมเพาะต้นแอปเปิ้ลไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้วมี 3 สายพันธุ์คือ แอปเปิ้ลแดง ฟูจิ กาล่า ตามที่กูรูเขาบอกมาว่าต้องมี 2 สายพันธุ์ขึ้นไปแอปเปิ้ลจึงจะเกิดการผสมเกสรติดผลได้ (แต่ที่สำคัญคือการติดดอก) กะว่าจะปลูกไว้สายพันธุ์ละสัก 10 ต้นโดยเลือกเอาจากต้นที่เพาะเมล็ดที่ดูสมบูรณ์กว่าต้นอื่นๆ ครับผม

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-031_zpscsnyx0le.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-032_zpsbspp7x0q.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: IamYing ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2014, 01:09:47 PM
ติดตามอ่านจนจบ   อยากจะปลูกป่าไว้หาเห็ดบ้าง  แต่คงต้องรบกับท่านแม่ซะก่อน   หญิงอยู่เลยเหมือนกันค่ะ   อยู่อำเภอเมือง  ตอนนี้ย้ายมาเป็นสะใภ้โคราช
กำลังปลูกผักสวนครัวในบ้าน  มีโอกาสคงได้แวะไปเยี่ยมชมป่าเห็ดนะคะ



nomadic_man หากได้ผ่านมาทางนี้ก็ยินดีต้อนรับครับ  ;) กลัวแต่ว่าจะไม่เป็นดังหวังเพราะที่สวนตอนนี้ยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างนัก  >:( ส่วนใหญ่ที่ผมเสนอเป็นเพียงภาพฝันในอนาคตครับ  ;D แต่ก็นั่นแหละหากเราไม่มีความฝันไว้ให้ไขว่ขว้า ชีวิตคงไม่มีรสชาติ ส่วนการอยากมีป่าเห็ดส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามีพื้นที่น้อยๆ พอปลูกต้นไม้ได้สัก 4-5 ต้นก็เพียงพอแล้วครับ หรือหากไม่มีพื้นที่หรือไม่มีแรงส่งเสริมจากคนรอบข้างก็ทดลองปลูกแค่ต้นเดียวก็ได้ครับ เอาแบบเน้นๆไปเลย เท่าที่เห็นตอนนี้มีต้นแคกับต้นทองหลางที่สามารถอยู่ร่วมกับเห็ดตับเต่า(มีผู้ผลิตเชื้อจำหน่ายหลายเจ้าแล้ว) ได้อย่างแน่นอน ครับผม


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2014, 11:55:02 PM
บรรยากาศบ้านสวนเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน(และแล้ง)เต็มตัว งานที่บ้านสวนและสวนล่างส่วนใหญ่จึงเป็นการรดน้ำต้นไม้เพื่อประทังชีวิตให้รอดแล้งนี้ไปให้ได้ เย็นวันนี้ไม่ได้ทำอะไรมากเนื่องจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปรดน้ำต้นไม้มาแล้ว  ;D จึงพาน้องเม็ดทรายมาเที่ยวชมบ้านสวนในบรรยากาศแล้งๆ ที่ต้นแคฝรั่งกำลังจะผลิดอก

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-033_zpsvp5n8or5.jpg)




กระสอบที่เห็นอยู่ข้้างหลังคือ "ขี้หมูทองคำ" ใครมีเงินหากอยากได้ทองมาใส่แค่เดินเข้าร้านก็ออกมาพร้อมกับสร้อยทองแล้ว แต่ขี้หมู ณ เวลานี้ใช่ว่ามีเงินแล้วจะหามาได้โดยง่าย เด้อ สิบอกให้  ;D  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-034_zpseydogivi.jpg)



ที่ไม่ทำอะไรมากในเย็นวันนี้เพราะต้องไปดูช่างสร้างสะพาน(ขนาดย่อม)เพื่อข้ามลำห้วยเล็กๆสายหนึ่ง ไปยังพื้นที่แห่งความฝันผืนใหม่ โปรดติดตามได้ในตอนต่อไป ปลายฝันที่ 9 สวนไกล ครับผม ;)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-014/14-035_zpsrluaxeql.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้หมู่วุฒิฅนขอนแก่น ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2014, 09:12:57 AM
โอ๊ยอิจฉาเด้ มีเห็ดกินแบบไม่ต้องซื้อไม่มีคนแย่งเก็บบ่คือบ้านผมเลย ไม่มีป่าให้เก็บเห็ดเห็ดออกที เดินไปเก็บเจอแต่คนเต็มไปหมดว่าจะลองดูเห็ดตับเต่าดูก่อนสั่งเชื้อเห็ดไว้ยังไม่ได้เลยครับ แล้วเห็ดตับเต่ามันออกไหมครับที่ได้ทดสอบไว้ ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องเห็ดๆๆ



nomadic_man ยังไม่ต้องอิจฉาหรอกครับ เพราะป่าที่ผมไปหากินอยู่เมื่อถึงฤดูเก็บเห็ดคนก็พอๆกับตลาดนัดคลองถมเลยครับ  ;D  ;D โชคดีที่ว่าป่ายังผืนใหญ่จึงพอมีเห็ดให้เก็บกินสำหรับทุกคนที่เข้าไปหา ได้มากบ้าง น้อยบบ้างก็ตามแต่โอกาสจะอำนวย ส่วนที่บ้านสวนผมเริ่มมีเห็ดออกแต่ยังไม่เยอะมากครับ จึงต้องมีการปลูกต้นไม้สำหรับป่าเห็ดเพิ่ม ในส่วนของเห็ดตับเต่าที่ผมทดลองไปรอบแรกได้ใส่เชื้อในช่วงกลางฤดูฝนกับต้นไม้ต่างๆเช่น แค มะกอกน้ำ เต็ง รัง ตะแบกป่า มะม่วง ยังต้องรอคอยติดตามผลในฤดูกาลนี้ละครับ หากไม่มีเห็ดตับเต่าเกิดก็ต้องทดลองเพิ่มอีกเส้นทางหนึ่ง (ตอนนี้ผมสั่งเชื้อแต่ยังไม่ได้ หากได้เชื้อเห็ดมาจะเล่าเส้นทางทดลองอีกวิธีให้ฟังนะครับ  :) )


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2014, 09:55:43 PM
ผ่านมาก็หลายวันแล้วยังไปไม่ถึง "สวนไกล" สักที  >:( เนื่องด้วยเรื่องยุ่งๆ(แต่ไม่ยากนัก) ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะปลูกต้นไม้ในปีนี้ ข่าวแว่วมาว่าจะแล้งขนาดหนัก  >:( จึงต้องวางแผนให้เหมาะสมกับความเกียจคร้านของตัวผมเอง เพราะ"สิ่งไหนบ้างไม่จำเป็นต้องทำ" ยังเป็นแนวทางหลักของบ้านสวน สวนล่างและสวนไกล  :) ...



เริ่มด้วยความคืบหน้าของสะพานขนาดเล็ก(เทปูนก่อบล๊อก)เพื่อทำทางข้ามลำห้วยเข้าไปยังสวนไกล "มีทางเข้าอื่นไหม" เสียงถามยืนยันเพื่อให้แน่ใจของหัวหน้าช่างรับเหมาก่อนเริ่มดำเนินการ "ไม่มีแล้วครับ"ผมตอบ จึงเป็นที่มาของการตัดเส้นทางสายใหม่เพื่อให้ผู้คนใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยมีบล๊อกปูนข้ามลำห้วยเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-001_zpsj7lht2dh.jpg)




ความคืบหน้าเมื่อวันก่อนเป็นไปอย่างเรียบร้อย ที่ว่าเรียบร้อยหมายถึงงบที่บานปลายนะ  >:( แต่ไม่เป็นไร งานออกมาดูดีระดับนึง(เพราะเรายืนยันว่าแพงไม่ว่าขอให้คงทนใช้ยาวนาน) "สิบล้อก็สิบล้อเหอะผ่านฉลุย" เสียงรับประกันจากหัวหน้าช่างรับเหมา "ว่าไงก็ว่างั้น" ผมคิดในใจ  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-002_zpsqs9b4tfp.jpg)



สระน้ำข้างหลังเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้สะพานข้ามลำห้วยต้องสามารถทานน้ำหนักของรถใหญ่เช่น แบคโฮได้ เพราะสระเกิดจากการดันดินของรถไถนาเท่านั้น หากอยากใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องมีการปรับแต่งสระขนานใหญ่

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-003_zpscs7j4pil.jpg)


ข้ามมาดูที่ผักหวานป่ารุ่นทดลองของสวนล่างบ้าง ที่เห็นเป็นผักหวานที่ปลูกด้วยการหยอดเมล็ดโดยใช้เหล็กแทงดินนำเสียก่อนค่อยวางเมล็ดตาม หยอดไว้ประมาณ 20 เมล็ด แทบจะไม่ได้ดูแลเหมือนกลุ่มที่ปลูกไว้บริเวณบ้านสวน แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจำนวนหนึ่งจะเริ่มปรับตัวได้กับความเกียจคร้านของผู้ดูแล  ;D จึงมีบางต้นเริ่มแตกยอดใหม่ขึ้นมาหลังจากได้ปุ๋ยขี้หมู คลุมฟาง และรดน้ำเดือนละ 2 ครั้ง  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-004_zpslrvn0fhf.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ขอบฟ้าที่ 4 แล้วโลกนี้จะยังมีนักเดินทางไว้ทำไม
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2014, 10:23:34 PM
นี่คือต้นไม้ที่ผมตัดสินใจว่าจะปลูกในปีนี้ของสวนไกล พะยอม 10 ต้น(พึ่งหามาได้ในราคาย่อมเยา) ตะขบ 100 ต้นสำหรับเป็นพี่เลี้ยงผักหวานปีหน้า ยางนา 200 ต้น(เป็นอย่างต่ำ) มะฮอกกานีร่วมครึ่งร้อยสำหรับแนวเขตแดน โดยใช้พื้นที่ประมาณ 1/4 เพราะที่เหลือตกลงกับแม่น้องเม็ดทรายว่าจะให้ญาติๆมาบุกเบิกพื้นที่ให้เพื่อแลกกับการทำไร่ขิงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลความแห้งแล้งที่น่าจะยาวนานและรุนแรงของปีนี้ พร้อมกับยังยืนยันหลักการไม่จ้างคนเพื่อปลูกต้นไม้(ผมคิดเอาไว้ว่าจะไม่คิดค่าเช่าที่แต่ขอแลกกับแรงงานในการบุกเบิกพื้นที่และขุดรูไว้ประมาณ 500 หลุม ส่วนงานปลูก "ข้าขอลุยเอง"  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-005_zpsksiceq4r.jpg)



ต้นกล้าแอปเปิ้ล 3 สายพันธุ์ที่เพาะไว้น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับผู้เข้ารอบสุดท้ายสายพันธุ์ละ 10 ต้น สำหรับปลูกปีหน้าเช่นกัน โดยจะปลูกที่ป่าสักของบ้านสวนที่จะตัดออกในฤดูหนาวปลายปีนี้ ส่วนตะเคียน 100 ต้น สะเดา 20 ต้น นำไปปลูกในพื้นที่ 1/4 ของสวนไกลที่ตั้งใจไว้ตามเป้าหมายของเส้นทาง "ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน" ในถาดหลุมที่เห็นถาดหนึ่งเป็นความล้มเหลวของการเพาะกล้าตะขบเอง  >:( อีกถาดเพาะเมล็ดต้นก่อเอาไว้งอกประมาณ 20 ต้น คงต้องเตรียมไว้ปลูกแซมในปีหน้าเช่นกันเพราะขนาดต้นยังเล็กเกินออกไปเผชิญโลกกว้าง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-006_zpsysdawdvr.jpg)



พักเหนื่อยเหลียวมองบ้านสวนยามแลงจากสวนล่าง หลังไปขอแกลบดิบมาได้ 9 กระสอบ โดยเทใส่โคนต้นตะขบบริเวณพื้นที่ลาดเอียงแล้วเตะๆเขี่ยๆให้มันกระจายเพื่อคลุมผิวดินและรอคอยวันเวลาย่อยสลายกลายเป็นหน้าดินในสักวันหนึ่ง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-007_zpsqnzhheyu.jpg)



นี่เป็นต้นไม้ผู้โชคดีได้เดินทางไกลไปอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งแถวๆเกษตรที่สูงภูเรือ เพราะมีรุ่นพี่ไปออกค่ายที่นั่น ผมจึงอาสานำต้นไม้ไปให้ปลูก 50 ต้นเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา คือ ยางนา ตะเคียน มะฮอกกานีและสนสามใบ น่าเสียดายไม่ได้อยู่ช่วยปลูกเพราะติดภารกิจต้องกลับมาแต่เช้าในวันรุ่งขึ้น หวังว่าทางโรงเรียนจะดูแลเป็นอย่างดีเด้อ เพราะอีก4-5 ปีข้างหน้า อาจมีเห็ดป่าที่กินได้ออกมาให้เก็บก็เป็นได้  ;D (ผมเปลี่ยนถุงใหม่โดยใช้ดินเชื้อเห็ดจากป่า)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-008_zpsbd7xskx8.jpg)


หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน เพียงดอกไม้ ริมรายทาง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2014, 11:38:59 PM
เพียงดอกไม้ ริมรายทาง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-009_zpsvt48omps.jpg)

หลายต่อหลายครั้งในการเดินทาง คุณมักจะถามตนเองเสมอว่า “นี่ผมกระเสือกกระสนมาทำห่าเหวอะไรวะ” ครั้งนี้ก็เป็นเช่นนั้น ทั้งๆที่สายตาต้องจ้องมองเส้นทางให้สอดประสานกับมือที่บังคับพวงมาลัย เท้าที่คอยเหยียบเบรก, คันเร่งหรือคลัตช์ อีกทั้งหูคอยรับฟังเสียงเพลงที่แตกพร่าจากเครื่องเสียงเก่าๆติดรถ ถึงกระนั้นก็ตามระบบประมวลความคิดของคุณยังคงวนเวียนอยู่กับประโยคเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้ว... ซ้ำเล่า... “ผมมาทำห่าเหวอะไรวะ” ชั่วขณะที่เท้าแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วของรถให้ประคองตัวผ่านโค้งหักศอกอย่างปลอดภัย คุณหวนคิดถึงค่ำคืนนั้นที่รับปากกับรุ่นพี่เอาไว้ “ไม่ต้องเป็นห่วง หากหาคนปลูกได้ ผมก็หาต้นไม้ให้ได้ เอาสักร้อยต้นพอไหม”



ภาพประกอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่แต่งขึ้นแต่อย่างใด : หลังจากขับรถบนเส้นทางอันเปลี่ยวดายและแสนจะวกวน รถนำส่งต้นไม้ก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ท่ามกลางผู้คนไม่เป็นที่รู้จักแต่แสนจะอบอุ่น...
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-010_zpsl6wey435.jpg)



คุณไม่เคยเชื่อในเรื่องของโชคชะตา  แต่คุณก็ไม่เคยคิดว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจากความบังเอิญ การที่ได้พบรุ่นพี่ผู้นี้ด้วยหน้าที่การงานภายหลังไม่เจอกันมานาน คุณคิดแต่เพียงว่า “หากผมเป็นผู้จัดการบริษัทนะ ตำแหน่งอย่างนี้ผมจะไม่พิจารณาผู้ชายเป็นอันขาด ต้องหญิงสาวสวยๆเท่านั้น” ก็น่าแปลกที่เรื่องราวซึ่งเขาจดจำคุณได้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับคุณจดจำเขาได้ ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ท้ายที่สุดคุณก็สนิทสนมกับเขาอย่างไม่รู้ตัว

หากเป็นเมื่อหลายปีก่อนคุณคงหงุดหงิดไม่น้อยกับการทำอะไรไม่ถูก อาจดูเหมือนเมฆฝนก้อนน้อยหลงฤดูเมื่อเป็นคนนอกที่พลัดหลงเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้คนที่มีสายสัมพันธ์ต่อกัน แต่หลังจากมันปลา*ต้นนั้นเริ่มผลิดอกออกกลิ่นที่คุ้นเคย ทั้งๆต้องถูกอพยพย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิดมาไกล คุณเองก็ค่อยๆซึมซับถึงวิถีความพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมอันไม่คุ้นเคยเฉกเช่นกัน

ไม่มีใครเห็นด้วยกับการเดินทางครั้งนี้แม้ระยะทางเพียงครึ่งร้อยกิโลเมตร ทั้งเธอ, เด็กหญิง หรือแม้แต่เพื่อนของคุณที่ปฏิเสธการร่วมทางในวินาทีสุดท้าย และแน่นอน... รวมถึงตัวคุณเองด้วย  “นี่ผมกระเสือกกระสนมาทำห่าเหวอะไรวะ” ความคิดนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวของคุณตลอดเส้นทางคดเคี้ยวที่ผ่านมา



ภาพประกอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่แต่งขึ้นแต่อย่างใด : กางเต๊นท์เรียบร้อยเพียงลำพังอย่างมืออาชีพ เตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยวดายแห่งค่ำคืนที่ไม่หนาวกายแต่หนาวใจ
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-011_zpsmkuk0rdx.jpg)



เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อส่งมอบต้นไม้จำนวนครึ่งหนึ่งหลังจากที่คุยกันไว้ในค่ำคืนนั้น(ด้วยความสบายใจของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายปลูกไม่ต้องการจำนวนมากเกินไป ฝ่ายให้ก็มาคิดเสียดายตามหลังหากต้องนำต้นไม้ที่ตนเองประคบประหงมเพื่อเตรียมไว้ปลูกไปให้ผู้อื่นเป็นร้อยต้น) คุณจึงรีบออกเดินทางกลับด้วยธุระจำเป็นและเร่งด่วนที่รออยู่โดยไม่มีโอกาสปลูกต้นไม้ที่นำมาสักต้นลงผืนดิน “ขอให้รอดปลอดภัย” คุณกล่าวอวยพรพวกมันอย่างอาวรณ์

บางคราวคนเราไม่อาจทราบได้ว่า จุดหมายปลายทางที่หวังเอาไว้จะประสบพบเจอกับอะไรบ้าง หากไม่เป็นเช่นที่หวังย่อมผิดหวัง หากเกินหวังย่อมสุขสันต์ แล้วหากไม่คาดหวังอันใดเล่า ยังจะมีสิ่งใดให้ผูกพัน... ระหว่างทางเพียงชั่วขณะหนึ่งที่คุณละสายตาจากเส้นทางเบื้องหน้า เท้าทั้งสองสอดประสานกันอย่างลงตัวเพื่อให้ความเร็วของรถลดลง จนกระทั่งหยุดแอบอิงอยู่ริมทาง คุณจึงเปิดประตูรถแล้วก้าวออกมา จ้องมองไปข้างหน้าและสูดลมหายใจเข้ายาวๆ จากนั้นก็เปล่งเสียงกู่ก้องออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-012_zpsnkjwugui.jpg)



หมายเหตุ *ต้นมันปลาคือต้นกันเกรา เป็นชื่อเรียกภาษาถิ่นอีสาน


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน เพียงดอกไม้ ริมรายทาง
เริ่มหัวข้อโดย: kwanbanna ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2014, 07:43:00 PM
ภาพสวย มีชีวิต สวยมากๆ ค่ะ



nomadic_man ขอบคุณมากครับพี่ขวัญ สำหรับผมแล้ว ภาพถ่ายเป็นสิ่งให้หวนคิดถึงเหตุการณ์หรือบรรยากาศ ไม่ว่าภาพแต่ละภาพที่ถูกถ่ายออกมาจะเป็นเช่นไร วัดแสงถูกบ้างไม่ถูกบ้าง ความชัดลึกไม่เป็นตามต้องการ แต่เคยไหมล่ะครับ ที่จ้องมองภาพถ่ายอันแสนจะธรรมดาๆใบหนึ่งอยู่ดีๆ น้ำตามันไหลออกมาไม่รู้ตัว...

