เกษตรพอเพียง.คอม

เว็บบอร์ดเกษตรพอเพียง => สัตว์เลี้ยง - สัตว์เศรษฐกิจ => ข้อความที่เริ่มโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 12, 2009, 05:16:53 PM



หัวข้อ: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 12, 2009, 05:16:53 PM
ผมเลี้ยงวัวนมอยู่ปากช่องนะครับ เลี้ยงประมาณเกือบ 100 ตัวได้

เฉลี่ยแล้วตัวประมาณ 20-25 โล แต่จะเลี้ยงวัวเล็กไว้มาก วัวรีดนมมีประมาณ 30 ตัว


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ พฤศจิกายน 12, 2009, 08:27:55 PM
ราคานมเป็นไงบ้างครับ คุ้มค่าอาหารมั้ย ได้ข่าวว่าวุ่นๆอยู่เหมือนกัน
กรรมของคนไทยครับที่มีนักการเมืองแบบนี้
ถ้าผมมีอำนาจทำได้นะ
ผมจะสั่งการให้ผู้ประกอบการค้านมทุกรายซื้อนมดิบจากเกษตรภายในประเทศเท่านั้น ใช้มาตรการทางภาษีอากรช่วยผู้ประกอบการ
ผมจะห้ามนำเข้าหางนมผงทุกชนิด ผมทราบมาว่า หางนมผงที่เรานำเข้ามาผสมน้ำผลไม้ขายเนี่ย บางประเทศมันเป็นอาหารสัตว์นะครับ
ถ้ามันไม่พอบริโภคก็เพิ่มการผลิต
เกษตรก็อยู่ได้ คนไทยก็ได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพ ได้สร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทย
ดูเหมือน คุณเนวิน จะทราบเรื่องนี้ดี
เราช่างปฏิบัติตนตามข้อตกลงระหว่างประเทศดีเหลือเกิน เราชอบอ้างข้อตกลงการค้าเสรีในขณะที่ประเทศอื่นๆเขาก็ปากว่าตาขยิบ
ผมเองก็เคยเลี้ยงวัวนมมาก่อนครับแต่ก็ต้องเลิกไปเพราะเรื่องการตลาดนี่แหละ
ผมรู้จักมิสเตอร์ ซันเดอร์การ์ด ผอ. อสค.คนแรกของประเทศไทยเป็นอย่างดี ท่านเคยมาพักที่บ้านด้วยเมื่อมาเมืองไทยครั้งล่าสุดซึ่งนานมาแล้ว ประมาณ20ปีได้
ผมเคยอ่านรายงานทางวิชาการว่า คนเอเชียมักจะแพ้อาหารนม
แต่คนอินเดียซึ่งเป็นคนเอเชีย กลับบริโภคกันจนแทบจะเป็นอาหารประจำชาติ ทั้งนมวัว นมควาย นมแพะ
ชาวมองโกลกินนมม้า นมอูฐ
ประเทศไทยมักชอบที่จะทำอะไรที่ประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว ไม่ทำกัน
เข้ามาเรื่อยๆนะครับ อยากรู้ความเคลื่อนไหวของวงการวัวนมซึ่งเป็นอาชีพของบรรพชนผม


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 12, 2009, 09:05:21 PM
ตอนนี้ราคาตกกิโลละ 15บาท แต่ต้องเป็นเกรด 1นะครับ เกรด2=14.70 เกรด3=14.50
ถามว่าคุ้มกับราคาอาหารมั้ย ตอบได้คำเดียวเลยครับว่าไม่ ฟาร์มใหญ่ๆ ก็พออยู่กันได้ครับ
แต่ฟาร์มเล็กๆ ล่ะ ต้องดิ้นรนกันต่อไป
ยังไงผมว่าชาวบ้านที่นี่ก็ต้องทำนะครับ เพราะนอกจากนี้แล้วก็ไม่มีกิจกรรมอื่นที่จะทำแล้ว แล้วที่อยู่ได้ก็เพราะเงินนม
ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด แต่ว่ามีเงินหมุนเวียนตลอดเวลา ให้อยู่ได้ไปเดือนๆ น่ะครับ

จริงๆ แล้วผมก็อยากให้มีทางแก้ไขที่ดีนะครับ สงสารชาวบ้านน่ะครับ บางทีก็ต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้ในกิจการโคนม
ต้องเป็นหนี้นอกระบบกันไปที่จริงราคาน้ำนมดิบก่อนหน้านี้กิโลละ17 บาทนะครับ เกษตรกรก็พออยู่ได้ แต่พอราคาน้ำนมขึ้น
อาหารวัวก็ขั้นตาม ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่ารัฐจะมีทางแก้ไขที่ดีให้กับเกษตรกรน่ะครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ พฤศจิกายน 12, 2009, 11:11:58 PM
ไม่ทราบ ว่า เกรดน้ำนม เขา วัด จาก อะไรครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ พฤศจิกายน 13, 2009, 04:16:36 PM
ไขมันนมครับ
ค่าไขมันในนมสูงจะได้การบวกราคาเพิ่ม เพราะมันสื่อถึงว้วถูกเลี้ยงมาดี แต่ถ้าเป็นวัวสายพันธุ์อินเดีย มันสูงตามสายของมันครับจะเลี้ยงตามมีตามเกิดยังไงก็ช่าง
เมื่อก่อนตรวจการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ด้วยครับ

เดี๋ยวนี้ไม่รู้เขาตรวจอะไรบ้าง


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: สัตวบาลน้อย ที่ พฤศจิกายน 13, 2009, 06:37:04 PM
พี่ด่างเกยชัย ที่นครสวรรค์ ที่ อ. อะไรรับซื้อ นมบ้าง  ใช้ที่ อ.ตากฟ้าไหมครับ พยุหะ  มีไหมผมไม่แน่ใจ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 13, 2009, 07:55:04 PM
ทุกวันนี้ผมไม่รู้วัดด้วยอะไรนะครับ เพราะเหมือนว่าทุกวันเกษตรกรจะถูกเอาเปรียบมากกว่า คือพวกพ่อค้าคนกลาง(ศูนย์รับน้ำนมดิบ) อย่างที่ผมเจออยู่นะครับ บางทีราคาน้ำนมขึ้นก็ตัดเกรดเราลดลง ทั้งที่ฟามร์มผมได้เกรด 1 ตลอด บางทีให้ทางศูนย์มาตรวจในฟาร์มก็ไม่มีปัญหาอะไร บางฟาร์มน้ำนมดิบเยอะหน่อยก็ตัดเกรด จากที่ผมสอบถามเกษตรกรย่านที่ผมอยู่ก็มักจะมีลักษณะเช่นเดียวกันหมด บางทีผมก็อยากให้มีมาตรฐานมากกว่านี้นะครับ ทั้งฟาร์มและศูนย์รับน้ำนมดิบ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ พฤศจิกายน 13, 2009, 08:16:14 PM
ตากฟ้าครับ
ที่พยุหะเป็นเมืองหลวงของแพะ555


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: สัตวบาลน้อย ที่ พฤศจิกายน 14, 2009, 03:55:07 PM
พี่ด่างเกยชัย ทำฟาร์มอะไรบ้างครับ  มีโอกาสจะไปเยียมชม  ขอความรู้


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ดำ เช้าหยุด ที่ พฤศจิกายน 14, 2009, 06:51:32 PM
ทำไม ศูนย์รับซื้อน้ำนมดิบ ไม่ได้ขึ้นตรงกับสหกรณ์หรือครับ?

อันที่จริง  ผู้เลี้ยงโคนมก็เป็นสมาชิกสหกรณ์
หากไม่แน่ใจเรื่องการเอาเปรียบ/ขั้นตอนการซื้อขาย
เวลาประชุมสหกรณ์หรือเลือกกรรมการสหกรณ์
ก็พยายามส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย
ก็อาจเป็นหนทางแก้ปัญหาในระดับหนึ่ง



หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: avc4000 ที่ พฤศจิกายน 14, 2009, 08:26:23 PM
วัวนมก็สนใจ เลยขออนุญาตมาทิ้งความข้อความไว้ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวนะครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 14, 2009, 10:00:38 PM
เรื่องของเรื่องคือไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์น่ะสิครับ (ที่ไม่ได้เป็นเพราะมีเหตุผลบางอย่างครับ) จริงๆ แล้วตรวจสอบได้ก็เท่านั้นนะ ผมว่าไม่มีที่ไหนหลอกที่เค้าไม่กินกันน่ะ ตามที่ผมได้ยินจากปากเกษตรกร แต่ผมก็ไม่เข้าในนะว่าทำไมไม่มีใครสามารถทำอะไรได้เลยหรอ แล้วเกษรตกรก็หันมาส่งน้ำนมดิบกับทางเอกชน เพราะเอกชนปล่อยเงินกู้ง่าย เวลาขาดเหลืออะไรก็จะสามารถเบิกฉุกเฉินได้


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ พฤศจิกายน 15, 2009, 01:20:42 PM
เรียนคุณสัตวบาลน้อย
                     ครอบครัวผม เลี้ยงวัวนมมาแต่บรรพบุรุษครับ  ผมเองเคยมีคอกแพะอยู่ก็หลักร้อยตัวเหมือนกัน ปัจจุบันไม่มีแล้วครับ มีปัญหากันเรื่องส่วนและสิทธิ์ในที่ดินก็จำต้องขายแพะไป ทำฟาร์มไก่ไทยแบบเพื่อการค้าไก่เนื่อไม้เน้นไก่ชนก็มาถูกหวัดนกสลายฝัน
ตอนนี้ที่วางแผนไว้ก็คือ ทำไก่ไข่ครับแบบแค่พอขายในตลาดท้องถิ่น แล้วก็จะเลี้ยงแพะ แต่ตอนนี้ทุนรอนเริ่มร่อยหรอจึงต้องพยายามรวบรวมอีกรอบเพื่อสานฝัน
เรียนคุณดำ เช้าหยุด
                  สหกรณ์หรือไม่ ค่าเท่ากันครับ ไม่มีองค์กรใดในประเทศไทยที่ไม่มีการทุจริต
                  กรรมการสหกรณ์ทุกวันนี้ คือนักการเมืองชนิดหนึ่ง และมีนักการเมืองระดับสูงกว่ายืนเป็นเงาทะมึนรอยู่ด้านหลัง
                  การเลือกตั้งกรรมการฯหลายๆแห่งเริ่มมีการซื้อเสียงกันแล้ว ทำไงได้คนขายเสียงมันโง่เองนิ๊   
                  ถ้าสมาชิกทุกคน แข็ง  จริงๆ มันก็โอเคครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 15, 2009, 05:34:44 PM
บริเวณฟาร์มครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 15, 2009, 05:39:55 PM
ต่อครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 15, 2009, 05:41:37 PM
อีกครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: babyold ที่ พฤศจิกายน 15, 2009, 05:47:04 PM
ต่อเติมเพิ่มครับ รู้สึกว่าจะหนาแน่นกันเกินไป


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ มกราคม 10, 2011, 09:40:59 PM
สนใจหาซื้อวัว ที่กำลังรีดนม  หรือใกล้คลอดคับ    ไม่ทราบ แถวปากช่อง ราคาประมาณเท่าไหร่คับ 


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: นายทิว ที่ มกราคม 16, 2011, 11:08:40 PM
ถ้าต้องการลงทุนทำโรงเรือนสำหรับเลี้ยงวัวนมประมาณ 5แม่ ต้องใช้เงินทุนประมาณเท่าใดครับ
 ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ มกราคม 18, 2011, 08:58:48 AM
มีเวบมาแนะนำคับ  มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงโคนม ลองเข้าไปอ่านดูนะคับ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jae-hom47&date=11-01-2011&group=6&gblog=10


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงแอ๊ด ขอนแก่น ที่ มกราคม 20, 2011, 02:25:58 PM
อยากได้ขี้วัวนมจัง จะเอามาทำปุ๋ยหมักใว้ใส่ต้นผักหวานป่า    ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ch-gug ที่ มกราคม 21, 2011, 12:06:35 PM
มีข้อมูลจากมาแชร์ครับ
2.รายจ่าย
..................................บาท/เดือน.......................%
ค่าอาหาร......................70,350.........................54.00
ค่าเสื่อมพันธุ์..................16,667.........................12.80
ค่าเสื่อมโรงเรือน..............7,917..........................6.08
ค่าเสื่อมเครื่องรีดนม..........1,667.........................1.31
ค่าเสื่อมสาธารณูปโภค.......2,500.........................1.94
ค่าจ้างแรงงาน..................12,000........................9.19
ค่ายาสัตว์และค่าสัตว์แพทย์..3,750.........................2.90
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ...................3,750.........................2.90
ค่าดอกเบี้ย.......................11,500.......................8.85


ขออนุญาติคุณแจ้ห่ม47 ด้วยนะครับ

นี่สำหรับวัวรีดนม 25 ตัวครับ จะเห็นได้ว่า เหลือกำไรสุทธิ 10.7%
คุณด่างเกยชัยและคุณพี่เจ้าของกระทู้ รบกวนช่วยวิจารณ์ตัวเลขที่เหมาะสมด้วยครับ เพื่อเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ มกราคม 22, 2011, 02:49:14 PM
เป็นการคำนวณตามหลักวิชาการครับ
ในความเป็นจริงอาจมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kapom ที่ มกราคม 26, 2011, 07:50:32 PM
ตอนนี้ผมก็กำลังคิดที่จะเลี้ยงวัวนมคับ

ไปถามสหกรณ์เค้าว่าเริ่มต้น5ตัวพร้อมรีด

แต่ผมก็สงสัยนะว่าถ้าพร้อมรีดใครที่ไหนจะขายวัวนมดีๆพร้อมรีดให้เรา :-\

ถ้าซื้อวัวท้องแรกท้อง7-8เดือนแล้วรอคลอดจะได้ไหม

รวมถึงเรื่องอาหารข้น  ระหว่างเราผสมเองกับซื้อถุงสำเร็จตามบริษัทอันไหนดีกว่ากันคับ

แล้วถ้าเราทำหญ้าหมักเก็บเอาไว้แล้วให้วัวกินในหญ้าแล้งตลอดมันจะมีผลเสียหรือไม่คับ

ผู้ที่มีประสบการณ์ช่วยมาแนะนำหน่อยคับ... :(

ผมห่วงแต่เรื่องนี้นี่แหละคับ  เรื่องอื่นไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ :)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ มกราคม 27, 2011, 09:37:28 AM
นั่นนะซิ
ถ้าผมมีวัวที่นมดีๆผมก็ไม่ขาย
ถ้าผมอยากได้วัวดี ผมก็ต้องหาซื้อวัวสาวท้องซึ่งถูกลงมาหน่อยแต่เปลืองเวลา
อาหารข้น
ผมอยู่แหล่งที่มีพืชผลทางการเกษตรหลากหลาย ผมก็หาซื้อมาผสมเอง แน่นอนกว่า
เพราะผมมีเวลาทำ เลี่ยงราคาได้ ช่วงไหนอะไรแพง อะไรถูก เทียบกับความต้องการโภชนะของวัว
หญ้าหมัก
กินได้ตลอดปีครับ
ลองไปค้นดูสูตรข้าวโพดของผม


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: sunkennel ที่ มกราคม 27, 2011, 10:31:06 AM
สวัสดี รบกวน ถาม ราคา วัวตัวเมียอย่านม สายดี ราคาประมาณเท่าพอมีแบ่ง ขายบ้างป่าว ครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คุคุริน ที่ มกราคม 27, 2011, 06:49:54 PM
อ้างถึง
มีข้อมูลจากมาแชร์ครับ
2.รายจ่าย
..................................บาท/เดือน.......................%
ค่าอาหาร......................70,350.........................54.00
ค่าเสื่อมพันธุ์..................16,667.........................12.80
ค่าเสื่อมโรงเรือน..............7,917..........................6.08
ค่าเสื่อมเครื่องรีดนม..........1,667.........................1.31
ค่าเสื่อมสาธารณูปโภค.......2,500.........................1.94
ค่าจ้างแรงงาน..................12,000........................9.19
ค่ายาสัตว์และค่าสัตว์แพทย์..3,750.........................2.90
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ...................3,750.........................2.90
ค่าดอกเบี้ย.......................11,500.......................8.85

ค่าอาหาร รวมทั้งหยาบและข้นหรือเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aunpiggy ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:25:01 PM
ขอแชร์ความคิดด้วยคนครับ  ผมเป็นคนหนึ่งที่เลี้ยงโคนมครับ  อยู่มวกเหล็กอาจมีความเห็นต่างจากท่านอื่นนิดหน่อยครับ  เรื่องแรกกรรมของเกษตรกรที่มีแต่คนคอยจะเอาเปรียบจากงานและผลผลิตที่เราๆท่านๆทำได้  อันนี้คงต้องช่วยๆกันไปตามเรื่องตามราวครับ  แต่ขอให้ทุกท่านที่มีผลผลิตจงภูมิใจและมั่นใจครับ  ที่แน่ๆเราทำได้คนที่ทำไม่ได้มีแต่จะขี่ช้างเอาเปรียบจากของที่คนอื่นทำครับ  คนในประเทศและทุกคนในโลกอยู่ได้เพราะเกษตรกรครับ  เป็นกำลังใจให้ทุกคน  ส่วนท่านที่กำลังเริ่มคิดที่เลี้ยงโคนมอันดับแรกครับ  รักและพร้อมที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างครับ(เรียนรู้ตลอดเวลา)  เหมือนกับอาชีพทางการเกษตรอื่นๆต้องหาความรู้ตลอดเวลา  ไม่ใช่เช้ารีดนมกลางวันพักผ่อนบ่ายรีดนมเย็นพักผ่อน  การเริ่มต้นต้องทำใจกับโคที่ซื้อเข้ามาโอกาสเป็นโคที่เราต้องการและคาดหวังไว้มีน้อย  ให้แน่ใจได้เลยครับว่าไม่มีใครขายโคดีของทางฟาร์มให้เราแน่(แต่เราก็ต้องยอม)เราจะได้เพียงโคที่เจ้าของรักไม่มากตามลำดับ  เราต้องใช้เวลาค่อยๆพัฒนาพันธุ์โคที่เราชอบและรักเช่น  ซื้อมาท้องสาวโชคดีได้ลูกสาว  ต่อมาลูกสาวท้องโดยเราเลือกพ่อที่ดีแก้ปัญหาทางพันธุกรรมต่างแล้ว  ต่อมาโชคดีอีกครั้งได้ลูกสาวอีก  นั่นและโคที่เป็นของท่านจริงๆโอโฮรักจังเลย(ต้องใช้เวลาและโชคช่วยครับ)  ในเรื่องที่เกษตรกรจะอยู่ได้มีกำไรสำคัญที่สุด  การจัดการฝูงโคครับ  จัดการที่ผมหมายถึงคือ  คุณจะต้องคาดการณ์รายรับรายจ่ายให้ได้จากโคที่คุณมีอยู่  เนื่องจากจังหวะเวลาของโคมีผลต่อรายได้  ให้คิดว่าโคเหมือนเครื่องจักร จะต้องมีเวลาที่ทำงานหนัก  ทำงานระดับกลาง  ทำงานเบา  และสุดท้ายพักการทำงานชั่วคราว  ซึ่งโคอาจแบ่งได้ดังนี้ครับ  ช่วงให้นมมาก  ช่วงกลางการให้นม ช่วงปลายการให้นม  และช่วงโคพักรีดนมครับ.....พักสักครู่ครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aunpiggy ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:00:00 PM
ต่อครับ....จากที่คุณมีโคตามระยะการให้ผลผลิตต่างๆ  ดังนั้นผลผลิตของคุณจะลดลงเรื่อยๆหลังจากที่คุณได้ผลผลิตเต็มที่มาแล้ว(อันนี้เป็นรายได้ครับ)  และจะลดลงจนกระทั่งไม่ได้ผลผลิตเลย  แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆของคุณยังอยู่ครับหลักๆคืออาหารขั้นและอาหารหยาบ(รายจ่ายที่บางท่านได้สอบถามและกังวลอยู่)  ส่วนจะมากน้อยเท่าไรท่านลองหาข้อมูลต่างๆดูครับ  ที่แน่ๆช่วงปลายการให้นมอัตราการเพิ่มอาหารส่งผลต่อปริมาณนมที่เพิ่มขึ้นไม่มาก(ไม่ว่าท่านจะให้อาหารมากเท่าไรท่านก็จะได้นมไม่มาก)ไม่เหมือนช่วงแรกๆของการให้นม  สำหรับราคาอาหารข้นและราคารับซื้อน้ำนมดิบนั้นในความคิดของผมมีผลครับแต่ไม่มากเท่าการจัดการฝูงดังที่กล่าวแล้วครับ  ท่านที่เลี้ยงโคนมอยู่แล้วจะทราบดีครับว่าท่านจะต้องมีโคทุกระยะอยู่ในมือลองคิดเล่นๆดูน้ะครับเช่น  ครั้งแรกท่านซื้อวัวท้องสาว 5 ตัว คลอดลูกและให้ผลผลิตในระยะเวลาใกล้เคียงกัน  ตอนนี้ท่านก็รับทรัพย์ไปเต็มๆครับ  ต่อมาท่านรีดนมไปเรื่อยๆสัก 3-4เดือน ผลผลิตก็ยังได้อยู่แต่จะน้อยลงแม้ว่าท่านจะให้อาหารเท่าเดิม  ก็ยังถือว่ารับทรัพย์อยู่ครับ  แต่พอท่านรีดนมไปเรื่อยๆสัก 5-6-7-8-9-..ผลผลิตจะลดลงจนกระทั่งท่านไม่ได้นม  แต่ท่านก็ยังต้องให้อาหารโคอยู่ครับถึงตอนนี้อาหารข้นราคากิโลละ 1 บาท 2 บาท 3 บาท  ก็ช่วยท่านไม่ได้ครับ  ดังนั้นท่านจะต้องจัดการฝูงโคของท่านให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงทุนที่ท่านรับได้ครับ  บางท่านอาจต้องการรายได้ไม่มากแต่สม่ำเสมอท่านก็ต้องมีโคทุกระยะคละกันไป  แต่บางท่านไม่สนใจเนื่องจากมีทุนท่านก็ใช้ความสะดวกไม่ต้องดูแลโคระยะต่างๆ(ดูแลไม่เหมือนกันครับ)  ให้โคทุกตัวอยู่ในระยะการให้นมเดียวกันเลย  ก็เป็นไปได้ตามแต่ละท่านครับ  ส่วนรายละเอียดต่างๆท่านหาได้จากที่ต่างๆครับ 


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Mahajoan ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 07:55:46 PM
 ;) สวัสดีครับ สนใจเรื่องวัวนมครับ กำลังศึกษา รบกวนแนะนำด้วยครับ  :)
ขอบคุณล่วงหน้าน่ะครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: pissa_kd ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:19:19 PM
ที่ทราบมา FTA ทำให้นมผงราคาถูกจากนิวซีแลนด์ทะลักเข้าไทยส่งผลต่อราคาน้ำนมดิบ ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่?
ถ้าจริงก็ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องช่วยเหลือเกษตรกรชาววัวนมที่เสียหายจาก FTA
ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดการผลิต เทคโนโลยี การขนส่ง การแปรรูป การตลาด
เชื่อว่าถ้าตั้งใจจริง ไม่มีการทุจริตต้องทำได้แน่
ลำพังแค่โครงการนมโรงเรียนก็มีความต้องการมหาศาลแล้ว
ที่สำคัญอาชีพนี้เป็นอาชีพพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัวของเรา
เอาใจช่วยทุกท่าน ที่สำคัญอย่าลืมหลัการเศรษฐกิจพอเพียง


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: teenooo1 ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 11:10:55 PM
(http://img156.imageshack.us/img156/941/nahhoad2resize.jpg)กราฟชีวิต (http://outjai.com/forum/index.php/topic,1110.0.html)
 ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D

ฮาๆๆ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: GT2000 ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 01:20:39 PM
เห็นราคานมวัวไทยราคาขนาดนี้ อยากทำโรงงานผลิตชีสจังเลยค่ะ
สงสารเกษตรกร  แต่ดิฉันก็ไม่มีเงินมากพอเฮ่ออออออ ชีวิตเกษตรกร


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kapom ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 05:50:26 PM
วันนี้คุยกับอาจารย์เรื่องจะเลี้ยงวัวนม

เริ่มสัก 5 ตัว  แล้วก็คุยเรื่องอาหารต่างๆนาๆ

อาจารย์บอกว่ามันยากเพราะว่าเราไม่มีประสบการณ์เลย

เราได้แค่ฝึกงาน 2 เดือนกว่าๆ  ไหนจะเรื่องวัว  เรื่องอาหาร  เรื่องโรค  เงินหมุน   >:(

ให้ไปลองทำงานจริงๆสัก 6 เดือนหรือ 1 ปี  จับจุดให้ได้แล้วค่อยมาลงมือทำที่ฟาร์มเราเอง

เพราะว่าถ้าทำได้ง่ายใครๆเค้าก็ทำกันหมดแล้ว

ทำเอาเครียดเลย  พี่ๆคิดว่ายังไงดีคับ  :(

ใจเราก็กะว่าค่อยๆเริ่มจากเล็กๆเรียนรู้ไปเรื่อยในทางปฏิบัติ

ขนาดชาวบ้านยังทำได้..ถ้าเราเริ่มเหมือนชาวบ้านแต่แค่เอาความรู้เข้ามาประยุกต์

เอ้อ...เครียด :-\



หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Mahajoan ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 07:55:33 PM
เห็นราคานมวัวไทยราคาขนาดนี้ อยากทำโรงงานผลิตชีสจังเลยค่ะ
สงสารเกษตรกร  แต่ดิฉันก็ไม่มีเงินมากพอเฮ่ออออออ ชีวิตเกษตรกร
;D คุณ GT2000  ครับ ชีสทำง่ายมากๆครับ ลองหาดูตามยูทูปสิครับ ผมเห็นเค้าทำง่ายมากๆเลย


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aunpiggy ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 04:09:41 PM
เข้าใจว่าคุณ kapom  คงยังเป็นนักศึกษาอยู่  ผมเห็นด้วยครับกับอาจารย์คุณ  ที่คุณบอกว่า "ขนาดชาวบ้านยังทำได้"  ผมว่าคงไม่ถูกซักทีเดียว  เหมือนกับถ้าคุณไปถามว่า  "ใครขับรถเป็นบ้าง"  ผมว่าคุณคงได้คำตอบว่าเป็นมากกว่าไม่เป็น   แล้วสุดท้ายก็จะเกิดผลเสียหายอย่างที่เห็น  การเลี้ยงวัวคุณต้องหาความรู้และความชำนาญตลอดเวลา  จะเลี้ยงได้ไหม  ผมตอบได้เลย  ใครก็เลี้ยงได้  แต่เลี้ยงแล้วประสบความสำเร็จ  ผ่านปัญหานานับประการไปได้นั้น  ตอบได้อีกเหมือนกันครับว่า.....ยาก  แต่ทำได้ครับไม่ใช่แบบที่ชาวบ้านเลี้ยงแน่นอนครับ  เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่สนใจและกำลังหาความรู้ครับ ส่วนเรื่อง ราคานมดิบกับ FTA  ให้ลองศึกษาให้ละเอียดจะทราบครับว่า  อัตราภาษีนำเข้านมผงขณะนี้ไม่ได้สูงครับ  ไม่ต้องกล้วเรื่องนมผงทะลักเข้ามาครับ  สถานการณ์ขณะนี้ไม่ต่างจากในอนาคต  ถ้าสนใจเลี้ยงโคนม...ใสใจโคนมมากๆจะดีกว่าครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tanaluk1999 ที่ กุมภาพันธ์ 17, 2011, 10:28:08 AM
อยากเป็นขี้ข้าวัวก็เลี้ยงเลยครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คุคุริน ที่ กุมภาพันธ์ 17, 2011, 07:09:09 PM
อ้างถึง
อยากเป็นขี้ข้าวัวก็เลี้ยงเลยครับ
ขี้ข้าวัวหรือสหกรณ์ครับ ขอความรู้หน่อย  :-X :-X


