เกษตรพอเพียง.คอม

เว็บบอร์ดเกษตรพอเพียง => การรวมกลุ่ม/จัดตั้งชมรมฯ => ข้อความที่เริ่มโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 02, 2012, 02:22:20 AM



หัวข้อ: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 02, 2012, 02:22:20 AM
ไว้เป็นบอร์ดแลกเปลี่นความรู้ของสมาชิกที่สนใจเรื่องเหล่านี้โดยตรง   เพื่อเป็นวิทยาทานด้วย
เนื่องจากมีสมาชิกท่านนี้นำเสนอ เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์และตนน่าจะพอทำให้ได้ ถึงแม้จะไม่ถนัดนัก

ขอเสนอคุณสวนไผ่สุนนท์กุลครับ   ช่วยเป็นประธานตั้งชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคและพลังงานสะอาด  เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร  ได้ไหมครับ   จะได้ไว้เป็นบอร์ดแลกเปลี่นความรู้ของสมาชิกที่สนใจเรื่องเหล่านี้โดยตรง   เพื่อเป็นวิทยาทานด้วยนะครับ



วันนี้จั่ว จองพื้นที่ไว้ก่อน  หากท่านใดใจร้อนตามอ่านที่ "สวนไผ่สุนนท์กุล" (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.0) ไปพลางๆก่อนได้ ไว้วันหน้าจะมาเพิ่มเติมให้ 

   และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนทางความรู้จากท่านที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ความสามารถทุกท่านครับ






 (https://lh3.googleusercontent.com/-Dt1p39iPZvw/T8hTFTBTgnI/AAAAAAAACfQ/GYqbH7gHc9o/s623/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A20287.jpg) (https://lh3.googleusercontent.com/-qCPAeOiANS8/T8hkhhTMoFI/AAAAAAAAChI/0hrMstvbexM/s648/1-6-2555+13-28-21.jpg)
แผนที่ทางเข้าไปร้านจากหน้าถนนใหญ่ เผื่อใครๆ จะแวะเยี่ยม (http://goo.gl/maps/h28U) ;D


qemPkLlWgxk

 " สูงสุดคืนสู่สามัญ " (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg932187#msg932187) เมื่อวันหนึ่งของชีวิต ได้สะสมภูมิความรู้และปัญญามาพอจะเห็นคุณค่าของแผ่นดิน

9D50xXJd8g4&feature&feature=1&autoplay=1&loop=0
1. มงคลชีวิต   เงินจำเป็นมาก ในการดำรงชีวิต แต่..ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อเงิน
++  (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=34967.msg791702#msg791702)เกษตรพอเพียงในทรรศนะของข้าพเจ้า (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=31718.msg725266#msg725266)

2.   ท่านทั้งหลายที่มีปัญญาเป็นทุน ต้องช่วยกันหนุนทำให้เกิดผลต่าง
และเป็นแบบอย่างเพื่อรุ่นหลัง ให้คุ้มกับบรรพบุรุษที่สละชีพเพื่อผืนแผ่นดินนี้
ให้สมกับที่ปู่ ตา ย่า ยาย ถาก ถางป่า อุตสาห์ทำมาเพื่อให่เราได้มีผืนแผ่นดินได้ทำกิน 
 อย่าตีค่าแผ่นดินแค่มูลค่าเงิน  (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=23926.msg551362#msg551362)

3. (http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/407/8407/images/IMOs-Pic/HeadBanner-1.gif) (http://www.onopen.com/2007/02/1538)

4.  ใครมีความรู้เรื่องบ้านดินมั่ง (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=21587.msg577349#msg577349)

5. กินผักให้เป็นยา (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=28139.msg652083#msg652083)

6. VDO ปราชน์เกษตร และแนวทางเกษตรปราณีต 1 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=30871.msg705671#msg705671)

7.  VDO ปราชน์เกษตร และแนวทางเกษตรปราณีต 2  (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=30871.msg706683#msg706683)

8. ปํญหา "เมล็ดพันธ์ข้าว" ที่เรา-ท่านทั้งหลายต้องหันมาไส่ใจ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=31038.msg709280#msg709280)

9. รวมลิ้งค์ VDO แนะทำเกษตรให้รวย   (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=28019.msg648748#msg648748)

10.หมวดอิเลคทรอนิดส์เบื้องต้น (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=25797.msg652116#msg652116)

11. เรื่องเบื้องลึกของ"โซล่าเซลล์" (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=27875.msg645090#msg645090)



บทชี้นำสาระในกระทู้นี้

1.      
แ้ท้งค์ต้นทุน 5000บาท  ค่าหล่อปอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 120สูง90   หล่อทั้งหมด 15ปอก   ราคา ปอกล่ะ 500บาท  นำมาใช้แค่ 5ปอก  เหล็กเส้น ขนาด3หุล(ไม่เต็ม)  ยาว10เมตร  จำนวน 18เส้น ราคาเส้นล่ะ 105บาท   ใช้แค่ 10เส้น(เชื่อมติด ทำโครงกระดูกแบบสามเหลี่ยม) ลวดเชื่อม 2กล่อง รวม 340  ใบเครื่องตัด 150   รวม 490 บาท  ปูน ประเภท1  5กะสอบ เทฐาน   3ฉาบสูง4ปอก  รวม8กะสอบ ราคากะสอบล่ะ 135 บาท  หิน 1 คิว   + ทราย 2คิว จำราคาไม่ได้ชัด แต่รวมๆแล้ว ไม่น่าเกิน 1600บาท  จ่ายพิเศษให้คนงานที่มาส่งปอก(จริงๆแล้วไม่ต้องจ่ายก็ได้ แต่ที่จ่ายไป เพื่อครายความใจร้อนของผู้ควบคุมแขนเครนยกปอกให้ตั้งกัน)   รวม300  ตาข่ายฉาบปูน ไม่ได้ซื้อ มีของเก่าเหลือ  น้ำยากันซึม 250บาท  ค่าแรงผู้ช่วย สองวัน 1000บาท 

ตอนแรกคิดจะทำอย่างนี้ แต่ทุน+เวลาไม่พอ
(http://dc223.4shared.com/img/iJsnVuWf/s3/2_online.JPG) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1166825#msg1166825)


2.   ปั้มที่ใช้งานในปัจจุบัน (https://lh4.googleusercontent.com/-VZY83utXHC4/Tx-WzKfsnHI/AAAAAAAABCA/zIB9Youd170/w324-h243-k/190112-091350.jpg) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1243115#msg1243115)


3.   ปั้มที่คาดว่าจะใช้แทนปั้มเก่า   หน้าตาปั้มซัมเมอส(เล็ก)  12v 4A ขนาด1นิ้วครึ่ง (https://lh4.googleusercontent.com/-vAyq9e7KJYs/TzzyUOXXZnI/AAAAAAAABVw/HikOAva5MLY/s640/130212-185655.jpg) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1288365#msg1288365)


4.   ครั้งแรก ที่หัดทำโซล่าเซล์ล รวมขั้นตอนการทำอย่างง่ายๆ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1288365#msg1288365)


5.    วงจรตัดไฟชาร์จเอง เมื่อแบตฯเต็มจะกลับต่อชาร์จเมื่อแบตฯลด    (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1291937#msg1291937)


6.   วงจรสวิตซ์แสง มืดเมื่อไหร่เปิดไปเองในสวน (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1296206#msg1296206)
(https://lh3.googleusercontent.com/-HyA6gSC1TO8/T0YMBsXKHUI/AAAAAAAABbs/_fgrz8Mwk9E/s698/Over%2520CargerBattery%2520SoLa%2520%2520%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594.JPG)


7.   การทำ อินเวอเตอร์อย่างง่ายๆ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1292595#msg1292595)


8.   การซ่อมแบตฯ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1273114#msg1273114)


9.   ดัดแปลงหลอดไฟ LED ที่ซื้อมาจากแผง ทุกอย่าง20บาท (https://lh5.googleusercontent.com/-cZBHTRBF_N4/Tzz0EceXlUI/AAAAAAAABYo/gid_29XL0Ao/s640/150212-174205.jpg) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1288365#msg1288365)



10.   ต้องการชาร์จแบตฯรถ(12V) ไว้ใช้เปิดแสงสว่างหลอด 5W 3จุด เราต้องใช้เซล์ลโซล่ามาต่อกันกี่แผ่น???  (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=64444.msg1479188#msg1479188)
[มีคำตอบ]



11.    การใช้เครื่องรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ (https://lh3.googleusercontent.com/-xS2nZ6n9OZU/TqOnLfe2oeI/AAAAAAAAA1k/6CIGI-SkVb0/s912/131011-151542.jpg) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg1264203#msg1264203)



12.   หลอดไฟLEDเก็บไฟได้ไม่ต้องใช้แบตฯรถ ใช้รีโมทได้ มีแบบชาร์จด้วยไฟโซล่าร์เซลล์และไฟบ้าน

(https://lh3.googleusercontent.com/-Z6s3Es2Buc0/T8SCpHiCApI/AAAAAAAACbs/9N_PlMJl7kM/s912/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD1.jpg) (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=64444.msg1435952#msg1435952)

ลักษณะการทำงานของหลอด 1LED เมื่อใช้กับไฟโซล่าร์เซลล์9GWWdUiyUHo

ลักษณะการทำงานของหลอด 1LED เมื่อใช้กับไฟบ้าน 220VACbWYkThxM9Z0


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: kasetnewlife ที่ มิถุนายน 02, 2012, 07:07:09 AM
มีประโยชน์มากๆครับ   ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: lamduan ที่ มิถุนายน 02, 2012, 07:18:20 AM

สุดยอดมากค่ะ  ;D


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: Ekachaiyan ที่ มิถุนายน 02, 2012, 10:49:28 AM
ลงชื่อติดตามข้อมูลครับ   ;D


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 04, 2012, 12:50:08 AM
ปัจจุบันเรื่องของเกษตรแม่นยำสูง (Precision Farming) และฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm) เป็นสิ่งที่เริ่มเป็นที่สนใจในเมืองไทย หน่วยงานรัฐระดับชาติเริ่มให้ความสนใจเรื่องนี้ บริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งที่ปลูกอ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง เริ่มมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ อย่างไรก็ตาม วิสัยทัศน์ของคนเหล่านี้ก็ยังจำกัดในสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตรงหน้า คนเหล่านี้ยังมองว่าเกษตรกรรมเป็นเรื่องของชาวบ้านที่มีความรู้น้อย เทคโนโลยีสูงๆ ไม่มีความจำเป็น ทั้งๆ ที่ในประเทศที่ไม่ใช่ประเทศเกษตรกรรมแท้ๆ เขายังมีการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรที่สูงกว่าเราอย่างเทียบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น การปลูกพืชในอาคารสูง (Vertical Farming) การปลูกเนื้อสัตว์ (In vitro Meat Production) เพื่อเป็นอาหารโดยไม่ต้องมีการฆ่าสัตว์ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ (Smart Aquaculture) ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้อาจจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศมาใช้ในอนาคต ทั้งๆ ที่ประเทศเราได้ขึ้นชื่อว่าครัวของโลก

เกษตรกรรมแม่นยำสูง จะปฏิวัติรูปแบบการทำไร่ทำนา จากเดิมที่เป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ มาเป็นเรื่องของข้อมูลและสารสนเทศ เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งทั่วไร่นา จะทำให้เกษตรกรรู้สภาพแวดล้อม ปัจจัยการเพาะปลูก จากที่ไหนก็ได้บนโลก เกษตรกรจะรู้สภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน แร่ธาตุที่มีมากเกินหรือขาดแคลน สภาพดินฟ้าอากาศตลอด 24 ชั่วโมง การเจริญเติบโตของพืชแบบเรียลไทม์ ทำให้การให้น้ำ รดปุ๋ย กำจัดแมลง สามารถทำได้พอดีกับความต้องการของสถานการณ์

งานเกษตรกรรมในอนาคตจะมีความสนุกสนาน เหมือนการเล่นเกมส์ หนุ่มสาวจะกลับมามองอาชีพนี้อีกครั้ง นี่หล่ะครับ สิ่งที่ผมมองเห็นในอนาคต ....


เขียนโดย ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ (Teerakiat Kerdcharoen) ที่ 19:12 (http://smart-farm.blogspot.com/)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: lamduan ที่ มิถุนายน 04, 2012, 06:13:13 AM

การปลูกเนื้อสัตว์ (In vitro Meat Production) เพื่อเป็นอาหารโดยไม่ต้องมีการฆ่าสัตว์

เขียนโดย ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ (Teerakiat Kerdcharoen) ที่ 19:12 ([url]http://smart-farm.blogspot.com/[/url])


ชอบอันนี้มากเลยค่ะ  ถ้าทำได้ก็ดีมาก ๆ เลยค่ะ  ;D ;D



หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 08, 2012, 08:34:24 PM
จัดระบบต่อพ่วงหลอดไฟ ต้องมีแบตฯ 12V (แบตฯรถ) มาต่อเพื่อสำรองไฟให้ระบบก่อน แล้วค่อยจ่ายไฟให้หลอดไฟ โดยอาจจะควบคุมการ ปิด-เปิด ด้วยสวิตซ์แสงก็ได้
(https://lh5.googleusercontent.com/-OvV_bX3_pSc/T9H2esxAvOI/AAAAAAAACsA/rItvVBvozc0/s733/amallfus.jpg)
 (https://lh5.googleusercontent.com/-NXEWQ4_Fs-E/T9H3qrN5-KI/AAAAAAAACsI/u9HriZxFT1w/s989/Diode+shot.JPG)
ช๊อทท์กี้ไดโอด เป็นไดโอดที่มีแรงดันในการเปิด(on-state Voltage) ต่ำและเวลาในการฟื้นตัวย้อนกลับต่ำมาก  (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94)
  คือขณะไดโอดนำกระแสแล้วได้รับแรงดันไบแอสกลับเป็นไปไม่ได้ที่ไดโอดจะหยุดนำกระแสและพร้อมที่จะนำกระแสได้ใหม่ทันที แต่จะนำกระแสต่อไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง จึงพร้อมที่จะนำกระแสได้หรือฟื้นตัวย้อนกลับ เวลาดังกล่าวเกิดจากพาหะข้างน้อยที่บริเวณรอยต่อ PN ต้องการเวลาเพื่อเชื่อมกับประจุชนิดตรงข้าม

    
(https://lh5.googleusercontent.com/-aaOMkcoNkQM/T9H83KCpWzI/AAAAAAAACsw/G5LVQIVVkQY/s934/080612-202134.jpg)
สวิตช์แสงที่ทำเอง อุปกรณ์ทั้งหมดมีแค่นี้แหละ  +แดง  -น้ำเงิน  เมื่อไม่มีแสงวงจรจะจ่ายไฟออกสายออกสีส้ม


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 09, 2012, 06:51:15 PM
วันก่อนเดินเล่นเซียร์ ไปพบมาเลยขอเขามาถ่ายเอกสารไว้มาแจกจ่ายกันดูเป็นข้อมูล
(https://lh4.googleusercontent.com/-lUREL56dsBU/T9MxWCLQjGI/AAAAAAAACvU/7s3tKdZxfW8/s934/090612-181711.jpg)
(https://lh3.googleusercontent.com/-eptFhq5UDRM/T9Mxal1BicI/AAAAAAAACvk/VGaDRlKii9A/s934/090612-181933.jpg)
(https://lh4.googleusercontent.com/-_p50pOP9Aso/T9MxYjSGJ9I/AAAAAAAACvc/PKqpx8r8tkU/s934/090612-181839.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 09, 2012, 08:36:23 PM
คู่มือการทำกังหันลมไฟฟ้า จาก UK (http://www.are101.org/book/How_To_Build_A_Wind_Turbine-Piggot.pdf)
 ขอนุญาติตัดบางส่วนมาประกอบข้อมูล เผื่อท่านอื่น มาอ่านในหน้านี้ จะได้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น อันนี้เป็นข้อมูลจากอีกเวบ ที่ผมเป็นสมาชิก เห็นว่าเป็นประโยชน์เลยคัดลอกมาให้ได้อ่าน
อ้างถึง
ลองอ่านกระทู้นี้สักหน่อยนะครับ อาจจะทำให้เข้าใจหลักการออกแบบเจนเนอร์เรเตอร์หรือไดนาโมของกังหันมากยิ่งขึ้นครับ ว่าการหารอบที่จะทำให้กังหันเริ่มชาร์จที่เท่าใด และจะต้องพันขดลวดกี่รอบต่อขด จำนวนกี่รอบ พอเป็นแนวทางให้บ้างนะครับ ;)
ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนนะครับ   เพราะดูจากคำตอบที่คุณตอบๆ มาในกระทู้อื่นๆ น่าจะเป็นผู้รู้ท่านหนึ่งเลยนะครับ
[url]http://www.are101.org/forum/index.php?topic=345.0[/url] ([url]http://www.are101.org/forum/index.php?topic=345.0[/url])


แทนค่า  Vbatt = 14 Volte. ใน  (Cool)
           167          = (14+1.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 xn x0.0154 x 0.45
 หาจำนวนขด ที่  167รอบหมุน  ชาร์จแบตฯ 1ลูก   = (15.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 x167 x0.0154 x 0.45
          n             = 924/6.25
          n             = 147.84  รอบ/phase

อยากทำ 9 ขด 3 เฟส  :           = 147 / 3 = 49 รอบ /ขด
อยากทำ 10 ขด 5 เฟส  :          = 147 / 2 = 73.5 รอบ /ขด

การพันขดลวดอาจจะพันเผื่อไปสักประมาณ 10 % ก็ได้เพราะว่าการทำงานด้วยมีอาจจะต้องเผื่อบ้างเล็กน้อย
  ของลุงเค้าทำ 10 ขด 5 เฟส  :           = 147 / 2
                                               = 73.5 รอบ /ขด
                               เลือกใช้         = 80 turn.

 ค่าของ B เป็นความเข้มสนามแม่เหล็ก(เทสล่า)ที่โรงงานผู้ผลิตบอกมา  นีโอไดเมี่ยม ที่มีขายในบ้านเราจะเป็น Grade  35  ,Grade 45
    คือ จะมีค่าเป็น  Guass  เช่น  Grade 45 = 4500 Guass.  , Grade 35 = 3500 Guass
                          1 Tesla =    10,000  Guass.
           Grade 45 = 4500 Guass. =  0.45 T……………………………………(B)

          วิธีคิด  เพื่อหา พ.ท.หน้าตัดของสนามแม่เหล็กคิดตามนี้          =  2” x 1” x 12 pole
                                                                              =  24ตารางนิ้ว

      1 ตารางเมตร = 100 cm* 100 cm = 10,000 ตารางเช็นติเมตร
     1 ตารางนิ้ว = 2.54 cm *2.54 cm = 6.24 ตารางเช็นติเมตร
                        1 ตารางนิ้ว = 6.24 x 10^-4 ตารางเมตร
                   ที่  24ตารางนิ้ว  =  ?ตารางเมตร หาได้จาก         = 24 ตารางนิ้ว x 6.45 x1^-4
                               = 0.0154  ตารางเมตร……………………….(A)


      วิธีคิด  เพื่อหาขนาดของเส้นลวดทองแดงที่จะนำเอามาพัน
                               กำลังที่ต้องการ                              P =  VI
               100 watts.  = 12 x I
                    I      = 100/12
                           = 8.33 Amp.
                                    เลือกขนาดลวดที่ตาราง AWG ได้ทุกขนาดครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้อันไหน เช่น เบอร์เล็กกระแสไม่พอก็พันคู่หรือ มากกว่าก็ได้ครับครับ
                                                               แต่ที่ยอดฮิตนี่  #21 AWG,#18AWG,#14AWG ใหญ่กว่านี้พันยาก



                         ผมขอขอบคุณมาก สำหรับคำแนะนำ  ช่วยได้มากทีเดียว
 ส่วนนี่  "จากคำตอบที่คุณตอบๆ มาในกระทู้อื่นๆ น่าจะเป็นผู้รู้ท่านหนึ่งเลยนะครับ จากคำตอบที่ตอบๆ มาในกระทู้อื่นๆ"  นั้นเป็นการแอบเรียนหลังห้อง จากข้อมูลต่างๆ ที่ท่านเอง และผู้รู้ท่านอื่นๆ ได้เขียนบันทึกไว้นั่นแหละ  (ส่วนตัวผมพอมีพื้นฐานไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์อยู่บ้างครับ)  ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

"เลือกขนาดลวดที่ตาราง AWG ได้ทุกขนาดครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้อันไหน เช่น เบอร์เล็กกระแสไม่พอก็พันคู่หรือ มากกว่าก็ได้ครับครับ"
      แต่ที่ยอดฮิตนี่  #21 AWG,#18AWG,#14AWG ใหญ่กว่านี้พันยาก  
                   (ความเห็นส่วนตัว ผมขอแนะนำลวดเบอร์ 16AWG แบบเครือบ 2ชั้น เวลาพันนิ่มมือ ไม่กระด้างเหมือนเบอร์18)

      ความเข้มสนามแม่เหล็ก(เทสล่า)ที่โรงงานผู้ผลิตบอกมา  นีโอไดเมี่ยม ที่มีขายในบ้านเราจะเป็น Grade35,Grade45 ผมเลือกที่จะกำหนดค่าเป็น  0.4
               ส่วนตัวอย่างวิธีติดด้านล่างนี้ ผมลองคำนวน ตามตัวอย่าง ใน [url]http://www.are101.org/forum/index.php?topic=345.0[/url] ([url]http://www.are101.org/forum/index.php?topic=345.0[/url])
  มาให้ดู  หากส่วนใหน ผิดพลาด ช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณมาก

หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 120รอบ= (15.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 120
              n             = 924/3.994512
                            = 231.317
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          = 77.10566 turn.พันด้วยมือ เผื่อเป็น 80รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          = 115.65 turn.พันด้วยมือ เผื่อเป็น 117รอบ

หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ24โวลต์ได้ที่รอบหมุน 120รอบ= (30.8)x60/1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 120
              n             = 1848/3.994512
                            =  462.63
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          =  154.21 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 156รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          =  231.31 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 235รอบ



หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 100รอบ= (15.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 100
              n             = 924/ 3.32876
                            =  277.58
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          =  92.52 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 95รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          =  138.79 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 140รอบ

หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ24โวลต์ได้ที่รอบหมุน 100รอบ= (30.8)x60/1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 100
              n             = 1848/3.32876
                            =  555.16168
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          =  185.05 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 190รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          =  277.58 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 280รอบ



หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 60รอบ    = (15.4) x 60/1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 60
              n             = 924/1.997256
                            = 462.63473
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          =  154.21 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 152รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          =  231.31 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 235รอบ

                                   แทนค่า  Vbatt = 14 Volte. ใน  (Cool)
           หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 167รอบ = (14+1.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 xn x0.0154 x 0.45   ผมไม่แน่ใจในตัวเลขเหล่านี้ หามาจากการคิดอย่างไร  ช่วยแนะด้วยครับ

อ้างถึง

                                   แทนค่า  Vbatt = 14 Volte. ใน  (Cool)
           หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 167รอบ = (14+1.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 xn x0.0154 x 0.45   ผมไม่แน่ใจในตัวเลขเหล่านี้ หามาจากการคิดอย่างไร  ช่วยแนะด้วยครับ

ได้ความจากคำตอบจากอีเมลย์ของลุง hugh ต้นตำหรับส่งมาให้ผมเมื่อหลายปีที่แล้วตามนี้นะครับ
Here are some useful equations for coil design

Average open circuit voltage (emf) for an alternator will be

Eave = 2*n*A *B*(rpm/60) volts

where Eave is average emf per phase
n is turns per coil (multiplied by number of coils connected in series)
A*B is flux in Webers
A is total area of poles in square metres
B is average flux density at poles in Tesla
(rpm/60) is revolutions per second

 
The peak voltage will be about 50% higher Epeak=1.56* Eave

 
If a three phase arrangement of coils is used then they are usually
connected Star (Wye) giving root(3)=1.73 higher output volts.


If this is fed through a rectifier, then the output is approximately
the peak with the forward biassing voltage of the diodes subtracted

Edc = Epeak*root(3)-1.4 volts for silicon diodes.

In this way you can establish the cut in speed of an alternator.
Where Edc = Vbat=battery voltage, the rpm can be found.

rpm = (Vbat+1.4)*60/(1.73*1.56*2*n*A *B)

You can also use E to predict the output current.  There is no
current until Edc>Vbat.  After that, current I will be

Idc=(Edc-Vbat)/R amps neglecting reactive effects (self induction)

Where the coils are wound on laminations, the inductance is strong
and it is hard to predict output current.  The current will be
limited by the inductive reactance at higher speeds.  With air-core
coils in a stator which does not contain iron, we can look at the
resistance R in ohms as the main impedance.

R =L/Aw*0.022*(1+0.004*(temp-70)) ohms

where L is the length of copper wire in the coils of one phase in metres
Aw is the wire cross sectional area in mm (pi()*square(diameter)/4)
temp is wire operating temperature in degrees C

Copper Loss = square(Idc)*R watts
รายละเอียดอยู่ที่ลิงค์นี้นะครับ
[url]http://www.are101.org/forum/index.php?topic=41.0[/url] ([url]http://www.are101.org/forum/index.php?topic=41.0[/url])


1.4 = แรงดันตกคร่อมที่ซิลิคอนไดโอดในวงจรแปลงแรงดัน (Full Wave;Bridge Rectifier)จำนวน 2 ตัว= 0.7+0.7 = 1.4 โวลท์ ( เราต้องสร้างแรงดันที่สูงกว่าแบตฯบวกกับแรงดันที่จะตกคร่อมอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์(ซิลิคอนไดโอด)ในวงจร จึงจะสามารถประจุไฟลงแบตเตอร์รี่ได้)
[url]http://www.chontech.ac.th/~electric/html/rectifier.htm[/url] ([url]http://www.chontech.ac.th/~electric/html/rectifier.htm[/url])

1.732 = Edc = Epeak*root(3)-1.4 volts for silicon diodes จากสมการนี้ เค้าแจ้งว่าการต่อวงจรโดยทั่วไปจะเป็นแบบ 3 เฟสต่อแบบสตาร์ จึงทำให้แรงดันที่ได้จะมีค่าเท่ากับ square root 3 = 1.732 ของแรงดันสูงสุด

1.56 = 1.56 นั้นได้มาจาก สมการนี้ครับ Vdc = 0.636*Vp (Full Wave;Bridge Rectifier) แรงดันดีซีหรือแรงดันเฉลี่ย นั้นจะมีค่าเท่ากับ 0.636 หรือ 0.637  ของแรงดันสูงสุด  แล้วแต่จะปัดขึ้นหรือไม่  พอเราต้องการหาค่าแรงดันสูงสุดที่เราจะทำการออกแบบ เราจึงต้องย้ายสมการหาค้า Vp = (1/0.637)Vdc = 1.569Vdc

ที่มาของสมการนี้ Vdc = 0.636*Vp (Full Wave;Bridge Rectifier) คือการหาพื้นที่เฉลี่ยใต้รูปคลื่นซายน์เวฟ โดยคิดจากลูกคลื่นที่ได้มาจากวงจร Full Wave;Bridge Rectifier คือตั้งแต่ 0-360 องศา (0-2pi ; pi = 180 องศา)ได้สมการดังนี้
                                                                     Vave = Vdc  = 2Vp/pi       ; pi = 3.14 (ในช่วง 0- 2pi จะมีลูกคลื่นอยู่ 2 ลูกจึงได้ 2Vp
                                                                        = (0.636)VP

หวังว่าคงจะพอทำให้เข้าใจบ้างนะครับ (บางท่านอาจจะงงสักหน่อย แต่สำหรับท่านที่มีพื้นฐานทางวงจรไฟฟ้าก็คงไม่ยากนักนะครับ
ขอบคุณครับ




จักรยานปั่นไฟ กับไดชาร์จติดแม่เหล็กถาวร สเปค 12v 5.5amp
(http://upic.me/t/id/2img_0002.jpg) (http://upic.me/t/1r/0img_0003.jpg) (http://upic.me/t/mp/2img_0001.jpg) (http://upic.me/t/0s/p02_06_12-11.23.jpg) (http://www.are101.org/forum/index.php/topic,3289.msg18281.html#msg18281)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: biophancha ที่ มิถุนายน 13, 2012, 09:40:06 PM
ขอร่วมด้วยครับบอร์ดนี้ ชอบๆ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 19, 2012, 12:57:32 AM
วาล์วน้ำอัตโนมัติ ใช้โซล่าร์เซลล์และแบตฯมือถือ
oZb9GwpIIfEDwrDfReDODU


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: Kane ที่ มิถุนายน 20, 2012, 04:48:31 PM
  ขอขอบคุณน้ำใจท่านสุนนท์กุลนะครับ   ที่เสียสละเวลานำเสนอสิ่งดีๆให้ผู้สนใจได้รับรู้    หลากหลายเรื่องราว  คิดว่าสมาชิกคงได้ประโยชน์แน่นอน   


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 20, 2012, 06:00:17 PM
มีบางท่านถามถึงว่า หากต้อง DiY เครื่องตั้งเวลาดิจิตอลรุ่นนี้ให้ใช้กับระบบโซล่าร์เซลล์ได้ใหม??
เพื่อใช้ควบคุมระบบจ่ายน้ำในสวนที่ไม่มีไฟฟ้า ให้ทำงานตามเวลาที่กำหนดได้

  ผมลองศึกษาวงจรดูแล้ว ทำได้แน่นอน แต่ต้องเปลี่ยนค่าอุปกรณ์ในวงจรอยู่หลายจุด ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่น้อย
 เช่น แรงดันไฟเลี้ยงวงจร วงจรไบแอส และรีเลย์  จะพยายามควบคุมต้นทุน ให้ไม่เกิน 500บาท

แต่ผมเล็งเห็นประโยชน์การนำไปใช้ ถือว่าคุ้มที่จะทำ หากหลังดัดแปรงแล้วเครื่องยังทำงานได้ดังปกติ
ทดสอบใช้งาน กับระบบโซล่าร์ฯที่แรงดัน 12-15VDC เพื่อควบคุมการเปิด-ปิดแสงสว่าง
นอกจากนี้ ยังประยุกต์ใช้เพื่อควบคุมเวลา เปิด-ปิดระบบไฟฟ้า พัดลม ปั้มน้ำ แสงสว่าง และอีกหลายๆอย่าง แล้วแต่จุดประสงค์ของผู้ใช้
(https://lh5.googleusercontent.com/-zeDzCpqm8Is/T-GhNyLO5pI/AAAAAAAACy0/vQSOpIqe9Wc/s934/200612-160817.jpg)
ที่เน้น สีเหลือง คือ อุปกรณส่วนที่ต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขใหม่ทั้งหมด เพื่อให้วงจรทำงานที่แรงดัน 12-15VDC ได้
(https://lh6.googleusercontent.com/-dcJhmU52wpU/T-LWpQP5RPI/AAAAAAAAC1Y/ZjxR7aJTDDs/s694/Digital+timer2.jpg)


ตั้งโจทย์ให้ตัวเองไว้ว่า เครื่องต้องทำงานได้ประมาณนี้แหละ โปรดติดตามตอนต่อไป ;D
(https://lh3.googleusercontent.com/-MBN_f-_nRDU/T-LP8P77HjI/AAAAAAAAC0o/QoA3sEc0Rco/s467/Digital+timer3.jpg)(https://lh4.googleusercontent.com/-WXZd8m6RUZQ/T-LP-PEHRpI/AAAAAAAAC0w/p3lcMVfUXM0/s301/Digital+timer4.jpg)

การเตรียมก่อนใช้งาน
1. ต่อไฟจากระบบโซล่าร์เซลล์หรือแบตฯเข้าเครื่อง Timer (12-15VDC.) เพื่อ Charge แบตเตอรี่ ที่ใช้เป็น Memory Back Up ทิ้งไว้นาน 2 ชั่วโมง
2. จากนั้นทำการ Clear ข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง โดยใช้ปลายดินสอหรือปากกา กดที่ปุ่มสีแดง (1) จากนั้น Timer ก็พร้อมที่จะถูกตั้งค่าเพื่อใช้งาน

การตั้งเวลานาฬิกา
กดปุ่ม CLOCK ไว้พร้อมกับกดปุ่ม WEEK จนกระทั่งวันที่ตรงกับวันจริง เช่นวันนี้คือวันอังคาร ปรากฎขึ้นจึงปล่อยปุ่มที่กด จากนั้น ก็ตั้ง ชั่วโมง และนาที


การตั้งเวลา เปิด ปิด ทำตามขั้นตอนดังนี้
1. กดปุ่ม TIMER แล้วปล่อย ซึ่งทำให้พร้อมที่จะตั้งเวลา เปิด (ON) ครั้งแรก
2. กดปุ่ม WEEK เพื่อเลือกวัน หรือกลุ่มของวันต่างๆ ที่ต้องการ แล้วตั้งเวลา โดยกดที่ปุ่ม HOUR และ MINUTE
3. กดปุ่ม TIMER อีกครั้ง เพื่อเข้าสู่การตั้งเวลา ปิด (OFF) และตั้งเวลาที่ปุ่ม HOUR และ MINUTE จากนั้นกดปุ่ม TIMER เพื่อเสร็จการตั้งเวลาปิด และพร้อมเข้าสู่การตั้งเวลา เปิด ครั้งที่ 2 ต่อไป
4. ทำซ้ำๆตามวิธีการข้างบน เพื่อตั้งโปรแกรมเวลา เปิด ปิด ซึ่งตั้งได้ 8 ครั้ง (ถ้าต้องการ) ในโปรแกรมของวัน
5. เมื่อตั้งเวลา เปิด ปิด เสร็จแล้ว กดปุ่ม CLOCK จากนั้นเครื่องก็พร้อมที่จะทำงานต่อไป

ตัวอย่าง : ตั้งเวลาเปิด ปิด ไฟฟ้า ประจำวัน ให้เปิดเวลา 18.30 น. และปิดเวลา 05.45 น.
วิธีทำ :
1. กด TIMER จะได้ LCD แสดง 1 และ ON
2. กด WEEK ซ้ำๆจนกระทั่ง LCD แสดง "MO,TU,WE,TH,FR,SA,SU" คือเลือกโปรแกรมนี้ทุกวัน
3. กด HOUR ซ้ำๆจนได้เวลา 18 และกด MINUTE ซ้ำๆจนได้เวลา 30 นั่นคือเวลา 18.30
4. กด TIMER อีกครั้ง LCD จะแสดง 1 และ OFF
5. กด HOUR เพื่อตั้งเวลาเป็น 5 และกด MINUTE เพื่อตั้งเวลาเป็น 45 นั่นคือเวลา 05.45 น.
6. กดปุ่ม CLOCK  ก็เสร็จการตั้งเวลา พร้อมใช้งานต่อไป

หมายเหตุ : ก่อนที่จะตั้งเวลาโปรแกรม เปิด ปิด ใหม่ ควรลบเวลาของเดิมออกให้หมดก่อนโดยใช้ปุ่ม Reset (2) เช่น กด TIMER แล้วกด RES  กด TIMER แล้วกด RES ไปเรื่อยๆ จน Clear เวลาเดิมหมด

ปุ่ม  Manual ON/AUTO/Manual OFF
ปุ่ม ON/AUTO/OFF (3) จะทำหน้าที่ให้เราเปิด หรือปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าตั้งที่ AUTO เครื่องจะทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งไว้

การต่อโหลด

Specifications
Voltage : 10-15 VDC
Max.Load : 30A, [3,700W]
Min. Setting Time : 1 Minute
Operating Temperature : -10 to +40C
Accuracy : +/-1 Minute per month
Battery Backup :  Ni-Mh 1.2V > 100 hours

 ;D   ภูมิใจเสนอ.....   :)
เครื่องตั้งเวลาดิจิตอล DiY ให้ใช้ได้กับไฟแบตฯ 10-15VDC

ปั้มชักกับเครื่องตั้งเวลาปิด-เปิด (http://www.youtube.com/watch?v=iFa5pehSMaE#ws)

http://www.youtube.com/watch?feature=rIku-t79bj4 (http://www.youtube.com/watch?feature=rIku-t79bj4)


เครื่องตั้งเวลาที่ผมทำออกมาล็อตหลัง ราคา 620บาท มีข้อดีดังนี้

1.  ใช้กับไฟ DC(กระแสตรง) 10-15โวลต์(ตัดวงจรไฟ ACออก)
2.  หน้าสัมผัสใน สวิตซ์ของรีเลย์ทนกระแสได้ถึง 30A
3.  มีวงจรป้องกันต่อสายไฟเข้าผิด จะไม่ทำงาน และไม่ทำให้วงจรเสียหาย กลับสายต่อให้ถูกต้องใช้งานได้ตามเดิม
4.  จัดวางให้ตัวรีเลย์ออกมาอยู่ข้างนอก(อาจจะดูไม่สวย) สามารถถอดเปลี่ยนได้สะดวก(จุดเสียของเครื่องตั้งเวลาทุกยี่ห้อ คือ หน้าสัมผัสสวิตซ์ในตัวรีเลย์เสีย แต่ผู้ใช้ถอดเปลี่ยน หรือหาเปลี่ยนไม่ได้ จึงต้องทิ้ง)
5.  ใช้รีเลย์ ที่ใช้ในรถกะบะทั่วไป หาซื้อง่าย ราคาไม่เกินร้อยบาท ทำให้ผู้ใช้ประหยัดเงิน ไม่ต้องซื้อใหม่
6.  ตั้งเวลาปิด-เปิดได้ เป็นนาทีขึ้นไป ถี่สุดในรอบหนึ่งวัน ปิด-เปิดได้ 8รอบ  ตั้งเวลานานสุด สัปดาห์ล่ะครั้ง

   เหมาะกับการประยุกต์ใช้กับควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้ากระแสตรง ให้ทำงานแบบอัตโนมัติ ลดภาระงานให้ผู้ใช้ได้อย่างมาก ประยุกต์ได้หลากหลาย เช่น คุมมอเตอร์กระแสตรงขับปั้มรดน้ำ ถั่วงอก เห็ด ต้นไม้ ให้อาหารสัตว์ เปิด-ปิดแสงสว่าง ฯลฯ  ร่วมกับแหล่งจ่ายจากแบตฯ จากแหล่งผลิตพลังงานที่เป็นโซล่าร์เซลล์ หรือกังหันลม
  http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84892.0 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84892.0)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 21, 2012, 05:17:17 PM
    การเป็นเกษตรกร ไม่จำเป็นว่า จะต้องมีความรู้แค่ปลูก ดูแล แล้วขาย
แต่หากนำความรู้ เทคนิค เทคโนฯสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ได้ จะช่วยลดต้นทุนและการจัดการได้เป็นอย่างดี
มุ่ง & มั่นเข้าไว้  สักวัน ระบบเกษตรไทย จะทำง่ายๆ คลิกในคอมฯ เหมือนเกมส์ปลูกผัก ใน facebook
ส่วนเรื่องที่ยากที่สุด ในอนาคต คือ การมีพื้นที่ปลูกเป็นของตนเอง
                                                                                "สุนนท์กุล"


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 21, 2012, 06:46:25 PM
(https://encrypted-tbn3.google.com/images?q=tbn:ANd9GcScjBBoG99xB8LPt7tIt1g886AzkW831CkzJRU3Ugit3TWdRXU-Dw)



มารู้จัก Solar Cell กันดีกว่า
01/12/2010 View: 3,321

ไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaics) ที่มา : วารสารประสิทธิภาพพลังงาน ฉบับที่ 46 บทนำ การพัฒนาแหล่งพลังงานที่สะอาดปราศจากมลพิษเพื่อชดเชยการใช้น้ำมันเป็นงานที่ท้าทายและสำคัญมากของนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันในจำนวนโครงการผลิตพลังงานทดแทนทั้งหมดกล่าวได้ว่าโครงการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์นั้นปราศจากมลภาวะเป็นพิษมีแหล่งพลังงานอยู่ทั่วไปและไม่สิ้นสุดดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานขนาดมหึมาพลังงานที่ดวงอาทิตย์สร้างขึ้นประมาณ 3.8x1023 กิโลวัตต์ (รูปที่1) แต่เนื่องจากระยะทางที่ห่างจากโลกเราถึง 93 ล้านไมล์ทำให้พลังงานที่ส่งมายังโลกลดน้อยลงพลังงานแสงอาทิตย์เดินทางมาถึงโลกประมาณ 1.8x1014 กิโลวัตต์ ถูกดูดซับโดยบรรยากาศและพื้นโลกประมาณ 1.25x1014 กิโลวัตต์ ในขณะที่พลังงานที่มนุษย์ใช้รวมกันทั้งโลกประมาณ 1x1010 กิโลวัตต์ จะเห็นได้ว่าพลังงานทีได้จากพลังงานแสงอาทิตย์มีมากกว่าพลังงานที่มนุษย์ใช้รวมกันทั้งโลกประมาณ 10,000 เท่า สำหรับประเทศไทยพื้นที่เกือบทั้งหมดสามารถรับพลังงานจากแสงอาทิตย์เฉลี่ยประมาณ 4.5 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อวันดังนั้น ในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร สามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 0.3 % ของประเทศเท่านั้น รูปที่ 1 ปริมาณแสงอาทิตย์ที่เดินทางสู่โลก (ภาพจากบทความเรื่องเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ โดย ดร.ดุสิต เครืองาม ตีพิมพ์ในนิตยสารพลังงาน) ในอดีตการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์มีราคาแพงมาก แต่เนื่องจากปัจจุบันราคาของเซลล์แสงอาทิจย์ได้ลดลงมาอย่างมากและมีแนวโน้มว่าจะลดลงอีกเรื่อย ๆ เพราะประชาชนโดยทั่วไปได้ตระหนักถึงสภาวะแวดล้อมเป็นพิษเนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงบรรพชีวินในการผลิตพลังงานจึงหันมาใช้เซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์มีจุดเด่นที่สำคัญแตกต่าง

จากวิธีอื่นหลายประการดังต่อไปนี้
 1. ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวในขณะที่ใช้งานจึงทำให้ไม่มีมลภาวะทางเสียง
2. ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษจากขบวนการผลิตไฟฟ้า
3. มีการบำรุงรักษาน้อยมากและใช้งานแบบอัตโนมัติได้ง่าย
4. ประสิทธิภาพคงที่ไม่ขึ้นกับขนาดจากเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 33 เมกะวัตต์ หรือ 165,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงถ้า
   ต้องการผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดจำเป็นต้องใช้
5. ผลิตไฟฟ้าได้ทุกมุมโลกแม้บนเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลบนยอดเขาสูงและในอวกาศ
6. ได้พลังงานไฟฟ้าโดยตรงซึ่งเป็นพลังงานที่นำมาใช้ได้สะดวกที่สุด เพราะการส่งและการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า 
    สารกึ่งตัวนำกับไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ Photovoltaic (PV) หมายถึงขบวนการผลิตไฟฟ้าจากการตก
    กระทบของแสงบนวัตถุที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรงวัสดุที่มี
    ความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานดังกล่าวคือสารกึ่งตัวนำเมื่อนำมาผลิตเป็นอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงาน
    แสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เรียกว่า Solar Photovoltaic Cell หรือ Solar Cell นั่นเอง

(http://www.esdalcollege.nl/eos/vakken/na/zonnecel_bestanden/figure_3.jpg)(http://www.kotech-eg.com/UserFiles/solar-cell_p-n(1).jpg)(http://)


 เอกสารอ้างอิง 1. 21 AD Architecture Digest for the 21th Century "PHOTOVOLTAICS" Oxford Brookes University , sponsored by BP Solar , 25 p. 2. "Solar Energy Utilization Technology" , New Energy and Industrial Technology Development Organization (NEDO), Solar Energy Department , 31 p 3. Solar Photovoltaic Power Generation Using PV Technology , Vol. 1 , The Technology , ASIAN Development Bank finances study , 62 p.


