เกษตรพอเพียง.คอม

เว็บบอร์ดเกษตรพอเพียง => สัตว์เลี้ยง - สัตว์เศรษฐกิจ => ข้อความที่เริ่มโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 12, 2015, 02:20:26 PM



หัวข้อ: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 12, 2015, 02:20:26 PM
ต้องการปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นวัวเนื้อเลือดสูงแบบเลี้ยงในประเทศนี้ได้(เลี้ยงกึ่งปิดกึ่งเปิด มีแปลงหญ้าอย่างดี มีอาหารข้นถึง)

มีแม่พันธุ์บรามัน ดีๆไว้รองรับอยู่แล้ว ดังนั้นเลือกอะไรดี
1.แองกัส
2.ชาโลเลย์
3.บีฟ มาสเตอร์
4.เดร้่ท์ มาสเตอร์
5. ถูกทุกข้อ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 05:20:45 PM
ถ้าผมตอบก็จะไม่มีใครกล้าตอบอีกเลย เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเป็นอาชีพจริงๆจังๆบนหน้าเวบ มีน้อยมากๆ ที่เห็นเพ่นพ่านกันไปมาเกือบทั้งหมดจะเป็น คนเล่นงัว กันเสียมากกว่า .... ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ค่อนลงรอยกะผม เนื่องจากวิธีคิดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ... เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์เชิงพานิชย์

คนนึงจะมองเรื่องผลตอบแทนในตลาดผลิตเนื้อเพื่อบริโภค ... อีกกลุ่มนึง มองเรื่องกระแสสังคมว่าช่วงเวลานั้นๆจะชี้ไปแบบใหน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 05:31:45 PM
เอาข้อดีและข้อเสีย ในพิสัยเลี้ยงงัวแบบงัวยืนโรง กึ่งแปลงหญ้า ไม่มีอาหารข้นนะ ( เพราะอาหารข้นให้แม่งัวกินเป็นเรื่องของเศรษฐีเล่นงัว ไม่คุ้มทุน .... ยกเว้นอาหารทดแทนจากอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ที่ไม่ใช่รำ ) ...  ไม่ไล่ทุ่ง มีหญ้าให้กินอิ่มทั้งปี โดยไม่เสริมอะไรเลย

 หรือ ถ้าตกแล้งหญ้าหายากก็เป็น ฟาง / แกนข้าวโพด / ต้นข้าวโพด / กากวัสดุทางการเกษตรต่างๆ ... ร่วมกับ ของเหลือจากโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร หรือ ฝุ่นข้าวโพด  เต็มที่สุดๆก็แค่รำอ่อนเสริมเล็กๆน้อย  โดยคำนวณต้นทุนค่าอาหารทดแทนหญ้า ต้องไม่เกินวันละ 100 บาทต่อวัน ติดต่อกันไม่เกิน 3 เดือน  หรือ 60 บาทต่อวันติดต่อกันไม่เกิน 5 เดือน ... ในรอบ 1 ปี

ถ้าในท้องถิ่นทำไม่ได้แบบนี้ เปลี่ยนรูปแบบการจัดการเพื่อเปลี่ยนสายพันธุ์งัวเถอะ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 06:02:51 PM
คำว่า งัวเด๊า ... ของคนภาคเหนือตอนล่าง - กลางตอนบน สื่อความหมายถึงงัวยุโรป ไม่ใช่งัวพันธุ์เดร้าท์มาสเตอร์  ซึ่งหลักๆก็คงไม่พ้นชาโรเล่ส์อยู่ดีนั่นแหละ

1. ชาโรเล่ส์ เป็นงัวมาตรฐานยุโรปในเมืองไทยไปแล้ว เพราะเป็นที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด ตัวโต ตลาดต้องการสูงที่สุด เนื่องจากองค์ความรู้ในการขุนงัวยุโรป เราเก่งเรื่องชาโรเล่ส์มากที่สุด

ข้อดี  1.) ตัวโต ทำให้เวลานำไปขุนจะได้ นน. ขุนสูงมาก จึงเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุด  สามารถนำมาขุนเกรดไขมันไม่แทรกเนื้อได้น้ำหนักสูงมาก อัตตราแลกเนื้อติดกลุ่มนำ อาจจะอยู่ในอันดับ 1 หรือ 2 เลยก็ได้

2.) การแลกเนื้อสูง ก็หมายความว่าขุนแล้วคุ้มค่าอาหารมากๆ อาจจะอยู่ในอันดับ 1 หรือ 2 เลยก็ได้

3.) องค์ความรู้ในการขุนงัวยุโรป เกรดไขมันแทรกเนื้อ งัวชาโรเล่ส์ เรามีมากที่สุด คนขุนเก่งงัวชนิดนี้จึงนิยมเอางัวนี้มาขุนกันมาก

4.) โครงสร้างร่างกายในการเป็นงัวเนื้อสมบูรณ์แบบเป็นอันดับ ต้นๆ ( อาจจะอยู่อันดับ 1 ถึง 3 นี่แหละ ) ... งัวโครงสร้างสมบูรณ์ ก็จะมีชิ้นส่วนที่ให้เนื้อขนาดใหญ่ ชำแหละแล้วได้เนื้อมากกว่าเขา

5.) กินอาหารเก่ง ตะกละ ทำให้เลี้ยงง่าย ( เรื่องการให้อาหาร )

ข้อเสีย
1.) ไม่ทนร้อน เรื่องธรรมดาของงัวยุโรปทุกสายพันธุ์ที่ไม่ทนร้อน เมื่องัวร้อนบ่อยๆ มักจะไม่โต ดังนั้นใครคอกไม่พร้อม อย่าเลี้ยงเลยงัวนี้ ... งัวไม่โต ขายไม่ได้ราคา สู้ไปเลี้ยง บราห์มันดีกว่า ... แต่ถ้าคอกอยู่ในระดับ กึ่งโรงเรือน กึ่งแปลงหญ้า นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไร มีแค่นี้ก็เลี้ยงงัวชนิดนี้ได้แล้ว

2.) ดุ เลี้งแม่งัวนี้ แนะนำให้เอาเขาออกเสีย อันตราย งัวถ้าอากาศร้อนๆมันจะหงุดหงิด ชอบทะเลาะกัน หรือ ทำร้ายคนเลี้ยง แถมงัวชนิดนี้เขาจะน่ากลัวมากๆ ดังนั้น เอาเขาออกเถอะ เพื่อลดความเสี่ยง

3.) กลุ่มสายเลือดที่เป็นที่ต้องการของตลาด ( เพราะโตเร็ว ) เกือบทุกตัวจะให้ลูกตัวใหญ่ เป็นอันตรายต่อแม่งัว เสี่ยงที่แม่งัวเกิดมดลูกทะลัก คลอดลูกตาย พาลจาดทุนเอา .... คนเลี้ยงงัวชนิดนี้ จึงไม่นิยมใช้แม่เฟรมขนาดกลางๆ อย่างพวกบราห์มันชาวบ้านทั่วๆไป เพราะระบบสืบพันธุ์มักไม่รองรับลูกงัวตัวขนาดใหญ่ ... ส่วนใหญ่จึงนิยมบราห์มันสายเลือดสูงๆ หรือ บราซิลผ่าน เป็นแม่พื้นฐาน ( สายเลือดงัวพื้นเมืองไม่ควรเกิน 10 % )

4. ขนยาว ทำให้งัวสกปรกง่าย การจัดการคอกจึงต้องดีๆหน่อย

5.) งัวโครงสร้างขนาดใหญ่ทุกสายพันธุ์ จะมีอัตตราการเจริญพันธุ์ต่ำ  คุณภาพการเป็นแม่งัวไม่ดี ให้ลูกยาก

6.) งัวโครงสร้างขนาดใหญ่ทุกสายพันธุ์ จะต้องการสารอาหารไปเลี้ยงสภาพร่างกายค่อนข้างสูง จึงต้องใช้อาหารดีๆ ราคาค่อนข้างสูง หญ้าแก่ๆ อาจจะนำมาใช้เลี้ยงแล้วไม่เวิร์ค ... หญ้าอ่อนๆ ก็ได้ผลผลิตต่อไร่น้อย ทำให้ต่อพื้นที่การเลี้ยง 1 แปลงเท่าๆกัน เลี้ยงงัวได้น้อยตัวกว่าเขา  ... ดังนั้นงัวนี้จึงต้องขายลูกงัว ให้ได้แพงกว่าเขา จึงจะได้กำไรเท่าเขา

แต่วันนี้ลำบากหน่อย เพราะ ชาโรเล่ส์ กับ บราห์มัน ราคาเท่ากันทุกประการ ... เนื่องจาก เศรษฐกิจชะลอตัว ท่องเที่ยวมีปัญหา เนื้องัวในเกรดราคาแพงๆขายยาก  ( ส่วนใหญ่ก็ส่งโรงแรมหรูๆ )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 06:30:56 PM
ใครที่คิดจะเล่นชาโรเล่ส์ ต้องทุนหนาซักหน่อย เพราะตอนนี้แม่งัวเฟรมขนาดใหญ่ ... ราคาในเขต ตากฟ้า - หนองบัว / วังประจบ - สนามบิน ...  คู่แม่ลูก ก็ตก 6 - 8 หมื่นบาท ( ถ้าตัวเปล่าๆ ก็ 5 - 6 หมื่บาท )

แต่ถ้าทุนบาง ไม่มีปัญญาซื้อแม่งัวขนาดใหญ่ แล้วคิดจะเล่นชาโรเล่ส์ ก็ต้องมือถึง เก่งๆเรื่องการดูแลแม่งัวคลอดลูกเก่งๆ  ... หรือไม่ก็ต้องเลือกพ่องัวเก่งๆ รู้จักคนมีประสบการณ์เคยใช้พ่องัวตัวนั้นๆ แล้วบอกได้ว่าให้ลูกเป็นเช่นไร

พ่อกรม ตัดทิ้งไปได้เลย ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น  ของ ออสเตรเลีย อเมริกา ก็จบเห่ ใหญ่กว่าของกรมอีก ... จะมีก็ของฝรั่งเศส บางตัวเท่านั้น ที่ให้ลูกตัวเล็ก  แถมบางตัวให้ลูกตัวเล็กแล้วลูกโตช้าก็มี  ...


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 12, 2015, 06:35:47 PM
เลี้ยงเป็นอาชีพ จ้ะลุง โครงการของหลานชายจ้ะ
ไม่เลี้ยงวัวตามกระเเส ไม่ให้ใครมาปั่น และไม่ปั่นใคร

ตอนนี้มีแม่บรามันแต่เป็นลูกกระทบหูทั้งนั้น ตัวใหญ่โคตรๆ  แต่ว่า ต้องการปรับปรุงสายพันธุ์
แหล่งอาหารค้อนข้างดี มีต้นข้าวโพดเหลือจากไร่ข้าวโพดหวานเยอะอยู่


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 12, 2015, 06:37:50 PM
แกวางแผนว่า ผสมวัวยกระดับสายเลือด ตัวผู้คัดออกมาขุนขาย เพราะที่ดินมีตกห้าสิบไร่ น้ำดี ไม่แล้ง ไม่ท่วม

ตัวแกรับราชการ กำลังวางแผนย้ายกลับบ้านนอก


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 06:53:51 PM
2. แองกัส

เป็นงัวยุโรป ที่นิยมเป็นอันดับ 2 ของบ้านเรา  คนที่เลี้ยงงัวนี้มักเป็น ระดับนายทุนขนาดใหญ่ ที่สามารถขายงัวแบบ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง ให้แก่คนขุนงัวโดยตรงได้เลย  โดยไม่จำเป็นต้องมาวางตลาดนัด ซึ่งจะขายได้ในราคาสูงกว่าท้องตลาด เนื่องจากเป็นงัวขุนไขมันแทรกเนื้อเกรดสูง

จึงมีคนนิยมนำมาใช้เป็นแม่เริ่มต้น ในการผลิตแม่งัววากิว ซึ่งคนที่จะเล่นงัววากิว ก็ล้วนแต่เป็นคนที่มีต้นทุนค่อนข้างสูงกว่าคนทั่วๆไปเช่นกัน

ข้อดี
1. ) ไขมันแทรกเนื้อเกรดสูงกว่าชาโรเล่ส์  ทำให้ถ้าขายแบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งจะได้ราคาสูงกว่าเขา ( แต่คุณภาพงัวเราต้องดีด้วยนะ )

2.) เป็นงัวเฟรมขนาดกลาง ทำให้คุณภาพการเป็นแม่งัวสูงมากๆ ( ระดับต้นๆของงัวในไทย ) แม่งัวเป็นสัดเร็ว เป็นสัดง่าย เลี้ยงลูกเก่ง น้ำนมดี ( เคยเป็นงัวนมมาก่อน )

3. )  เป็นงัวไม่มีเขา ทำให้อันตรายน้อย

4. ) ความเชื่องสูง ไม่ดุร้าย ทำให้ง่ายต่อการจัดการดูแล

5. ) แองกัส อเมริกา ทนร้อนได้ดีกว่าชาโรเล่ส์ แต่ แองกัสยุโรป ทนร้อนได้ห่วยมากๆ

6. ) คลอดลูกตัวเล็ก ทำให้ใช้แม่แบบใหนก็ได้  ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยเวลาคลอดลูก

ข้อเสีย
1.) อาเบอร์ดีนแองกัส ไม่ทนร้อน ห่วยมากๆ ( ของกรมเป็นอาเบอดีนแองกัส )

2.) งัวเฟรมขนาดกลาง ( เท่าๆบราห์มันชาวบ้านเรานี่แหละ )  ทำให้ได้ นน. ขุนสู้เขาไม่ได้เมื่อนำมาขุนแบบทั่วๆไป เมื่อวางตลาดนัด จึงขายได้ในราคาเดียวกะ บราห์มัน เสียเป็นหลัก ... นานๆครั้งจึงจะได้ราคาดีกว่าเขาเป็นช่วงๆ ( ต้องรอให้ฟาร์มนายทุนที่เขาขุนแองกัสเปิดรับซื้อทีนึงจึงจะแพงทีนึง )

3.) งัวเฟรมขนาดกลาง ลูกงัวหย่านม จึงตัวเล็กกว่าเขา ยิ่งถ้าไปวางตลาดทั่วๆไป ยิ่งได้ราคาขายน้อยไปใหญ่

4. )  สะโพกลีบ .... งัวเกรดไขมันแทรกเนื้อ จะมีปัญหาด้านการตลาดของเนื้อสะโพก เพราะเนื้อสะโพกไขมันแทรกน้อยมากๆ  เขาจึงพัฒนางัวพวกนี้ให้สะโพกลีบเอาไว้ก่อน เพื่อตัดปัญหานี้ ... แต่สะโพก คือชิ้นส่วนที่ให่เนื้อสูงสุดในร่างกายงัว  ตลาดงัวขุนเกรดทั่วๆไป ถ้าสะโพกลีบ ... ก็จบเห่ ขายได้ถูก

แต่เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ มันต้องกลับคืนมาเป็นปรกติแน่ๆ ซึ่งในวันข้างหน้างัวเกรดหรูๆ ก็ต้องกลับมาขายได้ในราคาดีๆอย่างแน่นอน .... เราผสมงัววันนี้ อีก 2 ปี จึงจะได้ขาย ซึ่งเศรษฐกิจวันนั้น ยังไงมันก็ต้องเปลี่ยนไปจากนี้อย่างแน่นอน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 07:35:08 PM
3. เดร้าท์มาสเตอร์ - บีฟมาสเตอร์

เป็นงัวสายพันธุ์พี่น้องกัน แต่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากคนละที่ ... เกิดจากงัว 3 สายพันธุ์คือ 1.)  เฮียร์ฟอร์ด เป็นงัวที่โครงสร้างร่างกายสมบูรณ์ที่สุดในโลก  2.) บราห์มัน ก็รู้ๆกันอยู่  3.) ช๊อร์ตฮอร์น เป็นงัวนมกึ่งเนื้อ เฟรมขนาดเล็ก ... งัวนี้จึงได้ลักษณะพื้นฐานที่ดี  คือ ทนแบบบราห์มัน โครงสร้างสมบูรณ์แบบเฮียร์ฟอร์ด แม่งัวน้ำนมดี  เป็นแม่งัวคุณภาพสูง

เดร้าท์ พัฒนาที่ ออสเตรเลีย ชื่อก็บอกอยู่ว่า  "ผู้พิชิตความแห้งแล้ง " จึงเน้นไปที่ความทนทาน ต่อสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะความแห้งแล้ง  .... งัวชนิดนี้เอามาเลี้ยงควบคู่กับบราห์มันชาวบ้าน และ ไทยใหญ่  เรียกว่า ไม่กลัวกันเลย ...  แต่มีปัญหาเนื้อสีเข้ม เนื้อไม่น่ากิน ทำตลาดสูงๆได้ไม่ดีนัก  ... ปัจจุบัน หายากมากๆ เพราะไม่มีคนนิยมเลี้ยง

บีฟ พัฒนาที่ อเมริกา โดยนายทุนบ่อน้ำมัน การพัฒนาจึงเน้นไปทึ่ การเป็นงัวเนื้อมากกว่า จึงทำให้งัวนี้ อึดไม่สู้ไทยใหญ่ หรือ บราห์มัน  แต่ให้คุณลักษณะอย่างอื่นที่ดี ... เนื้อสีสวยที่สุด ในโลกก็ว่าได้ ....  ขอตัดเดร้าท์ ทิ้งไปละกันนะคับ เพราะไม่เวิร์ค แน่ๆ ถ้าจะเอามาเลี้ยงดีๆแบบนี้  ( เดร้าท์ เหมาะสำหรับไล่ทุ่ง หรือ ปล่อยเขามากกว่า )

ข้อดี ของบีฟมาสเตอร์

1.) เป็นงัวเกรดไขมันไม่แทรกเนื้อ แต่เส้นใยละเอียด ทำให้เอามาทำตลาดเนื้อสุขภาพได้ดี เนื้อสีสวย   ( กินอาจจะไม่อร่อยเท่าเนื้อเกรดไขมันแทรกเนื้อ ) ... เป็นเนืองัวที่นุ่มที่สุดในประเทศไทยในวันนี้ ( แต่ต้องเอามาเลี้ยงขุนดีๆนะ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครทำตลาดนี้ จึงหาคนซื้อลูกงัวไปจุนแบบนี้ไม่ได้ ) .... เขาพัฒนาถึงขั้นวิเคราะเส้นใยเนื้องัว เพื่อตรวจสอบความนุ่มของเนื้อ ที่พ่อพันธุ์แต่ละตัวให้ลูดออกมา แล้วเป็นค่ามาตรฐานสายพันธุ์ เปรียบเทียบในพ่อตัวต่างๆ

2.) เนื้อสีสวย น่ากิน

3. ) แม่งัวคุณภาพสูงมากๆ  น้ำนมดีมากๆ  เป็นสัดเร็วมากๆ ให้ลูกดกมากๆ อัตตราการเจริญพันธุ์สูงมากๆ ( ไทยใหญ่ / พื้นเมืองยังอาย  ) .... ลูกงัวในคอกผม คลอดลูกตัวแรก ตอนอายุ 20 - 26 เดือน พวกบราห์มันอายุเท่ากันพึ่งทับ ( มันคลอดลูกไปละ ) ... คลอดลูกพร้อมๆกับ พี่ของมันจากแม่ตัวเดียวกันนั่นแหละ ( พี่เป็นบราห์มัน )  มีตัวนึงทับตอนอายุ 12 เดือน

4.) ให้ลูกเข้าขุนเร็วมากๆ ... เนื่องจากงัวเกรดเนื้อนุ่ม ต้องเอาลูกงัวมาขุนตั้งแต่อายุน้อยๆ เพื่อไม่ให้เนื้อเหนียว ซึ่งงัวเมื่อถึงระยะขุนก็จะเติบโตได้เร็ว สร้างกล้ามเนื้อได้เร็ว ต่อให้เราเอามาขายในตลาดงัวขุนทั่วๆไป ... งัวก็จะเห็นกล้ามเนื้อหนากว่าเขา ซึ่งการขายงัวเราก็จะตีราคาตามปริมาณเนื้อที่มี ... หรือแม้แต่ชั่งน้ำหนักเนื้อเยอะ ก็ต้องหนักกว่าเขา

5.) แม่งัวน้ำนมดีมากๆ

6.) ทนร้อน ด้อยกว่าบราห์มันแค่เล็กน้อยเท่านั้น

7. ) โครงสร้างสมบูรณ์ อยู่ในอันดับ 1 หรือ 2 สะโพกใหญ่มากๆ ( งัวนี้มีดีที่สะโพก ... ในไทยไม่มีใครสะโพกใหญ่เท่านี้ )  ลำคอกว้างมาก แผ่นหลังกว้างมาก

ข้อเสีย
1.) เป็นงัวเฟรมขนาดกลาง ... ลูกที่ได้ตัวจะใหญ่สู้บราห์มัน และ ชาโรเล่ส์ ไม่ได้

2.) เป็นงัวเกรดไขมันไม่แทรกเนื้อ ทำให้ขายในราคาหรูๆ แบบชาโรเล่ส์ ไม่ได้ เต็มที่ก็แพงกว่าบราห์มันนิดๆหน่อย ( แม้ว่าเศรษฐกิจจะกลับคืนมาก็เถอะ )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 07:55:50 PM
ทุกสายพันธุ์ มีข้อดีข้อเสีย ... เราต้องเลือกให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นเรา  การจัดการคอกของเรา อาหารของเรา ทักษะด้านการตลาดของเรา  .... คับ

ไม่มีอะไรดีที่สุด แต่เราเลือกจัดการได้ถ้ารู้ข้อดีข้อเสียของงัว


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 12, 2015, 09:49:30 PM
ไม่รุจะว่าไง

หลานชอบเด้ราท์  แล้วจะหาที่ไหนล่ะเนี่ย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 10:18:31 PM
เดร้า ออกแบบมาสำหรับเป็นงัวไล่ทุ่ง ไว้ลุยป่าเขาพื้นที่แห้งแล้ง ต้องอยู่กันแบบอดๆอยากๆ การเติบโตไม่ถึงกะเร็วนัก แต่ต้นทุนต่ำ เพราะแปลงหญ้าแทบไม่ต้องทำอะไรมากเลย  กินหญ้าแห้งๆ ฟางแห้งๆ ก็พอถูๆไถๆ ไปได้หรืออย่างมากก็ กินหญ้าครึ่งท้อง ฟางครึ่งท้อง  อยู่กันได้สบายๆ เพื่อรอเวลาจนกว่าถึงหน้าฝน ให้หญ้าได้น้ำ แล้วแตกยอดมาให้ได้กินดีๆ ฟื้นสภาพร่างกายสมบูรณ์ เพื่อรองรับควาทแห้งแล้งในรอบปีถัดไป

ทำให้ผลผลิตลูกงัวที่ได้ไม่ถึงกะดีนัก อัตตราเติบโตของงัวประเถท ถึกๆ ทนๆ แบบนี้ต่อให้เราเอามาเลี้ยงขุนอย่างดี มันก็จะโตไม่ดีเท่าไหร่ ... ค่าการแลกเนื้อก็ห่วยกว่าเขาอยู่ดี

งัวนี้จะตัวตัวเล็กๆ เท่าๆลูกผสมบราห์มัน กะ พื้นเมือง

ใหญ่กว่างัวแกลบไม่มากเท่าไหร่ ขนาดก็น่าจะครึ่งนึงของบราซิลผ่านนั่นแหละ .... ผมตั้งข้อสงสัยนะว่าเขาเลี้ยงบราซิลผ่านก็เพราะเห็นมันตัวใหญ่ จึงชอบ  แล้วเขาใช้ตรรกกะอะไรมาเลือกตัดสินใจเอา เดร้าท์ กันล่ะนี่  เพราะตัวมันเท่าขี้ตาเอง ( ถ้าเอามายืนคู่กะบราซิลผ่าน )

แถมพื้นที่ดิน ตามที่ว่ามาอุดมสมบูรณ์ ระดับเลี้ยงงัวที่มีอัตตราเติบโตสูงๆ แลกเนื้อดีๆ ได้สบายๆเลยนะ ..... งัวประเภท ยิ่งให้กินมาก ก็ยิ่งผลตอบแทนคืนมา น่าจะเวิร์คกว่า ( งัวพวกนี้เอาไปเลี้ยงอดๆอยากๆ แบบที่เดร้าท์อยู่แบบสบายตัว มีหวังผอมตายพอดี )

มันเป็นงัวที่ไม่ค่อยให้อะไรมัน งัวมันก็ไม่เดือดร้อน ให้เราคืนมาตามความเหมาะสม ( เทียบกะพวกดีๆ อยู่แบบนี้ มันไม่ให้เราคืนมาหรอก ) ... งัวแบบเดร้ามาสเตอร์ เป็นงัวที่ไม่ต้องไปคาดหวังอะไรมันมาก  ถึงเวลาเก็บก็เดินมาเก็บ ถึงเวลาให้ก็ให้เท่าที่มี  เพราะยังไงเสียมันก็ให้ผลผลิตเราไม่ขาดอยู่แล้ว .... แค่ให้ไม่มากเท่าไหร่


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 12, 2015, 10:29:42 PM
บีฟมาสเตอร์ ... คล้ายเดร้าท์มาก เพราะถูกพัฒนามาจากสายพันธุ์เดียวกัน ... แต่ตัวนี้ ไม่ถึงกะถึก แบบเดร้าท์ ก็น่าจะแค่เท่าๆกับบราห์มันเท่านั้น

เอามายืนคู่กัน แยกไม่ออกเลยนะคับ  เหมือนกันทุกประการ .... ต้องจับชำแหละเอาเนื้อมากินเท่านั้น ทึ่ บีฟมาสเตอร์ ถูกพัฒนามาเพื่อให้เนื้อกินอร่อย และ สีสวยน่ากิน ( ชื่อก็บอกอยู่ว่าบีฟมาสเตอร์ )

เรื่อง อัตตราเจริญพันธุ์ แม่พันธุ์ นี่เท่าๆกันได้เลย ... คือ จุดเด่นของทั้งคู่ต่างกันแค่ เรื่องตัวนึงถึก อีกตัวกินอร่อย

อ้อแล้วก็แถม บีฟ ขุนได้ดีไกล้ๆบราห์มันกรม เติบโต ได้ไกล้ๆ บราห์มันกรม ... ส่วนเดร้าท์ โตช้ากว่าเยอะ แล้วก็ ขุนไม่ถึงกะเวิร์คเท่าไหร่ ( ก็พอขุนได้ แต่สู้เขาไม่ได้ )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 13, 2015, 08:49:20 AM
บราซิลผ่าน ....

เป็นงัวเชิงพานิชย์ ของคนขาดประสบการณ์ หรือคนที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องผลตอบแทนจากการเลี้ยงงัวมากนัก  

ประเภท คนมีตังแต่อยากเลี้ยงงัวก็เลยซื้องัวให้เขาเลี้ยงฝากๆกันดูแลไว้ก่อน  / หรือ ประเภทมีทุนหนาๆ แล้วอยากเลี้ยงงัวเลยกำเงินหนักๆมาซื้องัวเลี้ยงได้ในราคาไม่อั้น  /  หรือ ประเภทคนมีตังเลี้ยงงัวแบบได้มากก็เอา ได้น้อยก็เอา ดีกว่าเก็บเงินไว้ให้มันเน่าอยู่ในธนาคาร

เพราะเป็นงัวที่ให้ผลตอบแทนไม่สู้จะดีนัก

บราซิลผ่าน จะเป็นงัวที่ตัวใหญ่มากๆ แต่ให้เนื้อน้อย  ทำให้เราขายลูกงัวได้ไม่แพงนัก  เนื่องจาก โครงสร้างร่างกายของบราซิลผ่านห่วยมากๆ  อีกทั้งความหนาของกล้ามเนื้อก็แย่ ... คนเลี้ยงบราซิลผ่าน จะมีปัญหากับ นายฮ้อย มากๆ เพราะชอบบ่นว่านายฮ้อยแกล้งกดราคางัวตนเอง. งัวตัวเองตัวเบ้อเริ่ม  แต่ให้ราคาถูกๆ ( บางตัวราคาถูกกว่าบราห์มัน เกือบหมื่นบาท ทั้งที่ตัวเท่ากัน )  ....

บาง คนมาดูงัวในคอกผม เห็นผมขายลูกงัวไป ถึงกับสบถคำหยาบคาย ก่นด่า พ่อค้าที่มาซื้องัวตัวเองให้ผมฟัง ว่าเอาเปรียบตนเองอย่างมาก  .... ผมเองก็ไม่ได้พูดอะไร แต่คิดในใจว่า บราซิลผ่าน กับบราห์มัน ราคามันต่างกัน เอาขนาดของตัวลูกงัวมาเปรียบเทียบกันไม่ได้  ... ( แม้แต่แม่งัวก็เอามาเทียบกันไม่ได้ .... คือ  แม่บราซิลผ่าน จะราคาแพงมากๆ แต่บราห์มันจะถูกๆเอง  )

ผมนั่งมองคนมีตังที่เข้ามาเลี้ยงงัว หลายคนมากๆ ที่เข้ามาเลี้ยงงัวแล้วต้องเลิกเลี้ยงกันไป ( เข้ามาในยุคทองของงัวนี่แหละ ไม่เคยเจอปัญหาพวกปั่นราคาด้วย ) .... ทุกคน จะเลี้ยงงัวบราซิลผ่านกันทั้งนั้น  .... สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ  ไม่ค่อยเห็นลูกงัวเดินติดฝูง   จะเห็นแต่แม่งัว  เนื่องจากบราซิลผ่าน เลี้ยงยาก ให้ลูกยาก จึงไม่ค่อยให้ผลผลิต เมื่อลงทุนทำมาหากินแล้วไม่ค่อยได้ผลตอบแทน  คนที่มองเรื่องการลงทุนก็ย่อมมองหาช่องทางทำกินอื่นๆ ที่ได้ดีกว่า  ทั้งๆที่งัวนี่แหละ คือเพชรยอดมงกุฎ  วันนี้ไม่มีอะไรที่ให้รายได้เกินงัวอีกแล้ว .... แต่หลายคนมากๆ ที่โละแปลงหญ้า แล้วหันไปปลูกอ้อย ปลูกมัน  ในยุคทองของงัว ( อ้อย / มัน มีหรือจะสู้งัวได้ )

วันก่อนไปเที่ยวดูราคางัวในตลาดนัด ... พ่องัวบราซิลผ่าน ตัวนึงร้องขาย 55,000 บาท คนซื้อต่อราคาให้หย่อน 50,000 ลงมา ตัวแทบจะสูงท่วมหัวให้ได้ พ่อค้าเขานั่งคุยกัน ว่าตัวนี้น่าจะหนัก ไม่ต่ำกว่า 700 กก. ( ตกราคา กก. นึง ไม่ถึง 80 บาทด้วยซ้ำ ) .... อีกตัวไกล้ๆกัน เป็น บราห์มัน ขายไปแล้ว 55,000 บาท ผมลองถามพ่อค้าดูว่าน่าจะหนักเท่าไหร่ เขาบอกว่า น่าจะไม่เกิน  600 กก.  ตกราคา กก. ละ 100 บาท น่าจะได้

บราซิลผ่าน .... ลูกงัวตัวเมียจะเริ่มๆทับอายุราวๆ เฉียด 30 เดือน ในขณะที่บราห์มัน เลือดสูงๆ จะทับที่ 24 เดือน ( บราห์มันชาวบ้านทับ 20 - 24 เดือน )  ต้องกินหญ้าอ่อนๆพอๆกับบราห์มันเลือดสูงๆ ( กินหญ้าแก่แล้วจะมีปัญหางัวอ้วนยาก  ไม่ค่อยทับ แล้วทำให้ไม่ค่อยได้ลูกงัว ) เนื่องจากเป็นงัวเฟรมขนาดใหญ่มากๆ จึงต้องกินอาหารโปรตีนสูงๆ ถึงจะพอเลี้ยงสภาพร่างกายให้คงอยู่ได้ ( พอๆกับบราห์มันเลือดสูงๆ หรือ ชาโรเล่นั่นแหละ )  

.... ถ้าเราปลูกหญ้าให้งัวกิน  หญ้าอ่อน ก็จะต้นไม่ยาวเท่าไหร่ ได้ปริมาณหญ้าต่อไร่น้อย ทำให้เวลาเราเลี้ยงงัวพวกนี้ แปลงเท่าๆกันจะเลี้ยงได้น้อยตัวกว่าเขา  .... อีกทั้งงัว เฟรมขนาดใหญ่พวกนี้ ตัวมันโตกว่าเขา ยิ่งทำให้กินหญ้าจุเข้าไปใหญ่ ยิ่งทำให้เลี้ยงได้น้อยตัวเข้าไปอีก

พวกงัวเฟรมขนาดกลางๆ  แม้ว่าจะขุนได้ไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้ตลาดต้องการน้อยกว่า ราคาจึงไม่ดีเท่าพวกงัวใหญ่ๆ ( แต่ต้องการมากกว่าบราซิลผ่านแน่ๆ  ) .... แต่งัวพวกนี้ กินหญ้า แก่ๆอายุค่อนข้างเยอะ  แล้วไม่มีปัญหามากนัก จึงทำให้เราเลี้ยงต่อพื้นที่ดินได้เยอะแม่กว่า  อีกทั้งตัวเล็กกว่า จึงกินน้อยกว่า ยิ่งได้จำนวนมากขึ้นไปอีก ( แต่ขายได้ราคาไกล้เคียงกะบราซิลผ่านนี่แหละ )

แถมงัวเฟรมขนาดกลางๆ จะมีอัตตราการเจริญพันธุ์สูง ดูแลง่าย ให้ลูกกันสนุกสนาน  ... เวลาเดินทางไปใหนๆ แล้วเห็นฝูงงัว สังเกตฝูงงัวชาวบ้านพวกตัวเล็กๆ จะมีลูกงัววิ่งตามหลังกันเต็มไปหมด ... เทียบกะ พวกตัวใหญ่ๆ เราจะไม่ค่อยเห็นลูกงัว นะ

แต่พวกเฟรมกลางๆ ราคาจะไม่ดีเท่าไหร่ .... เมื่อเทียบกะ พวกบราห์มันขนาดใหญ่ หรือ ชาโรเล่ส์  พวกนี้ราคาดี ขายลูกได้แพง แม้ไม่ค่อยได้ตัวลูก แต่ก็ได้ลูกราคาแพง .... ซึ่งในการจัดการคอก และการลงทุน  เมื่อเอามาเทียบกันแล้ว ผมก็ไม่รู้นะว่าอันใหนได้เงินดีกว่ากัน

แต่ผมเลือกงัวเฟรมจนาดกลางดีกว่า .... ตอนนี้กำลังทดลองเลี้ยง บีฟมาสเตอร์อยู่ ว่าให้ผลผลิตดีแค่ใหน

ทดลองมาได้ 3 ปีละ ลูกในฝูงกำลังคลอดลูกอยู่ แต่เรื่องอัตตราเจริญพันธุ์ อันนี้โดนใจมาก .... งัวแกลบยังอาย

เลี้ยงงัวนี้ ฟันธงเลยว่า ลูกงัววิ่งกันให้เกลื่อนคอกแน่ๆ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 13, 2015, 11:25:33 AM
ภาษาคนเลี้ยงงัว  คำว่า บราซิลผ่าน  หมายถึง งัวบราห์มันขนาดใหญ่ ที่มีสายเลือดงัวบราซิลปนอยู่เล็กน้อย. เนื่องจากต้นตระกูลของงัวพวกนี้เคยผ่านการเป็นงัวบราซิลมาก่อน ในยุคสมัยงัวบราซิลดังๆ

ช่วงเวลานั้น กระแสบราซิลมาแรง  ทำให้มีคนเอาแม่งัวของตนเองมาผสมกับพ่อบราซิล จึงได้งัวลูกครึ่งบราซิล ออกมา ... ต่อมาเมื่อกระแสดับลงไป  ลูกงัวเหล่านี้ก็ยังคงอยู่  คนเขาก็จะเอาบราห์มันมาผสม หรือไม่ก็เอาตัวผู้มาคุมฝูงบราห์มัน

ทำให้ได้ลูกผสม สายเลือด 6 - 25 % .... เรียกงัวพวกนี้ว่า บราซิลผ่าน

งัวพวกนี้เจ้าของงัวจะคัดเลือกให้มีลักษณะพื้นฐานของงัวที่ยังคงสภาพการเป็นงัวบราซิลค่อนข้างสูง  แต่ หัว และ หู สั้นแบบบราห์มัน  ซึ่งมันก็คือ งัวบราซิล แต่หัวบราห์มันนั่นแหละ

ต่างจากพวกที่เป็นบราห์มันไปแล้ว ... เลือดก็ 6 - 25 % เท่าๆกันนั่นแหละ แต่เจ้าของจะคัดเลือกงัวให้มีลักษณะพื้นฐานของบราห์มันสูงๆ พวกนี้จะเป็นบราห์มันคุณภาพสูง จนไม่เหลือเค้าโครงของการเป็นบราซิลอีกต่อไป ....

งัวพวกที่เป็นบราห์มันเหล่านี้ ตัวไม่ใหญ่โตสะดุดตาคนมากนัก เน้นไปที่เนื้อมากกว่า ... คนทุนหนาๆ แต่ขาดประสบการณ์ มักจะเลือกบราซิลผ่านเสียมากกว่า  เพราะตัวใหญ่ แลดูสวยงาม  ด้วยพื้นฐานความคิดที่ถูกเพียงครึ่งเดียวว่า งัวตัวยิ่งใหญ่ยิ่งดี  วัวตัวใหญ่หมายความว่าต้องโตเร็ว แล้วต้องได้ผลผลิตดี ได้กำไรดีๆ

..... คิดผิดถนัด .....



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: OuiAh ที่ ธันวาคม 13, 2015, 12:45:39 PM
แล้วลูกผสมบรามั่นเป็นยังไงบ้างครับพี่Markonikove


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 13, 2015, 01:01:07 PM
แม่งัวที่มีอยู่มันเป็นบรามันผสมลูกหู ซึ่งซื้อเหมามาถูกๆเนื่องจากเจ้าของตาย เมียเขาไม่เอา
ตัวใหญ่ ก็นั่นแหละนะ ลูกหูนี่ พวกเขียงบ่นกันจัง ว่ากระดูกเยอะ

ก็คิดจะเอามาปรับปรุงสายพันธุ์ในระยะยาวๆ แกอายุยังน้อย ก็มีเวลาเยอะแยะ  ตอนนี้คัดตัวผู้ขายไปหมดเเล้ว ก็ขายไปถูกๆเช่นกัน เพราะ แขกบ่นจังเลยว่า หนักกระดูก ไม่ได้หนักเนื้อ

คิดว่า น่าจะโชเล่ย์ บ้าง แองกัส บ้าง(ภาษาแถวบ้านเรียกชาโลเลย์ว่า โชเล่ย์)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 13, 2015, 03:42:11 PM
แล้วลูกผสมบรามั่นเป็นยังไงบ้างครับพี่Markonikove

ลูกผสมบราห์มันแบบชาวบ้าน  ปรกติชาวบ้านเขาก็เอาแม่ที่พอหากันได้ในราคาตามแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละคน ใครทุนเยอะหน่อยก็เอาแม่ใหญ่หน่อย ราคาก็จะสูงหน่อย  ใครทุนน้อยก็ขนาดย่อมๆกันลงมา

จากนั้นก็หาพ่อมาคุมฝูง หรือไปจ้างเพื่อนบ้านทับให้  สมัยก่อน ( กับทางเหนือตอนบนทุกวันนี้ ) มักเป็นพ่องัวไม่ถึงกะดีนัก เพราะไม่ค่อยสนใจพัฒนาสายพันธุ์อะไรกันนัก

แต่ทุกวันนี้ พ่องัวที่ใช้กันนั้น จะเลือกกัน อยู่ 2 กลุ่มคือ บราซิลผ่าน สำหรับคนที่ชื่นชอบงัวลำตัวขนาดใหญ่ ( กะพวกขี้โม้ )  กับ บราห์มันสายเลือดสูงๆ ไปจนถึงพันธุ์แท้ สำหรับคนที่ชื่นชอบงัวที่ราคาตอนขายลูกงัว ..... ส่วนลูกตัวเมียที่ดีๆ เข้าตาก็เก็บเอาไว้ทำแม่งัวในฝูง

กุญแจสำคัญของบราห์มันชาวบ้านอยู่ตรงนี้แหละ .... งัวตัวใหนถูกใจคนเลี้ยงก็จะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ ดังนั้นแม่งัวในฝูงจึงสะท้อน บุคคลิก ทัศนคติ ของเจ้าของงัว .... เพราะเจ้าของชอบแบบใหน ก็จะเก็บงัวแบบนั้นไว้เป็นแม่

บางคนชอบงัวตัวใหญ่ๆ สีข้างยาวๆ หนังยานๆ ... ก็จะคัดพวก บราซิลผ่านไว้เป็นแม่งัว

บางคนชอบเงินรายได้จากการขายงัวเป็นตัวๆ ... ก็จะคัดแม่ที่ให้ลูกโตเร็วๆ  เป็นที่ต้องการของตลาดเอาไว้ ซึ่งก็มักเป็นพวกบราห์มันสายเลือดสูงๆ

บางคนชอบเงินจากการขายลูกงัวยกชุดเป็นฝูงใหญ่ๆ ( ผมด้วย ) .... ก็จะเลือกแม่งัวที่ให้ลูกดกๆ เอาไว้ ( งัวพวกที่ไม่ค่อยเบั้ยวนัดเรา ... ถึงเวลาให้ลูกต้องได้ลูก )

บางคนชอบงัวคุ้น แสนรู้ ดูแลง่าย ... ก็จะเลือกแม่งัวแบบนั้นไว้

บางคนชอบงัว กินง่าย อยู่ง่าย ไม่งอแงเรื่องอาหาร  ไม่ว่าเราให้อะไรก็ตาม วัวก็ให้เราคืนมาตลอดไม่มีเบี้ยวเรา ... ก็จะเลือกงัวแบบนั้นมาเป็นแม่ ( งัวประเภทนี้ส่วนใหญ่ เฟรมไม่ค่อยใหญ่นัก )

....... แต่สำหรับเกษตรกรรายย่อยๆ ที่เงินทองไม่เต็มไม้เต็มมือนัก  เป้าหมายหลักของการเลี้ยงงัวก็คือ ลูกงัว เพื่อขายเข้าตลาดนัด ( ซึ่งก็เป็นตลาดเพื่อผลิตเนื้อนั่นแหละ ) .... ดังนั้นคนที่จะอยู่ได้ดีๆ อยู่กันยาวๆ ทนๆ นั้น  ต้องเลี้ยงงัวแล้วได้ลูกงัว เพื่อให้มีรายได้ตอบแทนคุ้มค่า ( ตัวใหนไม่ให้ผลผลิต ก็จะคัดทิ้งออกไป ) ... งัวที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่จึงเป็นงัวที่ ไม่เบี้ยวนัดเรา กับ งัวที่ไม่งอแงเรื่องอาหาร ... ซึ่งก็จะเป็นงัวประเภท เฟรมขนาดกลางๆกันเสียเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้นเราจึงจะเห็นว่า งัวส่วนใหญ่ที่พบเห็นกันทั่วๆไปนั้น จะเป็นงัวเฟรมขนาดกลางๆกันเสียส่วนใหญ่ ... พวกเฟรมใหญ่ๆ มักอยู่กันไม่ค่อยทน ( เพราะงัวเบี้ยวนัดบ่อยเกินจนไม่ได้อะไร )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 13, 2015, 03:59:26 PM
งัวบราห์มันสายเลือดสูงๆ ของนอก ... หรือ ใช้น้ำเชื้อพ่อนอกผสม ( ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกสมาคม กับ คนที่ซื้อน้ำเชื้อสมาชิกของสมาคม เขามาผสมกันนั่นแหละ ) .... ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็น บราห์มันขาว  พวกบราห์มันแดง มีน้อยตัวที่จะดีแบบนี้

งัวพวกนี้ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาจากต่างประเทศ  ซึ่งคัดสรรค์มาเป็นอย่างดี จนทำให้ศักยภาพการเป็นงัวเนื้อ ไม่แพ้งัวชาโรเล่ส์ แม้แต่น้อย ( ยกเว้นไขมันไม่แทรกเนื้อ เลยขายได้ราคาไม่แพงเหมือนชาโรเล่ )

เป็น หนึ่งในสอง งัวที่ให้ผลตอบแทนสูง ( อีกตัวคือชาโรเล่ส์ ) ...

แต่ข้อดีของงัวพวกนี้คือ

1.) ให้ลูกตัวเล็ก จึงไม่มีปัญหาเวลาคลอดลูก หรือ  สร้างความเสียหายให้กับระบบสืบพันธุ์

2.) ทนร้อน ชาโรเล่ส์ ไม่ทนร้อน บางทีถ้าเราจัดการสถานที่ไม่ดี ชาโรเล่ส์ ก็ไม่โต ( สู้เลี้ยงบราห์มันได้ดีกว่า

3.) โตเร็ว อัตตราแลกเนื้อดีเยี่ยม ... เป็นหนึ่ง ในสองสายพันธุ์ที่คู่กันมากับชาโรเลส์

ข้อเสีย

1.) เนื้อไขมันไม่แทรก ทำให้ขายได้ราคาไม่ดีเหมือนชาโรเล่ส์

2.) เฟรมขนาดใหญ่ ทำให้อัตตราเจริญพันธุ์ต่ำ ชอบเบี้ยวนัดเรา ( แบบเดียวกะชาโรเล่ส์ และ บราซิลผ่าน )

3. ) เฟรมขนาดใหญ่ ทำให้ต้องการสารอาหารเพื่อเลี้ยงชีพ โปรตีนค่อนข้างสูง ... งอแงเราเรื่องอาหาร พอๆกะ ชาโรเล่ส์ และ บราซิลผ่านนั่นแหละ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 13, 2015, 04:01:53 PM
บราห์มันกรม และ บราห์มันแดง ( ส่วนใหญ่ )

งัวพวกนี้การพัฒนาสู้บราห์มันสีขาว ของนอกไม่ได้ ( บราห์มันแดงของนอกมีจำนวนมาก ไม่ดี ) ... ประสิทธิภาพของการเติบโต การขุน จึงสู้เขาไม่ได้ ...

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำมาหากิน เราต้องคำนึงถึงต้นทุน และ ผลตอบแทนที่ได้กลับมาด้วย ... ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารสัตว์ ค่าตัวแม่ เมื่อเอามาเทียบกับราคาขายลูกงัวว่าคุ้มกันแค่ใหน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 13, 2015, 04:58:40 PM
ชาโรเล่ส์ กับ แองกัส เลือด 75% จะมีปัญหาเลี้ยงโตยาก ต้องเลี้ยงเป็นคุณหนูจึงจะโตได้ ถ้าจะเลี้ยงเพื่อทำมาหากินแบบชาวบ้านทั่วๆไป มักไม่คุ้มค่า

จึงได้มีการพัฒนางัวพันธุ์ผสม กับ บราห์มัน มาเพื่อแก้ปัญหานี้ ...

โดยเราผสมแม่พื้นฐานของเราด้วยชาโรเล่ส์ หรือ แองกัส ก่อน ก็จะได้ลูกครึ่ง 50 % ลูกตัวเมียเก็บไว้ทำแม่พันธุ์  แต่ถ้าเอาพันธุ์แท้ๆเดิมๆ มาใส่อีกทีนึงจะได้ 75% ซึ่งเจอปัญหากันสนุกสนาน .... แต่ถ้าใช้พวกพันธุ์ผสมมาใส่ ก็จะคงสายเลือดให้เกาะติดอยู่แค่ 50 - 60 % ไว้ได้

1. กำแพงแสน  เป็นพันธุ์ผสมชาโรเล่ กับ ไทยใหญ่ ( ชาโรเล่ 50 % บราห์มัน 25% แกลบ 25% ) 

2. ชาเบรย์  เป็นลูกพันธุ์ผสม ชาโรเล่ส์ 62.5 % กับบราห์มัน 37.5 %

3. แบรงกัส  เป็น แองกัส 62.5 % บราห์มัน 37.5%

4. ตาก เป็นชาเบรย์ ฝีมือคนไทย นี่แหละ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: OuiAh ที่ ธันวาคม 13, 2015, 11:10:00 PM
แล้วเราจะแก้ปํญหางัวบรามั่นเลือดสูงๆยังไงครับ ต้องหาพ่อแบบไหนมาทับครับพี่Markonikove


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 14, 2015, 03:10:57 AM
แล้วเราจะแก้ปํญหางัวบรามั่นเลือดสูงๆยังไงครับ ต้องหาพ่อแบบไหนมาทับครับพี่Markonikove

ปรับวิธีการจัดการด้วยการเพิ่มทุนเรื่องอาหารสัตว์ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของงัว

ซึ่งก็ต้องดูว่าสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นเราตอบสนองต่อการเพิ่มทุนหรือไม่ มีอาหารคุณภาพสูงๆราคาถูกเพียงพอหรือไม่  ความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดินเพียงพอต่อการเติบโตของหญ้าหรือไม่ มีแหล่งน้ำที่จะผลิตหญ้าให้งัวกินทั้งปีหรือไม่

ถ้าแห้งแล้งเกินไปบางท้องที่ เพิ่มทุนค่าอาหารสัตว์ไม่ไหว  ก็เปลี่ยนสายพันธุ์มาเลี้ยงพวกเฟรมขนาดเล็กลงมาอีกหน่อย เพื่อให้สอดคล้องกับทรัพยากรในท้องถิ่นของเรา ... อาจจะเวิร์คกว่า ที่เราต้องจ่ายค่าอาหารสัตว์แพงๆ เพื่อดันทุรังเลี้ยงแม่งัวขนาดใหญ่


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 14, 2015, 03:15:54 AM
เรื่องนี้ไม่มีใครตอบคำถามเราได้ นอกจากตัวคนในท้องถิ่นของเรา ที่มองเห็นทรัพยากรในท้องถิ่นของเรา ว่ามีความสมบูรณ์ที่จะรองรับงัวได้ในระดับใหน

มีแหล่งน้ำดีแค่ใหน ... หน้าดินมีแร่ธาตุดีแค่ใหน ... วัสดุเหลือทิ้งในการเกษตร เป็นวัตถุดิบคุณภาพโปรตีนระดับใหน .... ของเหลือจากโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร มีมากน้อยแค่ใหน ราคาถูกแค่ใหน

จากนั้นก็ลองมาคำนวณต้นทุนค่าอาหารสัตว์ต่อปี ของแม่งัวเราว่าคุ้มทุนที่จะเลี้ยงงัวไหม ... เมื่อเทียบกะพวกเฟรมเล็กๆลงมาแล้วเราไม่ต้องจ่ายมากมายขนาดนั้น  ซึ่งก็จะขายลูกงัวได้ถูกลง แต่ก็มีต้นทุนที่ต่ำลงไปเยอะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: zombiea27 ที่ ธันวาคม 14, 2015, 12:20:44 PM
ต้องการปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นวัวเนื้อเลือดสูงแบบเลี้ยงในประเทศนี้ได้(เลี้ยงกึ่งปิดกึ่งเปิด มีแปลงหญ้าอย่างดี มีอาหารข้นถึง)

มีแม่พันธุ์บรามัน ดีๆไว้รองรับอยู่แล้ว ดังนั้นเลือกอะไรดี
1.แองกัส
2.ชาโลเลย์
3.บีฟ มาสเตอร์
4.เดร้่ท์ มาสเตอร์
5. ถูกทุกข้อ

แบบนี้ครับ 
1.บาร์มัน+ชาโลเลย์ = กำแพงแสน,โคตาก
2.บาร์มัน+แองกัส(วัวหนาวไม่ทนโรค)=เฉพาะข้อเด่น นมเยอะ เนื้อดีไมม่มีเขา เลี้ยงลูกเก่ง
3.บาร์มัน+บีฟ=เป็นลูกผสมบาร์มันอยู่แล้ว =ได้วัวด่าง ไม่ก้าวร้าว น้ำหนักดี เตี้ย นมดีเลี้ยงลูกเก่ง
4.บาร์มัน+เดร์ท =ทนร้อน ทนโรค สีแดง
 เลือกไม่ถูกเลยชอบหมด(การปรับปรุงพันธุ์ใช้เวลามากโขอยู่ครับบางทีอาจต้องส่งต่อให้ลูก และหลานต่อไป )คงต้องดูเป็น F ไป เชิงการค้าก็เอาทนโรค ทนร้อน อัตราการแลกเนื้อดีแล้วกันครับ(ถ้าพี่ทำได้มันคือการพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อในประเทศเลยนะครับมีทุนมีกำลังแบบนี้ครับดีมากเลย)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 14, 2015, 03:03:36 PM
ต้องการปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นวัวเนื้อเลือดสูงแบบเลี้ยงในประเทศนี้ได้(เลี้ยงกึ่งปิดกึ่งเปิด มีแปลงหญ้าอย่างดี มีอาหารข้นถึง)

มีแม่พันธุ์บรามัน ดีๆไว้รองรับอยู่แล้ว ดังนั้นเลือกอะไรดี
1.แองกัส
2.ชาโลเลย์
3.บีฟ มาสเตอร์
4.เดร้่ท์ มาสเตอร์
5. ถูกทุกข้อ

แบบนี้ครับ 
1.บาร์มัน+ชาโลเลย์ = กำแพงแสน,โคตาก
2.บาร์มัน+แองกัส(วัวหนาวไม่ทนโรค)=เฉพาะข้อเด่น นมเยอะ เนื้อดีไมม่มีเขา เลี้ยงลูกเก่ง
3.บาร์มัน+บีฟ=เป็นลูกผสมบาร์มันอยู่แล้ว =ได้วัวด่าง ไม่ก้าวร้าว น้ำหนักดี เตี้ย นมดีเลี้ยงลูกเก่ง
4.บาร์มัน+เดร์ท =ทนร้อน ทนโรค สีแดง
 เลือกไม่ถูกเลยชอบหมด(การปรับปรุงพันธุ์ใช้เวลามากโขอยู่ครับบางทีอาจต้องส่งต่อให้ลูก และหลานต่อไป )คงต้องดูเป็น F ไป เชิงการค้าก็เอาทนโรค ทนร้อน อัตราการแลกเนื้อดีแล้วกันครับ(ถ้าพี่ทำได้มันคือการพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อในประเทศเลยนะครับมีทุนมีกำลังแบบนี้ครับดีมากเลย)


ขอบคุณค่ะ

คือหลานชายเพิ่งจะอายุ20กว่าปลายๆ แกก็ว่าจะเก็บสะสมปรับปรุงไปเรื่อยๆค่ะ คือปรับฝูงแม่งัวให้พ้นจากเลือดหูยาวก่อน จากนั้นก็จะผสมเป็นลูกผสมเลือดไม่สูง เพื่อให้จัดการง่าย แต่ก็ต้องโตดี เนื้อดี

วันนี้ก็ไลน์มาให้หาข้อมูลเรื่องฮอร์โมนเหนี่ยวนำอีกแล้ว  55555

รอบแรกก็วางแผนว่า เอาชาโลเลย์ ใส่24 แม่ เอาแองกัสใส่ 24 แม่ คืองัวมี48แม่ (ทีแรกมี 50 แล้วมีพรรคพวกมาขอแบ่งไป2)
ได้ตัวผู้ ขุนขาย ตัวเมียก็ผสม พวกลูกผสม เช่น กพส. ตาก แนวนี้แหละ


ยินดีต้อนรับทุกคำแนะนำและทุกความเห็น ค่ะ

(ที่ สนง. หลาน ท่านผอ.ห้ามใช้เน็ตเพื่อการส่วนตัวโดยเด็ดขาด เลยต้องมาทำให้แก)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 14, 2015, 07:23:11 PM
ประสบการเคยใช้ ฮอร์โมนอยู่นิดๆหน่อยๆ กับเคยเห็นคนใช้ยกฝูงมากับตาตัวเองแล้ว .... ขี้โม้ทั้งเพ แถมพอมีปัญหา .... พวกก็อ้างคนใช้ขาดทักษะ ( ฟรวยคนเขาเรียนจบสายนี้โดยตรงกันทั้งนั้น ไม่ใช่พวกสัตวบาล ที่ทำเป็นแต่ดูแลฟาร์มด้วย ) อ้างงัวสภาพร่างกายไม่พร้อม สารพัดจะอ้าง

แต่ในความจริงแล้ว การใช้ฮอร์โมนมันไม่ตอบสนองกับการเลี้ยงงัวเนื้อเชิงพานิชย์ ตะหากล่ะ ... การใช้ฮอร์โมน   มันเหมาะกับงัวเศษขยะ เท่านั้นแหละ  งัวที่จะใช้ฮอร์โมนแล้วได้ผลคือ ขยะงัว เท่านั้น

งัวพวกนี้เลี้ยงอย่างคุณหนูก็แล้ว ให้อาหารสมบูรณ์ก็แล้ว กินจนอ้วนเต็มที่ก็แล้ว ให้วิตามินอาหารเสริม แร่ธาตที่สำคัญก็แล้ว ... มันก็ยังไม่มีปัญญาเป็นสัดด้วยตัวเองเลย สุดท้าย เจ้าของงัวมันยังจะปัญญาอ่อน เก็บขยะพวกนี้เอาไว้ให้ได้ เพราะหลงงมงาย ตามกระแสสื่อ ว่างัวสายเลือดนี้เป็นงัวชั้นดี งัวเทวดา  ( เทวดาห่าอะไร เลี้ยงอย่างดีแล้วยังไม่ให้ผลผลิต ... ขยะชัดๆ )

สุดท้ายก็เลยต้องใช้วิธี ฝืนธรรมชาติ ที่ต้องใช้ต้นทุนสูงพอตัว เพื่อบังคับให้งัวเป็นสัด .... ซึ่งงัวที่ไม่ยอมเป็นสัดด้วยตัวเองพวกนี้ ก็จะส่งลักษณะห่วยๆพวกนี้ให้แด่ลูกๆหลานๆต่อๆกันไป  ยิ่งเก็บลูกๆมันไว้ทำพันธุ์ ก็ยิ่งได้ขยะงัวเต็มฝูงกันพอดี




หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 14, 2015, 07:36:47 PM
งัวปรกติ ที่สายพันธุ์มันเอง งอแง เราเรื่องอาหาร ถ้าเราให้มันได้อย่างที่มันต้องการไม่ได้ ... งัวมันจะเบี้ยวนัดเราเรื่องผลผลิต

เพราะร่างกายมันต้องการอาหารให้เพียงพอต่อการสร้างระบบสืบพันธุ์ให้มีลูกได้อย่างปรกติ ลูกๆออกมาตามนัด ... เราก็ต้องให้ตามที่มันต้องการ ซึ่งสังเกตุได้จากงัวอ้วนสมบูรณ์( อาจจะให้แร่ธาตุ และ วิตามิน ที่สำคัญ เสริมด้วย )

ซึ่งถ้าเราให้งัวได้ขนาดนี้ แล้ว ... งัวปรกติดีๆ ทั่วๆไป  ร้อยทั้งร้อย ก็จะให้ลูกๆแก่เราตามเวลานัดอย่างแน่นอน ..... ยกเว้นงัวเศษขยะ

แต่ถ้าเราให้งัวได้ไม่เพียงพอต่อที่งัวต้องการ  ร้อยทั้งร้อย  ไม่มีงัวที่ใหนให้ลูกๆแก่เราได้หรอก ... ( ส่วนความต้องการอาหารจะมากน้อยก็ต่างกันไปตามสายพันธุ์ )

ซึ่งถ้าเราให้งัวไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนงัวไม่ให้ลูกๆแก่เรา .... ร้อยทั้งร้อย ให้ฮอร์โมนไปก็เสียเงินฟรีๆเปล่าๆ  

เพราะงัวที่จะใช้ฮอร์โมนแล้วได้ผล สภาพร่างกายต้องสมบูรณ์พร้อม ซึ่งงัวดีๆทั่วๆไป ถ้าร่างกายสมบูรณ์ ก็ต้องเป็นสัดด้วยตัวมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องให้ฮอร์โมน ทุกตัว ... ยกเว้นขยะงัว


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 14, 2015, 07:43:04 PM
ปล. แองกัส เนื้อไม่ดีหรอกคับ ห่วยพอๆกับ ไทยใหญ่ นั่นแหละ

ตัวที่เนื้อดี ต้องเป็น บีฟมาสเตอร์ ชาโรเล่ส์ บราห์มันขาว ( แดงส่วนใหญ่ก็ห่วย )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: OuiAh ที่ ธันวาคม 14, 2015, 09:35:23 PM
ปล. แองกัส เนื้อไม่ดีหรอกคับ ห่วยพอๆกับ ไทยใหญ่ นั่นแหละ

ตัวที่เนื้อดี ต้องเป็น บีฟมาสเตอร์ ชาโรเล่ส์ บราห์มันขาว ( แดงส่วนใหญ่ก็ห่วย )
หมายถึงปริมาณเนื้อ หรือคุณภาพเนื้อครับพี่


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 14, 2015, 11:16:43 PM
ปริมาณ คับ

คุณภาพในสายของ เนื้อมาร์ลบิ้ง อยู่ในอันดับ 2 รองจากวากิว


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 15, 2015, 01:38:01 PM
เอา วากิว ใส่กับ แม่บรามัน(ลูกกระทบหู) เป็นไงลุง คือพอได้ลูกตัวเมียก็เอาบรามันดีๆใส่ ประคองสายเลือดไว้ถ้าเอาเลือดนอกใส่อีก มันก็สูงเกินไป ใช่มั้ยลุง

ส่วน ตัวผู้ขุนขาย ขายแขกแถวบ้านนี่แหละ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 01:58:59 PM
วากิว มือไม่แน่จริง ทุนไม่หนาจริง อย่าเล่นเลย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 02:12:28 PM
วากิว เป็นเนื้องัวเกรดบนสุด

ทำให้ต้องใช้กรรมวิธีในการขุนซึ่งต้องใช้เงินทุน และองค์ความรู้สูงมากๆ ไม่นับรวมสายพันธุ์งัวที่ต้องใช้เลือดวากิวสูงๆ จึงจะขุนประสบความสำเร็จ .... เพราะถ้าพลาด ขาดทุนทันที

เคยมีครั้งนึงในเฟส เพจฟาร์มโคเนื้อ เอารูป วากิว ที่ประสบความสำเร็จแล้วมาลง เลยมีคน เม้นท์ถามว่า ทำอย่างไรถึงได้ประสบความสำเร็จ ... เจ้าของฟาร์ม มาเม้นท์ตอบ ว่า ... ของแบบนี้ จะบอกกันได้อย่างไร ใครอยากทำได้ก็ต้องหาวิธีเอาเองซิ  ....