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aunpiggy ที่ กุมภาพันธ์ 17, 2011, 07:18:40 PM
อยากเป็นขี้ข้าวัวก็เลี้ยงเลยครับ
ขอโทษน้ะครับ....แสดงว่าที่บ้านท่านไม่เลี้ยง  หมู หมา กา ไก่เลยหรือครับ(กลัวเป็นขี้ข้า)  คนเลี้ยงต้องมีความรักเป็นทุนเดิมครับและผมก็เข้าใจว่า  ผู้ที่เข้ามาอ่าน  มาแสดงความคิดเห็นในกระดาน  ปศุสัตว์นี้ก็มีความรักสัตว์ไม่มากก็น้อยครับ...ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นขี้ข้าอย่างที่ท่านแสดงความเห็น...ผมว่าแสดงความเห็นแบบนี้ไม่สร้างสรรเลยครับ...ขอโทษอีกครั้งครับหากคำตอบนี้จะทำให้ไม่สบายใจ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tanaluk1999 ที่ กุมภาพันธ์ 18, 2011, 10:36:33 AM
เหอะๆพวกคุณไม่เชื่อผมไม่เป็นไร ผมเคยเลี้ยงมาแล้ว ลองเลี้ยงเลย แล้วอย่ามาพูดทีหลัง ว่าผมไม่เตือนอยากเป็น หนี้ หลักล้านตื่นเช้า อาบนํ้า วัวให้หญ้าให้อาหารรีดนม ไปส่งโรงนม กินข้าว ตัดหญ้่าทั้งวัน เย็นอาบนํ้า รีดนม ให้หญ้าให้อาหาร ไปส่งโรงนม กว่าจะได้กินข้าว ก็คํ่า  ต้องรีดทุกวัน ไม่รีดไม่ได้ เดี๋ยวเต้านมอักเสบอีก ถ้าเต้าอักเสบ ขายนมไม่ได้จนกว่าจะหาย ทำซั้าๆแบบนี้ทุกวันๆ และปัญหาอีกเยอะแยะ ไหนต้องลุ้นว่าลูกที่เกิดมาจะเป็นตัวผู้กับตัวเมียอีกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว ที่ว่าสัตว์หมู หมากาไก่ อย่าทีคุณว่า หมามีนมให้รีดขายรึ ถ้าใครกินนมหมา ก็คงเป็นต้องเลี้ยงแบบเดียวกันกับวัว ถ้าคุณรักวัวกว่ารักลูกคุณ เชิญ เลี้ยงเลยๆๆ ถ้าสนใจปรึกษาการเลี้ยงจากผมได้


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aunpiggy ที่ กุมภาพันธ์ 18, 2011, 10:55:20 PM
เหอะๆพวกคุณไม่เชื่อผมไม่เป็นไร ผมเคยเลี้ยงมาแล้ว ลองเลี้ยงเลย แล้วอย่ามาพูดทีหลัง ว่าผมไม่เตือนอยากเป็น หนี้ หลักล้านตื่นเช้า อาบนํ้า วัวให้หญ้าให้อาหารรีดนม ไปส่งโรงนม กินข้าว ตัดหญ้่าทั้งวัน เย็นอาบนํ้า รีดนม ให้หญ้าให้อาหาร ไปส่งโรงนม กว่าจะได้กินข้าว ก็คํ่า  ต้องรีดทุกวัน ไม่รีดไม่ได้ เดี๋ยวเต้านมอักเสบอีก ถ้าเต้าอักเสบ ขายนมไม่ได้จนกว่าจะหาย ทำซั้าๆแบบนี้ทุกวันๆ และปัญหาอีกเยอะแยะ ไหนต้องลุ้นว่าลูกที่เกิดมาจะเป็นตัวผู้กับตัวเมียอีกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว ที่ว่าสัตว์หมู หมากาไก่ อย่าทีคุณว่า หมามีนมให้รีดขายรึ ถ้าใครกินนมหมา ก็คงเป็นต้องเลี้ยงแบบเดียวกันกับวัว ถ้าคุณรักวัวกว่ารักลูกคุณ เชิญ เลี้ยงเลยๆๆ ถ้าสนใจปรึกษาการเลี้ยงจากผมได้
เข้าใจแล้วครับ  ขอบคุณล่วงหน้าครับสำหรับคำเตือน  แสดงว่าเรื่องที่ท่านทำทุกอย่างยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่อง........เงินแล้วก็เงิน...ถ้าทำแล้วขาดทุน  ทำแล้วไม่คุ้มไม่ทำ ....เลี้ยงสัตว์ยังไงก็ต้องใช้....ใจครับ  ไม่มากก็น้อย


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: กบ ณ บ้านดุง ที่ กุมภาพันธ์ 19, 2011, 05:43:46 AM
ความคิดส่วนตัวนะครับ
 ใครใจรัก ก็ทำเถอะครับ
 ทุกๆอย่างมันมีความเสี่ยงหมด มีทั้งคนที่ "สำเร็จ" และ "ล้มเหลว"
ถ้าเป็นผม ผมจะต้องทำทุกอย่าง เพื่อเป็นคนในกลุ่มที่ ทำ "สำเร็จ" ให้ได้
 สมมุติว่า ถึงแม้สุดท้าย ผมอาจจะ "ล้มเหลว" แต่ผมก็จะได้เรียนรู้มัน
มันไม่สูญเปล่าไปซะหมดหรอกครับ


กรุณาตอบกระทู้เชิงสร้างสรรค์ด้วยครับ เพราะอ่านแล้ว ผมไม่แปลกใจเลย ที่คุณอยู่ในกลุ่มคนที่ล้มเหลว   


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: กบ ณ บ้านดุง ที่ กุมภาพันธ์ 19, 2011, 11:02:00 PM
ขอพูดหน่อยแล้วกันครับและจะไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีกแล้วครับตั้งแต่ผมเลี้ยงวัวนมมาไม่เคยเป็นหนี้เลยครับ นอกจากตอนแรกไม่มีทุนตัวเองต้องไปกู้ ธกส.มาแต่ตอนนี้ใช้หมดไปนานแล้วไม่มีหนี้เลยครอบครับผมสร้างเนื้อตัวมาจากวัวนมจากคนไม่มีอะไรเลย ตอนนี้มีบ้าน มีที่ดิน มีรถขับ โดยมาจากเงินค่านมที่เลี้ยงผมและครอบครับทุกวัน ที่คุณว่าต้องตัดหญ้าทั้งวันผมว่าคุณไม่มีระบบจัดการที่ดีมากกว่า ไม่ตุนอาหารไว้ส่วนตัวผมจะทำการตุนอาหารแห้ง หมักเก็บไว้ในโกดักเก็บอาหารกินได้เป็นปีๆ ไม่มีหมด ทุกวันนี้ค่านมรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วผมหักออกมาแล้วเหลือครึ่งต่อครึ่ง แค่นี้ผมก็ภูมิใจแล้วไม่อดตายดีกว่าไม่มีงานทำอย่างน้อยผมก็สำนึกอยู่ว่า วัวนมทำให้ชีวิตผมมีวันนี้ไงผมก็จะเลี้ยงเขาไปจนตายแหละครับ ที่ฟาร์มผมทำแค่ครอบครัวไม่มีลูกจ้างวัวก็มีไม่มากแต่ผมใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย ทำให้ไม่ต้องเหนื่อยมากทำงานไว เก็บตุนอาหารไว้ได้ตลอดทั้งปี ที่บ้านผมอาชีพหลักที่นี้ ทำไร่ข้าวโพด และก็นา พอเกี่ยวข้าวผมก็เอารถไปอัดฟางกับเปลือกข้าวโพดแห้งเก็บไว้ แค่นี้ก็ไม่ต้องเหนื่อยทุกวันหรอกครับยอมเหนื่อยแค่ไม่กี่วันก็ตุนอาหารไว้ได้แล้วครับ อีกอย่างหนึ่งอาชีพการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทาน ผมก็ภูมิใจที่มีนายหลวงเป็นคนคิดริเริ่มก่อตั้งในแถบเอเชียใกล้ๆ บ้านเราประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเรื่องโคนมดีกว่าประเทศอื่นๆ และทำมาก่อนเราน่าจะภูมิใจมากกว่านะครับ ขนาดมาเลียเซียยังมาอบรมที่บ้านเราเลยเรื่องการเลี้ยงโคนมในปีที่ผ่านมา เพื่อจะได้ไปเลี้ยงที่บ้านเขาซึ่งรัฐบาลเขากำลังจะเริ่มสนับสนุนการเลี้ยงโคนม และอีกหลายๆ ประเทศในแถบบ้านเราด้วย ตามความคิดของผมนะครับเรื่องอาหารการกินของโคนมนี้ค่อยข้างจะหายากมากถ้าไม่คิดที่จะเก็บและตุนอาหารไว้ ก็ต้องเหนื่อยมากแน่ครับ ผมวันไหนถ้าไม่ได้ไปอัดหญ้าฟาง หรือตัดหญ้าก็จะอยู่เฉยๆ ตอนกลางวันไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ไม่เห็นเหมือนที่บอกไว้เลยว่าไม่มีเวลาพัก ที่ที่ว่านมไม่รีดไม่ได้นมมันอักเสบก็แน่หละซิครับ อันนี้คงต้องเป็นความรับผิดชอบของเราอยู่แล้วต้องทำอยู่แล้วจะปล่อยปะได้ไงครับ ที่บ้านผมราคานม เกรด 1 แค่ 15.80 ตัง เองครับ รับซื้อต่ำสุด 15.00 บาท ผมก็อยู่ได้และทุกวันนี้ผมก็พาครอบครัวไปเที่ยวได้เหมือนปกติ มันอยู่ที่การจัดการของเราเองครับและการแบ่งเวลา ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ข้อความนี้ต้องทำให้ไม่สบายใจสำหรับทุกๆ ท่านครับผมไม่อยากต่อแล้วครับจบแล้วครับอันนี้ก็แล้วแต่ดุลพินิจของคนอื่นๆหละครับที่คิดจะเลี้ยงใหม่นะครับ
ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ยังมีอีกหลายคน ที่ใจรัก และตั้งใจจริง ที่อยากจะทำ อย่าพึ่งหมดกำลังใจในการแบ่งปันนะครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aunpiggy ที่ กุมภาพันธ์ 20, 2011, 08:46:20 PM
ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ  หลังกลับไปใคร่ครวจคำตอบที่ผมเคยแสดงความคิดเห็นไป  ที่ผ่านมาต้องขออภัยครับที่ผมอาจแสดงความคิดเห็นที่ต่างไปจากบางท่าน  ซึ่งจริงๆแล้วท่านที่แสดงความคิดเห็นทุกท่านก็คงมีความปราถนาดีกับผู้ที่เข้ามาอ่าน  และคงเป็นการไม่ให้เกียรติสำหรับผู้ที่ตั้งกระทู้  และท่านเจ้าของเวบไซต์  หากมีการใช้คำพูดในลักษณะที่ใช้อารมณ์  หรือไม่พอใจกับการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกท่านอื่น  เพื่อให้ตรงจุดประสงค์และเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกที่สนใจ  ผมขอให้ข้อมูลสำหรับท่านที่ต้องการเริ่มต้นอาชีพการเลี้ยงโคนม  อันดับแรกและเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการประกอบอาชีพไม่ว่าจะเป็นอาชีพการเลี้ยงโคนม  หรืออาชีพใดๆก็ตาม  ก็คือ  ความรักในอาชีพครับ  ถ้าอาชีพที่คุณจะทำเป็นการเลี้ยงโคนม  คุณจะต้องรักในโคนม  ปัญหาต่างๆที่มีบางท่านแสดงความคิดเห็นไว้  อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับท่านนั้น  แต่ต้องไม่ใช่ปัญหาของผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงโคนมครับ  อย่าลืมว่าทุกอาชีพมีทั้งผู้ที่ประสบความสำเร็จและผู้ที่ล้มเหลว  หากท่านมีความรักในอาชีพที่ท่านทำอยู่  ขนาดที่ท่านลำบากเลือดตาแทบกระเด็นท่านยังยิ้ม...และสู้ฟันฝ่ามันไปจนได้  ท่านผู้อ่านเท่านั้นที่จะตัดสินใจได้ว่าปัญหาต่างๆเป็นปัญหาของท่านหรือไม่  เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ(ผมรักอาชีพการเลี้ยงโคนมมากที่สุด....กล้าพูดเต็มปากว่าผมเป็น...เกษตรกร....)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คุคุริน ที่ กุมภาพันธ์ 21, 2011, 06:56:57 PM
อ้างถึง
ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ  หลังกลับไปใคร่ครวจคำตอบที่ผมเคยแสดงความคิดเห็นไป  ที่ผ่านมาต้องขออภัยครับที่ผมอาจแสดงความคิดเห็นที่ต่างไปจากบางท่าน  ซึ่งจริงๆแล้วท่านที่แสดงความคิดเห็นทุกท่านก็คงมีความปราถนาดีกับผู้ที่เข้ามาอ่าน  และคงเป็นการไม่ให้เกียรติสำหรับผู้ที่ตั้งกระทู้  และท่านเจ้าของเวบไซต์  หากมีการใช้คำพูดในลักษณะที่ใช้อารมณ์  หรือไม่พอใจกับการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกท่านอื่น  เพื่อให้ตรงจุดประสงค์และเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกที่สนใจ  ผมขอให้ข้อมูลสำหรับท่านที่ต้องการเริ่มต้นอาชีพการเลี้ยงโคนม  อันดับแรกและเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการประกอบอาชีพไม่ว่าจะเป็นอาชีพการเลี้ยงโคนม  หรืออาชีพใดๆก็ตาม  ก็คือ  ความรักในอาชีพครับ  ถ้าอาชีพที่คุณจะทำเป็นการเลี้ยงโคนม  คุณจะต้องรักในโคนม  ปัญหาต่างๆที่มีบางท่านแสดงความคิดเห็นไว้  อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับท่านนั้น  แต่ต้องไม่ใช่ปัญหาของผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงโคนมครับ  อย่าลืมว่าทุกอาชีพมีทั้งผู้ที่ประสบความสำเร็จและผู้ที่ล้มเหลว  หากท่านมีความรักในอาชีพที่ท่านทำอยู่  ขนาดที่ท่านลำบากเลือดตาแทบกระเด็นท่านยังยิ้ม...และสู้ฟันฝ่ามันไปจนได้  ท่านผู้อ่านเท่านั้นที่จะตัดสินใจได้ว่าปัญหาต่างๆเป็นปัญหาของท่านหรือไม่  เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ(ผมรักอาชีพการเลี้ยงโคนมมากที่สุด....กล้าพูดเต็มปากว่าผมเป็น...เกษตรกร....)
:-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ >:(


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ กุมภาพันธ์ 21, 2011, 08:51:09 PM
อ้างถึง
ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ  หลังกลับไปใคร่ครวจคำตอบที่ผมเคยแสดงความคิดเห็นไป  ที่ผ่านมาต้องขออภัยครับที่ผมอาจแสดงความคิดเห็นที่ต่างไปจากบางท่าน  ซึ่งจริงๆแล้วท่านที่แสดงความคิดเห็นทุกท่านก็คงมีความปราถนาดีกับผู้ที่เข้ามาอ่าน  และคงเป็นการไม่ให้เกียรติสำหรับผู้ที่ตั้งกระทู้  และท่านเจ้าของเวบไซต์  หากมีการใช้คำพูดในลักษณะที่ใช้อารมณ์  หรือไม่พอใจกับการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกท่านอื่น  เพื่อให้ตรงจุดประสงค์และเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกที่สนใจ  ผมขอให้ข้อมูลสำหรับท่านที่ต้องการเริ่มต้นอาชีพการเลี้ยงโคนม  อันดับแรกและเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการประกอบอาชีพไม่ว่าจะเป็นอาชีพการเลี้ยงโคนม  หรืออาชีพใดๆก็ตาม  ก็คือ  ความรักในอาชีพครับ  ถ้าอาชีพที่คุณจะทำเป็นการเลี้ยงโคนม  คุณจะต้องรักในโคนม  ปัญหาต่างๆที่มีบางท่านแสดงความคิดเห็นไว้  อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับท่านนั้น  แต่ต้องไม่ใช่ปัญหาของผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงโคนมครับ  อย่าลืมว่าทุกอาชีพมีทั้งผู้ที่ประสบความสำเร็จและผู้ที่ล้มเหลว  หากท่านมีความรักในอาชีพที่ท่านทำอยู่  ขนาดที่ท่านลำบากเลือดตาแทบกระเด็นท่านยังยิ้ม...และสู้ฟันฝ่ามันไปจนได้  ท่านผู้อ่านเท่านั้นที่จะตัดสินใจได้ว่าปัญหาต่างๆเป็นปัญหาของท่านหรือไม่  เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ(ผมรักอาชีพการเลี้ยงโคนมมากที่สุด....กล้าพูดเต็มปากว่าผมเป็น...เกษตรกร....)
:-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ >:(
เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ ผมชอบประโยคนี้จัง (ผมรักอาชีพการเลี้ยงโคนมมากที่สุด.)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: แบงค์- ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2011, 02:22:18 PM
สนใจเลี้ยงวัวนมครับ เข้ามาเก็บข้อมูล  :-[


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aunpiggy ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2011, 10:32:59 PM
เป็นกำลังใจให้สำหรับผู้ที่สนใจอาชีพการเลี้ยงโคนมทุกท่านครับ  ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ระยะเวลานานในการทำความเข้าใจกับครอบครัว  ทั้งคุณพ่อคุณแม่และพี่น้อง  แต่ฝันจะเป็นจริงไม่ได้ถ้าไม่ได้ทำ  ใช้เวลากับการทำงานด้านอื่นๆมาก็มาก  แต่....ยังไงก็ไม่ใช่เราครับ  ผมเลี้ยงโคนมได้ไม่เกิน 2 ปี  แต่เก็บข้อมูลไม่ตำกว่า 10 ปีครับ(ยืนยัน)  ดังนั้นคำว่า....เกษตรกร...  จึงเป็นคำที่ทำให้ผมภูมิใจมากที่สุด  เพราะมันได้มายากที่สุดในชีวิต  จะเป็นเกษตรกรที่ดีและเก่งได้ต้องใช้ความรู้และความพยายามคู่กันครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: pc_112 ที่ มีนาคม 12, 2011, 11:19:10 PM
ทำวัวนมอยู่ปากช่อง คับ คอกเล็กๆๆ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: jukadui ที่ มีนาคม 18, 2011, 03:29:16 PM
ขอพูดหน่อยแล้วกันครับและจะไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีกแล้วครับตั้งแต่ผมเลี้ยงวัวนมมาไม่เคยเป็นหนี้เลยครับ นอกจากตอนแรกไม่มีทุนตัวเองต้องไปกู้ ธกส.มาแต่ตอนนี้ใช้หมดไปนานแล้วไม่มีหนี้เลยครอบครับผมสร้างเนื้อตัวมาจากวัวนมจากคนไม่มีอะไรเลย ตอนนี้มีบ้าน มีที่ดิน มีรถขับ โดยมาจากเงินค่านมที่เลี้ยงผมและครอบครับทุกวัน ที่คุณว่าต้องตัดหญ้าทั้งวันผมว่าคุณไม่มีระบบจัดการที่ดีมากกว่า ไม่ตุนอาหารไว้ส่วนตัวผมจะทำการตุนอาหารแห้ง หมักเก็บไว้ในโกดักเก็บอาหารกินได้เป็นปีๆ ไม่มีหมด ทุกวันนี้ค่านมรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วผมหักออกมาแล้วเหลือครึ่งต่อครึ่ง แค่นี้ผมก็ภูมิใจแล้วไม่อดตายดีกว่าไม่มีงานทำอย่างน้อยผมก็สำนึกอยู่ว่า วัวนมทำให้ชีวิตผมมีวันนี้ไงผมก็จะเลี้ยงเขาไปจนตายแหละครับ ที่ฟาร์มผมทำแค่ครอบครัวไม่มีลูกจ้างวัวก็มีไม่มากแต่ผมใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย ทำให้ไม่ต้องเหนื่อยมากทำงานไว เก็บตุนอาหารไว้ได้ตลอดทั้งปี ที่บ้านผมอาชีพหลักที่นี้ ทำไร่ข้าวโพด และก็นา พอเกี่ยวข้าวผมก็เอารถไปอัดฟางกับเปลือกข้าวโพดแห้งเก็บไว้ แค่นี้ก็ไม่ต้องเหนื่อยทุกวันหรอกครับยอมเหนื่อยแค่ไม่กี่วันก็ตุนอาหารไว้ได้แล้วครับ อีกอย่างหนึ่งอาชีพการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทาน ผมก็ภูมิใจที่มีนายหลวงเป็นคนคิดริเริ่มก่อตั้งในแถบเอเชียใกล้ๆ บ้านเราประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเรื่องโคนมดีกว่าประเทศอื่นๆ และทำมาก่อนเราน่าจะภูมิใจมากกว่านะครับ ขนาดมาเลียเซียยังมาอบรมที่บ้านเราเลยเรื่องการเลี้ยงโคนมในปีที่ผ่านมา เพื่อจะได้ไปเลี้ยงที่บ้านเขาซึ่งรัฐบาลเขากำลังจะเริ่มสนับสนุนการเลี้ยงโคนม และอีกหลายๆ ประเทศในแถบบ้านเราด้วย ตามความคิดของผมนะครับเรื่องอาหารการกินของโคนมนี้ค่อยข้างจะหายากมากถ้าไม่คิดที่จะเก็บและตุนอาหารไว้ ก็ต้องเหนื่อยมากแน่ครับ ผมวันไหนถ้าไม่ได้ไปอัดหญ้าฟาง หรือตัดหญ้าก็จะอยู่เฉยๆ ตอนกลางวันไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ไม่เห็นเหมือนที่บอกไว้เลยว่าไม่มีเวลาพัก ที่ที่ว่านมไม่รีดไม่ได้นมมันอักเสบก็แน่หละซิครับ อันนี้คงต้องเป็นความรับผิดชอบของเราอยู่แล้วต้องทำอยู่แล้วจะปล่อยปะได้ไงครับ ที่บ้านผมราคานม เกรด 1 แค่ 15.80 ตัง เองครับ รับซื้อต่ำสุด 15.00 บาท ผมก็อยู่ได้และทุกวันนี้ผมก็พาครอบครัวไปเที่ยวได้เหมือนปกติ มันอยู่ที่การจัดการของเราเองครับและการแบ่งเวลา ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ข้อความนี้ต้องทำให้ไม่สบายใจสำหรับทุกๆ ท่านครับผมไม่อยากต่อแล้วครับจบแล้วครับอันนี้ก็แล้วแต่ดุลพินิจของคนอื่นๆหละครับที่คิดจะเลี้ยงใหม่นะครับ
อยากจะติดต่อพูดคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ jukadui_abc@hotmail.com


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: phi ที่ เมษายน 22, 2011, 07:40:00 PM
สนใจค่ะเก็บข้อมูลอยู่ค่ะ
ตอนนี้ได้แต่วางแผนขุดมันแล้วจะปลูกหญ้า
แล้วจะสร้างโรงเรือนซื้อวัวรุ่นมาก่อน
แล้วค่อยไปอบรมเรืองการเลี้ยงผสมเทียม
พี่ชายกับน้าเลี้ยงมาหลายปีแล้ว
อยากเลี้ยงบ้าง
ชอบอยู่กับบ้านไม่ชอบไปไหน
สิ้นปีนีเริ่มแน่
อยากได้วัวที่ให้นำ้นมดีแล้วเลี้ยงง่าย
ช่วยชี้แนะ้ด้วยค่ะ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คุคุริน ที่ เมษายน 23, 2011, 11:36:19 PM
มิน่าคุณ shama ถึงหันมาเลี้ยงไก่ไข่  :-X :-X


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: phi ที่ เมษายน 25, 2011, 08:28:34 PM
อ้างถึง
ผมแนะนำเลยครับที่ฟาร์มโชคชัย  วัวรุ่นอย่าไปเลี้ยงเลยครับไปซื้อสาวท้องมาดีกว่าครับถ้าเลี้ยงวัวรุ่น เดียวหมดทุนเยอะครับ วัวรีดที่เขาขายออกอย่าไปซื้อนะครับ  ของมือสองยังไงก็ไม่ดีเท่ามือหนึ่งจำแค่นี้เองครับไม่งั้นไม่ขายออกแน่ครับผมเคยเจอมาแล้วครับ เพราะตอนแรกๆ คิดว่าซื้อแต่วัวที่ไม่ให้ผลผลิตเราไม่มีรายได้และไปหาซื้อตามฟาร์มวัวสาวถูกๆ น้ำนมได้ไม่เท่าที่ควรต้องเลาะทิ้งทั้งหมดไม่งั้น รายจ่ายจะมากกว่ารายรับ  ที่โชคชัยแพงหน่อยแต่คุ้ม ถ้าเปรียบเทียบกับวัวตามฟาร์มแล้วครับ เพราะการจัดการที่ดีต้องเริ่มมาจากลูกวัวเลยครับ  ลูกวัวจะต้องกินอาหารตามสูตรนะครับอย่างเอาอาหารวัวรีดไปให้เด็ดขาด เพราะในอาหารวัวรีดมันมียูเรีย  ซึ่งลูกวัวอายุ 1-6 เดือนไม่สามารถขับพิษจากยูเรียได้  วัวก็จะเกิดการแคระแกรน ขนหยิกหยอง  ผสมติดยาก เป็นสัดนาน,ช้า รังไข่ฟ่อรีบเซลที่สร้างน้ำนมจะเริ่มสร้างตั้งแต่วัวอายุได้ 4 เดือนหลังหย่านมถ้าเราเอาอาหารที่มียูเรียให้กินไอ้เซลตัวนี้มันจะไม่ยืดยาวออกมาจะหดสั้น ซึ่งจะทำให้น้ำนมใน แรคแรกไม่เยอะ จำไว้ง่ายๆเลยว่า ถ้าแรคแรกน้ำนมไม่เยอะ แรคต่อไปก็จะไม่เยอะจะขึ้นมาแค่หน่อยเดียวเอง  และที่สำคัญอย่าเอาน้ำนมที่เป็นแมสให้ลูกวัวกิน  เพราะเชื้อแมสจะเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดวัวทดแทนที่เราเลี้ยงไว้ก็จะเป็นแมสได้ง่าย  ผมว่าหลายท่านคงเจอปัญหานี้มาแล้ว  ส่วนตัวผมจะไม่ซื้อวัวจากฟาร์มที่ไม่ไว้ใจจะไปที่โชคชัยดีกว่า  จะให้ดีไม่แนะนำให้เลี้ยงลูกวัวเพราะกินเยอะใช้เวลานาน  ซื้อวัวสาวท้องเข้าฟาร์มดีกว่าคุ้มกว่า แต่ก็เก็บเหมือนกันตัวที่แม่มันให้นมเยอะๆ แต่อย่าเก็บมาก
ขอบคุณค่ะ แต่ราคาสูงมากเลยนะคะที่ฟาร์มโชคชัย


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: zolozoung ที่ เมษายน 30, 2011, 11:05:23 AM
ผมขอถามหน่อยครับ ถ้าวัวเพิ่งคลอดลูก เราควรแยกลูกออกจากแม่ตอนกี่วัน และ หลังจากแยกลูกวัวออกจากแม่แล้ว น้ำนมเราสามารถรีดเพื่อจำหน่ายได้เลย หรือเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ เมษายน 30, 2011, 11:09:07 AM
ตอบจากประสบการณ์นะครับ
เมื่อตอนที่ครอบครัวผมเลี้ยงอยู่น่ะ เมื่อคลอดปุ๊บ จะแยกทันที เอามาอนุบาลเอาเองไม่ให้แม่มันเจอ เพราะวัวบางตัวมันจจะจำลูกมันครับ เวลารีดนมถ้าไม่เห็น ไม่ได้กลิ่นลูกมัน หล่อนก็จะกลั้นนมไว้ครับ แล้วก็ปัญหาเต้านมอักเสบก็จะตามมา

หลังจากคลอดแล้วประมาณ5-6วัน นมก็จะรีดจำหน่ายได้


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: zolozoung ที่ พฤษภาคม 01, 2011, 12:49:34 PM
ขอบคุณ ด่างเกยชัย และ shama มากเลยนะครับ ผมมือใหม่จริง ๆ คงต้องนั่งอ่านแล้วหาข้อมูลอีกเยอะ ยังไงคงได้ถามอีกนะครับ และขอขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: offza ที่ พฤษภาคม 08, 2011, 04:22:20 PM
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ทั้งหมด  คือบ้านผมก็เลี้ยงเหมือนกันครับ  ผมเพิ่งจบใหม่  จะไปรับกิจการต่อจากพ่อ แต่ผมยังขาดประสบการณ์อยู่มาก  ก็เลยต้องหาความรู้ใหม่ๆเข้ามา  ผลเลยอยากถามต่อครับเรื่องวัคซีน
-วัคซีนป้องกันเต้านมอักเสบนี้ฉีดยังไงครับ  ทุกๆ6เดือนหรือเปล่า 
-เมื่อเจอเต้านมอักเสบสอดยาใส่ทันทีเลยหรือเปล่าครับ  แล้วหยุดส่งนมกี่วัน  บ้านผมเขาใช้บีสครีมนวดเมื่อเต้าแข็งครับ ถูกต้องหรือเปล่าครับ
-ถ้าผมต้องการซื้อวัคซีนป้องกันเต้านมอักเสบและยาถ่ายพยาธิที่ว่าผมต้องไปซื้อถึงฟาร์มโชคชัยหรือเปล่า  (ฟาร์มผมอยู่ จ.ขอนแก่นครับ) ขอบคุณทุกกระทู้ที่ตอบลับครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Warrend ที่ พฤษภาคม 24, 2011, 10:01:42 PM
ขอความเห็นกับคำกล่าวที่ว่า อาชีพโคนม เป็นอาชีพไร้ญาติ
ใครเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ขอเหตุผลด้วยครับ  8) ??? ;) ??? :-X ???