รูปถ่ายทุกใบมีข้างหลังภาพ ครับผม


หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2014, 10:14:46 PM
“มีบ้านสวนแล้ว สวนล่างแล้ว งั้นสวนนี้น้องเม็ดทรายก็ต้องเรียกว่า สวนไกลสิ” ผมกล่าวขึ้นมาลอยๆโดยไม่คิดอะไรมากขณะขับรถกลับจากการไปสำรวจที่ดินผืนหนึ่งอีกหน “อย่าพึ่งพูดอย่างนั้น ยังไม่ได้ตกลงซื้อขายกันเสียหน่อย” เสียงเธอกล่าวตอบกลับมาอย่างดุๆ “อีกอย่างนะถ้าเราซื้อที่แปลงนี้จริงๆ แล้วจะเอาเงินมาจากไหนล่ะ” ผมเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ระหว่างนั้นก็คิดถึงเงินเก็บก้อนสุดท้ายของเธอที่แปรสภาพเป็นสวนล่างเรียบร้อยเมื่อหลายเดือนก่อน...

“ไม่เห็นยากอะไรเลย ก็กู้สิ” ผมตอบแทบจะทันทีเมื่อเธอถามว่า “แล้วจะเอาเงินมาจากไหนล่ะ” เป็นการตอบแบบไม่ต้องคิดในเย็นวันหนึ่งขณะเรากำลังช่วยกันปลูกต้นไม้อยู่สวนล่าง มันเป็นช่วงเวลาที่ผมยืนพักเหนื่อยและกำลังมองไปยังส่วนต่างๆของพื้นที่พร้อมจินตนาการถึงภาพฝัน จู่ๆเธอก็ถามขึ้นมา
“พ่อยังอยากได้ที่อีกสักผืนไหม”
“แม่ถามทำไมเหรอ”
“ไม่รู้... ก็ถามดูเฉยๆ”
ผมหัวเราะออกมาก่อนตอบเธอว่า “ไม่เห็นต้องถามเลย อยากได้สิ”
“แล้วจะเอาเงินมาจากไหนล่ะจ๊ะ”

ทั้งๆที่มีที่บ้านสวนเมื่อหลายปีก่อน ตามมาด้วยสวนล่าง จนเริ่มมีเพื่อนร่วมงานแซวว่าจะเป็น Land Lord หรือไง “บ้าเหรอเป็นได้จริงๆก็ดีสิ” ผมแย้งในใจ ถึงจะมีที่ดิน 2 แปลงแต่รวมกันแล้วยังไม่ถึง 4 ไร่ด้วยซ้ำและยังทำให้เงินเก็บในบัญชีของเธอเหลือใกล้เคียงกับช่วงเวลาเริ่มทำงานใหม่ๆ (ส่วนของผมคงไม่ต้องกล่าวถึง) ความใฝ่ฝันของผมซึ่งอยากมีที่ดินสัก 10 ไร่ในแปลงเดียวคงไม่มีวันเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

เราได้ข่าวที่ดินผืนนี้จากรุ่นพี่ที่ทำงานองค์กรเดียวกันมาเล่าให้ฟังว่า มีที่แปลงหนึ่งราวๆ 20 ไร่เจ้าของมีความต้องการอยากขาย “ที่สวยมาก พี่เคยไปหาหน่อไม้แถวนั้นบ่อยๆ มีสระน้ำอยู่แล้วด้วย 2 สระ หากสนใจบอกพี่ได้ จะพาไปดู” บ้าไปแล้วเหรอครับพี่น้องแม้ว มนุษย์เงินเดือนอย่างผมทำงานเป็นลูกน้องเขา ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เป็นลูกจ้างชั่ว(คราว)รายปี เฮ้ย ไม่ใช่ เคยเป็นนี่หว่า เออช่างมัน จะสถานะใดก็ไม่ต่างกันหากมองภาพเพียงฟันเฟืองตัวหนึ่งในระบบเท่านั้น “ครับพี่” ผมตอบแกไปแบบไม่ให้เสียน้ำใจ จากนั้นอีกหลายเดือนเมื่อปู่น้องเม็ดทรายมาเยี่ยม ผมคิดอย่างไรไม่รู้จึงชักชวนแกไปดูที่เล่นๆ โดยนัดแนะกับรุ่นพี่ที่แนะนำเอาไว้

“เป็นไง สนใจไหม” เสียงแฟนของรุ่นพี่ถามเมื่อเจอกันหลังจากเราไปดูที่ดินผืนนั้นอีกหน เนื่องด้วยราคาที่เจ้าของเรียกมาสูงพอสมควรสำหรับเรา ผมคุยกับเธอหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ บ้านก็ยังไม่มีอยู่แค่อาศัยบ้านพักเขา รถก็ยังไม่มีแค่อาศัยรถเก่าๆมรดกตกทอดจากปู่น้องเม็ดทรายมาใช้พอแก้ขัด มีเด็กหญิงแล้วและกำลังจะโตขึ้นเรื่อยๆต้องใช้เงิน หนี้กองทุนกู้ยืมยังผ่อนไม่หมดทั้งสองคน แต่อย่างน้อยก็พอมีบ้านสวนกับสวนล่าง แล้วเราจะไปกู้เงินหลักล้านมาให้เสียดอกเป็นหลายแสนกันทำไม “แล้วแต่” เสียงเธอก้องอยู่ในหัวผมเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ผมลังเลใจอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนพูดขึ้น “ผมว่าผมสู้คนเดียวไม่ไหวครับ แบ่งกันคนละครึ่งไหมพี่”

ผมไม่อาจคาดเดาความคิดของรุ่นพี่ตอนที่แกบอกว่ามีคนเสนอขายที่ผืนนี้ให้มาเป็นปีๆแล้ว ไม่อาจคาดเดาได้ว่าทำไมแกต้องมาเล่าให้ผมฟัง(ก่อนหน้านี้เราเองก็ไม่ได้สนิทสมนกันมากนัก) ทั้งๆที่ผู้คนในองค์กรตั้งมากมายมีกำลังทรัพย์พร้อมซื้อที่ดินผืนนี้ได้ในทันที ผมไม่อาจคาดเดาความรู้สึกของแฟนรุ่นพี่เมื่อตอบตกลงแบ่งที่กันคนละครึ่ง และเช่นกันรุ่นพี่ก็ไม่อาจคาดเดาจิตใจของผมได้ว่าคิดเห็นประการใดกับการไปสำรวจที่ดินร่วมกัน

ท่ามกลางความมืดมัวและสายหมอกสลัว การโยนหินถามทางก็เป็นตัวเลือกที่ดีก่อนก้าวย่าง นั่นเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของพวกเราสองครอบครัว ที่ได้ทำพันธะสัญญาซึ่งกันและกัน เพื่อต่อสู้ดิ้นรน ไขว่คว้าทุกโอกาส เกาะเกี่ยวทุกความหวัง ให้ได้ที่ดินผืนนั้นมาครอบครอง... อ้อ ผมเกือบลืมบอกไปหากพูดกันอย่างชาวบ้าน ที่ดินราคาหลักล้านที่เขาเสนอมามีแต่คนหัวร่อ เพราะที่ดินผืนนั้น เป็นที่ตาบอด ครับผม (ที่ตาบอดเป็นภาษาชาวบ้าน หมายถึงที่ที่ไม่มีทางเข้าเพราะรายล้อมด้วยที่ดินผืนอื่นทุกด้าน)



ที่ดินผืนนี้เป็นทางยาวตามแนวตะวันออก-ตะวันตก กะประมาณโดยสายตาคร่าวๆว่าน่าจะแบ่งครึ่งตรงกอไผ่บงป่าที่เห็นตามภาพตั้ง
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-013_zpscfwqaq9t.jpg)

มองจากทางทิศใต้ซึ่งติดกับนาของชาวบ้าน
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-014_zpswb2nw6ok.jpg)


สระน้ำลูกนี้ไม่ต้องปรับแต่งมากนักอยู่ทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นฝั่งที่รุ่นพี่ของผมตัดสินใจเลือก
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-015_zpsg1njehpb.jpg)


ป่าสักที่เห็นคือที่ของผู้อื่นทางทิศตะวันตก ฝั่งนี้คือสวนไกลของน้องเม็ดทราย และสระที่เห็นอยู่ข้างล่างต้องปรับปรุงเพื่อการใช้ประโยชน์สูงสุด
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-016_zpsfoj3aaoq.jpg)


ถัดจากสระมาทางทิศใต้ เขตแดนน่าจะเป็นแนวกอไผ่บงป่า คาดว่าคงไม่ทำอะไรมาก ปล่อยให้เป็นที่หากินชาวบ้านต่อไป เพราะเรามาทีหลัง
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-017_zpslrxfar2v.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: darin ที่ มีนาคม 01, 2014, 06:39:21 AM
สู้ๆ ค่ะ มาส่งกำลังใจให้ตอนเช้า



nomadic_man ขอบคุณมากครับ  :)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มีนาคม 06, 2014, 09:57:47 PM
ผักหวานที่หยอดด้วยเมล็ดเมื่อ พ.ค. ปีที่แล้ว กำลังแตกยอดตามฤดูกาล ส่วนใหญ่ต้นที่รอดและเติบโตมักเป็นกลุ่มที่ปลูกกับต้นตะขบ แต่ผมก็ยังไม่อาจทำใจเชื่อได้ว่าตะขบทำให้ผักหวานโต เพราะในการปลูกตะขบมีการเตรียมดินอย่างดีโดยขุดหลุม 50*50*50 ซม. แล้วผสมดินกับขี้วัว เป็นได้ว่าที่ผักหวานกลุ่มนี้เจริญเติบโต(บ้าง) ทั้งๆที่รดน้ำแค่สัปดาห์ละครั้ง(2 บัวรดน้ำต่อตะขบ 1 ต้น) อาจเกิดจากสมมติฐาน 1.ตะขบเป็นพี่เลี้ยงที่ดี หรือ 2.การเตรียมดินสำหรับปลูก ซึ่งต้องทดลองเพื่อหาข้อสรุปกันต่อไป

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-018_zpsya7gr4y5.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-019_zpslpofnlyg.jpg)



ส่วนผักหวานหยอดเมล็ดที่มีผักหวานล้อมจากป่าเป็นพี่เลี้ยง  ;D ก็แตกยอดบ้าง ทั้งๆที่ไม่มีต้นไม้อื่นอยู่ใกล้เคียงมาก(จึงต้องใช้แสลนช่วยพรางแสงแดด) นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมยังไม่ปักใจเชื่อในเรื่องของพี่เลี้ยง (การเตรียมหลุมปลูกเหมือนกันกับต้นตะขบ)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-020_zpspgcocofh.jpg)



ใบสัก ที่ผมเคยได้ยินว่าเป็นอุปสรรคต่อผักหวานเพราะมันจะร่วงหล่นลงมาช่วงเดียวกับที่ผักหวานแตกยอด โชคดีที่ผักหวานผมแตกยอดไม่มาก จึงถือโอกาสเปลี่ยนอุปสรรคเป็นวัสดุที่ก่อประโยชน์แทน(เก็บมาบังแดดให้ผักหวานต้นน้อยเสียเลย)ตามแนวคิดของกลุ่ม permaculture  :)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-021_zpsmskqwmb8.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-022_zpssz4c2hf5.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มีนาคม 06, 2014, 10:13:30 PM
ตอนไปซื้อต้นไม้ที่ อ.วังทองได้ต้นหมากเบน(ตะขบป่า)* มา 2 ต้น วันก่อนไปเดินเล่นเก็บภาพผักหวาน เจอต้นไม้ที่ลักษณะใบคล้ายๆกัน ดูไปดูมาคิดว่าใช่แน่ๆ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เราฟันทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า(เพราะมีหนามจึงคิดว่ามันจะเป็นแค่ต้นไม้มีหนามธรรมดาๆ) แต่มันก็ไม่ยอมตายเสียที กลับแตกกิ่งก้านออกมาใหม่คล้ายไม่อาทรต่อสิ่งใด หากใช่หมากเบนจริง นั่นหมายความว่า ในที่ดินของเราอาจมีต้นไม้ที่เราต้องการ ซึ่งรอคอยอย่างอดทนและเงียบงันให้เราค้นพบ

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-023_zpsii3mshyw.jpg)


ต้นนี้ก็ดูคล้ายๆแต่ทำไมลักษณะใบมันยาวรีเช่นนี้ ผู้รู้วานบอกทีว่าใช่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ผมคงต้องลองเสี่ยงกับไม้หนาม(ที่อาจเป็นหมากเบน)กันดูสักหลายปี หากโชคดีใช่ก็ดีไป หากไม่ก็ค่อยฟันลงมาเป็นฟืน ครับผม  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-024_zpsaca7y2fv.jpg)


กองถุงขี้หมูทองคำยังไม่มีโอกาสเทใส่ใต้นไม้เสียที เนื่องจากติดภารกิจรดน้ำผักหวานต้นน้อยๆให้รอดพ้นจาก ความแห้งแล้งอันเหลือทนของชีวิต  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-025_zps2wmddiot.jpg)



ปิดท้ายด้วยบรรยากาศร้อนลมแล้ง เก็บภาพสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มรดน้ำต้นไม้  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-026_zpszfiqhfjs.jpg)



*ตะขบป่า  (ที่มา http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=45 (http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=45) )

ชื่อสมุนไพร
ตะขบป่า
ชื่ออื่นๆ
เบนโคก (อุบลราชธานี) ตานเสี้ยน มะแกว๋นนก มะแกว๋นป่า มะขบ
ชื่อวิทยาศาสตร์
Flacourtia indica (Burm.f.) Merr.
ชื่อพ้อง
ชื่อวงศ์
Flacourtiaceae

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-027_zpsr0wa2htp.jpg)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
    ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 2-15 เมตร ลำต้น และกิ่งใหญ่ๆมีหนามแหลม กิ่งแก่ๆมักจะไม่มีหนาม กิ่งอ่อนมีหนามแหลมตามซอกใบ หนามยาว 2-4 เซนติเมตร เรือนยอดแผ่กว้าง ปลายกิ่งโค้งลง เปลือกสีเหลืองอมเทาแตกเป็นร่องลึก มีช่องอากาศรูปรีกระจายห่างๆ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ขนาดค่อนข้างเล็ก มักเรียงชิดกันเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง รูปร่าง ขนาด เนื้อใบ และขนที่ปกคลุมแตกต่างกัน ส่วนใหญ่แผ่นใบรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 2-4 เซนติเมตร ปลายกลม โคนสอบแคบ ขอบใบค่อนข้างเรียบ หรือจัก มักจักใกล้ปลายใบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษถึงหนาคล้ายแผ่นหนัง เกลี้ยงถึงมีขนสั้นหนานุ่มทั้งสองด้าน ใบอ่อนและเส้นกลางใบสีแดงอมส้ม เส้นแขนงใบมี 4-6 คู่ เส้นใบย่อยสานกันเป็นร่างแห พอเห็นได้ลางๆ ก้านใบยาว 3-5 มิลลิเมตร ก้านใบสีเขียวหรือแดง มีขน ก้านใบยาว 3-8 มิลลิเมตร ดอกแบบช่อกระจะ ออกเป็นช่อสั้นๆ ตามซอกใบ และปลายกิ่ง มีขน ดอกย่อยจำนวนน้อย ดอกขนาดเล็ก สีขาว แยกเพศอยู่คนละต้น ที่โคนช่อมีใบประดับ บางทีมีหนาม ก้านดอกยาว 3-5 เซนติเมตร มีขน กลีบดอก 5-6 กลีบ รูปไข่ ปลายมน ยาว 1.5 มิลลิเมตร ด้านนอกค่อนข้างเกลี้ยง ด้านในและที่ขอบกลีบมีขนแน่น ดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ จานฐานดอกแยกเป็นแฉกเล็กน้อย หรือหยักมน มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ก้านเกสรยาว 2-2.5 มิลลิเมตร มีขนเฉพาะที่โคน ดอกเพศเมีย จานฐานดอกเรียบ รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มีรังไข่กลม ปลายสอบแคบ มี 1 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียมี 5-6 อัน ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร แต่ละก้านปลายแยกเป็นสองแฉก และม้วนออก กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ รูปไข่ กว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ปลายมน ผิวด้านนอกเกลี้ยง ด้านในและขอบมีขนหนาแน่น

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-028_zpstwtrf5ir.jpg)

ผลกลม หรือรี เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1 เซนติเมตร ออกเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม เป็นพวงเล็กๆ ตามกิ่ง เมื่ออ่อนสีเขียว สุกสีแดงคล้ำ ลักษณะชุ่มน้ำ มี 5-8 เมล็ด มีก้านเกสรเพศเมียติดอยู่ที่ปลายผล ผลจะสุกประมาณเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม รับประทานได้ รสหวานอมฝาด พบตามป่าเต็งรัง ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าผสมผลัดใบ ตลอดจนตามริมแม่น้ำ


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ มีนาคม 07, 2014, 07:42:45 AM
ตอนไปซื้อต้นไม้ที่ อ.วังทองได้ต้นหมากเบน(ตะขบป่า)* มา 2 ต้น วันก่อนไปเดินเล่นเก็บภาพผักหวาน เจอต้นไม้ที่ลักษณะใบคล้ายๆกัน ดูไปดูมาคิดว่าใช่แน่ๆ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เราฟันทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า(เพราะมีหนามจึงคิดว่ามันจะเป็นแค่ต้นไม้มีหนามธรรมดาๆ) แต่มันก็ไม่ยอมตายเสียที กลับแตกกิ่งก้านออกมาใหม่คล้ายไม่อาทรต่อสิ่งใด หากใช่หมากเบนจริง นั่นหมายความว่า ในที่ดินของเราอาจมีต้นไม้ที่เราต้องการ ซึ่งรอคอยอย่างอดทนและเงียบงันให้เราค้นพบ

ต้นนี้ก็ดูคล้ายๆแต่ทำไมลักษณะใบมันยาวรีเช่นนี้ ผู้รู้วานบอกทีว่าใช่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ผมคงต้องลองเสี่ยงกับไม้หนาม(ที่อาจเป็นหมากเบน)กันดูสักหลายปี หากโชคดีใช่ก็ดีไป หากไม่ก็ค่อยฟันลงมาเป็นฟืน ครับผม  ;D


หมากเบนครับ ฟันธงเลย ผักหวานป่าผมต้นหนึ่งหยอดเมล็ดใกล้หมากเบนก็มีชีวิตรอดได้เหมือนกัน เดี๋ยวจะเอารูปมาฝากครับ จริงๆแล้วไม่รู้หรอกว่าหมากเบนเป็นพืชพี่เลี้ยงผักหวานได้ แต่โดยความบังเอิญครับ



nomadic_man ขอบคุณครับที่ช่วยยืนยันว่าเป็นหมากเบน ผมคงปล่อยไว้ให้โตทั้ง 2 ต้น เพราะไม่ได้อยู่ใกล้ต้นไม้อื่นที่ปลูกมากนัก หากโตแล้วยังไงจะลองหยอดเมล็ดผักหวานป่าดูครับผม


