เกษตรพอเพียง.คอม

เว็บบอร์ดเกษตรพอเพียง => ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: angermom ที่ มกราคม 07, 2009, 03:55:34 PM



หัวข้อ: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: angermom ที่ มกราคม 07, 2009, 03:55:34 PM
สวัสดีค่ะ พี่ๆสมาชิก

เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ ขอฝากเนื้อฝากด้วยนะคะ ตอนนี้กำลังศึกษาการทำ em พอมีเวลาว่างบ้าง อยากจะลองเอามารดสนามหญ้าที่บ้านดู ตอนนี้ สนามเน่ามาก หญ้าหร่อมแหร่ม พื้นแห้งเป็นทรายเป็นหย่อมๆ

หลังบ้าน จะปลูกผักสวนครัวอยู่ได้ไม่นานก็ล้มตายไปหมด ซื้อมาปลูกไม่รอดซักต้นเลยค่ะ ดินคงไม่ดี ขนาดขุดดินออกแล้วใส่ดินใหม่ลงไปก็ไม่รอด ตอนขุดเจอแต่เศษปูนตรึมเลย หมู่บ้านนี้ทำที่ดินไม่ดีอย่างแรง

ลองหาวิธีทำอีเอ็มในกูเกิ้ลดูแล้ว มีหลากหลายวิธีมาก กลัวจะเน่ามากกว่าได้อ่ะค่ะ พอดีตอนนี้ เริ่มทยอยเก็บเศษผักไว้ เน่าหมดก่อนจะได้ทำแน่ๆๆ ใจอยากทำ อีเอมจาก เศษอาหารด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่มีกากน้ำตาลเลยค่ะ บางสูตรบอกใส่น้ำตาลทรายเลยงงๆๆ ว่าเอาไงดี

ขอคำแนะนำด้วยนะคะ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ มกราคม 07, 2009, 03:58:41 PM
ดาวน์โหลดสูตรต่างๆ คลิกที่ลิงค์ด้านล่างครับ
http://www.kasetporpeang.com/porpeang_download.htm


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 07, 2009, 05:07:37 PM
เรียกว่า น้ำหมัก  ละกัน จะ ได้ ไม่ ต้อง เค่งเครียด กับ การทำ

กากน้ำตาล หาซื้อไม่ได้  ก็ ใช้ น้ำตาลทราย แทน  ไม่จำเป็นต้องไปขวนขวาย หามาจนได้ เดี๋ยวราคา จะ แพงก่า น้ำตาลทราย ที่หาได้ง่ายในครัวเรือน

สูตร ง่ายๆๆ ในการ หมัก ก็  คือ  3 1 3   

เศษ อะไร ก็ ได้ ไม่ว่าจะ เป็น เศษอาหารเศษผัก  3 ส่วน
น้ำตาล 1 ส่วน
น้ำ สัก 3 ส่วน 

หรือ ว่า ไม่อยาก จะจำกัดส่วน ก็ ใส่ เศษอาหาร แล้ว โรย น้ำตาล ถ้า มีกลิ่นเหม็น ก็ โรยน้ำตาลเพิ่ม ก็ จะ ช่วย ให้ กลิ่นลดลง

ถ้าเป็น พวกเนื้อสัตว์ หรือ เศษโปรตีน จะ ต้องใช้น้ำตาลเยอะกว่า ปกติ ไม่นั้นจะมีกลิ่นเหม็นแรง โดยเศษเนื้อสัตว์ 1ส่วน น้ำตาล 1 ส่วน    ถ้า หมักแล้ว หอม แบบปลาร้า หรือน้ำปลา แสดงว่าน้ำตาลถึง ถ้าไม่นั้นก็ เพิ่มน้ำตาล อีก 

ถังหมัก สามารถ เพิ่ม เศษอาหารลงไปได้เลื่อยๆๆ แล้ว สามารถ เอาน้ำหมักมาใช้ได้ตลอดเวลา 


ที่ว่า ปลูกหญ้า แล้ว ตาย เป็นหญ้า ชนิดอะไร ได้รับแดด หรือไม่  หญ้าที่ปูสนาม จะมีพันธ์ที่ต้องการแดดมาก และ แดดน้อย

สำหรับดินที่เป็นหิน หรือเศษปูนก่อสร้าง  ให้ผสมปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ย กทม. ผสมลงไป  เมื่อพรวนแล้ว มีเศษหินก้อนใหญ่ๆๆ ค่อย หยิบออก ถ้าก้อนเล็กๆๆ ไม่มีปัยหา   เท่านี้ ก็ ขึ้นแปลง หยอดเมล็ดพันธ์ผักได้ แล้วคับ 


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: noui ที่ มกราคม 07, 2009, 05:23:17 PM
วิธีทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)

1.วัสดุ - อุปกรณ์

                -   กากน้ำตาล  2  กิโลกรัม หรือน้ำตาลทรายแดง ห้ามไช้น้ำตาลทรายขาวนะครับ

                -   น้ำมะพร้าว  4 – 5 ลูก

                -    สับปะรด 2  ลูก

                -    ถังพลาสติกที่มีฝาปิด  1  ใบ

2. วิธีทำ   

2.1 หั่นสับปะรดแก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือกและเนื้อ) เป็นชิ้นเล็ก ๆ   2  ลูก   

2.2 ปอกมะพร้าวอ่อนเอาแต่น้ำมะพร้าว   4 – 5  ลูก

นำสับปะรด   น้ำมะพร้าว  และกากน้ำตาล มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน    ใส่ถังพลาสติกปิดฝาทิ้งไว้ในที่ล่ม (ควรคลุกเคล้ากลับไปกลับมาในถัง  ทุก  2  วัน)    ประมาณ  1 -2   เดือน      จะได้หัวเชื้ออีเอ็มที่มีสีน้ำตาล   กลิ่นหอม  ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป

 

การรักษาหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)

หัวเชื้ออีเอ็มเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส - 45 องศาเซลเซียส (อย่าเก็บในตู้เย็น) โดย

ปิดฝาให้สนิทอย่าให้อากาศเข้าได้   ถ้าเปิดใช้แล้วต้องรีบปิดทันที  เก็บรักษาไว้ได้ประมาณ 6-8 เดือน หรือมากกว่านั้น

การนำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.) ไปใช้ประโยชน์  ทำได้ดังนี้

1. ใช้ขยาย อีเอ็ม (E.M.) ให้มากขึ้น

    ใช้หัวเชื้ออีเอ็ม(E.M.) 1 ส่วน + กากน้ำตาล 1 ส่วน + น้ำสะอาด 20 ส่วน หมักไว้ใน

ภาชนะที่มีผาปิดมิดชิดอย่าให้อากาศเข้าได้เป็นเวลา 7 วัน แล้วนำมาใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

2. วิธีการใช้หัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)     และ อีเอ็ม (E.M.) ขยายแล้ว

1) ใช้ในด้านการกสิกรรม

    ใช้หัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)  หรือ  อีเอ็ม (E.M.) ขยายแล้ว   ผสมน้ำ 1:1000 เท่า

(อีเอ็ม 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร) ฉีดพ่นรดพืชผักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แทนปุ๋ยเคมี

2) ใช้ในด้านการประมง

    2.1 ใช้อีเอ็มขยาย ใส่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ (ปลา กุ้ง กบ ตะพาบน้ำ จระเข้)            ใน

อัตราส่วน 1:1000 เท่า (อีเอ็มขยาย 1 ลิตร ต่อน้ำในบ่อ 10 ลูกบาศก์เมตร) ทุก ๆ 7-10 วัน เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย

    2.2 ใช้อีเอ็มขยาย  คลุกอาหารสัตว์ก่อนให้กิน  ประมาณ 4 ชั่วโมง (มื้อต่อมื้อ)

3) ใช้ในด้านการปศุสัตว์

      3.1 ใช้หัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.) ผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:5000 เท่า (1 ช้อนโต๊ะ

ต่อน้ำสะอาด  50  ลิตร) ให้สัตว์กินเป็นประจำ   มูลสัตว์จะไม่มีกลิ่นเหม็น

      3.2 ใช้อีเอ็ม (E.M.) ขยาย ผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:500 เท่า(1 ช้อนโต๊ะต่อ

น้ำสะอาด 5  ลิตร) ฉีดพ่นและล้างคอกสัตว์เพื่อกำจัดกลิ่นมูลเก่า ๆ ได้ภายใน 24 ชั่วโมง

4) ใช้ในด้านสิ่งแวดล้อม

     4.1 ใช้อีเอ็ม (E.M.) ขยาย ใส่ส้วมเพื่อกำจัดกลิ่นและย่อยสลายตะกอน

     4.2 ใช้อีเอ็ม (E.M.) ขยาย  ผสมน้ำอัตราส่วน 1:500  เท่า   ฉีดพ่นเป็นฝอยใน

อาคารบ้านเรือน ปรับอากาศให้สดชื่น กำจัดกลิ่นอับชื้นต่าง ๆ และใช้ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ห้องส้วม    กำจัดกลิ่นคราบสกปรก

   4.3 ใช้อีเอ็ม (E.M.) ขยาย ในอัตราส่วน 1:10,000-20,000 เท่า ฉีดพ่นหรือ

ราดรดน้ำเสียจากการเกษตร  ประมง  ปศุสัตว์  โรงงานอุตสาหกรรมชุมชน และสถานประกอบการทั่ว ๆ ไป ในบ่อบำบัดน้ำเสีย


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: angermom ที่ มกราคม 07, 2009, 07:18:12 PM
ขอบคุณมากค่ะพี่ จะลองทำคืนนี้เลย แล้วจะแวะมาส่งการบ้านนะคะ

แต่ว่า.....จะพลาดมั้ยเนี่ยะ กลัวมันเน่าอ่ะค่ะ บรื๋ออออออออออ

หญ้าที่บ้านค่ะพี่ หมดเงินไปเยอะแล้วค่ะ ให้คนจัดสวนมาทำสองรอบแล้วค่ะ แล้วมันก็ตายเป็นหย่อมๆ ยิ่งตอนนี้แห้งแล้ง  ลามตายกันไปเรื่อยๆ หญ้าสนาม เป็นหญ้านวลน้อย  แล้วเพิ่งไปซื้อหญ้ามาเลย์ มาลงแปะส่วนที่แหว่งๆี่มาลง สี่เดือน  ตอนแรกก็สวยดีนะคะ ตอนนี้แห้งกรอบเริ่มกลับบ้านเก่ากันแล้วค่ะ

เด๋วจะลองปรับดินหลังบ้านตามคำแนะนำนะคะ ตอนนี้พุงเริ่มใหญ่และคงไม่ไหว ต้องหาแรงงานมาช่วย ตอนแรกกะว่าจะปลูกใส่กาละมังแทน แล้วกะไปซื้อต้นที่เขาปลุกแล้วมาลง ทันใจดี หรือพี่ไม่แนะนำคะ

