เกษตรพอเพียง.คอม

เว็บบอร์ดเกษตรพอเพียง => คลังบทความเกษตรพอเพียง => ข้อความที่เริ่มโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 18, 2008, 09:23:38 PM



หัวข้อ: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 18, 2008, 09:23:38 PM
สมาชิกท่านใดมีผักพื้นบ้าน  ที่คิดว่าหลายๆ ท่านอาจไม่รู้จักช่วยเอามาโพสด้วยนะครับ  ไว้เป็นฐานความรู้สำหรับผู้ที่ต้องการค้นคว้าต่อไป  และคิดว่าพวกเราอยู่คนละภูมิภาค  น่าจะมีผักพื้นบ้านแปลกๆ มาให้ชมกัน

สำหรับกระทู้นี้เปิดกระทู้ด้วยภาพผักแพรว
ผักแพรว (Polygonum odoratum Lour.)

ชื่ออื่น      ผักไผ่  (ภาคเหนือ)  พริกบ้า (ภาคกลาง) จันทร์แดง(นครศรีธรรมราช)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น  ไม้ล้มลุกปีเดียว  สูง 30-35 ซม.ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน  และมีรากงอกออกตามส่วนที่สัมผัสกับดิน

ใบ   ใบรูปหอก  ขอบใบเรียบ  ปลายแหลม  ฐานใบรูปลิ่ม ใบกว้าง2-3 ซม. ยาว5.5-8 ซม.

ดอก เป็นดอกช่อ  ดอกช่อขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง

เมล็ด  ขนาดเล็กมาก

การขยายพันธุ์  ปักชำ  เมล็ด

ฤดูกาลเก็บส่วนขยายพันธุ์    ตลอดปี

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเจริญเติบโต   เติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ

การใช้ประโยชน์  
 - ทางอาหาร  ใสกับลาบ ช่วยดับกลิ่นคาว  หรือรับประทานเป็นผักสด
- ทางยา    ช่วยเจริญอาหาร  ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร  ใบคั้นผสมกับแอลกอฮอล์แก้กลากเกลื้อนผื่นคัน

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์    ตลอดปี


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 18, 2008, 09:29:14 PM
ดอกเพกา  ใช้ลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริกหรือกินกับลาบได้ครับ  (รสขมอย่าบอกใครเชียว)

เพกา  หรือ  ลิ้นฟ้า ผักพื้นบ้านที่นิยมกิน ฝักกันถ้วนทั่วทุกภาค โดยเฉพาะคนพื้นบ้านภาคเหนือและภาคอีสาน  ในแต่ละท้องถิ่นจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป  ภาคกลาง  ภาคใต้เรียก "ฝักเพกา"  ภาคเหนือเรียก "มะลิ้นไม้" "ลิ้นไม้"  ภาคอีสานเรียกว่า "หมากลิ้นฟ้า" "ฝักลิ้นฟ้า" "ฝักลิ้นงู" "ลิ้นไม้" "ลิ้นฟ้า"  นั่นเป็นเพราะฝักเพกามีลักษณะแบนยาว ห้อยระย้าอยู่เหนือเรือนยอดต้นที่สูงเสียดฟ้า

          เพกา เป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติได้ง่าย เมื่อเมล็ดแก่แผ่นเบาบางปลิวตามแรงลมร่วงหล่นตามพื้นดิน ได้น้ำจากสายฝนชุ่มฉ่ำ เจริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่อยู่ตามเชิง หุบเขา ริมห้วย ริมลำธาร ตามท้องทุ่งริมทาง ตามป่าละเมาะใกล้หมู่บ้าน ออกดอกออกฝัก ดังนั้นชาวบ้านจึงเก็บมากินโดยไม่ต้องซื้อหาแต่อย่างใด

          เพกา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oroxylum indicum (Linn.) Vent. เป็นไม้ยืนต้นสูงชะลูดขนาดกลาง แตกกิ่งก้านบนยอดสูง ใบออกเป็นช่อใหญ่อยู่ที่ปลายกิ่ง มีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม ดอกออกเป็นช่อใหญ่ตรงยอด มีสีม่วงอมแดง บางทีก็สีน้ำตาลคล้ำ ผลออกเป็นฝักแบนยาวคล้ายดาบ กว้างประมาณ 2.4-9 ซม. ยาว 60-120 ซม. ปลายฝักแหลม ตรงกลางขอบมีรอยโป่งเล็กน้อย เมื่อฝักแก่ รอบข้างของฝักจะปริแตก ข้างในมีเมล็ดมากมาย  เมล็ดมีลักษณะแบน มีเยื่อบางใสหุ้มอยู่โดยรอบเมล็ด  เพกา  คนจีนเรียกว่า "โซยเตียจั้ว" ใช้เป็นส่วนผสมตัวหนึ่งของน้ำจับเลี้ยง ดื่มแก้กระหายคลายร้อน ดับร้อนในได้เป็นอย่างดี ส่วนเปลือกของต้นเพกา ผู้เฒ่าผู้แก่จะเอามาต้มน้ำให้แม่ลูกอ่อนดื่ม ช่วยขับน้ำคาวปลา ให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ดับพิษโลหิต และบำรุงเลือด  นอกจากนี้ชาวบ้านยังเอาเปลือกเพกาไปเผาไฟ จากนั้นก็นำมาแช่น้ำเย็น เอาน้ำนั่นแหละดื่มแก้ร้อนในได้ชะงัดนัก

          เพกา  กินเป็นผักได้อร่อย ตั้งแต่ยอดอ่อน ดอกอ่อน และฝักอ่อน โดยจะมีให้เก็บกินกันตลอดปี จะมีมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว  วิธีการเก็บฝักเพกาต้องใช้ไม้สอยเอา เพราะฝักอยู่ยอดต้น เลือกที่มีเปลือกสีเขียว ฝักไม่ใหญ่มาก เมื่อสอยลงมาใช้เล็บจิกได้ แสดงว่าฝักอ่อนกำลังกิน

     ยอดกับดอก เวลาจะกินก็เพียงนำไปต้ม หรือลวกเสียก่อน กินเป็นผักจิ้มน้ำพริก  ส่วนฝักอ่อนนั้นคนทางเหนือจะเอาไปเผาไฟ ใช้ไฟแรงสักหน่อยจนเปลือกพองไหม้ทั่ว และฝักเพกาอ่อนตัว แล้วแช่น้ำลอกเอาเปลือกที่ไหม้ออก จึงนำไปต้มจนสุกนุ่มอีกครั้ง รสขมในฝักเพกาจะอ่อนลง แต่ทางภาคอีสานนิยมเผาแล้วแช่น้ำลอกเอาเปลือกที่ไหม้ออกเท่านั้น จากนั้นหั่นเป็นชิ้นตามขวาง หนาพอประมาณ นิยมกินเป็นผักจิ้มน้ำพริก และกินแกล้มกับลาบอย่างยิ่ง เพราะมีรสขมนิดๆ อมรสหวาน หน่อยๆ เนื้อนุ่มไปกันได้ดีกับอาหารรสจัด

          นอกจากจะเผาต้มจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจเคี่ยวหัวกะทิมาราด หรือต้มลงในกะทิจนเข้าเนื้อฝักเพกา เนื้อจะนุ่มมันอร่อย  ฝักเพกายังใช้เป็นผักใส่ในแกง คั่ว ยำ ผัด  หรือทำแกงอ่อมปลาดุกใส่ฝักเพกาแทนใบยอก็อร่อย จะออกรสขมอ่อนๆ เหมือนใบยอนั่นแหละ    ฝักเพกามีสรรพคุณช่วยขับลม ขับเสมหะ ถ้ากินบ่อยนักก็ไม่ดี จะทำให้เป็นต้อเนื้อที่ตาได้


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: nor2507 ที่ กันยายน 18, 2008, 09:30:08 PM
ขอบคุณสำหรับความเอื้อเฟื้อ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จั�
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 18, 2008, 09:38:12 PM
ชะมวงป่า Garcinia  bancana  Miq.

ชื่ออื่น  :  ชะมวงกา (นราธิวาส) กานิฮูแต (มลายู-นราธิวาส)

            ไม้ต้น  สูง  20-35  เมตร  เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูง  เปลือกเรียบ  สีน้ำตาลเข้มถึงเกือบดำ  เปลือกชั้นในสีชมพูถึงแดงมียางสีเหลืองขุ่น  แผ่นใบ  กว้าง  รูปไข่กลับแกมรูปขอบขนานคล้ายช้อน  กว้าง 6-10  เซนติเมตร  ยาว  15-25  เซนติเมตร  ผิวใบเกลี้ยง  ปลายใบมนกว้างเป็นติ่ง  สอบแคบจากกลางใบถึงโคนใบ  และเป็นครีบเล็กลงมาถึงปลายก้านใบ  เส้นใบมีมากละเอียด  แต่มองเห็นได้ชัดทางด้านบนของแผ่นใบ  ก้านใบยาว  2-3  เซนติเมตร  ดอก  สีขาวนวล  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  5  มิลลิเมตร  ผล  ค่อนข้างกลม  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  5  เซนติเมตร

ระยะเวลาการเป็นดอก-ผล  ออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน  ผลแก่ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม

ลักษณะทางนิเวศและการกระจายพันธุ์  พบในป่าดิบชื้นที่ลุ่มต่ำ  และในป่าพรุทางภาคใต้ของประเทศไทย  ในต่างประเทศพบที่มาเลเซีย  และอินโดนีเซีย และพบในพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคอีสานตามป่าเบญจพรรณหรือป่าโคก (ข้อความสีแดงผมเติมเองครับ : ชาวนา)

ประโยชน์ เนื้อไม้ใช้ก่อสร้างภายในอาคารบ้านเรือน  ใบใช้ทานเป็นผักมีรสเปรี้ยว หรือ ใช้แทนมะขามเปียก  ใส่ต้มยำได้, ลูกหรือผลใช้รับประทานผลสุกจะมีรสเปรี้ยวหวาน  เมล็ดสุกคล้ายกับมังคุด  (ข้อความสีแดงผมเติมเองจากประสบการณ์ : ชาวนา)


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 18, 2008, 09:46:30 PM
ผักกระโดน  แต่ต้นนี้ในภาพเป็น  ผักกระโดนป่า

ชื่อสามัญ กระโดน
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Careya sphaerica Roxb.
    วงศ์ BARRINGTONIACEAE
    ชื่ออื่นๆ ปุย (ใต้, เหนือ ), ปุยกระโดน (ใต้), ปุยขาว, ผ้าฮาด (เหนือ), หูกวาง (จบ.)
    ลักษณะ
    เป็นไม้ ยืนต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 8 - 20 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่กลับ กว้าง 6 - 12 ซม. ออกที่ปลายกิ่งและเหนือรอยแผลใบ ใกล้ๆ ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเขียวอ่อน ขอบกลีบสีชมพู เกสรตัวผู้สีขาวจำนวนมาก โคนก้านเกษรตัว ผู้เชื่อมติดกัน สีชมพูเข้ม ผลสด รูปทรง กลมสีเขียว
    วิธีการปลูก
    เป็นพืชที่เกิด ขึ้นเองตามธรรมชาติทั่วไป
    คุณค่า/ ประโยชน์
    ตำรับยาไทย ใช้ดอกบำรุงกำลังหลังคลอด บุตร ผลช่วยย่อยอาหาร ใบใช้ใส่แผล เปลือกต้น ใช้สมานอผล แก้เคล็ดเมื่อย แก้อักเสบจากงู ไม่มีพิษกัด
    ใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริก ก้อย ลาบ และผักประกอบเมี่ยงมดแดง (เมี่ยงแบบ อีสาน)

    ตัวอย่างเช่น ในเนื้อร้องเพลง อีสานบ้านเฮา

    ม่วน..เอ๊ย..โอ...  ม่วนเอยม่วนเสียงกบ  ร้องอ๊บๆ  กล่อมลำเนา
    ผักเม็ก ผักกะเดา ผักกระโดน และผักอีฮีน
    ธรรมชาติแห่งบ้านนา  ฝนตกมามีของกิน ..

อีกเพลงคือ  รอรักใต้ต้นกระโดน
... เอน  หลังพิง โคนต้นกระโดน  ยืนอยู่ใกล้โพน  ข้างเถียงนาน้อย  สิ้นเมษาฝนตกมาปรอยๆ  เีสียงเขียดจะนาน้อยฯ....


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 18, 2008, 09:58:55 PM
ผักกูด

ลักษณะ
  - ผักกูดคือยอดอ่อนของไม้จำพวกเฟิร์น ลักษณะเป็นกอรากแตกฝอยเป็นกรุจุกใหญ่ ก้านใบแตกจากเหง้าใต้ดิน ก้านใบยาวประมาณ 1 เมตร ใบเป็นแผงแบบขนนก แตกเป็นคู่ขนานตั้งแต่กลางก้านใบไปจนตลอดปลายใบเล็กหงิกงอ ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอยและมีขน

การขยายพันธุ์
  - หัว   ไหล
   
การปลูก
  - ไถแปลงพร้อมกับการใส่ปุ๋ยคอกแล้วขุดหลุมปลูก ระยะปลูก 50 x 50 เซนติเมตร นำไหลหรือหัวที่เตรียมไว้วางลงในหลุมแล้วเอาดินกลบโคน เมื่อผักกูดเริ่มตั้งตัวได้ใส่ปุ๋ยยูเรียผสมกับปุ๋ยสูตร 15 - 15 - 15 อัตรา 75 กิโลกรัม/ไร่ ให้น้ำวันละ 1 ครั้ง เมื่อผักกูดแก่สังเกตจากยอด จะเล็กลงและโคนกอสูงขึ้น ให้ล้มกอเดิมแล้วนำไหลใหม่มาปลูกแทน

ผักกูดมีสรรพคุณทางยาสารพัด ใบแก้ไข้ตัวร้อน พิษอักเสบ บำรุงสายตา บำรุงโลหิต โลหิตจาง ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และขับปัสสาวะ

 ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น แผ่นใบมีขนาดต่างกัน มักยาวกว่า 1 เมตร ก้านใบยาวราว 70 เซนติเมตร กลุ่มใบย่อยคู่ล่าง ปลายเรียวแหลมโคนรูปกึ่งหัวใจ ขอบหยักเว้าลึกเป็นแฉก

 ยอดอ่อน คือผลผลิตของใบที่อยู่บนสุดและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย และมีขน

***ภาพด้านล่างเป็นผักกูดที่ถ่ายมาจากบ้านอุดรฯ ครับ***


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: manit ที่ กันยายน 19, 2008, 09:53:27 AM
ขอบคุณมากๆครับที่ให้ความรู้ ;)


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 19, 2008, 11:23:58 AM
สะระแหน่

สะระแหน่ หรือ Kitchen Mint กลิ่นหอมเย็นที่เรามักใส่ในลาบ ยำ แกล้มอาหารรสเผ็ดนั้น เป็นผักที่มีสารอาหารมากมาย แต่ใครล่ะจะกินสะระแหน่เป็นกอบเป็นกำ เหมือนทานผักชนิดอื่นๆ เราจึงได้สารอาหารเพียงบางอย่าง เช่น เบต้า-แคโรทีน และธาตุเหล็กจากสะระแหน่ได้เพียงนิดเดียว

สะระแหน่กับมินต์เมืองนอกนั้นใช้เหมือนกัน ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเย็นให้กับอาหาร บ้างก็นำมินต์ตากแห้งนี้ไปผสมกับชา ทำให้ชาหอมอร่อย เย็นโล่งคอ สะระแหน่มีเมนทอล แม้จะมีน้อยกว่ามินต์พันธุ์อื่นๆ แต่ก็ช่วยให้สดชื่น แก้อาการปวดหัว แก้ไข ช่วยให้หัวใจแข็งแรง บำรุงสายตา ไม่เป็นหวัดง่ายและเหงือกแข็งแรงอีกด้วย สะระแหน่เป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย จึงขอแนะนำให้ปลูกที่สวนหลังบ้านค่ะ ด้วยวิธีปลูกที่ไม่ยุ่งยากเลยสักนิด

การปลูก
1. นำดินที่ใช้ปลูก มาตากแดดไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ให้แห้งซุย นำมาผสมปุ๋ยคอกคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. เลือกยอดสะระแหน่ที่มีก้านแข็งแรง ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป เด็ดใบแก่และยอดปลายสุดออก ให้เหลือเพียงยอดอ่อนตามลำต้น แล้วตัดก้านด้านล่าง ใต้ข้อยอดอ่อนประมาณ 2 ซ.ม. ซึ่งตัดในลักษณะแฉลบด้วยมีดคม เพราะตรงส่วนนั้น จะเป็นส่วนที่ดูดซึมน้ำ และแร่ธาตุขึ้นไปเลี้ยงลำต้น ทำให้เจริญเติบโตได้ดี
3. นำยอดสะระแหน่มาลงปักชำในกระถางต้นไม้
4. รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ จะทำให้สะระแหน่เจริญเติบโตเร็วขึ้น
5. เมื่อปลูกต้นสะระแหน่ได้ประมาณ 45 วัน จะมีใบเขียวเต็มต้น สามารถจะเก็บไปปรุงอาหาร และใช้ประโยชน์อื่นๆ