โซล่าเซลล์คืออะไร
ตอบง่ายสุดๆ โซล่าเซลก็คือเครื่องชาร์จแบตเตอรี่นั่นเอง แผงโซล่าเซลวัตต์สูงชาร์จเร็ว   วัตต์ต่ำชาร์จช้า โดยใช้แสงอาทิตย์เป็นตัวกำเนิดพลังงานไฟฟ้า เราใช้งานตอนกลางคืนหรือตอนกลางวันในส่วนไฟฟ้าที่เหลือจากการชาร์จของแบตเตอรี่รถยนต์ซึ่งเป็นไฟฟ้า 12V. และถ้าต้องการไฟฟ้า 220V.เราจำเป็นต้องมีตัวแปลงไฟฟ้า นั่นก็คือ....
 Inverter : อินเวอร์เตอร์
คือเครื่องแปลงไฟแบตเตอรี่รถยนต์ 12V.เป็นไฟบ้าน 220V. อินเวอร์เตอร์มีวัตตต์หลายขนาด ตั้งแต่ 75วัตต์ จนถึง 2400วัตต์ ซึ่งแล้วแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าของท่านกินกำลังไฟฟ้าเท่าไร
       เช่น บางท่านเอาไปใช้งานเกี่ยวกับอุปกรณ์กู้ภัยใช้ 800วัตต์ พวกหลอดไฟฟ้าส่องทางเวลาเกิดไฟไหม้
สว่านไฟฟ้า เครื่องตัดไฟฟ้า หินเจียร เป็นต้น
เอาไปใช้เที่ยวป่า หุงข้าว ทำอาหาร
สูบน้ำจากลำธาร
ดูทีวี   ใช้พัดลม
เอาไปใช้กับอุปกรณ์ Computer เช่น Notebook PC Printer ต่างๆ แล้วไปจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้าทั่วไป รับจ้าง ทำนามบัตร ถ่ายรูปด่วน ส่งFax เล่นอินเตอร์เนท ส่งอีเมล์ ก็ยังมีเห็นมีอยู่บ่อยๆเลย หรือหรืออีกที บางหน่วยงาน
ไปใช้ร่วมกับโซล่าเซลบาง บางหน่วยงานรถไฟฟ้าใต้ดิน นำแบตเตอรี่มาพ่วงกับอินเวอร์เตอร์แล้วใส่รถเข็นไปไปบนรางรถไฟนำอุปกรณ์ ขุด ตัด ต่อ เจียร์ มาต่อเครื่องนี้ได้ทุกที่ๆเข็นรถคันนี้ไป ไม่ต้องโยงสายไฟฟ้าให้เกะกะ หรือยาวมากๆซึ่งสินเปลื่องค่าสายไฟฟ้ามากกว่าใช้อินเวอร์เตอร์นี้ ตกตอนเย็นก็นำแบตเตอรี่มาชาร์ทใหม่ ตอนเช้าก็เข็นไปบนรางรถไฟและใช้ได้เหมือนเดิม
บางร้านค้า หรือบ้านที่อยู่อาศัย ก็นำไปใช้เป็นไฟฟ้าฉุกเฉินได้สบายโดยต่อเครื่องนี้กับแบตเตอรี่อีกเช่นกัน เวลาไฟฟ้าดับ ก็สับคัทเอาท์ไฟฟ้าออก หาปลั๊กไฟฟ้าตัวผู้ 2หัว มาต่อเข้ากับเครื่องนี้ 1หัว ส่วนอีก 1หัวเสียบเข้ากับปลั๊กไฟฟ้าเดิมที่บ้านท่าน ท่านก็จะมีไฟฟ้าใช้ปกติเช่นเดิม เวลาไฟฟ้าของการไฟฟ้ามา ท่านก็ดึงปลั๊กที่เสียบปลั๊กไฟฟ้าเดิมของบ้านท่านออก แล้วสับคัทเอาท์ขึ้น ท่านก็ยังใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้เหมือนเดิม ตามปกติ และโปรดจำไว้เสมอว่า ถ้าท่านยังไม่ปิดสวิทช์ที่อินเวอร์เตอร์แสดงว่าปลั๊กไฟฟ้าตัวผู้ 2หัวเส้นนั้นยังมีไฟฟ้า 220โวล์ทอยู่พึงระวังไว้เสมอ... .
 +++ ตัวอย่างการใช้งาน โดยหาแบตเตอรี่ 12โวล์ทมาต่อพ่วงกับอินเวอร์เตอร์ +++
 Notebook ทั่วไปตัวมันกินไฟฟ้าพร้อมชาร์ทแบตเตอรี่ของเครื่อง ก็ใช้ 75วัตต์
 ทีวีสี 14-20นิ้ว หลังทีวีนั้นมีบอกกินไฟฟ้า 70วัตต์
ทีวีสี 25-29นิ้ว ใช้ 200วัตต์
มีเครื่องเล่น VCD DVD รวมด้วยใช้ 400วัตต์
พัดลม 12นิ้วใช้ 75วัตต์
 กรณ๊ใช้อินเวอร์เตอร์เป็นไฟสำรองฉุกเฉิน
บ้าน ร้านอาหารต่างๆ เดี๋ยวนี้เขาใช้อินเวอร์เตอร์เป็นเครื่องสำรองไฟฟ้าใช้กันแล้ว พอไฟฟ้าดับ อินเวอร์เตอร์ก็ทำงานอัตโนมัติ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆก็ทำงานได้ปกติ พอไฟฟ้ามา ก็มีเครื่องชาร์ตแบตเตอรี่ชาร์ตให้แบตเตอรี่เต็มตลอดเวลาใช้ในครั้งต่อไป
ถ้าใช้เกี่ยวกับอุปกรณ์การเลี้ยงปลาก็หาที่ชาร์จแบตเตอรี่มาต่อร่วมเวลาไฟดับอุปกรณ์นั้นยังทำงานตลอด
ข้อควรคิด "ท่านต้องคิดเสมอว่าการที่จะให้อินเวอร์เตอร์ทำงานนานๆหรือให้กำลังไฟฟ้าวัตต์สูงๆ(2400วัตต์) ท่านต้องมีแบตเตอรี่จ่ายไฟให้เหมาะสมหรือหลายลูก ไม่ใช่มีแบตเตอรี่เล็กๆลูกเดียวแล้วท่านจะใช้ได้นานๆหรือวัตต์สูงๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นผมคงขายไฟฟ้าแข่งกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตด้วยแบตเตอรี่เล็กๆลูกเดียวดีกว่ามาขายอินเวอร์เตอร์แล้วครับ ต้องคำนวณให้เหาะสมกับการใช้งาน เช่น 75วัตต์กินไฟฟ้าแบตเตอรี่รถกระบะได้ประมาณ 16 ชั่วโมง แต่ถ้า 2400วัตต์ก็ประมาณ 30นาที ที่Loadสูงสุดครับ"



รายละเอียดของเครื่องใช้ไฟฟ้า

 สูตร: Watts หาร 220V. = Amps ........และ   Amps คูณ 220V. = Watts


Required Watts for Common Appliances:ประมาณการใช้ไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ล่ะชนิด
Coffee pot (10 cup) 1200W. Coffee pot (4 cup) 650W
VCR 40-60W. .
CD or DVD Player 35W.
Toaster 800-1500W.
Stereo 30-100W.
Cappuccino Maker 1250W.
Clock Radio 50W.
Coffee Grinder 100W.
 AM/FM car cassette 10W.
10.  Blender 300W.
11. Satellite dish 30W.
12.  Microwave (600 to 1000 W cooking power) 1100-2000W (elec. consumption)
13. Vacuum cleaner 300-1100W.
14. Waffle iron 1200W.
15. Mini Christmas lights (50) 25W.
16. Hot plate 1200W.
17. Space Heater 1000-1500W.
18. pan 1200W. Iron 1000W.
19. Toaster Oven 1200W.
20.  Washing machine 920W.
21.  Blow dryer 900-1500W.
22. 12" 3 speed table fan 230W.
23.  Computer - laptop 50-75W. -
24.  pc & monitor 200-400W. -
25.  printer-inkjet 60-75W.
26. TV - 25" color 300W. -
27. 19" color TV or monitor 160W. - 12" b&w 30W.
28. 13" color TV/VCR Combo 300W.
29. Refrigerator/Freezer 600W.
30.  Game Console (X-Box) 100W.
31. Refrigerato   500-800W.
32. Furnace Fan (1/3hp) 1200W.

อ่านต่อที่นี่
http://khanisorn.igetweb.com/index.php?mo=3&art=547333
http://science.nasa.gov/science-news/science-at-nasa/2002/solarcells/
http://www.esdalcollege.nl/eos/vakken/na/zonnecel.htm
http://specmat.com/Overview%20of%20Solar%20Cells.html

ส่วนนี่เป็นภาพสัญลักษณ์ที่ใช้แทนอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ในวงจร
(http://1.bp.blogspot.com/_xQ_0aGpK0qw/ST2pTmVPkeI/AAAAAAAAAeA/RtxEaaEk2jU/s1600/sw5.gif)(http://2.bp.blogspot.com/_xQ_0aGpK0qw/ST2pTCB63FI/AAAAAAAAAd4/UPUZpObMnaw/s1600/sw4.gif)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: Kane ที่ มิถุนายน 23, 2012, 02:37:08 PM
การใช้โซล่าร์เซลชาร์ตแบตมือถือ  มีวิธีและจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรเสริมครับ    หากเราจะต่อสาย  บวก - ลบของโซล่าร์เซล กับขั้วชาร์ตแบตมือถือเพื่อควบคุมโวลท์ของแผงโซล่าร์ซึ่งสูงประมาณ  17 จะได้ไหมครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 23, 2012, 09:06:57 PM
การใช้โซล่าร์เซลชาร์ตแบตมือถือ  มีวิธีและจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรเสริมครับ    หากเราจะต่อสาย  บวก - ลบของโซล่าร์เซล กับขั้วชาร์ตแบตมือถือเพื่อควบคุมโวลท์ของแผงโซล่าร์ซึ่งสูงประมาณ  17 จะได้ไหมครับ

สายชาร์จมือถือที่ใช้ในรถยนต์ครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 23, 2012, 09:47:13 PM
ไฟจากแผงโซล่าเซลล์ จากหลายชนิด หลายขนนาดวัตต์ มีแรงดันไม่เท่ากัน 17-44V สำหรับแบบโพลี และโมโน
และ50-62V สำหรับอะมัลฟัส

สายชาร์จรถมีวงจรที่ใช้ผลิต 3แบบ คือ
แบบที่1 (ใช้กับรถ 10ล้อ และรถกะบะ) ใช้ IC MC34063 7-48VDC ได้
(http://320volt.com/wp-content/uploads/2008/03/mc34063a.gif)
 (ไอซีเบอร์นี้จากบางบริษัทที่คุณภาพดีๆ สามารถทนแรงดันได้สูงสุดถึง 60VDCได้)


แบบที่2 (ใช้กับรถรถกะบะเท่านั้น) IC7805 KA317  6-20VDC
9tAUZzAFhhA

แบบที่3  แบบ R divider ส่วนมากจะพบในสายชาร์จราคาถูกที่ผลิตจากเมืองจีน  ใช้ได้เฉพาะกับแรงดัน 10-12Vdc เท่านั้น ให้กระแสต่ำ และอายุการใช้งานสั้น
(http://i86.photobucket.com/albums/k119/blaylocj/Fig6_voltage_divider.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 24, 2012, 08:08:48 PM
มีใครลองยัง???  น่าลอง

AiGRn8c1K9w


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: paulchank ที่ มิถุนายน 25, 2012, 10:24:58 AM
ติดตามเก็บความรู้ครับ ไม่มีพื้นฐานทางช่างแต่ก็ค่อยๆทำความเข้าใจไปครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 26, 2012, 03:01:29 PM
การต่อสวิตช์เพื่อสลับใช้งานแบตฯ  สองลูก เพื่อใช้งานแรงดันที่ต่างกันโดยไม่ต้องปลดขั้วแบตฯ

(https://lh5.googleusercontent.com/-MbcPPo-URT0/T3iCcUcrtOI/AAAAAAAABws/Gr1NqnarJfs/s653/24V-12Vselector+Sw.-24V.jpg)



(https://lh4.googleusercontent.com/--YrL6LDTIfE/T3iS0GPL9kI/AAAAAAAABw0/lAxc-ox6oEE/s912/24V-12Vselector%2520Sw.JPG)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 28, 2012, 01:05:09 PM

เครื่องมือที่ต้องมี
1.  หัวแร้งสำหรับบัดกรี
2.  ตะกั่วเส้นสำหรับบัดกรี


(https://lh3.googleusercontent.com/-m_ZJCRmBERk/T-yOd9CD-bI/AAAAAAAAC8M/yzVO1ogeICw/s709/SWitch+light+6V.jpg)


รายการอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์  ต้นทุนรวมไม่ถึง 100฿ (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=68985.msg1547416#msg1547416)
1.  RELAY 6V  1ตัว หรือ ถ้าใช้ รีเลย์ 12V ไม่ต้องใส่ R 20 Ohm     ราคาขายทั่วไป 15-25บาท  แล้วแต่เกรดและยี่ห้อ
2.  Resister  220   1/4W  1ตัว   ราคาขายทั่วไปตัวล่ะสลึง(ตัวต้านทาน หรือที่เรียกกันติดปากว่า R)
3.  Resister  47K  1/4W   1ตัว    ราคาขายทั่วไปตัวล่ะสลึง(ตัวต้านทาน หรือที่เรียกกันติดปากว่า R)
4.  Transister  B772  1ตัว   ราคาขายทั่วไปตัวล่ะ  5-15บาท  แล้วแต่เกรดและยี่ห้อ (ใช้  PNP เบอร์อื่นแทนก็ได้ แต่ผมมีเบอร์นี้มันทนดี)
5. Dioode 1N4007   2ตัว ราคาขายทั่วไปตัวล่ะ  1บาท  แล้วแต่เกรดและยี่ห้อ (หรือจะใช้ไดโอดเบอร์อื่น ประเภทอื่นแทนก็ได้ แล้วแต่หาได้)
6.  L D R  1ตัว   ราคาขายทั่วไปตัว 3-6บาท(ตัวต้านทาน หรือR ที่เปลี่ยนค่าความต้านทานเมื่อโดนแสง วงจรนี้ใช้ชนิดค่าความต้านทานลดลงเมื่อโดนแสง)
7.  Capaciter  47uF  25V     1ตัว   ราคาขายทั่วไปตัว 5-13บาท(ตัวเก็บประจุ)
[/url]


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 29, 2012, 05:28:30 PM
(https://lh3.googleusercontent.com/-ws_jCu706Pk/T-yREX9hzjI/AAAAAAAAC8Y/XZx-IfN3g-M/s709/SWitch+light+12V.jpg)

ตัวอย่างประกอบจากรีเลย์ 12v

(https://lh4.googleusercontent.com/-IwVkCdBAImw/T-1mbUZrEDI/AAAAAAAAC_g/mBPb2sOYhU4/s934/280612-220024.jpg)

(https://lh3.googleusercontent.com/-_Zn_a35egrI/T-1mUaPomhI/AAAAAAAAC_Q/xhUK-fi3pyU/s934/280612-215908.jpg)

(https://lh5.googleusercontent.com/-WYfYlYV__Yg/T-1mYZlu0gI/AAAAAAAAC_Y/LUoajfu6lZg/s934/280612-215952.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 30, 2012, 12:33:56 AM
ow-zED6rRCw
  สามารถเพิ่ม VR ปรับค่าได้ใส่ในวงจรและเปลี่ยนค่ารีเลย์ที่ทนกระแสไหลผ่านหน้าคอนแทคสูงมากพอ เพื่อใช้ควบคุมปั้มน้ำให้ทำงานเฉพาะช่วงแดดจัดเท่านั้นได้ เพื่อป้องกันขดลวดมอเตอร์ไหม้  หากต่อแผงโซล่าร์เซลล์โดยตรงกับมอเตอร์เพื่อสูบน้ำแช่ไว้โดยไม่มีแบตฯพ่วง ในกรณีแดดไม่แรง หากมีแรงดันแต่โซล่าร์เซลล์ผลิตกระแสไม่พอให้มอเตอร์หมุนได้อาจทำให้ขอลวดร้อนและไหม้ได้
และยังเปลี่ยนทรานซิสเตอร์เป็น NPN แล้วจัดไบแอส ใหม่ให้ออนรีเลย์เมื่อระดับแรงดันไฟเลี้ยงวงจรถึงจุดแรงดันไฟที่ต้องการ ใช้เป็นวงจรคอลโทรลชาร์จเจอร์ได้  ใครนึกออกเอาไปลองแก้ไขดู


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: josave69 ที่ มิถุนายน 30, 2012, 02:57:07 AM

 หามานานแล้วชมรมแบบนี้ กำลังต้องการเลยคับ เพราะผมไม่มีไฟฟ้าใช้หมือนคนอื่นเขา แต่ก็อยากสบายเหมือนคนอื่นเขา

รบกวนพี่ช่วยออกแบบ ระบบโซลาเซลให้หน่อยได้ไหมคับ และราคารวมเท่าไร  ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง เช่นแบตเตอรี่ อินเวอเตอร์ แผงโซล่า ตัวควบคุมการชารจ ตัวตั้งเวลา และอื่นๆ
 

    หลอดไฟประมาณ 4-5 ดวง
    พัดลม 2ตัว
    หม้อหุงข้าว
    ไมโครเวพ
     ตู้เย็น 9.5 คิว ต้องเปิดตลอดเวลา 
     คอมพิวเตอร์
     โทรทัศน์ 21 นิ้ว
      ปั้มน้ำ ดีซี  2-3 ตัวใช้สูบน้ำท่วไป  บาดาล1ตัวตัวนี้ต้องตั้งให้ดูดใส่แทงค์ตลอดเพราะเราใช้น้ำตลอด
      สว่าน 450 วัตน์ นานๆใช้ที
      ไดเป่าผม เมียใช้
       
 หลักๆก็ประมาณนี้คับ แต่ที่ใช้พร้อมกัน ก้มี โทรทัศน์ พัดลม หลอดไฟ ปั้มน้ำ ตู้เย็น ไมโครเวพ
ผมต้อง เริ่มต้นอย่างไรดีคับ เพราะผมจะสร้างบ้านเล็กๆอยู่ในสวน ไม่มีไฟฟ้าคับ
       ขอบคุณมากๆคับที่ให้คำแนะนำเป็นวิทยาทาน สำหรับคนรุ่นต่อๆไป ที่คิดจะอยู่ในสวนที่ไฟฟ้าไปไม่ถึง
 


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 30, 2012, 03:35:35 AM

 หามานานแล้วชมรมแบบนี้ กำลังต้องการเลยคับ เพราะผมไม่มีไฟฟ้าใช้หมือนคนอื่นเขา แต่ก็อยากสบายเหมือนคนอื่นเขา

รบกวนพี่ช่วยออกแบบ ระบบโซลาเซลให้หน่อยได้ไหมคับ และราคารวมเท่าไร  ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง เช่นแบตเตอรี่ อินเวอเตอร์ แผงโซล่า ตัวควบคุมการชารจ ตัวตั้งเวลา และอื่นๆ
 

    หลอดไฟประมาณ 4-5 ดวง
    พัดลม 2ตัว
    หม้อหุงข้าว
    ไมโครเวพ
     ตู้เย็น 9.5 คิว ต้องเปิดตลอดเวลา 
     คอมพิวเตอร์
     โทรทัศน์ 21 นิ้ว
      ปั้มน้ำ ดีซี  2-3 ตัวใช้สูบน้ำท่วไป  บาดาล1ตัวตัวนี้ต้องตั้งให้ดูดใส่แทงค์ตลอดเพราะเราใช้น้ำตลอด
      สว่าน 450 วัตน์ นานๆใช้ที
      ไดเป่าผม เมียใช้
       
 หลักๆก็ประมาณนี้คับ แต่ที่ใช้พร้อมกัน ก้มี โทรทัศน์ พัดลม หลอดไฟ ปั้มน้ำ ตู้เย็น ไมโครเวพ
ผมต้อง เริ่มต้นอย่างไรดีคับ เพราะผมจะสร้างบ้านเล็กๆอยู่ในสวน ไม่มีไฟฟ้าคับ
       ขอบคุณมากๆคับที่ให้คำแนะนำเป็นวิทยาทาน สำหรับคนรุ่นต่อๆไป ที่คิดจะอยู่ในสวนที่ไฟฟ้าไปไม่ถึง
 
ไม่ลองสอยบถามจากกระทู้ที่เขาขายรายใหญ่ๆดูครับ ในเวบนี้ มีหลายเจ้า จะได้ข้อมูลตรงประเด็น

ผมก็เป็นแค่ผู้ใช้รายเล็กๆเพื่อศึกษา พบปัญหา ก็แก้ไขไป อันใหนดีก็นำมาเผยแพร่ให้รู้กันน


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: คนอุตรดิตถ์ ที่ มิถุนายน 30, 2012, 04:07:10 PM
เคยดูในยูทูบ  การใช้หลอดไฟอีเลคโทรนิคช่วยประหยัดไฟมากกว่าหลอดระบบบัลลาส  หากเราจะใช้หลอดเก่าที่มีอยู่แล้วเปลี่ยนเป็นระบบอีเลคโทรนิค  จะหาซื้อวงจรมาใช้แทนได้ไหมครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 30, 2012, 07:45:31 PM
เคยดูในยูทูบ  การใช้หลอดไฟอีเลคโทรนิคช่วยประหยัดไฟมากกว่าหลอดระบบบัลลาส  หากเราจะใช้หลอดเก่าที่มีอยู่แล้วเปลี่ยนเป็นระบบอีเลคโทรนิค  จะหาซื้อวงจรมาใช้แทนได้ไหมครับ
  ลองส่งมาให้ดูบ้างสิ เป็นแบบใหน  ใช่แบบตามลิ้งด้านล่างนี้ใหม

http://www.shoppingbycom.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9F.html


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 01, 2012, 04:04:27 PM
 การต่อไดโอดกันไฟจากแบตฯไหลย้อนแผง เนื่องจากแผงจะมีค่าความต้านทานต่อไฟฟ้าต่ำมากเมื่อไม่มีแสง

(https://lh5.googleusercontent.com/-NXEWQ4_Fs-E/T9H3qrN5-KI/AAAAAAAACsI/u9HriZxFT1w/s989/Diode+shot.JPG)
ช๊อทท์กี้ไดโอด เป็นไดโอดที่มีแรงดันในการเปิด(on-state Voltage) ต่ำและเวลาในการฟื้นตัวย้อนกลับต่ำมาก  (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94)
  คือ  ขณะไดโอดนำกระแสแล้วได้รับแรงดันไบแอสกลับเป็นไปไม่ได้ที่ไดโอดจะหยุดนำกระแสและพร้อมที่จะนำกระแสได้ใหม่ทันที แต่จะนำกระแสต่อไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง จึงพร้อมที่จะนำกระแสได้หรือฟื้นตัวย้อนกลับ เวลาดังกล่าวเกิดจากพาหะข้างน้อยที่บริเวณรอยต่อ PN ต้องการเวลาเพื่อเชื่อมกับประจุชนิดตรงข้าม
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66964.msg1508094#msg1508094

แผงขนาด 60W หากต่อชาร์จแบตฯ และมีการต่อใช้งานทุกวัน ไม่จำเป็นต้องมีคอนโทรลชาร์จก็ได้  แต่หากใช้งานห่างนานกว่าอาทิตย์ล่ะครั้ง ควรใส่คอนโทลชาร์จ เพื่อถนอมแบตฯ

  คือ  แผงโซล่าเซลล์ 60W[mono]  18V(4Amp)    หากต่อตรงชาร์จแบตฯรถ หากแรงดันในแบตฯก่อนชาร์จต่ำมากๆ  และต่อชาร์จช่วงแดดจัด กระแสไฟจากแผงจะไหลเกือบ 100%(4Amp)  แต่สักพักใหญ่ๆ(หลายชั่วโมง)การไหลของกระแสจะลดลงเรื่อยๆ จนถึงระดับหนึ่งแบตฯเต็ม แบตฯจะดึงกระแสไฟจากแผงฯน้อยลงมาก จะเป็นเช่นนี้อยู่พักใหญ่ๆ 
  แต่หากไม่มีการใช้กระแสไฟออกไปใช้ กระแสที่ไหลเข้าแบตฯส่วนที่เกิน จะทำให้แบตฯร้อนขึ้นเรื่อยๆ น้ำกลั่น ในกรดระเหยเป็นไอแกส เกิดแรงดันขึ้นในแบตฯ ทำให้แบตฯบวมหรือแตก  หรือที่พบบ่อย คือ ใช้งานไปนานๆ ขาดการดูแลสภาพ จะทำให้น้ำกลั่นแห้ง เมื่อตะกั่วในแบตฯโดนอากาศก็จะเกิดสนิมตะกั่ว ภายหลังผู้ใช้เติมกรด+น้ำกลั่นเพิ่มไปก็ตาม แต่การที่ตะกั่วเป็นสนิม ทำให้ประสิทธิภาพการทำปฏิกิริยาเคมีต่อกรดลดลงด้วย จึงเรียกว่าแบตฯเสื่อมนั่นเอง

    แผงโซล่าเซลล์ 60W[mono]  18V (4Amp)  ชาร์จแบตฯรถ  แรงดัน 12V หาดแดดจัดสม่ำเสมอ ในหนึ่งวันจะชาร์จกระแสไฟใส่ลงแบตฯได้ 15-20Amp  หากชาร์จกับแบตฯใหม่ที่ขนาดความจุกระแสไฟ 100Amp ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10-12วันแบตฯจึงจะเต็ม 100%  แต่ถ้าเป็นแบตฯเก่าทำสาว ประสิทธิภาพความจุของแบตฯแต่ล่ะลูก ไม่ควรคาดหวังเกิน 60% ส่วนมากจะต่ำกว่า


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: KENETIC_E® ที่ กรกฎาคม 01, 2012, 05:00:47 PM
มีบางท่านถามถึงว่า หากต้อง DiY เครื่องตั้งเวลาดิจิตอลรุ่นนี้ให้ใช้กับระบบโซล่าร์เซลล์ได้ใหม??
เพื่อใช้ควบคุมระบบจ่ายน้ำในสวนที่ไม่มีไฟฟ้า ให้ทำงานตามเวลาที่กำหนดได้

  ผมลองศึกษาวงจรดูแล้ว ทำได้แน่นอน แต่ต้องเปลี่ยนค่าอุปกรณ์ในวงจรอยู่หลายจุด ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่น้อย
 เช่น แรงดันไฟเลี้ยงวงจร วงจรไบแอส และรีเลย์  จะพยายามควบคุมต้นทุน ให้ไม่เกิน 500บาท

แต่ผมเล็งเห็นประโยชน์การนำไปใช้ ถือว่าคุ้มที่จะทำ หากหลังดัดแปรงแล้วเครื่องยังทำงานได้ดังปกติ
ตอนนี้อยู่ระหว่างทดสอบใช้งาน กับระบบโซล่าร์ฯที่แรงดัน 12-25VDC เพื่อควบคุมการเปิด-ปิดแสงสว่าง
นอกจากนี้ ยังประยุกต์ใช้เพื่อควบคุมเวลา เปิด-ปิดระบบไฟฟ้า พัดลม ปั้มน้ำ แสงสว่าง และอีกหลายๆอย่าง แล้วแต่จุดประสงค์ของผู้ใช้
([url]https://lh5.googleusercontent.com/-zeDzCpqm8Is/T-GhNyLO5pI/AAAAAAAACy0/vQSOpIqe9Wc/s934/200612-160817.jpg[/url])
ที่เน้น สีเหลือง คือ อุปกรณส่วนที่ต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขใหม่ทั้งหมด เพื่อให้วงจรทำงานที่แรงดัน 12-25VDC ได้
([url]https://lh6.googleusercontent.com/-dcJhmU52wpU/T-LWpQP5RPI/AAAAAAAAC1Y/ZjxR7aJTDDs/s694/Digital+timer2.jpg[/url])

หากท่านไดสนใจจะนำไปทดลองใช้ ติดต่อมาได้ จะทำให้ในราคาพิเศษ เพื่อเป็นการร่วมทดสอบ เพื่อหาความบกพร่อง

ตั้งโจทย์ให้ตัวเองไว้ว่า เครื่องต้องทำงานได้ประมาณนี้แหละ โปรดติดตามตอนต่อไป ;D
([url]https://lh3.googleusercontent.com/-MBN_f-_nRDU/T-LP8P77HjI/AAAAAAAAC0o/QoA3sEc0Rco/s467/Digital+timer3.jpg[/url])([url]https://lh4.googleusercontent.com/-WXZd8m6RUZQ/T-LP-PEHRpI/AAAAAAAAC0w/p3lcMVfUXM0/s301/Digital+timer4.jpg[/url])

การเตรียมก่อนใช้งาน
1. ต่อไฟจากระบบโซล่าร์เซลล์หรือแบตฯเข้าเครื่อง Timer (12-25VDC.) เพื่อ Charge แบตเตอรี่ ที่ใช้เป็น Memory Back Up ทิ้งไว้นาน 2 ชั่วโมง
2. จากนั้นทำการ Clear ข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง โดยใช้ปลายดินสอหรือปากกา กดที่ปุ่มสีแดง (1) จากนั้น Timer ก็พร้อมที่จะถูกตั้งค่าเพื่อใช้งาน

การตั้งเวลานาฬิกา
กดปุ่ม CLOCK ไว้พร้อมกับกดปุ่ม WEEK จนกระทั่งวันที่ตรงกับวันจริง เช่นวันนี้คือวันอังคาร ปรากฎขึ้นจึงปล่อยปุ่มที่กด จากนั้น ก็ตั้ง ชั่วโมง และนาที


การตั้งเวลา เปิด ปิด ทำตามขั้นตอนดังนี้
1. กดปุ่ม TIMER แล้วปล่อย ซึ่งทำให้พร้อมที่จะตั้งเวลา เปิด (ON) ครั้งแรก
2. กดปุ่ม WEEK เพื่อเลือกวัน หรือกลุ่มของวันต่างๆ ที่ต้องการ แล้วตั้งเวลา โดยกดที่ปุ่ม HOUR และ MINUTE
3. กดปุ่ม TIMER อีกครั้ง เพื่อเข้าสู่การตั้งเวลา ปิด (OFF) และตั้งเวลาที่ปุ่ม HOUR และ MINUTE จากนั้นกดปุ่ม TIMER เพื่อเสร็จการตั้งเวลาปิด และพร้อมเข้าสู่การตั้งเวลา เปิด ครั้งที่ 2 ต่อไป
4. ทำซ้ำๆตามวิธีการข้างบน เพื่อตั้งโปรแกรมเวลา เปิด ปิด ซึ่งตั้งได้ 8 ครั้ง (ถ้าต้องการ) ในโปรแกรมของวัน
5. เมื่อตั้งเวลา เปิด ปิด เสร็จแล้ว กดปุ่ม CLOCK จากนั้นเครื่องก็พร้อมที่จะทำงานต่อไป

ตัวอย่าง : ตั้งเวลาเปิด ปิด ไฟฟ้า ประจำวัน ให้เปิดเวลา 18.30 น. และปิดเวลา 05.45 น.
วิธีทำ :
1. กด TIMER จะได้ LCD แสดง 1 และ ON
2. กด WEEK ซ้ำๆจนกระทั่ง LCD แสดง "MO,TU,WE,TH,FR,SA,SU" คือเลือกโปรแกรมนี้ทุกวัน
3. กด HOUR ซ้ำๆจนได้เวลา 18 และกด MINUTE ซ้ำๆจนได้เวลา 30 นั่นคือเวลา 18.30
4. กด TIMER อีกครั้ง LCD จะแสดง 1 และ OFF
5. กด HOUR เพื่อตั้งเวลาเป็น 5 และกด MINUTE เพื่อตั้งเวลาเป็น 45 นั่นคือเวลา 05.45 น.
6. กดปุ่ม CLOCK  ก็เสร็จการตั้งเวลา พร้อมใช้งานต่อไป

หมายเหตุ : ก่อนที่จะตั้งเวลาโปรแกรม เปิด ปิด ใหม่ ควรลบเวลาของเดิมออกให้หมดก่อนโดยใช้ปุ่ม Reset (2) เช่น กด TIMER แล้วกด RES  กด TIMER แล้วกด RES ไปเรื่อยๆ จน Clear เวลาเดิมหมด

ปุ่ม  Manual ON/AUTO/Manual OFF
ปุ่ม ON/AUTO/OFF (3) จะทำหน้าที่ให้เราเปิด หรือปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าตั้งที่ AUTO เครื่องจะทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งไว้

การต่อโหลด
ต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า (Load) เข้าที่ (4) โดยใช้ไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 แอมแปร์ หรือ 1,000 วัตต์

Specifications
Voltage : 12-24 VDC 50 Hz
Max.Load : 5A, 1,000W
Min. Setting Time : 1 Minute
Operating Temperature : -10 to +40C
Accuracy : +/-1 Minute per month
Battery Backup :  Ni-Mh 1.2V > 100 hours

 ;D   ภูมิใจเสนอ.....   :)
เครื่องตั้งเวลาดิจิตอล DiY ให้ใช้ได้กับไฟแบตฯ 13-25VDC และไฟบ้าน 220VAC

90YWm67Tcf8

rIku-t79bj4

ผมเคยแกะวงจรของเครื่องตั้งเวลาตัวนี้ออกมา(น่าจะคล้ายกันหรืออันเดียวกันครับ) เพื่อเอามาปรับเปลี่ยนใช้กับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง 12 โวลท์ ในเวป are101.org แล้วให้ท่านหนึ่งเอาไปปรับเปลี่ยนใช้งานกับแรงดันกระแสตรง 12 โวลท์ ก็ใช้งานได้ดีครับ ประมาณ 2-3 ปีมาแล้ว จึงเอาวงจรที่เคยแกะไว้มาฝากให้เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง
วงจรแรกเป็นวงจรควบคุมที่รับสัญญาณควบคุมจากนาฬิกาดิจิตอล (T1 T2 T3) ตามลำดับ
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/circuit1.jpg)
วงจรที่สองเป็นวงจรด้านควบคุมเอาท์พุทหรือรีเลย์สั่งการทำงานครับ
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/powercircuit1.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 01, 2012, 05:35:30 PM
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/circuit1.jpg)

Diagram ตัวเดียวกันเลย น้าเอก  ขอบคุณมาก ;)  ผมแกะไว้เหมือนกันในกระดาษ  กะจะทำเป็นลายอย่างนี้เก็บไว้พอดี


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: KENETIC_E® ที่ กรกฎาคม 02, 2012, 07:55:12 PM

Diagram ตัวเดียวกันเลย น้าเอก  ขอบคุณมาก ;)  ผมแกะไว้เหมือนกันในกระดาษ  กะจะทำเป็นลายอย่างนี้เก็บไว้พอดี
พอดีตอนนั้นน้าบี (olllo) อยากเอาไปใช้กับระบบโซล่าร์เซล ก็เลยดัดแปลงให้น้าแกน่ะ เห็นบอกว่าลูกค้าเอาไปใช้สบายดี
นี่ก็จะสามปีแล้วมั้งครับ เวปโน้นเงียบมากเลยครับ ผมเข้าเวปได้มั้งไม่ได้มั้ง เลยไม่ค่อยได้อัพเลยครับ น้าสบายดีนะครับ?...