ถ้าลงเมล็ดมีหวังกว่าจะได้ สงสัยจะไม่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องเลี้ยงลูกเล็กแทนแล้วค่ะ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ มกราคม 07, 2009, 07:21:29 PM


แต่ว่า.....จะพลาดมั้ยเนี่ยะ กลัวมันเน่าอ่ะค่ะ บรื๋ออออออออออ



ถ้าน้ำตาลไม่น้อยเกินไป  รับรองอีเอ็มไม่เน่าครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: angermom ที่ มกราคม 07, 2009, 07:54:26 PM
พี่ชาวนาคะ

แวะมารายงานค่ะ เมื่อกี้ยืนสับสารพัดผัก เมื่อยพุงเลย เอาเศษอาหารมื้อเย็นพวกกระดูกหมูและก้างปลาใส่ไปด้วย มีถั่วเหลืองหมดอายุห่อใหญ่ๆ พริก มะนาว ต้นหอม

ก็ชั่งออกมาได้ 2 โล 4 ขีดค่ะ  เอาน้ำตาลทรายที่มีใส่ตามส่วน น้ำใส่ รูมเมท เดินมาดู ถามว่า น้ำไม่น้อยไปเหรอ แล้วมันจะเป็นมั้ยเนี่ยะ ทำเสียเซ้ลไปเลยพี่ แต่เมื่อกี้ กวนๆดูกลิ่นหอมเหมือนแกงดีพี่ อิอิ แอบตะกละ

ว่าจะถามว่า พวกเครื่องปรุง พริกป่น พริกน้ำส้ม ซอสมะเขือเทศ ที่ได้มากับอาหาร เหลือๆ เอาไปใส่ได้มั้ยคะ ยังสงสัย

แล้วที่ใส่ถั่วลงไป ไม่พลาดใช่มั้ยคะ เพราะมันไม่ได้ใช้แล้วค่ะ

แล้วจะมารายงานเป็นระยะค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ มกราคม 07, 2009, 08:06:25 PM
พี่ชาวนาคะ

แวะมารายงานค่ะ เมื่อกี้ยืนสับสารพัดผัก เมื่อยพุงเลย เอาเศษอาหารมื้อเย็นพวกกระดูกหมูและก้างปลาใส่ไปด้วย มีถั่วเหลืองหมดอายุห่อใหญ่ๆ พริก มะนาว ต้นหอม

ก็ชั่งออกมาได้ 2 โล 4 ขีดค่ะ  เอาน้ำตาลทรายที่มีใส่ตามส่วน น้ำใส่ รูมเมท เดินมาดู ถามว่า น้ำไม่น้อยไปเหรอ แล้วมันจะเป็นมั้ยเนี่ยะ ทำเสียเซ้ลไปเลยพี่ แต่เมื่อกี้ กวนๆดูกลิ่นหอมเหมือนแกงดีพี่ อิอิ แอบตะกละ

ว่าจะถามว่า พวกเครื่องปรุง พริกป่น พริกน้ำส้ม ซอสมะเขือเทศ ที่ได้มากับอาหาร เหลือๆ เอาไปใส่ได้มั้ยคะ ยังสงสัย

แล้วที่ใส่ถั่วลงไป ไม่พลาดใช่มั้ยคะ เพราะมันไม่ได้ใช้แล้วค่ะ

แล้วจะมารายงานเป็นระยะค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

ตอบว่า  ใช้ได้ครับ

จุลินทรีย์ที่ดี  จะต้องไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า  แต่จะเป็นกลิ่นหอมเปรี้ยวๆ   ถ้ากากน้ำตาลพอรับรองไม่เน่าครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 07, 2009, 09:47:49 PM
พวก พริกแกง พริกป่น พริกน้ำส้ม แยก หมัก อีกถังกีกว่านะคับ ส่วนพริกน้ำปลา ไม่ควรคับ โซเดียม มาก ไป ไม่ดีต่อสุขภาพคน และ ต้นไม้คับ  แต่ถ้า เกลือเมกนีเซีย นั้น โอเช เลย

ลืมไป พวกพริก หมัก ใส่น้ำ หรือ น้ำส้ม ไว้ ฉีด ฆ่า พวก แมลง ที่จะมารบกวน
 1 ซีซี ต่อ น้ำ เปล่า 1000 ซีซี   

ช้อนโต๊ะ มีขนาด 15 ซีซี


หญ้านวลน้อย ชอบแดด  หญ้ามาเล ชอบ ร่ม รำไร ใต้ต้นไม้  ถ้า ตายบ่อยนัก ก็ เปลี่ยนเป็น สวนครัวดีก่า คับ ทานได้ด้วย


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: angermom ที่ มกราคม 08, 2009, 07:28:52 PM
ขอบคุณ พี่ tomy นะคะ แต่.....

เมื่อวานมาอ่านไม่ทัน ใส่พริกแกงไปแว้วอ่ะพี่ นิดนึงเองค่ะ กลิ่นในถังตอนนี้ หอมแปลก ไม่เหม็นนะ แต่กำลังสยองกลัวว่ามันจะเน่า แต่พี่ชาวนาย้ำว่ากากน้ำตาลถึง ไม่เน่าแน่

จะพยายามใส่น้ำตาลทุกครั้งที่เอาเศษอาหารลงถังค่ะ วันนี้ว่าจะไปซื้อกากน้ำตาล ก็อดไปอีก ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปเพิ่มแล้ว

เอ...ถ้าใส่น้ำตาลเยอะเกินไปจะเกิดไรขึ้นมั้ยคะ  อาจจะถามมากมายนะพี่ มือใหม่อย่างแรง


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 08, 2009, 07:52:20 PM
น้ำตาลเยอะเกิน ไม่เกิด อะไรคับ อาจจะเปลือง น้ำตาล อิอิ แต่ถ้าน้ำตาลไม่ถึง มี กลิ่น แน่ๆๆ

พริกแกงใส่รวมในถังหมักด้วยก็ ไม่เป็นไร คับ  สามารถ หมักรวบๆๆในถังเดียวกันได้คับ

ที่ทอมมี่นำเสนอ เพื่อจะ นำไปใช้หมัก สำหรับ ป้องกันแมลง คับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: angermom ที่ มกราคม 09, 2009, 02:09:42 PM
พี่ทอมมี่คะ

เอาสูตรไล่มดไปบอกต่อเพื่อนๆกลุ่มแม่ท้องป่องด้วยกัน ตื่นเต้นกันใหญ่เลยว่าจริงป่าว เพราะกลัวสารเคมี แต่ตอนนี้มดบุกบ้าน

ถ้าจะหมักแต่พวกพริกต่างๆแบบเดียว ทำตามสูตร 313 ด้วยหรือเปล่าคะ ต้องเข้ามาถามก่อนกลัวบอกต่อไปผิด

แต่ที่แน่ๆบอกเพื่อนให้มาอ่านความรู้ในเวปนี้แล้วคะ

รวมตัวกันทำเกษตรพอเพียง  แต่ก่อนเราเฝ้ากันในเวปนมแม่ค่ะพี่ เราอยู่กันอย่างพอเพียงเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เรื่องนมแม่พวกพี่ๆถามนู๋ได้นะคะ ส่วนเรื่องเกษตร นู๋ต้องพึ่งพี่อย่างแรงค่า


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 09, 2009, 02:20:41 PM
ไม่แน่ใจว่าจะ ไล่มด ในบ้านได้ไหมนะคับ 

น้ำหมักพริกพวกนี้ก็ ไล่มดไล่แมลงที่มารบกวน ต้นไม้เราอะคับ 

สูตร ก็ ตามๆๆ นั้นเลย  คับ


น้ำหมัก ยังไปทำประโยชน์ ได้อีกเยอะนะ คับ ไม่ว่าจะใช้ ขัดพื้น รับรองพื้นขาวแน่ๆ ขัดห้องน้ำ  ทำสบู่ ทำแชมพู  หรือ เอามา ทำ ไข่เค็ม



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: angermom ที่ มกราคม 09, 2009, 08:42:51 PM
พี่ทอมมี่

เข้ามาเขียนให้อยาก....อยากทำเก่งๆอ่ะพี่ วันนี้เอาเศษอาหารไปเติมในถัง น้ำมันดูน้อยไงพิกล แบบว่าน้ำขลุกขลิกอ่ะพี่ ถั่วเหลืองที่ใส่ลงไปวันแร ไม่ได้ปั่นหรือสับเลย วันนี้ อวบเต่งสวยเชียวในถัง รอมันย่อยสลายเนอะ อิอิ

แต่กลิ่นยังเหมือนแกงอยู่่เลยพี่ ไม่เหม็นเหมือนถังที่ทิ้งเศษอาหารนะคะ ถ้านู๋จะเพิ่มน้ำก้อต้องเพิ่มน้ำตาลด้วยใช่มั้ยจ๊ะ

เศษอาหารยังเป็นชิ้นสีสวยอยู่เลย น้ำสีเหลืองๆเหมือนขมิ้นชันอ่ะพี่ ต้องรอจนน้ำเป็นสีน้ำตาลใช่มั้ยจ๊ะ

เด๋วจะลองถ่านรูปมาส่งการบ้านพี่นะ อย่าเพิ่งเบื่อน้องใหม่รายนี้นะคะ พี่ทอมมี่และพี่ชาวนา


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 09, 2009, 09:42:45 PM
ยินดีคับ มีอะไรก็ มาแลกเปลี่ยน ความรู้กันคับ

เรื่องสีของน้ำหมัก ก็ มี หลายสี เหมือนกันนะคับ
ถ้าหมักน้ำตาลทราย ก็จะสีสวย ถ้าหมักด้วยกากน้ำตาลก็สีเข้มหน่อย

ส่วนเรื่องน้ำ ถ้า เห็นว่า  อยากเพิ่ม ก็ ได้คับ แต่ในเศษพวกอาหารมันก็มีน้ำเป็นองค์ประกอบแล้วนะคับ เดี๋ยวก็ ย่อย กลายเป็นของเหลว คับ

ถ้ามีกลิ่นไม่พอใจ ก็ เติมน้ำตาลคับ ให้ย่อยเร็ว ก็ คนมันหน่อย  ถ้ามีหนอน เกิดขึ้นไม่ต้องตกใจ  กวนๆๆ ลงไป หรือ เอา ไปเลี้ยงปลาก็ ได้ น้ำหมักไม่ได้เสียอาไรนะคับ

ส่วนใหญ่ ที่ผมทำน้ำที่เติมจะไม่เยอะ อาศัยไป ละลายกะน้ำเยอะเวลาใช้แทน  น้ำหมักที่ได้ส่วนใหญ่จะ เหนียวข้น แบบ น้ำเชื่อม ลืมไป น้ำหมักของทอมมี่ส่วนใหญ่จะเป็น เปลือกกุ้ง หรือพุงปลา ผสม กับ เปลือกขนุนเป็นส่วนใหญ่ ที่เป็นเปลือกขนุน เพราะมีขนุน ให้ ทาน ทุกอาทิตคับ เลย เหลือเปลือกไว้หมัก กลับไปที่ต้นขนุน ต่อ