งัววากิว ตัวเท่าๆงัวแกลบเรานี่แหละ อึด และ ทนไม่แพ้งัวแกลบหรอก ... แต่ปัญหามันคือ ถ้าจะเอามาขุนให้ได้ตามที่ตลาดต้องการ ต้องใช้ลูกสายเลือดดีๆ ที่ผ่านการพัฒนามาอย่างดี  รายใหม่ๆ  ถ้าทุนเริ่มต้นไม่หนาพอ หรือ วางรากฐานมาไม่ดีพอ  แล้วช่วงเวลาของการพัฒนา เราจะเอาอะไรกินกันล่ะ  .... เพราะพ่อมันตัวเท่าขี้ตาเอง

กับอีกอย่างนึงคือ .... การขุนต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี ที่เราขุนด้วยอาหารตามสูตร ซึ่งคนที่ประสบความสำเร็จดีๆ เขาไม่บอกใครหรอก  ดังนั้นเราค้องศึกษา พัฒนาองค์ความรู้เอาเอง. คนหน้าใหม่ มาถึงก็ต้องลองผิด ลองถูก กับความเสี่ยงตรงนี้ เพราะถ้าพลาด ขาดทุนแน่ๆ นอนๆ ... ทุนไม่หนาพอ องค์ความรู้ไม่ดีพอ  คิดว่าจะสู้กันไหวหรือ

ปล. แค่ ชาโรเล่ บราห์มัน ลูกผสมแบบบ้านๆ คนหน้าใหม่เข้ามา ยังเอาตัวกันไม่ค่อยจะรอดเลย  มาเลี้ยงๆ ไม่เท่าไหร่ เห็นอยู่กันไม่ค่อยทนกันซักเท่าไหร่ ....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 02:17:19 PM
คนขุนวากิววันนี้ เหลือ แต่ นายทุน รวยๆทุนหนาๆ ที่เลี้ยงงัวด้วยสมองมาตั้งแต่ยุคงัวหูแพงๆกันทั้งนั้น ... เขาฉลาดจนพวกงัวหูกินเขาไม่ลงมาตั้งยุคนั้นแล้วล่ะ ( ดีไม่ดี บางคนนี่แหละ คือพวกเล่นงัวหูเก่ามาก่อนด้วยซ้ำ ... ฟาดเงินในกระเป๋าคนอื่นมาจนรวยเลยเอาเงินนั้นมาเล่น วากิว )

กับอีกพวกนึงที่พึ่งเข้ามาเล่นสนุกทีหลัง ก็คือ ... พวกเศรษฐี ที่ฝันว่าวันนึงจะต้องประสบความสำเร็จแบบนายทุนเขา  แล้วเข้ามาเล่นสนุก ลองผิดลองถูก แบบไม่หวังอะไรตอบแทน ด้วยความฝันว่า วันนึงตนจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้แบบเขา


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 02:21:47 PM
เอา วากิว ใส่กับ แม่บรามัน(ลูกกระทบหู) เป็นไงลุง คือพอได้ลูกตัวเมียก็เอาบรามันดีๆใส่ ประคองสายเลือดไว้ถ้าเอาเลือดนอกใส่อีก มันก็สูงเกินไป ใช่มั้ยลุง

ส่วน ตัวผู้ขุนขาย ขายแขกแถวบ้านนี่แหละ

บราซิล อัตตราเจริญพันธุ์ห่วยยิ่งกว่าบราห์มันเลือดนอกเสียอีก ... บราซิลผ่าน ก็ห่วยพอๆกับบราห์มันเลือดสูงๆนั่นแหละ

ถ้าเรามีปัญญาเลี้ยงบราซิลพวกนี้ให้มีลูกได้ ... บราห์มัน เลือดสูงๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาแล้วล่ะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 02:51:55 PM
เทคนิคการเลี้ยงงัวให้ได้ลูกงัวแบบบ้านๆ ... ในกรณีที่เราซื้องัวพวกสายพันธุ์ไม่ค่อยจะได้ลูกมาเลี้ยง

1. ต้องมีพ่องัวจับสัดไว้คุมฝูง  ใช้คำว่า  ต้องมี  เพราะพ่องัวจะทำหน้าที่กระตุ้นการเป็นสัดให้แก่แม่งัว จะทำให้แม่งัวเป็นสัดดีขึ้น เป็นสัดชัดเจนขึ้น เพราะบางทีเราสังเกตุไม่เห็นแต่พ่องัวจะเห็นได้ดีกว่าเรา

อีกทั้ง แม่งัว ถ้ามีพ่องัวคอยตามดม ตามเลีย คอยคลอเคลีย จะไปกระตุ้นร่างกายแม่งัวให้เป็นสัดได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ... กลิ่นฮอร์โมนของพ่องัวจะช่วยให้ระบบฮอร์โมนของตัวเมียทำงานได้ดี งัวจะเป็นสัดดีขึ้น

 ใช้พ่องัวตอนมาคุมฝูง ดีที่สุดคับ  .... โดยไปซื้อพ่องัวที่ทับได้แล้ว หรือไกล้จะทับได้แล้ว เอามาตอนด้วยวิธีใช้คีมหนีบท่อนำอสุจิ ให้ขาดเสีย น้ำเชื้อก็จะไม่ออกมา งัวก็จะทับไม่ติด แต่ยังคงประสิทธิภาพการเป็นพ่องัวได้อยู่

ราคาพ่องัวตอนนี้ ถ้าเป็นบราซิลก็ถูกหน่อย แต่อัตตราเจริญพันธุ์ค่อนข้างต่ำ ทำให้กลิ่นฮอร์โมนจะสู้พันธุ์อื่นไม่ได้ ... บราห์มัน ตัวโตราคาค่อนข้างสูง แต่ตัวก็จะไกล้เคียงแม่งัว ทำให้ดูแลแม่งัวขนาดใหญ่ ได้ดี ....

ไทยใหญ่  พวกนี้ อัตตราเจริญพันธุ์สูง กลิ่นฮอร์โมนจะแรง แถมงัวพวกนี้ขยันเดินดม เดินเลีย แม่งัว กระตุ้นแม่งัวได้ดี  แถมราคาถูก หาง่าย  เลือกแบบที่ไม่ต้องสวยตามตลาดนัดราคาถูกๆ ที่จะส่งเข้าโรงเชือดมานั่นแหละ ... ถ้าเราต่อราคาไม่เก่ง ก็เดินตามหลังแขกค้าเนื้อนั่นแหละ  ซื้อแพงกว่าเขานิดๆหน่อยๆ ก็ได้ เพราะเราเอามาเลี้ยง

เวลา แม่งัวเป็นสัด ให้พ่อจับสัดเราทับก่อนผสมเทียมไดยิ่งดี  เพราะพ่อทับไม่ติดอยู่แล้ว .... แต่ถ้าแม่งัวถูกทับ จะเป็นการกระตุ้น แม่งัวให้ไข่ตกดีขึ้นไปอีก

ส่วนเวลาที่เหมาะสมต่อการผสมเทียม ก็คือ ช่วงเวลาที่พ่องัวเลิกสนใจแม่งัวแล้ว ซึ่งก็คือช่วงเวลาเริ่มหมดสัดแล้ว


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 03:03:15 PM
2. ต้องให้แม่งัวกินหญ้าหลากหลาย   ห้ามให้แม่งัวกินหญ้าชนิดเดียวเป็นเวลานานๆ โดยเด็ดขาด

หญ้าแต่ละชนิด จะมีแร่ธาตุ และ วิตามินที่ต่างกัน การกินหญ้าชริดเดียวเป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้ขาดวิตามิน หรือ แร่ธาตุบางตัวได้ .... แก้ได้โดยให้วิตามิน และ แร่ธาตุเสริม

อันนี้สำคัญมากๆ ....  หญ้าแต่ละชนิด จะมีสารพิษ เฉพาะตัวอยู่   การกินหญ้าชนิดเดียวเป็นเวลานานๆ จะทำให้งัวได้รับสารพิษสะสมต่อเนื่อง มีผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้ โดยเฉพาะพวกอัตตราเจริญพันธุ์ต่ำๆ จะกระทบง่ายมากๆ

 แพงโล่า  เป็นหญ้าที่มีสารพิษ กรดอ๊อกซาลิค สูง กรดนี้จะไปทำให้เเม่งัวเกิดปัญหา ซีสเนื้อในรังไข่ ไปจนถึงขั้นเกิดเนื้องอกในรังไข่ ... แต่หญ้านี้ก็เป็นที่นิยมมาก

การแก้ปัญหาเหล่านี้ทำได้โดยปลูกหญ้าหลายๆชนิดไว้ในแปลงเดียวกัน เพื่อให้งัวกินหญ้าหลายๆชนิดไปพร้อมๆกัน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 06:51:40 PM
3. เรียนรู้วิธีการล้วงตรวจระบบสืบพันธุ์

ในเมื่อเราคิดจะทำมาหากินในอาชีพนี้แล้ว  เราต้องรู้วิธีการทำมาหากินให้อยู่รอด และมีกำไรให้ได้

งัวประเภทที่เบี้ยวนัดการให้ลูกๆเรา เพราะระบบสืบพันธุ์ทำงานไม่ดี เราจึงต้องเรียนรู้กลวิธีต่างๆ เพื่อทำให้มันทำงานได้ดีขึ้น เพื่อชดเชยกับที่มันทำงานห่วยด้วยตัวมันเอง

การล้วงตรวจรังไข่ และ มดลูก จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำด้วยตัวเอง เพื่อให้เรารู้ว่างัวตัวใหนของเรามีปัญหาอะไร แล้วเราจะจัดการกับมันอย่างไรดีจึงจะเหมาะสม .... ไม่ต้องไปจ้างใครมาทำให้หรอก เพราะเขาตรวจแล้วบอกเราอีกที ได้ดีสู้เราทำเองไม่ได้  อีกทั้ง มูลค่าผลตอบแทนจากการเลี้ยงงัว 50 แม่ หักค่าใช้จ่ายแล้ว ปีนึงๆ ไม่ต่ำกว่าปีละ ล้านอย่างแน่นอน ..... เงินรายได้ปีนึงเป็นล้านๆ กับการเรียนรู้แค่นี้ คุ้มคับที่จะเรียนรู้ แล้วลงมือทำด้วยตัวเอง

ผมแนะนำ มทร. กาฬสินธ์ คับ ที่นั่น อ. มีประสบการณ์สูง สอนให้เราเรียนรู้เรื่องนี้โดยตรง เปิดอบรมปีละหลายครั้งอยู่  มีแม่งัวให้เราได้ลองฝึกทำด้วย ..... สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้

3.1) การล้วงตรวจรังไข่ การคลำรังไข่ดูว่าเป็นเช่นไร แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง

3.2) การคลำมดลูก และ การล้วงตรวจท้อง เพื่อว่าเราจะได้รู้ว่างัวเราทับติดหรือไม่ มดลูกเรามีปัญหาอะไรมั่ง จะได้วางแผนจัดการได้ถูก

3.3) การฟลัชล้างมดลูก  ในกรณีมดลูกงัวอักเสบ จะทำให้งัวไม่ยอมเป็นสัด การล้างเอาหนองออกมา เพื่อให้มดลูกกลับมาพร้อมที่จะเป็นสัดได้ใหม่ ... ดีกว่าให้มดลูกมันเน่าอยู่อย่างนั้น แล้วงัวก็ไม่ให้ผลผลิต สุดท้ายก็เสียแม่

3.4) การผสมเทียม อันนี้ เรายังไม่ถึงกับใช้งานนักเพราะเรามีกรมปศุสัตว์ดูแลเรื่องนี้ให้เราอยู่ ... อีกทั้ง ค่าใช้จ่ายเรื่องถังน้ำเชื้อ ค่อนข้างสูง น้ำเชื้อไม่กี่หลอด อาจจะไม่คุ้มค่า ถ้าเราจะซื้อถังมาใช้ส่วนตัวเอง สู้ตามหมอปศุสัตว์มาดีกว่า


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 07:21:35 PM
4. กรณีเจ้าของเก่า เลี้ยงแม่งัว มาไม่ดี แม่งัวเคยผอมจนเหลือแต่ซี่โครงมาก่อน เมื่อมาอยู่กับเรา เลี้ยงจนอ้วนก็ยังไม่เป็นสัด

4.1) เริ่มแรกสุด ล้วงตรวจมดลูกเลยว่ามีปัญหาไหม / ผนังมดลูกหนาและเเข็งไหม ( มดลูกอักเสบ )  / ขนาดมดลูกเล็กเกินไปไหม ( ปรกติบราซิล มดลูกจะยาวและใหญ่กว่าเขา ) / คอมดลูกใหญ่เกินไปไหม จะมีปัญหาเรื่องผสมเทียมไหม ( จำนวนมาก บราซิล และ ชาโรเล่ส์ คอมดลูกจะใหญ่ยังกะลูกฟัก เพราะคลอดลูกตัวใหญ่ และ ตายดัดไม่ได้ บางทีก็บิดงอเสียรูป ) .... ถ้าผนังหนาแต่นิ่ม ก็ต้องเชคต่อว่ามี ซีแอล ค้างไหม เป็นซีสเนื้อไหม

4.2) ตรวจรังไข่ต่อเลย ว่ามีซีแอลค้างไหม / ขนาดเล็กไปไหม / ซีสน้ำ ไหม / ซีสเนื้อไหม

ปรกติแล้วงัวบราซิล ที่เลี้ยงแบบบ้านๆ โดยไม่สนใจเรื่องพวกนี้ จะเจอปัญหา มดลูกอักเสบ แบบที่เราไม่รู้ว่าเป็น กันเยอะมากๆ เพราะถ้าหนองไม่ไหลออกมา เราจะไม่รู้เลยว่ามดลูกอักเสบ .... แถมบราซิล จะคลอดลูกตัวใหญ่ มีโอกาสสูงมากๆ ที่มดลูกจะบอบช้ำขณะคลอด แล้วเกิดการอักเสบขึ้น ... เป็นหนึ่งในปัญหารองอันดับ 2 นอกจากเรื่อง ให้อาหารไม่ถูกตามที่งัวต้องการ

เพราะคนเลี้ยงบราซิล ถ้าไม่ขยันหาอาหารกันจริงๆ งัวจะไม่ค่อยอ้วน เมื่องัวไม่อ้วนก็เป็นสัดยาก .... กับอีกเรื่องนึง คือ งัวอ้วน แต่มดลูกอักเสบ

ปัญหาอันดับ 3 ของบราซิล คือ ระบบสืบพันธุ์ทำงานห่วยด้วยตัวมันเอง ( ยิ่งถ้าไปบวกเข้ากับให้อาหารไม่ดีด้วยแล้ว ไปกันใหญ่เลยล่ะทีนี้ ) .... บางครั้งเราอาจจะต้องใช้ฮอร์โมนกระตุ้นเล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นยาโด๊ป อัดฉีดให้มันมั่ง ( แต่ไม่ใช่การวางโปรแกรมบังคับให้เป็นสัดนะ )

อย่างเช่น ถ้ารังไข่ฝ่อ รังไข่เล็กมาก ก็อาจจะใช้ GnRH ฉีดเพื่อกระตุ้นการทำงาน .... เป็นเหมือนการเริ่มจุดประกายไฟให้กับกระบวนการลูกโซ่ แล้วระบบก็จะเดินไปข้างหน้าด้วยตัวมันเอง .... ถ้าจุดประกายให้แล้วยังไม่กระเตื้อง  ขายทิ้งเหอะ ขยะงัว

ถ้าเป็นซีสเนื้อในรังไข่  ( อาจจะเพราะกินแต่หญ้าแพงโกล่าเป็นอาหารหลักติดต่อกันนานๆ ) ... ถ้าซีสไม่ใหญ่มากเกินไป ก็ฉีด Prostaglandine ( PG ) ... แต่ถ้าซีสใหญ่ ให้ใช้ยาแก้ไข้ข้อ เด๊กซ่าเมธาโซน ฉีดเรื่อยๆ ฉีดต่อเนื่อง ทุกๆ 3 วัน 7 วัน ครั้งละ 10 ซีซี จนกว่าซีสมีขนาดเล็กลงแล้วเหลือค้างเล็กน้อย ก็ใช้ PG ตบท้ายอีกทีนึง

ถ้าซีแอลค้าง ก็ใช้ PG ละลายซีแอล เสีย

ซึ่งงัวประเภทนี้มักเกิดจากเจ้าของเดิมเลี้ยงไม่ดีทำให้งัวมีปัญหา หากว่าเราช่วยแก้ปัญหานี้ ให้เสีย งัวก็จะกลับมาเป็นงัวที่ดีได้ดังเดิม ... แต่พวกสายพันธุ์ที่ระบบสืบพันธุ์ดีๆ ปัญหาพวกนี้จะน้อย



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 15, 2015, 09:14:46 PM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 15, 2015, 11:43:17 PM
น้ำเชื้อ และ บริการทุกอย่าง จากกรมปศุสัตว์ ต้องฟรีคับ ( น้ำเชื้อทุกตัวด้วย )

หากมีการเรียกเก็บสิ่งไดๆ ถือว่ามีความผิด ... แต่เราอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง ศีลน้ำใจเล็กๆ เพื่อเป็นน้ำใจตอบแทนกันจึงเป็นเรื่องปรกติ ( ถ้าเราให้เอง โดยห้ามเรียกเก็บจากเราโดยเด็ดขาด )

น้ำเชื้อกรมมีหลายสายพันธุ์คับ   ยกเว้นว่า ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงๆ บังคับลูกน้องให้ทำผลงานเฉพาะชนิดของงัว ก็เลยต้องเอาสายพันธุ์นั้นๆมาส่งเสริมเรา .... กับอีกกรณีนึงคือ น้ำเชื้อหมด

แม่งัวติดหู โครงสร้างจะห่วยโคตรๆ  มีแต่กระดูก แถมตัวโตยังกะช้าง ( ตัวโตก็จริง แต่เนื้อไม่มี )  ที่สำคัญที่สุดคือ  ชิ้นส่วนสำคัญหลักๆที่จะให้เนื้อเยอะๆ ขนาดเล็กมากๆ ... แต่สีข้าง ยาว และ ใหญ่มากๆ ( สีข้างก็มีแต่กระเพาะและลำใส้ ซึ่งก็มีแต่ขี้งัว ... เราเลี้ยงงัวเอาเนื้อ ไม่ได้เลี้ยงเอาขี้ )

............

ในสายตาของผมนะ  สิ่งที่ต้องปรับแก้สำหรับงัวพวกนี้คือ

1. อัตตราเจริญพันธุ์ ... หางัวที่มีอัตตราเจริญพันธุ์สูงๆ มาดึงระบบสืบพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพขึ้น .... พวก แองกัส / บีฟมาสเตอร์ / เดร้ามาสเตอร์ / กำแพงแสน ( ตัวนี้มีสายเลือดงัวพื้นเมืองสูง อัตรราเจริญพันธุ์ก็จะสูงตามไปด้วย )

2. ขนาดของชิ้นส่วนที่ให้เนื้อสูงๆ อย่างพวก สะโพก ไหล่หน้า แผ่นหลัง หน้าอก ลำคอ ให้มีขนาดใหญ่ .... งัวพวกที่มีโครงสร้างสมบูรณ์ ได้แก่  บราห์มันขาว / เดร้าท์มาสเตอร์ / บีฟมาสเตอร์ / ชาโรเล่ / ตาก / กำแพงแสน

3. ขนาดของโครงกระดูก งัวเนื้อที่ดี กระดูกต้องไม่ใหญ่เกินไป แต่กล้ามเนื้อต้องหนา ...... งัวพวกที่ขนาดกระดูกสวยๆได้แก่  ชาโรเล่ส์ / บราห์มันขาว / แองกัส / บีฟมาสเตอร์ / เดร้าท์มาสเตอร์ / ตาก / กำแพงแสน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 16, 2015, 12:03:32 AM
น้ำเชื้อของกรมปศุสัตว์นะ

1. บราห์มันขาว ... ก็สวยดีนะ ลูกในคอกผมมีตัวนึง

2. บราห์มันแดง ... กรมก็ตามกระแสตลาด เพราะเกษตรกรจำนวนมากที่ชอบเดินตามกระแส เรียกร้องมา กรมเลยไปเอางัวแดงมาจากสุราษ เพื่อขยายพันธุ์สำกรับบริการประชาชน งัวนี้มีสายเลือดงีวกีร์ และ งัวกุสราศ สูงมากๆ ทำให้กล้ามเนื้อห่วย  ถ้าจะพัฒนางัวเนื้อแบบไม่สนกระแส ... บราห์มันขาวเวิร์คกว่าเยอะ

3. ชาโรเล่ ... ของกรมจะให้ลูกงัวสีฟางข้าว เสียส่วนใหญ่ แถมจะขนสั้น และ ทนร้อนได้ดีกว่าของนอก

4. แองกัส ... มีไม่มาก เพราะอยู่ในช่วงกำลังส่งเสริม และทดลอง  แองกัสกรมจะเป็น อาร์เบอดีนแองกัส  พวกนี้คุณภาพเนื้อไขมันแทรกสูง  งัวคุ้น ไม่มีเขา นมดี เจริญพันธุ์สูง .... แต่ไม่ทนร้อน กับ สะโพกห่วยได้ใจ

5. กำแพงแสน ... ก็ดี มีเลือดงัวพื้นเมือง เอามาปรับแก้พวกงัวบราซิล ได้ดีมากๆ

6. ตาก ... ก็ลูกผสมบราห์มัน กับ ชาโรเล่ส์  นั่นแหละ

7. ซิมเมนทัล ... ดุชิบ  ( เคยเลี้ยงเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว แม่นึง ... กับเมื่อ 6 ปีที่แล้วเพื่อนบ้านก็มีตัวนึง ) เนื้อสีเข้ม ตลาดระดับสูงไม่ชอบ ... แม่งัวนมดี ( ลูกโตเร็ว )  ให้ลูกค่อนข้างดก

8. กบินทร์บุรี ... ลูกผสม ซิมเมนทอล กับ ไทยใหญ่ ... ก็เล่นแบบเดียวกะ กำแพงแสนนั่นแหละ

9. ลิมัวแซง ไม่เคยเลี้ยง ตอบไม่ได้

10. บลอนดากิแตง ... ไม่เคยเลี้ยง ตอนนี้ในเมืองไทยแค่กำลังทดลองดูผล แต่ในพื้นที่เคยมีคนลองเอามาผสม .... ไม่ไหว ลูกตัวโตมากๆ ชาโรเล่อาย .... งัวนี้เป็นงัวที่ตัวโตที่สุดในโลก แต่ข้อเสียเยอะ คนมือไม่ถึง เลี้ยงลำบาก ... แค่ลูกตัวโตมากๆ คนมือดีๆ ยังต้องขยาดเลย

น่าจะมีแค่นี้นะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 16, 2015, 11:59:09 AM
ฟรีค่ะลุง
ยกเว้นลาบเป็ด กับสาโท  ต้องซื้อ 555555

เมื่อเช้ามาดูแล้วค่ะ ท่านว่า จัดกำแพงแสนเลย ของมีอยู่แล้วและ ดี ด้วย


ปรับโครงสร้างของฝูงก่อน ไขมงไขมัน ไม่ต้องพูดถึง เราขายแขก ไม่ใช่ขายฝรั่ง ดังนั้นเน้นกล้ามเนื้อ และ ทน ถึก ง่าย ไว้ก่อน ละเเวกห้าหกจังหวัดรอบบ้านเราไม่มีสหกรณ์งัวเนื้อใดๆ มีแต่แขกมาซื้อ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 16, 2015, 12:07:18 PM
มีคนมาบอกขายงัวนมจ้ะลุง คือพวกที่ดูรายการทีวี ประเภทรักท้องถิ่นเเนวนี้แหละ เเล้วลาออกจากงานมาทำ ปรากฏว่า ไม่ไหว เขามาบอกขาย สองแสนห้าหมื่น งัว13 ตัว เป็นงัวที่เขาบอก งัวสาว เพราะเขาซื้องัวสาวติดท้อง มาจากฟาร์ม  งัวด่างขาวดำผสมบรามัน แต่เป็นขาวดำเลือดสูง
 เขาว่างั้น

ตัวเขาจะกลับไปทำโรงงาน อย่างเดิม


เลยลองหารือกันในบ้านว่า เราเอาเชื้องัวเนื้อใส่ดีมั้ย เอาเป็นแม่พันธุ์ไง เรื่องนม เราคงไม่เอาแน่ๆ  ลุงว่า ดีมั้ย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 16, 2015, 01:10:06 PM
มีคนมาบอกขายงัวนมจ้ะลุง คือพวกที่ดูรายการทีวี ประเภทรักท้องถิ่นเเนวนี้แหละ เเล้วลาออกจากงานมาทำ ปรากฏว่า ไม่ไหว เขามาบอกขาย สองแสนห้าหมื่น งัว13 ตัว เป็นงัวที่เขาบอก งัวสาว เพราะเขาซื้องัวสาวติดท้อง มาจากฟาร์ม  งัวด่างขาวดำผสมบรามัน แต่เป็นขาวดำเลือดสูง
 เขาว่างั้น

ตัวเขาจะกลับไปทำโรงงาน อย่างเดิม


เลยลองหารือกันในบ้านว่า เราเอาเชื้องัวเนื้อใส่ดีมั้ย เอาเป็นแม่พันธุ์ไง เรื่องนม เราคงไม่เอาแน่ๆ  ลุงว่า ดีมั้ย

งัวนมผมไม่เก่งคับ ... งัวนมเป็นเกษตรกรรมสายละเอียด ที่เน้นเรื่องการบริหารจัดการ กับเงินลงทุนสูงๆ ความเสี่ยงสูงๆ ... เอามาเทียบกะงัวเนื้อไม่ได้

แต่ที่แน่ๆ FTA ออสเตรเลีย - นิวซีแลนด์  เหยียบเราแทบจะจมดินมาแล้ว งัวนมความเสี่ยงในการเอาตัวรอดต่ำ ...


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 16, 2015, 01:52:48 PM
ความเสี่ยงจากภาวะงัวไม่กลับสัด อันเนื่องมาจากการผสมไม่ติด

ตามทฤษฎี เมื่องัวเป็นสัดหากไม่ได้ผสม หรือ ผสมไม่ติด ในรอบเดือนต่อไปงัวก็จะกลับสัดอีกครั้ง ... ตำราเขียนไว้ว่า อีก 21 วัน

ในความจริงเชิงปฏิบัติ รอบเดือนของงัว มีระยะ 28 วันอีกด้วย ... งัวบางตัวมีวงรอบการเป็นสัด 21 วัน บางตัว 28 วัน เราต้องรู้จักแม่งัวเราให้ดีว่าตัวใหนมีวงรอบกี่วัน

กับความเสี่ยงเรื่องงัวไม่กลับสัด  โดยเฉพาะพวกอัตตราเจริญพันธุ์ต่ำๆ  .... มีงัวปรกติจำนวนมาก ที่เมื่อผสมแล้วไม่ติด หรือ ติดไม่ดีแล้วหลุด  จะทำให้งัวไม่ยอมกลับสัดอีกเลย แม้ว่าเราจะเลี้ยงเป็นอย่างดีก็ตาม

ความเสี่ยงนี้ เป็นปัญหาหลักของเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ ไม่อยากผสมเทียม  เพราะการผสมเทียม ก็จะมีความเสี่ยงเรื่อง อัตตราการผสมติดต่ำกว่าการผสมจริงโดยกระบวนการของมันอยู่แล้ว ... พอมาเจอกับ อาการงัวไม่ยอมกลับสัด ยิ่งทำให้ผลผลิตได้น้อยกว่าการผสมจริงเข้าไปใหญ่

มีคนจำนวนมาก ที่ต้องขายแม่งัวดีๆออกไป เพียงเพราะว่างัวผสมเทียมแล้วไม่ติด จากนั้นงัวก็เกิดอาการ ไม่กลับสัดอีกเลย ... กว่าจะกลับมาเป็นสัดอีกครั้งก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน พอมาผสมอีกก็ไม่ติดอีก สุดท้ายเลี้ยงเป็น ปีๆ สองปี ก็ยังไม่ได้ลูกงัว  เลยจำใจต้องขายแม่งัวออกไปด้วยความเสียดาย

เหตุการณ์ทำนองนี้ เกิดขึ้นได้กับการผสมทุกรูปแบบ โดยไม่เลือกวิธีการผสม ... แต่การผสมจริงนั้น โอกาสผสมไม่ติดมีต่ำมากๆ ปัญหานี้จึงเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ

มีทางแก้ไขเพียง 2 ทางเท่านั้นคือ  1.) ต้องผสมให้ติดเท่านั้น ซึ่งการผสมเทียม ต้องใช้ความรู้พื้นฐานพอสมควร. 2.) ใช้โปรแกรมเหนี่ยวนำโดยฮอร์โมน  ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงน่าดู


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 16, 2015, 02:52:21 PM
จะเอามันมาผสมงัวเนื้อนี่หละ ลุง เอาแม่งัวนมนี่หละใส่กำแพงแสนเลย

ถ้าจะเอามาเลี้ยงขายนม ไม่เอาหรอก เจ้าของมันก็เพิ่งเจ๊งเห็นๆ อยู่ห้่างกันสิบกว่าโลเอง

อิอิ ถ้าเขายอมสองแสนถ้วน ว่าจะเอา นะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 16, 2015, 05:29:36 PM
จะเอามันมาผสมงัวเนื้อนี่หละ ลุง เอาแม่งัวนมนี่หละใส่กำแพงแสนเลย

ถ้าจะเอามาเลี้ยงขายนม ไม่เอาหรอก เจ้าของมันก็เพิ่งเจ๊งเห็นๆ อยู่ห้่างกันสิบกว่าโลเอง

อิอิ ถ้าเขายอมสองแสนถ้วน ว่าจะเอา นะ

ลักษณะพื้นฐานทางร่างกายของงัวนมที่ดี กล้ามเนื้อลีบทั้งตัว เพื่อให้งัวนำสารอาหารไปเลี้ยงกล้ามเนื้อให้น้อยที่สุด แล้วที่เหลือก็จะเอาไปสร้างนมให้ได้มากที่สุด

***** วัวบราซิล สายพันธุ์หลักที่นำมาใช้พัฒนาสร้างงัวชนิดนี้ คืองัว กีร์ ซึ่งเป็นงัวนมที่ได้สถิติ กวินเนสบุค เรื่องปริมาณน้ำนมมาแล้ว จึงทำให้ลักษณะพื้นฐานของงัวบราซิล มีความเป็นงัวนมสูงมากๆ .... นี่คือ ต้นตอแห่งเหตุผลว่า ทำไม บราซิลถึงได้ห่วยขนาดนี้ *****

อัตตราแลกเนื้อของงัวนมต้องห่วยมากๆ เพื่อให้งัวเอาสารอาหารไปสร้างนมให้ได้มากที่สุด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 17, 2015, 09:46:27 AM
ฝูงนี้ลูกผสมบรามัน จ้ะลุง
อิฉันว่า ผสม กพส. หรือแบรงกัส ซักสองรุ่น น่าจะทิ้งเชื้อฟรีเชี่ยนไปได้เยอะนะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 18, 2015, 09:18:58 PM
มีใครเลี้ยง ลิมูซีน บ้างจ๊ะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 19, 2015, 05:46:20 AM
ลิมัวแซง เคยเห็นแม่งัวในตลาดนัดอยู่ตัวนึง ตัวยาว นี่คือข้อดีที่รู้ๆกันทั่วโลก

กำเนิดที่ฟรั่งเศสเช่นเดียวกับชาโรเล่ส์  แต่ที่ฟรั่งเศส กลับนิยมชาราโรเล่ ถึง 80 % อีก 10 % เป็นบลอนดากิแตง จากนั้นจึงเป็นอื่นๆอีก ไม่ถึง 10 % ( ลิมัวแซงก็เป็นหนึ่งในนั้น )

ในต่างประเทศ งัวยุโรป ที่นิยมอันดับ 1 คือ ชาโรเล่ส์ อันดับ 2 คือแองกัส

ในไทย ก็เอามาลองๆเลี้ยงกันดู โดยการนำเข้าน้ำเชื้อจากต่างประเทศ แต่เกิดอะไรขึ้นไม่ทราบ ทำให้กรมปศุสัตว์ยุติการส่งเสริมน้ำเชื้องัวตัวนี้แล้วหันไปลุย ชาโรเล่ส์ จากนั้นก็ร่วมมือกับทางฟรั่งเศส ส่งเสริม สหกรณ์โคขุน โพนยางคำขึ้นมา  แล้วมุ่งสร้างองค์ความรู้ของชาโรเล่ส์ โดยมีฝรั่งเศสเป็นพี่เลี้ยงเรื่องเทคโนโลยี .... จนทำให้เกษตรกรไทย เก่งกันแต่เรื่อง ชาโรเล่ส์

ในขณะที่กลุ่มนายทุน กลับมองไปที่แองกัส  แทนชาโรเล่ส์ แล้วสร้างองค์ความรู้ของแองกัส ขึ้นมาในส่วนของเขากันเอง


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 19, 2015, 06:00:01 AM
วันนี้ น้ำเชื้อลิมัวแซง ของกรมน่าจะพอมีเก็บๆไว้ก้นถังอยู่

ส่วนของเอกชน ก็มี พรชัยอินเตอร์ นำเข้ามาขายอยู่ ( รายนี้ชอบน้ำเชื้อสารพัดพันธุ์มาขาย สุดแท้แต่ ใครจะรีเควสไปว่าต้องการอะไร ... ตามวิสัยพ่อค้า ) ... ก็จะมีคนที่ชอบลองของแปลก เพื่อศึกษาเรียนรู้ดูว่า อะไรเป็นเช่นไร  ซึ่งเกือบทั้งหมดจะเป็นกลุ่มเศรษฐีเล่นงัว กันแทบทั้งสิ้น

ถ้าอยากรู้เรื่อง ลิมัวแซง ต้องไปถามเอาจากกลุ่มเศรษฐีเล่นงัวคับ ... อีกทั้งต้องบอกว่า คนกลุ่มนี้ จำนวนมากมีแนวคิดขัดแย้งกับ  ปศุสัตว์ และ เกษตรกร เรื่องทิศทางตลาดงัวในประเทศ จนบ่อยครั้งที่คุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะในกลุ่มเศรษฐีเล่นงัว ก็จะมีคนเล่นกระแสงัว แฝงตัวอยู่ พวกนี้จะพยายามแสวงหาผลประโยชน์ โดยไม่ใส่ใจว่าใครจะเดือดร้อน  แล้วยุแหย่ให้เศรษฐีเหล่านั้นออกหน้ามาป่วนตลาดงัวของเกษตรกร

ด้วยให้เศรษฐี หลงเข้าใจผิดว่า สิ่งที่เศรษฐีเหล่านั้นเล่นสนุก มันคือ  การช่วยเหลือให้เกษตรกรพัฒนาไปข้างหน้า  ทั้งที่ความจริงแล้ว มันคือ  การทำลายเกษตรกร

จนบ่อยครั้งที่เศรษฐีพวกนี้ต้องมีปัญหากับ เกษตรกรเสียเอง .....

ซึ่งถ้าพื้นที่ใหนที่ผมลงไปแล้ว เศรษฐีพวกนี้ก็จะไม่ยุ่งอีกเลย .... ดังนั้นถ้าจะตั้งคำถามที่ต้องการคำตอยจากพวกเศรษฐีเล่นงัว ต้องไปตั้งในพื้นที่ ที่ผมไม่มีผมคับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 19, 2015, 11:48:01 AM
อ่านแล้วเวียนหัวจ้ะลุง เอาว่า มันดีบ่ค่ะ ดูในรูปมันตูดใหญ่ดี 555

แล้วไปเจอเวปวัวนม แต่ที่เมืองนอก เขาเอาามาผสมวัวนม เพราะมีข้อจำกัดเรื่องโควต้านม ดังนั้นเขาต้องผสมวัวเนื้อเพื่อไข้วสาย คือไม่ให้มีวัวนมมากเกินไป แล้วดูรูป มันก็ออกมาเเนวเนื้อๆ  ก็เลยจะหาความรู้จั๊กหน่อย เด๊อค่ะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 19, 2015, 12:26:04 PM
อ่านแล้วเวียนหัวจ้ะลุง เอาว่า มันดีบ่ค่ะ ดูในรูปมันตูดใหญ่ดี 555

แล้วไปเจอเวปวัวนม แต่ที่เมืองนอก เขาเอาามาผสมวัวนม เพราะมีข้อจำกัดเรื่องโควต้านม ดังนั้นเขาต้องผสมวัวเนื้อเพื่อไข้วสาย คือไม่ให้มีวัวนมมากเกินไป แล้วดูรูป มันก็ออกมาเเนวเนื้อๆ  ก็เลยจะหาความรู้จั๊กหน่อย เด๊อค่ะ

ผมก็ตอบไม่ได้ว่ามันดีหรือไม่ เพราะผมเองก็ไม่เคยเลี้ยง

แต่ใช้ตรรกะ ว่า ฝรั่งต่างประเทศที่เขาผลิตงัวขายส่งออก ซึ่งเป็นต้นตำหรับของงัว ลิมัวแซง เขาเองก็ยังไม่นิยมเลี้ยง ... หรือแม้แต่ฝรั่งที่อื่นๆ ซึ่งเขาก็ไม่นิยมงัวนี้เช่นกัน ซึ่งผู้คนเหล่านี้ ที่เขาเลี้ยงงัวเป็นอาชีพระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ... เขาก็ต้องมีเหตุผลของเขาเองที่เลือกเลี้ยงงัวชนิดอื่นๆ  ( ซึ่งก็ไม่มีใครบอกเรานี่ซิว่าเพราะอะไร )

.........

ส่วนประเด็นที่เขาเอามาผสมงัวนม เพราะถูกจำกัดโควต้านั้น เพราะว่า ปริมาณน้ำนมของเขาเกิน เขาจึงต้องเปลี่ยนแนวการผลิต จากงัวนมแท้ๆ มาเป็นงัวนมกึ่งเนื้อ

ซึ่งแนวทาง งัวนมกึ่งเนื้อนี้ สำหรับเมืองไทย ยังไม่มีใครทำสำเร็จมาก่อน เพราะติดด้วยปัญหาเรื่องการแข่งขันจากทั้ง 2 ด้าน ( ตลาดนม และ ตลาดเนื้อ )

ตลาดนม  บ้านเราก็มีปัญหา รินๆ จะเอาตัวไม่รอดกันอยู่ในขณะนี้

ตลาดเนื้อ  บ้านเรามี งัวพื้นเมือง และ งัวพม่า ที่ต้นทุนถูกมากๆ การเลี้ยงงัวต้นทุนสูง อยู่ยากมากๆ (  ที่เข้ามากันเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไปไม่รอดกันเกือบทั้งหมด ล้วนแต่เลือกเลี้ยงงัวแบบค้นทุนสูงกันทั้งนั้น ) ... งัวที่เกิดจากงัวนม จะอ่อนแอ ประสิทธิภาพการให้เนื้อต่ำ งัวพวกนี้จะมีค้นทุนสูงกว่าเขาเยอะมากๆ

เลยมีคนทำตรงนี้แล้วรอดยากหน่อย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 19, 2015, 12:41:34 PM
จะทำนมกึ่งเนื้อ หรือ จะทำเนื้อเดี่ยวๆล่ะ .... ถ้าเนื้อเดี่ยวๆ ผมแนะนำใช้งัวสายพันธุ์เดียวกะที่ใช้ปรับสภาพ บราซิล มาปรับสภาพงัวนม ดีกว่าคับ เพราะงัวพวกนี้ สภาพมันก็ไม่ต่างจากบราซิลซักเท่าไหร่หรอก

จะว่าไป งัวโฮลสไตน์ฟรีเชียล อาจจะแย่กว่าบราซิลเสียอีกเพราะ มันไม่ทนร้อน

..........

แต่ถ้าจะเริ่มตั้งฝูง สร้างเนื้อสร้างตัวกันจริงๆ แนะ นำกันจริงๆ  ( อย่าเชื่อตรงนี้นักนะ แต่ให้พิจารณาให้ถ้วนถี่ เพราะนี่คือการลงทุนทำมาหากิน มีการลงทุนเป็นล้านๆ  .... ซึ่งผมเองก็ไม่ได้มารับผิดชอบอะไรในสิ่งที่ผมพูดไป หากพลาดแล้วเกิดปัญหากันขึ้นมาจริงๆ )

ผมแนะนำให้ขายงัวในฝูงออกให้หมด แล้วไม่ต้องซื้องัวนมเข้ามาด้วย .... แต่ไปซื้อบราห์มันชาวบ้าน แม่ตัวเปล่าๆ ผอมๆ / หรือไม่ก็ลูกงัวหย่านม เขามา จะให้ทางเดินที่คุ้มค่าต่อเงินลงทุนที่สุด

เพราะงัวที่มีกันอยู่ในมือขณะนี้ เป็นงัวที่ให้ผลผลิตต่ำมากๆ ในช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านสายพันธุ์ .... แล้วระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านจะใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่ๆ

เป็นช่วงเวลา 10 ปี ที่การลงทุนในเรื่องค่าอาหาร และ ค่าใช้จ่ายดูแลฝูง เยอะมากๆ แต่กลับให้ผลตอบแทนที่น้อยมาก .... ( งัวพวกที่ว่ามาทั้งหมด เป็นงัวที่จะต้องขายลูกงัวได้ถูกกว่าเขาเยอะมากๆ  ตลาดไม่เอา อาจจะต้องขายทิ้งในราคาถูกๆ ..... แต่ในขณะเดียวกัน งัวพวกนี้จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแล สูงมากกว่าเขา แถมด้วยค่าอาหารที่แพงกว่าเขา .... แต่ลูกงัวโตช้ากว่าเขา )

เป็นช่วงเวลา 10 ปีที่เราแทบจะไม่ได้อะไรเลย ... อย่างเก่ง ก็แค่ดีกว่าเอาเงินไปฝากธนาคารทิ้งไว้เฉยๆ

หากช่วงเวลา 10 ปีนี้ เกิดเหตุการณ์ที่เราต้องประสบปัญหาทางการเงิน หรือการจัดการดูแล .... งัวซึ่งยังเอาตัวเองไม่ถึงกะรอดนัก อาจจะเป็นทางเลือกระดับต้นๆ ที่เราต้องตัดทิ้งออกก่อน

แต่ไม่ต้องหวังจะพึ่งพางัวนะคับ ในช่วงเวลา 10 ปีนี้ ....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 19, 2015, 12:48:25 PM
ต่างจากที่เราซื้อ พวกบราห์มัน ลูกงัวหย่านม หรือ แม่ตัวเปล่าผอมๆ ของเขามา

เพราะทำแบบนี้ งัวจะเป็นภาระให้เราแค่ 3 ปีเท่านั้น จากนั้นงัวก็จะเป็นกำลังสนับสนุนให้เราก้าวไปข้างหน้า โดยที่เราแทบจะดับเครื่องในส่วนอื่นๆ แล้วเอาแต่งัวได้เลยด้วยซ้ำ

แถมผลผลิต ของงัวลูกผสมบราห์มัน ในปีที่ 3 ก็ได้ไม่ต่างจากงัว ที่จะเอามาเลี้ยง ในปีที่ 7 - 8 เลยด้วยซ้ำ .... อย่างมากก็แค่ 5  ปี ... ก็เท่ากะงัวพวกนั้น ปีที่ 10


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 19, 2015, 07:52:06 PM
ฝูงวัวนม เจ้าของแกขายได้เเล้วจ้ะ อิฉันก็ไม่ต้องคิดถึงมันแล้ว55555

ฝูงวัวหู+บรามัน เป็นของหลาน 5555 ก็แล้วแต่เจ้าของจะตัดสินใจ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 19, 2015, 10:15:50 PM
ฝูงวัวนม เจ้าของแกขายได้เเล้วจ้ะ อิฉันก็ไม่ต้องคิดถึงมันแล้ว55555

ฝูงวัวหู+บรามัน เป็นของหลาน 5555 ก็แล้วแต่เจ้าของจะตัดสินใจ



งัวหู ไม่เท่าไหร่ ... ถ้าเลี้ยงให้มันมีลูกได้ ผลผลิตก็พอคุยกันได้ ( ถ้าเอา กำแพงแสนมาใส่ ตามที่วางแผนไว้นะ )  เพราะงัวหูถูกพัฒนาขึ้นเป็นงัวเนื้อไปส่วนหนึ่งแล้ว  ... แถมเป็นแค่ลูกผสมบราห์มันด้วย แสดงว่ามีความเป็นงัวเนื้อค่อนข้างสูง  ( แค่ยังไม่มากพอ )

แค่เลี้ยงให้มีลูกให้ได้ก็พอ ...


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ ธันวาคม 20, 2015, 08:19:19 PM
ตามนั้นค่ะ ตั้งกำแพงแสนไว้ก่อน เพื่อปรับสาย เชื้อฟรี ผสมฟรี 5555


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: pom2day ที่ มกราคม 04, 2016, 10:42:55 AM
จะทำนมกึ่งเนื้อ หรือ จะทำเนื้อเดี่ยวๆล่ะ .... ถ้าเนื้อเดี่ยวๆ ผมแนะนำใช้งัวสายพันธุ์เดียวกะที่ใช้ปรับสภาพ บราซิล มาปรับสภาพงัวนม ดีกว่าคับ เพราะงัวพวกนี้ สภาพมันก็ไม่ต่างจากบราซิลซักเท่าไหร่หรอก

จะว่าไป งัวโฮลสไตน์ฟรีเชียล อาจจะแย่กว่าบราซิลเสียอีกเพราะ มันไม่ทนร้อน

..........

แต่ถ้าจะเริ่มตั้งฝูง สร้างเนื้อสร้างตัวกันจริงๆ แนะ นำกันจริงๆ  ( อย่าเชื่อตรงนี้นักนะ แต่ให้พิจารณาให้ถ้วนถี่ เพราะนี่คือการลงทุนทำมาหากิน มีการลงทุนเป็นล้านๆ  .... ซึ่งผมเองก็ไม่ได้มารับผิดชอบอะไรในสิ่งที่ผมพูดไป หากพลาดแล้วเกิดปัญหากันขึ้นมาจริงๆ )

ผมแนะนำให้ขายงัวในฝูงออกให้หมด แล้วไม่ต้องซื้องัวนมเข้ามาด้วย .... แต่ไปซื้อบราห์มันชาวบ้าน แม่ตัวเปล่าๆ ผอมๆ / หรือไม่ก็ลูกงัวหย่านม เขามา จะให้ทางเดินที่คุ้มค่าต่อเงินลงทุนที่สุด

เพราะงัวที่มีกันอยู่ในมือขณะนี้ เป็นงัวที่ให้ผลผลิตต่ำมากๆ ในช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านสายพันธุ์ .... แล้วระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านจะใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่ๆ

เป็นช่วงเวลา 10 ปี ที่การลงทุนในเรื่องค่าอาหาร และ ค่าใช้จ่ายดูแลฝูง เยอะมากๆ แต่กลับให้ผลตอบแทนที่น้อยมาก .... ( งัวพวกที่ว่ามาทั้งหมด เป็นงัวที่จะต้องขายลูกงัวได้ถูกกว่าเขาเยอะมากๆ  ตลาดไม่เอา อาจจะต้องขายทิ้งในราคาถูกๆ ..... แต่ในขณะเดียวกัน งัวพวกนี้จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแล สูงมากกว่าเขา แถมด้วยค่าอาหารที่แพงกว่าเขา .... แต่ลูกงัวโตช้ากว่าเขา )

เป็นช่วงเวลา 10 ปีที่เราแทบจะไม่ได้อะไรเลย ... อย่างเก่ง ก็แค่ดีกว่าเอาเงินไปฝากธนาคารทิ้งไว้เฉยๆ

หากช่วงเวลา 10 ปีนี้ เกิดเหตุการณ์ที่เราต้องประสบปัญหาทางการเงิน หรือการจัดการดูแล .... งัวซึ่งยังเอาตัวเองไม่ถึงกะรอดนัก อาจจะเป็นทางเลือกระดับต้นๆ ที่เราต้องตัดทิ้งออกก่อน

แต่ไม่ต้องหวังจะพึ่งพางัวนะคับ ในช่วงเวลา 10 ปีนี้ ....

