เกษตรพอเพียง.คอม

เว็บบอร์ดเกษตรพอเพียง => ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: JARERN ที่ พฤศจิกายน 28, 2009, 07:19:40 PM



หัวข้อ: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: JARERN ที่ พฤศจิกายน 28, 2009, 07:19:40 PM
(http://www.pakoy100.com/uppic/images/20180506cqsd223x207x244x222.jpg)

      ผมเคยไปขายผักสดที่ตลาดสี่มุมเมืองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว    เพื่อนชวน
         ผมเริ่มจาก  เราไปตัดผักที่หน้าตลาดมาขาย   หมายความว่า  ที่หน้าตลาด(ข้างๆติดกับเมอรี่คิง)  จะมีซอยสำหรับรถบรรทุกผักผ่านเข้า    ประมาณ 100 เมตร จะมีด่านเก็บเงิน  รถกระบะปิคอัพทั่วไป  บรรทุกมากน้อยคันละ 100 บาท  ส่วนรถลูกค้าที่จะมาจ่ายตลาด(รถเปล่าไม่มีพืชผัก)   จะมีอีกเลนหนึ่งไม่ต้องเสียตังค์   รถบรรทุกพืชผักทุกคันต้องต่อแถวเข้าด่านเก็บเงิน  บางวันจ่ายตรงป้อมด่าน   แต่บางวันก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาเก็บถึงรถเพื่อความรวดเร็วเรื่องการจราจร   หลังจากผ่านด่านจ่ายเงินแล้ว  จะมีเจ้าหน้าที่จราจรโบกรถ   เพื่อจอดรอคิวเข้าตลาดอย่างเป็นระเบียบ  ข้างในตลาด  จะถูกแบ่งไว้เป็นล็อกเป็นแถว  เราไม่สามารถเลือกล็อกเลือกแถวเองได้  เมื่อรถผักขับวนไปถึงลานขาย  จะมีเจ้าหน้าโบกเรียกให้รถแต่ละคันเข้าจอดเอาผักลงแถวไหนล็อกไหน  รถผักจะเข้าจอดถึงหน้าล็อกของตัวเอง   การขนผักลงจากรถจะมีเจ้าหน้าที่ขนลงให้เสร็จสัพ  คนตัดผักขายมีหน้าที่จ่ายเงินให้เจ้าของผักและจ่ายค่าลานขาย(ถ้าจำไม่ผิดก็ล็อกละ 50หรือ100 บาท)แล้วก็นั่งขายผักเอากำไรต่อไป   ส่วนเจ้าของผักหรือเจ้าของรถมีหน้าที่รับเงินแล้วขับรถกลับบ้าน   ทางรถออกจะเป็นคนละทางกับทางรถเข้า   แต่ไม่ต้องกังวนเพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเป็นระยะๆ
         ในช่วงที่รอเข้าด่านและรอคิวเข้าตลาดนี่แหละ   ที่ผมและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเจ้าเล็กเจ้าใหญ่   เข้ามาติดต่อซื้อ  อาจจะเหมาซื้อทั้งคัน   หรือบางส่วน  หรือบางรายการ  ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน(ตกลงกันเปล่า)  จ่ายก่อนจ่ายหลังหรือมัดจำแล้วแต่จะตกลงกัน  ที่แน่ๆ เมื่อของลงตลาดแล้วต้องจ่ายเงินกันให้เรียบร้อย  ไม่มีการติดค้าง  เว้นแต่รู้กันจริงๆ  เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมาจากร้อยพ่อพันแม่  อย่าเชื่อใจกันมาก   พืชผักที่ตลาดมีความต้องการจะมีสูง  จะมีคนมารุมติดต่อซื้อเยอะ
         ลานขายผักสดจะเป็นลานโล่งไม่มีหลังคา   ถ้าฝนตกต้องหาร่มกางเอง   ลานผักเริ่มขายช่วงเย็นถึงเช้า   ถ้าผักขายไม่หมดจะเอากลับไปบ้านก็ได้   ส่วนมากจะถูกวางทิ้งไว้ให้รถตักตักไปทิ้ง    คนตัดผักขายจะได้กำไรหรือขาดทุนก็ไม่มีใครช่วยใครได้   ที่นีเสรี   ในช่วงเช้านี่แหละพวกรถเร่ขายผักจะมาหาซื้อผักในราคาถูกๆหรือเก็บผักที่ถูกทิ้งไปเร่ขายตามหมู่บ้านตามซอย   แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นผักเดนหรือผักสกปรกนะครับ    แต่มันเป็นผักที่ขายไม่หมด   หมดคนซื้อ
          กลับมาที่รถบรรทุกผักเข้า   ถ้าคันไหนได้ผักที่ตลาดกำลังหมดหรือเหลือน้อยมา   ก็ถือว่าโชคดี  ที่ว่าโชคดีเพราะราคาในแต่ละวันแต่ละชั่วโมงอาจจะไม่เท่ากัน   ไม่มีใครกำหนดหรือแทรกแซงราคา   ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด    เหตุที่ราคามันมีความผันผวนมันเป็นเช่นนี่พี่น้องเอ๋ย    สมมุติว่าวันที่ 1 ผักบุ้งล้นตลาด  แน่นอนราคาย่อมถูกและก็ขายยาก   รถบรรทุกที่ขนผักเข้ามาส่วนมากก็เป็นพ่อค้าเหมือนกัน   ไปเหมาสวนมา   เมื่อขายไม่ได้ขายยาก   วันที่ 2 ก็ไปหาอย่างอื่นมาขายดีกว่าหรือไม่เข้าตลาด   แล้วถ้าวันที่ 2 พ่อค้าหลายๆคันไม่เอาผักบุ้งมาขาย   ผักบุ้งก็ขาดตลาด  มีราคา  แย่งกันซื้อ  เรียกว่าผักเป็นหรือเรียกกันว่าบุ้งเป็น   ถ้าล้นตลาดขายยากเรียกว่าผักตาย
          แล้วไอ้ที่ราคาในแต่ละชั่วโมงไม่เท่ากันมันเป็นอย่างไร  อย่างที่บอกผักมันขาดตลาดไม่ได้ขาดสวน   มาสมมุติต่อ   ในเมื่อวันที่ 2 ในช่วงเย็นรถผักบุ้งเข้าตลาดน้อย  ผักเริ่มมีราคา(ผักเป็น)พ่อค้าในตลาดก็จะโทรแจ้งโทรตามรถบรรทุกผัก  ให้เอาผักบุ้งมาลง   กว่ารถผักบุ้งจะมาถึงตลาดมันก้ต้องดึก   แล้วถ้าผักบุ้งทุกคันมาถึงพร้อมกันตอนดึกราคาจะเป็นอย่างไรคิดดูเอาครับพี่น้อง  แต่ไม่ต้องกังวลเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
          ทีนี้มาพูดถึงผักที่ไม่มีราคาผักล้นตลาด   ถ้ารถผักใจร้อนก็ต้องยอมขายถูก   แต่ถ้าใจเย็นผักก็อาจขายไม่หมดหรือไม่ได้ขาย   เมื่อรถถึงคิวลงลานแล้วยังไม่มีคนมาตัด   ก็ต้องนั่งขายเองในลานผัก   ส่วนรถก็ไปจอดไว้ข้างนอก(หมายถึงบริเวณที่ทางตลาดจัดไว้ให้จอด)   ส่วนมากยอมขายในราคาถูก   หรือบางคันมาเป็นครอบครัวภรรยาเป็นคนนั่งขายในลาน  สามีกับลูกกับญาติกับลูกน้องออกไปหาเหมาสวนแบ่งหน้าที่กันทำ   หรือบางกลุ่มเป็นขาประจำซึ่งกันและกัน
         บางครอบครัวก็ทำสวนเอง   ขนบรรทุกเอง  ขายเอง  ทำกันเป็นครอบครัว   ปีหนึ่งมีรายได้เป็นล้าน   ผมอยากทำอย่างเขาเหมือนกันแต่ตอนนั้นยังไม่มีครอบครัวและไม่มีสวนเป็นของตัวเอง    ผมตัดผักขายอยู่ประมาณครึ่งปีก็ออกไปตระเวนเหมาสวนกับเพื่อนอยู่อีกครึ่งปี  รู้สึกลำบากมาก  ก็เรายังไม่มีสวนประจำ  จะไปเข้าสวนที่มีเจ้าประจำก็เสี่ยงโดนลูกปืน   เลยออกจากตลาดมาปลูกพวกมะละกอ  ฟักแฟง  ผักชี อยู่ทางอีสาน  กะว่าจะปลูกเองขายเอง   แต่พอผลผลิตออกมาเจอช่วงไม่มีราคา  ก็เลยเจ๊ง    ทำสวนอยู่ 1 ปี   พอดีมีญาติอยู่ขอนแก่นก็เลยไปวิ่งเหมาสวนแถวขอนแก่นขายตลาดขอนแก่น   ทั้งตลาดรางรถไฟและตลาดพูลผล(พึ่งเปิดใหม่)   ตลาดที่ขอนแก่นเล็กกว่าตลาดสี่มุมเมือง   สมัยนั้นค่าตลาดคเก็บคันละ 50 บาท ค่าลานไม่ต้องเพราะไม่มีลานเหมือนสี่มุมเมือง  ผักวางขายบนรถเลย(ทุกวันนี้ไม่ทราบ)   ตลาดที่ขอนแก่นไม่ค่อยจะวุ่นวายมากเท่าไหร่   สวนไหนใครมีรถปิคอัพเองถ้าคำนวนแล้วคุ้มค่าน้ำมันก็บรรทุกมาขายเองได้เลย   ไม่ต้องเสียเปรียบพ่อค้า  
        