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ มกราคม 09, 2009, 10:26:20 PM
ใจเย็นๆ  อย่าใจร้อนครับ   ;D  ;D


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tuzzana ที่ มกราคม 10, 2009, 01:42:14 PM
น้ำหมักผมก็ใช่เปลือกขนุนเหมือนกันครับ เมื่อเช้าเอามะละกอที่เหลือ ๆ ไปเทใส่

น้ำกระเด็นถูกมือกลิ่นขนุนฉุนติดมือมาเลยครับขนาดหมักไว้เป็นเดือนแล้ว ;D


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 10, 2009, 02:46:21 PM
น้ำหมักผมก็ใช่เปลือกขนุนเหมือนกันครับ เมื่อเช้าเอามะละกอที่เหลือ ๆ ไปเทใส่

น้ำกระเด็นถูกมือกลิ่นขนุนฉุนติดมือมาเลยครับขนาดหมักไว้เป็นเดือนแล้ว ;D


คิด ว่า เป็น น้ำ หอม กลิ่น ขนุน อะกัน  :D


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: angermom ที่ มกราคม 10, 2009, 10:14:16 PM
ขอบคุณค่ะพี่

คนท้องใจร้อนอ่ะ อยากลองวิชา อิอิ แต่ของพี่ทอมมี่ มีขนุนด้วย เอ่อ....ขอกรี๊ดทีได้มะ แบบว่ายังแพ้ท้องอยู่อ่ะ เจอขนุนเข้าไปมีหวังโดนหามไปโรงพยาบาลอีกแน่ๆๆ เวลาไม่ท้องก็แพ้กลิ่นขนุนค่ะ ได้กลิ่นแล้วไมเกรนขึ้น อิอิ

พี่ชาวนา คำเด๊ยวสั้นๆจริงๆ อิอิ แวะมาแซวค่ะ



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 10, 2009, 10:19:56 PM
แสดงว่า น้ำหมักที่ทำ กลิ่นไม่ฉุน  ไม่นั้น ได้มีอาหารจากร่างกายเรา ผสมน้ำหมัก ด้วยแน่ๆๆ 



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: pop ที่ มกราคม 12, 2009, 10:26:09 AM
น้ำหมักของผมถังล่าสุด จะเลือกเอาเฉพาะพืช ผักใบเขียวที่หาได้ในบ้าน ปลีกล้วย เปลือกมะละกอสุก เปลือกขนุน(แบบน้องทอมมี่ว่านั่นละครับ) ผสมน้ำตาลทรายในปริมาตร 3ต่อ 1 คือ พืชผัก3 ส่วน น้ำตาลทราย 1ส่วน พี่ไม่ค่อยได้คนเท่าไหร่ทิ้งไว้เกือบเดือนไม่เหม็นและไม่หอม พอดีวันก่อนหาซื้อกากน้ำตาลได้เลยใส่ลงไปเพิ่มครับ ทีนี้ผ่านไป 1อาทิตย์หอมเปรี้ยวมาก คาดว่าคงจะใช้ได้ เมื่อวานลองทำข้าวหมากจากแป้งข้าวหมากที่ทำขึ้นเองมันออกเปรี้ยวเลยเอาทั้งหมดใส่ลงไปในถังหมักเพิ่มกากน้ำตาลลงไปอีกหน่อยเช้ามาหอมมากเลยครับ กะว่าอีกสักเดือนนึงจะได้เอาไปลองใช้ดูครับ ที่สำคัญมีคนแนะนำพี่มาว่าในครั้งแรกยังไม่ควรใส่น้ำครับ เมื่อหมักได้สัก2-3อาทิตย์ค่อยเพิ่มน้ำจะหมักได้เร็วกว่าครับ ส่วนของคาวหรือกับข้าวเวลาหมักจะเปลืองน้ำตาลมากเพราะจะมีกลิ่นเหม็น หากไม่จำเป็นใช้พืชผักหมักง่ายกว่าครับหอมดีด้วยเวลาใช้ฉีดต้นไม้ละอองมันจะหอมมากเลยครับ :D


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: สายหมอก ที่ มกราคม 12, 2009, 11:30:56 AM
ขอถามว่า EM ใช้กับโรงเลี้ยงหมูได้ไหมครับ มีวิธีการอย่างไรไม่ให้มีกลิ่นพอดีกำลังคิดจะเลี้ยงหมู 6 ตัวครับ แต่อยู่ใกล้ชุมชน รบกวนเพื่อนสมาชิกด้วยครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 12, 2009, 11:46:45 AM
น้ำหมัก ใช้กับโรงเลี้ยงหมูได้คับ ทั้งผสมผสมให้ หมู ดื่ม และ ฉีดพ่นคอก

เลี้ยง 6 ตัว แนะนำ เลี้ยงแบบหมูหลุม ดีก่า นะคับ  แถมยังได้ ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักไปในตัว

ที่สำคัญ เลี้ยงแบบพอเพียงนี่แหละ ได้หมูปลอดสาร หาเศษผักเศษเศษหญ้าต้มให้มันทาน


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: สายหมอก ที่ มกราคม 13, 2009, 11:00:58 AM
ขอบคุณครับคุณทอมมี่ ถามอีกครับ EM. ใช้กับพืชมันสำปะหลังได้หรือเปล่าครับ และมีวิธีการอย่างไรครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: auuuun ที่ มกราคม 13, 2009, 11:28:20 AM
การทำน้ำหมักแบบนี้ น่าสนใจดีมากเลยครับ ดูง่ายๆ ดี
กินอะไรเหลือก็ใส่ลงไป ส้ม กล้วยน้ำว้า มะละกอ ผักอื่นๆ
ถ้ามีกลิ่นเหม็นก็ใส่น้ำตาลเพิ่มเข้าไป แต่ต้องเป็นน้ำตาลทรายแดง
และกากน้ำตาล ใส่น้ำพอดูให้เหมาะสม

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้ามีกลิ่นเปรี้ยวก็ถือว่าใช้ได้  แหมดีจังครับ
แล้วถ้าทำทุกวัน มันคงล้นออกมาแน่ๆ เลยนะครับ ต้องขยาย
ไปทำถังใหม่ หรือ อย่างไรครับ

การนำไปใช้ ก็ดูจะง่ายยิ่งกว่าการทำเสียอีก ใช้เพียงช้อนชาผสมน้ำ
ให้มากสักถังสองถัง ก็ใช้งานได้สารพัด ทั้งปลูกผัก ปลูกหญ้า
เลี้ยงวัว หมู

หลังจากซื้อถังมา 1 ใบ และใส่เศษผัก ผลไม้ลงไป ก็มีคำถามนิดหน่อยนะครับ

1. ใช้เวลานานมั้ยครับ กว่าจะถือว่าใช้ได้ ประมาณ 1-2 เดือนได้มั้ยครับ
2. หากนำไปใช้กับผักที่ปลูกไว้หลังบ้าน เอาสัก 1 ช้อนชานำไปผสมน้ำสักถัง รดทุกวันได้มั้ยครับ
3. หากนำไปใช้ในไร่นา ควรใช้สักเท่าไร บ่อยเพียงใดครับ
4. พด. 2 สามารถนำมาใช้ร่วมด้วยได้หรือไม่ครับ หรือไม่เกี่ยวกันเลย
5. น้ำหมักที่ได้จากวิธีนี้ เราเรียกว่าเป็น หัวเชื้อจุลินทรีย์ ถูกต้องมั้ยครับ

ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 13, 2009, 03:51:25 PM
น้ำหมัก ชีวภาพ ทำไม่ยาก คับ ลองทำกันดูได้คับ มีปัยหา หรือสงสัยตรงไหน ก็ เข้า มาสอบถามกันได้

ทอมมี่ จะช่วยตอบคำถาม เป็นข้อๆๆให้ละกันนะคับ จากประสบการณ์ที่ทำใช้อยู่ นะครับ

1. ใช้เวลานานมั้ยครับ กว่าจะถือว่าใช้ได้ ประมาณ 1-2 เดือนได้มั้ยครับ
เรื่องว่านานไหมนั้น จริงๆๆ แล้ว ถ้าต้องนานอย่างที่คิดก็ ได้
ถ้าเรามีหัวเชื้อน้ำหมักอยู่ก่อนแล้ว เอามาใส่เป็นหัวเชื่อกับการหมักใหม่ ก็ จาไว้  ถ้าเป็น ผักผลไม้ 4-5 วัน เนื้อผักผลไม้ก็ย่อยแล้ว
แต่ถ้า เริ่มทำเลย หาหัวเชื้อ จากในอากาศ หรือ ตามเปลือกผักผลไม้ อาจใช้เวลานาน นิดนึง สัก  2 อาทิต

จะเก็บให้นานขึ้นก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะคับ แต่เก็บไว้นานๆๆ ควรเติม น้ำตาล เพิ่มลงไปสัก เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง เพื่อเป็น อาหารของจุลินทรีย์ แต่ถ้าเราเพิ่มเศษอาหารเรื่อยๆๆ เอาน้ำหมักออกเรื่อยๆ ก็ ไม่มีปัยหาอะไรคับ จุลิทรีย์ ได้ อาหารตลอดเวลา ถ้าเราทำแบบนี้ จะให้สะดวกถังหมักอาจจะมี หัวก๊อก ไว้ไขเอาน้ำหมักออก

2. หากนำไปใช้กับผักที่ปลูกไว้หลังบ้าน เอาสัก 1 ช้อนชานำไปผสมน้ำสักถัง รดทุกวันได้มั้ยครับ
1 ช้อนชา = 5 ซีซี

สามารถผสมน้ำแล้วรดผักผลไม้ได้เช้าเย็นเลยคับ ไม่มีปัยหาอะไรคับ ถ้าเป็นพืชใบอ่อนก็ลดอัตราส่วนลง หรือเจือจางมากหน่อยคับ

3. หากนำไปใช้ในไร่นา ควรใช้สักเท่าไร บ่อยเพียงใดครับ
นำไปใช้ในไร่นา จะใช้บ่อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับความสะดวกละกันนะคับ บ่อยได้ตามความต้องการคับ แต่ขอร้องว่า ถ้าจะใช้น้ำหมักชีวภาพ อย่าใช้ยาฆ่าหญ้า เลยคับ เชื้อจุลินทรีจะตายหมด

ในนา เราอาจใช้ ในช่วงเตรียมนาก็ได้นะคับ สะดวกดี ใส่ลงไปกับน้ำที่ไขเข้านา แถมยังช่วยในการหมักย่อยต่อซังข้าวให้ย่อยเร็วขึ้นอีกด้วย
ในพืชไร่พืชสวน อาจใช้ผสมไปกับระบบการให้น้ำ หรือ ใส่ถังแล้วเอาเครื่องไปฉีดพ่นลงดินไว้