คุณประโยชน์
- สะระแหน่สามารถแก้อาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลมในกระเพาะ โดยการนำน้ำที่คั้นจากต้น และใบมาใช้ดื่ม หรือจะรับประทานสดๆ เพื่อดับกลิ่นปาก
- ช่วยลดอาการจุกเสียดท้องในเด็กได้ โดยนำใบสะระแหน่ 2-3 ใบ มาบดให้ละเอียด ผสมกับยาหอม แล้วนำมากวาดคอเด็ก อาการเสียดท้องจะทุเลาลง เพราะน้ำมันหอมระเหย ของสะระแหน่ ยังเป็นยาที่ช่วยยับยั้งเชื้อโรค และลดอาการเกร็งของลำไส้
- นอกจากนี้ยังช่วยให้สมองปลอดโปร่ง โล่งคอ ป้องกันไข้หวัด บำรุงสายตา และช่วยให้หัวใจแข็งแรง
- สะระแหน่มี เบต้า-แคโรทีน มากถึง 538.35RE แคลเซียม 40 กรัม วิตามินซีถึง 88 มิลลิกรัม เมื่อทาน 100 กรัม


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: หนอน ปิ่น ที่ กันยายน 19, 2008, 03:56:44 PM
                                               แค
           
            แค  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "แคบ้าน" อีกทั้งยังมีแคฝรั่ง ซึ่งเป็นไม้ดอกไม้ประดับ  แคเป็นต้นไม้โบราณที่อยู่คู่ครัวของทุกท้องถิ่น แต่ละครัวมีวิธีการปรุงอาหารจากส่วนต่างๆ ของแคแตกต่างกันออกไป แต่อาหารที่รู้จักคุ้นเคยกันอย่างดีทุกครัวเรือน คือ "แกงส้มดอกแค"
          ชื่อวิทยาศาสตร์ของแค คือ Sesbania grandiflora (L.) Pers. เป็นต้นไม้พื้นเมืองของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประเภทไม้ยืนต้นขนาดกลางสูง 3-10 เมตร โตเร็วทั้งในที่แห้งและชุ่มชื้น มักขึ้นอยู่ตามป่าละเมาะตามหัวไร่ปลายนา และในบริเวณบ้าน

          แคเป็นต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านสาขามาก มีเปลือกลำต้นขรุขระสีเทา  ดอกคล้ายดอกถั่ว ยาว 6-10 ซม.  มีทั้งดอกสีขาวและสีแดง  ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ  กลีบเลี้ยงเป็นรูประฆังหรือถ้วย  ผลเป็นฝักแบน

          ส่วนของแคที่นำมารับประทานนับได้ตั้งแต่ยอดอ่อน ใบอ่อน  รสหวาน มัน  มีมากในช่วงฤดูฝน  นิยมต้มสุกแล้วราดหัวกะทิ รับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก  เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว แคก็ออกดอกอ่อนที่มีรสหวานออกขมเล็กน้อยให้ลิ้มรสและทำเป็นแกงส้ม แต่ต้องเป็นดอกแคสีขาว เพราะไม่มีเส้นใยมากให้ระคายปากเหมือนดอกสีแดง   แกงส้มดอกแคที่อร่อยต้องใส่ปลาช่อน เพราะช่วงที่ดอกแคออกดอกจะเป็นช่วงที่ปลาช่อนมีเนื้อหวานมันเป็นพิเศษ พอถึงช่วงปลายฤดูหนาวก็เริ่มเก็บฝักอ่อนมารับประทานกันอีกครั้ง
          ครัวอีสานนิยมนำยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อนมานึ่งหรือย่างให้สุกหอมแล้วรับประทานกับปลานึ่ง จิ้มแจ่ว ลาบ ก้อย  ส่วนดอกแคยังนิยมทำเป็นแกงอ่อมอีกด้วย   ในครัวภาคกลางนอกจากทำเป็นแกงส้ม แกงคั่วแล้ว ยังนำดอกแคมายัดไส้ชุบแป้งทอดเป็นอาหารว่างไทยมานานแล้ว   ส่วนฝักอ่อนนิยมต้มจิ้มน้ำพริก

          สรรพคุณทางยาของแคคือช่วยแก้ไข้ ลดไข้  นอกจากนี้ยังอุดมด้วยสารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้   แคจึงช่วยบำรุงสายตาและต้านมะเร็ง อีกทั้งช่วยเสริมสร้างกระดูก เพราะมีแคลเซียมฟอสฟอรัสสูง
          ในยอดแคมีสารอาหารมากกว่าดอกแคเสียอีก เพราะยอดแคปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 87 แคลอรี  มีเส้นใย 7.8 กรัม  แคลเซียม 395 มิลลิกรัม  ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม  เหล็ก 4.1 มิลลิกรัม  เบต้าแคโรทีน 8,654 ไมโครกรัม  วิตามินเอ 1,442 ไมโครกรัม  วิตามินบี1 0.28 มิลลิกรัม  วิตามินบี2 0.33 มิลลิกรัม  ไนอาซีน 2.0 มิลลิกรัม  วิตามิซี 19 มิลลิกรัม

          ดอกแคปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 33 แคลอรี  แคลเซียม 2 มิลลิกรัม  ฟอสฟอรัส 57 มิลลิกรัม  เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม  เบต้าแคโรทีน 0.51 ไมโครกรัม  วิตามินบี1 0.09 มิลลิกรัม  วิตามินบี2 0.19 มิลลิกรัม  ไนอาซีน 0.5 มิลลิกรัม  วิตามินซี 35 มิลลิกรัม

          ยอดอ่อนและใบอ่อนของแคขายกำละ 5 บาท เลือกใบสด ไม่ร่วง  ดอกแคมักขายเป็นกองๆ ละ 5 บาทเช่นกัน ให้เลือกดอกตูมที่กำลังจะบาน  ก่อนนำไปทำอาหารต้องดึงเอาเกสรออกก่อน จะทำให้มีรสขมน้อยลง   สำหรับฝักอ่อนค่อนข้างหาซื้อยาก ต้องปลูกต้นแคไว้ที่บ้านเองจึงจะได้รับประทานกัน



หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: หนอน ปิ่น ที่ กันยายน 19, 2008, 04:10:46 PM
                            กระถินผักริมรั้วช่วยลดน้ำตาลในเลือดแก้เบาหวาน

กระถินเป็นไม้ยืนต้นพุ่มเตี้ยที่นิยมปลูกกันตามริมรั้ว ซึ่งพบได้โดยทั่วไป กระถินมีหลายชนิดมาก มีทั้งกินได้และกินไม่ได้ แต่กระถินนี้เป็นกระถินที่กินได้ ในแต่ละภาคจะมีการเรียกชื่อที่แตกต่างกันไป และแต่ภาษาของแต่ละท้องถิ่น

กระถินจะมีลำต้นที่ไม่ค่อยแตกกิ่งก้านสาขา ดอกสีขาว ฝักอ่อนจะมีสีเขียวเป็นกระจุก ฝักแก่จะมีเมล็ดสีเขียวอ่อนเรียงกัน ฝักสุกจะมีสีน้ำตาล ใบเรียงกันคล้ายใบมะขามแต่มีขนาดเล็กกว่า ลำต้นสามารถน้ำไปทำเป็นกระดาษพิมพ์เขียน และเมล็ดแก่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับได้ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ นิยมปลูกโดยการเพาะเมล็ด

นอกจากนี้ก็สามารถนำมาประกอบอาหารได้ด้วย เช่น ฝักอ่อนนำมากินสด ๆ จิ้มกับน้ำพริก ฝักแก่แกะเอาแต่เมล็ดมากินกับขนมจีน ยอดอ่อนก็กินสด ๆ หรือที่นิยมนำมากินกับหอยนางรม แต่บางคนไม่ชอบกินเพราะมีกลิ่นเหม็นคล้ายกับสะตอ


คุณค่าทางโภชนาการ

กระถินจะให้พลังงาน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 ไนอาซีนและวิตามินซี

สรรพคุณทางสมุนไพร

ดอก รสมัน บำรุงตับ แก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา
ราก  รสจืดเฝื่อน ขับลม ขับระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะ
เมล็ด ใช้ถ่ายพยาธิตัวกลม ผู้ใหญ่ใช้ครั้งละ 25-50 กรัม เด็กใช้ 5-20 กรัม ต่อวัน รับประทานตอนท้องว่างในตอนเช้าเป็นเวลา 3-5 วัน
ใบและเมล็ด สรรพคุณแก้โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ช่วยให้ระดับนำตาลและระดับโคเลสเตอรอลลดลง แก้ท้องร่วง ใช้สมานแผล ห้ามเลือด เนื่องจากในใบและเมล็ดมีสารมิโมซีน ที่ทำให้ผมร่วงได้ จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป

กระถินหรือที่รู้จักกันดีว่ากระถินริมรั้ว อย่ามองข้ามมันนะค่ะถึงมันจะอยู่ริมรั้วแต่ก็มีประโยชน์หลายอย่างไม่น้อยไปกว่าผักชนิดอื่น


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: หนอน ปิ่น ที่ กันยายน 19, 2008, 05:36:48 PM
                                            ชะพลู

          ชะพลู  เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ให้ใบดกหนา ปลูกง่าย ชอบดินฟ้าอากาศและแดดลมหลายลักษณะ จึงปลูกกันได้ดีทั่วทุกภาค   ชะพลูมีชื่อเรียกต่างๆ กัน ภาคเหนือเรียกว่า ผักแค ผักปูนา พลูนก พลูลิง  ภาคใต้เรียกว่า ผักนมวา  ภาคอีสานเรียกว่า ผักอีเลิด ผักอีเล็ก ผักปูลม  ภาคกลางเรียกใบชะพลู   แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคนรู้จักในนามใบชะพลูกันถ้วนหน้า เพราะจากผักพื้นบ้านขนานดั้งเดิมอันนี้ ชะพลูได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจไปเสียแล้ว    เดิมทีชะพลูเป็นผักขึ้นเองตามใต้ต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นมะม่วง ต้นหว้า ขึ้นเองตามริมหนอง คลอง บึง  มีใบเขียวเข้มสวยงาม   ความที่ชะพลูปลูกกันง่ายมาก ชะพลูก็อพยพเข้ามาเป็นผักในสวนครัวชาวบ้าน ปลูกคู่กันไปกับผักสวนครัวอื่นๆ เช่น กะเพรา ใบแมงลัก ใบโหระพา พริก เป็นต้น
          บทบาทของชะพลูในจานอาหารครัวเรือนพื้นบ้านมีมากมาย เริ่มตั้งแต่เป็นผักสดที่นิยมกินกับอาหารรสแซบทั้งหลาย เช่น ลาบ ก้อย น้ำตก เนื้อย่าง ปลาย่าง ตลอดจนน้ำพริกต่างๆ   ชะพลูเป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในอาหารจานพื้นบ้านต่างๆ แกงแคของภาคเหนือซึ่งถึงกับเรียกใบชะพลูว่า "ใบผักแค" เลยทีเดียว หรือไม่ก็เป็นเพราะใช้ใบชะพลูเป็นเครื่องปรุงเฉพาะตัว จึงเรียกแกงนั้นว่า แกงแค เป็นไปได้อย่างเดียวกัน  ส่วนภาคอีสานนิยมใส่ในแกงอ่อมต่างๆ  แกงขนุนอ่อน  แกงหัวปลี   ภาคใต้ใช้แกงกะทิใบชะพลูกับหอยแครง   ส่วนภาคกลางนิยมใส่แกงคั่วหอยขม นิยมนำมากินร่วมกับข้าวมันส้มตำ ชนิดที่เรียกว่าถ้าขาดใบชะพลู รสชาติของข้าวมันส้มตำก็กร่อยไปเลย
        รสชาติใบชะพลูขณะที่กัดและเคี้ยวกินจะมีกลิ่นหอมในปาก รสจัด เคี้ยวนานๆ จะได้รสเผ็ดออนๆ  ใบชะพลูขนาดกำลังอร่อยจะต้องเป็นใบที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไป ใบจึงจะนุ่ม หอม และเผ็ดกำลังดี   อย่างไรก็ตาม ใบชะพลูกินได้ทุกขนาดอายุของมัน แม้แก่มากก็กินได้ เพราะเส้นใยไม่ถึงกับเหนียวจนกัดไม่ขาด เพียงแต่ใบจะหยาบสักนิด และกลิ่นจะฉุนสักหน่อยเท่านั้นเอง
    เพราะเหตุที่ใบชะพลูมีรสพิเศษเฉพาะตัว ใบชะพลูจึงกลายมาเป็นผักยอดนิยมในการกินกับเมี่ยงคำ เรียกว่าเข้ามาแทนที่ใบทองหลางที่เคยนิยมกันกับเมี่ยงคำมาก่อนโดยสิ้นเชิง และก็เพราะเมี่ยงคำกลายมาเป็นอาหารอาชีพที่ต้นทุนต่ำ ขายได้ราคาสูง ทำกินเองยากเพราะใช้แรงงานมากมาย เมี่ยงคำซึ่งเดิมเคยล้อมวงกันกิน มีเครื่องปรุงที่ใช้ห่อกับใบชะพลูอยู่ตรงกลางถาดกลมใบเล็ก กลายมาเป็นเมี่ยงคำห่อเป็นคำเรียบร้อยเสียอยู่ในไม้ห้าหกคำ ขายไม้ละ 10 บาทบ้าง 15 บาทบ้าง แม้แต่ 20 บาทก็มี    ดังนั้นชะพลูจึงกลายเป็นพืชที่ถูกปลูกเอาปริมาณมากๆ เพื่อป้อนตลาดอย่างกว้างขวาง ที่เป็นอาหารขายนอกจากเมี่ยงคำแล้ว บรรดาอาหารที่กินกับผักสดทั้งมวล ล้วนต้องการใบชะพลูทั้งสิ้น เช่น ร้านอาหารเวียดนาม ร้านอาหารอีสาน เป็นต้น

          ชะพลูเป็นไม้ให้ใบสวย รูปร่างเหมือนหัวใจ ปลูกเป็นไม้ประดับก็ได้ ปลูกไว้กินก็ดี มีทั้งชะพลูแบบเป็นพุ่ม และชะพลูที่ทอดยอดเลื้อยสูงเหมือนใบชะพลูที่คุณยายใช้เคี้ยวหมากนั่นแหละ  เกิดได้ทั้งในที่แสงแดดเต็มวัน ทั้งแสงแดดครึ่งวัน และแม้แต่แสงแดดรำไร เช่น ใต้ร่มไม้ใบใหญ่อย่างต้นมะม่วงหรือชายคาบ้าน  ชอบดินร่วนซุย  น้ำชุ่มชื้น  แม้ดินแล้งน้ำแห้งก็อยู่ได้ เพียงแต่ใบจะแกรนเท่านั้น  ก้านใบนูนเป็นเส้น ยาวพ้นออกมาเป็นก้านใบไปในตัว  หน้าใบสีเขียวเข้ม  หลังใบสีเขียวหม่น  ดอกมีรูปร่างเป็นทรงกระบอกเล็กๆ มีสีขาว

          ในใบชะพลูมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายของมนุษย์อย่างมาก คือแคลเซียม  และวิตามินเอ ซึ่งจะมีสูงเป็นพิเศษ  นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัส  เหล็ก  เส้นใย  และสารคลอโรฟิล  ส่วนสรรพคุณทางยานั้นช่วยบำรุงธาตุ  แก้จุกเสียด    การกินใบชะพลูมากๆ ชนิดที่เรียกว่ากินกันทุกวัน กินกันแทบทุกมื้อ เช่น ชาวบ้านภาคอีสานนั้น แคลเซียมที่มีในใบชะพลูจะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกซาเลท ซึ่งถ้าสะสมมากๆ อาจกลายเป็นนิ่วในไตได้ แต่โดยทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวันก็ไม่มีใครกินชะพลูได้มากมายขนาดนั้น  ถ้ากินใบชะพลูต้องกินร่วมกับเนื้อสัตว์ ร่างกายจึงใช้แคลเซียมที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

     


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จั�
เริ่มหัวข้อโดย: lily ที่ กันยายน 19, 2008, 10:00:35 PM
เออ ลิลลี่ก็มีผักแพรวน่ะค่ะ ที่นี้มันไม่เห็นยืนต้นเลย เลี้อยตลอดทำยังไงให้ยืนค่ะ มันเลื้อยเกะกะ
มาก ขอบคุณค่ะ