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้หมู่วุฒิฅนขอนแก่น ที่ มีนาคม 07, 2014, 08:58:00 AM
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-028_zpstwtrf5ir.jpg)
ขอนแก่นเอิ้นว่าหมากเบน เด้อครับแต่ก่อนมีเพียบ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเจอแล้วคนตัดทิ้งเยอะเพราะมันเป็นหนาม แหลมยาวไม่ค่อยเป็นที่ต้องการแต่ตอนผมเป็นเด็กชอบหลายไปเก็บตอนไปเลีย้งวัวเลี้ยงควาย



nomadic_man เมื่อนานมากแล้วตอนที่เคยลิ้มรสหมากเบนครั้งแรกผมก็ไปปีนเก็บเอาครับ ผ่านมาหลายปีความทรงจำเริ่มเลอะเลือน จำไม่ได้ว่าต้นมันมีหนามหรือไม่ ใบเป็นอย่างไร คิดแต่เพียงว่าอยากหามาปลูก นึกไม่ถึงว่า มันจะเติบโตรอคอยผมที่บ้านสวนแล้ว ถึงจะโดนฟันทิ้งไปกี่หนก็ยังแตกกิ่งก้านขึ้นมาใหม่ สงสัยคงต้องอัดปุ๋ยขี้หมูให้เป็นรางวัลแห่งความทรหดซะหน่อย ครับผม  ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: rung2524 ที่ มีนาคม 07, 2014, 02:26:59 PM
สวัสดีครับ คนด่านซ้าย เหมือนกันเลย ผมอยู่ บ้านนาเบี้ย ต.นาหอ เอง ดีใจครับที่มีคนไกล้ ๆ กัน อาจจะไปขอคำปรึกษา เรื่องผักหวานป่า บ้างครับ
 ปลูกไว้ ปีที่แล้วเหมือนกัน  500 กว่าต้นได้  ครับ



nomadic_man ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ กลัวแต่ว่าผมต้องไปดูงานที่สวนคุณ rung มากกว่า 2524 นี่ปีเกิดหรือเปล่าครับ ถ้าใช่รุ่นเดียวกันกับผมเลย ยินดีที่ได้รู้จักและคาดว่าคงมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ซึ่งกันและกันเพื่อสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืน ครับผม  ;)  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: rung2524 ที่ มีนาคม 08, 2014, 02:05:50 PM
สวัสดีครับ คนด่านซ้าย เหมือนกันเลย ผมอยู่ บ้านนาเบี้ย ต.นาหอ เอง ดีใจครับที่มีคนไกล้ ๆ กัน อาจจะไปขอคำปรึกษา เรื่องผักหวานป่า บ้างครับ
 ปลูกไว้ ปีที่แล้วเหมือนกัน  500 กว่าต้นได้  ครับ



nomadic_man ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ กลัวแต่ว่าผมต้องไปดูงานที่สวนคุณ rung มากกว่า 2524 นี่ปีเกิดหรือเปล่าครับ ถ้าใช่รุ่นเดียวกันกับผมเลย ยินดีที่ได้รู้จักและคาดว่าคงมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ซึ่งกันและกันเพื่อสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืน ครับผม  ;)  ;D ;D


ครับ 2524 เป็นปีเกิดครับ  จบจากศรีสองรักษ์ ปี 42   ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: rung2524 ที่ มีนาคม 08, 2014, 02:17:46 PM
 ;) คุณ nomadic_man อยู่บ้าน นาหว้า หรือ บ้านนาทุ่ม ครับ  ผมพอมีเพื่อนอยู่แถวนั้น สมัยเรียน  ถ้าเกิดปีเดียวกันน่าจะพอรู้จัก  8) 8) 8)



nomadic_man บ้านสวนของผมอยู่ระหว่างหมู่บ้านทั้งสองที่กล่าวมา คิดออกแล้วใช่ไหมครับว่าบ้านไหน  ;D  จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนด่านซ้ายโดยกำเนิด เพียงแค่มาได้แฟนและมีเด็กหญิงเม็ดทรายถือกำเนิดขึ้นที่นี่  ;D  เกือบ 10 ปีแล้วครับนับจากวันที่ผมเดินทางเข้ามาเริ่มต้นทำงาน ณ ด่านซ้าย ตอนนั้นสะพายเป้คู่ใจมาหนึ่งใบกับถุงนอนเท่านั้น ว่าไปแล้วก็เรื่องมันยาวครับผม  :) ผมเองมีเพื่อนร่วมงานหลายคนที่จบจากศรีสองรักษ์ ไม่แน่ใจว่าใช่รุ่นเดียวกันหรือไม่ แต่มีรุ่นพี่ที่ทำงานชอบแซวว่า "ไอ้พวกรุ่นสองสี่นี่อย่าไปคบมัน" 555 ไม่รู้ทำไมเหมือนกันเนอะ  :-X


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: คม นาบาง ที่ มีนาคม 09, 2014, 05:19:23 PM
ขออนุญาตมาทายทักครับ อ่านตั้งแต่ต้นจนหน้านี้แล้ว ขอชมครับ ยอดเยี่ยมมากๆ
เผอิญเจอจุดสำคัญเรื่องนึง ที่ผมเองเคยค้างคาในใจมาก่อนหน้าเช่นกัน และเดี๋ยวนี้นั้นได้พบเจอคำตอบที่คุณกำลังค้นหาอยู่
เรื่อที่ว่านั้นคือ ตะขบกับผักหวาน ใช่คำตอบสุดท้ายจริงๆหรือไม่..
ผมเองทดลองปลูกผักหวานป่า ทุกสายพันธุ์ ที่มีในประเทศไทย ทั้งเมล็ดเล็ก เมล็ดใหญ่ โดยทดลองปลูกกับต้นไม้ชนิดต่างๆ เท่าที่อ่านในเน็ตจำนวนเกือบ 300 ชนิด หลักๆ คือ ตะขบ น้อยหน่า มะขามเทศ แค และอื่นๆ และไม่มีพี่เลี้ยงใดๆ เจ็ดปีเต็ม ผมเจอคำตอบครับ
ผักหวานป่าไม่จำต้องมีพี่เลี้ยงก้อได้ สำคัญที่รากลงลึกในดินหรือไม่ และมีร่มเงาบ้างหรือไม่ แต่สิ่งที่เจอว่า แตกต่างอย่างเห็นชัด คือ
มันไม่ตาย แต่ไม่โตครับ ไม่มีพี่เลี้ยง 7 ปี ก้อสูงแค่เอว ไม่โต แคระแกร็น เทียบกับที่ปลูกกับต้นตะขบแล้วสูงเท่ากัน แต่ปลูกกับ ต้นตะขบแค่ 1 ปี กว่าๆเท่านั้น คำตอบที่ผมเจอ คือ เวลาครับ ตะขบให้มากกว่าคือ เวลา ใช้ตะขบเป็นพี่เลี้ยง เวลาแค่ 2 ปี กว่า ผักหวานป่าจะโตเท่ากับใช้ไม้พี่เลี้ยงอื่นๆ ที่ต้องใช้อายุ 5 ปี กว่าขึ้นไป แม้แต่ต้นแค และมะขามเทศ ครับ



nomadic_man ขอบคุณมากๆครับ  :-[ ที่เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับผักหวานป่า จริงๆใจของผมเองก็โอนเอียงมากกว่าครึ่งแล้วในความเชื่อที่ว่า "ตะขบเป็นพี่เลี้ยงผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ด" (ก็ปลูกตะขบไปร่วมร้อยต้นแล้วเมื่อปีกลายและปีนี้คงปลูกเพิ่มจำนวนเท่าๆกัน  ;D ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ต้องตั้งข้อสงสัยเนื่องจากไม่อยากให้สมาชิกท่านใดอ่านแล้วเชื่อในทันที (ปีก่อนผมเองก็ศึกษาหาข้อมูลอยู่นานก่อนปลูกผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ด) ควรลงมือทดลองด้วยตนเองในพื้นที่ของแต่ละท่านจะดีที่สุด "เพราะสิ่งที่ดีที่สุดของบางที่อาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมของอีกที่" ที่ผมกล้าปลูกต้นตะขบเยอะ จริงๆแล้วเป็นเพราะสวนบนกับสวนล่างของน้องเม็ดทรายแล้งได้ใจ จึงต้องหาไม้เบิกนำเพื่อสร้างร่มเงาและปรับสภาพหน้าดิน เท่านั้นเองครับผม บังเอิญแค่พอปลูกอะไรๆก็ไม่ค่อยรอด แต่ก็ยังปลูกต้นไม้ทุกๆปีในหลุมเดิมที่ต้นไม้ตาย ค้นคว้าข้อมูลร่วมกับเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จนได้บทสรุปของการทดลองบนเส้นทางนักปลูกต้นไม้แห่งดาวโลก คือ
"ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน" ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: julaporn ที่ มีนาคม 12, 2014, 10:52:23 PM
ติดตามกระทู้นี้มาระยะนึงแล้ว เพราะกำลังวางแผนจะไปอยู่แบบพอเพียงแถบๆ ภูเรือ ด่านซ้าย นาแห้ว (ชอบผู้คน + บรรยากาศแถบนี้มาก)
หลังจากเป็นมนุษย์เงินเดือนในเมืองมาสิบกว่าปี ตอนนี้เริ่มคิดว่าควรจะพอได้แล้ว ควรจะไปใช้ชีวิตที่เหลือกับสิ่งที่เรารักบ้าง
ก็เลย เข้ามาหาข้อมูลจนมาเจอกระทู้นี้ เห็นมีประโยชน์มาก ขอใช้บางวิธีเป็นแนวทางนะครับ

ถ้าช่วงไหนผมมีโอกาสผ่านไปด่านซ้าย ผมขออนุญาตแวะทักทายหน่อยนะครับ   :)




nomadic_man หากสิ่งใดพอเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกผมก็ดีใจแล้วครับ  :) ผมคิดว่าเราควรเรียนรู้ซึ่งกันและกันเพื่อปรับปรุงแนวทางหรือสิ่งดีงามให้งอกเงยยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรกระทำแบบไร้ความคิดคือลอกๆกันไป เพราะชีวิตไม่ใช่ข้อสอบเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าคนที่เราลอกเก่งจริงรู้จริงหรือไม่  ;D ทางทีดีก็แค่เลือกแนวคิดหรือวิธีปฏิบัติที่เราสนใจ ที่เห็นว่าอาจเกิดประโยชน์ต่อเรามาค้นคว้าต่อและลงมือทำ จนสรุปเป็นแนวทางแห่งตน ศิลป์ยังส่องทางให้กันได้แล้วทำไม "ความดีงามจะไม่เป็นเช่นนั้นเล่า" จริงไหมครับ... โซนภูเขาของจังหวัดเลย(นาแห้ว ภูเรือ ด่านซ้าย ท่าลี่) เป็นถิ่นที่น่าอยู่ครับ วัฒนธรรมบางอย่างยังสืบทอดส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แม้จะผิดเพี้ยนไปบ้างตามกาลเวลาที่ล่วงเลย อากาศก็ดี สาวก็สวย พ่อน้องเม็ดทรายยืนยัน นั่งยัน นอนยัน (หากไม่บอกว่าสวยคนที่จะโดนยันคือผม  >:( )  "ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมา" ยินดีต้อนรับด้วยมิตร  ;)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มีนาคม 14, 2014, 10:54:51 PM
"คืนนี้หัวใจว้าวุ่น" เอ๊ย ม่ายช่าย  ;D ช่วงนี้ยังยุ่งวุ่นวายอยู่กับเรื่องของสวนไกล ทั้งการทำทางเข้าสวน รอแบ่งโฉนด วางแผนปรับปรุงสระน้ำ หาต้นไม้มาเตรียมปลูก นี่ยังไม่รวมถึงการรอคอยอย่างจดจ่อแต่ละวันว่าจะมีเสียงแจ้งเตือนให้ไปรับขี้หมูทองคำได้แล้วหรือยัง หรือรดน้ำผักหวานป่าให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี และพรวนดิน ใส่ปุ๋ย คลุมฟาง ต้นตะขบที่สวนล่างเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับหยอดเมล็ดผักหวานป่าเพิ่ม เฮ้อ ไหนจะงานประจำอีกล่ะ  >:( ... ที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อจะหาข้ออ้างว่า "ทำไมไม่เขียนบทต่อไปของ สวนไกล เสียที" ให้กับตัวเองครับผม  ;D



โชคดีที่เด็กหญิงเม็ดทรายปิดเทอมชั้นอนุบาลป.เตรียมขี้ไก่(ปีการศึกษานี้ถึงจะได้เรียนชั้นเตรียมก่อนเข้าอนุบาล) เลยส่งไปฝึกภาษากับยายที่บ้านนอกแห่งหุบเขา "เราถางไพร"  >:( (หึหึ เป็นเรื่องน่าเศร้าของพื้นที่ต้นน้ำในยุคปัจจุบัน หากมีโอกาสจะเก็บมาเล่าให้ฟังครับผม) เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน เด้อนางเด้อ...  ;D เมื่อเหลือกันอยู่แค่ผมกับเธอจึงมีเวลาว่างไปเป็นเกษตรกรภาคค่ำ(ภาคเช้าต้องทำงานตามปรกติ) หาแกลบดิบมาเทบริเวณพื้นที่ลาดเอียงของสวนล่าง เพื่อคลุมไม่ให้หน้าดินเปล่าเปลือยและช่วยดูดซับน้ำลงผิวดินอย่างช้าๆเวลาฝนตกขี้หมูไหล  :)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-029_zpsg036zwr2.jpg)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-030_zpsjwagbsja.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: สุ ป่าริมห้วย ที่ มีนาคม 17, 2014, 12:22:31 PM
  สวัสดีค่ะ..ช่วยดูให้นิดนึงค่ะ..อย่างงี้ใช่หมากเบนมั้ยอ่ะ..ที่สวนขึ้นเอง ถางทิ้งไปเยอะเลยค่ะ..

(ขออภัยภาพหาย ขาดการติดต่อกับแหล่งที่มา)

                                                                                                      ขอบคุณค่ะ... ;)



nomadic_man ดูจากลักษณะใบแล้วไม่น่าใช่นะครับ  :)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน สับสนบนหนทางเปลี่ยว
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มีนาคม 24, 2014, 11:59:57 PM
สับสนบนหนทางเปลี่ยว

ระหว่างหยุดรถกลางทางผมถามเขาด้วยใจสับสนว่า "จะไปต่อหรือย้อนกลับดีวะ" อย่างน้อยหากถอยหลังคืนผมรู้ดีว่าเส้นทางที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง แต่หนทางข้างหน้าเล่า ใครจะบอกได้ว่าเป็นเช่นไร...
"ผมก็รู้เท่าๆกับคุณนั่นแหละ ถามอย่างนี้มิสู้อย่าถามเสียดีกว่า"
"ไม่ถามไฉนจะได้มาซึ่งคำตอบ" ผมพูดด้วยน้ำเสีียงไม่พอใจเพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทาง
"อาจบางที่คนเราต้องตั้งคำถามเพื่อพบเจอคำถาม หาใช่ให้ได้มาซึ่งคำตอบ"
"อย่าพูดอะไรที่มันเข้าใจยากได้ไหม..." ผมเว้นช่วงไปสักครู่พร้อมคิดในใจว่าปรกติคำพูดของเขาก็ไม่เป็นที่เข้าใจง่ายอยู่แล้ว "อย่างน้อยก็ตอนนี้" ผมจึงกล่าวตามออกไปอีกคำ
"ก็แล้วแต่คุณ เป็นคนขับไม่ใช่เหรอ อีกอย่าง... ช่างมันเถอะ แล้วแต่คุณแล้วกัน" เขากลืนคำพูดสุดท้ายลงไปในลำคอ พร้อมเม้มปากเป็นเส้นตรงบ่งบอกว่าจะไม่กล่าวอะไรออกมาอีกแล้ว
...
...
...
หลายต่อหลายครั้งบนเส้นทางแห่งชีวิตที่ชั่วขณะหนึ่งเราไม่สามารถให้คำตอบกับตนเองได้ว่าจะไปทางไหนดี ถอยก็ไม่เข้าท่า เดินหน้าก็ไม่เข้าที หยุดอยู่กับที่ก็ดูไม่ควร ระหว่างที่ผมกับเขายังไม่สามารถหาข้อยุติได้ คุณก็ลุกขึ้น หันหน้าไปมาชั่วครู่ก่อนเดินจากไปอย่างช้าๆเพียงลำพัง


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-001_zpsktxnxtub.jpg)


หลังจากเหตุการณ์ในคราวนั้นซึ่งผมไม่อาจทราบได้ว่าตนเองตัดสินใจถูกหรือไม่ที่แยกทางกับคุณ เสียงเขาร้องโหวกเหวกโวยวายอยู่ข้างหลังระหว่างผมชะลอรถ "จะมาหรือไม่มา" ผมตะโกนถามกลับไป
"เดี๋ยวๆๆๆ รอผมก่อน รอผมด้วยยยยยยยย ผมอยากไปกับคุณ อย่างน้อยผมก็อยากรู้ว่าหนทางข้างหน้าเป็นอย่างไรบ้าง" เสียงเขาตะโกนไล่หลังพร้อมวิ่งตามมาอย่างเร่งรีบ ท่าทีของเขาในตอนนั้นทำให้ผมต้องหัวเราะออกมาอย่างเสียไม่ได้


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน สับสนบนหนทางเปลี่ยว
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มีนาคม 28, 2014, 10:00:47 PM
ฤดูร้อน

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-002_zpsstxgumrg.jpg)

เมื่อหมู่เมฆคิวมูลัสหวนมาพร้อมกับสายลมที่แสนจะอบอ้าว กลีบดอกตะแบกสีม่วงอ่อนก็ตัดสินใจพากันละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ออกร่อนเร่พเนจรไปตามที่ต่างๆสุดแล้วแต่สายลมจะนำพา เบ่งบานและปลิดปลิวท้าแสงแดดแรงกล้าเสมือนว่าเป็นฤดูร้อนสุดท้ายของชีวิตก็มิปาน ซึ่งไม่สนใจว่าคุณกำลังหยุดจักรยานและจ้องมองอย่างตื่นตะลึง เริงระบำกันสุดเหวี่ยงกับลมหอบหนึ่ง ช่วงเวลานั้นราวทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งไม่ไหวติงยกเว้นพวกมันเท่านั้น...