4. พด. 2 สามารถนำมาใช้ร่วมด้วยได้หรือไม่ครับ หรือไม่เกี่ยวกันเลย
พด 2 สามารถ เอามา เป็นหัวเชื้อในการหมักได้เลยคับ จะช่วยให้เราหมักย่อยเศษพืชผักเศษอาหารได้ไวยิ่งขึ้น ถ้าใครไม่มีก็ไม่ต้องใช้คับ หมักถังแรกก็เป็นหัวเชื้อสำหรับถังต่อไปแล้วคับ

5. น้ำหมักที่ได้จากวิธีนี้ เราเรียกว่าเป็น หัวเชื้อจุลินทรีย์ ถูกต้องมั้ยครับ
ไม่ว่าจะ หมักถังไหน ก็เป็นหัวเชื้อได้ตลอดคับ

สำหรับท่านที่อยู่ ในเมืองหมักได้เยอะไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เทใส่ส้วมได้นะคับ  เป็นการช่วยเพิ่มจุลินทรีในบ่อส้วม ทำให้ย่อยสลายเศษต่างๆๆได้ไว แล้วส้วม คุณๆๆ ท่านๆๆ จะได้ไม่เต็มไว

หรือจะใช้เป็นน้ำยาขัดพื้น ขัดห้องน้ำได้ นะคับ แค่ทำน้ำหมักหกใส่พื้นดำๆๆ สักครู่ เอาน้ำมาราด พื้นก็ขาวแล้วคับ ไม่เชื่อ ลองทำหกดู

อยู่ในเมืองหากากน้ำตาลไม่ได้ ใช้น้ำตาลทรายแทนได้นะคับ จะทรายขาว ทรายแดง ทั้งหมดนี้ก็ เป็นอาหารจุลินทรีย์ เหมือนกันคับ



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: auuuun ที่ มกราคม 13, 2009, 04:35:14 PM
คุณ tomy ตอบคำถามได้สะอาดหมดจดจริงๆ ครับ

ความสงสัยหายไปหมดเลยครับ เช่นเรื่องทำบ่อยได้เพียงใด นำไปใช้อย่างไร
ถ้ามีมากจะจัดการอย่างไรดี ความแตกต่างของคำว่าหัวเชื้อ และ น้ำหมัก หรือ พด 2
และโดยเฉพาะ การนำน้ำตาลทรายแดงหรือทรายขาวมาใช้ก็ได้

ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: angermom ที่ มกราคม 13, 2009, 10:55:15 PM
เข้ามาทักทายทุกคนค่ะ และแวะแจ้งข่าวน้ำหมักที่ทำด้วยค่ะ

เมื่อวานไปกรมที่ดินมา เอาพด.6 มาค่ะ อ้าวเพิ่งอ่านเจอว่าต้อง พด.2 ทำไงดีเอ่ย.... ได้มาหลายห่อเชียว แล้วพี่เขาให้ พด.7 มาอีกด้วยแหล่ะ พอบอกเขาว่าจะไปทำน้ำอีเอ็ม เขาบอกว่าคนละอย่างกัน ชักเริ่มงง ขอคำแนะนำพี่ทอมมี่ด้วยค่ะ

ตอนนี้ในถังหมัก กลิ่นไม่แรง มีแต่กลิ่นหอมของกากกาแฟที่ใส่ลงไป เริ่มมีกลิ่นเปรี้ยวนิดๆ ส่วนมากใช้น้ำตาลทรายค่ะพี่ เพราะไม่รู้จะไปซื้อกากน้ำตาลที่ไหนราคาเบาๆ เท่าที่พอทราบ พลังบุญขายขวดละสามห้าบาท นู๋เลยไปขนน้ำตาลมาหกถุงเลยอ่ะพี่ คิดว่าน่าจะคุ้มกว่ากากน้ำตาลมั้งพี่

ไว้หาโอกาสไปแถวๆนครชัยศรี จะไปถอยกากน้ำตาลมาซัก 20 ลิตรเลยเห็นว่าลิตรละ 5-6 บาทจริงป่าวไม่รู้

น้ำหมักของนู๋ไม่ค่อยมีผลไม้อ่ะพี่ ส่วนมากก็เศษผักกับเศษอาหารสด ตอนนี้กำลังจะเต็มถังแล้ว สงสัยต้องถอยถังเพิ่มอีก


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 13, 2009, 11:18:18 PM
พด 2 พด 5 พด 6 ใช้ได้ เหมือนกันคับ รวมถึง พด 7 ด้วยคับ ได้ อาไรมา ก็ ฉีกใส่เลย

คิดถูกแล้วคับ กากน้ำตาลแพงจากไปซื้อทำไม น้ำตาลทรายหาง่ายๆๆถูก ก่า ก็ ใช้อันนั้น (สำหรับคนที่อยู่ในเมือง นะคับ กากน้ำตาลจะมีราคาแพงมาก)

สำหรับท่านที่มีน้ำหมักเยอะ อยากใช้ กำจัดหญ้าในสวน เอาน้ำหมักเข้มข้นไม่ต้องผสมน้ำ ฉีดพ่นต้นหญ้าให้ชุมเลยคับ ยิ่งตอนแดดจัด ด้วยยิ่งดี



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: auuuun ที่ มกราคม 19, 2009, 09:47:46 AM
ขอถามเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยนะครับ

ผมใช้ถังน้ำที่มีฝาปิด ขนาดถังน้ำถูพื้นทั่วไป ใส่เศษผัก ส้ม กล้วย เป็นหลัก
ใช้น้ำตาลทรายบ้าง น้ำตาลทรายแดงบ้าง และน้ำประปา ใส่ทุกอย่างลงไป
ได้ประมาณ ค่อนถัง ต่อมาใส่ พด 2 ลงไปครึ่งซอง แต่ละวันเติมผัก ผลไม้
ไปบ้าง พร้อมน้ำตาลทรายแดง ไม่มาก กวนวันเว้นวัน ผ่านมา 1 อาทิตย์

เปิดถังล่าสุดดูพบว่ามีฝ้าขาวขึ้นปกคลุมด้านบน กลิ่นฉุนเปรี้ยว พอกวนดูภายใน
เห็นน้ำเป็นสีกาแฟที่ใส่ครีมเยอะๆ และเศษผัก ผลไม้สีคล้ำลงบ้าง แต่ยังมีชิ้นส่วน
อยู่มาก

ผมเข้าใจไปเองว่า ถ้าทำสำเร็จ เศษผลไม้จะย่อยสลายไปหมด น้ำหมักที่ได้จะ
มีกลิ่นเปรี้ยวไม่รุนแรง มีลักษณะเหนียวข้น

คำถามนะครับ

1. น้ำหมักที่ดี ควรมีกลิ่นเป็นอย่างไร หอมอ่อนๆ หรือ หอมเปรี้ยวได้บ้าง
2. น้ำหมักที่ดี ควรมีความข้นประมาณไหนครับ หรือ สามารถเหลวแบบไหลได้
3. เศษผัก ผลไม้ ควรมีสภาพอย่างไร ระหว่างละลายไปหมด หรือ คงสภาพอย่างไร
4. ฝ้าที่เกิดบนผิวหน้านั้น คิดว่าน่าจะแสดงถึงผลดี แต่ถ้าเราเติมเศษอาหาร น้ำตาล และ กวน
เพิ่มเติมไป จะทำลายฝ้าบนผิวหน้าไป จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราทิ้งให้อยู่ในสภาพ ฝ้า ไปเรื่อยๆ ครับ

ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 19, 2009, 11:09:47 AM
มาช่วยตอบ คำถามให้นะคับ เอาเท่าที่พอทราบละกันนะคับ

1. น้ำหมักที่ดี ควรมีกลิ่นเป็นอย่างไร หอมอ่อนๆ หรือ หอมเปรี้ยวได้บ้าง
2. น้ำหมักที่ดี ควรมีความข้นประมาณไหนครับ หรือ สามารถเหลวแบบไหลได้
3. เศษผัก ผลไม้ ควรมีสภาพอย่างไร ระหว่างละลายไปหมด หรือ คงสภาพอย่างไร
4. ฝ้าที่เกิดบนผิวหน้านั้น คิดว่าน่าจะแสดงถึงผลดี แต่ถ้าเราเติมเศษอาหาร น้ำตาล และ กวน
เพิ่มเติมไป จะทำลายฝ้าบนผิวหน้าไป จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราทิ้งให้อยู่ในสภาพ ฝ้า ไปเรื่อยๆ ครับ

 ไม่รู้ว่า จะเรียกว่าแบบไหน ดี อะคับ  คืดว่า หมักวัสดุที่ต่างกัน น้ำหมักก็ ออกมามีสีสรรและความหนือเหนียวที่ต่างกัน รวมถึงหารเติมน้ำเปล่าลงไปด้วยมันก็จะลดความหนืด

 เท่าที่ผมได้ลองหมักมา

ถ้าเป็นพวกเศษผักน้ำจะไม่เหนียว  หมักด้วยกากน้ำตาล น้ำจะ ออกดำ หมักด้วยน้ำตาลทรายขาว น้ำจะออกสีใส

ถ้าเป็นไม้ผลรสเปรี้ยว จะมีกลิ่นกรด สูง คร้ายน้ำส้ม เช่นหมักสัปรด แต่ถ้าหมักสะอาดก็เอาไปทานเป็นน้ำส้มสายชูหมักได้
ถ้าจะให้ใส ก็จับใส่หม้อกลั่นมัน ไม่นั้นน้ำมันจาขุ่นๆๆ

ถ้า หมักพวกปลาพุงปลา เศษเนื้อ กลิ่นจะเหมือนปลาล้า  หอมชื่นใจ ใส่รำหน่อย ใช่เลยยยยย

การหมักย่อย ให้เศษวัสดุต่างๆๆย่อยสลายต้องใช้เวลา พืชผักอวบน้ำย่อมย่อยง่ายกว่า พวกกระดูกปลา

และระยะเวลา เมื่อไรจะใช้ได้ ก็ขึ้นกับความต้องการเลย  ยังไง หมักมาได้ อาทิต ก็ มีเชื้อ อยู่ในน้ำหมักนั้นแล้ว จะมีมากหรือน้อย อีกเรื่องนึง 

สมมุติว่า มีกล่อง 1ใบ มีพื้นที่ ให้เชื้ออยู่ได้ 100 ตัว  ในกล่องใบน้ำเราใส่อาหารให้เชื้อไว้แล้ว สมมุติว่า เริ่มแรก มีเชื้อ 1ตัว แพร์พัธื แบบทวีคูณ   ใน เวลา 1ชม สมมุตินะ สมมุติ...
ชม แรก 1 ตัว
ชม 2 2 ตัว
ชม 3 4 ตัว
ชม 4 8 ตัว
ชม 5 16 ตัว..... จนมันเต็มกล่อง