         ความจริงถ้าเรามีพืชผลไม่มากไม่มีพรรคพวกในตลาด   อย่าเข้ามาในตลาดใหญ่เลย  ส่วนมากมักจะเสียเปรียบพ่อค้า  แต่มันก็ท้าทาย   คือถ้าเรามีผักที่กำลังขาดสวนจริง(ไม่ใช่ขาดตลาด)  เช่น  ผมเคยวิ่งรถหาผักทั้งวันได้ผักชี 30 กิโล  ซื้อสวนมาโลละ 30 บาทขาย  ได้โลละ 120 หักค่าน้ำมัน 400(สมัยนั้นน้ำมันถูกมาก)  ค่าตลาดค่าลานกำไรเหลือตั้ง 2000
        เอาเป็นว่า   ถ้าใครอยากเอาผลิตผลของตัวเองขายตลาดขายส่ง   ถ้าคำนวนค่าใช้จ่ายแล้วคุ้มก็มาเลย   อย่าไปกลัวเกินเหตุ   ถ้าเป็นตลาดใหญ่   แล้วเราไม่มีเพื่อนเริ่มแรกก็ให้มาสำรวจตลาดเขาก่อน   ดูกฎระเบียบเขา   สังคมของเขา   ดูเส้นทางเข้าออก  ลานจอด  ห้องน้ำ  เพราะสินค้าเกษตร  มันมาเสียเทียวไม่ได้  ยิ่งเป็นผักสดจะอยู่บนรถนานไม่ได้  ผักจะร้อนแล้วก็เน่าเร็ว  ฉะนั้นมือใหม่ต้องสำรวจลู่ทางก่อนจะมา  แต่อย่ากลัวเกินไป  เพราะคนเราไม่มีใครเกิดมาวันแรกก็กินข้าวเป็นเดินได้   ทุกอย่างต้องเรียนรู้
         กลับมาที่สี่มุมเมือง   ส่วนพวกผลไม้จะถูกจัดอยู่อีกคนละโซน   ผมไม่เคยมีผลไม้ไปขาย   แต่เคยไปเดินซื้อก่อนกลับบ้าน   เห็นรถผลไม้จอดแช่เรียงกันเหมือนลานจอดรถ  มีทั้งที่อยู่บนรถและลงจากรถ  แต่เรื่องกฎระเบียบผมไม่ทราบ  
         ส่วนตลาดไท  ผมไม่รู้อะไรมาก  สมัยนั้นพึ่งเปิดใหม่  ยังไม่มีผู้คน  เดี๋ยวนี้ผู้คนคงจะเยอะขึ้น  วันแวะผ่านไปจะสำรวจมาเล่าให้ฟัง  ผมเคยเอาแตงโมไปขาย  มองดูผู้คนบางตาคิดว่าไม่น่าจะขายได้  ก็ขับรถออกมาเสียตังค่าตลาดฟรี  ตระเวนขายตามชุมชน  ได้ราคาสูงกว่าเยอะ  แตงโมขายใจเย็นได้ไม่ต้องรีบร้อน
         สุดท้ายแนะนำเกษตรกรที่อยากนำผลิตผลของตัวเองออกขายตลาดเอง   ให้มองหาตลาดที่อยู่ใกล้ที่สุด  เริ่มจากตลาดในตัวตำบล  ถ้าผลิตผลเรามากพอก็ไปดูตลาดอำเภอ   ตลาดจังหวัดไม่น่าจะต่างอะไรจากตลาดอำเภอ   ต่างตรงที่ขนาดใหญ่กว่า   แต่ส่วนมากก็เป็นตลาดสดขายปลีก   ไม่ใช่ตลาดขายส่ง  ยกเว้นบางจังหวัด  ที่ผมเคยเห็นตลาดนครปฐม   โคราช   ขอนแก่น   และก็มีตลาดขายส่งในชุมชนบางต่างจังหวัด   ก็ไม่เชิงเป็นตลาดแต่เป็นจุดรับซื้อมากว่า
           และสุดท้ายจริงๆใครมีข้อสงสัยถามได้   ถ้ารู้ก็จะตอบ   ผมก็แค่เคยมีประสพการณ์นิดหน่อย  แต่ถ้าไม่รู้ก็คือไม่รู้


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: phalikhit ที่ พฤศจิกายน 28, 2009, 08:20:54 PM
เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มาก
ขอบคุณมาก ครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: naretk ที่ พฤศจิกายน 29, 2009, 06:29:02 AM
เดี๋ยวคงต้องขอคำปรึกษาบ้างแล้วครับ..


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mrob1 ที่ พฤศจิกายน 29, 2009, 08:12:00 AM
เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมากครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: น้าหลุยส์ใบมีด ที่ พฤศจิกายน 29, 2009, 06:47:07 PM
 อ่านจนจบ ได้ความรู้ดีดี จากประสบการณ์จริงอีกแล้ว ขอบคุณครับ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Bart_นักท่องเนตบ้านนอก ที่ พฤศจิกายน 29, 2009, 08:05:34 PM
แวะมาขอบคุณด้วยคนครับ..แม้เป็นกระทู้ที่ยาวแต่น่าติดตามครับ

ขอบคุณมากเลยนะครับ..