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ch-gug ที่ พฤษภาคม 24, 2011, 11:20:43 PM
เอ๊ะยังไง ...รอฟังด้วยคนครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Warrend ที่ กรกฎาคม 06, 2011, 12:05:11 AM
     นับเป็นโชคดีของกระผมที่ได้มาพบกับแหล่งรวมความรู้แห่งนี้ ซึ่งกระผมเองเป็นเกษตรกรมือใหม่ไฟแรง แม้จะไม่ได้จบจากคณะเกษตรศาสตร์ แต่ก็มีโอกาสได้ทำงานในฟาร์มโคนมและโคเนื้อมาประมาณ 3 ปี แม้จะเป็นฟาร์มไม่ใหญ่เหมือนโชคชัย แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่เจ้าของฟาร์มมีความรักในอาชีพนี้จริงๆ และร่ำรวยเพราะอาชีพนี้ เขาเริ่มจากเลี้ยงวัวนมตัวแรกด้วยมือ จนบัดนี้มีทั้งฟาร์มโคนมและโคเนื้อ เป็นเจ้าของศูนย์รับซื้อน้ำนมดิบหลายแห่ง ทั้งยังมีโรงงานผลิตนมเป็นของตนเอง แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนแบรนด์อื่นๆ แต่มันมีพลังศรัทธาในอาชีพโคนมที่แรงกล้า ทำให้กระผม ผู้ที่ไม่เคยได้รู้จักอาชีพนี้มาก่อนเลยในชีวิต เมื่อมีโอกาสก้าวเข้ามาเห็นธุรกิจนี้  โอ้พระเจ้า นี่แหละอาชีพที่พระเจ้าประทานให้แก่คนขยันอย่างแท้จริง  ผมจึงเรียกโคนมเสียใหม่ว่า “เครื่องปั๊มเงินชีวภาพ”
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ฟาร์มที่กระผมทำงานอยู่นี้มีโครีดนมประมาณ 130 แม่รีด โคดรายและสาวท้อง ประมาณ 60 ตัว ลูกโค โครุ่น โคสาว ประมาณ 100 ตัว ระบบการเลี้ยงแบบบูรณาการ มีนวัตกรรมมากมายที่เกิดจากภูมิปัญญา แต่ก็ต้องพึ่งเทคโนโลยีในบางส่วน ได้นมไม่มากมาย วันละประมาณ 2800-3000 กิโลกรัม เลี้ยงมาประมาณ 15 ปี มีการพัฒนาสายพันธุ์มากว่า 10 รุ่น มีการจัดทำคู่มือฟาร์ม  มีนักศึกษาฝึกงานแบบทวิภาคีมาฝึกต่อเนื่องทั้งปี(รุ่นละปี) ไม่ใช้แรงงานต่างด้าว แต่เน้นแรงงานที่มีวุฒิการศึกษา แต่ทว่า สมัยนี้คนมีการศึกษากลับไม่มีเลยที่ขยันอดทน และหาญสู้กับอาชีพนี้สักเท่าไหร่  ยกเว้นตัวกระผม ก็เพราะเห็นชาวบ้านแถวๆนี้ เลี้ยงวัวกันเยอะ รายได้ก็ใช่เล่น บางคนได้เดือนละแสนกว่า สองแสนกว่า (หักค่าอาหารข้นกับยา ที่เบิกจากบริษัท) ทำเอาคนมีวุฒิปริญญาตรีอย่างกระผมอึ้ง แล้วขบคิด ว่าชีวิตนี้ถ้าไม่จบแพทย์มา หรือพ่อไม่มีธุรกิจใหญ่ๆ ให้ จะไปทำงานบริษัทอะไร แล้วอีกกี่ปี ถึงจะมีรายได้หลักแสนเหมือนชาวบ้านแถวนี้ แถมยังเป็นมรดกทางธุรกิจให้ลูกหลานได้อีก  สิ่งนี้เลยจุดประกายให้กระผมหันมาสนใจอาชีพนี้อย่างแท้จริง  แต่ลึกๆ ก็ยังติดอยู่กับคำกล่าวที่ว่า อาชีพโคนมเป็นอาชีพที่ไร้ญาติ กับ อาชีพโคนม ไม่มีสูตรสำเร็จ  อันแรกเห็นชัดๆ เลย ว่าเห็นบางคนเลี้ยงวัวนมจนรวยซื้อรถราคาเป็นล้านมาจอดทิ้งไว้ประดับโรงรถ แทบไม่ได้ขับไปไหน ออกจากบ้านก็ขับรถกระบะเก่าๆ บรรทุกต้นข้าวโพด หรือไม่ก็ไปส่งนม ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ  แต่งตัวซอมซ่อ ดูไม่ออกว่าเป็นคนมีเงิน รายได้เดือนละเป็นแสน อีกประการคือสูตรสำเร็จ  บ้านเราน่ะคงยังไม่มี แต่เมืองนอกเค้ามีกันแล้ว ที่ผมเห็นมาจากเมืองนอกนั้นมันสุดแสนจะไฮเทคเหลือประดา รีดนมแบบไม่ต้องใช้คน บางฟาร์มครอบครัวเดียวเลี้ยงวัวถึง 300 แม่รีด พระเจ้าช่วย(รึป่าวเนี่ย)
วันนี้ก็เลยอยากถามผู้รู้ ว่าใครมีสูตรสำเร็จสำหรับตัวเองหรือยัง ในสิ่งต่อไปนี้
1.โรงเรือนที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับเมืองไทย(สะดวก สะอาด มีมาตรฐาน ต้นทุนต่ำ)
2.ระบบรีดนมที่น่าใช้ที่สุดสำหรับเกษตรกรไทย
3.การจัดการด้านอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับวัวสายเลือดไทย
4.สายพันธุ์วัวที่เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์เมืองไทย
5.นวัตกรรม(ถ้ามีแล้วพอแบ่งกันได้)
6.สิ่งอื่นๆ ที่ท่านคิดว่าเป็นสูตรสำเร็จ  คือทำแล้วจะสำเร็จจริง เช่น เรื่องการใช้ยาต่างๆ การทำฮอร์โมน วัคซีน การทำ ET. การเลี้ยงลูกวัว  การทำแปลงหญ้า  เป็นต้น
   ที่ตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าผมอยากรู้ว่าถ้าผมจะสร้างฟาร์มโคนมขึ้นมา จะต้องวางแผนไว้อย่างไร บางอย่างคิดเอง ทำเองอาจไม่ได้ผลดีเท่ากับคำแนะนำของคนที่อาจเคยทดลองแล้วไม่ได้ผล และคำตอบของท่านจะเป็นผลดีต่อพี่น้องเกษตรกรไทยในอนาคต ผมเป็นเกษตรกรมือใหม่  แต่มีหลักการ ชอบลองผิดลองถูก ชอบสร้างนวัตกรรม ไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ค้นหาข้อมูลทุกที่ ทุกเวลาที่มี ทั้งจากอินเตอร์เน็ต  ห้องสมุดออนไลน์ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่หาข้อมูลจากอาจารย์ที่สอนด้านโคนมในมหาวิทยาลัย นักศึกษาสัตวแพทย์  นักศึกษาฝึกงาน สัตวบาล ตัวแทนจำหน่ายอาหารเสริมโคนม หรือตัวแทนจำหน่ายระบบรีดนมชั้นนำ ซึ่งตอนนี้ข้อมูลงานวิจัยเพียบ แต่ยังไม่มีเวลาสรุป  เพราะงานวิจัยหลายชิ้น ผลออกมาไม่เวิร์คก็มี ที่อยากได้จริงๆ คือจากประสบการณ์ของผู้เลี้ยงโดยตรงครับ 
   สิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ ผมพร้อมแบ่งปันให้พี่น้องร่วมอาชีพเช่นกัน อยากให้คนไทยที่มีอาชีพนี้ พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพขึ้น เพราะในอนาคต ทุกอย่างจะถูกคำว่าคุณภาพ เป็นตัวตัดสิน ของห่วยๆ ด้อยคุณภาพ จะต้องถูกกำจัดด้วยกฏข้อบังคับที่จะตามมา ใครไม่พัฒนาตัวเองระวังจะเสียใจภายหลังนะครับ อย่ายึดติดกับอะไรเก่าๆ  ความเชื่อเก่าๆ มันอาจเคยเป็นจริงในอดีต แต่ในอนาคต อาจไม่ใช่อีกต่อไป ไม่ได้ให้นำสมัย หรือตามกระแส แต่ควรรู้ทันโลกเสียบ้าง เขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว  ขนาดเชื้อโรคยังมีวิวัฒนาการ  แล้ว คนหัวโบราน จะเปลี่ยนทรงผมใหม่ไม่ได้เชียวหรือ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ch-gug ที่ สิงหาคม 14, 2011, 11:10:20 AM
    ..........   สิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ ผมพร้อมแบ่งปันให้พี่น้องร่วมอาชีพเช่นกัน อยากให้คนไทยที่มีอาชีพนี้ พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพขึ้น เพราะในอนาคต ทุกอย่างจะถูกคำว่าคุณภาพ เป็นตัวตัดสิน ของห่วยๆ ด้อยคุณภาพ จะต้องถูกกำจัดด้วยกฏข้อบังคับที่จะตามมา ใครไม่พัฒนาตัวเองระวังจะเสียใจภายหลังนะครับ อย่ายึดติดกับอะไรเก่าๆ  ความเชื่อเก่าๆ มันอาจเคยเป็นจริงในอดีต แต่ในอนาคต อาจไม่ใช่อีกต่อไป ไม่ได้ให้นำสมัย หรือตามกระแส แต่ควรรู้ทันโลกเสียบ้าง เขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว  ขนาดเชื้อโรคยังมีวิวัฒนาการ  แล้ว คนหัวโบราน จะเปลี่ยนทรงผมใหม่ไม่ได้เชียวหรือ


ชอบครับชอบ  ผมเองก็กำลังเริ่มเลี้ยง ลาออกจากวิศวกรโรงเหล็ก มาทำ เพราะกลิ่นดินกลิ่นหญ้ามันอยู่ในสายเลือด

แต่คนโคนมส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาใช้เน็ตครับพี่ ใจจริงอยากให้มีเวบไซด์ที่เอาไว้แบ่งปันโดยเฉพาะ เหมือนอาชีพอื่นๆเค้า ผมก็จดๆจ้องๆจะทำอยู่แต่ยังไม่รู้จะแบ่งปันอะไร ผมเองก็ใหม่ หาแนวร่วมอยู่ครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: rich11 ที่ สิงหาคม 14, 2011, 01:35:48 PM
ในทัศนะของผมนะครับ  ทุกอาชีพมีความเสี่ยงเสมอครับ  ความเสี่ยงในที่นี้คือไม่มีความรู้ที่เพียงพอ ไม่มีประสบการณ์มากพอและอื่นๆ  หากท่านใดสนใจเลี้ยงวัวนมเริ่มต้น เพื่อลดความเสี่ยงลงควรจะต้องมีพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์เช่น ท่านที่เลี้ยงวัวนมโดยตรงเพื่อคอยให้คำปรึกษาต่างๆ และลงมือทำจริงๆในฟาร์มจริงๆ เพื่อย่นระยะเวลาในการลองผิดลองถูกชึ่งมีค่าใช้จ่ายมาก และเป็นการสร้างสมาชิกเครือข่ายไปด้วยในที่ต่างๆ  ผมก็สนใจเช่นกัน  แต่การหาพี่เลี้ยงยากกว่าการหาวัวนมเลี้ยง  หากท่านเจ้าของฟาร์มท่านใดประสงค์จะเปิดฟาร์มเพื่อที่จะสอนเป็นวิทยาทาน  ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่น่าจะเป็นประโยชน์กับมวลสมาชิกนะครับ  (มีพี่เลี้ยงเหมือนมีหมอประจำตัวในยามป่วย)   ท่านใดมีความเห็นอย่างไรช่วยแชร์กันครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: PE@MoRTeR ที่ สิงหาคม 16, 2011, 11:56:29 AM
แม่ผมดูแลมันยิ่งกว่าลูก  แต่ก็ยังมีปัญหา
1. โรค  ไม่รู้ว่าเกิดโรคอะไรขึ้น ทำให้สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมเมื่อปีที่แล้ว เลิกเลี้ยงโคนมถึง ร้อยละ 75(พื้นที่ที่ผมอยู่)
2. ต้นทุนในทุกด้าน   สูงขึ้น 

ประสบการณ์แม่ผม 14 ปี  ณ ตอนนี้ เสียงที่ได้ยิน  เลิก ไม่ไหว  :( :( :( :( :( :(


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ch-gug ที่ สิงหาคม 16, 2011, 12:30:40 PM
แม่ผมดูแลมันยิ่งกว่าลูก  แต่ก็ยังมีปัญหา
1. โรค  ไม่รู้ว่าเกิดโรคอะไรขึ้น ทำให้สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมเมื่อปีที่แล้ว เลิกเลี้ยงโคนมถึง ร้อยละ 75(พื้นที่ที่ผมอยู่)
2. ต้นทุนในทุกด้าน   สูงขึ้น 

ประสบการณ์แม่ผม 14 ปี  ณ ตอนนี้ เสียงที่ได้ยิน  เลิก ไม่ไหว  :( :( :( :( :( :(

ได้ผลผลิตกี่กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน(305 วัน)ครับ  แล้วสัดส่วนโครีดนมเป็นกี่เปอร์เซ็นของฝูง


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: pakinees ที่ สิงหาคม 16, 2011, 01:37:22 PM
ขอถามเรื่องการเลี้ยงวัวนม ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับกระทู้นี้ด้วยค่ะ คือ อยากเลี้ยงไว้แค่บริโภคในครอบครัวเท่านั้น เหมือนเราเลี้ยงไก่ไข่ไว้กินเองน่ะค่ะ มีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ สาเหตคือ ลูกชาย 6 ขวบ รักสัตว์มาก และทางเราก็ให้เขาดื่มนมเป็นประจำ ตอนนี้สั่งนมจากแดรี่โฮม เพราะเห็นว่าเป็นนมที่มาจากการเลี้ยงแบบปลอดสารเคมี กำลังจะทำสวนเกษตรค่ะ มีที่ทำนาได้ด้วยประมาณ 3 ไร่ ขอความเห็นและคำแนะนำด้วยนะคะ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ch-gug ที่ สิงหาคม 16, 2011, 06:31:49 PM
ขอตอบแบบไม่มีประสบการณ์นะครับ 
   ทำได้ครับ เรื่องการเลี้ยงดู หากเป็นวัวที่เลือดไม่สูงมาก ก็สามารถเลี้ยงได้ไม่ต่างจากวัวเนื่อเท่าไหร่ครับ ปล่อยแปลงหญ้ามีอาหารเสริมบ้างหรืออาจจะปลูกข้าวโพดให้กินเสริมก็ได้ครับหรืออาจจะเลี้ยงพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่โฮลสไตน์ก็ได้ครับ

แต่จะติดเรื่องของเวลา เพราะวัวนมต้องรีดนมเช้า-เย็น ไม่รีดไม่ได้ แล้วเรารีดแค่ตัวเดียว ผมว่าไม่คุ้มครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: natnat ที่ สิงหาคม 18, 2011, 01:49:02 PM
ขอถามเรื่องการเลี้ยงวัวนม ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับกระทู้นี้ด้วยค่ะ คือ อยากเลี้ยงไว้แค่บริโภคในครอบครัวเท่านั้น เหมือนเราเลี้ยงไก่ไข่ไว้กินเองน่ะค่ะ มีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ สาเหตคือ ลูกชาย 6 ขวบ รักสัตว์มาก และทางเราก็ให้เขาดื่มนมเป็นประจำ ตอนนี้สั่งนมจากแดรี่โฮม เพราะเห็นว่าเป็นนมที่มาจากการเลี้ยงแบบปลอดสารเคมี กำลังจะทำสวนเกษตรค่ะ มีที่ทำนาได้ด้วยประมาณ 3 ไร่ ขอความเห็นและคำแนะนำด้วยนะคะ
ต้องหาตลาดรองรับด้วย  เพราะวัว1ตัว(เลี้ยงแบบเกษตรอินทรีย์..เน้นหญ้าเป็นอาหารหลัก)อย่างน้อยน่าจะได้นมวันล่ะ8-12กิโล..ต่อวัน  บริโภคในครอบครัวไม่หมดแน่ๆ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: pakinees ที่ สิงหาคม 19, 2011, 01:08:23 PM
ขอบคุณทั้งสองท่านค่ะ เดี๋ยวคงต้องทบทวนกันอีกที


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: lch ที่ สิงหาคม 19, 2011, 05:40:17 PM
ขอสอบถามผู้รู้ครับ พอดีเพื่อนผมต้องการถังแช่นมครับ ที่ไหนมีให้เช่า หรือขายบ้างครับ
คือเขาไม่สะดวกที่จะไปส่งทุกวันนะครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: piyasak ที่ พฤศจิกายน 24, 2011, 07:56:13 PM
จำเป็นต้องมีแปลงหญ้าหรือเปล่าครับ ที่ดินมีน้อยครับผม :(


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ฟาร์มงัวยิ้ม ที่ พฤศจิกายน 24, 2011, 09:07:17 PM
จำเป็นต้องมีแปลงหญ้าหรือเปล่าครับ ที่ดินมีน้อยครับผม :(

ผมว่าจำเป็นมาก เพราะวัวกินหญ้าเป็นหลัก แนะนำให้ปลูกแบบตัดให้กินไม่ใช่แทะเล็ม ฟันธงแนะนำปลูกเนเปียใต้หวันหรือปากช่อง1(ตัวเดียวกันแต่คนละชื่อ)ดีที่สุดเพราะว่าตัวอื่นปลูกมาหมดแล้วในบรรดาหญ้ามีปลูกกันในเมืองไทยสู้ตัวนี้ไม่ได้ครับ ลองดูตามลิงค์ครับแล้วจะ Ohoooooooooooooooooooooo
http://www.thaibrahman.org/board/index.php?topic=2425.15


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: khontabong ที่ พฤศจิกายน 25, 2011, 12:25:04 AM
อยากถามว่าขี้วัวขายไงครับ...อยากซื้อไปทำการตลาดครับอยากได้ประมาณซัก10/20ตัน(อยู่พิมาย)                                           somthangdi@yahoo.com


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: MAN24 ที่ พฤศจิกายน 27, 2011, 03:00:07 PM
เข้ามาเก็บความรู้ครับ ;D
บ้านอยู่ปากช่องเหมือนกัน  ;D  จะมาเอาความรู้ไปให้พ่อ แม่ ได้ศึกษาบ้างครับ

ไม่ค่อยมีความรู้หรอกครับ แม้ว่าที่บ้านก็มีวัวนมอยู่ประมาณ 35 ตัว เลี้ยงตามวิถีเดิม  ๆ คิดว่าอยากให้พ่อแม่เลิกเลี้ยงครับ (สองตายาย) เพราะเห็นว่าต้องเอาใจใส่ และต้องมีเวลาให้ตลอดเลย ไม่มีวันไหนที่หยุดได้ สงสารคนแก่ครับ แต่ห้ามไม่ได้ คั้นจะบอกหรือแนะวิธีแบบบูรณาการ แก่ก้ไม่ค่อยจะฟ้ง บอกว่าเลี้ยงมาแบบนี้ ว่าผมไม่เคยเลี้ยงจะรู้อะไร เฮ่อ เหนีอยใจกับคนแก่

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ ข้อมูลดี ๆ ครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ พฤศจิกายน 28, 2011, 04:07:24 PM
วัวที่บ้านดูดนมตัวเอง   เอาเหล็กอ๊อกใส่ตรงช่วงคอแล้วเพื่อไม่ให้เค้าหันมาดูดนมได้    สงสารเค้าเหมือนกัน
 มีวิธีหรือใส่อุปกรณ์แบบอื่นๆๆไหม๊คราบบบ

แก้ไข


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Theway ที่ พฤศจิกายน 30, 2011, 03:37:00 PM
ผมยังเป็นนักศึกษาครับ แล้วไม่มีเคยมีความรู้เรื่องโคนมมาก่อน ผมเป็นคนชอบอยู่กะบ้านตัวเองและชอบธรรมชาติมาก สนใจทำฟาร์มโคนม และผมเองก็ไม่คิดว่าครั้งแรกจะประสบผลสำเร็จหรอกนะครับ การหาข้อมูลในเว็ปไำซต์นั่นผมก็ไม่รู้ว่าจะไ้ด้ความรู้มากน้อยเพียงใด(แต่ก็ได้ครับ) ผมอยากทราบว่า มีใครจะแนะนำงบประมาณสำหรับทำฟาร์มโคนม แรกเริ่ม แบบละเอียดมั้ยครับ และถ้าเป็นไปได้จะีมีท่านใดเปิดฟาร์มเพื่อให้ความรู้เป็นวิทยาธารแก่เด็กรุ่นใหม่ ๆ อย่างผมหรือไม่ เท่าที่อ่านมาในกระทู้นี้ ก็มีผู้สนใจไม่น้อยนะครับ ขอความกรุณาด้วยครับ อ้อ นอกจากจะไม่มีความรู้แล้ว ผมไม่ได้เรียนสายที่เกี่ยวกับสัตวศาสตร์หรืิออะไรทั้งสิ้นเลยครับ ถ้าพี่ ๆ ในกระทู้มีอะไรแนะนำเด็กน้อยคนนี้หรือผู้อยากรู้ ก็ขอความกรุณาด้วยเถอะครับ :'(


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: piyasak ที่ ธันวาคม 12, 2011, 04:25:45 PM
คุณ Theway อยู่ส่วนไหนของปากช่องครับ เผื่อมีอะไรแลกเปลี่ยนกันครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 14, 2011, 07:35:54 PM
วัวที่บ้านดูดนมตัวเอง   เอาเหล็กอ๊อกใส่ตรงช่วงคอแล้วเพื่อไม่ให้เค้าหันมาดูดนมได้    สงสารเค้าเหมือนกัน
 มีวิธีหรือใส่อุปกรณ์แบบอื่นๆๆไหม๊คราบบบ

แก้ไข

ถามที่ร้านขายอุปกรณ์รีดนมนะครับ มันจะเรียกว่าที่ล็อคจมูกกันดูดนม สีเหลืองๆ ถ้ามีเวลาจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ  ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 14, 2011, 08:04:13 PM
ลองเอาภาพนี้ไปพิจรณาดูนะครับ เผื่อท่านใดที่สนใจอยากจะลองดัดแปลงแบบโรงเรือน เป็นระบบไพป์ไลน์ วัวยืนอยู่กับที่กิน นอน รีด ที่เดียวกัน

ที่นอนจะรองพื้นด้วยยางรองพื้นเพื่อความนุ่มสะบายของวัวเราครับ แล้วโรยด้วยวัสดุรองพื้นอีกครั้ง(หากเปื้อนเวลาขับถ่ายบางครั้ง)

บนหลังวัวจะมีไฟฟ้าอ่อนๆ ไว้ควบคุมไม่ให้ขับถ่ายตรงที่นอน เวลานั้นเขาจะถอยหลังแล้วจึงค่อยขับถ่ายครับเพราะพฤติกรรมของวัวจะโก่งหลังก่อนค่อยขับถ่าย เมื่อเขาโก่งหลังตอนขับถ่าย หลังจะไปเตะกับไฟฟ้า จึงต้องถอยอัตโนมัติ มาถ่ายตรงตะแกรงเหล็กข้างหลัง