ผมว่าคอมเมนต์นี้ น่าจะเป็นคำตอบของคำถามทั้งหมดครับ และสำหรับผมด้วย(ยังไม่มีวัวซักตัว)

ขอบคุณเจ้าของกระทู้ และ
ลุงmarkonikove (ขออนุญาตเรียกลุง ละกันครับ)
ที่ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ให้ผมรับฟังครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ ;)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: phlox ที่ มกราคม 04, 2016, 03:27:38 PM
ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ จะเก็บข้อมูลให้เยอะที่สุดก่อนตัดสินใจ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มกราคม 05, 2016, 04:20:07 PM
ผมทดลองผสมวัวเนื้อกับแม่วัวนมมา2รุ่นแล้ว ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจครับ
1.ต้องการแก้ท้ายที่ลีบของแม่วัวนม
2.ต้องการๆเจริญเติบโตที่ดีขึ้น
ตอนนี้ที่ฟาร์มมีอยู่5ตัว เมีย2 ผู้3 ครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 05, 2016, 07:12:26 PM
หลังปีใหม่มานี้ รถขนงัวขึ้นเชียงแสน ( ไปจีน ) เริ่มวิ่งแล้วคับ .... หลังจากโดนดีเรื่อง สารเร่งเนื้อแดงในโคขุน

ราคางัวตกกราวรูด ร่วม 4 เดือนมาแล้ว ก็พึ่งจะกระเตื้องขึ้นมานิดๆเอง

หวังว่าพวกสันดานเสียจะไม่เห็นแก่ตัวหากินแบบ แย่ๆกันอีกนะ

เห็นสันดาน กลุ่มคนที่พัวพันเป็นพรรคพวกเพื่อนพ้องไกล้ชิด ที่คอยช่วยเหลือปกป้อง ร่วมมือกัน กะพวกขุนงัวขาย ตามหน้าเวบแล้ว ..... หนักใจสันดานคน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 05, 2016, 07:30:26 PM
ปล. เห็นนักวิชาการสายไกล้ชิดกับ กลุ่มนายทุน / และ เศรษฐีเล่นงัว  พยายามออกมากระตุ้นสังคมเรื่องเตรียมตัวรับมืองัวจาก ออสเตรเลีย .... พูดไม่ออก

เห็นนักวิชาการกลุ่มนี้พยามเขียนบทความเผยแพร่ไปทั่ว / ไปเป็นวิทยากรที่ใหนก็เที่ยวได้พยายามพูดเรื่องนี้ / มีการจัดเวทีสัมมนา ให้คนไปฟังตัวเองและพรรคพวกยัดเยียดข้อมูลเรื่องนี้กัน

ซึ่ง .... เมื่อเทียบกะ เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ / เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของกรมปศุสัตว์  ที่มักจะพูดถึงเรื่องการเปิด AFTA  ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ งัวจากพม่า ซึ่งจะทะลักเข้าพร้อมๆกับงัวจากออสเตรเลียนั่นแหละ

เพียงแค่เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะพูดคุยอยู่กะเกษตรกรตามท้องถิ่นต่างๆ  มีการสัมมนาอบรมกัน ก็จะพูดคุยกันกับเกษตรกรผู้เลี้ยงงัวรายย่อย ที่เลี้ยงงัวขายตลาดนัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเนื้อ .... โดยมักไม่นิยมใช้สื่อต่างๆเพื่อกระจายข่าวสาร แต่จะอาศัยการอยู่ร่วมกันกับเกษตรกร บอกกล่าวข่าวสารกันกับเกษตรกร

..........

ที่บ่นนี่ ไม่ใช่อะไรหรอกคับ แค่เสียดายทรัพยากรของชาติ ที่คนเก่งๆ คนมีความสามารถ คนมีความรู้ .... ซึ่งรัฐต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมูลค่ามหาศาล ในการสร้างบุคคลากรเหล่านี้ขึ้นมา

 แต่บุคคลากรเชิงวิชาการ เหล่านี้กลับไม่สามารถนำสิ่งที่เขามีอยู่มาสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศชาติได้เลย .... ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ที่ไม่ได้ใช้งบในการสร้างคนมากมายนัก กลับจะทำประโยชน์ได้มากกว่าเสียอีก


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 05, 2016, 08:18:08 PM
ปล. 2

วันนี้ มีที่ดิน 50 ไร่ เลี้ยงงัว 50 แม่ ปลูกหญ้าให้กิน เช้าเปิดคอก เย็นปิดคอก ... งานประจำวันคือ ขนขี้งัวออกมากองๆ ตากๆ เก็บขี้งัวใส่ถุง ( แหะๆ งัว 50 แม่ ขนขี้งัวมาตากแล้วใส่ถุงคนเดียวไม่ไหวหรอก ) ขายขี้งัวถุงละ 30 บาท ( ค่าคนงาน 2 คนพอดีเลย )

รายได้หักต้นทุนแล้วนี่ เงินเดือน CEO บ.ขนาดเล็กค่อนจะถึงขนาดกลางๆ อายนะคับ

แต่เลี้ยงงัวจะได้เปรียบอย่างนึงคือ อยู่บ้านนอก ใช้ชีวิตแบบสโลวไลฟ์ นึกอยากเที่ยวก็ไม่ต้องรอเทศกาล หรือ วันหยุด แค่จัดสรรค์งานให้ลงตัวก็พอ ... ไม่ต้องอยู่กะมลพิษ สิ่งแวดล้อมแออัด แก่งแย่งแข่งขัน

บ้านก็มีให้อยู่ ข้าวก็มีให้กิน  ผักหญ้าอาหาร ผลิตเองปลูกเอง เป็ด ไก่ ไข่ ( ยกเว้นหมู ) ผักหญ้า สารพัด ... ทุกอย่างปลอดภัยหายห่วง แถมไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเพื่อซื้อหาด้วย

แถมไม่ต้องเสียภาษี อีกด้วย ( จุ๊ๆๆๆๆๆ อย่าดังไป )

ปล. 3 ผมจนคับ ที่ดินผมไม่ถึง 50 ไร่หรอก รายได้ เลยยังก้าวไม่ถึงระดับ CEO บริษัทขนาดกลางๆหรอก .....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: pom2day ที่ มกราคม 05, 2016, 08:41:23 PM
ลูกผมยัง
เด็กผมว่าจะสร้าวัวซักฝูงเผื่อแกชอบทางนี้ ชีวิตบั้นปลายจะได้มีความสุขกับครอบครัว

หรือว่าถ้าไม่ชอบ ก็เทขายทั้งฝูงไปเลย
แต่ตอนนี้ก็ปลูกฝังเด็กอยู่ครับ

วงการ อาหาร สื่อสาร คมนาคม นุ่งห่ม ยารักษาโรค ผมว่ายังงัยก็ไปได้ครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: phlox ที่ มกราคม 05, 2016, 09:02:03 PM
รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: boyk3 ที่ มกราคม 06, 2016, 12:27:33 AM
ผมเริ่มหันมาชอบวัวแต่ยังไม่มีสักตัว แต่พ่อผมไม่เห็นด้วย แต่ผมก็รั้นจะเลี้ยงสัก 5-6 ตัว จะเกินกำลังคนๆเดียวใหมครับ ว่าแต่ปลูกหญ้าเนเปีย 1 ไร่ สามาเลี้ยงวัวได้ประมาณกี่ตัวครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 06, 2016, 09:18:30 AM
รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ

ฟันธงแบบง่ายๆ บราห์มัน เลือดสูงๆ ภาคใต้ เล่ เลือดสูงๆก็เลี้ยงได้นะ เพราะอาหาคสมบูรณ์มากๆ

ดูที่ต้นทุนตัวแม่งัวคับว่า ขายลูกงัวอายุ 1 ปีให้เขาเอาไปขุนแล้ว ราคาแม่ที่ซื้อมา แพงกว่าลูกงัวเท่าไหร่

ท่านลองพิจารณาเอาละกันคับว่า ถ้าแม่งัว ราคา แพงกว่าลูก 1 เท่าตัว นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องเลี้ยงงัวถึง 2 ปีกว่าจะได้ทุนคืน .... คิดว่าคุ้มไหม กับการกำเงินมาลงทุนแบบนี้ ( กำไร ไม่ถึง 50 % ของเงินลงทุน )

หรือ ถ้า คูณ 3 ของตัวลูกล่ะ ซึ่งเราต้องเลี้ยงไปเต็มๆ 3 ปีแบบไม่ได้อะไรเลย ... แล้วลองไปเทียบกะการทำมาหากินอย่างอื่นดู ว่าลงทุนขนาดนี้ ใช้เวลาขนาดนี้ อันใหนดีกว่ากัน ( กำไร ไม่ถึง 30 % ของเงินลงทุน .... แต่ที่แน่ๆ ดอกเบี้ยธนาคารก็ปาไป 10 % แล้ว )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในพิสัย ของการเลี้ยงงัวแบบชาวบ้านตามข้างถนนที่เขาทำมาหากินแบบไม่สร้างปัญหาให้ใครนะคับ ... ในตลาดอื่นๆ ที่รูปแบบตลาดที่ต่างออกไปนั้น ขอละไว้ละกัน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 06, 2016, 09:39:15 AM
ผมเริ่มหันมาชอบวัวแต่ยังไม่มีสักตัว แต่พ่อผมไม่เห็นด้วย แต่ผมก็รั้นจะเลี้ยงสัก 5-6 ตัว จะเกินกำลังคนๆเดียวใหมครับ ว่าแต่ปลูกหญ้าเนเปีย 1 ไร่ สามาเลี้ยงวัวได้ประมาณกี่ตัวครับ

งัวบราห์มันสายเลือดสูงๆ ก็ 4 ตัว บราห์มันชาวบ้านตามตลาดนัดก็ 5 ตัว ... แต่หญ้าต้องสมบูรณ์นะ

เลี้ยงงัว ชีวิตเหมือนติดคุก เพราะงัวต้องกินทุกวัน เราต้องหาอาหารให้งัวทุกวัน (  ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ... แต่ตายได้  ) 

เลี้ยงงัวไม่เหมือนเลี้ยงสัตว์อื่นๆ เพราะอาหารที่ให้ ไม่เหมือนกัน ... หมู - ไก่ อาหารอยู่ในกระสอบ สัตว์กินแป๊บเดียวอิ่ม ที่เหลือมันก็แค่นอนเล่น .... เราแบกกระสอบอาหารไปเท แล้วปัดตรูดหนีได้  .... แต่งัวไม่ใช่ สัตว์ต้องกินทั้งวัน เราต้องใส่อาหารให้เพียงพอที่จะกินทั้งวัน ซึ่งต้องใช้อาหารเยอะมากๆ  เราต้องเสียเวลากับการจัดเตรียมอาหารเยอะมากๆ   การทำงานส่วนใหญ่จึงอยู่ที่การจัดการเรื่องอาหารสัตว์

คนแรงดีๆ ทำงานหนักๆได้สบายๆ ... เลี้ยงงัวแบบปลูกหญ้าเนเปียร์ตัดให้กิน อย่างพอลุยกันได้ก็ 10 - 15  แม่ ถือว่าหนักแล้วนะ  ... ในพิสัยงานที่ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ตัดหญ้า แบกหญ้าขนขึ้นรถ เอาหญ้ามาสับ  เอาอาหารใส่รางให้งัวกิน แล้วมาทำความสะอาดคอก ตากขี้งัว .... หมดวันพอดี ทำงานวันละ 8 - 10 ชม. ไม่มีวันหยุด ทำงานแบกหาม เท่ากับการเป็นกรรมกรก่อสร้างด้วย

งัว 10 แม่ วันนี้รายได้จากการขายลูกงัว น่าจะอยู่ที่ปีละ 2 แสนบาท ( ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ... ) ... ค่าขี้งัวน่าจะวันละ 150 - 200 บาท ( ไม่รวมขายลูกงัว )

.... งัว .... เลี้ยง 1 แม่ หรือ เลี้ยง 4 แม่ ก็ต้องเลี้ยงเหมือนกัน ใช้เวลาดูแลไม่ต่างกัน ต้องมีคนคอยพะวงดูแล เท่าๆกัน

เลี้ยง 5 แม่ กับเลี้ยง 10 แม่ เสียเวลาทั้งวัน ไปใหนไม่ได้เหมือนกัน .... ตัดงานอย่างอื่นทิ้งหมดเหมือนๆกัน  ( ยกเว้นใช้วิธีปล่อยแปลงหญ้า ) ต้องทิ้งเวลามากับการหาหญ้าให้งัวกิน ทั้งวันเหมือนๆกัน

ถ้าเลี้ยง เกิน 15 แม่ หากไม่ปล่อยแปลงหญ้า  หรือ เลี้ยงไล่ทุ่ง .... เตรียม ช๊อปเปอร์ ติดรถไถมาได้เลยคับ คนเดียวทำงานไม่ไหวหรอกคับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: phlox ที่ มกราคม 06, 2016, 09:59:57 AM
รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ

ฟันธงแบบง่ายๆ บราห์มัน เลือดสูงๆ ภาคใต้ เล่ เลือดสูงๆก็เลี้ยงได้นะ เพราะอาหาคสมบูรณ์มากๆ

ดูที่ต้นทุนตัวแม่งัวคับว่า ขายลูกงัวอายุ 1 ปีให้เขาเอาไปขุนแล้ว ราคาแม่ที่ซื้อมา แพงกว่าลูกงัวเท่าไหร่

ท่านลองพิจารณาเอาละกันคับว่า ถ้าแม่งัว ราคา แพงกว่าลูก 1 เท่าตัว นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องเลี้ยงงัวถึง 2 ปีกว่าจะได้ทุนคืน .... คิดว่าคุ้มไหม กับการกำเงินมาลงทุนแบบนี้ ( กำไร ไม่ถึง 50 % ของเงินลงทุน )

หรือ ถ้า คูณ 3 ของตัวลูกล่ะ ซึ่งเราต้องเลี้ยงไปเต็มๆ 3 ปีแบบไม่ได้อะไรเลย ... แล้วลองไปเทียบกะการทำมาหากินอย่างอื่นดู ว่าลงทุนขนาดนี้ ใช้เวลาขนาดนี้ อันใหนดีกว่ากัน ( กำไร ไม่ถึง 30 % ของเงินลงทุน .... แต่ที่แน่ๆ ดอกเบี้ยธนาคารก็ปาไป 10 % แล้ว )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในพิสัย ของการเลี้ยงงัวแบบชาวบ้านตามข้างถนนที่เขาทำมาหากินแบบไม่สร้างปัญหาให้ใครนะคับ ... ในตลาดอื่นๆ ที่รูปแบบตลาดที่ต่างออกไปนั้น ขอละไว้ละกัน
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ ผมไม่ได้มีเงินทุนเป็นแสนเป็นล้านแบบคนอื่นครับ ลูกจ้างเงินเดือนถูกๆ ตั้งใจว่าจะทะยอยสะสมซื้อ ทีละตัว สองสามเดือนซื้อซักตัว
คงเป็น แม่ไทยใหญ่ รุ่นหย่านม ราคา ราว 20000ต้นๆ ผสมเทียมเอา น้ำเชื้อ บราห์มัน หรือ ชาร์โรเล่ห์ ผสม อยากถามอีกนิด ว่า บีฟมาสเตอร์ ที่พี่markonikove ทดลองเลี้ยงอยู่ได้ผลยังไง อัตตราแลกเนื้อดีมั๊ย เลี้ยงง่าย ทนโรค เจริญพันธ์ไว รึเปล่าครับ ผมคิดว่าถ้าจำเป็นต้องขุนขายในกรณีขายลูกวัวไม่ได้ ผมเอาแค่โตไวน้ำหนักดีเข้าว่า ไขมันแทรกจะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะ ขายโรงเชือด ยังไงเค้าก็ให้แค่โลร้อยเท่ากัน สำหรับแถวบ้านผมนะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: boyk3 ที่ มกราคม 06, 2016, 10:02:31 AM
ผมเริ่มหันมาชอบวัวแต่ยังไม่มีสักตัว แต่พ่อผมไม่เห็นด้วย แต่ผมก็รั้นจะเลี้ยงสัก 5-6 ตัว จะเกินกำลังคนๆเดียวใหมครับ ว่าแต่ปลูกหญ้าเนเปีย 1 ไร่ สามาเลี้ยงวัวได้ประมาณกี่ตัวครับ

งัวบราห์มันสายเลือดสูงๆ ก็ 4 ตัว บราห์มันชาวบ้านตามตลาดนัดก็ 5 ตัว ... แต่หญ้าต้องสมบูรณ์นะ

เลี้ยงงัว ชีวิตเหมือนติดคุก เพราะงัวต้องกินทุกวัน เราต้องหาอาหารให้งัวทุกวัน ( ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ... แต่ตายได้ ) 

เลี้ยงงัวไม่เหมือนเลี้ยงสัตว์อื่นๆ เพราะอาหารที่ให้ ไม่เหมือนกัน ... หมู - ไก่ อาหารอยู่ในกระสอบ สัตว์กินแป๊บเดียวอิ่ม ที่เหลือมันก็แค่นอนเล่น .... เราแบกกระสอบอาหารไปเท แล้วปัดตรูดหนีได้  .... แต่งัวไม่ใช่ สัตว์ต้องกินทั้งวัน เราต้องใส่อาหารให้เพียงพอที่จะกินทั้งวัน ซึ่งต้องใช้อาหารเยอะมากๆ เราต้องเสียเวลากับการจัดเตรียมอาหารเยอะมากๆ   การทำงานส่วนใหญ่จึงอยู่ที่การจัดการเรื่องอาหารสัตว์

คนแรงดีๆ ทำงานหนักๆได้สบายๆ ... เลี้ยงงัวแบบปลูกหญ้าเนเปียร์ตัดให้กิน อย่างพอลุยกันได้ก็ 10 - 15  แม่ ถือว่าหนักแล้วนะ  ... ในพิสัยงานที่ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ตัดหญ้า แบกหญ้าขนขึ้นรถ เอาหญ้ามาสับ  เอาอาหารใส่รางให้งัวกิน แล้วมาทำความสะอาดคอก ตากขี้งัว .... หมดวันพอดี ทำงานวันละ 8 - 10 ชม. ไม่มีวันหยุด ทำงานแบกหาม เท่ากับการเป็นกรรมกรก่อสร้างด้วย

งัว 10 แม่ วันนี้รายได้จากการขายลูกงัว น่าจะอยู่ที่ปีละ 2 แสนบาท ( ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ... ) ... ค่าขี้งัวน่าจะวันละ 150 - 200 บาท ( ไม่รวมขายลูกงัว )

.... งัว .... เลี้ยง 1 แม่ หรือ เลี้ยง 4 แม่ ก็ต้องเลี้ยงเหมือนกัน ใช้เวลาดูแลไม่ต่างกัน ต้องมีคนคอยพะวงดูแล เท่าๆกัน

เลี้ยง 5 แม่ กับเลี้ยง 10 แม่ เสียเวลาทั้งวัน ไปใหนไม่ได้เหมือนกัน .... ตัดงานอย่างอื่นทิ้งหมดเหมือนๆกัน  ( ยกเว้นใช้วิธีปล่อยแปลงหญ้า ) ต้องทิ้งเวลามากับการหาหญ้าให้งัวกิน ทั้งวันเหมือนๆกัน

ถ้าเลี้ยง เกิน 15 แม่ หากไม่ปล่อยแปลงหญ้า  หรือ เลี้ยงไล่ทุ่ง .... เตรียม ช๊อปเปอร์ ติดรถไถมาได้เลยคับ คนเดียวทำงานไม่ไหวหรอกคับ

ขอบคุณมากครับกระจ่างเลย 1-5 ก็ใช้เวลาเหมือนกัน ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 06, 2016, 12:02:03 PM
รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ

ฟันธงแบบง่ายๆ บราห์มัน เลือดสูงๆ ภาคใต้ เล่ เลือดสูงๆก็เลี้ยงได้นะ เพราะอาหาคสมบูรณ์มากๆ

ดูที่ต้นทุนตัวแม่งัวคับว่า ขายลูกงัวอายุ 1 ปีให้เขาเอาไปขุนแล้ว ราคาแม่ที่ซื้อมา แพงกว่าลูกงัวเท่าไหร่

ท่านลองพิจารณาเอาละกันคับว่า ถ้าแม่งัว ราคา แพงกว่าลูก 1 เท่าตัว นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องเลี้ยงงัวถึง 2 ปีกว่าจะได้ทุนคืน .... คิดว่าคุ้มไหม กับการกำเงินมาลงทุนแบบนี้ ( กำไร ไม่ถึง 50 % ของเงินลงทุน )

หรือ ถ้า คูณ 3 ของตัวลูกล่ะ ซึ่งเราต้องเลี้ยงไปเต็มๆ 3 ปีแบบไม่ได้อะไรเลย ... แล้วลองไปเทียบกะการทำมาหากินอย่างอื่นดู ว่าลงทุนขนาดนี้ ใช้เวลาขนาดนี้ อันใหนดีกว่ากัน ( กำไร ไม่ถึง 30 % ของเงินลงทุน .... แต่ที่แน่ๆ ดอกเบี้ยธนาคารก็ปาไป 10 % แล้ว )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในพิสัย ของการเลี้ยงงัวแบบชาวบ้านตามข้างถนนที่เขาทำมาหากินแบบไม่สร้างปัญหาให้ใครนะคับ ... ในตลาดอื่นๆ ที่รูปแบบตลาดที่ต่างออกไปนั้น ขอละไว้ละกัน
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ ผมไม่ได้มีเงินทุนเป็นแสนเป็นล้านแบบคนอื่นครับ ลูกจ้างเงินเดือนถูกๆ ตั้งใจว่าจะทะยอยสะสมซื้อ ทีละตัว สองสามเดือนซื้อซักตัว
คงเป็น แม่ไทยใหญ่ รุ่นหย่านม ราคา ราว 20000ต้นๆ ผสมเทียมเอา น้ำเชื้อ บราห์มัน หรือ ชาร์โรเล่ห์ ผสม อยากถามอีกนิด ว่า บีฟมาสเตอร์ ที่พี่markonikove ทดลองเลี้ยงอยู่ได้ผลยังไง อัตตราแลกเนื้อดีมั๊ย เลี้ยงง่าย ทนโรค เจริญพันธ์ไว รึเปล่าครับ ผมคิดว่าถ้าจำเป็นต้องขุนขายในกรณีขายลูกวัวไม่ได้ ผมเอาแค่โตไวน้ำหนักดีเข้าว่า ไขมันแทรกจะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะ ขายโรงเชือด ยังไงเค้าก็ให้แค่โลร้อยเท่ากัน สำหรับแถวบ้านผมนะ

ของผมได้ตัวเมีย 5 ตัวคับ ผสมกับแม่บราห์มัน

บีฟตอนนี้คลอดลูกมาแล้ว 2 ตัว ( อีก 2 ตัว น่าจะไม่เกิน 7 วัน นี้แหละ )  คลอดหลังพี่สาวที่เกิดเมื่อปีที่แล้วไม่เท่าไหร่เอง ทั้ง 4  ตัว  ... ทับตอนอายุ 14 - 16 เดือน .... พวกบราห์มันจะทับตอน 20 เดือนขึ้นทุกตัว ซึ่งแสดงว่างัวนี้อัตตราการเจริญพันธุ์สูงมากๆ

เรื่องเติบโต  ระยะลูกงัวกินนม ไม่หนีบราห์มัน กะ ชาโรเล่ คับ .... แต่ระยะ เกิน 16 เดือนไปแล้วโตช้ากว่าเขาคับ

พิจารณาจากงัวนี้ จะเป็นงัวลักษณะคล้ายๆกะบราห์มันชาวบ้านทางภาคเหนือ ( ของผมด้วย ) .... คือ ตอนเป็นลูกงัวจะโตเร็ว ทำให้เติบโตไม่แพ้เขา( บางตัวก็ตัวโตกว่าเขา )  ( ถึงแม้ว่า แม่งัวจะตัวเล็กกว่าเขา ก็ตาม ) .... แต่พอเริ่มโตเป็นหนุ่ม - สาว  จะไม่ถึงกะโตเร็วนัก แล้วจะถูกเขาแซงหน้าไป .... พอเป็น งัวขุน จะสู้พวกเลือดสูงๆไม่ได้ ( แต่ลูกงัวไม่ต่างกัน )

ส่วนพวกตัวเมีย ... ตอนเล็กๆก็โตดีกว่าเขา แลดูสวยเด่นกว่าเขานี่แหละ แต่พอเริ่มเป็นสาว ถึงเป็นแม่งัว จะเริ่มโตช้ากว่าเขา ทำให้เป็นแม่งัวที่เฟรมเล็กกว่าเขา .... ในขณะที่เวลาให้ลูกๆ ก็ได้ผลผลิตขายได้ราคาไม่แพ้เขาหรอก ( ดีไม่ดี บางตัวได้ราคาดีกว่าเขาเสียอีก )

เป็นเทคนิคของคนเลี้ยงงัว ที่ขายงัวเข้าตลาดนัด ของคนมีประสบการณ์ .... เพราะงัวเข้าตลาดนัด เขาไม่ดูสายเลือด แต่จะดูแค่ลักษณะภายนอก งัวพวกนี้ ก็ให้ลูกได้ไม่ต่างกะเขาแม้แต่น้อง ..... แต่ต้นทุนการเลี่ยงแม่งัว ถูกกว่าเขาในทุกๆด้าน จึงทำให้ได้กำไรมากกว่าเขา


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 06, 2016, 12:11:17 PM
งัวพวกนี้ มีไม่น้อยนะ พอถึงเวลาขุนแล้ว นน. แตะ 500 กก. ยากสักหน่อย .... ต่างจากพวกสายเลือดสูงๆ เฟรมใหญ่ๆ ที่จะทำ นน. 500 กก. ไม่ยาก

ทางเหนือ กับทางใต้ต่างกัน ... สภาพตลาด วันนี้เราเลี้ยงงัวขุนลำบาก เพราะลูกงัวราคาแพง กอปร กับทรัพยากรในท้องถิ่น ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์เราสูงกว่าทางใต้ ( งัวขุนเลยกระจุกตัวอยู่แต่ทางใต้ ) .... เราขุนงัวแข่งกับทางใต้แล้วแค่พอ อยู่ได้ แต่ถ้าต้องแข่งขันกันจริงๆ เราสู้ทางใต้ไม่ได้

ดังนั้น ตลาดงัวที่จะส่งขุน ทางใต้ น่าจะต่างจากทางเหนืออยู่นะคับ งัวสายเลือดดีๆ คนขุนไกล้บ้านน่าจะให้ราคาดีตามไปด้วย .... ต่างจากเรา ที่ต้องขายลูกงัวส่งใต้ ...... คนขุนไม่ได้มาดูแม่งัวในฝูงด้วยตัวเอง .... ดังนั้น งัวที่ขายออกไปเขาจึงดูแค่ตอนเป็นลูกงัวเท่านั้น ว่าดีแค่ใหน  ส่วนตอนขุนก็เป็นอีกเรื่องนึง ( งัวเกรดดีๆ กับ งัวเกรดกลางๆ คนขุนก็ซื้อราคาเดียวกัน )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มกราคม 06, 2016, 02:10:52 PM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: phlox ที่ มกราคม 06, 2016, 08:51:33 PM
รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ

ฟันธงแบบง่ายๆ บราห์มัน เลือดสูงๆ ภาคใต้ เล่ เลือดสูงๆก็เลี้ยงได้นะ เพราะอาหาคสมบูรณ์มากๆ

ดูที่ต้นทุนตัวแม่งัวคับว่า ขายลูกงัวอายุ 1 ปีให้เขาเอาไปขุนแล้ว ราคาแม่ที่ซื้อมา แพงกว่าลูกงัวเท่าไหร่

ท่านลองพิจารณาเอาละกันคับว่า ถ้าแม่งัว ราคา แพงกว่าลูก 1 เท่าตัว นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องเลี้ยงงัวถึง 2 ปีกว่าจะได้ทุนคืน .... คิดว่าคุ้มไหม กับการกำเงินมาลงทุนแบบนี้ ( กำไร ไม่ถึง 50 % ของเงินลงทุน )

หรือ ถ้า คูณ 3 ของตัวลูกล่ะ ซึ่งเราต้องเลี้ยงไปเต็มๆ 3 ปีแบบไม่ได้อะไรเลย ... แล้วลองไปเทียบกะการทำมาหากินอย่างอื่นดู ว่าลงทุนขนาดนี้ ใช้เวลาขนาดนี้ อันใหนดีกว่ากัน ( กำไร ไม่ถึง 30 % ของเงินลงทุน .... แต่ที่แน่ๆ ดอกเบี้ยธนาคารก็ปาไป 10 % แล้ว )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในพิสัย ของการเลี้ยงงัวแบบชาวบ้านตามข้างถนนที่เขาทำมาหากินแบบไม่สร้างปัญหาให้ใครนะคับ ... ในตลาดอื่นๆ ที่รูปแบบตลาดที่ต่างออกไปนั้น ขอละไว้ละกัน
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ ผมไม่ได้มีเงินทุนเป็นแสนเป็นล้านแบบคนอื่นครับ ลูกจ้างเงินเดือนถูกๆ ตั้งใจว่าจะทะยอยสะสมซื้อ ทีละตัว สองสามเดือนซื้อซักตัว
คงเป็น แม่ไทยใหญ่ รุ่นหย่านม ราคา ราว 20000ต้นๆ ผสมเทียมเอา น้ำเชื้อ บราห์มัน หรือ ชาร์โรเล่ห์ ผสม อยากถามอีกนิด ว่า บีฟมาสเตอร์ ที่พี่markonikove ทดลองเลี้ยงอยู่ได้ผลยังไง อัตตราแลกเนื้อดีมั๊ย เลี้ยงง่าย ทนโรค เจริญพันธ์ไว รึเปล่าครับ ผมคิดว่าถ้าจำเป็นต้องขุนขายในกรณีขายลูกวัวไม่ได้ ผมเอาแค่โตไวน้ำหนักดีเข้าว่า ไขมันแทรกจะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะ ขายโรงเชือด ยังไงเค้าก็ให้แค่โลร้อยเท่ากัน สำหรับแถวบ้านผมนะ

ของผมได้ตัวเมีย 5 ตัวคับ ผสมกับแม่บราห์มัน

บีฟตอนนี้คลอดลูกมาแล้ว 2 ตัว ( อีก 2 ตัว น่าจะไม่เกิน 7 วัน นี้แหละ )  คลอดหลังพี่สาวที่เกิดเมื่อปีที่แล้วไม่เท่าไหร่เอง ทั้ง 4  ตัว  ... ทับตอนอายุ 14 - 16 เดือน .... พวกบราห์มันจะทับตอน 20 เดือนขึ้นทุกตัว ซึ่งแสดงว่างัวนี้อัตตราการเจริญพันธุ์สูงมากๆ

เรื่องเติบโต  ระยะลูกงัวกินนม ไม่หนีบราห์มัน กะ ชาโรเล่ คับ .... แต่ระยะ เกิน 16 เดือนไปแล้วโตช้ากว่าเขาคับ

พิจารณาจากงัวนี้ จะเป็นงัวลักษณะคล้ายๆกะบราห์มันชาวบ้านทางภาคเหนือ ( ของผมด้วย ) .... คือ ตอนเป็นลูกงัวจะโตเร็ว ทำให้เติบโตไม่แพ้เขา( บางตัวก็ตัวโตกว่าเขา )  ( ถึงแม้ว่า แม่งัวจะตัวเล็กกว่าเขา ก็ตาม ) .... แต่พอเริ่มโตเป็นหนุ่ม - สาว  จะไม่ถึงกะโตเร็วนัก แล้วจะถูกเขาแซงหน้าไป .... พอเป็น งัวขุน จะสู้พวกเลือดสูงๆไม่ได้ ( แต่ลูกงัวไม่ต่างกัน )

ส่วนพวกตัวเมีย ... ตอนเล็กๆก็โตดีกว่าเขา แลดูสวยเด่นกว่าเขานี่แหละ แต่พอเริ่มเป็นสาว ถึงเป็นแม่งัว จะเริ่มโตช้ากว่าเขา ทำให้เป็นแม่งัวที่เฟรมเล็กกว่าเขา .... ในขณะที่เวลาให้ลูกๆ ก็ได้ผลผลิตขายได้ราคาไม่แพ้เขาหรอก ( ดีไม่ดี บางตัวได้ราคาดีกว่าเขาเสียอีก )

เป็นเทคนิคของคนเลี้ยงงัว ที่ขายงัวเข้าตลาดนัด ของคนมีประสบการณ์ .... เพราะงัวเข้าตลาดนัด เขาไม่ดูสายเลือด แต่จะดูแค่ลักษณะภายนอก งัวพวกนี้ ก็ให้ลูกได้ไม่ต่างกะเขาแม้แต่น้อง ..... แต่ต้นทุนการเลี่ยงแม่งัว ถูกกว่าเขาในทุกๆด้าน จึงทำให้ได้กำไรมากกว่าเขา
บ้านผมไม่มีตลาดนัด วัว-ควาย ครับ คนเลี้ยงก็มีน้อย ลูกวัวขายยากซักนิด ถ้าเป็นในจังหวัดนะครับ ต้องเผื่อไว้ในกรณีที่ขายไม่ได้ ต้องเก็บไว้ขุนเองด้วยครับ เงื่อนไข ชักเยอะแล้ว คงต้องเป็น พวก กำแพงแสน กระมังครับ พวกนี้ตะกละหน่อย ไม่เลือกกิน น่าจะเข้าเค้าที่สุด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: phlox ที่ มกราคม 06, 2016, 08:57:46 PM
งัวพวกนี้ มีไม่น้อยนะ พอถึงเวลาขุนแล้ว นน. แตะ 500 กก. ยากสักหน่อย .... ต่างจากพวกสายเลือดสูงๆ เฟรมใหญ่ๆ ที่จะทำ นน. 500 กก. ไม่ยาก

ทางเหนือ กับทางใต้ต่างกัน ... สภาพตลาด วันนี้เราเลี้ยงงัวขุนลำบาก เพราะลูกงัวราคาแพง กอปร กับทรัพยากรในท้องถิ่น ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์เราสูงกว่าทางใต้ ( งัวขุนเลยกระจุกตัวอยู่แต่ทางใต้ ) .... เราขุนงัวแข่งกับทางใต้แล้วแค่พอ อยู่ได้ แต่ถ้าต้องแข่งขันกันจริงๆ เราสู้ทางใต้ไม่ได้

ดังนั้น ตลาดงัวที่จะส่งขุน ทางใต้ น่าจะต่างจากทางเหนืออยู่นะคับ งัวสายเลือดดีๆ คนขุนไกล้บ้านน่าจะให้ราคาดีตามไปด้วย .... ต่างจากเรา ที่ต้องขายลูกงัวส่งใต้ ...... คนขุนไม่ได้มาดูแม่งัวในฝูงด้วยตัวเอง .... ดังนั้น งัวที่ขายออกไปเขาจึงดูแค่ตอนเป็นลูกงัวเท่านั้น ว่าดีแค่ใหน  ส่วนตอนขุนก็เป็นอีกเรื่องนึง ( งัวเกรดดีๆ กับ งัวเกรดกลางๆ คนขุนก็ซื้อราคาเดียวกัน )
อืมม ครับ ทางใต้อาหารสัตว์ถูกกว่า มีมากกว่าก็จริง แต่การจัดการ องค์ความรู้ ความขยัน ส่วนใหญ่จะสู้ภาคอื่นไม่ได้นะครับ เท่าที่เห็นนะครับ ทุกวันนี้ยังมีคนซื้อฟางก้อนละ 80 บาทมาเลี้ยงวัวเลยครับ เห็นแล้วก็...เอ้อ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: phlox ที่ มกราคม 06, 2016, 08:59:51 PM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ
ขุนทางใต้ สหกรณ์ เค้าวิ่งมารับด้วยเหรอครับ ไม่เคยรู้จริงๆครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มกราคม 07, 2016, 12:08:15 AM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ
ขุนทางใต้ สหกรณ์ เค้าวิ่งมารับด้วยเหรอครับ ไม่เคยรู้จริงๆครับ

สมัครเป็นสมาชิกได้ครับ แบบกลางน้ำ มีแม่วัวลูกผสมบราห์มันหรือลูกผสมยุโรป3แม่ขึ้นไป คอกแข็งแรงก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ วัวกลางน้ำคือตัวผู้ลูกผสมเลือดเมืองหนาวไม่ต่ำกว่า50% ผลัดฟันไม่เกิน1คู่ น้ำหนัก400กก เกินได้นิดหน่อย ส่วนมากจะส่งกันแบบนี้ครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: wasan.ceo ที่ มกราคม 07, 2016, 10:01:56 AM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ

ใช่ครับทำสินค้าให้ขายได้ในหลายๆตลาด ถูกต้องที่สุด

ผมอยากให้ จขกท. ทบทวนตัวเองก่อนนะครับ ว่าท่านมีเป้าหมายแบบไหน อย่างไร ผมดูแล้วกำลังมึนๆ
งงๆ ไม่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ ตลาดไหน อย่าเชื่อคนนี้ว่า คนโน่นว่างี้
บางคนตอบโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ดูว่าคนเลี้ยงเป้าคืออะไร

อีกอย่างก่อนจะเอาอะไรมาใส่ แม่วัว ให้ท่านดูด้วยว่าลูกผสมนั้น แรกเกิดตัวเล็กตัวใหญ่ อย่าให้แม่วัว
เกิดยากนัก สงสารมันด้วย

อีกอย่างถ้าอยากได้เลือดดีๆ ผมว่าหาเก็บพวกเลือดกลางๆ มาช่วยน่าจะดีกว่า ปรับเลือดที่ไม่รู้ที่มาชัดเจน
จะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มกราคม 07, 2016, 04:36:44 PM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้


ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ

ใช่ครับทำสินค้าให้ขายได้ในหลายๆตลาด ถูกต้องที่สุด



ผมอยากให้ จขกท. ทบทวนตัวเองก่อนนะครับ ว่าท่านมีเป้าหมายแบบไหน อย่างไร ผมดูแล้วกำลังมึนๆ
งงๆ ไม่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ ตลาดไหน อย่าเชื่อคนนี้ว่า คนโน่นว่างี้
บางคนตอบโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ดูว่าคนเลี้ยงเป้าคืออะไร

อีกอย่างก่อนจะเอาอะไรมาใส่ แม่วัว ให้ท่านดูด้วยว่าลูกผสมนั้น แรกเกิดตัวเล็กตัวใหญ่ อย่าให้แม่วัว
เกิดยากนัก สงสารมันด้วย

อีกอย่างถ้าอยากได้เลือดดีๆ ผมว่าหาเก็บพวกเลือดกลางๆ มาช่วยน่าจะดีกว่า ปรับเลือดที่ไม่รู้ที่มาชัดเจน
จะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ
โดนใจเลยครับ ;) ;) ;)
เลี้ยงวัวนอกจากสายพันธุ์ที่สำคัญแล้วคือการจัดการครับ จะรอดไม่รอดอยู่ตรงนี้แหละ
ผมเคยบอกไปหลายท่านแล้ว สภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ อาหารหยาบแต่ละที่ไม่เหมือนและไม่เท่ากัน
จะเอาการจัดการภาคหนึ่งไปใช้กับอีกภาคหนึ่งไม่ได้ทั้งหมด เลี้ยงวัวไม่มีคำว่าถูกต้องที่สุดนะครับ
มีแต่เหมาะสมที่สุด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 07, 2016, 05:20:57 PM
นครสวรรค์ กำแพง ตาก พิดโลก สุโขทัย .... ขายตลาดนัดที่เดียวกัน คนซื้อคนเดียวกัน พ่อค้าคนเดียวกัน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 07, 2016, 05:34:50 PM
ลุ่มแม่น้ำเดียวกัน  ความอุดมสมบูรณ์เท่ากัน แม้แต่โรงงานผลิตอาหารถุงยังโรงเดียวกันเลย .... ดีไม่ดี โรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรโรงเดียวกันอีกตะหาก

..........

จริงๆ ผมพูดไปแล้วนะ จขกท. เขาก็เข้าใจประเด็นนี้ดีไปแล้วด้วย ....  เขาพูดว่า ไขมง ไขมัน ช่างหัวมันเถอะ ปรับสภาพพื้นฐานการเป็นงัวเนื้อก่อนดีกว่า  .... คำว่าปรับสภาพการเป็นพื้นฐานงัวเนื้อก่อนนี่  น่าจะเป็น อิทธิพลของ หมอผสมเทียม นะ

ข้อมูลเรื่องสายพันธุ์ จขกท. ได้ครบหมดไปแล้ว และตัดสินใจในทางเลือกของตนเอง  ที่ได้เลือกด้วยตัวเอง แบบมีข้อมูลชัดๆ เต็มๆ ไม่ได้งงด้วย เพราะ จขกท. มีประสบการณ์เรื่องงัวมานานหลายปีมากแล้ว  ไม่ใช่มือใหม่ที่ไร้ข้อมูลในมือ ด้วย

..........

ปล. เรื่อง งัวยุโรป ราคาแพง ... เป็นข้อมูลเก่าแบบไม่เรียลไทม์

วันนี้ งัวยุโรปส่งสหกรณ์ ต้องไปเป็นสมาชิกของสหกรณ์ ใช้น้ำเชื้อของเขา ( หรือ พ่องัวที่เขายอมรับเท่านั้น ) แม่งัวของเราต้องผ่านสายตาของคนดูแลว่าผ่าน เกณฑ์มาตรฐาน ..... ไม่เช่นนั้นจะขายไม่ได้

หรือไม่ก็ต้องเป็นคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับ สมาชิกสหกรณ์เขา ซึ่งสมาชิกที่เป็นคนขุนงัวเห็นแม่เรา และ ลูกงัวเราแล้วพอใจซื้อของเราไปขุน ..... ไม่งั้นก็ต้องขายเข้าตลาดนัด

  ตลาดนัดวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น บราห์มันสายเลือดสูงๆ ยุโรปสวยๆ หรือแม้แต่งัวแกลบ ราคาเดียวกันหมด   .... ส่วนเรื่องว่าเป็นเพราะอะไร ผมพูดไปหลายรอบแล้ว หลายคนก็รับรู้ข้อมูลนี้เป็นอย่างดี

 กรมปศุสัตว์ ไม่รับฝากน้ำเชือของ สหกรณ์ หรือ ของเอกชน ถ้าเราจะใช้น้ำเชื้อของสหกรณ์ หรือ งัวที่สหกรณ์ยอมรับ ต้องบักลอบทำเท่านั้น .... โดยต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ผสมเทียม ( มีหลายคนไม่เอากะเราด้วย ) . หรือไม่ก็ต้องไปจ้างหมอเอกชนมาผสมเทียม ซึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ผสม ตัวนึงอาจจะตกถึง 3,000 บาทเลยก็ได้ .... บางคนคิดค่าแรง ขั้นต่ำ 500 บาท แล้วตามด้วยระยะทาง กม. ละ 2 - 3 บาท  .....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 07, 2016, 05:42:40 PM
เห็นคนเก่งๆ คนฉลาดๆ หลายๆคนพล่ามเรื่องงัวจากออสเตรเลีย ....

ผมเตือนเรื่องงัวพม่าดีกว่า .... ซึ่งปรากฏการณ์ ลูกงัวทุกสายพันธุ์ราคาไกล้เคียงกันหมด ไม่มีแต้มต่อ ไม่มีสายเลือด ไม่มียุโรป ไม่มีชาโรเล่ส์ .... มีแต่ลูกงัวเนื้อ มีแต่เนื้อที่ชำแหละได้เท่านั้น

 ซึ่งเราทดลองเหตุการณ์นี้กันมาได้ กว่า 8 เดือนมาแล้ว  .....

 ที่วันนี้ งัวยุโรป ราคาเท่ากะบราห์มันทุกประการ ( แล้วเราจะต้องเจอเรื่องนี้จนกว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้น การท่องเที่ยวจะคืนมาด้วย ) ....

ส่วนงัวแกลบ ราคาเท่า บราห์มัน และ ยุโรป เราเจอมาได้ 4 เดือนแล้ว ( เพราะงัวขุนส่งออกไม่ได้เนื่องจากคนขุนงัวใส่ สารเร่งเนื้อแดงในอาหารสัตว์ ) .... แต่ตอนนี้ สถาณการณ์นี้กำลังคลี่คลายลงแล้ว เพราะเราส่งออกงัวกันได้แล้ว .... ก็จะเหลือแต่งัว ชาโรเล่ส์ กับ บราห์มัน ที่ราคาเท่ากันทุกประการณ์เท่านั้นที่ยังต้องเผชิญกันต่อไป



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 07, 2016, 05:49:53 PM
คอนแทรคฟาร์มิ่ง .... ทางเหนือๆ คนขุนเขาไม่ขึ้นมาดูหรอก เพราะแค่งัวทางใต้ วันนี้ก็มีให้เลือกจนเต็มกำลังรับซื้อของสหกรณ์แล้ว ( ย้ำคำว่า "  เต็มกำลังรับซื้อ  " เพราะถ้าเต็มกำลังผลิต ของคนขุน หรือ ของสหกรณ์ แล้วยังรับได้อีกเยอะ )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 07, 2016, 07:47:48 PM
สำหรับการให้น้ำหนักที่การบริหารจัดการสูงๆ จะเกิดในกรณีที่เราเลี้ยงงัวสายพันธุ์ / หรือ สายเลือด ที่ฝืนสภาพของทรัพยากรในท้องถิ่นเรามากๆ .... จึงทำให้เราต้องมีการจัดการเพิ่มเสริมขึ้นมาจากการปรับสภาพแวดล้อมของคอกเราให้เข้ากับงัว

เช่น ......

 เรื่อง อาหารข้นในฤดูแล้ง เนื่องจากท้องถิ่นของเราหาหญ้าให้กินไม่ทัน ... ซึ่งในบางสายพันธุ์ หรือ สายเลือด เขาไม่มีความจำเป็นในเรื่องนี้ เพราะสามารถอยู่รอด และให้ผลตอบแทนได้ด้วยหญ้าแห้งๆที่มีอยู่นั่นแหละ

ดังนั้น ทรัพยากรในท้องถิ่นเราจะเป็นตัวกำหนดสายพันธุ์ หรือ สายเลือดของงัวเรา .... ( ควบคู่กับ การตลาด และ เงินทุน ) ....

ว่าเราลงทุนเรื่องอาหารข้นระดับใหน งัวจึงจะยังคงให้ผลผลิตแก่เราได้ โดยที่เราจะไม่ต้องควักกระเป๋าตังจ่ายค่าอาหารสัตว์มากจนเกินไป ( เด๋วขายลูกงัวแล้วจะไม่เหลือเอา )

ในขณะเดียวกันที่ ลูกงัวเราต้องเป็นที่ต้องการของตลาด ขายได้ราคาดี .... แม้บางครั้งทรัพยากรไม่อำนวยต่อการเลี้ยงงัวขายตลาดเนื้อที่ราคาแพงมากๆ เราอาจจะต้องเลือกเลี้ยงสายพันธุ์ที่ด้อยลงมา เพื่อไม่ให้ต้นทุนเราสูงจนเกินระดับจุดคุ้มทุน ( หรือ จุดทางเลือกของการลงทุนในโอกาสที่เท่าเทียมกัน .... แบบว่า ถ้าเลือกทางอื่นแล้วได้ดีกว่า )



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: phlox ที่ มกราคม 07, 2016, 07:54:30 PM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ
ขุนทางใต้ สหกรณ์ เค้าวิ่งมารับด้วยเหรอครับ ไม่เคยรู้จริงๆครับ

สมัครเป็นสมาชิกได้ครับ แบบกลางน้ำ มีแม่วัวลูกผสมบราห์มันหรือลูกผสมยุโรป3แม่ขึ้นไป คอกแข็งแรงก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ วัวกลางน้ำคือตัวผู้ลูกผสมเลือดเมืองหนาวไม่ต่ำกว่า50% ผลัดฟันไม่เกิน1คู่ น้ำหนัก400กก เกินได้นิดหน่อย ส่วนมากจะส่งกันแบบนี้ครับ
ครับ ขอบคุณมากครับ ก็เป็นอีกทางเลือก


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: pom2day ที่ มกราคม 07, 2016, 09:01:55 PM

 กรมปศุสัตว์ ไม่รับฝากน้ำเชือของ สหกรณ์ หรือ ของเอกชน ถ้าเราจะใช้น้ำเชื้อของสหกรณ์ หรือ งัวที่สหกรณ์ยอมรับ ต้องบักลอบทำเท่านั้น .... โดยต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ผสมเทียม ( มีหลายคนไม่เอากะเราด้วย ) . หรือไม่ก็ต้องไปจ้างหมอเอกชนมาผสมเทียม ซึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ผสม ตัวนึงอาจจะตกถึง 3,000 บาทเลยก็ได้ .... บางคนคิดค่าแรง ขั้นต่ำ 500 บาท แล้วตามด้วยระยะทาง กม. ละ 2 - 3 บาท  .....