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 02, 2012, 08:20:46 PM

Diagram ตัวเดียวกันเลย น้าเอก  ขอบคุณมาก ;)  ผมแกะไว้เหมือนกันในกระดาษ  กะจะทำเป็นลายอย่างนี้เก็บไว้พอดี
พอดีตอนนั้นน้าบี (olllo) อยากเอาไปใช้กับระบบโซล่าร์เซล ก็เลยดัดแปลงให้น้าแกน่ะ เห็นบอกว่าลูกค้าเอาไปใช้สบายดี
นี่ก็จะสามปีแล้วมั้งครับ เวปโน้นเงียบมากเลยครับ ผมเข้าเวปได้มั้งไม่ได้มั้ง เลยไม่ค่อยได้อัพเลยครับ น้าสบายดีนะครับ?...

สบายดี ขอบคุณครับ
         are101   พักหลังเข้าไม่ได้เลย   ผมเสียดายก็ความรู้ดีๆ ที่ผู฿้รู้หลายๆท่านได้ถ่ายทอดกันไว้ครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: ฟาร์มเห็ดบ้านสวน ที่ กรกฎาคม 04, 2012, 04:57:16 PM
ชมรมนี้เจ๋งอะ ขอเข้าด้วยคนนะ ไม่เป็นอิเลคเลยแต่สนใจมากครับ น่าจะมีประโยชน์อย่างมาก


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 05, 2012, 12:30:05 AM
ชมรมนี้เจ๋งอะ ขอเข้าด้วยคนนะ ไม่เป็นอิเลคเลยแต่สนใจมากครับ น่าจะมีประโยชน์อย่างมาก


หากพอมีเวลา ช่วยเอาขั้นตอน และวิธีทำเครื่องดักยุงไฟฟ้า แบบไม่ใช้เคมี ฝีมือไทยทำมาโซว์บ้างสิ ;)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: farm ที่ กรกฎาคม 05, 2012, 03:23:11 PM
ผมขอสมัดเข้าชมรมด้วยคนครับ  เข้ามาก็ขอใช้บริการเลย  ผมมีชุดโซล่าเซล ที่รัฐบาลแจกให้  อยู่ 3 ชุด แต่ชุดวงจรอาจเสียบ้างหาช่างซ่อมไม่ได้  แต่ผอเชื่อว่าไม่เสียหายมากเพราะมันแค่เก่าเก็บ  จะสามารถใช้ประโยชน์ อะไรบ้าง อยากใช้สูบน้ำ จะใช้กับป้ำขนาดไหนบ้าง  ผมไม่มีความรู้เลย  ช่วยแนะนำด้วยครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 05, 2012, 03:51:29 PM
ผมขอสมัดเข้าชมรมด้วยคนครับ  เข้ามาก็ขอใช้บริการเลย  ผมมีชุดโซล่าเซล ที่รัฐบาลแจกให้  อยู่ 3 ชุด แต่ชุดวงจรอาจเสียบ้างหาช่างซ่อมไม่ได้  แต่ผอเชื่อว่าไม่เสียหายมากเพราะมันแค่เก่าเก็บ  จะสามารถใช้ประโยชน์ อะไรบ้าง อยากใช้สูบน้ำ จะใช้กับป้ำขนาดไหนบ้าง  ผมไม่มีความรู้เลย  ช่วยแนะนำด้วยครับ

   น่าจะเป็นแผงอะมอลฟัส ให้ลองอ่าน Volt out จากสติกเกอร์หลังแผงแต่ล่ะแผงน่าจะเป็น 60V  กระแสสูงสุดใช่ 1Ampหรือเปล่า หรือ ให้วัดดูแรงดันที่แต่ล่ะแผงจ่ายออกได้ปกติหรือไม่ ไฟออกกี่โวลต์ ด้วยมัลติมิเตอร์แบบเข็ม (http://www.un-sound.com/board/index.php?topic=1102.0)หรือแบบดิจิตอล (http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=jokestory&month=19-10-2010&group=4&gblog=4)ก็ได้

  การต่อแผงโซล่าร์มาต่อรวมกัน  หากต่อโดยเอาสายขั้วบวกมารวมเข้าด้วยกัน  และเอาขั้วลบรวมกันกับขั้วลบ เรียกว่าต่อขนานแผ่น หากวัดแรงดันด้วยมัลติมิเตอร์แรงดันเท่าเดิม (แต่กระแสจะได้เท่ากับกระแสแต่ล่ะแผ่นรวมกัน) แผงชนิดนี้เท่าที่เคยใช้มาจะไม่มีไดโอดกันไฟไหลย้อนกลับ ผู้ใช้ต้องมาใส่เพิ่มเอง

 ระบบชาร์จโซล่าเซลล์ ทุกประเภท ทุกชนิดที่แรงดันระบบไม่เกิน 20VDC กระแสผลิตได้ไม่เกิน 4Amp/ชั่วโมง หากมีการใช้งานทุกวัน หรือใช้สูบน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ล่ะ 2ครั้ง ไม่ต้องต่อคอนโทรลชาร์จก็ได้ คือต่อตรงกับแบตฯรถขนาด 12V 50A(เป็นอย่างน้อย) ได้โดยไม่ต้องผ่านคอนโทรลชาร์จ แรงดันจากแผงจะลดลงเองได้ เนื่องจากแบตฯจะดึงกระแสจากแผงโซล่าร์อย่างเต็มที่ แต่กระแสจากแผงผลิตออกมาไม่พอจึงทำให้แรงดันตกคร่อมแบตฯลดลงเหลือประมาณ14-15v เท่านั้นเอง  ในหนึ่งวันที่มีแดดจัดๆแผงโซล่าเซลล์ชุดนี้จะผลิตกระแสกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จสะสมเข้าแบตฯได้เต็มที่ไม่เกิน 15A ปริมาณกระแสไฟฟ้าสะสมที่ได้จะขึ้นอยู่กับคุณภาพในการผลิตกระแสของแผงโซล่าร์เซลล์ + ความเข้มของแสง + ประสิทธิภาพในการเก็บรักษากระแสไฟของแบตฯ+ขนาดของสายไฟ
(หากใช้แบตฯที่ความจุกระแสต่ำกว่านี้  หรือ ต่อแผงโซล่าเพิ่มจนมีกระแสไฟฟ้ารวมในวงจรมากๆจำเป็นต้องใส่ตัวคอนโทรลชาร์จ)

   กระแสไฟที่ชาร์จสะสมลงแบตฯภายในหนึ่งวัน จะได้ประมาณ 15A เพียงพอสำหรับ มอเตอร์ DC 300W ใช้สูบน้ำวันล่ะ 1ชั่วโมง และจะยังพอมีกระแสไฟเหลือไว้ให้ใช้แสงสว่างยามค่ำได้อีกนิดหน่อย หากใช้กับหลอด LED ขนาดรวมไม่เกิน 6W จะใช้ได้สัก5ชั่วโมง   แต่ถ้าหากใช้กับหลอด ฟลูออเรสเช้น ขนาด 5W จะใช้ได้แค่ 2-3ชั่วโมง เพราะกระแสบางส่วนจะเสียไปกับวงจรอิเลคทรอนิกส์ในตัวหลอด


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 05, 2012, 07:19:18 PM
เปรียบเทียบ

ชุด12Vหลอดไฟฟลูออเรสเซ้น 20W 1ดวง  เปิดหนึ่งชั่วโมงกินกระแส= หลอดไฟ 1LED 1W เปิดพร้อมกัน 7ดวง หรือ=หลอดไฟ 66LED 5W เปิดพร้อมกัน 3ราง

ชุด12Vหลอดไฟฟลูออเรสเซ้น 40W 1ดวง  เปิดหนึ่งชั่วโมงกินกระแส=หลอดไฟ 66LED 5W เปิดพร้อมกัน 5ราง หรือ= หลอดไฟ 1LED 1Wเปิดพร้อมกัน 12ดวง


              "อุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าทุกชนิดจะทำงานได้ ต้องอาศัยแรงดันไฟฟ้า ผลักนำให้กระแสไหลได้เพียงพอสำหรับให้เครื่องใช้ไฟฟ้านั้น จึงจะทำงานให้เราได้สมบูรณ์"
   ไฟฟ้าที่ใช้กันในชีวิตประจำวันทั่วๆไป ที่ใครๆก็ต้องรู้จัก และใช้บ่อยๆ มีสองแบบคือ ไฟบ้าน(220VAC) ไฟแบตฯในรถ(เก๋ง+กะบะ=12VDC รถ6ล้อขึ้นไป=24VDC)


มาว่ากันที่ไฟบ้านก่อนแล้วกันนะ
    ไฟบ้าน หรือไฟกระแสสลับ (AC)  เป็นไฟฟ้าที่ไม่มีขั้ว แรงไฟกระเพื่อมไม่คงที่ จะแกว่งขึ้น-ลงวัดเฉลี่ยได้ประมาณ 50ครั้งต่อวินาที(เรียกว่า 50Hz อ่านว่า 50เฮิต)
แหล่งไฟ AC เกิดจากเอาขดลวดทองแดงไปหมุนผ่านแรงดูดของแม่เหล็ก(เรียกสนามแม่เหล็ก) สองก้อนที่มีขั้วต่างกัน จะทำให้เกิดไฟฟ้าขึ้นในขดลวดทองแดงได้  เช่น กังหันลมไฟฟ้า  ไดนาโมปั่นไฟขนาดใหญ่ ที่ใช้แรงจากน้ำในเขื่อนมาทำให้หมุน หรือ ใช้ความร้อนจากการเผาไหม้ของปฏิกรนิวเคลียมาทำให้เกิดไอน้ำแรงดันสูง
    สายเส้นที่ใช้ไขควงไฟฟ้าจี้แล้วมีแสงที่ไขควงวัดไฟ เรียกว่าสายไลน์(L=Line) ไฟเส้นนี้แหละต้องระวังให้มากอันตรายถึงตาย
    สายเส้นนี้หากวัดเทียบกับสายดินจะมีแรงดันด้วยมัลติมิเตอร์ปรับไปที่ AC Volt วัดเทียบกับสายดินจะมีแรงดันไฟฟ้า 220VAC
ส่วนสายอีกเส้นที่ใช้ไขควงไฟฟ้าวัดไม่มีแสง เรียกว่า นิวตรอน(N)หรือสายดิน แรงดันเสมือนเป็น 0 ไม่เป็นอันตราย  ยกเว้นสายหลุดหรือขาด หรือไฟรั่ว ดังนั้นอย่าประมาทจะดีกว่า
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับไฟ AC หลายอย่างจะถูกออกแบบมาให้ทำงานสัมพันธ์กับความถี่(50Hz อ่านว่า 50เฮิต) ด้วย เช่น เมื่อต่อใช้งานมอเตอร์หรือพัดลมกับอินเวอเตอร์(แบบถูก)ที่ทำหน้าที่แปลงไฟ DCแรงดันต่ำให้เป็นไฟบ้าน AC 220Vแล้วมอเตอร์หมุนผิดปกติ

   ไฟแบตฯ หรือไฟกระแสตรง (DC)  เป็นไฟฟ้า ที่มีขั้วบวก  และลบ แยกกันชัดเจน ไฟฟ้าชนิดนี้ที่เกิดได้จากปฏิกิริยาเคมี กับโลหะ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่แบตเตอรีทั่วไป และ แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงที่พบเห็นในชีวิตประจำวันอีกอย่างก็คือโซล่าเซลล์



แต่มีผู้ใช้สักกี่คนที่เข้าใจว่า ที่เรียกว่า "โวลต์(V)" "แอมป์(A)หรือ มิลลิแอมป์(mA)" มันคืออะไร และมันทำงานร่วมกันอย่างไร  หน่วยวัดมิเตอร์ไฟฟ้า ที่เรียกย่อย มีอะไรบ้าง
   
ไว้วันหน้าจะมาเขียนอธิบายแบบบ้านๆ  ตั้งใจจะให้เข้าใจได้ง่ายๆ แต่ผู้เขียนเองอ่านแล้วบางทียังงงงที่ตนเองเขียนอยู่ดี  ;D
เอาเป็นว่าใครสนใจ ลองอ่านจากลิ้งด้านล่างนี้เป็นการบ้านก่อนนะ จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

http://www.mmv.ac.th/supphapong/page%205.htm


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: porelec ที่ กรกฎาคม 05, 2012, 09:55:01 PM
เข้ามาแวะดู ชมรมครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 06, 2012, 04:53:53 AM
   มีผู้ใช้ไฟฟ้าสักกี่คนที่เข้าใจว่า ที่เรียกว่า "โวลต์(V)" "แอมป์(A)หรือ มิลลิแอมป์(mA)" มันคืออะไร และมันทำงานร่วมกันอย่างไร
  หน่วยวัดมิเตอร์ไฟฟ้า ที่เรียกย่อย มีอะไรบ้าง

(https://lh5.googleusercontent.com/-GnV7ihEECqg/T_YDADKCnFI/AAAAAAAADH4/UxkE9gFsm24/s640/Volt%2520num.jpg)

(https://lh4.googleusercontent.com/-IRXUmMXVqo8/T_YQxCHRv1I/AAAAAAAADII/lx2Km34dvLk/s991/6-7-2555%25205-02-18.jpg)

สำหรับผู้ที่สนใจ ศึกษาเพิ่มเติม เรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้า ได้จากจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี เรื่อง ไฟฟ้า (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 06, 2012, 02:53:06 PM
http://www.rmutphysics.com/physics/oldfront/55/1/current/current1.htm

     ไฟฟ้าสำหรับใช้ตามบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ผลิตที่โรงไฟฟ้าโดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าสลับความถี่
50หรือ 60เฮิรตซ์ (Hz)ไฟฟ้ากระแสสลับไม่เหมือนกับไฟฟ้ากระแสตรงสามารถแปลงได้ง่ายเพื่อให้ได้ความต่างศักย์ไฟฟ้าที่มากขึ้นหรือน้อยลง 
แสดงว่าเมื่อโวลเตจสูงกระแสไฟฟ้าจะต่ำ  เมื่อส่งออกไปจะลดการสูญเสียพลังงานในสายส่งได้มาก
(http://www.rmutphysics.com/physics/oldfront/55/1/current/pic/2/9.gif)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: josave69 ที่ กรกฎาคม 06, 2012, 10:26:38 PM
ดีมากคับพี่กระทู้นี้เหมาะกับเกตรกร แต่ผมดูไม่รู้เรื่อง555+ แอบโง่ คือเอาแบบ พื้นๆได้ไหมคับ แบบว่า มีที่ 5ไร่ อยากใช้พลังงานสะอาด เช่นพลังงานจาก โซล่าเซลและแบตเตอรี่ เราควรใช้อุปกรณ์อิเลคโทรนิคอะไรบ้าง เพื่อให้เหมาะสม ที่จะอยู่อาศัยได้ สูบน้ำได้ มีไฟส่วาง ดูหนัง ฟังเพลง ตู้เย็น คืออยู่แบบปกติได้นะคับ  และเลือกใช้อุปกรณืแบบไหน ขอดีข้อเสียของการใช้ระบบไฟแบบ dc และ ac ผมอยากใช้แบบ dc มาก ต่ออินเวอร์เตอร์แบบ เพียวชาย เวพ แต่ติดตรงที่ว่ามันไม่สะดวกและไฟหมดไว ต้องคอยชาจ์อยู่ตลอด

 แบตมีอายุการใช้งานสั้น2-3 ปี โซล่าเซล 15 ปีขึ้น ต้องลงทุนใหม่  ไม่เหมือน ไฟ บ้านๆac เสียบปุ้บไฟ เต็มๆ เปิดได้ท้งวันทั้งคืน ถ้ามีปัญญาเสียค่าไฟ ผมอยากให้พี่ลองสร้างแบบจำลองดูนะคับ ว่าถ้าเราไปอยู่ในที่ไม่มีไฟฟ้า แต่ดันสร้างบ้าน และเจ้าของบ้านดันติดหรู อยากใช้ไฟเหมือนตอนอยู่คอนโด มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเต็มอัตตราศึก เราควรจะหาแหล่งพลังงานจากไหนดี ที่จะแทนไฟบ้านได้ ครับผม นี่แหละคับพี่ ผมหาข้อมูลไม่มีเลย มาเจอกระทู้พี่เจ๋งเลย


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 06, 2012, 11:44:55 PM
ดีมากคับพี่กระทู้นี้เหมาะกับเกตรกร แต่ผมดูไม่รู้เรื่อง555+ แอบโง่ คือเอาแบบ พื้นๆได้ไหมคับ แบบว่า มีที่ 5ไร่ อยากใช้พลังงานสะอาด เช่นพลังงานจาก โซล่าเซลและแบตเตอรี่ เราควรใช้อุปกรณ์อิเลคโทรนิคอะไรบ้าง เพื่อให้เหมาะสม ที่จะอยู่อาศัยได้ สูบน้ำได้ มีไฟส่วาง ดูหนัง ฟังเพลง ตู้เย็น คืออยู่แบบปกติได้นะคับ  และเลือกใช้อุปกรณืแบบไหน ขอดีข้อเสียของการใช้ระบบไฟแบบ dc และ ac ผมอยากใช้แบบ dc มาก ต่ออินเวอร์เตอร์แบบ เพียวชาย เวพ แต่ติดตรงที่ว่ามันไม่สะดวกและไฟหมดไว ต้องคอยชาจ์อยู่ตลอด

 แบตมีอายุการใช้งานสั้น2-3 ปี โซล่าเซล 15 ปีขึ้น ต้องลงทุนใหม่  ไม่เหมือน ไฟ บ้านๆac เสียบปุ้บไฟ เต็มๆ เปิดได้ท้งวันทั้งคืน ถ้ามีปัญญาเสียค่าไฟ ผมอยากให้พี่ลองสร้างแบบจำลองดูนะคับ ว่าถ้าเราไปอยู่ในที่ไม่มีไฟฟ้า แต่ดันสร้างบ้าน และเจ้าของบ้านดันติดหรู อยากใช้ไฟเหมือนตอนอยู่คอนโด มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเต็มอัตตราศึก เราควรจะหาแหล่งพลังงานจากไหนดี ที่จะแทนไฟบ้านได้ ครับผม นี่แหละคับพี่ ผมหาข้อมูลไม่มีเลย มาเจอกระทู้พี่เจ๋งเลย
การวางระบบจำลอง เพื่อศึกษา หรือต้นแบบเพื่อการนำไปใช้ ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างเกื้อหนุนผมไม่ได้เก่งทุกด้าน ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ทั้งความรู้ ความอดทน เวลา และเหตุปัจจัยที่ต้องใช้  ในวันหนึ่งๆ ผมก็มีเวลาคิดและเขียนในไม่กี่ชั่วโมง งานประจำ และเวลาพักผ่อนมีจำกัด 

"ดีมากคับพี่กระทู้นี้เหมาะกับเกตรกร แต่ผมดูไม่รู้เรื่อง555+ แอบโง่ คือเอาแบบ พื้นๆได้ไหมคับ แบบว่า มีที่ 5ไร่ อยากใช้พลังงานสะอาด เช่นพลังงานจาก โซล่าเซลและแบตเตอรี่ เราควรใช้อุปกรณ์อิเลคโทรนิคอะไรบ้าง เพื่อให้เหมาะสม ที่จะอยู่อาศัยได้ สูบน้ำได้ มีไฟส่วาง ดูหนัง ฟังเพลง ตู้เย็น คืออยู่แบบปกติได้นะคับ"

    ในเจตนาของผม อยากให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาและเรียนรู้ไปด้วยกัน  แค่แบ่งปันสิ่งที่รู้ จับหยิบข้อมูลจากเวบอื่นมาเสนอแนะให้ท่านที่ไฝ่รู้ได้มีช่องทางศึกษาเพิ่มเติม ไม่อยากให้มองข้ามพื้นฐาน จะได้เข้าใจการทำงานของระบบ อย่างน้อยก็จะเลือกซื้ออุปกรณ์ที่จะมาใช้ร่วมกับระบบได้ถูกต้อง   ส่วนการใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง จะวางอะไรตรงใหน ทุนเท่าไหร่ ลองสอบถามที่กระทู้ผู้ขายโซล่าร์เซลล์ รับรองได้คำตอบ สินค้าและราคางบประมาณ แต่ถ้า อยากลดต้นทุนให้ถูกลงก็ต้องจัดหา และทำเอง แต่ก็จำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มว่าจะเริ่มจากต้องรู้เรื่องอะไรก่อน

        อย่างไฟ ACและDC หากท่านไดมีโอกาสที่เลือกที่จะใช้ ก็ดีไป  แต่บางท่าน บางพื้นที่ไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะไฟฟ้าเข้าไม่ถึง
ระบบ AC generator ขนาดเล็กที่เห็นกันบ่อยๆ ก็คือ  กังหันลม  เครื่องปั่นไฟฟ้า  มีขายทั้งแบบเครื่องยนต์และ ปั่นหมุนด้วยพลังงานน้ำเหมาะสำหรับผู้ที่มี คลอง ห้วย ลำน้ำ ที่ไหลตลอด
แต่การเก็บสำรองไฟฟ้า ก็ต้องแปรงAC กลับมาเป็น DC ก่อนเพื่อเก็บลงแบตฯ

"คืออยู่แบบปกติได้นะคับ  และเลือกใช้อุปกรณ์แบบไหน ขอดีข้อเสียของการใช้ระบบไฟแบบ dc และ ac ผมอยากใช้แบบ dc มาก ต่ออินเวอร์เตอร์แบบ เพียวชาย เวพ แต่ติดตรงที่ว่ามันไม่สะดวกและไฟหมดไว ต้องคอยชาจ์อยู่ตลอด"
หากอยากให้ระบบมีไฟฟ้าใช้ได้ตลอดแบบใช้ไฟบ้าน ก็ต้อง
๑.  มีแบตฯสำรองไฟหลายๆลูกเพื่อเก็บไฟไว้สำรองให้มาพอ
๒.  มีแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า มากพอที่จะเติมคืนลงแบตฯได้มากกว่าหรือเท่ากับกระแสไฟที่เราดึงออกจากแบตฯไปใช้งานแต่ล่ะวัน
๓.  หากจะนำอุปกรณ์ไฟบ้าน 220VAC มาใช้ในระบบDC จะต้องมีตัวแปรงไฟ DCเป็น220VAC เรียกว่า อินเวอร์เต้อร์ และเจ้าอินเวอเต้อร์นี้ มีข้อจำกัด ห้ามใช้เครื่องใช้220VACที่กินไฟวัตต์สูงกว่าตัวมันมามาเสียบต่อ ไม่งั้นมันจะตาย
๔.  อยากใช้อุปกรณ์ไฟบ้านทุกอย่างที่คิดว่าจำเป็น มาใช้ร่วมกับระบบ DC ก็จำเป็นต้องมี อินเวอร์เต้อร์ มากพอกับกำลังไฟที่ใช้
๕.  อยากได้ ทั้งหมดทุกข้อ แต่ทุนไม่มากพอจะทำอย่างไร??  อันนี้ตอบแบบฟันธงไม่ได้ ปัญหามันอยู่ที่การจัดการใช้งานของผู้ใช้ และผู้ใช้จะจัดการการใช้งาน และวางระบบอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ก็ มีสองทางเลือก คือ ๑.มีทุน และ ๒.รู้วิธีจัดการ


อาจจะวางแผนการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ให้ใช้พร้อมกัน เช่นระหว่างหุงข้าว ก็งดใช้เครื่องใช้ไฟอื่นๆยกเว้นตู้เย็นที่ต้องเสียบไว้ตลอด
ในตอนวางแผนติดตั้งครั้งแรก ก็ควรคำนึงถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราอาจจะจำเป็นต้องใช้พร้อมกัน ว่าหากเปิดพร้อมกันจะกินไฟรวมกี่วัตต์
และต้องตอบตัวเองให้ได้ ว่าในหนึ่งวัน ต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้าง และใช้อย่างไร อันไหนเปิดกี่ชั่วโมง
รวมแล้วในหนึ่งวันใช้ไฟฟ้ารวมกี่วัตต์ พอได้ข้อมูลแบบนี้แล้ว ค่อยมาว่าต้องใช้อไะมาเป็นตัวผลิตกระแสไฟฟ้า จะเป็นเครื่องปั่นไฟ หรือกังหันลม หรือกังหันน้ำผลิตไฟฟ้า หรือ จักยานปั่นไฟ หรือเลือกใช้โซล่าเซลล์ ก็แล้วแต่ความเหมาะสมกับการใช้งาน และพื้นที่ ว่าเหมาะจะติดตั้งอะไร เช่น
 หากอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่ไหลตลอดปีและเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองด้วยก็ใช้กังหันน้ำผลิตไฟฟ้า (http://ใช้กังหันน้ำผลิตไฟฟ้า)
 หากที่พักบนหุบเขา หรือชายทะเล มีลมพัดผ่านตลอดปีก็ ติดตั้งกังหันลมไฟฟ้า (http://ติดตั้งกังหันลมไฟฟ้า)
 หากอยู่ในพื้นที่ ที่มีแดดแรงสม่ำเสมอ ตลอดปี อย่างภาคอีสานของไทย ก็ควรเลือกที่จะใช้ ระบบโซล่าเซลล์ (http://ระบบโซล่าเซลล์)
แต่หากอยู่ในพื้นที่ ที่มีแดดไม่สม่ำเสมอ มีพายุฝนบ่อยๆ ก็ควรพิจารณาเลือกที่ใช้ ระบบโซล่าเซลล์ (http://ระบบโซล่าเซลล์)และกังหันลมไฟฟ้า (http://กังหันลมไฟฟ้า)ควบคู่กันไป
ส่วนว่าจะใช้กี่วัตต์ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองจะวางแผนใช้ไฟฟ้าอย่างไร วันหนึ่งจะใช้กี่วัตต์ ก็ต้องมาคิดดูเอาว่ากำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้ไฟในหนึ่งวัน จะต้องใช้แบตฯกี่ลูก(แบตฯหลายลูกยิ่งดี ต้องคิดเผื่อไว้ อย่างน้อยสองหรือสามเท่าเผื่อวันถัดไปไม่มีแดด)จึงจะพอสำรองไฟไว้ใช้ในแต่ล่ะวัน แต่ล่ะลูก วันหนึ่งๆจะให้เก็บกระแสสำรองกี่แอมป์ จะให้กระแสไหลเข้าชาร์จแบตฯเฉลี่ยชั่วโมงล่ะเท่าไหร่ จำเป็นต้องมีคอนโทรลชาร์จใหม
จากคำถามง่ายๆ แค่ "อยากใช้ไฟฟ้าจากระบบโซล่าเซลล์ ต้องใช้กี่วัตต์ ต้องมีอะไรบ้าง จึงจะพอใช้งาน จะต้องใช้ทุนเท่าไหร่"
ผมตอบไม่ถูกเพราะ "คำว่าพอดี ของแต่ล่ะคนมันไม่เท่ากัน"

  หากท่านอยากให้ช่วยคิดให้ว่าต้องมีอะไรบ้าง ก็ต้องให้ข้อมูลที่ละเอียดพอ เช่น
๑.  ชุดหลอดไฟที่ใช้เป็นหลอดชนิดใหน(หลอดแต่ล่ะแบบกินไฟไม่เหมือนกัน) กี่วัตต์ ใช้กี่หลอด แต่ล่ะหลอดใช้กี่ชั่วโมงต่อวัน
๒.  พัดลมกี่วัตต์ วันหนึ่งใช้กี่ตัว ในหนึ่งวันเฉลี่ยการใช้งานกี่ชั่วโมง
๓.  ตู้เย็นขนาดกี่คิว หรือกินไฟกี่วัตต์
๔.  โทรทัศน์ขนาดกี่นิ้ว กินไฟกี่วัตต์  ในหนึ่งวันเฉลี่ยการใช้งานกี่ชั่วโมง
๕.  หม้อหุงข้าวขนาดกี่วัตต์ วันหนึ่งใช้กี่ครั่งนานเท่าได
และ รายการเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เขียนข้อมูลให้ละเอียดอย่างตัวอย่าง ถ้าได้อย่างนี้ พอช่วยได้ง่ายหน่อย


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 08, 2012, 06:30:05 AM
เอาแบบเท่าที่ผมพอนึกออก ระบบที่พออยู่ได้แบบสะดวกสบาย แจกแจงข้อมูลเท่าที่คิดได้  ตัวอย่างวิธีคิด

๑.  ใช้หลอดไฟ LED  ขนาด 5W ใช้ไฟ 12V จะได้ไม่ต้องซื้ออินเวอร์เตอร์ และหลอดไม่เสียเมื่อไฟตก
 ใช้ในห้องนอน 2ห้อง 2หลอด  เปิดช่วงเวลา 18.30-22.30น. รวมเป็นเวลา 4ชั่วโมง = 40W
 ระเบียง 1หลอด  เปิดใช้ในช่วงเวลาโดยประมาณ 18.30-22.30น. รวมเป็นเวลา 4ชั่วโมง = 20W
 ห้องครัว 1หลอด เปิดใช้ในช่วงเวลาโดยประมาณ 18.30-21.30น. รวมเป็นเวลา 3ชั่วโมง = 15W
 หน้าบ้านใช้ 2หลอด เปิดใช้ตลอดคืน 18.30-05.30น. รวมเป็นเวลา 11ชั่วโมง = 110W
  รวมใช้หลอดไฟLED 5W  12V ทั้งหมด 6หลอด   หากเปิดทั้งหมดกินไฟรวม 185W
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=64444.msg1910427#msg1910427 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84892.msg1985969#msg1985969)

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้า 220VAC ดังนั้นต้องซื้ออินเวอร์เตอร์เพิ่ม
๒.  พัดลม ขนาด 16นิ้ว กินไฟประมาณ 100วัตต์ ใช้ 2ตัว ในหนึ่งวันเฉลี่ยการใช้งาน 6ชั่วโมง = 1,200W
๓.  ตู้เย็นขนาด9.5คิว หรือกินไฟ 150วัตต์ เปิดตลอด 24ชั่วโมง = 150x24=3,600W
๔.  โทรทัศน์ขนาด21นิ้ว กินไฟ150วัตต์  ในหนึ่งวันเฉลี่ยการใช้งาน 8ชั่วโมง = 1,200W
๕.  หม้อหุงข้าวจุ 2ลิตร ขนาด800วัตต์ ช่วงเวลา 06.00-07.00น. และ 17.00-18.00น.ใช้ 2ครั่ง รวม =1,600W
๖.  หม้อต้มน้ำไฟฟ้า 1.5ลิตร ขนาด 500วัตต์ ไว้ชงเครื่องดื่ม ช่วงเวลา 07.00-08.00น.ใช้ 1ครั่ง รวม =500W
๗.  ปลั๊กชาร็จโทรศัพท์มือถือ 5W x 2  อาจจะชาร์จพร้อมกันสองเครื่อง กินไฟรวมในหนึ่งชั่วโมง เท่ากับ 10W
รวมการใช้พลังงานไฟฟ้าในหนึ่งวัน  = 8,295W

แนวทางเพื่อคำนวนการใช้งาน inverter (แบบธรรมดาแค่พอใช้)
          ปลั๊กชาร็จโทรศัพท์มือถือ และตู้เย็นควรใช้ inverter sine modified 300W แยกเฉพาะตัวไปเลย
      ในหนึ่งวัน ในช่วงที่คาดว่าต้องใช้กระแสไฟมากสุด คือ ช่วงค่ำ ช่วงเวลา 18.00น.-21.00น.
๑. เปิดโทรทัศน์ดูข่าวภาคค่ำ(150W/hr)   ๒. เปิดพัดลม (100W)   ๓. ใช้เครื่องไฟฟ้าสำหรับเตรียมอาหาร(1,000W)
สรุป: หากประมาณการใช้เท่านี้ inverter sine modified 300W และ 1500W อย่างล่ะตัวก็พอ  

ประเมินการใช้กระแสไฟในช่วงตลอดคืน ที่ใช้ไฟฟ้ามากที่สุด 4,685W โดยประมาณ
๑.  แสงสว่าง 5W ทุกจุด 6หลอด = 185W
๒. เปิดโทรทัศน์ดูข่าวภาคค่ำ (150W/hr)   4ชั่วโมง = 600W
๓.  เปิดพัดลม (100W/hr) ห้องนอนละตัว เปิดนอนตลอดคืนเฉลี่ย 12ชั่วโมง+ ตอนค่ำ 4ชั่วโมง =1,600W
๓.  ใช้เครื่องไฟฟ้าสำหรับเตรียมอาหาร(1,000W)
๕.  หม้อหุงข้าวจุ 2ลิตร ขนาด800วัตต์ ช่วงเวลา 06.00-07.00น. ใช้ 1ครั่ง รวม =800W
๖.  หม้อต้มน้ำไฟฟ้า 1.5ลิตร ขนาด 500วัตต์ ไว้ชงเครื่องดื่ม ช่วงเวลา 07.00-08.00น.ใช้ 1ครั้ง รวม =500W
ฉนั้น  กระแสไฟสำรองสำหรับพอใช้ตลอดการใช้ทั้งหมด = กำลังวัตต์(4,685)  หารด้วย แรงดันในระบบ(12V)
จะได้ = 396.4166Amp สำรองด้วยแบตฯ 12V 100A  4ลูก  ต้องมีแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ผลิตกระแสชาร์จได้ 20A/hr

  หากให้แจงทุนละเอียดกว่านี้คงตอบไม่ได้ เพราะไม่เคยจัดชื้อ ตัวอย่างข้างต้นเป็นแค่แนวทาง ส่วนการนำไปใช้จริง ต้องมีรายละเอียดอีกมาก ทั้งต้นทุนระบบ การติดตั้ง และการบำรุงรักษา ลองเอาไปคิดดูและปรับใช้เองครับ
หากมีส่วนไดที่คิดผิด หรือตกหล่น ท่านผู้รู้จริง และผู้ที่มีประสบการณ์ช่วยเพิ่มเติมด้วย ผมเรียบเรียงจากความรู้ที่มีได้เท่านี้


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 08, 2012, 06:41:07 AM
ถ้าจะใช้ไฟสัก หลดไฟ 40 วัตต์ 2 หลอด 10 ชม. โทรทัศน์ เล็ก 50 วัตต์ 8 ชม. 1 เครื่อง จะต้องใช้แบตเตอร์รี่ เท่าไร และแผงโซล่าเซลล์เท่าำไรจึงจะอยู่ได้ สัก 1 คืน
ขออนุญาตแนะนำนะครับท่าน....
ระบบที่ผมใช้อยู่เป็นระบบพื้นฐาน 12Vอินเวอร์เตอร์1500W(Modifine)
ใช้แผ่น120W 2แผ่น/ 40 W1แผ่น /30W 1แผ่น /แบตฯรถยนต์มือสอง(ใหญ่)120A2ลูก/แบตฯ100A 1ลูก
(หรือจะใช้แผ่น 120-130วัตต์สัก3แผ่น ต่อระบบ12V 1แผ่น อีก2แผ่นต่อแบบขนาดเนื่องจากต้องการแอมป์ แบตฯตั้งแต่2ลูกขึ้นไปต่อแบบขนาน ยิ่งแบตฯมากยิ่งดี เวลาใช้ไฟไม่กังวลว่าไฟจะหมด และชดเชยในวันที่มีเมฆหมอก ฝน
เกี่ยวกับโซล่าเซล การคำนวณเป็นเพียงบรรทัดฐาน ความเป็นจริงอยู่ที่การใช้งาน แล้วต่อเติมสิ่งที่ขาดเหลือ เพราะปัจจัยต่างๆ เช่น อุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สภาพดินฟ้า อากาศ เป็นตัวแปร ซึ่งไม่อาจคำนวณให้ตายตัวได้ครับผม)
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ผมใช้
1.ทีวีLCD22นิ้ว 1 เครื่อง เปิดได้ตลอดทั้งวัน แถมกลางคืน5-6ชม. (ถ้าไม่เบื่อ)
2.หม้อหุงข้าว 1 ลิตร(หุงตอนกลางวัน)
3.หลอดไฟLED เปิดตอนหัวค่ำ 3-4 หลอด ถึง 3ทุ่ม และ 1 หลอดยันสว่าง
4.ชาทร์มือถือ ชาทร์โคมไฟสำหรับกรีดยาง
5.หินเกียร์..สว่าน กบไสไม้..เป็นบางโอกาส
6.พัดลมกลางวันและกลางคืน เปิดเป็นเวลา
7.ปั้มสูบน้ำ
 ยกเว้นตู้เย็นกับแอร์(ยังไม่จำเป็นครับ)
สรุปใช้ได้ทุกอย่างครับขึ้นกับระบบที่ติดตั้งว่าจะผลิตไฟได้มากขนาดไหน และแบตเก็บไฟเอาไว้ใช้กลางคืนต้องมากเช่นกัน
คิดแบบง่ายๆ ครับ สมมุติแผ่นโซล่าเป็น น้ำฝน  แบตเตอรี่เป็น โอ่งน้ำ   เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นก๊อกน้ำ  ถ้าฝนตกมากก็ได้น้ำมาก โอ่งใบใหญ่หลายใบ ก็เก็บน้ำได้เยอะ  ก๊อกน้ำต้องเปิดให้พอเหมาะพอดีเปิดหลายก๊อกน้ำก็หมดเร็ว หากเปิดน้อยก็ได้ใช้น้ำนาน ขณะเดียวกันถ้าเปิดก๊อกน้ำในขณะฝนตก ให้สมดุลย์กันน้ำในโอ่ง น้ำก็ไม่หมด ฉันใด ไฟจากฟ้าถ้าใช้ในเวลากลางวันก็ชดเชยกัน ฉันนั้นครับผม...
 สิ่งสำคัญในการใ้ช้ไฟโซล่าเซล
1.ต้องจำเป็น เพราะไฟรัฐไปไม่ถึง
2.ต้องมีวินัย อย่าฝืนใช้เมื่อมีเสียงเตือนจากอินเวอร์เตอร์
3. ต้องมีใจรัก ต้องมีการดูแลรักษาระบบเป็นครั้งคราว อาจเป็นเรื่องหยุ่มหยิม
4. ทุนทรัพย์ เงินครับ ต้องใช้เงินติดตั้งระบบในเบื้องต้น ระยะเวลาในการใช้งาน คือ การคืนทุน+กำไร
ที่ว่ามาคือวิธีของผมที่ใช้อยู่นะครับ (ของจริง)หากไม่เข้าใจสงสัยรายละเอียดสอบถามได้ครับ(วิทยาทาน)
เขียนได้ดีมากครับ :-[   ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย   ;)
ขออนุณาติ..ยกมาไว้ให้อ่านเผื่อเป็นประโยชน์กับใครๆอีกหลายคน