รางอาหารอยู่ตรงกลาง รถวิ่งผ่านได้ ให้ได้ทั้งอาหารข้นและอาหารหยาบ

การจัดการของเสียที่นี่จะลงใต้พื้นโรงเรือน เพราะเป็นสองชั้น ชั้นบนวัว ชั้นล่างของเสีย(เอาไปประยุกต์นะครับ)

ผมคิดว่าเป็นระบบที่ดีที่สุดทั้งเรื่องงบ และการจัดการ และสุขภาพสัตว์(คอกไม่แฉะซึ่งเป็นต้นเหตุของเต้านมอักเสบ) ผมอยากมีคนที่คิดจะดัดแปลงเหมือนผมน่ะครับ แต่มาช่วยกันวิเคราห์ดีมั้ยครับ 

   (http://img401.imageshack.us/img401/8258/p1010014cx.jpg)

(http://img217.imageshack.us/img217/747/p1010021ud.jpg)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 14, 2011, 08:19:00 PM
การทำให้โคสูญเสียงพลังงานน้อยที่สุด ทำให้เราได้น้ำนมเพิ่มมากขึ้น บากกับสภาพอากาศบ้านเราที่ร้อนอบอ้าว เราอาจเพิ่มระบบสเปรย์พัดลมเพื่อลดอุณหภูมิในโรงเรือนได้ด้วย หรือมีทุนหน่อยก็ติดอีแวปก็ได้ครับเพราะอุณหภูมิลดลงวัวจะให้นมเพิ่มครับ ลองเอาไปคิดดูแล้วมาวิเคราะห์กันครับ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ ธันวาคม 14, 2011, 08:38:04 PM
วัวที่บ้านดูดนมตัวเอง   เอาเหล็กอ๊อกใส่ตรงช่วงคอแล้วเพื่อไม่ให้เค้าหันมาดูดนมได้    สงสารเค้าเหมือนกัน
 มีวิธีหรือใส่อุปกรณ์แบบอื่นๆๆไหม๊คราบบบ

แก้ไข

ถามที่ร้านขายอุปกรณ์รีดนมนะครับ มันจะเรียกว่าที่ล็อคจมูกกันดูดนม สีเหลืองๆ ถ้ามีเวลาจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ  ;D

ขอบคุณคับผม  ใช่อันที่เป็นห่วง หนาม  ใช่ป่าวคับ  ผมเคยเห็นเหมือนกัน 


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 14, 2011, 08:59:52 PM
 เริ่มเลี้ยงวัวนม อย่างน้อยต้องมีวัวรีด 10 ตัว เพื่อมีวัวรีดหมุนเวียนภายในฟาร์ม ส่วนอื่น ๆ ไม่มีสูตรตายตัวอย่างที่ท่าน Warrend กล่าวไว้

โรงเรือนเราสร้างแบบประหยัดพื้นที่ที่สุด อย่างข้างบน( อิอิ..)
แหล่งอาหารหยาบ หากไม่มีพื้นที่ปลูกหญ้าใช้ฟางหรือเปลือกข้าวโพดได้ครับ
อาหารข้น ใช้ กากมัน กากเบียร์ กากเต้าหู้ กากอื่นๆซึ่งเป็นของสดราคาถูก มาทดแทนอาหารสำเร็จรูปตามท้องตลาดให้ได้มากที่สุดเพราะพวกนี้ราคาแพงแต่ส่วนผสมก็มาจากกากทั้งสิ้น
อุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องรีด ปั๊มลม ถังนม รถขนหญ้า ลองสำรวจราคาดูก่อนครับหากมีของมือสองที่ยังใช้ได้จะลดค่าใช้จ่ายไปอีก

ค่าพันธุ์สัตว์ วัวสาวท้อง 10 ตัว 350,000-400,000 บาท
หากเรามีเวลาหรือทุนน้อย อีกทางเลือก ซื้อวัวสาวมาผสมเอง ราคาตัวละ 10,000-15,000 บาทต่อตัว วัวสาวดูแลไม่ยาก เรายังพอมีเวลาหารายได้จากแหล่งอื่นระหว่างที่รอวัวของเราคลอด ใช้หลักเกษตรพอเพียงเข้ามาช่วยแล้วเราจะอยู่ได้ครับ

เป็นกำลังใจสำหรับคนที่สนใจและใจรัก เลี้ยงวัวนมไม่ยากถ้าเราตั้งใจจริงๆ ทุกปัญหามีทางออกครับ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 14, 2011, 09:02:47 PM
วัวที่บ้านดูดนมตัวเอง   เอาเหล็กอ๊อกใส่ตรงช่วงคอแล้วเพื่อไม่ให้เค้าหันมาดูดนมได้    สงสารเค้าเหมือนกัน
 มีวิธีหรือใส่อุปกรณ์แบบอื่นๆๆไหม๊คราบบบ

แก้ไข

ถามที่ร้านขายอุปกรณ์รีดนมนะครับ มันจะเรียกว่าที่ล็อคจมูกกันดูดนม สีเหลืองๆ ถ้ามีเวลาจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ  ;D

ขอบคุณคับผม  ใช่อันที่เป็นห่วง หนาม  ใช่ป่าวคับ  ผมเคยเห็นเหมือนกัน 

ใช่ครับ เป็นพลาสติกแข็งมาก เป็นหนามครึ่งวงเหมือนผาน้ำอัดลม หนามไม่คมมากแต่ป้องกันได้ดีครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ ธันวาคม 14, 2011, 09:13:10 PM
สวัสดีคับคุณวัน     ผมเก่งคับ  ยินดีที่ได้รู้จัก   คุณวันอยู่แถวไหนคับ  อำเภอสูงเนินใช่ไหม

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์    หวังว่าคงมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเลี้ยงโคนมคับ 



หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ ธันวาคม 14, 2011, 09:30:13 PM
สอบถามคับผม

วัวนมที่บ้านเป็นเนื้องอก(สีแดง)ที่ลูกตาของวัวขนาดประมาณนิ้วก้อย   บริเวณหัวตา 
หมอ อสค.บอกว่าต้องตัดเนื้องอกออก แต่ตอนนี้ต้องรอยาสลบ  ตอนนี้ยังไม่มียาสลบหาไม่ได้  หมอบอกว่าบางทีรักษาก็ไม่หาย       ให้ขาย  ที่บ้านหมอยังขายเลย    ตอนนี้ ดรายนม  อายุครรภ์ได้เจ็ดเดือนแล้ว  จะขายก็เสียดาย  แถมคงไม่ได้ราคา 
และก็สงสารวัวด้วย   มีทางรักษาอย่างอื่นไหมคับ
ผมจึงอยากถามว่ายาสลบ หายาก?  ราคาแพง?  ซื้อได้ที่ไหน  รอเป็นเดือนแล้วยังไม่ได้ยาเลยคับ



หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 14, 2011, 09:32:15 PM
ยินดีที่ได้รู้จักคุณเก่ง เช่นกันครับ บ้านและฟาร์มผมอยู่สูงเนินครับ แต่ตอนนี้ผมทำงานที่นอร์เวย์เป็นฟาร์มโคนมครับ ที่ผมทำมีทั้งระบบเก่าและใหม่ มีอะไรหลายอย่างที่แตกต่างจากบ้านเรา จะพยายามหาสิ่งที่น่าจะประยุกต์ใช้ได้มาลองพิจรณาดูครับ ผมไม่ได้รู้ทุกอย่างแต่ทำได้หลายอย่าง และหลายอย่างผมก็ได้จากเว็ปนี้ครับ เป็นเวปที่ดีมาก ก็เลยอยากเอาความรู้ที่พอมี มาแบ่งเพื่อนๆ คนอื่นบ้าง แลกเปลี่ยนกันครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 14, 2011, 09:46:53 PM
ของผมเคยเป็นตัวนึง แต่ยังไม่โตเท่านิ้วก้อย มันแทงออกมาตรงริมตาด้านใน ทำใจหน่อยนะครับ ใช้เล็บหยิกแรงๆให้ขาดแล้วเด็ดออก มันไม่เหนียวอย่างที่คิดหรอกครับ ซีดเยื่อบุตาอย่างนี้รักษาไม่หายครับมันจะงอกออกมาอีกแต่อีกนาน เสร็จแล้วใช้ ออกซี่เตตร้าไซคลิน ล้างตาเลยครับ ครั้งเดียวหาย  ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 14, 2011, 09:51:51 PM
ในยาสีม่วงที่เราฉีดสเปรย์ก็จะมีตัวยา อ๊อกซี่เตตร้าไซคลิน ด้วยนะครับ  ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ ธันวาคม 14, 2011, 10:10:16 PM
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำคับ ;)
อยากดูบรรยากาศฟาร์มที่ต่างประเทศหวังว่าจะนำมาเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงฟาร์มด้านอื่นๆ ด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างสูงคับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 16, 2011, 08:26:31 PM
กันวัวดูดนม อย่างที่ว่าน่ะครับ

(http://img855.imageshack.us/img855/3821/p1512111125.jpg)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 16, 2011, 08:36:34 PM
สร้างบ้านให้ลูกวัวตัวใหม่กันครับ

(http://img42.imageshack.us/img42/376/p1512111119.jpg)

(http://img854.imageshack.us/img854/9610/p1512111120.jpg)

ไม่ทราบว่าท่านใดเคยทำบ้านให้ลูกวัวตัวใหม่อย่างนี้บ้าง ให้อยู่จนกว่าจะหย่านมครับ
ลูกวัวจะมีสุขภาพดี โดยเฉพาะปัญหาท้องร่วง  ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 16, 2011, 08:44:18 PM
(http://img37.imageshack.us/img37/1894/p1512111122.jpg)

 หลังหย่านม ก็เอามาไว้รวมกัน ภายในคอกทำพื้นต่างระดับด้วยครับ ไว้ปูยางรองพื้นแล้วทำความสะอาด
บริเวณที่นอนทุกวัน ลูกวัวก็จะดูสะอาดน่ารักขึ้นคร้าบ ที่สำคัญเขาจะชอบที่นอนนี้มากกก... ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ ธันวาคม 16, 2011, 09:11:50 PM
 ;) ;) ;)ขอบคุณสำหรับรูปภาพนะคับบบบ 


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: piyasak ที่ ธันวาคม 19, 2011, 06:00:11 PM
อาหารวัวนม 18 % ถุงละเท่าไรครับ ถุงละกี่กิโล วัวกินเยอะหรือเปล่าครับต่อตัวต่อวัน


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 19, 2011, 09:00:05 PM
อาหารวัวนม 18 % ถุงละเท่าไรครับ ถุงละกี่กิโล วัวกินเยอะหรือเปล่าครับต่อตัวต่อวัน

จากประสปการณ์นะครับ จะดูคะแนนร่างกายของวัวก่อนว่าอ้วนหรือผอม เริ่มจากก่อนวัวคลอดเราต้องพัฒนาร่างกายของโคให้ได้ตามเกณฑ์ โดยปรกติจะให้ 0.5 กกต่อครั้ง. ให้สี่ครั้งต่อวัน แบ่งเป็นเช้า เที่ยง เย็น ดึก เป็นการให้น้อยๆแต่บ่อยครั้ง ทำให้วัวใช้ประโยชน์จากอาหารได้ดีที่สุด ตรงกันข้ามถ้าเราให้เยอะแต่น้อยครั้ง โปรตีนและพลังงานที่มากเกินจะถูกขับถ่ายเป็นของเสียไป เราจะเสียผลประโยชน์และอาจเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา และอีกอย่างต้องมีอาหารหยาบให้วัวตลอดเวลา นั่นหมายถึงวัวเราได้เคี้ยวหญ้าอยู่ตลอดซึ่งผลที่ได้คือน้ำลายจะช่วยปรับสภาพกรด-ด่างในกระเพาะของโคได้ เหตุผลนี้ทำให้มีการพัฒนาการสร้างอาหารทีเอ็มอาขึ้น คือการให้โคได้กินอาหารข้นและอาหารหยาบพร้อมๆ กัน   จากนั้นเราจะกำหนดได้ว่าเราจะให้อาหารได้เท่าไหร่ ทั้งนี้ทั้งนั้น แหล่งอาหารหยาบที่ดีที่สุดคือหญ้าสดหรือหญ้าหมัก

หลังจากวัวคลอด จะไม่ให้อาหารเยอะเลยทีเดียว ค่อยๆ ปรับเพิ่มทีละน้อยจนครบ หนึ่งสัปดาห์ซึ่งเราจะรู้ว่าวัวเรามีความสามารถให้ผลผลิตเท่าไหร่ จากนั้นถ้าอาหารหยาบที่เราให้มีคุณภาพดี ยึดหลัก 3 ต่อ 1 ในต่างประเทศ เดนมาร์ค นอร์เวย์ มีญ้าหมักให้ตลอดเวลา อาหารข้นให้ 3 ต่อ 1 แต่ฟาร์มที่มีเครื่องให้อาหารอัตโนมัติจะแบ่งการให้อาหารออกเป็น 6 ครั้งต่อวัน แต่ฟาร์มที่ยังให้อาหารด้วยตัวเอง จะให้ 4 ครั้งต่อวัน

แต่ถ้าเป็นฟางหรือซังข้าวโพด ให้ 1 ต่อ 1


อาหารวัวนม 18 % ถุงละเท่าไหร่แล้วแต่ยี่ห้อด้วยครับราคาไม่แน่ใจว่าตอนนี้เท่าไหร่รอท่านอื่นมาตอบนะครับ  ;D ส่วนมากถุงละ  30 กิโล 

รอฟังสูตรการให้อาหารจากท่านอื่นเช่นกันครับ  ;D




หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mindhead ที่ ธันวาคม 19, 2011, 11:02:16 PM
สวัสดีครับคุณวัน ตามมาเก็บข้อมูลครับ ;D ตอนนี้กำลังทำโรงรีดอยู่  ถ้ามาเห็นแบบโรงเรือนของคุณวันก่อนหน้านี้ก็ดีครับ เผื่อได้นำมาประยุกต์ใช้ แต่ทุนน้อยคงยังทำระบบไพท์ไลน์ไม่ไหว อยากถามว่าการใช้ยางรองพื้นมีผลต่อสุขภาพและการให้นมของวัวเป็นอย่างไรบ้างครับ (พอดีเห็นว่าราคาค่อนข้างสูง) การทำความสะอาดง่ายหรือเปล่า แต่ดูแล้วถ้าเป็นระบบโรงเรือนของคุณวัน คงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการทำความสะอาด ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ ธันวาคม 20, 2011, 02:53:03 AM
คุณ mindhead โรงเรือนที่เห็นไม่ใช่ของผมหรอกครับ  ;D แต่เป็นฟาร์มที่ผมทำงานอยู่ครับที่นอร์เวย์ เป็นระบบที่อาจจะร้อยเปอร์เซนต์ของที่นี่เค้าใช้กัน ถ้านับย้อนกลับไปก่อนที่ระบบก้างปลาและโรบ็อตจะเข้ามาเมื่อในช่วงประมาณสิบปีที่ผ่านมานี้เอง ด้วยเหตุที่นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีพื้นที่เพาะปลูกน้อยเพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภูเขาจึงเป็นข้อจำกัดในการขยายฟาร์ม ดังนั้นฟาร์มโดยทั่วไปจะมีวัวรีดนมอยู่ที่ 20-30 ตัว ระบบนี้จึงเหมาะสมที่สุด แต่ฟาร์มที่มีพื้นที่เยอะก็จะใช้ระบบอื่นที่เหมาะสมเช่น ก้างปลาหรือโรบ็อต

ที่ผมสนใจก็เพราะ
ก. รางอาหารตรงกลาง ทั้งอาหารข้นและหยาบที่เดียวกันได้ไม่จำเป็นต้องลงทุนทำรางอาหารเพิ่ม
ข. วัวไม่เปื้อนหรือแฉะไม่ว่าฝนจะตกแรงแค่ไหน เว้นแต่น้ำท่วม
ค. ไม่เปลืองพื้นที่

ระบบไพป์ไลน์ที่เราจะประยุกต์นี้ แค่เดินท่อลมอย่างเดียวครับ
ยางรองพื้นถ้าไม่มีวัวก็อยู่ได้ครับ เพราะบางครั้งบางฟาร์มก็มีหลุดไปบ้างแต่วัวก็ไม่แสดงอาการป่วยให้เห็น แต่ที่เห็นก็คืออาการที่ขณะจะลุกขึ้นหรือนอนลงลำบาก และอยู่นานๆ พื้นปูนจะกัดทำให้ขนร่วงเป็นหย่อมๆ บริเวณที่สัมผัสกับปูนแรงๆ เช่น เข่าหน้าและหลัง เหมือนเราใส่นองเท้านุ่มๆ ก็จะไม่เจ็บข้อเท้าและเท่าที่เห็นถ้ามียางรองพื้นวัวจะไม่เครียดแน่นอนครับ อารมณ์ก็มีผลต่อการให้นมเหมือนกันนะครับ  ;D บางฟาร์มยังต้องเปิดเพลงให้วัวฟังเวลารีดนมด้วย  ;D

ทำความสะอาดที่นี่แค่กวาดลงตะแกรงข้างหลัง แต่ก็เฉพาะบางตัวที่ถอยไม่ทัน(บนหลังจะมีไฟฟ้าอ่อนๆ ไว้บังคับให้ถอยครับ) เรื่องความสะอาด ต้องดีกว่าที่บ้านเราแน่นอนครับ ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mindhead ที่ ธันวาคม 20, 2011, 10:55:59 PM
ก. รางอาหารตรงกลาง ทั้งอาหารข้นและหยาบที่เดียวกันได้ไม่จำเป็นต้องลงทุนทำรางอาหารเพิ่ม
ข. วัวไม่เปื้อนหรือแฉะไม่ว่าฝนจะตกแรงแค่ไหน เว้นแต่น้ำท่วม
ค. ไม่เปลืองพื้นที่

ประเด็นหลักเลยคงเป็นเรื่องของพื้นที่ที่จำกัดจริงๆ ชอบตรงที่ไม่ต้องกลัวแฉะไม่ว่าฝนจะตกแรงแค่ไหน แต่ว่ารูปแบบลักษณะอาคารก็คงมีค่าใช้จ่ายสูงมากทีเดียว นี่แค่ตอนนี้ทำแบบหลังคาธรรมดาๆก็หมดไม่น้อยเลย

เรื่องแผ่นยางนี่ก็ยังอยากได้มากเลย ยังไงมีทุนเพิ่มคงจะลองใช้ดู ลองหาข้อมูลวิจัยในเน็ทที่เป็นแผ่นยางพาราก็น่าสนใจ คงช่วยให้วัวสบายเท้าและเข่าหน้าจริงๆ แต่เสียดายที่ราคาค่อนข้างสูง บวกกับไม่แน่ใจเท่าไหร่เกี่ยวกับอายุการใช้งานและการทำความสะอาด จะคุ้มค่ามั้ยกับการลงทุนถ้าทำให้ได้น้ำนมเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ในระยะยาวนี่น่าจะคุ้มนะครับ  ไว้คงต้องไปหาดูตัวอย่างจากฟาร์มที่ใช้อยู่ จำได้ว่าเคยอ่านในเน็ทเห็นมีรองเท้าวัวทำจากยางด้วย ประมาณว่าช่วยรักษากลีบเท้าวัว โดยเฉพาะวัวที่บาดเจ็บ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: country_boy ที่ ธันวาคม 30, 2011, 08:36:01 PM
รบกวนสอบถามครับ มีสมาชิก โคนม บุรีรัมย์ บ้างไหมครับ
คือว่าผมสนใจอยากเลี้ยง วัวนม ครับผมอยู่บุรีรัมย์ พอดีว่าเขตที่ผมอยู่ห่างจาก สหกรณ์พอสมควร ประมาณ 50 กม. (อยู่ ประโคนชัย ครับ)
ก็เลยเขามาขอคำปรึกษา ว่าเหมาะสมหรือไม่ครับ ที่จะเลี้ยง ผมทำงานที่โคราช อยากกลับไปอยู่บ้านแล้ว
 


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: gaset ที่ ธันวาคม 31, 2011, 01:05:23 AM
สอบถามทุกๆท่านผมอยู่ลพบุรีอยากซื้อนมวัวสดมาต้มให้ลูกชายกิน(อายุ 4 ขวบ)
ไม่ทราบว่าเด็กขนาดนี้สามารถกินได้หรือยังจะท้องเสียหรือเปล่า
และลพบุรีหรือแหล่งใกล้เคียงมีที่ไหนขายบ้างครับ
     ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: j-family ที่ กุมภาพันธ์ 12, 2012, 11:11:29 AM
น้องชายเราเป็นหมอวัวค่ะ จบโดยตรงจากเดนมาร์ก และประสบการณ์ ผสมเทียม และรักษา 10 กว่าปีที่ฟาร์มโชคชัย ใครมีปัญหาเกี่ยวกับวัวนม หรือ น้ำเชื้อ ปรึกษากับน้องชายได้ค่ะ ชื่อหมอ เก่ง 085-026-5497 เค้าไม่แพงอย่างที่คิดค่ะ ตอนนี้เค้ากับลังตัดสินใจว่าจะไปประจำมาเลเซีย (ให้เดือนละ 200,000 บาท) ก็ไม่อยากให้ไปเพราะสงสารลูกค้าแถว สีคิ้ว สูงเนิน ปากช่อง เพราะน้องคิดราคายุติธรรม ยิ่งผสมเทียมรับรองติดตัวเมีย 100 เปอร์เซ็น เค้าผ่าตัดเก่งมาก ๆ เห็นมากับตา


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: nuy00 ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2012, 10:44:17 PM
รายงานตัวครับ.. ชอบวัวนมครับ ยิ่งเลี้ยงยิ่งรัก จนไม่เป็นไรขอให้วัวอิ่มครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ กุมภาพันธ์ 29, 2012, 10:14:20 PM
รายงานตัวครับ.. ชอบวัวนมครับ ยิ่งเลี้ยงยิ่งรัก จนไม่เป็นไรขอให้วัวอิ่มครับ
 
หวัดดีคับ  ไม่ทราบว่าเลี้ยงอยู่แถวไหนคับผม   
ผมอยู่ลพบุรี  เก่งคับ   8) 8)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: liveclick ที่ กุมภาพันธ์ 29, 2012, 10:40:36 PM
เห็นใครๆเขาเลี้ยง   ก็มีรถใหม่ขับกันเยอะนะ   มีแต่คนมีเงินนะเนี่ยที่เลี้ยง  แต่ไม่มีเวลาไปไหนแค่นั้นเอง

เมื่อก่อนแถวบ้าน มวกเหล็ก(บ้านแฟน)
พ่อ ตา แม่ยายเขาก็เลี้ยง แต่ตอนนี้แกเลิกไปแล้ว  อายุเยอะทำกันไม่ไหว 
เนี่ยก็คิดว่าจะไปอยู่ที่นั่น จะลองเริ่มเลี้ยงดู  ก็เห็นคนอื่นๆ มีวัวรีดได้ 2-3 ตัว เขาก็ยังทำกันเลย


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: nuy00 ที่ มีนาคม 01, 2012, 08:16:07 PM
รายงานตัวครับ.. ชอบวัวนมครับ ยิ่งเลี้ยงยิ่งรัก จนไม่เป็นไรขอให้วัวอิ่มครับ
 
หวัดดีคับ  ไม่ทราบว่าเลี้ยงอยู่แถวไหนคับผม   
ผมอยู่ลพบุรี  เก่งคับ   8) 8)
อยู่แถวมวกเหล็กครับ หนุ่ยครับ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณเก่งเลี้ยงเยอะมั้ยครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: nuy00 ที่ มีนาคม 01, 2012, 09:10:32 PM
เห็นใครๆเขาเลี้ยง   ก็มีรถใหม่ขับกันเยอะนะ   มีแต่คนมีเงินนะเนี่ยที่เลี้ยง  แต่ไม่มีเวลาไปไหนแค่นั้นเอง

เมื่อก่อนแถวบ้าน มวกเหล็ก(บ้านแฟน)
พ่อ ตา แม่ยายเขาก็เลี้ยง แต่ตอนนี้แกเลิกไปแล้ว  อายุเยอะทำกันไม่ไหว 
เนี่ยก็คิดว่าจะไปอยู่ที่นั่น จะลองเริ่มเลี้ยงดู  ก็เห็นคนอื่นๆ มีวัวรีดได้ 2-3 ตัว เขาก็ยังทำกันเลย
ขึ้นอยู่กับการจัดการครับ ที่บ้านผมกลางวันว่างทั้งวันครับ(08.00-18.00)ตอนนี้ยังหาอะไรทำไม่ค่อยจะได้


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ มีนาคม 01, 2012, 10:07:14 PM
รายงานตัวครับ.. ชอบวัวนมครับ ยิ่งเลี้ยงยิ่งรัก จนไม่เป็นไรขอให้วัวอิ่มครับ
 
หวัดดีคับ  ไม่ทราบว่าเลี้ยงอยู่แถวไหนคับผม   
ผมอยู่ลพบุรี  เก่งคับ   8) 8)
อยู่แถวมวกเหล็กครับ หนุ่ยครับ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณเก่งเลี้ยงเยอะมั้ยครับ

ผมอยู่ลำสนธิ  ติดกับเทพสถิตคับ  เคยไปมวกเหล็กบ่อยๆ ปีที่แล้วไปหาซื้อวัวมา     

ไม่เยอะหรอกคับ  ส่วนใหญ่เป็นของที่บ้าน  ของผม มีสิบกว่าตัวคับ 


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: nuy00 ที่ มีนาคม 01, 2012, 11:18:42 PM
รายงานตัวครับ.. ชอบวัวนมครับ ยิ่งเลี้ยงยิ่งรัก จนไม่เป็นไรขอให้วัวอิ่มครับ
 
หวัดดีคับ  ไม่ทราบว่าเลี้ยงอยู่แถวไหนคับผม   
ผมอยู่ลพบุรี  เก่งคับ   8) 8)
อยู่แถวมวกเหล็กครับ หนุ่ยครับ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณเก่งเลี้ยงเยอะมั้ยครับ

ผมอยู่ลำสนธิ  ติดกับเทพสถิตคับ  เคยไปมวกเหล็กบ่อยๆ ปีที่แล้วไปหาซื้อวัวมา    

ไม่เยอะหรอกคับ  ส่วนใหญ่เป็นของที่บ้าน  ของผม มีสิบกว่าตัวคับ 
อยากหาความรู้ เพื่อจะเอามาพัฒนาฟาร์ม วัวที่บ้านผมกินฟางนมลดไปหลายโลแก้ไม่ตกเลยครับ 