หลายปีก่อนหน้านี้เธอเคยบอกกับคุณว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเหมือนเก่าหากมีใครสักคนขยับออกจากตำแหน่งเดิม” ระหว่างเดินทางกลับจากการไปพบเธอเที่ยวสุดท้าย -นับตั้งแต่นั้นคุณยังไม่เคยได้เจอเธออีกเลย – คุณทบทวนประโยคนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในหัว มันทำให้คุณคิดถึงกิจกรรมหนึ่งที่นักศึกษายามออกค่ายชอบเล่นกัน ทุกคนนั่งล้อมเป็นวงกลม กลางวงจะมีคนๆหนึ่งนำวงโดยระบุอะไรง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น สีเสื้อที่ใส่ ทรงผม เศษเหรียญในกระเป๋า เป็นต้น จากนั้นผู้ที่มีลักษณะตรงกับที่ระบุจะต้องรีบลุกออกไปหาที่นั่งตำแหน่งใหม่โดยแย่งกับคนนำวงด้วย(หรืออาจให้ผู้ที่ไม่มีลักษณะที่ระบุเป็นคนโยกย้ายแทน) มีข้อแม้ว่าห้ามนั่งติดกับคนเดิมที่เคยอยู่ข้างกัน นั่นหมายความว่าในรอบต่อๆไปจะต้องมีคนหนึ่งออกมานำวงแทน(หมายถึงคนสุดท้ายที่หาที่นั่งได้) เล่นไปเรื่อยๆจนกว่าจะเบื่อหรือหมดเวลาพักจึงหยุดเล่น



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-003_zpsxebri6er.jpg)

  
คุณไม่เคยจ้องมองดวงดาวบนฟากฟ้า คุณไม่เคยรู้จักชื่อของก้อนเมฆชนิดต่างๆ ไม่คิดแม้แต่จะเสียเวลามองมัน คุณไม่สามารถแยกแยะต้นไม้ตามรายทางได้ว่าเป็นต้นอะไร ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าพวกมันจะผลิดอกออกผลตอนไหน ไม่อยากสืบเท้าออกจากห้องพักแคบๆของหอพักมหาวิทยาลัยหากไม่จำเป็น เรื่องการเดินทางเลิกพูดถึงได้เลย คุณเคยมีความสุขกับวิถีที่ซ้ำซากจำเจ ใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน คงเป็นเช่นนี้ไปอีกนานเท่านานหากคุณไม่ได้พบกับเธอ

ฤดูร้อนสุดท้ายที่มีร่วมกันระหว่างคุณกับเธอแทบจะไม่มีอะไรตราตรึงใจ เริ่มตั้งแต่การเดินทางที่ล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มเพราะขึ้นรถไฟไม่ทัน คุณกับเธอต่างหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเพียงเพื่อกล่าวโทษซึ่งกันและกัน สุดท้ายเสียเวลาอยู่ครึ่งค่อนวันก่อนตัดสินใจไปอีกสถานที่หนึ่งอย่างเหนื่อยหน่ายเพื่อที่เดินทางกลับอย่างเงียบงัน หลายเดือนต่อมา ในครั้งสุดท้ายที่เจอกันเธอบอกกับคุณว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเหมือนเก่าหากมีใครสักคนขยับออกจากตำแหน่งเดิม”



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-004_zps91z0mmgd.jpg)



ทุกฤดูร้อนของแต่ละปี ดอกตะแบกจะเบ่งบานซึ่งเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นชีวิต เพราะหลังจากนั้นไม่นาน พวกมันก็ร่วงหล่นแต่ตามกิ่งก้านจะผลิใบใหม่ เพื่อสังเคราะห์แสงสร้างอาหารให้เมล็ดพันธุ์น้อยๆจำนวนมหาศาลภายในผลที่เกิดจากการผสมเกสร เตรียมพร้อมสำหรับการลาจากต้นแม่ในช่วงเวลาเดียวกันกับการผลิดอกของปีต่อๆไป



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-005_zpsvbz8dlkl.jpg)



ลมร้อนหอบนั้นพัดผ่านไปแล้วคุณเพียงปัดมือซ้ายเบาๆบนหัวไหล่ข้างขวา ทำให้กลีบดอกตะแบกที่คาค้างอยู่ร่วงหล่น คุณจ้องมองจนมันหยุดแน่นิ่งกับพื้น แว่วเสียงสดใสของเธอมาจากความทรงจำคุณ
“ตาทึ่ม นั่นมันดอกเสลาต่างหาก ไม่ใช่ดอกตะแบกเสียหน่อย” ...  
ชั่วขณะที่รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณ ลมหวนมาอีกคราพัดพาทุกอย่างที่พอจะทำได้ตามแต่แรงลมให้ล่องลอยขึ้นเพียงเพื่อร่วงหล่นอีกสักกี่ครั้ง รอคอยวันเวลาย่อยสลายกลายเป็นผืนดิน


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน สับสนบนหนทางเปลี่ยว
เริ่มหัวข้อโดย: bundidta ที่ มีนาคม 29, 2014, 10:12:30 AM
 ;) แวะมาเยี่ยมครับ  เข้ามาดูสวนนี้ เหมือนได้อ่านนวนิยายโรแมนติกเลยครับ  8) 8)



nomadic_man ขอบคุณครับที่ติดตาม ในส่วนของ "ขอบฟ้า" กับ "นิทานบ้านสวน" มีส่วนที่เป็นความจริงอยู่ไม่ถึงครึ่งเสียด้วยซ้ำ แค่มีคนอ่านผ่านตาเล่นๆพอฆ่าเวลา ผมก็ดีใจแล้วครับ  ;)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน สับสนบนหนทางเปลี่ยว
เริ่มหัวข้อโดย: Tawandin ที่ มีนาคม 30, 2014, 09:44:48 PM
ของฝากก่อนนอน   ;)

([url]http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-003/3-017_zpsj205yid6.jpg[/url])

ภาพที่เห็นจากด้านบนเป็นภาพแอบถ่ายจาก ไซต์งานลับ (เพราะยังไม่ได้ขออนุญาติจากเธอ)  :-\ จากการลองถูกลองผิดมาหลายปีกับบ้านสวน จึงได้ลักษณะการ
กระทำซ้ำที่ผมใช้ในการ ฟื้นฟู-ปรับสภาพดิน ที่ผ่านการปรับพื้นที่ใหม่ ดังนี้

1. ต้นกระดุมทอง เป็นหน่วยทะลวงฟันแบบดาวกระจาย ทุกทิศทุกทางเมื่อเขาตั้งตัวได้
     - ข้อดี แพร่กระจายคลุมหน้าดินอย่างรวดเร็ว ตัดง่าย ถางง่าย ไม่ค่อยรัดพันต้นไม้นัก
     - ข้อเสีย กลัวแต่จะลามไปที่เพื่อนบ้านแล้วเขาว่าเอา  ;D

2. หญ้าแฝก หัวหมู่ทะลุละลวงแนวดิ่ง และคอยยึดฐานที่มั่นแถวๆชายขอบให้เราอย่างเหนียวแน่น
    ดูแลเขาให้ดีในช่วงแรก แล้วเขาจะอยู่รับใช้เราจนชั่วลูกชั่วหลาน
     - ข้อดี-ข้อเสีย อากู๋(google) บอกไว้หมดแล้ว  :)

3. หญ้า ในที่นี้หมายถึง หญ้าที่เราชอบ ไม่เจ้าชู้(หญ้าเจ้าชู้) ไม่โหดร้าย(มีหนาม) ไม่รบกวน(คัน) เป็นพอ
    ในภาพลงทุนนำเข้ามาจากต่างประเทศ(หญ้ามาเลเซีย) ด้วยความชอบส่วนตัว (ของเธอ)
     - ข้อดี เมื่อแพร่กระจายแล้ว จะปกคลุมหน้าดินร่วมกับกระดุมทอง ทำให้เมล็ดวัชพืชที่เราไม่ต้องการเกิดใหม่ได้น้อยลง
     - ข้อเสีย คิดไม่ออก บางดีอาจดูรกหูรกตาบ้าง เท่านั้น

4. พืชพี่เลี้ยง ในที่นี้ใช้ถั่วพร้า เมื่อหลายปีก่อนมีปราชญ์ชาวบ้านแบ่งให้มา 1 ฝัก คบกันมานาน สุดท้าย
    เลยถูกแต่งตั้งให้เป็น "พระพี่เลี้ยง" ประจำบ้านสวน  ;D ;D ;D
     - ข้อดี-ข้อเสีย ถามอากู๋ดูนะ  >:(

5. พืชตระกูลถั่ว ปลูกบำรุงดิน


ปล. นี่แค่เป็นประสบการณ์ส่วนบุคล ไม่ได้ถือว่าเป็นบทสรุปแห่งความถูกต้อง แค่นำมาแลกเปลี่ยนกันเฉยๆ เผื่อเกิดประโยชน์อันน้อยนิดบ้าง ครับผม  ;)

สวัสดีค่ะ คุณป๊าน้องเม็ดทราย  ;D
ขอข้อมูลนิดนึงค่ะ กระดุมทองยังคลุมดินได้ดีอยู่ไหมคะ?
ทำคันนาใหม่ จะใช้กระดุมทองช่วยคลุมหญ้า เพื่อนบ้านบอกว่า ถ้ามันเลื้อยลงนา จะลำบากนะ
ตอนนี้ เตรียมถั่วมะแฮะเป็นหลัก เลี้ยงกระดุมทองไว้หนึ่งล้อยาง ยาวเฟื้อยแล้ว ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ



nomadic_man สวัสดีครับ สำหรับกระดุมทองแล้ว ถือว่าเป็นพืชคลุมดินที่ดีตัวหนึ่ง ทนทานไม่กลัวแล้ง อาจจะมียุบลงบ้างพอฝนมาก็แตกยอดเจริญเติบโตขึ้นอีก แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันครับคือเขาจะเลื้อยไปเรื่อย  ;D นั่นหมายความว่าหากพื้นที่ของเราที่ต้องการปลูกกระดุมทองคลุมดินอยู่ใกล้กับบริเวณที่ต้องใช้ประโยชน์เช่น ทำนา ปลูกพืชไร่ กระดุมทองดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไรครับ ที่เพื่อนบ้านคุณบอกไว้ถูกต้องแล้วครับ ถ้ามันลงไปในนาข้าวได้เมื่อไหร่จะลำบาก  >:( ทางที่ดีบนคันนาควรเป็นพืชตระกูลหญ้าที่ไม่ลุกลามมากนัก เช่น หญ้าแพรก หญ้ามาเลเซีย เป็นต้น ส่วนกระดุมทองนำไปใช้ในส่วนของผืนที่โล่งแจ้งที่ปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้นหรือปลูกคุลมพื้นที่ปรับดินใหม่ เพื่อไม่ให้หน้าดินของเราเปล่าเปลือย น่าจะเกิดประโยชน์กว่าใช้คลุมคันนา ครับผม


หัวข้อ: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 11, 2014, 09:56:24 PM
เนื่องจากเป็นที่ตาบอดเราจึงต้องต่อรอง ราคาที่เจ้าของที่ดินเสนอมาถูกเราหว่านล้อมให้ลดลงเสียหน่อยเพื่อการแสวงหาหนทางเข้า "เจ้าแรกจะเอาสามแสน ส่วนอีกเจ้าขอสองแสน นี่แค่ให้ผ่านทางเฉยๆนะไม่ได้แบ่งที่แบ่งทางให้เป็นถนนสาธารณะประโยชน์" รุ่นพี่ที่ตัดสินใจซื้อที่แปลงนี้ร่วมกับผมพูดด้วยน้ำเสียงยากจะอธิบาย "มันจะพอมีทางอื่นอีกไหมพี่" ผมถามรุ่นพี่ด้วยใจหวั่นวิตก หากต้องเสียเงินอีกห้าแสนเพื่อหนทางเข้าที่ไม่รู้ว่าเขาจะปิดหรือเปิดตอนไหนก็ไม่รู้ มันดูจะเป็นความลำบากใจเสียมากกว่าหากได้สวนไกลมา

ผมเชื่อเสมอว่าทุกปัญหาย่อมมีหนทาง และเรื่องทางเข้าของสวนไกลก็ยังมีหวังจากช่องทางเล็กๆที่เราได้เสาะแสวงหา สวนไกลถูกรายล้อมด้วยที่ดินแปลงอื่นอีกหลายแปลง บางแปลงก็มีทางออก บางแปลงก็ไม่ โชคดีที่แปลงที่ไม่มีทางออกด้านหนึ่งที่ติดกับสวนไกลเจ้าของเขาได้ขอซื้อหนทางไว้ แต่ก็ยังไม่อาจเข้าถึงที่ดินของเขาได้เพราะต้องผ่านลำห้วย นั่นจึงเป็นที่มาของบล็อกคอนกรีตขนาดเล็กที่เราต้องร่วมกันลงทุนสร้างขึ้น "หากน้องๆสร้างสะพานข้ามลำห้วยมา พี่ก็ยอมแบ่งที่ให้ส่วนหนึ่งเป็นทาง" เจ้าของที่แปลงที่ไม่มีทางออกที่ติดกับสวนไกลกล่าวเอาไว้

ผมจะอธิบายลักษณะการคร่าวๆให้ฟังครับ จากถนนหลัก(ทางเข้าหมู่บ้าน)หากจะเข้าสวนไกลในเส้นทางแรกคือผ่านที่ดินสองแปลงก็คือราคาค่าผ่านทางร่วมห้าแสนบาทที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ส่วนอีกเส้นทางผ่านที่ดินสี่แปลง สองแปลงแรกติดถนนและถูกคั่นด้วยลำห้วยจึงเป็นสองแปลงหลังที่ติดกันสวนไกล หนึ่งในสองแปลงหลังได้ซื้อทางไว้แล้วติดที่ไม่สามารถ(ไม่คุ้มทุน)หาทางข้ามลำห้วยมาได้จึงไม่ได้ทำอะไรต่อ โชคดีที่พอเราเริ่มเสาะหาหนทางใหม่ได้บังเอิญไปเจอหนทางนี้ จึงเป็นที่มาของการสร้างสะพานข้ามห้วยเพื่อทำทางเข้าสู่สวนไกล...


ทางเข้าสวนไกลหลังจากข้ามลำห้วยมาแล้ว ป่าสักที่เห็นด้านซ้ายเจ้าของได้ซื้อทางก่อนจะข้ามลำห้วยเอาไว้ เมื่อเรารับปากทำสะพานเขากับที่ดินติดกันจึงยอมเปิดทาง(ที่เห็นเทดินแดงเป็นทาง)ให้ผมกับรุ่นพี่ได้มีทางเข้าสวนไกลเป็นผลสำเร็จในราคาที่รวมแล้ว(ทำสะพาน+ถมดิน+รอลงหินคลุก)ยังไม่ถึงที่เส้นทางแรกได้เรียกร้องมา(ห้าแสน  >:( )

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-006_zpsdrunfuex.jpg)



หลังจากหาหนทางเข้าได้เราจึงตัดสินใจซื้อที่ เราทั้งสองต่างระดมทุนหาเงินมาให้ได้ครบตามจำนวน ในส่วนของผมเป็นเงินกู้ ซึ่งเป็นการกู้เงินครั้งแรกในชีวิต(ไม่รวมหนี้กู้ยืมการเรียน  >:( ) ทั้งๆที่สามารถกู้ได้มากกว่านี้แต่ผมตัดสินใจว่าจะกู้มาเพียงราคาที่ดินรวมกับราคาทำทางที่ประเมินไว้คร่าวๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า "ยิ่งกู้เยอะยิ่งเสียดอกเยอะ" ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นจำนวนที่มากอยู่ดี   ;D  ไม่เป็นไร ในระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปีครึ่ง ดอกเบี้ยที่ต้องเสียไปราวๆหลายแสน ถือเสียว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของลูกก็แล้วกัน ผมบอกกับแม่น้องเม็ดทรายเช่นนี้

ผมไม่เห็นด้วยกับกู้เงินมาซื้อที่ดินหากยังไม่มีการวางแผน แต่ในส่วนของผมเมื่อลดรายจ่ายส่วนอื่นๆลงบ้างกับการผ่อนจ่ายระยะเวลาข้างต้น ครอบครัวของเรายังพออยู่ได้อย่างไม่ลำบากนัก นั่นหมายความว่า ควรประมาณการรายรับรายจ่ายของแต่ละครอบครัวให้พอเหมาะพอสมกับความพอเพียง

เพราะความพอเพียงของเราแต่ละคนย่อมไม่เท่ากันครับ...


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ เมษายน 11, 2014, 10:50:09 PM
 ;) ;) คิดถูกแล้วครับที่ซื้อที่ดินไว้ มูลค่าที่ดินจะเพิ่มขึ้นทุกๆปีครับ  :-X :-X :-X



nomadic_man ถูกผิดไม่อาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ณ บัดนาว เป็นหนี้หัวโตแล้วครับพี่น้องแม้วววว  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 11, 2014, 10:58:35 PM
หลังจากได้ผืนดินสวนไกลมาครอบครองโดยชอบธรรม เพราะเป็นการตกลงยินยอมพร้อมใจทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขาย เมื่อโอนโฉนดเสร็จเรียบร้อยรอคอยเพียงรางวัดที่ดินเพื่อสอบเขตและแบ่งที่ออกเป็นสองแปลง เฉกเช่นเคยผมกับแม่น้องเม็ดทรายจึงวานให้ยายช่วยไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายมิติลี้ลับให้  >:(  >:( ซึ่งก็คือคนทรงที่อยู่บ้านเกิดของเธอนั่นเอง เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล โปรดติดตามโดยใช้วิจารณญาณ...  :-\

ก่อนหน้านี้ผมและเธอเวลาไปดูที่ดิน มักจะใช้ความรู้สึกเป็นที่ตั้ง เธออาจมีสัมผัสที่หกบ้าง ส่วนผมมีเพียงแค่ความรู้สึกล้วนๆ หลายต่อหลายครั้งเธอต้องกลับมาฝันร้าย หลายต่อหลายครั้งที่ผมมักจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจหากต้องอยู่บางที่นานๆ แต่คราวนี้ต่างออกไป หลังจากไปดูที่ดินสวนไกลครั้งแรกเธอไม่ได้มีความฝันอะไรแปลกๆ กลายเป็นผมเองที่ฝันเพี้ยนๆ

เรื่องของเรื่องก็คือคราวแรกที่ไปดูที่สวนไกลเธอติดขนมไปด้วย ระหว่างดูที่ผมถามเธอว่า "หว่านขนมทิ้งทำไมอ่ะ" "ไม่ได้หว่านทิ้ง เผื่อให้... แถวนี้ต่างหาก" คืนนั้นผมฝันว่ามียายแก่คนหนึ่งจู่ๆก็บอกว่าให้เอาขนมให้เด็กกินหน่อย" แค่นั้นเองที่จำได้ พอตื่นขึ้นมาผมหัวเราะพร้อมพูดเล่นๆกับเธอว่าสงสัยเห็นเธอหว่านขนมทิ้งเย็นวันไปดูที่จึงเก็บมาฝันเป็นเรื่องเป็นราว หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งยายกลับจากบ้านนอกมาแล้วบอกว่า "ที่มีเจ้าอยู่ก๋อ"

หากผมเอะใจสักนิด ฉุกคิดสักหน่อย ผมจะทราบได้ว่าทำไม่ผู้คนแถบนั้นจึงมองเราด้วยสีหน้าแปลกๆเมื่อทราบว่าเราตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนั้น อาจเพียงสายลมวูบเดียว อาจเพียงหมู่เมฆกลุ่มนั้น อาจเพียงตะวันลาลับเหลี่ยมเขาวันฟ้าหม่น หรือไม่อาจเพียงอะไรก็แล้วแต่(ช่างหัวมันเหอะ) อย่างน้อยสิ่งสำคัญที่ผมไม่อาจละทิ้งได้คือความรู้สึกของผมกับเธอ ผมจึงไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินยายเล่าให้ฟัง หนำซ้ำผู้คนแถวนั้นยังเล่าเรื่องชวนขนลุกยิ่ง



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-007_zpsr1crhorm.jpg)



ยายรับทราบมาจากคนทรงว่า(คนทรงที่เคยไขขานเรื่องราวที่ดินบ้านสวนให้) ที่แปลงนี้มีสิ่งลี้ลับอาศัยอยู่ อยู่กันเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูกชาย หากอยากเจริญรุ่งเรืองขอให้ประพฤติโดยชอบ และตั้งศาลจัดเซ่นไหว้ตามธรรมเนียม ระบุเสร็จสรรพอีกเช่นเคยว่าควรตั้งศาลบริเวณใด พร้อมบอกอีกว่าบริเวณนี้เคยมีหนองน้ำสามหนอง(ปัจจุบันกลายเป็นสระน้ำสามลูก) ทั้งๆที่ไม่เคยผ่านมาแถบนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้มีหรือไฉนผมจะไม่ปฏิบัติตาม โลกใบนี้ยังมีอื่นๆอีกมากมายที่ผมไม่อาจทราบได้ เปรียบเสมือนที่พระพุทธเจ้าคล้ายเคยกล่าวไว้ว่าความรู้มีเฉกเช่นใบไม้ในกำมือ ควรเลือกเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้นสำหรับการเรียนรู้เพื่อก่อประโยชน์อันสูงสุด(นิพพาน)

หากอุณหภูมิที่แตกต่างก่อให้เกิดสายลม หากลมที่พัดผ่านมาประกอบด้วยก๊าซต่างๆมากมาย หากในโมเลกุลของแต่ละก๊าซประกอบไปด้วยโครงสร้างที่คล้ายจักรวาลย่อมๆ ไฉนเลยผมจะไม่กล้าเชื่อว่าแต่ละสถานที่อาจมีมิติซ้อนทับกันอยู่

โลกนี้อาจเป็นเพียงที่พักพิงแห่งวิญญาณพลัดหลง

เช่นนั้นแล้ว...

แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง



(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-008_zpsajbfx739.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 12, 2014, 04:55:30 PM
ภายหลังตั้งศาลเจ้าที่เรียบร้อย เป้าหมายต่อไปคือการแผ้วถางที่เพื่อให้สะดวกต่อการรางวัดที่ดินและติดต่อรถแบคโฮเข้ามาปรับแต่งสระน้ำเพิ่มเติม เริ่มจากการเผาวัชพืชที่ถูกตัดไว้ ใจจริงผมไม่ได้อยากเผาหรือไถพรวนแต่เนื่องจากได้ตัดสินใจให้ญาติของเธอมาทำไร่ขิงบางส่วนในปีแรกของสวนไกล จึงเลี่ยงไม่ได้กับการเตรียมดินแบบขัดใจเล็กๆ อย่างน้อยนี่จะเป็นการเผาและไถพรวนหนสุดท้ายของสวนไกล

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-009_zpshxe94fzg.jpg)



กอไผ่แนวนี้คงต้องถูกรื้อออกเพื่อขอยึดคืนพื้นที่บ้างสำหรับปรับแต่งเป็นร่องเก็บน้ำขนาดย่อม

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-010_zpsd76tgj6k.jpg)



ผู้บัญชาการตัวจริงเสียงจริงของสวนไกล  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-011_zpsc17bebo2.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 20, 2014, 07:07:30 AM
เริ่มดำเนินการทำทางเข้าสวน

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-012_zpsz0dhgzgm.jpg)


งานแรกของแบคโฮ ณ สวนไกล รื้อกอไผ่บริเวณแนวที่ติดกับป่าสักเพื่อกั้นเป็นลำห้วยขนาดเล็กเผื่ออนาคตปลูกผักกูด ผักหนาม ผักกุ่ม และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ เช่น กบ เขียด อึ่งอ่าง ที่เริ่มลดน้อยถอยลงทุกที ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนหน้าที่จะดำเนินการได้โทรศัพท์ไปสอบถามและขออนุญาตเจ้าของที่ข้างเคียงแล้ว จุดประสงค์หลักคือเพื่อใช้งานร่วมกันเขาจึงยินดีเป็นอย่างยิ่ง วินวิน ทั้งสองฝ่าย

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-013_zpsmzrx5dxs.jpg)


เริ่มทำการปรับแต่งสระเก็บน้ำ

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-014_zpshjb60l0q.jpg)


ขี้เลนเยอะพอสมควรทำให้แบคโฮทำงานลำบาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของเครื่องจักรเปลี่ยนแปลงโลก

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-015_zpsrhxndugy.jpg)


ขุดสระวันที่ 2 เริ่มมีน้ำซึมออกมาบ้างจากก้นสระ

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-016_zpsi9gtnfym.jpg)


โชคดีที่ได้คนขับแบคโฮใจเย็น ฝีมือดี คุยง่าย งานจึงออกมาอย่างใจหวัง วิธีง่ายๆคือเตรียมน้ำเย็น ข้าวปลาอาหารให้พร้อม หากเราแสดงความจริงใจต่อเขา เขาก็จะตอบแทนเราบ้าง(เล็กๆน้อยๆนอกรายละเอียดที่คุยกับผู้รับเหมา  ;D )

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-017_zpshpfx39jx.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ เมษายน 20, 2014, 07:10:23 AM
 :-[ :-[ :-[ :-[ มีน้ำ มีชีวิตครับ  :-[ :-[ :-[ :-[ แหล่งน้ำนั้นสำคัญที่สุดครับ  ;) ;) ;)



nomadic_man เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ แต่จริงๆแล้วผมเองก็ไม่ได้อยากขุดสระมากนัก จำใจด้วยมันเป็นสระเดิมอยู่แล้วหากรื้อทิ้งก็รักพี่เสียดายน้อง ครับผม  ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 20, 2014, 09:07:04 PM
เย็นวันที่ 2 เมื่อขุดสระเสร็จฝนได้เทลงมาพอดีจวบกับค่ำมากแล้ว แบคโฮจึงไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ ผมจึงขอความช่วยเหลือเล็กน้อยคือวานแบคโฮช่วยฝังท่อให้ 3 จุด ซึ่งหากนับเป็นชั่วโมงงานก็กินเวลาร่วม 2 ชั่วโมง เขาจึงนัดเวลากับผม 7 โมงเช้าวันรุ่งขึ้น(ซึ่งมาตรงเวลามาก  :-[ )เพื่อที่เขาจะได้มาช่วยในงานที่ผมไหว้วาน จากนั้นจึงค่อยให้รถขนแบคโฮมารับทีหลัง(ราวๆ 9 โมงเช้า) จากการแสดงน้ำใจของเรา(เครื่องดื่มเย็นๆ เลี้ยงมื้อเที่ยง แถมปลาไหล 5 ตัว หนูนา 3 ตัว ที่ได้จากการขุดสระวันแรก  ;D ) ในส่วนน้ำใจที่ว่ามีเงินจำนวนหนึ่งซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็นสินบนหรือไม่  >:( (แต่ในส่วนของการรางวัดที่ดินที่ร่วมกิจกรรมกับเจ้าหน้าที่รัฐผมไม่ยอมเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้  :-X )

เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนขับก็ได้ค่าจ้างประจำอยู่แล้วกับผู้รับเหมา ผมคิดเอาเองว่าถือเป็นค่าสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่เขามาช่วยงานเรา ซึ่งก็ช่วยได้ส่วนหนึ่งในการปรับแต่งรายละเอียดจนกว่าเราจะพอใจได้แบบเขาไม่เกี่ยงงอนมากนัก ฮ่าๆ  ;D  ;D อย่างน้อยหากมีงานหน้าผมคงติดต่อไปที่ผู้รับเหมารายนี้ก่อน ถ้าคนขับคนนี้ยังประจำการอยู่นะ  :) ขอบคุณด้วยใจจริง ตั้งแต่ใช้บริการแบคโฮมาหลายครั้งมีครั้งนี้นี่เองที่ประทับใจที่สุด เรื่องหนึ่งก็คือคุณลุงแกจะไม่ยอมรับสินน้ำใจที่ผมให้ด้วย...  :-[ แต่เมื่อพูดคุยกันเป็นที่เข้าใจแกก็รับด้วยดี  :)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-018_zpsyonmdo7w.jpg)



สระที่ปรับแต่งเสร็จแล้วมีรูปร่างหน้าตาอย่างนี้ ถูกใจเธอเป็นอย่างยิ่ง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-019_zps6ztmyqjw.jpg)



จากนั้นสองสามวัน ญาติๆของเธอได้เข้ามาไถพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกขิง ยังเหลืออีกบางส่วนที่ต้องถูกไถพรวนหน้าดิน แต่ส่วนที่เห็นในภาพผมมีความตั้งใจไว้ว่าจะเป็นการไถพรวนหนสุดท้ายของผืนแผ่นดินแห่งนี้ "สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน"  ;D  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-020_zpsmqv6yma6.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 21, 2014, 12:21:55 AM
ในเรื่องของการขุดสระเก็บน้ำ ผืนดินทั้ง 3 แปลง บ้านสวน สวนล่างและสวนไกล แต่ละแปลงมีสระน้ำ ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามแต่พื้นที่อำนวย ถึงกระนั้นแล้วที่ผ่านมาก็ไม่อาจใช้งานได้ตามใจหวัง ทุกวันนี้หากถามผมว่าเสียใจหรือไม่ที่ขุดสระ ผมตอบได้ทันทีว่า “ไม่เสียใจ แต่เสียดาย” เพราะหากเลือกได้หรือ ณ ตอนนั้นถ้ามีความรู้ที่ศึกษาค้นคว้าเท่าๆตอนนี้ ผมอาจเลือกที่จะไม่ขุดสระเลยสักลูก แต่ก็เหมือนฟ้าดินกลั่นแกล้งหรือเปิดโอกาสให้เรียนรู้ก็มิอาจทราบได้ เพราะพื้นที่แต่ละแห่งมีสระแบบครึ่งๆกลางๆอยู่แล้ว ยกเว้นบ้านสวนที่เป็นความมุทะลุของผมเองในตอนนั้น ที่อยากขุดสระบนดอย

หากย้อนกลับไปได้ผมอาจจะแนะนำข้อดีข้อเสียให้ตนเอง(ในอดีต)ทราบ แต่ก็อีกนั่นแหละ ทั้งๆที่รู้ชัดว่าเขาคงไม่เชื่อกับสิ่งที่ผมบอกกล่าวเป็นแน่ “คนเราเกิดมาทั้งที อย่าได้เชื่ออะไรง่ายๆ หากไม่ได้ทดลองหรือปฏิบัติ” จึงเป็นที่มาของบทความตอนต่อไป... ปลายฝันที่ 10 ขุดสระ



บ้านสวน : สระเก็บน้ำลูกแรกที่ถูกขุดด้วยความคิดบ้าบิ่นของผม

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-021_zpsk98v2qf4.jpg)



สวนล่าง : สระลูกที่ 2 ถูกขุดเพิ่มเติมเนื่องจากเคยเป็นบ่อลึกที่ถูกขุดดินขาย

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-022_zpsqmxy5wng.jpg)



สวนไกล : สระลูกที่ 3 ถูกขุดเพิ่มเติมเนื่องจากเคยเป็นแอ่งเก็บน้ำเก่าสำหรับใช้ยามแล้ง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-016/16-023_zpskjazbnie.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้หมู่วุฒิฅนขอนแก่น ที่ เมษายน 21, 2014, 01:49:35 PM
โดยส่วนตัวชอบ ภูทัศน์ทางเมืองเลยมาก ผมไปท่าลีปีละหลายครั้ง ชอบมากเลยครับ สวยงามดี  เคยจอดซื้อเห็ดบ่อยๆๆแต่พูดตรงๆๆเลยเห็ดพันธ์เดียวกับบ้านผมแต่รถชาติต่างกัน  ดินก็งามเกินนะผมว่าปลูกข้าว(เหนียว)แล้วมันแข็งมากๆๆ แต่โดยรวมชอบครับดินดี ปลูกอะไรก็งาม อยากไปอยู่เลยด้วยซ้ำ แต่คงยาก ไว้ไปเทียวอย่างเดียวละกันเนาะ



nomadic_man ผ่านมาทางนี้ก็แวะเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ครับผม


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: pranod99 ที่ เมษายน 21, 2014, 07:02:27 PM
หลังจากได้ผืนดินสวนไกลมาครอบครองโดยชอบธรรม เพราะเป็นการตกลงยินยอมพร้อมใจทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขาย เมื่อโอนโฉนดเสร็จเรียบร้อยรอคอยเพียงรางวัดที่ดินเพื่อสอบเขตและแบ่งที่ออกเป็นสองแปลง เฉกเช่นเคยผมกับแม่น้องเม็ดทรายจึงวานให้ยายช่วยไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายมิติลี้ลับให้  >:(  >:( ซึ่งก็คือคนทรงที่อยู่บ้านเกิดของเธอนั่นเอง เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล โปรดติดตามโดยใช้วิจารณญาณ...  :-\

ก่อนหน้านี้ผมและเธอเวลาไปดูที่ดิน มักจะใช้ความรู้สึกเป็นที่ตั้ง เธออาจมีสัมผัสที่หกบ้าง ส่วนผมมีเพียงแค่ความรู้สึกล้วนๆ หลายต่อหลายครั้งเธอต้องกลับมาฝันร้าย หลายต่อหลายครั้งที่ผมมักจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจหากต้องอยู่บางที่นานๆ แต่คราวนี้ต่างออกไป หลังจากไปดูที่ดินสวนไกลครั้งแรกเธอไม่ได้มีความฝันอะไรแปลกๆ กลายเป็นผมเองที่ฝันเพี้ยนๆ

เรื่องของเรื่องก็คือคราวแรกที่ไปดูที่สวนไกลเธอติดขนมไปด้วย ระหว่างดูที่ผมถามเธอว่า "หว่านขนมทิ้งทำไมอ่ะ" "ไม่ได้หว่านทิ้ง เผื่อให้... แถวนี้ต่างหาก" คืนนั้นผมฝันว่ามียายแก่คนหนึ่งจู่ๆก็บอกว่าให้เอาขนมให้เด็กกินหน่อย" แค่นั้นเองที่จำได้ พอตื่นขึ้นมาผมหัวเราะพร้อมพูดเล่นๆกับเธอว่าสงสัยเห็นเธอหว่านขนมทิ้งเย็นวันไปดูที่จึงเก็บมาฝันเป็นเรื่องเป็นราว หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งยายกลับจากบ้านนอกมาแล้วบอกว่า "ที่มีเจ้าอยู่ก๋อ"

หากผมเอะใจสักนิด ฉุกคิดสักหน่อย ผมจะทราบได้ว่าทำไม่ผู้คนแถบนั้นจึงมองเราด้วยสีหน้าแปลกๆเมื่อทราบว่าเราตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนั้น อาจเพียงสายลมวูบเดียว อาจเพียงหมู่เมฆกลุ่มนั้น อาจเพียงตะวันลาลับเหลี่ยมเขาวันฟ้าหม่น หรือไม่อาจเพียงอะไรก็แล้วแต่(ช่างห่าเหวมันเหอะ) อย่างน้อยสิ่งสำคัญที่ผมไม่อาจละทิ้งได้คือความรู้สึกของผมกับเธอ ผมจึงไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินยายเล่าให้ฟัง หนำซ้ำผู้คนแถวนั้นยังเล่าเรื่องชวนขนลุกยิ่ง

ยายรับทราบมาจากคนทรงว่า(คนทรงที่เคยไขขานเรื่องราวที่ดินบ้านสวนให้) ที่แปลงนี้มีสิ่งลี้ลับอาศัยอยู่ อยู่กันเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูกชาย หากอยากเจริญรุ่งเรืองขอให้ประพฤติโดยชอบ และตั้งศาลจัดเซ่นไหว้ตามธรรมเนียม ระบุเสร็จสรรพอีกเช่นเคยว่าควรตั้งศาลบริเวณใด พร้อมบอกอีกว่าบริเวณนี้เคยมีหนองน้ำสามหนอง(ปัจจุบันกลายเป็นสระน้ำสามลูก) ทั้งๆที่ไม่เคยผ่านมาแถบนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้มีหรือไฉนผมจะไม่ปฏิบัติตาม โลกใบนี้ยังมีอื่นๆอีกมากมายที่ผมไม่อาจทราบได้ เปรียบเสมือนที่พระพุทธเจ้าคล้ายเคยกล่าวไว้ว่าความรู้มีเฉกเช่นใบไม้ในกำมือ ควรเลือกเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้นสำหรับการเรียนรู้เพื่อก่อประโยชน์อันสูงสุด(นิพพาน)

หากอุณหภูมิที่แตกต่างก่อให้เกิดสายลม หากลมที่พัดผ่านมาประกอบด้วยก๊าซต่างๆมากมาย หากในโมเลกุลของแต่ละก๊าซประกอบไปด้วยโครงสร้างที่คล้ายจักรวาลย่อมๆ ไฉนเลยผมจะไม่กล้าเชื่อว่าแต่ละสถานที่อาจมีมิติซ้อนทับกันอยู่

โลกนี้อาจเป็นเพียงที่พักพิงแห่งวิญญาณพลัดหลง

เช่นนั้นแล้ว...

แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง


ยินดีด้วยนะครับกับที่ดินแปลงใหม่ ส่วนตัวผมเชื่อว่าที่ดินตรงไหนจะเป็นของเรา ยังไงมันก็จะเป็นของเรา ไม่วันใดก็วันหนึ่งละครับ



nomadic_man ขอบคุณครับ กว่าจะได้สวนไกลมาก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนาๆ แถมยังมีเรื่องที่ต้องคอยแก้ไขกันต่อไปในภายภาคหน้าอีกพอสมควร ว่างๆจะเอามาเล่าสู่กันฟัง ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nagdernthang ที่ เมษายน 22, 2014, 12:37:01 AM

น่าติดตามมากครับ แวะมาให้กำลังใจอีกครั้งครับผม



nomadic_man ขอบคุณครับ  :)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: deemeechai ที่ เมษายน 22, 2014, 08:30:25 AM
ชายผู้เร่ร่อน...โนแมดดิค_แมน
บรรยากาศของพื้นที่ถือว่างดงามมากครับ แต่ทางเข้านั้นแสนจะลำบากไม่น้อยเลย และราคาก็สูงเช่นกันนะครับ
สวนของผมนั้นก็เป็นที่ตาบอดเช่นกันครับ ผ่านที่ของคนอื่น ถามซื้อทางเข้าไม่ขาย ทั้งหมดก็ไม่ขาย... :-\ :-\

เส้นทางแรก...ห่างจากถนนประมาณไม่น่าเกินร้อยเมตร ใกล้ที่สุด สามารถเข้าถึงในสวนได้
ผมก็ลัดมันตรงนี้แหละครับอาศัยลูกมึน... :) 8)  แต่เจ้าของพื้นที่ชอบไถที่ปิดทางเป็นประจำ

เส้นทางที่สอง...ห่างจากถนนประมาณสองร้อยเมตร ได้ซื้อไว้ร่วมกันอีกท่านหนึ่งสามหมื่นบาท
เข้าไม่ถึงข้างในต้องปรับถนนอีกครั้งไม่รู้เมื่อใด เนื่องจากเป็นโรคทรัพย์จาง... ;D ;D



nomadic_man ราคาค่าทำหนทางเข้าทั้งหมดที่ยอมเสียไปนับรวมกับค่าผืนดิน "สวนไกล" แล้ว เฉลี่ยต่อไร่ยังถือว่าต่ำกว่าราคาที่ดินแถบนี้อยู่ครับ ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งยวด ในส่วนของเรื่องหนทางผมถือว่าสำคัญเป็นอันดับแรก หากเราต้องอาศัยผ่านทางผู้อื่นในยุคสมัยของเราอาจจะไม่มีปัญหามากนัก แม้นเมื่อเราสิ้นบุญไปแล้วผืนดินตกเป็นฐานที่มั่นของลูกหลาน อาจมีปัญหาก็ได้ถ้ายังไม่ตกลงเรื่องทางเข้าให้ชัดแจ้ง เป็นไปได้ควรมีหนทางเข้าที่ถูกยอมรับโดยพฤตินัยก็ยังดี(กฏหมายทางจำเป็นอาจใช้ได้แต่ดีกว่ามิใช่หรือที่จะให้เรื่องราวการดำเนินการต่างๆจบในยุคสมัยของเรา นอนตายตาหลับครับหากที่ดินติดหนทาง  ;D )


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: laoprasert ที่ เมษายน 22, 2014, 09:52:37 AM
([url]http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-015/15-028_zpstwtrf5ir.jpg[/url])
ขอนแก่นเอิ้นว่าหมากเบน เด้อครับแต่ก่อนมีเพียบ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเจอแล้วคนตัดทิ้งเยอะเพราะมันเป็นหนาม แหลมยาวไม่ค่อยเป็นที่ต้องการแต่ตอนผมเป็นเด็กชอบหลายไปเก็บตอนไปเลีย้งวัวเลี้ยงควาย



nomadic_man เมื่อนานมากแล้วตอนที่เคยลิ้มรสหมากเบนครั้งแรกผมก็ไปปีนเก็บเอาครับ ผ่านมาหลายปีความทรงจำเริ่มเลอะเลือน จำไม่ได้ว่าต้นมันมีหนามหรือไม่ ใบเป็นอย่างไร คิดแต่เพียงว่าอยากหามาปลูก นึกไม่ถึงว่า มันจะเติบโตรอคอยผมที่บ้านสวนแล้ว ถึงจะโดนฟันทิ้งไปกี่หนก็ยังแตกกิ่งก้านขึ้นมาใหม่ สงสัยคงต้องอัดปุ๋ยขี้หมูให้เป็นรางวัลแห่งความทรหดซะหน่อย ครับผม  ;D
ถ้าลูกมันดิบๆเอาไปตำกินครับใส่ปูน้อยด้วยอร่อยมากๆครับออกฝาดเล็กน้อยคล้ายตำกล้วยแต่ไม่ฝาดเท่ากล้วยครับ



nomadic_man ขอบคุณสำหรับเมนูแนะนำ หากมีโอกาส(หมายถึงต้นหมากเบนที่บ้านสวนโตจนผลิดอกออกผล) ผมจะนึกถึงเมนูนี้ไว้ครับ แค่คิดก็เปรี้ยวปากแล้ว ;D  ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 25, 2014, 10:11:47 PM
รางวัด-สอบเขตที่ดิน