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 08, 2012, 04:00:42 PM
 การต่ออนุกรมแผงจำนวนไม่มาก กระแสรวมในวงจรไม่เกินกว่าที่ไดโอดทนได้ ก็ใช้ไดโอดตัวเดียวก็พอ
แต่หากต่อแผงอนุกรมมากกว่าสองแผ่น กระแสในวงจรจะสูง ควรใช้ต่อแผงล่ะตัว เพื่อให้ไดโอดทนกระแสไฟได้นานๆ
หากต่อกับคอนโทรลชาร์จไม่จำเป็นต้องมีไดโอดกันไฟย้อนกลับ ในกล่องมีอยู่แล้ว หากต่ออนุกรมแผงควรมี Diode bypass (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=64444.msg1571144#msg1571144)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 08, 2012, 08:23:52 PM

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/f7bd70c2.jpg)

ขอบคุณmoteabc  (http://www.solarpaneltalk.com/showthread.php?3415-solar-charge-controller-question-2) สำหรับข้อมูล และลิ้ง เป็นประโยชน์มาก


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 09, 2012, 07:05:47 AM
 เกร็ดความรู้ ที่ควรรู้ ;)
  ไม่ควรชาร์จแบตฯไว้ในห้องที่ปิดทึบ อากาศไม่ถ่ายเท เนื่องจากในขบวนการระหว่างชาร์จจะเกิดมีก้าซไฮโดรเจนที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างแผ่นธาตุกับกรดกำมะถัน ล่องลอยสะสมหากมีมาก ถ้ามีการสปาร์คแม้เพียงนิดเดียวก็...ตู้ม (http://www.benzowner.net/forum/images/smilies/n15.gif)

การชาร์ทไฟแบตเตอรี่แบบถูกต้อง เพื่อถนอมอายุการใช้งานของแบตฯ  ไม่ควรใช้แบตฯจนหมดเกลี้ยง จะทำให้แรงดันในแบตฯต่ำเกินไป หากแรงดันที่เหลือในแบตฯต่ำกว่าแหล่งจ่ายชาร์ทมาก ก็จะทำให้กระแสชาร์ทไหลมากเช่นกัน การปรับควบคุมแรงดันจากแหล่่งจ่ายไม่ให้มีแรงดันสูงกว่าแรงดันในแบตฯมากไป จะเป็นการควบคุมกระแสไฟชาร์ทที่ไหลเข้าแบตฯเช่นกัน เพื่อเป็นการถนอมแบตฯ  ไม่ควรชาร์จกระแสเกินเกิน 10% ของ ขนาดความจุกระแสสูงสุดของแบตฯ(ชาร์จน้อยๆ เป็นผลดีต่อแบตฯ แต่ไม่ทันการณ์ใช้งาน)
เช่น   แบต 75 แอมป์ กระแสไฟชาร์ท น่าจะ ไม่เกิน 7.5 แอมแปร์ หรือ แบต 100 แอมป์ กระแสไฟชาร์ท น่าจะ ไม่เกิน 10 แอมแปร์มากกว่านั้นจะทำให้แบตเตอรี่ อายุสั้นลงกว่าที่ควร ส่วนกระแสชาร์จสูงสุดที่จะไม่ทำให้แบตฯเสียในทันทีที่ชาร์จให้ศึกษาจากบริษัทผู้ผลิต


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 09, 2012, 02:09:36 PM
ภาพ  ที่เห็นข้างบน หลายอัน ผมใช้เวลาทน อดนอนวาด ค้นข้อมูล และเขียนข้อความ ตลอดสามคืนแล้ว ที่นอนตอนสายของทุกวัน(ตื่นบ่าย) เพื่อเป็นแนวทางและความรู้สำหรับผู้สนใจศึกษา


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: KENETIC_E® ที่ กรกฎาคม 09, 2012, 07:47:22 PM
เกี่ยวกับเครื่องตั้งเวลาในการใช้งานควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ปั้มน้ำ เครื่องให้อาหารสัตว์ เครื่องรดน้ำถั่วงอก หรือหลอดไฟฟ้าแสงสว่าง ฯ
ผมมีรูปผังวงจรของการควบคุมด้วยเครื่องตั้งเวลาอัตโนมัติ (Timer) มีให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ
1. แบบใช้ปุ่มควบคุมบน Timer เป็นตัวควบคุมการทำงานของปั้มเลย แต่ค่อนข้างกดยากสักนิด ถ้ากดไม่ดี เครื่องตั้งเวลาจะไม่หยุดทำงาน เพราะจะมีฟังก์ชั่น ( Auto On  Off) หากว่ากดกลับมาสู่เมนูไม่ถูกเครื่องจะสั่งทำงานตามเวลาที่ตั้งไว้แต่จะไม่หยุดทำงาน(ผมก็ไม่รู้สาเหตุ แต่เคยเจอปัญหานี้ ต้องกดเมนูใหม่ จนมันสั่งทำงานและหยุดตามปรกติ)
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/PPump3.jpg)

2. แบบใช้สวิทช์ควบคุมแยกขึ้นมา ใช้สวิทช์ไฟฟ้าทั่วไปขนาด 16 A (จึงทำวงจรรุ่นนี้เพื่อแก้ปัญหาวงจรแรก ข้อ 1.)
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/PPump4.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: KENETIC_E® ที่ กรกฎาคม 09, 2012, 07:48:15 PM
ส่วนนี่เป็นการต่อวงจรของชุดควบคุมทั้งสองแบบ
1. แบบที่ 1
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/Timer2.jpg)
แบบนี้ใช้ปุ่มบน Timer เป็นตัวสั่งการทำงานได้โดยตรงเลยจะเป็นปั่ม
2. แบบที่ 2
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/Timer1.jpg)
แบบนี้เวลาที่จะควบคุมปั้มให้ทำงานแบบแมนนวล ก็สามารถใช้สวิทช์เป็นตัวควบคุมได้เลย
โดยเมื่อกดสวิทช์ปิดวงจร(ON) มอเตอร์ปั้มก็จะทำงานได้โดยตรงเลย
และเมื่อกดสวิทย์เปิดวงจร(OFF) มอเตอร์ปั้มจะรับการทำงานจาก Timer เป็นตัวควบคุม

หากว่าปั้มมีขนาดใหญ่ขึ้นเกินกว่าพิกัดทนกระแสของหน้าสัมผัสสวิทช์ หรือหน้าสัมผัสของรีเลย์ใน Timer เราก็สามารถใช้
คอนแทรคเตอร์มาต่อแทนในตำแหน่งของเต้ารับตัวที่ 2 (Recept 2) แล้วก็เอาหน้าสัมผัสของคอนแทรคเตอร์ไปควบคุม
มอเตอร์อีกครั้งหนึ่ง (เพื่อขยายขนาดหน้าสัมผัสให้สามารถควบคุมมอเตอร์ขนาดใหญ่ๆ ได้)

หมายเหตุ*****สังเกตุที่บริเวณเต้ารับและปลั๊กเสียบบริเวณที่มาจาก Timer เข้าเต้ารับเพื่อจ่ายเข้ามอเตอร์ปั้ม จะเห็นว่าผมทำเครื่องหมายจุดแดงๆ ไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าเสียบปลั๊กตรงตำแหน่ง เพราะเราเลือกใช้สายที่มีไฟมาเป็นตัวควบคุมการทำงานของมอเตอร์ปั้มน้ำน่ะครับ ไม่เช่นนั้นถ้าเสียบผิดด้าน จะทำให้ปั้มไม่ทำงานได้ และผมเลือกที่จะไม่ใช้สายนิวตรอล(N) ที่มาเข้าเต้ารับที่จะเสียบปลั๊กของมอเตอร์ เพื่อป้องกันการช๊อตวงจร หากเกิดการเสียบปลั๊กผิดด้านขึ้นมา *****


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: KENETIC_E® ที่ กรกฎาคม 09, 2012, 08:00:38 PM
อันนี้เป้นระบบควบคุมปั้มของผม เลือกใช้แบบที่ 2 โดยใช้คอนแทรคเตอร์เป็นตัวควบคุมเพิ่ม(เนื่องจากใช้ร่วมกับระบบโซล่าร์เซล) จึงต้องใช้คอนแทรคเตอร์และรีเลย์ร่วมด้วย แต่หลักการเดียวกันกับแบบที่ 2 ที่เอาวงจรลงไว้ให้น่ะครับ
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/A1.jpg)

เต้าเสียบที่มาจากวงจรสวิทช์ด้านขวา(วงจรแมนนวล) เราจะต้องเสียบเข้ากับตัวเครื่องตั้งเวลาให้ขั้วที่รับสัญญาณตรงกับตำแหน่งของขั้วด้านขวา (เนื่องจากขั้วด้านขวาของเครื่องตั้งเวลาจะเป็นขั้วควบคุมที่มีการตัดต่อด้วยรีเลย์ ส่วนด้านซ้ายจะต่อตรง)
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/999.jpg)
(http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/A2.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 09, 2012, 08:01:54 PM
 ;)  เยี่ยมมากเลย น้าเอก (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=4686.0) เอามาอีก ;D


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: คนอุตรดิตถ์ ที่ กรกฎาคม 10, 2012, 12:24:20 PM
มีแผงโซล่าเซลส์ชนิดโพลี่  60 วัตต์  อยู่  1  แผง   18  v    ถ้าจะเอาแผง  โมโน 60  วัตต์  18   v  มาต่ออนุกรม  เพื่อใช้กับปั้มรถโม่ปูน  24   v   โดยไม่ต้องใชแบต   จะได้ไหมครับ เพราะ  กระแสแต่ละแผงอาจจะไม่เท่ากัน


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 10, 2012, 01:34:26 PM
มีแผงโซล่าเซลส์ชนิดโพลี่  60 วัตต์  อยู่  1  แผง   18  v    ถ้าจะเอาแผง  โมโน 60  วัตต์  18   v  มาต่ออนุกรม  เพื่อใช้กับปั้มรถโม่ปูน  24   v   โดยไม่ต้องใชแบต   จะได้ไหมครับ เพราะ  กระแสแต่ละแผงอาจจะไม่เท่ากัน
ไม่เคยลองครับ แต่พิจารณาแล้วไม่น่าจะมีผลเสียอะไร ลองแล้วได้ผลอย่างไร ส่งข่าวด้วยนะครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 11, 2012, 02:48:10 PM
คัดเขามา เห็นว่าน่าสนใจดี   ยังไม่เคยลองทำเอง :) (http://generator.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=63552)

กังหันน้ำผลิตไฟฟ้าจากไดนาโมรถยนต์

ปกติไดนาโมรถยนต์สามารถนำมาทำกังหันน้ำผลิตไฟฟ้าอยู่แล้วแต่ว่าประสิทธิภาพต่ำ
ไดนาโมรถยนต์พอต่อกับแบตเตอรี่แล้วจะทำให้รอบของกังหันน้ำตกลงทำให้ได้ไฟฟ้าน้อยลงตามไปด้วย
ตอนนี้ผมมีวิธีทำให้ไดนาโมมาทำกังหันน้ำแล้วรอบไม่ตกทำให้ได้กระแสไฟฟ้ามากขึ้นได้แล้วครับ
ขั้นแรกก็หาไดนาโมมาตัวหนึ่งตัดวงจร Regulate ออก ลากสายจากขดลวด Stator ออกมา 3 เส้น
และสายจาก Field Coil ออกมาอีก 2 เส้น (อยู่ตรงกลาง)

(http://lh3.ggpht.com/_zWL9qZIyIeI/S44he885jfI/AAAAAAAAHA8/DG9OoremkvQ/s640/DSC00174.JPG) (http://lh5.ggpht.com/_zWL9qZIyIeI/S44hkPT-LzI/AAAAAAAAHBM/zpy4ILEbc1Y/s640/DSC00177.JPG)

แล้วนำมาต่อวงจรตามรูปด้านล่าง ส่วนรูปด้านบนขวามือทดสอบโดยเอามอเตอร์ปั่นดู
(http://lh5.ggpht.com/_zWL9qZIyIeI/S44SYhWQ5eI/AAAAAAAAG-Q/V4F-52RYiNs/Hydro%20Generator.jpg)


วงจร Pulse Width Modulation ( PWM Circuit ) ดังรูปด้านล่าง ใช้ขดลวด Relay 12 Vdc เป็น Load
ค่า Capacitor ที่ขา 2 ของ Timer  555 ใช้ค่า 6.8 uF ครับ
(http://lh3.ggpht.com/_zWL9qZIyIeI/S44lPvXqn8I/AAAAAAAAHCg/_7NGtzPatsQ/s512/PWM-1.jpg)
 หลักการก็คือวงจร PWM จะสร้าง Pulse ไปปิดเปิด Relay เพื่อจ่ายไฟให้ Field Coil เป็นจังหวะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กปิดเปิดเป็นจังหวะตามไปด้วย ผลที่ได้ก็คือทำให้รอบไม่ตก ทำให้สามารถประจุแบตเตอรี่ได้กระแสสูงขึ้น

ตอนนี้พี่สมพรที่ภูเก็ตใช้วงจรนี้อยู่ที่ สำนักสงฆ์เกร็ดดาว พี่สมพรบอกว่าสามารถประจุแบตเตอรี่ได้มากกว่าเดิม 2 เท่า สามารถดูรูปเพิ่มเติ่มได้ที www.kelddaw.com
http://picasaweb.google.com/keerati.s57/PHUKET02

หรือใครสนใจสั่งทำก็ติดต่อพี่สมพรได้ที่เบอร์โทร 086-7399208

 

หมายเหตุ : วงจรนี้สามารถนำไปใช้กับกังหันลมผลิตไฟฟ้าหรือจักรยานปั่นไฟก็ได้ครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 11, 2012, 03:06:15 PM
รวมแนวทางทำเครื่องปั่นไฟรอบต่ำ ด้วยตัวเอง
4bihfmaJTwY

fm53Z9ShoQg

eF_4M6fiVEM

ciNHa482yCU

vdCArvaGScY

HDXjQG1frQ4

59sDOipGY90

OHNPfrOnPk8


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: Attawat_Rx ที่ กรกฎาคม 12, 2012, 03:48:46 PM
สมัครชมรมด้วยคนครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 12, 2012, 07:40:25 PM
วานนี้ได้ทดสอบการต่อใช้ทำงานของหลอด 66LED และ 30LED ได้ผลสรุปเป็นที่น่าพอใจ
(https://lh4.googleusercontent.com/-2Nr4aKC2r5I/T_6DdhOLz_I/AAAAAAAADNk/7q_X3hCptt8/s626/66LED.jpg)
หลอด LEDราง เดิมเป็นไฟสำรองแสงสว่าง มีแบตฯในตัวความจุ 1.5Aในรุ่น30LED และมีแบตฯในตัวความจุ 3Aในรุ่น66LED ผลิตและนำเข้าจากจีน เพื่อใช้ในบ้าน 220VAC หลอดเปิดติดเองได้กรณีไฟตก หรือไฟดับ หลอดจะดับเมื่อมีไฟจ่ายเข้าหลอดตามปกติ
ได้แก้ไขวงจรข้างใน เพื่อให้ใช้ได้กับไฟ 12V - 18V ได้อย่างปลอดภัย กินไฟน้อย และแก้ไขให้หลอดเปิดใช้งานได้ในขณะต่อไฟเข้า เพื่อชาร์จแบตฯภายในหลอด (ฟั่งชั่นนี้ จะใช้ได้เฉพาะเมื่อสวิตซ์อยู่ตำแหน่งสว่างมากเท่านั้น)
เพื่อทำให้ใช้งานได้นานขึ้นเมื่อต่อพ่วงแบตฯภายนอก

1. ต่อตรงกับแบตฯ 12V ได้เลย(ต่อกับแผงโซลาร์เซลล์ที่มีแรงดันสูงสุดไม่ควรเกิน 20V  โดยไม่ต้องพ่วงแบตฯภายนอกได้)
2. กระแสชาร์จแบตฯ 12V=180mA(0.18A)  18V=350mA(0.35A) หากต่อกับไฟแรงดันสูงจะชาร์จเต็มไวแต่หลอดจะร้อน
3. ต่อตรงกับแบตฯ(แห้ง) 12V 7A เปิดสว่างสุด ใช้งานได้นาน 16ชั่วโมง
4. หลังหลอดหรี่ ในชั่วโมงที่ 15 ปลดหลอดออกแล้ววัดแรงดันที่แบตฯ คงเหลือแรงดันที่ 9.6V นั่นหมายความว่าหลอดจะดึงกระแสน้อยมากๆหรือหยุดดึงกระแสไฟจากแบตฯ(ที่ต่อพ่วงภายนอก) เมื่อโวลต์ในแบตฯต่ำกว่า 10V ทำให้เป็นการถนอมไม่ให้แบตฯเสื่อมเร็วอีกทางหนึ่ง

หลอดตัวนี้(ภาพ และวีดีโอขณะทดสอบไม่ได้เก็บเพราะใช้เวลานานมาก) ดูชุดนี้ไปก่อนนะ ;D
y0bmT6clcZU BlaKF3Gr70I
โซล่าร์ฯ+หลอดไฟLEDเก็บไฟได้ไม่ต้องใช้แบตฯรถ เครื่องตั้งเวลา ใช้กับไฟโซล่าร์เซลล์และไฟบ้าน
   ผลการเปรียบเทียบ
ชุด12Vหลอดไฟฟลูออเรสเซ้น 20W 1ดวง  เปิดหนึ่งชั่วโมงกินกระแส= หลอดไฟ 66LED 5W เปิดพร้อมกัน 3ราง หรือ= หลอดไฟ 1LED เปิดพร้อมกัน 7ดวง
ชุด12Vหลอดไฟฟลูออเรสเซ้น 40W 1ดวง  เปิดหนึ่งชั่วโมงกินกระแส=หลอดไฟ 66LED 5W เปิดพร้อมกัน 5ราง หรือ= หลอดไฟ 1LED เปิดพร้อมกัน 12ดวง

 ([url]http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=64444.msg1435952#msg1435952[/url])


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 13, 2012, 05:31:58 AM
  ความหมายของ Solar Cell หรือ PV Solar Cell หรือ PV มีชื่อเรียกกันไปหลายอย่าง เช่น โซล่าเซลล์เซลล์ แสงอาทิตย์ เซลล์สุริยะ หรือ เซลล์ photovoltaicซึ่งต่างก็มีที่มาจากคำว่า Photovoltaic โดยแยกออกเป็น photo หมายถึง แสง และ volt หมายถึง แรงดันไฟฟ้า เมื่อรวมคำแล้วหมายถึงกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากการตกกระทบของแสงบนวัตถุที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง แนวความคิดนี้ได้ถูกค้นพบมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1839 แต่เซลล์แสงอาทิตย์ก็ยังไม่ถูกสร้างขึ้นมา จนกระทั่งใน ปี ค.ศ. 1954 จึงมีการ ประดิษฐ์เซลล์แสงอาทิตย์ และได้ถูกนำไปใช้เป็นแหล่งจ่ายพลังงานให้กับดาวเทียมในอวกาศเมื่อ ปี ค.ศ. 1959 ดังนั้น สรุปได้ว่าเซลล์แสงอาทิตย์ คือ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิคอน (Silicon), แกลเลี่ยม อาร์เซไนด ์(GalliumArsenide), อินเดียม ฟอสไฟด์ (Indium Phosphide),แคดเมียม เทลเลอไรด์ (Cadmium Telluride) และคอปเปอร์ อินเดียม ไดเซเลไนด ์(Copper Indium Diselenide) ซึ่งเมื่อได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงก็จะเปลี่ยนเป็นพาหะนำไฟฟ้า และจะถูกแยกเป็นประจุ ไฟฟ้าบวกและลบเพื่อให้เกิดแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วทั้งสองของเซลล์แสงอาทิตย์ เมื่อนำขั้วไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์ต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรงกระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่อุปกรณ์เหล่านั้น ทำให้สามารถทำงานได้
 (http://naturalenergyth.com/solar_tec.html)
http://www.chiangmaithailand.tht.in/aticle238.html
  ชนิดของเซลล์แสงอาทิตย์  แบ่งตามวัสดุที่ใช้เป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ

    เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอน ชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystalline Silicon Solar Cell) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Monocrystalline Silicon Solar Cellและชนิด

ผลึกรวม (Polycrystalline Silicon Solar Cell) ลักษณะเป็นแผ่นซิลิคอนแข็งและบางมาก

   เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากอะมอร์ฟัสซิลิคอน (Amorphous Silicon Solar Cell)ลักษณะเป็นฟิล์มบางเพียง 0.5 ไมครอน (0.0005 มม.) น้ำหนักเบามากและประสิทธิภาพเพียง 5-10%

   เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำอื่นๆ เช่น แกลเลี่ยม อาร์เซไนด์,แคดเมียมเทลเลอไรด์และคอปเปอร์ อินเดียม ไดเซเลไนด์ เป็นต้น มีทั้งชนิดผลึกเดี่ยว(SingleCrystalline)และผลึกรวม (Polycrystalline) เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแกลเลี่ยมอาร์เซไนด์จะให้ประสิทธิภาพสูงถึง 20-25%
   โครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์โครงสร้างที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ รอยต่อพีเอ็นของสารกึ่งตัวนำ สารกึ่งตัวนำที่ราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบนโลก คือ ซิลิคอน จึงถูกนำมาสร้างเซลล์แสงอาทิตย์ โดยนำซิลิคอนมาถลุง และผ่านขั้นตอนการทำให้บริสุทธิ์ จนกระทั่งทำให้เป็นผลึก จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการแพร่ซึมสารเจือปนเพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็น โดยเมื่อเติมสารเจือฟอสฟอรัส จะเป็นสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (เพราะนำไฟฟ้าด้วยอิเล็กตรอนซึ่งมีประจุลบ)และเมื่อเติมสารเจือโบรอนจะเป็นสารกึ่งตัวนำชนิดพี (เพราะนำไฟฟ้าด้วยโฮลซึ่งมีประจุบวก) ดังนั้น เมื่อนำสารกึ่งตัวนำชนิดพีและเอ็นมาต่อกัน จะเกิดรอยต่อพีเอ็นขึ้นโครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิคอน อาจมีรูปร่างเป็นแผ่นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความหนา 200-400 ไมครอน (0.2-0.4 มม.) ผิวด้านรับแสงจะมีชั้นแพร่ซึมที่มีการนำไฟฟ้าขั้วไฟฟ้าด้านหน้าที่รับแสงจะมีลักษณะคล้ายก้างปลาเพื่อให้ได้พื้นทีรับแสงมากที่สุด ส่วนขั้วไฟฟ้าด้านหลังเป็นขั้วโลหะเต็มพื้นผิว


หลักการทำงานทั่วไปของเซลล์แสงอาทิตย์

   เมื่อมีแสงอาทิตย์ตกกระทบเซลล์แสงอาทิตย์ จะเกิดการสร้างพาหะนำไฟฟ้าประจุลบและบวกขึ้น ได้แก่ อิเล็กตรอนและ โฮล โครงสร้างรอยต่อพีเอ็นจะทำหน้าที่สร้างสนามไฟฟ้าภายในเซลล์ เพื่อแยกพาหะนำไฟฟ้าชนิดอิเล็กตรอนไปที่ขั้วลบและพาหะนำไฟฟ้าชนิดโฮลไปที่ขั้วบวก (ปกติที่ฐานจะใช้สารกึ่งตัวนำชนิดพีขั้วไฟฟ้าด้านหลังจึงเป็นขั้วบวก ส่วนด้านรับแสงใช้สารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น ขั้วไฟฟ้าจึงเป็นขั้วลบ) ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าแบบกระแสตรงที่ขั้วไฟฟ้าทั้งสอง เมื่อต่อให้ครบวงจรไฟฟ้าจะเกิดกระแสไฟฟ้าไหลขึ้น

ตัวอย่าง

   เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิคอนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว จะให้กระแสไฟฟ้าประมาณ 2-3 แอมแปร์ และให้แรงดันไฟฟ้าวงจรเปิดประมาณ 0.6 โวลต์ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์ไม่มากนักดังนั้นเพื่อให้ได้กำลังไฟฟ้ามากเพียงพอสำหรับใช้งาน จึงมีการนำเซลล์แสงอาทิตย์หลายๆ เซลล์มาต่อกันเป็น เรียกว่าแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Modules) ลักษณะการต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขึ้นอยู่ว่าต้องการกระแสไฟฟ้าหรือแรงดันไฟฟ้าการต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบขนาน จะทำให้ได้กระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นการต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบอนุกรมจะทำให้ได้แรงดันไฟฟ้าสูงขึ้น


ขั้นตอนการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์

   เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystal) หรือMonocrystalline มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้
   1.นำซิลิคอนที่ถลุงได้มาหลอมเป็นของเหลวที่อุณหภูมิประมาณ 1400 °C แล้วดึง
ผลึกออกจากของเหลว โดยลดอุณหภูมิลงอย่างช้าๆจนได้แท่งผลึกซิลิคอนเป็นของแข็งแล้วนำมาตัดเป็นแว่นๆ

   2.นำผลึกซิลิคอนที่เป็นแว่น มาแพร่ซึมด้วยสารเจือปนต่างๆ เพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็นภายในเตาแพร่ซึมที่มีอุณหภูมิประมาณ 900-1000 °C แล้วนำไปทำชั้นต้านการสะท้อนแสงด้วยเตาออกซิเดชั่นที่มีอุณหภูมิสูง

   3.ทำขั้วไฟฟ้าสองด้านด้วยการฉาบไอโลหะภายใต้สุญญากาศเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องนำไปทดสอบประสิทธิภาพด้วยแสงอาทิตย์เทียมและวัดหาคุณสมบัติทางไฟฟ้า

   เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกรวม (Polycrystalline มีขั้นตอนการผลิตดังนี้

   1.นำซิลิคอนที่ถลุงและหลอมละลายเป็นของเหลวแล้วมาเทลงในแบบพิมพ์ เมื่อซิลิคอนแข็งตัว จะได้เป็นแท่งซิลิคอนเป็นแบบผลึกรวม แล้วนำมาตัดเป็นแว่นๆ

   2.จากนั้นนำมาแพร่ซึมด้วยสารเจือปนต่างๆ และทำขั้วไฟฟ้าสองด้านด้วยวิธีการเช่นเดียวกับที่สร้างเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกเดี่ยว

   เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากที่ทำจากอะมอร์ฟัสซิลิคอน มีขั้นตอนการผลิตดังนี้

   1.ทำการแยกสลายก๊าซไซเลน (Silane Gas) ให้เป็นอะมอร์ฟัสซิลิคอน โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่อง Plasma CVD (Chemical Vapor Deposition) เป็นการผ่านก๊าซไซเลนเข้าไปในครอบแก้วที่มีขั้วไฟฟ้าความถี่สูง จะทำให้ก๊าซแยกสลายเกิดเป็นพลาสมา และอะตอมของซิลิคอนจะตกลงบนฐานหรือสแตนเลสสตีลที่วางอยู่ในครอบแก้ว เกิดเป็นฟิล์มบางขนาดไม่เกิน 1 ไมครอน (0.001 มม.)

   2.ขณะที่แยกสลายก๊าซไซเลนจะผสมก๊าซฟอสฟีนและไดโบเรนเข้าไปเป็นสารเจือปน เพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็นสำหรับใช้เป็นโครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์

   3. การทำขั้วไฟฟ้า มักใช้ขั้วไฟฟ้าโปร่งแสงที่ทำจาก ITO (Indium Tin Oxide)
เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแกลเลี่ยม อาร์เซไนด์ มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้

   1.ขั้นตอนการปลูกชั้นผลึก ใช้เครื่องมือ คือ เตาปลูกชั้นผลึกจากสถานะของเหลว(LPE; Liquid Phase Epitaxy)

   2.ขั้นตอนการปลูกชั้นผลึกที่เป็นรอยต่อเอ็นพี ใช้เครื่องมือ คือ เครื่องปลูกชั้นผลึกด้วยลำโมเลกุล (MBE; Molecular Beam Epitaxy)


ลักษณะเด่นของเซลล์แสงอาทิตย์

   –ใช้พลังงานจากธรรมชาติ คือ แสงอาทิตย์ ซึ่งสะอาดและบริสุทธิ์ ไม่ก่อปฏิกิริยาทจะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

   – เป็นการนำพลังงานจากแหล่งธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่าและไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้

   – สามารถนำไปใช้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ทุกพื้นที่บนโลก และได้พลังงานไฟฟ้าใช้โดยตรง

   –ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นใดนอกจากแสงอาทิตย์ รวมถึงไม่มีการเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะด้านอากาศและน้ำ

   – ไม่เกิดของเสียขณะใช้งาน จึงไม่มีการปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม

   –ไม่เกิดเสียงและไม่มีการเคลื่อนไหวขณะใช้งาน จึงไม่เกิดมลภาวะด้านเสียง

   – เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่กับที่ และไม่มีชิ้นส่วนใดที่มีการเคลื่อนไหวขณะทำงานจึงไม่เกิดการสึกหรอ

   – ต้องการการบำรุงรักษาน้อยมาก

   – อายุการใช้งานยืนยาวและประสิทธิภาพคงที่

   – มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวกและรวดเร็ว

   – เนื่องจากมีลักษณะเป็นโมดูล จึงสามารถประกอบได้ตามขนาดที่ต้องการ

   – ช่วยลดปัญหาการสะสมของก๊าซต่างๆ ในบรรยากาศ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์,ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ไฮโดรคาร์บอน และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจำพวกน้ำมัน ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่
ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกทำให้โลกร้อนขึ้นเกิดฝนกรดและอากาศเป็นพิษ ฯลฯ

อุปกรณ์สำคัญของระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์

    เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้ากระแสตรง จึงนำกระแสไฟฟ้าไปใช้ได้เฉพาะกับ
อุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรงเท่านั้น หากต้องการนำไปใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้ากระ
แสสลับหรือเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ต่อไป จะต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ อีกโดยรวม
เข้าเป็นระบบที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์สำคัญๆ มีดังนี้

 

แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Module)

    ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นไฟฟ้ากระแสตรงและมีหน่วยเป็นวัตต์ (Watt) มีการนำแผงเซลล์แสงอาทิตย์หลายๆ  เซลล์มาต่อกันเป็นแถวหรือเป็นชุด (Solar Array) เพื่อให้ได้พลังงานไฟฟ้าใช้งานตามที่ต้องการโดยการต่อกันแบบอนุกรม จะเพิ่มแรงดันไฟฟ้าและการต่อกันแบบขนานจะเพิ่มพลังงานไฟฟ้า หากสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แตกต่างกัน ก็จะมีผลให้ปริมาณของค่าเฉลี่ยพลังงานสูงสุดในหนึ่งวันไม่เท่ากันด้วยรวมถึงอุณหภูมิก็มีผลต่อการผลิตพลังงานไฟฟ้า หากอุณหภูมิสูงขึ้น การผลิตพลังงานไฟฟ้าจะลดลง





เครื่องควบคุมการประจุ (Charge Controller)
   
   ทำหน้าที่ประจุกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์เข้าสู่แบตเตอรี่ และ
ควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าให้มีปริมาณเหมาะสมกับแบตเตอรี่เพื่อยืดอายุการใช้
งานของแบตเตอรี่ รวมถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้าออกจากแบตเตอรี่ด้วย ดังนั้นการทำ
งานของเครื่องควบคุมการประจุ คือ เมื่อประจุกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่จนเต็ม
แล้วจะหยุดหรือลดการประจุกระแสไฟฟ้า (และมักจะมีคุณสมบัติในการตัดการจ่าย
กระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า กรณีแรงดันของแบตเตอรี่ลดลงด้วย) ระบบพลังงาน
แสงอาทิตย์จะใช้เครื่องควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าในกรณีที่มีการเก็บพลังงาน
ไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่เท่านั้น

 แบตเตอรี่ (Battery)

    ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไว้ใช้เวลาที่
ต้องการ เช่น เวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์ เวลากลางคืน หรือนำไปประยุกต์ใช้งานอื่นๆ
แบตเตอรี่มีหลายชนิดและหลายขนาดให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม

 เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter)

   ทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าจากกระแสตรง (DC) ที่ผลิตได้จากแผงเซลล์ แสงอาทิตย์ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ Sine Wave Inverterใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับทุกชนิด และ Modified Sine Wave Inverterใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับที่ไม่มีส่วนประกอบของมอเตอร์และหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เป็น Electronic ballast

 ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection)

    ทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายที่เกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อฟ้าผ่า หรือเกิดการเหนี่ยวนำทำให้ความต่างศักย์สูงในระบบทั่วไปมักไม่ใช้อุปกรณ์นี้จะใช้สำหรับระบบขนาดใหญ่และมีความสำคัญเท่านั้น รวมถึงต้องมีระบบสายดินที่มีประสิทธิภาพด้วย





พลังงานทางเลือกกับปั๊มน้ำ
          ด้วยสภาพแวดล้อม และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้พลังงานทางเลือกเป็นช่องทางที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยลดปัญหามลภาวะจากการใช้น้ำมัน หรือใช้พลังงานไฟฟ้ามากเกินไป การเลือกใช้พลังงานทางเลือกยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว พลังงานทางเลือกที่สามารถนำมาใช้กับปั้มน้ำ ขอแนะนำดังนี้ (http://www.pumpvr.com/joomla/index.php?option=com_content&view=article&id=82&Itemid=315&lang=th)

พลังงานลม
          โดยใช้กังหันลมสูบน้ำ สามารถใช้ได้ทั้งปั้มชัก และปั้มโยก (Lucky)  เหมาะกับบริเวณที่มีลมแรง โดยข้อดีคือไม่ต้องใช้การดูแลรักษามาก แต่ข้อควรระวังคือ จะต้องดูทิศทางลม
          สำหรับปั้มโยก ให้ท่านนึกภาพกังหันลมที่วิดน้ำเข้านาเกลือก็จะพอนึกการทำงานของปั้มได้
 
พลังงานกล
          โดยใช้จักรยานสูบน้ำ เป็นการได้ประโยชน์ 2 ทาง คือ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้วยังสามารถสูบน้ำได้ด้วย โดยต่อปั้มชัก ขนาด 1 นิ้ว เชื่อมกับรถจักรยานทางด้านหลัง  การใช้จักรยานสูบน้ำนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหน่วยงานราชการ เช่น โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เขาชะโงก จ.นครนายก ,โรงเรียนพุทธรังสีพิบูล บ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา, อาศรมพลังงาน เขาใหญ่, ศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูผู้ประสบภัยอุทกภัยต้นแบบเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ณ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านแห อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง , หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 สำนักงานพัฒนาพิเศษ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุด ตั้งอยู่บ้านคำเตย ต.โนนหนามแท่ง อ.เมืองฯ จ.อำนาจเจริญ เป็นต้น
(http://www.pumpvr.com/joomla/images/stories/1222.jpg)

พลังงานแสงอาทิตย์ (solar cell)
          การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบอิสระ (PV Stand alone system) : เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานในพื้นที่ชนบทที่ไม่มีระบบ สายส่งไฟฟ้า อุปกรณ์ระบบที่สำคัญประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับแบบอิสระ

           พลังงานแสงอาทิตย์นำมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า DCสามารถนำมาใช้กับปั้มชัก ได้โดยไม่จำเป็นต้องแปลงไฟ จาก DC ให้เป็น AC เนื่องจาก *ปั้มชักมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถหมุนตามปริมาณไฟฟ้าที่จ่ายออกมา โดยเฉพาะแสงอาทิตย์นั้นจะสว่างไม่เท่ากันทั้งวัน ถ้าต่อ Solar Cell โดยแปลงไฟ เป็น DC ต่อ เข้ากับปั้มชัก ถ้าแสงมากจะทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายออกมาก ปั้มก็ทำงานเดินเร็ว ถ้าแสงน้อย ก็จะทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายออกน้อย ปั้มก็จะเดินช้า แต่ปั้มชักจะไม่เสีย


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 13, 2012, 06:30:32 AM
การต่ออนุกรมแผงเพื่อเพิ่มแรงดัน และการประยุกต์ใช้
(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/f7bd70c2.jpg)


การต่อขนานแผงเพื่อเพิ่มกระแสรวม แต่ไม่เพิ่มแรงดัน(https://lh4.googleusercontent.com/-9arAxrgvt00/T_9dV6OtOdI/AAAAAAAADQQ/CoiZPzhPYjc/s720/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%259412V%25206A.JPG)  (http://www.solarpaneltalk.com/showthread.php?3415-solar-charge-controller-question-2)

 การต่อใช้งานโซล่าร์เซลล์แบบขนานแผงโดยไม่ใช้คอนโทรลชาร์ท เหมาะกับระบบที่ต้องใช้งานทุกวันอย่างต่อเนื่อง หากต่อแผงขนานร่วมกัน
จนได้กระแสรวมในระบบมากกว่า 10A แบตเตอรี่สำรองไฟควรมีความจุมากกว่า 100A เผื่อไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการชาร์จเกิน


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 13, 2012, 04:39:21 PM
การต่อใช้งานอาจจะแตกต่าง แต่หลักการการทำงานและการนำไปใช้งาน เหมือนกันหมดแหละ   แบบข้างต้นเป็นระบบเล็กๆ กระแสไม่สูงมาก กระแสที่ได้ในแต่ล่ะวันไม่มากพอจะทำให้เกิดการชาร์จประจุแบตฯเกินแน่นอน  แต่ที่สำคัญ ระบบต้องมีการใช้ไฟสัมพันธ์กับไฟที่ประจุเข้าแบตฯ  ส่วนวันหนึ่งๆจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง กินไฟมากน้อยแค่ใหน ยกตัวอย่างเช่น MONO60W (out 20V 4A) x2 =7A ในหนึ่งวันผลิตกระแสชาร์จลงแบตฯได้สูงสุด 35A หากใช้แบตฯ 120A 1ลูก หากสภาพแบตฯ 100% ก็ต้องใช้เวลาสามวันกว่าแบตฯจะเต็ม แต่ถ้าหากเพิ่มแบตฯเผื่อไว้ 2หรือ4ลูกยิ่งนานเข้าไปอีก หากในกิจกรรมการใช้ไฟฟ้าใน 24ชั่วโมง ไฟฟ้าถูกใช้ไป 400-500Wจะพอดีกับกระแสที่ชาร็จเข้าในแต่ล่ะวันทำให้แบตฯไม่มีวันเต็ม    แต่ หากใช้ไฟเกิน 500Wขึ้นไป ไฟก็จะไม่พอใช้ ต้องเพิ่มแผง เพิ่มแบตฯ     แต่หากการใช้ไฟไม่มาก นานๆครั้ง ไม่พอดีกับกระแสที่ชาร์จเข้า ก็ควรติดตั้งคอนโทรลชาร์จให้ระบบราคาไม่กี่บาท     แต่ข้อดีการต่อแบบไม่มีคอนโทรลชาร์จ คือ ลดปัญหาที่อาจจะเกิดจากการบกพร่องของตัวอุปกรณ์เอง   ยิ่งมีจุดต่อหรืออุปกรณ์ในระบบหลายจุด โอกาสที่อุปกรณ์ต่อร่วมจะเสียทำให้ระบบทำงานไม่ได้ก็มีมากเช่นกัน ยิ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล การตามช่างมาแก้ไข การจัดหาอุปกรณ์มาเปลี่ยนซ่อมไม่สะดวกแน่