รบกวนขยายข้อคิดเห็นในส่วนนี้หน่อยครับ ผมความรู้ยังน้อย
คำว่า "กรมปศุสัตว์ ไม่รับฝาก น้ำเชือของ สหกรณ์ หรือ ของเอกชน ถ้าเราจะใช้น้ำเชื้อของสหกรณ์ หรือ งัวที่สหกรณ์ยอมรับ ต้องบักลอบทำเท่านั้น .... โดยต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ผสมเทียม"

1.
ไม่รับฝาก  หมายถึงอะไรครับ ที่ผมเข้าใจตอนนี้คือ ไม่ให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ทำการผสมเทียมโดยใช้ น้ำเชื้อของเอกชน หรือสหกรณ์ ใช่ไหมครับ?
หรือว่า
ฝากน้ำเชื้อ(หลอดน้ำเชื้อ)ของเอกชน โดยฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่กรม

2.
บักลอบ ใช่ ลักลอบ ไหมครับ
แล้วทำไมต้องใช้คำว่าลักลอบครับ หรือว่า จนท.ผสมเทียมของกรม ห้ามรับงานนอกครับ ถ้าเราให้อานิจสินจ้าง ถือว่าผิดเลย?
แล้วในใบผสมเทียมก็จะระบุผู้ผสมเทียม(หมอ)อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ

 >:(
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มกราคม 08, 2016, 12:12:00 AM
ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยเห็นสหกรณ์ไหนบังคับใช้น้ำเชื้อของเค้าและก็ไม่เคยเห็นว่าสหกรณ์ไหนมีน้ำเชื้อขายเลยนะครับ
ชาวบ้านหรือสมาชิกล้วนหาเองทั้งนั้นไม่ว่าจะของกรมปศุสัตว์ หน่วยงาน นทพ ที่สนับสนุนโพนยางคำ ทุกๆสหกรณ์แค่มีกำหนดว่า
วัวเข้าขุนสายเลือดเมืองหนาวต้องไม่ต่ำกว่า50% ส่วนสมาชิกจะสะดวกของนอก ของไทย ของหลวงเค้าไม่เคยบังคับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 08, 2016, 05:49:45 AM
ลักลอบ คับ พิมพ์ผิด

น้ำเชื้อเรามีแม่งัวแค่ ไม่กี่ตัวจะให็ลงทุนซื้อถังมาใช้เอง ความคุ้มค่าของการลงทุนสำหรับเกษตรกรรายย่อยลำบากคับ ... ดังนั้นถ้าเราจะกำหนดตัวพ่องัวที่เราต้องการ เอาน้ำเชื้อของเราไปฝากในถังของหมอผสมเทียมไว้ หรือให้หมอซื้อมาเก็บรอเราไว้

กรมมีนโยบาย ไม่รับของเอกชนทุกราย ไม่ว่าจะรับฝาก รับผสม ไดๆทั้งสิ้น หากเจ้าหน้าที่คนได รับของเอกชนมีความผิด  .... โดยจะมีการสุ่มตรวจถังทุกเดือน ทั้งจากจังหวัด และ เขต

ถ้าเราต้องการเอาน้ำเชื้อจากข้างนอก ต้องคุยกะเจ้าหน้าที่ให้รู้เรื่องว่าเขา จะยอมลักลอบ แอบนำน้ำเชื้อของเอกชนมาใส่ถังไว้ให้เราได้หรือไม่ .... เพราะมันคืออณาคตหน้าที่การงานของเขา

ห้ามแม้กระทั่ง รับจ้างผสมให้น้ำเชื้อเอกชนด้วย ... แม้ไม่ได้เอาน้ำเชื้อมาฝากในถังของกรมก็ตาม

หมอผสมเทียมของกรม  จะไม่ออกใบผสมเทียมให้กับน้ำเชื้อเอกชนคับ เพราะตัวเองจะมีความผิด .... สมาคมเขางัวต่างๆ ที่ใช้น้ำชื้อของเอกชน เขาจึงมีกลุ่มของเขาในการแสวงหาหมอของตนเองโดยไม่ใช้ของกรมกันคับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 08, 2016, 06:05:02 AM
เรื่อง มาตรฐานสายพันธุ์งัวชาโรเล่ 50% ขึ้นไป แค่นั้น .... ข้อมูลไม่เรียลไทม์อีกแล้ว ( และอาจจะเป็นข้อมูลเฉพาะท้องถิ่นด้วย )

วันนี้คนจะขายลูกงัวชาโรเล่ ให้ได้แพงๆแบบแต่ก่อน มีไม่กี่รายเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครมีงัวลูกผสมบราห์มันแค่ 3 - 5 แม่ก็ไปสมัครเป็นสมาชิกแล้วขายลูกงัวเข้าระบบสมาชิกได้เลย .... แถมถ้าไม่สมัครเป็นสมาชิก ก็ไม่ต้องฝันจะขายลูกงัวแพงๆด้วย ( ราคาบราห์มันนี่แหละ ....  เมื่อเดือนที่แล้วราคางัวแกลบเลยด้วยซ้ำ  )

เพราะเรื่องสภาพการตลาด ( ผมพูดไปหลายรอบแล้ว ) ทำให้สหกรณ์ลดกำลังการขุนงัวลงไปเยอะมากๆ วันนี้ สหกรณ์ คัดงัวเข้าขุนเฉพาะที่มีคุณภาพดีจริงๆเท่านั้น .... ไม่ใช่ว่า แค่มีงัวชาโรเล่เลือดเกิน 50 % สหกรณ์ก็จะรับหมด

ทางใต้ค่าขนส่งไม่เท่าไหร่ แถมอุดมสมบูรณ์ทำให้เลี้ยงแม่งัวคุณภาพสูงๆได้ ปัญหาการคัดเลือกแม่งัวจึงไม่ค่อยมี แต่ทางเหนือไม่ใช่ วันนี้ จะขายลูกงัวเข้าสหกรณ์เขาต้องดูแม่งัวด้วย .... อีกทั้งวันนี้มีการกำหนดตัวพ่องัวที่จะเอามาขุนด้วยว่า ไม่เอาตัวใหน ซึ่ง คนที่ไม่มีแม่งัวยุโรป ก็จะต้องใช้งัวชาโรเล่ ในการผสม ... รู้สึกว่าของกรม วันนี้จะไม่รับซื้อแล้วนะ เห็นพวกบ่นกันว่าต้องใช้น้ำเชื้อของเอกชน จ่ายค่าจ้างหมอมาจากต่างถิ่น ค่าผสมแพงมากๆ ( หมอกรมก็ใช้บริการไม่ได้ เพราะต้องมีใบรับรองการผสมเทียมไปยื่น ไม่งั้นไม่ซื้อ )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 08, 2016, 06:10:31 AM
วันนี้ ถ้าไม่เข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ แล้วทำงัวในแบบที่สหกรณ์กำหนด .... ไม่ต้องคิดจะขายลูกงัวชาโรเล่ ในราคาแพงๆหรอกคับ ( เท่ากะบราห์มันทุกประการ )

ส่วนสภาพตลาด อณาคตมันเปลี่ยนแปลงกันได้ ... เราเริ่มผสมวันนี้ อีก เกือบ 3 ปีข้างหน้านั่นแหละจึงจะขายลูกงัวเข้าสหกรณ์กันได้ วันนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมั่ง อันนี้ไม่คงตอบกันยากสักหน่อย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: phlox ที่ มกราคม 08, 2016, 08:16:57 PM
เรื่อง มาตรฐานสายพันธุ์งัวชาโรเล่ 50% ขึ้นไป แค่นั้น .... ข้อมูลไม่เรียลไทม์อีกแล้ว ( และอาจจะเป็นข้อมูลเฉพาะท้องถิ่นด้วย )

วันนี้คนจะขายลูกงัวชาโรเล่ ให้ได้แพงๆแบบแต่ก่อน มีไม่กี่รายเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครมีงัวลูกผสมบราห์มันแค่ 3 - 5 แม่ก็ไปสมัครเป็นสมาชิกแล้วขายลูกงัวเข้าระบบสมาชิกได้เลย .... แถมถ้าไม่สมัครเป็นสมาชิก ก็ไม่ต้องฝันจะขายลูกงัวแพงๆด้วย ( ราคาบราห์มันนี่แหละ ....  เมื่อเดือนที่แล้วราคางัวแกลบเลยด้วยซ้ำ  )

เพราะเรื่องสภาพการตลาด ( ผมพูดไปหลายรอบแล้ว ) ทำให้สหกรณ์ลดกำลังการขุนงัวลงไปเยอะมากๆ วันนี้ สหกรณ์ คัดงัวเข้าขุนเฉพาะที่มีคุณภาพดีจริงๆเท่านั้น .... ไม่ใช่ว่า แค่มีงัวชาโรเล่เลือดเกิน 50 % สหกรณ์ก็จะรับหมด

ทางใต้ค่าขนส่งไม่เท่าไหร่ แถมอุดมสมบูรณ์ทำให้เลี้ยงแม่งัวคุณภาพสูงๆได้ ปัญหาการคัดเลือกแม่งัวจึงไม่ค่อยมี แต่ทางเหนือไม่ใช่ วันนี้ จะขายลูกงัวเข้าสหกรณ์เขาต้องดูแม่งัวด้วย .... อีกทั้งวันนี้มีการกำหนดตัวพ่องัวที่จะเอามาขุนด้วยว่า ไม่เอาตัวใหน ซึ่ง คนที่ไม่มีแม่งัวยุโรป ก็จะต้องใช้งัวชาโรเล่ ในการผสม ... รู้สึกว่าของกรม วันนี้จะไม่รับซื้อแล้วนะ เห็นพวกบ่นกันว่าต้องใช้น้ำเชื้อของเอกชน จ่ายค่าจ้างหมอมาจากต่างถิ่น ค่าผสมแพงมากๆ ( หมอกรมก็ใช้บริการไม่ได้ เพราะต้องมีใบรับรองการผสมเทียมไปยื่น ไม่งั้นไม่ซื้อ )
ผมยังไม่มีประสบการณ์เลย มีแค่ความรู้ที่หาอ่านในเน็ต เบื้องต้นคงแค่เลี้ยงให้รอดให้โตก่อน ค่อยขยับไปเป็นเลี้ยงให้มีลูก หลังจากนั้นค่อยว่ากัน แล้วก็ไม่คาดหวังว่าจะขายลูกวัวในราคาแพงๆ เอาแค่พอมีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย เดือนนึงตกซัก หมื่นห้าก็พอแล้วครับ (เพราะทุกวันนี้ก็ได้เงินเดือนแค่ หมื่นสอง เองครับ ยังมีค่ารถ ค่าเสื้อผ้า ค่าอาหาร จิปาถะ) ถ้า อยู่บ้าน ค่าน้ำมันรถก็ไม่มี อาหารก็หุงกินทำกินเอง ผักหญ้าก็ปลูกกินเอง เสื้อผ้าก็ใส่อะไรก็ได้ น่าจะประหยัดได้โขอยู่ คงอีกพักใหญ่หล่ะครับ กว่าจะเข้ารูปเข้ารอย ระหว่างนี้ก็เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 10, 2016, 08:21:38 AM
สมาชิกสหกรณ์ สมัครไว้ก่อนไม่เสียหายคับ แค่เสียตังค่าสมัคร ( ส่วนค่าหุ้น เป็นเงินสะสมของเรา แต่เบิกออกมาไม่ได้ จนกว่าเราจะลาออก ) ... แต่ที่แน่ๆ ได้ปันผลจากค่าหุ้น ขึ้นอยู่กับผลประกอบการณ์ ซึ่งเทียบกะเอาเงินไปซื้อพันธบัตร หรือกองทุนของรัฐ / ธนาคารแล้ว ได้ผลตอบแทนเยอะกว่าแน่ๆ ( ส่วนกองทุนของเอกชน บางช่วงเศรษฐกิจดีๆ คงสู้เขาไม่ได้หรอก )

สหกรณ์ นครปฐม เป็นระบบสหกรณ์ ที่มีความเป็นสหกรณ์สูงที่สุด การค้ากับสหกรณ์นครปฐมจึงเป็นการค้าที่เป็นธรรมมากที่สุด  

สหกรณ์ โพนยางคำ เป็นสหกรณ์ ที่ให้ลักษณะ ระบบของ state capitalism สูงมากๆ จนเกือบๆกลายเป็นว่า ตัวสหกรณ์มีความไกล้เคียงนายทุนสามานย์ ที่ขูดรีดสมาชิกของตนเอง เสียมากกว่า ด้วยระบบบริหารที่ ใช้ตัวสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นทุนผูกขาด แล้วสมาชิกเป็นเพียงลูกเล้าให้กับสหกรณ์เท่านั้น

 รูปแบบของโพนยางคำ จะไกล้เคียงกับ การทำ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง กับ บ. ใหญ่ ในการเลี้ยงหมู หรือ ไก่ นั่นแหละ  .... แต่จะต่างกันตรงที่ว่า สหกรณ์มีการปันผลส่วนหนึ่งคืนมาให้สมาชิก ส่วนที่เหลือ มีความไกล้เคียงกับ การบริหารของ บ. ไม่จำกัด ทั่วๆไป ( บ. ไม่จำกัดนะ ... ไม่ใช่ บ. จำกัด ) ... การอยู่ร่วมกันของสมาชิก ก็จะมีระบบชนชั้น ที่คนซึ่งมา ฐานทางสังคมก็จะเอาอำนาจบริหารไปจนหมด ( แล้วใช้อำนาจบริหารแบบเผด็จการกับสมาชิก ) ในขณะที่สมาชิกมีความสำคัญแค่ เป็นสมาชิก ให้ครบรูปแบบของสหกรณ์เท่านั้น  จากนั้นก็ใช้ข้ออ้างเรื่อง สหกรณ์เป็นของสมาชิกทุกคนเป็นเกราะป้องกันตัวเอง  ....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 10, 2016, 08:33:18 AM
หนองสูง / ดอกคำไต้ / ปางศิลาทอง ..... เป็นระบบกึ่งสมาชิกนายทุน กึ่ง สหกรณ์

คือ .... จะมีสมาชิกที่มีทุนสูงมากๆ ทำหน้าที่บริหารสหกรณ์ ( หรือครอบงำก็ไม่ทราบ ) โดยสมาชิกกลุ่มนี้ ทำธุรกิจเลี้ยงโคขุนของตนเองอยู่แล้ว แต่ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการส่งตลาด เพราะกำลังผลิตของตนเองก็มีจำกัด จึงหาเครือข่ายเกษตรกร ในระแวกให้เข้ามาร่วมกับตนเองในรูปแบบของสหกรณ์  โดยอยู่ร่วมกันกับสมาชิกรายอื่นๆ แบบพี่น้อง

ก็ดีกว่าเขาตัดสินใจทำธุรกิจนั่นแหละ ... เพราะถ้าเขาตัดสินใจทำธุรกิจ แล้วไม่เข้ามายุ่มย่ามกับสหกรณ์  ป่านนี้สหกรณ์ คงล่มกันไปนานแล้ว  แบบเดียวกะ งัวตากบีฟ หรือ อีกหลายๆที่ ... ซึ่งด้วยกำลังการผลิตของนายทุนเหล่านี้ เขาสามารถ สร้างธุรกิจของตนเองได้โดยไม่ต้องสร้างสหกรณ์เลยด้วยซ้ำ .... ( ต่างจาก โพนยางคำ ที่ใช้งบ ของรัฐ เริ่มต้นในการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ )  

เพราะถ้าเขาทำธุรกิจ  สมาชิก ก็จะอยู่ร่วมกับเขา ในแบบ บ. โคขุน กับ ชาวบ้าน สายสัมพันธ์คงแย่กว่านี้เยอะ การเอาเปรียบกันคงรุนแรงกว่านี้หลายเท่า


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มกราคม 10, 2016, 10:32:35 AM
ผมขอถามคุณ..markonikoveหรือท่านอื่นๆหน่อยนะครับ
โจทย์ของผมคือ ผมต้องการเลี้ยงวัวให้หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเดือนละประมาณ 10,000 up ในปีที่ 2 ขึ้นไปครับ
ค่าใช้จ่ายในคอกรวมทุกอย่างเดือนละประมาณ 30,000 บาท (คนงาน 2 คน)
ลักษณะการเลี้ยงยืนโรงตัดหญ้าให้กินทุกวัน แพงโกล่า,ต้นข้าวโพด,เนเปียร์,ฟาง
คอกแรก(ทำแล้ว) 12x12 เมตร มีรางอาหาร เทปูนพื้น 4 เมตร มีหลังคา 5 เมตร (ดูแบบตามเวป)
ติดคอกแรก(ทำแล้ว) 4x12 เมตร เอาไว้ใส่แม่คลอดหรือป่วย เทปูน 4 เมตร มีหลังคา 5 เมตร
กำลังจะทำคอกเพิ่มแบบเดียวกันเพิ่มอีก ตอนนี้ลองเลี้ยงมาแล้ว 7 เดือนตัวเมียสาว 15 ตัว (ลูกผสมบรามัน) ตัวผู้เลือดร้อย 1 ตัว อายุ 25 เดือน
ถ้าผนไม่ตกผมมีล๊อคปล่อยให้วัวเดินเล่นประมาณ 2 งาน ถ้าฝนตกไม่ปล่อยครับ
ที่ผมอยากขอคำแนะนำคือ ผมควรเลี้ยงกี่ตัวดีครับเพื่อตอบโจทย์เรื่องรายได้ของผม การเพิ่มจำนวนวัวเรื่องอาหารวัวไม่มีปัญหาสำหรับผม(ผมคิดว่านะ)


 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: CHAWCW ที่ มกราคม 10, 2016, 12:36:58 PM
เชียงใหม่ ลำพูน ถ้าจะเลี้ยงซัก 50 แม่ แล้วมีสหกรณ์หรือบริษัทไหนรับซื้อบ้าง หรือต้องขายในตลาดนัดอย่างเดียวเลย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: NKC ที่ มกราคม 10, 2016, 02:55:41 PM
เชียงใหม่ ลำพูน ถ้าจะเลี้ยงซัก 50 แม่ แล้วมีสหกรณ์หรือบริษัทไหนรับซื้อบ้าง หรือต้องขายในตลาดนัดอย่างเดียวเลย
กำแพงแสนก็ส่งได้ครับ ;)ในแบบกลางน้ำ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toonkneng ที่ มกราคม 15, 2016, 01:09:43 PM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ

ใช่ครับทำสินค้าให้ขายได้ในหลายๆตลาด ถูกต้องที่สุด

ผมอยากให้ จขกท. ทบทวนตัวเองก่อนนะครับ ว่าท่านมีเป้าหมายแบบไหน อย่างไร ผมดูแล้วกำลังมึนๆ
งงๆ ไม่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ ตลาดไหน อย่าเชื่อคนนี้ว่า คนโน่นว่างี้
บางคนตอบโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ดูว่าคนเลี้ยงเป้าคืออะไร

อีกอย่างก่อนจะเอาอะไรมาใส่ แม่วัว ให้ท่านดูด้วยว่าลูกผสมนั้น แรกเกิดตัวเล็กตัวใหญ่ อย่าให้แม่วัว
เกิดยากนัก สงสารมันด้วย

อีกอย่างถ้าอยากได้เลือดดีๆ ผมว่าหาเก็บพวกเลือดกลางๆ มาช่วยน่าจะดีกว่า ปรับเลือดที่ไม่รู้ที่มาชัดเจน
จะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ


ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ  บ่ต้อง งง เด๊อค่ะ

อิฉันได้ข้อสรุปแล้วจ้ะ

-เรื่องฝูงวัวนม ตัดทิ้ง เพราะเขาขายไปแล้ว

-แม่งัวที่มีโครงสร้างดี ตัวใหญ่ พี่หมอมาตรวจให้เเล้วว่า ดี เป็นกระทบหู จ้ะ ไม่ใช่ลูกหูโดยตรง

-ใส่กำแพงแสนจ้ะ ทั้งหมดเลย เเละใส่ไปหลายตัวแล้ว  โดยใช้น้ำเชื้อของสถาบันการศึกษาเเห่งหนึ่งโดยมีน้องๆนักศึกษามาช่วยทำให้  อิฉันไม่ต้องการใบรับรองค่ะ  อิฉันอยากได้ลูกงัว 55555555

-ที่ดินกว้าง50ไร่เศษ น้ำดีมาก ไม่ทำพืชไร่แล้วจ้ะ เบื่อราคาแกว่งลง ปลูกหญ้าดีกว่า มีสารพัดจ้ะ หญ้าขน หญ้าเนเปียร์ หญ้าอะไรอีกก็เรียกไม่ถูกน่ะ น้องๆนักศึกษาเขามาจัดให้  เราก็ตอบแทนกันตามประสาคนไทย

-งัวฝูงนี้ ต้องซื้อไว้เอง เพราะหลานที่เป็นเจ้าของงัวนั้น เขาได้ทุนไปเรียนต่อที่ญึ่ปุ่น  อิฉันก็เลยต้องยืมตังค์บิดามาจ่าย5555 ตอนนี้รอกู้สกกรณ์อยู่ ก็จะได้คืนเงินให้บิดาไป

-เลี้ยงแบบ บำนาญจ้ะ ไม่เร่งไม่รีบ เพราะเหลืออายุราชการอีก 12 ปีแต่เรามันแค่ลูกจ้าง 555555



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 16, 2016, 10:34:13 AM
ผมขอถามคุณ..markonikoveหรือท่านอื่นๆหน่อยนะครับ
โจทย์ของผมคือ ผมต้องการเลี้ยงวัวให้หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเดือนละประมาณ 10,000 up ในปีที่ 2 ขึ้นไปครับ
ค่าใช้จ่ายในคอกรวมทุกอย่างเดือนละประมาณ 30,000 บาท (คนงาน 2 คน)
ลักษณะการเลี้ยงยืนโรงตัดหญ้าให้กินทุกวัน แพงโกล่า,ต้นข้าวโพด,เนเปียร์,ฟาง
คอกแรก(ทำแล้ว) 12x12 เมตร มีรางอาหาร เทปูนพื้น 4 เมตร มีหลังคา 5 เมตร (ดูแบบตามเวป)
ติดคอกแรก(ทำแล้ว) 4x12 เมตร เอาไว้ใส่แม่คลอดหรือป่วย เทปูน 4 เมตร มีหลังคา 5 เมตร
กำลังจะทำคอกเพิ่มแบบเดียวกันเพิ่มอีก ตอนนี้ลองเลี้ยงมาแล้ว 7 เดือนตัวเมียสาว 15 ตัว (ลูกผสมบรามัน) ตัวผู้เลือดร้อย 1 ตัว อายุ 25 เดือน
ถ้าผนไม่ตกผมมีล๊อคปล่อยให้วัวเดินเล่นประมาณ 2 งาน ถ้าฝนตกไม่ปล่อยครับ
ที่ผมอยากขอคำแนะนำคือ ผมควรเลี้ยงกี่ตัวดีครับเพื่อตอบโจทย์เรื่องรายได้ของผม การเพิ่มจำนวนวัวเรื่องอาหารวัวไม่มีปัญหาสำหรับผม(ผมคิดว่านะ)


 


เห็นมาหลายวันละ แต่ไม่ได้ตอบ เพราะมัวยุ่งเรื่องเขียนโปรแกรมทำโซล่าฟาร์ม อยู่คับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 16, 2016, 12:11:59 PM
A.  ถ้าจะเก็บเกี่ยวได้ในปีที่ 2 ขึ้นไป มีหลายสูตรให้เลือกคับ

1. ซื้อแม่ งัวสาวขนาดใหญ่ อายุ 2 ปีแล้ว สังเกตไม่ยากคับ จับแยกเขี้ยวดูฟันหน้า ว่ามีฟันแท้ 2 ซี่หน้าแล้วหรือยัง เพราะงัวส่วนใหญ่จะฟันน้ำนมเริ่มหักกตอนอายุได้ 2 ปี จากนั้นก็ดูเต้านม ว่ายังไม่ยานลงมา หัวนมยังเล็กอยู่ ..... มาถึงก็ทับเลย หรือ อาจจะทับมาแล้ว

งัวหนึ่งตัวสำหรับงัวเนื้อเกษตรกรที่ขายเข้าตลาดนัด  ช่วงเวลาที่ได้ราคาสูงที่สุดคือ ช่วงเวล่เป็นงัวสาวตั้งท้อง  เราซื้องัวกำลังอ้วน สวยเต็มที่มา ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องราคาแม่งัวตก อันเป็นผลมาจากแม่งัวให้ลูกกินนมแล้วผอมลง

แต่ถ้าเราไม่แคร์เรื่องนี้  หรือ  มั่นใจว่าการจัดการเราดีพอ แล้วไม่มีการคัดแม่งัวตัวนั้นทิ้งก่อนถึงเวลา  เราไม่ได้ตีราคาแม่งัวในฝูงเรา แค่ได้ลูกเป็นกำไร ส่วนแม่งัวเป็นทุน .... แม่งัวอาจจะราคาสูงสักนิด ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูงในการตั้งฝูง แต่ก็ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าต่อการคัดเลือกแม่งัว

แม่งัวแบบนี้ ส่วนใหญ่ที่เลี้ยงแล้วไปไม่รอด จะมีด้วยกัน 2 - 3 กรณี คือ

        1.1 )  หลงคารมณ์คนขายงัว  แล้วเข้าใจผิดเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน  ถูกหลอกให้เข้าใจว่า งัวสาวตัวนั้นจะให้ผลตอบแทนในอณาคตคุ้มค่าต่อเงินลงทุนที่เราซื้องัวนั้นไปใน ราคาแพงเกินจริง ถึงขั้นเราอยู่ไม่ได้

       1.2 )  หลงรักงัว  งัวสาว จะเป็นช่วงเวลาที่งัวสวย และดูดี ที่สุดในช่วงชีวิตมัน งัวจะอ้วนสมบูรณ์ ผิวพรรณผุดผ่อง   ทำให้คนที่ชื่นชอบงัวตรงความสวยงาม จนลืมเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนไป   นิยมซื้องัวเหล่านี้มาเลี้ยงในราคาสูงมากเกินไป

       1.4 )  ผู้ทำหน้าที่ดูแลงัวขาดทักษะในการจัดการ  งัวสาวท้องแรก คือ นรกของมือใหม่   ตอนงัวคลอดลูก คุณแม่มือใหม่ คือ ปัญหาสำคัญมากๆของคนเลี้ยงงัวมือใหม่  .... ไม่ยอมให้ลูกกินนม  /  เตะลูก  /  นมคัดเกินไปจนปวดนมแล้วไม่ให้ใครแตะนม / เลี้ยงลูกไม่เป็น ..... ถ้าเราไม่มีมือเก่าๆที่เก่งๆเรื่องจับลูกงัวให้กินนม ให้ความช่วยเหลือเราอย่างไกล้ชิด ( และทันเวลา ) แล้วเกิดมาพึ่งเคยเลี้ยงงัว . ผมแนะนำอย่าเลือกทางนี้เลยคับ เพราะการจับลูกงัวกินนมในแม่งัวสาว แล้วดวงเราดี เจอลูกงัวดื้อๆ ที่ไม่ยอมให้ใครแตะไม่งั้นจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ บวกกับแม่งัวที่ไม่ยอมให้ลูกกินนม ..... นรกชัดๆ

สามารถทุเลาปัญหานี้ได้ด้วยการเลือก พ่องัวสายพันธุ์ที่เขาพัฒนาเรื่อง สัญชาติญาณการเอาตัวรอดของลูกงัวแรกเกิดสูงๆ ได้คับ. พวกที่ ออกมาไม่กี่นาที ก็กระดกหัวรีบลุกขึ้นมาควานหานมกิน  ..... อย่างพวก  เล่  / แองกัส /  บราห์มันขาวเลือดนอก ( หรือสืบเชื้อสายมาจากของนอก ) ( บราห์มันกรม ไม่ถึงกะดี )

การเลือกแม่งัวสาวท้องแรก ยังมีความเสี่ยงอีกเรื่องนึงคือ .... การปรับสภาพร่างกายของงัวสาว ให้เป็นแม่งัว ..... แม่งัวเราจะผอมลงอย่างรวดเร็ว ถ้าคุมอาหารไม่ดี ไม่ขุนอาหารข้นเสริม เกือบทุกตัวทรุดผอมลงอย่างรวดเร็ว  และเมื่อแม่งัวผอมเร็วเกินไปแล้วระบบสืบพันธุ์ยังไม่ทันเตรียมพร้อมเพื่อเป็นสัด ...... งัวก็จะไม่กลับสัดอีกต่อไป จนกว่าลูกจะทิ้งนม

หรือ ถ้า ให้อาหารข้นขุนเพื่อไม่ให้แม่งัวทรุด  แม่งัวก็จะปรับสภาพร่างกายเข้ากับสภาพการดูแลที่เราให้ ( ซึ่งก็คือ ต้องขุนอาหารข้นทุกครั้งที่คลอดลูก )  ไม่เช่นนั้นงัวก็จะผอมอย่างรวดเร็ว หรือ ไม่ยอมกลับสัด ( คงต้องคำนวณความคุ้มค่าเอาคับ ว่าให้แล้วเราได้ลูกตัวที่ 2 ตามกำหนด ต้องแลกมาด้วยการที่เราต้องให้ตลอดไป  .... กับว่า ....ไม่ให้แล้วลูกตัวที่ 2 ช้ากว่ากำหนด 4 - 7 เดือน แต่เราก็จะไม่ต้องให้อะไรเลย




หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 16, 2016, 12:35:21 PM
2.  ซื้อ แม่งัวตัวเปล่า มาเลี้ยง  ....... แม่งัวที่ปรับสภาพร่างกายแล้ว ผ่านประสบการณ์เคยมีลูกมาแล้ว  ทำให้ง่ายต่อการจัดการดูแล .... อีกทั้งราคาช่วงเป็นแม่งัว ก็จะถูกกว่าช่วงเป็นงัวสาว  ( ถ้าเราซือแม่งัวอ้วนมาแล้ว  อย่างมากก็ไม่เกินราคางัวสาว )

      แต่เราก็ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่อง แม่งัวคัดทิ้ง     

เพราะคนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงงัวอยู่  ไม่มีใครเขาขายแม่งัวดีๆออกมาหรอก  เป็นเราทุกคนนั่นแหละ ถ้าจำเป็นต้องขาย เราก็ต้องขายงัวตัวที่ให้ผลผลิตแย่ที่สุดออกมาก่อน  หรือไม่ก็ คัดแม่งัวที่ใช้การไม่ได้ออกมา .... ต่างจากลูกงัวสาว ที่ต้องขายออกมากันเพราะงัวล้นฝูง ไม่สามารถเก็บลูกงัวเป็นแม่ต่อไปอีกได้แล้ว

 ยกเว้นว่าเราจะโชคดีแบบ  จขกท.    ที่คนเลี้ยงขายงัวยกฝูงออกมาเพราะเลิกกิจการ

แต่กระนั้นเลย ทางเลือกนี้ เป็นช่องทางที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมกันมากที่สุด เพราะง่ายแถมได้ผลตอบแทนดี แต่จะไปเลือกเดินซื้อแม่งัวคัดทิ้ง ตามตลาดนัดเป็นอันดับ 3  ...... โดยแรกสุด ทุกคนก็จะมองหาฝูงที่เจ้าของเลิกเลี้ยง แล้วไปเดินเลือกชี้เอาแม่งัวดีๆ ออกมาก่อน .... จากนั้นจึงจะไปขอแบ่งแม่งัวคัดออก ( ใช้คำว่าคัดออก ไม่ใช่คัดทิ้ง ) ของเกษตรกรด้วยกันเอง .... สุดท้ายจึงจะไปเลือกเดินดูแม่งัว ไร้แห่งอ้างอิงตามตลาดนัด

โดยส่วนใหญ่จะเลือกเอาแม่ตัวเปล่า ที่ยังผอมๆอยู่ ( แต่ต้องไม่ผอมมากจนเกินไปเพราะอาจจะผอมจากป่วยหนักมา .... งัวพวกนี้เลี้ยงไม่ขึ้น )  เลือกเอาที่ผอมเพราะลูกกินนม ถ้าได้เห็นลูกอายุ 4 - 7 เดือนยืนอยู่ด้วย ยิ่งมั่นใจได้ว่า งัวผอมเพราะลูกกินนม   มีข้อแม้ว่าต้องซื้อให้ชิดเนื้อมากที่สุดนะ  ไม่ต้องเลือกพวกตัวใหญ่ๆหรอก เพราะพวกนี้จะเกินเนื้อไปเยอะ เอาขนาดกลางๆก็พอ

เอางัวพวกนี้มาเลี้ยงให้อ้วน แล้วคัดเลือกดูว่าตัวใหนพอจะเป็นแม่งัวให้เราได้ ก็เก็บเอาไว้ ตัวใหนไปไม่ไหวจริงๆ ขายออกไปก็ยังมีกำไร จากงัวที่อ้วนขึ้นมา

******  ในบรรดางัวพวกนี้ มีจำนวนมาก ที่ผสมไม่ติด หรือ ไม่เป็นสัด แล้วเกษตรกรขายคัดทิ้งออกมาในราคาเนื้อเข้าเขียง .... ถ้าเราเอางัวมาล้วงตรวจดูระบบสืบพันธุ์ แล้วรักษาให้หายได้ เราก็จะได้แม่งัวดีๆ อย่างแน่นอน ******


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 16, 2016, 12:58:59 PM
B.  ค่าใช้จ่ายเดือนละ 3 หมื่น คนงาน 2 คน

ค่าคนงาน 2 คนแรงงานเกษตรกรรม น่าจะตกเดือนละไม่ถึง 2 หมื่นบาท ( วันละ 300 บาท ) อีกทั้งยังเป็นแรงงานคุณภาพ ที่มีทักษะงานสูงมากๆ จนเรียกว่า  เราไม่ต้องมาดูคอกงัว ไม่ต้องมาสั่งการไดๆทั้งสิ้น  คนงานดูแลให้เราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่า จะเป็นการจับสัด โทรตามหมอผสมเทียม  ดูแลลูกงัวแรกคลอด  รักษาพยาบาลงัวเจ็บป่วย เอาน้ำใส่แปลงหญ้า ....... เรียกว่า เรามีหน้าที่แค่มาขายลูกงัวเราเท่านั้น ( ทั้งปี เจอหน้าคุยกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้นคือตอนขายงัว ) ...... ถ้าคนงานทำไม่ได้ขนาดนี้  300 บาทแพงไปคับ

ถ้าค่าคนงาน 2 หมื่นบาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ พวกค่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำมันเครื่องตัดหญ้า ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการสูบน้ำใส่หญ้า  ค่าปุ๋ยใส่หญ้า  ค่าน้ำเชื้อ ค่ายา สารพัดค่า .... อีกหนึ่งหมื่นบาท ....  รวมเป็น 3 หมื่น ถือว่าเป็นการตีตัวเลขลงทุนขั้นสูงสุดแล้วล่ะ

ราคางัวในอีก 3 ปีข้างหน้า น่าจะนิ่งๆอยู่แค่นี้แหละ เพราะงัวพม่าจะบุกเราหนัก ( แค่คาดเดาเอานะ ) ..... ตีตัวเลขต่ำสุดในการขายลูกงัวอายุ 12 เดือน เฉลี่ย ตัวละ 2.5 หมื่นบาท สำหรับแม่งัวคุณภาพกลางๆ ที่เลี้ยงแบบยืนโรง .... 20 แม่ เราจะได้ไม่ต่ำกว่า 4.5 - 5 แสนบาทแน่ๆนอนๆ ..... แต่ถ้าเราตัดหญ้าให้งัวกิน โดยไม่ปลูกหญ้าเนเปียร์นะ  แรงงาน 2 คนกับงัว 20 แม่ผมว่าให้งานน้อยไปคับ  

 ถ้ารวมตากขี้งัวแล้วเก็บใส่ถุงด้วย 2 คน 30 แม่ โดยใช้แรงงานคุณภาพกลางๆ ค่าแรงเดือนละ 7,500 - 9,000 บาท น่าจะอยู่ในเกณฑ์พอดีกับงาน ( แต่ถ้าเราให้งานแบบ ทำความสะอาดคอก ตักขี้งัวใส่รถลากแล้วขับรถลงไปกระจายในแปลงหญ้าเรา งานก็ประมาณนี้แหละคับ 25 - 35 แม่ คนงานจะไม่บ่น .... แต่ 2 ปีผ่านไป ค่าปุ๋ยเราจะไม่มีเพราะได้ขี้งัว )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 16, 2016, 01:01:30 PM
ลูกงัวสาว หรือ แม่งัวตัวเปล่า งานน้อยเพราะงัวจะกินน้อย แถมไม่ถึงกะดูแลมาก ทำให้แรงงานเหลือ เราสามารถซื้องัวมาขุนเป็นเงินทุนหมุนเวียนค่าใช้จ่ายได้



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 16, 2016, 01:14:03 PM
ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ

ใช่ครับทำสินค้าให้ขายได้ในหลายๆตลาด ถูกต้องที่สุด

ผมอยากให้ จขกท. ทบทวนตัวเองก่อนนะครับ ว่าท่านมีเป้าหมายแบบไหน อย่างไร ผมดูแล้วกำลังมึนๆ
งงๆ ไม่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ ตลาดไหน อย่าเชื่อคนนี้ว่า คนโน่นว่างี้
บางคนตอบโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ดูว่าคนเลี้ยงเป้าคืออะไร

อีกอย่างก่อนจะเอาอะไรมาใส่ แม่วัว ให้ท่านดูด้วยว่าลูกผสมนั้น แรกเกิดตัวเล็กตัวใหญ่ อย่าให้แม่วัว
เกิดยากนัก สงสารมันด้วย

อีกอย่างถ้าอยากได้เลือดดีๆ ผมว่าหาเก็บพวกเลือดกลางๆ มาช่วยน่าจะดีกว่า ปรับเลือดที่ไม่รู้ที่มาชัดเจน
จะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ


ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ  บ่ต้อง งง เด๊อค่ะ

อิฉันได้ข้อสรุปแล้วจ้ะ

-เรื่องฝูงวัวนม ตัดทิ้ง เพราะเขาขายไปแล้ว

-แม่งัวที่มีโครงสร้างดี ตัวใหญ่ พี่หมอมาตรวจให้เเล้วว่า ดี เป็นกระทบหู จ้ะ ไม่ใช่ลูกหูโดยตรง

-ใส่กำแพงแสนจ้ะ ทั้งหมดเลย เเละใส่ไปหลายตัวแล้ว  โดยใช้น้ำเชื้อของสถาบันการศึกษาเเห่งหนึ่งโดยมีน้องๆนักศึกษามาช่วยทำให้  อิฉันไม่ต้องการใบรับรองค่ะ  อิฉันอยากได้ลูกงัว 55555555

-ที่ดินกว้าง50ไร่เศษ น้ำดีมาก ไม่ทำพืชไร่แล้วจ้ะ เบื่อราคาแกว่งลง ปลูกหญ้าดีกว่า มีสารพัดจ้ะ หญ้าขน หญ้าเนเปียร์ หญ้าอะไรอีกก็เรียกไม่ถูกน่ะ น้องๆนักศึกษาเขามาจัดให้  เราก็ตอบแทนกันตามประสาคนไทย

-งัวฝูงนี้ ต้องซื้อไว้เอง เพราะหลานที่เป็นเจ้าของงัวนั้น เขาได้ทุนไปเรียนต่อที่ญึ่ปุ่น  อิฉันก็เลยต้องยืมตังค์บิดามาจ่าย5555 ตอนนี้รอกู้สกกรณ์อยู่ ก็จะได้คืนเงินให้บิดาไป

-เลี้ยงแบบ บำนาญจ้ะ ไม่เร่งไม่รีบ เพราะเหลืออายุราชการอีก 12 ปีแต่เรามันแค่ลูกจ้าง 555555



ประสบการณ์ผมเคยมาแล้ว

ผมเข้าเมืองไปทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในเมือง .... คนรู้จักกัน เขาขายถั่วเขียวได้เงินมา 7 พันบาท แล้วซื้อแม่งัวมา 1 แม่

ผ่านไป 10 ปี ผมทำงานได้เงินเดือนไม่กี่บาทบาท .... เขามีงัวเกือบ 100 ตัว

ผมกำเงินกลับบ้าน ไม่กี่บาท เขาขายงัวยกฝูงได้เงินเป็นล้าน

..............

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ผมตัดสินใจกลับบ้านมาเลี้ยงงัว  เพื่อนมันก้าวหน้าในที่ทำงานมันไป  วันนี้เงินเดือนมันก็ได้ไม่เท่าไหร่ ในระดับแค่หัวหน้ากลางๆ  .... วันนี้ผม อาจจะไม่เท่ากับระดับ  CEO  อต่งานกินเงินเดือน หรือ รับราชการระดับเส้นสายพิเศษ  อายละกัน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มกราคม 19, 2016, 05:44:30 PM
ครับ.ขอบคุณสำหรับคำแนะนำต่างๆครับ
ตอนนี้แม่วัวสาวที่ซื้อมาคลอดลูกมาแล้ว 3 แม่ ตัวผู้ 2 ตัวเมีย 1 เลี้ยงแค่ 7 เดือนคลอดคงเป็นลูกติดท้องมา
ค่าใช้จ่ายต่างๆก็ประมาณที่ท่าน..markonikoveว่าแหละครับ ผมคงต้องเร่งเพิ่มปริมาณวัวให้มีซัก 30-40 แม่
แต่ที่สองจิตสองใจคือจะลองเลี้ยงวัวขุนดีไหม หรือเลี้ยงแม่วัวสบายๆไม่ต้องปวดหัวเรื่องค่าอาหารเม็ดดี ผมเลี้ยง
มายังไม่เคยให้อาหารเม็ดเลย(หรือควรให้บ้าง) แต่ที่อยากรู้คือไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอื่นที่เรายังไม่รู้หรือยังไม่เจอหรือเปล่าครับ




หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ มกราคม 29, 2016, 08:16:02 PM
ใครมีข้อมูลจริงๆ กับ แบรงกัส  บ้าง ครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2016, 06:44:37 PM
ขอถามความเห็นทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจหน่อยครับ
ตอนนี้วัวแม่พันธุ์ลูกผสมบรามันของผมได้เริ่มคลอดลูกแล้ว มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย
โดยพ่อพันธุ์ที่ใช้คุมฝูงเป็นเลือดร้อยเลยมีความคิดจะเก็บลูกตัวเมียไว้เลี้ยงต่อโดย
การแยกคอกตอนอย่านมหรืออาจเปลี่ยนพ่อพันธุ์ ทีนี้เลยเกิดคำถามที่ว่าจะเปลี่ยนพ่อพันธุ์
เป็นพันธุ์อะไรดีครับ บรามันเลือดร้อย,ชาโรเล่เลือดสูง,แองกัสเลือดสูง,แบรงกัสที่เกิดจากแม่
กำแพงแสน,บีพมาสเตอร์เลือดสูง เพราะจะได้หาลูกตัวผู้มาเลี้ยงชำไว้ครับ (ราคาไม่แพงมาก)
จุดประสงค์ของผมคือถ้าเลี้ยงแม่พันธุ์ได้ตามเป้า(50แม่)จะขายลูกอย่านมทิ้งทั้งหมดทั้งตัวผู้และ
ตัวเมีย เลยอยากได้คำแนะนำว่าเมื่อได้ 50 แม่แล้ว พ่อพันธุ์ควรใช้พันธุ์อะไรดีเพราะอะไรครับ
  ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ...ขอบคุณล่วงหน้าครับ


 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: teppatut ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2016, 10:06:55 AM
ขอถามความเห็นทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจหน่อยครับ
ตอนนี้วัวแม่พันธุ์ลูกผสมบรามันของผมได้เริ่มคลอดลูกแล้ว มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย
โดยพ่อพันธุ์ที่ใช้คุมฝูงเป็นเลือดร้อยเลยมีความคิดจะเก็บลูกตัวเมียไว้เลี้ยงต่อโดย
การแยกคอกตอนอย่านมหรืออาจเปลี่ยนพ่อพันธุ์ ทีนี้เลยเกิดคำถามที่ว่าจะเปลี่ยนพ่อพันธุ์
เป็นพันธุ์อะไรดีครับ บรามันเลือดร้อย,ชาโรเล่เลือดสูง,แองกัสเลือดสูง,แบรงกัสที่เกิดจากแม่
กำแพงแสน,บีพมาสเตอร์เลือดสูง เพราะจะได้หาลูกตัวผู้มาเลี้ยงชำไว้ครับ (ราคาไม่แพงมาก)
จุดประสงค์ของผมคือถ้าเลี้ยงแม่พันธุ์ได้ตามเป้า(50แม่)จะขายลูกอย่านมทิ้งทั้งหมดทั้งตัวผู้และ
ตัวเมีย เลยอยากได้คำแนะนำว่าเมื่อได้ 50 แม่แล้ว พ่อพันธุ์ควรใช้พันธุ์อะไรดีเพราะอะไรครับ
  ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ...ขอบคุณล่วงหน้าครับ


 
เป็นผมเลือกที่จะหาพ่อพันธุ์บรามันมาคุมฝูงเหมือนเดิมเพราะตลาดมันกว้างดี ถ้าอยากเลี้ยง ชาโรเล่ หรือสายพันธุ์ อื่นๆ ให้ผสมเทียมเอา โดยใช้พ่อพันธุ์บรามันที่เรามีจับสัดแล้วให้หมอมาผสมเทียมให้


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2016, 11:09:22 AM
แม่ 50 แม่ถ้าผสมเทียมแบบให้คนงานดูแล ส่วนเราไปทำงานอื่นๆ แล้วมาดูแค่ช่วงเวลาว่าง .... เท่าที่เจอๆมา ได้ลูกซัก 30 ตัวต่อปีนี่ก็ถือว่าหรูแล้วล่ะ ( อย่างน้อยก็ต้องเจอปัญหาแม่งัวให้ลูกห่าง )

ความกว้าง - แคบของตลาดงัวบราห์มัน .... แยกตามเพศ และ สายพันธุ์เลยนะ

1. เพศผู้ ... ตลาดงัวยุโรป ต่อให้ถูกที่สุดก็ได้แค่ เท่ากับบราห์มัน  เพราะไงเสีย งัวเหล่านี้ ก็ต้องเอามาขุนในคอกเดียวกะบราห์มัน แล้วเข้าโรงเชือดเดียวกะบราห์มัน .... ความได้เปรียบของพวกติดยุโรป มันจะอยู่ตรงที่ ยุโรปขุนขึ้นดีกว่าบราห์มันของกรม และ ของชาวบ้าน ( ของฟาร์มเอกชน ได้เท่ากัน )  ถ้าช่วงเวลาตลาดปรกติ เขาก็จะซื้อในราคาที่สูงกว่าบราห์มันอยู่เล็กๆน้อย ( แต่ช่วงนี้ ตลาดซบ ราคาเลยเท่ากัน ) ..... แต่ถ้าช่วงเวลาตลาดพุ่งๆ การท่องเที่ยวดีๆ นักท่องเที่ยวมาซื้ออาหารตามร้านหรูๆเยอะๆ  งัวแองกัส กับ ชาโรเล่ ที่มีสายเลือดเกิน 50 % ขึ้นไปจะราคาดีมากๆ ( 3 ปีก่อนราคาแพงกว่าบราห์มันตัวละ 1 หมื่นบาท )

2. เพศเมีย .... ลำบากหน่อย ราคาดีเป็นพักๆ เวลาพวกคนเรียนสูงๆ บ้าแห่ มาเลี้ยงงัวกันทีนึง ราคาก็จะแพงทีนึง ....

 เพราะตำรา นิตยสาร สื่อต่างๆ อยู่ในมือนายทุน พวกนี้เขาเลี้ยงงัวขุนกันเป็นหลัก ( เพราะเลี้ยงงัวแม่ไม่ได้ ที่ดินไม่พอ ... เงินหนาเกินไป )  .....  งัวยุโรป มันขุนดีที่สุด พวกนี้ก็จะชี้นำสื่อให้เขียนเชียร์ยุโรป  พอคนที่เข้ามาหาความรู้  หรือ พวกข้าราชการ นักวิชาการต่างๆ รับกระแสสังคมตรงนี้  ( แบบขาดประสบการณ์ )  ก็จะเข้าใจผิดว่างัวยุโรป คือ ทางเลือกที่ดีที่สุด  .....  ทั้งที่ความจริงแล้วทุกพันธุ์ ดีเท่าๆกันหมดแหละ เพียงแค่ว่า เรามีปัญญาหาเงินลงทุนมาจัดการคอกเราให้ รองรับงัวสายพันธุ์ใหน เท่านั้นเอง

แล้วต้องยอมรับว่า .... มนุษย์เงินเดือน ขาดทักษะเรื่องการบริหารความคุ้มค่าของการลงทุนอย่างร้ายแรง .... ผลก็คือ เวลาคนเหล่านี้แห่กันมาซื้องัวไปเลี้ยงทีนึง ราคางัวก็จะแพงลิบลิ่วทีนึง  .... พอคนเหล่านี้ขี้เกียจเลี้ยงงัวทีนึง ราคางัวก็จะพังเละเทะทีนึง .... เป็นแบบนี้มาตลอดเวลานั่นแหละ

แม่งัวยุโรปแต่ละสายพันธุ์ จะมีความยากง่ายในตัวมันเองเรื่องการจัดการ .... ซึ่งคนเลี้ยงงัวส่วนใหญ่ของประเทศนี้ เขาเลี้ยงงัวไล่ทุ่ง หรือ ไล่ป่าเขา .... ทำให้งัวยุโรป ไม่สามารถรองรับรูปแบบการเลี้ยงตรงนี้ได้ โดยปรกติแล้ว ราคาลูกงัวเพศเมีย ยุโรป จึงถูกกว่าบราห์มันอยู่ตลอดเวลา

งัวชาโรเล่ ค่อนข้างดุร้าย ต่อให้คนเลี้ยงรายเล็กๆแค่ ตัว สองตัว งัวไม่เคยโดนแดด เขาก็ไม่เลี้ยงเพราะเสี่ยงต่อชีวิต (  ความจริง แค่ตัดเขาทิ้งก็สิ้นเรื่องแล้วล่ะ ) ....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2016, 11:19:14 AM
ปล. ชาโรเล่ ไม่มีเขาขวิดเราเต็มๆแบบไม่ระวังนี่จุกได้เรื่องเหมือนกันนะ คนแก่ เเข้งขาหักเอาได้ ... งัวเวลามันหงุดหงิด มันไม่ได้แค่ขวิดเท่านั้น บางทีก็เตะ โถมเข้าใส่ เหยียบเราซี่โครงหักเอาได้

ในคอก ถ้ามีตัวใหนอ่อนแอกว่าเขา  บางทีมันรุมขวิดจนตายคาคอกเชียวนะ .... นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่เกษตรกรทั่วๆไปส่วนใหญ่ไม่นิยมเลี้ยงแม่งัวยุโรป

ปล. 2 ผมก็ไม่เลี้ยงคับ เพราะคอกงัวผมอยู่กลางทุ่งโดดๆ  งัวทุกตัวไม่เคยโดนเชือก มาตั้งแต่เกิด ไม่มีการเจาะดังสนตะพายไดๆทั้งสิ้น  ..... เป็นมาตรการพื้นฐานเพื่อป้องกันการโจรกรรม ( เห็นอีสานโขมยกันสนุกสนานเพราะงัวจับง่ายนี่แหละ ) ... ทำให้ผมเลี้ยงงัวชาโรเล่ไม่ได้


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: somkiat2515 ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2016, 08:23:31 AM
เพิ่งซื้อวัวแม่ลูกเข้ามาเลี้ยง ลูกตัวเมียได้หนึ่งปีแล้ว จะขุดเขาวัวออกดีไหมครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2016, 01:35:10 PM
ขอบคุณ..คุณmarkonikove สำหรับคำแนะนำครับ
คงต้องบรามันต่อไปครับ แล้วลูกบรามันเราควรขุดเขาหรือไม่ครับ
ลูกตัวผู้ที่หย่านมเราควรตอนไหมครับ ถ้าใช้พ่อพันธุ์ฝูง 50 แม่ ปีนึง
น่าจะได้ลูกกี่ตัวขั้นต่ำ ผมเอามาคำนวนกับรายจ่ายครับ..ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2016, 12:26:32 AM
ขอบคุณ..คุณmarkonikove สำหรับคำแนะนำครับ
คงต้องบรามันต่อไปครับ แล้วลูกบรามันเราควรขุดเขาหรือไม่ครับ
ลูกตัวผู้ที่หย่านมเราควรตอนไหมครับ ถ้าใช้พ่อพันธุ์ฝูง 50 แม่ ปีนึง
น่าจะได้ลูกกี่ตัวขั้นต่ำ ผมเอามาคำนวนกับรายจ่ายครับ..ขอบคุณครับ


ผสมจริง เท่าที่เลี้ยงๆกันมา เกิน 90 % นะ ดีไม่ดี ได้เกือบๆ 99 % เลย

ลูกงัวห้ามตอนเด็ดขาด เพราะจะทำให้โตช้า และ กล้ามเนื้อบาง เพราะระบบฮอร์โมน

แม่งัว ไม่มีเขา จะทำให้เราจัดการได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาจับลูกกินนม ( งัวหวงลูก ) แถมบางทีแม่งัวทะเลาะกันความรุนแรงจากการต่อสู้จะน้อย ....  เวลาทำรางหญ้าราคาถูกๆ แบบใช้คานไม้พาดด้านบนอันเดียว ก็จะไม่เกะกะเขา ... แม่งัวไม่มีเขา จะแลดูสวยงาม เวลาขายเป็นแม่งัวออกไป ก็จะได้ราคาดี ... งัวไม่มีเขา ดูอายุยากมากๆ  

งัวตัวผู้ ที่ขายออกไปเป็นงัวขุน  จะมีเขาหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะเขางัวยังไม่ทันขึ้น งัวก็เข้าโรงเชือดเสียแล้ว .... แต่ระยะที่เราขุดเขา งัวจะทรุด เพราะพิษบาดแผล แถมมีค่าใช้จ่ายในการขุดเขาด้วย

การขุดเขา กับ การช๊อตเขา  ผลที่ได้ต่างกัน ... การขุดเขา หัวงัวจะสวย ทำให้งัวแลดูสวยงาม ขายได้ราคา ( ถ้าเป็นตัวเมีย ) .... การช๊อตเขา จะใช้วิธี เอาเหล็กลนไฟมาจี้ที่ตุ่มเขา หรือ เอาสารเคมี มาป้ายตุ่มเขา ตั้งแต่ยังเป็นลูกงัวเล็กๆ  ทำให้แผลไม่มี แต่หัวไม่สวย

การช๊อตเขา เมื่องัวอายุได้หลายเดือนแล้ว .... ไม่เวิร์ค เพราะจะทำลายฐานเขาไม่หมด เขางัวจะยังงอกออกมาได้อีก แต่ผิดรูป  มีจำนวนมาก เขางัวงอกออกมาแทงที่ขมับจนเป็นแผล ต้องจับมาตัดเขาทิ้งอีกรอบ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2016, 04:43:08 PM


ผสมจริง เท่าที่เลี้ยงๆกันมา เกิน 90 % นะ ดีไม่ดี ได้เกือบๆ 99 % เลย

ลูกงัวห้ามตอนเด็ดขาด เพราะจะทำให้โตช้า และ กล้ามเนื้อบาง เพราะระบบฮอร์โมน

แม่งัว ไม่มีเขา จะทำให้เราจัดการได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาจับลูกกินนม ( งัวหวงลูก ) แถมบางทีแม่งัวทะเลาะกันความรุนแรงจากการต่อสู้จะน้อย ....  เวลาทำรางหญ้าราคาถูกๆ แบบใช้คานไม้พาดด้านบนอันเดียว ก็จะไม่เกะกะเขา ... แม่งัวไม่มีเขา จะแลดูสวยงาม เวลาขายเป็นแม่งัวออกไป ก็จะได้ราคาดี ... งัวไม่มีเขา ดูอายุยากมากๆ 

งัวตัวผู้ ที่ขายออกไปเป็นงัวขุน  จะมีเขาหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะเขางัวยังไม่ทันขึ้น งัวก็เข้าโรงเชือดเสียแล้ว .... แต่ระยะที่เราขุดเขา งัวจะทรุด เพราะพิษบาดแผล แถมมีค่าใช้จ่ายในการขุดเขาด้วย

การขุดเขา กับ การช๊อตเขา  ผลที่ได้ต่างกัน ... การขุดเขา หัวงัวจะสวย ทำให้งัวแลดูสวยงาม ขายได้ราคา ( ถ้าเป็นตัวเมีย ) .... การช๊อตเขา จะใช้วิธี เอาเหล็กลนไฟมาจี้ที่ตุ่มเขา หรือ เอาสารเคมี มาป้ายตุ่มเขา ตั้งแต่ยังเป็นลูกงัวเล็กๆ  ทำให้แผลไม่มี แต่หัวไม่สวย

การช๊อตเขา เมื่องัวอายุได้หลายเดือนแล้ว .... ไม่เวิร์ค เพราะจะทำลายฐานเขาไม่หมด เขางัวจะยังงอกออกมาได้อีก แต่ผิดรูป  มีจำนวนมาก เขางัวงอกออกมาแทงที่ขมับจนเป็นแผล ต้องจับมาตัดเขาทิ้งอีกรอบ
[/quote]

ผมขอถามอีกนิดครับ...ว่าควรใช้พ่อพันธุ์เป็นบรามันแดงดีไหม ตอนนี้ผมใช่บรามันเทาอยู่ แต่พ่อค้าและคนเลี้ยงท่านอื่น
บอกว่าแดงราคาดีกว่า(โดยส่วนตัวชอบเทา) พ่อพันธุ์หนึ่งตัวใช้คุมฝูงได้กี่แม่ครับ แบบเลี้ยงด้วยกันตลอดเวลา อยากรู้จากคนเลี้ยงจริง
เพราะข้อมูลวิชาการไม่รู้ว่าเท็จจริงแค่ไหน ควรตีเบอร์แม่พันธุ์ดีไหม จะได้รู้ว่าตัวไหนคลอดหรือไม่คลอดลูกในหนึ่งปี เพราะคนงาน
เป็นพม่าพูดกันยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลยครับ บ้างครั้งคิดว่ามันรู้เรื่องแต่พอทำจริงกลับทำไปอีกแบบ งานละเอียดสั่งไม่ได้เลยครับ ต้องทำเอง
เรื่องจับสัดผสมเทียมเลยหมดสิทธิ์ครับ และถ้าแม่พันธุ์ 50 แม่หรือมากกว่า ต้องแยก 2-3 คอกไหม หรือเลี้ยงคอกเดียวกันเลยได้ครับ
ถ้าเลี้ยงคอกเดียวกันได้โดยใช้พ่อพันธุ์ตัวเดียวจะได้เตรียมขยายคอกครับ(ใช้งบน้อย) แต่ถ้าแยกคอกก็จะได้เตรียมสร้างคอกเพิ่มครับ
ขอโทษที่ถามเยอะนะครับ มือใหม่ทุกทีเลี้ยงแต่ในหัว(มโนเอง)กับในคอม พอเลี้ยงจริงเลยไม่มั่นใจครับ...ขอบคุณครับ

 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2016, 05:47:37 PM
1. แดงดีไหม ... ฟันเสาธงได้เลย ว่าเทาดีกว่าเยอะ  โดยเฉพาะแดงกรมปศุสัตว์ ห่วยได้ใจ ... สมัยก่อนนู้น ที่โรงงานงัวผ่า 4 ยังไม่ย้ายไปเวียดนาม ( เพราะหนีพวกปั่นราคางัว )  โรงงาน และ คนขุนงัว พูดแบบเต็มปากเต็มคำเลย ว่าชอบงัวขาวๆจากทางเหนือ มากกว่า งัวแดงสุราษ จากทางใต้ ... เพราะขุนขึ้นดีกว่า ชำแหละเนื้อได้เยอะกว่า

มาทุกวันนี้  พอกระแสงัวแดงพุ่งขึ้นมา ( ต่อจากงัวโบ๊ท ) ... กรมปศุสัตว์ก็ไปเอาพ่องัวแดงมาจากสุราษ เพื่อบริการประชาชน ทำให้งัวแดงของกรมปศุสัตว์ ห่วยได้ใจมาจนวันนี้ ....