ต้องตัดมันบ้างครับ  ถ้าปล่อยให้ยาวเกินไปมันจะเลื้อยเป็นเถาว์ครับ


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: หนอน ปิ่น ที่ กันยายน 20, 2008, 12:31:57 PM
                                                         ผักแต้ว/ผักติ้ว
ชื่อพื้นเมือง แต้ว(ไทย)   ติ้วขน(กลางและนครราชสีมา)    ติ้วแดงติ้วยางติ้วเลือด(เหนือ)    แต้วหิน(ลำปาง)   
 กุยฉ่องเซ้า(กระเหรี่ยง ลำปาง)     กวยโซง(กระเหรี่ยง กาญจนบุรี)    ตาว(สตูล)     มูโต๊ะ(มาเลเซีย-นราธิวาส)
 เน็คเคร่แย(ละว้า-เชียงใหม่)      ราเง้ง(เขมร-สุรินทร์)    ติ้วขาว(กรุงเทพฯ)    ติ้วส้ม(นครราชสีมา)    เตา(เลย)   
 ขี้ติ้ว ติ้วเหลือง(ไทย)    ผักติ้ว(อุบลราชธานี มหาสารคาม-อีสาน)

ต้นแต้วเป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 8-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม กิ่งอ่อนมีขนนุ่มทั่วไป
เปลือกสีน้ำตาลไหม้ แตกเป็นสะเก็ด เปลือกในสีน้ำตาลแกมเหลือง และมีน้ำยางสีเหลืองปนแดงซึมออกมา
ใบมนแกมรูปไข่กลับ และรูปขอบขนาด กว้าง 2-5 ซม. ยาว 3-13 ซม. ออกเป็นคู่ ๆ ตรงกันข้าม โคนสอบเรียวส่วนที่ค่อนไปทางปลายใบโตออกปลายสุดสอบเข้านื้อบางหลังใบมีขนสองท้องใบมีขนนุ่ม
หนาแน่น ดอกสีชมพูอ่อน ถึงสีแดง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกเป็นดอก ผลรูปร่างรีขนาดกว้าง 1 ซม. ยาว
2 ซม. หรือย่อมกว่าเล็กน้อย มีนวลขาวติดตามผิว เมื่อแก่จัดออกเป็นสามแฉก เมล็ดสีน้ำตาล

เป็นผัก/ฤดูกาล  ยอดอ่อนใบอ่อนและช่อดอกอ่อนรับประทานเป็นผักได ยอดอ่อนและใบอ่อนผลิใน
หน้าฝนและหน้าหนาว ส่วยดอกออกสะพรั่งในช่วงปลายฤดูหนาว ฤดูร้อน ถึงต้นฤดูฝน
การปรุงอาหาร ชาวไทยภาคกลางและชาวอีสานรับประทานผักแต้วเป็นผักโดยที่ชาวไทยภาคกลาง
รับประทานยอดแต้วอ่อน เป็นผักสดแกล้มกับน้ำพริกปลาร้า ดอกแต้วมีรสเปรี้ยวนิดๆจิ้มกับน้ำพริก
ปลาร้ามีรสอร่อยมาก ส่วนชาวอีสานรับประทานยอดอ่อน ใบอ่อนและช่อดอกเป็นผักสดแกล้มลาบ ก้อย น้ำพริก ซุป หมี่กะทิ หรือนำไปแกง เพื่อให้อาหารออกรสเปรี้ยว(เป็นเครื่องปรุงรส) ส่วนดอกนำไปต้ม
แกง บางครั้งแกงรวมกันทั้งยอดอ่อนและดอกอ่อนเป็นผักที่ชาวอีสานนิยมรับประทานมากชนิดหนึ่ง

รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ  
ยอดอ่อนและดอกอ่อนของผักติ้วมีรสเปรี้ยว ผักติ้ว 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 58 กิโลแคลอรี่
ประกอบด้วยเส้นใย 1.5 กรัม แคลเซี่ยม 67 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 19 มิลลิกรัม เหล็ก 2.5 มิลลิกรัม
เบต้า-แคโรทีน 4500 ไมโครกรัม วิตามินเอ 750 ไมโครกรัมของเรตินอล วิตามินบีหนึ่ง 0.04 มิลลิกรัม
วิตามินบีสอง 0.67 มิลลิกรัม ไนอาซิน 3.1 มิลลิกรัม วิตามินซี 58 มิลลิกรัม
และมีจำหน่ายในท้องตลาดของท้องถิ่นอีสาน


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: หนอน ปิ่น ที่ กันยายน 20, 2008, 11:42:56 PM
                                        ดอกโสน

ชื่อตามท้องถิ่น โดยทั่วไปเรียก โสน ภาคเหนือเรียก ผักฮองแฮง
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุก เป็นพุ่มขนาดกลาง ลำต้นสูงเปราะบางเพราะไม่มีแก่น สูงประมาณ 2–3 เมตร มีกิ่งก้านห่างๆ ใบเล็กฝอยคล้ายกับใบมะขามหรือใบกระถิน ดอกสีเหลืองคล้ายดอกแค แต่ดอกเล็กกว่า มีฝักยาว มีเมล็ดในฝักคล้ายกับถั่วเขียวแต่ฝักยาวกว่า ดอกโสนสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น นำมาชุบแป้งทอดกรอบ รับประทานกับขนมจีนน้ำพริก ดอกโสนมีรสหวานชวนรับประทานมาก
การปลูก ต้นโสนขึ้นเองอยู่โดยทั่วไป โดยเฉพาะตามริมคูน้ำ ริมคลอง ในที่ชื้นแฉะ เป็นพืชขึ้นง่าย ไม่ต้องบำรุงรักษาก็งอกงามดี
สรรพคุณทางยา เอาต้นโสนมาเผาไฟให้เกรียม แล้วเอามาต้มชงเอาน้ำดื่ม เป็นยาขับปัสสาวะ ดอกโสนนำมาผัดน้ำมันเล็กน้อย หรือเอามาลวกจิ้มน้ำพริกรับประทาน เป็นยาแก้ปวดมวนท้อง
รายการอาหาร ดอกโสนจิ้มน้ำพริกมะนาว แกงดอกโสน ดอกโสนผัดน้ำมันหอย ยำดอกโสน ขนมดอกโสน


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 29, 2008, 06:41:58 PM
ขมิ้นขาว

ชื่อพื้นเมือง : ขมิ้นม่วง

ชื่อสามัญ : Curcuma white

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma mangga Val.&.Zijp.

ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE

รส : รสเผ็ด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน กลิ่นหอม ลำต้นสูงราว 40-80 ซม. พืชชนิดนี้หน้าแล้งใบจะโทรม พอถึงฤดูฝน เหง้าที่อยู่ใต้ดินจะแตกใบขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ใบ
เป็นใบเดี่ยวมีก้านยาวหุ้มต้นแบบเวียนสลับ รูปทรงของใบเป็นใบพายโคนสอบปลายแหลม กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. สีเขียว

ดอก
ออกเป็นช่อ มีก้านข้อยาวแทงจากเหง้าใต้ดิน เวลาสีเหลืองอ่อนมีกลีบประดับสีเขียวอมชมพูซ้อนทับแบบเวียนสลับหลายกลีบ

สรรพคุณทางยา
ขมิ้นขาว สรรพคุณ ขับลมในลำไส้ ขมิ้นมีสารชนิดหนึ่งเรียกว่า curcumin ป้องกันมะเร็งได้ น้ำต้มขมิ้นมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำดี ใช้รักษาอาการนิ่วในถุงน้ำดี และโรคกระเพาะอาหารได้ ขมิ้นสดยังช่วยขับลม แก้ท้องอืดอีกด้วย ขมิ้นขาวสด เมื่อทาน 100 กรัมให้วิตามินซีถึง 16 มิลลิกรัม ส่วนขมิ้นชันให้วิตามินซี 12 มิลลิกรัม

ประโยชน์ทางอาหาร
เหง้าสด นำมารับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก หรือนำไปยำ แกง 

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร เหง้าสด


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ กันยายน 29, 2008, 10:21:46 PM
 คุณชาวนาคะ  ที่บ้านป้าดี ก็พอมี ยกเว้น ผักกูด กับ ผักแต้ว/ผักติ้ว เท่านั้น ที่ยังไม่ได้เอามาปลูกที่บ้านแต่ก็พอจะหาได้


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กันยายน 30, 2008, 08:00:36 AM
เรียน  ป้าดี  ที่นับถือ

ผักกูดที่บ้านผมก็พอมีอยู่ไม่กี่แห่งครับ  เพราะเป็นพืชประเภทเฟิร์น ที่ขึ้นเฉพาะในพื้นที่ชื้นแฉะหรือมีความชื้นสูงเท่านั้น  ภาพที่ถ่ีายมาอยู่ในที่นาของคุณปู่ (ปู่เีสียแล้ว) ตอนนี้ก็เหลืออยู่แค่นั้นจริงๆ ครับ  ไม่รู้ว่าลูกหลานของปู่จะขุดทิ้งเมื่อไหร่

ส่วนผักแต้ว หรือ ผักติ้ว  ที่บ้านยังมีเยอะ  ไว้จะสอบถาม อ.นพพร  ถึงวิธีเพาะพันธุ์ผักชนิดนี้ให้นะครับ  เพราะปกติมันมีดอกและเมล็ดในช่วงเดือน 4 หรือ เดือน 5  แต่ถ้าจะขุดต้นเล็กมาเพาะเลยก็ทำได้  (ลำบากนิดนึง) หากมีโอกาสคงได้นำมาแจกสมาชิกต่อไป


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 01, 2008, 09:22:30 PM
คุณชาวนาคะ  ที่บ้านป้าดี ยังมีผักอีก เพิ่งจะเอาปลูกไว้อย่างละต้น 2 ต้น   
  1. ต้นหมุย(สมุย) เป็นผักพื้นบ้านทางใต้ 
  2. ต้นเสม็ด
  3. สลิด (ขจร)
  4. ชะเอมเถา
  5.ทองหลางใบรี (ได้มาจาก อ.ด่านมะขามเตี้ย) เค้าบอกว่ากินได้เหมือนทองหลางใบมน แต่อร่อยกว่า ป้ายังไม่ได้ลองเอาไว้ทำพันธุ์
ต้นไหนที่คุณชาวนา อยากดู  ป้าจะถ่ายรูปมาให้


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 01, 2008, 09:42:26 PM
ที่ป้าดีพูดมา  ผมรู้จักแค่  สลิด (ขจร)  ครับ :D :D


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 01, 2008, 10:33:45 PM
พรุ่งนี้  ป้าดี จะถ่ายรูปมาให้ดูนะคะ แถมด้วยผักแว่น  โสมบ้าน มะเขือไข่เต่า และมะระขี้นก ด้วย


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 01, 2008, 10:42:11 PM
ขอบคุณครับ  รอชมนะครับป้าดี  8) 8)


หัวข้อ:
เริ่มหัวข้อโดย: khundong ที่ ตุลาคม 03, 2008, 02:55:40 PM
มีคนพาดพิงถึงก็เลยตามาตอบ ผักติ้ว หรือติ้วขาว ที่คนอิสานชอบแกงใส่ปลาช่อนไข่ จะออกดอกช่วงราวๆ ปลายมีนา ถึง กลาง พ.ค. ถ้าดอกโดยฝนแล้วจะไม่ค่อยอร่อยเพราะจะเริ่มฝาด ผลจะแก่ราวๆ เดือน กรกฎา - สิงหา ฝักจะคล้ายฝักตะแบก เมล็ดเป็นปีกเล็กๆ เวลาเพาะก็แค่โรยลงทราย+ขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่มแค่นั้นพอถึงกลางฝน คือ ช่วงสิงหาก็เอาลงปลูกได้เลย ครับ บางต้นที่ใหญ่และไม่ค่อยเจอน้ำ ดอกออกเต็มต้นสวยจนผมต้องเรียกว่า ซากุระอิสานเลยทีเดียว


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 09:46:47 PM
สวัสดีค่ะ คุณชาวนา ป้าดีถ่ายรูปมาแล้ว ผักพื้นบ้านที่ปลูกข้าง ๆบ้าน ในเนื้อที่ ไม่ถึง 100 ตรว.
 ต้นแรก  ต้นหมุย


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 09:50:59 PM
ต้นที่ 2  เสม็ด หน้าตาเค้าจะคล้ายต้นหมุยและต้นคริสติน่า  แต่กลิ่นฉุนน้อยกว่าต้นหมุย กินกับลาภ แกงทางใต้อร่อยมากกก


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 09:54:27 PM
ต้นที่ 3  ทองหลางใบรี


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 09:57:03 PM
ต้นที่ 4 ต้นขจร(สลิด)  ยังเล็กอยู่เอามาปลูกได้ไม่นาน จะให้พันขึ้นต้นมะขาม


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 10:00:12 PM
ต้นที่ 5  ปูเล่     เอาไว้ผัดกินกรอบดี ไม่เหม็นเขียว


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 10:05:32 PM
ต้นที่ 6 ชะเอมเถา   ยังเด็กอยู่ ให้พันขึ้นต้น ลูกเขยตายฯ สังเกตดูยอดอ่อนแตกจากเถา นั่นแหละคะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 10:07:41 PM
ต้นที่ 7  แว่นแก้ว  ปลูกในอ่างบัวใส่ปุ๋ยจุลินทรีย์  ใบงาม  ใหญ่มาก


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 10:15:48 PM
ต้นที่ 8  มะเขือไข่เต่า  ปลูกไว้นอกรั้วบ้าน ให้เพื่อนบ้านเก็บกินด้วย ใกล้ๆ กันยังมีต้นแคบ้าน มะเขือพวง กับมะละกอ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 10:21:30 PM
ต้นที่ 9  มะระขี้นก  ปลูกขึ้นคลุมกรง น้องแปม (สุนัขบางแก้ว) จะได้เย็นสบาย ประหยัดไม่ต้องสร้างค้างให้ต้นไม้


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 03, 2008, 10:29:40 PM
ต้นที่ 10 พริกขี้หนู  ปลูกแล้วตัดแต่งตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เอาไว้ย้ายใส่ชามหรือกระถางสวย ๆ เล็ก ตั้งบนโต๊ะกินข้าว กินสด ๆ
                ต้นสูงประมาณคืบกว่าเท่านั้น  เม็ดไหนยังไม่กินก็ฝากต้นไว้ก่อน ไม่เน่า   ใครจะนำไปทำบ้างก็ได้นะคะ
 
ยังมีอีกนะคะ   แต่วันนี้พอแค่นี้ก่อน ลูกของปาดี เค้าว่า  แม่น่ะบ้า….ยุ่งกับต้นไม้ทั้งวัน เข้าบ้านก็เข้าเน็ทเว็บต้นไม้
ดูแลลูกบ้างก็ได้นะ   ขวดน้ำนอกบ้านกินแล้วใบออกหูลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ 


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ ตุลาคม 03, 2008, 10:51:26 PM
ป้าจ๋า สอน ทอมมี่ปลูก พริกขี้หนู ต้นน่ารักๆ แบบป้าดี หน่อยสิครับ ดู แล้วน่ารักจัง


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 04, 2008, 09:47:53 AM
ขอบพระคุณป้าดีครับ  ผมจะเอาของป่า (อีสาน) มาอวดนะครับ


ภาพแรก  ดอกกระเจียวขาว  ชนิดนี้หากยากมากในอินเทอร์เน็ตไม่ค่อยเจอหรอกครับ  เป็นกระเจียวป่าที่มีลักษณะดอกเหมือนกล้วยไม้ดิน  ประโยชน์ดอกใช้รับประทานได้ทั้งสดและลวกให้สุก มีกลิ่นหอมเย็นคล้ายๆ ขมิ้นขาว ครับ

สำหรับฤดูกาลที่ดอกกระเจียวชนิดนี้ออกดอก  คือ  ช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม  บางทีอาจเรื่อยไปจนถึงต้นมิถุนายน  เพราะปกติแผ่นดินอีสานหากฝนเริ่มตก  แผ่นดินเริ่มชุ่ม  ดอกกระเจียวสีขาวก็จะเริ่มโผล่จากดินมาก่อน  ส่วนกระเจียวสีแดงก็จะตามมาทีหลังกันติดๆ ครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 04, 2008, 02:37:00 PM
กระเจียวแดง