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 14, 2012, 04:34:00 PM
 
  หากไม่เข้าใจ พื้นฐานระบบจากเล็กๆ ก็ยากที่จะควบคุม หรือทำระบบขนาดใหญ่ให้เป็นไปตามต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ
                        การใช้โซล่าร์เซลล์สูบน้ำจะต้องใช้กำลังมาก มอเตอร์ต้องกินกระแสไฟ เกินกว่า 10Aต่อชั่วโมง
  ความคิดส่วนตัว ลงทุนสักสองหมื่นกับระบบสูบน้ำขนาด 1นิ้ว ที่คาดหวัง(น้อยๆ)การใช้งานมากกว่า 5ปี(โซล่าร์มีอายุงาน 30up) ได้ไช้ไฟแสงสว่างและสูบน้ำ โดยไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า แล้วคุณคิดว่าไงล่ะ(คาดราคารวมท่อน้ำ ปั้ม แบตฯ มอเตอร์  ชุดโซล่าเซลล์ 60W mono 3แผง และค่าแรงงานทำเอง)
หากใครสนใจจะทำบ้าง ศึกษาให้มาก อ่านให้มากๆก่อน จะได้ตั้งคำถามเป็น หากไม่เข้าใจถามได้ 
 ยังไงก็ยังยืนยัน อย่ามองข้ามพื้นฐานเล็กๆ


การต่อเซลล์แผ่นโซล่า มีหลักการคล้ายกับการต่อเซล์ลถ่านไฟฉาย คือ หากต้องการแรงดันไฟ(โวลต์)เพิ่มขึ้น ก็ต้องนำถ่านไฟฉายหลายๆก้อนมาต่อกัน โดยเอาด้านขั้วต่อกันในลักษณะนี้
-[ - 1.5 +]>[ - 1.5 +]>[ - 1.5 +]>[ - 1.5 +]>+

เข้าใจว่า ทุกคนคงพอนึกออก และต้องเคยทำมาแล้ว

 
  ทุกวันนี้คนทั่วไปยังให้ความสนใจ เรื่องการใช้งานโซล่าร์เซลล์ กังหันปั่นไฟด้วยลม-น้ำ และพลังงานทางเลือกอื่นๆไม่จริงจัง ความมุ่งมั่นเรื่องนี้ยังน้อย ยังมองเป็นเรื่องยาก ยกอย่างน้องเมียที่บ้านจบวิศวะกรรม แต่อ้างว่าสายงานที่เรียนไม่มีสอน  แต่ทีเรื่องไอโฟน ไอแพด โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ  คาดว่าที่โรงเรียนไม่มีสอนกับรู้ดีกว่าเรื่องโซล่าร์เซลล์เสียอีก


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: kasetnewlife ที่ กรกฎาคม 14, 2012, 08:00:42 PM
ผมติดตามอ่านมาตลอดครับ  แต่ยังไม่มีอะไรมา post  เก็บความรู้จากอาจารย์ไปก่อน


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 14, 2012, 10:00:23 PM
ผมติดตามอ่านมาตลอดครับ  แต่ยังไม่มีอะไรมา post  เก็บความรู้จากอาจารย์ไปก่อน
  ขอบคุณสำหรับกำลังใจ บอกตามตรงผมกะจะเลิกเขียนต่อแล้วล่ะ เื่รื่องที่เกี่ยวกับโซล่าร์เซลล์ เท่าที่ผมรู้ คาดว่าได้เขียนไปหมดแล้ว
อีกอย่าง เสียเวลาเปล่า ดูจากผลตอบรับ ที่ประเมินจากคำถาม แต่ล่ะสายที่โทรมา ไม่สนใจที่จะอ่านเลย

อ่านทั้งหมด แต่ไม่เข้าใจ แล้วโทรมาปรึกษายินดีอธิบาย แต่ถ้าอ่านยังไม่จบ อย่าเพิ่งโทรมาก็ได้ เสียเวลา

ผมมีโอกาสได้เรียนได้แค่การศึกษาภาคบังคับ ม.ต้น มีความรู้พื้นฐานสาขางานไฟฟ้า-อิเลคทรอนิกส์  จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จ.อุบลฯ รุ่นที่4 (พ.ศ.2536) เรื่องโซล่าเซลล์ได้สนใจศึกษาและนำไปใช้แบบระบบเล็กๆ เพื่อเรียนรู้ เริ่มเมื่อต้นปีนี้เอง ความรู้ที่มี ก็เท่าที่เขียนไปแล้วนั่นแหละ แหล่งความรู้ที่สำคัญของผมคือ อินเตอร์เน็ต  => ค้นหา =>  อ่าน => วิเคราะห์เทียบเคียงกับประสบการณ์งานที่เคยทำ  => ลงมือ ทำงานจริง =>  เมื่อเจอปัญหา ก็หาค้นอ่านใหม่  ผลที่ได้ = เท่านี้แหละ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 15, 2012, 02:25:28 AM
ต่อไป จะรวบรวมเรื่องปั้ม และท่อส่งน้ำในระบบเกษตรแบบบ้านๆ

ข้อมูลช้างล่างนี้ เห็นว่ามีประโยชน์เลยคัดลอกมาให้อ่าน

คุณสมบัติของปั๊มน้ำขนาด 1นิ้ว       
ปริมาตรน้ำ   : 1,500 ลิตร/ชม.   
ท่อดูด-ส่ง    : ขนาด 1 นิ้ว   
ลูกสูบ         : 43 มม.   
มอเตอร์      : 1/3 แรงม้า
คุณสมบัติพิเศษ :ปลอกสูบ ทำจากแสตนเลส ใช้มู่เลย์ ออกแบบเป็นร่อง บี(B) เพื่อสามารถต่อใช้งาน ได้ทั้งมอเตอร์ และเครื่องยนต์, เหมาะสำหรับ ดูดน้ำลึก


คุณสมบัติของปั๊มน้ำ 2นิ้ว          
ปริมาตรน้ำ   : 7,000 ลิตร/ชม.
ท่อดูด-ส่ง    : ขนาด 2 นิ้ว
ลูกสูบ         : 76 มม.
มอเตอร์      :1 1/2 - 2  แรงม้า
คุณสมบัติพิเศษ :ปลอกสูบ ทำจากแสตนเลส ใช้มู่เลย์ ออกแบบเป็นร่อง บี(B) เพื่อสามารถต่อใช้งาน ได้ทั้งมอเตอร์ และเครื่องยนต์, เหมาะสำหรับ ดูดน้ำลึก

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=56821.msg1254839#msg1254839
http://natee2007.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=1875



คู่มือการติดตั้ง ระบบน้ำหยด โอเอซีส   [url=http://www.farmkaset.org/download/oasis/FarmKaset.ORG_OASIS_Manual.jpg] ไฟล์รูปภาพ  (http://www.farmkaset.org)| ไฟล์ zip (http://www.farmkaset.org/download/oasis/FarmKaset.ORG_OASIS_Manual.zip)
ข้อมูลระบบน้ำหยด โอเอซีส สำหรับนำไปปริ้น    ไฟล์ pdf (http://www.farmkaset.org/download/oasis/FarmKaset.ORG_OASIS_System.pdf) | ไฟล์ zip (http://www.farmkaset.org/download/oasis/FarmKaset.ORG_OASIS_System.zip)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 25, 2012, 05:49:42 AM
(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/SWitchcontrolpump11-15VDC.jpg?t=1343169739)
ยังต้องปรับแต่งค่าอุปกรณ์และทดสอบการทำงานของวงจรให้ผ่านก่อน แล้วโอกาสหน้าจะมานำเสนอเพิ่มเติม


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: kasetnewlife ที่ กรกฎาคม 25, 2012, 06:11:18 AM
ผมก็ทำสวิทย์แสงไว้ใช้ที่สวนเหมือนกันครับ  ผมใช้ IC 555 ต่อวงจรทำเป็น schmitt trigger


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 25, 2012, 09:21:56 AM
เยี่ยมยอดเลย ;D  เอาวงจรมาให้ชมบ้างนะ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: kasetnewlife ที่ กรกฎาคม 25, 2012, 12:53:32 PM
โทรศัพท์ผมเสียนะครับ  ไม่งั้นได้ถ่ายรูปมาให้ดูแล้วครับพี่


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 25, 2012, 01:03:10 PM
รอได้  :)  ขอให้หายไวๆ(นะโทรศัพท์) :D


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 27, 2012, 10:49:54 AM
(http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/554901_10151143334364369_1780496399_n.jpg)

(http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/428970_10151143329214369_648880707_n.jpg)

(http://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/599490_10151143329984369_145608546_n.jpg)

ไฟส่งทางเดิน ภาพจากไร่กนกนวล ต้องขอชมคนออกแบบ ดูง่ายๆ แต่สวย สะดวกใช้งาน


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 27, 2012, 04:40:02 PM
ก่อนศตวรรษที่ 1800 มีแต่ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ชนิดที่เอาขั้วโลหะจุ่มลงในกรดซึ่งให้กระแสไฟฟ้าต่ำ ในปี 1820 เออสเตดค้นพบว่ากระแสไฟฟ้าในขดลวดทำให้เกิดสนามแม่เหล็กได้

ดังนั้นเป็นไปได้ที่สนามแม่เหล็กจะทำให้เกิดไฟฟ้าได้ ในปี 1831 นักฟิสิกส์สองคนคือ ไมเคิล ฟาราเดย์ ชาวอังกฤษ และ โจเซฟ เฮนรี่ ชาวอเมริกา ค้นพบการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กกับขดลวดในไดนาโมทำให้เกิดไฟฟ้าได้ ในที่สุดก็เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายนำความเจริญมาสู่ชาวโลก

การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Induction)
พาราเดย์และเฮนรี่ค้นพบว่ากระแสไฟฟ้าสามารถสร้างขึ้นได้โดยการเคลื่อนแม่เหล็กเข้าออกขดลวดดังรูปด้านล่างซ้าย อีกวิธีหนึ่งคือเคลื่อนขดลวดไปตัดกับสนามแม่เหล็ก  ดังรูปด้านล่างขวา ผลคือได้ความต่างศักดิ์เท่ากันถ้าอัตราเร็วในการเคลื่อนวัตถุเท่ากัน

ยิ่งขดลวดมีจำนวนขดมากจะได้ความต่างศักดิ์มากขึ้น ถ้าเพิ่มจำนวนวงของขดลวดมากขึ้นเท่าตัวความต่างศักดิ์จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวด้วย นั่นหมายความว่าถ้าเพิ่มจำนวนขดลวดขึ้น 10 เท่าก็จะมีความต่างศักดิ์เพิ่มขึ้น 10 เท่า ดังนั้นจะดูเหมือนว่าเราสามารถสร้างความต่างศักดิ์ได้ไม่จำกัดแต่ในความจริงแล้วปัญหาอยู่ที่การสร้างแม่เหล็กขนาดใหญ่มาเหนี่ยวนำกับขดลวดจำนวนหลายรอบนั้น

เนื่องจากความต่างศักดิ์ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า ยิ่งเราเคลื่อนมือเร็วความต่างศักดิ์จะเพิ่มสูงขึ้น และถ้าเพิ่มจำนวนรอบขดลวดจะมีความต่างศักดิ์สูงขึ้น ปรากฏการณ์ที่เหนี่ยวนำความต่างศักดิ์ด้วยการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กในขดลวดอย่างนี้เราเรียกว่าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า

กฎของฟาราเดร์ (Faraday's Law)
การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าตามกฎของฟาราเดย์ ขึ้นอยู่กับจำนวนขดลวดและอัตราการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็ก กระแสขึ้นอยู่กับความต่างศักดิ์และความต้านทานภายในขดลวด
การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่รอบตัวเรา เช่น สนามแม่เหล็กบนบัตร ATM ในวิทยุเทป รวมทั้งคลื่อแม่เหล็กไฟฟ้าที่เราใช้ในการมองเห็นนั่นคือแสง
สิบห้าปีหลังที่ไมเคิล ฟาราเดย์ค้นพบการเหนี่ยวนำไฟฟ้า นิโคลา เทสลาสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้ามากมาย และแสดงให้โลกเห็นว่าเราสามารถใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกและจุดโลกให้สว่างไสวได้

เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current Generators)
เทสลาสร้างไดนาโมกระแสสลับโดยการใช้ขดลวดทองแดง มีแกนเป็นกังหันสามารถหมุนกังหันได้ด้วยไอน้ำหรือพลังงานจากกระแสน้ำทำให้ขดลวดหมุนตัดกับสนามแม่เหล็กกำลังสูงโดยรอบ จากนั้นต่อไฟฟ้าออกไปยังขั้วไฟฟ้าสองอันโดยทั้งสองขั้วนี้ทำเป็นวงแหวนสำผัสกับกระแสไฟฟ้าจากการเหนี่ยวนำตลอดเวลาแต่จังหวะในการหมุนทำให้อิเล็กตรอนสลับกันจ่ายไฟฟ้าบวกและลบเป็นรูปคลื่น สั่นกลับไปกลับมาได้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ


http://a2u-club.blogspot.com/2009/07/blog-post_2793.html


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 27, 2012, 04:42:46 PM
มอเตอร์คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลของการหมุน ส่วนไดนาโมเปลี่ยนพลังงานกลของการหมุนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ทั้งไดนาโมและมอเตอร์มีรูปลักษณ์เหมือนกันแต่ทำหน้าที่กันคนละอย่าง
เราสังเกตวงการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าหมุนครบรอบ  สังเกตว่าเมื่อมีเส้นแรงแม่เหล็กตัดผ่านขดลวดมากที่สุดเมื่อขดลวดตั้งฉากกับเส้นแรงแม่เหล็กจะได้ความต่างศักดิ์สูงสุด และเมื่อขดลวดขนานกับเส้นแรงแม่เหล็กไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กตัดผ่านขดลวดทำให้ความต่างศักด์เป็น 0 โวลต์ เมื่อครบรอบจะมีไฟฟ้ากระแสสลับสั่นกลับไปกลับมาในวงจร ทั้งค่าบวกและลบ

กำลังแม่เหล็ก (MHO Power)
น่าสนใจว่าอุปกรณ์ที่คล้ายไดนาโมอย่างเครื่อง MHD (magnetohydrodynamic) จะสามารถหมุนเครื่องยนต์รถพร้อมกับปั่นไฟไปพร้อมกันได้ เมื่อประจุในไดนาโมถูกเหนี่ยวนำมันจะเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วสูงมาก ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำไฟฟ้าตามกฎของฟาราเดย์
เครื่อง MHD มีการทำงานโดยมีแผ่นเหนี่ยวนำ สามารถทำงานที่อุณหภูมิสูงขนาดเกิดพลาสมาได้ การเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงทำให้เผาไหม้สะอาด และความร้อนที่ถ่ายเทโดยรอบยังเปลี่ยนให้น้ำเป็นไอน้ำมาปั่นไฟฟ้าได้อีกทาง   การไหลของพลาสมาเพื่อหมุนเส้นลวดทองแดงในไดนาโม ทำได้เนื่องจากมีการพัฒนาพลาสมาอุณหภูมิสูงขึ้นมาได้สำเร็จ อุณหภูมิสูงได้มาจากการเผาเชื้อเพลิงน้ำมันกับออกซิเจน
ไดนาโมไม่ใชที่สร้างไฟฟ้าแต่เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานอื่นมาเป็นไฟฟ้า


หม้อแปลง (Transformers)
พลังงานไฟฟ้าส่งไปตามสายไฟผ่านพื้นที่ว่าง พลังงานสามารถส่งผ่านไปยังอุปกรณ์ต่างๆได้ง่ายๆ จากรูปด่านล่าง a. ด้านขดลวดแรกเรียกว่าขดลวดประถมภูมิ(ขาเข้า)ต่อกับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า และขดลวดอีกด้านเรียกว่าขดลวดทุติยภูมิ(ขาออก) เมื่อสับสวิททางขดลวดประถมภูมิจะมีการเหนี่ยวนำที่ขดลวดทุติยภูมิแม้ว่าจะมีแกนเหล็กหรือไม่ก็ได้
อธิบายคือมีสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นที่ขดลวดประถมภูมิเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน หมายความว่ามีการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นที่ขดลวดประถมภูมิแล้วมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กของขดลวดทุติยภูมิซึ่งอยู่ใกล้ๆ ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำและเกิดความต่างศักดิ์ขึ้นที่ขดลวดทุติยภูมิ
  ถ้าเราใส่แกนเหล็กในขดลวดทั้งสองดังรูปด้านบน b. สนามแม่เหล็กในขดลวดทุติยภูมิจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเรียงตัวกันเป็นระเบียบของโดเมนแม่เหล็กในแกนเหล็ก และสนามแม่เหล็กเดียวกันนี้ก็ส่งไปยังขดลวดทุติยภูมิ ทำให้แปลงไฟฟ้าได้ดีขึ้น อีกวิธีหนึ่งคือเพิ่มจำนวนขดลวดทุติยภูมิให้มากกว่าขดลวดประถมภูมิจะทำให้ความต่างศักดิ์สูงสามารถจุดหลอดไฟติดหรือส่งไประยะทางไกลๆได้
ถ้าขดลวดทุติยภูมิมีจำนวนขดมากกว่าขดลวดประถมภูมิ จะเป็นการแปลงไฟฟ้าขึ้น ทำให้ความต่างศักดิ์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
ในทางกลับกันถ้าขดลวดทุติยภูมิมีจำนวนขดน้อยกว่าขดลวดประถมภูมิ จะเป็นการแปลงไฟฟ้าลง ทำให้ความต่างศักดิ์ไฟฟ้าลดลง
ปริมาณความต่างศักดิ์ของไฟฟ้าที่เป็นผลลัพธ์ออกทางด้านขดลวดทุติยภูมิขึ้นอยู่กับจำนวนรอบของขดลวด หม้อแปลงมีหน้าที่แปลงไฟฟ้าทำให้ความต่างศักดิ์เพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้เพิ่มพลังงานตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน ดังนั้นเมื่อความต่างศักดิ์เพิ่มกระแสจะลดลง
พลังงานไฟฟ้ามีชื่อว่า กำลังไฟฟ้า กำลังไฟฟ้าของขดลวดทุติยภูมิได้มาจากขดลวดประถมภูมิ กำลังไฟฟ้าขดลวดประถมภูมิเท่ากับกำลังไฟฟ้าขดลวดทุติยภูมิ มีพลังงานเพียงเล็กน้อยศูนย์เสียไปกับความร้อน
กำลังไฟฟ้าขดลวดประถมภูมิ = กำลังไฟฟ้าขดลวดทุติยภูมิ
กำลังไฟฟ้าคือผลคูณระหว่างความต่างศักดิ์กับกระแสไฟฟ้า ดังนั้นจึงเขียนได้เป็น
(ความต่างศักดิ์  กระแสไฟฟ้า)ประถมภูมิ = (ความต่างศักดิ์  กระแสไฟฟ้า)ทุติยภูมิ
ไฟฟ้ากระแสสลับสามารถแปลงได้ง่ายด้วยหม้อแปลงทำให้เราเลือกที่จะส่งไฟฟ้ากระแสสลับไปตามบ้านเรือน

การเหนี่ยวนำภายใน (Self Induction)

การเหนี่ยวนำของขดลวดเหนี่ยวนำไม่ได้เหนี่ยวนำเฉพาะกับขดลวดข้างๆแต่ยังเหนี่ยวนำกับตัวมันเองอีกด้วย แต่ละวงของขดลวดกระทำกับสนามแม่เหล็กรอบกระแสไฟฟ้าในแต่ละรอบในวงของขดลวด นี่เรียกว่า การเหนี่ยวนำภายใน การเหนี่ยวนำนี้จะเกิดขึ้นสวนทางกับกระแสไฟฟ้าหลักของวงจรเราจึงเรียกแรงไฟฟ้าย้อนกลับ(Back Electromotive Force ,back emf)
แรงไฟฟ้าย้อนกลับมีอันตราย แม้ว่าเราจะถอดปลักไฟฟ้าออกแล้วยังเป็นอันตรายอยู่ถ้าขดลวดที่เหนี่ยวนำใหญ่พอจะทำให้เกิดการสปาร์คมีประกายไฟเกิดขึ้นได้

การถ่ายทอดกำลัง (Power Transmission)
ไฟฟ้าที่เราใช้ตามบ้านเรือนเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (ac) เนื่องจากง่ายต่อการแปลงไฟฟ้าเพิ่มความต่างศักดิ์ขึ้นหรือลงได้ง่าย การส่งกระแสมากๆทำให้เกิดความร้อนสูง ดังนั้นการสั่งไฟฟ้ากระแสสลับไปที่ไกลๆต้องส่งไปกระแสต่ำและความต่างศักดิ์สูง
(กำลัง = ความต่างศักดิ์ x กระแสไฟฟ้า) กำลังสร้างเพื่อส่งไปออกจากโรงผลิตไฟฟ้าอย่างน้อย 25,000 V หรือ 750,000 V สำหรับส่งระยะไกล แล้วจึงแปลงไฟฟ้าลงเหลือ 440 V สำหรับโรงงานและ 220 V สำหรับบ้านเรือน พลังงานถ่ายทอดจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่งโดยการการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า
ตัวอย่างในชีวิตประจำวันคือการส่งสัญญาณวิทยุออกไปให้เครื่องรับวิทยุที่อยู่ห่างไกลกันนับ
หลายกิโลเมตร การสั่นของอิเล็กตรอนในดวงอาทิตย์ส่งผ่านพลังงานออกมาทั่วทั้งระบบสุริยะ

สนามของการเหนี่ยวนำ (Field Induction)
การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าอธิบายการเหนี่ยวนำความต่างศักดิ์และกระแส การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดจากการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า
กฎของฟาราเดย์กล่าวว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กสนามไฟฟ้าก็เปลี่ยนแปลงด้วย กฎของฟาราเดย์ถูกขยายความโดยนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ เจมส์ คลาก แม็กซ์เวลล์ ในปี 1860 ด้วยสมการคณิตศาสตร์แบบใหม่ ทำให้เข้าใจว่าการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้ามีมุมที่กระทำกันอย่างแน่นอน
แม็กซ์เวลล์ค้นพบว่าแสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ถ้าประจุไฟฟ้าสั่นในช่วงความถี่ที่เหมาะสมจะปลดปล่อยแสงออกมา แม็กซ์เวลล์ค้นพบว่าแสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่อยู่ในช่วงที่ตามองเห็นได้
จากอดีตโบราณชาวกรีกค้นพบว่าเมื่อนำเอาแท่งอำพันมาถูกกับขนสัตว์จะเกิดไฟฟ้าสถิตขึ้นสามารถดูดกระดาษชิ้นเล็กๆได้แต่ก็ไม่มีการศึกษาสมบัติอื่นเพิ่มเติม
จนกระทั่ง 400 ก่อนคนเราเริ่มมีความรู้เรื่องไฟฟ้าแม่เหล็กกันมากขึ้นเพราะสามารถส่งโทรเลขข่าวสารไปถึงคนที่อยู่ไกลกันนับร้อยกิโลเมตรได้
พลังงานถูกเปลี่ยนรูปแล้วถ่ายทอดไปได้ไกลๆ เริ่มต้นจากแสงอาทิตย์ทำให้น้ำละเหยเป็นไอแล้วตกลงมาบนสันเขื่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำเขื่อนก็ไขน้ำไปปั่นไดนาโมทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าส่งไปตามสายไฟโยงไยแบบขนานไปตามบ้านเรือน ผู้คนก็ได้ใช้พลังงานไฟฟ้าเปลี่ยนเป็นพลังงานแสง พลังงานความร้อน พลังงานกลของการหมุนของพัดลม และอื่นๆ ถ้าย้อนกลับไปพลังงานทั้งหมดที่เราได้มาจากดวงอาทิตย์นั่นเอง การเปลี่ยนพลังงานและส่งผ่านกันไปได้ระยะไกลๆ ต้องอาศัยความรู้ในการสร้างตัวนำพวกลวดทองแดงส่งกระแสไฟฟ้าตามเสาไฟฟ้า และที่สำคัญนั่นก็คือการเหนี่ยวนำไฟฟ้าตามกฎของแม็กซ์เวลล์ซึ่งนำความเจริญมาสู่โลก



สมการแม็กซ์เวลล์
เมื่อพูดถึงแม่เหล็กไฟฟ้าแล้ว ผู้ที่ถือว่าเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ เจมส์ คลาก แม็กซ์เวลล์ (Jame Clark Maxwell) นักวิทยาศาสตร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษและเป็นผู้รวบรวม ผลการทดลองของนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน เช่น ไมเคิล ฟาราเดย์ , เกาส์ , คูลอมบ์ และแอมแปร์ เข้าด้วยกันพร้อมอธิบายไว้เป็นสมการคณิตศาสตร์ที่โด่งดังในรูปที่เรียกว่า สมการแม็กซ์เวลล์ 4 สมการดังนี้
1. กฎของเกาส์ กล่าวว่า “สนามไฟฟ้า ลู่ออกจากประจุบวกแล้วลู่เข้าสู่ประจุลบ”
2. กฏฟาราเดย์ กล่าวว่า “เส้นสนามไฟฟ้าโค้งรอบสนามแม่เหล็กที่กำลังเปลี่ยนแปลง และสนามแม่เหล็กที่กำลังเปลี่ยนแปลงก็เหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้า”
3. “สนามแม่เหล็กเป็นเส้นโค้งปิดเสมอ”
4. “สนามแม่เหล็กโค้งรอบกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่มาของการแพร่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า”

การแพร่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
หากมีประจุเดียวตัวหนึ่งกำลังถูกส่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟ้าในขณะเดียวกันประจุที่เคลื่อนที่นั้นจะเกิดสนามแม่เหล็กโค้งล้อมรอบตัวประจุด้วย และสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้น ก็จะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นอีก ผลลัพธ์คือ เกิดคลื่นสนามที่กำลังกระเพื่อมออกจากประจุที่กำลังสั่นด้วยอัตราเร็วของแสง () ตามสมการของแม็กซ์เวลล์ทำให้เกิดการค้นพบรังสีอินฟราเรด รังสีอัลตราไวโอเลต และแสงขาวก็มีสมบัติเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วย

 


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: kasetnewlife ที่ กรกฎาคม 27, 2012, 08:34:11 PM
มาแว้ว วงจรเปิดปิดไฟตามแสง 
(http://image.ohozaa.com/i/554/LCYYQK.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: khoya ที่ กรกฎาคม 27, 2012, 08:42:31 PM
ความรู้ทั้งนั้นต้องรีบเก็บ ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: giv ที่ กรกฎาคม 27, 2012, 09:15:13 PM
y1wFl5bcfcI

แบบการสูบน้ำไม่ใช้ไฟฟ้า น่าเรียนรู้


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: giv ที่ กรกฎาคม 27, 2012, 10:49:40 PM
ดูไว้ ...เพื่อเป็น....  กำลังใจ
NRtNdGuyAQA


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 29, 2012, 05:36:08 PM
(http://www.gasthai.com/boardgas/picture/192255111021.JPG)
หากประยุกต์ใช้วงจรนี้ เป็น Booter volteg เพิ่มแรงดันและกระแสไฟ ให้ระบบโซล่าร์เซลล์
ลองจินตาการดู...  แก้ไขวงจรนิดหน่อย  วงจรทำงานแบบสวิตซิ่งพัลช์ ไบแอสไดร์ Coil... ;)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: tingly2 ที่ กรกฎาคม 29, 2012, 06:38:06 PM
([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u495/ekka41/circuit1.jpg[/url])

Diagram ตัวเดียวกันเลย น้าเอก  ขอบคุณมาก ;)  ผมแกะไว้เหมือนกันในกระดาษ  กะจะทำเป็นลายอย่างนี้เก็บไว้พอดี

อยากดูวงจรที่ชัดกว่านี้ได้ไหมครับ อยากลองไปต่อเองมั่งครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 29, 2012, 06:48:07 PM
นี่ชัดเจนที่สุดที่มีแล้ว  ;D


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 30, 2012, 12:09:23 PM

ทุกวันนี้คนทั่วไปยังให้ความสนใจ เรื่องการใช้งานโซล่าร์เซลล์ กังหันปั่นไฟด้วยลม-น้ำ และพลังงานทางเลือกอื่นๆไม่จริงจัง ความมุ่งมั่นเรื่องนี้ยังน้อย ยังมองเป็นเรื่องยาก ยกอย่างน้องเมียที่บ้านจบวิศวะกรรม แต่อ้างว่าสายงานที่เรียนไม่มีสอน  แต่ทีเรื่องไอโฟน ไอแพด โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ  คาดว่าที่โรงเรียนไม่มีสอนกับรู้ดีกว่าเรื่องโซล่าร์เซลล์เสียอีก


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: tingly2 ที่ กรกฎาคม 30, 2012, 01:56:50 PM

ทุกวันนี้คนทั่วไปยังให้ความสนใจ เรื่องการใช้งานโซล่าร์เซลล์ กังหันปั่นไฟด้วยลม-น้ำ และพลังงานทางเลือกอื่นๆไม่จริงจัง ความมุ่งมั่นเรื่องนี้ยังน้อย ยังมองเป็นเรื่องยาก ยกอย่างน้องเมียที่บ้านจบวิศวะกรรม แต่อ้างว่าสายงานที่เรียนไม่มีสอน  แต่ทีเรื่องไอโฟน ไอแพด โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ  คาดว่าที่โรงเรียนไม่มีสอนกับรู้ดีกว่าเรื่องโซล่าร์เซลล์เสียอีก
คมจริง ๆเลยครับอาจารย์ เอาไปลงเฟสได้ไหมครับข้อความนี้ จะได้กระตุ้นคัยหลาย ๆคนมั่ง อย่างผมสอนให้คนอื่นใช้งานอินเตอร์เน็ตส่งงานทางเมลล์ทำไม่เป็น word excel สูตรง่าย ๆทำไมได้ แต่พอเล่นเฟสapp แบบไหน ลงยังงัย timeline ยังงัยทำได้หมด ...ละเซงจริง ๆ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 30, 2012, 02:43:12 PM
ได้เลย


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: yo24 ที่ กรกฎาคม 31, 2012, 12:42:53 AM

ทุกวันนี้คนทั่วไปยังให้ความสนใจ เรื่องการใช้งานโซล่าร์เซลล์ กังหันปั่นไฟด้วยลม-น้ำ และพลังงานทางเลือกอื่นๆไม่จริงจัง ความมุ่งมั่นเรื่องนี้ยังน้อย ยังมองเป็นเรื่องยาก ยกอย่างน้องเมียที่บ้านจบวิศวะกรรม แต่อ้างว่าสายงานที่เรียนไม่มีสอน  แต่ทีเรื่องไอโฟน ไอแพด โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ  คาดว่าที่โรงเรียนไม่มีสอนกับรู้ดีกว่าเรื่องโซล่าร์เซลล์เสียอีก
คมจริง ๆเลยครับอาจารย์ เอาไปลงเฟสได้ไหมครับข้อความนี้ จะได้กระตุ้นคัยหลาย ๆคนมั่ง อย่างผมสอนให้คนอื่นใช้งานอินเตอร์เน็ตส่งงานทางเมลล์ทำไม่เป็น word excel สูตรง่าย ๆทำไมได้ แต่พอเล่นเฟสapp แบบไหน ลงยังงัย timeline ยังงัยทำได้หมด ...ละเซงจริง ๆ
;)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ สิงหาคม 01, 2012, 05:01:25 PM
(มีคนถามมา)
แผง 285W Volt out 40VDC  I[max] 7.6A  หากจะต่อชาร์จแบตฯ 12V ลูกเดียว ควรต้องมีคอนโทรลชาร์จด้วย

หากจำเป็นจะต่อตรงลงแบตฯ เลยก็ได้ แต่ต้องเป็นแบตฯใหม่ ความจุ 100A อย่างน้อย ควรใช้สายทองแดง ไม่ต่ำกว่าเบอร์ 4 และควรมีฟิวส์อนุกรมวงจรด้วยก็จะทำให้ปลอดภัยขึ้นในระดับหนึ่ง และต้องมีการใช้ไฟออกจากในแบตฯทุกวันให้หมดหรือเกือบหมด ประมาณ 500Wต่อวัน
(กระแสชาร์จในระบบในหนึ่งวันแผงผลิตกระแสได้ไม่เกิน 40A ต่อวัน ขึ้นกับแสงและประสิทธิภาพของระบบ)

 แต่หากเป็นแบตฯเก่าอย่าเสี่ยง เพราะหากแบตฯเสื่อมหรือมีปัญหาอาจเป็นอันตรายได้


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: tingly2 ที่ สิงหาคม 01, 2012, 05:13:04 PM
(มีคนถามมา)
แผง 285W Volt out 40VDC  I[max] 7.6A  หากจะต่อชาร์จแบตฯ 12V ลูกเดียว ควรต้องมีคอนโทรลชาร์จด้วย

หากจำเป็นจะต่อตรงลงแบตฯ เลยก็ได้ แต่ต้องเป็นแบตฯใหม่ ความจุ 100A อย่างน้อย ควรใช้สายทองแดง ไม่ต่ำกว่าเบอร์ 4 และควรมีฟิวส์อนุกรมวงจรด้วยก็จะทำให้ปลอดภัยขึ้นในระดับหนึ่ง
(กระแสชาร์จในระบบในหนึ่งวันแผงผลิตกระแสได้ไม่เกิน 40A ต่อวัน ขึ้นกับแสงและประสิทธิภาพของระบบ)

 แต่หากเป็นแบตฯเก่าอย่าเสี่ยง เพราะหากแบตฯเสื่อมหรือมีปัญหาอาจเป็นอันตรายได้
Diode ที่ใช้ควรใช้เบอร์อะไรดีครับและทนกระแสได้เท่าไรครับ ถ้าผมมีแผง 520W 7.5A ต้องการต่อตรงกับแบตไม่ผ่านชาร์จเจอร์
และ Diode เบอร์อะไรสำหรับแผง 5w ครับเมื่อวานไปซื้อชอทกี้ไดโอดมาทนกระแสได้ 3A ใช้ได้ไหมครับอาจารย์


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ สิงหาคม 01, 2012, 06:24:34 PM
(มีคนถามมา)
แผง 285W Volt out 40VDC  I[max] 7.6A  หากจะต่อชาร์จแบตฯ 12V ลูกเดียว ควรต้องมีคอนโทรลชาร์จด้วย

หากจำเป็นจะต่อตรงลงแบตฯ เลยก็ได้ แต่ต้องเป็นแบตฯใหม่ ความจุ 100A อย่างน้อย ควรใช้สายทองแดง ไม่ต่ำกว่าเบอร์ 4 และควรมีฟิวส์อนุกรมวงจรด้วยก็จะทำให้ปลอดภัยขึ้นในระดับหนึ่ง
(กระแสชาร์จในระบบในหนึ่งวันแผงผลิตกระแสได้ไม่เกิน 40A ต่อวัน ขึ้นกับแสงและประสิทธิภาพของระบบ)

 แต่หากเป็นแบตฯเก่าอย่าเสี่ยง เพราะหากแบตฯเสื่อมหรือมีปัญหาอาจเป็นอันตรายได้

Diode ที่ใช้ควรใช้เบอร์อะไรดีครับและทนกระแสได้เท่าไรครับ ถ้าผมมีแผง 520W 7.5A ต้องการต่อตรงกับแบตไม่ผ่านชาร์จเจอร์
และ Diode เบอร์อะไรสำหรับแผง 5w ครับเมื่อวานไปซื้อชอทกี้ไดโอดมาทนกระแสได้ 3A ใช้ได้ไหมครับอาจารย์

แผง 520W แรงดันขณะลอยโหลด ออกเท่าไหร่   คาดว่าแรงดันคงไม่ต่ำกว่า 60V แรงดันสูงกระแสสูง7.5A ต่อตรงกับแบตไม่ผ่านชาร์จเจอร์ อันตรายมากไป ไม่แนะนำ และระบบแรงดันสูงๆ ผมไม่ชำนาญ ให้หาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเองนะ

สำหรับแผง 5w กระแสแค่ไม่เกินครึ่งแอมป์ ใช้ ช็อทกี้ Diode ตัวเล็กๆเบอร์ 1N5819 ทนกระแส1A ก็พอ หาได้จากหัวปลั๊กสายชาร์จโทรศัพท์มือถือมีทุกรุ่น แกะเอาจากตัวที่เสียก็ได้ ไดโอดยังไม่เสียแน่นอน

(http://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/s720x720/558454_428878723822474_2008866203_n.jpg) (http://wholesale.wholesale-electronics-bulk.com/wholesaler/10-PCS-10A-50V-Schottky-Diode-SCHOTTKY-BARRIER-RECTIFIER-for-solar-panel-DIY-PTV-DOD-001-p14165.html)



หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ สิงหาคม 01, 2012, 07:15:52 PM
(http://a7.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/422223_428891053821241_654932882_n.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: Dinosaur ที่ สิงหาคม 02, 2012, 12:55:36 PM
ขอสมัครเป็นสมาชิกชมรมนี้ด้วยคนครับ.,,  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ สิงหาคม 02, 2012, 01:38:46 PM
wyml5lgcMIQ

ปรับแต่งกรดในแบตฯ  ปรุงค่าความถ่วงจำเพาะให้ได้ที่ 1.250/sell


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: tingly2 ที่ สิงหาคม 16, 2012, 01:15:02 PM
หลอด led ที่ต่อเป็นวงจรแบบติดพลาสติกตัวเล็ก ๆมีวิธีแกะออกมาใช้ใหม่ไหมครับ เพราะมีเยอะมากกก อยากเอามาใช้บ้างครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ สิงหาคม 16, 2012, 05:05:53 PM
ไม่เคยแกะครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กันยายน 14, 2012, 10:26:12 PM
นี่ก็เป็นอีกแนวทาง ที่จะช่วยยืนยันว่า ระบบโซล่าขนาดเล็ก แบบบ้านๆ ใช้งานจริงๆ
คัดลอกมาจากเวบอาจารย์นัน โคราช (http://www.facebook.com/phakdee.nun)
โซลาร์เซลล์ จากที่ได้เรียนมาจาก ศ. ดร ชิมาดะ โตเกียวแล็บ และได้เดินสายนำพาทำระบบ ดีซี 240 โวลท์ จากโซลาร์ชาร์จตรงลงแบตเตอรี่ โดยที่ไม่ต้องมีอินเวอร์ทเตอร์ หรือเครื่องมืออีเลคโทรนิคส์ใด ๆ ที่จะเป็นปัญหาเรื่องการซ่อมในอนาคต ไฟดีซีจากโซลาร์ สามารถใช้กับอุปกรณ์อีเลคโทรนิคส์ได้ เช่น หลอดตะเกียบ หลอดฟลูออเรสเซ้นส์แบบบัลลาตต์อีเลคโทรนิคส์ หรือ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ทั้ง โน้ตบุ๊ค และตั้งโต๊ะ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนมีภาคจ่ายไฟที่เป็นสวิทชิ่ง ที่สามารถรองรับไฟฟ้า กระแสตรง กระแสสลับ ตั้งแต่ 100 ถึง 240 โวลท์ ได้มา 20 ปีแล้ว ทั้งนี้ระบบนี้อยู่ในแนวทางที่ทีมงานอาสาสมัครได้ทำไฟแสงสว่างบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ ที่ทำไปแล้ว 4 แห่ง และอธิษฐานที่จะทำให้ได้ครบ 100 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อถวายเป็นพุทธบุชา เส้นทางสายโซลาร์หากเดินผิดทางจะมีขยะประเภท อินเวอร์ทเตอร์ และชาร์จเจอร์เกลื่อนเมือง ระบบดีซี 240 โวลท์


= Pet100tips= (หลอดสว่างไม่ต้องใช้ไฟฟ้า)