งัวบราห์มันแดง ของเมกา แต่ก่อนพัฒนาโดยเน้นสายพันธุ์หลักไปที่ งัวกีร์ และ กุ๊ซเซอราจ ( กุษราช ) ... ซึ่งงัวสองตัวนี้ คือต้นพันธุ์ของงัวอินดูบราซิล  จึงทำให้งัวบร่ห์มันแดงในยุคแรกๆจะให้ลักษณะพื้นฐานที่คล้ายไปทางอินดูบราซิล ไม่น้อย ... งัวแดงสุราษ จึงห่วยกว่าบราห์มันขาวเยอะ

แต่เด๋วนี้ บราห์มันแดง ของนอกก็พัฒนาขึ้นมาได้เยอะอยู่ แต่ก็ยังไล่บราห์มันขาวไม่ทันอยู่ดี

2. แดงราคาดีกว่า ... เป็นเฉพาะตัวเมีย ที่ภาคอีสาน ส่วนภาคอื่นๆจะเป็นเฉพาะคนเรียนสูงๆ ที่ชอบอ่านนิตยสาร เข้าเวบไซด์ เท่านั้น .... เนื่องจากพวกปั่นราคางัว งัดมุขมาปั่นราคา กันทุกๆทางที่จะปั่นกันได้นั่นแหละ

เรื่องสีงัวก็เป็นอีกหนึ่งมุข  ที่ใช้พื้นฐานของค่านิยมโบราณ ของคนอีสาน ในเรื่องสีที่ให้คุณแก่ผู้เลี้ยง ตามคติความเชื่อทางศาสนากึ่งวัฒนธรรม ซึ่งคนอีสาน จะชอบกินงัวดำ แต่นิยมเลี้ยงงัวแดง

ส่วนตัวผู้ จะสีอะไร เขาก็มองแค่เนื้อเท่านั้นแหละ ... ซึ่งงัวแดงสุราษ เนื้อห่วยได้ใจ

3. พ่องัว 1 ตัวคุมฝูงแม่ได้กี่ตัว .... ที่ศูนย์วิจัย อุบลราชธานี  เขาก็ผสมจิงเหมือนกันนี่แหละ  โดยใช้พ่องัว 1 ตัวคุมฝูงแม่ 50 แม่ สบายๆ

4. สร้างคอกแยกลูกงัวหย่านม ในอีกเป็นปีๆ ข้างหน้าเถอะ ( ตอนนี้ยังไม่มีลูกแยกก็ยังไม่ต้องสร้างก็ได้ ) ... แล้วก็คอกกันงัว เจ็บป่วย งัวท้องแก่ ... แต่ถ้าคอกกักกันงัวเข้าใหม่ เพื่อดูการติดโรค ต้องห่างจากคอกหลักอย่างน้อย 50 เมตร และเเยกตัวไม่เชื่อมต่อกับคอกหลัก





หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2016, 08:18:02 AM
1. แดงดีไหม ... ฟันเสาธงได้เลย ว่าเทาดีกว่าเยอะ  โดยเฉพาะแดงกรมปศุสัตว์ ห่วยได้ใจ ... สมัยก่อนนู้น ที่โรงงานงัวผ่า 4 ยังไม่ย้ายไปเวียดนาม ( เพราะหนีพวกปั่นราคางัว )  โรงงาน และ คนขุนงัว พูดแบบเต็มปากเต็มคำเลย ว่าชอบงัวขาวๆจากทางเหนือ มากกว่า งัวแดงสุราษ จากทางใต้ ... เพราะขุนขึ้นดีกว่า ชำแหละเนื้อได้เยอะกว่า

มาทุกวันนี้  พอกระแสงัวแดงพุ่งขึ้นมา ( ต่อจากงัวโบ๊ท ) ... กรมปศุสัตว์ก็ไปเอาพ่องัวแดงมาจากสุราษ เพื่อบริการประชาชน ทำให้งัวแดงของกรมปศุสัตว์ ห่วยได้ใจมาจนวันนี้ ....

งัวบราห์มันแดง ของเมกา แต่ก่อนพัฒนาโดยเน้นสายพันธุ์หลักไปที่ งัวกีร์ และ กุ๊ซเซอราจ ( กุษราช ) ... ซึ่งงัวสองตัวนี้ คือต้นพันธุ์ของงัวอินดูบราซิล  จึงทำให้งัวบร่ห์มันแดงในยุคแรกๆจะให้ลักษณะพื้นฐานที่คล้ายไปทางอินดูบราซิล ไม่น้อย ... งัวแดงสุราษ จึงห่วยกว่าบราห์มันขาวเยอะ

แต่เด๋วนี้ บราห์มันแดง ของนอกก็พัฒนาขึ้นมาได้เยอะอยู่ แต่ก็ยังไล่บราห์มันขาวไม่ทันอยู่ดี

2. แดงราคาดีกว่า ... เป็นเฉพาะตัวเมีย ที่ภาคอีสาน ส่วนภาคอื่นๆจะเป็นเฉพาะคนเรียนสูงๆ ที่ชอบอ่านนิตยสาร เข้าเวบไซด์ เท่านั้น .... เนื่องจากพวกปั่นราคางัว งัดมุขมาปั่นราคา กันทุกๆทางที่จะปั่นกันได้นั่นแหละ

เรื่องสีงัวก็เป็นอีกหนึ่งมุข  ที่ใช้พื้นฐานของค่านิยมโบราณ ของคนอีสาน ในเรื่องสีที่ให้คุณแก่ผู้เลี้ยง ตามคติความเชื่อทางศาสนากึ่งวัฒนธรรม ซึ่งคนอีสาน จะชอบกินงัวดำ แต่นิยมเลี้ยงงัวแดง

ส่วนตัวผู้ จะสีอะไร เขาก็มองแค่เนื้อเท่านั้นแหละ ... ซึ่งงัวแดงสุราษ เนื้อห่วยได้ใจ

3. พ่องัว 1 ตัวคุมฝูงแม่ได้กี่ตัว .... ที่ศูนย์วิจัย อุบลราชธานี  เขาก็ผสมจิงเหมือนกันนี่แหละ  โดยใช้พ่องัว 1 ตัวคุมฝูงแม่ 50 แม่ สบายๆ

4. สร้างคอกแยกลูกงัวหย่านม ในอีกเป็นปีๆ ข้างหน้าเถอะ ( ตอนนี้ยังไม่มีลูกแยกก็ยังไม่ต้องสร้างก็ได้ ) ... แล้วก็คอกกันงัว เจ็บป่วย งัวท้องแก่ ... แต่ถ้าคอกกักกันงัวเข้าใหม่ เพื่อดูการติดโรค ต้องห่างจากคอกหลักอย่างน้อย 50 เมตร และเเยกตัวไม่เชื่อมต่อกับคอกหลัก





 ขอบคุณครับ...สำหรับคำแนะนำต่างๆ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: joetom ที่ มีนาคม 02, 2016, 02:17:57 PM
เข้ามาศึกษาครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: vigo74 ที่ มีนาคม 13, 2016, 06:30:02 PM
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความรู้  :-[ :-[ :-[  ขอเข้ามาศึกษาด้วยคนคครับ :-X


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มีนาคม 19, 2016, 05:19:56 PM
ผมขอสอบถามอีกนิดนะครับ
ได้ยินมาว่าวัวตัวเมียอ้วนจะทำให้ผสมติดยาก ถ้าวัวผมอ้วนจากการกินหญ้าอย่างเดียว
ไม่ได้กินอาหารเม็ดเลยจะผสมติดยากไหมครับ(ผสมจริง) หรือควรให้แค่พอมีพอกินพอ




หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มีนาคม 19, 2016, 07:12:36 PM
ผมขอสอบถามอีกนิดนะครับ
ได้ยินมาว่าวัวตัวเมียอ้วนจะทำให้ผสมติดยาก ถ้าวัวผมอ้วนจากการกินหญ้าอย่างเดียว
ไม่ได้กินอาหารเม็ดเลยจะผสมติดยากไหมครับ(ผสมจริง) หรือควรให้แค่พอมีพอกินพอ

ประสบการณ์ ... ไม่เคยพบว่าเป็นจริงนะกะทฤษฎีนี้

แต่งัวอ้วน มีข้อดีแน่ๆ คือ เป็นสัดชัดเจน จับสัดง่าย ....

เรื่องนี้ผมได้ยินมาจากก็ตั้งแต่เด็กๆแล้ว ผู้ใหญ่จะพูดว่างัวอ้วนผสมติดยาก ... แต่ก็ไม่เคยเห็นงัวในฝูงผมมีปัญหาเรื่องนี้เลย

แต่จะมีปัญหากับรายที่เลี้ยงเล็กๆน้อยๆ ไม่กี่ตัว ทำให้งัวกินดีอยู่ดี งัวจึงอ้วนสมบูรณ์ .... ซึ่ง ปัญหาการผสมงัว ของคนกลุ่มนี้ ไม่ได้เกิดจากงัวอ้วน แต่เป็นเรื่องการจับสัดเสียมากกว่าเพราะว่า เลี้ยงไม่กี่ตัว จะไม่มีพ่องัวคุมฝูงของตนเอง ต้องจ้างเขาผสมให้ ด้วยการจูงงัวไปผสม / หรือ ผสมเทียม ....

การจูงไปผสมในฝูงอื่น หรือ เอาพ่องัวมาจับผสม ... การผสมมักจะไม่ได้เกิดในช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยปัญหาเรื่องความสะดวกของเงื่อนไขเวลา / และเจ้าของงัวทั้ง 2 ฝ่าย  เลยทำให้โอกาสผสมติดค่อนข้างต่ำ

.... คนก็เลยตั้งตรรกกะเข้าข้างตัวเองว่า .... เพราะงัวเลี้ยงดีเกิน เลยผสมไม่ติด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มีนาคม 19, 2016, 07:18:44 PM
งัวอ้วนจะมีปัญหาเรื่องคลอดลูกยาก ... ดังนั้นช่วง อายุท้อง 6 เดือนขึ้นไป ( อาจจะเข้าเดือนที่ 7 ก็ได้ )  ต้องลดอาหารลงโดยด่วน ... เพราะลูกงัวจะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้ ถ้าแม่งัวกินสมบูรณ์ ลูกจะตัวโตมากๆ ทำให้คลอดลูกยาก และ การพลิกกลับตัวของลูกงัวจะทำได้ยาก .... กับถ้าแม่งัวมีไขมันมากเกินไปเพราะอ้วนเกิน เชิงกรานจะขยายไม่ดีลูกออกมายาก ไขมันเบียดมดลูก ลูกงัวกลับตัวได้ยาก

แม่งัวตอนคลอดลูกดีที่สุด คือเราต้องมองเห็นซี่โครงไม่เกิน 3 ซี่ .... ถ้าไม่เห็นซี่โครงถือว่าอ้วนเกินไป


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: mtimelife ที่ เมษายน 10, 2016, 12:52:22 AM
มาเก็บข้อมูลความรู้ ขอบคุณครับ  :-[ :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: muslin2557 ที่ เมษายน 22, 2016, 04:02:09 PM
ขอเข้ามาศึกษาข้อมูล ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความรู้ค่ะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sompol ที่ เมษายน 27, 2016, 09:24:42 PM
...ขอติดตาม หาข้อมูลครับ ขอบคุณที่นำประสบการณ์มาเผยแพร่ โดยเฉพาะท่าน มาโค ผมกำลังหาข้อมูล การเลี้ยงวัวเผื่อไว้ตอนเกษียณครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ พฤษภาคม 21, 2016, 07:04:29 AM
ปัญหาเริ่มมีเข้ามาแล้วครับ ตอนนี้หญ้าเริ่มไม่พอกับวัว 45 ตัว ต้องปลูกเพิ่ม
ปลูกหญ้าอะไรดีในที่นา 6 ไร่ ระหว่างหญ้าขนกับแพงโกล่ากะเอาไว้ตัดหรือหากไม่มีคนงาน
ก็ว่าจะปล่อยลุยแปลง หญ้าที่ผมปลูกไว้แล้วตอนนี้คือแพงโกล่าปลูกมาเกือบปี ตัดให้กินตลอด
หญ้าแน่นดีมาก แต่มองมันเตี้ยๆเลยคิดว่าจะลองหญ้าขนดีไหม เนเปียร์กำลังลองปลูกได้เดือนเดียว
ยังไม่ได้ตัด แต่มองดูวัชพืชขึ้นปนเยอะมากเลยไม่รู้ว่าจะได้ผลดีหรือเปล่าครับ ปลูกในที่นาเหมือนกัน
หญ้าขนกับแพงโกล่าผลผลิตต่อไร่/ปี ใครเยอะกว่ากันครับ ใครพอรู้บ้างครับ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ พฤษภาคม 26, 2016, 08:28:46 PM
แพงโกล่าได้เยอะกว่า

แต่หญ้าขนให้โปรตีนสูงกว่า

และ แพงโกล่าสด มีสารอ๊อกซาเลท ทำให้เกิดปัญหากับรังไข่ ส่งผลให้งัวผสมติดยาก ... ไม่ควรให้งัวกินแพงโกล่าสด เพียงอย่างเดียวติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยไม่มีหญ้าอื่นๆมาขั้นกลาง หรือ ผสม


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sincfg ที่ มิถุนายน 15, 2016, 09:48:48 PM
 :-[ :-[


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: WildCobra ที่ กรกฎาคม 31, 2016, 12:22:13 PM
เข้ามาติดตามกระทู้...


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: WildCobra ที่ สิงหาคม 06, 2016, 09:24:11 PM
อันนี้ดูแบบเล่นๆนะ คงทำเป็นวัวเนื้อจริงๆไม่ได้หรอก เพราะวัวป่าสร้างกล้ามเนื้อช้า  :-\
(http://board.kobalnews.com/dir_txtsql/imagefiles/siamindu23410.jpg)

แม่วัวน่าจะเป็นลูกผสมเล่ส์ เพราะทรงเขางามงอนได้รูป

(http://122.155.92.12/centerapp/Common/GetFile.aspx?FileUrl=~/Uploads/Image/2558/01/21/PNOHT580121001028608.jpg)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ สิงหาคม 08, 2016, 05:32:28 PM
ลูกมันจะดุมั้ยเนี่ย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ สิงหาคม 09, 2016, 07:31:57 PM
 ตอนนี้กลายเป็นคนเลี้ยงวัวไปแหละ (หาเหาใส่หัวเพิ่ม)
 เป็นวัวพื้นบ้านพึ่งได้ลูกตัวแรก งงๆ มึนๆ ทั้งที่วางแผนไว้ปีหน้า ><"

เข้ามาเก็บข้อมูลครับ ^^


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ สิงหาคม 10, 2016, 08:57:49 AM
นมเต็ม...ท้องใหญ่..บางครั้งมีน้ำเมือกใสๆที่อวัยวะ(คำบอกเล่า)เป็นมาได้สองอาทิตย์แล้วแต่ไม่ยอมตกลูก...เป็นอาการเกิดจากอะใรครับ.....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ สิงหาคม 10, 2016, 08:49:27 PM
นมเต็ม...ท้องใหญ่..บางครั้งมีน้ำเมือกใสๆที่อวัยวะ(คำบอกเล่า)เป็นมาได้สองอาทิตย์แล้วแต่ไม่ยอมตกลูก...เป็นอาการเกิดจากอะใรครับ.....

อาการเจ้าของใจร้อน จน กลายเป็นรน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ สิงหาคม 11, 2016, 05:19:26 AM
นมเต็ม...ท้องใหญ่..บางครั้งมีน้ำเมือกใสๆที่อวัยวะ(คำบอกเล่า)เป็นมาได้สองอาทิตย์แล้วแต่ไม่ยอมตกลูก...เป็นอาการเกิดจากอะใรครับ.....

อาการเจ้าของใจร้อน จน กลายเป็นรน
(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/13901518_1349793975048809_6543594777537131646_n.jpg?oh=1b3ff19b4e1a4b4d6385cf21fd55de01&oe=585B7C22)ถูกต้องคร๊าาาบบบ...ได้สามวันแล้วครับ(อยากเจอพี่.มาโค..จังเลย..)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ สิงหาคม 14, 2016, 04:23:20 AM
นมเต็ม...ท้องใหญ่..บางครั้งมีน้ำเมือกใสๆที่อวัยวะ(คำบอกเล่า)เป็นมาได้สองอาทิตย์แล้วแต่ไม่ยอมตกลูก...เป็นอาการเกิดจากอะใรครับ.....

อาการเจ้าของใจร้อน จน กลายเป็นรน
(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/13901518_1349793975048809_6543594777537131646_n.jpg?oh=1b3ff19b4e1a4b4d6385cf21fd55de01&oe=585B7C22)ถูกต้องคร๊าาาบบบ...ได้สามวันแล้วครับ(อยากเจอพี่.มาโค..จังเลย..)
มีปันหาแล้วครับ.ลูกงัวกินนมแม่ไม่เป็น(หัวนมใหญ่)..ไม่ได้กินนมแม่มาสองวัน..วันนี้นอนลุกไม่ขึ้น.แก้ไขโดยชงนมไปให้กินพอปะทังชีวิต..แม่งัวไม่ยอมให้จับ(จับไม่ได้).บอกให้เขาทำซอง(ใช้ตรวจหรือฉีดยา).ไม่รู้เขาทำหรือป่าวแต่กำลังคุยอยู่..แต่อยากรู้แนวทางอื่นหลายๆทาง...


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ สิงหาคม 14, 2016, 02:23:25 PM
นมเต็ม...ท้องใหญ่..บางครั้งมีน้ำเมือกใสๆที่อวัยวะ(คำบอกเล่า)เป็นมาได้สองอาทิตย์แล้วแต่ไม่ยอมตกลูก...เป็นอาการเกิดจากอะใรครับ.....

อาการเจ้าของใจร้อน จน กลายเป็นรน
(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/13901518_1349793975048809_6543594777537131646_n.jpg?oh=1b3ff19b4e1a4b4d6385cf21fd55de01&oe=585B7C22)ถูกต้องคร๊าาาบบบ...ได้สามวันแล้วครับ(อยากเจอพี่.มาโค..จังเลย..)
มีปันหาแล้วครับ.ลูกงัวกินนมแม่ไม่เป็น(หัวนมใหญ่)..ไม่ได้กินนมแม่มาสองวัน..วันนี้นอนลุกไม่ขึ้น.แก้ไขโดยชงนมไปให้กินพอปะทังชีวิต..แม่งัวไม่ยอมให้จับ(จับไม่ได้).บอกให้เขาทำซอง(ใช้ตรวจหรือฉีดยา).ไม่รู้เขาทำหรือป่าวแต่กำลังคุยอยู่..แต่อยากรู้แนวทางอื่นหลายๆทาง...
งัวน้อยผู้น่าสงสาร...ถูกฆ่าแล้ววววว


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Kobird ที่ สิงหาคม 14, 2016, 02:51:02 PM
 :'( :'( :'( :'(


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ สิงหาคม 14, 2016, 03:26:22 PM
นมเต็ม...ท้องใหญ่..บางครั้งมีน้ำเมือกใสๆที่อวัยวะ(คำบอกเล่า)เป็นมาได้สองอาทิตย์แล้วแต่ไม่ยอมตกลูก...เป็นอาการเกิดจากอะใรครับ.....

อาการเจ้าของใจร้อน จน กลายเป็นรน
(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/13901518_1349793975048809_6543594777537131646_n.jpg?oh=1b3ff19b4e1a4b4d6385cf21fd55de01&oe=585B7C22)ถูกต้องคร๊าาาบบบ...ได้สามวันแล้วครับ(อยากเจอพี่.มาโค..จังเลย..)
มีปันหาแล้วครับ.ลูกงัวกินนมแม่ไม่เป็น(หัวนมใหญ่)..ไม่ได้กินนมแม่มาสองวัน..วันนี้นอนลุกไม่ขึ้น.แก้ไขโดยชงนมไปให้กินพอปะทังชีวิต..แม่งัวไม่ยอมให้จับ(จับไม่ได้).บอกให้เขาทำซอง(ใช้ตรวจหรือฉีดยา).ไม่รู้เขาทำหรือป่าวแต่กำลังคุยอยู่..แต่อยากรู้แนวทางอื่นหลายๆทาง...
งัวน้อยผู้น่าสงสาร...ถูกฆ่าแล้ววววว
เสียใจด้วยครับ...สู้กันต่อไป
  สำหรับผมฝนนี้เริ่มมีปัญหาแล้วตัดหญ้ายากรถลงแปลงหญ้าไม่ได้ ที่ที่ปลูกหญ้าเป็นที่นาปลูกแพงโกล่ากับเนเปียร์ที่ดินสามเแปลง 6 ไร่,16 ไร่,8 ไร่ (ที่เช่าทั้งนั้น) หญ้าเนเปียร์น้ำแฉะๆมองดูใบเหลืองๆ(จะตายไหมรอดูกัน) แพงโกล่าไม่มีปัญหาอะไรแต่มองดูตัดได้ปริมาณน้อย ปีหน้าว่าจะแบ่งไถปลูกหญ้าอะตราตั้มไม่รู้ว่าจะดีหรือเปล่าเห็นว่าทนน้ำเยอะได้ดี(ใครมีข้อมูลการปลูกจริงไหมครับ วัวชอบหรือไม่) ขอกลับมาเรื่องตัดหญ้ายากนิดนึงครับ ว่าจะซื้อรถไถมาลากเทเลอร์เข้าไปตัดหญ้าในนาน้ำแฉะดินนิ่ม(ไม่ได้ช๊อบนะครับ) รถไถมือสองถูกๆ 20-22 แรงจะลากไหวไหม ถ้าไม่ไหวรถไถอะไรดี กับที่คิดไว้อีกช้อยส์ซื้อรถไถใหม่ที่เล็งไว้ คลาส ทาลอส 120,คลาส ทาลอส 130,นิว ฮอนแลนท์ TC48R,จอนเดียร์ 5045D กะไว้อนาคตเอาไว้ลากช๊อปด้วยหรือมีรุ่นอื่นที่น่าสนใจช่วยแนะนำหน่อยครับ ถ้าซื้อรถไถมือสองก็ให้คนงานตัดขนขึ้นเทเลอร์ลากออกมาได้ก็พอ (กลัวลากออกมาไม่ไหว) ขอคำแนะนำคำคิดเห็นหน่อยครับ
  อัพเดตคอกผมมั่งหลังจากที่เลี้ยงมา 1 ปี 4 เดือน ตอนนี้วัวใหญ่วัวสาวมีอยู่ประมาณ 40 ตัว ลูกวัวที่เกิดในคอก 7 ตัว รวมเกือบ 50 ตัวแล้วถึงสิ้นปีน่าจะคลอดอีกประมาณ 7-8 แม่มั้ง(กะเอา) เพราะวัวที่ซื้อเข้าตอนเริ่มเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นวัวสาว ตอนนี้บางตัวยังไม่เป็นสัตว์เลยสงสัยยังสาวอยู่(ดูไม่เป็น) ถึงสิ้นปีปีนี้น่าจะติดลบประมาณ 80,000-100,000 บาท จากค่าเช่าที่ดิน,ค่าคนงาน,ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพราะของผมที่ดีดไว้ต้องได้ลูกหย่านมขายตัวละสองหมื่นบาทปีละ 20 ตัวเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่หากขายได้เกินสองหมื่นบาทยิ่งดี(ตีต่ำไว้ก่อน) ตั้งเป้าไว้ที่ 70 แม่ที่พร้อมให้ผลผลิตไม่รู้จะเลี้ยงไหวหรือเปล่าหญ้าจะพอไหม๊กับพื้นที่ที่เช่าอยู่ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ ยังไงขอความคิดเห็นเรื่องรถไถด้วยนะครับ ลงรูปไม่เป็นโลเทคครับ...

 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: porpa282 ที่ สิงหาคม 14, 2016, 06:18:34 PM
 เสียใจด้วยนะครับสำหรับลูกวัว คอกผมก็เพิ่งคลอดวันพฤหัสอ่อนปวกเปียกเหมือนกันคับพอดีเคยผ่านมาหลายตัวเลยสั่งให้เอาเข้าซองบังคับจับปากลูกวัวดูดนมแม่ให้ได้แต่วันแรกแล้วคับ ลูกวัวที่นน.แรกคลอดน้อยจะเป็นแบบนี้ยิ่งเจอหัวนมแม่วัวใหญ่ๆยากคับที่ลูกวัวจะได้กินนมแม่เราต้องดูแลใกล้ชิดคับสามวันแรกสำคัญมากคับ สู้ต่อไปคับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ สิงหาคม 15, 2016, 02:04:29 AM
(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/12065627_1148203358541206_7478274187325455899_n.jpg?oh=d27478d4ea2d788536fd090d95949654&oe=5849CCB8)
นมเต็ม...ท้องใหญ่..บางครั้งมีน้ำเมือกใสๆที่อวัยวะ(คำบอกเล่า)เป็นมาได้สองอาทิตย์แล้วแต่ไม่ยอมตกลูก...เป็นอาการเกิดจากอะใรครับ.....

อาการเจ้าของใจร้อน จน กลายเป็นรน
(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/13901518_1349793975048809_6543594777537131646_n.jpg?oh=1b3ff19b4e1a4b4d6385cf21fd55de01&oe=585B7C22)ถูกต้องคร๊าาาบบบ...ได้สามวันแล้วครับ(อยากเจอพี่.มาโค..จังเลย..)
มีปันหาแล้วครับ.ลูกงัวกินนมแม่ไม่เป็น(หัวนมใหญ่)..ไม่ได้กินนมแม่มาสองวัน..วันนี้นอนลุกไม่ขึ้น.แก้ไขโดยชงนมไปให้กินพอปะทังชีวิต..แม่งัวไม่ยอมให้จับ(จับไม่ได้).บอกให้เขาทำซอง(ใช้ตรวจหรือฉีดยา).ไม่รู้เขาทำหรือป่าวแต่กำลังคุยอยู่..แต่อยากรู้แนวทางอื่นหลายๆทาง...
งัวน้อยผู้น่าสงสาร...ถูกฆ่าแล้ววววว
เสียใจด้วยครับ...สู้กันต่อไป
  สำหรับผมฝนนี้เริ่มมีปัญหาแล้วตัดหญ้ายากรถลงแปลงหญ้าไม่ได้ ที่ที่ปลูกหญ้าเป็นที่นาปลูกแพงโกล่ากับเนเปียร์ที่ดินสามเแปลง 6 ไร่,16 ไร่,8 ไร่ (ที่เช่าทั้งนั้น) หญ้าเนเปียร์น้ำแฉะๆมองดูใบเหลืองๆ(จะตายไหมรอดูกัน) แพงโกล่าไม่มีปัญหาอะไรแต่มองดูตัดได้ปริมาณน้อย ปีหน้าว่าจะแบ่งไถปลูกหญ้าอะตราตั้มไม่รู้ว่าจะดีหรือเปล่าเห็นว่าทนน้ำเยอะได้ดี(ใครมีข้อมูลการปลูกจริงไหมครับ วัวชอบหรือไม่) ขอกลับมาเรื่องตัดหญ้ายากนิดนึงครับ ว่าจะซื้อรถไถมาลากเทเลอร์เข้าไปตัดหญ้าในนาน้ำแฉะดินนิ่ม(ไม่ได้ช๊อบนะครับ) รถไถมือสองถูกๆ 20-22 แรงจะลากไหวไหม ถ้าไม่ไหวรถไถอะไรดี กับที่คิดไว้อีกช้อยส์ซื้อรถไถใหม่ที่เล็งไว้ คลาส ทาลอส 120,คลาส ทาลอส 130,นิว ฮอนแลนท์ TC48R,จอนเดียร์ 5045D กะไว้อนาคตเอาไว้ลากช๊อปด้วยหรือมีรุ่นอื่นที่น่าสนใจช่วยแนะนำหน่อยครับ ถ้าซื้อรถไถมือสองก็ให้คนงานตัดขนขึ้นเทเลอร์ลากออกมาได้ก็พอ (กลัวลากออกมาไม่ไหว) ขอคำแนะนำคำคิดเห็นหน่อยครับ
  อัพเดตคอกผมมั่งหลังจากที่เลี้ยงมา 1 ปี 4 เดือน ตอนนี้วัวใหญ่วัวสาวมีอยู่ประมาณ 40 ตัว ลูกวัวที่เกิดในคอก 7 ตัว รวมเกือบ 50 ตัวแล้วถึงสิ้นปีน่าจะคลอดอีกประมาณ 7-8 แม่มั้ง(กะเอา) เพราะวัวที่ซื้อเข้าตอนเริ่มเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นวัวสาว ตอนนี้บางตัวยังไม่เป็นสัตว์เลยสงสัยยังสาวอยู่(ดูไม่เป็น) ถึงสิ้นปีปีนี้น่าจะติดลบประมาณ 80,000-100,000 บาท จากค่าเช่าที่ดิน,ค่าคนงาน,ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพราะของผมที่ดีดไว้ต้องได้ลูกหย่านมขายตัวละสองหมื่นบาทปีละ 20 ตัวเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่หากขายได้เกินสองหมื่นบาทยิ่งดี(ตีต่ำไว้ก่อน) ตั้งเป้าไว้ที่ 70 แม่ที่พร้อมให้ผลผลิตไม่รู้จะเลี้ยงไหวหรือเปล่าหญ้าจะพอไหม๊กับพื้นที่ที่เช่าอยู่ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ ยังไงขอความคิดเห็นเรื่องรถไถด้วยนะครับ ลงรูปไม่เป็นโลเทคครับ...

 
ที่บ้านใช้ตัวนี้ครับ..เขาต่ออยู่ที่อ.นาแห้วจ.เลยเป็นโครงบางคล้า(ผลิตที่อ.บางคล้า)เขาเรียกอีหาบ(เสือภูเขา)ลุยโคลน ลุยหล่ม(ก็รถไถนาดีดีนี่เองแต่ดัดแปลง)น้ำหนักบรรทุกหนึ่งตันหน้าหลัง(ที่ลุยดินไถที่เปียกได้ดีอาจเพราะมีน้ำหนักเบา)ปีนเขาสบายรถไถสี่ล้อยังสู้ไม่ได้(จะคว่ำเพราเอียงไม่ได้)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ สิงหาคม 15, 2016, 08:19:28 PM
ลูกงัวตัวนี้เรียนรู้ไว้เป็นประสบการณ์คับ .... ว่าจ้างเขาเลี้ยง แล้วคนเลี้ยง มือไม่แน่จริง อย่าใช้แม่ติด บราซิล และ แม่บราห์มัน ชาวบ้านสายเลือดสูงๆ .... ปัญหานี้จะหนักสุด ในภาคอีสาน

เราอาจจะมีเงินเยอะ หรือ วางอณาคตไว้ว่า ถ้าเราพัฒนาแม่งัวดีๆ ได้ซักฝูง พอเราอิ่มตัวกับอาชีพรับจ้างเขากินแล้ว เราก็จะสามารถสร้างอณาคต จากทุนรอนที่เราลงไปกับงัวได้ .... ซักวันนึง วันที่ฝันไว้ต้องมาถึงแน่ๆ

เราอาจจะมองเห็นว่า แม่งัวดีๆ สวยๆ ติดพันธุ์ดีๆ ขนาดใหญ่ๆ จะมีอณาคตไกล ... จึงวางอณาคตไว้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการสะสมแม่งัวแบบนี้เอาไว้ เป็นต้นทุน .... ผมเห็น พลาดมาเยอะ

งัวพวกนี้เลี้ยงยากคับ  คนเลี้ยง ถ้ามือไม่แน่จริง เอาไม่อยู่ ... คนดีๆ มีความสามารถ เขาก็ไม่ค่อยอยากจะรับจ้างใครกิน ( เขาก็เหมือนเรานั่นแหละ ที่มุ่งหวังความก้าวหน้าในชีวิต ... สู้ไปสร้างอณาคตแบบที่เรากำลังทำอยู่ดีกว่า ) ... คนรับจ้างเลี้ยงงัว หรือ รับฝากเลี้ยงงัวเพื่อแบ่งกำไร  หายากมากๆ ที่จะมีความสามารถเอางัวเราอยู่

ตรงนี้ ถ้าจะเอาแม่งัวเพิ่ม ผมแนะนำ พวกติด ยุโรป หรือ พื้นเมือง ( เป็นลูกผสมเฟรมขนาดกลางๆ )  จะดีที่สุด เพราะพวกนี้ ..... ถูกพัฒนามา ให้ลูกงัวมีสัญชาติญาณการเอาตัวรอดสูง ..... ลูกงัวสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดี อัตตราการรอดสูง ( บราซิล นี่ไม่ต้องพูดถึง ลูกออกมา มีสภาพแบบที่เห็นนี่แหละ )

กับอีกอย่างคือ ใช้พ่อ ที่เป็นบราห์มันนอก หรือไม่ก็ ติดยุโรป จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาแม่ ให้ลูกแย่ๆ แบบนี้ได้ในระดับนึง


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ สิงหาคม 15, 2016, 08:21:12 PM
ต่อให้เราเลี้ยงเอง แต่ถ้าเราไม่เก่งจริง ก็ยากที่จะเอางัวแบบนี้อยู่

ยิ่งถ้าเรามีแม่งัวเยอะๆ ... แล้วมีแม่งัวแบบนี้เยอะๆ ... นรกแตก แน่ๆ

......

อ้าว ลืมบอกสาเหตุไป ....

สาเหตุเกิดจาก แม่ หรือ พ่อ งัว  ให้ลูกที่มีอัตตราการรอดต่ำ หรือ ให้ลูกที่มีสัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดต่ำ  .... ลักษณะพื้นฐานของการให้ลูกงัว แย่มากๆ ( สำหรับผม ผมมองว่า นี่คือ ขยะงัว ) .... เพราะให้ลูกออกมาอ่อนแอ ( ดูจากลูกงัว ขาอ่อน ปวกเปียก )

กับ แม่งัว มีลักษณะพื้นฐานของการเป็นแม่งัวที่แย่มากๆ  เพราะ หัวนมใหญ่เกินไป ( แม่งัวที่ดี หัวนมต้องพอดีปากลูกงัว )

ลักษณะแบบนี้ จะเจอเยอะมากใน งัวบราซิล และ บราห์มันชาวบ้าน ที่เฟรมใหญ่ๆ ... เพราะ คนไทย พัฒนาสายพันธุ์งัวไม่เป็น ...

ดูจากรูป ถ้าตัวที่หันหน้ามา ( ตัวหูยาวๆ ) คือแม่ ... ก็ชัดเจนว่า แม่งัว ติดบราซิล ลูกก็จะเป็นกันแบบนี้แหละ .... ถ้าเราได้คนเลี้ยงดีๆ ก็โชคดีไป ( หายาก ) ... ถ้าเราได้คนช่วยดูเก่งๆหน่อย แล้วเขามาช่วยจับลูกงัวกินนมให้ ตั้งแต่วันแรก ถือว่าต้นทุนดีหน่อย .... แต่ถ้าไม่มีใครเลย  ขายทิ้งเหอะ  เพราะลูกตัวต่อไป ก็ต้องเจอแบบนี้เเหละ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ สิงหาคม 15, 2016, 10:02:00 PM
โห!!! มีอะไรๆมากกว่าที่คิดเยอะเลย ที่เห็นคนพูดเยอะๆเรื่องลูกวัวโตคลอดยาก นี้มีเรื่องลูกวัวน้ำหนักต่ำกว่ามาตราฐานอีก

 เสียใจด้วยนะ ปนเสียดายด้วยอ่ะ

 ฝากถามคุณMarkonikove หน่อยครับ พอดีมือใหม่มากๆเกี่ยวกับวัว

 ตอนนี้มีวัวพื้นเมืองแม่+ลูก(เมีย) พึ่งจะได้ลูกตัวแรก(ซื้อยกแม่ลูก)ลูกวัว 3 เดือนกว่าๆแหละ ถ้าท้องต่อไปจะผสมเทียมเอาลูกพันธ์อะไรดี หรือใช้พ่อพันธ์ทั่วไปผสมไปก่อน คือกลัวลูกวัวโตเกินคลอดลำบาก ><"
  ส่วนอีกเรื่อง เนื้อทีเกือบ2ไร่น่าจะเลี้ยงได้ประมาณกี่ตัว ตั้งใจเก็บแม่วัว+ลูกอีกคู่พื้นบ้าน หรือวัวพื้นบ้านลูกผสมดีอ่ะ(ปีหน้า) ส่วน 1 ไร่ตั้งใจปลูกหญ้าเสริม อีกส่วนปล่อยเป็นลานว่างๆไว้ ไว้เอาวัวผูกหลัก ทำไปขำๆไว้เก็บขึ้วัวขาย 555 อีกอย่างเวลากลางคืนเราใช้ไฟเหลืองที่ไล่ยุงให้ไก่มาเปิดให้วัวได้ไหม ค่ำๆยุงเยอะพอสมควร
  ตอนนี้มึนๆงงๆ กะเลี้ยงสะสมไปเรื่อยๆ ไม่เน้นขาย เริ่มจากวัวพื้นเมืองช้าไปไหม แต่ที่ชอบวัวกินไม่เยอะ น่าจัดการง่ายแล้วค่อยๆขยับไปเล่นลูกผสมยุโรป โดยใช้แม่วัวพื้นเมืองเชพกว่าไหม หรือมีปัญหายุ่งยากกว่า


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ สิงหาคม 16, 2016, 05:36:27 AM
ขอบคุณท่านSanguan สำหรับรถที่แนะนำ แต่ผมอยู่เชียงรายอะครับและใจก็เอนไปที่รถไถมากกว่าเพราะคิดว่าน่าจะใช้งานได้
หลากหลายกว่า แต่ไม่รู้จะเก็บตังค์ซื้อรุ่นไหนดี ขับก็ไม่เป็นซ่อมยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ




หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ สิงหาคม 16, 2016, 04:07:24 PM
ลูกงัวตัวนี้เรียนรู้ไว้เป็นประสบการณ์คับ .... ว่าจ้างเขาเลี้ยง แล้วคนเลี้ยง มือไม่แน่จริง อย่าใช้แม่ติด บราซิล และ แม่บราห์มัน ชาวบ้านสายเลือดสูงๆ .... ปัญหานี้จะหนักสุด ในภาคอีสาน

เราอาจจะมีเงินเยอะ หรือ วางอณาคตไว้ว่า ถ้าเราพัฒนาแม่งัวดีๆ ได้ซักฝูง พอเราอิ่มตัวกับอาชีพรับจ้างเขากินแล้ว เราก็จะสามารถสร้างอณาคต จากทุนรอนที่เราลงไปกับงัวได้ .... ซักวันนึง วันที่ฝันไว้ต้องมาถึงแน่ๆ

เราอาจจะมองเห็นว่า แม่งัวดีๆ สวยๆ ติดพันธุ์ดีๆ ขนาดใหญ่ๆ จะมีอณาคตไกล ... จึงวางอณาคตไว้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการสะสมแม่งัวแบบนี้เอาไว้ เป็นต้นทุน .... ผมเห็น พลาดมาเยอะ

งัวพวกนี้เลี้ยงยากคับ  คนเลี้ยง ถ้ามือไม่แน่จริง เอาไม่อยู่ ... คนดีๆ มีความสามารถ เขาก็ไม่ค่อยอยากจะรับจ้างใครกิน ( เขาก็เหมือนเรานั่นแหละ ที่มุ่งหวังความก้าวหน้าในชีวิต ... สู้ไปสร้างอณาคตแบบที่เรากำลังทำอยู่ดีกว่า ) ... คนรับจ้างเลี้ยงงัว หรือ รับฝากเลี้ยงงัวเพื่อแบ่งกำไร  หายากมากๆ ที่จะมีความสามารถเอางัวเราอยู่

ตรงนี้ ถ้าจะเอาแม่งัวเพิ่ม ผมแนะนำ พวกติด ยุโรป หรือ พื้นเมือง ( เป็นลูกผสมเฟรมขนาดกลางๆ )  จะดีที่สุด เพราะพวกนี้ ..... ถูกพัฒนามา ให้ลูกงัวมีสัญชาติญาณการเอาตัวรอดสูง ..... ลูกงัวสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดี อัตตราการรอดสูง ( บราซิล นี่ไม่ต้องพูดถึง ลูกออกมา มีสภาพแบบที่เห็นนี่แหละ )

กับอีกอย่างคือ ใช้พ่อ ที่เป็นบราห์มันนอก หรือไม่ก็ ติดยุโรป จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาแม่ ให้ลูกแย่ๆ แบบนี้ได้ในระดับนึง
ขอบคุณครับ..คือใจจริงแล้วอยากกลับไปดูแลเองเต็มแก่แล้วครับ..ยังติดที่อุปกรณ์ยังได้ไม่ครบตามที่ตั้งใจใว้..คงต้องรับจ้างเขาอีกสักปีสองปีจะกลับแบบถาวร..งัวก็เพิ่งเลี้ยงปีแรก.ลูกชายดูแลซึ่งเขาก็ทำอะใรไม่เป็นเลยอยากให้เขาเดินทางนี้ครับ..ให้เขาได้เรียนรู้ครับ..แต่เสี่ยงสูงไปหน่อยก็จะพยายามปรับปรุงครับ....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ สิงหาคม 20, 2016, 07:17:01 AM
สอบถามนะครับ..ท่านmarkonikoveหรือท่านใดมีข้อมูลการใช้งานจริงหรือรู้จักคนใช้งานจริงเกี่ยวกับรถไถรบกวนหน่อยครับ
ผมจะทำเทเลอร์แต่ไม่ติดช๊อปตัดหญ้านะครับ ลงไปขนหญ้าเนเปียร์ในแปลงหญ้า(แปลงนาเก่า)สภาพดินแฉะมีน้ำขังบางแห่ง
ผมจะใช้รถไถกี่แรงดีในการลากเทเลอร์ดีครับ หญ้าแต่ละเที่ยวที่ตัดหนักประมาณ 1-2 ตัน เพราะทุกวันนี้ฝนตกตลอด (เชียงราย)
หญ้าที่ปลูกไว้ห่างคอกประมาณร้อยเมตรลงตัดไม่ได้ ต้องวิ่งไปตัดเกือบ 20 กม.ทุกวัน วันละสองเที่ยวมาเกือบสองเดือนแล้วครับ
เท่าที่ผมสอบถามจากคนรู้จักบ้างก็ว่า 20Hp ก็ลากไหว บ้างก็ว่าไม่ไหวต้อง 47Hpขึ้น ใจผมอยากซื้อรถไถเล็กเพราะราคาถูกกว่าเยอะ
แต่ถ้าซื้อมาใช้ไม่ได้ก็จบเลย ที่คิดซื้อรถไถเพราะจะเอาไว้ดันขี้วัวในคอกด้วยครับ(คอกแฉะมาก) จ้างเค้ามาดันทีนึงก็พันถึงพันห้าแถม
ไม่ค่อยมาอีกตะหากงานน้อยมั้ง ใครมีข้อมูลการใช้งานรถไถจริงรกกวนหน่อยครับ....ขอบคุณครับ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sompol ที่ กันยายน 14, 2016, 05:05:00 AM
...ผมว่าเพื่อเป็นการประหยัด ใช้รถไถมือสอง สัก 20 แรง 2 เพลา ได้อยูแล้ว ดินแฉะแต่พื้นดินแข็งล้อไม่จมโคลนก็ใช้ได้แล้วครับ รถคันใหญ่ติดหล่มได้ง่าย เอาขึ้นจากหล่มก็ยากครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ กันยายน 15, 2016, 08:41:23 AM
จอร์น 36 แรง


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ กันยายน 27, 2016, 03:59:07 PM
เป็นกระทู้ที่ดีมาก


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กันยายน 28, 2016, 02:15:45 PM
ครับ..ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ตอนนี้ผมได้ซื้อคูโบค้าL22มาครับ มีผาน,โรตารี่,เหล็กกันจม
ราคาห้าหมื่นกว่ารวมทุกอย่าง กำลังต่อเทเลอร์ลากหญ้าอยู่ครับ ต้องลองดูผลกันต่อไปครับ
แต่จะหมดฝนแล้ว คงต้องวางแผนต่อถึงฝนหน้าเลยครับ ถ้าลากไม่ไหวขายทิ้งก็คงไม่เจ็บตัวมาก
แต่คิดว่าน่าจะกำไรใช้ครับ ตอนนี้ก็กำลังวางแผนกับเรื่องน้ำปีหน้าอยู่ว่าจะขุดหลุมดักน้ำลึกซักเมตร
แล้วคอยดูดน้ำออกไม่ให้น้ำนองในนาไม่รู่ว่าจะดีไหม เพราะเนเปียร์ช๊อกน้ำไม่โตเลย 2 เดือนสูง 2 เมตร
บางจุดตายไปเลยครับ ปีหน้าว่าจะลองหญ้าอะตร้าตั้มซัก 2 ไร่ ไม่รู้จะดีไหมเขาว่าทนน้ำท่วม
ใครมีข้อมูลการปลูกจริงไหมครับ ทั้งปริมาณหญ้าและความชอบของวัว..แล้วจะรายงานความคืบหน้า
ให้ทุกท่านที่สนใจอาชีพเลี้ยงวัวได้ช่วยกันวิเคราะห์ครับ

 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ กันยายน 29, 2016, 11:07:00 AM
สมมติ นะว่า มีที่ดิน 50 ไร่ น้ำดี(บาดาล)
มีทุน หนึ่งล้านบาทถ้วน

วัว กับ แพะ  ตัวไหนเวิร์คกว่า


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: porpa282 ที่ ตุลาคม 01, 2016, 12:22:20 PM
รถไถอยากแนะนำนะครับ ขับสี่ล้อน่าจะดีกว่า หน้าฝนมันลำบากยิ่งตัวเล็กแบบผม 24 แรงม้า
ไปมาลำบากมาก แต่ลุยตัดหญ้า พรวนดิน กำจัดวัชพืช โอเคครับ ส่วนวิธีขนหญ้าเนเปียร์
หน้าฝนกะจะใช้แบบนี้ครับผมจะลองพิสูจน์ดูว่า มันจะใช้ได้กับบ้านเรารึเปล่า
(http://i1352.photobucket.com/albums/q644/porpa282/carryalls6_zpshekovz4t.jpg) (http://s1352.photobucket.com/user/porpa282/media/carryalls6_zpshekovz4t.jpg.html)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: porpa282 ที่ ตุลาคม 01, 2016, 12:34:35 PM
ลูกวัวน้ำเชื้อ SK 466 เหมือนกันแต่สีไม่เหมือนกัน แสดงว่ากรรมพันธุ์จากแม่เขา ยายเขามีส่วน
มากกว่าทางพ่อเขา หากจะอนุมานก็ ตามสุภาษิต ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ดูแน่ๆให้ดูถึงยาย
(http://i1352.photobucket.com/albums/q644/porpa282/23328_zpscygkmfkn.jpg) (http://s1352.photobucket.com/user/porpa282/media/23328_zpscygkmfkn.jpg.html)(http://i1352.photobucket.com/albums/q644/porpa282/23329_zpspckflxut.jpg) (http://s1352.photobucket.com/user/porpa282/media/23329_zpspckflxut.jpg.html)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 01, 2016, 07:48:16 PM
สมมติ นะว่า มีที่ดิน 50 ไร่ น้ำดี(บาดาล)
มีทุน หนึ่งล้านบาทถ้วน

วัว กับ แพะ  ตัวไหนเวิร์คกว่า

เงิน 1 ล้านบาท  เอาระบบเศรษฐกิจภาคเหนือ เหนือตอนล่าง ไล่มาจนถึงกลางตอนบนนะ

ซื้อแม่งัว ตัวเปล่าผอมๆ ตัวละ 3  หมื่นมา 20 ตัว เป็นเงิน 6 แสนบาท สร้างคอก เทปูน ใช้ไม้จริง ราคา 1.5 แสนบาท เพิงเก็บฟาง อีก 1 แสนบาท เพิงพักกลางวัน + รางอาหารอีก 1 แสนบาท  ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์เสริมอื่นๆอีก 5 หมื่นบาท ..... เลี้ยง 1 ปี คลอดลูก อีก 1 ปีลูกหย่านม ขายลูกงัวเฉลี่ยตัวละ 2.5 หมื่นบาท เป็นเงิน 5 แสนบาท จากนั้นก็เก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆ ปีละ 5 แสนบาท .... แต่จะใช้ที่ดืนแค่ไม่ถึง 30 ไร่ ในการจัดการแปลงหญ้า อีก 20 ไร่ปลูกพืชไร่ทำเงินเอาไว้ใช้จ่าย ( ยกเว้นจะขาดทุนกะพืชไร่ )

ซื้อลูกงัวหย่านมตัวเมีย มาตัวละ 2 หมื่นบาท จำนวน 30 ตัว ค่าคอก - โรงเรือน - อุกรณ์เสริม เท่ากัน ... ปีแรก ใช้ที่ดิน 20 ไร่ ลูกงัวเริ่มทับเมื่อสิ้นปีแรก ... ปี 2 ใช้ที่ดิน 30 ไร่ แม่งัวเราคลอดลูก ... ปี 3 ใช้ที่ดิน 40 ไร่ ขายลูกงัวตัวละ 2 หมื่น จำนวน 30 ตัว เป็นเงิน 6 แสนบาท ... ปี 4 ขึ้นไป ขายลูกงัว 30 ตัว ตัวละ 2.5 หมื่น เป็นเงิน 7.5 แสนบาท ทุกปีไปเรื่อยๆ  ( ที่ดิน ที่เหลือ ก็ปลูกพืชไร่ไป )

ซื้องัวคู่แม่ลูก ( ข้อแม้ว่า ต้องตีราคาแยกแม่ แยกลูก ... ห้ามซื้อในราคาแพคคู่เด็ดขาด )  ... คู่แม่ลูก ( ลูกอายุไม่เกิน 4 เดือน ) ตกคู่ละ 4 หมื่นบาท ได้ 15 แม่ เป็นเงิน 6 แสนบาท ค่าคอก และ อื่นๆ เท่ากัน ... จากนั้นก็เก็บเกี่ยวปีละ 3.5 แสนไปเรื่อยๆ แต่ใช้ที่ดินแค่ 20 ไร่ เท่านั้น



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 01, 2016, 07:48:43 PM
เเพะ แกะ ไม่ทราบคับว่าได้เท่าไหร่


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 01, 2016, 08:29:19 PM
แมนเดลเลี่ยน เจนเนติค .... ให้กำเนิดโดย หลวงพ่อ เกรเกอร์ โจฮาน เมนเดล  โดยศึกษาเรื่องลักษณะสีของดอก สีเปลือกเมล็ด และ ลักษณะผิวเปลือกเมล็ด ถั่วลันเตา จากนั้นก็เขียนบันทึกแล้วเก็บไว้ จนหลังจากหลวงพ่อตายลงไปนานมากๆ จึงมีคนมาพบงานครั้งนั้นแล้วนำมาศึกษาต่อ ... พัฒนาจนกลายเป็น วิชา Genetic ( พันธุศาสตร์ ) จวบจนวันนี้

พันธุศาสตร์เมนเดล  จะให้อธิบายการส่งต่อลักษะของบรรพชน สู่ลูกหลาน ในแบบที่คู่ของพันธุกรรม สามารถข่มกันได้อย่างสมบูรณ์

พื้นฐานเรื่องนี้ หาอ่านได้ตามเนทละกันคับ ( ขี้เกียจเขียน ) ... เพราะมันจะสามารถอธิบายลักษณะทางพันธุกรรม ว่าเกิดอะไรขึ้น กับสีของงัว

แต่นั่นก็เป็นแค่ 20 % ของคำอธิบายในเรื่องนี้ ส่วนอีก 80 % จะอยู่ที่ พันธุกรรมเชิงปริมาณ / มัลติเปิลอัลลีล / จีโนทายป์ / ฟีโนทายป์ / แลัอีกหลายๆอย่างของศาสตร์ความรู้ด้านพันธุกรรม


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ ตุลาคม 01, 2016, 08:33:36 PM
แพะแกะโรคเยอะน่าดู
วงจรสั้น อุ้มท้องไม่นาน คลอดแล้วก็ใช้เวลาไม่มากนักก็ขายได้

เท่าที่ศึกษา เหมือน งัว  จะเสถียรกว่า

แต่ว่า ราคาลูงัว มันจะขายได้ขนาดนั้นเชียวรึ เกี่ยวกับสายพันธุ์ด้วยมั้ยครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 01, 2016, 09:03:23 PM
ราคางัวภาคเหนือ และ กลางบน แม่ผอมๆ ตัวละ 3 หมื่น นี่ก็บราห์มัน แล้วล่ะ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ ตุลาคม 01, 2016, 09:06:17 PM
งั้นพวกลูกผสมบีฟ ลูกโลเล่ ก็น่าจะได้แพงขึ้น


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 01, 2016, 10:01:31 PM
งั้นพวกลูกผสมบีฟ ลูกโลเล่ ก็น่าจะได้แพงขึ้น

ถูกกว่าบราห์มันอีก


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 01, 2016, 10:05:47 PM
แต่เฉพาะตัวเมียนะที่ถูกกว่า .. ตัวผู้ก็เท่ากันเป๊ะ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ ตุลาคม 02, 2016, 12:58:17 PM
งั้นก็ผสมบรามัน เอาขาวหรือเทา ดีนะ มันจะดูเป็นบรามัน  แดงๆ มันไม่ใช่เอกลักษณ์ของเขา ใช่มั้ยลุง




ผมอยู่ใกล้ตลาดนัดวัว ทัพทัน อุทัยธานี ว่างๆจะย่องไปสังเกตุการณ์


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 02, 2016, 05:52:01 PM
เทา กะ ขาว มันสีเดียวกัน แค่ต่างกันตรง ฟีโนทายป์ เท่านั้น

แดง ต้องดูดีๆ เพราะบราห์มันแดง ส่วนใหญ่ เนื้อจะสู้บราห์มันขาวไม่ได้

พวกเล่ ราคาจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ ว่าดีแค่ใหน เพราะพวกนี้เป็นเนื้อเกรดสูง ราคาแพง ต้องขายให้คนมีเงิน กับ นักท่องเที่ยว ... แต่ถ้าหาตลาดไม่ได้ ก็ราคาเท่าๆกับบราห์มันนี่แหละ

ส่วนพวกตัวเมีย เนื่องจากมันเลี้ยงยาก เลยไม่ค่อยมีคนเอา ราคาจะถูกกว่าบราห์มันเล็กน้อย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ ตุลาคม 02, 2016, 07:50:54 PM
คือดูในรุปนะครับ ขาวปลอด ดูไม่ค่อบชอบครับ ชอบแบบเทาๆขมุกขมัว 55555555


จำได้ว่า ต้นตระกูลมันไม่มีแดงนี่นะ   พวกแดงๆนี่ คนขายคนผลิต เขาเอาไปผสมกับอะไรครับ ผสมซาฮีวาล รึ พวกงัวแขกอื่นๆ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 02, 2016, 11:05:08 PM
คนอังกฤษ เอางัวจากอินเดียไปเลี้ยงที่ เมกา 3 สายพันธุ์ คือ

1. กีร์ ถ้านึกไม่ออก ก็บราซิลนั่นแหละ ... เป็นงัวนม จึงให้ลักษณะของงัวเนื้อที่ห่วยมากๆ แต่ให้ลักษณะพื้นฐานของงัวนมที่ดี เช่น คุ้น แสนรู้ ฉลาด

2. กุซเซอร์ราช / กุษราช  / แครงเกรจ ( อินเดียเรียกแบบนี้ ) ... ต้นฉบับของงัวบราห์มันแดง ได้มาจาก แคว้นกุษราช ของอินเดีย ลักษณะสีพื้นฐานจะ แดงโบ๊ท ลำตัวขนาดใหญ่ โครงสร้างขนาดใหญ่  ... แต่กระดูกใหญ่

3. เนเลอร์ / คนอินเดียเรียก อองโกล  นึกอะไรไม่ออก ก็ งัวแกลบเรานี่แหละ ... มีลักษณะพื้นฐานของงัวเนื้อที่ดี แต่ตัวเล็ก

อเมริกันบราห์มัน จึงเป็นการรวมเอา ทั้ง 3 พันธุ์นี้เข้าด้วยกัน โดยพ่อค้าน้ำมันชาวเมกา  มีต้นกำเนิดที่ ฟาร์มของ J. D.  Hudgins ( ถ้าอยู่ไกล้ๆ พวกเล่นงัวบราห์มัน 100 จะได้ยินชื่อนี้บ่อยๆ JDH )

จนเมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว จอร์น ฮัดจิ้น ได้แลกพ่องัวแก่ๆ ของฟาร์มเล็กๆแห่งนึง ด้วยพ่องัวหนุ่มของตนเอง 4 ตัว แล้วประกาศศักดาของ พ่องัวที่ ดีที่สุดในโลก ... งัวตัวนั้นชื่อ แมนโซ่

เป็นพ่องัวที่ดีที่สุดในโลก จวบจนวันนี้ ยังไม่มีพ่องัวตัวใหนที่สามารถเอาชนะพ่องัวตัวนี้ได้เลย .... พ่องัวดังๆ ทุกวันนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของงัวตัวนี้แทบทั้งสิ้น

งัวบราห์มันดีๆ ทุกวันนี้ จึงมีแต่บราห์มันขาว ทั้งนั้น ....  เพราะว่าใครๆก็เอาพ่องัวตัวนี้ หรือ ลูกหลานของมัน มาพัฒนางัวของตนเอง

ลืมไป พ่องัวตัวนี้ สีขาว (  สีมุข สีหม้อ สีเทา สีขาว คือสีเดียวกันคับ )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 02, 2016, 11:19:50 PM
บราห์มันแดง เนื่องจาก ใช้งัว กุษราช เป็นตัวยืนในการพัฒนา จึงทำให้ลักษณะพื้นฐานของการเป็นงัวเนื้อไม่ดีนัก ( บราห์มันขาว ใช้งัว เนเลอร์ เป็นตัวยืน )

อเมริกันบราห์มัน เป็นชื่อที่ให้เกียรติศาสนา ของฮินดูเขา เพราะฝรั่งเอางัวศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์ไป โดยใช้คำว่า พราหมณ์ เป็นชื่องัว  ภาษาแขก ตัว พ. จะออกเสียงเป็น บ. และเขียนเป็นภาษาปะกิด Bh. ( เช่น สุวรรณภูมิ - suwannabhumi ) ... Bhrahma - พราหมณ์

ที่ประเทศบราซิล ก็เอางัวไปจากอินเดียเช่นกัน คือ กีร์ และ กุษราช จากนั้นก็พัฒนางัวเนื้อกึ่งนมขึ้นมา คือ ฮินดูบราซิล ( ให้เกียรติ ศาสนาฮินดู เช่นกัน )

งัวฮินดูบราซิล  แม้ลักษณะพื้นฐานงัวเนื้อจะสู้อเมริกันบราห์มัน ไม่ได้ แต่ก็สามารถทำให้ บราซิล กลายเป็นผู้ส่งออกเนื้อ ได้เป็นอันดับ 2 ของโลก ... ในขณะที่ เมกา กลับประสบความล้มเหลวทางด้านอาหาร ซะงั้น

อิสเตรเลีย เอาบราห์มัน ไปพัฒนาต่อ จนกลายเป็นผู้ส่งออกเนื้อ อันดับ 1 ของโลก


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ ตุลาคม 03, 2016, 02:07:22 PM
หาเก็บ ลูกหย่านม มาขุนดีมั้ยลุง ก็ไม่ต้องขุนเกรดไขมันสูงนี่ครับ
เราก็เอามาเก็บ ขุนแบบบ้านๆ มีหญ้าสด มีต้นข้าวโพดสับ เป็นหลัก มีอาหารเสริมตามฤดูกาล อะไรถูกก็จัดตัวนั้น

ผมวิเคราะห็ว่า ไม่ต้องเลี้ยงแม่งัวไง

ขุนขายแขก ขายคนทำเนื้อบ้านๆนี่แหละ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 03, 2016, 04:23:49 PM
สมัยก่อน พ่อผม เคยเลี้ยงลูกงัวตัวผู้ แล้วขายต่อให้เขาเอาไปขุน ... เราจะไปซื้อลูกงัวหย่านม มาจาก อุทัย - นครสวรรค์ ตลาด ตากฟ้า และ หนองบัว  ( สมัยก่อน เทือกเขาพนมดงรัก จะเลี้ยงงัวกันเยอะ ) ... พออายุได้ 2 ปี ก็จะขายต่อให้กับพ่อค้างัวขุนจาก ประจวบ - เพชร

สมัยก่อน เราจน มีปัญญากู้เงิน สหกรณ์ มาได้แค่ 5 หมื่นเอง ซื้อลูกงัวตัวผู้มาตัวละ 4,500 บาท ได้กำไร 3 เดือน 1,000 บาท เลี้ยงด้วยหญ้าสดอย่างเดียว ... สมัยก่อน คนจน มีรายได้เดือนละ 3 พันกว่าบาทก็ถือว่าดีแล้วนะ ( ค่าแรงกรรมกรก่อสร้างวันละ 100 บาท )

รุ่งปี พ่อผมซื้องัวตัวเท่าเดิม ในราคา 5,500 บาท ได้กำไร เท่าเดิม ... เอาล่ะเว้ย ... งัวตัวเท่าเดิม เงินเท่าเดิม แต่ได้จำนวนงัวลดลง

อีกปีถัดไป เราต้องซื้องัวตัวเท่าเดิม ในราคา 7,000 บาท ... โวยยยย ไม่เอาดีกว่าแบบนี้ เงินเท่าเดิม แต่ตัวงัวลด

.......