กระเจียวแดง  เป็นพืช (หัว) ล้มลุก คล้ายๆ กับดอกกระเจียวขาว  และออกดอกในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม  อาจเรื่อยไปจนถึงกรกฎาคม  ประโยชน์ใช้เป็นผัก  สามารถรับประทานได้ทั้งแบบสดๆ หรือจะนำไปลวก หรือย่างไฟให้สุกเสียก่อนก็ได้  มีกลิ่นหอมเย็นคล้ายๆ กระเจียวขาว  แต่ดอกกระเจียวแดงจะมีลักษณะดอกเป็นช่อใหญ่กว่าดอกกระเจียวขาวมากครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 04, 2008, 02:45:07 PM
ภาพนี้เป็นตะกร้าของชาวบ้านที่ไปเดินหาเก็บของป่า  เช่น  เห็ดละโงก  ดอกกระเจียว  และผักอื่นๆ ในธรรมชาติครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 04, 2008, 02:52:34 PM
มะระขี้นก  ... เอาภาพมาร่วมด้วยช่วยกันกับป้าดี  ครับ  ภาพนี้ถ่ายมาจาก อ.วิหารแดง  จ.สระบุรี  ที่ฟาร์มเห็ดพี่หยุดครับ สนใจมะเขือไข่เต่าของป้าครับ  น่าอร่อยดี  มีเมล็ดแจกผมบ้างนะครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 05, 2008, 09:26:46 AM
คุณ tomy  พริกขี้หนูต้นเล็ก ๆ  ทำไม่ยากหรอกคะ  เพาะเมล็ดไว้  พองอกต้นมีใบคู่ที่สาม นับจากโคน ใช้กรรไกรตัดคูที่สามออก
พอแตกแขนงมีใบคู่ที่ 3-4 ที่แตกจากต้นหลัก ก็ตัดอีก ทุกแขนง แล้วก็ใส่ปุ๋ยคอก/อินทรีย์น้ำตามถนัด สักพักเค้าก็ออกดอกมีเมล็ด
แล้วเปลียนใส่กระถางสะอาด สวย ๆ  ป้าดีชอบอาหารรสเผ็ดนิดหน่อย  เวลาซื้อพริกมา 5 บาท ใสนิดเดียว ที่เหลือเก็ใส่ตู้เย็นก้เน่าใช้ไปไม่ถึง 3 บาท เสียดายตัง ก็เลยทดลองทำแบบนี้ดู  เวลาทานข้าวก็ตั้งไว้ประดับโต๊ะ(ไม่ต้องตัดดอกไม้ปักแจกัน) สวยด้วยกินได้ ประหยัด เข้าคอนเซป เศรษฐกิจพอเพียง ตอนนี้ก็เริ่ม ทำเป็นของฝาก ให้ญาติบ้าง เพื่อน ๆ บ้าง คนที่ได้รับส่วนใหญ่จะปื้มนะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 05, 2008, 10:00:39 AM
แจ้งข้อมูลเพิ่มเติม ทองหลางใบรี ของป้าดี  พอดีไปเจอเว็บของคุณกะได


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ ตุลาคม 05, 2008, 04:33:43 PM
ป้าดี ....  ขอบคุณคับ  เดี๋ยวจะ ลองทำดูบ้างคับ ต้นพริกปลูกไว้หน้าบ้านแล้วคับ เดี๋ยวจะลองตัดเลย
พริกที่นี่ก็แพงมากๆๆ แถวบางช่วงไม่มีพริกให้ทานเป็นอาทิตย์


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 05, 2008, 04:38:41 PM
โอววววว  พริกขาดตลาดขนาดนั้นเลยหรอครับทอมมี่ ??


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: tomy ที่ ตุลาคม 05, 2008, 06:18:15 PM
จะมีใครกินพริกเก่งเท่าคนไทยไหมหนอ  ที่พริกขาดตลาดเพราะต้องรอนำเข้า  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: padee ที่ ตุลาคม 05, 2008, 08:46:29 PM
 คุณชาวนา... มะเขือไข่เต่า..ไม่นานคงได้เมล็ดคะ  ป้าดี จะติดป้ายบอกเพื่อนบ้านให้เว้นลูกใหญ่ไว้ทำพันธุ์สัก 2-3 ลูก ต้นอยู่นอกรั้ว กลัวเค้ามาเก็บลูกใหญ่ ๆ ไปกินหมด ที่จริงป้าดีปล่อยให้แก่ 2 ลูก แต่ไม่ได้ติดป้ายไว้ อยู่ได้ 2 อาทิตย์ กลับจากทำงานตอนเย็นไปดูหายไปแล้ว ไปพร้อมกับพริก มะเขือพวง ฝักแค มีรอยหักอยู่ คงเอาไปกินกับน้ำพริก  นอกรั้วมีครบ ทั้งพริก กะเพรา ตะไคร้ มะเขือ มะละกอ ข่า เดี๋ยวพอขจรกับชะเอม ใหญ่ ก็จะมีเพิ่มอีก  ขาดแต่มะนาว มะกรูด (อยู่ในบ้าน)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 07, 2008, 10:56:02 AM
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับป้าดี  สำหรับเมล็ดมะเขือไข่เต่า  ไว้ผมจะหาอะไรมาแลกเปลี่ยนบ้างนะครับ  8)  8)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 17, 2008, 08:22:20 PM
ผักกาดไฮ่  หรือ ผักกาดไร่

ผักพื้นบ้านที่ไม่ได้ปลูกเอง  แต่เกิดตามหัวไร่ปลายนา  เป็นไม้ล้มลุก  ผักกาดไฮ่จะเกิดในช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนธันวาคม  แต่ถ้าหากสภาพพื้นที่ที่มีความชื้นและน้ำก็สามารถเกิดได้ตลอดทั้งปี 

สำหรับรสชาตินั้นออกหวานแต่มีกลิ่นเหม็นเขียวแรงมาก  สำหรับคนเฒ่าคนแก่ที่ชอบก็บอกว่าเป็นผักที่อร่อยอีกชนิดหนึ่งที่หาได้ตามท้องไร่ปลายนา  นิยมนำมากินกับ  ป่นปลา  ป่นกบ  ปลาเผา  ลาบ  น้ำพริกทุกชนิด  ฯลฯ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 17, 2008, 08:30:02 PM
ผักออบแอบ  หรือ  ส้มออบแอบ

ผักออบแอบ หรือ  ส้มออบแอบ  เป็นไม้เถาว์  ขึ้นตามป่าโคก  มีรสเปรี้ยวคล้ายใบมะขาม  ชาวบ้านนิยมนำมาใส่แกงเห็ดหรือต้มยำ  ต้มส้ม  แทนใบมะขาม  หรือน้ำมะขามเปียก 

ลักษณะใบคล้ายกับใบบอน  แต่มีขนาดเล็กกว่าและมีสีเีขียวจัด  มักจะเกิดในช่วงฤดูฝน  และจะออกดอกในปลายฤดูฝน  ชาวบ้านที่เดินเก็บเห็ดหรือของป่านิยมนำกลับมาใช้ประกอบอาหารได้ครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 17, 2008, 08:36:05 PM
ผักอีรอก หรือ  ผักอีลอก

ผักอีรอก หรือ ผักอีลอก  เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายบอนหวาน หรือ  สายบัว  แต่จะเกิดตามป่าโคกหรือป่าเบญจพรรณ  โดยจะเริ่มแทงยอดในเดือนเมษายน  เรื่อยมาจนถึง ต้นมิถุนายน  เมื่อเข้ากลางเืดือนกรกฎาคม  ผักอีลอกก็จะเริ่มติดดอกและให้ผล  ลักษณะของดอกจะคล้ายกับหน่อแทงยอดจากหัวในดิน

ผักอีรอก หรือ  ผักอีลอก  นิยมนำมาทำแกงเสียเป็นส่วนมาก  เนื่องจากมีลักษณะคล้ายสายบัว  จึงให้รสชาติที่อร่อยและอ่อนนุ่มเหมือนกินสายบัว  ส่วนการทำแกงผักอีลอกจะต้องแกงให้สุกเสียก่อนไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดพิษ  และมีอาการแพ้จนเกิดผดผื่นคันได้

ปัจจุบันที่ภาคเหนือและอีสานมีการซื้อขายผักอีลอกกันในช่วงเดือนเมษายน - เดือนพฤษภาคม  ครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 17, 2008, 08:44:18 PM
ผักแขยง

1. ชื่อ ผักแขยง
2. ชื่ออื่น ผักกะแยง ผักพา แขยง คะแยง ผักกะออม ผักลืมผัว อีผวยผาย ควันเข้าตา มะออม
3. ชื่อวิทยาศาสตร์ Limnophila aromatica Merr.
4. วงศ์ SCROPHULARIACEAE
5. ชื่อสามัญ -
6. แหล่งที่พบ พบทั่วไปตามบริเวณที่ชื้นแฉะ และริมคูน้ำของทุกภาค
7. ประเภทไม้ ไม้ล้มลุก
8. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

    ต้น เป็นไม้ล้มลุกฤดูเดียวขนาดเล็กประมาณ 30-40 ซม. ลำต้นตั้งตรงสีเขียวมีขนปกคลุมเล็กน้อย กลวงเห็นข้อชัดเจน ลำต้นทั้งต้นมีกลิ่นหอมหรือกลิ่นฉุนรุนแรง

    ใบ ใบเดี่ยวขนาดเล็กออกเรียบสลับ อาจมี 3 ใบ ออกอยู่รอบๆ ข้อรูปรีหรือ รูปขอบขนานหรือรูปหอก รูปไข่ ใบยาว 1.5-5 ซม. กว้าง 1-2 ซม. ไม่มีก้านใบฐานใบจะหุ้มลำต้นไว้ ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ด้านบนของใบมีต่อมเล็กๆ มากมายมีกลิ่นฉุน

    ดอก ดอกเดี่ยวออกตรงซอกใบหรือออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวมีขนกลีบดอกสีแดง สีชมพูอ่อน หรือสีม่วง

9. ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ใบอ่อน ลำต้น
10. การขยายพันธุ์ ต้นอ่อน เมล็ด
11. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พบขึ้นเองตามคันนา นาข้าว ตามบริเวณที่ชื้นแฉะและริมคูน้ำ
12. ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ฤดูฝน
13. การปรุงอาหาร ทั้งต้น รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก ส้มตำ ลาบ ก้อย ซุปหน่อไม้ หรือนำไปเป็นเครื่องปรุงรสและแต่งกลิ่นสำหรับ แกงอ่อม แกงหน่อไม้ ต้มส้ม
14. ลักษณะพิเศษ ผักแขยง รสเผ็ดร้อน กลิ่นหอมฉุน ช่วยเจริญอาหาร ขับลม
15. ข้อควรระวัง หญิงมีครรภ์ห้ามรับประทาน ชาวอีสานเชื่อว่าหญิงมีครรภ์ รับประทานผักแขยงแล้วจะเกิดอาการผิดสำแดง


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ตรังสยาม ที่ มิถุนายน 12, 2009, 11:01:34 PM
ผักอีรอก ของคุณชาวนาเนี่ย  เหมือนกับต้นบุก ที่นำมาทำแป้งผงบุกหรือเปล่าครับ เพราะเห็นช่อของลูกอีรอกแล้ว มันเหมือนมากๆ  คือทางภาคใต้ก็จะนำต้นอ่อนซึ่งแทงยอดออกจากดินใหม่ๆ ใบยังไม่กาง นำมาต้มกะทิกินกับน้ำพริกครับ  แต่ถ้าคนทำไม่เป็นจะคันครับ เพราะยางของมัน  และถ้าขุดดินขึ้นมาดู ก็จะเจอหัวบุกขรุขระหน่อย มีรากระโยงระยางรอบหัวมันเลย ถ้าปอกไม่เป็นเอามากินก็จะคันปากครับ  ผมว่าน่าจะเป็นต้นบุกนะครับ  ไม่แน่ใจนัก  ใครที่ทราบพอจะบอกได้มั้ยครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: tiger ที่ มิถุนายน 13, 2009, 12:09:30 AM
ได้ความรู้เพิ่มเพียบเลย ;) :-[
เรียนคุณ Trangsiam อีรอกก็คือบุกครับ อีรอก นั้นชาวบ้านเรียกกัน
ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าคือพืชชนิดเดียวกัน ว่าจะทดลองปลูกอยู่ครับ :)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: panyasila ที่ มิถุนายน 13, 2009, 01:00:09 AM
ชื่อวิทยาศาสตร์  Houttuynia cordata Thunb.
วงศ์ Saururaceae
ชื่ออื่น  ผักก้านตอง ผักเข้าตอง ผักคาวทอง พลูแ พลูคาว (ไทย), chinese lizard tail, houttuynia(ทั่วไป), yu xing cao (จีน)
ลักษณะของพืช  พืชล้มลุก มีกลิ่นคาว ลำต้นใต้ดินเป็นปล้องสั้นๆ สีนวล ตามข้อมีรากออกโดยรอบ ลำต้นที่อยู่เหนือดินสูง 10-30 เซนติเมตร ใบเดี่ยว ออกเวียนหรือออกสลับ แผ่นใบรูปไข่กว้าง 2.5-7.5 เซนติเมตร ยาว 3-9 เซนติเมตร ปลายใบแหลมมาก โคนใบรูปหัวใจ หรือรูปไต ขอบใบเรียบ เส้นใบออกที่โคนใบ 5-7 เส้น มีขนสั้นๆตามโคนใบแผ่นใบบนสีเขียวเข้มกว่าใต้ใบ ช่อดอกออกตามยอด หรือซอกใบใกล้ยอด รูปทรงกระบอกกว้าง กว้าง 5-8 มิลลิเมตร ยาว 2-2.5 เซนติเมตร มีกลีบประดับสีขาว 4 กลีบ รูปรี หรือรูปไข่กลับแกมขอบขนาน กว้าง 5-7 มิลลิเมตร ยาว 1-2 เซนติเมตร รองรับโคนช่อ ก้านช่อยาว 1-2 เซนติเมตร  ช่อดอกประกอบด้วยดอกเล็กๆจำนวนมาก เรียงตัวแน่นตามความยาวของแกนช่อ ดอกแต่ละดอกไม่มีก้านดอก ไม่มีกลีบดอก มีเฉพาะเกสรเพศผู้ 3 อัน ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร อับเรณูสีเหลือง ดอกออกมากในเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม
ส่วนที่ใช้เป็นยา  ราก ทั้งต้น ต้น ใบ
สรรพคุณและวิธีใช้         ในประเทศจีน มีการใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาผงสำหรับรับประทาน ใช้ในการรักษามะเร็งทางเดินอาหารและมะเร็งทางเดินหายใจรวมไปถึงเนื้องอกในรังไข่ (oophoroma) มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม         ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาสำหรับรักษามะเร็งปอด เป็นส่วนประกอบในตำรับยาจีนซึ่งกล่าวว่ามีสรรพคุณในการกำจัดความร้อนและสารพิษเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และใช้รักษามะเร็งหลอดอาหาร        ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยารับประทาน สำหรับยับยั้งและทำลายเซลล์มะเร็ง และเพิ่มภูมิต้านทาน        ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาในรูป ointment สำหรับใช้ทาภายนอกรักษาเต้านมอักเสบ และมะเร็งเต้านม        ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาทั้งในรูปแบบที่ใช้รับประทาน และเป็นยาฉีดสำหรับรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร        ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาจีนสำหรับรักษามะเร็ง และรักษาอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้รังสีรักษา และเคมีบำบัด       ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาน้ำรับประทานรักษาโรคมะเร็งลำไส้ส่วน rectum มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งเต้านม
การขยายพันธุ์  ปักชำ กิ่ง แยกต้น หน่อ
สภาพดินฟ้าอากาศ  ผักคาวตองเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาและความชื้นสูง สามารถเจริญเติบโตได้ในดินต่างๆ ตั้งแต่ดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ จนถึงดินทรายที่มีปริมาณธาตุอาหารบางชนิดค่อนข้างต่ำ และเจริญเติบโตได้ในสภาพน้ำท่วมขัง นิยมปลูกใกล้แหล่งน้ำที่มีความชื้นสูง และเป็นบริเวณที่ได้รับแสงแดดไม่มากนักหรือได้รับแสงไม่ตลอดทั้งวัน
การปลูก  ขยายพันธ์ได้ง่ายโดยวิธีการปักชำ ในการเตรียมกิ่งชำชำควรปักชำในภาชนะหรือกระบะชำที่มีวัสดุปักชำไม่โปร่งมากนัก แต่มีความชุ่มชื้นเพียงพอเช่น ในดินผสมขุยมะพร้าว ในอัตราส่วน 4:1 โดยปริมาตร ประมาณ 1 เดือน กิ่งชำจะออกรากและมีสภาพแข็งแรงพอสามารถย้ายไปปลูกได้ การปลูกเป็นแปลงใหญ่เลือกกิ่งที่สมบูรณ์ยาว 8-10 เซนติเมตร มีข้อ2-3 ข้อ ตัดปลายกิ่งเฉียง 45 องศา
 
เอกสารอ้างอิง เต็ม สมิตินันทน์. 2523. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์-ชื่อพื้นเมือง). กรมป่าไม้ 379 หน้า.

สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข. 2546. ผักคาวตอง 3,7,9,19 หน้า
 
 
 

 


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: panyasila ที่ มิถุนายน 13, 2009, 01:10:36 AM
พี่แม่บ้านในหอพักที่เชียงใหม่ให้มา 2-3 ต้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพราะแกรู้ว่าผมจะไปปลูกต้นไม้บนดอย บอกว่าให้เอาไปขยายพันธุ์ พอไปถึงบนดอยต้องล้มเลิกความตั้งใจ เพราะที่นั่นมีเยอะมากเกิดเองไม่มีคนปลูก ต้นสด แก่ และงามกว่าที่คนปลูกเองมาก :)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: panyasila ที่ มิถุนายน 13, 2009, 01:13:19 AM
ดอกสวยดี :)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: BPSloei2009 ที่ มิถุนายน 13, 2009, 01:36:30 AM
ผักแถวอีสานบ้านเฮา ท้างน้านนน ;D


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: nini ที่ มิถุนายน 13, 2009, 09:30:13 AM
เมื่อไม่นานนี้ ได้ไปแถวๆ เพชรบูรณ์
ได้ไปซื้อผักชนิดหนึ่ง ชื่อ ผักขี้หูด
อยากจะรู้จัก เผื่อจะหามาปลูกค่ะ
ถ้าใครทราบช่วยบอกหน่อยนะคะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: สด. แจ๊ค ธารทิพย์ ที่ มิถุนายน 18, 2009, 11:00:28 PM
ผักคราด

ผักคราด  (Spilanthes acmella Murr.)

                    ชื่ออื่น     ผักเผ็ด  ผักคาดหัวแหวน(เหนือ) ผักตุ้ม หญ้าตุ้มหู อึ้งฮวยเกี้ย(จีนแต้จิ้ว)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
                   ต้น  เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตรง สูงประมาณ20-30ซม.หรือทอดไปตามดินเล็ก
                   น้อยแต่ปลายสูงขึ้น ลำต้นกลมอวบน้ำมีสีม่วงแดงปนเข้ม ลำต้นอ่อนมีขนปก
                   คลุมเล็กน้อย สามารถออกจากตามข้อของต้น
                  ใบ    ใบเดี่ยวออกตามข้างต้น รูปสามเหลี่ยมขอบหยักพับ ก้านใบยาว ผิว
                    ใบสากมีขน ใบกว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม.
                    ดอก   ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่งเป็นกระจุกสีเหลือง ลักษณะกลม
                    ปลายแหลมคล้ายหัวแหวน ดอกย่อยมีสองวง วงนอกเป็นตัวเมีย วงในเป็นดอก
                    สมบูรณ์เพศ
                    ผล    เป็นผลแห้งรูปไข่
           การขยายพันธุ์     เมล็ด    ปักชำมีรากออกตามข้อ
          ฤดูกาลเก็บส่วนขยายพันธุ์     ตลอดปี
          สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเจริญเติบโต ขึ้นทั่วไปที่ลุ่ม ชื้นแฉะพบตามป่าละเมาะ
          ความสัมพันธกับระบบนิเวศน์     พืชคลุมดิน  พบขึ้นปะปนกับไม้อื่น หรืออยู่ตามสวน
                   ริมคลองหรือร่องน้ำ  ใต้ร่มไม้
          การใช้ประโยชน์
                   ทางอาหาร     ใบ ต้น กินสดกับป่น แจ่วซุบ ใส่แกงหน่อไม้ แกงอ่อม ดับกลิ่นคาว
                   ดีมาก รสชาติของดอก รสเผ็ดชาลิ้น ใบหวานๆขมๆชาลิ้น ขมเย็นๆเคี้ยวแก้
                   ปวดฟัน เป็นยาชา
                   ทางยา     จีนใช้สกัดเป็นยาชา สรรพคุณแก้พิษตามทวาร แก้ริดสีดวง แก้ผอม
                   เหลือง    แก้เด็กตัวร้อน  ต้นสด ตำผสมเหล้า หรือน้ำส้มสายชู อมแก้ฝีในคอ
                   ต่อมน้ำลายอักเสบ แก้ไข้แก้ปวดฟัน ประโยชน์ต่อสุขภาพ รสเผ็ดร้อน ช่วยเจริญ
                   อาหาร ช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหารได้
         ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์      ตลอดทั้งปี




หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: pram ที่ มิถุนายน 19, 2009, 12:59:27 PM
พี่แม่บ้านในหอพักที่เชียงใหม่ให้มา 2-3 ต้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพราะแกรู้ว่าผมจะไปปลูกต้นไม้บนดอย บอกว่าให้เอาไปขยายพันธุ์ พอไปถึงบนดอยต้องล้มเลิกความตั้งใจ เพราะที่นั่นมีเยอะมากเกิดเองไม่มีคนปลูก ต้นสด แก่ และงามกว่าที่คนปลูกเองมาก :)
  ถึง คุณ panyasila.
พี่อ้อยรบกวนขอมาปลูกบ้างได้มั๊ยคะ กำลังหาอยู่ค่ะมีคนแนะนำให้ทานเพื่อรักษามะเร็ง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่แจ้งเลขที่บ/ช กะธนาคารที่จะโอน
ให้พี่ด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ แต่ถ้าติดขัดไม่สะดวกก็ไม่รบกวนนะคะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: peepao ที่ มิถุนายน 22, 2009, 11:55:30 AM
แกงใบชะมวงดีกว่า เมื่อ2ปีที่แล้วพี่เป้าไปเที่ยวจันทบุรีมา เขาแกงใบชะมวงอร่อยมาก เห็นคุณชาวนาเขียนถึงต้นชะมวงเลยน้ำลายสอ...แกงจืดกระดูกหมูอ่อน ใบชะมวง ...1.กระดูกหมูอ่อนตามความพอใจ 2.เครื่องต้มยำ(ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด)3.น้ำปลา 4.น้ำตาล หลังใส่เครื่องปรุงทั้งหมด พร้อมใบชะมวง จากนั้นเคี่ยวให้เปื่อย ชิมออกรสเปรี้ยว เค็มนิดหน่อย ตัดด้วยหวานนิด น้ำคลุกคลิกนะ อร่อยมาก....อีกอย่างแกงเผ็ดใบชะมวง กระดูกหมูอ่อน ..1.เครื่องแกงเผ็ด 2.กระดูกหมูอ่อน หลังจากนั้นนำเครื่องแกงมาผัดให้หอมก่อนนะ แล้วนำกระดูกหมูอ่อนลงไปผัด พอหอมเติมน้ำ ใส่ใบชะมวงเคี่ยวให้เปื่อย น้ำคลุกคลิกนะคะ ชิมออกรสเปรี้ยวนิดหน่อย เหมือนแกงเผ็ดทั่วไปแต่รสเปรี้ยว กินกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองหมดหม้อแน่นอน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ....


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: เด็กเลสร้างสวน ที่ มิถุนายน 26, 2009, 05:05:03 PM
เสียดายรูปมีไม่ครบ  บางอย่างรู้จักแต่ชื่อ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก) สัตฤาษี
เริ่มหัวข้อโดย: panyasila ที่ กรกฎาคม 02, 2009, 01:03:26 AM
Paris polyphylla Smith var. chinensis (Franchet) H. Hara อยู่ในวงค์ Melanthiaceae พืชชนิดนี้พบเฉพาะในภาคเหนือ Paris polyphylla Smith แบ่งออกเป็น 10 ชนิดย่อย แต่ในประเทศไทยพบชนิดย่อยนี้เพียงชนิดเดียว
ชื่อไทย                     : สัตฤาษี
ชื่อท้องถิ่น                  : ตีนฮุ้งดอย, เล็มฮุ้ง, โต่สง, ซาลี่(อาข่า)
การใช้รักษาโรคในท้องถิ่น  : เหง้าใช้ทาแผลสด ห้ามเลือด หรือต้มน้ำอาบบำรุงสตรีหลังคลอด
รายงานการวิจัย             : เหง้าใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวก แก้อักเสบ แก้ปวดท้อง ลดไข้ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ดูดพิษงู
                               ยับยั้งการพัฒนาการของเนื้องอก และอาจป้องกันการเกิดมะเร็ง
                               พบสารสำคัญกลุ่ม Steriod
                              (กลุ่มงานวิจัยของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: panyasila ที่ กรกฎาคม 02, 2009, 01:13:18 AM
 ต้นนี้ก็ได้มาตอนไปทริปป่าครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: panyasila ที่ กรกฎาคม 02, 2009, 01:24:58 AM
ชาวบ้านยังไม่รู้จักการใช้พืชชนิดนี้รักษาโรคเลยครับ  :) ผมลองเฉือนเอาเหง้ามาแปะสิวหัวช้างที่กำลังอักเสบแดงๆอยู่หลับไปไม่กี่ชั่วโมงตื่นขึ้นมาหัวสิวยุบแข็งแห้งและหลุดออกไม่มีการอักเสบเลยครับ :)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: panyasila ที่ กรกฎาคม 02, 2009, 01:25:56 AM
พี่แม่บ้านในหอพักที่เชียงใหม่ให้มา 2-3 ต้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพราะแกรู้ว่าผมจะไปปลูกต้นไม้บนดอย บอกว่าให้เอาไปขยายพันธุ์ พอไปถึงบนดอยต้องล้มเลิกความตั้งใจ เพราะที่นั่นมีเยอะมากเกิดเองไม่มีคนปลูก ต้นสด แก่ และงามกว่าที่คนปลูกเองมาก :)
  ถึง คุณ panyasila.
พี่อ้อยรบกวนขอมาปลูกบ้างได้มั๊ยคะ กำลังหาอยู่ค่ะมีคนแนะนำให้ทานเพื่อรักษามะเร็ง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่แจ้งเลขที่บ/ช กะธนาคารที่จะโอน
ให้พี่ด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ แต่ถ้าติดขัดไม่สะดวกก็ไม่รบกวนนะคะ

พี่อ้อยอยู่ไกล้เชียงใหม่ใหมครับถ้าสะดวกช่วงต้นสิงหามารับที่พักผมในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ครับไม่แน่ใจว่าจะส่งทางไปรษณีย์ได้เพราะต้นจะเหี่ยวเร็วมากหลังจากถอนมาแล้ว


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ กรกฎาคม 02, 2009, 11:04:30 AM

พี่อ้อยอยู่ไกล้เชียงใหม่ใหมครับถ้าสะดวกช่วงต้นสิงหามารับที่พักผมในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ครับไม่แน่ใจว่าจะส่งทางไปรษณีย์ได้เพราะต้นจะเหี่ยวเร็วมากหลังจากถอนมาแล้ว


แนะนำให้ถอนขึ้นมาแล้วหมกดินไว้ครับ  ทำคล้ายๆ การตอนก็ได้แต่เอาดินใส่ไว้เพื่อรักษาความชื้น  ;)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: dwdotman ที่ กรกฎาคม 02, 2009, 04:33:41 PM
ผักใต้ขอแจมด้วยได้ม้าย

ใบมันปู
(http://i655.photobucket.com/albums/uu274/dwdotman/DSC01324.jpg)

ใช้เป็นผักเหมือด(ชุมพร) หรือผักเหนาะ(นครศรีธรรมราช) คือ รับปทานกับอาหารรสเผ็ด 8) 8)
(http://i655.photobucket.com/albums/uu274/dwdotman/DSC01328.jpg)



หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: dwdotman ที่ กรกฎาคม 02, 2009, 04:36:16 PM
ใบเหลียง เมนูแนะนำ
เค้าว่ากันว่าถึงชุมพรถ้าไม่ได้กินใบเหลียงผัดไข่ แสดงว่ายังไปไม่ถึง
แต่อ้อยว่าไม่อร่อยเท่าห่อหมกใบเหลียงค่ะ (ของโปรดของอ้อยเลย)
(http://i655.photobucket.com/albums/uu274/dwdotman/DSC01277.jpg)

ใบอ่อนกำลังดี
(http://i655.photobucket.com/albums/uu274/dwdotman/DSC01278.jpg)



หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: คนดง ที่ ตุลาคม 09, 2009, 10:17:06 AM
 ;D ;D ;Dน่าสนใจทั้งนั้นเลยครับ

โดยเฉพาะผักทางใต้นั๊น....  น่าหร่อย มากๆ  ;D


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: TonNamTonKla ที่ ตุลาคม 09, 2009, 11:18:17 AM
เคยได้ชิมผักเหลียงผัดไข่แล้ว ชอบมาก แต่ยังไม่เคยกินห่อหมกใบเหลียงค่ะ นึ่งเมื่อไร เรียกด้วยซิคะ จะไปบุกบ้านเลย ฮิฮิ  ;D :D

ออกนอกหน้าไปไหมเนี่ย  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัࢠtabindex=
เริ่มหัวข้อโดย: chalothon ที่ ตุลาคม 14, 2009, 09:27:11 AM
คุณชาวนาคะ  ที่บ้านป้าดี ก็พอมี ยกเว้น ผักกูด กับ ผักแต้ว/ผักติ้ว เท่านั้น ที่ยังไม่ได้เอามาปลูกที่บ้านแต่ก็พอจะหาได้


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก) สัตฤาษี
เริ่มหัวข้อโดย: rat-nan ที่ มกราคม 23, 2010, 01:14:47 AM
Paris polyphylla Smith var. chinensis (Franchet) H. Hara อยู่ในวงค์ Melanthiaceae พืชชนิดนี้พบเฉพาะในภาคเหนือ Paris polyphylla Smith แบ่งออกเป็น 10 ชนิดย่อย แต่ในประเทศไทยพบชนิดย่อยนี้เพียงชนิดเดียว
ชื่อไทย                     : สัตฤาษี
ชื่อท้องถิ่น                  : ตีนฮุ้งดอย, เล็มฮุ้ง, โต่สง, ซาลี่(อาข่า)
การใช้รักษาโรคในท้องถิ่น  : เหง้าใช้ทาแผลสด ห้ามเลือด หรือต้มน้ำอาบบำรุงสตรีหลังคลอด
รายงานการวิจัย             : เหง้าใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวก แก้อักเสบ แก้ปวดท้อง ลดไข้ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ดูดพิษงู
                               ยับยั้งการพัฒนาการของเนื้องอก และอาจป้องกันการเกิดมะเร็ง
                               พบสารสำคัญกลุ่ม Steriod
                              (กลุ่มงานวิจัยของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง)

อยากได้ต้นนี้ครับ ขอเบอร์โทรหน่อยได้ไหมครับ จะไปรับลูกสาวประมาณ กุมภาพันธ์ ครับ เอาแต่หัวก็ได้ครับจะลองเอามาปลูกครับ
รัฐ-น่าน 081-9605251
sapa321@hotmail.com
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: chanya_ph ที่ มีนาคม 27, 2010, 10:16:56 PM
บางต้นก็ไม่รู้จัก ขอบคุณมากค่ะ หากใครมีผักเหลียง ขอด้วยคนนะคะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: EAK@NARACH ที่ เมษายน 12, 2010, 09:53:36 AM
(http://image.ohozaa.com/i1/4j6yw.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=73fb2ec723bfd61b047f93340be697a4)
แคป่า
1. ชื่อ แคป่า
 2. ชื่ออื่น แตเก็ดถวา แคขาว (เชียงใหม่) แคทราย (นครราชสีมา) แคแน แคฝอย (ภาคเหนือ) แคป่า (ร้อยเอ็ด ลำปาง) แคพูฮ่อ (ลำปาง) แคยอดดำ (สุราษฎร์ธานี) แคยาว แคอาว (ปราจีนบุรี)
3. ชื่อวิทยาศาสตร์ Dolichandrone serrulata (DC.) Seem.
4. วงศ์ BIGNONIACEAE
5. ชื่อสามัญ -
6. แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก
7. ประเภทไม้ ไม้ยืนต้น
8. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
9. ส่วนที่ใช้บริโภค ดอกอ่อน
10. การขยายพันธุ์ เมล็ด ปักชำราก
11. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด
12. ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม
(http://image.ohozaa.com/t1/4j6yw.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=73fb2ec723bfd61b047f93340be697a4) (http://image.ohozaa.com/tb/24jew.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=511a2a4aa34cba46f5a084cf512d4c52)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: EAK@NARACH ที่ เมษายน 12, 2010, 10:14:48 AM
(http://image.ohozaa.com/i1/4j6yw.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=73fb2ec723bfd61b047f93340be697a4) (http://image.ohozaa.com/ib/24jew.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=511a2a4aa34cba46f5a084cf512d4c52)
 ดอกแคป่ามีรสขมนิดๆ คนแก่ชอบครับ กินกับป่นกบ ป่นปลา (ภาษากลางเรียกน้ำพริกกบหรือเปล่าผู้รู้ตอบแทนผมด้วย) ตื่นเช้าๆต้องไปแย่งกับวัวครับ ใครไปถึงก่อนได้ก่อน
การทำป่นปลาครับ
1.นำปลามาต้มใส่ปลาร้า
2.เผา  พริก หอม กระเทียม
3.ตำพริก หอม กระเทียมที่เผาแล้ว รวมกับเนื้อปลาที่ต้มสุกแล้ว
4.ใส่น้ำปลาร้าที่ต้มกับปลาลงไป เติมหอ ผักชีซอย
กินกับผักลวก ข้าวเหนียวร้อนๆ นี่แหละบ้านผมเรียกป่นปลาครับ  ภาษากลางเรียกว่าอะไรไม่รู้