นำขวดน้ำมาใส่น้ำใส ๆ ผสมไฮเตอร์ลงไปสักช้อน (กันขึ้นตะไคร่) ปิดฝา
เจาะรูหลังคา อุดรอยต่อด้วยกาวซิลิโคนให้แน่น ตอนกลางวันจะให้แสงสว่างเท่ากับหลอดไฟ 60 แรงเทียน โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า วิธีนี้นิยมกันมากในประเทศฟิลิปปินส์
(http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/c0.18.403.403/p403x403/554292_399976356719611_448797061_n.jpg)
ขยันทำสิ่งเล็กๆ จนเป็นนิสัย เรื่องใหญ่ๆ จะเกิดอานิสงส์
(http://sphotos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/c64.0.403.403/p403x403/246662_4213377686046_2096372716_n.jpg)
คนเล็กหัวใจใหญ่ มีศรัทธา กล้าคิด แล้วลงมือทํา
(http://sphotos-b.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/c86.0.403.403/p403x403/539473_506840232678575_2135989774_n.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กันยายน 14, 2012, 10:34:47 PM
(http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/c0.0.843.403/p843x403/394479_360907610655044_1349839421_n.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: ฟาร์มเห็ดบ้านสวน ที่ กันยายน 17, 2012, 01:56:05 PM
รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กันยายน 17, 2012, 03:25:56 PM
รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อถ้าใช้แบต 100 A  เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ




 คัดลอกมาให้อ่าน เป็นความรู้ที่ผู้ใช้โซล่าเซลล์ ต้องรู้


  การใช้งานโซล่าเซลล์ ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องมีความรู้ทางไฟฟ้าไว้บ้าง เพราะถ้าไม่มีความรู้เลย สนใจเพียงแต่ซื้อชุดสำเร็จมาใช้ เมื่อใช้ไปซักระยะแล้วเกิดปัญหา คงต้องเสียเงินเรียกช่างมาดูให้ แบบนี้คงไม่อยู่ในแนวทางแบบพอเพียงแน่ๆ เพราะเราไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ การที่เรามีความรู้ไว้บ้างยังทำให้เราสามารถ ประยุกต์ แบบการใช้งานให้เหมาะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด หากแต่ความรู้ที่ผมพูดถึงไม่ใช่แค่เพียง เรื่องของ แผงโซล่าฯ คอนโทลชาร์จ แบตฯ อินเวอร์เตอร์ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การต่อทั้งระบบ ยังต้องรู้ถึง เครื่องมือวัดต่างๆ วิธีวัดที่ถูกต้อง สุดท้ายทุกคนที่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือ จึงพยายามหาที่ฝึกอบรม เพื่อเรียนรู้จากของจริง แต่จริงๆแล้ว เครื่องมือวัดที่ใช้วัดในงานโซล่าเซลล์ ขั้นทดลองพื้นฐานก็ใช้เพียงชิ้นเดียว คือ มัลติมิเตอร์ ราคาไม่เกิน 300 บาท ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็แทบจะไม่ต้องสอนกันแล้วเพราะทุกคนก็รู้วิธีการใช้งานอยู่แล้ว

มีหลายๆเคล็ดลับจาก คลิปวีดีโอที่ทางอาจารย์นันท์ทำการสอนติดตั้งและซ่อมโซล่าร์เซลล์
1. ควรตั้งแผงเฉียงทางไหนดี ?
คำตอบคือ แกนโลกเราเอียงซึ่งเป็นที่รู้กันและนั่นทำให้ประเทศไทยเราอยู่ในระดับแนวเหนือศูนย์สูตร ดังนั้นเราจึงต้องหันแผงไปทางทิศใต้ครับ ทีนี้เราจะหันไปกี่องศายังไงกันดี ? คำตอบก็คือ ถ้ามี GPS ก็สามารถรู้ว่าเราอยู่ละติจูดที่เท่าไหร่ ก็ตั้งองศาตามนั้นเลยครับ คนขายก็มักจะบอกกันว่าตั้งเฉียง 15 องศา แต่คำตอบนี้เฉพาะแถวเขตกรุงเทพครับ ถ้าท่านตอบคำถามได้ว่าระหว่างภาคใต้และภาคเหนือ แผงไหนควรตั้งมุมมากกว่ากันครับ ลองคิดดู หลักสุดท้ายประเด็นสำคัญของการตั้งแผงที่อาจารย์สอนคือ โซล่าร์จะทำงานได้ดีเมื่อแผงตั้งฉากกับแสงครับ (เส้นละติจูดที่พาดเป็นวงกลมจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ส่วนเส้นลองติจูดพาดจากขั้วโลกเหนือมาขั้วโลกใต้)
  2. การคำนวณกำลังไฟฟ้าที่ทำได้ กำลังไฟฟ้าที่ต้องเก็บ กำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้
บางคนก็ชอบที่จะคำนวณโหลดหากำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้ เพื่อย้อนมาดูว่าต้องเก็บพลังงานเท่าไหร่และต้องผลิตไฟฟ้าให้ได้จากแผงเท่าไหร่ แต่บางคนก็ชอบที่จะซื้อแผงมาทดลองก่อนแล้วก็คำนวณว่าแผงนั้นผลิตไฟได้เท่าไหร่ ต้องเก็บกำลังไฟอย่างไรและจะใช้โหลดได้ประมาณไหน ผมเป็นพวกหลัง ผมคิดว่ามันเหมาะกว่าในแง่ที่ว่า เราควรจะใช้เท่าที่เราจะผลิตได้ตามกำลังทรัพย์เรา ณ. ขณะนั้น
ผมซื้อแผงขนาด 140 watt มาวางบนหลังคาจำนวน 1 แผง แน่นอนมันบอกชัดว่ามันให้กำลังไฟฟ้า 140 watt และตัวแผงจะมีแรงดันสูงสุดและกระแสสูงสุดที่จะทำให้ได้กำลังสูงสุด ซึ่งตามเสปคมันบอกว่าแรงดัน 18.4 volt และกระแส 7.61 Amp (ดูบนเนมเพลทบนแผ่นซึ่งจะบอกเสปคครับ)ให้ดิ้นตาย พอเอาแรงดันและกระแสคูณกันเพื่อให้ได้กำลังวัตต์ (P=V*I) มันได้ 140 watt พอดิบพอดี เราแค่หาแบต 18.4 โวลท์แล้วให้กระแสไหลเข้าแบต 7.61 แอมป์ เราก็จะได้กำลังไฟ 140 watt แล้วเย้ๆๆๆ อ่ะให้ตายสิ แบต 18.4 โวลท์จะหาจากไหนดีหว่า ผมเดินเข้าไปถามหลายร้าน หาจากเน็ต หาจากนิตยสาร FHM ไม่มีที่ไหนให้คำตอบได้เลย โอ้ว สุดท้ายก็ต้องจบที่แบต 12 volt ที่มีขายกันทั่วไป จากนั้นก็ลองวัดกระแสที่ไหลเข้าแบตขณะชาร์จ โดยวันที่มีแดดจัดและช่วงเวลาแดดดี ผมวัดกระแสได้ 8 amp. จากนั้นผมวัดแรงดันที่ขั้วแบตขณะชาร์จมันวัดได้ประมาณ 13 โวลท์ ดังนั้นเมื่อกำลังไฟฟ้าเท่ากับแรงดันคูณกระแส ผมลองเอา 13x8 จะได้เท่ากับ 104 watt ห่ะ แล้วไอ 140 watt ของโผ้มมันหายไปไหนอ่ะ แงๆๆๆๆ ความจริงก็ต้องเป็นความจริง ถ้าแผงยังรักษาแรงดันได้ 13 volt และกระแสไหล 8 amp ตลอดก็ดี แต่บางทีกระแสก็ตกมา 7.8 บ้าง 7.5 บ้าง แสดงว่ากำลังไฟที่ชาร์จเข้าแบตเปลี่ยนไปตลอดเวลาเชียว ก็คงต้องประมาณเอา ผมก็ประมาณเอาว่าวันนึงคงมีแดดสัก 5 ชม.ที่พอได้กระแสเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชม.แรกอาจจะได้สัก 95 watt ชม.สามชั่วโมงต่อมาคงได้สัก 100 วัตต์ต่อชั่วโมง อีก ชม.หลังก็คงได้อีกสัก 95 watt คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก็คงรวมๆกัน 95+100+100+100+95 ได้ประมาณ 490 วัตต์ทั้งวันล่ะนะ อย่าเผลอคิดเอาเองว่าแผง 140 watt มีแดด 5 ชม. ได้กำลังไฟฟ้าทั้งวัน 700 watt นะครับ ไม่มีใครหลอกใคร มีแต่เรานี่แหล่ะ หลอกตัวเอง ต้องทำจริงวัดจริง ถึงจะรู้คร้าบบบ

คำนวณคร่าวๆเพื่อหาว่า พลังงานที่เราทำได้ต่อวันเป็นเท่าไหร่ จากนั้น ต่อไปก็คือ เราจะมาหาตัวเก็บพลังงานและตัวใช้พลังงานกันต่อครับ มาว่าด้วยคราวที่แล้ว เราผลิตไฟฟ้าได้กำลังไฟฟ้าต่อวันคือ 490 วัตต์ต่อวันนะครับ ดังนั้นตัวเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ ก็ไม่น่าต้องคิดมาก มันก็ต้องเก็บได้ไม่น้อยกว่า 490 วัตต์ต่อวันน่ะซี้ถามมาได้ แต่โลกนี้มันไม่ง่ายครับ ตอนนี้เราทราบกันแล้วว่ากำลังไฟได้มาจาก V*I หรือแรงดันโวลท์ คูณกับกระแส แอมป์ ตอนนี้รีบเดินไปหาแบตครับ ที่ตัวแบตจะมีเลขทั้งสองตัวนี้ระบุไว้ คือแรงดัน 12 โวลท์ ส่วนกระแส ดูตัวที่มันบอก Ah หรือแอมป์อาวน์ครับ Ah จริงๆมันคือกระแสต่อชั่วโมง ถ้าแบตระบุว่า 100Ah มันหมายถึงว่า แบตลูกนี้จ่ายกระแส 100 Amp ที่แรงดัน 12 โวลท์ ได้นานถึง 1 ชั่วโมงต่อเนื่องครับ ซึ่งตามสภาพความเป็นจริงมันทำไม่ได้หรอก เพียงแต่ความหมายจริงๆคือ มันสามารถจ่ายกระแสต่อเนื่องได้นานกว่าแบตที่มีพิกัด Ah ต่ำกว่าครับ ดังนั้นการหากำลังไฟของแบตก็คือ นำแรงดัน 12 คูณกับกระแส 100 จะได้กำลังเท่ากับ 1200 W โอ้ว กำลังไฟเราผลิตได้แค่วันละ 490 วัตต์แต่แบตเรามีกำลังตั้ง 1,200 วัตต์ ลูกเดียวก็พอแล่ะ สบายชิวๆ แต่ๆๆๆ แบตที่เรานำมาใช้ถ้าไม่ใช่เป็นแบตสำหรับโซล่าร์เซลที่เรียกกันว่าดีฟไซเคิล เราไม่สามารถใช้ตัวเลขนี้ได้ครับ หรือเป็นดีฟไซเคิลเองก็ใช้ตัวเลขนี้ไม่ได้เหมือนกัน อ่ะ มาจากไหนตอนแรกไม่เห็นบอก จะว่าไปแบตที่เรารู้จักก็มีแบตเปียก , แบตแห้ง แต่เจ้าดีฟไซเคิลนี่คืออะไร เดี๋ยวมาว่ากันต่อ เริ่มกันที่แบตเปียกและแบตแห้งกันก่อน อัตราการจ่ายและเก็บใหม่ของมัน มันให้แค่ประมาณ 20-30% เท่านั้นครับ ฟังไม่ผิดครับ เท่านี้จริงๆ แต่ถ้าเป็น ดีฟไซเคิลมันจ่ายออกให้เราได้ถึง 80% ครับ ความแตกต่างมันมากขนาดไหน มาดูกันต่อ ตอนแรกเราคำนวณตัวเก็บพลังงานเราได้ 1,200 วัตต์นะครับ ถ้าใช้แบตเปียกหรือแห้งเราสามารถดึงและชาร์จใหม่ได้ในพิกัดที่ 1,200 *20% ถึง 1,200*30% = 240 - 360 watt ครับ พอมั้ยครับทีนี้กับการผลิตไฟของเราที่ 490 วัตต์ต่อวัน จะเห็นแล้วว่ามันไม่พอครับ... แต่ถ้าเป็นดีฟไซเคิลที่พิกัดแบตเท่ากันคือ 12 โวลท์ 100 Ah จะได้เท่ากับ 1,200*80% = 980 watt ครับ ถ้าจะถามต่อว่าทำไมแบตเปียกและแห้งจ่ายไฟน้อย ก็เป็นเพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้เราเก็บพลังงานแล้วนำไปใช้จากโซล่าเซลล์ครับ แต่เป็นเพราะมันหาง่าย เราเอามาทำสาวได้ ราคามือสองย่อมเยาว์ดังนั้น่ไม่แปลกครับ ที่เราจะได้ผลตอบแทนจากมันน้อยกว่า (ถ้าคำนวณเทียบราคาแล้วดีฟไซเคิลเหมาะกว่าครับ) สรุปว่าถ้าเราจะใช้แบตเก็บพลังงานเราก็ควรจะหาแบต 100 Ah นี้จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ลูกครับ ซึ่งรวมแล้วจะเก็บพลังงานได้ 480-720 วัตต์ต่อวัน ทีนี้คาดว่าทุกท่านน่าจะพอหาพิกัดแบตที่เหมาะสมให้กับไฟฟ้าที่เราผลิตได้ต่อวันแล้วนะครับ ต่อไปจะมาว่ากันต่อเรื่องโหลดซึ่งจะมีผลกระทบต่อแบตนะเช่นกันครับ

     เรื่อง แบตเตอร์รี่ ถ้าเป็นแบตที่มีมาตรฐานและอยู่ในสภาพดี ค่า Spec ที่ระบุไว้ค่อนข้างเชื่อถือได้และใกล้เคียงครับ ผิดพลาดก็ไม่มาก เช่นที่บอกว่า 1Ah ถ้าประจุเต็ม และจ่ายกระแสให้โหลดที่กินกระแส 1Amp จริงก็จะใช้ได้ประมาณร่วมๆชั่วโมง แต่ถ้าโหลดกินกระแสน้อยลง เช่น 500mA ก็จะใช้งานได้นานขึ้น แต่ถ้าแบตเริ่มเสื่อมสภาพ และเก็บประจุไม่อยู่ หรือ ค่า spec ที่ระบุไม่ได้มาตรฐานค่าการใช้งานก็จะผิดเพี้ยนไปมากครับ ส่วนสาเหตุหลักๆที่ทำให้แบตเสื่อมสภาพเร็ว นอกเหนือกจากการดูแลรักษาตามปรกติแล้ว ที่เห็นบ่อยๆก็มาจากการช๊าตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการควบคุมการช๊าต อัดไฟได้เป็นอัดบางแห่งเล่นกันจนน้ำกลั่นเดือด เอาเร็วเข้าว่า พอเต็มแล้วก็ไม่ตัดไฟช๊าตอีก แบบนี้ก็เสื่อมเร็ว และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบแรงดัน คือปล่อยจนกระแสและแรงดันหมดต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งถ้าเป็นระบบที่ได้มาตรฐานจะมีวงจรตรวจสอบพิกัดแรงดันของแบตเตอร์รี่ด้วย เมื่อจ่ายกระแสจนใกล้หมดจนแรงดันเริ่มตกถึงค่าวิกฤติวงจรจะตัดไฟ เืพื่อให้เหลือแรงดันและประจุค้างไว้ในแบตเตอร์รี่ด้วย เช่นถ้าเป็นแบตเตอร์รี่ 12V ก็ไม่ควรปล่อยให้จ่ายไฟจนแรงดันต่ำกว่า 9.6V ถ้าต่ำกว่านี้หรือปล่อยให้หมดไปเลย จะทำให้แบตเสืิ่อมช๊าตไม่เข้า โดยเฉพาะแบตแห้งต้องระวังจุดนี้มากๆ

        การใช้พลังงานครับ คิดเอาง่ายๆ เราเก็บได้แค่ไหน เราก็ใช้ได้เท่านั้น ง่ายดีมั้ยครับ เราจะมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการเก็บและการใช้ให้สมดุลกัน ในการใช้เราก็ต้องคำนวณโหลดครับ โดยโหลดของเราก็เป็นตัวที่กินพลังงานไฟฟ้าอาจจะเป็นไฟตรงเลย เช่นพวกหลอดไฟ LED, ปั๊มน้ำ DC หรือโหลดที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับเหมือนไฟบ้านคือหลอดไฟทั่วไป หลอดตะเกียบ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ช่วยแปลงจากไฟตรงเป็นไฟสลับ เราเรียกเค้าว่าอินเวอร์เตอร์ครับ ในส่วนนี้ผมจะยังไม่พูดถึง HVDC ซึ่งเป็นการนำระบบไฟตรง 100-240VDC เข้ามาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้โดยตรงนะครับ เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน เอาแบบง่ายๆก่อน ทีนี้การหา LED หาปั๊มน้ำ DC บางพื้นที่หาง่าย หายาก ลำบากแตกต่างกันครับ ราคาบางแห่งก็ถูกแพงแตกต่างกัน แต่บางทีก็หาอินเวอร์เตอร์ดีๆ บางทีชำรุดก็หาซ่อมลำบาก แตกต่างกัน คงต้องเลือกครับ แยกเป็นข้อดีข้อด้อยแต่ละอย่าง ถ้าคุณเลือกใช้ไฟ DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด DC โดยตรง ข้อดีคือ การสูญเสียพลังงานน้อย ใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ข้อด้อย คุณต้องไปหาโหลด DC พวกหลอด พวกปั๊มน้ำ ถ้าจะใช้พวกโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์คุณต้องต่อระบบไฟ DC ให้เป็น HVDC เดี๋ยวว่างๆจะมาโม้ให้ฟัง แต่ถ้าคุณเลือกใช้ไฟฟ้า DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด AC ในบ้าน ข้อดีคือ โหลดพวกนี้คุณมีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องหามาใหม่ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ข้อด้อย คุณต้องหาซื้ออินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้า, คุณต้องต่อระบบสายไฟฟ้าใหม่ย้ายโหลดไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าพื้นฐานที่รับจากการไฟฟ้ามาต่อพ่วงออกจากอินเวอร์เตอร์แทนในจุดที่ต้องการ, เมื่อต้องการใช้กับพิกัดโหลดเยอะอย่าง โทรทัศน์ ตู้เย็น คุณต้องมีอินเวอร์เตอร์ที่รองรับพิกัดกำลังไฟขนาดตามพิกัดโหลด ..... แค่เลือกก็จะเลือกไม่ถูกแล้วเยอะจริง 555 แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องเลือกครับ สำหรับผมเองขอเลือกแบบใช้อินเวอร์เตอร์ต่อเข้าโหลด AC คงไม่มีเหตุผลมากเพียงเพราะว่าผมมีอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว 1 ตัว จากการซื้อกังหันลมผลิตไฟฟ้ามาทดลองติดตั้งที่บ้าน แต่พลังงานที่ได้จากกังหันลมน้อยมั่กๆ จากคราวที่แล้วแบตเราเก็บพลังงานได้อยู่ที่ 480 - 720 วัตต์ต่อวัน เราจะใช้เลขนี้เลยได้มั้ย คำตอบคือได้ถ้าเราใช้โหลด DC แต่คำตอบจะเปลี่ยนเป็นไม่ได้ถ้าเราใช้โหลด AC เพราะอย่าลืมอินเวอร์เตอร์ ตัวที่เราใช้เค้ามาแปลงไฟให้เค้าเก็บหัวคิวครับ ค่าหัวคิวก็ประมาณ 30% ดังนั้นเอาเข้าจริงไฟที่ใช้ได้คือ 480*30% ถึง 720*30% = 144 - 216 watt (น้อยจัง) ดังนั้นโหลดที่เราสามารถใช้ได้ก็คือตัวเลขนี้แหล่ะครับ ถ้าคุณจะใช้แสงสว่างอย่างเดียวด้วยหลอดตะเกียบ 11 watt เปิดใช้ ตลอดคืนที่ 10 ชม. วิธีคำนวณว่าคุณจะใช้หลอดได้กี่หลอดคือ เอาวัตต์ที่ใช้ได้หารด้วยวัตต์ที่เป็นโหลด 144/(11*10) ถึง 216/(11*10) = 1.3 - 1.9 ประมาณ 2 หลอดครับ.... ถ้าค่าหัวคิวน้อยก็จะสามารถใช้ได้เยอะกว่านี้ครับ มาถึงจุดนี้ท้อยังครับ ลงทุนมากมาย ใช้หลอดไฟได้ 2 หลอด 11 วัตต์แต่อย่าลืมเวลาครับ เราเปิดตลอดคืนที่ 10 ชม. คำนวณแล้วจะเห็นข้อด้อยของการใช้อินเวอร์เตอร์เลยทีเดียว ทีนี้ถ้าเปิดกระปริบกระปรอย เราก็ต้องคำนวณให้มันได้ประมาณ 144-216 วัตต์นี้ล่ะครับ ถึงจะเรียกว่าสมดุล จะเห็นว่าผมไม่ได้พูดถึงการใช้คอนโทรลชาร์จเนื่องจาก ถ้ามันมีความสมดุลในการผลิต การเก็บและการใช้โหลด คอนโทรลชาร์จไม่จำเป็นครับ แต่การผลิตเราควบคุมได้ยาก (จากปริมาณแสงและวัตต์ที่จะทำได้) การเก็บพลังงานเรายึดแค่ว่าเก็บได้ในหนึ่งวัน การใช้โหลดถ้าไม่นิ่งไม่มีการใช้โหลด วันต่อมาแดดดีก็จะทำให้แบตเสื่อมเร็ว จากข้อมูลที่ศึกษาจากอาจารย์นันท์ ขนาดพิกัดแบตจึงควรใหญ่กว่าพิกัดที่เราผลิต 5 เท่าครับ อันนี้จะแก้ปัญหาได้ครับ

ที่มา:http://www.facebook.com


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: ฟาร์มเห็ดบ้านสวน ที่ กันยายน 18, 2012, 08:31:21 AM
รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อถ้าใช้แบต 100 A  เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ

ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.
ถ้าใช้แบต 100Amp(ของใหม่ๆ) แบบตะกั่วกรดที่ใช้ในรถทั่วไป ต้องคาดถึงประสิทธิภาพการจ่ายกระแสได้แค่ ไม่เกิน 70%ของความจุ คิดเป็นกำลังวัตต์ = 12 x 70= 840W (แต่บางแหล่งข้อมูลบอกว่าคิดได้แค่ 35% ความจุเท่านั้น = 420W)
ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W ตัวอินเวอร์เตอร์เองก็กินไฟขณะทำงาน อย่างน้อยสุดก็ 400-500mA(DC)
=  Inverter 500 W กินไฟอย่างน้อย 6W ไปฟรีๆ ในขณะต่อ Inverter กับแบตฯ ถ้าต่ออุปกรณ์ใช้งานพ่วงจะกินไฟเพิ่มอีกมาก

ถ้าใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 220 V. 3หลอด รวมแล้ว = 42W

ดังนั้น เอาวัตต์รวมของหลอดไฟ 3หลอด รวมกับ 6W ของอินเวอร์ = 42W+ 6W = 48W  แล้วนำไป หาร กำลังวัตต์จากแบตฯ
=  840 หารด้วย 48 = 17.5ชั่วโมง  (หากคิดที่ 35% ความจุแบตฯ = 420W จะได้ชั่วโมงการทำงานแค่ 8ชั่วโมง)


เมื่อคืนลองใช้จริงแล้ว เปิดได้แค่ 2 ชม.เอง ดับซะแล้ว อย่างนี้ต้องกลับมาใช้ LED 5 W 3 หลอด ตามที่วางไว้ทีแรกดีกว่า
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กันยายน 18, 2012, 08:12:15 PM
รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อถ้าใช้แบต 100 A  เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ

คัดลอกมาให้อ่าน เป็นความรู้ที่ผู้ใช้โซล่าเซลล์ ต้องรู้


  การใช้งานโซล่าเซลล์ ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องมีความรู้ทางไฟฟ้าไว้บ้าง เพราะถ้าไม่มีความรู้เลย สนใจเพียงแต่ซื้อชุดสำเร็จมาใช้ เมื่อใช้ไปซักระยะแล้วเกิดปัญหา คงต้องเสียเงินเรียกช่างมาดูให้ แบบนี้คงไม่อยู่ในแนวทางแบบพอเพียงแน่ๆ เพราะเราไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ การที่เรามีความรู้ไว้บ้างยังทำให้เราสามารถ ประยุกต์ แบบการใช้งานให้เหมาะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด หากแต่ความรู้ที่ผมพูดถึงไม่ใช่แค่เพียง เรื่องของ แผงโซล่าฯ คอนโทลชาร์จ แบตฯ อินเวอร์เตอร์ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การต่อทั้งระบบ ยังต้องรู้ถึง เครื่องมือวัดต่างๆ วิธีวัดที่ถูกต้อง สุดท้ายทุกคนที่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือ จึงพยายามหาที่ฝึกอบรม เพื่อเรียนรู้จากของจริง แต่จริงๆแล้ว เครื่องมือวัดที่ใช้วัดในงานโซล่าเซลล์ ขั้นทดลองพื้นฐานก็ใช้เพียงชิ้นเดียว คือ มัลติมิเตอร์ ราคาไม่เกิน 300 บาท ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็แทบจะไม่ต้องสอนกันแล้วเพราะทุกคนก็รู้วิธีการใช้งานอยู่แล้ว

มีหลายๆเคล็ดลับจาก คลิปวีดีโอที่ทางอาจารย์นันท์ทำการสอนติดตั้งและซ่อมโซล่าร์เซลล์
1. ควรตั้งแผงเฉียงทางไหนดี ?
คำตอบคือ แกนโลกเราเอียงซึ่งเป็นที่รู้กันและนั่นทำให้ประเทศไทยเราอยู่ในระดับแนวเหนือศูนย์สูตร ดังนั้นเราจึงต้องหันแผงไปทางทิศใต้ครับ ทีนี้เราจะหันไปกี่องศายังไงกันดี ? คำตอบก็คือ ถ้ามี GPS ก็สามารถรู้ว่าเราอยู่ละติจูดที่เท่าไหร่ ก็ตั้งองศาตามนั้นเลยครับ คนขายก็มักจะบอกกันว่าตั้งเฉียง 15 องศา แต่คำตอบนี้เฉพาะแถวเขตกรุงเทพครับ ถ้าท่านตอบคำถามได้ว่าระหว่างภาคใต้และภาคเหนือ แผงไหนควรตั้งมุมมากกว่ากันครับ ลองคิดดู หลักสุดท้ายประเด็นสำคัญของการตั้งแผงที่อาจารย์สอนคือ โซล่าร์จะทำงานได้ดีเมื่อแผงตั้งฉากกับแสงครับ (เส้นละติจูดที่พาดเป็นวงกลมจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ส่วนเส้นลองติจูดพาดจากขั้วโลกเหนือมาขั้วโลกใต้)
  2. การคำนวณกำลังไฟฟ้าที่ทำได้ กำลังไฟฟ้าที่ต้องเก็บ กำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้
บางคนก็ชอบที่จะคำนวณโหลดหากำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้ เพื่อย้อนมาดูว่าต้องเก็บพลังงานเท่าไหร่และต้องผลิตไฟฟ้าให้ได้จากแผงเท่าไหร่ แต่บางคนก็ชอบที่จะซื้อแผงมาทดลองก่อนแล้วก็คำนวณว่าแผงนั้นผลิตไฟได้เท่าไหร่ ต้องเก็บกำลังไฟอย่างไรและจะใช้โหลดได้ประมาณไหน ผมเป็นพวกหลัง ผมคิดว่ามันเหมาะกว่าในแง่ที่ว่า เราควรจะใช้เท่าที่เราจะผลิตได้ตามกำลังทรัพย์เรา ณ. ขณะนั้น
ผมซื้อแผงขนาด 140 watt มาวางบนหลังคาจำนวน 1 แผง แน่นอนมันบอกชัดว่ามันให้กำลังไฟฟ้า 140 watt และตัวแผงจะมีแรงดันสูงสุดและกระแสสูงสุดที่จะทำให้ได้กำลังสูงสุด ซึ่งตามเสปคมันบอกว่าแรงดัน 18.4 volt และกระแส 7.61 Amp (ดูบนเนมเพลทบนแผ่นซึ่งจะบอกเสปคครับ)ให้ดิ้นตาย พอเอาแรงดันและกระแสคูณกันเพื่อให้ได้กำลังวัตต์ (P=V*I) มันได้ 140 watt พอดิบพอดี เราแค่หาแบต 18.4 โวลท์แล้วให้กระแสไหลเข้าแบต 7.61 แอมป์ เราก็จะได้กำลังไฟ 140 watt แล้วเย้ๆๆๆ อ่ะให้ตายสิ แบต 18.4 โวลท์จะหาจากไหนดีหว่า ผมเดินเข้าไปถามหลายร้าน หาจากเน็ต หาจากนิตยสาร FHM ไม่มีที่ไหนให้คำตอบได้เลย โอ้ว สุดท้ายก็ต้องจบที่แบต 12 volt ที่มีขายกันทั่วไป จากนั้นก็ลองวัดกระแสที่ไหลเข้าแบตขณะชาร์จ โดยวันที่มีแดดจัดและช่วงเวลาแดดดี ผมวัดกระแสได้ 8 amp. จากนั้นผมวัดแรงดันที่ขั้วแบตขณะชาร์จมันวัดได้ประมาณ 13 โวลท์ ดังนั้นเมื่อกำลังไฟฟ้าเท่ากับแรงดันคูณกระแส ผมลองเอา 13x8 จะได้เท่ากับ 104 watt ห่ะ แล้วไอ 140 watt ของโผ้มมันหายไปไหนอ่ะ แงๆๆๆๆ ความจริงก็ต้องเป็นความจริง ถ้าแผงยังรักษาแรงดันได้ 13 volt และกระแสไหล 8 amp ตลอดก็ดี แต่บางทีกระแสก็ตกมา 7.8 บ้าง 7.5 บ้าง แสดงว่ากำลังไฟที่ชาร์จเข้าแบตเปลี่ยนไปตลอดเวลาเชียว ก็คงต้องประมาณเอา ผมก็ประมาณเอาว่าวันนึงคงมีแดดสัก 5 ชม.ที่พอได้กระแสเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชม.แรกอาจจะได้สัก 95 watt ชม.สามชั่วโมงต่อมาคงได้สัก 100 วัตต์ต่อชั่วโมง อีก ชม.หลังก็คงได้อีกสัก 95 watt คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก็คงรวมๆกัน 95+100+100+100+95 ได้ประมาณ 490 วัตต์ทั้งวันล่ะนะ อย่าเผลอคิดเอาเองว่าแผง 140 watt มีแดด 5 ชม. ได้กำลังไฟฟ้าทั้งวัน 700 watt นะครับ ไม่มีใครหลอกใคร มีแต่เรานี่แหล่ะ หลอกตัวเอง ต้องทำจริงวัดจริง ถึงจะรู้คร้าบบบ

คำนวณคร่าวๆเพื่อหาว่า พลังงานที่เราทำได้ต่อวันเป็นเท่าไหร่ จากนั้น ต่อไปก็คือ เราจะมาหาตัวเก็บพลังงานและตัวใช้พลังงานกันต่อครับ มาว่าด้วยคราวที่แล้ว เราผลิตไฟฟ้าได้กำลังไฟฟ้าต่อวันคือ 490 วัตต์ต่อวันนะครับ ดังนั้นตัวเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ ก็ไม่น่าต้องคิดมาก มันก็ต้องเก็บได้ไม่น้อยกว่า 490 วัตต์ต่อวันน่ะซี้ถามมาได้ แต่โลกนี้มันไม่ง่ายครับ ตอนนี้เราทราบกันแล้วว่ากำลังไฟได้มาจาก V*I หรือแรงดันโวลท์ คูณกับกระแส แอมป์ ตอนนี้รีบเดินไปหาแบตครับ ที่ตัวแบตจะมีเลขทั้งสองตัวนี้ระบุไว้ คือแรงดัน 12 โวลท์ ส่วนกระแส ดูตัวที่มันบอก Ah หรือแอมป์อาวน์ครับ Ah จริงๆมันคือกระแสต่อชั่วโมง ถ้าแบตระบุว่า 100Ah มันหมายถึงว่า แบตลูกนี้จ่ายกระแส 100 Amp ที่แรงดัน 12 โวลท์ ได้นานถึง 1 ชั่วโมงต่อเนื่องครับ ซึ่งตามสภาพความเป็นจริงมันทำไม่ได้หรอก เพียงแต่ความหมายจริงๆคือ มันสามารถจ่ายกระแสต่อเนื่องได้นานกว่าแบตที่มีพิกัด Ah ต่ำกว่าครับ ดังนั้นการหากำลังไฟของแบตก็คือ นำแรงดัน 12 คูณกับกระแส 100 จะได้กำลังเท่ากับ 1200 W โอ้ว กำลังไฟเราผลิตได้แค่วันละ 490 วัตต์แต่แบตเรามีกำลังตั้ง 1,200 วัตต์ ลูกเดียวก็พอแล่ะ สบายชิวๆ แต่ๆๆๆ แบตที่เรานำมาใช้ถ้าไม่ใช่เป็นแบตสำหรับโซล่าร์เซลที่เรียกกันว่าดีฟไซเคิล เราไม่สามารถใช้ตัวเลขนี้ได้ครับ หรือเป็นดีฟไซเคิลเองก็ใช้ตัวเลขนี้ไม่ได้เหมือนกัน อ่ะ มาจากไหนตอนแรกไม่เห็นบอก จะว่าไปแบตที่เรารู้จักก็มีแบตเปียก , แบตแห้ง แต่เจ้าดีฟไซเคิลนี่คืออะไร เดี๋ยวมาว่ากันต่อ เริ่มกันที่แบตเปียกและแบตแห้งกันก่อน อัตราการจ่ายและเก็บใหม่ของมัน มันให้แค่ประมาณ 20-30% เท่านั้นครับ ฟังไม่ผิดครับ เท่านี้จริงๆ แต่ถ้าเป็น ดีฟไซเคิลมันจ่ายออกให้เราได้ถึง 80% ครับ ความแตกต่างมันมากขนาดไหน มาดูกันต่อ ตอนแรกเราคำนวณตัวเก็บพลังงานเราได้ 1,200 วัตต์นะครับ ถ้าใช้แบตเปียกหรือแห้งเราสามารถดึงและชาร์จใหม่ได้ในพิกัดที่ 1,200 *20% ถึง 1,200*30% = 240 - 360 watt ครับ พอมั้ยครับทีนี้กับการผลิตไฟของเราที่ 490 วัตต์ต่อวัน จะเห็นแล้วว่ามันไม่พอครับ... แต่ถ้าเป็นดีฟไซเคิลที่พิกัดแบตเท่ากันคือ 12 โวลท์ 100 Ah จะได้เท่ากับ 1,200*80% = 980 watt ครับ ถ้าจะถามต่อว่าทำไมแบตเปียกและแห้งจ่ายไฟน้อย ก็เป็นเพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้เราเก็บพลังงานแล้วนำไปใช้จากโซล่าเซลล์ครับ แต่เป็นเพราะมันหาง่าย เราเอามาทำสาวได้ ราคามือสองย่อมเยาว์ดังนั้น่ไม่แปลกครับ ที่เราจะได้ผลตอบแทนจากมันน้อยกว่า (ถ้าคำนวณเทียบราคาแล้วดีฟไซเคิลเหมาะกว่าครับ) สรุปว่าถ้าเราจะใช้แบตเก็บพลังงานเราก็ควรจะหาแบต 100 Ah นี้จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ลูกครับ ซึ่งรวมแล้วจะเก็บพลังงานได้ 480-720 วัตต์ต่อวัน ทีนี้คาดว่าทุกท่านน่าจะพอหาพิกัดแบตที่เหมาะสมให้กับไฟฟ้าที่เราผลิตได้ต่อวันแล้วนะครับ ต่อไปจะมาว่ากันต่อเรื่องโหลดซึ่งจะมีผลกระทบต่อแบตนะเช่นกันครับ

     เรื่อง แบตเตอร์รี่ ถ้าเป็นแบตที่มีมาตรฐานและอยู่ในสภาพดี ค่า Spec ที่ระบุไว้ค่อนข้างเชื่อถือได้และใกล้เคียงครับ ผิดพลาดก็ไม่มาก เช่นที่บอกว่า 1Ah ถ้าประจุเต็ม และจ่ายกระแสให้โหลดที่กินกระแส 1Amp จริงก็จะใช้ได้ประมาณร่วมๆชั่วโมง แต่ถ้าโหลดกินกระแสน้อยลง เช่น 500mA ก็จะใช้งานได้นานขึ้น แต่ถ้าแบตเริ่มเสื่อมสภาพ และเก็บประจุไม่อยู่ หรือ ค่า spec ที่ระบุไม่ได้มาตรฐานค่าการใช้งานก็จะผิดเพี้ยนไปมากครับ ส่วนสาเหตุหลักๆที่ทำให้แบตเสื่อมสภาพเร็ว นอกเหนือกจากการดูแลรักษาตามปรกติแล้ว ที่เห็นบ่อยๆก็มาจากการช๊าตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการควบคุมการช๊าต อัดไฟได้เป็นอัดบางแห่งเล่นกันจนน้ำกลั่นเดือด เอาเร็วเข้าว่า พอเต็มแล้วก็ไม่ตัดไฟช๊าตอีก แบบนี้ก็เสื่อมเร็ว และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบแรงดัน คือปล่อยจนกระแสและแรงดันหมดต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งถ้าเป็นระบบที่ได้มาตรฐานจะมีวงจรตรวจสอบพิกัดแรงดันของแบตเตอร์รี่ด้วย เมื่อจ่ายกระแสจนใกล้หมดจนแรงดันเริ่มตกถึงค่าวิกฤติวงจรจะตัดไฟ เืพื่อให้เหลือแรงดันและประจุค้างไว้ในแบตเตอร์รี่ด้วย เช่นถ้าเป็นแบตเตอร์รี่ 12V ก็ไม่ควรปล่อยให้จ่ายไฟจนแรงดันต่ำกว่า 9.6V ถ้าต่ำกว่านี้หรือปล่อยให้หมดไปเลย จะทำให้แบตเสืิ่อมช๊าตไม่เข้า โดยเฉพาะแบตแห้งต้องระวังจุดนี้มากๆ