พ่อผมเคยรับจ้างเขาเลี้ยงงัวแบบแบ่งกำไร คนละครึ่ง ( นายทุน ออกทุน เราออกแรง ) ... เพราะเอาเงินไปซื้อแม่งัวมาเลี้ยงหมด ไม่มีรายได้หมุนเวียน

ซื้องัวแม่สอด ( งัวพม่า ) เป็นงัวแกลบผอมๆ มาตัวละ 4,500 บาท เลี้ยง 3 เดือน งัวอ้วนเต็มที่ขายส่งอีสานได้กำไรตัวละ 1,000 บาท ( แบ่งคนละ 500 บาท ) ... เลี้ยงอยู่ 5 - 6 ปี ... ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยกับการเลี้ยงลูกงัว ยิ่งเลี้ยง เงินเท่าเดิมก็จริง แต่ตัวงัวกลับยิ่งลดลง ...

.........

ผมกลับบ้านนอกปี 52 เป็นช่วงเวลาที่ราคางัวกลับคืนสู่สามัญ แล้วคนหลงกระแสทนสภาพไม่ไหว แข่งกันเทงัวทิ้งเพื่อให้งัวไปให้พ้นๆ คอกให้ไวที่สุด ... จึงทำให้งัวราคาต่ำกว่าเนื้อเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ( คนชำแหละเนื้อขายได้กำไรตัวละ 5 - 8 พันบาท )  .... นึกดูก็เสียดายแม่ดีๆเหล่านั้นนะ ที่ต้องถูกขายทิ้งเข้าโรงเชือด

ผมซื้อแม่งัว ที่เขาเททิ้งในวันนั้นได้เต็มที่แค่ ที่ดินรองรับไหว ( ถ้ามีที่ดินเหมาะๆ นะ จะฟาดซัก ร้อย สองร้อย แม่เลย ... ) .... ส่วนหนึ่งแบกรับไม่ไหวก็ต้องขายออกไปเมื่อราคางัวกลับคืนมาเท่าเนื้ออีกครั้ง ( กำไรอาน เหมือนกัน )

คนแถวๆบ้าน แกเลย ยึดอาชีพเลี้ยงแม่งัวให้อ้วน แล้วขาย ... ดำไรดีมาก ผมนั่งดูแกมาได้ 7 - 8 ปีล่ะ ( มีหลายราย เพราะคนเลี้ยงงัวเขาต้องติดต่อสื่อสารกัน เลยได้นั่งดูคนหลาย หมู่บ้าน )

ทุกราย จะเหมือนดันเลยก็คือ ... เงินเท่าเดิม กำไรเท่าเดิม แต่งัวลดลง

รายที่อยู่ไกล้บ้านผม เลยได้เห็นรายละเอียดแกชัดหน่อย ... ตอนนั้น แกมีเงินอยู่ 2 แสน ซื้อแม่งัวตัวละ 13,000 บาทได้ 16 ตัว ได้กำไรตัวละ 1,000 บาทต่อเดือน มีรายได้เดือนละ 16,000 บาท ... หรูเลยล่ะ เพราะวันนั้นคนจบ ป. ตรี เข้าเมืองไปรับจ้างได้ค่าแรงเดือนละ หมื่นกว่า เอง ( แถมมีค่าใช้จ่ายสารพัด )

แม่งัวที่แกเลี้ยง ตัวเท่าแม่งัวผมนี่แหละ .... 7 ปีผ่านไป วันนี้ แกเลี้ยงงัวแกลบตัวละ 25,000 บาทจำนวน 10 ตัว มีรายได้เดือนละ 10,000 บาท

จริงๆ ถ้าแกเลือกแบบที่ผมเลือกนะ ... คือ เลือกที่จะเก็บแม่งัวชุดแรกสุดไว้เพื่อเอาลูกขายนะ  งัวชุดนั้นจะมีราคาตกตัวละ 40,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สิน ก็ 6 แสน ( ไม่ใช่มีเงินได้แค่ซื้อแม่งัวแกลบ 10 ตัว มีมูลค่าแค่ 2.5 แสน แบบนี้ ) ... ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวลูกงัว ผมให้เก็บได้แค่ 10 ตัวด้วยอะ 10 ตัวก็ได้เงินใช้ปีละ 2.5 แสน สบายๆ ( ไม่ใช่ ได้เงินแค่ เดือนละ หมื่นเดียว แบบทุกวันนี้ )

อณาคต เป็นเช่นไร .... ผมไม่อยากจะเดาเรื่องของเขา แต่ผมเห็นแบบนี้มาเยอะ สุดท้ายก็ต้องเลิกเลี้ยง


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 03, 2016, 04:33:44 PM
ผมเคยซื้อลูกงัวหย่านม มาในราคาตัวละ 3,500 บาท เคยเห็นราคาลูกงัวหย่านม ขยับขึ้นไปจนถึงตัวละ 7 พัน จนเป็นหมื่น

เคยเห็นคนที่เขาเลี้ยงงัวตัวผู้เพื่อให้ได้อายุ ( เลี้ยงแต่หญ้า ) ที่ตอนเริ่มลงมือเลี้ยง ยิ้มระรื่น หน้าตาชื่นบาน เพราะกดเครื่องคิดเลขแล้ว มีรายได้งดงามเป็นกอบเป็นกำ

เคยเห็นคนเหล่านี้ เริ่มบ่น อุบๆ อิบๆ กับราคาลูกงัวขึ้นทุกวัน ขึ้นจนงัวในคอก เหลือฝูงเท่าขี้ตา แล้วก็เลิกเลี้ยงกันไป

จวบจนวันนี้ ลูกงัวอายุ 12 เดือน ( เห็นหน้าน้อง ) เราขายกันตัวละ 2.5 - 3 หมื่น ... เห็นคนมาซื้อลูกงัวผมแล้วเลี้ยงต่อไปอีก 12 เดือนเพื่อขายตัวละ 3.5 - 4 หมื่น ... เห็นคนมารับซื้อต่อไปแล้วขุนหัวอาหาร อีก 3 - 6 เดือนเพื่อขายตัวละ 5 - 5.5 หมื่น

ผมบอกตามตรง คนที่ยังยิ้มอยู่ได้ไม่ไปไหน นิ้มตั้งแต่อดีต และ ยิ้มทุกวัน ยิ่งยิ้ม ยิ่งรุ่งเรือง ยิ่งนั่งตีมูลค่างัวในฝูง ยิ่งหน้าบานเข้าไปใหญ่ .... คือคนเลี้ยงแม่งัวเพื่อเก็บลูกขายนี่แหละ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 03, 2016, 04:42:09 PM
พ่อผมเคยซื้อแม่งัวมาตัวละ 4,500 บาท มา 5 ตัว ลูกงัวตัวเมียหย่านมตัวละ 3 - 4 พันบาท มาอีก 7 ตัว

เราใช้แม่งัวชุดนี้สร้างฐานะ ค่อยๆขยายเพิ่มไปทีละเล็ก ละน้อย มูลค่างัวในฝูงวันนี้ ก็เกินเลข7 หลักไปแล้ว รายได้คนเรียนจบ ป. ตรี ทำงานในเมืองอาย ทุกวันนี้ก็อยู่กันสบายตัว ไม่ต้องออกจากบ้านไปรับจ้างใครกินอีกต่อไป

แม่งัว ในฝูง มีแต่มูลค่าเพิ่มขึ้นทุกวัน ( ตัวใหนแก่ ก็คัดออก แล้วเอาลูกๆ เก็บไว้แทน ) จากมูลค่าเริ่มต้น ไม่ถึงแสนด้วยซ้ำ ( วันนี้ ต่อให้มีแม่งัวจำนวนเท่าเดิม ทั้งมูลค่าทรัพย์สิน และ รายได้ ก็ยังมีแต่เพิ่ม )



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: mai12 ที่ ตุลาคม 03, 2016, 07:49:00 PM
(https://scontent.fbkk6-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/14572943_796968013779591_2878627501542374019_n.jpg?oh=7f1071081b517c7c34ffce75d9d2f633&oe=5865D0F6)(https://scontent.fbkk6-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/14449756_796968047112921_8633423093142705129_n.jpg?oh=6ad3936e3da410b38defbe231f48b63e&oe=58AD54DD)



วัวบ้านๆเลี้ยงไว้เอาลูกน่าจะมีอนาคต


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ใหญ่ดิ๊ค ที่ ตุลาคม 03, 2016, 07:58:59 PM
ตลาดทัพทันเปิดวันไหนเนี่ย ไปหาเก็บตัวเมียดีกว่า..5555


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: หาด ที่ ตุลาคม 06, 2016, 11:58:08 PM
(https://scontent.fbkk7-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/14581390_1450572094958511_2750972592822649924_n.jpg?oh=1b57e928f9b12c5b9e745dc3126660cf&oe=586A0355)
ลูกวัวตัวเมียแถวบ้านผมราคาแพงมากๆ แม่วัวตัวนี้ผมซื้อมา34000 (2ปีก่อนเป็นวัวสาว) 

 ตอนนี้คิดว่าจะหาซื้อหัวมันสำปะหลังเอามาสับตากแห้งเก็บใว้ให้กิน
 ไม่รู้จะเวิร์คมั้ยเคยแต่ให้กินสดๆ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ ตุลาคม 12, 2016, 10:06:14 PM
อิจฉาคุณหาดจัง 555

แต่เห็นราคาวัว 34,000 โห!!! ผมซื้อวัวพื้นเมืองวัวสาว+ลูกตัวเมีย ราคาแค่ครึ่งหนึ่งเอง ><"

ไม่รู้คิดถูกหรือผิดนะ 555 แต่คิดว่าผสมเทียมเอาค่อยๆปรับปรุงสายพันธ์ ไปเรื่อยๆแต่ไม่เน้นไปทางวัวใหญ่ๆ แค่แนวๆกำแพงแสน,ตาก หรือไม่ก็บรามัน น่าจะไปกันได้กับวัวพื้นเมือง หากได้ลูกวัวตัวผู้เลี้ยงไว้ขาย แต่หากเป็นตัวเมียเก็บไว้ นี้ว่าจะเอาแม่วัวพื้นเมืองขนาดกลางๆเข้ามาเสริม อีกสัก 2-3ตัว ราคาต่อตัวน่าจะถูกกว่าลูกวัวพันธ์สาวเสียอีก คงรอดูผลกระทบสักระยะ ตอนนี้ก็เลี้ยงแม่ลูกคู่นี้ไปก่อน

อาจใช้เวลาหน่อยกว่าจะเพิ่มปริมาณและสายพันธ์ ^^


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 12, 2016, 11:53:15 PM
งัว ถ้าซื้อในราคาชิดเนื้อ ( ราคาไกล้เคียงกับราคาเข้าโรงเชือด ) ตัวใหญ่ๆ จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าตัวเล็กๆ ( ถ้าตัวใหญ่ขายลูกงัวเข้าขุนได้นะ )

แต่ถ้า ตีแค่เนื้ออย่างเดียว ไม่มีมูลค่าเพิ่มจากช่องทางตลาดงัวขุนกันเสียเลยนะ ... งัวแกลบ คืองัวที่ให้กำไรต่อเงินทุน ค่าตัวแม่งัว สูงที่สุด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: rawuture ที่ ตุลาคม 13, 2016, 07:16:43 AM
ติดตามกระทู้นี้มาตลอด อ่านแล้วยังสงสัยนิดนึงคับ เรื่องซื้อแม่งัวชิดเนื้อ รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มเติมนิดนึงได้ป่าวคับ ไม่มีประสปการณ์ดานนี้เลยคับ
สมมุติน่ะคับตัวเลขกลมๆ เนื้องัวกิโลละ 300บาท ตัวงัวหนัก 500กก. ปกติขายเข้าเขียงประมาณเท่าไรคับ.
แล้วเราควรซื้อประมาณเท่าไรคับถึงจะไม่ไกลเนื้อ.....ขอบคุณคับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Tor sangfay ที่ ตุลาคม 13, 2016, 09:39:14 AM
ติดตามกระทู้นี้มาตลอด อ่านแล้วยังสงสัยนิดนึงคับ เรื่องซื้อแม่งัวชิดเนื้อ รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มเติมนิดนึงได้ป่าวคับ ไม่มีประสปการณ์ดานนี้เลยคับ
สมมุติน่ะคับตัวเลขกลมๆ เนื้องัวกิโลละ 300บาท ตัวงัวหนัก 500กก. ปกติขายเข้าเขียงประมาณเท่าไรคับ.
แล้วเราควรซื้อประมาณเท่าไรคับถึงจะไม่ไกลเนื้อ.....ขอบคุณคับ

พี่ต้องกะประมาณ เอาครับ แยกออกว่า จะได้เนื้อกี่กิโล หนังกระดูกกี่กิโล เพราะคนซื้อเนื้อ  ครับ สมมุติ วัวหนัก 500 กก. วันตัวนี้ อาจจะได้เนื้อ 250 กก. ขึ้นอยู่กับความอ้วน อะไรก็แล้วแต่ ถ้าราคาหน้าเขียง 300บาทต่อกก. วัวตัวนี้จะขายเนื้อได้ประมาณ 75,000 บาท แล้ว พี่จะซื้อเท่าไหร่ครับ แต่ที่เห็นแขกซื้อ มันกะน้ำหนักทั้งตัว แล้วให้กิโลละ 80-100บาท  เช่น วัวตัวเดียวกันนี้ หนัก 500กก. ถ้าแขกให้ 45,000บาท เฉลี่ยก็ โลละ 90บาทครับ
  รอท่านอื่นมาเสริมครับ ในส่วนอื่นๆครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: rawuture ที่ ตุลาคม 13, 2016, 02:07:46 PM
ติดตามกระทู้นี้มาตลอด อ่านแล้วยังสงสัยนิดนึงคับ เรื่องซื้อแม่งัวชิดเนื้อ รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มเติมนิดนึงได้ป่าวคับ ไม่มีประสปการณ์ดานนี้เลยคับ
สมมุติน่ะคับตัวเลขกลมๆ เนื้องัวกิโลละ 300บาท ตัวงัวหนัก 500กก. ปกติขายเข้าเขียงประมาณเท่าไรคับ.
แล้วเราควรซื้อประมาณเท่าไรคับถึงจะไม่ไกลเนื้อ.....ขอบคุณคับ

พี่ต้องกะประมาณ เอาครับ แยกออกว่า จะได้เนื้อกี่กิโล หนังกระดูกกี่กิโล เพราะคนซื้อเนื้อ  ครับ สมมุติ วัวหนัก 500 กก. วันตัวนี้ อาจจะได้เนื้อ 250 กก. ขึ้นอยู่กับความอ้วน อะไรก็แล้วแต่ ถ้าราคาหน้าเขียง 300บาทต่อกก. วัวตัวนี้จะขายเนื้อได้ประมาณ 75,000 บาท แล้ว พี่จะซื้อเท่าไหร่ครับ แต่ที่เห็นแขกซื้อ มันกะน้ำหนักทั้งตัว แล้วให้กิโลละ 80-100บาท  เช่น วัวตัวเดียวกันนี้ หนัก 500กก. ถ้าแขกให้ 45,000บาท เฉลี่ยก็ โลละ 90บาทครับ
  รอท่านอื่นมาเสริมครับ ในส่วนอื่นๆครับ

ขอบคุณครับ....รอท่านอื่นเสริมครับ
ในกรณีนี้ถ้าสมมุติว่าขายเข้าเขียง 45000บาท แต่เราจะซื้อมาเลี้ยง ควรซื้อประมาณเท่าไรคับถึงจะไม่ห่างเนื้อมาก


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Tor sangfay ที่ ตุลาคม 13, 2016, 04:38:18 PM
ติดตามกระทู้นี้มาตลอด อ่านแล้วยังสงสัยนิดนึงคับ เรื่องซื้อแม่งัวชิดเนื้อ รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มเติมนิดนึงได้ป่าวคับ ไม่มีประสปการณ์ดานนี้เลยคับ
สมมุติน่ะคับตัวเลขกลมๆ เนื้องัวกิโลละ 300บาท ตัวงัวหนัก 500กก. ปกติขายเข้าเขียงประมาณเท่าไรคับ.
แล้วเราควรซื้อประมาณเท่าไรคับถึงจะไม่ไกลเนื้อ.....ขอบคุณคับ

พี่ต้องกะประมาณ เอาครับ แยกออกว่า จะได้เนื้อกี่กิโล หนังกระดูกกี่กิโล เพราะคนซื้อเนื้อ  ครับ สมมุติ วัวหนัก 500 กก. วันตัวนี้ อาจจะได้เนื้อ 250 กก. ขึ้นอยู่กับความอ้วน อะไรก็แล้วแต่ ถ้าราคาหน้าเขียง 300บาทต่อกก. วัวตัวนี้จะขายเนื้อได้ประมาณ 75,000 บาท แล้ว พี่จะซื้อเท่าไหร่ครับ แต่ที่เห็นแขกซื้อ มันกะน้ำหนักทั้งตัว แล้วให้กิโลละ 80-100บาท  เช่น วัวตัวเดียวกันนี้ หนัก 500กก. ถ้าแขกให้ 45,000บาท เฉลี่ยก็ โลละ 90บาทครับ
  รอท่านอื่นมาเสริมครับ ในส่วนอื่นๆครับ

ขอบคุณครับ....รอท่านอื่นเสริมครับ
ในกรณีนี้ถ้าสมมุติว่าขายเข้าเขียง 45000บาท แต่เราจะซื้อมาเลี้ยง ควรซื้อประมาณเท่าไรคับถึงจะไม่ห่างเนื้อมาก

เท่าที่เคยซื้อและ มองคนอื่นซื้อ แบบครูพักลักจำ ก็ซื้อให้ได้ราคาเดียวกับแขกครับ ถ้าซื้อได้น้อยกว่าแขกซื้อยิ่งดี ถ้าหาไม่ได้แล้ว ก็เดินตามก้นแขกไป แล้วให้เขาเพิ่ม พัน2พัน น่าจะได้ครับ เว้นเสียแต่ว่า แขกมันไม่มีวัวเข้าเชือดมันก็ยากหน่อย
รอฟังคนอื่นด้วยครับ บางคนอาจมีวิธีไม่เหมือนกัน ส่วนตัวผมถ้าเข้าตลาดก็ไปเร็วหน่อย ไปก่อนแขกในพื้นที่จะเข้า ก็จะได้ของที่ถูกใจถูกราคา ของดีหายากในตลาดครับ ขายกันเองกินกันเอง ต้องระวัง พวกเดียวกันก็ยังไม่เว้น


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: หาด ที่ ตุลาคม 13, 2016, 05:17:40 PM
อิจฉาคุณหาดจัง 555

แต่เห็นราคาวัว 34,000 โห!!! ผมซื้อวัวพื้นเมืองวัวสาว+ลูกตัวเมีย ราคาแค่ครึ่งหนึ่งเอง ><"

ไม่รู้คิดถูกหรือผิดนะ 555 แต่คิดว่าผสมเทียมเอาค่อยๆปรับปรุงสายพันธ์ ไปเรื่อยๆแต่ไม่เน้นไปทางวัวใหญ่ๆ แค่แนวๆกำแพงแสน,ตาก หรือไม่ก็บรามัน น่าจะไปกันได้กับวัวพื้นเมือง หากได้ลูกวัวตัวผู้เลี้ยงไว้ขาย แต่หากเป็นตัวเมียเก็บไว้ นี้ว่าจะเอาแม่วัวพื้นเมืองขนาดกลางๆเข้ามาเสริม อีกสัก 2-3ตัว ราคาต่อตัวน่าจะถูกกว่าลูกวัวพันธ์สาวเสียอีก คงรอดูผลกระทบสักระยะ ตอนนี้ก็เลี้ยงแม่ลูกคู่นี้ไปก่อน

อาจใช้เวลาหน่อยกว่าจะเพิ่มปริมาณและสายพันธ์ ^^

ผมซื้อตามราคาเนื้อครับ แบบว่าชำแหละขายก็ไม่ขาดทุนแน่นอน ตอนซื้อมาน้ำหนักเนื้อน่าจะได้ไม่ต่ำกว่า120โล วัวพันธุ์นี้เนื้อเยอะครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: rawuture ที่ ตุลาคม 13, 2016, 05:23:39 PM
ขอบคุณทั้งสองท่านครับ...พอได้แนวทางบ้าง...ยังรอความคิดเห็นท่านอื่นๆครับ
มากความคิด..มากแนวทาง...ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 13, 2016, 06:59:47 PM
มือใหม่ก็ประมาณนี้แหละคับ  เดินตามพ่อค้าเนื้อ ดีที่สุด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ ตุลาคม 13, 2016, 08:11:53 PM

อิจฉาคุณหาดจัง 555

แต่เห็นราคาวัว 34,000 โห!!! ผมซื้อวัวพื้นเมืองวัวสาว+ลูกตัวเมีย ราคาแค่ครึ่งหนึ่งเอง ><"

ไม่รู้คิดถูกหรือผิดนะ 555 แต่คิดว่าผสมเทียมเอาค่อยๆปรับปรุงสายพันธ์ ไปเรื่อยๆแต่ไม่เน้นไปทางวัวใหญ่ๆ แค่แนวๆกำแพงแสน,ตาก หรือไม่ก็บรามัน น่าจะไปกันได้กับวัวพื้นเมือง หากได้ลูกวัวตัวผู้เลี้ยงไว้ขาย แต่หากเป็นตัวเมียเก็บไว้ นี้ว่าจะเอาแม่วัวพื้นเมืองขนาดกลางๆเข้ามาเสริม อีกสัก 2-3ตัว ราคาต่อตัวน่าจะถูกกว่าลูกวัวพันธ์สาวเสียอีก คงรอดูผลกระทบสักระยะ ตอนนี้ก็เลี้ยงแม่ลูกคู่นี้ไปก่อน

อาจใช้เวลาหน่อยกว่าจะเพิ่มปริมาณและสายพันธ์ ^^

ผมซื้อตามราคาเนื้อครับ แบบว่าชำแหละขายก็ไม่ขาดทุนแน่นอน ตอนซื้อมาน้ำหนักเนื้อน่าจะได้ไม่ต่ำกว่า120โล วัวพันธุ์นี้เนื้อเยอะครับ

แค่อิจฉาเฉยๆ   ^^

ตอนนี้คงเล่งวัวพื้นเมืองรอยกลาง-ใหญ่ ไปก่อน อาศัยผสมเทียมเผื่อได้ลูกวัวส่งขุนได้ แฮ่ๆ

ตอนนี้ไม่กล้าจับเลย วัวพันธุ์แพงเอาเรื่องเลย ค่อยๆเป็นค่อยๆเดิน ช้ากว่าหน่อยยอม


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ ตุลาคม 31, 2016, 08:11:05 AM
หลังจากฝนเริ่มบางเบาลง..มีเวลามานั่งดูวัวสังเกตุลูกวัวบ้างตัวจ่อยไม่ค่อยโตน่าจะเกิดจากอะไรครับ แก้ไขยังไงจะโตไหม
วัวไม่ได้ปล่อยออกคอกเลย 3 เดือนมานี่ อยู่กัน 40 ตัวในคอก 18x26 เมตร มีหลังคาคลุมหมดแคบไปไหมครับ
ให้กินหญ้าเนเปียร์สับวันละ 1,500 กก.ถ้าเป็นหญ้าตัตทั่วไปวัวละ 3 ลำรถกะบะมีแซงพอดีหัวรถไม่ให้กินอาหารเม็ดแค่นี้พอกินไหม
วัวบางตัวเริ่มผอมที่ลูกกินนมทำงัยดีหรือเป็นปรกติ ปัญหาอื่นๆยังไม่เจอครับ..รบกวนทุกท่านช่วยวิเคราะห์ด้วยครับ




หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 31, 2016, 11:25:25 AM
1. คอกแคบเกินไป งัวเครียดแน่ๆ

2. คอกแคบ งัวจะไม่ค่อยได้เดิน ทำให้กระบวนการย่อยอาหารไม่ดี ( กระเพาะต้องมีการเขย่า แบบเราเขย่าถุง - กระสอบ ด้วย )

3. 40 ตัว ถ้าเป็นแม่งัว 24 แม่ กินหญ้า 1.5 ตัน ถือว่า ขาดปากนิดๆ (  บวกกับงัวเครี่ยด และ ไม่ได้เดินเพื่อเขย่ากระเพาะ ... )

4. เป็นปรกติอยู่แล้วที่ลูกงัวกินนมแล้วแม่ต้องผอม  ใครที่เลี้ยงงัวฝูงขนาดนี้แล้วแม่งัวไม่ทรุด ตอนลูกงัวกินนม ฟันธง!!!!!! แม่งให้แม่วัวกินอาหารถุงชัวร์ ( ยกเว้นเลี้ยงงัวแค่คู่ สองคู่ อันนี้ถ้าใครเลี้ยงงัวแค่นี้แล้วผอม ... ไปทำมาหากินอย่างอื่นเถอะ ขี้เกียจได้ใจ )

5. ลูกงัวผอม ไม่โต ...
5.1 ) แม่กินไม่เต็มที่ แม่ย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ แม่เครียด .... น้ำนมย่อมไม่ดี ส่งผลให้ลูกๆแย่

5.2) ลูกงัวขังแล้วกินหญ้าเนเปียร์สับ ... ไม่เวิร์ค!!!!! ... เพราะหญ้าเนเปียร์จะแข็ง ลูกงัวกินยาก แถมย่อยยาก เพราะระบบย่อยอาหารลูกงัวยังไม่สมบูรณ์

การเลี้ยงลูกงัวอายุไม่เกิน 15 เดือน เราต้องให้ลูกงัวกินยอดหญ้าอ่อนๆ  เพราะระบบกระเพาะ ลำใส้ ยังไม่แข็งแรง คงต้องคิด และ ออกแบบคอกให้ดี ว่าทำช่องลอดเล็กๆแบบใหนดี เพื่อให้ลูกๆ ลอดช่องออกมาข้างนอกแล้วหาหญ้าอ่อนๆให้เด็กๆกิน ( แต่ระวังนะ ถ้าแม่มันเครียด หรือ กินไม่อิ่ม มันจะเอาหัวลอดช่องลูกงัว แล้วพยายามเบียดคอกออกมาให้ได้ แล้วคอติดช่องตาย )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ตุลาคม 31, 2016, 11:29:56 AM
6. งัวฝูง แล้วกินหญ้าขาดปากนิดๆ ...  จะมีปัญหาคือ ตัวใหนเก่งๆ มันจะกินหญ้าเต็มคำ เต็มอิ่ม ตัวใหนอ่อนแอ ก็จะไม่ค่อยได้กิน

ทำให้ บางตัวจะผอมมากๆ บางตัวจะไม่ค่อยผอม

คอกแคบงัวเครียด และ อาหารไม่ย่อย แก้ไขได้ด้วยการพางัวออกมาเดินเล่นข้างนอก วันละ 1 ครั้ง ซักวันละ 15 - 60 นาที


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ พฤศจิกายน 01, 2016, 07:22:37 AM
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ หญ้าไม่พอเดี๋ยวคงต้องเพิ่มครับแต่ที่เดินนี่ซิเดี๋ยวเค้าเกี่ยวข้าวกันก็คงมีที่เดินกัน
แต่ปีหน้าเข้าอีหรอบเดิมจะไปเดินที่ไหนซ้ายก็นาขวาก็นา(นาคนอื่น)นาของเรา 3 ไร่ปลูกแพงโกล่าเตรียมไว้ให้เดิน
ปีนี้ก็มีแต่น้ำไม่ได้ลงเลย ปีหน้าหน้าฝนก็คงเหมือนเดิม เดี๋ยวต้องคิดหน้าฝนหน้าจะไปเดินตรงไหนดี...ขอบคุณครับ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: mai12 ที่ พฤศจิกายน 12, 2016, 12:16:06 PM
วัวที่สระแก้วเป็นอะไรตาย 80กว่าตัวแล้ว


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: MaHoLaN ที่ ธันวาคม 06, 2016, 03:36:56 PM
FMD ระบาดครับ ช่วงนี้ :'(


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ ธันวาคม 07, 2016, 07:32:58 AM
สอบถามอีกนิดนะครับสำหรับมือใหม่ ตอนเราจะขายลูกวัวอย่านมเราจะตีราคายังงัยครับสำหรับมือใหม่ (ตีราคาไม่เป็น)
ตอนซื้อเอาถูกใจว่าแต่ตอนขายนี่ซิ ถ้าเราขายเป็นกก.จะมีคนซื้อไหมครับ และราคาที่เหมาะสมตอนนี้น่าจะกก.ละเท่าไหร่
ถ้าเราขายเป็นกก.น่าจะตัดปัญหาเรื่องการถูกกดราคาจากพ่อค้านะผมว่า...ขอบคุณครับ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 08, 2016, 06:54:26 AM
งัวเราจะมีความหลากหลายของเกรดมากๆ จนมือใหม่เป็นเหยื่อของพ่อค้าแน่ๆ

อาศัยประสบการณ์ล้วนๆ ถึงจะตีราคาได้ไกล้เคียง ... เราคงต้องไปเดินตลาด แล้วเอาไม้ที่มี สเกลวัดความสูงไป ไปสำรวจราคาตลาด ว่าเขาซื้อขายกันในราคาเท่าไหร่ จากนั้นก็เอาไม้ ไปวัดขนาดของงัวเพื่อเอามาเทียบกะในฝูงของเรา .... น่าจะได้ตัวเลขไกล้เคียงอยู่บ้าง

เข้าไปในตลาด ไม่ต้องไปกลัวเขาว่า บอกเขาตรงๆว่าเรามือใหม่กะลังจะขายงัว ( ดีไม่ดี พ่อค้าจะเข้ามารุมถามซื้องัวเราอีก )  แต่เขาจะไม่บอกราคาจริงกะเราเท่านั้น  ก่อนอื่นก็ไปเดินดูเขาซื้อขายให้ทั่วๆ ดูเขาว่าเจาต่อรองกันแบบใหน ให้ราคาเท่าไหร่ เมื่อเขาตกลงซื้อขายกันแล้ว จึงเข้าไปเดินวนดูไกล้ๆ เอาไม้ไปวัดขนาด

การขายงัว อำนาจจะอยู่ในมือเกษตรกร เพราะงัวหายาก (  เป็นอาชีพเดียวที่เกษตรคือ พระเจ้า  ) แต่ต้องขายงัวแบบใจเย็นๆ ไม่ต้องไปรีบร้อน เพราะงัวไม่บูด ไม่เน่า ยิ่งเก็บนาน ยิ่งได้มูลค่าเพิ่ม

หรือไม่ถ้าใจเย็นจริงๆ ใช้วิธี ตั้งราคารอเวลานานๆไปเลย ... แบบเราตั้งเป้ามูลค่าผลผลิตเราไว้แค่เนี๊ยะ ถ้ามันโตจนได้ราคาเมื่อไหร่ พ่อค้าก็เอาเงินมาจ่ายแล้วจับไปได้เลย .... อันนี้เราไม่ต้องเดือดร้อนอะไร แค่เราต้องตั้งราคาลูกงัวเราล่วงหน้าหลายๆเดือน ด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ ธันวาคม 08, 2016, 06:57:00 AM
ปล. ไปเดินวนดูงัวไกล้ๆในคอกตามตลาด ระวังงัวเตะ ด้วยนะ เพราะงัวมันถูกจับมามันจะตื่นตัว และระวังภัย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ ธันวาคม 08, 2016, 10:07:08 AM
"การขายงัว อำนาจจะอยู่ในมือเกษตรกร เพราะงัวหายาก ( เป็นอาชีพเดียวที่เกษตรคือ พระเจ้า ) แต่ต้องขายงัวแบบใจเย็นๆ ไม่ต้องไปรีบร้อน เพราะงัวไม่บูด ไม่เน่า ยิ่งเก็บนาน ยิ่งได้มูลค่าเพิ่ม"

 แถวบ้านส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้นะ .... ตั้งราคาไว้บาทเดียวก็ไม่ลด(โหดมากกก) ><"
  ถ้าราคายังห่างเกินก็จะไม่มีคนสนใจ ....แต่พอวัวเริ่มได้ขนาดพ่อค้าจะเริ่มเวียนมาต่อรองและเริ่มถี่มากขึ้น แต่ต้องใจเย็นอย่างที่คุณมาโคแนะนำ ^^


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Chesterfield ที่ มกราคม 08, 2017, 12:24:58 AM
ผมอยู่น่านครับ ได้ความรู้เยอะมาก ๆ เข้ามาเก็บประสบการณ์ครับกำลังจะเลี้ยงงัวพรุ่งนี้จะไปเดินตลาดครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มกราคม 10, 2017, 09:35:14 AM
ขอบคุณครับสำหรับคำตอบเรื่องการขายวัวครับ แต่โดยความรู้สึกส่วนตัวอยากขายชั่งกก.ครับคิดว่ามันแฟร์สำหรับทั้งสองฝ่าย
แต่พ่อค้าที่จ้องเอาเปรียบเราคงไม่ชอบครับ ที่อยากจะถามเพิ่มเติมคือ วิธีดูวัวไม่สบายครับ วัวเป็นอะไรฉีดอะไรครับ
เพราะทุกวันนี้มโนเองฉีดเองไปเรื่อยครับ ยาที่ผมมีที่คอกคือ ไอโวเม็ก,ยาถ่ายพยาธิแบบกรอก,เพ็นสเต๊ป,วิตามินบีรวม
ทิงเจอร์,ยาม่วง,แอลกอฮอล์ล้างแผล,คาโตซาล แค่นี้ครับไม่รู้ว่าควรมีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ เพราะเป็นอะไรก็ฉีดแต่เพ็นสเต็ป
ช่วยแนะนำที่ครับ....



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 10, 2017, 10:54:18 AM
ชั่งกิโล มันมีมาตรฐานหลากหลายมากๆจนทำให้เราไม่สามารถกำหนดราคากลางได้ ( นอกจากราคาเข้าเขียง ) ... ลูกงัวตัวผู้  เขาจะคัดเกรดแยกออกไปขุนกันตามแต่งัวนั้นจะไปได้ ซึ่งมีตั้งแต่ ... เกรดจุน นน. 500 กก. ไปจนขายเข้าโรงเชือดเด๋วนั้นเลย ซึ่งแต่ละตลาดตะให้ราคาที่ต่างกันออกไป

การจะสร้างตลาดงัวให้มีมาตรฐานแน่นอนนั้น เราต้องสร้างงัวในฝูงให้มีสายพันธุ์ที่นิ่ง และ คงตัวให้ได้ก่อน  เพื่อสามารถขายงัวเข้าตลาดที่เราตั้งเป้าไว้ได้ทุกตัว จึงจะสามารถชั่งกิโล เพื่อเข้าตลาดของเราไปเลย

.....

ยาสัตว์

1. ยาปฏิชีวนะ ( antibiotic ) ... เป็นยาสำหรับฆ่าเชื้อโรค ที่ทำให้งัวเราป่วย ซึ่งหลักๆก็จะเป็นเชื้อแบคทีเรีย ( นานๆจะเจอ มายโคพลาสม่า ซักที ) มีความหลากหลายในการใช้งาน และ การได้ผลต่อเชื้อโรค

A . แบ่งตามระยะเวลาออกฤทธิ์ เพราะอยู่ในตัวทำละลายที่ต่างกัน ทำให้การขับยา หรือ การเคลื่อนที่ของยา ต่างกัน

1.1 A )  ยาในกลุ่มออกฤทธิ์หลายวัน (  Long acting ) พวกนี้จะมีตัวย่อ L.A. ต่อท้ายชื่อยี่ห้อ เสมอ จึงไม่จำเป็นต้องฉีดทุกวัน (  ไม่ต้องเสียเวลาจับงัวทุกวัน หรือ ทำงัวเจ็บตัวทุกวัน ) ปรกติจะฉีดกัน วันเว้น 2 วัน หรือ เว้นวัน ก็ได้ ( ข้างขวด มักจะเขียนให้ ฉีดทุก 3 วัน ) .... ตัวอย่างเช่น ยี่ห้อ โชตาเพน / อ๊อกซี่ แอลเอ / เพนไดสเตรป แอลเอ / แอมม๊อกซี่ แอลเอ

1.2 A ) ออกฤทธิ์แค่วันเดียว ... คือ ต้องฉีดทุกวัน เพราะมันจะออกฤทธิ์วันต่อวัน ... ยาราคาไม่แพง ส่วนใหญ่ นั่นแหละ

B. แบ่งตามชนิดของสารเคมี ( ผมจำได้ไม่หมดนะ เพราะขี้เกียจเปิดตำรา เลยเอาแค่ที่ใช้บ่อยๆ )

1.1 B ) เตทตร้าไซคลิน ... สารเคมีกลุ่มนี้จะจับกับ ไรโบโซม ( เครื่องสร้างโปรตีน ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ) ของเซลล์เชื้อโรค มันจะจำเพาะต่อ ไรโบโซมของ จุลินทรีย์เท่านั้น ( ไม่จับกับของสัตว์ ... แต่จะทำให้สัตว์แพ้ ถ้าได้รับยาเยอะๆ )  ... เมื่อจุลลินทรีย์ สร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิตไม่ได้ มันก็จะตาย / อ่อนแอ หรือ หยุดขยายพันธุ์ ( ซึ่งจะถูกร่างกายกำจัดออกมา ) .... ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่  Oxytettracyclin (  ยาอ๊อกซี่ มาตรฐาน  สำหรับคอกปศุสัตว์ ... แนะนำ ยี่ห้อ โอลัน ขวดสีเขียว - ขาว เพราะสามารถเก็บได้ทนที่สุด ไม่ค่อยเสีย )  clotettracyclin  มีอีกหลายตัวนะ แต่จำชื่อมะได้ล่ะ

ข้อควรระวัง  ยาอ๊อกซี่  จะมีผลต่อต่อมใต้สมองของแม่งัว ระยะให้นม ซึ่งจะมีผลให้น้ำนมลด หรือ แห้ง อาจจะกระทบต่อลูกงัว ( ถ้าแรงๆหน่อย ถึงกับทำให้ลูกงัวหย่านมก่อนกำหนด ... ลูกงัวผอม และ ไม่โต )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 10, 2017, 11:21:18 AM
1.2 B ) สารในกลุ่ม เพนนิซิลลิน และ อณุพันธ์  ... เป็นยาเก่าแก่ที่ค้นพบในยุค สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนำมาสู่การชนะสงครามของฝ่าย สัมพันธมิตร เพราะทำให้ทหาร รอดพ้นจากการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อ และ แผล ที่หายได้เร็วขึ้น .... ค้นพบโดย อเล็กซานเดอร์ เฟรมมิ่ง เป็นสารเคมีที่สกัดจาก เชื้อราเพนนิซิเลี่ยม ... สารเคมีในกลุ่มนี้ มีอนุพันธ์หลายตัวที่สำคัญได้แก่

เพนนิซิลิน จี ( penicilin G ) เป็นยามาตรฐานที่ได้รับความนิยมใช้มาจนเกือบเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว จึงค่อยลดความนิยมลง เพราะเชื้อโรคดื้อต่อยาตัวนี้ มนุษย์จึงหันไปใช้ อนุพันธ์ตัวอื่นของ เพนนิซิลิน แทน คือ แอมม๊อกซิลิน และ ไดคลอกซ่าซิลิน ... ทุกวันนี้ก็ยังใช้เป็นยาสัตว์กันอยู่ โปรเคนเพนนิซิลิน ที่เรารู้จักกันในชื่อของ โปรเคนผง และ โปรเคนน้ำ ก็ยังคงถูกนำมาใช้งานกับสัตว์กันอยู่

แอมม๊อกซิลิน  และ ไดคล๊อกซ่าซิลิน และ อนุพันธ์บางตัว ( สังเกตุง่าย พวกนี้จะใช้ชื่อว่า ซิลิน ) เป็นการหลีกเลี่ยง เพนริซิลิน จี เพราะเชื้อโรคดื้อยา เฉยๆ ( ก่อให้เกิดการแพ้ที่ต่ำลงด้วย ) .... แอมม๊อกซี่ สำหรับสัตว์ จะเป็นสารละลายในน้ำมัน ใช้ยากหน่อย

กลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ดีที่ผิวหนัง จึงนิยมนำมาใช้รักษาแผล ( โดยเฉพาะแผลจากโรคปากเท้าเปื่อย ) แผลมดลูกอักเสบ ก็ใช้ได้ผลดี รวมไปถึงแผลในช่องคลอดที่ช้ำเพราะคลอดลูก

1.3 B ) สารในกลุ่ม ไกลโคไซด์ ... พวกนี้ จะจับกับ ไรโบโซม ... สามารถจัดการกับเชื้อโรคได้หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมสูง (   เป็นสารที่ออกฤทธิ์ได้เหนือกว่า เตรทต้าไซคลิน   จึงนิยมใช้กับการรักษาในระดับที่สูงกว่า อ๊อกซี่  ( คือ อ๊อกซี่ เอาไม่อยู่แล้วค่อยใช้ตัวนี้  ) .... สารเคมีในกลุ่มนี้ได้แก่

กาน่ามายซิน / นีโอมายซิน / เจนต้ามายซิน / สเตรปโตมายซิน  ... โดยเฉพาะ สเตรป ที่ถูกนิยมใช้สูงมากๆ

 ข้ออควรระวัง สารเคมีกลุ่มนี้ จะก่อให้เกิดการแพ้ที่รุนแรงมาก ซึ่งจะทำให้เกิดอาการ ช๊อค หัวใจหยุดเต้น ได้ง่าย ทางที่ดี อย่าพยายามใช้ยาในกลุ่มนี้จะดีที่สุด .... โดยเฉพาะ เสตรปโตมายซิน 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 10, 2017, 11:42:03 AM
1.4 B ) มาโคไลด์ ... เป็นยาที่จับกับ ไรโบโซม เช่นกัน .... ให้ผลดีต่อเนื้อเยื่ออ่อนภายในร่างกาย ( smoot muscle - กล้ามเนื้อเรียบ  )  ไม่ว่าจะเป็น ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบปัสาวะ ระบบหายใจ ระบบสืบพันธุ์ เยื่อบุภายในร่างกาย เยื่อยุนัยตา .... จึงนิยมใช้รักษาโรคเกี่ยวกับระบบภายในร่างกาย  ไม่ว่าจะเป็นหวัด ( ไก่ )  / ติดเชื้อในลำใส้ / ติดเชื้อในมดลูก และ ระบบสืบพันธุ์  มดลูกอักเสบ ...... ( ผมเคยเสี่ยงดวงรักษาโรค แท้งติดต่อ และ พาราทิวเบอร์คูโรซิส มาแล้ว ซึ่งหายด้วย ) .....

ยาในกลุ่มนี้ได้แก่  คลอแรมเฟนิคัล / อีริโทรมายซิน / เอนโรฟ๊อกซาซิน / นอร์ฟ๊อกซาซิน

ยากลุ่มนี้ ให้ผลต่อ มายโครพลาสม่า ได้สูงจึงนิยมนำมาใช้กับโรคเฉพาะบางอย่างได้ดี

1.5 B ) สารเคมีในกลุ่ม ซัลฟา ... กลุ่มนี้ก็ยังพอใช้กันได้อยู่ แต่ไม่ถึงกับเป็นที่นิยมแล้ว .... การใช้งานแบบเดียวกะ อ๊อกซี่ ( เขานิยม อ๊อกซี่ มากกว่า )

1.6 B ) สารในกลุ่ม ควิโนน ... เป็นสารที่มีผลข้างเคียงรุนแรงมาก อีกทั้งราคาสูง จึงไม่นิยมนำมาใช้กับโรคทั่วๆไป ... โดยปรกติ จะนิยมนำมาใช้รักษาโรคติดเชื้อ มายโครพลาสม่า และ เชื้อโปรโตซัว เป็นหลัก .... มายโครพลาสม่า ที่ไม่โหดเท่าไหร่ ใช้ เอนโรฟ๊อกซ่า ก็ได้


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 10, 2017, 11:51:08 AM
C. แบ่งตามสูตรผสม ก็มี 2 อย่างคือ เป็นยาตัวเดียวโดดๆ กับ ยาที่ผสมกัน ... อย่าง เพนสเตร็ป ก็เป็นสูตรผสม เพนนิซิลิน  จี กับ สเตรปโตมายซิน  

การผสมยาก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยาให้ดีขึ้น ....แต่หากว่าเราใช้ยาเป็น เราใช้สารเคมีเดี่ยวๆ จะได้ต้นทุนค่ายาที่ถูกกว่า

ยามาตรฐาน ควรใช้ อ๊อกซี่ จะดีกว่า เพ็นสเตร็ป  เพราะผลข้างเคียงน้อยกว่า การใช้งานที่กว้างขวางมากๆ ทำให้โรคพื้นๆ ก็เอาอยู่แล้ว .... แถมราคาก็ถูกที่สุดแล้วด้วย

เพ็นสเตรป ควรเป็นยาระดับหลังๆ ที่เกินกว่า อ๊อกซี่ จะเอาอยู่แล้ว หรือ เป็นโรคเฉพาะ ในระดับสูงๆแล้ว จะดีกว่า .... ที่สำคัญที่สุด สเตร็ปโตมายซิน  อันตรายหากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ยาสูง อีกทั้งอาการแพ้ยารุนแรงมากๆ

ผมใช้ยี่ห้อ โซต้าเพน ( sotapen ) ในลำดับความแรง ต่อจาก อ๊อกซี่ เพราะ สเตร๊ปโตมายซิน มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้ยาสูง


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 10, 2017, 12:13:06 PM
2. ยาแก้ไข้ แก้ปวด .... เป็นตาต้าน พรอสตาแกลนดิน ที่ระบบประสาท เพื่อช่วยลดอาการไข้ อาการปวด - บวม ต่างๆ ... สารแต่ละตัวจะออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกันไป ทำให้รักษาอาการได้ต่างกัน

ยากลุ่มนี้ ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นยารักษาอาการ ... เพื่อให้สัตว์มีอาการดีขึ้น แล้วลุกมาทำกิจกรรม กินอาหาร เพื่อไม่ให้อาการป่วยทรุดหนักลงไปจากการนอนซม ไม่ลุกขึ้นมากินอาหาร ..... แต่จะไม่สามารถรักษาเขื้อโรคได้ หากเป็นการป่วยจากการติดเชื้อ เราต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ร่วมด้วย

2.1 ) สารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง .... พวกนี้จะช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อน แก้ปวดหัว แก้ปวดตามร่างกาย ... ได้แก่  พาราเซทตาม่อล / ไดพายโรน / เมตาไมโซล / ฟีนิลบิวทาโซล / ซัลพายริน / แอสไพริน  ( ซาลิไซลิล อซิเตท ) ..... บอกคนขายยาว่า ยาแก้ไข้ แค่นั้นจบ เพราะใช้แทนกันได้

2.2 ) สารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ร่วมกับส่วนปลาย ... พวกนี้จะสามารถแก้ได้ทั้ง การปวดบวมอักเสบ และ ช่วยลดไข .... ได้แก่ แอสไพริน / ฟินิวบิวทาโซน / ไอบูโปรเฟน ยากลุ่มนี้จะแก้ไข้ได้ไม่ถึงกะดีนัก

2.3 ) สารที่ออกฤทธิ์ดีที่ระบบประสาทส่วนนอก และ ปลายประสาท ... พวกนี้จะได้ผลดีต่ออาการ ปวด บวม อักเสบ ข้อขาอักเสบ ขาเจ็บ ไข้ข้อ / ไข้ขา .... ได้แก่  เด๊กซ่าเมธาโซน  ไดโคลฟีแนกซ์ .... บอกคนขายยาว่า ยาแก้ไข้ข้อ / ไข้ขา จบ

[ ข้อควรระวัง /color] เด๊กซ่าเมธาโซน ( Dexamethazone ) มีผลข้างเคียงในการไปสลาย ซีแอล ( CL - Corpuslutium ) ของรังไข่ ซึ่งจะทำให้  แท้งลูก  ในทันที (  ถ้าช่วงเป็นสัด จะผสมไม่ติด ) หากเป็นงัวท้อง  ต้อง  เลี่ยงมาใช้ ไดโคลฟีแนกซ์ แทน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 10, 2017, 12:16:23 PM
ปรกติ ยาผมก็มีแค่นี้คับ ... ที่เหลือ ก็แค่ยาพยาธิ ยาบำรุง เกลือแร่ ก็สุดแล้วแต่เราจะใช้

อ้อ ..... ลืมไปอย่าง  ธาติเหล็ก อันนี้สำคัญนะ เพราะลูกงัวเล็กๆ จะมีปัญหาโลหิตจาง ฉีดธาตุเหล็กบ่อยๆ ลูกงัวจะเเข็งแรง ไม่ค่อยป่วย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มกราคม 12, 2017, 02:45:37 PM
ขอบคุณครับท่านmarkonikove หลังจากที่ผมอ่านวนไปวนมาหลายรอบ ผมก็งงเองครับและคิดว่ามือใหม่หลายท่านก็คงงง
หากผมเข้าใจไม่ผิดคือ..1.ยาปฏิชีวนะที่ควรใช้หากเป็นน้อยใช้อ๊อกซี่ก่อน อีกระดับใช้โซตาเพรน อีกระดับใช้เพนเสต๊ป ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ
ขอถามต่อนะครับ แบบไหนเรียกเป็นน้อยแบบไหนเรียกเป็นมากครับ ผมวัวคลอดลูกฉีดเพนเสต๊ป มองดูขาเจ็บฉีดเพนเสต๊ป เป็นแผลมองน่าจะอักเสบ
ฉีดเพนเสต๊ป..55 มั่วเลยครับยาตัวเดียว ที่ไม่ได้ฉีดยาคือมีน้ำมูกใสไหล เห็นเป็น 2-3 วันก็หาย
  2.ยาแก้ไข้ แก้ปวดที่ว่าเป็นยาต้านชื่อยาอะไรครับ ควรฉีดตอนไหน ฉีดพร้อมกับยาข้อ1.ใช้ไหมครับ
ที่ไม่ไปถามร้านขายยาเพราะบางทีเวลาไปหมอไม่อยู่ครับ อยู่แต่ลูกจ้างพอถามดันถามเรากลับเบอร์โทร.หมอติดอยู่โทรไปก็ไม่รับกลับก็เสียเที่ยว..เซ็ง
  ขอบคุณครับ....






หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 12, 2017, 04:05:28 PM
โซตาเพน กะ เพนสเตร็ป ระดับเดียวกัน แค่ว่าเราจะเลือกใช้ตัวใหน ( แต่ผมจะเลี่ยง สเตร๊ปโตมายซิน เพราะการแพ้รุนแรง )

ที่เล่ามาใช้ยาถูกตามโรคแล้วคับ แค่ว่าเลือกใช้ยาแรงตั้งแต่แรกไปเลยเท่านั้น ซึ่งผลทางลบก็ไม่มีอะไรมาก แค่ .... เปลืองตังเท่านั้น ....

เพนสเตร๊ป ขวดละ 10 ซีๆ ซื้อยกกล่อง 10 ขวด ตกขวดละ 30 - 40 บาท ( ต้นทุนเข็มละ 30 - 40 บาท ) ( โซตาเพน ก็ราคาไกล้ๆกันนี่แหละ ) .... อ๊อกซี่ ขวดละ 70 - 90 บาท ( 100 ซีซี ) ตกต้นทุนเข็มละ 7 - 9 บาท

กับอีกปัญหานึงที่เราต้องตระหนักเอาไว้ ( แต่ยังไม่เคยเจอ ) คือ การดื้อยาของโรค เนื่องจากเราใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยๆ  ซึ่ง เพนสเตร๊ป และ โซตาเพน มันคือยาระดับเกือบๆจะอยู่ปลายยอดแล้ว ถ้ามันดื้อยาตัวนี้ขึ้นมา นั่นหมายความว่าเราต้องใช้ยาที่สูงกว่านี้ไปอีก ( หายากมากๆแล้วล่ะ ที่จะมียาระดับสูงกว่านี้ ) ( แถมราคาต้องแพงยิ่งๆไปกว่านี้แน่ๆ

ที่เล่ามาว่า ใช้ เพนสเตร๊ป นั้น ผมใช้ อ๊อกซี่ เกือบทั้งหมดเลยคับ .... ยกเว้น งัวคลอดลูก เพราะ น้ำนมจะแห้ง เลยใช้ โซตาเพน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มกราคม 12, 2017, 04:15:33 PM
ชื่อยาแก้ไข้ ผมไม่เคยจำชื่อยี่ห้อ ซักที ... ปรกติไปซื้อยา ผมก็ถามหาตัวยาไปเลย ทุกที ( ไม่เคยดูข้างกล่องว่า ยี่ห้ออะไร .... ดูแต่ ส่วนผสม ว่าเป็นตัวสารเคมีชื้ออะไร กี่ % หรือ กี่ mg. )

ซึ่งยาแก้ไข้ แก้ปวด ทุกตัวใช้แทนกันได้หมด ( ยกเว้น dexamethazone )

ยาแก้ไข้ ผมจะใช้ในกรณีงัวมีอาการไข้ ขนหยอง ใบหูเย็น ตัวร้อน ยืนซึมไม่กินหญ้า  .... ฉีดซักไม่เกิน ชั่วโมง ไข้ก็จะลด งัวจะกลับมากินหญ้าต่อ (  แต่พอ ยาหมดฤทธิ์ มันก็จะกลับมาซึมเพราะพิษไข้ต่อ )

ยาแก้ปวดบวม ส่วนใหญ่จะใช้กรณี เดินขากะเผลก  ข้อเท้าบวม ขาบวม เพราะอุบัติเหตุ ทะเลาะกัน หรือป่วยเป็นไข้ขา / ไข้ข้อ

การใช้งานยาพวกนี้ จะใชัก็ต่อเมื่อมีอาการเท่านั้น โดยจะฉีดกันคนละฝั่งกับยาปฏิชีวนะ ....  อย่างเป็นไข้ขา ( ถ้าคนก็คือ ไข้หวัด ธรรมดา ) จะฉีด 2 - 3 เข็ม โดยใช้ อ๊อกซี่ แน่นอน ส่วนดูอาการ ถ้ามีไข้ ก็ฉีดยาแก้ไข้ ถ้าข้อเท้าบวม - เดินลำบาก ก็เพิ่มยาแก้ปวดบวม ไปอีกเข็ม


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มกราคม 13, 2017, 11:46:26 AM
ขอบคุณครับ..เดี๋ยวต้องไปหาแก้ไข้ แก้ปวด มาติดคอกไว้มั่งละครับและถ้าเพนเสต๊ปหมดก็เปลี่ยนเป็นโซตาเพนแทน



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jew007 ที่ มกราคม 16, 2017, 04:31:42 PM
ผมตามอ่านกระทู้งัวในเว็ป กพพ และเว็ปอื่นๆอยู่นาน ขอขอบคุณพี่ marko ที่ให้ความรู้ ในทุกมิติ เรื่องงัว ครับ
อนาคต ผมจะเอาข้อมูลที่พี่บอกเล่าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2017, 02:10:12 PM
มีเรื่องให้ขบคิดเกี่ยวกับการให้หญ้าวัวครับ วัวบางตัวมองดูผอมลงครับ แต่ที่ลูกกินนมก็พอคิดได้ว่าลูกกินนมอยู่
แต่ที่ไม่มีลูกหรือกำลังท้องทำไมมันดูผอมลงครับ ช่วงนี้ให้ต้นข้าวโพดสดที่หักฝักแล้วโม่วันละประมาณ 90 เข่ง
เช้าเก้าโมง 40 เข่ง เย็นสี่โมง 50 เข่ง วัว 40 กว่าตัว กินเหลือทุกวัน วันละประมาณ 5 เข่งโกยทิ้งและให้ใหม่ทุกวัน
ปล่อยออกเดินเล่นในที่ 1 ไร่ตอนเที่ยงถึงบ่ายสามทุกวัน ข้านโพดโม่เข่งหนึ่งประมาณ 20 กก.ครับกะเอาไม่ตราชั่ง
ทำไมวัวดูผอมลง พ่อค้าและหลายคนมาดูบอกว่าต้องให้อาหารเม็ดวันละประมาณ 1 กก./ตัว เพิ่มค่าใช้จ่ายอีกวันละ
300-400 บาท และผมคิดว่าวัวมันน่าจะโตได้ด้วยหญ้าตามธรรมชาติของมันเลยยังไม่ให้ครับ ท่านmarkonและท่านอื่น
คิดเห็นว่ายังไงครับ ถ่ายพยาธิทั้งกรอกและฉีดยกครอกทุกหกเดือนหรือเราคิดไปเองว่าผอม มองเห็นริ้วๆซีโครงด้านข้าง
บางตัวที่ไม่ผอมคือมองไม่เห็นริ้วซีโครงที่ว่านี่ครับ จะพยายามถ่ายรูปมาลงก็นะ โทรศัพท์ไม่มีกล้องครับจะเอากล้องไปก็ลืมทุกที
ช่วยแนะนำหรือความคิดเห็นหน่อยครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นครับ....

 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2017, 04:31:55 PM
ผอมมาตั้งแต่ที่ซื้อมาแล้ว หรือมาผอมที่เราคับ

ถ้าผอมมา มีความเป็นไปได้ว่าเกิดอะไรบางอย่างต่อสุขภาพงัวจากเจ้ของเก่าหรือเปล่า ...

ถ้าอ้วนมาแล้วมาทรุดที่เราจากนั้นก็ไม่เคยอ้วนเลย มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะพึ่งเกิดปัญหาก่อนจะขายมา เลยมาแสดงอาการที่เรา

ถ้าอยู่กับเราแล้วเคยอ้วนมาก่อน  อาจจะเกิดปัญหาด้านสุขภาพในช่วงที่เราเลี้ยงดู

ข้าวโพดสดหักฝัก เป็นข้าวโพดหวานที่เขากินฝักสดกัน ... บ้านผมเรียกว่าอาหารชั้นเลิศเลยนะ  ถ้ากินแล้วผอมนี่ ไม่ใช่ล่ะ

ส่วนเรื่องอาหารถุง ถ้าไม่ได้กิน หญ้าหมัก กินฟาง กินเปลือกข้าวโพด หรืออาหารแห้งคุณภาพต่ำๆ .... ไม่ต้องให้หรอกคับ เปลืองต้นทุนเสียเปล่าๆ

.............

จริงๆ ในกระทู้นี้ ผมเคยพูดไปแล้วนะ เรื่องการจัดการอาหารสัตว์ ให้สัตว์กินอาหารหลากหลาย ... ต่อให้มนุษย์เรา ได้กินอาหารดีๆ ซ้ำๆ กันทุกวันนานๆเข้า เราก็เกิดอาการเซงอาหารได้นะ ... งัวผมก็เป็น ปล่อยแปลงหญ้า กินแต่ยอดหญ้าชนิดเดิมๆ โดยไม่มีหญ้าอื่นๆปนเลย  ซัก 2 - 3 อาทิตย์ พวกเกิดอาการประท้วง ไม่อยากกินยอดหญ้าซะงั้น ...

กรณีนี้ ถ้างัวกินอาหารได้ นน. ไกล้เคียงกับที่ประเมินจาก นน. ตัวงัวแล้ว ซึ่งไม่น่าจะอด ( 10 % สำหรับแม่ตัวเปล่า - 15 % แม่ให้นมลูก )  เราต้องพิจารณารายตัวแล้วล่ะคับ ดูพฤติกรรมการกินอาหารรายวัน ว่างัวกินอาหารดีแค่ใหน ... เพราะวัวบางตัวมันเกิดอาการเซงอาหาร หรือ อ่อนแอ สู้เขาไม่ได้ จึงเกิดอาการขี้เกียจไปแย่งอาหาร หรือ บางตัว เรื่องมาก ไม่กินเดนใคร ( ถ้ามีใครเข้าไปกินบริเวณนั้นแล้วมันจะไม่กินอีกเลย )



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2017, 04:41:10 PM
ปัญหาสุขภาพสัตว์  แล้วทำให้งัวค่อยๆ ผอมลงทีละน้อยโดยไม่เคยอ้วนเลย ( ต่อให้เราเลี้ยงดีแค่ใหนก็ตาม ) เกิดขึ้นได้หลากหลายกรณี

1. โดนหม้อแจ๊ค ... งัวกินถุงพลาสติก เชือกมัดฟาง  หรือกินสิ่งแปลกปลอมบางอย่างเข้าไปแล้วทำให้ระบบย่อยอาหารล้มเหลว ... เราจะไปรู้กันอีกทีตอนงัวเราตายแล้ว ให้ซากเขาไปกิน คนชำแหละ เอากระเพาะมาให้เราดู เชือก หรือถุงพลาสติก เข้าไปแทรกตามกระเพาะแล้วไม่ยอมหลุดออก

2. โดนสารเคมี ... กรัมม๊อกโซน ... ยาฆ่าหญ้า พาราควอท เป็นสารพิษร้ายแรงที่อันตรายมากๆ มันจะเป็นพิษต่อตับ และไต ... ถ้าโดนมากๆ ก็ไตวายเฉียบพลัน ( ตายภายในไม่กี่วัน ) ถ้าโดนน้อยๆ ก็ไตวายเรื้อรัง ตับเป็นจุดเนื้อตาย  จากนั้นก็จะค่อยๆผอมอย่างช้าๆ แล้วตายในที่สุด

3. เคยป่วยหนักมาก่อนจนทำให้อวัยวะภายในบางอย่างเสื่อมสภาพ

4. โรคเรื้อรังบางชนิด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2017, 05:17:51 PM
โรคติดต่อเรื้อรัง ผมก็รู้จักแค่ พาราทิวเบอคูโรซิส เท่านั้นแหละ

โรคนี้จะทำให้ งัว - ควาย เกิดอาการลำใส้อักเสบเรื้อรัง สัตว์จะค่อยๆผอมลงอย่างช้าๆ พร้อมๆ กับอาการท้องเสียเรื้อรัง ( หรือ แค่ขี้เหลว ) ...งัวจะแสดงอาการไม่เด่นชัดอยู่ 1 - 3 ปี ( แต่มาตรฐาน คือ 2 ปี )  จากนั้นพอถึงช่วงสุดท้ายของอาการ งัวจะเกิดอาการท้องเสียอย่างต่อเนื่อง และจะผอมมากๆ .... เราไม่สามารถเรียกงัวเรากลับคืนมาได้อีกแล้ว เพราะระบบลำใส้งัว เสียหายเกินเยียวยาไปแล้ว

ประสบการณ์ ผมเจอกับงัวผม ... คือ พ่อผมซื้องัวจากพ่อค้า มาแม่นึง ( ตอนซื้อก็อ้วนๆสมบูรณ์นี่แหละ )  พ่อบอกว่า งัวตัวนี้ตั้งแต่ซื้อมา ไม่เคยขี้ปั้นก้อนได้เลย ... พ่อผมเลี้ยงงัวตัวนี้อยู่ 2 ปี ได้ลูก 3 ตัว ( ตอนซื้อมีลูกกินนมอยู่ตัวนึง ) ( เก็บลูกตัวเมียเอาไว้เป็นแม่ในฝูง ตัวนึง ... ตอนนี้ มีชุดตระกูลนี้ออกลูกให้เก็บ เป็นแม่งัวในฝูงอยู่ 4 ตัว  ) 

ผมกลับบ้านมา จ๊ะเอ๋ ใช่เลย พาราทิวเบอคูโรซิส ชัดๆ ... เลยจัดการขายแม่ตัวที่เป็นเข้าโรงเชือดไป ในราคางัวกากๆ ( เพราะมันผอมจนเหลือแต่ซี่โครง ) ... จากนั้นเดินเชคทั้งฝูง ติดตามอาการต่อเนื่องอยู่ 2 ปี พบว่า ลูกสาว มันเป็น ( คงจะติดมาจากแม่ช่วงกินนม ... ตอนนั้นยังเป็นลูกงัวสาวไกล้จะทับแล้ว )  กับ แม่งัวในฝูงอีก 1 ตัว ( ตัวนี้ มาแสดงอาการให้เห็นหลังจากเฝ้าสังเกตุอาการได้ 1 ปีไปแล้ว )

เนื่องจากงัวพึ่งเริ่มแสดงอาการให้เห็นเล็กๆน้อยๆ คือ จะมีอาการขี้เหลวเรื้อรัง ( ยังไม่ท้องเสีย ) จะแสดงอาการแบบเป็นๆหายๆ เป็นทั้งที่ไม่ได้กินหญ้าอ่อน ( ขนาดตัวอื่นๆในฝูง ยังขี้เป็นก้อนกลมๆ แข็งๆ แถมขี้ยาก ยืนเบ่งตัวเกรง ... แต่มันกลับขี้เหลวซะงั้น )

ผมรักษาด้วยการให้ยา เอ็นโรฟ๊อกซาซิน ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 - 4 เดือน โดยมีโปรแกรมการให้ยา คือ

1. ) ให้ยา เมโทรนิดาโซล 20 กรัม ( อีกตัวให้กิน 15 กรัม )  ในวันแรกของการรักษา .... เป็นยากินชนิดเม็ดของคนนี่แหละ เอามายัดใส่กล้วยสุกให้กินในคราวเดียว

2. ) วันรุ่งขึ้น ฉีดยา เอ็นโรฟ๊อกซาซิน สำหรับสัตว์ 10 ซีซี ทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน ( หมดยาไป รวดเดียว 3 ขวด )

3. ) ให้ยาเม็ด เมโทรนิดาโซล 15 กรัมในคราวเดียวอีกครั้ง ( อีกตัวให้ 10 กรัม )

4. ) จากนั้นก็ให้ เอ๊นโรซอกซาซิน วัน เว้น วันต่อเนื่องไปอีก 1 เดือน

5. ) เดือนที่ 3 ให้แบบ วัน เว้น 2 วัน ไปอีกซักพัก

แล้วสังเกตุอาการณ์ต่อเนื่องอีก 2 ปี ...ผ่านมาก็ 6 - 7 ปีแล้ว งัวเหล่านั้นก็ยังอยู่ในคอกผม และ ไม่มีตัวใหนแสดงอาการให้เห็นอีกเลย .... เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ปศุสัตว์ สุ่มตรวจเลือดงัวเพื่อหาเชื้อ พาราทิวเบอคูโรซิส และ แท้งติดต่อ ผมรีบเอา 2 ตัวนี้ให้เขาดึงเลือดก่อนเลย .... ผลเลือดออกมาเป็น  ลบ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2017, 07:54:44 PM
วัวมาผอมที่เราครับ...แต่ผอมลงนิดหน่อยครับไม่ได้มากแบบซี่โครงบาน
บางคนมาดูว่าไม่ผอม แต่เราเลี้ยงมาเรามองดูรู้ว่ามันผอมลงหรือเป็นช่วงที่อาหารขาดปาก
แบบท่านเคยว่ามันเลยผอมลงเดี่ยวลงสังเกตุอีกซัก 3 เดือนดูครับ ระหว่างนี้ก็เลี้ยงกันต่อไปครับ
   มีเรื่องการใช้พ่อพันธุ์มาถามซ้ำอีกแล้วครับ เกือบทุกคนที่มาดูมาพูดคุยด้วยชวนให้ใช้พ่อเล่ย์
เข้าทับแทบทุกคนบอกผมว่าจะขายลูกตอนหย่านมได้ราคาดีกว่าบรามันครับ โดยส่วนตัวไม่รู้ว่าจริงไหม
ช่วยวิเคราะห์ทีครับ เพราะกะขายลูกออกทั้งผู้และเมียไม่เก็บไว้เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนพ่อพันธุ์ครับ
จะใช้พ่อเล่ย์เลือดสูงหรือบรามันเลือดร้อยดีครับ จากแม่พันธุ์ลูกผสมบารมันเลี้ยงแบบกึ่งยืนโรงครับไม่ได้ไล่ทุ่ง


 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2017, 02:50:07 PM
พ่อพันธุ์ เล่ เลือดสูงๆบ้านเราหายากมากๆ จะมีก็ฟาร์มเศรษฐี ที่เขาเลี้ยงงัวไม่แคร์ต้นทุนเท่านั้น ... ซึ่งส่วนใหญ่จะขายแพงมากๆ  ...  แต่ถ้าเราโชคดี ไปเจอคนที่ถูกชะตากันแล้วขายให้มาในราคาถูกๆ เพราะเขาไม่อยากเก็บเอาไว้  ก็ถือว่าโชคดีไป

เล่เลือด 50 - 65 % เอามาทับแม่บราห์มัน ดูออกคับ ว่าเลือดไม่ถึงระดับที่จะได้ราคาแต้มต่อจากสายพันธุ์ ... สุดท้ายเราก็ต้องขายราคาเดียวกะบราห์มันอยู่ดี ( แต่โครงสร้างจะสมบูรณ์กว่าบราห์มัน ชาวบ้านทั่วๆไป ... ยังไงเสีย มันก็คงไม่ดีเกินบราห์มันฟาร์มใหญ่เขาไปได้หรอก )

( เฉพาะตัวผู้นะ ) ราคา เล่ กะ บราห์มัน ช่วงนี้ไม่ต่างกันคับ ...  เล่ จะราคาดีๆ ในช่วงเศรษฐกิจดีๆ การท่องเที่ยวบูมๆ ( ไม่ใช่นักท่องเที่ยวจีนนะ ... พวกนี้ ขี้เหนียว ) ... งัวเล่ เขาจะเอาไปขุนเกรดดีๆ ให้ไขมันแทรกเนื้อแล้วเอามาขายแพงๆ ซึ่งจะต้องขายให้กะคนมีตัง หรือ นักท่องเที่ยว

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โดยปรกติแล้ว ราคาเล่ ตัวผู้ จะไม่เคยต่ำกว่าบราห์มันเลยแม้แต่ครั้งเดียว  ...ช่วงปี 53 - 54 ราคาแพงกว่าบราห์มันถึง 50 % เลยทีเดียว ( แล้วค่อยๆร่วงลงมาเรื่อยๆ จนวันนี้ ราคาเดียวกันทุกประการ )

( ลูกตัวเมีย ) เป็นกระแสอยู่พักนึงในช่วงปี 54 - 56 เพราะลูกตัวผู้แพงกว่ากันเยอะมากๆ เลยทำให้มีคนสนใจซื้อไปเลี้ยงเยอะ กอปรกับช่วงนั้น เศรษฐกิจกำลังขึ้น คนในเมืองพอจะมีเงินเก็บกันเยอะ เลยทำให้มีคนกำเงินมาซื้องัวฝากคนที่บ้านนอกเลี้ยงกันเยอะ ซึ่งคนเหล่านี้จะหาความรู้ผ่าน เวบไซด์ - นิตยสารต่างๆ - และ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของกรมปศุสัตว์  ( ซึ่งเป็นกลุ่มคน มีความรู้ แต่ไร้ประสบการณ์ทั้งสิ้น )

จึงทำให้ ดีมานด์ ของราคางัวเล่ ตัวเมียสูงมากๆในช่วงนั้น

พอเข้าปี 57 ราคางัวเล่ตัวเมียเริ่มตกลงอย่างรวดเร็ว จนราคาถูกกว่าบราห์มัน ภายในเวลาไม่กี่เดือน ( แต่ตัวผู้ราคาเท่ากะบราห์มันไปตั้งแต่ปี 56 แล้ว )

วันนี้ เล่ตัวเมีย จะราคาถูกกว่าบราห์มันราวๆ ตัวละ 2 พันบาท ... คือ ราคาเท่ากะเนื้อชำแหละได้ ....เพราะไม่มีคนสนใจซื้อไปเลี้ยง ในขณะที่บราห์มัน จะได้ราคาเกินเนื้อไป ราวๆ 2 พันบาท


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2017, 02:57:25 PM
งัวทุกสายพันธุ์ มันไม่มีพันธุ์ใหนดีกว่าใครหรอกคับ ... มันอยู่ที่ความพร้อมของเราตะหาก

อย่างการเลี้ยงงัวแบบกึ่งยืนโรง จะทำให้เราสามารถเลี่ยงงัวได้ทุกสายพันธุ์โดยไม่มีปัญหาอะไร ... การเลี้ยงงัวยุโรป จึงเป็นเรื่องที่เราสามารทำได้

ในขณะที่ ราคา บราห์มัน กับ ยุโรป มันก็แล้วแต่ช่วงจังหวะเวลา ว่าเราจะเลือกเอาแบบใหน  .... บราห์มัน ราคาลูกตัวผู้ด้อยกว่า เล่ แต่ ตัวเมีย ก็เหนือกว่า เล่ ในช่วงเวลาปรกติ .... ส่วนเล่ ถ้าโดนจังหวะดีๆ เราก็ได้ดีทั้งตัวผู้ และ ตัวเมีย ... แต่ถ้า จังหวะไม่มี ( หรือเราไม่สนเรื่องดวง ) บราห์มัน ก็ได้ดีทั้งตัวผู้ ตัวเมีย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: adulsri ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2017, 03:12:53 PM
ขอความรู้เพิ่มหน่อยว่า สถานการณ์เรื่องราคาเล่ย์ - บราห์มัน ปี 60 ละครับ เป็นยังไง


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2017, 07:32:36 PM
ขอบคุณครับสำหรับคำตอบ เดี่ยวจะลองคัดแม่พันธุ์แยกออกมาแล้วลองหาพ่อเล่ย์มาลองทับดูครับ
แล้วจะลองเปรียบเทียบการเจริญเติบโตและราคาตอนขายออกดูกับบรามันครับ ...



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2017, 09:42:54 PM
ขอความรู้เพิ่มหน่อยว่า สถานการณ์เรื่องราคาเล่ย์ - บราห์มัน ปี 60 ละครับ เป็นยังไง

เศรษฐกิจโลกขาลง ( มีผู้รู้บอกว่า ลงเกือบจะสุดแล้ว ) ตัวนักท่องเที่ยวเองก็ไม่ค่อยมีเงินอยู่แล้ว

สถาณการณ์ประเทศไทยไม่เอื้อต่อการท่องเที่ยว และ ลงทุน ใครเขาจะมาเที่ยว กันล่ะ ( เมื่อบวกกับสถาณการณ์โลก .... เละไปใหญ่ )

อีก 2 ปีจะฟื้นหรือเปล่ายังไม่แน่ใจ เพราะมีแนวโนมว่า ลุงตูบ จะยังคงอยู่กะเราไปอีกนาน การท่องเที่ยวก็จะยังคงซบ คู่ๆกะการอยู่ยั้งของ ลุงตูบ ต่อไป ( ต่อให้ ลุงตูบ ไปแล้ว ความขัดแย้งก็ยังคงอยู่ต่อเช่นเดิม ความวุ่นวายก็จะผลักใส เศรษญกิจต่อไปอยู่ดี ) ( แถมเปิด FTA Australia ด้วย เนื้องัวเกรดสูงๆจากออสเตรเลีย ได้ตีกันสนุกแน่ๆ ) .... อณาคตไม่สวย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sompol ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2017, 06:10:12 AM
...ช่วงขาลงนี้ใครมีตังเก็บไว้เฉยๆ เอามาซื้อวัวเก็บไว้ ดีไหมครับ มีลงก็ต้องมีขึ้น


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2017, 08:05:10 AM
...ช่วงขาลงนี้ใครมีตังเก็บไว้เฉยๆ เอามาซื้อวัวเก็บไว้ ดีไหมครับ มีลงก็ต้องมีขึ้น

ต้องพจารณาปัจจัยเรื่อง เรามีปัญญาดูแลงัวได้ไหม

ราคางัวบราห์มัน คงไม่ขึ้นอีกยาว เพราะเปิด AEC ทำให้งัว - ควาย จาก พม่า บังคลาเทศ อินเดีย และ เนปาล ทะลักเข้ามายาวแน่ๆ ( อาจจะลงได้อีกเล็กน้อย ) ... ( ความเห็นส่วนตัวนะ .... ผมว่าคงไม่ขึ้นไปอีกอย่างน้อยร่วม 10 ปีแน่ๆ )

ส่วนพวก เล่ - แองกัส ถ้าเศรษฐกิจดีๆ น่าจะขึ้นได้อีกเยอะ แบะจะขึ้นเป็นเวลาต่อเนื่องร่วม 3 - 4 ปีแน่ๆ เพราะว่า เมื่อเศรษฐกิจฟื้น เนื้องัวแพงๆจะกลับมาขายดีอีกครั้ง แต่จะหาคนผลิตไม้ได้ ( เพราะหันไปผลิตบราห์มันกันหมด ) ... จากนั้นกระแสจะขึ้นต่อเนื่อง เพราะคนเห็นยุโรปราคาดี ( ในขณะที่บราห์มันราคาตก )  คนก็จะเรียกหาแม่งัวยุโรปมาเลี้ยงกันให้ควั้กไปหมด จนเกิดภาวะ ดีมานด์ สูงกว่า ซัพพลาย มากๆอยู่นานแน่ๆ ( เพราะกว่าจะผลิตแม่งัวได้ซักตัวจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 - 5 ปี )

หากว่าเราพอจะสามารถเลี้ยงงัวได้ ตอนนี้ซื้อลูกตัวเมียยุโรปเก็บไว้รอกระแส ... ได้ราคาดีแน่ๆ

... ต่อให้ไม่มีกระแส เราก็ยังได้ราคาไม่ต่างจากบราห์มันเท่าไหร่หรอก ... ช้วงนี้ก็เอาพ่อบราห์มันผสมลงไปก่อน เพื่อให้ลูกออกมาชิดไปทางบราห์มัน ราคาจะดีกว่า เล่ เล็กน้อย ( อาจจะน้อยกว่า บราห์มันเล็กน้อย )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2017, 06:47:02 AM
ปกติพันธุ์ชาโรเล่ย์มันเชื่องไหมครับไปแอบดูพ่อเล่ย์คนรู้จักกันมาขนาดเจ้าของมันเอง
มันยังสะพัดหัวงิดงัดๆดีที่ตัวนี้มันไม่มีเขา เจ้าของแกว่าเชื่องๆผมดูยังไงก็ไม่เชื่อง (ตัวนี้นะ)
มันเป็นเหมือนกันทุกตัวเปล่าหว่า...ส่วนเรื่องราคาวัวจะขึ้นจะลงผมว่าไม่น่าจะกระทบกับผมครับ
เพราะคิดว่าเลี้ยงด้วยหญ้า ต้นทุนคงมีเรื่องค่าแรงงานมากกว่าครับกับเวลาแรงงานออกครับ
เริ่มปล่อยวัวครั้งแรกเมษาปี58 เมษานี้จะครับ2ปี เปลี่ยนคนงานไปจะสิบคนอยู่แล้วครับ
ออกเองนะครับไม่เคยไล่ใครออกเลย ส่วนใหญ่บอกออกไปทำก่อสร้างกันครับ

 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2017, 09:08:35 PM
เรื่องธรรมดาของการทำเกษตรกรรมที่เราจะหาแรงงานยาก ... คนเขาจึงต้องจำใจเลี้ยงงัวแบบปล่อยแปลงหญ้าแล้วใช้ที่ดินเยอะหน่อย ... ถ้าคนงานเขามองว่าทำตรงนี้แล้วคุ้มค่า เจ้าของงัวแทบทุกคนเขาก็จะปลูกหญ้า เนเปียร์ แล้วตัดสับให้กินกันหมดแล้วล่ะ ( ใช้ที่ดินไม่กี่ไร่เอง )

........

เล่ คุ้น และ เชื่องกว่า บราห์มัน แน่นอนคับ ... แต่ เล่ จะขี้หงุดหงิด และ ดุ คับ

เนื่องจากมันเป็นงัวเมืองหนาว เมื่อมาเจออากาศร้อนๆในเมืองไทย ก็เป็นเรื่องปรกติที่มันจะเป็นแบบที่เห็น ( ตัวเมีย ก็เป็นเหมือนกัน ) ... อีกทั้ง แมลง บ้านเราโหดมากๆ มันจะหงุดหงิดหนักไปอีก

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ คนส่วนใหญ่จะเลี่ยงการเลี้ยงแม่เล่ คับ .... มันดุ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ กุมภาพันธ์ 14, 2017, 06:55:22 AM
เรื่องธรรมดาของการทำเกษตรกรรมที่เราจะหาแรงงานยาก ... คนเขาจึงต้องจำใจเลี้ยงงัวแบบปล่อยแปลงหญ้าแล้วใช้ที่ดินเยอะหน่อย ... ถ้าคนงานเขามองว่าทำตรงนี้แล้วคุ้มค่า เจ้าของงัวแทบทุกคนเขาก็จะปลูกหญ้า เนเปียร์ แล้วตัดสับให้กินกันหมดแล้วล่ะ ( ใช้ที่ดินไม่กี่ไร่เอง )

........

เล่ คุ้น และ เชื่องกว่า บราห์มัน แน่นอนคับ ... แต่ เล่ จะขี้หงุดหงิด และ ดุ คับ

เนื่องจากมันเป็นงัวเมืองหนาว เมื่อมาเจออากาศร้อนๆในเมืองไทย ก็เป็นเรื่องปรกติที่มันจะเป็นแบบที่เห็น ( ตัวเมีย ก็เป็นเหมือนกัน ) ... อีกทั้ง แมลง บ้านเราโหดมากๆ มันจะหงุดหงิดหนักไปอีก

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ คนส่วนใหญ่จะเลี่ยงการเลี้ยงแม่เล่ คับ .... มันดุ

ครับ..ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำต่างๆ คงต้องค่อยๆทำไปครับไม่งั้นเงินจะบานไปเรื่อยๆหาจุดคุ้มทุนไม่เจอครับ
คงต้องระงับความอยากไว้นอกจากจะเอาพ่อบรามันเลือดร้อยไปแลกเล่เลือดสูง ซึ่งคิดว่าคงหาที่เค้าพอใจของเราและ
เราพอใจของเค้ายากครับ ก็เลี้ยงต่อไปรอขายลูกไปก่อนครับ ตอนนี้ขายลูกไป 3 ตัว อายุ 7-10 เดือน ได้ราคา
22,000-27,000 ถือว่าเป็นราคาที่ผมพอใจครับ แต่ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง..



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 14, 2017, 07:15:59 AM
งัวเนื้อแบบเลี้ยงเพื่อขายงัวเข้ากระบวนการผลิตเนื้อ .... ราคานี้แหละ

อยากได้แพงกว่านี้เยอะๆ ก็ต้องเลี้ยงงัวเนื้อแบบไอ้พวกที่ชอบทะลาะกับผม


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ิboo23 ที่ กุมภาพันธ์ 14, 2017, 10:20:20 AM
...ช่วงขาลงนี้ใครมีตังเก็บไว้เฉยๆ เอามาซื้อวัวเก็บไว้ ดีไหมครับ มีลงก็ต้องมีขึ้น

ต้องพจารณาปัจจัยเรื่อง เรามีปัญญาดูแลงัวได้ไหม

ราคางัวบราห์มัน คงไม่ขึ้นอีกยาว เพราะเปิด AEC ทำให้งัว - ควาย จาก พม่า บังคลาเทศ อินเดีย และ เนปาล ทะลักเข้ามายาวแน่ๆ ( อาจจะลงได้อีกเล็กน้อย ) ... ( ความเห็นส่วนตัวนะ .... ผมว่าคงไม่ขึ้นไปอีกอย่างน้อยร่วม 10 ปีแน่ๆ )

ส่วนพวก เล่ - แองกัส ถ้าเศรษฐกิจดีๆ น่าจะขึ้นได้อีกเยอะ แบะจะขึ้นเป็นเวลาต่อเนื่องร่วม 3 - 4 ปีแน่ๆ เพราะว่า เมื่อเศรษฐกิจฟื้น เนื้องัวแพงๆจะกลับมาขายดีอีกครั้ง แต่จะหาคนผลิตไม้ได้ ( เพราะหันไปผลิตบราห์มันกันหมด ) ... จากนั้นกระแสจะขึ้นต่อเนื่อง เพราะคนเห็นยุโรปราคาดี ( ในขณะที่บราห์มันราคาตก )  คนก็จะเรียกหาแม่งัวยุโรปมาเลี้ยงกันให้ควั้กไปหมด จนเกิดภาวะ ดีมานด์ สูงกว่า ซัพพลาย มากๆอยู่นานแน่ๆ ( เพราะกว่าจะผลิตแม่งัวได้ซักตัวจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 - 5 ปี )

หากว่าเราพอจะสามารถเลี้ยงงัวได้ ตอนนี้ซื้อลูกตัวเมียยุโรปเก็บไว้รอกระแส ... ได้ราคาดีแน่ๆ

... ต่อให้ไม่มีกระแส เราก็ยังได้ราคาไม่ต่างจากบราห์มันเท่าไหร่หรอก ... ช้วงนี้ก็เอาพ่อบราห์มันผสมลงไปก่อน เพื่อให้ลูกออกมาชิดไปทางบราห์มัน ราคาจะดีกว่า เล่ เล็กน้อย ( อาจจะน้อยกว่า บราห์มันเล็กน้อย )
เรียนถามคุณ markonikove
หากต้องการเลี้ยงที่ภาคอีสานตอนบน ควรใช้แม่พันธุ์เล่ย์เลือดสูงกี่เปอร์เซ็นดี ถึงจะเหมาะสมกับสภาพอากาศ หรือจะให้เลือดมันมากกว่าเล่ย์แล้วจะมีผลเรื่องโครงสร้างกับเนื้อหรือไม่


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 14, 2017, 05:55:30 PM
จากประสบการณ์ ได้เลี้ยงเอง และ พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ไปเห็นของคนอื่นๆ

เขตภาคเหนือ ( เลี้ยงเอง ) - อีสานเหนือ ( คุยกะเขา ) - กลาง .... คนที่เลี้ยงกันเเบบชาวบ้านทั่วๆไป เลี้ยงกันเพื่อหวังเงินกำไรจากการขายลูกงัวไปเข้ากระบวนการผลิตเนื้อ ให้งัวกินหญ้าตามฤดูกาล  .... เราเอาแม่เลือด 50 % มาผสมน้ำเชื้อเล่ ผลที่ได้คือ ลูกไม่โต

แต่ของ พวกเสือโหยปั่นกระแส  พวกนายทุน และ พวกเศรษฐีเล่นงัว  ที่เขาเลี้ยงงัวเพื่อเล่นสนุก  หรือ ลงทุนระดับหลายๆสิบล้าน  หรือ หลอกแดรกเงินคนอื่น ...  เขาเลี้ยงจนเลือดขึ้นเกิน 90 % ของเขาไม่มีปัญหาอะไรนะ ( เขาคุยอย่างนั้น แถมเอารูปมาโชว ) ....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ิboo23 ที่ กุมภาพันธ์ 15, 2017, 08:48:50 AM
จากประสบการณ์ ได้เลี้ยงเอง และ พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ไปเห็นของคนอื่นๆ

เขตภาคเหนือ ( เลี้ยงเอง ) - อีสานเหนือ ( คุยกะเขา ) - กลาง .... คนที่เลี้ยงกันเเบบชาวบ้านทั่วๆไป เลี้ยงกันเพื่อหวังเงินกำไรจากการขายลูกงัวไปเข้ากระบวนการผลิตเนื้อ ให้งัวกินหญ้าตามฤดูกาล  .... เราเอาแม่เลือด 50 % มาผสมน้ำเชื้อเล่ ผลที่ได้คือ ลูกไม่โต

แต่ของ พวกเสือโหยปั่นกระแส  พวกนายทุน และ พวกเศรษฐีเล่นงัว  ที่เขาเลี้ยงงัวเพื่อเล่นสนุก  หรือ ลงทุนระดับหลายๆสิบล้าน  หรือ หลอกแดรกเงินคนอื่น ...  เขาเลี้ยงจนเลือดขึ้นเกิน 90 % ของเขาไม่มีปัญหาอะไรนะ ( เขาคุยอย่างนั้น แถมเอารูปมาโชว ) ....
แสดงว่างัวที่มีเลือดยุโรปไม่เหมาะเลี้ยงแบบบ้านๆทั่วไป และที่สำคัญอีสานไม่มีแหล่งอาหารขนราคาถูกถ้าจะเลี้ยงให้ได้เปอร์เซ็นเนื้อเหมือนภาคกลางหรือใต้จำเป็นต้องลงทุนสูงกว่า ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ สรูปต้องเลี้ยงบรามันลูกผสมต่อไปคิดเสียว่าลงทุนน้อยก็ได้กำไรน้อยขาดทุนก็ขาดทุนน้อย ขอถามอีกข้อนะครับถ้าเราเพิ่มให้บรามันเรามีเลือดสูงขึ้นระดับ90%ขึ้นจะมีผลดีผลเสียอย่างไรหรือไม่มีความจำเป็นต้องทำเพราะทำไปก็ไม่ได้อะไรเพิ่ม ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ช.วัฒนา ที่ กุมภาพันธ์ 15, 2017, 10:32:39 AM
มุมมองส่วนตัวนะครับ ผมว่าถ้าเลี้ยงปล่อยใช้ลูกผสมพื้นเมืองบรามัน หรือวัวลูกกระทบที่คิดว่ากินหญ้าเก่งขายและขายง่าย เพราะพวกนี้เอาไปทำลูกชิ้นและเป็นวัวเนื้อประเภทที่เรารับประทานกันอยู่ตามตลาดทั่วไป  ถ้าเป็นลูกผสมวัวเมืองหนาว ผมคิดว่าน่าจะเป็นระบบฟาร์มและมีตลาดบนรองรับ พวกนี้จะเป็นพวกวัวขุนต้นทุนก็ว่ากันไป ราคาเนื้อเกรดวัวขุน ขึ้นตามห้าง ฉะนั้นผมว่าอยู่ที่เรามากกว่า ว่าจะตัดสินใจอย่างไร จะเลี้ยงต้นน้ำ กลางน้ำ ยังไงก็ได้อยู่ที่ว่าพื้นที่นั้นๆเขาเลี้ยงและขายได้ง่ายหรือเปล่าครับ..


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 15, 2017, 01:25:27 PM
มุมมองส่วนตัวนะครับ ผมว่าถ้าเลี้ยงปล่อยใช้ลูกผสมพื้นเมืองบรามัน หรือวัวลูกกระทบที่คิดว่ากินหญ้าเก่งขายและขายง่าย เพราะพวกนี้เอาไปทำลูกชิ้นและเป็นวัวเนื้อประเภทที่เรารับประทานกันอยู่ตามตลาดทั่วไป  ถ้าเป็นลูกผสมวัวเมืองหนาว ผมคิดว่าน่าจะเป็นระบบฟาร์มและมีตลาดบนรองรับ พวกนี้จะเป็นพวกวัวขุนต้นทุนก็ว่ากันไป ราคาเนื้อเกรดวัวขุน ขึ้นตามห้าง ฉะนั้นผมว่าอยู่ที่เรามากกว่า ว่าจะตัดสินใจอย่างไร จะเลี้ยงต้นน้ำ กลางน้ำ ยังไงก็ได้อยู่ที่ว่าพื้นที่นั้นๆเขาเลี้ยงและขายได้ง่ายหรือเปล่าครับ..

นั่นแหละคับ .... ใช่เลย

งัวทุกสายพันธุ์ มีข้อดี - ข้อด้อย ในตัวเอง ไม่มีพันธุ์ใหนดีกว่าใคร

ขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นสำคัญว่าจะเลือกตรงใหน ... กับปัจจัยร่วมอื่นๆ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อม ทรัพยากร เงินทุน ของเรา

........

ส่วนเรื่องเพิ่มระดับสายเลือดบราห์มัน สูงๆ งัวจะมีอัตตราการตอบสนองต่ออาหารคุณภาพสูงๆได้ดีขึ้น  

ปรกติแล้ว เกษตรกรเราจะสังเกตุระดับของสายเลือดงัว ว่าขึ้นสูงได้สุดแค่ใหน ด้วยการดูว่าเราเลี้ยงแม่งัวแล้วให้ผลผลิตดีแค่ใหน  ... ง่ายๆ คือ ตัวใหนเลี้ยงในแบบของการจัดการที่เราทำอยู่แล้ว ไม่ให้ลูก ก็คัดตัวนั้นออกไปเสีย สุดท้ายเราก็จะเหลือแต่งัวที่มีระดับสายเลือดพอดีกับการจัดการของเรา

หรือไม่ก็ .... เปลี่ยนการจัดการ เพิ่มต้นทุนค่าอาหาร ค่าสถานที่ เพื่อให้เข้ากับงัวใหม่ที่เราพัฒนายกระดับขึ้นมา ... แล้วจากนั้นก็ คัดงัวเก่าๆ ที่ให้การตอบสนองต่ออาหารคุณภาพสูงๆได้นอย ออกไป


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ กุมภาพันธ์ 15, 2017, 11:33:28 PM
วัวพันธุ์ใหนคืนทุนไวสุด เลือกพันธุ์นั้นแม้ไม่ใช่พันธุ์กระแสหลักก็ตาม บางคนเลี้ยงวัวคืนทุนตั้งแต่ลูกตัวแรก แต่บางคนได้ลูกวัวตัวที่ 2 พอเท่าทุนแต่ขาดทุนระยะเวลา บางคนต้องมานั่งคัดวัวทิ้งเพราะแม่วัวไม่ให้ลูกทุกปี ทุนหายกำไรหดเริ่มใหม่อีก นี้ไม่นับพวกมดลูกมีปัญหา วัวแม่ลูกตายเพราะคลอดลูกไม่ออก หรือแม้แต่ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มต่างๆเพียย
 ตลาดวัวยังมีช่องให้มือใหม่นะ พร้อมๆกับเป็นเหยื่อให้กับคนที่เลี้ยงอยู่เดิมเช่นกัน การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ^^


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 16, 2017, 08:06:30 AM
วัวพันธุ์ใหนคืนทุนไวสุด เลือกพันธุ์นั้นแม้ไม่ใช่พันธุ์กระแสหลักก็ตาม บางคนเลี้ยงวัวคืนทุนตั้งแต่ลูกตัวแรก แต่บางคนได้ลูกวัวตัวที่ 2 พอเท่าทุนแต่ขาดทุนระยะเวลา บางคนต้องมานั่งคัดวัวทิ้งเพราะแม่วัวไม่ให้ลูกทุกปี ทุนหายกำไรหดเริ่มใหม่อีก นี้ไม่นับพวกมดลูกมีปัญหา วัวแม่ลูกตายเพราะคลอดลูกไม่ออก หรือแม้แต่ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มต่างๆเพียย
 ตลาดวัวยังมีช่องให้มือใหม่นะ พร้อมๆกับเป็นเหยื่อให้กับคนที่เลี้ยงอยู่เดิมเช่นกัน การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ^^

ถ้าเข้ามาแล้วคาดหวังแค่ ขายงัวเข้ากระบวนการผลิตเนื้อ จากนั้นก็สู้ราคาในระดับความคุ้มค่าที่เราคืนทุนได้ในเวลาแค่ ไม่เกิน 2 ปี .... ไม่มีทางเป็นเหยื่อเขาหรอกคับ ( มีแต่รวย กับรวย )

แต่ถ้าเข้าไปในส่วนไอ้พวกที่ทะเลาะกะผมเป็นประจำ .... ไม่ขอรับรองคับว่าคุณจะผูกคอตายเพราะหมดตัวไหม

ปล. งัว ไม่เหมือน กุ้ง ไก่ ปลา หรือต้นไม้ นะคับ เพราะในตลาดปรกติ ตัวนึงราคามันหลายหมื่นอยู่แล้ว ....  ซึ่งถ้าจะเล่นกระแสปั่นราคาเพื่อหลอกเชือดหมู ราคามันจะขยับไปในระดับที่ทำเราต้องเอาเงินของทั้งชีวิตมาลงกันเลยทีเดียว


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ิboo23 ที่ กุมภาพันธ์ 16, 2017, 08:32:48 AM
วัวพันธุ์ใหนคืนทุนไวสุด เลือกพันธุ์นั้นแม้ไม่ใช่พันธุ์กระแสหลักก็ตาม บางคนเลี้ยงวัวคืนทุนตั้งแต่ลูกตัวแรก แต่บางคนได้ลูกวัวตัวที่ 2 พอเท่าทุนแต่ขาดทุนระยะเวลา บางคนต้องมานั่งคัดวัวทิ้งเพราะแม่วัวไม่ให้ลูกทุกปี ทุนหายกำไรหดเริ่มใหม่อีก นี้ไม่นับพวกมดลูกมีปัญหา วัวแม่ลูกตายเพราะคลอดลูกไม่ออก หรือแม้แต่ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มต่างๆเพียย
 ตลาดวัวยังมีช่องให้มือใหม่นะ พร้อมๆกับเป็นเหยื่อให้กับคนที่เลี้ยงอยู่เดิมเช่นกัน การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ^^

ถ้าเข้ามาแล้วคาดหวังแค่ ขายงัวเข้ากระบวนการผลิตเนื้อ จากนั้นก็สู้ราคาในระดับความคุ้มค่าที่เราคืนทุนได้ในเวลาแค่ ไม่เกิน 2 ปี .... ไม่มีทางเป็นเหยื่อเขาหรอกคับ ( มีแต่รวย กับรวย )

แต่ถ้าเข้าไปในส่วนไอ้พวกที่ทะเลาะกะผมเป็นประจำ .... ไม่ขอรับรองคับว่าคุณจะผูกคอตายเพราะหมดตัวไหม

ปล. งัว ไม่เหมือน กุ้ง ไก่ ปลา หรือต้นไม้ นะคับ เพราะในตลาดปรกติ ตัวนึงราคามันหลายหมื่นอยู่แล้ว ....  ซึ่งถ้าจะเล่นกระแสปั่นราคาเพื่อหลอกเชือดหมู ราคามันจะขยับไปในระดับที่ทำเราต้องเอาเงินของทั้งชีวิตมาลงกันเลยทีเดียว
ขอบคุณพี่ๆทุกท่านที่ให้ข้อคิด สำหรับผมมองแค่ขายราคาเนื้อและซาก แต่ก็มีความอยากที่จะพัฒนาให้วัวมีเปอร์เซ็นการแลกเนื้อมากขึ้นโดยเหมาะสมกับแหล่งอาหารและสภาพภูมิประเทศลดขั้นตอนการบริหารจัดการลดต้นทุนเพิ่มมูลค่า สำคัญที่แนวความคิดต่างคนต่างความคิด แค่เปลี่ยนแนวความคิดชีวิตก็เปลี่ยน 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ กุมภาพันธ์ 16, 2017, 10:33:50 PM
วัวพันธุ์ใหนคืนทุนไวสุด เลือกพันธุ์นั้นแม้ไม่ใช่พันธุ์กระแสหลักก็ตาม บางคนเลี้ยงวัวคืนทุนตั้งแต่ลูกตัวแรก แต่บางคนได้ลูกวัวตัวที่ 2 พอเท่าทุนแต่ขาดทุนระยะเวลา บางคนต้องมานั่งคัดวัวทิ้งเพราะแม่วัวไม่ให้ลูกทุกปี ทุนหายกำไรหดเริ่มใหม่อีก นี้ไม่นับพวกมดลูกมีปัญหา วัวแม่ลูกตายเพราะคลอดลูกไม่ออก หรือแม้แต่ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มต่างๆเพียย
 ตลาดวัวยังมีช่องให้มือใหม่นะ พร้อมๆกับเป็นเหยื่อให้กับคนที่เลี้ยงอยู่เดิมเช่นกัน การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ^^

ถ้าเข้ามาแล้วคาดหวังแค่ ขายงัวเข้ากระบวนการผลิตเนื้อ จากนั้นก็สู้ราคาในระดับความคุ้มค่าที่เราคืนทุนได้ในเวลาแค่ ไม่เกิน 2 ปี .... ไม่มีทางเป็นเหยื่อเขาหรอกคับ ( มีแต่รวย กับรวย )

แต่ถ้าเข้าไปในส่วนไอ้พวกที่ทะเลาะกะผมเป็นประจำ .... ไม่ขอรับรองคับว่าคุณจะผูกคอตายเพราะหมดตัวไหม

ปล. งัว ไม่เหมือน กุ้ง ไก่ ปลา หรือต้นไม้ นะคับ เพราะในตลาดปรกติ ตัวนึงราคามันหลายหมื่นอยู่แล้ว ....  ซึ่งถ้าจะเล่นกระแสปั่นราคาเพื่อหลอกเชือดหมู ราคามันจะขยับไปในระดับที่ทำเราต้องเอาเงินของทั้งชีวิตมาลงกันเลยทีเดียว
ขอบคุณพี่ๆทุกท่านที่ให้ข้อคิด สำหรับผมมองแค่ขายราคาเนื้อและซาก แต่ก็มีความอยากที่จะพัฒนาให้วัวมีเปอร์เซ็นการแลกเนื้อมากขึ้นโดยเหมาะสมกับแหล่งอาหารและสภาพภูมิประเทศลดขั้นตอนการบริหารจัดการลดต้นทุนเพิ่มมูลค่า สำคัญที่แนวความคิดต่างคนต่างความคิด แค่เปลี่ยนแนวความคิดชีวิตก็เปลี่ยน 

อย่าเลยนะ พัฒนาสายพันธุ์ได้ไม่คุ้มเสีย เน้นต่อยอดดีกว่า พวกบรามันคนรุ่นก่อนเขาพัฒนามาถึงจุดที่เราเลือกเอาไปใช้ได้เลย แต่ถ้าเลี้ยงวัวบ้านๆ ก็มีน้ำเชื้อปศุสัตว์ให้เลือกเยอะแถมมีของเอกชนให้เลือกอีก ส่วนพันธุ์ก็คงให้เหมาะกัน
 เน้นสร้างรายได้  วัวเนื้อเป็นอะไรที่เซฟสุดอย่างคุณมาโคกล่าว แต่ต้องไปดูราคาท้องถิ่นประกอบ แต่ละภาคก็ไม่เหมือนกัน


 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 17, 2017, 07:37:33 AM
 พัฒนาสายพันธุ์วันนี้เป็นเรื่องของ

1. เศรษฐีเขาเล่นขายของกัน 

2. อาชญากรใช้บังหน้าเพื่อฟอกเงิน

3. เสือโหย จับคนโง่กิน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ กุมภาพันธ์ 17, 2017, 07:46:54 AM
พวกเศรษฐี ก็แค่หาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อย เพื่อให้ตนเองได้มีกำลังใจในการเล่นสนุก เลย " ปลอบใจตัวเอง " ว่าที่ทำอยู่นั้นเป็นการสร้างคุณงามความดีต่อเกษตรกร  กำลังพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า .... แถมแต่ก่อนเคยมี คนอยู่กลุ่มนึง ถึงกับ  ทวงบุญคุณเกษตรกร  ว่าที่ตัวเองเล่นสนุก และ  ก่อปัญหาให้เขาอยู่นั้น  มันเป็นบุญ เป็นคุณ ต่อเกษตรกร