เมื่อโอนโฉนดเป็นชื่อของผมกับรุ่นพี่เรียบร้อย เราได้ทำเรื่องรางวัด-สอบเขตที่ดินเพื่อแบ่งแยกโฉนดออกเป็นสองแปลง ยื่นเรื่องปลายเดือน ม.ค. ได้วันที่ทำการสอบเขตต้นเดือน เม.ย. ถึงแม้ระยะเวลาดูเหมือนนานจากการยื่นคำขอแต่ผมถือว่าเป็นโชคของเราแล้วเพราะได้มีเวลาหายใจหายคอเพื่อที่จะเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ทั้งถนนหนทาง ทั้งการแผ้วถางพื้นที่และรวมถึงการเสาะหาข้อมูล

บอกตามตรงผมนั้นมืดแปดด้าน ไม่มีความรู้อันใดกับการรับมือ จนท.รางวัดที่ดินเลย (จะมีก็แต่ความอึมครึมของบรรยากาศระหว่าง จนท.รางวัดกับผู้คนท้องที่จากงานเขียน ฟรันซ์ คาฟคา เรื่อง ปราสาท ซึ่งยังไม่สามารถทำความเข้าใจในเนื้อหาได้จวบจนทุกวันนี้-มันจะอ่านเข้าใจยากอะไรกันนักหนาวะ- ) โชคดีพอถามอากู๋แล้วเวบไซต์ส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องอยู่ในเวบ กพพ. ของเรา ฮา  ;D

หลังจากรวบรวมข้อมูลแล้วสิ่งที่ผมตัดสินใจทำคือ ไม่ยื่นซองนอกรอบ(ไม่อยากส่งเสริมการรับสินบน แต่ในส่วนของงานเอกชนเช่นงานรับเหมาผมถือว่าเป็นการเจรจาธุรกิจ อาจต้องมีจ่ายนอกรอบบ้าง-ไม่อาจบอกได้ว่าถูกผิด โปรดใช้วิจารณญาณในการไตร่ตรอง-) เตรียมเสาปูนไว้ฝังข้างๆหลักโฉนด(ถึงวันจริงเสาปูนที่สั่งหล่อไม่เสร็จตามกำหนด ต้องตัดไม้หลักไปปักพลาง) เตรียมเครื่องดื่มเย็นๆ อาหารเที่ยง ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มเย็นๆแบบมีแอลกอฮอล์หลังเลิกงาน)

การรางวัด-สอบเขต ในวันนั้นภาพรวมเป็นไปด้วยดี ติดขัดบ้างเล็กน้อยพอให้ต้องใช้ปัญญาแก้ปัญหากันต่อไป  >:( นั่นเป็นอีกครั้งที่ทำให้ผมเชื่อถึงพลังของข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่างๆมากมายที่ผมได้รับทั้งจากการค้นคว้าและประสบการณ์ตรงตามหลักวิทยาศาสตร์ ตั้งสมมติฐาน-ศึกษา-ทดลอง-สรุปผล หรือตามแนวทางศาสนาพุทธคือ ปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวธ ยังไม่พอเอาแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานไหม plan-do-check-act เฮ้ย พอ พอ พอ  >:( สรุปก็คือ... "ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี" ครับผม  ;D



จนท.รางวัดที่ดินวันนั้นมี 4 คน นายช่าง 1 กับคนงานอีก 3 ดูเหมือนเขาเกรงใจเราระดับนึง  ;D (ผมสะพายกล้อง พูดคุยทั่วไปเชิงให้เขารู้ว่าเราก็พอมีความรู้บ้าง ช่วยงานเขาบ้างเท่าที่ช่วยได้ เครื่องดื่มเย็นๆ เตรียมไว้พร้อมเพียบ)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-001_zpsnvj7kghn.jpg)


หลักโฉนดที่ดินที่เห็นในภาพเป็นเพียงหลักเดียวที่ค้นหาเจอในด้านที่สวนไกล ที่เหลือไม่รู้ไปอยู่ไหน  >:( ส่วนอีกฝั่งด้านรุ่นพี่ของผมพบบ้างประปราย สงสัย จนท.คงคิดว่าจะมาฟันหมู(หมายถึงงานนะ) เริ่มงานเกือบ 5 โมงเช้า พอตอนพักกินข้าวเกือบบ่ายสองบอกเราว่างานอาจไม่เสร็จในวันนั้น ยังที่เราสามารถโน้มน้าวเชิงขอร้องให้เขาช่วยจบงานในวันเดียวได้ด้วยดี

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-002_zpsqqlorvc0.jpg)



เจ้าของที่ดินเพื่อนบ้านมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้งานลุล่วง เพราะเขารู้ว่าหลักโฉนดเดิมอยู่ที่ไหน แต่ก็มีบ้างบางเพื่อนบ้านที่ออกอาการไม่พอใจ(เล่นมาทีหลังแต่มาไล่ย้ายหมุดหลายหมุด ซึ่งทางเรายอมทุกหมุดแต่มีหมุดหนึ่งที่นายช่างไม่ยอมเพราะมันเป็นหมุดเก่าอยู่แล้ว "คุณจะมาย้ายได้ไงฟะ" ผมคิดแทนนายช่างนะ  ;D )

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-003_zpszwibwcwr.jpg)



เหนื่อยกันผุดๆ แต่ท้ายที่สุดก็ลาจากด้วยดี ฝ่าย จนท.อิ่มเปรมกันถ้วนหน้า เพิ่อนบ้านพอใจ(ยกเว้นบางเจ้า) พวกเราก็สบายใจกันเสียที เฮ้อ... ใครไม่เคยยื่นเรื่องสอบเขต-รางวัดที่ดินคงไม่รู้หรอกว่ามันเหนื่อยยากเยี่ยงไร  ;D  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-004_zps0w72ekno.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 28, 2014, 06:30:35 AM
หลายวันก่อนผมได้ปลูกต้นไม้ต้นแรกลงผืนดินของสวนไกลและนับเป็นการปลูกต้นไม้ต้นแรกของฤดูกาลนี้ด้วย ต้นไม้ที่เลือกปลูกคือต้นกันเกรา ถือเป็นความผูกพันส่วนตัวต่อต้นไม้ชนิดนี้ หลังจากนั้นก็ค่อยๆทยอยปลูกป่าเห็ด มะฮอกกานีเป็นแนวเขตและกล้วย กล้วยน้ำว้าเป็นอีกหนึ่งพืชหลักที่จะปลูกในปีนี้ คงราวๆ 100-200 ต้นตามแต่พื้นที่ที่วางไว้จะรับได้ขนาดไหน

เนื่องจากไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มรูปแบบ ต้องติดภาระงานประจำกับการดูแลน้องเม็ดทราย พื้นที่เป้าหมายหลักของปีนี้จึงเป็นแค่แนวเขต ป่าเห็ด ป่ากล้วย อ้อ เกือบลืมหญ้าแฝกที่จะขยายมาจากสวนล่างเพื่อปลูกยึดดินริมสระใหม่ของสวนไกลด้วย

เมื่อวานแดดร้อนมาก ทั้งที่ผมกับเธอหยุดพร้อมกันแต่ก็ไม่ได้ออกมาสวนตั้งแต่เช้า จึงใช้เวลาช่วงนั้นตระเวนหาขุดหน่อกล้วยแถวๆบ้านพักได้เกือบ 20 หน่อ มาปลูกตอนเย็น ถือเป็นการลดต้นทุนอีกส่วนหนึ่ง ค่าแรงงาน ค่าพันธุ์ไม้ ส่วนไหนที่ลดได้ต้องลดให้ถึงที่สุด เพราะทุนส่วนใหญ่หมดไปกับการ "กู้มาซื้อที่" แล้วครับผม  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-005_zpszktdshsc.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 29, 2014, 06:38:29 AM
หัวหมู่ทะลวงฟันกองทัพกล้วยน้ำว้าถูกนำไปปลูกที่สวนไกลเมื่อวันก่อน  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-006_zpskbbwct5a.jpg)



ผักหวานป่าแบบหยอดเมล็ดที่หลังบ้านพัก มีการให้น้ำสม่ำเสมอจึงเขียวสดใสแบบที่เห็น บ่งบอกว่าผักหวานป่าต้องได้รับการดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยบ้างเฉกเช่นพืชทั่วๆไป

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-007_zpsf6jxdbbw.jpg)



นี่เป็นปีแรกที่ทดลองเพาะกล้าต้นไม้ด้วยตนเอง ทำแบบงูๆปลาๆ ค่อยๆเก็บเกี่ยวเรียนรู้ประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-008_zps6xxnvt1k.jpg)


เพาะกล้า... "ให้น้องทำด้วย ให้น้องทำด้วย"  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-009_zps7zrfsc06.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_แดนดินถิ่นไหนใคร ฤา ครอบครอง
เริ่มหัวข้อโดย: Tawandin ที่ เมษายน 29, 2014, 05:02:28 PM

นี่เป็นปีแรกที่ทดลองเพาะกล้าต้นไม้ด้วยตนเอง ทำแบบงูๆปลาๆ ค่อยๆเก็บเกี่ยวเรียนรู้ประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง
เพาะกล้า... "ให้น้องทำด้วย ให้น้องทำด้วย"  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-009_zps7zrfsc06.jpg)

หนุ่มน้อย (สองขวบสองเดือน) ขุดหลุมรอต้นกล้าจากน้อง เม็ดทราย  :)  :)

(http://image.ohozaa.com/i/664/rmKmMX.gif) (http://image.ohozaa.com/view2/xyz4lNTTluiNjpzX)

หน่วย(หนับ)หนุน หมักใบมะค่าโมงรอ  8)  8)

(http://image.ohozaa.com/i/317/f3yZBs.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xyz635Arz12x3aPZ)


nomadic_man จริงๆแล้วปีนี้เป็นปีแรกที่เริ่มหัดเพาะกล้าไม้เอง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีกล้าไม้จำนวนมากที่งอกเงยขึ้นมาทั้งๆที่ผมทดลองเพาะแบบงูๆปลาๆ ยางนา ยางเหียง ยางกราด ก่อ แค ทองหลาง แอปเปิ้ล ไผ่ พะยอม เสี้ยว นางพญาเสือโคร่ง เนื่องด้วยอัตราส่วนผสมดินเพาะ(ดินทรายดำ 3 ส่วน + แกลบเผา 2 ส่วน)ไม่เหมาะสมกับการขนย้ายมากนักเพราะมันไม่ค่อยเกาะตัวกัน สังเกตจากตอนนำต้นก่อไปปลูกเมื่อเย็นวันนี้ เอาเป็นว่า หากใครสนใจแล้วผ่านมาแถวนี้ช่วงต้นฤดูฝน ยังพอมีกล้าไม้ ยางเหียง ทองหลาง พะยอม เสี้ยว นางพญาเสือโคร่ง(3 ชนิดแรกเพาะโดยใช้ดินเชื้อเห็ด) แบ่งให้ไปปลูกได้ ส่วนยางกราดกับยางนาไม่แน่ใจเพราะยังไม่ได้แยกออกจากแปลงเพาะชำ ครับผม  ;)


Tawandin :  ;)  
ขอบคุณมากหลายเน้อ
ป้าอ้อยส่งหนูน้อยมาแซวน้องเม็ดทรายน้อ  8)
ปีแรก ยังไม่พร้อมลงกล้าไม้ชนิดอื่นเลยจ้า เอาใจไปอยู่กับนา กับตะขบผักหวานป่าเต็มๆ  :P

พื้นที่ปรับแล้วดูดีจังนิ ถ้ากล้าชุดนี้ลงพื้นที่สักไม่กี่ปี น่าตั้งแคมป์ออกป่าเก็บเห็ดที่สุดเลย  :-[  :-[  :-[

                  ;)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 29, 2014, 09:43:04 PM
ทิวฝัน ณ บ้านสวน

ท้ายที่สุด ต้นนางพญาเสือโคร่งแห่งแนว “ทิวฝัน” ก็ไม่อาจหยัดยืนผ่านพ้นฤดูร้อนมาได้ มีเหลือรอดเพียงลำพังที่สามารถตีฝ่าวงล้อมลมแล้งอย่างหาญกล้า แต่ยังมิวายโดนหน่วยซุ่มโจมตีหนอนเจาะลำต้นฝากรอยแผลเอาไว้ ราวกับจะบอกว่าหากเจ้ายังไม่ตายดับปีหน้าค่อยมาห้ำหั่นกันอีกในสงครามแห่งชีวิต

อาจเพราะนี่ไม่ใช่นางพญาเสือโคร่งกลุ่มแรก(และคงไม่ใช่กลุ่มสุดท้าย)ที่นำมาปลูกแล้วต้องจบชีวิตลง ผมจึงไม่ค่อยรู้สึกรู้สามากนักกับความสูญเสีย เพราะทำใจไว้แล้วว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะให้พื้นที่ส่วนหน้าผาของบ้านสวนมีต้นไม้เติบโตขึ้น กล่าวตามตรงถ้าบอกว่าไม่รู้สึกรู้สาดูเหมือนจะหลอกตัวเองไปบ้าง อย่างน้อยพวกที่พลีชีพก็ให้บทเรียนแก่ผมเพื่อปรับเปลี่ยนยุทธวิธีสู่ยุทธศาสตร์ยิ่งใหญ่ความตั้งใจเด็ดเดี่ยว “หน้าผา ณ บ้านสวนแห่งนี้ต้องมีต้นนางพญาเสือโคร่งผลิดอกเบ่งบานสะพรั่งให้จงได้”

ในหนแรกกับความสูญเสียผมไม่อาจทำใจยอมรับได้เนื่องจากทุ่มเทเต็มที่ทั้งแรงกายแรงใจ ยังไม่นับรวมราคาต้นพันธุ์ที่จ่ายไป ใช้เวลาหลบเลียแผลใจอยู่นานจึงเริ่มเปิดศึกอีกครั้ง นำบทเรียนจากความพ่ายแพ้อย่างยับเยินมาทบทวนปรับเปลี่ยนยุทธวิธี โดยเริ่มจากการเปลี่ยนถุงดินของต้นนางพญาเสือโคร่งให้ใหญ่ขึ้นแล้วดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่หลายเดือนก่อนนำไปปลูกในหลุมเดิมแต่พูนดินขึ้น... ได้ผลพวกมันรอดพ้นผ่านฤดูร้อนแรกของชีวิตมาได้ แตกกิ่งก้านเติบใหญ่รับฤดูฝน ผลัดใบเมื่อลมหนาวหวนมา แต่ไม่อาจยืนหยัดผ่านลมแล้งของปีนี้ได้

มันเป็นความผิดพลาดของผมเอง... เพราะกลัวว่าต้นนางพญาเสือโคร่งขาดความชุ่มชื้นจึงได้ไปรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ด้วยคิดว่าจะทำให้พวกมันประทังชีวิตอยู่ได้ หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการกระทำที่ฝืนธรรมชาติจนนำไปสู่ความล้มเหลวของแนว “ทิวฝัน” ในที่สุด โดยทั่วไปแล้วนางพญาเสือโคร่งเป็นไม้ผลัดใบที่ทนแล้งพอสมควร เมื่อสะสมพลังชีวิตจากฤดูฝน หากสภาวะแวดล้อมพอเหมาะพวกมันจะผลิดอกเบ่งบานปลายฤดูหนาว เพื่อก่อเกิดผลห่อหุ้มเมล็ดสำหรับสุกงอมต้นฤดูร้อน ร่วงหล่นรอรับน้ำฝนจากฟากฟ้า จากนั้นต้นพันธุ์ที่แกร่งกล้าถึงจะรอดเติบใหญ่ต่อไป

หากโอกาสไม่เอื้ออำนวย นางพญาเสือโคร่งจะเก็บงำพลังชีวิตเอาไว้คล้ายจำศีล สิ่งที่ปลุกพวกก็คือความชื้นนั่นเอง พอจะนึกภาพออกไหม บรรดาต้นนางพญาเสือโคร่งงัวเงียตื่นขึ้นมาเพียงเพราะความชื้นอันเล็กน้อยด้วยการรดน้ำสัปดาห์ละครั้งของผม จากนั้นรวบรวมพลังทั้งหมดที่เก็บสะสมไว้มาผลิยอดอ่อนท่ามกลางแสงแดดแรงกล้า ซึ่งอีกหลายเดือนถึงจะพานพบมวลความชื้นที่แท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างมันเริ่มขึ้นจากความไม่เข้าใจและการกระทำที่ฝืนธรรมชาติ จนนำไปสู่ปลายทางของเรื่องราวในท้ายที่สุด...