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: kenwong ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 03:04:19 AM
ขอบคุณพี่มากนะครับ ผมก็สนใจทำสวนแล้วเอาผลผลืตไปขายส่งที่ตลาดไทหรือตลาดสี่มุมเมืองครับ อยากปลูกพวกมะเขือพวง ผักชี
ผมเห็นว่าราคาดี ต้นทุนถูก ปลูกควบคู่กับผักหวานป่าครับ แต่สิ่งที่ผมกลัวคือว่า พวกที่ไปรับซื้ออีกทีจะฮั้วกันเพื่อกดราคาเราหรือเปล่า
 แล้วราคารับซื้อจะเหมือนราคากลางหรือเปล่า


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: treo ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 09:01:57 AM
ได้ยินได้ฟังมา ไม่ทราบจริงเท็จประการใดนะครับ ว่ากันว่าบางครั้ง พอเจอหน้าแปลกๆเข้าไป เมื่อรถเข้าไปถึงลานลงผัก ก็จะมีพ่อค้ามาตัด
ปัญหามันเิกิดตรงที่ว่า สมมุติว่ารถที่เข้าไปหน้าใหม่เป็นกะหล่ำปลีละกัน ข้างๆก็นั่งขายกะหล่ำปลีอยู่ กิโลละ สมมุติ(อีก) กิโลละสิบสองบาท
พอเห็นรถหน้าใหม่เข้าไป เค้าก็เปลี่ยนราคาขายบอกขายกิโลละห้าบาท แล้วก็มาตัดกะหล่ำปลีจากหน้าใหม่ไปโลละสามบาท ฝ่ายหน้าใหม่หลงกล เห็นว่าเค้าขายอยู่ห้าบาท เลยยอมขายไปแค่สามบาท พอเอาของลงเสร็จหน้าใหม่ออกไปแล้ว ก็กลับมาขายสิบสองบาทต่อ...

 ผมเองเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง..แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย จะได้ระวังเอาไว้...





หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: infova ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 10:24:35 AM
ขอบคุณมากเลยครับ แสดงว่าพี่ก็พอจะทราบใช่มั้ยครับ ว่าผักชนิดไหน ช่วงไหนราคาเป็น ราคาตาย ผมเคยคิดจะทำเป็นลิสต์ในหนึ่งปีดูว่า ช่วงไหน ผักชนิดไหนราคาดี เพราะจะได้เตรียมผลิตให้เหมาะกับตลาดในแต่ละช่วงได้


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Thanarat ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 10:46:12 AM
 :-[ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: pasuta ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 12:20:39 PM
ขอบคุณค่ะ สำหรับการแบ่งปันประสบการณ์


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ดวงพร ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 12:59:35 PM
บทความมีประโยชน์มากๆๆค่ะมีอะไรก็เขียนมาแบ่งปันคนอื่นๆๆจะได้รู้ค่ะนี่แหละคือจุดประสงค์ของเวปเราอยากให้ชาวสวนเกษตรกรตัวจริงพ่อค้าพืชเกษตรได้ถ่ายทองความรู้และประสบการณ์ให้คนอื่นได้รับรู้ค่ะขอบคุณจริงๆๆ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: อรุณธิดา ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 07:12:38 PM
เป็นบทความที่ดีมากค่ะ

ตัวดิฉันก็เคยติดตามเพื่อนที่เอาผักไปขายที่ตลาดสี่มุมเมือง เพื่อสำรวจลู่ทาง

เป็นอย่างที่คุณ JARERN เล่าจริงๆ ค่ะ

เหมือนบทความนี้เป็นบทความเสริมความรู้เลยค่ะ

ดิฉันก็ไปสัมภาษณ์คนตัดผักที่เขามาตัดชะอมไปขาย

รถวิ่งมาจากสวนขายให้เขามัดละ 3 บาท เขาเอาไปนั่งขายต่อกำละ 4 บาท

เห็นวันนั้นเขาตัดไป 10 ลัง (ลังละ 100 มัด) นั่งประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ขายหมด ได้กำไรไป 1 พันบาท

แต่วันนั้นเพื่อนดิฉันรับสะระแหน่ไปขายค่ะ วันนั้นผักตายอีกต่างหาก กว่าจะขายหมดแถมลดราคาลงไปเยอะ

ก็ตั้งแต่ 15.00 น. - 21.30 น. แน่ะ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: blackbird ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 07:55:30 PM
เป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ชาวเกษตรพอเพียงมากเลย ขอบคุณมากๆเลย


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: phalikhit ที่ พฤศจิกายน 30, 2009, 08:55:33 PM
คนตัดผัก  คือคนที่รับซื้อผักจากรถที่นำผักมาส่ง 
ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ
หรือว่าคนตัดผักจากแปลงเอามาขาย
ถ้าเราจะเป็นตัดผัก  จะต้องเช่าที่หรือเปล่า  และนั่งขายในนั้นเลยใช่หรือไม่
ผมเกิดอยากจะเป็นคนตัดผักเสียแล้ว  เพื่อรับซื้อผักจากผู้ผลิตโดยให้ราคายุติธรรม ไม่เอาเปรียบมากเกินไป 
หรือไม่ก็อยากให้คนที่เรารู้จัก (เฃ่นเพื่อนฝูงในเว็บนี้)เป็นคนตัดผักบ้าง


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ดวงพร ที่ ธันวาคม 01, 2009, 01:30:30 AM
คนตัดผัก  คือคนที่รับซื้อผักจากรถที่นำผักมาส่ง 
ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ
หรือว่าคนตัดผักจากแปลงเอามาขาย
ถ้าเราจะเป็นตัดผัก  จะต้องเช่าที่หรือเปล่า  และนั่งขายในนั้นเลยใช่หรือไม่
ผมเกิดอยากจะเป็นคนตัดผักเสียแล้ว  เพื่อรับซื้อผักจากผู้ผลิตโดยให้ราคายุติธรรม ไม่เอาเปรียบมากเกินไป 
หรือไม่ก็อยากให้คนที่เรารู้จัก (เฃ่นเพื่อนฝูงในเว็บนี้)เป็นคนตัดผักบ้าง

ค่ะดวงพรรู้จักกับคนตัดผักค่ะคือถ้าสนใจก็เข้าไปดูช่องทางได้ที่ตลาดสี่มุมเมืองค่ะคือดักรอพ่อค้าแม่ค้าแล้วก็เอามาตัดมาแต่งแล้วก็ขายต่อเหมือนจับมาแล้วขายไปทันที่น่ะค่ะแต่ทำงานกลางคืนเท่านั้นคนรู้จักก็ยึดอาชีพนี้รายได้พอสมควรเลยล่ะค่ะแต่จะเหนื่อยหน่อย


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: เคียว ที่ ธันวาคม 01, 2009, 10:04:54 AM
ขอบคุณมากๆเลยครับ อ่านแล้วได้ความรู้มากเลยครับ วงการนี้มีอะไรที่เราไม่รู้มากเลยนะเนี่ย
ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Naradhip ที่ ธันวาคม 08, 2009, 08:55:54 PM
ก่อนจะไปทำการเกษตร ผมจะซื้อแผงในตลาดใกล้บ้านก่อน