ถ้าเราต้องการใช้น้ำหมัก ไปใช้ ตอน ชม 4 สักครึงนึง ก็ เท่ากับว่า เราได้ เชื้อ มา 4 ตัว สมมุติ ว่า เราตักเชื้อได้มาครึ่งด้วย  แต่ถ้าเราต้องการใช้น้ำหมักตอน ชม 5 ครึ่งนึง เท่ากับว่า เราได้เชื้อ 8 ตัว  งั้นอยากใช้ตอนไหนก็ ใช้เลยคับ ยังไง มันมี เชื้อจุลินทรีย์ ที่จะไปเป็นปุ๋ยให้กะเรา แน่ๆๆ แค่มากแค่น้อย   

แต่ ถ้า เราปล่อยไว้นานมาก เราก็จะได้เชื้อมากด้วยต่อการเอาไปใช้ แต่เชื้อก็ย่อมมีตายและเกิดใหม่ ถ้าถ้าไม่มีอาหารเละที่อยู่ที่เพียงพอ เชื้อ ก้ไม่สามารถ เกิดใหม่ได้ มีแต่ตายอย่างเดียว

งั้นถ้าต้องการจะใช้น้ำหมัก ใช้เลยคับ ไม่ต้องคิดมาก อิอิ ว่า มันใช้ได้ หรือไม่ได้  ราดไปที่ดินมันก็เหมือนได้บ้านใหม่ ไปสร้างและขยายในดินต่อ อีก แต่ถ้าเราใช้สารเคมี หรือยาฆ่าหญ้าก็จะไปทำลายบ้านของมันที่อยู่ในพื้นดิน

ส่วนฝ้าที่เกิดนบนปากถังจะเป็นพวกเชื้อรา ไม่มีปัยหาอะไรคับ คนมัน มันก็ลง น้ำ เดี๋ยว มันก็ขึ้นมาหายใจใหม่ อิอิ


ที่อธิบายมาซะยาววว คือ แบบว่าไม่ต้องคิดมากกกกก  มาทดลองทำใช้เถอะคับ  กลิ่นเปรี้ยวไม่ถูกใจยังไง ก้เติมน้ำตาลเอา เชื้อส่วนที่ทำเหล้าจะๆได้ เดินเยอะๆๆ จะได้หอม  ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ มกราคม 19, 2009, 11:27:45 AM
1. น้ำหมักที่ดี ควรมีกลิ่นเป็นอย่างไร หอมอ่อนๆ หรือ หอมเปรี้ยวได้บ้าง
สีน้ำหมักที่ดี  จะออกสีน้ำตาลแก่ๆ ครับ  มีกลิ่นหอมอื่นๆ หรือ หอมเปรี้ยว  ถ้าชิมดูจะมีรสเปรี้ยวนิดๆ ครับ  (ผมเคยทำงานที่การเคหะฯ นนทบุรี  มีชาวยุโรปและญี่ปุ่น สนใจมาดูบ่อบำบัดน้ำเสียของทางเคหะฯ นนทบุรี  บางคนชิมน้ำหมักชีวภาพหน้าตาเฉย  โดยใช้นิ้วจุ่มๆ แล้วเอามาแตะลิ้นครับ)

2. น้ำหมักที่ดี ควรมีความข้นประมาณไหนครับ หรือ สามารถเหลวแบบไหลได้
ความเข้มข้นคล้ายกับน้ำธรรมดาครับ  ไม่เหนียวเหมือนกากน้ำตาล

3. เศษผัก ผลไม้ ควรมีสภาพอย่างไร ระหว่างละลายไปหมด หรือ คงสภาพอย่างไร
เศษผักหรือผลไม้บางส่วนจะสลายไป  แต่บางส่วนก็ยังคงเหลือกากบ้างครับ (ส่วนที่แข็งเกินไปไม่สามารถย่อยสลายได้ในเวลาอันสั้น)

4. ฝ้าที่เกิดบนผิวหน้านั้น คิดว่าน่าจะแสดงถึงผลดี แต่ถ้าเราเติมเศษอาหาร น้ำตาล และ กวนเพิ่มเติมไป จะทำลายฝ้าบนผิวหน้าไป จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราทิ้งให้อยู่ในสภาพ ฝ้า ไปเรื่อยๆ ครับ
ถ้าเกิดฝ้าสีขาว หรือ ราสีขาวที่ผิวน้ำจุลินทรีย์  หมายถึง  จุลินทรีย์ถังนั้นสามารถนำไปใช้งานได้แล้วครับ และราสีขาวถือว่าเป็นเชื้อราที่ดี  ถ้าจะเติมลงไปอีกก็ไม่เป็นไร  แต่เมื่อเราเติมผัก  ผลไม้  ที่คิดว่ามากเกินไป  ควรเติมกากน้ำตาล หรือ น้ำตาลเพิ่มลงไปด้วย

ลักษณะของเชื้อราสีขาว ที่เกิดขึ้นบนผิวน้ำจุลินทรีย์  ที่ถือว่าเป็นราที่ดีและมีประโยชน์  ลักษณะแบบนี้ถือว่าน้ำหมักของเราสามารถนำไปใช้ได้แล้วครับ
(http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7.0;attach=4495;image)


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: pop ที่ มกราคม 20, 2009, 09:54:30 AM
ถือว่าเอามาเล่าแบ่งปันเป็นความรู้ละกันนะครับ ถูกผิดอย่างไรท่านผู้รู้ช่วยแก้ไขให้ด้วย
คือน้ำหมัก หรือปุ๋ยหมักชีวภาพต่างๆที่เราพูดถึงกันมีข้อระวังไว้อย่างนึงคือ อย่านำเปลือกของผลส้มลงไปหมักด้วยนะครับ เพราะมีกรดหรือะไรสักอย่างที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: สายหมอก ที่ มกราคม 21, 2009, 10:47:32 AM
รบกวนถามครับ ถ้าหมัก EMได้ที่แล้วอยากให้มีกลิ่นหอมเช่นกลิ่นกาแฟ สามารถเติมผงกาแฟลงไปได้ไหมครับ และจะมีผลกระทบอะไรหรือเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 21, 2009, 11:49:52 AM
โอ้ เอา กาแฟผงเลยหรอคับบ   คิดว่า แค่กากกาแฟที่เราทิ้งแล้ว ก็น่าจะพอแล้วนะคับ  ไม่ไม่รู้ ผมักแล้วจะได้ กลิ่นหอมแค่ไหน อิอิ ต้องลองดู ครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: wuttcom ที่ มกราคม 24, 2009, 08:40:49 AM
รบกวนขอคำแนะนำครับ คือว่าผมอยากจะใช้น้ำหมักในนาในการย่อยสลายฟางและตอซังแต่ผมสงสัยว่าถ้าเกิดว่าน้ำในที่เราใช้น้ำหมักรั้วลงในนาข้างๆแล้วจะมีผลอะไรกับต้นเขาหรือป่าวครับ แล้วถ้าเกิดว่าเราจะทำนาต่อแล้วเมล็ดข้าวจะมีผลอะไรกับเมล็ดข้าวเราหรือป่าวครับ ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 24, 2009, 11:00:35 AM
 คือ  ว่า คิดแบบนี้ละกันนะครับ  เราเองคงไม่สามารถ ผลิต น้ำหมัก ได้ วันละ เป็น พันๆ ลิตร ได้ทุกวัน แบบ โรงงานอุสาหกรรมที่ สร้างปัญหาเรื่องน้ำให้กับภาคเกษตร

พื้นนา 1 ไร่ มีขนาด  1600 ตรม. ถ้า ปล่อยน้ำ เข้า นาสัก 10 ซม.  เท่ากับว่าจะมีน้ำ ในนา 160 ลบม.
ถ้า เรา จะใช้ น้ำหมัก ขนาด 1 : 1000 ส่วน  เป็นอัตราที่แนะนำให้ใช้โดนทั่วไป  ก็จะใช้น้ำหมัก 160 ลิตร
หรือ จะใช้ อัตราส่วน 1 : 500 ส่วน เป็นอัตรที่เข้มข้น มานิดส์นึง ก็จะต้องใช้น้ำหมัก 320 ลิตร


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: สายหมอก ที่ มกราคม 24, 2009, 01:23:54 PM
 ขอบคุณ คุณทอมมีมากครับได้ความรู้เยอะมาก ผมขอถามอีกข้อครับ พอดีเห็นสมาชิกถามข้อที่แล้ว หลังจากที่ เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จเหลือตอซังข้าว ก่อนไถกลบเพื่อรักษาหน้าดิน ควรที่จะฉีดพ่นด้วย EM ก่อน หรือว่าหลังที่จะไถครับ เพื่อให้ตอซังข้าวย่อยสลายเร็วๆ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 24, 2009, 02:35:27 PM
เรื่องการทำนา ทอมมี่เองไม่เคยทำนาซะด้วย อิอิ

เอาแบบนี้ละกันครับ ถ้ามีเวลาหลังเกี๋ยวข้าวเสร็จ จะมีกองฟางและตอทั่วไปหมด ก็ เอาน้ำหมักเข้มข้นเลย ไปฉีดพ่นให้ทั่ว จะเป็นเป็นการหมักย่อยฟางและตอ อีกทั้งเป็นการหมักดินไปในตัว

ก่อนทำนา จะมีการไถ ก็ เอาน้ำหมักไปตั้งหลังรถไถ ให้น้ำหมักค่อยๆๆ หยดไประหว่างการไถอีกครั้งก็ได้
หรือว่าถ้ามีการเปิดน้ำเข้านา ก็ ไปตั้งถังน้ำหมักหน้าทางน้ำ ให้น้ำหมักหยดไปพร้อมกับน้ำไหลเข้านา ได้เลยคับ

น้ำหมักมีเยอะก็ แบ่งใส่ได้เรื่อยๆ บ่อยๆได้คับ เป็นการช่วยบำรุงดินเพิ่มจุรินทรีย์ในพื้นดิน


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ มกราคม 25, 2009, 12:00:07 PM
ขอบคุณ คุณทอมมีมากครับได้ความรู้เยอะมาก ผมขอถามอีกข้อครับ พอดีเห็นสมาชิกถามข้อที่แล้ว หลังจากที่ เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จเหลือตอซังข้าว ก่อนไถกลบเพื่อรักษาหน้าดิน ควรที่จะฉีดพ่นด้วย EM ก่อน หรือว่าหลังที่จะไถครับ เพื่อให้ตอซังข้าวย่อยสลายเร็วๆ ขอบคุณครับ