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: EAK@NARACH ที่ เมษายน 12, 2010, 11:32:58 AM
ผักไส้ตันมีรสกลมกล่อม ฝาดนัว บำรุงน้ำนม ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ท้องร่วง สมานแผลภายในกระเพาะ และลำไส้ แก้ปัสสาวะขัด เป็นอาหารบำรุงธาตุดิน ใส่แกงอ่อมอร่อยมากครับ  (โดยเฉพาะอ่อมหนู คั่วหนู) บ้านผมเรียกเครือใส้ตัน    เครือนำมาเจาะ               เป็นหลอดปั่นไหมได้
(http://image.ohozaa.com/ip/76e2w.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=bd94040692358fa45be674eedc368778)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: jackturbo ที่ เมษายน 15, 2010, 08:43:52 AM
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: EAK@NARACH ที่ เมษายน 20, 2010, 11:13:55 AM
(http://image.ohozaa.com/iq/dl8w2.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=45615632a8b97a246a0b23194a697ffa)
ใบส้มโมง มีรสเปรียวพอดีๆ ใส่ต้มกบ,ปลา


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: burgbanjai/เบิกบานใจ ที่ พฤษภาคม 26, 2010, 12:45:49 PM
หนูชอบกระทู้นี้จังเลย เห็นแล้วอยากกลับบ้าน(เก่า) อิอิ อยากกลับบ้านที่อุดรจังเลย ฮ่า
มีแต่ของชอบเลย

ขอบคุณพี่ชาวนาที่เอามาลงไว้ให้คิดถึงบ้านนะค่ะ
:)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: arko ที่ มิถุนายน 23, 2010, 02:32:06 PM
([url]http://image.ohozaa.com/iq/dl8w2.jpg[/url]) ([url]http://image.ohozaa.com/show.php?id=45615632a8b97a246a0b23194a697ffa[/url])
ใบส้มโมง มีรสเปรียวพอดีๆ ใส่ต้มกบ,ปลา

บ้านผมเรียกส้มมวง ดูแล้วเหมือนๆกันเลย


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: burgbanjai/เบิกบานใจ ที่ มิถุนายน 23, 2010, 03:01:53 PM
น่ากินทั้งนั้นเลยอ่ะ
อิอิ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: น้าน้อย ที่ มิถุนายน 23, 2010, 03:35:33 PM

ใบส้มโมง มีรสเปรียวพอดีๆ ใส่ต้มกบ,ปลา
[/quote]
บ้านผมเรียกส้มมวง ดูแล้วเหมือนๆกันเลย
[/quote]
ที่ตราดเรียกใบชะมวง ที่ใช้ต้มหมู เรียกอาหารชนิดนี้ว่า  หมูชะมวง อาหารดังของเราเลยอ่ะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: yala32 ที่ มิถุนายน 24, 2010, 11:11:11 AM
ผักพื้นบ้านไทยสู้มะเร็งร้ายได้
 
อ. สุรัตน์วดี จิวะจินดา ศูนย์ปฏิบัติการและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้นำพืชผักพื้นบ้านไทยกว่า 100 ชนิด มาวิจัยทดลอง ผลปรากฏว่า มีผักไทยร่วม 90 ชนิดที่มีคุณสมบัติต้านเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งหมายถึงสามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง ไม่ให้เซลล์มะเร็งร้ายลุกลามขยายตัวเร็วจนเกินไป ช่วยให้ร่างกายคนป่วยไม่โทรมเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้หายขาดได้นะคะ อย่าเข้าใจผิดค่ะ
 
ผักไทยที่สู้กับมะเร็งร้ายได้ อ. สุรัตน์วดี จัดแบ่งไว้ 4 ประเภท ดังนี้ค่ะ
 
ประเภทแรก ผักที่มีฤทธิ์ต้านการลุกลามขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้มากกว่า 70 % เซลล์มะเร็งที่เคยขยายตัวได้ 100% เจอผักเหล่านี้เข้าไป เซลล์มะเร็งจะเพิ่มจำนวนได้ไม่เกิน 30 % ค่ะ
ผักประเภทนี้มีให้เลือกกินได้ตั้งแต่ ผักขี้ขวง(สะเดาดิน) ผักโขมหัด มะระขี้นก ใบมะม่วง เพกา(มะลิดไม้) ดอกแก้วเมืองจีน ตังโอ๋ แขนงกะหล่ำ ปีแซ ตะไคร้ ชะมวง โหระพา ใบยี่หร่า(กระเพราช้าง) แมงลัก ถั่วลันเตา แคบ้าน ผักแว่น ยอดสะเดา(ต้ม) พริกไทย มะกรูด มะแขว่น ชะพลู ใบพลู ผักไผ่(ผักแพว) ใบยอ ผักคาวทอง(พลูคาว) ผักขะแยงง ขึ้นช่าย ใบบัวบก ผักชี ผักชีฝรั่ง หอมแย้ กระชาย ข่า ขิงแก่
 
ประเภทที่ 2 หยุดเซลล์มะเร็งขยายตัวได้ 50 - 70% ได้แก่ หัวไชเท้า ฟัก สะระแหน่ ขี้เหล็ก(ดอก) แคบ้าน ยอดสะเดา(สด) หยวกกล้วย พริกหยวก ผีกชีลาว ขิงอ่อน
 
ประเภทที่ 3 มีฤทธิ์น้อยลงมาหน่อย หยุดเซลล์มะเร็งได้ 30 - 50% ได้แก่ ผักบุ้ง บวบหอม มะดัน ขี้เหล็ก  เมล็ดกระถิน มะขาม มะขามเทศ  มะเดื่อ มะเขือม่วง มะเขือเทศ มะเขือยาว มะเขือพวง มะอึก กระเจี๊ยบมอญ
 
ประเภทที่ 4 หยุดเซลล์มะเร็งได้เล็กน้อย ยับยั้งได้น้อยกว่า 30% ได้แก่ ผักกูด เห็ดลม เห็ดนางฟ้า มะกอก เผือก ยอดผักปลัง ดอกผักปลัง ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี กะหลำปลีม่วง บวบงู แตงโม มะระจีน สะตอ ลูกเหนียง ถั่วพู ดอกโสน หอมแดง หอมหัวใหญ่ ต้นกระเทียม กุยช่าย หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกระเจี๊ยบ สายบัว เห็ดหอม พริก มันฝรั่ง แครอท


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: kken ที่ กรกฎาคม 09, 2010, 04:29:36 AM
ผักแต้ว/ผักติ้ว เอามาปลูกได้ไหมครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: hs3vds ที่ ตุลาคม 17, 2010, 04:24:50 PM
ขอบคุณ รู่จักตำหย๋าน ม่ะครับ อิอิอ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกธูป ที่ ตุลาคม 21, 2010, 06:50:17 PM
ดูผักไป น้ำลายไหลไป จิตนาการอาหารตาม โอ๊ย ๆ หิว ๆ  อยากเอา ต้นมันปูมาปลูกแถว ๆ อิสานใต้จังเลยครับ   :'(


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: jamnian ที่ ตุลาคม 29, 2010, 10:03:56 AM
ผมเป็นคนอีสาน ขอนแก่น  บังเอินไปดื่มเหล้ากับคนสกลนคร   เขาบอกว่ามีผักชนิดหนึง มีรสขมเหมือนดีวัว  เพียงแต่เอาใบไปตากแห้ง
แล้วมาบด  โรยหรือผสมกับลาบหรือก้อย  รสจะขมเหมือนดีแท้ๆ เลย (ปัจจุบันดีวัวหายากเต็มทน)  เขาเรียกว่า  " ผักแก่นขม "

เขาบอกว่าไปไม้ยืนต้น ผมยังไม่เข้าใจ  เพราะยังไหม่เคยเห็น   ฟังเขาพูดแล้วอยากจะได้พันธุ์

ท่านใดมีความรู้ หรือภาพ ขอเป็นวิทยาทานด้วยครับ  ถ้าได้พันธ์ยึ่งขอบพระคุณมากๆครับ

ติดต่อ Jamnian_2499@hotmail.com


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ชาวนา™ ที่ ตุลาคม 29, 2010, 02:41:25 PM
ผมเป็นคนอีสาน ขอนแก่น  บังเอินไปดื่มเหล้ากับคนสกลนคร   เขาบอกว่ามีผักชนิดหนึง มีรสขมเหมือนดีวัว  เพียงแต่เอาใบไปตากแห้ง
แล้วมาบด  โรยหรือผสมกับลาบหรือก้อย  รสจะขมเหมือนดีแท้ๆ เลย (ปัจจุบันดีวัวหายากเต็มทน)  เขาเรียกว่า  " ผักแก่นขม "

เขาบอกว่าไปไม้ยืนต้น ผมยังไม่เข้าใจ  เพราะยังไหม่เคยเห็น   ฟังเขาพูดแล้วอยากจะได้พันธุ์

ท่านใดมีความรู้ หรือภาพ ขอเป็นวิทยาทานด้วยครับ  ถ้าได้พันธ์ยึ่งขอบพระคุณมากๆครับ

ติดต่อ Jamnian_2499@hotmail.com


ลักษณะใบแฉกหรือเปล่าครับ  บ้านผมเรียกต้นเพี้ยฟาน   เพราะใบมีรสขม  เอาไปทำกับข้าวพวกลาบก้อย ที่ต้องการให้รสขมครับ  ;D


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: mr.beer@บูรพา ที่ ตุลาคม 31, 2010, 07:48:50 AM
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: terdsak ที่ ธันวาคม 28, 2010, 10:15:41 PM
(http://img28.imageshack.us/img28/4086/picture692.jpg)

ผักเเพรว  ไปซื้อเค้า5บาท  มีไม่ถึง 15 ต้น  ราคาเเพงสุดๆ
เพื่อมากินกับลาบ

มีความตั้งใจ  ที่ผม   ต้องไปซื้อ  มาปักชำ    ต้องนี้เริ่มงามมากๆ
ไปซื้อลาบเนื้อวัว สไตล์เหนือ  มา เเละ เค้าได้ให้ผัก เเพรวมา เลยนำ มาปลูก
อนาคตไม่ต้องซื้อเค้ากิน


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: wirut buaseeka ที่ มกราคม 23, 2011, 09:18:58 PM
ผักกันย่า
Filed under: พืชพื้นบ้าน, ไม้ดอก ไม้ประดับ — lek @ 11:56 am
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ Caesalpinia mimosoides Lam.
วงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE
ชื่ออื่น ๆ ช้าเรือด (ทั่วไป)  ทะเน้าซอง  ผักปู่ผักหญ้า   หนามปู่ย่า (ภาคเหนือ)
ผักกาดหญ้า  (ปราจีนบุรี) ผักขะยา (นครพนม)  ผักกายา (เลย)

ผักกันย่า เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่หายาก มีหนามเหมือนชะอม ใช้กินกับซุบหน่อไม้ อะหร่อย

(http://image.ohozaa.com/i/eca/20081019stks.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=7b2c4a108ab72cc635e9997d2ae5be16)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: sompol ที่ มกราคม 27, 2011, 07:57:04 PM
ผักแต้ว/ผักติ้ว เอามาปลูกได้ไหมครับ


...ผักติ้ว ปลูกได้ครับ ตอนหรือขุดมาปลูกก็ได้ เอาภาพดอกติ้วที่สวนมาฝากครับ
(http://image.ohozaa.com/io/130210075631a.jpg)

...รูปนี้ ที่ร้อยเอ็ดเรียก ผักกาดย่า ครับ คุณแม่ปลูกไว้หลังบ้าน กินกับลาบ แซบอีหลีครับ  :) :)
(http://image.ohozaa.com/i5/040910071041a.jpg)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: phalikhit ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:46:46 PM
ได้อ่านมาหลายผักแล้ว  ยังไม่มีใครพูดถึง "ผักเหมือดคน" เลยครับ
ลักษณะพิเศษของผักชนิดนี้คือ นำมาต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก
เวลาเคี้ยวจะมีเสียงดัง อ๊อดแอ๊ดๆ

ฝอยทองที่ชอบขึ้นตามมะเขือพวง  ทานเป็นผักได้นะครับ (บางท้องถิ่นเรียก ผักไหม)

ซุบดอกสัง(ใส่ป่นกบ) อร่อยกว่าซุบขนุนนะครับ




หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: sden1982 ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 10:37:34 PM
แถวบ้านเรียกผักเหมือดไม่รู้ว่าที่อื่นเรียกเหมือนกันหรือเปล่า รสชาดค่อนข้างฝาด ไว้กินกับก้อยกุ้ง
(http://img80.imageshack.us/img80/5835/img2788b.jpg)
(http://img94.imageshack.us/img94/4681/img2789q.jpg)
(http://img694.imageshack.us/img694/6241/img2792v.jpg)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: dib2000 ที่ กุมภาพันธ์ 12, 2011, 09:12:29 AM
ผักแพรว ปักชำอย่างไรครับ อยากปลูกไว้บ้าง เคยกินใส่ชั๊วไก่อร่อยดี
คือเด็กใบแล้วเสียบดินเลย หรือ ต้องทำแบบไหน แนะนำด้วยครับ
ไม่รู้่จริงๆ  >:(


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: phensiri ที่ กุมภาพันธ์ 12, 2011, 09:48:04 AM
แถวบ้านเรียกผักเหมือดไม่รู้ว่าที่อื่นเรียกเหมือนกันหรือเปล่า รสชาดค่อนข้างฝาด ไว้กินกับก้อยกุ้ง
([url]http://img80.imageshack.us/img80/5835/img2788b.jpg[/url])
([url]http://img94.imageshack.us/img94/4681/img2789q.jpg[/url])
([url]http://img694.imageshack.us/img694/6241/img2792v.jpg[/url])

อันนี้ที่บ้านเรียกต้นเหมือดแอ่ ค่ะ ไม่รู้ว่ากินได้หรือเปล่า แต่ที่กินกับก้อยกุ้ง รสฝาดๆ น่าจะเป็นผักเม็ก ยอดอ่อนกินกับลาบ ก้อย ผลของมันเวลาสุกจะขาวบีบแล้วจะนุ่มๆ กินได้ รสหวานอมเปรี้ยว


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: sden1982 ที่ กุมภาพันธ์ 13, 2011, 10:28:11 PM
อันนี้ที่บ้านเรียกต้นเหมือดแอ่ ค่ะ ไม่รู้ว่ากินได้หรือเปล่า แต่ที่กินกับก้อยกุ้ง รสฝาดๆ น่าจะเป็นผักเม็ก ยอดอ่อนกินกับลาบ ก้อย ผลของมันเวลาสุกจะขาวบีบแล้วจะนุ่มๆ กินได้ รสหวานอมเปรี้ยว
-------------------------------------------------
ผักเหมือดกินได้แต่ที่บ้านก็ไม่นิยมกินครับ ส่วนผักเม็กก็อีกอย่าง


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: phalikhit ที่ เมษายน 09, 2011, 10:12:20 AM
ผักเหมือดแอ่  ไม่กินครับ
คงจะไม่อร่อยกระมัง คนโบราณจึงไม่กิน


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: PLANET ที่ กรกฎาคม 26, 2011, 01:49:38 PM
เหมือดแอ่กินได้ครับ กินยอดอ่อนเหมือนกับผักเม็ก ผักติ้ว รสชาดผาดอมเปรี้ยวนิดๆ กินกับลาบ ป่นปลา อร่อยครับ (ขึ้นกับความชอบ)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: saeng77 ที่ กรกฎาคม 26, 2011, 01:57:24 PM
ผมเป็นคนอีสาน ขอนแก่น  บังเอินไปดื่มเหล้ากับคนสกลนคร   เขาบอกว่ามีผักชนิดหนึง มีรสขมเหมือนดีวัว  เพียงแต่เอาใบไปตากแห้ง
แล้วมาบด  โรยหรือผสมกับลาบหรือก้อย  รสจะขมเหมือนดีแท้ๆ เลย (ปัจจุบันดีวัวหายากเต็มทน)  เขาเรียกว่า  " ผักแก่นขม "

เขาบอกว่าไปไม้ยืนต้น ผมยังไม่เข้าใจ  เพราะยังไหม่เคยเห็น   ฟังเขาพูดแล้วอยากจะได้พันธุ์

ท่านใดมีความรู้ หรือภาพ ขอเป็นวิทยาทานด้วยครับ  ถ้าได้พันธ์ยึ่งขอบพระคุณมากๆครับ

ติดต่อ Jamnian_2499@hotmail.com


ลักษณะใบแฉกหรือเปล่าครับ  บ้านผมเรียกต้นเพี้ยฟาน   เพราะใบมีรสขม  เอาไปทำกับข้าวพวกลาบก้อย ที่ต้องการให้รสขมครับ  ;D
กำลังตามหาต้นเพี้ยฟาน้ ไม่รู้ใครมีบ้าง