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: สายรุ้ง ที่ ธันวาคม 09, 2009, 08:38:13 AM
  แถวพิ โลก บึงพระ  เขามีระบบ แบ่งความเสี่ยง โดยคนปลูกจะไม่รู้ว่าจะได้โลละกี่บาท
   จนกว่าคนที่ขนไปขายจะกลับมาบอก แล้วจ่ายเงินกัน  แต่ฟังๆดูคนขนไปขายเสี่ยงน้อยที่สุด  แป๊บๆออกรถใหม่แล้ว เวลาขนไปนี่อัดกันเต็มที่เลย คนขนจะเป็นคนต่อรองราคา ขายได้เท่าไรก็จะหักค่าเที่ยวเป็น กก.ไป แต่จะมีปัญหากรณีผักราคาถูกจนไม่คุ้มค่าขนหรือขายได้ไม่หมด  บางที่ถูกจนต้องไถทิ้งไป
   คนปลูกเก่งๆนี่เขามีการให้คนขับรถไปดูแหล่งปลูกใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพเลยนะครับโดยจะเลือกปลูกผักที่มีคนปลูกน้อยๆ ปลูกที20-30ไร่ เห็นแล้วอึ๊ง
   ถ้าปีไหนน้ำท่วมอ่างทอง อยุธยานี่ แถวนี้รวยเละ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงแอ๊ด ขอนแก่น ที่ ธันวาคม 09, 2009, 12:10:02 PM
ขอบคุณมากๆครับสำหรับข้อมูลดีๆความรู้ที่มีประโยช์มาแบ่งปันกันครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: pocky ที่ ธันวาคม 09, 2009, 01:49:57 PM
ขอบคุณค่ะสำหรับบทความดีมีสาระ อ่านแล้วได้ความรู้ดีมากค่ะ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ยศ สวนอรุโณทัย ที่ ธันวาคม 13, 2009, 11:42:44 AM
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
กลลังศึกษาเรื่องนี้อยู่พอดีครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Cheevit_thai ที่ มกราคม 11, 2010, 12:24:29 AM
ได้มุมคิดดีๆ ก่อน ทำเกษตร  หรือ ค้าขายสินค้าเกษตรครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: vit12 ที่ มีนาคม 26, 2010, 01:45:18 PM
ได้ความรู้ดี


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: saeree ที่ มีนาคม 26, 2010, 05:40:21 PM
web ตลาดสี่มุมเมือง ก็มี นะครับ
เราสามารถ เข้า ไปดูราคา สินค้าที่ขายในตลาด ได้ฟรี
ไม่ต้องเสียเงินเป็นสมาชิก แบบตลาดไท
ดูง่าย มีกราฟ ย้อนหลัง
ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่า เดือนไหน ราคาสินค้าเกษตรเป็นไง
เอากราฟราคา มะนาว มาให้ดูเป็นคัวอย่าง
มะนาวมักจะมีราคาสูงในหน้าแล้ง ปีนี้ลูกละ 7 บาท
ถ้าในห้างนี่ 10 บาทเลย นะครับ 
ราคาในกราฟ เป็นราคา 100 ลูกนะครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ มีนาคม 26, 2010, 09:55:18 PM
ยอดเยี่ยมเลยครับ
ผมกำลังจะรวมกลุ่มเกษตรกรเข้าไปดูอยู่พอดีเลย หน้าปิดเทอมพอมีเวลาน่ะ
ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

เคยเห็นแต่ท่าข้าวครับ พวกนี้ก็ไม่น้อยหน้าเลยเหมือนกัน มีการฮั้วกันทุบราคาด้วย
เช่น ที่ท่าข้าว มีนาย 1-2-3-4-5 เป็นพวกรับซื้อ เขาจะเรียงคิวกันว่าใครก่อนหลัง
พอรถข้าวเข้ามา สมมติว่า คิวนาย1 แกก็จะเข้าไปตีราคาทันที แน่นอนว่าต้องกดๆหน่อยแล้วเจ้าของข้าวก็จะต่อรองว่า ขอเพิ่มซึ่งนาย 1 จะบอกว่าไม่เอา สู้ไม่ไหว แล้วเป็นที่รู้กันว่า นาย2 จะเข้ามาตีราคาทันทีโดยนาย 2จะดูสัญญาณมือที่นาย 1 ว่า จะอัพได้เท่าไรโดยนาย 1จะไม่พูดอะไรหรือไม่ก็ทำทีเป็นโทรศัพท์คุยกับพวกท่าเรือส่งออก ทั้งที่ไม่ใช่เลย
เขาจะใช้นิ้วโป้งมือแตะที่นิ้วชี้ก็คือเพิ่มให้100 นิ้วกลาง200นิ้วนาง300 กำมือเพิ่ม500 ถ้าชาวนายังไม่ยอมอีก นาย 3 จะเข้ามาตีราคาฟันลงจากราคาที่นาย1ตีราคาไว้อีก300-500บาท  เท่านี้ชาวนาก็ขวัญเสียแล้วครับ  เท่าไรก็ขาย

อีกกรณีนึงคือ เจ้าของท่าเล่นด้วยครับ  ชาวนาเอาข้าวมาขายแล้วก็ต่อรองราคากันกับคนซื้อ เจ้าคนซื้อจะคุยเสียวดังๆว่า ไม่ได้ๆๆ ข้าวไม่ดี ข้าวเปียกส่งออกไม่ได้ นะ ขายได้ราคาแค่นี้แหละ เจ้าของท่าก็จะทำท่าออกมาเคลียร์ว่า เฮ้ย ช่วยๆกันไปเถอะ ไหนๆเขามาแล้วน่า สงสารเค้านะ ทำนาเหนื่อจะตาย นะนะ
เจ้าคนซื้อก็จะทำทีเป็นจำใจรับซื้อ เออๆ  เอาก็เอา  เที่ยวเดียวนะ เดี๋ยวเถ้าแก่ที่กรุงเทพจะว่าเอา
แล้วเจ้าของท่าก็จะสั่งให้ขึ้นกิโลชั่ง    ซึ่งเจ้าของท่าเขาไปเล่นที่กิโลครับ กดกินเที่ยวๆนึงไม่ใช่น้อยเลย
เจ้าของท่าจะได้ค่าบริการท่า ตามน้ำหนักครับ เมื่อก่อนตันละ50บาทเดี่ยวนี้ไม่รู้

เกษตรกรรมเนี่ย  มันแปลว่า กรรมของเกษตรกร ละมั้งเนี่ย


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ไร่ขวัญข้าว ที่ มีนาคม 27, 2010, 12:30:36 AM
ช่ายๆๆๆ
แทนที่คนเกษตรจะเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุด
ปลููกเอง ขายเอง แต่ไม่ส่มารถกำหนดราคาเองได้
เกษตรกรไทยจึงไม่รวยเสียที
--------------
ดังนั้นเรามาปลูกเองกินเอง ดีกว่า


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: pp_79 ที่ มีนาคม 27, 2010, 01:23:35 PM
ขอบคุณมากครับ...เป็นความรู้ และเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำอาชีพเกษตรครับ แต่ก็น่าเห็นใจครับ ถ้าจะทำให้ประสพผลสำเร็จจริงๆ ผมว่าต้องครบวงจรครับ...โดยเฉพาะ ตลาด ครับ เกษตรกรเอาใจใส่ถนุบำรุงจนได้ผลผลิตแล้ว...แต่...