        การใช้พลังงานครับ คิดเอาง่ายๆ เราเก็บได้แค่ไหน เราก็ใช้ได้เท่านั้น ง่ายดีมั้ยครับ เราจะมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการเก็บและการใช้ให้สมดุลกัน ในการใช้เราก็ต้องคำนวณโหลดครับ โดยโหลดของเราก็เป็นตัวที่กินพลังงานไฟฟ้าอาจจะเป็นไฟตรงเลย เช่นพวกหลอดไฟ LED, ปั๊มน้ำ DC หรือโหลดที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับเหมือนไฟบ้านคือหลอดไฟทั่วไป หลอดตะเกียบ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ช่วยแปลงจากไฟตรงเป็นไฟสลับ เราเรียกเค้าว่าอินเวอร์เตอร์ครับ ในส่วนนี้ผมจะยังไม่พูดถึง HVDC ซึ่งเป็นการนำระบบไฟตรง 100-240VDC เข้ามาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้โดยตรงนะครับ เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน เอาแบบง่ายๆก่อน ทีนี้การหา LED หาปั๊มน้ำ DC บางพื้นที่หาง่าย หายาก ลำบากแตกต่างกันครับ ราคาบางแห่งก็ถูกแพงแตกต่างกัน แต่บางทีก็หาอินเวอร์เตอร์ดีๆ บางทีชำรุดก็หาซ่อมลำบาก แตกต่างกัน คงต้องเลือกครับ แยกเป็นข้อดีข้อด้อยแต่ละอย่าง ถ้าคุณเลือกใช้ไฟ DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด DC โดยตรง ข้อดีคือ การสูญเสียพลังงานน้อย ใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ข้อด้อย คุณต้องไปหาโหลด DC พวกหลอด พวกปั๊มน้ำ ถ้าจะใช้พวกโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์คุณต้องต่อระบบไฟ DC ให้เป็น HVDC เดี๋ยวว่างๆจะมาโม้ให้ฟัง แต่ถ้าคุณเลือกใช้ไฟฟ้า DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด AC ในบ้าน ข้อดีคือ โหลดพวกนี้คุณมีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องหามาใหม่ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ข้อด้อย คุณต้องหาซื้ออินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้า, คุณต้องต่อระบบสายไฟฟ้าใหม่ย้ายโหลดไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าพื้นฐานที่รับจากการไฟฟ้ามาต่อพ่วงออกจากอินเวอร์เตอร์แทนในจุดที่ต้องการ, เมื่อต้องการใช้กับพิกัดโหลดเยอะอย่าง โทรทัศน์ ตู้เย็น คุณต้องมีอินเวอร์เตอร์ที่รองรับพิกัดกำลังไฟขนาดตามพิกัดโหลด ..... แค่เลือกก็จะเลือกไม่ถูกแล้วเยอะจริง 555 แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องเลือกครับ สำหรับผมเองขอเลือกแบบใช้อินเวอร์เตอร์ต่อเข้าโหลด AC คงไม่มีเหตุผลมากเพียงเพราะว่าผมมีอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว 1 ตัว จากการซื้อกังหันลมผลิตไฟฟ้ามาทดลองติดตั้งที่บ้าน แต่พลังงานที่ได้จากกังหันลมน้อยมั่กๆ จากคราวที่แล้วแบตเราเก็บพลังงานได้อยู่ที่ 480 - 720 วัตต์ต่อวัน เราจะใช้เลขนี้เลยได้มั้ย คำตอบคือได้ถ้าเราใช้โหลด DC แต่คำตอบจะเปลี่ยนเป็นไม่ได้ถ้าเราใช้โหลด AC เพราะอย่าลืมอินเวอร์เตอร์ ตัวที่เราใช้เค้ามาแปลงไฟให้เค้าเก็บหัวคิวครับ ค่าหัวคิวก็ประมาณ 30% ดังนั้นเอาเข้าจริงไฟที่ใช้ได้คือ 480*30% ถึง 720*30% = 144 - 216 watt (น้อยจัง) ดังนั้นโหลดที่เราสามารถใช้ได้ก็คือตัวเลขนี้แหล่ะครับ ถ้าคุณจะใช้แสงสว่างอย่างเดียวด้วยหลอดตะเกียบ 11 watt เปิดใช้ ตลอดคืนที่ 10 ชม. วิธีคำนวณว่าคุณจะใช้หลอดได้กี่หลอดคือ เอาวัตต์ที่ใช้ได้หารด้วยวัตต์ที่เป็นโหลด 144/(11*10) ถึง 216/(11*10) = 1.3 - 1.9 ประมาณ 2 หลอดครับ.... ถ้าค่าหัวคิวน้อยก็จะสามารถใช้ได้เยอะกว่านี้ครับ มาถึงจุดนี้ท้อยังครับ ลงทุนมากมาย ใช้หลอดไฟได้ 2 หลอด 11 วัตต์แต่อย่าลืมเวลาครับ เราเปิดตลอดคืนที่ 10 ชม. คำนวณแล้วจะเห็นข้อด้อยของการใช้อินเวอร์เตอร์เลยทีเดียว ทีนี้ถ้าเปิดกระปริบกระปรอย เราก็ต้องคำนวณให้มันได้ประมาณ 144-216 วัตต์นี้ล่ะครับ ถึงจะเรียกว่าสมดุล จะเห็นว่าผมไม่ได้พูดถึงการใช้คอนโทรลชาร์จเนื่องจาก ถ้ามันมีความสมดุลในการผลิต การเก็บและการใช้โหลด คอนโทรลชาร์จไม่จำเป็นครับ แต่การผลิตเราควบคุมได้ยาก (จากปริมาณแสงและวัตต์ที่จะทำได้) การเก็บพลังงานเรายึดแค่ว่าเก็บได้ในหนึ่งวัน การใช้โหลดถ้าไม่นิ่งไม่มีการใช้โหลด วันต่อมาแดดดีก็จะทำให้แบตเสื่อมเร็ว จากข้อมูลที่ศึกษาจากอาจารย์นันท์ ขนาดพิกัดแบตจึงควรใหญ่กว่าพิกัดที่เราผลิต 5 เท่าครับ อันนี้จะแก้ปัญหาได้ครับ

ที่มา:http://www.facebook.com




เมื่อคืนลองใช้จริงแล้ว เปิดได้แค่ 2 ชม.เอง ดับซะแล้ว อย่างนี้ต้องกลับมาใช้ LED 5 W 3 หลอด ตามที่วางไว้ทีแรกดีกว่า
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

แบตฯใหม่ หรือแบตฯเก่าทำสาวเอา คาดหวังความจุแบตฯได้กี่%


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ ตุลาคม 14, 2012, 05:27:05 PM

ใครมี อุปกรณ์พร้อม ลองทำดูครับ


_-EJhUsxhUs

7PDeK6rprA4

6kgzrXFSDwA&NR

WooCJ3mye54

f0fwjY6_-1M&NR


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ ตุลาคม 16, 2012, 07:10:02 PM
ไม่ได้เกี่ยวกับการเกษตรกรรมแต่อย่างได(ยกเว้นใครจะผลิตไว้ไปยิงหนูนา ยิงปลา  :D
แค่เอามาให้ชม อาวุธปืนไฮเทค ณ ปัจจุนันและอนาคต
http://www.youtube.com/watch?vvP4pL2fZQBo (http://www.youtube.com/watch?v=vP4pL2fZQBo#)
ปืนพลังงานไฟฟ้า หลักการทำงานคล้าย โซลินอย ที่ใช้ล็อคประตูระบบไฟฟ้า
 เพียงแต่ใช้แรงดันไฟฟ้า กระแสและความถี่ที่สูงขึ้น ทำให้เกิดศักยภาพที่ร้ายกาจ

http://www.youtube.com/watch?vSZ7RKMd3l1E (http://www.youtube.com/watch?v=SZ7RKMd3l1E#ws)
http://www.youtube.com/watch?vlIEgg7d8ZsU (http://www.youtube.com/watch?v=lIEgg7d8ZsU#)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ ตุลาคม 30, 2012, 12:29:16 PM
คนเพื่อแผ่นดินกาลักน้ำคุณผ่าเมฆ เติมปุ๋ยระบบปะปา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ (http://www.youtube.com/watch?v=Ig2o5KCAhts#)

แบบสร้างปั๊มน้ำสูบชัก (http://www.youtube.com/watch?v=98T6NaAi1fw#)

ปั๊มน้ำ พลังน้ำ (http://www.youtube.com/watch?v=ieLWOhXBKUY#)

ส่งน้ำขึ้นที่สูงด้วย ตะบันน้ำ (http://www.youtube.com/watch?v=TnoGbI-4pok#)



เร่งประกอบปั้มน้ำอีกตัวเพื่อทดสอบก่อนส่งไปต่างจังหวัด ผลการทดสอบ น่าแปลกใจมาก เมื่อเทียบกับปั้มชุดก่อนหน้านี้
คือ  อัตราการกินกระแสของมอเตอร์ในช่วงสตาร์ท กินน้อยมาก แค่ 3-5A(ตัว 350W เกียร์ทด 400rpm กระแสสตาร์ท 16A) ช่วงเดินฟรีกินไฟแค่ 0.5A-0.7A กินไฟน้อยมากๆอย่างไม่น่าเชื่อ


specification
 แบตฯแบบแห้ง  12V  26A/hr x2 = 24V  26A/hr
ปั้มชักขนาด 1นิ้ว ลูกสูบ 49mm
มอเตอร์ 24V 600W 2500rpm  (ต้นทุนระหว่างประกอบ เพิ่มเนื่องจากต้องกลึงเหล็กแก้ไขแกน มอเตอร์ใหม่)
 มู้เล่ย์ร่องB เส้นรอบวงมูเล่ย์ใหญ่ด้านปั้มชัก 65cm เส้นรอบวงมูเล่ย์ด้านมอเตอร์ 15mm อัตราการทด= 4.33  ใช้สายพานเบอร์ #32
ดังนั้น รอบหมุนที่แกนปั้มจะได้เท่ากับ 577รอบ/นาที(เมื่อใช้งานจริง รอบน่าจะลดลงเนื่องจากภาระโหลด)
เท่าที่ทดสอบเดินเครื่อง เป็นเวลาสั้นๆ ไม่มีปัญหาเรื่องอุณหภูมิเลย มอเตอร์เย็นเหมือนเดิม 



ปั้มชักกับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1 (http://www.youtube.com/watch?v=-juTUEPKlWc#ws)

ทดสอบปั้มชักกับมอเตอร์DC 600W 2500rpm (http://www.youtube.com/watch?v=iLinGxLPJwc#ws)
ทดสอบปั้มชักกับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm กับ12V (http://www.youtube.com/watch?v=XKong4ZIkUs#ws)



(ผลการทดลองสูบน้ำ)
ปั้มชัก1"กับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1(2) (http://www.youtube.com/watch?v=ooLEc-C9Z7Q#)

ปั้มชัก 1"กับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1(1) (http://www.youtube.com/watch?v=jsI08OwklHg#)


ปั้มชักกับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1(2) (http://www.youtube.com/watch?v=Y3IPLCWc-dY#ws)
ผลการทดสอบชั้มชักกับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1

 อัตราการกินกระแสของมอเตอร์ในช่วงสตาร์ท กินไม่น้อย 17-22A
ช่วงปั้มเดินสูบน้ำ ที่ท่อดูดยาว 2เมตร ทางออกปล่อย กินไฟแค่ 6.5A-7A
อัตราการกินกระแสของมอเตอร์ในช่วง ปิดทางน้ำออก 15-17A

specification
แบตฯแบบแห้ง  12V  26A/hr x2 = 24V  26A/hr
ปั้มชักขนาด 1นิ้ว ลูกสูบ 49mm ใช้สายพานเบอร์ #32  มู้เล่ย์ร่องB
มอเตอร์ 24V 600W 2500rpm  (ต้นทุนระหว่างประกอบ เพิ่มเนื่องจากต้องกลึงเหล็กแก้ไขแกน มอเตอร์ใหม่)
 เส้นรอบวงมูเล่ย์ใหญ่ด้านปั้มชัก 65cm เส้นรอบวงมูเล่ย์ด้าน มอเตอร์ 15mm อัตราการทด= 4.33
ดังนั้น รอบหมุนที่แกนปั้มจะได้เท่ากับ 577รอบ/นาที(เมื่อใช้งานจริง รอบน่าจะลดลงเนื่องจากภาระโหลด)
เท่าที่ทดสอบเดินเครื่อง เป็นเวลาสั้นๆ ไม่มีปัญหาเรื่องอุณหภูมิเลย มอเตอร์เย็นเหมือนเดิม

ต้นทุนการค่ารถ TAXI(ไปกลับคลองถม-รังสิต500)+ค่าจัดซื้อจิปาถะระหว่างดำเนินการ(100)+มอเตอร์(ซื้อช่วงค่าเงินบาทตก3500)+ค่ากลึงแกนหรือทำบูทรองแกน(400)+ปั้ม(คุณภาพกลางๆ2200)+สายพาน(40)+ค่าเหล็กทำฐาน(250)+น๊อตยึด(20)+สี(40)+ค่าแรงช่างเชื่อมเหล็ก(100)+แบตฯแห้ง 26Ahr x2(1900) 8600บาท นี่คือราคาต้นทุนจริงๆ
(ต้นทุนเฉพาะประกอบปั้มกับมอเตอร์ ไม่รวมค่าฐาน+TAXI +แบตฯ ทุนเกิน 6500บาทแล้ว)


  งบประมาณนี้ ยังไม่รวมค่าแรง แบก ค่ายก หาม ของตัวเอง+ค่าจัดส่งไปต่างจังหวัด ที่ทำเพราะอยากรู้ และศึกษารายละเอียด เก็บข้อมูล และเพื่อเป็นแนวทางให้คนที่คิดจะทำ จะได้ใช้เป็นแนวทาง  เพราะนึกถึงตัวเองหลายปีก่อน คาดหวังอยากทำอะไรสักอย่างต้องควักกระเป๋าเอง หากตัดสินใจซื้อของมาผิดเป็นเรื่องใหญ่มาก ตอนนี้พอมีแนวร่วม และได้ศึกษา รวบรวมข้อมูลมาบ้าง เก็บข้อมูลไว้ให้ได้ศึกษา เพื่อการพัฒนาต่อๆไป

หากใครอยากประกอบอยากให้เลือกหาปั้มเอง ผมจะทำแกนและหามอเตอร์ให้ได้ จะได้ไม่ผิดใจภายหลัง เช่น เคยมีกรณีประกอบปั้มกับมอเตอร์กำลังมีเพียงพอหมุนปั้มได้ปกติ ให้เพื่อนนำไปใช้งาน แต่พอไปใช้งานจริงในพื้นที่น้ำไม่ขึ้นปั้ม ซึ่งปัจจัยแวดล้อมมีหลายอย่างมากที่เกิดจากความไม่รู้ของผู้ใช้เอง ยกตัวอย่าง  เช่น
1.  ใช้ดูดบาดาล หรือ แหล่งน้ำลึก เกินกว่าระยะดูดที่ปั้มจะทำงานได้
2.  ใช้ส่งน้ำไกลเกิน หรือ ส่งสูง ชัน มากเกินเกณฑ์ที่ปั้มจะมีกำลังดันเอาชนะน้ำหนักของน้ำเพื่อส่งให้ถึงเป้าหมายได้
3.  ที่ด้านดูดมีการรั่วซึมของอากาศ(รั่ว ซึม เล็กน้อยก็ไม่ได้)
4.  ไม่ได้กรอกน้ำเข้าปั้มก่อน
5.  ไม่ได้เติม หรือตรวจเช็คน้ำมันหล่อลื่นปั้ม
ุ6.  ในกรณีดูดลึก และส่งไกลๆ ควรลดขนาดที่ให้เล็กลงเล็กน้อย เพื่อลดภาระน้ำหนักของมวลน้ำในท่อ
7.  วาล์วกันน้ำกลับปลายที่ด้านดูด ควรใช้เป็นแบบลูกบอล์ล ดีกว่าแบบสปริง ไม่ทำให้ปั้มสูญเสียแรงดูด
8.  ใส้ที่ดูด จะใส่ยาวสุดความลึกของบ่อก็ได้ บาดาลจะเจาะลึกเท่าไดก็ตาม แต่ระดับน้ำในบ่อวัดจากตัวปั้มถึงผิวน้ำ จะต้องห่างกันไม่เกินกว่า 10เมตร มากกว่านี้ ต่อให้ลดขนาดท่อดูดก็สูบขึ้นได้ลำบาก
(สูบขึ้นได้ แต่เปลืองพลังงาน ไม่คุ้มปริมาณน้ำที่ได้)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ ธันวาคม 18, 2012, 05:29:05 PM
รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อถ้าใช้แบต 100 A  เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ

คัดลอกมาให้อ่าน เป็นความรู้ที่ผู้ใช้โซล่าเซลล์ ต้องรู้


  การใช้งานโซล่าเซลล์ ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องมีความรู้ทางไฟฟ้าไว้บ้าง เพราะถ้าไม่มีความรู้เลย สนใจเพียงแต่ซื้อชุดสำเร็จมาใช้ เมื่อใช้ไปซักระยะแล้วเกิดปัญหา คงต้องเสียเงินเรียกช่างมาดูให้ แบบนี้คงไม่อยู่ในแนวทางแบบพอเพียงแน่ๆ เพราะเราไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ การที่เรามีความรู้ไว้บ้างยังทำให้เราสามารถ ประยุกต์ แบบการใช้งานให้เหมาะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด หากแต่ความรู้ที่ผมพูดถึงไม่ใช่แค่เพียง เรื่องของ แผงโซล่าฯ คอนโทลชาร์จ แบตฯ อินเวอร์เตอร์ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การต่อทั้งระบบ ยังต้องรู้ถึง เครื่องมือวัดต่างๆ วิธีวัดที่ถูกต้อง สุดท้ายทุกคนที่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือ จึงพยายามหาที่ฝึกอบรม เพื่อเรียนรู้จากของจริง แต่จริงๆแล้ว เครื่องมือวัดที่ใช้วัดในงานโซล่าเซลล์ ขั้นทดลองพื้นฐานก็ใช้เพียงชิ้นเดียว คือ มัลติมิเตอร์ ราคาไม่เกิน 300 บาท ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็แทบจะไม่ต้องสอนกันแล้วเพราะทุกคนก็รู้วิธีการใช้งานอยู่แล้ว

มีหลายๆเคล็ดลับจาก คลิปวีดีโอที่ทางอาจารย์นันท์ทำการสอนติดตั้งและซ่อมโซล่าร์เซลล์
1. ควรตั้งแผงเฉียงทางไหนดี ?
คำตอบคือ แกนโลกเราเอียงซึ่งเป็นที่รู้กันและนั่นทำให้ประเทศไทยเราอยู่ในระดับแนวเหนือศูนย์สูตร ดังนั้นเราจึงต้องหันแผงไปทางทิศใต้ครับ ทีนี้เราจะหันไปกี่องศายังไงกันดี ? คำตอบก็คือ ถ้ามี GPS ก็สามารถรู้ว่าเราอยู่ละติจูดที่เท่าไหร่ ก็ตั้งองศาตามนั้นเลยครับ คนขายก็มักจะบอกกันว่าตั้งเฉียง 15 องศา แต่คำตอบนี้เฉพาะแถวเขตกรุงเทพครับ ถ้าท่านตอบคำถามได้ว่าระหว่างภาคใต้และภาคเหนือ แผงไหนควรตั้งมุมมากกว่ากันครับ ลองคิดดู หลักสุดท้ายประเด็นสำคัญของการตั้งแผงที่อาจารย์สอนคือ โซล่าร์จะทำงานได้ดีเมื่อแผงตั้งฉากกับแสงครับ (เส้นละติจูดที่พาดเป็นวงกลมจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ส่วนเส้นลองติจูดพาดจากขั้วโลกเหนือมาขั้วโลกใต้)
  2. การคำนวณกำลังไฟฟ้าที่ทำได้ กำลังไฟฟ้าที่ต้องเก็บ กำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้
บางคนก็ชอบที่จะคำนวณโหลดหากำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้ เพื่อย้อนมาดูว่าต้องเก็บพลังงานเท่าไหร่และต้องผลิตไฟฟ้าให้ได้จากแผงเท่าไหร่ แต่บางคนก็ชอบที่จะซื้อแผงมาทดลองก่อนแล้วก็คำนวณว่าแผงนั้นผลิตไฟได้เท่าไหร่ ต้องเก็บกำลังไฟอย่างไรและจะใช้โหลดได้ประมาณไหน ผมเป็นพวกหลัง ผมคิดว่ามันเหมาะกว่าในแง่ที่ว่า เราควรจะใช้เท่าที่เราจะผลิตได้ตามกำลังทรัพย์เรา ณ. ขณะนั้น
ผมซื้อแผงขนาด 140 watt มาวางบนหลังคาจำนวน 1 แผง แน่นอนมันบอกชัดว่ามันให้กำลังไฟฟ้า 140 watt และตัวแผงจะมีแรงดันสูงสุดและกระแสสูงสุดที่จะทำให้ได้กำลังสูงสุด ซึ่งตามเสปคมันบอกว่าแรงดัน 18.4 volt และกระแส 7.61 Amp (ดูบนเนมเพลทบนแผ่นซึ่งจะบอกเสปคครับ)ให้ดิ้นตาย พอเอาแรงดันและกระแสคูณกันเพื่อให้ได้กำลังวัตต์ (P=V*I) มันได้ 140 watt พอดิบพอดี เราแค่หาแบต 18.4 โวลท์แล้วให้กระแสไหลเข้าแบต 7.61 แอมป์ เราก็จะได้กำลังไฟ 140 watt แล้วเย้ๆๆๆ อ่ะให้ตายสิ แบต 18.4 โวลท์จะหาจากไหนดีหว่า ผมเดินเข้าไปถามหลายร้าน หาจากเน็ต หาจากนิตยสาร FHM ไม่มีที่ไหนให้คำตอบได้เลย โอ้ว สุดท้ายก็ต้องจบที่แบต 12 volt ที่มีขายกันทั่วไป จากนั้นก็ลองวัดกระแสที่ไหลเข้าแบตขณะชาร์จ โดยวันที่มีแดดจัดและช่วงเวลาแดดดี ผมวัดกระแสได้ 8 amp. จากนั้นผมวัดแรงดันที่ขั้วแบตขณะชาร์จมันวัดได้ประมาณ 13 โวลท์ ดังนั้นเมื่อกำลังไฟฟ้าเท่ากับแรงดันคูณกระแส ผมลองเอา 13x8 จะได้เท่ากับ 104 watt ห่ะ แล้วไอ 140 watt ของโผ้มมันหายไปไหนอ่ะ แงๆๆๆๆ ความจริงก็ต้องเป็นความจริง ถ้าแผงยังรักษาแรงดันได้ 13 volt และกระแสไหล 8 amp ตลอดก็ดี แต่บางทีกระแสก็ตกมา 7.8 บ้าง 7.5 บ้าง แสดงว่ากำลังไฟที่ชาร์จเข้าแบตเปลี่ยนไปตลอดเวลาเชียว ก็คงต้องประมาณเอา ผมก็ประมาณเอาว่าวันนึงคงมีแดดสัก 5 ชม.ที่พอได้กระแสเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชม.แรกอาจจะได้สัก 95 watt ชม.สามชั่วโมงต่อมาคงได้สัก 100 วัตต์ต่อชั่วโมง อีก ชม.หลังก็คงได้อีกสัก 95 watt คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก็คงรวมๆกัน 95+100+100+100+95 ได้ประมาณ 490 วัตต์ทั้งวันล่ะนะ อย่าเผลอคิดเอาเองว่าแผง 140 watt มีแดด 5 ชม. ได้กำลังไฟฟ้าทั้งวัน 700 watt นะครับ ไม่มีใครหลอกใคร มีแต่เรานี่แหล่ะ หลอกตัวเอง ต้องทำจริงวัดจริง ถึงจะรู้คร้าบบบ

คำนวณคร่าวๆเพื่อหาว่า พลังงานที่เราทำได้ต่อวันเป็นเท่าไหร่ จากนั้น ต่อไปก็คือ เราจะมาหาตัวเก็บพลังงานและตัวใช้พลังงานกันต่อครับ มาว่าด้วยคราวที่แล้ว เราผลิตไฟฟ้าได้กำลังไฟฟ้าต่อวันคือ 490 วัตต์ต่อวันนะครับ ดังนั้นตัวเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ ก็ไม่น่าต้องคิดมาก มันก็ต้องเก็บได้ไม่น้อยกว่า 490 วัตต์ต่อวันน่ะซี้ถามมาได้ แต่โลกนี้มันไม่ง่ายครับ ตอนนี้เราทราบกันแล้วว่ากำลังไฟได้มาจาก V*I หรือแรงดันโวลท์ คูณกับกระแส แอมป์ ตอนนี้รีบเดินไปหาแบตครับ ที่ตัวแบตจะมีเลขทั้งสองตัวนี้ระบุไว้ คือแรงดัน 12 โวลท์ ส่วนกระแส ดูตัวที่มันบอก Ah หรือแอมป์อาวน์ครับ Ah จริงๆมันคือกระแสต่อชั่วโมง ถ้าแบตระบุว่า 100Ah มันหมายถึงว่า แบตลูกนี้จ่ายกระแส 100 Amp ที่แรงดัน 12 โวลท์ ได้นานถึง 1 ชั่วโมงต่อเนื่องครับ ซึ่งตามสภาพความเป็นจริงมันทำไม่ได้หรอก เพียงแต่ความหมายจริงๆคือ มันสามารถจ่ายกระแสต่อเนื่องได้นานกว่าแบตที่มีพิกัด Ah ต่ำกว่าครับ ดังนั้นการหากำลังไฟของแบตก็คือ นำแรงดัน 12 คูณกับกระแส 100 จะได้กำลังเท่ากับ 1200 W โอ้ว กำลังไฟเราผลิตได้แค่วันละ 490 วัตต์แต่แบตเรามีกำลังตั้ง 1,200 วัตต์ ลูกเดียวก็พอแล่ะ สบายชิวๆ แต่ๆๆๆ แบตที่เรานำมาใช้ถ้าไม่ใช่เป็นแบตสำหรับโซล่าร์เซลที่เรียกกันว่าดีฟไซเคิล เราไม่สามารถใช้ตัวเลขนี้ได้ครับ หรือเป็นดีฟไซเคิลเองก็ใช้ตัวเลขนี้ไม่ได้เหมือนกัน อ่ะ มาจากไหนตอนแรกไม่เห็นบอก จะว่าไปแบตที่เรารู้จักก็มีแบตเปียก , แบตแห้ง แต่เจ้าดีฟไซเคิลนี่คืออะไร เดี๋ยวมาว่ากันต่อ เริ่มกันที่แบตเปียกและแบตแห้งกันก่อน อัตราการจ่ายและเก็บใหม่ของมัน มันให้แค่ประมาณ 20-30% เท่านั้นครับ ฟังไม่ผิดครับ เท่านี้จริงๆ แต่ถ้าเป็น ดีฟไซเคิลมันจ่ายออกให้เราได้ถึง 80% ครับ ความแตกต่างมันมากขนาดไหน มาดูกันต่อ ตอนแรกเราคำนวณตัวเก็บพลังงานเราได้ 1,200 วัตต์นะครับ ถ้าใช้แบตเปียกหรือแห้งเราสามารถดึงและชาร์จใหม่ได้ในพิกัดที่ 1,200 *20% ถึง 1,200*30% = 240 - 360 watt ครับ พอมั้ยครับทีนี้กับการผลิตไฟของเราที่ 490 วัตต์ต่อวัน จะเห็นแล้วว่ามันไม่พอครับ... แต่ถ้าเป็นดีฟไซเคิลที่พิกัดแบตเท่ากันคือ 12 โวลท์ 100 Ah จะได้เท่ากับ 1,200*80% = 980 watt ครับ ถ้าจะถามต่อว่าทำไมแบตเปียกและแห้งจ่ายไฟน้อย ก็เป็นเพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้เราเก็บพลังงานแล้วนำไปใช้จากโซล่าเซลล์ครับ แต่เป็นเพราะมันหาง่าย เราเอามาทำสาวได้ ราคามือสองย่อมเยาว์ดังนั้น่ไม่แปลกครับ ที่เราจะได้ผลตอบแทนจากมันน้อยกว่า (ถ้าคำนวณเทียบราคาแล้วดีฟไซเคิลเหมาะกว่าครับ) สรุปว่าถ้าเราจะใช้แบตเก็บพลังงานเราก็ควรจะหาแบต 100 Ah นี้จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ลูกครับ ซึ่งรวมแล้วจะเก็บพลังงานได้ 480-720 วัตต์ต่อวัน ทีนี้คาดว่าทุกท่านน่าจะพอหาพิกัดแบตที่เหมาะสมให้กับไฟฟ้าที่เราผลิตได้ต่อวันแล้วนะครับ ต่อไปจะมาว่ากันต่อเรื่องโหลดซึ่งจะมีผลกระทบต่อแบตนะเช่นกันครับ

     เรื่อง แบตเตอร์รี่ ถ้าเป็นแบตที่มีมาตรฐานและอยู่ในสภาพดี ค่า Spec ที่ระบุไว้ค่อนข้างเชื่อถือได้และใกล้เคียงครับ ผิดพลาดก็ไม่มาก เช่นที่บอกว่า 1Ah ถ้าประจุเต็ม และจ่ายกระแสให้โหลดที่กินกระแส 1Amp จริงก็จะใช้ได้ประมาณร่วมๆชั่วโมง แต่ถ้าโหลดกินกระแสน้อยลง เช่น 500mA ก็จะใช้งานได้นานขึ้น แต่ถ้าแบตเริ่มเสื่อมสภาพ และเก็บประจุไม่อยู่ หรือ ค่า spec ที่ระบุไม่ได้มาตรฐานค่าการใช้งานก็จะผิดเพี้ยนไปมากครับ ส่วนสาเหตุหลักๆที่ทำให้แบตเสื่อมสภาพเร็ว นอกเหนือกจากการดูแลรักษาตามปรกติแล้ว ที่เห็นบ่อยๆก็มาจากการช๊าตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการควบคุมการช๊าต อัดไฟได้เป็นอัดบางแห่งเล่นกันจนน้ำกลั่นเดือด เอาเร็วเข้าว่า พอเต็มแล้วก็ไม่ตัดไฟช๊าตอีก แบบนี้ก็เสื่อมเร็ว และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบแรงดัน คือปล่อยจนกระแสและแรงดันหมดต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งถ้าเป็นระบบที่ได้มาตรฐานจะมีวงจรตรวจสอบพิกัดแรงดันของแบตเตอร์รี่ด้วย เมื่อจ่ายกระแสจนใกล้หมดจนแรงดันเริ่มตกถึงค่าวิกฤติวงจรจะตัดไฟ เืพื่อให้เหลือแรงดันและประจุค้างไว้ในแบตเตอร์รี่ด้วย เช่นถ้าเป็นแบตเตอร์รี่ 12V ก็ไม่ควรปล่อยให้จ่ายไฟจนแรงดันต่ำกว่า 9.6V ถ้าต่ำกว่านี้หรือปล่อยให้หมดไปเลย จะทำให้แบตเสืิ่อมช๊าตไม่เข้า โดยเฉพาะแบตแห้งต้องระวังจุดนี้มากๆ

        การใช้พลังงานครับ คิดเอาง่ายๆ เราเก็บได้แค่ไหน เราก็ใช้ได้เท่านั้น ง่ายดีมั้ยครับ เราจะมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการเก็บและการใช้ให้สมดุลกัน ในการใช้เราก็ต้องคำนวณโหลดครับ โดยโหลดของเราก็เป็นตัวที่กินพลังงานไฟฟ้าอาจจะเป็นไฟตรงเลย เช่นพวกหลอดไฟ LED, ปั๊มน้ำ DC หรือโหลดที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับเหมือนไฟบ้านคือหลอดไฟทั่วไป หลอดตะเกียบ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ช่วยแปลงจากไฟตรงเป็นไฟสลับ เราเรียกเค้าว่าอินเวอร์เตอร์ครับ ในส่วนนี้ผมจะยังไม่พูดถึง HVDC ซึ่งเป็นการนำระบบไฟตรง 100-240VDC เข้ามาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้โดยตรงนะครับ เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน เอาแบบง่ายๆก่อน ทีนี้การหา LED หาปั๊มน้ำ DC บางพื้นที่หาง่าย หายาก ลำบากแตกต่างกันครับ ราคาบางแห่งก็ถูกแพงแตกต่างกัน แต่บางทีก็หาอินเวอร์เตอร์ดีๆ บางทีชำรุดก็หาซ่อมลำบาก แตกต่างกัน คงต้องเลือกครับ แยกเป็นข้อดีข้อด้อยแต่ละอย่าง ถ้าคุณเลือกใช้ไฟ DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด DC โดยตรง ข้อดีคือ การสูญเสียพลังงานน้อย ใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ข้อด้อย คุณต้องไปหาโหลด DC พวกหลอด พวกปั๊มน้ำ ถ้าจะใช้พวกโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์คุณต้องต่อระบบไฟ DC ให้เป็น HVDC เดี๋ยวว่างๆจะมาโม้ให้ฟัง แต่ถ้าคุณเลือกใช้ไฟฟ้า DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด AC ในบ้าน ข้อดีคือ โหลดพวกนี้คุณมีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องหามาใหม่ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ข้อด้อย คุณต้องหาซื้ออินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้า, คุณต้องต่อระบบสายไฟฟ้าใหม่ย้ายโหลดไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าพื้นฐานที่รับจากการไฟฟ้ามาต่อพ่วงออกจากอินเวอร์เตอร์แทนในจุดที่ต้องการ, เมื่อต้องการใช้กับพิกัดโหลดเยอะอย่าง โทรทัศน์ ตู้เย็น คุณต้องมีอินเวอร์เตอร์ที่รองรับพิกัดกำลังไฟขนาดตามพิกัดโหลด ..... แค่เลือกก็จะเลือกไม่ถูกแล้วเยอะจริง 555 แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องเลือกครับ สำหรับผมเองขอเลือกแบบใช้อินเวอร์เตอร์ต่อเข้าโหลด AC คงไม่มีเหตุผลมากเพียงเพราะว่าผมมีอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว 1 ตัว จากการซื้อกังหันลมผลิตไฟฟ้ามาทดลองติดตั้งที่บ้าน แต่พลังงานที่ได้จากกังหันลมน้อยมั่กๆ จากคราวที่แล้วแบตเราเก็บพลังงานได้อยู่ที่ 480 - 720 วัตต์ต่อวัน เราจะใช้เลขนี้เลยได้มั้ย คำตอบคือได้ถ้าเราใช้โหลด DC แต่คำตอบจะเปลี่ยนเป็นไม่ได้ถ้าเราใช้โหลด AC เพราะอย่าลืมอินเวอร์เตอร์ ตัวที่เราใช้เค้ามาแปลงไฟให้เค้าเก็บหัวคิวครับ ค่าหัวคิวก็ประมาณ 30% ดังนั้นเอาเข้าจริงไฟที่ใช้ได้คือ 480*30% ถึง 720*30% = 144 - 216 watt (น้อยจัง) ดังนั้นโหลดที่เราสามารถใช้ได้ก็คือตัวเลขนี้แหล่ะครับ ถ้าคุณจะใช้แสงสว่างอย่างเดียวด้วยหลอดตะเกียบ 11 watt เปิดใช้ ตลอดคืนที่ 10 ชม. วิธีคำนวณว่าคุณจะใช้หลอดได้กี่หลอดคือ เอาวัตต์ที่ใช้ได้หารด้วยวัตต์ที่เป็นโหลด 144/(11*10) ถึง 216/(11*10) = 1.3 - 1.9 ประมาณ 2 หลอดครับ.... ถ้าค่าหัวคิวน้อยก็จะสามารถใช้ได้เยอะกว่านี้ครับ มาถึงจุดนี้ท้อยังครับ ลงทุนมากมาย ใช้หลอดไฟได้ 2 หลอด 11 วัตต์แต่อย่าลืมเวลาครับ เราเปิดตลอดคืนที่ 10 ชม. คำนวณแล้วจะเห็นข้อด้อยของการใช้อินเวอร์เตอร์เลยทีเดียว ทีนี้ถ้าเปิดกระปริบกระปรอย เราก็ต้องคำนวณให้มันได้ประมาณ 144-216 วัตต์นี้ล่ะครับ ถึงจะเรียกว่าสมดุล จะเห็นว่าผมไม่ได้พูดถึงการใช้คอนโทรลชาร์จเนื่องจาก ถ้ามันมีความสมดุลในการผลิต การเก็บและการใช้โหลด คอนโทรลชาร์จไม่จำเป็นครับ แต่การผลิตเราควบคุมได้ยาก (จากปริมาณแสงและวัตต์ที่จะทำได้) การเก็บพลังงานเรายึดแค่ว่าเก็บได้ในหนึ่งวัน การใช้โหลดถ้าไม่นิ่งไม่มีการใช้โหลด วันต่อมาแดดดีก็จะทำให้แบตเสื่อมเร็ว จากข้อมูลที่ศึกษาจากอาจารย์นันท์ ขนาดพิกัดแบตจึงควรใหญ่กว่าพิกัดที่เราผลิต 5 เท่าครับ อันนี้จะแก้ปัญหาได้ครับ

ที่มา:http://www.facebook.com



เมื่อคืนลองใช้จริงแล้ว เปิดได้แค่ 2 ชม.เอง ดับซะแล้ว อย่างนี้ต้องกลับมาใช้ LED 5 W 3 หลอด ตามที่วางไว้ทีแรกดีกว่า
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล



หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: ppeungtin ที่ ธันวาคม 18, 2012, 10:16:34 PM
มาเก็บความรู้ครับ จะลองทำเองมั้่ง....