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: loongnan1 ที่ สิงหาคม 31, 2011, 02:42:17 PM
อย่าลืม "ผักเม็ก" นะครับ กินกับลาบ, ซุปหน่อไม้, หรือก้อยกุ้ง..ซี๊ดดดด..สุดยอด
เป็นไม้ป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ขุดหน่อมาปลูกได้  ลักษณะคล้ายไม้ประดับราคาแพงที่
ชื่อว่า"ต้นคริสติน่า"มากเลยครับ ยิ่งเวลาแตกยอดอ่อนสีแดงอมม่วง ยังคิดเลยว่าหามาปลูก
ประดับแทนต้นคริสติน่าคงจะดีกว่าเพราะเก็บยอดกินได้ด้วย (ผมไม่มีภาพ และรายละเอียด
ปลีกย่อยมาก ถ้าใครมีช่วยนำมาโพสให้พี่น้องชมด้วยครับ)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: loongnan1 ที่ กันยายน 01, 2011, 03:28:13 PM
(http://upic.me/i/zw/92473pb2602291.jpg) (http://upic.me/show/27734555)
(http://upic.me/i/qs/12911649501.jpg) (http://upic.me/show/27734562)
(http://upic.me/i/dk/3600181620_3c5ec8b3a91.jpg) (http://upic.me/show/27734569)
ได้มาแล้วครับตัวอย่างผักเม็ก พร้อมเมล็ด


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: loongnan1 ที่ กันยายน 01, 2011, 03:33:30 PM
ภาพผมได้มาจากเว็ปหนึ่งครับ ไม่ได้ก็อปมาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
แต่อยากให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นรูปร่างของผักชนิดนี้ทั่วกันครับ
หากเป็นการก้าวก่ายก็กราบขออภัยด้วยครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: muffin ที่ มิถุนายน 02, 2012, 11:37:34 AM
ยังมีผักที่เราไม่รู้ว่ากินได้อีกเยอะมากเลย ขอบคุณทุกท่านมากค่ะที่ให้ความรู้ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: nan39 ที่ มิถุนายน 09, 2012, 11:51:11 PM
กระทู้นี้ดีจังเลยค่ะ
ได้รู้จักผักเพิ่มขึ้นเยอะเลย
ช่วยมาเพิ่มข้อมูลกันอีกนะคะ



หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: chamni ที่ มิถุนายน 10, 2012, 04:28:34 AM
ยังมีผักที่เราไม่รู้ว่ากินได้อีกเยอะมากเลย ขอบคุณทุกท่านมากค่ะที่ให้ความรู้ :-[ :-[
   :Dใช่ครับยังมีอีกมาก     :( ช่วยกันหามาลงเถอะครับ เป็นประโชน์มาก เด็กรุ่นหลังกินไม่เป็นแล้ว
ที่ผมนึกได้ มีผัก จบ ผักกันแสง  กันจรวก(เสียงเขมรสุรินทร์) มีจังหวะเหมาะจะถ่ายรูปมาให้ดู
ผักกาดไฮ่/ไร่ บ้านผมเรียก เจาะเงาะ(เจ้าเงาะ) มันขึ้นเอง ใครมีวิธีปลูกช่วยบอกด้วย มันชอบขึ้นที่ไร่(บุ) เดี๋ยวนี้บุไม่มีแล้ว จึงหายาก


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: sarisa ที่ มิถุนายน 13, 2012, 03:05:33 PM
ตอนเป็นเด็กน้อยเลี้ยงวัวให้อิแหม่เคยกินหมากเม็กด้วยลูกขาวๆเหมือนในรูปเลยค่ะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: annjuti ที่ กรกฎาคม 12, 2012, 11:10:58 PM
ผักอีรอก ของคุณชาวนาเนี่ย  เหมือนกับต้นบุก ที่นำมาทำแป้งผงบุกหรือเปล่าครับ เพราะเห็นช่อของลูกอีรอกแล้ว มันเหมือนมากๆ  คือทางภาคใต้ก็จะนำต้นอ่อนซึ่งแทงยอดออกจากดินใหม่ๆ ใบยังไม่กาง นำมาต้มกะทิกินกับน้ำพริกครับ  แต่ถ้าคนทำไม่เป็นจะคันครับ เพราะยางของมัน  และถ้าขุดดินขึ้นมาดู ก็จะเจอหัวบุกขรุขระหน่อย มีรากระโยงระยางรอบหัวมันเลย ถ้าปอกไม่เป็นเอามากินก็จะคันปากครับ  ผมว่าน่าจะเป็นต้นบุกนะครับ  ไม่แน่ใจนัก  ใครที่ทราบพอจะบอกได้มั้ยครับ
-น่าจะตระกูลเดียวกัน แต่อีรอกจะต้นเล็กกว่า ลำต้น ใบดอก เหมือนกันค่ะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: viras2 ที่ กรกฎาคม 13, 2012, 08:26:40 PM
ลองดูผักนี้บ้าง  ยอดอ่อน จิ้มน้ำพริก แกงป่า  แกงเลียง  ต้ม  ผัด

(http://image.ohozaa.com/i/033/9xJ8g.jpg)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Olax scandens Roxb

วงศ์ OLACACEAE

ชื่ออื่น เจาะเทาะ (พัทลุง, สงขลา - ริมทะเลสาปฯ),  เสาะเทาะ (สงขลาตอนใน เช่น หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง), ส้อท่อ (ทุ่งสง นครศรีธรรมราช), ค ว ย ถอก   (ชุมพร)
กระทอก(ประจวบคีรีขันธ์), กระทอกม้า(ราชบุรี),  กะหลันถอก, น้ำใจใคร่(กาญจนบุรี), นางจุม, นางชม(ภาคเหนือ),

ที่มาของชื่อและข้อสังเกตุ :
   1.ลักษณะของผลเสาะเทาะ ที่มีรูปกลมรีและมีกลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของผลนี้ เป็นที่มาของชื่อ ที่มีคำว่า เทาะ, ถอก, และ กระทอก ต่อท้าย ( ในถิ่นใต้บางแห่งจะมีชื่อ
เล่น อีกชื่อว่า  ลูกไข่แลน )
   2.ลักษณะของผลเสาะเทาะ นี้   ชาวบ้านจะใช้เป็นตัวตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำฝนในแต่ ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน กล่าวคือ ถ้าปีไหนผลเสาะเทาะมีกลีบเลี้ยงหุ้มมากจนเกือบมิด
ปลาย ปีนั้นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์  แต่ถ้ากลีบเลี้ยงมีน้อย ผลโผล่มาก จะแสดงว่า ปีนั้นฝนจะ ตกน้อย


ลักษณะทั่วไป

เสาะเทาะเป็นพันธุ์ไม้เถาเนื้อแข็งที่พึงพิงต้นไม้อื่น สูงถึง 5 เมตร  กิ่งอ่อน  ค่อนข้างตรง กลม สีเขียว  มีขนปกคลุมเล็กน้อย ต้นแก่ มีสีเทา-ดำ  ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ
ผิวใบลื่นเป็นมัน มีสีเขียวเข้มรูปขอบขนานแกมใบหอก  ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน  ก้านใบ อ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย   ใบยาวประมาณ 5 -10 ซม.   กว้างประมาณ 2-4 ซม.  ดอก
แตกออกตามข้อของเถา ดอกอ่อนสีเขียวดอกบานสีขาวไม่มีกลิ่น   ผล  ออกตามลำกิ่ง รูปกลมหรือรี ปลายแหลมเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 1-1.5 ซม.และมี
กลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของความยาวผล

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ 
ยอดอ่อน, ใบอ่อน(ใบเพสะลาด)   มีรสหวานมันและฝาดเล็กน้อย  ใช้เป็นผักแกงเลียง แกงส้ม หรือ กินเป็นผักแนมจิ้มน้ำพริก ( ผักเหนาะ)

สรรพคุณทางยา
ลำต้น ใช้ทำยาต้มแก้โรคไตพิการและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ   เปลือก ใช้เป็นยา แก้ไข้  เนื้อของผล เป็นยารักษาโรคตาแดง


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: max2009 ที่ กรกฎาคม 29, 2012, 07:03:55 AM
ประเทศเรานี่พืชพรรณหลากหลาย


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: puycopy ที่ สิงหาคม 14, 2012, 11:25:49 AM
มีผักหลายชนิดมากค่ะ บางชนิดพึงจะรู้ว่ามันกินได้
 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: chamni ที่ สิงหาคม 14, 2012, 07:27:40 PM
เหมือดแอ่กินได้ครับ กินยอดอ่อนเหมือนกับผักเม็ก ผักติ้ว รสชาดผาดอมเปรี้ยวนิดๆ กินกับลาบ ป่นปลา อร่อยครับ (ขึ้นกับความชอบ)
:)เพิ่งรู้ว่าเหมือดแอ่กินยอดอ่อนได้ ปกติผมกินผลมัน กินเล่นนะครับ เดี่ยวนี้ชักหายาก ที่สวนสงวนไว้ต้นหนึ่ง :)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: kengDD ที่ ตุลาคม 18, 2012, 10:21:30 PM
ขอบคุณทุกท่านที่นำสิ่งดีๆมาแบ่งปันครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: chamni ที่ ตุลาคม 19, 2012, 10:55:58 AM
ลองดูผักนี้บ้าง  ยอดอ่อน จิ้มน้ำพริก แกงป่า  แกงเลียง  ต้ม  ผัด

([url]http://image.ohozaa.com/i/033/9xJ8g.jpg[/url])

ชื่อวิทยาศาสตร์ Olax scandens Roxb

วงศ์ OLACACEAE

ชื่ออื่น เจาะเทาะ (พัทลุง, สงขลา - ริมทะเลสาปฯ),  เสาะเทาะ (สงขลาตอนใน เช่น หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง), ส้อท่อ (ทุ่งสง นครศรีธรรมราช), ค ว ย ถอก   (ชุมพร)
กระทอก(ประจวบคีรีขันธ์), กระทอกม้า(ราชบุรี),  กะหลันถอก, น้ำใจใคร่(กาญจนบุรี), นางจุม, นางชม(ภาคเหนือ),

ที่มาของชื่อและข้อสังเกตุ :
   1.ลักษณะของผลเสาะเทาะ ที่มีรูปกลมรีและมีกลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของผลนี้ เป็นที่มาของชื่อ ที่มีคำว่า เทาะ, ถอก, และ กระทอก ต่อท้าย ( ในถิ่นใต้บางแห่งจะมีชื่อ
เล่น อีกชื่อว่า  ลูกไข่แลน )
   2.ลักษณะของผลเสาะเทาะ นี้   ชาวบ้านจะใช้เป็นตัวตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำฝนในแต่ ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน กล่าวคือ ถ้าปีไหนผลเสาะเทาะมีกลีบเลี้ยงหุ้มมากจนเกือบมิด
ปลาย ปีนั้นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์  แต่ถ้ากลีบเลี้ยงมีน้อย ผลโผล่มาก จะแสดงว่า ปีนั้นฝนจะ ตกน้อย


ลักษณะทั่วไป

เสาะเทาะเป็นพันธุ์ไม้เถาเนื้อแข็งที่พึงพิงต้นไม้อื่น สูงถึง 5 เมตร  กิ่งอ่อน  ค่อนข้างตรง กลม สีเขียว  มีขนปกคลุมเล็กน้อย ต้นแก่ มีสีเทา-ดำ  ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ
ผิวใบลื่นเป็นมัน มีสีเขียวเข้มรูปขอบขนานแกมใบหอก  ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน  ก้านใบ อ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย   ใบยาวประมาณ 5 -10 ซม.   กว้างประมาณ 2-4 ซม.  ดอก
แตกออกตามข้อของเถา ดอกอ่อนสีเขียวดอกบานสีขาวไม่มีกลิ่น   ผล  ออกตามลำกิ่ง รูปกลมหรือรี ปลายแหลมเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 1-1.5 ซม.และมี
กลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของความยาวผล

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ 
ยอดอ่อน, ใบอ่อน(ใบเพสะลาด)   มีรสหวานมันและฝาดเล็กน้อย  ใช้เป็นผักแกงเลียง แกงส้ม หรือ กินเป็นผักแนมจิ้มน้ำพริก ( ผักเหนาะ)

สรรพคุณทางยา
ลำต้น ใช้ทำยาต้มแก้โรคไตพิการและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ   เปลือก ใช้เป็นยา แก้ไข้  เนื้อของผล เป็นยารักษาโรคตาแดง

สุรินท์ (ลาว) เรียก อีทก (เขมร)เรียก ดอตัวะส์  ตัวะส์ ที่สวนมมีเยอะจน เมิน


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: nopporn999 ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 10:25:55 PM
ลองดูผักนี้บ้าง  ยอดอ่อน จิ้มน้ำพริก แกงป่า  แกงเลียง  ต้ม  ผัด

([url]http://image.ohozaa.com/i/033/9xJ8g.jpg[/url])

ชื่อวิทยาศาสตร์ Olax scandens Roxb

วงศ์ OLACACEAE

ชื่ออื่น เจาะเทาะ (พัทลุง, สงขลา - ริมทะเลสาปฯ),  เสาะเทาะ (สงขลาตอนใน เช่น หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง), ส้อท่อ (ทุ่งสง นครศรีธรรมราช), ค ว ย ถอก   (ชุมพร)
กระทอก(ประจวบคีรีขันธ์), กระทอกม้า(ราชบุรี),  กะหลันถอก, น้ำใจใคร่(กาญจนบุรี), นางจุม, นางชม(ภาคเหนือ),

ที่มาของชื่อและข้อสังเกตุ :
   1.ลักษณะของผลเสาะเทาะ ที่มีรูปกลมรีและมีกลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของผลนี้ เป็นที่มาของชื่อ ที่มีคำว่า เทาะ, ถอก, และ กระทอก ต่อท้าย ( ในถิ่นใต้บางแห่งจะมีชื่อ
เล่น อีกชื่อว่า  ลูกไข่แลน )
   2.ลักษณะของผลเสาะเทาะ นี้   ชาวบ้านจะใช้เป็นตัวตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำฝนในแต่ ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน กล่าวคือ ถ้าปีไหนผลเสาะเทาะมีกลีบเลี้ยงหุ้มมากจนเกือบมิด
ปลาย ปีนั้นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์  แต่ถ้ากลีบเลี้ยงมีน้อย ผลโผล่มาก จะแสดงว่า ปีนั้นฝนจะ ตกน้อย


ลักษณะทั่วไป

เสาะเทาะเป็นพันธุ์ไม้เถาเนื้อแข็งที่พึงพิงต้นไม้อื่น สูงถึง 5 เมตร  กิ่งอ่อน  ค่อนข้างตรง กลม สีเขียว  มีขนปกคลุมเล็กน้อย ต้นแก่ มีสีเทา-ดำ  ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ
ผิวใบลื่นเป็นมัน มีสีเขียวเข้มรูปขอบขนานแกมใบหอก  ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน  ก้านใบ อ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย   ใบยาวประมาณ 5 -10 ซม.   กว้างประมาณ 2-4 ซม.  ดอก
แตกออกตามข้อของเถา ดอกอ่อนสีเขียวดอกบานสีขาวไม่มีกลิ่น   ผล  ออกตามลำกิ่ง รูปกลมหรือรี ปลายแหลมเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 1-1.5 ซม.และมี
กลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของความยาวผล

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ 
ยอดอ่อน, ใบอ่อน(ใบเพสะลาด)   มีรสหวานมันและฝาดเล็กน้อย  ใช้เป็นผักแกงเลียง แกงส้ม หรือ กินเป็นผักแนมจิ้มน้ำพริก ( ผักเหนาะ)

สรรพคุณทางยา
ลำต้น ใช้ทำยาต้มแก้โรคไตพิการและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ   เปลือก ใช้เป็นยา แก้ไข้  เนื้อของผล เป็นยารักษาโรคตาแดง

คุณพอมีเม็ดพันธุ์บางไหมอยากปลูกครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: kawaii ที่ มีนาคม 03, 2013, 07:55:11 PM
สรรหา  พืชพันธุ์มากินกัน  
ทั้งๆที  

ในบ้านของผมมี   ได้เเก่  ผักเป็ด  

  ชุบเเป้งทอด อร่อยมากๆ



(http://3.bp.blogspot.com/_z-E6yEsdUm4/TFwm_Dwg4XI/AAAAAAAAABs/gaaGmKbwDqU/s1600/P8060473+copy.jpg)


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงหนวด สานฝัน ที่ มีนาคม 10, 2013, 08:11:41 AM
ลองดูผักนี้บ้าง  ยอดอ่อน จิ้มน้ำพริก แกงป่า  แกงเลียง  ต้ม  ผัด