เรามาทำเกษตรพอเพียงดีกว่า....พออยู่พอกิน...เหลือก็แจก(ขาย) ;D


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ice1 ที่ มีนาคม 27, 2010, 04:15:04 PM
ขอบคุณค่ะสำหรับบทความดีๆ  ตอนนี้ก็กำลังหาลู่ทางอยู่เหมือนกัน เพราะเป็นลูกจ้างเขามันลำบากมาก ;) ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: jukkid.v@gpo.or.th ที่ มีนาคม 28, 2010, 11:48:33 AM
ขอบคุณอย่างสูงครับ สำหรับข้อมูลที่ข่วยให้ได้คิด  เราต้องทันต่อเหตุการณ์ตลอดเลยนะเนี่ย ต้องติดตาม ฟัง คิด สังคมทุกที่ต่างก็มุ่งแสวงหาผลต่างที่เป็นกำำไรให้ได้มากที่สุด เหนื่อยนะ...แต่ต้องทำเพื่อที่จะอยู่ได้ในสังคมโลกใบกลมๆ นี้ ....จะอาศัยหน่วยงานราชการที่มีอยู่ตามท้องถิ่นหรือ  .. เปล่าเลย  .. ดูแล้วต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำมาหากินดีกว่า  ...เพราะฉะนั้น นับ 1.2.3  ปลูกเอง  ตั้งเงื่อนไขเอง ..ขายเอง  สุดท้ายนำพระราชดำริของในหลวง  นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือ..รู้จักพอเพียง และเพียงพอ ..เราก็จะอยู่ได้อย่างสบายกายและใจ  ไม่ต้องดิ้นรนตากแดด ตากลม รับจ้างใครต่อใครให้ร่างกายทรุดโทรม  เป็นนายตัวเราเองดีที่สุด  ทำเท่าที่ได้ั และได้เท่าที่ทำ  มีที่ทำกิน รู้จักเป็นผู้ให้บ้างในบางครั้ง ... เฮ่อ..ระบายความคิดอันน้อยนิดของตัวเองออกมา พอย้อนอ่านเองก็รู้สึกทำให้ชีวิตตัวเองมีราคาค่าตัวขึ้นมาอีกหน่อย  ... ลูกและเมีย ก็สบายไปด้วยกัน (ลองทำดูครับ ทุกท่าน เศรษฐกิจพอเพียง ดีที่สุด)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: boyeg6 ที่ มีนาคม 29, 2010, 09:01:48 AM
ขอบคุณครับประสบการณ์ที่ท่านได้สัมผัสมา แล้วเอามาเล่าสู่กันฟังมีประโยชน์มากครับ...
.....รู้สึกว่าถ้าสมัครสามชิก จะมีส่วนลด ค่าเอารถขนสินค้าเข้าไป 50 บาทมั้งครับ ที่ 4 มุมเมืองอ่ะครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: a106679 ที่ มีนาคม 22, 2012, 08:00:52 AM
       ผมเคยไปขายผักสดที่ตลาดสี่มุมเมืองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว    เพื่อนชวน
         ผมเริ่มจาก  เราไปตัดผักที่หน้าตลาดมาขาย   หมายความว่า  ที่หน้าตลาด(ข้างๆติดกับเมอรี่คิง)  จะมีซอยสำหรับรถบรรทุกผักผ่านเข้า    ประมาณ 100 เมตร จะมีด่านเก็บเงิน  รถกระบะปิคอัพทั่วไป  บรรทุกมากน้อยคันละ 100 บาท  ส่วนรถลูกค้าที่จะมาจ่ายตลาด(รถเปล่าไม่มีพืชผัก)   จะมีอีกเลนหนึ่งไม่ต้องเสียตังค์   รถบรรทุกพืชผักทุกคันต้องต่อแถวเข้าด่านเก็บเงิน  บางวันจ่ายตรงป้อมด่าน   แต่บางวันก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาเก็บถึงรถเพื่อความรวดเร็วเรื่องการจราจร   หลังจากผ่านด่านจ่ายเงินแล้ว  จะมีเจ้าหน้าที่จราจรโบกรถ   เพื่อจอดรอคิวเข้าตลาดอย่างเป็นระเบียบ  ข้างในตลาด  จะถูกแบ่งไว้เป็นล็อกเป็นแถว  เราไม่สามารถเลือกล็อกเลือกแถวเองได้  เมื่อรถผักขับวนไปถึงลานขาย  จะมีเจ้าหน้าโบกเรียกให้รถแต่ละคันเข้าจอดเอาผักลงแถวไหนล็อกไหน  รถผักจะเข้าจอดถึงหน้าล็อกของตัวเอง   การขนผักลงจากรถจะมีเจ้าหน้าที่ขนลงให้เสร็จสัพ  คนตัดผักขายมีหน้าที่จ่ายเงินให้เจ้าของผักและจ่ายค่าลานขาย(ถ้าจำไม่ผิดก็ล็อกละ 50หรือ100 บาท)แล้วก็นั่งขายผักเอากำไรต่อไป   ส่วนเจ้าของผักหรือเจ้าของรถมีหน้าที่รับเงินแล้วขับรถกลับบ้าน   ทางรถออกจะเป็นคนละทางกับทางรถเข้า   แต่ไม่ต้องกังวนเพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเป็นระยะๆ
         ในช่วงที่รอเข้าด่านและรอคิวเข้าตลาดนี่แหละ   ที่ผมและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเจ้าเล็กเจ้าใหญ่   เข้ามาติดต่อซื้อ  อาจจะเหมาซื้อทั้งคัน   หรือบางส่วน  หรือบางรายการ  ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน(ตกลงกันเปล่า)  จ่ายก่อนจ่ายหลังหรือมัดจำแล้วแต่จะตกลงกัน  ที่แน่ๆ เมื่อของลงตลาดแล้วต้องจ่ายเงินกันให้เรียบร้อย  ไม่มีการติดค้าง  เว้นแต่รู้กันจริงๆ  เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมาจากร้อยพ่อพันแม่  อย่าเชื่อใจกันมาก   พืชผักที่ตลาดมีความต้องการจะมีสูง  จะมีคนมารุมติดต่อซื้อเยอะ
         ลานขายผักสดจะเป็นลานโล่งไม่มีหลังคา   ถ้าฝนตกต้องหาร่มกางเอง   ลานผักเริ่มขายช่วงเย็นถึงเช้า   ถ้าผักขายไม่หมดจะเอากลับไปบ้านก็ได้   ส่วนมากจะถูกวางทิ้งไว้ให้รถตักตักไปทิ้ง    คนตัดผักขายจะได้กำไรหรือขาดทุนก็ไม่มีใครช่วยใครได้   ที่นีเสรี   ในช่วงเช้านี่แหละพวกรถเร่ขายผักจะมาหาซื้อผักในราคาถูกๆหรือเก็บผักที่ถูกทิ้งไปเร่ขายตามหมู่บ้านตามซอย   แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นผักเดนหรือผักสกปรกนะครับ    แต่มันเป็นผักที่ขายไม่หมด   หมดคนซื้อ
          กลับมาที่รถบรรทุกผักเข้า   ถ้าคันไหนได้ผักที่ตลาดกำลังหมดหรือเหลือน้อยมา   ก็ถือว่าโชคดี  ที่ว่าโชคดีเพราะราคาในแต่ละวันแต่ละชั่วโมงอาจจะไม่เท่ากัน   ไม่มีใครกำหนดหรือแทรกแซงราคา   ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด    เหตุที่ราคามันมีความผันผวนมันเป็นเช่นนี่พี่น้องเอ๋ย    สมมุติว่าวันที่ 1 ผักบุ้งล้นตลาด  แน่นอนราคาย่อมถูกและก็ขายยาก   รถบรรทุกที่ขนผักเข้ามาส่วนมากก็เป็นพ่อค้าเหมือนกัน   ไปเหมาสวนมา   เมื่อขายไม่ได้ขายยาก   วันที่ 2 ก็ไปหาอย่างอื่นมาขายดีกว่าหรือไม่เข้าตลาด   แล้วถ้าวันที่ 2 พ่อค้าหลายๆคันไม่เอาผักบุ้งมาขาย   ผักบุ้งก็ขาดตลาด  มีราคา  แย่งกันซื้อ  เรียกว่าผักเป็นหรือเรียกกันว่าบุ้งเป็น   ถ้าล้นตลาดขายยากเรียกว่าผักตาย
          แล้วไอ้ที่ราคาในแต่ละชั่วโมงไม่เท่ากันมันเป็นอย่างไร  อย่างที่บอกผักมันขาดตลาดไม่ได้ขาดสวน   มาสมมุติต่อ   ในเมื่อวันที่ 2 ในช่วงเย็นรถผักบุ้งเข้าตลาดน้อย  ผักเริ่มมีราคา(ผักเป็น)พ่อค้าในตลาดก็จะโทรแจ้งโทรตามรถบรรทุกผัก  ให้เอาผักบุ้งมาลง   กว่ารถผักบุ้งจะมาถึงตลาดมันก้ต้องดึก   แล้วถ้าผักบุ้งทุกคันมาถึงพร้อมกันตอนดึกราคาจะเป็นอย่างไรคิดดูเอาครับพี่น้อง  แต่ไม่ต้องกังวลเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
          ทีนี้มาพูดถึงผักที่ไม่มีราคาผักล้นตลาด   ถ้ารถผักใจร้อนก็ต้องยอมขายถูก   แต่ถ้าใจเย็นผักก็อาจขายไม่หมดหรือไม่ได้ขาย   เมื่อรถถึงคิวลงลานแล้วยังไม่มีคนมาตัด   ก็ต้องนั่งขายเองในลานผัก   ส่วนรถก็ไปจอดไว้ข้างนอก(หมายถึงบริเวณที่ทางตลาดจัดไว้ให้จอด)   ส่วนมากยอมขายในราคาถูก   หรือบางคันมาเป็นครอบครัวภรรยาเป็นคนนั่งขายในลาน  สามีกับลูกกับญาติกับลูกน้องออกไปหาเหมาสวนแบ่งหน้าที่กันทำ   หรือบางกลุ่มเป็นขาประจำซึ่งกันและกัน
         บางครอบครัวก็ทำสวนเอง   ขนบรรทุกเอง  ขายเอง  ทำกันเป็นครอบครัว   ปีหนึ่งมีรายได้เป็นล้าน   ผมอยากทำอย่างเขาเหมือนกันแต่ตอนนั้นยังไม่มีครอบครัวและไม่มีสวนเป็นของตัวเอง    ผมตัดผักขายอยู่ประมาณครึ่งปีก็ออกไปตระเวนเหมาสวนกับเพื่อนอยู่อีกครึ่งปี  รู้สึกลำบากมาก  ก็เรายังไม่มีสวนประจำ  จะไปเข้าสวนที่มีเจ้าประจำก็เสี่ยงโดนลูกปืน   เลยออกจากตลาดมาปลูกพวกมะละกอ  ฟักแฟง  ผักชี อยู่ทางอีสาน  กะว่าจะปลูกเองขายเอง   แต่พอผลผลิตออกมาเจอช่วงไม่มีราคา  ก็เลยเจ๊ง    ทำสวนอยู่ 1 ปี   พอดีมีญาติอยู่ขอนแก่นก็เลยไปวิ่งเหมาสวนแถวขอนแก่นขายตลาดขอนแก่น   ทั้งตลาดรางรถไฟและตลาดพูลผล(พึ่งเปิดใหม่)   ตลาดที่ขอนแก่นเล็กกว่าตลาดสี่มุมเมือง   สมัยนั้นค่าตลาดคเก็บคันละ 50 บาท ค่าลานไม่ต้องเพราะไม่มีลานเหมือนสี่มุมเมือง  ผักวางขายบนรถเลย(ทุกวันนี้ไม่ทราบ)   ตลาดที่ขอนแก่นไม่ค่อยจะวุ่นวายมากเท่าไหร่   สวนไหนใครมีรถปิคอัพเองถ้าคำนวนแล้วคุ้มค่าน้ำมันก็บรรทุกมาขายเองได้เลย   ไม่ต้องเสียเปรียบพ่อค้า 
         