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2013, 12:22:57 PM
http://www.hikarithai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=426249&Ntype=7 (http://www.hikarithai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=426249&Ntype=7)
;)   :(  เก็บเอามาฝาก  :)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/E230E300E1A0E1A0E190E490E33021_zpsd34f6a08.jpg)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/E230E300E1A0E1A0E190E490E33022_zps900763cb.jpg)


(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/E230E300E1A0E1A0E190E490E3301_zpsb0f1e665.jpg)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/E230E300E1A0E1A0E190E490E330toPE_zps54d529e7.jpg)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/E230E300E1A0E1A0E190E490E330PVCtoPE_zps6856ff4f.jpg)

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84892.msg1992780#msg1992780 (http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84892.msg1992780#msg1992780)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2013, 12:19:13 AM
หลักการทำงานของเครื่องกำเินิดไฟฟ้า
DC MOTORS AND GENERATORS (http://www.youtube.com/watch?v=OpL0joqJmqY#)

AC MOTORS AND GENERATORS (http://www.youtube.com/watch?v=07uXnc1C5CA#)



TROUBLESHOOTING ELECTRIC CIRCUITS (http://www.youtube.com/watch?v=5ZAya0Zm-NM#)

PLANETARY GEARS, PRINCIPLES OF OPERATION - PART II - MULTIPLE SETS (http://www.youtube.com/watch?v=rQhzruw2Qh8#)

PRINCIPLES OF THE STARTING MOTOR (http://www.youtube.com/watch?v=a_nsgzlrZGU#)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2013, 01:18:15 PM
ตอนนี้พอหามอเตอร์ 300W  24V  2650rpm(มือสองสภาพ100% โมแปรงถ่านภายใน) ได้มาในราคา 1200บาท แต่ได้มาไม่กี่ตัว
คาดว่าในไม่เกินสองอาทิตย์นี้ จะมีของมาเพิ่ม ผมแกะดูข้างในแล้ว มีการดัดแปรงใส่แปรงถ่านเพิ่ม จากสอง เป็นสี่ น่าจะส่งผลดีต่อกำลัง และสปีดของมอเตอร์ 
 ([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/150213-175023_zps5bc05fca.jpg[/url])([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/150213-175416_zps72aa748b.jpg[/url])([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/150213-175333_zpsdcf30c78.jpg[/url])([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/150213-175309_zps5798490d.jpg[/url])([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/8e4be3e8-aa17-43c1-945e-cb43b1bb07eb_zpsf24af888.jpg?t=1360930996[/url])

ทดสอบที่แรงดัน 12VDC
กินกระแสไฟช่วงสตาร์ต(ไม่มีโหลด) 5A
กินกระแสไฟช่วงหมุนฟรี(ไม่มีโหลด)  0.65A
กระแสสูงสุดเมื่อมีภาระโหลดหนัก300W ดึงกระแสสูงสุดที่ 14A

ผมคิดว่า หลายท่านที่อยากประกอบปั้มชักกับมอเตอร์ DC  คงจะติดปัญหาเรื่องการดัดแปรงขนาดและความยาวของแกนมอเตอร์ให้พอดีกับรูมูเล่ย์เล็กที่แถมมากับตัวปั้ม

ผมจึงคิดว่าหากกลึงตัวแปรงแกน จัดเป็นชุดขายพร้อมกับมอเตอร์และสายพาน ให้ครบในราคาไม่เกิน 1900บาท น่าจะสะดวกต่อการจัดส่ง แต่ ติดตรงที่หากทำในปริมาณน้อย จะทำให้ต้นทุนต่อชุดสูงเกินไป(ไม่มีกำไร) จึงอยากขอเสียงสนับสนุนจากท่านที่ต้องการก่อน

 ส่วนตัวปั้ม ผู้ใช้สามารถหาซื้อในพื้นที่ได้จะดีมาก ได้เลือกเอง ไม่ต้องเสียค่าส่งแพง น้ำหนักมาก เสียหาอะไหล่ซ่อมในพื้นที่ได้สะดวก


motor 24VDC 300W ตัวนี้ ให้กำลังขับได้มากพอกับปั้มชัก 1นิ้ว แรงขับน้ำ 1500LTR ยี่ห้อดีๆหน่อย ที่ภาระโหลดในลักษณะใช้งานดูดลึกไม่เกิน 8-9เมตร  แล้วลดท่อส่งลงเป็น 3/4 (6หุล) ส่งสูงไม่เกิน 6เมตร  หรือในระยะส่งแนวระนาบที่ความลาดชันไม่เกิน 2เมตร ที่ระยะความยาวที่ 100เมตร มอเตอร์ ตัวนี้รับได้สบายๆ


([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/010109-224009_zpsc500aeb6.jpg[/url])


เทียบแกน กับความหนาของมูเลย์เบอร์เล็กที่สุดแล้ว แกนยังสั้นกว่ามูเล่ย์อยู่ดี นี่คือเหตุผลที่ต้องพึ่ง โรงกลึง  ;D


([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/010109-224036_zpsced9d8e7.jpg[/url])


ผลงานหลังแก้ไข ออกมาสวย น่าพอใจครับ

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/040109-185148_zps55a37751.jpg)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/040109-185057_zps017328ed.jpg)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/040109-190745_zps331915a7.jpg)


หากใครอยากประกอบอยากให้เลือกหาปั้มเอง ผมจะทำแกนและหามอเตอร์ให้ได้ จะได้ไม่ผิดใจภายหลัง เช่น เคยมีกรณีประกอบปั้มกับมอเตอร์กำลังมีเพียงพอหมุนปั้มได้ปกติ ให้เพื่อนนำไปใช้งาน แต่พอไปใช้งานจริงในพื้นที่น้ำไม่ขึ้นปั้ม ซึ่งปัจจัยแวดล้อมมีหลายอย่างมากที่เกิดจากความไม่รู้ของผู้ใช้เอง ยกตัวอย่าง  เช่น
1.  ใช้ดูดบาดาล หรือ แหล่งน้ำลึก เกินกว่าระยะดูดที่ปั้มจะทำงานได้
2.  ใช้ส่งน้ำไกลเกิน หรือ ส่งสูง ชัน มากเกินเกณฑ์ที่ปั้มจะมีกำลังดันเอาชนะน้ำหนักของน้ำเพื่อส่งให้ถึงเป้าหมายได้
3.  ที่ด้านดูดมีการรั่วซึมของอากาศ(รั่ว ซึม เล็กน้อยก็ไม่ได้)
4.  ไม่ได้กรอกน้ำเข้าปั้มก่อน
5.  ไม่ได้เติม หรือตรวจเช็คน้ำมันหล่อลื่นปั้ม
ุ6.  ในกรณีดูดลึก และส่งไกลๆ ควรลดขนาดที่ให้เล็กลงเล็กน้อย เพื่อลดภาระน้ำหนักของมวลน้ำในท่อ
7.  วาล์วกันน้ำกลับปลายที่ด้านดูด ควรใช้เป็นแบบลูกบอล์ล ดีกว่าแบบสปริง ไม่ทำให้ปั้มสูญเสียแรงดูด
8.  ใส้ที่ดูด จะใส่ยาวสุดความลึกของบ่อก็ได้ บาดาลจะเจาะลึกเท่าไดก็ตาม แต่ระดับน้ำในบ่อวัดจากตัวปั้มถึงผิวน้ำ จะต้องห่างกันไม่เกินกว่า 10เมตร มากกว่านี้ ต่อให้ลดขนาดท่อดูดก็สูบขึ้นได้ลำบาก(สูบขึ้นได้ แต่เปลืองพลังงาน ไม่คุ้มปริมาณน้ำที่ได้)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/040109-190528_zps340d9338.jpg)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/040109-190505_zps97e5cd9b.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: moh ที่ เมษายน 09, 2013, 07:51:13 PM
นี่ก็เป็นอีกแนวทาง ที่จะช่วยยืนยันว่า ระบบโซล่าขนาดเล็ก แบบบ้านๆ ใช้งานจริงๆ
คัดลอกมาจากเวบอาจารย์นัน โคราช ([url]http://www.facebook.com/phakdee.nun[/url])
โซลาร์เซลล์ จากที่ได้เรียนมาจาก ศ. ดร ชิมาดะ โตเกียวแล็บ และได้เดินสายนำพาทำระบบ ดีซี 240 โวลท์ จากโซลาร์ชาร์จตรงลงแบตเตอรี่ โดยที่ไม่ต้องมีอินเวอร์ทเตอร์ หรือเครื่องมืออีเลคโทรนิคส์ใด ๆ ที่จะเป็นปัญหาเรื่องการซ่อมในอนาคต ไฟดีซีจากโซลาร์ สามารถใช้กับอุปกรณ์อีเลคโทรนิคส์ได้ เช่น หลอดตะเกียบ หลอดฟลูออเรสเซ้นส์แบบบัลลาตต์อีเลคโทรนิคส์ หรือ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ทั้ง โน้ตบุ๊ค และตั้งโต๊ะ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนมีภาคจ่ายไฟที่เป็นสวิทชิ่ง ที่สามารถรองรับไฟฟ้า กระแสตรง กระแสสลับ ตั้งแต่ 100 ถึง 240 โวลท์ ได้มา 20 ปีแล้ว ทั้งนี้ระบบนี้อยู่ในแนวทางที่ทีมงานอาสาสมัครได้ทำไฟแสงสว่างบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ ที่ทำไปแล้ว 4 แห่ง และอธิษฐานที่จะทำให้ได้ครบ 100 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อถวายเป็นพุทธบุชา เส้นทางสายโซลาร์หากเดินผิดทางจะมีขยะประเภท อินเวอร์ทเตอร์ และชาร์จเจอร์เกลื่อนเมือง ระบบดีซี 240 โวลท์


= Pet100tips= (หลอดสว่างไม่ต้องใช้ไฟฟ้า)

นำขวดน้ำมาใส่น้ำใส ๆ ผสมไฮเตอร์ลงไปสักช้อน (กันขึ้นตะไคร่) ปิดฝา
เจาะรูหลังคา อุดรอยต่อด้วยกาวซิลิโคนให้แน่น ตอนกลางวันจะให้แสงสว่างเท่ากับหลอดไฟ 60 แรงเทียน โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า วิธีนี้นิยมกันมากในประเทศฟิลิปปินส์
([url]http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/c0.18.403.403/p403x403/554292_399976356719611_448797061_n.jpg[/url])
ขยันทำสิ่งเล็กๆ จนเป็นนิสัย เรื่องใหญ่ๆ จะเกิดอานิสงส์
([url]http://sphotos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/c64.0.403.403/p403x403/246662_4213377686046_2096372716_n.jpg[/url])
คนเล็กหัวใจใหญ่ มีศรัทธา กล้าคิด แล้วลงมือทํา
([url]http://sphotos-b.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/c86.0.403.403/p403x403/539473_506840232678575_2135989774_n.jpg[/url])


อ่านเเล้วได้ความรู้มาก  ขอบคุณมากครับ
 :-[


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ เมษายน 09, 2013, 08:14:41 PM
(http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/64452_555420961146314_952984405_n.jpg)
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=27875.msg2083464#msg2083464
TM39 TM52A 1 (http://www.youtube.com/watch?v=RUtBhIv_xOg#)

 ผมมีแนวคิดทำระบบ ไฟกระแสตรง300V (ไฮโวลต์) แล้วใช้ร่วมกับโมดูลอินเวอร์เตอร์
เพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในมี่พักอาศัยทั่วไป และจ่ายให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นมอเตอร์ได้
TM39 TM52A 2 (http://www.youtube.com/watch?v=wMXMh8yxz8M#)




 ระบบควบคุมจ่ายไฟให้ปั้ม ที่ใช้มอเตอร์ไฟกระแสตรง 12&24V หรือใช้กับอินเวอเตอร์ 24VDC to 220VAC
(ควบคุม เปิด-ปิด ด้วยเครื่องตั้งเวลาดิจิตอล)

(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/070413-031930_zps13aed49f.jpg)

(http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/p480x480/534009_621831931164536_2030566349_n.jpg)
ลองนึกเล่นๆว่า ถ้าเปลี่ยนจากมอเตอร์ปั้มไฟกระแสตรง(DC) มาเป็น อินเวอร์เตอร์ 24โวลต์เพื่อแปรงแรงดันเป็น 220VAC จะลดการสูญเสียพลังงานได้มาก ทีเดียวทำให้ได้ชั่วโมงการใช้งานที่ยาวขึ้น

น่าจะเหมาะใช้งานร่วมกับ ชุดโมดุลอินเวอร์เตอร์ โดยใช้แผง 280W ขนานกันเพียง 2แผง ก็เพียงพอสำหรับการเก็บสำรองกระแสไฟได้วันล่ะไม่น้อยกว่า 60A/วัน และควบคุม ปิด-เปิด ด้วยดิจตอลไทม์เมอร์ ทำให้สะดวก ระบุวัน และเวลา ใช้งานได้ ไม่ต้องรอแดดจัด
สามารถใช้แบตฯที่ค่าความจุไม่เท่ากัน มาต่อใช้ร่วมกันได้ ทำให้ผู้ใช้สะดวก โดยเฉพาะท่านที่มีแบตฯเก่า ใช้งานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้แบตฯที่มีค่าความจุกระแสเท่ากันก็ได้(แต่..ถ้าเลือกได้ ควรเลือกแบตฯทั้งสอง ให้มีค่าความจุเท่ากันจะดีกว่า)

หลักการทำงาน
ระบบจะสลับขั้วแบตฯเป็นลักษณะต่อขนานแบตฯ (12V) ในภาวะชาร์จปกติ เพื่อให้แบตฯทั้งสองลูกเก็บสะสมกระแสไฟฟ้าได้เต็มที่
เมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ เครื่องตั้งเวลาจะสั่งวงจรสลับการต่อแบตฯเป็นแบบอนุกรม เพื่อให้ได้แรงดัน 24V และจ่ายออกเป็นไฟ 24VDC

1. ทำไมต้องเป็  24VDC   เพราะหากใช้อินเวอเตอร์ 24V จะลดอัตราการสูญเสียพลังงานได้มาก
เมื่อเปรียบเทียบกับ อินเวอเตอร์ 12V จะต้องใช้กระแสสูงขึ้นอีกเกือบเท่าตัว ทำให้แบตฯหมดไว ทำให้ผู้ใช้ต้องเพิ่มแหล่งผลิตกระแสไฟให้มากจึงต้องสะสมกระแสไฟไว้ให้มากพอด้วย จึงทำให้ต้องเปลืองต้นทุนค่าแผงและค่าแบตฯเพิ่มอีกไม่น้อย


อุปกรณ์ไฟฟ้าจะดึงกระแสมาใช้งานต่างกันเมื่อแหล่งจ่ายมีแรงดันที่ต่างกัน p(พลังงาน)=E(แรงดัน) x I(กระแส)
ตัวอย่างเช่น
12V ให้ได้กำลังงาน 300W จะต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูง= 300W / 12Vdc =25A
24V ให้ได้กำลังงาน 300W จะต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูง= 300W / 24Vdc =12.5A

2. ทำไมต้องต่อระบบชาร์จแผงฯ กับแบตฯเป็นระบบ 12Vdc ในเมื่อมีแผงฯ21V 2แผง หรือ 280 1แผงอยู่แล้ว
ช่วยแก้ปัญหาการประจุแบตฯ และคายประจุไม่เท่ากัน
(การชาร์จแบบอนุกรมแบตฯ มีโอกาสเกิดการชาร์จ ประจุแบตฯแต่ล่ะลูกไม่เท่ากัน ทำให้ได้กระแสไม่เต็มที่ พอใช้งานกระแสไฟไม่พอ)
ข้อเด่นอีกอย่าง สามารถใช้แบตฯที่ค่าความจุไม่เท่ากัน หริอสามารถชาร์จแบตฯที่มีประสิทธิภาพความจุต่างกัน(แบตฯเสื่อมไม่เท่ากัน)ร่วมกันได้


การต่อ รวมแผง ต่อใช้ ขนาน(กระแสรวมเพิ่ม) จะได้แรงดันในวงจรจะออกเท่ากับแผงที่จ่ายแรงดันได้มากสุด ส่วนกระแส จะเท่ากับ กระแสที่สองแผงผลิตได้รวมกัน

การต่อ รวมแผง ต่อใช้ อนุกรม(แรงดันเพิ่ม) จะได้แรงดันรวมในวงจรเท่ากับแรงดันสองแผงผลิตได้รวมกัน ส่วนกระแส ที่ไหลในวงจรจะเท่ากับ กระแสของแผงที่ผลิตกระแสได้น้อยสุด เช่น หากเอาแผงอะมอลฟัส 60W 60V 1.2A ต่ออนุกรมกับแผงโพลี่ 60W 21V 3A กระแสไหลในวงจรจะเท่ากับกระแสของอะมอลฟัส 60W 1.2A แต่แรงดันจะเท่ากับ 60+21=81VDC
(นี่แค่ตัวอย่างให้เห็นภาพ การต่อใช้งานจริงหากเอาแผงต่างขนาดกระแส(A) มาอนุกรมกันแผงที่ผลิตกระแสน้อยกว่า เสี่ยงที่จะเสีย)

การชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบถูกต้อง เพื่อถนอมอายุการใช้งานของแบตฯไม่ควรใช้แบตฯจนหมดเกลี้ยง จะทำให้แรงดันในแบตฯต่ำเกินไป(10V) หากแรงดันที่เหลือในแบตฯต่ำกว่าแหล่งจ่ายชาร์ทมาก ก็จะทำให้กระแสชาร์ทไหลมากเช่นกัน การปรับควบคุมแรงดันจากแหล่่งจ่ายไม่ให้มีแรงดันสูงกว่าแรงดันในแบตฯมากไป จะเป็นการควบคุมกระแสไฟชาร์ทที่ไหลเข้าแบตฯเช่นกัน เพื่อเป็นการถนอมแบตฯ ไม่ควรชาร์จกระแสเกินเกิน 10% ของ ขนาดความจุกระแสสูงสุดของแบตฯ(ชาร์จน้อยๆ เป็นผลดีต่อแบตฯ แต่ไม่ทันการณ์ใช้งาน)
เช่น แบต 75 แอมป์ กระแสไฟชาร์ท น่าจะ ไม่เกิน 7.5 แอมแปร์ หรือ แบต 100 แอมป์ กระแสไฟชาร์ท น่าจะ ไม่เกิน 10 แอมแปร์

การชาร์จแบตฯด้วยแรงดันไฟสูง เช่น ชาร์จแบตฯ 12V 100A ด้วยแผงอะมอลฟัส 60W 1A สามารถต่อตรงได้(ต่อแบบขนาน ไม่เกิน 3แผง) แรงดันชาร์จจากแผงจะลดลงเหลือ 14-15V ได้เองโดยไม่เป็นอันตรายต่อแบตฯ แต่จะส่งผลให้น้ำกลั่นในแบตฯแห้งเร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องหมั่นตรวจดูน้ำกลั่นบ่อยขึ้นเท่านั้นเอง

(http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/58827_623282904352772_815841755_n.jpg)

(http://sphotos-g.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/63551_623282997686096_324180550_n.jpg)

(http://sphotos-b.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/524282_623283064352756_51775507_n.jpg)
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84892.80#lastPost


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ พฤษภาคม 04, 2013, 11:48:56 PM
วิดีโอ0051 (http://www.youtube.com/watch?v=we6CXWo8Efg#)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: witran ที่ พฤษภาคม 05, 2013, 09:40:03 AM
ตามเก็บความรู้ครับ สักวันหนึ่งก็ต้องทำต้องมีครับ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 27, 2013, 11:23:08 AM
หยิบยกมาฝาก เผื่อใครกำลังเจอปัญหาเดียวกัน

ึจากวันนีี้ไป 7วัน ผมจะปิดร้านไปต่างจังหวัด  หากต้องการสินค้าตัวได ฝากข้อความไว้ได้ครับ หรือโทรหาได้ในช่วงเวลาปกติ


ไปเที่ยวไหนกันครับ  ;D ;D ;D  
มีเรื่องปรึกษาครับ  ;D   คือว่าสวิทลูกลอยสีส้มใช้ไฟแบตต์ได้ไหมครับ  ;D  
ปัญหาของผมคือ ปั้มน้ำกับถังเก็บน้ำอยู่หากกันประมาณ 50 เมตร หาไม่เจอว่าสวิทลูกลอยใช้ไฟแบตต์ได้หรือเปล่า และจะเดินสายไฟยังไงเพราะระยะห่างเยอะแรงดันไฟ 12โวลล์ ไม่ถึงแน่ ๆ   มีผู้รู้แนะนำเรื่องรีเลย์  ;D :-\  (รู้จักแต่มันฝรั่งเลย์  ;D ;D ;D)
ถ้าใช้เฟรชเซอร์ิสวิตซ์คอยตรวจจับแรงดันติดที่ปั้มอยู่แล้ว น้าอัตแค่ใช้ลูกลอยวาล์วที่ปลายท่อออกก็พอ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหหรือติดตั้งอะไรเพิม
([url]http://igetweb.com/www/tpinterrubber/gallery/751682.jpg[/url])

เมือน้ำเต็มลูกลอยปิดวาวล์วทางออก แรงดันในท่อสูงขึ้นเฟรชเซอร์ิสวิตซ์จะตัดได้เอง

ทดลองแล้วครับ น้ำกระเผื่อม สวิตซ์แรงดันไหม้ไปสองตัวแล้ว ;D  มันต้องเป็นลูกลอยต่างระดับครับจึงจะเหมาะ


ผมไปอาบแดดท้องทุ่ง ทำผิวสีแทน(เข้ม) 
[url]http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg2224889#msg2224889[/url] ([url]http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg2224889#msg2224889[/url])

เกิดอาการกระเผื่อม ทำให้สวิตซ์แรงดันเดี๋ยวติด เดี๋ยวปิด หน้าสัมผัสทำงานไม่สนิททำให้เกิดการอาร์คจนร้อน
ถ้าเป็นอย่างนี้ เลือกใช้รีเลย์เป็นสวิตซ์ดีทีสุดครับ เดี๋ยวเขียนผังให้

([url]http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/27-6-25563-39-26_zpsda2753e6.jpg[/url])


ขอบคุณครับ  ;)    แต่ว่า...  ;D   สวิตซ์ลูกลอย มันใช้กับไฟแบตต์ได้ใช่ไหมครับ หรือว่าต้องไปหาเอาตามร้านค้า  ;D   
สวิตซ์ลูกลอย สวิตซ์แรงดัน มันเป็นแค่สวิตซ์ ทำหน้าที่คล้ายสะพานไฟ ใช้กับไฟกี่โวลต์ก็ได้ แต่อย่าใช้จนกระแสไหลเกินกว่าค่ากระแสไหลผ่านที่มันรับได้ก็พอ แต่สำหรับการต่อแบบที่วาดให้นี้ เลือกใช้สวิตซ์ลูกลอยแบบใหนก็ได้ ขอให้ถูกและหาง่ายเป็นพอเพราะกระแสไหลผ่านใช้แค่ 100-150mAเท่านั้น(1A=1000mA) ยกเว้นรีเลย์จะไหม้หากโดนน้ำ รีเลย์บกพร่องหรือเสียเท่านั้นจึงจะกินกระแสเกินกว่าที่ว่าไป



หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มิถุนายน 30, 2013, 04:25:20 PM
วิธีสร้าง อินเวอร์เตอร์ คอนเวอร์เตอร์ ตอนที่2 (http://www.youtube.com/watch?v=OnbHaXjvF8E#)
จะใช้กระแสจากแหล่งจ่ายเพิ่มขึ้น เมื่อโหลดทำงานมากขึ้น ภาวะแสตนบายกินกระแสน้อย เมื่อเทียบกับอินเวอร์เตอร์ทั่วไป

มันคือ วงจรบูทเตอร์โวลต์เตจ ทำงานด้วยระบบสวิตซิ่ง สามารถเพิ่มแรงดันขึ้นได้ ไฟออกจะเป็นลูกคลื่น ผ่านการเรียงกระแสแล้วด้วยไดโอดภายใน
แรงดันจะเพิ่มขึ้นสูงมาก-น้อยขึ้นอยู่กับ ความสัมพันธ์ระหว่าง คุณภาพของแกนเทอรอย จำนวนรอบของขดลวด และความถี่ในการสวิตซ์ของวงจร
(TM51 = ปรับจากแรงดัน V-drive 15-21Vdc ที่ช็อคเก็ตขาคอนโทรลไดร์)
กระแสสูงสุดจะได้เท่ากับแหล่งจ่าย(ขาเข้า)และขนาดหน้าตัดของขดลวด การใช้งานต้องคำนึงถึงกำลังวัตต์และความร้อนสะสมของแกนเทอร์รอยด้วย เมื่อร้อนมากประสิทธิภาพจะลดลง ประสิทธิภาพในการสูบ และส่งน้ำ จะลดลง หากกระแสจากแหล่งจ่ายไม่เพียงพอสำหรับที่มอเตอร์ต้องการ แรงดันก็จะตก ลดลงมาก จนมอเตอร์ทำงานไม่ได้

ผมได้ทดสอบมาแล้วแต่ยังไม่ได้ประกอบใช้งานที่สวน ขอยืนยันว่า วงจรนี้ทำงานได้ดี  แต่กระแสจากแหล่งจ่ายต้องเพียงพอ ถ้าใช้แผง 140W ขนานกันจะได้กระแส.ดีกว่าและวงจรยังทำงานได้

  
ตามดู Link เจ้าของได้
http://sompong-industrial.blogspot.com/2012/09/blog-post.html (http://sompong-industrial.blogspot.com/2012/09/blog-post.html)

.....
(http://3.bp.blogspot.com/-ZAY4Gbbaawg/UJm-uvAQcrI/AAAAAAAAIns/KKUK2k4qrEE/s320/mc3phac+n87c196mc.jpg)

การสร้างอินเวอร์เตอร์ใช้เอง (http://www.youtube.com/watch?v=ynxSRSOsF8w#)

วิธีสร้างอินเวอร์เตอร์สามเฟสใช้เอง 2 (http://www.youtube.com/watch?v=-L_ACmhE4ro#)

วิธีสร้าง อินเวอร์เตอร์ คอนเวอร์เตอร์ ตอนที่3 (http://www.youtube.com/watch?v=vwhMSWhIwHY#)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 13, 2013, 01:29:03 AM
รายละเอียด TM39สำหรับทำระบบสูบน้ำแบบอัตโนมัติ ด้วยไฟจากโซล่าร์เซลล์ ใช้กับมอเตอร์สามเฟสขนาดไม่เกิน 5แรงม้า
(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/specTM39_zps09bfd7c1.jpg)
(http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/DimeterterminalTM39_zpsdc23186d.jpg)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ กรกฎาคม 16, 2013, 04:22:22 AM
(https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/1002385_571479466229065_1222270723_n.jpg)



หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: wee6 ที่ สิงหาคม 01, 2013, 04:50:22 PM
 :) เข้ามาลงชื่อเข้าชมรมด้วยคนครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะ
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ มกราคม 26, 2014, 07:55:14 AM
 ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะครับ นี่คือผลงานจากชาวบ้านธรรมดา การศึกษา แค่ ม.ต้น  แต่... ตั้งใจหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเตอร์เน็ต และเพียรทำ เครื่องทุ่นแรงงาน ระบบไฟฟ้า-อิเลคทรอนิกส์ เพื่อใช่งานเองในในระบบเกษตร ทุ่งนา มุ่งหวังไว้ สักวัน จะทำระบบน้ำอัตโนมัติ เปิด-ปิดเอง ด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์ จะทำด้วยฝีมือตนเองให้สำเร็จให้ได้
Currency Converter แปลงแรงดันไฟฟ้า ให้เป็นกระแส (http://www.youtube.com/watch?v=H1-dUorobO0#)
จากกล่องแฟลชโปรมือถือมาเป็น กล่อง Volt to Amp converter (http://www.youtube.com/watch?v=klY3Eu3lt4c#)
ผมทำออกมาเพื่อใช้งานเอง เนื่องจากแผงโซล่าร์เซลล์ที่ใช้อยู่ ให้กระแสไม่มาก แต่แรงดันสูง แหละหลักการไม่ใช่ว่าแรงดันจะหายไปหมดหรอกนะ ที่แสดงให้เห็นคือ มันจ่ายกระสสูงสุดได้มากกว่าที่ไม่ได้ผ่านวงจร โดยที่แรงดันที่ขาออก ถ้าวัดในขณะไม่ได้ต่อโหลด ยังวัดได้เท่าเดิมกับแหล่งจ่าย

www.youtube.com/watch?v=g6OxZYJIu5A (http://www.youtube.com/watch?v=g6OxZYJIu5A#)

    ในภาพวีดีโที่เห็นการจับเอ้าพุต ช็อตกัน เพื่อให้ได้เห็นว่ากระแสได้เต็มที่เท่าได ส่วนการนำไปใช้ จุดบวก ลบ ทางออกต่อกับขั้วแบตฯ ในขณะแบตฯมีไฟน้อย จะยอมให้กระแสไหลผ่านตัวเองได้มาก  ทำให้วงจรทำงานได้เต็มที่ แต่เมื่อประจุในแบตฯเต็ม จะเกิดเสมือนค่าความภายในสูงขึ้น วงจรก็จะทำงงานน้อยลง
ไฟฟ้ากระแสตรงที่ผ่านวงจรนี้ ไม่เหมาะที่จะเอาไปต่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เพราะแรงดันกระเพื่อมสูงมาก ความถี่สูง 80-100KHz
   แต่..  ประโยชน์ของการนำไปใช้ คือ การประจุไฟฟ้ากระแสตรงเก็บสำรองลงแบตฯ สำหรับระบบโซล่าร์เซลล์ เพราะหลักการผลิตโซล่าร์เซลล์ ทั่วไป ต้องทำให้โซลล่าร์เซลล์ มีแรงดัน มากว่าแบตฯ และจ่ายกระแสชาร์จได้ แม้ในภาวะแสงน้อย ดังนั้นจึงจะแผงที่มีแรงดันสูงๆ จะตอบสนองต่อแสงได้ดี แต่มีศักยภาพในการผลิตกระแสต่ำ

  แผงโซล่าร์เซลล์ ที่มีศักยในการผลิต กระแสไฟฟ้าได้กระแสออกสูง ราคาก็จะแพง
แผง 40W  18V(21V)  2A  ใช้กับระบบ 12V ใช้แบตเตอรี่อ 1ลูก ในหนึ่งวันสะสมกระแสได้ 10A  หรือมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแสง
แผง 60W  18V(21V)   3.5A  ใช้กับระบบ 12V ใช้แบตเตอรี่ 1ลูก ในหนึ่งวันสะสมกระแสได้ 18A  หรือมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแสง
แผง 100W  18V(22V)   5A   ใช้กับระบบ 12V ใช้แบตเตอรี่อนุกรม 1ลูก ในหนึ่งวันสะสมกระแสได้ 25A  หรือมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแสง
แผง 280W  36V(45V)   8A ใช้กับระบบ 24V ต้องใช้แบตเตอรี่อนุกรม 2ลูก ในหนึ่งวันสะสมกระแสได้ 40A หรือมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแสง

แผง 280W  36V(45V)   8A ใช้ชาร์จกับแบตฯตะกั่วกรดระบบ 12V โดยจะผ่าน หรือไม่ผ่านคอนโทรลชาร์จก็ตาม กระแสสะสมต่อวันรวมแล้วก็ไม่เกิน 50A    แต่... เมื่อนำมาต่อผ่านวงจร Boost ให้จ่ายไฟไหลผ่านขดลวดที่ความถี่ที่เหมาะสม จะได้พลังงานสนามแม่เหล็กเกิด-ดับ ตามจังหวะความถี่ไฟฟ้า ที่จ่ายให้ และการเกิดสนามแม่เหล็ก แล้วยุบตัวเป็นจังหวะ ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำกับขดลวดเกิดเป็นกระแสไฟฟ้า + เสริมให้ จะได้กระแสเพิ่ม 20-50% จากที่แผงผลิตออกมาได้ (ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของอุปกรณ์ แผง สาย แบตฯ) ดังนั้น แผง   280W  36V(45V)   8A ใช้ชาร์จกับแบตฯตะกั่วกรดระบบ 12V เมื่อนำมาต่อผ่านวงจร Boost จะเก็บกระแสสะสมต่อวันรวม ได้มากเกินกว่า 70A ต่อวัน ถือเป็นการจัดเก็บประสิทธิภาพของกำลังไฟฟ้าที่แผงผลิตออกมาไว้ได้ทุกเม็ด หรือให้มากที่สุด หลักการทำงานของวงจรนี้ คล้ายกันกับระบบชาร์จแผงอะมอลฟัส 60W ที่แรงดัน 60V 1.2Aต่อชั่วโมง มาชาร์จ แบตฯ 12V ได้กระแสชาร์จ 3-4Aต่อชั่วโมง
   การจ่ายไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดที่ความถี่ที่เหมาะสม และการเกิดสนามแม่เหล็กในขดลวดนี้ ทำให้เกิดค่าความต้านทานขึ้น ทำหน้าที่จำกัดการเคลื่อนของแรงดันได้



ส่วนนี่คือ กล่องแปลงไฟบ้าน ซิงเกิ้ลเฟส เป็น สามเฟส เพื่อใช้ขับมอเตอร์ 220V 3phase
กล่องแปลงไฟเฟสเดียวเป็น 3phase ขนานสามโมดูล 50A x 4Diode (http://www.youtube.com/watch?v=mO9yBKZe5oE#)
กล่องแปลงไฟเฟสเดียวเป็น 3phase ขนานสามโมดูล 50A x 4Diode brige rectifireให้กำลังขับได้ถึง 12Hp ได้สบายๆ ในวีดีโอนี้ประกอบเสร็จแล้ว ในชุดนี้ต้องใช้ค่าตัวเก็บประจุถึง 9400uF 400V   จึงจำเป็นต้องหน่วงเวลา เพื่อให้มีการชาร์จตัวเก็บประจุ(จำกัดกระแสชาร์จด้วยหลอดใส้)  ก่อนสวิต์อัตโนมัติเปิด RUN การทำงาน  ที่เปลี่ยนจากที่คาดว่าก่อนนี้จะใช้เป็นแมกเนติก มาเป็นเป็นรีเลย์ 12VDC 40A 2ตัว เพราะ กล่องนี้จะถูกนำไปใช้กับระบบโซล่าร์เซลล์ 300-400VDC เพื่อขับมอเตอร์สามเฟส 10Hp แต่ ณ ตอนนี้ไม่มีมอเตอร์เทส เลยต้องทดสอบกับหลอดไฟไปก่อน  สามารถปรับความถี่หรือลูกคลื่นไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 10-120Hz ที่ความถี่สูงๆ ทำให้มอเตอร์หมุนเร็วกว่าปกติได้โดยไม่ร้อน เหมาะใช้ขับพัดลมให้ได้รอบจัดๆ หรือ ถ้าจะนำไปใช้เพื่อขับปั้มสูบน้ำ ก็ใช้ความถี่กลางๆ 50-80HZ จะได้กำลังขับเต็มที่ แรงบิดสม่ำเสมอกำลังไม่ตก อัตตราการกินกระแสไฟจะลดลงกว่าการต่อมอเตอร์ใช้กับไฟบ้าน 220V 50Hz ทั่วไป(ประหยัดไฟได้)


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: tt78 ที่ มกราคม 26, 2014, 08:06:31 AM
ขอความรู้ด้วยคนครับ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: patchayas ที่ เมษายน 23, 2014, 04:15:36 PM
พลังงานลม  มีใครใช้ไหมครับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ เมษายน 23, 2014, 06:15:43 PM
มีครับ แต่ไม่ค่อยหลากหลาย ต้นทุนสูง แรงลมที่เพียงพอ มีในบางพื้นที่ เท่านั้น


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ เมษายน 23, 2014, 06:17:48 PM
ย้ำ......

เทคนิคการดัดแปลงปั้มชักมาใช้กับมอเตอร์ DC ขนาด.24 v  รอบหมุนที่ 2560รอบต่อนาที ปั้มชักทำงานได้ที่รอบหมุนไม่เกิน 400รอบต่อนาที(300rpm กำลังดี)  มูเลย์ที่แถมมากับปั้มชัก มีอัตตราทดรอบประมาณ 5:1 (ออกแบบมาให้ใช้กับมอเตอร์ไฟบ้านทั่วไปหมุน 1450 มูเล่ปั้มจะหมุน 290รอบในหนึ่งนาที) แต่... หากจำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยงเป็น 24V ก็ไม่ใช่ไม่ได้ เพียงแค่ต้องทดรอบหมุนโดยวิธีเพิ่มขนาดมูเลย์ด้นปั้มให้ใหญ่ตามอัตตราส่วน ผลตามมาคือทุนเพิ่ม เพิ่มงาน เสียเวลา แต่...............แค่เราจ่ายไฟโวลต์ต่ำลงให้มอเตอร์ 24VDC  มอเตอร์ก็หมุนช้าลงแล้ว ส่วนแรงบิด หากกระแสจากแหล่งจ่ายมีมากพอ มันก็จะชดเชยกำลังได้ ด้วยหลักการ P=IV   ดังนั้นสิ่งสำคัญ แหล่งจ่ายไฟ หรือ แผงโซล่าร์เซลล์ ต้องมีศักยภาพ ผลิตจ่ายกระแสไฟได้มากว่าที่มอเตอร์ต้องการใช้งาน ที่ผมแนะ ว่าทำไมต้องเป็นแผง 280W  1แผง เพราะกระแสมันได้ เพียงพอดีกับมอเตอร์ขับปั้มชักขนาด 1นิ้ว ขนาด 250W และ  350W (ทำงานที่ 280W)สำหรับการสูบน้ำบ่อลึกที่ระดับน้ำลดต่ำไม่เกิน 8เมตร และส่งยกน้ำสูงจากตัวปั้มขึ้นถังพักไม่สูงเกิน 4เมตร (ลดใช้ท่อดูด-ส่งเป็น 6หุล) ค่าพลังงานที่ได้จากแผง 1แผงแบตฯเก่าสักลูก เพื่อดึงลดแรงดันจากแผงให้ต่ำลง เพียงพอขับปั้มได้ ไม่ให้รอบหมุนเกิน แต่  ....  หากต้องใช้งานมากกว่าหรือนอกเหนือจากนี้ ก็ต้องเพิ่มแผง โดยที่ใช้แบตฯเก่าแค่ลูกเดียวเท่าเดิม เพื่อมาทำหน้าที่ดึงจำกัดโวลต์ให้ลด กระแสไฟจะถูกมอเตอร์ดึงใช้งานมากน้อย ตามภาระโหลดของปั้ม ยิ่งปั้มหนักมาก ส่งไกล ส่งสูง มีฟองอากาศในท่อมาก ก็กินไฟมาก ส่วน "คอนโทรลชาร์จ" ไม่มีความหมายสำหรับงานนี้ เพราะหน้าที่มันคือ ตัดเมื่อแบตฯเต็ม และต่อชาร์จเมื่อแบตฯอ่อน  แต่..... การต่อใช้กับปั้มน้ำที่ดึงกระแสไปใช้เกือบทั้งหมด ไม่เหลือชาร์จแบตฯด้วยซ้ำ ไม่มีโอกาสชาร์จ(เกิน) แล้วจะใส่ไปทำไม  คอนโทรลชาร์จ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: josave69 ที่ เมษายน 24, 2014, 12:45:54 AM
ความรู้ใหม่ๆ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: patchayas ที่ เมษายน 24, 2014, 10:15:50 AM
มีครับ แต่ไม่ค่อยหลากหลาย ต้นทุนสูง แรงลมที่เพียงพอ มีในบางพื้นที่ เท่านั้น

ขอบคุณที่แนะนำ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: saczaa ที่ สิงหาคม 13, 2015, 08:55:06 AM
ขอรบกวนด้วยคับ  ผมอยากทำตู้คอลโทรล ที่ใช้เปิด ปั้มน้ำ(ปั้มน้ำขนาด 0.5 - 1 hp 220 Vac คับ) เปิดทุก 10 นาที(ปรับได้) นาน 10 วินาที(ปรับได้)คับ  ซึ่งจะเปิด 06.00-18.00น. ช่วยแนะนำหน่อยคับ


หัวข้อ: Re: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..
เริ่มหัวข้อโดย: สุนนท์กุล ที่ สิงหาคม 20, 2015, 02:08:54 AM
ผมเป็นลูกชาวนา ได้รู้จักความหมายอย่างลึกซึ้งของคำว่าเกษตรกรจากหน้า web page   มีความรู้พื้นฐานสาขางานไฟฟ้า-อิเลคทรอนิกส์  จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จ.อุบลฯ รุ่นที่4  ปลูกไผ่บีเซ(กิมซุงหรือตงลืมแล้ง) ไว้ 2ไร่ ผักหวานป่า เล็กน้อย กลับต่างจังหวัด เดือน เว้น เดือน เพื่อเยี่ยมลูกชายทั้งสองที่บ้าน และแปลง ทุ่งนา(โนนหินแห่+ แล้ง+) มาเป็น สวนผสมแบบปราณีต

      ปัจจุบัน เป็นแค่ ผู้ขยันปลูก ยังไม่ใช่ผู้ชำนาญ ทั้งในเรื่องระบบน้ำ ดินและพืช (แต่อนาคตไม่แน่)
 
 อยากประยุกต์ใช้พลังงานสะอาด ต้นทุนต่ำ นำเทคนิค และแนวคิดใหม่ๆไปใช้ให้เกิดประโยชน์

ใครที่สนใจระบบโซล่าร์เซลล์อ่านข้อมูลด้านล่างนี้ครับ ข้อมูลความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโซล่าร์เซลล์ https://drive.google.com/file/d/0B4iXub7roHJiWWFmUlFZWlMxc3c/view?usp=sharing