การหมักฟางในนาข้าว

   เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จ ทำการกระจายฟางข้าวให้ทั่วแปลงนา ใช้ปุ๋ยหมักตักไปหว่านในนา โดยหว่านลงบนฟางเลย เมื่อหว่านเสร็จก็ทำการใช้รถลากวนไปมาจากนั้นให้ทำการสูบน้ำใส่โดยผสมน้ำจุลินทรีย์ลงไปพร้อมกับน้ำที่ปล่อยเข้าแปลงนา ปล่อยน้ำลงไปจนท่วมนา  โดยพื้นที่ 1 ไร่ใช้น้ำจุลินทรีย์ 5 ลิตรผสมกับน้ำ 200 ลิตรและกากน้ำตาล 5 กก. ทำการหมักฟางในนาทิ้งไว้ 15 วันเมื่อครบ 15 วันฟางข้าวจะมีการย่อยสลาย ให้นำรถมาตีดิน ย่ำทำเทือก แล้วทำการหว่านข้าวปลูกได้เลยในกรณีที่ไม่รีบทิ้งไว้อีก 10-15 วัน จะมีหญ้าและเมล็ดข้าวที่ตกค้างในนางอกขึ้นมาทำการกำจัดออก ต่อจากนั้นให้ทำเทือกและหว่านกล้า วิธีการนี้เป็นการช่วยลดจำนวนหญ้าอีกทางหนึ่ง


ที่มา : กรมพัฒนาที่ดิน http://www.ldd.go.th/menu_Dataonline/G8/G8_05.pdf


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: แมงกุดจี่ ที่ มกราคม 25, 2009, 07:23:48 PM
ขอรบกวนถามเป็นความรู้ด้วยคนนะครับ

1.สงสัยว่าการหมักน้ำ EM ปกติเราต้องปิดถังเพื่อไม่ให้อากาศเข้ารึเปล่าครับ
เเล้วถ้าหมักไป เติมเศษอาหารไปเรื่อยๆ ต้องเปิดปิดถัง มีอากาศเข้าทุกวัน การหมักจะได้ผลมั้ยครับ

2.ตัวน้ำหมักเอง ผสมน้ำแล้วใช้ทดแทนการใส่ปุ๋ยเคมีได้เลยรึเปล่าครับ พืชจะได้แร่ธาตุเพียงพอมั้ยครับ
หรือว่าเราต้องใส่ปุ๋ยอย่างอื่นเพิ่มด้วย(เช่นปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ฯลฯ) 

3.คือผมมีที่ดินว่างเปล่าอยู่และตั้งใจว่าจะพัฒนาให้เป็นสวนเกษตรแบบพอเพียง
(เป็นที่นาแต่ระดับต่ำ ต้องถมสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร คาดว่าดินที่จะนำมาถมคงได้ดินที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก)
ถ้าสมมุติผมจะบำรุงดูแลดินที่ถมให้อุดมสมบูรณ์ โดยใช้เพียงน้ำEM (กับพวกมูลสัตว์ต่างๆ)
หมั่นโปรย รด บ่อยๆ แล้วปล่อยให้มีพืชคลุมดินบ้าง(อาจเป็นหญ้าหรือวัชพืชเล็กๆก็ตาม)
เท่านี้จะเพียงพอที่จะเปลี่ยนจากดินที่อาจจะไม่ค่อยดีนักให้กลายเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่พร้อมจะปลูกพืชได้มั้ยครับ
หรือต้องทำอะไรมากกว่านี้อีก

ขอบคุณครับ



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 25, 2009, 08:29:09 PM

1.สงสัยว่าการหมักน้ำ EM ปกติเราต้องปิดถังเพื่อไม่ให้อากาศเข้ารึเปล่าครับ
เเล้วถ้าหมักไป เติมเศษอาหารไปเรื่อยๆ ต้องเปิดปิดถัง มีอากาศเข้าทุกวัน การหมักจะได้ผลมั้ยครับ

จุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ ส่วนใหญ่ ต้องการออกซิเจน หรือ อากาศ  โดยปกติแล้ว เราหมักน้ำหมัก จะเปิดถังมากวนหรือคนมันด้วย เพื่อให้อากาศ เข้าไปทั่วถึง จะได้ย่อยได้เร็วแล้วขยายจำนวนจุลินทรีย์ได้รวดเร็วขึ้น  อีกทั้งถ้าเราปิดสนิท จะเกิด ก๊าซมีเทน ดันฝากถังด้วย จึงจำเป็นจะต้องระบายก๊าซตรงนี้อยู่แล้ว

หรือจะหมักอีกวิธีหรือ อีกระบบ คือหมักระบบปิด เป็นการหมักที่ไม่ใช้อากาศ  โดยจะได้ผลพลอยได้คือ ก๊าซไว้หุ้งต้มอาหาร หรือเดินเครื่องยนต์ ซึ่งวิธีนี้จะต้องสร้างถังระบบปิดอาจใช้ถังพลาสติก หรือคอนกรีต

2.ตัวน้ำหมักเอง ผสมน้ำแล้วใช้ทดแทนการใส่ปุ๋ยเคมีได้เลยรึเปล่าครับ พืชจะได้แร่ธาตุเพียงพอมั้ยครับ
หรือว่าเราต้องใส่ปุ๋ยอย่างอื่นเพิ่มด้วย(เช่นปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ฯลฯ) 


ตัวน้ำหมักเองไม่ได้มีสารอาหารที่มากเทียบเท่า ปุ๋ยเคมี จะมีธาตุอาหาร ประมาณไม่เกิน 1 เปอร์เซน และมีธาตุอาหารรอง ทั้งหมดนี้ขึ้นกับวัสดุที่เราเอามาใช้หมัก
เราจึงใช้ควบคู่ไปกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก เพื่อเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน และโครงสร้างของดินไปในตัว

3.คือผมมีที่ดินว่างเปล่าอยู่และตั้งใจว่าจะพัฒนาให้เป็นสวนเกษตรแบบพอเพียง
(เป็นที่นาแต่ระดับต่ำ ต้องถมสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร คาดว่าดินที่จะนำมาถมคงได้ดินที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก)
ถ้าสมมุติผมจะบำรุงดูแลดินที่ถมให้อุดมสมบูรณ์ โดยใช้เพียงน้ำEM (กับพวกมูลสัตว์ต่างๆ)
หมั่นโปรย รด บ่อยๆ แล้วปล่อยให้มีพืชคลุมดินบ้าง(อาจเป็นหญ้าหรือวัชพืชเล็กๆก็ตาม)
เท่านี้จะเพียงพอที่จะเปลี่ยนจากดินที่อาจจะไม่ค่อยดีนักให้กลายเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่พร้อมจะปลูกพืชได้มั้ยครับ
หรือต้องทำอะไรมากกว่านี้อีก



แนะนำให้ ขุดหน้าดินในพื้นที่เก็บขึ้นครับ โดยเฉพาะหน้าดินที่เป็นนา เพราะได้หว่านปุ๋ยเคมีไปไว้มากเกินกว่าที่ต้นข้าวจะเอาไปใช้หมด ในแต่ละฤดู ข้าวไม่งามก็ หว่านปุ๋ย หว่านเพิ่มทุกปี คิดดูดินตรงส่วนนี้ มีปุ๋ยที่หลงเหลืออยู่มากแค่ไหน หลังจากเก็บหน้าดินแล้ว ค่อยหาดินมาถม  แล้วนำหน้าดินกลับคืน

อีกวิธีคือ แบ่งพื้นที่ทำเป็นบ่อน้ำ โดยเอาดินที่ขุดบ่อ มาเป็นดินถมในพื้นที่เกษตร   แต่ยังไง พวกเราทานข้าวเป็นอาหารหลัก ควรจะเหลือพื้นที่สำหรับทำนาไว้ด้วย ข้าวที่เราปลูกเองทานเอง อร่อยสุดๆ ยิ่งปลูกแบบปลอดสารด้วย ภูมิใจกว่าข้าวไหนๆๆ

สำหรับพื้นที่ว่าง ที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์ ก็ หาพืชตระกูลถั่วมา ปลูก ไม่จำเป็นจะต้องตามหาแต่ ปอเทืองหรือ ถั่วพร้า  ใช้ถั่วอะไรก็ได้ บำรุงดินได้เหมือนกัน ดีกว่าปล่อยหญ้าให้ขึ้นท่วม หรือจะให้หญ้าขึ้นแล้วหาสัตว์ที่กินหญ้ามาเลี้ยง เพื่อ เอามูลของสัตว์นั้นเป็นปุ๋ยอีกทีก็ได้ประโยชน์ดีเหมือนกันคับ

ส่วนการบำรุงดิน ก็ใช้น้ำหมัก กากของการหมัก เศษวัสดุที่เหลือทิ้งทางการเกษตรหรือในครัวเรือนที่ย่อยสลายได้ นำมาทำเป็นปุ๋ยหมัก แล้วนำไปใช้ในการปรับสภาพบำรุงดิน บำรุงโครงสร้างของดิน หมักดิน 

เมื่อดินดี ต้นไม้มีความสุข ดอกผลก็เจริญงอกงาม เจ้าของแฮปปี้

ขอบคุณครับ




หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: pop ที่ มกราคม 26, 2009, 09:59:09 AM
น้องทอมมี่ครับ ปุ๋ยน้ำหมักของพี่ใช้ฝาครอบปิดไม่แน่นมากนักเลยมีหนอนเกิดขึ้น บางตัวเป็นหนอนผลไม้เล็กๆสีขาวบางตัวเป็นแบบเปลือกแข็ง ถึงวันนี้ก้ประมาณ 6อาทิตย์แล้วครับ วันก่อนพี่เติมน้ำไปอีก1ส่วนพร้อมเติมกากน้ำตาลลงไปด้วย กลิ่นหอมกากลอยขึ้นข้างบนเพราะพี่ไม่ได้ใช้อะไรกดทับลงไปครับ

อยากถามว่าน้ำหมักนี้ดูจะเข้มข้นแต่ทำไมเหมือนหนอนที่มีอยู่ มันไม่ตายหรือถูกย่อยไปด้วยละครับ ต้องกำจัดออกไปหรือไม่ ครับ อ้อ...อันนี้เป็นน้ำแรกนะครับ ว่ากรองออกมาใช้อาทิตย์หน้าแต่มาเจอหนอซะก่อนเลยจะหมักไว้อีกสักระยะนึงครับ :D


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ มกราคม 26, 2009, 10:08:13 AM
พี่ POP ครับ  หนอนมันปรับสภาพตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ให้เข้ากับสภาพที่เป็นกรดของน้ำหมักได้

ถ้าได้เลี้ยงปลากินเนื้อ ช้อน ไปเลี้ยงปลาเลยคับ เป็นโปรตีนอยย่างดี ปลาโตไว  หรือให้ไก่มาจิกกินก็ได้คับ ไก่ที่บ้านชอบมาก
ถ้าไม่นั้น นำไม้กวนๆให้ตกลงไปในถัง มันหายใจไม่ออก ก็ตายไปเองคับ