         ความจริงถ้าเรามีพืชผลไม่มากไม่มีพรรคพวกในตลาด   อย่าเข้ามาในตลาดใหญ่เลย  ส่วนมากมักจะเสียเปรียบพ่อค้า  แต่มันก็ท้าทาย   คือถ้าเรามีผักที่กำลังขาดสวนจริง(ไม่ใช่ขาดตลาด)  เช่น  ผมเคยวิ่งรถหาผักทั้งวันได้ผักชี 30 กิโล  ซื้อสวนมาโลละ 30 บาทขาย  ได้โลละ 120 หักค่าน้ำมัน 400(สมัยนั้นน้ำมันถูกมาก)  ค่าตลาดค่าลานกำไรเหลือตั้ง 2000
        เอาเป็นว่า   ถ้าใครอยากเอาผลิตผลของตัวเองขายตลาดขายส่ง   ถ้าคำนวนค่าใช้จ่ายแล้วคุ้มก็มาเลย   อย่าไปกลัวเกินเหตุ   ถ้าเป็นตลาดใหญ่   แล้วเราไม่มีเพื่อนเริ่มแรกก็ให้มาสำรวจตลาดเขาก่อน   ดูกฎระเบียบเขา   สังคมของเขา   ดูเส้นทางเข้าออก  ลานจอด  ห้องน้ำ  เพราะสินค้าเกษตร  มันมาเสียเทียวไม่ได้  ยิ่งเป็นผักสดจะอยู่บนรถนานไม่ได้  ผักจะร้อนแล้วก็เน่าเร็ว  ฉะนั้นมือใหม่ต้องสำรวจลู่ทางก่อนจะมา  แต่อย่ากลัวเกินไป  เพราะคนเราไม่มีใครเกิดมาวันแรกก็กินข้าวเป็นเดินได้   ทุกอย่างต้องเรียนรู้
         กลับมาที่สี่มุมเมือง   ส่วนพวกผลไม้จะถูกจัดอยู่อีกคนละโซน   ผมไม่เคยมีผลไม้ไปขาย   แต่เคยไปเดินซื้อก่อนกลับบ้าน   เห็นรถผลไม้จอดแช่เรียงกันเหมือนลานจอดรถ  มีทั้งที่อยู่บนรถและลงจากรถ  แต่เรื่องกฎระเบียบผมไม่ทราบ 
         ส่วนตลาดไท  ผมไม่รู้อะไรมาก  สมัยนั้นพึ่งเปิดใหม่  ยังไม่มีผู้คน  เดี๋ยวนี้ผู้คนคงจะเยอะขึ้น  วันแวะผ่านไปจะสำรวจมาเล่าให้ฟัง  ผมเคยเอาแตงโมไปขาย  มองดูผู้คนบางตาคิดว่าไม่น่าจะขายได้  ก็ขับรถออกมาเสียตังค่าตลาดฟรี  ตระเวนขายตามชุมชน  ได้ราคาสูงกว่าเยอะ  แตงโมขายใจเย็นได้ไม่ต้องรีบร้อน
         สุดท้ายแนะนำเกษตรกรที่อยากนำผลิตผลของตัวเองออกขายตลาดเอง   ให้มองหาตลาดที่อยู่ใกล้ที่สุด  เริ่มจากตลาดในตัวตำบล  ถ้าผลิตผลเรามากพอก็ไปดูตลาดอำเภอ   ตลาดจังหวัดไม่น่าจะต่างอะไรจากตลาดอำเภอ   ต่างตรงที่ขนาดใหญ่กว่า   แต่ส่วนมากก็เป็นตลาดสดขายปลีก   ไม่ใช่ตลาดขายส่ง  ยกเว้นบางจังหวัด  ที่ผมเคยเห็นตลาดนครปฐม   โคราช   ขอนแก่น   และก็มีตลาดขายส่งในชุมชนบางต่างจังหวัด   ก็ไม่เชิงเป็นตลาดแต่เป็นจุดรับซื้อมากว่า
           และสุดท้ายจริงๆใครมีข้อสงสัยถามได้   ถ้ารู้ก็จะตอบ   ผมก็แค่เคยมีประสพการณ์นิดหน่อย  แต่ถ้าไม่รู้ก็คือไม่รู้
ดุจัง ครับ แฮะๆๆๆแล้วปัจจุบันยังขหาผักขายอยู่หรือเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: phalikhit ที่ มีนาคม 22, 2012, 08:28:48 AM
ดีใจที่กระทู้นี้โผล่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
มีสมาชิกตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับการหาตลาดผัก
ผมจะแนะนำให้มาดูกระทู้นี้ แต่หาไม่เจอ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: TUI ที่ มีนาคม 22, 2012, 08:36:29 AM
มีประโยชน์มากครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: jew5003 ที่ มีนาคม 22, 2012, 02:18:12 PM
มีประโยชน์กับเวปเกษตรพอเพียงมากเลย เป็นลู่ทางสำหรับผู้ที่จะทำการค้าเกี่ยวกับสินค้าเกษตร เยี่ยมเลยครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: farmer by finger ที่ มีนาคม 23, 2012, 11:41:01 PM
ผมเริ่มจากปลูกผักครับ กว่าจะเข้าไปขายได้โดนซะเยอะ
ตอนแรกๆ มุ่งไปหาที่ส่ง ขายไม่ได้เลย ต้องเอากลับมาทิ้งก็มี เขาว่าของไม่สวย ไม่ถูกใจเขา
น้ำตาแทบร่วง หันกลับมามองหน้าลูกแล้ว มันยอมแพ้ไม่ได้
เข้าไปเดินดูซิ ไอ้ที่ว่าสวยมันเป็นยังไง ทำมาใหม่อีก