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Jakrin ที่ พฤษภาคม 05, 2012, 11:00:13 PM
ปัจจุบันทำงานประจำครับ แต่เบื่อมากเลย
กำลังศึกษษเพื่อเลี้ยงโคนมอยู่เช่นกัน
สถานที่ที่จะเลี้ยงคืออยู่ที่ ร้อยเอ็ด ครับ
ขอคำแนะนำด้วยนะครับ

jakrink@gmail.com


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tinagorn ที่ พฤษภาคม 06, 2012, 12:01:10 PM
ปัจจุบันเลี้ยงวัวเนื้อ อนาคตอยากเลี้ยงโคนมเหมือนกันครับ แต่ติดอยู่ที่วัวสองย่างมันเลี้ยงรวมกันไม่ได้  :) :) :-[ :-[ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้ด่างเกยชัย ที่ พฤษภาคม 06, 2012, 08:12:19 PM
ปัจจุบันเลี้ยงวัวเนื้อ อนาคตอยากเลี้ยงโคนมเหมือนกันครับ แต่ติดอยู่ที่วัวสองย่างมันเลี้ยงรวมกันไม่ได้  :) :) :-[ :-[ :-[ :-[

ทำไมไม่ได้ครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: konthain(นพ) ที่ พฤษภาคม 06, 2012, 08:19:44 PM
ปัจจุบันเลี้ยงวัวเนื้อ อนาคตอยากเลี้ยงโคนมเหมือนกันครับ แต่ติดอยู่ที่วัวสองย่างมันเลี้ยงรวมกันไม่ได้  :) :) :-[ :-[ :-[ :-[

ทำไมไม่ได้ครับ
นั่นสิครับ ทำไมเลี้ยงด้วยกันไม่ได้หรือเลี้ยงไม่ไหว มันอยู่ที่การจัดการครับ แต่ถ้าจะเลี้ยงวัวเนื้อด้วยวัวนมด้วย
ก็หนักหนาเอาการอยู่ครับ  ;D

 ;)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: apirat.tamraram ที่ ธันวาคม 07, 2012, 01:12:47 PM
เหอะๆพวกคุณไม่เชื่อผมไม่เป็นไร ผมเคยเลี้ยงมาแล้ว ลองเลี้ยงเลย แล้วอย่ามาพูดทีหลัง ว่าผมไม่เตือนอยากเป็น หนี้ หลักล้านตื่นเช้า อาบนํ้า วัวให้หญ้าให้อาหารรีดนม ไปส่งโรงนม กินข้าว ตัดหญ้่าทั้งวัน เย็นอาบนํ้า รีดนม ให้หญ้าให้อาหาร ไปส่งโรงนม กว่าจะได้กินข้าว ก็คํ่า  ต้องรีดทุกวัน ไม่รีดไม่ได้ เดี๋ยวเต้านมอักเสบอีก ถ้าเต้าอักเสบ ขายนมไม่ได้จนกว่าจะหาย ทำซั้าๆแบบนี้ทุกวันๆ และปัญหาอีกเยอะแยะ ไหนต้องลุ้นว่าลูกที่เกิดมาจะเป็นตัวผู้กับตัวเมียอีกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว ที่ว่าสัตว์หมู หมากาไก่ อย่าทีคุณว่า หมามีนมให้รีดขายรึ ถ้าใครกินนมหมา ก็คงเป็นต้องเลี้ยงแบบเดียวกันกับวัว ถ้าคุณรักวัวกว่ารักลูกคุณ เชิญ เลี้ยงเลยๆๆ ถ้าสนใจปรึกษาการเลี้ยงจากผมได้
ถ้าไม่ดีจริงในหลวงไม่พระราชทานลงมาเป็นอาชีพให้เกษตรกรหรอกครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ ธันวาคม 07, 2012, 02:33:26 PM
เหอะๆพวกคุณไม่เชื่อผมไม่เป็นไร ผมเคยเลี้ยงมาแล้ว ลองเลี้ยงเลย แล้วอย่ามาพูดทีหลัง ว่าผมไม่เตือนอยากเป็น หนี้ หลักล้านตื่นเช้า อาบนํ้า วัวให้หญ้าให้อาหารรีดนม ไปส่งโรงนม กินข้าว ตัดหญ้่าทั้งวัน เย็นอาบนํ้า รีดนม ให้หญ้าให้อาหาร ไปส่งโรงนม กว่าจะได้กินข้าว ก็คํ่า  ต้องรีดทุกวัน ไม่รีดไม่ได้ เดี๋ยวเต้านมอักเสบอีก ถ้าเต้าอักเสบ ขายนมไม่ได้จนกว่าจะหาย ทำซั้าๆแบบนี้ทุกวันๆ และปัญหาอีกเยอะแยะ ไหนต้องลุ้นว่าลูกที่เกิดมาจะเป็นตัวผู้กับตัวเมียอีกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว ที่ว่าสัตว์หมู หมากาไก่ อย่าทีคุณว่า หมามีนมให้รีดขายรึ ถ้าใครกินนมหมา ก็คงเป็นต้องเลี้ยงแบบเดียวกันกับวัว ถ้าคุณรักวัวกว่ารักลูกคุณ เชิญ เลี้ยงเลยๆๆ ถ้าสนใจปรึกษาการเลี้ยงจากผมได้
ถ้าไม่ดีจริงในหลวงไม่พระราชทานลงมาเป็นอาชีพให้เกษตรกรหรอกครับ
บางคนเค้าไปฟังจากคนอื่นมาว่าทำแล้วมีเงินมีทองมีบ้านมีรถได้ก็เพราะอาชีพเลี้ยงวัวนมตัวเองก็อยากมีเพราะคิดว่ามันง่ายไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อนและใจก็ไม่รักในอาชีพนี้ด้วยความคาดหวังสูงมากพอมาทำเข้าจริงๆไม่ประสบความสำเร็จ เหนื่อย ท้อแท้ก็เลยไปโทษว่ามาเป็นขี้ข้าวัวแต่ไม่เคยโทษตัวเองที่ไม่ศึกษามาให้ดีก่อนคนที่เค้าประสบความสำเร็จได้เค้าต้องใช้ความอดทนอย่างสูงบวกกับประสบการณ์และความรู้กว่าจะผ่านอุปสรรคมาได้มันต้องใช้เวลาแล้วเค้าเหล่านั้นก็ได้ประสบความสำเร็จเป็นของขวัญครับ :)ส่วนเรื่องเลี้ยงวัวนมกับวัวเนื้อรวมกันบางสหกรณ์เค้าไม่อนุญาตนะที่ทราบก็มีพะเยาส่วนเหตุผลผมไม่ทราบเหมือนกัน :)แต่อันที่จริงทั้งวัวเนื้อและวัวนมนั้นเลี้ยงรวมกันได้อาหารก็กินอย่างเดียวกันยกเว้นแค่ตอนรีดผมเองก็ยังเลี้ยงรวมกันแถมม้าไปอีก1ชนิดด้วยครับ :) ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: bankpiglet ที่ ธันวาคม 22, 2012, 10:35:28 PM
ใช่ครับ การเลี้ยงวัวนมไม่ใช่ง่ายๆ น่ะครับ ค่านู่นค่านี่จิปาถะ ค่าอาหารสูงมากพ่อตาผมเลี้ยงอยู่ปากช่องครับ ประมาณ 30ตัว
ตอนนี้ลองให้กินอาหารเสริม จีทีเอช ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารน้ำนมได้เยอะขึ้นครับ ถ้าเวริคจะมาบอกต่อครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aekkachailao ที่ ธันวาคม 23, 2012, 01:08:12 PM
ผมคิดว่าการเลี้ยงวัวนมนั้นถ้ามีระบบการจัดการที่ดีและแบ่งเวลาให้ดีก็ไม่น่าจะมีปัญหานะครับเพราะส่วนใหญ่แล้วนั้นจะทำระบบการจัดการที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ยิ่งเรื่องการบริหารเวลานั้นส่วนมากยิ่งไม่ทำเลยนะครับผมว่า
พอดีผมได้ไปคุยและไปศึกษากับพี่ที่เลี้ยงวัวนมอยู่ที่ปราณครับพี่เค้าก็บอกว่าถ้าสายพันธ์ดีก็ไม่มีอะไรที่เราต้องห่วง ทั้งนม คุณภาพนม สุขภาพวัว ทุกๆอย่างแต่เราต้องทำทุกอย่างด้วยการจัดการที่ดีและบริหารเวลาที่ดี
เพราะพี่เค้ามี่วัวรีดอยู่ สิบตัวเช้าก็รีดนมพอเสร็จปล่อยกินหญ้าแต่ที่ให้กินนั้นพี่เค้าทำไว้มีร่มเงาไม้ด้วย พี่เค้าก็ไปทำอะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่างเข้าเมือง พบเพื่อน เย็นก็รีด เร็จเข้าคอก พอเวลาผสมพี่เค้าก็จะผสมพร้อมกัน เวลาคลอดก็ใกล้กัน เวลาช่วงวัวไม่ให้นมก็พร้อมกัน
เค้าก็บอกว่าพอภึงช่วงมันไม่ให้นมเค้าก็ไปเที่ยวหลายๆวันนได้โดยจ้างแค่คนให้อาหารคนเดียวพอ
นี่ที่ผมไปดูงานและฟังจากที่พี่เค้าเล่านะครับ
ส่วนตัวผมเลยคิดว่าไม่มีอะไรทำแล้วไม่เหนื่อยหรอกครับแต่ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีและมีแบบแผนที่สำคัญใจต้องรักเราก็จะมีความสุขจากสิ่งที่เราทำแล้วผลพลอยได้ก็คือกำไรและอื่นตามมาเอง ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ มกราคม 11, 2013, 11:03:32 AM
ไม่ได้เข้าเวบนี้มานาน เพราะยุ่งๆ วันนี้มีสมาชิกร่วมอุดมการณ์เดียวกันเพิ่มขึ้น ยินดีมากคับ
ผมยังไม่ได้เป็นเจ้าของฟาร์มคับแต่ช่วยคุณพ่อ รีดมาหลายปีแล้ว  ยังไม่ได้ไปอบรมที่อ.ส.ค.เลย
ว่าจะหาเวลาไปอบรมอยู่คับ
ขอให้เฮงๆ รวยๆนะคับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มกราคม 11, 2013, 12:31:24 PM
ไม่ได้เข้าเวบนี้มานาน เพราะยุ่งๆ วันนี้มีสมาชิกร่วมอุดมการณ์เดียวกันเพิ่มขึ้น ยินดีมากคับ
ผมยังไม่ได้เป็นเจ้าของฟาร์มคับแต่ช่วยคุณพ่อ รีดมาหลายปีแล้ว  ยังไม่ได้ไปอบรมที่อ.ส.ค.เลย
ว่าจะหาเวลาไปอบรมอยู่คับ
ขอให้เฮงๆ รวยๆนะคับ
ถ้าทำมาหลายปีแล้วผมว่าคงไม่ต้องไปอบรมแล้วมั้งครับ :)น่าจะเก่งและชำนาญพอสมควรแล้วผมเองก็ไม่เคยไปอบรมที่ไหนได้แต่รับการถ่ายทอดจากผู้ที่มีความชำนาญและลงมือทำมันก็เริ่มชินและชำนาญไปเองส่วนอนาคตถ้าผมมีเวลาก็คงอบรมในส่วนผสมเทียมอย่างเดียวเคยแต่ล้วงแต่ไม่เคยผสมเทียมเองเลยสักทีผมว่าหลักๆการเลี้ยงวัวมันอยู่ที่การจัดการที่ดีเป็นหลักครับผมไปดูฟาร์มวัวนมมาหลายจังหวัดแต่ละที่จัดการไม่เหมือนกันผมก็จะนำข้อดีของแต่ละที่มาประยุกต์ใช้ ;Dไม่ทราบว่าอยู่ส่วนไหนของลพบุรีเหรอครับ :)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ มกราคม 11, 2013, 05:58:07 PM
อ.ลำสนธิคับ
ยินดีที่ได้รู้จักคับผม


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มกราคม 16, 2013, 08:58:33 AM
อ.ลำสนธิคับ
ยินดีที่ได้รู้จักคับผม
ยินดีครับ :) :)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: avc4000 ที่ มกราคม 19, 2013, 07:22:25 PM
รู้จักกลุ่มเลี้ยงโคนมหนองรีบ้างมั้ยครับ ถ้าได้เจอพี่ประเทือง ฝากความคิดถึงจากรองประธานครับ ^_^


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: j-family ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2013, 09:15:57 AM
การอบรมที่ อ.ส.ค. ถึงเราจะมีความชำนาญก็จริงอยู่ค่ะ แต่เวลาที่เรามีฟาร์มและพร้อมจะส่งน้ำนมดิบ ใบประกาศจาก อ.ส.ค. ตัวนี้แหล่ะค่ะสหกรณ์เค้าต้องการ เมื่อสมัครแล้วก็จะให้เบอร์ถังเรามาค่ะ จากที่พี่หมีถามสหกรณ์สีคิ้วมาค่ะ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: j-family ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2013, 09:27:04 AM
ถ้าในฟาร์มวัวนม ที่เลี้ยง ไม่มีวัวดายเยอะ ค่าอาหารจะประหยัดได้มากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นหากมีวัวดายเยอะก็ทยอยขายออกแล้วซื้อวัวสาวเข้ามาแทนที่และทำการผสม


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: veelopburi ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2013, 01:49:52 PM
รู้จักกลุ่มเลี้ยงโคนมหนองรีบ้างมั้ยครับ ถ้าได้เจอพี่ประเทือง ฝากความคิดถึงจากรองประธานครับ ^_^
พอรู้จักหลายท่านอยู่แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่พี่ประเทืองเดียวกันรึป่าว ผู้หญิงใช่ป่าวคัฟ   ถ้าใช่พี่เค้าอยู่ถัดจากบ้านผมไปไม่ไกลเท่าไหร่คัฟ
จะให้บอกว่าฝากความคอดถึงจากใครนะคัฟ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: avc4000 ที่ มีนาคม 01, 2013, 11:23:37 PM
รู้จักกลุ่มเลี้ยงโคนมหนองรีบ้างมั้ยครับ ถ้าได้เจอพี่ประเทือง ฝากความคิดถึงจากรองประธานครับ ^_^
พอรู้จักหลายท่านอยู่แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่พี่ประเทืองเดียวกันรึป่าว ผู้หญิงใช่ป่าวคัฟ   ถ้าใช่พี่เค้าอยู่ถัดจากบ้านผมไปไม่ไกลเท่าไหร่คัฟ
จะให้บอกว่าฝากความคอดถึงจากใครนะคัฟ

ใช่ครับพี่ประเทืองเป็นผู้หญิง ได้ข่าวว่า 2 มีค. นี้จะบวชหลานชาย ฝากความคิดถึงให้ด้วยนะครับ นอกจากพี่ประเทืองแล้วยังมีพี่รวงทอง คุณแมว ครับที่เรียนอบรมอสค. ด้วยกันถ้ารู้จักฝากความคิดถึงเพิ่มให้ทีครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kan2030 ที่ มีนาคม 19, 2013, 07:19:14 PM
สวัสดีชาวโคนมทุกท่านครับ ผมอีกหนึ่งที่เปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงโคนม ลาออกจากทหาร  ก่อนจะเลี้ยงก็ได้ไปอบรมที่ อสค. เพื่อที่จะได้รู้ว่าตัวเราจะสามารถทำได้หรือเปล่า เพราะหักมุมชีวิตแบบสุดสุด ด้วยอายุเลขสี่นำหน้าเกือบจะเป็นเลขห้าอยู่แล้ว เมื่อได้อบรมก็มีความคิดว่าไม่ยาก เราทำได้แน่ เกิดความฮึกเหิม ลงมือสร้างโรงรีด คอกพัก หาซื้อวัวท้องสาว มันเป็นอะไรที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด และเป็นจังหวะที่ราคาวัวขึ้นแบบสุด ๆ 45,000 - 50,000 บาท ผมก็สู้ตั้งใจจะหาวัวเข้าฟาร์มครั้งแรกให้ได้สักสิบตัว แต่ด้วยราคาวัวที่สูง จำนวนวัวเลยลดลงเพราะทุนหมด ตอนนี้ผมมีเลี้ยงอยู่ 6 ตัว ได้รีดแล้วสองตัวเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมานี่เอง ปัญหาเกิดเยอะมาก จากที่อบรมมาจะไปมีปัญหาให้เราแก้ แต่(การเลี้ยง)ชีวิตจริง มี ท้อเลยครับ อีกอย่างผมทำคนเดียวไม่มีใครช่วย ทุกอย่างทำเองหมด ตื่นนอนตีห้าเตรียมอุปกรณ์รีด แค่เอาสายลมสายนมใส่ที่ตัวหัวใจก็เล่นซะเจ็บมือ เพราะของใหม่มันเข้ายากมาก อิอิ จากนั้นก็เตรียมถังใส่น้ำยาคลอรีนสำหรับเช็ดเต้านม ยาจุ่มนม ถังใส่นม ถ้วยตรวจนม จากนั้นก็ไปเตรียมอาหารข้น นำมาใส่รางให้อาหาร เสร็จเรียบร้อยก็เชิญสาวสาวที่ไม่สด เข้าประจำที่ ด้วยวัวก็ใหม่ ผมก็ใหม่ ถึงวันนี้บางตัวยังจำช่องของตัวเองไม่ได้เลย กว่าจะเข้าเรียบร้อยเล่นซะเหนื่อยครับ วันไหนเข้าถูกจะรู้สึก Yes ตอนที่รีดครั้งแรกมันช่างต่างกับที่ไปอบรม เพราะคุณเธอไม่ได้อยู่นิ่งเหมือนที่ อสค.ขนาดผูกขาทั้งสองข้าง ยังโดนฤทธิ์เธอเตะมือชาเลย ตอนแรกนึกว่าหักซะแล้ว..รีดเสร็จก็ปล่อยเธอหล่อนทั้งหลายไปเดินอาบแดดเล็มหญ้าที่มีพื้นที่อยู่น้อยนิด เอาฟางไปให้เธอที่คอกพัก กลับหลังหันมาล้างถังรีด อุปกรณ์ทุกอย่าง ทำตามที่อบรมเป๊ะ ล้างเสร็จก็หันมาล้างคอกรีดที่มีทั้งฉี่และอื จากนั้นก็เข็นถังใส่นม ไปไว้ตรงจุดที่รถมารับ กลับมาต้องไปป้อนนมให้ลูกวัวที่เกิดใหม่..นี่แหละครับ สามเดือนที่ผ่านมา เจอทั้งวัวป่วย เล่นซะโรครุนแรงเลย(หมอบอก)ไข้เห็บ ตามมาด้วย เต้านมอักเสบ นี่ขนาดระมัดระวังอย่างดี ทำตามขั้นตอนทุกอย่างที่ไปอบรม ล้างเสร็จจุ่มด้วยน้ำยาคลอรีน ก่อนรีดก็จุ่มน้ำยาคลอรีน ยังเป็นเต้านมอักเสบได้..ยังเจออีกหลายอย่างครับบนหนทางการเลี้ยงโคนมข้างหน้า ท้อครับอย่างที่บอก เพราะไม่เคยคิดถึงปัญหาและไปอบรม ก็ไม่ได้สอนเรื่องการเจอปัญหา ไม่ได้โทษทางสถานที่อบรมนะครับ ของแบบนี้ต้องมาเจอด้วยตัวเองถูกแล้ว ยังไม่รวมถึงการหาซื้อวัวที่โดนพ่อค้าหลอก ผมก็โดนมาแล้ว ที่สาธยายมานี่ก็เพื่อจะเตือนผู้จะกระโดดลงมาทำอาชีพนี้ครับ ว่าไม่สวยหรูอย่างที่ผู้รู้ได้กระทู้บอกไว้หลายๆท่าน ท้อครับแต่...ไม่ถอย เมื่อเข้าที่เข้าทางผมมองเองว่าดีกว่าอาชีพอื่นๆ หลายขุม แถมมีเวลาเหลือให้เราได้ทำอะไรอีกตั้งเยอะ เพียงแต่ไปไหนต้องสามารถกลับมาให้ทันรีดนมให้ได้ ถึงตอนนี้ผมก็ยังต้องการคำแนะนำจากเพื่อนชาวโคนมทั้งหลายอยู่ อยากรู้ว่าเพื่อน ๆ เลี้ยงด้วยอาหารอะไรกัน ผมอยากได้ความรู้ตรงนี้มาก ช่วยชี้แนะด้วย อย่างน้อยถ้าผมบริหารเรื่องอาหารได้ก็จะประหยัดเรื่องราคาอาหารที่แพงมาก