ถ้าจะนำน้ำหมักไปใช้ก็ นำไปใช้ได้เลยคับ ไม่จำเป็นต้องรอหนอนตายคับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: pop ที่ มกราคม 26, 2009, 10:23:47 AM
ขอบคุณน้องทอมมี่มากนะครับ มันสามารถปรับตัวได้อย่างนั้นเลยเหรอครับงั้นถ้าเป็นน้ำหมักปลานี่ก็ยั้วเยี้ยไปหมดเลยซิครับ ;D วันหยุดนี้พี่จะไปจัดการเหล่าสาวกหนอนเปลือกแข็งทั้งหลายให้ปลาในบ่อหลังบ้านรับทานซะ5555


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: wuttcom ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2009, 12:37:22 PM
พี่ TOMY ครับ ตอนนี้ครับมีฝรั่งซึ้งผลมันสุกร่วงเต็มเลยครับอยากจะนำมาทำน้ำหมักจะได้มั้ยครับแล้วถ้าได้จะทำอย่างไรครับขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2009, 12:45:44 PM
ทำได้ คับ เอา ฝรั่ง มา สับๆๆ แล้ว ก็ ผสมน้ำตาล แล้ว ใส่ถัง หมักได้เลยคับ



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: chaiwat_k ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2009, 09:47:56 AM
กำลังหัดทำอยู่เลยครับ พอดีไม่มีถังสีทึบเลยเอาถุงดำมาสวมถังกับฝา พอ 2-3 วันนี้มาดูอ้าวน้ำซึมออกมา คงไม่เสียเนอะโดนแสงแต่ไม่โดนแดดนะครับถึงว่าทำไมกลิ่นมันค่อยๆหายไป แต่ไม่เหม็นเน่านะครับกลิ่นเหมือนผักดองตามตลาดเลย ตอนนี้เลยย้ายไปหลบแสงในห้องน้ำแล้วปิดประตูไว้ (อยู่ห้องเช่าครับหาที่ไว้ลำบากจริงๆ)


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2009, 11:31:59 AM
โดนแสงได้คับ ไม่มีปัยหา แต่ อย่าตากแดด คับ

ผมเองก็ หมัก แบบไม่ได้ ปิดฝา เพราะไม่มีฝาปิด


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: leemuy ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2009, 10:31:10 PM
   พี่ทอมมี่ค่ะ ตอนนี้กำลังหัดทำเหทือนกันค่ะ
    ตามที่เห็นในรูปนะค่ะ ..แม่กำลังนั่งหั่นผัก อยู่ค่ะ ..พอดีได้มา 2 กระสอบจากแม่ค้าในตลาด มีหัวไชเท้า บวบ สลัด
    ผักกาด คึ่นใช่ โหระพา ผักสวนครัวอีกหลายชนิด ก็ใส่จนเต็มถังเลยค่ะ พอดีว่า ลืมชั่ง :) ก็เลยใส่น้ำพอปริ่มๆ กับระดับผัก แล้วก็
   ใส่น้ำตาลทรายแดง ไป 2 กก. ตามด้วย น้ำหมักที่เค้าแจกที่แมคโคร ประมาณ 300 ซีซี ค่ะ ..


      อยากถามพี่ว่า
    1. สัดส่วนตามนี้ ต้องใส่น้ำ หรือน้ำตาลเพิ่มมั๊ยค่ะ
     2. ต้องหมักนานมั๊ยค่ะ ค่อยนำไปใช้ประโยชน์ได้
     3. แล้วถ้าเรานำไปใช้แล้ว หรือเราใส่ผักเพิ่ม เราต้องเติมน้ำตาลหรือน้ำเพิ่มมั๊ยค่ะ
     4. น้ำหมักที่นำมาจากแมคโคร จะใช้แทน น้ำตาลได้มั๊ยค่ะ
    5. แล้วระหว่างนี้ ถ้ากินกับข้าวเหลือ หรือส้มตำปู  ;D สามารถใส่ลงไปเลยได้มั๊ยค่ะ ..

      รบกวนด้วยนะค่ะ พี่ทอมมี่จะขี้เกียจตอบมั๊ยเนี่ย  :( ขอบคุณค่า ..(ขอบคุณก่อนเลย กลัวไม่ตอบ )

       ท่านอื่นๆ ที่ทราบ รบกวนด้วยนะค่ะ  :) ..


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2009, 11:06:04 PM
 สวัสดี ครับ

อยากจะตอบคำถามพี่ ว่า
    1. สัดส่วนตามนี้ ต้องใส่น้ำ หรือน้ำตาลเพิ่มมั๊ยค่ะ

คิดว่าน้ำตาลจะน้อยไปหน่อย ลองดูพรุ่งนี้ ถ้ามีกลิ่น ที่รู้สึกว่าเหม็น ก็ เติมน้ำตาล ลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็น กากน้ำตาล น้ำตาลทรายขาว ทรายแดง เติมแล้วก็ คนๆๆๆ 

     2. ต้องหมักนานมั๊ยค่ะ ค่อยนำไปใช้ประโยชน์ได้

มันก็มีหลายตำรานะคับ ว่าจะหมักนาน สักแค่ ไหน บ้างว่า อาทิต บ้าง ว่า 2 อาทิต บ้างว่า 3 เดือน บ้าง ว่า 6 เดือน
อันนี้ แล้วแต่ละกันนะคับ ดูว่า มันย่อยผักไปเยอะแล้ว ก็ ตัก ไปใช่ได้ จะเอาไปล้างพื้น ขัดส้วน ขัด ห้องน้ำ หรือ ลาดใส่ส้วนเพื่อลดการอุดตัน หรือจะผสมน้ำ รดต้นไม้ หมักดิน ก็ เชิญได้เลยคับ

     3. แล้วถ้าเรานำไปใช้แล้ว หรือเราใส่ผักเพิ่ม เราต้องเติมน้ำตาลหรือน้ำเพิ่มมั๊ยค่ะ

ถ้าเราต้องการใส่ผักเพิ่ม หรือเศษอาหารเพิ่ม ควรเพิ่มน้ำตาลด้วย แต่ถ้ารู้สึกว่าในถังน้ำมีน้ำตาลเหลือพอที่จุลินทรีย์ย่อย ก้ไม่จำเป็น อาศัย ความรู้สึกทางกลิ่นเอาได้คับ

     4. น้ำหมักที่นำมาจากแมคโคร จะใช้แทน น้ำตาลได้มั๊ยค่ะ

น้ำหมัก ที่ได้มา เปรียบเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์ ไม่ใช่ น้ำตาล ครับ เราใส่ไปครั้งแรก เพื่อให้ย่อยเศษผักเศษอาหารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถ้า ไม่มีก็ ไม่ต้องใช้ได้ครับ หรือ ใครมี พด ก็ ใช่พด หรือ ใครใคร่จะใช่ หัวเชื้อที่มีขาย ก็ ได้ครับ

    5. แล้วระหว่างนี้ ถ้ากินกับข้าวเหลือ หรือส้มตำปู   สามารถใส่ลงไปเลยได้มั๊ยค่ะ ..

ได้ครับ ถ้ารู้สึกกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ ก็เพิ่มน้ำตาลครับ ยิ่งเป็นการหมักเศษเนื้อ พุงปลา ไส้ปลา หัวปลา เปลือกกุ้ง เปลือกปู ด้วยแล้ว จะใช้ น้ำตาลเยอะกว่า หมัก เศษพืชผัก  ;)



หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: leemuy ที่ กุมภาพันธ์ 12, 2009, 07:58:16 AM
           ขอบคุณค่ะ ..


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: สายหมอก ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2009, 09:29:07 PM
  เรียนคุณทอมมี ปุ๋ยปลากับจุลินทรีย์em สรรพคุณที่ใช้กับพืชมีข้อแตกต่างกัน มาก-น้อย อย่างไรครับแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2009, 10:25:37 PM
คำว่า ปุ๋ยปลา เป็น การเรียก ตาม วัสดุ ที่เรา นำมาหมัก ก็ คือ ปลา  ถ้าไม่มีปลา หาเศษเนื้อ อย่างอื่นก็มาหมักได้ ไม่ว่าจะเป็นรกสัตว์ต่างๆ หรือ สัตว์ ที่เกิด โรคตาย

ส่วน คำว่า จุรินทรีย์ em  อีเอ็ม คำนี้ ย่อมาจาก Effective Microorganisms ก็คือ จุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ นั้งเอง ดังนั้น ใน น้ำหมักปลาก็มี จุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ เหมือนกัน

คราว นี้ มาเทียบ คุณ ค่า  ถ้า เรานำ แต่ เสษพืชเศษผัก เศษ หญ้า มาหมัก เราก็จะ ได้คุณค่า ที่นิยาม ออกมา เป็นคำว่า ปุ๋ย นั้น ได้ น้อยกว่า การเอา เศษเนื้อสัตว์ ต่างๆๆมาหมัก 

แต่ ตาม ธรรมชาติ แล้ว ไม่มีอะไรดี กว่ากัน หรอก ครับ ถึงเราว่า น้ำหมักเศษเนื้อสัตว์ มี ปุ๋ยมาก มากในทางธาตุอาหารหลักของพืช แต่ธาตุอาหารรองของพืช บางตัวกลับมีน้อย กว่า น้ำหมักที่หมักด้วยเศษพืช

ฉะนั้น แล้ว ใช้คู่กัน ถึงจะดี 

การใช้จุลินทรีย์ ในการเกษตร จะ เห็นผลในระยะยาว  ไม่รวดเร็ว ทันตา แบบปุ๋ยเคมี
จุลินทรีย์ จะค่อยๆๆ ปรับสภาพดินแล้วสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับต้นไม้


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: chaiwat_k ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2009, 09:41:58 AM
พอดีเข้าไปอ่านในวิกิพีเดียของภาษาอังกฤษพบว่ามีการใช้นมเปรี้ยวและยีสต์(ที่เขาใช้ทำขนมปัง)แทนหัวเชื้อ พด. และหัวเชื้อ อีเอ็ม ด้วยยังไงลองเอาไปทดสอบกันได้เน้อ ผมว่านมเปรี้ยวนี้เข้าท่าดีครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: คนหลังเขา ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2009, 10:03:39 PM
น้ำหมักจากเศาอาหารทุกชนิด ทั้งแกงเผ็ดส้มตำ ต้มยำสารพัดสมุนไพร
ใช้ฉีดพ่นทุก7-10วัน แมลงรบกวนน้อยมาก ผักสมบรูณ์มาก(ใช้ร่วมกับปุ๋ยหมักนะครับ)


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: garfield ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2009, 10:23:38 PM
เอามาซักผ้าได้ด้วย
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=1258.0


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: garfield ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2009, 10:25:46 PM
พอดีเข้าไปอ่านในวิกิพีเดียของภาษาอังกฤษพบว่ามีการใช้นมเปรี้ยวและยีสต์(ที่เขาใช้ทำขนมปัง)แทนหัวเชื้อ พด. และหัวเชื้อ อีเอ็ม ด้วยยังไงลองเอาไปทดสอบกันได้เน้อ ผมว่านมเปรี้ยวนี้เข้าท่าดีครับ

มีใครลองเอาคีเฟอร์ไปทำบ้างยังค่ะ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=547.0


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: chaiwat_k ที่ มีนาคม 02, 2009, 11:24:23 AM
พอดีเข้าไปอ่านในวิกิพีเดียของภาษาอังกฤษพบว่ามีการใช้นมเปรี้ยวและยีสต์(ที่เขาใช้ทำขนมปัง)แทนหัวเชื้อ พด. และหัวเชื้อ อีเอ็ม ด้วยยังไงลองเอาไปทดสอบกันได้เน้อ ผมว่านมเปรี้ยวนี้เข้าท่าดีครับ

มีใครลองเอาคีเฟอร์ไปทำบ้างยังค่ะ
[url]http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=547.0[/url]


    * Lactic acid bacteria: Lactobacillus plantarum; L. casei; Streptococcus Lactis.
    * Photosynthetic bacteria: Rhodopseudomonas palustris; Rhodobacter sphaeroides.
    * Yeast: Saccharomyces cerevisiae; Candida utilis(no longer used) (usually known as Toula, Pichia Jadinii).
    * Actinomycetes(no longer used in the formulas): Streptomyces albus; S. griseus.
    * Fermenting fungi(no longer used in the formulas): Aspergillus oryzae; Mucor hiemalis.