คราวนี้ บรรดานักตัดผักล่อซะ ราคา8บาท(ดูจากเนท วันรุ่งขึ้น)พวกซื้อ 4บาท
แถมวันนั้น มีเจ้าผักชีเข้าไป นักตัดผักซื้อ3เข่ง แต่เอาของลง4เข่ง ไปแอบซุกไว้ แล้วให้คนเข็นผักแอบซุกไป
เราเป็นมือใหม่ ได้แต่ อึ้ง

รอบต่อมา ตัดสินใจเข้าไปขายเองดีกว่าไม่ต้องไปยุ่งกันเขา ก็ได้เห็นอีก(คันอื่น) นักตัดผักตกลงราคาแล้ว เอาผักลง
รื้อคัด แยกถุง จนกระจุยกระจาย แล้วหันกลับมา ขอลดราคาอีก ไม่งั้นไม่เอา แสบจริงๆ

เข้าไปสู้เองเถอะครับ ราคาจะดี ไม่ดี ก็ไม่มีคนมาขี่คอเรา เขาขายกัน 8 บาทเราขาย6บาทก็ได้ มันก็ขายได้เอง
ดีกว่ามานั่งเจ็บใจกับนักตัดผัก ตอนหลังนี่เริ่มมีรถประจำค่อยเบาแรง 
จุดสำคัญคือ ต้นทุนที่ฟาร์ม ครับ ถ้าประสิทธภาพดี ต้นทุนต่ำ ใช้เครื่องมือมากๆ ก็ไม่ต้องกลัว มีแต้มต่อมาเยอะ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: น้าหริ ที่ มีนาคม 24, 2012, 07:08:16 AM
 ;)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: chamni ที่ มีนาคม 24, 2012, 04:31:49 PM
 ;) ;)อ่านแล้วต้อง ขอบคุณแล้ว ขอบคุณอีก ประสบการณ์ตรง โจทก์จริงโจทก์แ้ท้ มีประโยชน์มากครับ.


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: prml ที่ มีนาคม 24, 2012, 08:59:51 PM
เป็นประสบการณ์ที่ดี  ครับมีประสบการณ์ด้านนี้อีก ก็เอามาแชร์เพิ่มนะครับ  ผมมีน้อยชายเคยวิ่งตัดผักแถวโคราช  และมีเพื่อนของ ผบ.ทบ. ทำสวนผักและเช่าแผงขายเองที่ตลาดไท  สงกรานต์ผมจะสอบถามเขาดูได้เรื่องยังไงแล้วจะนำมาเล่าให้ฟังครับ

สวัสดีครับ บาย ;D


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khontabong ที่ มีนาคม 27, 2012, 05:42:08 AM
มีประโยชน์มากสำหรับเกษตรกรครับถึงผมจะยังไม่มีสินค้าไปขายตอนนี้แต่มาเก็บความรู้ไว้ก่อนเพื่อมีโอกาสได้ไปทดลองในเมืองใหญ่ครับดีจริงๆ :-[ :-[ :-[ :-[ขอปรบมือให้ครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: than thongdee ที่ มีนาคม 29, 2012, 04:43:46 AM
คนตัดผัก  คือ คนที่ซื้อ ห้า ขาย หก  (พ่อค้าคนกลางใช่หรือไม่ครับ)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: bigpubarlap ที่ มีนาคม 29, 2012, 06:11:57 AM
เมืองไทย ไม่เจอไม่รู้ ดีก็เยอะ ไม่ดีก็พอกัน ทุกคนผลิตได้ แต่ขายไม่ได้ทุกคน หลายคน รวยแตาหลายคนกลับ จน
เมื่อเหลี่ยมไม่มี ก็ต้องจำทน เพราะสังคมเมืองไทยต้องพัฒนา ด้านจิตใจอีกเยอะ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: burwood farm ที่ มีนาคม 29, 2012, 10:33:06 AM
จากประสบการณ์ส่วนตัวเรื่องการทำฟาร์มผักหลากหลายชนิด คำตอบชัดเจนที่ได้คือ ทำเอง ผลิตเอง ขายเอง โดยกำหนดราคาเอง พออยู่ได้ จะรวยก็ต่อเมื่อ ผลผลิตในจังหวัดอื่นๆเสียหายจากน้ำท่วมหรืออุทกภัยร้ายแรง แค่ขั้นตอนการผลิตเอง มีทุนที่ต้องใช้แต่ละอย่างเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าเมล๊ดพันธ์ ค่าน้ำ ค่าคนงาน ค่าตัดแต่ง ค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน จิปาถะ ปัจจัยเสี่ยงเรื่องราคาจะเกิดทันที เมื่อสินค้าที่คุณปลูกเป็นสินค้าชนิดเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน สินค้านั้นจะกลายเป็นสินค้าล้นตลาดไม่มีราคา ขาดทุนและขยาดกับการทำเกษตรไปอีกนาน การเป็นพ่อค้าคนกลางเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะเมื่อเราตัดปัจจัยเสี่ยงเรื่องการปลูก การลงทุน ไปได้ เราก็จะเหลือทางสายกลางที่ไม่เสี่ยง เช่น ของมาถึงหน้าตลาด 5บาท แค่เอาของลงจากรถแล้วขับออกไปไม่เกิน5กิโล จาก5บาทก็จะกลายเป็น 8บาท 10บาทในทันที
สรุป การทำสวนด้วยตัวเอง ไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่รวยช้า เหนื่อยกายและเหนื่อยใจ
       การเป็นคนตัดผักในตลาด หรือ พ่อค้ารับซื้อแล้วไปส่งต่อ เป็นช่องทางที่ทำให้คุณมีรายได้มหาศาลที่ไวกว่าลมพัด ปลูกก้ไม่ต้องปลูก ลงทุนก็ไม่ต้องลงทุน หาจังหวะที่ดีๆ ใช้ความซื้อสัตย์ในการรับซื้อ เราก็จะกลายเป็นพ่อค้าคนกลางที่ทำให้สังคมน่าอยู่และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ผู้ผลิตทำงานคุ้มค่าแรงและสะกดคำว่ารวยเหมือนพวกพ่อค้าคนกลางได้บ้างครับ



หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: jinc ที่ มีนาคม 29, 2012, 11:06:49 AM
ขอบคุณมากค่ะ  สำหรับประสบการณ์ดี ๆ  ที่นำมาเล่าเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิกเกษตรพอเพียง  กำลังหาข้อมูลอยู่พอดีค่ะ  อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลไม้  เช่น กล้วยน้ำว้าค่ะ  คือกำลังหาตลาดก่อนลงปลูกค่ะ (มือใหม่ แฮ่ ๆๆ  คือที่ว่างอยู่ ยังไม่รู้ว่าจะลงอะไรดี  เริ่มจากล้วยก่อนล่ะกัน)  ถ้าจะกรุณาโพสต์เพิ่มในส่วนนี้จะเป็นพระคุณหลาย ๆ ค่ะ ;)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: 9_shane ที่ กันยายน 07, 2012, 12:27:54 AM
ขอบคุณกระทู้นี้มากๆกระจ่างแจ้งแจ๋มแจ๋วแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะอยู่ไหนแล้ว คุณคือผู้ให้ความรู้คนในเวปนี้เลยก็ว่าได้ เล่าจนเห็นภาพเลย วันก่อนเพิ่งถามๆเรื่องนี้ วันนี้หาเจอแล้ว ;D  กระทู้ดีดีๆมีความรู้อย่าให้ตกไปครับ ;)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: chamni ที่ กันยายน 07, 2012, 05:00:01 AM
 :-*เจอกระทู้ีดี


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: 9_shane ที่ กันยายน 29, 2012, 12:36:06 AM
 :-[ :-[ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Uthit ที่ กันยายน 29, 2012, 01:13:52 AM
 สุดยอดครับ  อัพเดทบ่อยๆนะครับ  กำลังเก็บข้อมูล  ครับผม


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: momnong ที่ กันยายน 29, 2012, 06:23:18 AM
 ;)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Manop414 ที่ กันยายน 29, 2012, 01:35:25 PM
 ;) ขอบคุณครับ  :-X


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: maikhami ที่ กันยายน 29, 2012, 09:23:18 PM
ลงชื่อไว้ดีกว่าเดี๋ยวตกลงไปอีกหาอ่านไม่เจอ ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: eight ที่ กันยายน 30, 2012, 04:47:18 PM
ลงชื่อไว้ดีกว่าเดี๋ยวตกลงไปอีกหาอ่านไม่เจอ ;D ;D ;D

เหมือนกัน

กระทู้ดี มีประโยชน์   ;)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: dul ที่ ตุลาคม 02, 2012, 10:44:48 AM
มีประโยชน์มาก ขอบคุณมากครับขอให้เจริญๆสมชื่อนะครับที่นำประสบการณ์ดีๆมาฝากกัน  ส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าจะขายส่งให้ตลาดใหญ่แล้วต้องมาโดนกดราคา เหมือนเข้าตำราที่ว่ามัดมือชก,ผีหามเข้าป่าช้า อะไรทำนองนี้ เราก็จะเสียเปรียบทั้งขึ้นและล่องและครับ ผมจึงคิดว่าจะปลูกพืชอะไรดี ที่ขายสดก็ได้และถ้าได้ราคาไม่ดีก็เก็บไว้ขายแห้งอีกที หรือไม่ก็ถ้าขายไม่ได้ก็สามารถแปรรูปได้ จะได้ไม่เสียเปรียบมากไงครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็น่าจะเป็นกล้วยล่ะครับ   ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: hs1amm ที่ ตุลาคม 02, 2012, 11:51:34 AM
เอาไว้เป็นข้อมูล ปลุกเองขายเองได้เท่าไรเอาเท่านั้น ตั้งราคาเองขายเท่าที่เราพอใจขาย ไม่ซื้อก็ไม่ตัดไม่ถอน ผมว่าดีนะ ขายได้ 1 กก ดีกว่าตัดส่งขาย 10 กก ราคาได้เท่ากัน เป็นความรู้ที่เพิ่งได้รับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: arsun ที่ ตุลาคม 06, 2012, 08:37:06 PM
สุดยอดเลยครับ เจ้าของกระทู้เข้ามาบ่อยๆนะครับ
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[
 :-[ :-[ :-[
 :-[ :-[
 :-[


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: nanatanee ที่ ตุลาคม 06, 2012, 09:28:37 PM
เยี่ยมเลยครับกำลังหาข้อมูล


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mobile ที่ ตุลาคม 06, 2012, 09:44:28 PM
ดีเลยอยากส่งตะไคร้ แนะนำทีคับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: nahana ที่ ตุลาคม 07, 2012, 12:05:50 PM
มีความรู้มาก ครับ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: 9_shane ที่ ตุลาคม 30, 2012, 12:40:39 PM
 :-[ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: tri ที่ มกราคม 25, 2013, 12:07:37 AM
 ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: tonaka ที่ มกราคม 25, 2013, 02:31:21 PM
มาเก็บความรู้ดีๆครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: nippy570 ที่ มกราคม 25, 2013, 04:34:52 PM
ขอบคุณเจ้าของกระทู้ และอยากดันกระทู้ไว้ให้คนที่อยากเอาผักมาขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ได้ศึกษาก่อนเอาของจริงมา


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: minsticker ที่ มกราคม 25, 2013, 05:57:08 PM
เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เมือปี 40 เศรษฐกิจตกตํ่า แฟนผมก็เคยไปตัดผักขาย
แต่เราไม่มีทุนมาก มีแค่ 500-800 บาทต่อวัน
แฟนไปกับเพื่อน 2 คน แต่เพื่อนเคยตัดผัก มีประสบการณ์ แต่ของเราไม่มี
ขาดทุนตลอด เจอแต่ผักตาย ทำ 4-5 วัน ขาดทุนตลอดเลยเลิก


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: yutasak ที่ มกราคม 26, 2013, 10:28:39 PM
เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ  :-[


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: jin kitti567 ที่ มกราคม 28, 2013, 11:23:10 PM
 ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: rasit ที่ มกราคม 31, 2013, 05:19:42 PM
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูล


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: supparerk ที่ ตุลาคม 20, 2013, 01:36:41 AM
ข้อมูลดีมากครับ ผมก็ขายของที่ตลาดนัดได้เห็นอะไรหลายอย่าง


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: o_un ที่ ธันวาคม 11, 2013, 08:42:35 AM
 :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: คุณบรีส ชุมแพ ที่ พฤศจิกายน 14, 2014, 02:04:19 PM
ขอปักไว้อ่านหน่อยครับ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: chaip ที่ ธันวาคม 20, 2014, 12:04:20 PM
เป็นกะทู้ที่มีประโยชน์มาก ดีต่อผู้ค้ารายใหม่ การศึกษาตลาดก่อนที่จะทำการค้าขาย ย่อมเป็นผลดีต่อพ่อค้า และการแบ่งปันย่อมได้ผลบุญ กับเจ้าขแงกะทู้ด้วย http://thaifoodrecipesmake.blogspot.com/ (http://thaifoodrecipesmake.blogspot.com/)


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: josave69 ที่ ธันวาคม 20, 2014, 10:56:07 PM
นี่มันหุ้นผักผันผวนจริงๆ


หัวข้อ: Re: ผมมีประสพการณ์ขายของที่สี่มุมเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: tiell ที่ พฤษภาคม 04, 2018, 01:50:53 PM
ปัจจุบันการเข้าไปค้าขายยังเหมือนเดิมรึป่าวครับ  ตลาดไทหรือตลาดสี่มุมเมือง  ตลาดไหนค้า.คล่องกว่า