([url]http://image.ohozaa.com/i/033/9xJ8g.jpg[/url])

ชื่อวิทยาศาสตร์ Olax scandens Roxb

วงศ์ OLACACEAE

ชื่ออื่น เจาะเทาะ (พัทลุง, สงขลา - ริมทะเลสาปฯ),  เสาะเทาะ (สงขลาตอนใน เช่น หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง), ส้อท่อ (ทุ่งสง นครศรีธรรมราช), ค ว ย ถอก   (ชุมพร)
กระทอก(ประจวบคีรีขันธ์), กระทอกม้า(ราชบุรี),  กะหลันถอก, น้ำใจใคร่(กาญจนบุรี), นางจุม, นางชม(ภาคเหนือ),

ที่มาของชื่อและข้อสังเกตุ :
   1.ลักษณะของผลเสาะเทาะ ที่มีรูปกลมรีและมีกลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของผลนี้ เป็นที่มาของชื่อ ที่มีคำว่า เทาะ, ถอก, และ กระทอก ต่อท้าย ( ในถิ่นใต้บางแห่งจะมีชื่อ
เล่น อีกชื่อว่า  ลูกไข่แลน )
   2.ลักษณะของผลเสาะเทาะ นี้   ชาวบ้านจะใช้เป็นตัวตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำฝนในแต่ ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน กล่าวคือ ถ้าปีไหนผลเสาะเทาะมีกลีบเลี้ยงหุ้มมากจนเกือบมิด
ปลาย ปีนั้นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์  แต่ถ้ากลีบเลี้ยงมีน้อย ผลโผล่มาก จะแสดงว่า ปีนั้นฝนจะ ตกน้อย


ลักษณะทั่วไป

เสาะเทาะเป็นพันธุ์ไม้เถาเนื้อแข็งที่พึงพิงต้นไม้อื่น สูงถึง 5 เมตร  กิ่งอ่อน  ค่อนข้างตรง กลม สีเขียว  มีขนปกคลุมเล็กน้อย ต้นแก่ มีสีเทา-ดำ  ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ
ผิวใบลื่นเป็นมัน มีสีเขียวเข้มรูปขอบขนานแกมใบหอก  ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน  ก้านใบ อ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย   ใบยาวประมาณ 5 -10 ซม.   กว้างประมาณ 2-4 ซม.  ดอก
แตกออกตามข้อของเถา ดอกอ่อนสีเขียวดอกบานสีขาวไม่มีกลิ่น   ผล  ออกตามลำกิ่ง รูปกลมหรือรี ปลายแหลมเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 1-1.5 ซม.และมี
กลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของความยาวผล

ส่วนที่ใช้ประโยชน์  
ยอดอ่อน, ใบอ่อน(ใบเพสะลาด)   มีรสหวานมันและฝาดเล็กน้อย  ใช้เป็นผักแกงเลียง แกงส้ม หรือ กินเป็นผักแนมจิ้มน้ำพริก ( ผักเหนาะ)

สรรพคุณทางยา
ลำต้น ใช้ทำยาต้มแก้โรคไตพิการและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ   เปลือก ใช้เป็นยา แก้ไข้  เนื้อของผล เป็นยารักษาโรคตาแดง


ถูกใจมากครับ อยากได้ไว้ปลูกสัก 3-4 ตัน


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: phalikhit ที่ มิถุนายน 11, 2013, 09:39:30 AM
ลองดูผักนี้บ้าง  ยอดอ่อน จิ้มน้ำพริก แกงป่า  แกงเลียง  ต้ม  ผัด

([url]http://image.ohozaa.com/i/033/9xJ8g.jpg[/url])

ชื่อวิทยาศาสตร์ Olax scandens Roxb

วงศ์ OLACACEAE

ชื่ออื่น เจาะเทาะ (พัทลุง, สงขลา - ริมทะเลสาปฯ),  เสาะเทาะ (สงขลาตอนใน เช่น หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง), ส้อท่อ (ทุ่งสง นครศรีธรรมราช), ค ว ย ถอก   (ชุมพร)
กระทอก(ประจวบคีรีขันธ์), กระทอกม้า(ราชบุรี),  กะหลันถอก, น้ำใจใคร่(กาญจนบุรี), นางจุม, นางชม(ภาคเหนือ),

ที่มาของชื่อและข้อสังเกตุ :
   1.ลักษณะของผลเสาะเทาะ ที่มีรูปกลมรีและมีกลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของผลนี้ เป็นที่มาของชื่อ ที่มีคำว่า เทาะ, ถอก, และ กระทอก ต่อท้าย ( ในถิ่นใต้บางแห่งจะมีชื่อ
เล่น อีกชื่อว่า  ลูกไข่แลน )
   2.ลักษณะของผลเสาะเทาะ นี้   ชาวบ้านจะใช้เป็นตัวตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำฝนในแต่ ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน กล่าวคือ ถ้าปีไหนผลเสาะเทาะมีกลีบเลี้ยงหุ้มมากจนเกือบมิด
ปลาย ปีนั้นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์  แต่ถ้ากลีบเลี้ยงมีน้อย ผลโผล่มาก จะแสดงว่า ปีนั้นฝนจะ ตกน้อย


ลักษณะทั่วไป

เสาะเทาะเป็นพันธุ์ไม้เถาเนื้อแข็งที่พึงพิงต้นไม้อื่น สูงถึง 5 เมตร  กิ่งอ่อน  ค่อนข้างตรง กลม สีเขียว  มีขนปกคลุมเล็กน้อย ต้นแก่ มีสีเทา-ดำ  ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ
ผิวใบลื่นเป็นมัน มีสีเขียวเข้มรูปขอบขนานแกมใบหอก  ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน  ก้านใบ อ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย   ใบยาวประมาณ 5 -10 ซม.   กว้างประมาณ 2-4 ซม.  ดอก
แตกออกตามข้อของเถา ดอกอ่อนสีเขียวดอกบานสีขาวไม่มีกลิ่น   ผล  ออกตามลำกิ่ง รูปกลมหรือรี ปลายแหลมเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 1-1.5 ซม.และมี
กลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของความยาวผล

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ 
ยอดอ่อน, ใบอ่อน(ใบเพสะลาด)   มีรสหวานมันและฝาดเล็กน้อย  ใช้เป็นผักแกงเลียง แกงส้ม หรือ กินเป็นผักแนมจิ้มน้ำพริก ( ผักเหนาะ)

สรรพคุณทางยา
ลำต้น ใช้ทำยาต้มแก้โรคไตพิการและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ   เปลือก ใช้เป็นยา แก้ไข้  เนื้อของผล เป็นยารักษาโรคตาแดง

คุณพอมีเม็ดพันธุ์บางไหมอยากปลูกครับ


สงสัยจะเป็นต้นอีทก บางคนเรียก หมากคยเสียก เป็นภาษาถิ่น (ตามลักษณะของผล)ไม่มีใครกิน


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: Jeeranun Suttikhun ที่ มิถุนายน 13, 2013, 01:14:52 PM
ถ้าทางอิสานเรียก ผักอี่ทก  ผักนี้กินได้  อร่อยด้วย (แซ๊บ แซบ) กำลังหามาปลูกอยู่


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: arare kumuna ที่ มิถุนายน 19, 2013, 03:27:20 PM
มีผักคะน่องม้าที่ขึ้นตามนา

ผักโบบเบบ

ผักไฮไก่

ผักขี้ส้มขี้ขม ค่ะ ที่เป็นผักที่มีมาตั้งนานแล้ว

ขออภัยด้วยนะคะพอดีเป็นภูไท เลยไม่รู้ว่าท่านอื่นเรียกว่าผักอะไรค่ะ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: zephyr ที่ กรกฎาคม 06, 2013, 12:49:38 PM
 ;) ชอบกระทู้นี้อ่านแล้วได้ความรู้ใหม่ๆที่ไม่รู้มาก่อน แบบนี้ต้องไปหามาปลูกเอาไว้กินเองที่บ้านบ้างแล้ว มาอยู่อีสานได้ประมาณ 4-5 ปี เคยแต่ได้ยินเค้าเรียกชื่อผักอันโน้นอันนี้แต่ไ่ม่เคยใส่ใจกินอย่างเดียว สงสัยต้องไปหาซื้อต้นกล้ามาปลูกเอาไว้ประดับความรู้คู่ครัวกันหล่ะงานนี้ครับ  :-[


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: belive ที่ กรกฎาคม 07, 2013, 06:57:01 PM
รู้จักผักขึ้นเยอะเลยครับ  :-[


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: Jipjoet ที่ กรกฎาคม 24, 2013, 10:50:05 PM
ลองดูผักนี้บ้าง  ยอดอ่อน จิ้มน้ำพริก แกงป่า  แกงเลียง  ต้ม  ผัด

([url]http://image.ohozaa.com/i/033/9xJ8g.jpg[/url])

ชื่อวิทยาศาสตร์ Olax scandens Roxb

วงศ์ OLACACEAE

ชื่ออื่น เจาะเทาะ (พัทลุง, สงขลา - ริมทะเลสาปฯ),  เสาะเทาะ (สงขลาตอนใน เช่น หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง), ส้อท่อ (ทุ่งสง นครศรีธรรมราช), ค ว ย ถอก   (ชุมพร)
กระทอก(ประจวบคีรีขันธ์), กระทอกม้า(ราชบุรี),  กะหลันถอก, น้ำใจใคร่(กาญจนบุรี), นางจุม, นางชม(ภาคเหนือ),

ที่มาของชื่อและข้อสังเกตุ :
   1.ลักษณะของผลเสาะเทาะ ที่มีรูปกลมรีและมีกลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของผลนี้ เป็นที่มาของชื่อ ที่มีคำว่า เทาะ, ถอก, และ กระทอก ต่อท้าย ( ในถิ่นใต้บางแห่งจะมีชื่อ
เล่น อีกชื่อว่า  ลูกไข่แลน )
   2.ลักษณะของผลเสาะเทาะ นี้   ชาวบ้านจะใช้เป็นตัวตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำฝนในแต่ ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน กล่าวคือ ถ้าปีไหนผลเสาะเทาะมีกลีบเลี้ยงหุ้มมากจนเกือบมิด
ปลาย ปีนั้นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์  แต่ถ้ากลีบเลี้ยงมีน้อย ผลโผล่มาก จะแสดงว่า ปีนั้นฝนจะ ตกน้อย


ลักษณะทั่วไป

เสาะเทาะเป็นพันธุ์ไม้เถาเนื้อแข็งที่พึงพิงต้นไม้อื่น สูงถึง 5 เมตร  กิ่งอ่อน  ค่อนข้างตรง กลม สีเขียว  มีขนปกคลุมเล็กน้อย ต้นแก่ มีสีเทา-ดำ  ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ
ผิวใบลื่นเป็นมัน มีสีเขียวเข้มรูปขอบขนานแกมใบหอก  ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน  ก้านใบ อ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย   ใบยาวประมาณ 5 -10 ซม.   กว้างประมาณ 2-4 ซม.  ดอก
แตกออกตามข้อของเถา ดอกอ่อนสีเขียวดอกบานสีขาวไม่มีกลิ่น   ผล  ออกตามลำกิ่ง รูปกลมหรือรี ปลายแหลมเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 1-1.5 ซม.และมี
กลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของความยาวผล

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ 
ยอดอ่อน, ใบอ่อน(ใบเพสะลาด)   มีรสหวานมันและฝาดเล็กน้อย  ใช้เป็นผักแกงเลียง แกงส้ม หรือ กินเป็นผักแนมจิ้มน้ำพริก ( ผักเหนาะ)

สรรพคุณทางยา
ลำต้น ใช้ทำยาต้มแก้โรคไตพิการและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ   เปลือก ใช้เป็นยา แก้ไข้  เนื้อของผล เป็นยารักษาโรคตาแดง



หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: utai1068 ที่ กรกฎาคม 25, 2013, 10:14:15 AM
ลองดูผักนี้บ้าง  ยอดอ่อน จิ้มน้ำพริก แกงป่า  แกงเลียง  ต้ม  ผัด

([url]http://image.ohozaa.com/i/033/9xJ8g.jpg[/url])

ชื่อวิทยาศาสตร์ Olax scandens Roxb

วงศ์ OLACACEAE

ชื่ออื่น เจาะเทาะ (พัทลุง, สงขลา - ริมทะเลสาปฯ),  เสาะเทาะ (สงขลาตอนใน เช่น หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง), ส้อท่อ (ทุ่งสง นครศรีธรรมราช), ค ว ย ถอก   (ชุมพร)
กระทอก(ประจวบคีรีขันธ์), กระทอกม้า(ราชบุรี),  กะหลันถอก, น้ำใจใคร่(กาญจนบุรี), นางจุม, นางชม(ภาคเหนือ),

ที่มาของชื่อและข้อสังเกตุ :
   1.ลักษณะของผลเสาะเทาะ ที่มีรูปกลมรีและมีกลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของผลนี้ เป็นที่มาของชื่อ ที่มีคำว่า เทาะ, ถอก, และ กระทอก ต่อท้าย ( ในถิ่นใต้บางแห่งจะมีชื่อ
เล่น อีกชื่อว่า  ลูกไข่แลน )
   2.ลักษณะของผลเสาะเทาะ นี้   ชาวบ้านจะใช้เป็นตัวตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำฝนในแต่ ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน กล่าวคือ ถ้าปีไหนผลเสาะเทาะมีกลีบเลี้ยงหุ้มมากจนเกือบมิด
ปลาย ปีนั้นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์  แต่ถ้ากลีบเลี้ยงมีน้อย ผลโผล่มาก จะแสดงว่า ปีนั้นฝนจะ ตกน้อย


ลักษณะทั่วไป

เสาะเทาะเป็นพันธุ์ไม้เถาเนื้อแข็งที่พึงพิงต้นไม้อื่น สูงถึง 5 เมตร  กิ่งอ่อน  ค่อนข้างตรง กลม สีเขียว  มีขนปกคลุมเล็กน้อย ต้นแก่ มีสีเทา-ดำ  ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ
ผิวใบลื่นเป็นมัน มีสีเขียวเข้มรูปขอบขนานแกมใบหอก  ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน  ก้านใบ อ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย   ใบยาวประมาณ 5 -10 ซม.   กว้างประมาณ 2-4 ซม.  ดอก
แตกออกตามข้อของเถา ดอกอ่อนสีเขียวดอกบานสีขาวไม่มีกลิ่น   ผล  ออกตามลำกิ่ง รูปกลมหรือรี ปลายแหลมเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 1-1.5 ซม.และมี
กลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของความยาวผล

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ 
ยอดอ่อน, ใบอ่อน(ใบเพสะลาด)   มีรสหวานมันและฝาดเล็กน้อย  ใช้เป็นผักแกงเลียง แกงส้ม หรือ กินเป็นผักแนมจิ้มน้ำพริก ( ผักเหนาะ)

สรรพคุณทางยา
ลำต้น ใช้ทำยาต้มแก้โรคไตพิการและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ   เปลือก ใช้เป็นยา แก้ไข้  เนื้อของผล เป็นยารักษาโรคตาแดง

คุณพอมีเม็ดพันธุ์บางไหมอยากปลูกครับ
อยากได้มาปลูกเหมือนกันครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: phalikhit ที่ กรกฎาคม 28, 2013, 11:08:11 PM
ตอบคุณ arare kumuna

มีผักคะน่องม้าที่ขึ้นตามนา  OK
ผักโบบเบบ  ผักโหบเหบ
ผักไฮไก่  ไม่รู้จัก
ผักขี้ส้มขี้ขม ค่ะ ที่เป็นผักที่มีมาตั้งนานแล้ว  ผักส้ม ผักขม  ภาคกลางเรียกสะเดาดิน

ขออภัยด้วยนะคะพอดีเป็นภูไท เลยไม่รู้ว่าท่านอื่นเรียกว่าผักอะไรค่ะ
ฮู้จัก  ผักดุเควด ไหมล่ะ ผักดูกเขียด
เคยไป  กานเคด  (ไปใต้เขียด)  หรือเปล่า
รู้จัก เมาะลุไม้  ไหมครับ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: Somjj ที่ มกราคม 27, 2014, 02:22:46 PM
ขอบคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์ครับ ผักพื้นถิ่นมีปนะโยชน์จริงๆ


หัวข้อ: Re: ผักพื้นบ้าน (ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก)
เริ่มหัวข้อโดย: ภัสรา ที่ พฤษภาคม 14, 2014, 05:26:27 PM
มีใครรู้จักบ้างค่ะ ผักพื้นบ้านตั้งโอ๋ลาวค่ะ ขอข้อมูลด้วยค่ะ
 
(https://scontent-b-sin.xx.fbcdn.net/hphotos-prn2/t1.0-9/10313980_520115551426436_9130522071091182366_n.jpg)