พวกเสือโหย ก็แค่จะหลอกคนโง่  ที่ชอบดูถูกเกษตรกร  ( ว่าเกษตรกรโง่ ไม่รู้จักพัฒนา )  เพื่อให้คนโง่เหล่านั้น หลงเข้ามาให้มันเชือด ด้วยความมุ่งมั่นว่า ตนเองจะเข้ามาช่วยจูงมือเกษตรกพัฒนาไปสู่อณาคต

พวกอาชญากร  ก็แค่เอาข้ออ้างพวกนี้มาใช้หยิบงัวซักตัวนึง แล้วให้ราคาสูงไเกินจริงเยอะๆ เพื่อให้เกิดส่วนต่างในการซื้อขายเอาเงินผิดกฎหมายมาเป็นเงินถูกต้อง ( หรือ จ่ายส่วยให้เเก่เจ้าหน้าที่รัฐ ... ด้วยการซื้องัวของเจ้าหน้าที่คนนั้น )


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มีนาคม 28, 2017, 08:16:59 AM
เมษาปีนี้ผมจะเลี้ยงวัวครบสองปีแล้วครับ มานั่งประมวนปัญหาต่างๆที่เจอและคาดว่ากำลังจะเจอในปีต่อไปคือเรื่องหญ้าครับ
หญ้าอะไรที่เหมาะและคุ้มค่ากับการลงทุนของเรายังหาไม่เจอ ค่าใช้จ่ายในการปลูกหญ้าของผมรวมค่าเช่าที่ค่าไฟสูบน้ำค่าปุ๋ย
ไม่รวมแรงงานตัดเพราะจ้างรายเดือนอยู่แล้วจะตกประมาณ 7,000/ไร่/ปี หญ้าอะไรที่มองดูน่าจะคุ้มค่ากับที่นาบ้างครับ
ใช้ตัดอย่างเดียวไม่ปล่อยลงแปลงครับ หญ้าแพงโกล่าผมปลูกอยู่ 5 ไร่ ทนดีผมชอบมากแต่ไม่รู้ว่าผลผลิตคุ้มค่ากับ 7,000/ไร่/ปี
หรือไม่ สูบน้ำใส่ปุ๋ยงามตลอดครับหน้าฝนปีที่แล้วน้้ำท่วมประมาณ1ฟุตอยู่ 3 เดือนคิดว่าตายหมดแล้วเตรียมจะปลูกหญ้าอะไรใหม่ดี
พอน้ำลดหญ้าแพงโกล่าขึ้นมางามอย่างเก่าครับ หญ้าขนผมปลูก 1 ไร่กว่าจะหาท่อนพันธุ์ได้เต็ม1ไร่แทบตาย มองดูขึ้นห่างๆแต่ขึ้นเร็วมาก
สูบน้ำไส่ปุ๋ยงามมากครับ แต่ไม่รู้ว่าผลผลิตคุ้มค่า 7,000/ไร่/ปี หรือไม่ หญ้าเนเปียร์ที่คิดว่าจะคุ้มค่าและคาดหวังไว้มากที่สุด
กลับมองดูสู้สองตัวแรกที่ปลูกไม่ได้ ผลผลิตอาจจะมากกว่าจริงแต่การจัดการค่อนข้างยุ่งยากมากกว่า เหมือนจะรอนานกว่าจะได้ตัด
ไม่รู้ว่าจะคุ้มค่า 7,000/ไร่/ปี หรือเปล่า ตอนนี้แบ่งที่(ที่เช่า)มาลองปลูกอะตราตั้มประมาณ 3 ไร่ ผ่านฝนนี้คงรู้กันครับ ถ้าเราไม่เช่าที่
เอาค่าเช่ากับค่าจัดการที่ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการตัดต้นข้าวโพดสดที่เค้าหักฝักแล้ว รวมค่าน้ำมันและค่าต้นข้าวโพดแล้วจะตกลำรถละ 500 บาท
วัวกินได้ 1 วัน แต่ปัญหาคือมันจะไม่มีทั้งปีจะมีช่วงขาดรุ่น แต่ละรุ่นห่างกันประมาณ 7-10 วัน ทำให้เหนื่อยในการวิ่งหาอาหารอื่นให้กิน
เลยคิดว่าหาเช่าที่ปลูกหญ้าดีกว่าไม่ต้องวิ่งหาต้นข้าวโพด ตอนนี้ผมเช่าที่เค้าปลูกหญ้าอยู่ 22 ไร่ครับ เป็นที่นาทั้งหมดและรอบๆก็เป็นที่นา
ทุกท่านที่เข้ามาอ่านมีความเห็นว่างัยครับ ปลูกหญ้าอะไรดี,ควรเช่าที่ปลูกหญ้าต่อไหม(สัญญาปีต่อปี)หรืออื่นๆ แต่อย่าให้เลิกเลี้ยงวัวนะครับ
ของมันชอบไปแล้วครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นครับ  ขอบคุณครับ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มีนาคม 28, 2017, 11:15:21 AM
เมษาปีนี้ผมจะเลี้ยงวัวครบสองปีแล้วครับ มานั่งประมวนปัญหาต่างๆที่เจอและคาดว่ากำลังจะเจอในปีต่อไปคือเรื่องหญ้าครับ
หญ้าอะไรที่เหมาะและคุ้มค่ากับการลงทุนของเรายังหาไม่เจอ ค่าใช้จ่ายในการปลูกหญ้าของผมรวมค่าเช่าที่ค่าไฟสูบน้ำค่าปุ๋ย
ไม่รวมแรงงานตัดเพราะจ้างรายเดือนอยู่แล้วจะตกประมาณ 7,000/ไร่/ปี หญ้าอะไรที่มองดูน่าจะคุ้มค่ากับที่นาบ้างครับ
ใช้ตัดอย่างเดียวไม่ปล่อยลงแปลงครับ หญ้าแพงโกล่าผมปลูกอยู่ 5 ไร่ ทนดีผมชอบมากแต่ไม่รู้ว่าผลผลิตคุ้มค่ากับ 7,000/ไร่/ปี
หรือไม่ สูบน้ำใส่ปุ๋ยงามตลอดครับหน้าฝนปีที่แล้วน้้ำท่วมประมาณ1ฟุตอยู่ 3 เดือนคิดว่าตายหมดแล้วเตรียมจะปลูกหญ้าอะไรใหม่ดี
พอน้ำลดหญ้าแพงโกล่าขึ้นมางามอย่างเก่าครับ หญ้าขนผมปลูก 1 ไร่กว่าจะหาท่อนพันธุ์ได้เต็ม1ไร่แทบตาย มองดูขึ้นห่างๆแต่ขึ้นเร็วมาก
สูบน้ำไส่ปุ๋ยงามมากครับ แต่ไม่รู้ว่าผลผลิตคุ้มค่า 7,000/ไร่/ปี หรือไม่ หญ้าเนเปียร์ที่คิดว่าจะคุ้มค่าและคาดหวังไว้มากที่สุด
กลับมองดูสู้สองตัวแรกที่ปลูกไม่ได้ ผลผลิตอาจจะมากกว่าจริงแต่การจัดการค่อนข้างยุ่งยากมากกว่า เหมือนจะรอนานกว่าจะได้ตัด
ไม่รู้ว่าจะคุ้มค่า 7,000/ไร่/ปี หรือเปล่า ตอนนี้แบ่งที่(ที่เช่า)มาลองปลูกอะตราตั้มประมาณ 3 ไร่ ผ่านฝนนี้คงรู้กันครับ ถ้าเราไม่เช่าที่
เอาค่าเช่ากับค่าจัดการที่ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการตัดต้นข้าวโพดสดที่เค้าหักฝักแล้ว รวมค่าน้ำมันและค่าต้นข้าวโพดแล้วจะตกลำรถละ 500 บาท
วัวกินได้ 1 วัน แต่ปัญหาคือมันจะไม่มีทั้งปีจะมีช่วงขาดรุ่น แต่ละรุ่นห่างกันประมาณ 7-10 วัน ทำให้เหนื่อยในการวิ่งหาอาหารอื่นให้กิน
เลยคิดว่าหาเช่าที่ปลูกหญ้าดีกว่าไม่ต้องวิ่งหาต้นข้าวโพด ตอนนี้ผมเช่าที่เค้าปลูกหญ้าอยู่ 22 ไร่ครับ เป็นที่นาทั้งหมดและรอบๆก็เป็นที่นา
ทุกท่านที่เข้ามาอ่านมีความเห็นว่างัยครับ ปลูกหญ้าอะไรดี,ควรเช่าที่ปลูกหญ้าต่อไหม(สัญญาปีต่อปี)หรืออื่นๆ แต่อย่าให้เลิกเลี้ยงวัวนะครับ
ของมันชอบไปแล้วครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นครับ  ขอบคุณครับ



แมสซี่ มือแปด 1 คัน ราคา 1.2 - 2 แสน + ช๊อปเปอร์แพงโกล่า ( แถวๆบ้านผมเขาต่อเอง ใช้ต้นทุนราวๆ 5 หมื่นบาท ) ใช้ช่างแถวๆบ้านต่อกันเองง่ายๆ ไม่ต้องใช้ช่างมือดีๆแบบ ช๊อปเนเปียร์

อิเซกิ มือแปด ราคา 4 - 8 หมื่น + ช๊อปแพงโกล่า หน้าเล็ก ราคาเท่าๆกะหน้าใหญ่นั่นแหละ คือ 5 หมื่น ... แต่แบบนี้จะมีปัญหา ล้อรถเหยียบหญ้าในหน้าแรกๆ เพราะแนวปากตัดจะแคบ

คุ้มสุดคับ เพราะค่าแรงงานจะลดลงไปเกือบทั้งหมด


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มีนาคม 28, 2017, 07:44:09 PM
ปัญหาของผมตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องแรงงานนะครับท่าน ปัญหามันเป็นพันธุ์หญ้าที่จะปลูกตัดให้วัวกินนะครับ
เพราะเช่าที่ดินเขาปลูกหญ้าครับ 22 ไร่ เป็นที่นาครับ ที่ปลูกเป็นแพงโกล่า 5 ไร่ หญ้าขน 1 ไร่ เนเปียร์
13 ไร่ อะตราตั้ม(กำลังหว่านเมล็ด) 3 ไร่ แพงโกล่ากับหญ้าขนผมมองดูว่ารอบในการตัดเร็วกว่าเนเปียร์
แต่ปริมาณต่อไร่เนเปียร์คงเยอะกว่า กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะไถเนเปียร์ปลูกแพงโกล่ากับหญ้าขนดีหรือไถแพงโกล่า
กับหญ้าขนปลูกเนเปียร์อะไรมันจะดีกว่ากันครับ ส่วนวันอื่นๆที่หญ้ายังตัดไม่ได้ผมก็ไปตัดต้นข้าวโพดมาให้วัวครับ
วัวกินวันละลำรถนึงใส่แซงสูงเหมือนพวกขนผักขนผลไม้ครับ

   


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มีนาคม 28, 2017, 07:49:54 PM
จากประสบการณ์ในนาผมเอง ที่นาดินเหนียว เนเปียร์ ได้ผลผลิตต่อไร่พอๆกับแพงโกล่านี่แหละ ( เอารถวิ่งไปจอดบนกิโล ดูตัวเลขที่โชว แล้วเอามาคำนวณ นน. เติบโตในหนึ่งวัน ... จำตัวเลขไม่ได้ล่ะ แต่มันเท่ากะแพงโกล่าเลย )

ขน กะ แพงโกล่า มีดี มีด้อย ที่ผมให้เครดิตไกล้เคียงกันนะ ... แต่ แพงโกล่า กินอย่างเดียวนานๆมีปัญหา ผมเลยใช้ทั้ง 2 ตัวปลูกปนกันไปเลย

อะตราตั้ม ไม่เคย


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มีนาคม 28, 2017, 07:58:26 PM
ถูกเลยครับ ที่นาดินเหนียวเนเปีนร์ไม่ค่อยโตผมคิดว่าเป็นเพราะผมมือใหม่หรือเปล่าเลยปลูกไม่งาม
ใส่น้ำก็แล้วใส่ปุ๋ยอีกเพี๊ยบ แพงโกล่ากับหญ้าขนเขียวเอาเขียวเอาเลยมานั่งทบทวนดูนี่ละครับ ว่าเรา
ทำอะไรผิดที่ผิดทางหรือเปล่า หรือมัวแต่เชื่อข้อมูลทางวิชาการมากไปต้องมาถามกับคนปลูกจริงว่าเจอ
แบบเราหรือเปล่าครับจะได้ปรับให้เหมาะสมครับ  ขอบคุณครับ รอดูหน้าฝนปีนี้อีกปีครับ



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มีนาคม 28, 2017, 08:00:49 PM
เนเปียร์ ให้นึกถึง แปลงปลูกอ้อย .... แล้วตัวเลขเกิน 10 ตันจะมาให้เห็น


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มีนาคม 28, 2017, 08:39:31 PM
เนเปียร์ ให้นึกถึง แปลงปลูกอ้อย .... แล้วตัวเลขเกิน 10 ตันจะมาให้เห็น

พอจะอธิบายได้ไหมครับผมไม่มีความรู้เรื่องอ้อยเลย ผมอยู่เชียงรายครับ แล้วตัวเลข 10 ตันนี่ต่อรอบหรือต่อปีครับ
เนเปียร์กรมบอก 60-100 ตัน/ปี ของผมคงซัก 20 ตันได้มั่งปีที่แล้ว...

 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มีนาคม 28, 2017, 08:47:01 PM
10 ตันต่อรอบ .... งั้นเอาไร่ข้าวโพดละกัน 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มีนาคม 28, 2017, 09:11:00 PM
เนเปียร์ ถ้าจะให้ดี ต้องขูดร่องเพื่อพรวนดิน ทุกปี แบบที่อ้อยเขาทำกัน ไม่งั้นดินแน่น รากไม่เดิน เข้าปี 3 ก็จบเห่


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มีนาคม 29, 2017, 06:59:38 AM
เดี๋ยวผมไปลองหาข้อมูลวิธีปลูกอ้อยดูครับ ขอบคุณครับ
  หลังจากที่ไปหาอ่านดู ถ้าต้องรื้อเนเปียร์ปลูกใหม่เนี้ยผมคงปลูกหญ้าอื่นดีกว่าครับ
เพราะกลัวปลูกแล้วมันไม่เป็นอย่างที่หวังจะเสียเวลาเปล่าอีก ตอนนี้ก็ลองดูไปก่อนครับ
ที่สังเกตุมาวันนี้คือแตกหน่อเยอะ 20-40 หน่อต่อกอแต่กอไม่ใหญ่ทั้งที่สูบน้ำและใส่ปุ๋ย
ทุก 15 วัน ที่ไม่ค่อยแตกกออาจเป็นเพราะที่เป็นดินเหนียวอย่างที่ท่านว่าเพราะหลังจากสูบ
น้ำซักอาทิตย์ดินแห้งแข็งมากแต่พอสูบน้ำเหยียบที่เกือบมิดรองเท้าดึงขาแทบไม่ขึ้น มันมีวิธี
แก้ไขไหมครับ....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ มีนาคม 29, 2017, 10:11:13 PM
มันคือลักษณะเฉพาะของดิน ทำให้มันเบาลงได้ด้วยใส่อินทรีย์วัตถุเยอะๆ

เนเปียร์ หน่อเยอะ แต่ต้นไม่ใหญ่ นี่ตัดแต่งตอให้หน่อมันงอกหน่อขึ้นมาจากดิน หรือ แค่ตัดเอาไปกินแล้วปล่อยให้มันแตกหน่อขึ้นมาจากโคนตอเก่าคับ

พืชพวกนี้ เราต้องตัดแต่งตอทุกครั้งที่ตัด เพื่อให้หน่องอกขึ้นมาจากดิน แล้วรากเดินอยู่ในดิน  หากว่าเราปล่อยให้มันงอกหน่ออกมาจากโคนตอเก่าที่สูงขึ้นมาเหนือดิน  จากนั้นรากงอกจากหน่อแทงลงไปในดินอีกทีนึง  จะทำให้หน่อมันเล็ก ต้นเล็ก ไม่ค่อยได้ผลผลิต ( ภาษาอ้อย เขาเรียกว่า " ขึ้นโคน "  )

หลังจากตัดเอาไปกินแล้ว เราต้องเอาเครื่องตัดหญ้าตัดแต่งตอซ้ำอีกครั้ง ด้วยการเอาใบมีด ปาดโคนตอ ให้ชิดดินมากที่สุด จะเห็นตอเป็นวงกลมๆชิดผิวดิน ( ไม่เห็นลำต้นส่วนโคน ) .... เพื่อไม่ให้หน่อมันงอกออกมาจากตอโคนส่วนที่อยู่เหนือดิน


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มีนาคม 30, 2017, 06:37:55 AM
เดี๋ยวเช้านี้เข้าไปดูก่อนครับที่หน่อเล็กนี่เกิดจากตอเก่าหรือหน่อใหม่ เพราะหลังจากตัด(ใช้เคียว)ผมก็ใช้เครื่อง
ตัดหญ้าสะพายตัดแต่งตอครับ แต่มีหลายแถวที่ตอนปลูก(จ้างคนดอย)ดันปลูกในร่องครับ แต่ก็พยายามตัดใช้ชิด
ดินมากที่สุดแต่ยังสูงเป็นคืบอยู่(ในร่อง)ครับ เราจะเอาดินกลบร่องกลบตอดีไหมครับ ...


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Mebutsa ที่ มีนาคม 30, 2017, 02:13:40 PM
หญ้าแพงโกล่าหาได้จากที่ไหนครับ
พี่ๆท่านไหนใจดีแบ่งให้ได้ไหมครับ
ผมอยู่หนองบัวลำภู อยากได้มาปลูกครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ เมษายน 05, 2017, 07:30:20 AM
หญ้าแพงโกล่าหาได้จากที่ไหนครับ
พี่ๆท่านไหนใจดีแบ่งให้ได้ไหมครับ
ผมอยู่หนองบัวลำภู อยากได้มาปลูกครับ

ลองถามกองอาหารสัตว์ใกล้บ้านดูครับ เขาให้ฟรีอยู่แล้วแต่ตัดเองครับ
ส่วนเนเปียร์ตัดรอบหน้า(อีก15วัน) จะลองสังเกตุใหม่ครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ เมษายน 12, 2017, 04:37:11 PM
 เนเปียร์ 1 ไร่เลี้ยงวัว 4 ตัวขนาดน้ำหนักต่อตัวเท่าไรครับ
 พอดีเลี้ยงวัวบ้านๆ 200-250กก. น่าจะได้ประมาณอีกตัว

มูลาโต้2 น่าจะดีกว่าหญ้าขนนะ เท่าที่ทดลองปลูก ... ส่วนเนเปียร์จักรพรรดิ์ให้ผลดีกว่าปากช่อง อาจเป็นเพราะทางภาคใต้ฝนชุกมั้ง


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ เมษายน 12, 2017, 07:07:33 PM
400 -500 กก. กินวันละ 60 - 80 กก. ตกราวๆ 10 - 15 ตันต่อ 50 วัน

ปล. แม่งัวแกบ นี่ไม่ใช่ 200 - 250 กก. นะคับ มัน 300 - 350 กก.

ตามหลักวิชาการแม่งัวจะกินอาฟารราวๆ 12 - 15 % ของน้ำหนักตัว ( รวมลูกที่กินนมอยู่ด้วย ) ส่วนงัวรุ่นจะกินราวๆ 10 - 12 % ของ นน. ตัว


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ เมษายน 13, 2017, 01:07:32 PM
400 -500 กก. กินวันละ 60 - 80 กก. ตกราวๆ 10 - 15 ตันต่อ 50 วัน

ปล. แม่งัวแกบ นี่ไม่ใช่ 200 - 250 กก. นะคับ มัน 300 - 350 กก.

ตามหลักวิชาการแม่งัวจะกินอาฟารราวๆ 12 - 15 % ของน้ำหนักตัว ( รวมลูกที่กินนมอยู่ด้วย ) ส่วนงัวรุ่นจะกินราวๆ 10 - 12 % ของ นน. ตัว

แถวบ้านแม่วัวพื้นเมืองแม่วัวชน ก็ประมาณ 200-250 นี้แหละครับ น่าจะต่างจากแม่วัวพื้นเมืองทางเหนือที่ตัวโตกว่า

แค่คิดเล่นๆถ้าเขาเลี้ยงได้  4ตัวต่อไร่ เราวัวเล็กกว่าก็น่าจะเลี้ยงได้เกือบๆ 1:2 เลย 555

อัพเดทข้อมูล ตอนนี้ได้ลูกวัวตัวเมียเพิ่มอีก 1 ตัวผลจากแม่ท้องอยู่แล้ว เลี้ยงได้ 7-8 เดือนถือว่าคุ้มอยู่ สรุป 3ตัวเมียล้วนๆ

ถามหน่อยครับ ถ้าเราเลี้ยงเล่ย์ไว้เป็นพ่อพันธุ์ไว้ผสมกับวัวสาวจะมีปัญหาตอนคลอดรึป่าว พยายามไล่ถามแถวบ้านคนเลี้ยงเขาบอกว่าไม่มีปัญหาถ้าใช้พ่อวัวโดยตรง หรือถ้าใช้ได้ควรไม่เกินกี่เปอร์เซ็น


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ เมษายน 13, 2017, 01:35:48 PM
เลี้ยงงัว 1 ตัว กับ เลี้ยงงัว 2 ตัวใช้แรงงานเท่ากัน

เลี้ยงงัว 4 ตัว กับ เลี้ยงงัว 6 ตัว ใช้แรงงานเท่ากัน

เลี้ยงงัวที่ขายได้ตัวละแสน กับเลี้ยงงัวที่ขายได้ตัวละหมื่นเดียว .... ก็ใช้ต้นทุนค่าอาหาร ค่าจัดการ ค่าแรงงาน เท่ากัน ( ตรงนี้เลยทำคนรุ่นใหม่ๆ หมดตัวมานับไม่ถ้วนแล้ว )

งัวแกลบ กินอาหารน้อยกว่าก็จริง แต่ต้นทุนค่าคอก ค่าแรงงาน ค่าบริหารจัดการ น้อยกว่าเขาไม่มาก ( คนส่วนใหญ่จึงนิยมเลี้ยงงัวขนาดใหญ่ )

งัวคุณหนู พวกงัวฟาร์ม งัวยุโรป ขายลูกงัวได้แพงกว่าเขาเล็กน้อย แต่ใช้ต้นทุน ค่าอาหาร ค่าจัดการ แพงกว่าเขาเยอะ ( คนจึงไม่นิยมเลี้ยง )

..............

งัวแกลบ ถ้าขายลูกงัวได้ราคาแต้มต่อเอาไปขุนแบบเขา ( หรือ เขาต้องมาขายงัวเกรดเนื้อเขียงบ้านแบบงัวแกลบ )...... คิดต่อหน่วยลงทุนอาหาร งัวแกลบ ได้กำไรสูงที่สุด ( ต่อหน่วยเงินลงทุน ก็ได้กำไรสูงที่สุดเช่นกัน )

วันนี้ ปัญหาเรื่องงัวพม่าเข้ามา ร่วมกับเศรษฐกิจจีนชลอตัว บวกกับไทยมีปัญหาการเมืองระหว่าประเทศ งัวขุน กำลังประสบปัญหา เรื่องส่งออก  ทำให้คนเลี้ยงงัวขุนจำนวนมากชลอการเลี้ยง ลูกงัวขนาดใหญ่ๆ ราคาชิดลงมาหางัวแกลบ เรียกว่า แทบจะขายได้ราคาเท่ากันเลยก็ว่าได้ ....


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ เมษายน 15, 2017, 09:11:23 AM
ตั้งใจเลี้ยงไปเรื่อยๆ เป้าเลี้ยงแม่วัวพื้นเมือง 6-7 ตัว แม้ค่าจัดการอื่นๆจะใกล้เคียงกัน แต่ต้นทุนเริ่มต้นต่างกันพอสมควร

เรื่องขายคงไม่เน้นขายราคาสูง เพราะท้องถิ่นมีแต่วัวเขียง ส่วนตลาดวัวขุนไม่มีความชัดเจนสักเท่าไร คิดขำๆเปรียบระหว่างแม่วัวตัวโตกับแม่วัวรอยไม่โต อัตราการกินน่าจะเกือบๆ 1:2 ถ้าใช้อัตราตรงนี้ความต่างแทบไม่มียิ่งลูกวัวเป็นลูกผสมยุโรป แถมวัวโตมักมีความเสี่ยงเรื่องให้ลูกห่างหรือไม่ให้ลูกทุกปีพ่วงมาอีก จึงทำให้เราต้องมาคอยคัดแม่วัวทิ้งอีก ซึ่งตรงนี้ต่างกันพอสมควร

 ราคาวัวสาวบรามันแบบบ้านๆ(10-11เดือน) สูงกว่าวัวพื้นเมืองท้องด้วยซ้ำไปเผลอๆได้แม่+ลูกด้วย  ซ้ำไป ผ่านไปสัก 2-3ปี วัวพื้นเมืองกระโดนไป 4-6ตัวไปแล้ว แต่วัวโตพึ่งจะได้วัวเพิ่มอีกตัว พอจะซื้อแม่วัวมาเลยก็มีความเสี่ยงจะกลายเป็นแม่วัวคัดทิ้งเสียอีก

เป็นความคิดส่วนตัวนะ อย่างน้อยเรามีทุนไว้ปรับเปลี่ยนแม่วัวได้ในอนาคต โดยใช้ทุนที่มีอยู่อาจเพิ่มลงทุนบ้างบางส่วน ลูกวัวลูกผสมคงเน้นโตไว ขายได้สูงกว่าลูกวัวพื้นเมืองหน่อยก็พอใจแล้ว ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้คงลงทุนแค่นี้ก่อน เข้าช่วงฤดูทำนาจะหาแม่+ลูกตัวผู้เสริมอีกคู่ ตอนนี้เร่งปลูกหญ้าไปเรื่อยๆก่อน ^^


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ เมษายน 15, 2017, 09:32:26 AM
ผมว่าอณาคตอีกไม่นาน ราคางัวขนาดเล็กกับขนาดใหญ่และยุโรปจะขายราคาเดียวกันแน่ๆ ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึงคนที่เริ่มลงมือเลี้ยงครั้งแรก จะเลี้ยงงัวแกลบแล้วได้ผลตอบแทนสูงสุด

แต่การเลี้ยงงัวมันเป็นการลงทุนครั้งเดียวแล้วอยู่ยาว วันนี้เลี้ยงัวแกลบกับบราห์มันชาวบ้าน แม้จะได้กำไรทบไม่ต่างกัน ( อณาคต งัวแกลบจะเหนือกว่า ) แต่ผ่านไปนานๆ สถาณการณ์มันก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามกระแสเศรษฐกิจโลก การแซงกันของงัวแต่ละสายพันธุ์ก็จะนำๆ ตามๆ กันไปเรื่อยๆ

ครั้งนึง คนเมื่อ 17  ปีที่แล้ว คนเลี้ยงงัวบราซิล พล่ามคำว่า พัฒนาเจริญก้าวหน้า ประเทศโลกที่ 1 ที่ 3 พวกบัวใต้น้ำ บัวเต่าถุย คนโง่ คนฉลาด .... พอถึงปี 49 คนเหล่านี้แทบจะเอาเชือกมัดงัวมาผูกคอตาย

เมื่อ 13 ปีที่แล้ว คนที่เลี้ยงงัวแม่ขนาดใหญ่ พล่ามคำเดียวกะคนเลี้ยงงัวบราซิล .. พอปี 50 ก็แทบจะเอาเชือกผูกงัวมาผูกคอตนเอง

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คนเลี้ยงงัวบราห์มันน้ำเชื้อผสมเทียม น้ำเชื้อนอก ก็พูดคำเดิมๆ .... แล้วไง วันนี้ คำที่มันคุยฟุ้งเอาไว้ ก็ไม่เห็นมันจะดีกว่าเขาเลย ลูกงัวก็ขายได้ราคาเท่าๆเขา

เมื่อ 5 ปีที่แล้วไอ้พวกพล่ามเรื่องน้ำเชื้อนอก เพิ่มคำว่า " อัตตราแลกเนื้อ " .... ตอนนี้คำว่าอัตตราแลกเนื้อสำแดงเดช ให้เห็นคาตา ว่างัวอัตตราแลกเนื้อสูงๆ กะงัวแกลบ มันขายได้ในราคาแพงกว่ากันนิดเดียวเอง ... ซึ่งอณาคตอาจจะมีแนวโน้มว่าต้องเอาไปขายในราคาเท่าๆกันแน่ๆ หาก ควาย จาก อินเดีย งกะลาเทด เนปาล พม่า ทะลักเข้ามาด้วยช่องทาง AEC


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: markonikove ที่ เมษายน 15, 2017, 09:35:24 AM
เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ลูกงัวบราห์มัน เกรดนำไปขุนราคาตัวละ 4,500 บาท ( ถ้าเอาไปชำแหะเนื้อจะได้ตัวละ 3,500 บาท ) ลูกงัวชาโรเล่ ไม่มีขาย ถ้ามีบ้างก็ราคาเดียวกะบราห์มัน ส่วนลูกงัวแกลบ ตัวละ 2,500 บาท ( ราคาชำแหละเนื้อ ) ส่วนพวกที่ดูแล้วขุนไม่ผ่านก็จะขายๆด้ราวๆตัวละ 3,000 บาท ( ราคาชำแหละเนื้อ )

เข้าปี 40 ราคางัวขยับขึ้นเรื่อยๆตามสถาณการณ์ตลาด ทำให้ลูกงัวเกรดขุนขึ้นไปแตะ 10,000 บาท ในขณะที่งัวแกลบอยู่ที่ 5,000 บาท ลูกบราห์มันที่ขุนไม่ได้อยู่ 7,000 บาท

ปี 44 กระแสข้าราชการเอิร์ลรี่ แห่กันมาเลี้ยงงัวหนักมาก พวกเศรษฐีกำเงินล้านมาเล่นสนุกกับการเลี้ยงงัว เที่ยวได้กว้านซื้อแม่งัว และ ลูกงัวตัวเมียสวยๆ ดีๆ เอาไปเลี้ยงเพื่อผสมเทียมกับน้ำเชื้อของกรมปศุสัตว์ น้ำเชื้อฟาร์มดังๆ เพื่อพัฒนาสายพันธุ์งัวตามวิถีวิชาการ ...... ร่วมกับ พวกเศรษฐี นักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มทุนย่อยตามท้องถิ่น  พวกเจ้าของเครื่องจักรการเกษตร เครื่องจักรก่อสร้าง   ( พวกเถ้าแก่ลานตาก ลานรับซื้อผลิตผลการเกษตร  อบต. อบจ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าของรถเกี่ยวข้าว เจ้าของรถบรรทุก เจ้าของรถจักรขนาดใหญ่ ) พวกคนอีสานที่มีลูกหลานและญาติๆ ทำงานในตัวเมืองแล้วขามีเงินเก็บกันอยู่ก้อนนึง   เข้ามาแย่งซื้อแม่งัวพื้นฐานของเกษตรกรเพื่อนำไปผสมกับ งัวบราซิล ....  ทำให้ราคาแม่งัวพื้นฐานราคาทะลุ 3 หมื่นบาท ลูกงัวตัวเมียราคา 15,000 บาท ในขณะที่ลูกงัวตัวผู้ราคาคงที่ ( ราคามันคงที่อย่างนั้นมาจนปี 51 )

สถาณการณ์เปลี่ยนไป ทุกคนฝันว่าจะเลี้ยงงัวให้ได้ลูกตัวเมียเพื่อจะขายลูกในราคาตัวละ 1.5 หมื่น ให้กับพวกเล่นงัวทั้ง 2 กลุ่ม ( ใครได้ลูกตัวผู้ ร้องว้า กันทุกคน )

เข้าปี 48 พวกเล่นบราซิล ผูกคอตาย ลูกผสมบราซิล ไม่มีคนซื้อ ได้ราคาถูกกว่างัวแกลบเสียอีก

เข้าปี 50 พวกเล่นงัวแพงๆ ทั้ง 2 กลุ่มผูกคอตาย ฝันว่า  ถ้าพัฒนางัวตามที่ตนเองเข้าใจผิดแล้วจะสามารถเจริญก้าวหน้าได้  นั้นมันไม่จริง ความฝันสลาย  ทั้งที่ยังหลับๆ อยู่ ด้วยว่า ไอ้พวก 18 มงกุฎ มันหลอกด้วยข้อมูลใหม่ว่า ราคางัวตกต่ำ  คนเหล่านั้นยังพล่ามคำว่า ที่ตนเองขาดทุนเพราะราคางัวตกต่ำ มาจวบจนวันนี้ (  แบบว่า เดินผ่านซุ้มประตูวัดไม่ได้ไปแล้ว ... เขาติด ) .... กระทบไปถึงคนที่พึ่งเข้ามาเลี้ยงทีหลังในช่วงกระแสขึ้นไปด้วย คนที่เขาคิดจะเลี้ยงเอาลูกงัวตัวเมียเพื่อขายให้เขาไปเป็นแม่งัวพัฒนาสายพันธุ์นี่แหละ

สุดท้าย ทุกคนยอมแพ้ แห่กันเทงัวขายทิ้งกันหมด  ราคางัวเป็นๆ ถูกกว่าราคาชำแหละเนื้ออยู่ 30 - 50 % พ่อค้าเนื้อ เขียงเนื้อ รวยกันทุกคน เพราะซื้อลูกงัวเขาในราคาตัวละ 4,000 บาทเอาไปชำแหละได้ 7,000 บาท .... ส่วนแม่งัว พวกขี้เกียจเลี้ยง เพราะมองว่าเลี้ยงไปก็ไม่ได้อะไร เลยทิ้งให้ผอม จากนั้นก็เทแม่งัวทิ้งไปในราคาถูก ส่วนใหญ่จะอยู่ในราคาตัวละ 7,000 - 12,000 บาท ( ซื้อมาในราคาตัวละ 3 - 5 หมื่น ) .... ส่วนกลุ่มเศรษฐี จะขายได้ในราคา 17,000 บาท ( ซื้อมาตัวละ 7 - 30 หมื่น )

เหตุการณนรกแตกนี้กินเวลาประมาณ 1 เศษๆ ทุกอย่างก็คืนสู่ปรกติสุข .... ใครมีเงินมาช้อนซือตอนนั้น รวยทุกคน

หลังเหตุการณ์นรกแตก ... งัวหายไปจากระบบมหาศาล เพราะไม่มีที่เลี้ยงงัวกัน ( ทุกคนเก็บ และ กักตุน งัวได้แค่ที่ดินเลี้ยงงัวของตนเอง ) ที่เหลือ เข้าเขียงหมด ( ราคาเนื้อร่วงลงมาจนถูกกว่าหมู ) .... ตามกฎดีมานด์ - ซัพพลาย เลยงานนี้ ราคางัวขยับขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ปีเต็มกว่าจะหยุด จากเดิมที่ราคา กก. ละ 80 บาท ( เคย 100 บาทมาก่อนที่พวกจะเทงัวทิ้ง ) ขยับขึ้นไปแตะ 250 บาท และราคานี้มาจนวันนี้

ปล. ช่วงนี้งัวขุนลำบากหน่อย เพราะที่จีน ตรวจพบสารดร่วเนื้อแกง ( อีกรอบ คราวที่แล้วเจอไปทีนึงแล้วไม่ดข็ด ) ... งัวขุนถูกส่งกลับ และส่งออกไม่ได้  ซึ่งจะทำให้งัวเกรด งัวอัตตราแลกเนื้อสูงๆ และ งัวแกลบ ขายได้ราคาเดียวกัน

ซึ่งเมื่อสถาณการณ์ฟื้นตัว ( อาจจะกินเวลาร่วม 6 เดือน ) ก็จะต้องมาชนกับ ควายพม่า ที่จะทะลักหนักขึ้นไปอีก ..


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Kobird ที่ เมษายน 18, 2017, 01:53:09 PM
(http://i58.photobucket.com/albums/g257/Kobird137/IMG_0500_zpsh7mytalp.jpg) (http://s58.photobucket.com/user/Kobird137/media/IMG_0500_zpsh7mytalp.jpg.html)(http://i58.photobucket.com/albums/g257/Kobird137/IMG_0501_zpsqu9y1y1z.jpg) (http://s58.photobucket.com/user/Kobird137/media/IMG_0501_zpsqu9y1y1z.jpg.html)                                                                     ตัวนี้โครงสร้างเป็นอย่างไรบ้างครับช่วยวิเคราะห์ให้หน่อยครับ พอใช้ได้ไหม


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ พฤษภาคม 04, 2017, 01:19:21 PM
 มีความรู้สึกว่าวัวกินหญ้าเนเปียร์แล้วผอมครับ
ตารางการตัดหญ้าให้วัวกินของผมนะครับ ให้กินหญ้าแพงโกล่า 6 วันติด (หมดแปลง)
หญ้าเนเปียร์ 25-30 วันติด (หมดแปลง) ต้นข้าวโพดหวานที่หักฝักแล้ว 15-20 วัน (ไปหาตัดซื้อลำละ 50-200 บาท)
ผมทำคอกแยก 4 ม.x6 ม. 15 คอก (30แม่) ไว้คอกละ 2 แม่ สิบกว่าคอกเป็นคู่แม่ลูกและที่เหลือเป็นแม่ท้องรอคลอด
ให้หญ้าทุกตัวเหมือนกันคือเช้า 1 เข่งและเย็น 1 เข่ง เวลาให้แพงโกล่าจะยัดๆให้เพราะหญ้ามันฟูพอเป็นเนเปียร์ก็จะโม่ให้
เช้าเข่งเย็นเข่งครับพอแปลงเนเปียร์หมดก็เป็นต้นข้าวโพดโม่เช้าเข่งเย็นเข่งเช่นกันซึ้งหนึ่งเข่งเท่ากันเนเปียร์หนักกว่าต้นข้าวโพด
มาก ที่สังเกตุคือเวลาวัวกินเนเปียร์ไปซัก20กว่าวัน จะรู้สึกว่ามองเห็นกระดูกสันหลัง (ผอมลง) พอกลับมากินต้นข้าวโพดซักพัก
กระดูกสันหลังก็หายไปหรือเห็นน้อยลง สังเกตุจากการวนตัดหญ้าวนมา 3 รอบแล้ว ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าใครเป็นแบบผมมั่งครับ
ส่วนในคอกรวมไม่รู้ครับเพราะกินกันมั่วไปหมดสังเกตุไม่ได้


 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: anajuk ที่ พฤษภาคม 09, 2017, 09:44:21 AM
ที่แน่ๆ ตอนนี้ราคาวัวถูกลงมากไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมเพิ่งขายวัวลูกผสมชาโรเล่ตัวผู้ อายุ 16 เดือน  ขายได้ 18.000 บาท น้ำตาจะไหล ต้องตัดใจขายเพราะวัวตัวนี้ซนมาก ขนาดมีลวดไฟฟ้า มันยังเดินชนจนลวดขาด ไม่กลัวไฟซ๊อตเลย พอลวดขาดกลางคืนก็หนีเที่ยว ต้องคอยตามซ่อมรั้วทุกวัน เหนื่อยเลยต้องยอมขาย ว่าแต่วัวถูกลงเพราะอะไร ใครพอรู้


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ พฤษภาคม 09, 2017, 01:36:09 PM
ที่แน่ๆ ตอนนี้ราคาวัวถูกลงมากไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมเพิ่งขายวัวลูกผสมชาโรเล่ตัวผู้ อายุ 16 เดือน  ขายได้ 18.000 บาท น้ำตาจะไหล ต้องตัดใจขายเพราะวัวตัวนี้ซนมาก ขนาดมีลวดไฟฟ้า มันยังเดินชนจนลวดขาด ไม่กลัวไฟซ๊อตเลย พอลวดขาดกลางคืนก็หนีเที่ยว ต้องคอยตามซ่อมรั้วทุกวัน เหนื่อยเลยต้องยอมขาย ว่าแต่วัวถูกลงเพราะอะไร ใครพอรู้

ลูกผสมชาโรเล่ย์(ตัวผู้) 16 เดือน 18,000 (ชาโรเล่ย์กี่เปอร์เซ็น)  >:( >:( >:( ลงก็จริงแต่ไม่น่าลงลึกขนาดนั้นนะ -*-
 เท่าที่ดูตลาดวัว FB(ตลาดนัดโค กระบือ วังประจบ จังหวัดตาก) ราคาวัวไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้นเลย แต่ก็มีปัญหาสารเร่งเนื้อแดงของโคขุนที่ส่งออกอยู่บ้าง หรือแม้แต่วัวพม่าบุก แต่ราคาเนี้อวัวเองก็ยังไม่ตกต่ำอะไรมากนัก ... งง ว่าจะซื้อลูกผสมวัวชาโรเล่ย์50% 8-10เดือน มาลองขุนงั้นคงเบรคไว้ก่อนรอเช็กข่าวอีกที่ดีกว่า  :-\ :-\ :-\
 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: anajuk ที่ พฤษภาคม 11, 2017, 01:59:22 PM
ที่แน่ๆ ตอนนี้ราคาวัวถูกลงมากไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมเพิ่งขายวัวลูกผสมชาโรเล่ตัวผู้ อายุ 16 เดือน  ขายได้ 18.000 บาท น้ำตาจะไหล ต้องตัดใจขายเพราะวัวตัวนี้ซนมาก ขนาดมีลวดไฟฟ้า มันยังเดินชนจนลวดขาด ไม่กลัวไฟซ๊อตเลย พอลวดขาดกลางคืนก็หนีเที่ยว ต้องคอยตามซ่อมรั้วทุกวัน เหนื่อยเลยต้องยอมขาย ว่าแต่วัวถูกลงเพราะอะไร ใครพอรู้

ลูกผสมชาโรเล่ย์(ตัวผู้) 16 เดือน 18,000 (ชาโรเล่ย์กี่เปอร์เซ็น)  >:( >:( >:( ลงก็จริงแต่ไม่น่าลงลึกขนาดนั้นนะ -*-
 เท่าที่ดูตลาดวัว FB(ตลาดนัดโค กระบือ วังประจบ จังหวัดตาก) ราคาวัวไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้นเลย แต่ก็มีปัญหาสารเร่งเนื้อแดงของโคขุนที่ส่งออกอยู่บ้าง หรือแม้แต่วัวพม่าบุก แต่ราคาเนี้อวัวเองก็ยังไม่ตกต่ำอะไรมากนัก ... งง ว่าจะซื้อลูกผสมวัวชาโรเล่ย์50% 8-10เดือน มาลองขุนงั้นคงเบรคไว้ก่อนรอเช็กข่าวอีกที่ดีกว่า  :-\ :-\ :-\
 
ตอนนี้ราคาโคขุนหน้าฟาร์ม ไม่น่าเกิน 80-85 บาท ครับมั้ง (ลองเชคข่าวดูครับ) ราคานายฮ้อยซื้อเข้าก็น่าจะประมาณโลละ 70-75 :'(


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ พฤษภาคม 15, 2017, 12:34:47 PM
ที่แน่ๆ ตอนนี้ราคาวัวถูกลงมากไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมเพิ่งขายวัวลูกผสมชาโรเล่ตัวผู้ อายุ 16 เดือน  ขายได้ 18.000 บาท น้ำตาจะไหล ต้องตัดใจขายเพราะวัวตัวนี้ซนมาก ขนาดมีลวดไฟฟ้า มันยังเดินชนจนลวดขาด ไม่กลัวไฟซ๊อตเลย พอลวดขาดกลางคืนก็หนีเที่ยว ต้องคอยตามซ่อมรั้วทุกวัน เหนื่อยเลยต้องยอมขาย ว่าแต่วัวถูกลงเพราะอะไร ใครพอรู้

ลูกผสมชาโรเล่ย์(ตัวผู้) 16 เดือน 18,000 (ชาโรเล่ย์กี่เปอร์เซ็น)  >:( >:( >:( ลงก็จริงแต่ไม่น่าลงลึกขนาดนั้นนะ -*-
 เท่าที่ดูตลาดวัว FB(ตลาดนัดโค กระบือ วังประจบ จังหวัดตาก) ราคาวัวไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้นเลย แต่ก็มีปัญหาสารเร่งเนื้อแดงของโคขุนที่ส่งออกอยู่บ้าง หรือแม้แต่วัวพม่าบุก แต่ราคาเนี้อวัวเองก็ยังไม่ตกต่ำอะไรมากนัก ... งง ว่าจะซื้อลูกผสมวัวชาโรเล่ย์50% 8-10เดือน มาลองขุนงั้นคงเบรคไว้ก่อนรอเช็กข่าวอีกที่ดีกว่า  :-\ :-\ :-\

ตอนนี้ราคาโคขุนหน้าฟาร์ม ไม่น่าเกิน 80-85 บาท ครับมั้ง (ลองเชคข่าวดูครับ) ราคานายฮ้อยซื้อเข้าก็น่าจะประมาณโลละ 70-75 :'(

เท่าที่เช็คราคา 90-95 นะ ส่วน FB:ตลาดนัดโค กระบือ วังประจบ จังหวัดตาก ทีมีการตกลงซื้อขายกันก็ไม่ได้ตกต่ำอะไร ... อาทิตย์นี้เห็นมีคนจีนลงมาจับเองอีกตั้งหาก รอดูใจเย็นๆดีกว่า ><"


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: jarungkit ที่ มิถุนายน 10, 2017, 09:24:32 PM
จากที่เลี้ยงมา 10เดือน

 เริ่มต้นจากคู่แม่ลูกวัวพื้นเมือง ผลที่ได้คือมีลูกวัวติดท้องมาอีกหนึ่ง ได้ลูกเพิ่มอีก 1 เมื่อเลี้ยงได้เข้าเดือนที่ 8 ตอนนี้แม่วัวผสมเทียมไปแล้ว รอผ่านรอบ 2-3 วันนี้ ถ้าผ่านก็ต้นมีนาปีหน้า แม่วัว 1 วัวหย่านม 13 เดือน และลูกวัว 2 เดือน

ตอนนี้ซื้อวัวผู้เล่ย์-บรามัน 9-11 เดือน (ไม่รู้จะทันวัวสาวบ้านรึป่าว ) เลี้ยงไว้ขำๆ จะทดลองเลี้ยงไปเรื่อยๆ สัก 2-3 ปี ไว้ตัดภาระเรื่องผสมของวัวสาว (ไม่รู้คิดถูกหรือผิด) 555

ส่วนอีกตัวที่ซื้อเพิ่มคือวัวสาวบรามัน แต่เพื่อนที่เลี้ยงวัวขอเอาไปเลี้ยง เลยตกลงให้เขาเลี้ยงจนได้ลูกวัวตัวแรกและยกให้เขาไปแล้วค่อยเอามาคืน 555

สรุป มีวัว 5 ตัวแล้วเลี้ยงเอง 4 ฝากเขาเลี้ยง 1


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ป ณเมืองลุง ที่ มิถุนายน 12, 2017, 01:42:36 PM
ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับ FTA ที่เราทำไว้กับออสเตรเลียและนิวซีแลนดืหรือเปล่า

อ้างอิง
http://pvlo-cpm.dld.go.th/information/Data2559/IDP/2559Training%20courses.pdf (http://pvlo-cpm.dld.go.th/information/Data2559/IDP/2559Training%20courses.pdf)


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: teppatut ที่ มิถุนายน 15, 2017, 08:49:45 AM
ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับ FTA ที่เราทำไว้กับออสเตรเลียและนิวซีแลนดืหรือเปล่า

อ้างอิง
[url]http://pvlo-cpm.dld.go.th/information/Data2559/IDP/2559Training%20courses.pdf[/url] ([url]http://pvlo-cpm.dld.go.th/information/Data2559/IDP/2559Training%20courses.pdf[/url])

ถ้าเป็นราคาเนื้อแช่แข็ง กระทบแน่ๆ ครับ ส่วนราคาวัวเป็น ราคาต่อตัวจะถูกกว่า ในไทย แต่รวมต้นทุนการขนส่งและดูแล ถ้าถึงไทยแล้ว
ราคาจะเท่ากันราคาวัว เลือดร้อย บ้านเราเลยครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ มิถุนายน 26, 2017, 07:51:18 AM
  สอบถามหน่อยครับ..ใครเคยใช้รถเกี่ยวข้าวเดินตามแบบวางรายเกี่ยวหญ้าแพงโกล่าบ้างครับ
ใช้ได้หรือเปล่าหรือใช้แบบไหนดีครับ แถวบ้านผมไม่มีใครใช้เลยว่าจะเช่ามาลองตัดหญ้าแพงโกล่าหาข้อมูลก็ไม่มี



หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: thanom99 ที่ มิถุนายน 27, 2017, 12:17:19 AM
สั้นๆ ชาโลเลย์เลยครับ ตลาดต้องการ ไม่ว่าจะเป็น หนองสูงหรือโพนยางคำ จะสนับสนุนให้เลี้ยงพันธ์นี้ โตไว โครงสร้างไหญ่ แต่ต้องไม่ใช้เลือดร้อยในการขุนนะครับ ใช้เลือดประมาณ 60-70 % ถ้าเลือดร้อยจะทนความร้อนในบ้านเราไม่ได้เลี้ยงไม่โต


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ กรกฎาคม 31, 2017, 09:49:36 AM
ขุนขายเข้าเขียงตามพื้นที่ เลือกพันธุ์ไหนดีครับ กินเก่ง เลี้ยงง่าย ทนโรค อยู่ชนบทห่างไกลตัวเมืองเกือบ 200 กิโลเมตรครับ มีปันหาด้านค่าขนส่งครับ...


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: joetom ที่ กรกฎาคม 31, 2017, 10:44:44 AM
สมาชิกท่านใดพอจะมีเบอร์พ่อค้ารับซื้อวัวขุนบ้างครับ อยู่สุราษฎร์ธานี


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: teppatut ที่ กรกฎาคม 31, 2017, 02:46:09 PM
ขุนขายเข้าเขียงตามพื้นที่ เลือกพันธุ์ไหนดีครับ กินเก่ง เลี้ยงง่าย ทนโรค อยู่ชนบทห่างไกลตัวเมืองเกือบ 200 กิโลเมตรครับ มีปันหาด้านค่าขนส่งครับ...
บรามั่นลูกผสมครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ สิงหาคม 01, 2017, 05:36:20 AM
(http://)https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/18221661_713108555562354_315310010860433397_n.jpg?oh=6fff0a74b54ac319f63e9557747bf324&oe=5A3962F4(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/18221661_713108555562354_315310010860433397_n.jpg?oh=6fff0a74b54ac319f63e9557747bf324&oe=5A3962F4)
ขุนขายเข้าเขียงตามพื้นที่ เลือกพันธุ์ไหนดีครับ กินเก่ง เลี้ยงง่าย ทนโรค อยู่ชนบทห่างไกลตัวเมืองเกือบ 200 กิโลเมตรครับ มีปันหาด้านค่าขนส่งครับ...
บรามั่นลูกผสมครับ
แบบนี้ไหมครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: teppatut ที่ สิงหาคม 01, 2017, 12:17:25 PM
ใช่ครับ ตามรูป


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sanguan1965 ที่ สิงหาคม 01, 2017, 04:26:16 PM
(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/20228828_1750953994932803_7552506222445582718_n.jpg?oh=444ee9cf9f34ff400228a2b885cb250b&oe=59FF7F57)   แบบนี้เป็นงัยบ้างครับ...


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: teppatut ที่ สิงหาคม 02, 2017, 08:31:23 AM
(https://scontent-sjc2-1.xx.fbcdn.net/v/t1.0-9/20228828_1750953994932803_7552506222445582718_n.jpg?oh=444ee9cf9f34ff400228a2b885cb250b&oe=59FF7F57)   แบบนี้เป็นงัยบ้างครับ...
เป็นพ่อพันธุ์ ที่สุดยอดมากครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: tonaka ที่ ตุลาคม 01, 2017, 01:27:46 PM
ติดตามเก็บความรู้ครับ ได้ความรู้แนวคิดวิธีการจัดการได้เยอะเลยครับ วางแผนไว้จะเริ่มเลี้ยงปีหน้าครับที่ชัยภูมิ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: 11lee ที่ ตุลาคม 24, 2017, 05:26:07 PM
มีเรื่องมาถามครับ ช่วงนี้เริ่มเกี่ยวข้าวกันเลยไปลองเก็บฟางข้าวมาให้วัวกินมีคนมาเห็นบอกฟางข้าว
โปรตีนน้อยควรราดยูเรียผสมกากน้ำตาลเพื่อเพิ่มโปรตีน เอ..แล้วสัดส่วนที่ใช้มันควรจะเท่าไหร่ละครับ
เท่าที่หาข้อมูลในพี่กูลเกิ้ลก็ไม่มีสัดส่วนแน่ชัด ใครพอรู้บ้างครับว่าต้องผสมราดเท่าไหร่ต่อวัว 50 ตัว
กากน้ำตาลกี่กก. ยูเรียกี่กก.น้ำกี่ลิตร ถึงจะได้ปริมาณโปรตีนที่เพียงพอต่อความต้องการของวัวครับ

 


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: mr.krathok ที่ พฤศจิกายน 10, 2017, 02:58:48 PM
ที่บ้านให้อาหารเสริมครับ เฉพาะตัวที่จะขุนขาย ที่บ้าน เลี้ยววัวแบบเกือบครบวงจรเป็นอาชีพเสริมครับ ขาดแต่พ่อพันธุ์ คือมีแม่วัว มีแปลงหญ้า มีเครื่องบดหญ้า มีการเก็บฟางไว้ใช้เอง ผมว่าบรามันนี่แหละครับดีสุด ขายง่าย  ผมชอบแดงๆ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: teppatut ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2018, 11:36:25 AM
ตามหาลุงไพรัตน์ markonikove ครับแกหายไปไหน ตั้งแต่หลังสงกรานต์ จะถามแกเรื่อง ฉีดวัคซีนปากเท้าเปลื่อย วัวท้องฉีดได้ไหม


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: why0345 ที่ พฤษภาคม 02, 2018, 03:30:11 PM
ตามหาลุงไพรัตน์ markonikove ครับแกหายไปไหน ตั้งแต่หลังสงกรานต์ จะถามแกเรื่อง ฉีดวัคซีนปากเท้าเปลื่อย วัวท้องฉีดได้ไหม

ไม่แนะนำครับ ควรทำหลังคลอดดีที่สุดครับ


หัวข้อ: Re: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ
เริ่มหัวข้อโดย: teppatut ที่ พฤษภาคม 03, 2018, 10:01:26 AM
ตามหาลุงไพรัตน์ markonikove ครับแกหายไปไหน ตั้งแต่หลังสงกรานต์ จะถามแกเรื่อง ฉีดวัคซีนปากเท้าเปลื่อย วัวท้องฉีดได้ไหม

ไม่แนะนำครับ ควรทำหลังคลอดดีที่สุดครับ
ขอบคุณครับตอนนี้วัวคลอดออกมา 2 แม่แล้วครับ ได้ ตัวผู้ 1 ตัว เมีย 1 ตัว