มีอยู่แค่นี้ละครับในเว็บวิกิฯนะ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: lavazza ที่ มีนาคม 02, 2009, 08:17:08 PM
สนับสนุนให้ทำน้ำหมักใช้เองอีกหนึ่งเสียงครับ  ^^

เพราะต้นทุนลิตรละ ไม่ถึง 2 บาท ดีกว่าไปซื้อเค้าลิตรละหลายสิบบาท


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: ooy2009 ที่ มีนาคม 03, 2009, 12:03:25 PM
นำมาใช้ขัดห้องน้ำและขัดพื้นได้สะอาดเอี่ยมเลยค่ะ(ไม่ต้องทนกับสารเคมีกลิ่นฉุน)  EMซู้ดยอดดด  :-[


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: tang ที่ มีนาคม 03, 2009, 03:07:09 PM
เอาไปใช้กับขี้วัวยังไงค้า บอกหน่อย


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: topan ที่ มีนาคม 04, 2009, 01:15:33 PM
ผมคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของ บ.อีเอ็ม คิวเซ ครับ ขอแนะนำสอบถามที่ 036-362111 รับรองของแท้ 100% ครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: lug ที่ มีนาคม 05, 2009, 09:42:26 AM
สวัสดีค่ะ เป็นสมาชิกใหม่เช่นกัน แต่ก็เข้ามาเก็บข้อมูลได้ระยะหนึ่งแล้ว ...
ตอนนี้ก็ทดลองทำน้ำหมัก ก็เป็นพวกเศษอาหารที่เหลือ ผักบ้าง ผลไม้ เรียกว่าอะไรเหลือก็ใส่นะค่ะ
หมักไปได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว ใช้น้ำตาลทรายขาวค่ะ สังเกตดูแล้ว น้ำหมักเป็นสีขาวขุ่น กลิ่นเปรี้ยว
ถ้าต้องการเอามาใช้ ต้องเอามากรองก่อนรึเปล่าวคะ   แล้วต้องเอาไปผสมน้ำในอัตราส่วนเท่าไรที่จะใช้ฉีด
เอ้อ..รึว่าใช้รดลงไปที่โค่นของต้นไม่ค่ะ  และน้ำหมักสามารถใช้ไล่เพลี้ยและแมลงปีกแข็งที่เจาะน้ำเลี้ยงของต้นผักหวานได้ไม๊คะ
..ถามเยอะไปหน่อย รบกวนท่านผู้รู้ด้วยนะคะ  ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

อ้อ   ที่บ้านปลูกผักสวนครัวค่ะ และก็มีผักหวานอยู่เยอะ แต่ตอนนี้มีแมลงมีเจาะน้ำเลี้ยงของยอดอ่อนๆ นะค่ะ
เลยอดกินยอดอ่อนไปหลายวันเลย


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: juicer ที่ มีนาคม 06, 2009, 09:04:10 PM
  ฟังมาก็จากหลายแหล่ง มีแต่ข้อมูลที่ดี ดี กับดี เท่านั้น มีใครพอทราบข้อเสียบ้างใหม๋ครับ แบบว่าอึดอัดใจมาก


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: กรณ์ปัฐพี ที่ เมษายน 19, 2010, 04:05:24 AM
ตกลงว่าสูตรนี้ใช้ได้จริงหรือเปล่าครับ

วิธีทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)

1.วัสดุ - อุปกรณ์

                -   กากน้ำตาล  2  กิโลกรัม หรือน้ำตาลทรายแดง ห้ามไช้น้ำตาลทรายขาวนะครับ

                -   น้ำมะพร้าว  4 – 5 ลูก

                -    สับปะรด 2  ลูก

                -    ถังพลาสติกที่มีฝาปิด  1  ใบ

2. วิธีทำ   

2.1 หั่นสับปะรดแก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือกและเนื้อ) เป็นชิ้นเล็ก ๆ   2  ลูก   

2.2 ปอกมะพร้าวอ่อนเอาแต่น้ำมะพร้าว   4 – 5  ลูก

นำสับปะรด   น้ำมะพร้าว  และกากน้ำตาล มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน    ใส่ถังพลาสติกปิดฝาทิ้งไว้ในที่ล่ม (ควรคลุกเคล้ากลับไปกลับมาในถัง  ทุก  2  วัน)    ประมาณ  1 -2   เดือน      จะได้หัวเชื้ออีเอ็มที่มีสีน้ำตาล   กลิ่นหอม  ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: manava ที่ พฤษภาคม 20, 2010, 08:02:14 PM
อยากทราบว่าถ้านำไปใช้หมักขี้เลื่อยทำเห็ด
จะใช้อย่างไร  ใช้อัตราส่วนเท่าไรครับ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: Singhto+Kaowsuay ที่ มกราคม 15, 2011, 01:39:24 PM
 :)

มาอ่าน และจดเป็นความรู้ แล้วจะลองทำมั่ง
 :)

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความรู้ค่ะ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: guyjung ที่ กรกฎาคม 08, 2012, 06:38:45 PM
เพิ่งลงมือทำสดๆร้อนเลยครับ  เมื่อตะกี้นี้เอง
   - เศษสับปะรด  ขอแม่ค้าผลไม้ที่กลางซอยมาถุงนึง  สัก ๓ กก. ได้
   - น้ำตาลทรายขาว ๒ กก.
   - น้ำ....ไม่ได้ใส่   
   - ไม่ได้คลุกเคล้าด้วย  แค่เขย่าๆถังเอา   ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: guyjung ที่ ธันวาคม 21, 2012, 11:07:23 PM
1. น้ำหมักที่ดี ควรมีกลิ่นเป็นอย่างไร หอมอ่อนๆ หรือ หอมเปรี้ยวได้บ้าง
สีน้ำหมักที่ดี  จะออกสีน้ำตาลแก่ๆ ครับ  มีกลิ่นหอมอื่นๆ หรือ หอมเปรี้ยว  ถ้าชิมดูจะมีรสเปรี้ยวนิดๆ ครับ  (ผมเคยทำงานที่การเคหะฯ นนทบุรี  มีชาวยุโรปและญี่ปุ่น สนใจมาดูบ่อบำบัดน้ำเสียของทางเคหะฯ นนทบุรี  บางคนชิมน้ำหมักชีวภาพหน้าตาเฉย  โดยใช้นิ้วจุ่มๆ แล้วเอามาแตะลิ้นครับ)

2. น้ำหมักที่ดี ควรมีความข้นประมาณไหนครับ หรือ สามารถเหลวแบบไหลได้
ความเข้มข้นคล้ายกับน้ำธรรมดาครับ  ไม่เหนียวเหมือนกากน้ำตาล

3. เศษผัก ผลไม้ ควรมีสภาพอย่างไร ระหว่างละลายไปหมด หรือ คงสภาพอย่างไร
เศษผักหรือผลไม้บางส่วนจะสลายไป  แต่บางส่วนก็ยังคงเหลือกากบ้างครับ (ส่วนที่แข็งเกินไปไม่สามารถย่อยสลายได้ในเวลาอันสั้น)

4. ฝ้าที่เกิดบนผิวหน้านั้น คิดว่าน่าจะแสดงถึงผลดี แต่ถ้าเราเติมเศษอาหาร น้ำตาล และ กวนเพิ่มเติมไป จะทำลายฝ้าบนผิวหน้าไป จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราทิ้งให้อยู่ในสภาพ ฝ้า ไปเรื่อยๆ ครับ
ถ้าเกิดฝ้าสีขาว หรือ ราสีขาวที่ผิวน้ำจุลินทรีย์  หมายถึง  จุลินทรีย์ถังนั้นสามารถนำไปใช้งานได้แล้วครับ และราสีขาวถือว่าเป็นเชื้อราที่ดี  ถ้าจะเติมลงไปอีกก็ไม่เป็นไร  แต่เมื่อเราเติมผัก  ผลไม้  ที่คิดว่ามากเกินไป  ควรเติมกากน้ำตาล หรือ น้ำตาลเพิ่มลงไปด้วย

ลักษณะของเชื้อราสีขาว ที่เกิดขึ้นบนผิวน้ำจุลินทรีย์  ที่ถือว่าเป็นราที่ดีและมีประโยชน์  ลักษณะแบบนี้ถือว่าน้ำหมักของเราสามารถนำไปใช้ได้แล้วครับ
([url]http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7.0;attach=4495;image[/url])


หมักสัปปะรดไว้นานแล้วครับ  แต่ไม่ขึ้นฝ้าแบบในรูปเลย  ดูเหมือนสัปปะรดกวนแช่น้ำมากกว่า   แต่ไม่เหม็นบูดนะครับ  กลิ่นยังหอมอยู่  เลยไม่แน่ใจว่ามันเสียแล้ว  หรือว่าหมักได้ที่ พร้อมใช้  งงมากมาย  >:(


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: martun ที่ พฤศจิกายน 29, 2014, 07:10:24 PM
เข้ามาหาข้อมูลหมัก  เด๋วถ้าเป็นผลยังไง  มาเล่าให้ฟังนะคะ


หัวข้อ: Re: ขอคำแนะนำทำ EM
เริ่มหัวข้อโดย: Innseethongfarm ที่ กันยายน 09, 2017, 10:01:53 PM
ตอนทำเกษตรอินทรีย์ใหม่ๆ ก็ได EM นี้แหละครับช่วย
https://www.youtube.com/watch?v=eCnp6Z25d_g (https://www.youtube.com/watch?v=eCnp6Z25d_g)