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มีนาคม 20, 2013, 08:36:51 AM
สวัสดีครับพี่kan2030ผมว่าหลักๆการเลี้ยงสัตว์มันอยู่ที่การจัดการครับถ้าเราทำเป็นระบบจะไม่เหนื่อยมาก :)ไม่ทราบว่าพี่เลี้ยงอยู่ที่ไหนครับสำหรับเรื่องอาหารข้นผมจะใช้ในพื้นที่เป็นแบบผงเพราะเราจะเห็นวัตถุดิบที่ผสมมาได้อย่างชัดเจนราคาจะถูกกว่าแบบอัดเม็ดส่วนเรื่องการเตรียมอาหารข้นตอนเช้าผมจะตักไว้ให้ในรางตั้งแต่ประมาณ6โมงเย็น-1ทุ่มเช้ามาก็ไม่ต้องตักเพราะถ้าวัวมันได้เห็นอาหารอยู่ในรางมันจะเข้าซองรีดโดยที่เราไม่เหนื่อยส่วนเรื่องเต้านมอักเสบมาจากหลายปัญหาเช่นอาบน้ำวัวก่อนรีดนม หรือไม่ก็รีดเสร็จวัวลงนอนเพราะรูนมจะเปิดเป็นเวลาประมาณ30นาทีหลังรีดต้องให้วัวยืนหรือเดินห้ามนอน :)ส่วนเรื่องวัวที่พี่ซื้อวัวเข้ามาตัวละ45000-50000บาทถือว่าแพงมากถ้าใจเย็นๆแล้วค่อยดูไปจะได้ตัวละผมว่าอย่างแพงก็ไม่น่าเกิน40000บาทการอบรมไม่ว่าที่ไหนมันเป็นแค่แนวทางครับส่วนชีวิตจริงมันอีกอย่างต้องแก้ไขเองไม่มีในตำรา :)วัวสาวส่วนมากที่เข้ารีดครั้งแรกนั้นจะเตะแต่ถ้ารีดไปซัก1-2เดือนพี่ลองไม่ต้องมัดขาดูว่ามันจะเตะมั้ยถ้าไม่เตะก็ไม่ต้องมัดแต่ถ้าเตะแสดงว่ามันเป็นนิสัยถ้าไม่จากแม่วัวก็ต้องจากพ่อของวัวตัวนี้ซึ่งถ่ายทอดกันทางพันธุกรรมเวลานั่งรีดห้ามให้ขาแหย่เข้าไปใต้ท้องวัวเพราะถ้าวัวบางตัวเตะแล้วเรามัดขาวัวมันอาจจะล้มตัวลงนอนทับขาเราได้ผมเองเคยรีดนมวัวก็ไม่ได้มัดขาแต่อย่างใดยกเว้นตัวที่เตะเพราะถ้าเรามัดวัวมันจะเคยชินกับการมัดถ้าไม่มัดมันก็เตะเราก็เหนื่อยเพิ่มทุกอย่างมันอยู่ที่การจัดการครับ ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มีนาคม 20, 2013, 09:18:35 AM
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำเผื่อเป็นทางเลือกครับพี่kan2030 :)เห็นพี่ว่าตอนนี้มีวัวรีดอยู่6ตัวบางทีเรื่องปากท้องสำคัญวัวขนาด6แม่รีดผมว่าไม่พอเลี้ยงตัวและครอบครัวได้ถ้าได้ก็ลำบากมากผมอยากจะแนะนำพี่ให้ผสมวัวเนื้อชาร์โรเล่ส์กับวัวนมทุกตัวที่พี่มีฟังดูมันอาจจะบ้าบอสักหน่อยแต่อย่างที่ทราบการเป็นเกษตรกรเราต้องปรับตัวให้อยู่ได้ไม่งั้นแย่แน่ๆไม่มีใครช่วยเราได้สภาวะทุกวันนี้วัวเนื้อขาดตลาดราคาดีมากถ้าเราผสมชาร์โรเล่ส์เข้าไปแล้วลูกออกมาเป็นตัวผู้เราเลี้ยงไว้ซักหย่านมราคาก็ประมาณ20000-25000บาทหรือไม่พี่ก็เลี้ยงไปสัก1ปีราคาก็จะถีบขึ้นไปอีกการตัดสินใจขายแล้วแต่จังหวะถ้าได้ราคาดีช่วงไหนก็ขายช่วงนั้นขายไปแล้วพี่ก็เพิ่มเงินอีกสักหน่อยใจเย็นๆพี่ก็ไปซื้อวัวนมสาวท้องแรกเข้ามาเลี้ยงราคาผมว่าน่าจะประมาณ30000-35000บาทพี่ไม่ต้องมาเลี้ยงลูกวัวนมตัวเมียให้งบมันบานปลายกว่าจะโตกว่าจะผสมได้ร่วม2ปีผิดกับลูกวัวนมตัวผู้ที่ออกมาอย่างสูงตอนนี้ก็ประมาณ1000บาทแต่ถ้าได้ลูกวัวตัวเมียเป็นครึ่งเนื้อครึ่งนมพี่ก็ยังสามารถรีดนมได้เหมือนวัวนมทุกอย่างชาร์โรเล่ส์เป็นวัวเนื้อยุโรปที่มีสีทองออกมาจะเป็นตัวผู้หรือเมียแทบไม่มีลายวัวนมให้เห็นเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งตลาดบนและตลาดล่างผมไม่ได้มีความรู้มากมายนะครับแค่อยากเสนอหลายๆด้านเพื่อปากท้องและความอยู่รอดครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: avc4000 ที่ มีนาคม 20, 2013, 09:45:16 PM
สวัสดีชาวโคนมทุกท่านครับ ผมอีกหนึ่งที่เปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงโคนม ลาออกจากทหาร  ก่อนจะเลี้ยงก็ได้ไปอบรมที่ อสค. เพื่อที่จะได้รู้ว่าตัวเราจะสามารถทำได้หรือเปล่า เพราะหักมุมชีวิตแบบสุดสุด ด้วยอายุเลขสี่นำหน้าเกือบจะเป็นเลขห้าอยู่แล้ว เมื่อได้อบรมก็มีความคิดว่าไม่ยาก เราทำได้แน่ เกิดความฮึกเหิม ลงมือสร้างโรงรีด คอกพัก หาซื้อวัวท้องสาว มันเป็นอะไรที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด และเป็นจังหวะที่ราคาวัวขึ้นแบบสุด ๆ 45,000 - 50,000 บาท ผมก็สู้ตั้งใจจะหาวัวเข้าฟาร์มครั้งแรกให้ได้สักสิบตัว แต่ด้วยราคาวัวที่สูง จำนวนวัวเลยลดลงเพราะทุนหมด ตอนนี้ผมมีเลี้ยงอยู่ 6 ตัว ได้รีดแล้วสองตัวเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมานี่เอง ปัญหาเกิดเยอะมาก จากที่อบรมมาจะไปมีปัญหาให้เราแก้ แต่(การเลี้ยง)ชีวิตจริง มี ท้อเลยครับ อีกอย่างผมทำคนเดียวไม่มีใครช่วย ทุกอย่างทำเองหมด ตื่นนอนตีห้าเตรียมอุปกรณ์รีด แค่เอาสายลมสายนมใส่ที่ตัวหัวใจก็เล่นซะเจ็บมือ เพราะของใหม่มันเข้ายากมาก อิอิ จากนั้นก็เตรียมถังใส่น้ำยาคลอรีนสำหรับเช็ดเต้านม ยาจุ่มนม ถังใส่นม ถ้วยตรวจนม จากนั้นก็ไปเตรียมอาหารข้น นำมาใส่รางให้อาหาร เสร็จเรียบร้อยก็เชิญสาวสาวที่ไม่สด เข้าประจำที่ ด้วยวัวก็ใหม่ ผมก็ใหม่ ถึงวันนี้บางตัวยังจำช่องของตัวเองไม่ได้เลย กว่าจะเข้าเรียบร้อยเล่นซะเหนื่อยครับ วันไหนเข้าถูกจะรู้สึก Yes ตอนที่รีดครั้งแรกมันช่างต่างกับที่ไปอบรม เพราะคุณเธอไม่ได้อยู่นิ่งเหมือนที่ อสค.ขนาดผูกขาทั้งสองข้าง ยังโดนฤทธิ์เธอเตะมือชาเลย ตอนแรกนึกว่าหักซะแล้ว..รีดเสร็จก็ปล่อยเธอหล่อนทั้งหลายไปเดินอาบแดดเล็มหญ้าที่มีพื้นที่อยู่น้อยนิด เอาฟางไปให้เธนอที่คอกพัก กลับหลังหันมาล้างถังรีด อุปกรณ์ทุกอย่าง ทำตามที่อบรมเป๊ะ ล้างเสร็จก็หันมาล้างคอกรีดที่มีทั้งฉี่และอื จากนั้นก็เข็นถังใส่นม ไปไว้ตรงจุดที่รถมารับ กลับมาต้องไปป้อนนมให้ลูกวัวที่เกิดใหม่..นี่แหละครับ สามเดือนที่ผ่านมา เจอทั้งวัวป่วย เล่นซะโรครุนแรงเลย(หมอบอก)ไข้เห็บ ตามมาด้วย เต้านมอักเสบ นี่ขนาดระมัดระวังอย่างดี ทำตามขั้นตอนทุกอย่างที่ไปอบรม ล้างเสร็จจุ่มด้วยน้ำยาคลอรีน ก่อนรีดก็จุ่มน้ำยาคลอรีน ยังเป็นเต้านมอักเสบได้..ยังเจออีกหลายอย่างครับบนหนทางการเลี้ยงโคนมข้างหน้า ท้อครับอย่างที่บอก เพราะไม่เคยคิดถึงปัญหาและไปอบรม ก็ไม่ได้สอนเรื่องการเจอปัญหา ไม่ได้โทษทางสถานที่อบรมนะครับ ของแบบนี้ต้องมาเจอด้วยตัวเองถูกแล้ว ยังไม่รวมถึงการหาซื้อวัวที่โดนพ่อค้าหลอก ผมก็โดนมาแล้ว ที่สาธยายมานี่ก็เพื่อจะเตือนผู้จะกระโดดลงมาทำอาชีพนี้ครับ ว่าไม่สวยหรูอย่างที่ผู้รู้ได้กระทู้บอกไว้หลายๆท่าน ท้อครับแต่...ไม่ถอย เมื่อเข้าที่เข้าทางผมมองเองว่าดีกว่าอาชีพอื่นๆ หลายขุม แถมมีเวลาเหลือให้เราได้ทำอะไรอีกตั้งเยอะ เพียงแต่ไปไหนต้องสามารถกลับมาให้ทันรีดนมให้ได้ ถึงตอนนี้ผมก็ยังต้องการคำแนะนำจากเพื่อนชาวโคนมทั้งหลายอยู่ อยากรู้ว่าเพื่อน ๆ เลี้ยงด้วยอาหารอะไรกัน ผมอยากได้ความรู้ตรงนี้มาก ช่วยชี้แนะด้วย อย่างน้อยถ้าผมบริหารเรื่องอาหารได้ก็จะประหยัดเรื่องราคาอาหารที่แพงมาก
ฟาร์มอยู่ที่ไหนครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kan2030 ที่ มีนาคม 26, 2013, 04:18:50 PM
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำเผื่อเป็นทางเลือกครับพี่kan2030 :)เห็นพี่ว่าตอนนี้มีวัวรีดอยู่6ตัวบางทีเรื่องปากท้องสำคัญวัวขนาด6แม่รีดผมว่าไม่พอเลี้ยงตัวและครอบครัวได้ถ้าได้ก็ลำบากมากผมอยากจะแนะนำพี่ให้ผสมวัวเนื้อชาร์โรเล่ส์กับวัวนมทุกตัวที่พี่มีฟังดูมันอาจจะบ้าบอสักหน่อยแต่อย่างที่ทราบการเป็นเกษตรกรเราต้องปรับตัวให้อยู่ได้ไม่งั้นแย่แน่ๆไม่มีใครช่วยเราได้สภาวะทุกวันนี้วัวเนื้อขาดตลาดราคาดีมากถ้าเราผสมชาร์โรเล่ส์เข้าไปแล้วลูกออกมาเป็นตัวผู้เราเลี้ยงไว้ซักหย่านมราคาก็ประมาณ20000-25000บาทหรือไม่พี่ก็เลี้ยงไปสัก1ปีราคาก็จะถีบขึ้นไปอีกการตัดสินใจขายแล้วแต่จังหวะถ้าได้ราคาดีช่วงไหนก็ขายช่วงนั้นขายไปแล้วพี่ก็เพิ่มเงินอีกสักหน่อยใจเย็นๆพี่ก็ไปซื้อวัวนมสาวท้องแรกเข้ามาเลี้ยงราคาผมว่าน่าจะประมาณ30000-35000บาทพี่ไม่ต้องมาเลี้ยงลูกวัวนมตัวเมียให้งบมันบานปลายกว่าจะโตกว่าจะผสมได้ร่วม2ปีผิดกับลูกวัวนมตัวผู้ที่ออกมาอย่างสูงตอนนี้ก็ประมาณ1000บาทแต่ถ้าได้ลูกวัวตัวเมียเป็นครึ่งเนื้อครึ่งนมพี่ก็ยังสามารถรีดนมได้เหมือนวัวนมทุกอย่างชาร์โรเล่ส์เป็นวัวเนื้อยุโรปที่มีสีทองออกมาจะเป็นตัวผู้หรือเมียแทบไม่มีลายวัวนมให้เห็นเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งตลาดบนและตลาดล่างผมไม่ได้มีความรู้มากมายนะครับแค่อยากเสนอหลายๆด้านเพื่อปากท้องและความอยู่รอดครับ ;D ;D
ขอบคุณมากครับคุณ NKC ที่แนะนำ และให้ข้อคิดที่ดีมากครับ และก็สนใจเรื่องผสมวัวเนื้อด้วย เป็นอะไรที่ผมเพิ่งได้รู้จริง ๆ ช่วยบอก"ตลาดบนตลาดล่าง"คืออะไร และถ้าผมจะเอาลูกวัวที่ผสมพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ผมจะไปขายที่ไหนได้ครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kan2030 ที่ มีนาคม 26, 2013, 04:22:13 PM
สวัสดีชาวโคนมทุกท่านครับ ผมอีกหนึ่งที่เปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงโคนม ลาออกจากทหาร  ก่อนจะเลี้ยงก็ได้ไปอบรมที่ อสค. เพื่อที่จะได้รู้ว่าตัวเราจะสามารถทำได้หรือเปล่า เพราะหักมุมชีวิตแบบสุดสุด ด้วยอายุเลขสี่นำหน้าเกือบจะเป็นเลขห้าอยู่แล้ว เมื่อได้อบรมก็มีความคิดว่าไม่ยาก เราทำได้แน่ เกิดความฮึกเหิม ลงมือสร้างโรงรีด คอกพัก หาซื้อวัวท้องสาว มันเป็นอะไรที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด และเป็นจังหวะที่ราคาวัวขึ้นแบบสุด ๆ 45,000 - 50,000 บาท ผมก็สู้ตั้งใจจะหาวัวเข้าฟาร์มครั้งแรกให้ได้สักสิบตัว แต่ด้วยราคาวัวที่สูง จำนวนวัวเลยลดลงเพราะทุนหมด ตอนนี้ผมมีเลี้ยงอยู่ 6 ตัว ได้รีดแล้วสองตัวเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมานี่เอง ปัญหาเกิดเยอะมาก จากที่อบรมมาจะไปมีปัญหาให้เราแก้ แต่(การเลี้ยง)ชีวิตจริง มี ท้อเลยครับ อีกอย่างผมทำคนเดียวไม่มีใครช่วย ทุกอย่างทำเองหมด ตื่นนอนตีห้าเตรียมอุปกรณ์รีด แค่เอาสายลมสายนมใส่ที่ตัวหัวใจก็เล่นซะเจ็บมือ เพราะของใหม่มันเข้ายากมาก อิอิ จากนั้นก็เตรียมถังใส่น้ำยาคลอรีนสำหรับเช็ดเต้านม ยาจุ่มนม ถังใส่นม ถ้วยตรวจนม จากนั้นก็ไปเตรียมอาหารข้น นำมาใส่รางให้อาหาร เสร็จเรียบร้อยก็เชิญสาวสาวที่ไม่สด เข้าประจำที่ ด้วยวัวก็ใหม่ ผมก็ใหม่ ถึงวันนี้บางตัวยังจำช่องของตัวเองไม่ได้เลย กว่าจะเข้าเรียบร้อยเล่นซะเหนื่อยครับ วันไหนเข้าถูกจะรู้สึก Yes ตอนที่รีดครั้งแรกมันช่างต่างกับที่ไปอบรม เพราะคุณเธอไม่ได้อยู่นิ่งเหมือนที่ อสค.ขนาดผูกขาทั้งสองข้าง ยังโดนฤทธิ์เธอเตะมือชาเลย ตอนแรกนึกว่าหักซะแล้ว..รีดเสร็จก็ปล่อยเธอหล่อนทั้งหลายไปเดินอาบแดดเล็มหญ้าที่มีพื้นที่อยู่น้อยนิด เอาฟางไปให้เธนอที่คอกพัก กลับหลังหันมาล้างถังรีด อุปกรณ์ทุกอย่าง ทำตามที่อบรมเป๊ะ ล้างเสร็จก็หันมาล้างคอกรีดที่มีทั้งฉี่และอื จากนั้นก็เข็นถังใส่นม ไปไว้ตรงจุดที่รถมารับ กลับมาต้องไปป้อนนมให้ลูกวัวที่เกิดใหม่..นี่แหละครับ สามเดือนที่ผ่านมา เจอทั้งวัวป่วย เล่นซะโรครุนแรงเลย(หมอบอก)ไข้เห็บ ตามมาด้วย เต้านมอักเสบ นี่ขนาดระมัดระวังอย่างดี ทำตามขั้นตอนทุกอย่างที่ไปอบรม ล้างเสร็จจุ่มด้วยน้ำยาคลอรีน ก่อนรีดก็จุ่มน้ำยาคลอรีน ยังเป็นเต้านมอักเสบได้..ยังเจออีกหลายอย่างครับบนหนทางการเลี้ยงโคนมข้างหน้า ท้อครับอย่างที่บอก เพราะไม่เคยคิดถึงปัญหาและไปอบรม ก็ไม่ได้สอนเรื่องการเจอปัญหา ไม่ได้โทษทางสถานที่อบรมนะครับ ของแบบนี้ต้องมาเจอด้วยตัวเองถูกแล้ว ยังไม่รวมถึงการหาซื้อวัวที่โดนพ่อค้าหลอก ผมก็โดนมาแล้ว ที่สาธยายมานี่ก็เพื่อจะเตือนผู้จะกระโดดลงมาทำอาชีพนี้ครับ ว่าไม่สวยหรูอย่างที่ผู้รู้ได้กระทู้บอกไว้หลายๆท่าน ท้อครับแต่...ไม่ถอย เมื่อเข้าที่เข้าทางผมมองเองว่าดีกว่าอาชีพอื่นๆ หลายขุม แถมมีเวลาเหลือให้เราได้ทำอะไรอีกตั้งเยอะ เพียงแต่ไปไหนต้องสามารถกลับมาให้ทันรีดนมให้ได้ ถึงตอนนี้ผมก็ยังต้องการคำแนะนำจากเพื่อนชาวโคนมทั้งหลายอยู่ อยากรู้ว่าเพื่อน ๆ เลี้ยงด้วยอาหารอะไรกัน ผมอยากได้ความรู้ตรงนี้มาก ช่วยชี้แนะด้วย อย่างน้อยถ้าผมบริหารเรื่องอาหารได้ก็จะประหยัดเรื่องราคาอาหารที่แพงมาก
ฟาร์มอยู่ที่ไหนครับ
คุณ avc 4000 ผมเลี้ยงอยู่ ปากช่องครับ บ้านหนองตอ จันทึก


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มีนาคม 27, 2013, 11:16:28 AM
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำเผื่อเป็นทางเลือกครับพี่kan2030 :)เห็นพี่ว่าตอนนี้มีวัวรีดอยู่6ตัวบางทีเรื่องปากท้องสำคัญวัวขนาด6แม่รีดผมว่าไม่พอเลี้ยงตัวและครอบครัวได้ถ้าได้ก็ลำบากมากผมอยากจะแนะนำพี่ให้ผสมวัวเนื้อชาร์โรเล่ส์กับวัวนมทุกตัวที่พี่มีฟังดูมันอาจจะบ้าบอสักหน่อยแต่อย่างที่ทราบการเป็นเกษตรกรเราต้องปรับตัวให้อยู่ได้ไม่งั้นแย่แน่ๆไม่มีใครช่วยเราได้สภาวะทุกวันนี้วัวเนื้อขาดตลาดราคาดีมากถ้าเราผสมชาร์โรเล่ส์เข้าไปแล้วลูกออกมาเป็นตัวผู้เราเลี้ยงไว้ซักหย่านมราคาก็ประมาณ20000-25000บาทหรือไม่พี่ก็เลี้ยงไปสัก1ปีราคาก็จะถีบขึ้นไปอีกการตัดสินใจขายแล้วแต่จังหวะถ้าได้ราคาดีช่วงไหนก็ขายช่วงนั้นขายไปแล้วพี่ก็เพิ่มเงินอีกสักหน่อยใจเย็นๆพี่ก็ไปซื้อวัวนมสาวท้องแรกเข้ามาเลี้ยงราคาผมว่าน่าจะประมาณ30000-35000บาทพี่ไม่ต้องมาเลี้ยงลูกวัวนมตัวเมียให้งบมันบานปลายกว่าจะโตกว่าจะผสมได้ร่วม2ปีผิดกับลูกวัวนมตัวผู้ที่ออกมาอย่างสูงตอนนี้ก็ประมาณ1000บาทแต่ถ้าได้ลูกวัวตัวเมียเป็นครึ่งเนื้อครึ่งนมพี่ก็ยังสามารถรีดนมได้เหมือนวัวนมทุกอย่างชาร์โรเล่ส์เป็นวัวเนื้อยุโรปที่มีสีทองออกมาจะเป็นตัวผู้หรือเมียแทบไม่มีลายวัวนมให้เห็นเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งตลาดบนและตลาดล่างผมไม่ได้มีความรู้มากมายนะครับแค่อยากเสนอหลายๆด้านเพื่อปากท้องและความอยู่รอดครับ ;D ;D
ขอบคุณมากครับคุณ NKC ที่แนะนำ และให้ข้อคิดที่ดีมากครับ และก็สนใจเรื่องผสมวัวเนื้อด้วย เป็นอะไรที่ผมเพิ่งได้รู้จริง ๆ ช่วยบอก"ตลาดบนตลาดล่าง"คืออะไร และถ้าผมจะเอาลูกวัวที่ผสมพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ผมจะไปขายที่ไหนได้ครับ
ตลาดบนก็คือเนื้อคุณภาพสูงที่มีไขมันแทรกอยู่5ระดับถ้าระดับสูงราคาต่อกิโลก็จะสูงตามตลาดที่ทำก็จะเป็นสหกรณ์โคขุนต่างๆเช่นสหกรณ์กำแพงแสน สหกรณ์โคขุนโพนยางคำเป็นต้นสหกรณ์เหล่านี้เราต้องสมัครเป็นสมาชิกทุกๆสหกรณ์มีกฏระเบียบอยู่ข้อหนึ่งที่เหมือนกันคือวัวที่นำเข้าขุนต้องมีเลือดผสมเมืองหนาวอยู่ไม่ต่ำกว่า50%วัวนมก็เป็นวัวเมืองหนาวแต่โตช้ากว่าวัวเนื้อแต่ตูดลีบแต่ถ้าเราผสมวัวเนื้ออย่างพวกชาร์โรเล่ส์หรืออื่นๆที่เป็นเมืองหนาวท้ายก็จะใหญ่ขึ้นการเจริญเติบโตก็ดีขึ้นสำหรับมือใหม่อย่างเราๆผมแนะนำให้เลี้ยงวัวแบบต้นน้ำขายลูกวัวตัวผู้ตอนอายุประมาณ1ปี :)ส่วนตลาดล่างก็คือเนื้อตามตลาดสดเทศบาลและตลาดสดทั่วไปจะไม่เน้นไขมันแทรกวัวอ้วนก็ใช้ได้เลยขุนประมาณ3-4เดือนก็ใช้ได้วัวตลาดล่างจะไม่สนว่าเป็นวัวพันธุ์อะไรขอให้อ้วนเป็นใช้ได้ :)ถ้าพี่เลี้ยงวัวอยู่ปากช่องผมมีพี่ที่เลี้ยงวัวเนื้ออยู่ขนงพระถ้าพี่สนใจผมพอจะแนะนำให้พี่รู้จักเพราะพี่เค้าทำมานานมีตลาดอยู่พอสมควรครับ ;)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mazzamtoy ที่ เมษายน 08, 2013, 03:52:24 PM
ขอบคุณสำหรับความรู้ทุกอย่าง
ปัจจุบันผมเป็นพนักงานบริษัทและคิดอยากจะกลับบ้านเกิด เลยมองหาหลายๆอาชีพและเวลาได้กลับบ้านปีใหม่หรือสงกรานต์ได้ไปทำสวนและมีความสุขมาก เมื่อ 1 ปีก่อนได้ทดลองให้ญาติเลี้ยงโคขุนแต่ปัจจุบันราคาวัวหนุ่มแพงมาก เลยค้นหาข้อมูลทาง Internet ซึ่งพบว่ากรเลี้ยงโคนมนี้ตอบโจยท์ตัวผมได้ และได้ศึกษาอ่านหนังสือและข้อความกระทู้ต่างๆทาง Internet และดูฟาร์มมาแล้ว 2 ที่แต่ยังต้องการข้อมูลการเลี้ยงโคนม เช่น โรงเรือน อาหาร เงินลงทุน สถานที่จำหน่ายโค เครื่องรีดนม แผนผังของฟาร์มมีอะไรบ้าง และอื่นๆเพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนสามารถที่จะให้ผมเข้าไปดูฟาร์มหรือแนะนำสถานที่ดูฟาร์มจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ จากมือใหม่หัวใจเกษตกร


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ เมษายน 08, 2013, 06:10:31 PM
 คุณ mazzamtoy อยู่ไกล้แหล่งเลี้ยงโคนมรึป่าวครับ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mazzamtoy ที่ เมษายน 09, 2013, 04:25:03 PM
มีที่ไกลประมาณ 35 km แต่กำลังคำนวณค่าใช้จ่ายระหว่างไกล 35 km กับไปซื้อที่บริเวณไกลแหล่งรับซื้อนม
เพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนมีคำแนะนำบ้างครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ เมษายน 10, 2013, 09:35:55 AM
มีที่ไกลประมาณ 35 km แต่กำลังคำนวณค่าใช้จ่ายระหว่างไกล 35 km กับไปซื้อที่บริเวณไกลแหล่งรับซื้อนม
เพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนมีคำแนะนำบ้างครับ
ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนครับ :)มีเพื่อนรุ่นน้องอยู่คนนึงเลี้ยงอยู่อ.ดอกคำใต้จ.พะเยาแต่ต้องไปส่งนมที่ศูนย์อ.พานจ.เชียงรายไป-กลับ100กว่ากิโลเลยคุยกับศูนย์นมทางศูนย์นมอนุญาตให้ส่งครั้งเดียวตอนเย็นได้แต่นมที่รีดตอนเช้าต้องแช่ทั้งถังไว้ในน้ำแข็งตลอดเวลาครับ :) :)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mazzamtoy ที่ เมษายน 10, 2013, 12:41:21 PM
อยู่สกลนครครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ เมษายน 10, 2013, 04:43:46 PM
ผมคิดว่าควรตั้งฟาร์มให้ใกล้ศูนย์นะครับ เพราะนอกจากจะลดค่าขนส่งแล้ว ระยะเวลาในการส่งน้ำนมยังมีผลต่อปริมาณแบคทีเรียในน้ำนมด้วยนะครับโดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นไปทุกวันเช่นนี้ แต่ถ้าถนนดีมีทางลาดยางก็ไม่มีปัญหาครับ หากมีเพื่อนเลี้ยงหลายๆฟาร์มก็เเชร์ค่าขนส่งกันก็ดีครับ

อีกอย่างเรื่องการให้บริการของสัตวแพทย์ ผสมเทียม หรืออื่นๆ (ฟาร์มผมบ่อยมากครับ ) โดยเฉพาะหน้าฝน   ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mazzamtoy ที่ เมษายน 10, 2013, 08:20:29 PM
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำดีๆ มีเพื่อนๆคนไหนอยู่สกลนครบ้างครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mazzamtoy ที่ เมษายน 16, 2013, 08:11:44 PM
มีที่ไกลประมาณ 35 km แต่กำลังคำนวณค่าใช้จ่ายระหว่างไกล 35 km กับไปซื้อที่บริเวณไกลแหล่งรับซื้อนม
เพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนมีคำแนะนำบ้างครับ
ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนครับ :)มีเพื่อนรุ่นน้องอยู่คนนึงเลี้ยงอยู่อ.ดอกคำใต้จ.พะเยาแต่ต้องไปส่งนมที่ศูนย์อ.พานจ.เชียงรายไป-กลับ100กว่ากิโลเลยคุยกับศูนย์นมทางศูนย์นมอนุญาตให้ส่งครั้งเดียวตอนเย็นได้แต่นมที่รีดตอนเช้าต้องแช่ทั้งถังไว้ในน้ำแข็งตลอดเวลาครับ :) :)
ต้องทำอย่างไรบ้างในกรณีที่ต้องการส่งนมวันละครั้งครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ เมษายน 17, 2013, 08:41:13 AM
มีที่ไกลประมาณ 35 km แต่กำลังคำนวณค่าใช้จ่ายระหว่างไกล 35 km กับไปซื้อที่บริเวณไกลแหล่งรับซื้อนม
เพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนมีคำแนะนำบ้างครับ
ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนครับ :)มีเพื่อนรุ่นน้องอยู่คนนึงเลี้ยงอยู่อ.ดอกคำใต้จ.พะเยาแต่ต้องไปส่งนมที่ศูนย์อ.พานจ.เชียงรายไป-กลับ100กว่ากิโลเลยคุยกับศูนย์นมทางศูนย์นมอนุญาตให้ส่งครั้งเดียวตอนเย็นได้แต่นมที่รีดตอนเช้าต้องแช่ทั้งถังไว้ในน้ำแข็งตลอดเวลาครับ :) :)
ต้องทำอย่างไรบ้างในกรณีที่ต้องการส่งนมวันละครั้งครับ
ต้องเข้าไปเจรจาเงื่อนไขกับศูนย์นมที่เราจะส่งว่าเค้าจะยอมหรือไม่ครับ :) :) :)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Plumeria ที่ เมษายน 27, 2013, 02:32:49 AM
ขอบคุณทุกๆความรู้ครับ ตั้งแต่จบ ปวส.ผมก็ทำงานโรงงานได้3 ปีกว่าๆ พร้อมกับพ่อแม่กู้หนี้ยืมสินขายวัวเนื้อขายทรัพย์สิน มาประกอบอาชีพเกษตรกรโคนมเต็มตัว ก็ได้3 ปีกว่าๆเช่นกัน เริ่มจาก0 จนทุกวันนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมครับ แต่ก็ไม่ทิ้ง การทำนา บางทีก็ปลูกมันสลสำปะหลังสลับกับแปลงหญ้าที่ปลูกให้วัว (อยากบอกว่ามันสำปะหลังงามมากๆเลยครับ)สงสัยได้อานิสงจากขี้วัว ที่ฟร์ามเรามี 7 ไร่ครับ...ทั้งไร่มีแค่ต้นมะม่วงต้นเดี่ยวที่เป็นร่มเงา ต้อนเลี้ยงแรกๆต้องบอกว่าสงสารวัวมันมากครับร้อนก็ร้อนๆยิ่งเวลาวัวมันคลอดลูกยิ่งน่ากลัว... ผมเคยเลี้ยงวัวเนื้อเคยทำคลอดวัวเนื้อแต่ไม่ยักรู้ว่าวัวนมมันคลอดลูกน่ากลัวและยากมาก...
...เริ่มเลี้ยงจาก 6 ตัว ซื้อเข้ามาบ้างออกลูกเองบ้าง ทุกวันนี้ก็มีประมาณ 27 ตัวครับ ผมไม่รู้ว่าตัวรีดมีกี่ตัวแต่กลับบ้านมาเมื่อต้นเดือน ได้นมวันละ 2ถัง รายได้หักค่าอาหาร ค่าหนี้ อสค. ก็เหลือใช้ 15,000 บาท ต่อweek แต่พ่อกลับแม่ใช้เรียบครับไม่เหลือเก็บเลย...เอามาบำรุ่งฟร์ามบ้าง ทำโน้นทำนี้ ซื้อนั้นซื้อนี้ หมดครับ ...บางที่ผมก็ งอลแก ว่าไม่รู้จักเก็บ ได้เยอะกว่าเงินเดือนผมอีก แต่แก่ก็บอกว่าไม่รู้มันไปไหนผมเลยงง(แกบอกว่ามันเป็นช่วงตั้งหลัก ช่วงโคกินเรา ดีแล้วที่ไม่ติดลบ ฟร์ามอื่นเค้าติดลบก็มี)  บอกให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายแกทำแบบเดียวก็เลิก ...แต่กลับบ้านเห็นแก่มีความสุขดีก็ปลื้มใจครับ ถึงจะไม่มีเก็บเยอะก็ช่างเหอะ อยู่อย่า่งพอเพียง มีกินมีเก็บไปตามประสา
...ส่วนตัวผมเป็นคนชอบปลูกต้นไม้และเลี้ยงสัตว์ครับ คือกลับบ้านแต่ละครั้งซื้อปลูกหมดหลายพันครับ คือสงสารวัวครับอยากให้มีร่ม...แต่ติดปัญหาคือ ไม่มีใครรดน้ำให้ กลับมาบ้านอีกทีต้นไม้รอดแค่ 10% เอง บางที่ก็เข้าไปเล่นกะวัวนมในรั่วไฟฟ้า เกลือบตายเพราะโดนวัวขวิดครับ ปกติผมเลี้ยงวัวเนื้อผมขึ้นหกกบสูงขี้หลังมันได้เลยนะครับ
และอีกไม่เกิน 2-3 ปีคงต้องกลับไปบ้านเกิด ไปทำอาชีพที่ตนเองรัก เลยมีคำปรึกษาเล็กๆน้อยๆครับ
1. หญ้าที่เราปลูกเราตัดตากแห้งแล้วอัดก้อนได้ไหมครับ(ที่บ้านผมเค้าฮิตทำฟร์ามกันเยอะเลย นึกว่าจะเป็นหมู่บ้านวัวนมซะแล้ว เรื่องตุลเสบียงเลยสำคัญมาก)
2. จากที่พ่อแม่ผมทำฟร์ามกันมา 3ปี จำนวนน้ำนม จำนวนวัว  อยู่ในเรท ที่OK ไหมครับ
3. พี่ๆพอจะมี File Excel ที่ใช้คำนวน บัญชีฟร์ามไหมครับ เช่น สูตรที่ออกมาให้เรารู้เลยว่าเราขายดุลตรงไหน กราฟที่แสดงผลผลิตแต่ละไตรมาตร  (เอามาเป็นแนวทางครับ จะได้ประยุกต์กับประสบการณ์ในโรงงานด้วย)
4.ต้นไม้ที่ควรปลูกไม่ควรปลูกในฟร์ามโคนมมีไหมครับ? (คือผมชอบปลูกไปทั่ว...เผื่อบางพันธุ์มันอาจจะไม่ดีต่อโค)
5.เรื่องแมลงวันครับ เยอะมากๆพอจะมีวิที่กำจัดแบบถาวรไหมครับ? 
ขอบคุณครับเดี๋ยวมันจะเยอะเกินไป...555