ทุกๆเช้าเมื่อตื่นขึ้น ผมจะออกมานั่งดูต้นกล้านางพญาเสือโคร่งที่กำลังงอกเงยอย่างเงียบๆ ไม่อาจบอกได้ว่าพวกมันทั้งหมดจะได้ไปต่อในถุงชำ ไม่อาจบอกได้ว่าพวกที่ได้ไปต่อจะเป็นเช่นไร ไม่อาจบอกได้ว่าเมื่อนำมาปลูกที่หน้าผา ณ บ้านสวนแล้วจะมีชีวิตรอดจนผลิดอกเบ่งบานตามใจหวังหรือไม่ ถึงกระนั้นก็ตามแต่ ผมยังเตรียมดิน ลงมือปลูก รดน้ำ ใส่ปุ๋ย และมีความสุขกับการเฝ้ามองดูพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของฤดูกาลที่หมุนเวียน



นี่เป็นนางพญาเสือโคร่งเพียงต้นเดียวที่เหลือรอดบริเวณหน้าผา ณ บ้านสวน ยังไงก็ตามแต่บททดสอบหาใช่เพียงการขาดความชื้นของผืนดินเพียงอย่างเดียว ยังมีหนอนเจาะลำต้นอีกด้วย นั่นเป็นข้อสังเกตหนึ่งของผมว่า การปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง เพราะแต่ละต้น แต่ละกิ่งก้านที่เติบใหญ่ล้วนถูกคัดสรรโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-010_zpsl6co0r3b.jpg)



แนว "ทิวฝัน" ต้นฤดูฝนเมื่อปีก่อนกับยามนี้ ดูเหมือนมีเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนหยัดอยู่ได้
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-011_zpsnkkn0xnl.jpg)


นางพญาเสือโคร่งกำลังยืนต้นตายหลังจากใช้พลังชีวิตหมดไปกับการกระทำฝืนธรรมชาติของผม
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-012_zpsek2hai0i.jpg)



นี่เป็นต้นที่เหลือรอดอีกต้นหนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่บริเวณหน้าผา อาจเพราะสภาพดินที่น่าจะดีกว่าผมจึงรดน้ำน้อยครั้งในฤดูแล้ง ผลคือเริ่มผลิใบหลังจากรับฝนช่วงนี้
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-013_zpsu3lmnyqx.jpg)



ต้นกล้านางพญาเสือโคร่งที่ผมหัดเพาะปีแรก
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-014_zpsyysprgub.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: DUMP ที่ เมษายน 30, 2014, 10:17:40 AM
ผมก็เริ่มปลูกมะตูมที่เพาะเองและซื้อต้นไว้ยามแก่เฒ่า ส่วนต้นจานก็เริ่มเพราะชอบสีสัน และเลี้ยงผึ้งธรรมชาติด้วย ดีใจที่เจอคอเดียวกัน



nomadic_man พูดถึงต้นจาน(ทองกวาว) ที่สวนล่วงผมปลูกไว้เป็น "ทิวฝัน 2" ครับผม ปลูกง่าย โตง่าย ไม่ต้องดูแลยาก หวังว่าอีกสัก 4-5 ปี คงผลิดอกให้เชยชม  :)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ เมษายน 30, 2014, 09:28:46 PM
หนึ่งในเพื่อนร่วมชะตากรรมของต้นนางพญาเสือโคร่งคือต้นเมเปิ้ล 2 ต้น น่าจะเหลือรอดเพียงต้นเดียวเช่นกัน

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-015_zps1a8rpxbg.jpg)



แต่ดูเหมือนว่าต้นแคฝรั่งจะไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งอันใด ขนาดปลูกด้วยกิ่งชำแท้ๆ แถมไม่ดูแลรดน้ำด้วย กลับผลิใบท้าลมร้อนอย่างไม่อาทร

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-016_zpsxkkbsmhf.jpg)


เย็นวันก่อนไปปลูกป่าเห็ดเพิ่มอีก 10 ต้น ทุกต้นมีเชื้อ mycorrhiza เกาะประจำการที่รากเรียบร้อย นั่นหมายถึงความสำเร็จครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งคงต้องแล้วแต่ธรรมชาติว่าจะคัดสรรเชื้อ mycorrhiza ที่กลายเป็นเห็ดกินได้หรือไม่ ภาพไม่ค่อยชัดนัก เอาเป็นว่าหากแกะถุงเจอต้นไหนมีเชื้อเกาะที่รากเยอะ จะเก็บภาพมาให้ชมอีกครับผม

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-017_zpsnn3z0ble.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤษภาคม 09, 2014, 11:21:50 PM
ถนนหนทางสำหรับสวนไกลก็ยังไม่แล้วเสร็จสักทีเนื่องด้วยต้องเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปร่วมงานแต่งของน้องสาวในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนไปจึงทำได้แค่เพียงสั่งดินมากองไว้รอรถไถมาดันอีกที

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-018_zpsgumiimoq.jpg)


เดินทางกลับถึงบ้านเกิด เช้าวันแรกมุ่งไปยังศูนย์เพาะกล้าไม้ทันทีเพื่อไปรับกล้าไม้ที่ได้สอบถามไว้เมื่อหลายเดือนก่อน โชคดีมีคนรู้จักและผมบอกว่าเดินทางมาไกล(หลายเดือนก่อนมารอบหนึ่งแล้วแต่ไม่ได้กล้าไม้) จึงขออนุญาตรับกล้าไม้ก่อนช่วงเวลาที่กำหนดคือต้นเดือน มิ.ย. หัวหน้าหน่วยดูแลดีมาก จัดกล้าไม้ให้หลากหลายชนิด  :-[ แล้วนี่จะปลูกทันไหมเนี่ย  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-019_zpsgas2uidk.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: rung2524 ที่ พฤษภาคม 12, 2014, 01:33:25 PM
 ;) ;) ;) เป็นยังไงบ้างครับ ปีนี้ได้ปลูกผักหวานป่าเพิ่มเติมบ้างหรือเปล่าครับ



nomadic_man ปีนี้ผมสั่งเมล็ดผักหวาน 2500 เมล็ด แต่แบ่งให้เพื่อนร่วมงานที่สนใจไปทดลองปลูกร่วม 1000 เมล็ด จึงเหลือปลูกเอง 1500 เมล็ด ได้หยอดเมล็ดลงหลุมแล้วส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเมล็ดที่สั่งไว้ยังไม่มา จากปีก่อนปลูกประมาณ 300เมล็ด ปีนี้เพิ่มปริมาณขึ้นเป็น 5 เท่า ปัญหาที่พบสำหรับการปลูกเองแบบมีผู้ช่วยอีก 1 คนคือ ไม่สามารถใช้เหล็กแทงดินนำรากก่อนได้ทุกเมล็ดครับเพราะเวลาจำกัดจากหลายๆอย่าง ยังดีที่ได้พรวนดินต้นตะขบที่สวนล่างไว้บ้าง ผักหวานป่าที่บ้านสวนน้องเม็ดทรายปีนี้ส่วนใหญ่ปลูกด้วยวิธีเขี่ยดิน วางเมล็ด กลบดิน ครับผม ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤษภาคม 13, 2014, 02:00:54 PM
กลับบ้านย่าพาน้องเม็ดทรายไปให้อาหารปลาที่วัดแห่งหนึ่งใกล้บ้าน บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นเย็นสบาย มีต้นยางนาขนาดใหญ่ยืนต้นท้าทายผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-020_zpsaxskhn3a.jpg)



คนอื่นๆกำลังให้อาหารปลา แต่เด็กหญิงเม็ดทรายทำอะไรอยู่เนี่ย...  ;D

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-021_zpsf2rlitzz.jpg)



นมัสการพระพุทธรูปโบราณของวัด

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-022_zpsjlqyicee.jpg)



วันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้นำต้นไม้เกือบ 500 ต้นไปปลูกบริเวณป่าเห็ดของสวนไกล เนื่องจากปีนี้เวลาที่แบ่งให้กิจกรรมปลูกต้นไม้มีน้อยมาก จึงต้องหาผู้ช่วยคือญาติๆของเธอมาขุดหลุม ขนต้นไม้ และลงมือปลูกร่วมกัน

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-023_zpsnwrnuk6m.jpg)


เมื่อวานต้นไม้ป่าเห็ดที่ปลูกไว้เหี่ยวพอสมควร โชคดีที่ตอนเย็นฝนได้เทลงมาหวังว่าคงสดชื่นขึ้นบ้าง หากปีหน้าต้นไม้รอดได้เกิน 80 เปอร์เซ็นถือว่าเกินเป้าหมายแล้ว สำหรับการปลูกแบบ "ไม่กระทำ" ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่พรวนดิน ตัดหญ้าบ้างอย่างน้อยที่สุด

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-024_zpsl9qfejpj.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: darin ที่ พฤษภาคม 15, 2014, 07:30:36 PM
สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องเม็ดทราย ปีนี้ได้เก็บเห็ดบ้างหรือยัง ที่นี่เห็ดป่าเริ่มเกิดแล้วนะ (ในป่านะคะไม่ใช่ในสวน) :) :)



nomadic_man ป่าเห็ดที่ผมไปหากินเป็นประจำนั้นเริ่มเปลี่ยนจากป่าเสื่อมโทรมกลายเป็นป่าอย่างแท้จริงเข้าทุกปี หากฝนไม่ตกเป็นปริมาณมาก เห็ดจะยังไม่ออกครับแต่ถ้าได้ออกแล้วออกนานกว่าแหล่งอื่น เหมือนที่ผมหาเห็ดกินลากยาวได้ถึงเดือนธันวาคมของทุกปีหากปีไหนฝนฟ้าดี แต่ก็พอได้กินเห็ดบ้างแล้วโดยไปซื้อตามแหล่งที่ไว้ใจได้ และให้ยายน้องเม็ดทรายตรวจสอบทุกดอกว่าไม่ใช่เห็ดเบื่อเมา ครับผม


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: NOKV1 ที่ พฤษภาคม 15, 2014, 08:15:04 PM
คุณพ่อน้องเม็ดทรายครับ ไม่ทราบว่าขอกล้าไม้จากศูนย์ไหนครับ ต้นใหญ่จังเลยครับ ผมได้ขนาดแค่คืบหรืออย่างเก่งก็ไม่เกินฟุตครับ  >:(



nomadic_man กล้าไม้ที่ใหญ่ใช่จะดีเสมอไปครับ ที่เห็นในภาพเป็นขนาดแก่เกินปลูกแล้ว  >:( แต่ต้องรับมาเพราะกลัวจะเสียน้ำใจคนจัดหาให้ ตอนไปรับผมเห็นกล้าประดู่สูงประมาณ 1 ฟุต ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสม ผมจึงเอ่ยปากขอต้นงามๆ ปรากฏว่า จนท. จัดให้แบบงามจริงๆตามความเข้าใจของเขาคือใครๆคงอยากได้ต้นไม้ต้นใหญ่ไปปลูก กล้ายางนาก็เป็นแบบอายุเกิน 1 ปี ต้นใหญ่พอๆกัน กล้าไม้ในถุงหากโตเกินงามเมื่อนำไปปลูกจะไม่ค่อยเจริญเติบโตนัก สงสัยคงเป็นเพราะรากขดก้นถุง แต่ก็ไม่กับทุกต้นไม้นะครับต้องค่อยๆศึกษาเรียนรู้กันไป...
ศูนย์กล้าไม้ที่ผมไปขออยู่ จ.ยโสธร ถิ่นฐานบ้านเกิดผมเองครับ  ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: rung2524 ที่ พฤษภาคม 20, 2014, 03:20:08 PM
;) ;) ;) เป็นยังไงบ้างครับ ปีนี้ได้ปลูกผักหวานป่าเพิ่มเติมบ้างหรือเปล่าครับ



nomadic_man ปีนี้ผมสั่งเมล็ดผักหวาน 2500 เมล็ด แต่แบ่งให้เพื่อนร่วมงานที่สนใจไปทดลองปลูกร่วม 1000 เมล็ด จึงเหลือปลูกเอง 1500 เมล็ด ได้หยอดเมล็ดลงหลุมแล้วส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเมล็ดที่สั่งไว้ยังไม่มา จากปีก่อนปลูกประมาณ 300เมล็ด ปีนี้เพิ่มปริมาณขึ้นเป็น 5 เท่า ปัญหาที่พบสำหรับการปลูกเองแบบมีผู้ช่วยอีก 1 คนคือ ไม่สามารถใช้เหล็กแทงดินนำรากก่อนได้ทุกเมล็ดครับเพราะเวลาจำกัดจากหลายๆอย่าง ยังดีที่ได้พรวนดินต้นตะขบที่สวนล่างไว้บ้าง ผักหวานป่าที่บ้านสวนน้องเม็ดทรายปีนี้ส่วนใหญ่ปลูกด้วยวิธีเขี่ยดิน วางเมล็ด กลบดิน ครับผม ;D


 ;) ;) ;)  ครับ  ปีนีผมก้อสั่งเมล็ดผักหวานป่าไปประมาณ 900 เมล็ด แบ่งเพื่อน ๆ ที่ทำงานไปปลูกคนละ 300  เมล็ด  ตอนนี้ปลูกหมดแล้วครับ ปีนี้พอแค่นี้ก่อน เอาไว้ปีหน้าค่อยดูอีกทีครับ



nomadic_man ไม่อยากจะบอกเลยว่าของผม 1000 เมล็ด ยังไม่มีโอกาสสัมผัสผืนดินเลย  :'( ได้เมล็ดมาเกือบสัปดาห์แล้ว ช่วงนี้ยุ่งคักขนาด  ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤษภาคม 22, 2014, 05:04:03 PM
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีธุระต้องเดินทางไป อ.หล่มเก่า ไม่ไปก็ไม่ได้เพราะเป็นการแต่งงานของมิตรสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถึงกระนั้นยังไม่อาจอยู่ในวันงานได้เนื่องจากมีธุระอีกหลายเรื่องรออยู่ ผมออกเดินทางเย็นวันศุกร์และต้องกลับ อ.ด่านซ้ายในวันเสาร์ คิดไปคิดมาเพื่อไม่ให้การเดินทางเสียเที่ยว ขากลับเลยไม่ปล่อยให้กระบะว่างเปล่ากลับมา จนโดนเพื่อนซี้แซวว่า "แน่ใจนะเฟ้ยว่าคุณตั้งใจมางานตรู"  ;D


ภารกิจแรกคือผมได้ลองติดต่อ จนท.ศูนย์เพาะกล้าไม้หล่มสักว่าช่วงนี้พอจะมีต้นไม้แจกไหม เมื่อได้รับคำตอบจากหัวหน้าศูนย์ผมจึงไม่รอช้า ขับรถมาอย่างรีบเร่ง เพราะกลัวมาไม่ทัน(ศูนย์ปิดเวลาราชการ) เรียกได้ว่า "เส้นยาแดงผ่าแปด" ทีเดียว เสียดายที่หัวหน้าศูนย์ไม่อยู่มีเพียงผู้ช่วยแต่ก็บริการดีจนน่าประทับใจครับผม
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-025_zpsyuyvvjvh.jpg)



ใช้แรงงานรุ่นน้องที่มาร่วมงานกับว่าที่เจ้าบ่าวอย่างหนัก "ช่วยไม่ได้ ใครให้พวกเอ็งมาสนิทกับตรูฟะ" ผมคิดในใจ... ต้นไม้ที่ได้มาชุดนี้ได้แก่ พะยอม ยางแดง(เขาบอกว่าคล้ายยางนาแต่ชอบขึ้นบริเวณภูเขา) ชิงชัน แดง มะม่วงป่า อย่างละพอประมาณ จนท.อยากจัดให้มากกว่านี้เสียดายที่รถของผมบรรทุกได้แค่นั้น
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-026_zpskbjlitgs.jpg)



ช่วงสายของวันเสาร์ก่อนเดินทางกลับได้ไปหาลูกปลาทับทิม ปลาตะเพียน จำนวนหนึ่งมาปล่อยที่สระขุดใหม่ของสวนไกล
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-027_zpsisborkkh.jpg)



ปริมาณน้ำยังไม่ทันพ้นเดือน พ.ค. ดี กำลังจะล้นอย่างที่เห็นเนื่องจากมีน้ำล้นคลองเหมืองที่ผ่านสวนไกลมาลงสระแบบไม่ทันตั้งตัว  >:(
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-017/17-028_zpsrdqwysx7.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: Thesun215 ที่ พฤษภาคม 22, 2014, 05:12:16 PM
 ;) ;) บรรยากาศ วิว เป็นธรรมชาติ สวยมากครับ  :-[ :-[ :-[



nomadic_man บรรยากาศโดยทั่วไปของด่านซ้ายถือว่าน่าอยู่เมืองหนึ่งครับสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยชื่นชอบอาศัยแบบตัวเมืองมากนัก  :)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤษภาคม 22, 2014, 06:39:27 PM
อีกหนึ่งธุระที่สำคัญคือเช้าวันอาทิตย์ต้องไปถวายต้นผึ้งให้กับพระธาตุศรีสองรักเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อครอบครัว บ้านของผมได้ถวายติดต่อกันมาหลายปีแล้วเนื่องด้วยเจ้าที่บ้านสวนอยากได้ต้นผึ้งปีละต้น ผมจึงคิดเอาเองว่าหากถวายแค่บ้านสวนคงจะไม่เหมาะนัก(น้อยมากที่จะมีการถวายต้นผึ้งต่อสถานที่อื่นนอกจากพระธาตุศรีสองรัก) จึงถวายให้พระธาตุก่อน 2 ต้น จากนั้นจึงนำไปถวายที่บ้านสวนอีก 1 ต้น นับจากนี้ต่อไปคงต้องปฏิบัติสืบเนื่องจนรุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะถือว่าได้ถวายตัวเป็นลูกผึ้งหลานผึ้งต่อพระธาตุ(ไม่ได้เป็นการแก้บน หากครอบครัวหรือบ้านไหนถวายต้นผึ้งต้องปฏิบัติสืบต่อๆไปจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อเป็นมงคลชีวิต ช่วงเวลาที่ถวายได้คือหลังจากงานนมัสการพระธาตุของทุกปีไปจนก่อนวันเข้าพรรษา)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-001_zpsmofzifbr.jpg)



ช่วงบ่ายของวันนั้นอีกงานหนึ่งที่สำคัญคือติดต่อรถแบคโฮให้เข้ามาขุดร่องระบายน้ำข้างถนนเพื่อกันน้ำเซาะถนนพัง ฝังท่อ การทำถนนของสวนไกลถือว่าทรหดอดทนมากเนื่องจากต้องสร้าง 1 สะพาน กับอีก 4 ทางข้ามร่อง(ฝังท่อระบายน้ำ) โชคดีที่งานแล้วเสร็จได้ด้วยดีคือไม่มีฝนเทลงมาขัดขวางในวันนั้น ทำให้ผมโล่งใจเป็นอันมาก จากนี้จะเหลือเพียงงานซ่อมแซมเล็กๆน้อยๆ พังตรงไหนซ่อมตรงนั้น ไม่ต้องกระทำก่อนเพียงรอคอยให้สายน้ำชี้นำอย่างใจเย็น

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-002_zps57wcv3vs.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤษภาคม 23, 2014, 09:48:00 PM
เนื่องด้วยมีเพื่อนสมาชิกสนใจอยากชมภาพมุมสูงของสวนไกล เลยลองครอปภาพจาก google earth (ซึ่งไม่ค่อยอัพเดท) มาประกอบคำอธิบายครับผม

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-003_zpsbhrg4dlg.jpg)

1. เส้นสีแดง แสดงถึงพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 16 ไร่ สวนไกลเป็นที่ตาบอด อาจเป็นวาสนาของเราก็ได้ที่ทำให้ได้ที่ดินผืนนี้มาครอบครองในภพนี้

2.เส้นสีเขียว แสดงถึงพื้นที่ฝั่งของผมที่แบ่งกันคนละครึ่ง โดยให้รุ่นพี่เป็นผู้เลือกฝั่งก่อนเพราะที่ดินผืนนี้ผมคงไม่อาจได้มาครอบครองหากปราศจากรุ่นพี่ชี้แนะ ชักชวน และเป็นผู้ดำเนินการส่วนใหญ่

3.เส้นสีน้ำเงิน แสดงถึงคลองเหมืองของชาวบ้านที่นำน้ำจากภูเขามายังผืนนา บางส่วนที่ผ่านที่เรา(ทั้งผมและรุ่นพี่) ตัดสินใจปล่อยให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ต่อไป

4.เส้นสีน้ำตาล แสดงถึงแนวถนนที่ผ่านที่ดินของชาวบ้าน 4 แปลง(เรียบแนวเขตมา) ก่อนจะถึงตรงแนวที่ซึ่งเราแบ่งครึ่งกัน ซึ่งเกิดจากการเสาะหา เจรจาและบุญพาวาสนาส่ง จึงเกิดถนนสายนี้ขึ้นมาจนได้

5.เส้นสีฟ้า แสดงถึง 4 จุดฝังท่อระบายน้ำกับอีก 1 จุด สะพานข้ามลำห้วย(เส้นสีฟ้า 2 เส้น) เนื่องด้วยผ่านจุดข้ามหลายจุด ถนนเข้าสวนจึงพึ่งมาแล้วเสร็จเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งๆที่เริ่มทำทางตั้งแต่ปลาย ม.ค. (ภายหลังโอนโฉนดเรียบร้อย) ถมดิน ดันทาง ฝังท่อ วางแผนทำทางระบายน้ำ ที่ผ่านมาหลายเดือนต้องรบกวนเวลางานหลายต่อหลายครั้งซึ่งมันจำเป็นจริงๆ (เวลาพร้อมปฏิบัติงานของเอกชนกับราชการมักไม่ค่อยตรงกัน) ผมไม่มีคำใดจะไปโต้แย้งกับเพื่อนร่วมงานได้นอกจากก้มหน้ายอมรับทุกคำติเตียน "ขอโทษจากใจจริง" เอาเป็นว่า หากใครไม่เคยติดต่อธุระที่ดิน งานรับเหมาถมดินทำทาง แบคโฮปรับพื้นที่ คงไม่รู้หรอกว่ามัน ยากยิ่งนัก ที่จะบ่นเพ้อ อยากบอกเธอ ทุกคำจากใจ เพียงไร...  ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤษภาคม 25, 2014, 09:15:34 PM
สองสามวันที่ผ่านมาดูเหมือนว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวมาก บนฟ้ามีแต่เมฆทว่าไร้ฝน ผมได้หยุดทั้งทีแต่ไม่กล้าไปสวนเพื่อปลูกต้นไม้สักต้น เพราะความร้อนแล้งอันสุดจะทานทนนั่นเอง เลยใช้มาเป็นข้ออ้างหลบร้อนนั่งเปลี่ยนถุงต้นไม้อยู่ในร่มข้างบ้านแบบสบายๆ ฟังเพลงไป กินชามะนาวเย็นๆแก้วใหญ่ ผลที่ได้จากการนั่งนานๆท่าเดิมคือ "ปวดหลัง" ครับผม  ;D