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ เมษายน 27, 2013, 02:42:34 PM
ยินดีด้วยครับที่ผลประกอบการเป็นบวก  ;D ;D ช่วงแรกเริ่มฟาร์มผมก็เป็นคนเลี้ยงวัวครับ ลุ่มๆดอนๆเกือบปีที่ 5 ถึงวัวมาเลี้ยงคนได้

ฟาร์มผมพ่อก็ยังเป็นคนจัดการอยู่เหมือนกันครับ เคยเข้าไปช่วยอยู่พักนึงแต่ไม่ไหวครับเรามันไฟแรงเกินไปอยากปรับโน่นปรุงนี่แต่งบมีน้อยก็เลยต้องถอยออกมา อย่างมากก้ทำได้แค่ปลูกต้นไม้รอบๆ ฟาร์ม และปล่อยให้ท่านจัดการกันไปก่อนครับ ต้องเก็บตังอีกสักพักแล้วกลับไปใหม่  ;D ;D

ผมก็ชอบปลูกต้นไม้เหมือนกันครับ ปลูกไปเรื่อยรอดบ้างลาบ้างแต่ก็ยังมีบางส่วนได้ชิมผลบ้างแล้วครับ  ;D

ขอออกความคิดเห็นนะคับ
   1. หญ้าที่ปลูกผมจะเลือกเนเปียร์ปากช่อง เพราะให้ผลผลิตเยอะดีครับ เลือกการกักตุนโดยการหมัก แต่ทุกวันนี้ที่ฟาร์มผมยังคงใช้ฟางเป็นอาหารหยาบซึ่งผมไม่ชอบเลยครับ เพราะทุกวันนี้กว่าจะเป็นฟางก้อนมาถึงเราไม่รู้ว่าผ่านยาฆ่าแมลงมากี่ครั้ง สงสารวัวครับ

   2. พยายามให้มีวัวรีดเกินครึ่งของฝูงขึ้นไปเป็นดีครับ

   3. ผมไม่ได้ใช้เลยครับ เคยเรียน excel 2003 ก็ถือว่าทำบัญชีได้ดีสำหรับผมแล้วครับ ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าเขาพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว >:(

   4. ผมเลือกต้นจามจุรีครับร่มดี และฝักวัวกินได้ด้วย ไม่ปลูกไม้ที่มีผลใหญ่ๆ วัวอาจกินแล้วติดคอหรือไม่ย่อยครับ

   5. แมลงวัน เคยโรยปูนขาวที่ฟาร์มช่วงหน้าฝนแต่แมลงวันก็ยังอยู่ แต่ตามหลัก ปูนขาว+กำมะถัน+น้ำ เป็นยาฆ่าแมลง แต่ไม่กล้าใช้ครับ กลัวผลกระทบกะวัว

ยังไงลองฟังจากเพื่อนท่านอื่นๆดูครับ ;D

แถวนั้นตอนนี้ราคาวัวรีดนมเป็นยังไงครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Plumeria ที่ เมษายน 27, 2013, 11:02:40 PM
ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะครับ...
...แถวบ้านผมวัวสาวผสมติด หรือ วัวพร้อมรีด ประมาณ 4-5 หมื่นครับ แพงมากๆเลยครับ  แต่ถ้าเป็นวัวสาวเพิ่งหัดเข้าซองยังผสมไม่ติดราคาก็พอประมาณครับ 2-3 หมื่นนิดๆ ครับ เเละแถวบ้านผมไม่ค่อยมีใครอยากขายซะด้วย
เรื่องหญ้าเมื่อเช้าเพิ่งโทรไปบอกให้แม่ปลูกหญ้าเนเปียไว้เยอะๆ แต่แก่บอกว่าปลูกเยอะวัวจะกินไม่ทันและที่ฟร์ามผมยังไม่มีเครื่องสับเลย ตอนเลี้ยงแรกผมกับแม่ต้องเอา มีดอีโต้สับๆพวกอ้อย ข้าวโพดให้กิน (เหนื่อยมากๆเลยครับเข้าใจถึงความลำบากเลยแหระ555ที่แกไม่อยากปลูกมากๆ) คงเป็นเพราะสาเหตุนี้
ผมขอสอบถามเรื่องหญ้าหมักหน่อยนะครับ มันเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการกักตุลอาหารเลยไหมครับ ดีกว่าฟางไหม? ผมก็เพิ่งเคยได้ยินเพิ่งเข้าไปข้นใน Google มาแบบไม่ระเอียด  รู้สึกว่าจะมีสองแบบ
1. หมักในบ่หมัก (ไซโล)
2. หมักในถุงพลาสติก
ที่ฟร์ามคุณ ONE วัน หมักแบบไหนครับ เห็นว่ามันจะมีสาร "เชื้อจุลินทรีย์บางชนิด เช่น บัคเตรีในกลุ่มแล็กโตบะซิลัส บัคเตรีกลุ่มนี้จะย่อยแป้งในต้น ใบหรือเมล็ดพืชและเปลี่ยนให้เป็นกรด  เรียกว่า  กรดแล็กติก" สารพวกนี้เราไม่ได้เติมมันเกิดของมันเอง ผมเข้าใจถูกใช่ไหมครับ.... แล้วถ้าเราอีโต้สับเอาเองและทำในถุงหมักจะได้ไหม สับเป็นท่อนยาวได้ไหม?


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ เมษายน 28, 2013, 04:25:47 AM
ใช่ครับ กลุ่มแบคทีเรียแลคติก ที่สามารถเจริญได้ในสภาพไร้อากาศ เราไม่จำเป็นต้องเติมเข้าไปเพียงแต่เติมสิ่งที่มันต้องการคือพลังงาน หญ้าที่มีพลังงานต่ำจะมีการเติมกากน้ำตาล แต่สำหรับเนเปียซึ่งมีพลังงานค่อนข้างสูงอยู่แล้วหมักได้เลยครับ หัวใจหลักคือให้อากาศเหลือน้อยที่สุดเพื่อให้การหมักได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งจะสำพันธ์กับขนาดชิ้นของหญ้าหมักยิ่งชิ้นเล็กก็ยิ่งอัดได้แน่นและลดช่องอากาศได้ดีกว่า  ;D

ผมเคยหมักข้าวโพดในถุงพลาสติกก็หมักได้ค่อนข้างสมบูรณ์ครับ ปัญหาอยู่ที่ หนูกัดถุง แมวไล่จับหนูเล็บเกาะถุงรั่ว มดเจาะถุงรั่ว  >:( >:(  ก็ทำให้หย้าเราเสียหายได้ครับ หากต้องใช้ถุงหมักคงต้องป้องกันปัญหาเหล่านี้ให้ได้ครับ  ;D

อีกวิธีคือทำทำหลุมหมัก โดยสร้างบ่อหมัก 2 บ่อเพื่อสลับกันหมักและเปิดใช้  ;D
และอีกวิธีหมักโดยกองหญ้าเป็นแบบหลังเต่าแล้วรถเหยีบอัดให้แน่น พลาสติกคลุม และยางรถยนต์ทับ  ;D

แนะนำว่าการที่จะได้ผลผลิตหญ้าตรงตามอายุที่เหมาะสมเเละผลผลิตสูงสุดต้องตัดพร้อมกันทั้งแปลงครับ  ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Plumeria ที่ เมษายน 28, 2013, 05:06:23 AM
ขอบคุณครับ...
เรื่องบ่อหมักเราเอาอิฐบล็อกก่อเป็นอ่างใช่ไหมครับ...ควรสร้างบ่หมักในร่ม หรือกลางแจ้งครับ  หมักแล้วเก็บไว้ได้นานแค่ไหนครับ
แล้วเรื่องกลิ่น ฉุนไหมครับถึงขั้นรบกวนจมูกเราไหม


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ เมษายน 28, 2013, 06:16:07 AM
บ่อหมักที่ผมเคยสัมผัสมามี 2 แบบครับ

แบบแรกที่เดนมาร์กใช้จะมีขอบบ่อสองด้านให้รถขนหญ้าวิ่งผ่านได้ บ่อไม่ได้หมายความว่าต้องลึกลงไปนะครับ เอาระดับพื้นดินที่เราเดินนี่ล่ะครับแต่พื้นบ่อให้ทำเอียงไว้นิดหน่อยเพื่อให้น้ำจากหญ้าไหลระบายออกมาได้ครับ ;D

แบบที่สองส่วนมากที่นอร์เวย์บ่อมีกำแพงสามด้าน ติดภาพไว้ก่อนครับวันอังคารผมทำงานแล้วจะเก็บมาฝาก

ที่ผมเคยทำมีทั้งแบบในร่มและกางแจ้งครับผมคิดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อคุณภาพหญ้าหมักเพราะกว่าจะกินหมดก็ทยอยเปิดไปเรื่อยๆ ใช้เวลาเกือบสี่เดือนจึงหมดบ่อครับ จะมีเสียบ้างเล็กน้อยบริเวณรอยต่อพลาสติกคลุมน่ะครับ

หญ้าหมักที่สมบูรณ์จะมีกลิ่นหอมครับเหมือนกลิ่นมะขามดองและสีน้ำตาลครับ  ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ เมษายน 28, 2013, 06:25:09 AM
(http://img571.imageshack.us/img571/7779/p0602120910.jpg)

(http://img51.imageshack.us/img51/4103/p0602120912.jpg)

จากภาพเป็นหญ้าหมักถุง จะใช้เครื่องอัดเป็นก้อนกลม(อัดเหมือนพันยาสูบน่ะครับ  ;D)แล้วห่อด้วยพลาสติก วิธีนี้จะสะดวกเวลาใช้ครับแต่ก้ต้องการเครื่องทุ่นแรงอยู่ดีเพราะแต่ละก้อนหนัก 400-500 กก.ครับ  ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: j-family ที่ เมษายน 28, 2013, 08:52:57 PM
ม้วนโต ๆ ก้อนใหญ่ ๆ แบบนี้ที่ฟาร์มโชคชัยปากช่องเห็นมีขายอยู่ค่ะ น่าจะ ก้อนละ 800-850 บาท ไม่รู้ขึ้นรึยัง


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ เมษายน 29, 2013, 04:46:44 PM
ม้วนโต ๆ ก้อนใหญ่ ๆ แบบนี้ที่ฟาร์มโชคชัยปากช่องเห็นมีขายอยู่ค่ะ น่าจะ ก้อนละ 800-850 บาท ไม่รู้ขึ้นรึยัง
เคยซื้อไปให้วัวที่ฟาร์มมันไม่กินครับผมว่ามันเคยกินแต่ฟางนุ่มๆหญ้านี่แข็งย่ำทิ้งซะมากกว่าครับ ;) ;)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ เมษายน 29, 2013, 05:18:15 PM
ขอบคุณทุกๆความรู้ครับ ตั้งแต่จบ ปวส.ผมก็ทำงานโรงงานได้3 ปีกว่าๆ พร้อมกับพ่อแม่กู้หนี้ยืมสินขายวัวเนื้อขายทรัพย์สิน มาประกอบอาชีพเกษตรกรโคนมเต็มตัว ก็ได้3 ปีกว่าๆเช่นกัน เริ่มจาก0 จนทุกวันนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมครับ แต่ก็ไม่ทิ้ง การทำนา บางทีก็ปลูกมันสลสำปะหลังสลับกับแปลงหญ้าที่ปลูกให้วัว (อยากบอกว่ามันสำปะหลังงามมากๆเลยครับ)สงสัยได้อานิสงจากขี้วัว ที่ฟร์ามเรามี 7 ไร่ครับ...ทั้งไร่มีแค่ต้นมะม่วงต้นเดี่ยวที่เป็นร่มเงา ต้อนเลี้ยงแรกๆต้องบอกว่าสงสารวัวมันมากครับร้อนก็ร้อนๆยิ่งเวลาวัวมันคลอดลูกยิ่งน่ากลัว... ผมเคยเลี้ยงวัวเนื้อเคยทำคลอดวัวเนื้อแต่ไม่ยักรู้ว่าวัวนมมันคลอดลูกน่ากลัวและยากมาก...
...เริ่มเลี้ยงจาก 6 ตัว ซื้อเข้ามาบ้างออกลูกเองบ้าง ทุกวันนี้ก็มีประมาณ 27 ตัวครับ ผมไม่รู้ว่าตัวรีดมีกี่ตัวแต่กลับบ้านมาเมื่อต้นเดือน ได้นมวันละ 2ถัง รายได้หักค่าอาหาร ค่าหนี้ อสค. ก็เหลือใช้ 15,000 บาท ต่อweek แต่พ่อกลับแม่ใช้เรียบครับไม่เหลือเก็บเลย...เอามาบำรุ่งฟร์ามบ้าง ทำโน้นทำนี้ ซื้อนั้นซื้อนี้ หมดครับ ...บางที่ผมก็ งอลแก ว่าไม่รู้จักเก็บ ได้เยอะกว่าเงินเดือนผมอีก แต่แก่ก็บอกว่าไม่รู้มันไปไหนผมเลยงง(แกบอกว่ามันเป็นช่วงตั้งหลัก ช่วงโคกินเรา ดีแล้วที่ไม่ติดลบ ฟร์ามอื่นเค้าติดลบก็มี)  บอกให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายแกทำแบบเดียวก็เลิก ...แต่กลับบ้านเห็นแก่มีความสุขดีก็ปลื้มใจครับ ถึงจะไม่มีเก็บเยอะก็ช่างเหอะ อยู่อย่า่งพอเพียง มีกินมีเก็บไปตามประสา
...ส่วนตัวผมเป็นคนชอบปลูกต้นไม้และเลี้ยงสัตว์ครับ คือกลับบ้านแต่ละครั้งซื้อปลูกหมดหลายพันครับ คือสงสารวัวครับอยากให้มีร่ม...แต่ติดปัญหาคือ ไม่มีใครรดน้ำให้ กลับมาบ้านอีกทีต้นไม้รอดแค่ 10% เอง บางที่ก็เข้าไปเล่นกะวัวนมในรั่วไฟฟ้า เกลือบตายเพราะโดนวัวขวิดครับ ปกติผมเลี้ยงวัวเนื้อผมขึ้นหกกบสูงขี้หลังมันได้เลยนะครับ
และอีกไม่เกิน 2-3 ปีคงต้องกลับไปบ้านเกิด ไปทำอาชีพที่ตนเองรัก เลยมีคำปรึกษาเล็กๆน้อยๆครับ
1. หญ้าที่เราปลูกเราตัดตากแห้งแล้วอัดก้อนได้ไหมครับ(ที่บ้านผมเค้าฮิตทำฟร์ามกันเยอะเลย นึกว่าจะเป็นหมู่บ้านวัวนมซะแล้ว เรื่องตุลเสบียงเลยสำคัญมาก)
2. จากที่พ่อแม่ผมทำฟร์ามกันมา 3ปี จำนวนน้ำนม จำนวนวัว  อยู่ในเรท ที่OK ไหมครับ
3. พี่ๆพอจะมี File Excel ที่ใช้คำนวน บัญชีฟร์ามไหมครับ เช่น สูตรที่ออกมาให้เรารู้เลยว่าเราขายดุลตรงไหน กราฟที่แสดงผลผลิตแต่ละไตรมาตร  (เอามาเป็นแนวทางครับ จะได้ประยุกต์กับประสบการณ์ในโรงงานด้วย)
4.ต้นไม้ที่ควรปลูกไม่ควรปลูกในฟร์ามโคนมมีไหมครับ? (คือผมชอบปลูกไปทั่ว...เผื่อบางพันธุ์มันอาจจะไม่ดีต่อโค)
5.เรื่องแมลงวันครับ เยอะมากๆพอจะมีวิที่กำจัดแบบถาวรไหมครับ? 
ขอบคุณครับเดี๋ยวมันจะเยอะเกินไป...555

อยู่แถวไหนครับมวกเหล็กหรือเปล่า :) :)ไม่ได้เข้ามาแจมหลายวันติดภาระกิจกลุ่มนำวัวบราห์มันไปประกวดที่พัทยามาได้รางวัลชนะเลิศลูกวัวเพศผู้มาครับ ;) ;) ;)
ขอออกความเห็นเป็นข้อๆไปนะครับไม่รู้ว่าจะพอมีประโยชน์หรือเปล่า
1.หญ้าที่อัดก้อนแนะนำเป็นหญ้าแพงโกล่าจะดีที่สุดปลูกหนเดียวอยู่ได้ทั้งชาติแต่ถ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำจะอัดเก็บไว้ได้ประมาณปีละ2ครั้งคือก่อนหน้าฝนและช่วงหน้าหนาว1ไร่จะได้ประมาณ50ก้อน
2.ผมว่าก็ใช้ได้แต่เจ้าของฟาร์มจะทราบดีที่สุดว่าวัวตัวไหนให้นมดีหรือไม่ดีถ้าวัวมากก็คัดพวกแม่นมน้อยหรือขี้โรคออกไปก่อนเก็บตัวดีๆไว้
3.ไม่เคยทำเป็นหลักการขนาดนั้นไม่ขอออกความเห็น
4.ผมเห็นด้วยกับคุณวันที่ปลูกจามจุรีแต่ถ้าอยากได้เร็วๆให้ซื้อไม้ล้อมขุดต้นใหญ่ๆแพงหน่อยแต่รอดและไม่เสียเวลารอนานแถวแก่งคอยให้เพียบ
5.เรื่องแมลงวันส่วนมากจะเยอะในหน้าร้อนพวกแมลงหรือเหลือบส่วนมากจะมาจากขี้วัวในหรือข้างคอกช่วงหน้าร้อนต้องขยันเก็บขี้วัวให้มากทำให้คอกและบริเวณรอบข้างแห้งและสะอาดอยู่เสมอไม่ให้สัตว์พวกแมลงอาศัยเป็นที่อยู่และขยายพันธุ์ช่วงเย็นหลังจากรีดนมและปล่อยวัวเข้าคอกพักให้เผาหญ้าบริเวณรอบๆคอกเพื่อทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูวัว
เรื่องหญ้าผมคิดว่าควรจะมี2ส่วนคือส่วนแปลงหญ้าแทะเล็มและส่วนหญ้าอวกาศไว้ตัดให้กิน ;D ;Dหญ้าอวกาศพวกตระกูลเนเปียร์เวลาตัดแนะนำว่าควรจะตัดด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายก็ได้ตัดแล้วให้แต่งกอจนชิดดินแล้วใส่ขี้วัวบำรุงหรือจะผสมปุ๋ยยูเรียลงไปซัก1ช้อนต่อ1กอก็ได้ ;D ;Dโยนให้กินทั้งต้นไม่ต้องสับแต่ต้องตัดที่อายุประมาณ45วันหลังจากตัดครั้งก่อนถ้าตัดตอนอายุมากลำต้นจะแก่แข็งต้องสับเหนื่อยเพิ่มขึ้นไปอีกพันธุ์ที่แนะนำคือหญ้าจักรพรรดิ์เพราะเป็นหญ้าตระกูลเนเปียร์ที่ผลผลิตมากที่สุดและใบดกมากที่สุดวัวจะชอบกินใบมากกว่าลำต้น ;D ;Dหญ้าตระกูลเนเปียร์นี้ถ้าจะทำการหมักควรตัดหญ้าที่อายุ60-75วันหลังจากตัดหนก่อนตัดแล้วผึ่งแดดไว้สัก1วันเพื่อให้คายน้ำแล้วเข้าเครื่องสับก่อนนำไปหมักถ้าหญ้าอายุน้อยจะอวบน้ำที่ลำต้นมากนำไปหมักจะเน่าเสียได้ครับ ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ พฤษภาคม 01, 2013, 06:02:24 PM
(http://img402.imageshack.us/img402/6475/p3004131010.jpg)

เปิดหญ้าหมักอีกแล้วครับวันนี้

(http://img811.imageshack.us/img811/5923/p300413101101.jpg)

ใช้ถุงดินแบบนี้ครับในการปิดขอบพลาสติกกันอากาศ

(http://img705.imageshack.us/img705/4913/p300413102701.jpg)

เปิดออกมาก้ได้หน้าตาแบบนี้ครับ

(http://img259.imageshack.us/img259/5184/p3004131036.jpg)

เขี่ยส่วนที่เสียทิ้งไป เป็นบริเวณรอยต่อระหว่างพลาสติกกับขอบบ่อครับ ถือว่าเสียหายน้อยมากครับเมื่อเทียบกับปริมาณหญ้าหมักทั้งหมด


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: piyasak ที่ พฤษภาคม 02, 2013, 06:53:03 PM
ณ ปัจจุบัน การเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพ ยังพอจะสู่ไหวหรือไม่ครับ
ถามหลายๆคนก็บอกว่า ช่วงนี้แย่ อาหารแพง แต่ราคานมไม่ขึ้นสักที
ถามแบบคนไม่รู้จริงๆนะครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: j-family ที่ พฤษภาคม 02, 2013, 11:18:02 PM
ณ ปัจจุบัน การเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพ ยังพอจะสู่ไหวหรือไม่ครับ
ถามหลายๆคนก็บอกว่า ช่วงนี้แย่ อาหารแพง แต่ราคานมไม่ขึ้นสักที
ถามแบบคนไม่รู้จริงๆนะครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ


ใช่ค่ะราคานมไม่ขึ้น ทุกท่านที่เลี้ยงวัวนมจะบ่นกันมา ขอแนะนำแบบหางอึ่งน่ะค่ะ คือต้องพยายามเพิ่มน้ำนมให้ได้เยอะคือบำรุงแม่วัวรีดเรืองอาหาร และพยายามหาสูตรอาหารที่สร้างไขมันในน้ำนม เพราะเวลาส่งนมเค้าตรวจเปอร์เซ็นตฺ์ของไขมันในน้ำนม ถ้าเปอร์เซ็นสูงก็จะอีกราคาค่ะ



หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ พฤษภาคม 03, 2013, 07:53:25 AM
ผมว่าแต่ละพื้นที่ให้ราคาค่าน้ำนม/กิโลไม่เท่ากันไม่รู้ว่าเค้าเอาเกณฑ์อะไรมาวัด >:( >:(ผมว่าอาชีพเลี้ยงวัวนมอยู่ได้แบบยั่งยืนเลยแหละแต่เราต้องปรับตัวและมีระบบการจัดการฟาร์มที่ดีควบคู่ไปด้วยอยู่ได้แน่นอนอย่างที่พี่j-familyกล่าวมาว่าถ้าไขมันในน้ำนมมากเกรดนมสูงราคาก็จะดีต้องบำรุงพอสมควรส่วนตัวผมเองคิดว่าเรื่องสายพันธุ์ก็มีส่วนเพราะบ้านเราชอบเลี้ยงแต่ขาว-ดำแต่ขาว-ดำนั้นไขมันนมนั้นไม่ค่อยสูงถ้าจะมีพันธุ์ที่ไขมันน้ำนมสูงๆก็ต้องเป็นพันธุ์เจอร์ซี่ครับแต่ก็อย่างว่าเกษตรกรบ้านเราไม่ค่อยเปิดใจยอมรับสายพันธุ์อื่นเข้ามา :-\ :-\ :-\


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วันคับผม ที่ พฤษภาคม 05, 2013, 03:40:52 AM
ขอแสดงความคิดเห็นด้วยอีกคนนะครับ  ;D  ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้เกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงเลยนะครับ

1.การให้อาหารโคนม

การที่โคนมจะให้ผลผลิตกับเราได้เต็มความสามารถของเขานั้นจำเป็นต้องได้รับอาหารที่มีคุณภาพ จากประสปการณ์ที่ผ่านมาผมคิดว่า การเน้นอาหารหยาบที่มีคุณภาพมาก่อนอาหารข้นจะทำให้วัวมีสุขภาพที่ดีกว่าการเน้นอาหารข้นมาก่อนอาหารหยาบ หากวัวมีสุขภาพดี เราสามารถตัดรายจ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาลจากสัตวแพทย์ไปได้    ;D ;D

การให้ในปริมาณที่เหมาะสมมีผลต่อการแสดงศักยภาพการให้ผลผลิตของวัวแต่ละตัวครับ วัวบางตัวสามารถให้นมมากน้อยไม่เท่ากัน ให้มากไปวัวก็ใช้ไม่หมดก็ขับถ่ายเป็นของเสียทิ้งแถมปัญหาสุขภาพตามมา  ให้น้อยไปวัวหยุดการให้ผลผลิตหรือผลผลิตลดอย่างรวดเร็ว ซึ่งตัวเกษตรกรจำเป็นต้องเอาใจใส่เรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่บางฟาร์มผมเห็นขนฟู ผอม และเต้านมเล็กๆ สงสารวัวครับ  >:(

2. เต้านมอักเสบ เรื้อรังหรือติดต่อไปสู่แม่วัวตัวอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถส่งผลผลิตจำหน่ายได้  >:(

3. การจัดการฝูง

รอบการผสมพันธุ์ มีผลต่อการให้ผลผลิตที่ต่อเนื่องและนอกจากผลผลิตที่สม่ำเสมอแล้ว ยังเป็นตัวกำหนดปริมาณไขมันในน้ำนม แม่วัวที่คลอดและเริ่มให้ผลผลิตในเดือนแรก ปริมาณโปรตีนและไขมันนมจะสูง แต่ยิ่งรีดนานไปก็จะลดลงครับ  :-\

หากเรามีแม่วัวพันธุ์ไม่ดี(ให้นมน้อย)ในฟาร์ม ไม่ควรเก็บไว้ครับ  :-\ 

ผสมเลือดชิด เกิดผลเสียอย่างรุนแรงกับเกษตรกรเลยครับ เจ้าหน้าที่ผสมพันธุ์บางคนเขาไม่ได้ดูให้เรานะครับว่าแม่วัวตัวนั้นเกิดมาจากพ่อพันธุ์ตัวไหน ฉะนั้นเวลาผสมพันธุ์ทุกครั้งต้องตรวจสอบพ่อพันธุ์ที่เราจะนำมาผสมให้ดีครับ   :-\

เท่านี้ก่อนครับ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Plumeria ที่ พฤษภาคม 05, 2013, 03:48:25 AM
ขอบคุณทุกๆความรู้ครับ ตั้งแต่จบ ปวส.ผมก็ทำงานโรงงานได้3 ปีกว่าๆ พร้อมกับพ่อแม่กู้หนี้ยืมสินขายวัวเนื้อขายทรัพย์สิน มาประกอบอาชีพเกษตรกรโคนมเต็มตัว ก็ได้3 ปีกว่าๆเช่นกัน เริ่มจาก0 จนทุกวันนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมครับ แต่ก็ไม่ทิ้ง การทำนา บางทีก็ปลูกมันสลสำปะหลังสลับกับแปลงหญ้าที่ปลูกให้วัว (อยากบอกว่ามันสำปะหลังงามมากๆเลยครับ)สงสัยได้อานิสงจากขี้วัว ที่ฟร์ามเรามี 7 ไร่ครับ...ทั้งไร่มีแค่ต้นมะม่วงต้นเดี่ยวที่เป็นร่มเงา ต้อนเลี้ยงแรกๆต้องบอกว่าสงสารวัวมันมากครับร้อนก็ร้อนๆยิ่งเวลาวัวมันคลอดลูกยิ่งน่ากลัว... ผมเคยเลี้ยงวัวเนื้อเคยทำคลอดวัวเนื้อแต่ไม่ยักรู้ว่าวัวนมมันคลอดลูกน่ากลัวและยากมาก...
...เริ่มเลี้ยงจาก 6 ตัว ซื้อเข้ามาบ้างออกลูกเองบ้าง ทุกวันนี้ก็มีประมาณ 27 ตัวครับ ผมไม่รู้ว่าตัวรีดมีกี่ตัวแต่กลับบ้านมาเมื่อต้นเดือน ได้นมวันละ 2ถัง รายได้หักค่าอาหาร ค่าหนี้ อสค. ก็เหลือใช้ 15,000 บาท ต่อweek แต่พ่อกลับแม่ใช้เรียบครับไม่เหลือเก็บเลย...เอามาบำรุ่งฟร์ามบ้าง ทำโน้นทำนี้ ซื้อนั้นซื้อนี้ หมดครับ ...บางที่ผมก็ งอลแก ว่าไม่รู้จักเก็บ ได้เยอะกว่าเงินเดือนผมอีก แต่แก่ก็บอกว่าไม่รู้มันไปไหนผมเลยงง(แกบอกว่ามันเป็นช่วงตั้งหลัก ช่วงโคกินเรา ดีแล้วที่ไม่ติดลบ ฟร์ามอื่นเค้าติดลบก็มี)  บอกให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายแกทำแบบเดียวก็เลิก ...แต่กลับบ้านเห็นแก่มีความสุขดีก็ปลื้มใจครับ ถึงจะไม่มีเก็บเยอะก็ช่างเหอะ อยู่อย่า่งพอเพียง มีกินมีเก็บไปตามประสา
...ส่วนตัวผมเป็นคนชอบปลูกต้นไม้และเลี้ยงสัตว์ครับ คือกลับบ้านแต่ละครั้งซื้อปลูกหมดหลายพันครับ คือสงสารวัวครับอยากให้มีร่ม...แต่ติดปัญหาคือ ไม่มีใครรดน้ำให้ กลับมาบ้านอีกทีต้นไม้รอดแค่ 10% เอง บางที่ก็เข้าไปเล่นกะวัวนมในรั่วไฟฟ้า เกลือบตายเพราะโดนวัวขวิดครับ ปกติผมเลี้ยงวัวเนื้อผมขึ้นหกกบสูงขี้หลังมันได้เลยนะครับ
และอีกไม่เกิน 2-3 ปีคงต้องกลับไปบ้านเกิด ไปทำอาชีพที่ตนเองรัก เลยมีคำปรึกษาเล็กๆน้อยๆครับ
1. หญ้าที่เราปลูกเราตัดตากแห้งแล้วอัดก้อนได้ไหมครับ(ที่บ้านผมเค้าฮิตทำฟร์ามกันเยอะเลย นึกว่าจะเป็นหมู่บ้านวัวนมซะแล้ว เรื่องตุลเสบียงเลยสำคัญมาก)
2. จากที่พ่อแม่ผมทำฟร์ามกันมา 3ปี จำนวนน้ำนม จำนวนวัว  อยู่ในเรท ที่OK ไหมครับ
3. พี่ๆพอจะมี File Excel ที่ใช้คำนวน บัญชีฟร์ามไหมครับ เช่น สูตรที่ออกมาให้เรารู้เลยว่าเราขายดุลตรงไหน กราฟที่แสดงผลผลิตแต่ละไตรมาตร  (เอามาเป็นแนวทางครับ จะได้ประยุกต์กับประสบการณ์ในโรงงานด้วย)
4.ต้นไม้ที่ควรปลูกไม่ควรปลูกในฟร์ามโคนมมีไหมครับ? (คือผมชอบปลูกไปทั่ว...เผื่อบางพันธุ์มันอาจจะไม่ดีต่อโค)
5.เรื่องแมลงวันครับ เยอะมากๆพอจะมีวิที่กำจัดแบบถาวรไหมครับ? 
ขอบคุณครับเดี๋ยวมันจะเยอะเกินไป...555

อยู่แถวไหนครับมวกเหล็กหรือเปล่า :) :)ไม่ได้เข้ามาแจมหลายวันติดภาระกิจกลุ่มนำวัวบราห์มันไปประกวดที่พัทยามาได้รางวัลชนะเลิศลูกวัวเพศผู้มาครับ ;) ;) ;)
ขอออกความเห็นเป็นข้อๆไปนะครับไม่รู้ว่าจะพอมีประโยชน์หรือเปล่า
1.หญ้าที่อัดก้อนแนะนำเป็นหญ้าแพงโกล่าจะดีที่สุดปลูกหนเดียวอยู่ได้ทั้งชาติแต่ถ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำจะอัดเก็บไว้ได้ประมาณปีละ2ครั้งคือก่อนหน้าฝนและช่วงหน้าหนาว1ไร่จะได้ประมาณ50ก้อน
2.ผมว่าก็ใช้ได้แต่เจ้าของฟาร์มจะทราบดีที่สุดว่าวัวตัวไหนให้นมดีหรือไม่ดีถ้าวัวมากก็คัดพวกแม่นมน้อยหรือขี้โรคออกไปก่อนเก็บตัวดีๆไว้
3.ไม่เคยทำเป็นหลักการขนาดนั้นไม่ขอออกความเห็น
4.ผมเห็นด้วยกับคุณวันที่ปลูกจามจุรีแต่ถ้าอยากได้เร็วๆให้ซื้อไม้ล้อมขุดต้นใหญ่ๆแพงหน่อยแต่รอดและไม่เสียเวลารอนานแถวแก่งคอยให้เพียบ
5.เรื่องแมลงวันส่วนมากจะเยอะในหน้าร้อนพวกแมลงหรือเหลือบส่วนมากจะมาจากขี้วัวในหรือข้างคอกช่วงหน้าร้อนต้องขยันเก็บขี้วัวให้มากทำให้คอกและบริเวณรอบข้างแห้งและสะอาดอยู่เสมอไม่ให้สัตว์พวกแมลงอาศัยเป็นที่อยู่และขยายพันธุ์ช่วงเย็นหลังจากรีดนมและปล่อยวัวเข้าคอกพักให้เผาหญ้าบริเวณรอบๆคอกเพื่อทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูวัว
เรื่องหญ้าผมคิดว่าควรจะมี2ส่วนคือส่วนแปลงหญ้าแทะเล็มและส่วนหญ้าอวกาศไว้ตัดให้กิน ;D ;Dหญ้าอวกาศพวกตระกูลเนเปียร์เวลาตัดแนะนำว่าควรจะตัดด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายก็ได้ตัดแล้วให้แต่งกอจนชิดดินแล้วใส่ขี้วัวบำรุงหรือจะผสมปุ๋ยยูเรียลงไปซัก1ช้อนต่อ1กอก็ได้ ;D ;Dโยนให้กินทั้งต้นไม่ต้องสับแต่ต้องตัดที่อายุประมาณ45วันหลังจากตัดครั้งก่อนถ้าตัดตอนอายุมากลำต้นจะแก่แข็งต้องสับเหนื่อยเพิ่มขึ้นไปอีกพันธุ์ที่แนะนำคือหญ้าจักรพรรดิ์เพราะเป็นหญ้าตระกูลเนเปียร์ที่ผลผลิตมากที่สุดและใบดกมากที่สุดวัวจะชอบกินใบมากกว่าลำต้น ;D ;Dหญ้าตระกูลเนเปียร์นี้ถ้าจะทำการหมักควรตัดหญ้าที่อายุ60-75วันหลังจากตัดหนก่อนตัดแล้วผึ่งแดดไว้สัก1วันเพื่อให้คายน้ำแล้วเข้าเครื่องสับก่อนนำไปหมักถ้าหญ้าอายุน้อยจะอวบน้ำที่ลำต้นมากนำไปหมักจะเน่าเสียได้ครับ ;D ;D ;D

ผมอยู่น้ำพองครับ...ขอบคุณข้อเสนอแนะ พี่NKC มากครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ พฤษภาคม 06, 2013, 08:01:41 AM
มีอยู่อีก1ปัญหาครับที่ผมไปตามฟาร์มวัวนมแล้วพบเจอบ่อยๆนั่นก็คือผสมไม่ค่อยติด ::) ::)ส่วนมากจะเป็นฟาร์มที่มีพื้นที่น้อยวัวจะไม่ค่อยได้เดินออกกำลังหลักๆผมว่ามาจากการสุขาภิบาลและการจัดการไม่ดีและการจับสัดไม่ค่อยแม่นยำเนื่องจากฟาร์มวัวนมบ้านเราเกือบทั้งหมดนั้นจะไม่เลี้ยงวัวตัวผู้เวลาวัวเป็นสัดอาจมีการคลาดเคลื่อนได้พอผสมไม่ติดก็เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายผมอยากจะแนะนำเป็นทางเลือกคือให้ซื้อวัวเนื้อพื้นเมืองหรือวัวไทยใหญ่ตัวผู้แล้วจ้างหมอทำการผ่าตัดเบนลึงค์หรือบางที่ก็ขายวัวเบนลึงค์มาแล้วก็มีเลี้ยงรวมไว้กับแม่วัวนมวัวเบนลึงค์มันจะทำหน้าที่ของมันโดยการดมและเอาจมูกดันอวัยวะเพศของตัวเมียจะกระตุ้นให้วัวตัวเมียเป็นสัดเร็วขึ้นแล้วเวลาวัวเบนลึงค์ขึ้นแม่วัวที่เป็นสัดเราจะเห็นได้ชัดกว่าวัวตัวเมียที่ขึ้นกันเองว่าแม่วัวนั้นนิ่งพร้อมที่จะผสมหรือยังเราเองก็ไม่ต้องมาเหนื่อยคอยสังเกตุการเป็นสัดด้วย ;D ;Dทีนี้ก็ถึงเวลาของหมอผสมเทียมถ้าเลี้ยงวัวนมควรจะไปอบรมผสมเทียมไว้เพราะหมอที่มีความรับผิดชอบนั้นหายากมากส่วนมากวัวนมที่ผสมไม่ติดอาจจะผสมเร็วเกินไปรังไข่ยังไม่สมบูรณ์แต่หมอที่มาผสมพอล้วงปุ๊บเค้าจะรู้ทันทีว่าวัวพร้อมหรือยังส่วนมากจะผสมให้เลยรับตังค์แล้วกลับถ้าไม่ติดเที่ยวหน้าก็มาใหม่รับตังค์อีกจะสนใจอะไรผมว่าตรงนี้แหละที่สำคัญเพื่อนของเฮียผมเองก็เจอมากับตัวเองผมก็แนะนำหมอผสมที่มีความรับผิดชอบไปให้แม้แต่ฟาร์มเพื่อนกัน2ฟาร์มที่เลี้ยงวัวเนื้อก็เจอทั้งที่บางคล้าและปากช่องวัวเป็นสัดไม่ชัดเจนแต่หมอผสมมีความรับผิดชอบบอกวัวเป็นสัดไม่ชัดเจนขอแค่ค่าน้ำมันรถซื้อใจกันดีกว่าไว้ผสมรอบต่อไปพวกผมก็เลยฉีดAD3Eบำรุงไปก่อน :D :Dเรื่องหมอผสมเทียมผมว่าเราต้องหาคนที่มีความรับผิดชอบให้ได้แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องหาทางออกผสมเป็นเองก็ดีที่สุดยิ่งพวกปศุสัตว์อำเภอนี่ไม่ต้องพูดถึงเจอะดีก็ดีไปแต่ส่วนมากที่ผมเจอะจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่เหลือบที่มาในคราบหมอผสมเทียมก็เยอะมากต้องระวัง :) :)มีฟาร์มญาติกันเป็นฟาร์มตัวอย่างหมอที่ดูแลเป็นปศุสัตว์ของอำเภอบอกว่าวัวที่เลี้ยงเลือดขาว-ดำมันสูงมากเป็นเลือดร้อยบางตัวก็เกือบร้อยมันจะหอบแล้วเลี้ยงยากรอบหน้าจะต้องผสมวัวเนื้อบราห์มันเข้าไปผมบอกกับตัวผมเองว่าคิดได้ไงเป็นคนของทางราชการเป็นความหวังของเกษตรกรแต่คิดได้แค่นี้คนที่เค้าเลี้ยงและปรับปรุงสายพันธุ์วัวนมมาเป็นเวลายาวนานควรจะหาสายพันธุ์วัวนมที่ทนโรคและทนร้อนให้เค้าอย่างบราวน์สวิสหรือกีร์ก็ได้วัวเหล่านี้เป็นน้ำเชื้อนำเข้าราคาก็ไม่แพงเลยน้ำเชื้อปกติหลอดละ85-150บาทน้ำเชื้อแยกเพศเมียก็มีหลอดละพันกว่าบาทแล้วแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละคนที่สำคัญพ่อพันธุ์ของนอกมีค่าEPDที่เค้าทดสอบมาด้วยเราจะเห็นค่าน้ำหนักแรกเกิดและใบเพ็ดดีกรีที่แสดงว่าเป็นลูกเต้าเหล่าไหนได้ชัดเจนกว่าพ่อพันธุืของกรมปศุสัตว์ที่ไม่มีอะไรมาให้ดูเลยเวลาผสมบางทีก็เลือดชิดไม่รู้ว่าตัวไหนเป็นลูกใครบางทีลูกตัวใหญ่มากเวลาแม่วัวคลอดทีดึงไม่ออกต้องตัดคอลูกวัวเพื่อรักษาชีวิตแม่มันไว้ลองดูเอาครับถ้าพอมีทุนลองหาน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ของนอกราคาถูกมาไว้ในถังแล้วผสมเทียมเองได้จะช่วยเพิ่มการผสมติดให้ดีขึ้นและปรับปรุงสายพันธุืให้ดีขึ้นไปด้วยครับ ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: katoy0452 ที่ พฤษภาคม 09, 2013, 11:30:51 AM
 เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ พฤษภาคม 09, 2013, 01:13:09 PM
เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: avc4000 ที่ พฤษภาคม 09, 2013, 06:36:38 PM
เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ;D

ไปด้วยคน ว่าแต่ว่าอยู่ที่ไหนครับพี่  ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ พฤษภาคม 10, 2013, 07:22:04 AM
เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ;D

ไปด้วยคน ว่าแต่ว่าอยู่ที่ไหนครับพี่  ;D
ไกลจากบ้านของคุณavc4000ครับ :)คุณต๋อยเค้าอยู่ราชบุรีสนใจจะเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพหลักในอนาคตปัจจุบันเลี้ยงวัวเนื้อเป็นอาชีพเสริมอยู่ผมก็คงพาไปดูตามฟาร์มญาติบ้างเพื่อนบ้างแถวๆรอยต่อ3จังหวัดกำแพงแสน-บ้านโป่ง-ท่ามะกาประมาณนี้ครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mazzamtoy ที่ พฤษภาคม 10, 2013, 10:28:51 PM
เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ;D

ไปด้วยคน ว่าแต่ว่าอยู่ที่ไหนครับพี่  ;D
ไกลจากบ้านของคุณavc4000ครับ :)คุณต๋อยเค้าอยู่ราชบุรีสนใจจะเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพหลักในอนาคตปัจจุบันเลี้ยงวัวเนื้อเป็นอาชีพเสริมอยู่ผมก็คงพาไปดูตามฟาร์มญาติบ้างเพื่อนบ้างแถวๆรอยต่อ3จังหวัดกำแพงแสน-บ้านโป่ง-ท่ามะกาประมาณนี้ครับ ;D ;D
ผมขอไปดูด้วยคนได้ไหมครับ



หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: avc4000 ที่ พฤษภาคม 11, 2013, 12:04:42 PM
เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ;D

ไปด้วยคน ว่าแต่ว่าอยู่ที่ไหนครับพี่  ;D
ไกลจากบ้านของคุณavc4000ครับ :)คุณต๋อยเค้าอยู่ราชบุรีสนใจจะเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพหลักในอนาคตปัจจุบันเลี้ยงวัวเนื้อเป็นอาชีพเสริมอยู่ผมก็คงพาไปดูตามฟาร์มญาติบ้างเพื่อนบ้างแถวๆรอยต่อ3จังหวัดกำแพงแสน-บ้านโป่ง-ท่ามะกาประมาณนี้ครับ ;D ;D
แล้วไปกันวันไหนคร๊าบ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ พฤษภาคม 13, 2013, 09:45:49 AM
เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ;D

ไปด้วยคน ว่าแต่ว่าอยู่ที่ไหนครับพี่  ;D
ไกลจากบ้านของคุณavc4000ครับ :)คุณต๋อยเค้าอยู่ราชบุรีสนใจจะเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพหลักในอนาคตปัจจุบันเลี้ยงวัวเนื้อเป็นอาชีพเสริมอยู่ผมก็คงพาไปดูตามฟาร์มญาติบ้างเพื่อนบ้างแถวๆรอยต่อ3จังหวัดกำแพงแสน-บ้านโป่ง-ท่ามะกาประมาณนี้ครับ ;D ;D
แล้วไปกันวันไหนคร๊าบ
ยังไม่ได้กำหนดวันครับ :) :)แต่ก็เป็นวันเสาร์-อาทิตย์แน่นอนเพราะคุณต๋อยแกรับราชการ :) :)ฟาร์มวัวนมแถวนี้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยถึงน้อยมากวัวค่อนข้างแออัดถ้าการจัดการและการสุขาภิบาลไม่ดีวัวแย่แน่นอนเต้านมอักเสบฮิตมากแถวนี้ผิดกับแถวพัฒนานิคมพื้นที่ในการเลี้ยงมากวัวจึงไม่ค่อยเจ็บป่วยครับ >:( >:(อ้อ...แล้วคุณavcอยู่เมืองไทยเหรอครับเห็นว่าทำงานอยู่ต่างประเทศ ;D ;D


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: avc4000 ที่ พฤษภาคม 13, 2013, 06:16:35 PM
เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ;D

ไปด้วยคน ว่าแต่ว่าอยู่ที่ไหนครับพี่  ;D
ไกลจากบ้านของคุณavc4000ครับ :)คุณต๋อยเค้าอยู่ราชบุรีสนใจจะเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพหลักในอนาคตปัจจุบันเลี้ยงวัวเนื้อเป็นอาชีพเสริมอยู่ผมก็คงพาไปดูตามฟาร์มญาติบ้างเพื่อนบ้างแถวๆรอยต่อ3จังหวัดกำแพงแสน-บ้านโป่ง-ท่ามะกาประมาณนี้ครับ ;D ;D
แล้วไปกันวันไหนคร๊าบ
ยังไม่ได้กำหนดวันครับ :) :)แต่ก็เป็นวันเสาร์-อาทิตย์แน่นอนเพราะคุณต๋อยแกรับราชการ :) :)ฟาร์มวัวนมแถวนี้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยถึงน้อยมากวัวค่อนข้างแออัดถ้าการจัดการและการสุขาภิบาลไม่ดีวัวแย่แน่นอนเต้านมอักเสบฮิตมากแถวนี้ผิดกับแถวพัฒนานิคมพื้นที่ในการเลี้ยงมากวัวจึงไม่ค่อยเจ็บป่วยครับ >:( >:(อ้อ...แล้วคุณavcอยู่เมืองไทยเหรอครับเห็นว่าทำงานอยู่ต่างประเทศ ;D ;D

อยู่เมืองไทยตลอดครับ ต่างประเทศไปบ้างเป็นครั้งคราว


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: sombat khonpakchong ที่ พฤษภาคม 19, 2013, 02:59:20 PM
ขอติดตามด้วยคนครับ ;) :)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Turnjai ที่ พฤษภาคม 27, 2013, 01:05:44 PM
ขอเข้ามาคุยด้วยคนค่ะ พอดีที่บ้านมีฟาร์มโคนมเหมือนกัน และตัวเองก็ทำงานอยู่ที่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนม ค่ะ เผื่อมีอะไรแลกเปลี่ยนกัน


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: avc4000 ที่ พฤษภาคม 27, 2013, 09:37:12 PM
ขอเข้ามาคุยด้วยคนค่ะ พอดีที่บ้านมีฟาร์มโคนมเหมือนกัน และตัวเองก็ทำงานอยู่ที่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนม ค่ะ เผื่อมีอะไรแลกเปลี่ยนกัน

รู้จักน้องเมล์ อสค. มั้ยครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: apirat.tamraram ที่ กรกฎาคม 20, 2013, 12:21:20 AM
ผมจะเริ่มเลี้ยงวัวนมสัก 2 ตัวจะต้องเริ่มต้นยังไง จะคุ้มค่าไหมแบบว่าให้พ่อตาเลี้ยง ตัวผมเริ่มเบื่อทำงานโรงงาน จะติดต่อส่งน้ำนมที่ไหน และถ้าวัวป่วยจะติดหมอที่ไหนครับ บ้านอยู่บ้านถ้ำเต่าพัฒนา ตรงสำนักสงฆ์ป่าหินวงษ์เจริรญธรรมกลางดง ปากช่อง


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: apirat.tamraram ที่ กรกฎาคม 20, 2013, 12:28:45 AM
ตอนนี้ราคาตกกิโลละ 15บาท แต่ต้องเป็นเกรด 1นะครับ เกรด2=14.70 เกรด3=14.50
ถามว่าคุ้มกับราคาอาหารมั้ย ตอบได้คำเดียวเลยครับว่าไม่ ฟาร์มใหญ่ๆ ก็พออยู่กันได้ครับ
แต่ฟาร์มเล็กๆ ล่ะ ต้องดิ้นรนกันต่อไป
ยังไงผมว่าชาวบ้านที่นี่ก็ต้องทำนะครับ เพราะนอกจากนี้แล้วก็ไม่มีกิจกรรมอื่นที่จะทำแล้ว แล้วที่อยู่ได้ก็เพราะเงินนม
ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด แต่ว่ามีเงินหมุนเวียนตลอดเวลา ให้อยู่ได้ไปเดือนๆ น่ะครับ

จริงๆ แล้วผมก็อยากให้มีทางแก้ไขที่ดีนะครับ สงสารชาวบ้านน่ะครับ บางทีก็ต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้ในกิจการโคนม
ต้องเป็นหนี้นอกระบบกันไปที่จริงราคาน้ำนมดิบก่อนหน้านี้กิโลละ17 บาทนะครับ เกษตรกรก็พออยู่ได้ แต่พอราคาน้ำนมขึ้น
อาหารวัวก็ขั้นตาม ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่ารัฐจะมีทางแก้ไขที่ดีให้กับเกษตรกรน่ะครับ
เพราะอะไรครับฟาร์มเล็กอยู่ลำบากในน้ำนม 1 กิโลมีต้นทุนอยู่ที่เท่าไหร่ครับพอจะแยกได้ไหมครับว่าเป็นค่าอาหารเท่าไหร่ ค่ายาเท่าไหร่ ค่าแรงเท่าไหร่ ขออภัยครับที่อยากรู้ลึกๆเพื่อเป็นวิทยาทาน(ทำบุญแบบไม่ต้องเสียตังส์ครับ)


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ กรกฎาคม 23, 2013, 03:25:22 PM
ผมจะเริ่มเลี้ยงวัวนมสัก 2 ตัวจะต้องเริ่มต้นยังไง จะคุ้มค่าไหมแบบว่าให้พ่อตาเลี้ยง ตัวผมเริ่มเบื่อทำงานโรงงาน จะติดต่อส่งน้ำนมที่ไหน และถ้าวัวป่วยจะติดหมอที่ไหนครับ บ้านอยู่บ้านถ้ำเต่าพัฒนา ตรงสำนักสงฆ์ป่าหินวงษ์เจริรญธรรมกลางดง ปากช่อง
ถ้ามีเวลาก็มาชมตัวอย่างฟาร์มกันได้นะครับ...ผมไปอยู่บ่อยๆมีเพื่อนเลี้ยงทั้งวัวเนื้อและวัวนมอยู่ต.ขนงพระครับเข้าชมก่อนได้เมื่อวันหยุดก็ไปค้างมา3คืนครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: mazzamtoy ที่ สิงหาคม 02, 2013, 10:59:39 AM
ผมขอไปเยี่ยมฟาร์มโคนมด้วคนได้ไหมครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tukwasun ที่ กรกฎาคม 03, 2015, 09:16:50 AM
อยากได้วัวนมตัวผู้ อายุ 7-14 วัน ทดลองเลี้ยง 12-18 เดือน ส่งโรงฆ่าสัตว์
087-7715012  ตั๊ก
ท่านใหนพอแบ่งให้ได้บ้างครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tukwasun ที่ กรกฎาคม 03, 2015, 09:25:06 AM
อยากได้วัวนมตัวผู้ อายุ 7-14 วัน ทดลองเลี้ยง 12-18 เดือน ส่งโรงฆ่าสัตว์
087-7715012  ตั๊ก
ท่านใหนพอแบ่งให้ได้บ้างครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tukwasun ที่ กรกฎาคม 03, 2015, 09:30:02 AM
อยากได้วัวนมตัวผู้ อายุ 7-14 วัน ทดลองเลี้ยง 12-18 เดือน ส่งโรงฆ่าสัตว์
087-7715012  ตั๊ก
ท่านใหนพอแบ่งให้ได้บ้างครับ


หัวข้อ: Re: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: teppatut ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2018, 10:01:28 AM
ปักหมุด