ถือว่าไม่เสียเปล่าเพราะได้แยกไผ่ที่เพาะด้วยเมล็ด 2 ชนิด ซึ่งผมสั่งซื้อจากเวบ กพพ. เรานี่เอง ได้ราวๆ 50 ถุงแต่ไม่แน่ว่าจะเหลือรอดจนพร้อมปลูกสำหรับปีหน้าสักเท่าไร จากนั้นเปลี่ยนถุงดินต้นยางแดงที่ไปรับมาจากศูนย์เพาะกล้าไม้หล่มสักใหม่เพราะใบดูซีดเซียว(ภาพล่าง) ข้อสังเกตของผมคือ จนท.อาจเปลี่ยนถุงได้สักระยะแต่ขาดน้ำทำให้รากไม่เดิน(แกะถุงเปลี่ยนส่วนใหญ่รากยังไม่ออกไปหากินเกินตุ้มดินเดิม) และนำต้นยางกราด(สะแบง)กับยางนาที่เพาะเมล็ดไว้แยกลงถุงดิน ผลงานเยอะขนาดนี้ขอเธอช่วยนวดหลังคลายเส้นให้สักหน่อยดีไหมเนี่ย  ;D
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-004_zpsma7vghhr.jpg)



พะยอม(มาจากกระดานแจกเมล็ดพันธุ์ ขอขอบคุณ ณ โอกาสนี้) ยางนา ยางกราด กับอีกหนึ่งกลุ่มซึ่งไม่แน่ใจว่ายางเหียงหรือยางพลวง(บังเอิญเก็บเมล็ดมาจากแหล่งอื่นตอนไปธุระ) เพราะลักษณะเมล็ดต่างจากที่เก็บข้างทางไปบ้านยายน้องเม็ดทรายเล็กน้อย(ยายกับเธอระบุว่าเป็นต้นชาด-ยางเหียง ชัดเจน) ที่ผมไปเก็บมาเมล็ดจะกลมและใหญ่กว่าจากต้นชาด สามแปลงนี้เพาะลงแปลงผักเก่า ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ย้ายลงถุงตอนไหนหาเวลายากเหลือเกิน  >:(
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-005_zpssfijxkm8.jpg)


แอปเปิ้ลที่เพาะไว้ได้เปลี่ยนถุงแล้ว หวังเอาไว้ว่าหากไม่ตายปีหน้าคงทดลองปลูกสัก 20 ต้น เผื่ออนาคตน้องเม็ดทรายจะได้ปีนป่ายเก็บกินจากต้นบ้าง(ถ้าเป็นดอกติดผลให้นะ) ที่เหลือก็หลายหลากชนิดที่ลองเพาะจากเมล็ดเล่นๆ อาทิเช่น เสี้ยว(ยอดกินได้) ทองกวาว มะรุม ตะขบ ไผ่บงหวาน(เกิดเองเพราะบังเอิญเอาถุงชำไปวางไว้ใต้กอไผ่บงหวานหลังบ้านพักแล้วมันเป็นดอกพอดีในปีนี้)
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-006_zpsgldsgliu.jpg)



ท้ายที่สุดแล้วข้ออ้างต่างๆที่ทำให้ไม่ค่อยได้ไปสวนบ่อยในปีนี้ ทั้งๆที่มีงานปลูก ปรับ เปลี่ยน มากมายรอผมอยู่ เพียงเพราะไม่มีคนดูแลน้องเม็ดทรายครับผม ยายต้องกลับบ้านนอกเพื่อไปดูหลานอีกคน(จริงๆแล้วก็ไปๆมาๆ) ผมและเธอก็มีหน้าที่การงานแถมยังมีเวรกรรมที่ต้องอยู่อีกในบาง(หลายๆ)วัน ทำให้เราเลือกที่จะไปบ้านสวน สวนล่าง สวนไกล ให้น้อยลง เพื่อจะได้มีเวลาใกล้ชิดกับต้นกล้าตัวน้อยๆที่กำลังเติบใหญ่ อย่างน้อยผมก็ไม่อยากเสียใจภายหลังว่า "ในช่วงเวลาที่พอจะเลี้ยงดูปลูกฝังเด็กหญิงได้ แต่เรากลับเลือกทุ่มความสำคัญให้กับสิ่งอื่นยิ่งกว่า" ครับผม
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-007_zpss0d5plg5.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : นิทานบ้านสวน นางพญาเสือโคร่ง
เริ่มหัวข้อโดย: chunkung ที่ พฤษภาคม 26, 2014, 07:16:02 AM
มาทีไรไม่ผิดหวังสวนนี้ ซวด ๆ  :-[ :-[ :-[



nomadic_man ขอบคุณที่ติดตามครับผม สิ่งที่มันไม่เป็นตามหวังก็มีไม่น้อยแค่ยังไม่ได้นำมาเปิดโปงเท่านั้น  ;D


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : มิตรภาพและการแสวงหา(บนเส้นทางสายนี้)
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ พฤษภาคม 30, 2014, 10:25:01 PM
มิตรภาพและการแสวงหา(บนเส้นทางสายนี้)

(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-008_zpsric96he9.jpg)


เมื่อคาดหวังอะไรสักอย่างเราล้วนแต่อยากให้สิ่งนั้นเป็นไปตามที่คิด แต่หากมันไม่เป็นเช่นนั้นละ... สีหน้าท่าทางของเขาดูหมดอาลัยตายอยากหลังจากที่ผมพูดในสิ่งที่คิดออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะตั้งความหวังเอาไว้กับผมมากทีเดียวสำหรับการออกค่ายหนนี้ เมื่อผมบอกปัดความรับผิดชอบทุกอย่างเขาจึงแสดงออกถึงความผิดหวังอย่างที่สุด ซึ่งมันอาจเป็นความผิดของผมเองก็ได้ที่ไม่ยอมแสดงจุดยืนให้ชัดเจนตั้งแต่แรก

ผมรู้จักเขาด้วยความบังเอิญ บังเอิญที่ผมสนใจในบ้านดิน บังเอิญที่ช่วงเวลาแห่งความสับสนของเส้นทางชีวิตได้ไปพบป้ายเชื้อเชิญสร้างบ้านดิน และบังเอิญที่เขาเป็นแกนนำจัดค่ายนี้ขึ้นมา บังเอิญที่เราเรียนรุ่นเดียวกันจึงสนิทชิดเชื้อโดยง่าย ทั้งๆที่เราสองคนไม่มีสักเศษเสี้ยวแห่งวิถีชีวิตใกล้เคียงกันเลย ไม่แม้แต่เพียงน้อยนิด

หลายต่อหลายครั้งในค่ำคืนอันแสนเปลี่ยวดายและสับสนที่เรามีร่วมกันอย่างเหลือเฟือสำหรับชีวิตปลายทางของนักศึกษา เป็นช่วงเวลาไม่นานนักทว่ากลับเข้มข้นยิ่งในวิถีคนจรหมอนหมิ่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เราจะสามารถโบกรถจากขอนแก่นไปถึงเชียงใหม่ได้ภายในวันเดียวโดยที่ไม่ต้องเสียค่าโดยสารสักบาท และอีกนับครั้งไม่ถ้วนกลับการฝากชีวิตไว้บนหลังกระบะรถที่เราไม่อาจทราบได้ว่าจะนำพาไปหนแห่งใด

ดูเหมือนสร้างความประหลาดใจอยู่ใช่น้อยที่ผมคาดเดาได้ถึงสาเหตุของการที่เขาโทรศัพท์มาหาผมในครั้งนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาหากจู่ๆคนที่เรารู้จักซึ่งไม่ได้พูดคุยติดต่อกันนานโทรศัพท์มาหาเรา มักจะมีเรื่องสำคัญไม่กี่เรื่อง... ครั้งนี้ผมแค่ทายถูกเท่านั้น

ระหว่างทางขากลับจากงานแต่งของเขา ผมหวนคิดถึงบางค่ำคืนที่เราร่วมดื่มกินเพื่อร้องเพลง แลกเปลี่ยน ปรึกษา ถกเถียงและเมามาย แย้มยิ้มให้กับดาวทุกดวงที่ส่องแสงระยิบระยับบนฟากฟ้า ก่อนจะมีใครบางคนพูดขึ้นมา “คุณว่าบนดาวพวกนั้นมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือเปล่า แล้วมีบ้างไหมที่พวกเขากำลังแหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อที่จะพบดวงดาวมากมายแล้วคิดเห็นเช่นนี้” ... ดูเหมือนว่าค่ำคืนจะสั้นเกินไปสำหรับประโยคปลายเปิด ผมจึงไม่อาจจดจำได้ว่าใครต่อใครโต้ตอบกันอย่างไรแน่นอนรวมถึงตัวผมเองด้วย นั่นเป็นคืนที่ผมหลุดความในใจให้เขาได้ยิน สีหน้าท่าทางของเขาดูหมดอาลัยตายอยากหลังจากที่ผมพูดในสิ่งที่คิดออกมา...

ผมไม่อาจอยู่ร่วมงานแต่งเขาได้เพราะติดธุระจึงทำได้เพียงเดินทางไปร่วมคืนวันก่อนงาน ไม่อาจพูดคุยกับเขาได้ตามที่หวังเพราะเข้าใจถึงภาระหน้าที่ของว่าที่เจ้าบ่าว(ผมเคยเป็นเจ้าบ่าวมาก่อนเขาจึงทราบดี) ถึงกระนั้นก็ตามแต่ ทั้งๆที่เราไม่ได้พบเจอกันมาหลายปี(ครั้งสุดท้ายที่เจอหน้ากันก็งานแต่งผมเองและไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก) ความรู้สึกแห่งมิตรภาพกลับไม่จางหายตามกาลเวลา

ในวันข้นแค้นแม้นสุราต่ำต้อยจำฝืนกลืน
คืนสุขสมมิอาจร่วมดื่มตามใจหวัง
จากลามิอาจเหนี่ยวรั้ง
ความใฝ่ฝันวัยเยาว์เจิดจ้าดุจดั่งประกายดาว…


(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-009_zpseq8fxufk.jpg)

มิตรภาพที่แท้จริงมิต่างอะไรกับสุราชั้นดี... ยิ่งเก่ารสชาติยิ่งกลมกล่อม


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : มิตรภาพและการแสวงหา-บนเส้นทางสายนี้
เริ่มหัวข้อโดย: Tonpayong ที่ พฤษภาคม 31, 2014, 09:32:51 AM
ชื่นชอบบรรยากาศ ชนบท...มีเพื่อนอยู่ ด่านซ้าย  ;) หากมีโอกาสไป คงได้ไปเยี่ยมชม เหล่าสมาชิกครับ.. :-[



nomadic_man ยินดีต้อนรับครับผม


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : ปลายฝันที่ 9 สวนไกล_โยนหินถามทาง
เริ่มหัวข้อโดย: wittayak_es ที่ พฤษภาคม 31, 2014, 01:37:13 PM
 สวัสดีค่ะ..ช่วยดูให้นิดนึงค่ะ..อย่างงี้ใช่หมากเบนมั้ยอ่ะ..ที่สวนขึ้นเอง ถางทิ้งไปเยอะเลยค่ะ..

  ([url]http://image.ohozaa.com/i/36f/LFUHUj.JPG[/url]) ([url]http://image.ohozaa.com/view2/xt0U6MYuFyJaTvPP[/url])

                                                                                                      ขอบคุณค่ะ... ;)



nomadic_man ดูจากลักษณะใบแล้วไม่น่าใช่นะครับ  :)

น่าจะเป็นผักติ้วครับ



nomadic_man ผมคิดว่าหากเป็นต้นติ้วจริงอาจเป็นติ้วป่า แต่ไม่น่าจะใช่ผักติ้วที่กินใบได้ครับ เพราะลักษณะใบไม่ใกล้เคียงกันนัก ผักติ้วที่กินได้ผิวใบจะดูมันๆไม่ด้านเช่นนี้ ยังไงคงต้องให้ผู้รู้มาช่วยอธิบายอีกที ขอบคุณที่ร่วมแลกเปลี่ยนครับผม  ;)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต : ผักติ้ว
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-010_zpsp5nqcilb.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : มิตรภาพและการแสวงหา-บนเส้นทางสายนี้
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มิถุนายน 04, 2014, 09:39:51 PM
เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านเวลาต้นไม้ที่ผมตัดสินใจปลูกเพิ่มในปีนี้คือ ตะขบ(ปลูกที่สวนล่าง) ผักหวานป่า(แบบฝังเมล็ดเฉยๆ  >:( ) ต้นไม้ป่าเห็ด หญ้าแฝก(ยังไม่ได้เริ่มปลูกเลย  :'( ) และกล้วย... สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหน่อกล้วยน้ำว้าที่สั่งเอาไว้ได้เดินทางมาถึง 200 หน่อ ผมมีเวลาว่างเพียงวันอาทิตย์วันเดียวจึงจำเป็นต้องหาผู้ช่วย ไม่รู้เคราะห์กรรมอันใดทำให้ไม่เป็นไปตามที่หวัง จึงต้องก้มหน้าตากแดดปลูกกล้วยเพียงลำพังร่วม 100 หน่อ ทั้งๆที่รู้แก่ใจว่าหนักหนาสาหัสแต่ก็สะใจเล็กๆ "เราก็ทำได้นี่หว่า" ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เพื่อจะย้ำกับตนเองว่า อย่าได้ทำอะไรเกินตัวอีกเป็นอันขาด(หากไม่จำเป็นจริง) มันไม่คุ้มครับพี่น้อง ปวดเมื่อยไปหมด ไข้ไม่กินก็บุญหัวแล้วจ้า...  ;D

เหตุที่ต้องปลูกกล้วยเยอะขนาดนี้เนื่องด้วยความบังเอิญคือ "ที่ดินงอก" สาเหตุเพราะเจ้าของที่ดินสวนไกลเก่าแจ้งเปลี่ยนโฉนดจาก นส.3ก เป็น นส.4จ อีท่าไหนไม่รู้เนื้อที่หายไปเยอะพอสมควร ส่วนหนึ่งอยู่ทางสวนไกลของผมแต่ไม่สามารถรางวัดคืนกลับมาได้(จนท.รางวัดบอกว่ามาทำหน้าที่วัดตามโฉนดเท่านั้น) ซึ่งโดยพฤตินัยแล้วเจ้าของที่ดินข้างเคียงต่างยอมรับแนวเดิม(มั๊ง) ผมจึงปลูกกล้วยเป็นหลักในพื้นที่งอกทั้งหมดเพราะกลัวว่าอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนแนวเขตใหม่จะได้ไม่เสียใจมากนักเมื่อเทียบกับการปลูกไม้ยืนต้น จึงเป็นที่มาของการปลูกกล้วยครับผม



เมื่อวานตอนเย็นไปปลูกเพิ่มอีก 30 หน่อ ทำยังไงได้สั่งมาแล้วเมื่อไม่เป็นตามที่วางแผนก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตนเอง
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-011_zpssg0fkppq.jpg)]



ที่งอกส่วนแรกยังไม่มากนัก
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-012_zpsvdpbg7jy.jpg)



ส่วนนี้น่าจะเกือบๆ 2 งาน  >:( ตลกตรงที่เมื่อสอบเขตรางวัดที่ดินใหม่ ส่วนนี้เป็นเนื้อที่ นส.3ก ของเจ้าของเดิม(ซึ่งตอนนี้ไม่มีโฉนดใบนั้นแล้ว) ติดกับ นส.4จ ที่ผมครอบครองอยู่(เปลี่ยนจาก นส.3ก ฉบับนั้นมาเป็น นส.4จ ฉบับนี้) ทั้งๆที่ครอบครองโดยพฤตินัยแต่ผมก็ไม่อาจวางใจได้จึงปลูกกล้วยน้ำว้าเพียงอย่างเดียว(อนาคตไม่แน่  ;D )
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-013_zpsabey8uis.jpg)



สระน้ำสวนไกลมีพื้นที่ลาดชันล้อมรอบ 3 ด้าน เมื่อเกิดการไถหน้าดินจึงมีตะกอนไหลลงมาตามน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมตัดสินใจให้แบคโฮเข้ามาขุดคูดักตะกอน อย่างน้อยต่อจากนี้จะไม่มีการไถอีกแล้วตะกอนดินคงน้อยลงเรื่อยๆ
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-014_zpswdfdqqcj.jpg)



แนวน้ำไหลลงสระหลักๆตามธรรมชาติคือภาพด้านซ้ายเมื่อขุดคูดักตะกอนจึงเป็นอย่างที่เห็น ส่วนภาพทางขวามือคือมุมที่ผมให้แบคโฮแหวกร่องน้ำไหลลงสระเพราะเป็นเนื้อดินเดิม ต่อไปคงไม่เกิดการกัดเซาะมากนักหากได้ปลูกหญ้าแฝกช่วยเสริมตามความตั้งใจ
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-015_zpsp16y7s5w.jpg)


หัวข้อ: Re: ปลูกป่าไว้หาเห็ด เก็บผักหวาน : มิตรภาพและการแสวงหา-บนเส้นทางสายนี้
เริ่มหัวข้อโดย: nomadic_man ที่ มิถุนายน 08, 2014, 05:06:17 PM
ดูเหมือนว่าฝนฟ้าอากาศปีนี้ของบ้านสวนน้องเม็ดทรายจะแปลกประหลาดเป็นพิเศษ เพราะในรัศมีรอบๆฝนก็ได้ตกลงมาตามปรกติของฤดูกาล สามสี่วันบ้างแต่ที่บ้านสวนกลับไม่เป็นเช่นนั้น  >:( อาจเพราะร่องเขาบริเวณนั้นเป็นช่องลมพอดีจึงทำให้เมฆฝนแค่ลอยมาแล้วก็ลอยไป ปล่อยให้ผมมองตามด้วยสายตาละห้อย อุตส่าห์หอบต้นไม้จากบ้านพักขึ้นหลังรถมาปลูกร่วมครึ่งร้อยเพราะเมื่อคืนเห็นฝนตกเกือบทั้งคืน ที่ไหนได้พอมาถึงสวนล่างฝนไม่ตกเพิ่มสักเม็ด(ตอนเที่ยงของเมื่อวานฝนตกประมาณ 15 นาที)

ไหนๆก็มาแล้วจึงขนต้นตะขบลงปลูก 20 ต้นเพื่อฝังเมล็ดผักหวานชุดสุดท้ายของปีนี้ที่เหลืออยู่(ปลูกไม่หมดราวๆ 200 เมล็ดแต่ลืมเอาเข้าตู้เย็นไว้จึงไม่รู้ว่าจะเหลืออัตรางอกเท่าไร) ดินก็แห้งปลูกแล้วจึงต้องหิ้วน้ำลดเหนื่อยจนลืมเก็บภาพดงตะขบสวนล่างมาฝาก  ;D นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ไปดูผักหวานที่ทดลองปลูกบริเวณบ้านสวนเมื่อปีกลายนานแล้ว จึงเก็บภาพผักหวานป่าจริงๆมาฝากเพื่อนสมาชิก เพราะเจ้าของเลิกเหลียวแลมาหลายเดือนแล้ว ครับผม



อีรอกปีนี้เก็บเมล็ดได้พอประมาณแต่ก็ไม่ถึงกับมากนัก คงขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆ
(http://i1299.photobucket.com/albums/ag74/k8_man/page-018/18-016_zpssvo5ryul.jpg)


ไปเยี่ยมสวนจากกระทู้ของเพื่อนสมาชิ